ค่มู อื ปฐมนเิ ทศฝา่ ยการพยาบาล
โรงพยาบาลราชเวชเชยี งใหม่
1
ค่มู อื ปฐมนเิ ทศฝา่ ยการพยาบาล
โรงพยาบาลราชเวชเชยี งใหม่
2
3
3
บทบาทหนา้ ที่
1. เป็นที่ปรึกษาและให้ข้อเสนอแนะแก่องค์กรบริหารสูงสุดและทีมบริหารของโรงพยาบาลในเรื่องที่
เก่ยี วกบั บริการพยาบาล
2. ประสานงานกิจกรรมและนโยบายของงานบริการพยาบาลรวมทั้งการประสานงานกับหน่วยงาน หรือ
คณะกรรมการอน่ื ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง เพอื่ ใหส้ ามารถดำเนนิ งานได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
3. ดูแลส่งเสริมอำนวยความสะดวกและควบคุมกำกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาล ทุก
คน ให้มีหลักประกันว่ามีการปฏิบัติงานอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมาย
วิชาชพี
4. กำหนดคุณสมบตั ิบคุ ลากรทางการพยาบาลแตล่ ะระดับเพอื่ เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกบคุ คลเข้าทำงาน
5. กำหนดบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ ของเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาล ทั้งด้านการบริหาร บริการ
และวิชาการ ใหส้ อดคลอ้ งกับปรัชญาวิชาชีพ และภาระหนา้ ทใี่ นทีมงาน
6. จัดระบบการตดิ ตามและประเมินคุณภาพภายในแผนก/สาขา/หน่วยงานยอ่ ย
7. กำหนดหลักการ/วิธีการในการส่งเสริม สนับสนุนสมรรถนะ ในการพึ่งและดูแลตนเอง ด้านสุขภาพ
อนามยั แก่ผรู้ ับบริการ ท้งั ขณะท่ีอยู่ในโรงพยาบาล และเม่ือกลับไปดารงชวี ติ ที่บ้าน
บทบาทหนา้ ท่ีของผ้นู ำทีมการพยาบาลทกุ ระดับ
1. การบริหารหน่วยงานจัดระบบงานจัดทำแผนพัฒนาเจ้าหน้าที่ประสานงานวางระบบประเมิน และ
พฒั นาคณุ ภาพการบรกิ าร ประเมินผลการปฏบิ ัตงิ านของเจ้าหนา้ ทท่ี างการพยาบาล
2. นิเทศ ติดตาม สนับสนุน และเป็นที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยงในการนำกระบวนการพยาบาล มาใช้ในการ
พยาบาลแบบองคร์ วมไดอ้ ย่างมีคณุ ภาพ
คณุ ลกั ษณะและทักษะทีต่ ้องการ (Job Spection )
ระดับหวั หนา้ งานฝา่ ยพยาบาล
1. มีทักษะความสามารถ ความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารการพยาบาล ผ่านการอบรมหลักสูตรท่ี
เกี่ยวข้องกับการบริหารการพยาบาล หรือมีประสบการณ์ทางการบริหารพยาบาลไม่น้อยกว่า 5 ปีข้ึน
ไป
2. มีความรู้ ความสามารถในการบริหารการพยาบาลใหบ้ รรลุตามพนั ธกิจและนโยบายที่กำหนด
3. มีความสามารถดา้ นการศกึ ษา ค้นควา้ วจิ ัย โดยแสวงหาความรูใ้ หม่ ๆ เพ่ือพัฒนางาน
4. มภี าวะผนู้ ำ และมมี นุษยสัมพันธท์ ่ดี ี
5. มคี วามสามารถในการบรหิ ารจดั การโดยม่งุ ผลสัมฤทธ์ิ
4
6. เข้าใจและใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมกับงาน
7. มบี ุคลกิ ภาพทเ่ี หมาะสมด้านการแต่งกาย อารมณ์ จิตใจ
8. มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณในวิชาชีพ
9. มคี วามสามารถในการคดิ วิเคราะห์ ใช้วจิ ารณญาณและตัดสนิ ใจในการแก้ปญั หาได้
หัวหน้างาน
1. มีทักษะความสามารถเชยี่ วชาญในการปฏิบัติการพยาบาลในงานทรี่ บั ผดิ ชอบ
2. เป็นพยาบาลวิชาชีพที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลที่ยังไม่หมดอายุ มีประสบการณ์
ทางการพยาบาลไม่น้อยกว่า 5 ปีข้ึนไป
3. มีความรู้ความสามารถในการบริหารงานในในระดับกลุ่มงานที่ได้รับผิดชอบให้บรรลุตามพันธกิจและ
นโยบายที่กำหนด
4. มีภาวะผนู้ ำ มีความสามารถในการบริหารโดยมุ่งผลสัมฤทธ์ิ
5. เขา้ ใจและใชเ้ ทคโนโลยีท่ีเหมาะสมกบั งาน
6. มีบคุ ลิกภาพทเ่ี หมาะสมด้านการแต่งกายอารมณแ์ ละจติ ใจ
7. มีคณุ ธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ
8. มคี วามรูใ้ นด้านการวิจัยโดยแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ เพื่อพฒั นางาน
9. มมี นุษยส์ ัมพันธ์ท่ีดี
หัวหน้าแผนก/หวั หนา้ หน่วย
