แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี ๑
กลุม สาระการเรยี นรูภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๓ เรื่อง กระตา ยไมตื่นตมู เวลา ๕ ช่วั โมง
เร่ือง การอานออกเสยี งบทเรียน เวลา ๑ ชั่วโมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรางความรแู ละความคิดไปใชต ดั สินใจแกปญหา และสรางวิสัยทัศนใน
การดาํ เนินชีวิต และมีนิสยั รักการอาน
ตวั ชี้วัด
ท. ๑.๑ ป.๓/๑ อานออกเสยี งคาํ ขอ ความ เรือ่ งสน้ั ๆ และบทรอ ยกรองงายๆ ไดถกู ตอ งคลอ งแคลว
สาระสาํ คัญ
การอานออกเสยี ง คือ การอา นเปลง เสยี งตามตวั อักษร ถอยคาํ และเคร่ืองหมายตา งๆ ท่ีเขยี นออกมาให
ถูกตอ งชดั ถอยชัดคาํ เพอ่ื ใหเ ขาใจและสามารถสรุป ตอบคาํ ถามจากเร่อื งทีอ่ านได
จุดประสงคการเรยี นรู
๑. นกั เรียนอา นออกเสยี งจากบทเรยี น เรอ่ื ง กระตายไมต่ืนตมู ไดถ กู ตองตามเกณฑท ก่ี ําหนด
๒. นักเรยี นตอบคาํ ถามจากเรือ่ งได
๓. มมี ารยาทในการอานและการเขียน
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
๑. การอานออกเสียงจากบทเรียน เรอื่ ง กระตา ยไมต่ืนตูม
๒. การตอบคาํ ถามจากเร่อื งทอ่ี า น
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. นักเรียนดภู าพประกอบจากหนงั สอื เรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวติ วรรณคดีลาํ นํา
ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓ บทท่ี ๑ เรื่องกระตายไมต่ืนตูม โดยรวมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นจากภาพตาม
ประเดน็ ดงั ตอไปนี้
- สัตวมอี ะไรบาง
- เหตุการณใ นภาพเกิดขึ้นท่ไี หน
- สัตวต า งๆ ในภาพแสดงทาทางอยา งไรบาง
๒. ครูใหนักเรียนอานออกเสียงบทเรียน เรื่อง กระตายไมตื่นตูม จากหนังสือหนังสือเรียน รายวิชา
พื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ิต วรรณคดีลํานาํ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๓ ( หนา ที่ ๒-๗ ) พรอ มกนั ๑ รอบ
๓. นักเรยี นอานออกเสียงเนื้อเรื่อง กระตา ยไมตืน่ ตูม สลบั กันทีละแถวจากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน
ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชีวิต วรรณคดีลาํ นาํ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๓ คนละ ๒ – ๓ บรรทัด
๔. นักเรยี นและครชู วยกนั สรปุ ความรจู ากเรื่องท่อี า นโดยใชค ําถาม ดังน้ี
- ครอบครวั ของกระตา ยในเรอื่ งน้ีมีใครบา ง
- กระตา ยแตล ะตวั ชว ยกนั ทาํ อะไรบา ง
- เพราะเหตุใดแมกระตา ยจงึ เลานิทาน เร่อื งกระตา ยตื่นตมู ใหลกู ฟง
๕. นักเรียนทาํ เสียงเละทา ทางเลยี นแบบสตั วชนดิ ตา ง ๆ ในเนื้อเรือ่ ง กระตา ยตื่นตูม
๖. นักเรียนทาํ แบบฝกหัด รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษา
ปที่ ๓ (หนา ท่ี ๑๒ -๑๓)
๗. ครสู ังเกตพฤติกรรมการรว มกจิ กรรมในชั้นเรียนของนกั เรียน และบันทกึ ลงในแบบประเมนิ
