นทิ านอีสป เรอื่ ง
สงิ โตกับกระต่ายป่า
วนั หน่ึง สงิ โตออกไปลา่ เหย่ือในป่ า มนั เห็นกระต่ายป่ าตวั หนึ่งนอนหลับอยู่ จึงคิดจะ
จบั กินเป็นอาหาร และขณะนนั้ เองก็มีกวางตวั หน่ึงวิ่งผา่ นมาพอดี มนั จึงละสายตาจากเจ้า
กระต่ายป่ าแล้วรีบวง่ิ ตามกวางไปทนั ที เม่ือกวางได้ยินเสียงสงิ โตวง่ิ ตามมาก็ตกใจ เร่งฝีเท้า
อย่างไมค่ ิดชีวติ สดุ ท้ายสงิ โตก็วง่ิ ตามกวางไม่ทนั มนั จึงตดั สินใจว่งิ กลับไปหากระต่ายป่ า แต่
เมื่อมนั กลบั มาเจ้ากระต่ายป่าก็ไมอ่ ยทู่ ่ีเดิมเสียแล้ว สงิ โตได้แต่บน่ ด้ วยความเสียใจวา่ "ข้าไม่
น่าปล่อยเหย่ือท่อี ยู่ในมือแล้วไปว่ิงไล่เจ้ากวางน่ันเลย เพราะความโลภแท้ ๆ ในท่สี ุด
ข้ากไ็ ม่เหลืออะไรสักอย่าง"
นิทานเรอ่ื งนส้ี อนใหร้ ูว้ า่ : โลภมากมักลาภหาย
พุทธภาษิต : โลโภ โทโส จ โมโห จ ปุรสิ ํ ปาปเจตสํ หึสนฺติ อตฺตสมฺภตู า ตจสารวํ สมผฺ ลํ.
โลภะ โทสะ โมหะ เกิดจากตัวเอง ยอ่ มเบยี ดเบียนผู้มีใจช่วั ดจุ ขุยไผ่ฆา่ ต้นไผ่ฉะนั้น
นิทานอีสป เรอ่ื ง
คนมือเติบกับนกนางแอ่น
มีชายหน่มุ คนหน่ึงเป็นท่ีชื่นชมในหมู่เพื่อนกินวา่
เป็นคนมือเติบ เขาใช้จ่ายเงินทองท่ีได้มาอยา่ งสนิ ้ เปลอื ง
เพือ่ รักษาหน้าตาชื่อเสยี ง จนวนั หนงึ่ ต้นฤดูใบไม้ร่วง เขาก็
พบวา่ ตนเองไม่เหลอื เงินเลยแม้แตแ่ ดงเดียว รวมถึงไม่มี
ทรัพย์สนิ อื่นใดเว้นแตเ่ สอื ้ ผ้าที่เขาสวมใสอ่ ยู่
เขาต้องออกไปหาเพือ่ นเจ้าสาราญบางคนในเช้า
นนั้ และเขาก็คดิ จนหมดปัญญาวา่ ควรจะทาอยา่ งไรจงึ จะ
มีเงนิ ทองพอทจ่ี ะแตง่ ตวั ให้ดดู ไี ด้ ทนั ใดนนั้ ก็มีนกนางแอ่น
บินผา่ นมา มนั ร้องเพลงอยา่ งรื่นเริงเสยี จนชายหนมุ่ เข้าใจ
วา่ ฤดูร้อนมาถึงแล้ว เขาจึงรีบรุดไปหาพ่อค้าขายเสอื ้ ผ้า
จัดแจงถอดเสือ้ ผ้าทงั้ หมดที่ใส่อยู่เพื่อเปล่ียนเป็นชุดใน
หน้ าร้ อน
อีกไม่ก่ีวันถัดมา สภาพอากาศก็กลบั กลายเป็น
เหนบ็ หนาวแสนสาหสั ทงั้ เจ้านกนางแอ่นผ้นู ่าสงสารและ
ชายหนมุ่ ผ้โู งเ่ ขลาในชดุ อนั บางเบาเปลอื ยท่อนแขน จึงไม่
อาจเอาชีวติ รอดได้ด้วยร่างกายทห่ี นาวสนั่ งนั งก
นิทานเรอื่ งน้ีสอนใหร้ ูว้ า่ : นกนางแอ่นเพียงตัวเดียวไม่อาจบนั ดาลฤดรู อ้ นได้
พุทธภาษิต :
ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตตฺ ปรกิ ฺขยา ปญฺญาย จ อลาเกน วิตตฺ วาปิ น ชีวติ.
ถึงสิ้นทรพั ย์ ผ้มู ปี ญั ญาก็เป็นอยู่ได้ แต่อบั ปญั ญาแมม้ ีทรพั ย์ก็เปน็ อยไู่ ม่ได้
นิทานอีสป เรอ่ื ง
นกเค้าแมวผรู้ อบรู้
ณ ป่าแหง่ หน่ึง นกเค้าแมวเป็นสตั ว์ที่มีความฉลาดรอยรู้กวา่ นกตวั อน่ื ๆ ในป่า มนั จะ
คอยเป็นท่ีปรึกษาให้นกตวั อ่นื ๆ อยเู่ สมอ วนั หน่งึ นกเค้าแมวสงั เกตเุ หน็ ชายคนหนึ่ง ถือ
สงิ่ ของที่สามารถทาร้ายพวกนกทงั้ หลายได้เข้ามาในป่า มนั จงึ บนิ ไปเตือนพวกนกให้ระวงั ตวั
แต่กลบั ไมม่ ีใครเชื่อ หลงั จากนนั้ ไมน่ าน เร่ืองที่นกเค้าแมวเตือนกเ็ กิดขึน้ จริง เพราะวา่ สง่ิ ที่
ชายคนนนั้ นาตดิ มือมาด้วยก็คือปืนนนั่ เอง เขายิงนกตายไปหลายตวั สว่ นพวกนกท่ีรอดชีวติ
มาได้ต่างก็พากนั ยกย่องนบั ถือนกเค้าแมวท่ีมาเตือนพวกตนให้พ้นจากภยั ในครงั้ นีม้ าได้
นิทานเรอื่ งนีส้ อนใหร้ ูว้ า่ : จงฟงั คําเตือนของผมู้ ปี ระสบการณ์
พุทธภาษิต : อปฺปมตโฺ ต อโุ ภ อตเฺ ถ อธคิ คฺ ณหาติ ปณฺฑิโต
บัณฑติ ผู้ไมป่ ระมาท ยอ่ มได้รบั ประโยชน์ท้ังสอง
นทิ านอสี ป เรื่อง
นก สัตว์ป่ า และค้างคาว
เหลา่ คณะนกและสตั ว์ป่าประกาศสงครามระหวา่ งกนั โดยไม่มีทางทจ่ี ะประนีประนอมใดๆ ทงั้ สิน้ พวกมนั
ตอ่ ส้กู นั แบบตาตอ่ ตาฟันตอ่ ฟัน เลา่ ขานกนั วา่ การตอ่ ส้ปู ระหตั ประหารนบี ้ านปลายมาจากการทฝ่ี งู หา่ นถกู คม
เขยี ้ วของพวกหมาจิง้ จอก สว่ นพวกสตั ว์ป่าก็มีเหตผุ ลสมควรให้ตอ่ สู้ เม่ือนกอินทรีโฉบประตา่ ยป่าไปกินอยเู่ ป็นนจิ
และนกเค้าแมวก็เขมือบพวกหนอู ยทู่ กุ วีว่ นั
มนั เป็นการตอ่ ส้ทู ่ีแสนโหดเหยี ้ ม หนแู ละกระตา่ ยป่าล้มตายเป็นเบอื ไกแ่ ละหา่ นก็ร่วงกราวเป็นจานวน
มหาศาล อีกทงั้ ผ้ชู นะยงั มกั หยดุ เพ่อื ฉลองชยั อยเู่ สมอ
มีเพียงพวกค้างคาวเทา่ นนั้ ทไ่ี ม่เลอื กค้างอยา่ งเปิดเผย พวกมนั เป็นเผา่ พนั ธ์ุทีม่ ากเลห่ ์ เมื่อเหน็ วา่ นกเป็น
ฝ่ายได้เปรียบพวกมนั ก็ทาตวั เป็นนกทกุ กระเบียดนวิ ้ แตเ่ ม่ือสงครามพลกิ ข้าง พวกมนั ก็แปรพกั ตร์ไปเป็นสตั ว์ป่า
ได้ทนั ที
เมื่อสงครามสนิ ้ สดุ ลง ความประพฤติของค้างคาวก็ถกู นามาถกเถียงกนั ในที่ประชมุ สนั ติภาพ การหลวง
ลวงเชน่ นเี ้ป็นเร่ืองทอี่ ภยั ไมไ่ ด้ พวกนกและสตั ว์ป่าตดั สนิ ให้เนรเทศค้างคาวไป ตงั้ แตน่ นั้ เป็นต้นมา พวกค้างคาวก็