๘. ครูและนกั เรยี นรว มกันสรปุ บทเรยี นเรื่องกระตายไมตน่ื ตูมพรอมกันอีกครั้ง พรอมแสดงความคิดเห็น
เกยี่ วกบั ขอคดิ ทีไ่ ดจ ากเรอื่ ง
สือ่ / แหลง เรยี นรู
๑. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวติ วรรณคดลี าํ นาํ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
๒. แบบฝก หัด รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓
วัดผลประเมนิ ผล
๑. วธิ ีการประเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒. เครอื่ งมือทใ่ี ชในการประเมนิ
- แบบการสังเกตพฤตกิ รรม
- ทําแบบฝก หดั
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผา นเกณฑการทาํ แบบฝก หัด รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๒
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๓
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๓ เรือ่ ง กระตา ยไมตน่ื ตูม เวลา ๕ ชั่วโมง
เร่อื ง คาํ ศพั ทยากในบทเรียน เวลา ๑ ชวั่ โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคิดไปใชต ดั สินใจแกปญหา และสรางวสิ ัยทัศนใน
การดาํ เนินชีวิต และมีนสิ ัยรกั การอาน
ตัวช้ีวัด
ท. ๑.๑ ป.๓/๒ อธิบายความหมายของคาํ และขอความที่อา น
สาระสําคัญ
คําศัพทใหมหรือคําศัพทยากในบทเรียน คือ คําศัพทที่มีความเกี่ยวโยงกับเน้ือหาสาระในบทเรียนที่
ผเู รยี นควรรูจ กั และความเขาใจเกย่ี วกับความหมายของศพั ท การอา นออกเสียงคาํ ศพั ทต ลอดจนการนาํ คาํ ศัพทไป
ใชจรงิ ในสถานการณต า งๆ ไดอ ยางเหมาะสม
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรียนอา นออกเสยี งคําศพั ทใหมในบทเรยี นไดถูกตอ ง
๒. นักเรียนเขยี นคําศัพทท ีก่ ําหนดใหไดถกู ตอง
๓. นักเรียนนําคาํ ศพั ทใหมใ นบทเรยี นไปแตงเปน ประโยคได
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยูอยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
๑. นักเรียนอานออกเสยี งคาํ ศัพทใ หมใ นบทเรยี น
๒. นักเรยี นเขียนคาํ ศพั ทท ีก่ ําหนดให
๓. นักเรียนนําคาํ ศัพทใหมใ นบทเรยี นไปแตงเปน ประโยค
กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครนู ํานกั เรียนสนทนาเก่ียวกับเนอื้ เร่อื งในบทเรียนรว มกัน เพื่อทบทวนความรูจากชว่ั โมงท่ีผา นมา
๒. ครนู ําบัตรคําศัพทยากในบทเรียนมาตดิ ไวบนกระดาน แลวใหนกั เรียนอานออกเสยี งคาํ ศัพทจากบัตร
คาํ ทค่ี รตู ดิ ไวพรอ มๆ กนั ทีละคํา เชน คําวา ไตรต รอง ถลม ใครครวญ เปน ตน
๓. นักเรยี นแบง กลุม ออกเปน ๒ กลมุ จากนักเรยี นทั้งหมดในหองเรียน โดยในแตละกลุมจะมีนกั เรยี นท่ี
มรี ะดับผลการเรยี น ดี ปานกลาง และออน อยูร วมกัน
๔. ครูใหน ักเรยี นเขียนคาํ ศพั ท โดยมกี ตกิ าในการแขง ขนั ดงั น้ี
- ใหน กั เรยี นแตละกลุม สง ตวั แทนออกมาแขง ขนั เขยี นคาํ ศัพทกลมุ ละ ๑ คน ตอ คาํ ศัพท ๑ คํา