ต้องหลบซอ่ นตวั อยใู่ นหอคอยมือหรือซากปรักหกั พงั บินออกมาหากินได้เฉพาะในยามราตรีเทา่ นนั้
นิทานเร่ืองนีส้ อนให้รู้ว่า : คนโปป้ ดหลอกลวงไมม่ ีวนั มีเพ่ือนได้เลย
พุทธภาษิต : สโวหาเรน โสเจยยฺ เวทิตพพฺ . ความสะอาด พงึ รู้ได้ด้วยถ้อยคา
นิทานอสี ป เร่ือง
หมาป่ ากบั ลกู แกะ
เช้าตรู่วันหนึ่ง ลกู แกะหลงฝูงยืนดื่มนา้ อยู่บริเวณริมฝ่ังลาธารในป่ า ในเช้าวนั เดียวกันนนั้ เอง
หมาป่ าหิวโซก็ย่างกายลงมาจากต้นนา้ เพื่อลา่ เหยื่อ ไม่ช้าไม่นานมันก็เห็นเจ้าแกะน้ อยตวั นนั้ ตามกฎ
แหง่ หมาป่า มนั จะต้องเขมือบอาหารโอชะเช่นนไี ้ ม่ให้เหลอื แม้แตก่ ระดกู ทวา่ เจ้าลกู แกะช่างดไู ร้ทางส้อู ัก
ทงั้ ดไู ร้เดียงสาจนเจ้าหมาป่ารู้สกึ วา่ มนั สมควรต้องมีข้ออ้างเพอื่ ปลดิ ชีวิตมนั
"เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงย่าไปทัว้ ลาธารของข้าและกวนเอาโคลนขึน้ มา" มันตะโกนเกรีย้ ว
กราด "เจ้าสมควรต้องถกู ลงโทษอย่างหนักจากความคกึ คะนองของเจ้า"
"แต่...นายท่าน" เจ้าแกะผ้สู น่ั กลวั ตอบ "อย่าได้โกรธข้าเลย ถึงอย่างไรข้าก็กวนนา้ ท่ีท่าน
กาลังด่มื ให้ขุ่นไม่ได้หรอก อย่าลืมสิว่า ท่านอย่ตู ้นนา้ ส่วนข้าอยู่ปลายนา้ "
นทิ านอสี ป เร่ือง
หมาป่ ากับลูกแกะ
"เจ้าทาให้มันขุ่น!" หมาป่ าตะคอกใส่ "นอกจากนี้ ข้ายังได้ยินมาว่าเจ้ากุเร่ือง
โกหกเก่ียวกับตัวข้าเม่อื ปี กลาย"
"ข้าจะทาอย่างนัน้ ได้อย่างไร" เจ้าแกะอ้อนวอน "ข้าเพ่งิ เกิดปี นีเ้ อง"
"ถ้าหากไม่ใช่เจ้า ก็ต้องเป็ นพ่ชี ายของเจ้า"
"ข้าไม่มีพ่ชี าย"
"เอ่อ ถ้าอย่างนัน้ " เจ้าหมาป่ าคาราม "ก็ต้องเป็ นใครสักคนในครอบครัวของเจ้า
น่ันแหละ แต่ไม่ว่ามันจะเป็ นใคร ข้าก็ไม่ปรารถนาท่ีจะคุยกับอาหารเช้าของข้าอยู่
แล้ว"
เจ้าหมาป่าเลกิ พดู พร่าทาเพลง มนั จดั การขยา่้ แกะน้อยผ้นู ่าสงสารแล้วลากมนั เข้าป่าไป
นทิ านเร่ืองนีส้ อนให้รู้ว่า :
อนั ธพาลมกั หาข้ออ้างให้กบั การทาชวั่ ของตวั เองได้เสมอ พวกอธรรมยอ่ มไมฟ่ ังเหตผุ ลของผ้ไู ร้
ความผดิ
พทุ ธภาษติ ::
โจโร ยถา สนฺธฺมเุ ข คหีโต สกมฺมนุ า หญฺ ติ ปาปธมฺโม เอว ปชา เปจฺจ ปรมฺหิ โลเก สกมมฺ นุ า
หญฺ ติ ปาปธมโฺ ม.
โจรผ้มู ีความชวั่ ถกู เขาจบั ได้ซง่ึ หน้า ย่อมเดือดร้อนเพราะกรรม ของตนฉนั ใด ประชาผ้มู ีความชวั่
ละไปแล้ว ยอ่ มเดือดร้อน เพราะกรรมของตนในโลกหน้าฉนั นนั้
นิทานอีสป เร่ือง
ผึง้ ตัวต่อ และแตน
ในโพรงไม้แห่งหนึง่ เป็นท่ีกกั ตุนนา้ ผงึ ้
ซึ่งตัวต่อประกาศว่านา้ ผึง้ ทัง้ หมดเป็นของ
พวกมัน ฝ่ายผึง้ ก็มนั่ ใจว่าขุมทรัพย์เป็นของ
พวกมนั ต่างหาก การถกเถียงลกุ ลามใหญ่โต
จนดูเหมือนว่าเร่ื องราวไม่อาจยุติลง ได้ โดย
ปราศจากการส้รู บ ท้ายที่สดุ ด้วยความมีเหตุ
มีผลของทงั้ สองฝ่าย พวกมนั จึงตกลงว่าควร
มีผ้พู ิพากษาที่จะมาตัดสนิ ในเรื่องนีพ้ วกมนั
จึงนาความไปยื่นต่อแตน ซึ่งเป็นผู้คงความ
สนั ตใิ นป่าแถบนนั้
เม่ือผ้พู พิ ากษาเบกิ ความ ก็มีพยานมากมายให้การวา่ พวกมนั เห็นสตั ว์ท่ีมีปีกบนิ อย่แู ถวๆ โพรงไม้
ดงั กลา่ ว สง่ เสียงห่งึ ดงั ไปทวั่ พวกมนั มีลาตวั เป็นแถบลายสีเหลืองและดาเหมือนผงึ ้
ทนายฝ่ายตวั ต่อรีบยืนกรานทนั ทีวา่ คาอธิลายนีต้ รงกบั ลกั ษณะของลกู ความมนั
พยานหลกั ฐานที่วา่ ไมอ่ าจช่วยให้ผ้พู พิ ากษาแตนตดั สนิ ความได้ มนั จึงเล่ือนการพิจารณา
ของศาลออกไปอีกหกสปั ดาห์เพ่ือขอเวลาคิดให้รอบคอบ เมื่อถึงเวลาพิจารณาคดีอีกครัง้ ทงั้ สอง
ฝ่ายตา่ งมีพยานเพิ่มขึน้ อีกมากมาย มดตวั หน่ึงยืนขึน้ ให้การเป็นตวั แรก และกาลงั จะถกู ซกั ค้าน
เม่ือผงึ ้ ชราผ้หู ลกั แหลมแสดงตนต่อหน้าศาล
นทิ านอีสป เร่ือง
ผึง้ ตวั ต่อ และแตน
"ข้าแต่ศาลท่เี คารพ" มนั เอย่ ขึน้ "คดนี ีถ้ ูกเล่ือนมาหกสัปดาห์แล้ว หากเร็วๆ นีย้ ังไม่มี
การตัดสิน นา้ ผงึ้ กค็ งจะเอาไปทาอะไรไม่ได้ ข้าจงึ ขอเสนอว่า จงมอบหมายให้ทงั้ ผงึ้
และต่อสร้างรวงผงึ้ ขนึ้ มา แล้วเรากจ็ ะได้เหน็ กันในไม่ช้าว่านา้ ผงึ้ นีเ้ ป็ นของใครกัน
แน่"
พวกตวั ต่อประท้วงกนั เสยี งดงั ผ้พู พิ ากษาแตนผ้ชู าญฉลาดเข้าใจในพริบตาวา่ ทาไม
พวกมนั จึงประท้วงเชน่ นนั้ เป็นเพราะพวกมนั รู้ดีวา่ ไม่อาจสร้างรวงผงึ ้ และใส่นา้ ผงึ ้ เข้าไปใน
นนั้ ได้
"ชัดเจนแล้วว่า ใครท่สี ร้างรวงผงึ้ และใครไม่อาจทาได้ สรุปว่านา้ ผงึ้ เป็ นของ
พวกผงึ้ " ผ้พู พิ ากษากลา่ ว
นิทานเร่ืองนีส้ อนให้รู้ว่า : ความสามารถพสิ จู น์ได้ด้วยการกระทา
พทุ ธภาษติ : อฏุ ฺ ฐาตา กมฺมเธยฺเยสุ อปปฺ มตฺโต วจิ กฺขโณ
สสุ วหิ ิตกมฺมนฺโต ส ราชวสตึ วเส.