จะหมนุ เวยี นสลบั กันไป โดยที่ทุกคนในกลมุ จะไดออกมาเขยี นคําศพั ทครบทุกคน
- นักเรียนคอยฟงสัญญาณจากครู โดยครูจะบอกคําศัพทน้ัน ๒ ครั้ง แลวใหนักเรียนเขียน
คําศพั ทท่ีครูบอกไดทันที กลุมใดเขียนไดถูกตองและเสร็จกอนกลุมน้ันจะเปนผูไดคะแนน
ในกรณีทเ่ี ขียนเสร็จพรอ มกนั และเขยี นไดถ ูกตองจะไดคะแนนทัง้ ๒ กลุม
๕. เมื่อแขง ขันเกมจบแลวครูสรุปผลคะแนนใหนักเรียนทราบ และชวยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
ประโยชน และขอ ดขี อเสยี ของกจิ กรรม
๖. นักเรียนแตล ะคนเลือกคําศัพทยากจากบทเรยี น จํานวน ๑๐ คํา ไปแตงประโยคลงในสมุดแลวสงครู
เพื่อตรวจใหคะแนน
๗. ครสู ังเกตพฤติกรรมการรว มกิจกรรมในช้ันเรยี นของนกั เรยี น และบันทึกลงในแบบประเมิน
๘. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปบทเรียนและความหมายของคําศัพทในบทเรียนอีกคร้ัง ในประเด็น
เกยี่ วกับการนาํ ไปใชในชีวิตประจาํ วัน
สื่อ/ แหลงเรียนรู
๑. หนังสือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต วรรณคดีลํานาํ ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
๒. พจนานกุ รมภาษาไทย
๓. บตั รคําศัพทยากในบทเรยี น
วดั ผลประเมนิ ผล
๑. วิธกี ารประเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงานนกั เรยี น
๒. เครื่องมอื ทใ่ี ชใ นการประเมิน
- แบบการสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบบนั ทกึ การประเมนิ ผลงานนักเรยี น
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรยี นผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผานเกณฑป ระเมินผลงาน รอยละ ๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๓
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๓
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๓ เรอ่ื ง กระตา ยไมต่นื ตมู เวลา ๕ ช่วั โมง
เรอื่ ง คําสาํ นวนไทย เวลา ๒ ชั่วโมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภูมิปญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปนสมบัตขิ องชาติ
ตวั ช้วี ัด
ท. ๔.๑ ป.๓/๓ ใชพ จนานกุ รมคนหาความหมายของคํา
ท. ๔.๑ ป.๓/๖ เลือกใชภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถนิ่ ไดเ หมาะสมกับกาลเทศะ
สาระสําคญั
คาํ สํานวนไทย คอื ถอ ยคาํ ที่เรียบเรียงเปนขอความ หรือคําพูดท่ีเปนชั้นเชิง ไมตรงตามรูปแบบภาษา
เปนถอยคาํ หรือคาํ พูดทีม่ ีลกั ษณะเฉพาะตัว มีความหมายโดยนัยแฝงอยูและนํามาใชในชีวิตประจําวันในเชิงให
ขอ คิดและคติสอนใจ
จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรยี นเขา ใจและบอกความหมายของคําสํานวนไทยได
๒. นกั เรียนยกตัวอยางคําสํานวนไทยได
๓. นักเรยี นนําคําสํานวนไทยไปประยกุ ตใ ชในชวี ติ ประจาํ วนั ได
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
๑. นกั เรยี นบอกความหมายของคําสาํ นวนไทย