ผ้หู มน่ั ในการงาน ไมป่ ระมาท เป็นผ้รู อบคอบ จดั การงานเรียบร้อย. จงึ ควรอย่ใู นราชการ
นิทานอีสป เรอื่ ง
เด็กชาวไรก่ ับหอยทาก
เด็กชาวไร่คนหนึ่งเดินหาหอยทาก
ตามป่ า เพื่อนามายา่ งกินเป็นอาหาร เขา
จบั หอยทากได้ตัวหนึ่ง เขาจึงก่อไฟเพ่ือ
ย่างมนั หลงั จากที่ย่างไปได้ไมน่ านเขาก็
ได้ ยินเสียงล้ อเลียน เปลวไฟจากเปลือ ก
หอยที่กาลังถูกย่างอยู่ "เปรี๊ยะ เปร๊ียะ
เปรี๊ยะ" เด็กชายจึงพดู ว่า "เจ้าน่ีมันแย่
จริงๆ เปลือกท่ีเปรียบเสมือนบ้ าน
ของเจ้ากาลังถูกเผาอยู่แท้ๆ แต่เจ้า
กลับมาเล่นสนุกอย่ไู ด้"
นิทานเร่ืองนีส้ อนให้รู้ว่า : การจะทาส่ิงใดควรคานึงถงึ กาลเทศะด้วย
พุทธภาษติ : รกฺเขยฺยานาคต ภย. พงึ ปอ้ งกนั ภยั ท่ยี งั มาไมถ่ ึง
นทิ านอีสป เรอ่ื ง
นกเค้าแมวกับแมวและหนู
นกเค้าแมวตวั หนึง่ ได้รับบาดเจ็บขาหกั ไมไ่ ด้ออกจากบ้านไปไหนมาหลายวนั แล้ว
มนั จึงอ้อนวอนให้แมวพามนั ออกไปเดินเลน่ ข้างนอก แมวก็เต็มใจชว่ ยและแบกมนั เดิน
มาเร่ือยๆ จนถึงบ้านของหนู เมื่อหนไู ด้ยนิ เสยี งก็ออกมาดแู ล้วถามวา่ "เจ้าทงั้ สองมาทา
อะไรกันท่ีน่ีหรือ" แมวตอบว่า "นกเค้าแมวอยากพบเจ้า ข้าก็เลยพามา" หนรู ู้ว่า
พวกมนั มีเจตนาท่ีไม่ดีแน่ จงึ ตอบไปวา่ "เจ้าแมว เจ้ารู้หรือไม่ว่า เจ้าไม่เพียงแต่จะ
นาความโชคร้ายมาสู่ข้าเท่านัน้ แต่เจ้าอาจจะนาความหายนะไปสู่ลูกๆ ของเจ้า
อีกด้วย"
นิทานเร่ืองนีส้ อนให้รู้ว่า : คบคนชว่ั มแี ตจ่ ะนาความวบิ ตั ิมาสตู่ นและคนรอบข้าง
พุทธภาษติ : น สงคฺ โม ปาปชเนน เสยฺโย. สมาคมกบั คนชว่ั ไมด่ เี ลย