๒. นักเรยี นยกตัวอยา งคาํ สาํ นวนไทย
๓. นักเรียนนําคาํ สํานวนไทยไปประยุกตใชในชีวติ ประจาํ วนั
กระบวนการจดั การเรยี นรู
ชว่ั โมงท่ี ๑
๑. ครูนาํ นกั เรียนสนทนาเก่ียวกบั ประเดน็ ดังตอ ไปนี้
- ลูกกระตายขาวและลกู กระตายดาํ ในเรือ่ งนี้มีลกั ษณะนสิ ยั เหมือนกับกระตายในนิทาน เรื่อง
กระตา ยตืน่ ตูมหรือไมอ ยา งไร
- หากนกั เรียนเปนตัวละครในบทนี้จะเลือกเปน ตวั ละครใด เพราะเหตใุ ด
- นกั เรยี นเคยฟง ขาวหรอื พบเห็นเหตุการณท ี่มีลักษณะเชนเดยี วกบั นิทาน เร่อื ง กระตา ยตนื่ ตมู
บา งหรอื ไม อยา งไร
๒. ครนู าํ บัตรคาํ สาํ นวนไทยมาติดไวบนกระดาน แลว ใหนักเรียนอานออกเสียงคําสํานวนไทยที่ครูติดไว
พรอ มๆ กันทีละสํานวน เชน คาํ สาํ นวนวา กระตายขาเดยี ว กระตา ยหมายจนั ทร เข็นครกขนึ้ ภเู ขา เปนตน
๓. ครแู จกบัตรคาํ สํานวนไทยใหนักเรียนทุกคน โดยบัตรคําแตละใบจะแยกคําสํานวนไทยออกเปน ๒
สว น เพื่อใหนักเรียนคนหาและนาํ มาตอกนั ใหเปน คําสํานวนไทยทถ่ี ูกตอง
๔. เมือ่ นักเรยี นจบั คูคําสํานวนไทยไดครบถว นและถกู ตอ งทง้ั หมดแลว ใหนาํ มาบันทึกลงในสมดุ พรอ มทง้ั
หาความหมายของคาํ สํานวนไทยน้ัน
๕. ครูสรุปองคความรเู พ่ิมเตมิ ความหมายและลักษณะของคาํ สํานวนไทย โดยยกตัวอยางจากกิจกรรม
ดงั กลา วขา งตน
๖. ครสู งั เกตพฤติกรรมการรว มกจิ กรรมในชน้ั เรียนของนกั เรียน และบันทกึ ลงในแบบประเมิน
๗. ครูและนักเรยี นรวมกนั สรปุ บทเรยี นและความหมายของคําสํานวนไทยอีกครั้ง ในประเด็นเกี่ยวกับ
การนาํ ไปใชในชวี ติ ประจาํ วัน
ชั่วโมงท่ี ๒
๑. ครูนาํ นักเรียนทบทวนองคค วามรเู กย่ี วกับคาํ สาํ นวนไทยจากการเรียนในช่วั โมงที่ ๑
๒. นักเรียนแบงกลุม กลุมละ ๔ คน นักเรียนรวบรวมคําสํานวนไทยพรอมความหมายที่เก่ียวกับสัตว
จากหนงั สือคาํ สาํ นวนไทยในหองสมดุ และจดบันทึกลงในสมดุ
๓. นกั เรียนนาํ เสนอผลทีค่ น ควาใหเ พื่อนฟงหนาชั้นเรียนอยางนอยกลุมละ ๑๐ สํานวน โดยมีครูเปนผู
แนะนาํ
๔. ครูสังเกตพฤติกรรมการรวมกจิ กรรมในชนั้ เรยี นของนกั เรียน และบนั ทกึ ลงในแบบประเมิน
๕. ครแู ละนกั เรียนรว มกันสรุปบทเรยี นของคาํ สาํ นวนไทยอีกคร้ัง ในประเด็นเก่ียวกับความหมายและ
การนาํ ไปใชในชวี ติ ประจาํ วัน
สอื่ / แหลงเรยี นรู
๑. หนังสอื เรียน รายวิชาพ้ืนฐานภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ิต วรรณคดลี าํ นํา ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
๒. หนงั สือคําสํานวนไทย
๓. บตั รคําสาํ นวนไทย
วดั ผลประเมินผล
๑. วิธีการประเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงานนักเรียน
๒. เคร่ืองมอื ทใี่ ชใ นการประเมิน
- แบบการสังเกตพฤติกรรม
- แบบบันทกึ การประเมนิ ผลงานนกั เรียน
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผา นเกณฑประเมนิ ผลงาน รอ ยละ ๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๔
กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓
หนวยการเรียนรูท่ี ๓ เรื่อง กระตายไมตื่นตูม เวลา ๕ ชว่ั โมง
เรือ่ ง การแตงเรอ่ื งตามจินตนาการ เวลา ๑ ชั่วโมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก ระบวนการเขยี น เขยี นสื่อสาร เขียนเรยี งความ ยอ ความ และเขียนเร่อื งราวในรปู แบบ
ตา งๆ เขียนรายงานขอมลู สารสนเทศ และรายงานการศึกษาคนควาอยางมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ช้วี ดั
ท. ๒.๑ ป.๓/๕ เขยี นเรื่องตามจินตนาการ
ท. ๒.๑ ป.๓/๖ มมี ารยาทในการเขยี น
สาระสําคญั
การเขียนเรื่องตามจินตนาการและสรางสรรค เปนการใชถอยคําภาษา เพ่ือถายทอดเรื่องราว และ
ความคิดสผู อู านไดอ ยา งเหมาะสม ชัดเจน
จุดประสงคการเรียนรู
๑. นกั เรยี นเขาใจหลกั และวธิ กี ารเขียนเรอื่ งตามจนิ ตนาการ
๒. นักเรยี นเขียนเรือ่ งตามจนิ ตนาการได
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรียนรู
๑. นักเรยี นมีความรูความเขา ใจ บอกหลกั และวิธีการเขียนเรอ่ื งตามจินตนาการ
๒. นักเรยี นเขียนเร่อื งตามจนิ ตนาการ
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. นกั เรยี นศกึ ษาชวี ิตและความเปนอยูของสตั วทนี่ กั เรยี นชอบและนาํ มาเลาแลกเปล่ยี นประสบการณก บั
เพือ่ นในชั้นเรยี น
๒. ครูใหนักเรียนศึกษาคนควาเกี่ยวกับหลักและวิธีการ การแตงเร่ืองตามจินตนาการ จากหนังสือใน
หองสมุด
๓. นักเรียนสรุปองคความรูเกี่ยวกับหลักและวิธีการ การแตงเร่ืองตามจินตนาการ โดยมีครูเปนผูให
คําแนะนาํ และอธบิ ายเพิ่มเติม
๔. นกั เรียนแตงเรือ่ งตามจนิ ตนาการ ลงในสมุดคนละ ๑ เรือ่ ง พรอมนาํ เสนอหนาชน้ั เรียน
๕. นักเรยี นทําแบบฝกหดั รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวิต ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศึกษาป
ท่ี ๓ ( หนา ที่ ๑๖ -๑๗ )
๖. ครสู ังเกตพฤตกิ รรมการรวมกจิ กรรมในช้ันเรยี นของนกั เรยี น และบนั ทึกลงในแบบประเมนิ
๗. ครูและนักเรียนชวยกนั สรปุ ความรจู ากเรอ่ื ง กระตายไมต่ืนตูมวา นักเรียนสามารถนําความรูจากเร่ือง
ไปประยุกตใ ชในสังคมปจจบุ นั ไดอยางไรบาง
สือ่ / แหลง เรียนรู
๑. หองสมดุ
๒. หนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวิต วรรณคดลี าํ นาํ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
๓. แบบฝกหดั รายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ ทกั ษะภาษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
วัดผลประเมินผล
๑. วธิ กี ารประเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกหดั /ช้ินงาน
๒. เครือ่ งมอื ทีใ่ ชในการประเมนิ
- แบบการสงั เกตพฤติกรรม
- แบบประเมินผลงานนกั เรยี น
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรยี นผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผา นเกณฑก ารทาํ แบบฝก หัด/ช้ินงาน รอ ยละ ๗๕ – ๘๐