1. มีทักษะความสามารถเชยี่ วชาญในการปฏบิ ัตกิ ารพยาบาลในงานท่รี บั ผิดชอบ
2. เป็นพยาบาลวิชาชีพที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลที่ยังไม่หมดอายุ มีประสบการณ์
ทางการพยาบาลไม่น้อยกว่า 5 ปีขน้ึ ไป
3. มีความรู้ความสามารถในการบริหารงานในหน่วยงาน/หอผู้ป่วยที่รับผิดชอบให้บรรลุตามพันธกิจและ
นโยบายทก่ี ำหนด
4. มีภาวะผ้นู ำ มคี วามสามารถในการบรหิ ารโดยมุง่ ผลสัมฤทธิ์
5. มบี ุคลกิ ภาพที่เหมาะสมดา้ นการแต่งกาย อารมณ์ และจิตใจ
6. มคี ณุ ธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวชิ าชีพ
7. มคี วามรูใ้ นดา้ นการวจิ ยั โดยแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ เพื่อพฒั นางาน
8. มีมนุษย์สมั พนั ธ์ทด่ี ี
5
คณุ ลักษณะงานของบุคลากรฝ่ายการพยาบาล
หวั หน้าฝ่ายการพยาบาล
สรุปลักษณะงาน (Summary Position) : ผู้นำ ผู้กำหนดยุทธศาสตร์ ผู้ควบคุมงานที่มีผลกระทบ
ต่อภารกิจหลักขององค์กร กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย กลยุทธ์ งบประมาณ วางแผน ระยะยาวที่
ตอบสนองต่อสถานการณ์ภายใน และภายนอกองค์กร ควบคุมกำกับมาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐาน จริยธรรม และ
จรรยาบรรณวิชาชพี ของบคุ ลกรทางการพยาบาล เป็นทีป่ รึกษาดา้ นการบรหิ ารจัดการและ การพัฒนาคุณภาพ
หน้าทีร่ บั ผิดชอบหลักด้านการปฏิบตั ิการ
1. กำหนดแนวทางการปฏิบัติการดูแลระบบการติดตามผลการพยาบาลของหน่วยงานในองค์กร พยาบาล
เพ่อื ให้บรกิ ารพยาบาลตอบสนองความตอ้ งการของผู้รบั บริการเป็นสำคัญ
2. ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลของทุกหน่วยงานในความรับผิดชอบของฝ่ายการพยาบาลเพื่อเป็นแนว ทางการ
ตดั สินใจบริหารจดั การระบบบริการของฝา่ ยการพยาบาลให้มคี ุณภาพ และความทนั สมัย
3. ศึกษาวิเคราะห์พยากรณ์แนวโน้มของสถานการณ์ต่าง ๆที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบบริการ พยาบาล
เพอื่ การวินจิ ฉยั ตัดสนิ ใจแกไ้ ขปญั หาต่าง ๆ ภายในฝ่ายการพยาบาล
4. เชื่อมโยงข้อมูลของฝ่ายการพยาบาลกับสารสนเทศของโรงพยาบาลเพื่อพัฒนาคุณภาพของระบบ
บรกิ ารรกั ษาพยาบาลของฝ่ายการพยาบาล
ด้านการบริหารและกำกบั ดูแล (Management and Supervisory)
1. กำหนดทิศทางและนโยบายการบริหารบริการพยาบาลของฝ่ายการพยาบาลโดยใช้ความรู้เชิง บูรณา
การ เพื่อให้บริการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐานจริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
ตองสนองความตอ้ งการของผู้รับบริการ นโยบายของโรงพยาบาลและกระทรวงสาธารณสขุ
2. กำหนดผลสัมฤทธิ์ทั้งด้านผลผลิตและผลลัพธ์การดำเนินงานของฝ่ายการพยาบาล เพื่อเป็นแนว
ทางการดำเนินงานของหน่วยงานในกำกับของฝ่ายการพยาบาล ให้ปฏิบัติงานได้อย่างตรงตาม
วตั ถปุ ระสงค์ และมีประสทิ ธภิ าพสูงสดุ
3. กำหนดระบบการบริหารผลงาน (Performance Management) เพ่อื จำแนกความแตกต่างและ จัดลา
ดับผลการปฏิบัติงานของบุคลากรในฝ่ายการพยาบาล บนพื้นฐานของความถูกต้อง โปร่งใส และเป็น
ธรรม
4. ควบคุม กำกับการบริหารการบริการพยาบาลของทุกหน่วยงานอย่างมีเอกสิทธิ์เพื่อให้การ ดำเนินงาน
ของทุกหน่วยงานในฝา่ ยการพยาบาลชว่ ยใหบ้ รรลุตามเปา้ หมายทก่ี ำหนด
5. เจรจาต่อรองและจัดการกับความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่อให้เกิดความร่วมมือใน การ
ดำเนินงาน และรักษาสทิ ธปิ ระโยชนข์ องบคุ ลการในองค์กรและวิชาชีพ
6
ดา้ นวางแผน (Planning)
1. จัดทำแผนกลยุทธ์ และกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลของกลุ่มการ พยาบาล
ที่สอดคล้องกับทิศทางและเป้าหมายของโรงพยาบาล องค์กรวิชาชีพ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจที่
กำหนด
2. วางแผนงานและจัดการเชิงกลยุทธ์ประจำปี เพื่อให้การรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานตอบสนองความ
ต้องการของผู้รับบรกิ ารอย่างตอ่ เนือ่ ง และบรรลุผลลัพธ์ที่พงึ ประสงค์
3. บริหารทรัพยากรบุคคล(Human Resources Management)ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพท่ี
เหมาะสม เพือ่ ให้สอดคลอ้ งกบั ภารกิจของโรงพยาบาลและฝา่ ยการพยาบาลท้ังในปจั จุบันและอนาคต
ด้านการประสานงาน (Communication and Cooperation)
1. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและ
ข้อมูลต่าง ๆ หรือเสนอแนวทางหรือโครงการขอรับความช่วยเหลือและสนับสนุนโครงการต่าง ๆ
ทางด้านการ พยาบาล
2. เป็นตัวแทนของฝ่ายการพยาบาลในการประชุมคณะกรรมการต่าง ๆระดับโรงพยาบาลจังหวัด และ/
หรือประเทศเพอ่ื ใหข้ ้อมูล เสนอความคดิ เห็น และประสานงานในประเด็นต่าง ๆเกย่ี วกับการพยาบาล
3. มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลเพื่อให้แผนกลยุทธ์ของฝ่ายการพยาบาล เป็น
ส่วนหนงึ่ ของแผนยุทธศาสตรข์ องโรงพยาบาล
4. มีส่วนร่วมในกิจกรรมการตลาด(Marketing)ของหน่วยงาน/โรงพยาบาลเพื่อแสวงหาวิธีเพิ่ม ผลผลิต
(Productivity) โดยรวมขององคก์ ร
5. พัฒนาระบบการสื่อสารและและประสานงานระหว่างบุคคลผู้รับบริการวิชาชีพและหน่วยงานท้ัง
ภายในและภายนอกฝ่ายการพยาบาล/โรงพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการ
ดำเนนิ งานใหบ้ รรลุผลสำเรจ็ ตามเปา้ หมาย ตอบสนองความต้องการของผู้รับบรกิ าร
6. สนับสนุนการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างบุคคลของฝ่ายการพยาบาลกับสหวิชาชีพและ ผู้รับบริการ
เพื่อให้เกดิ ความพึงพอใจสงู สดุ
7. สร้างและ/หรือมีส่วนร่วมในเครือข่ายคุณภาพการพยาบาลเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กร
พยาบาล
8. แสวงหาและแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในและภายนอกเครือข่ายเพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาBest
Practice ของฝา่ ยการพยาบาล
7
ด้านการบริการ (Service)
1. จัดทำและ/หรือสนับสนุนการผลิตนวตกรรม/สร้างสรรค์งานวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และหา คา
ตอบในการแกไ้ ขปัญหาการทำงานของฝ่ายการพยาบาล
2. สอน เป็นที่ปรึกษา และให้คำแนะนำด้านวิชาการแก่เจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนา
ปรับปรุงและประยุกต์ใช้ความรู้ทางการพยาบาล เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถให้บุคคลดังกล่าว
สามารถ ปฏิบตั ิงานได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพมากขึ้น
3. ให้คำแนะนำหรือตอบข้อหารือทางการพยาบาลแก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นท่ี
ต้องการความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการพยาบาล แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้
บุคคลหรือหน่วยงานดังกล่าวมีความรู้ความเข้าใจเพียงพอ สำหรับการจัดการกับปัญหาและ/หรือความ
ขดั แยง้ ในการปฏิบตั งิ าน
ระดบั การตัดสินใจ
1. มเี อกสิทธิใ์ นการบริหารจดั การภายในฝา่ ยการพยาบาล
2. มีอำนาจตัดสินใจในการบรหิ ารจดั การเพือ่ บรรลผุ ลสำเร็จทางยุทธศาสตร์ของฝ่ายการพยาบาล
3. มีอำนาจตดั สนิ ใจในการจดั สรรทรพั ยากรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร
4. ตัดสินใจปรับเปลี่ยนเป้าหมายกลยุทธ์และวัตถุประสงค์ขององค์กรให้เป็นนโยบายและโครงการที่
ชดั เจน/ เหมาะสม เพื่อนำไปสกู่ ารปฏิบัติ
หัวหนา้ งานการพยาบาล
สรุปลักษณะงาน (Summary Position) : ผู้นำ ผู้ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ ผู้ควบคุมงานที่มี
ผลกระทบต่อภารกิจหลักขององค์กร กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย กลยุทธ์ งบประมาณ วางแผน ระยะยาว
ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ภายใน และภายนอกองค์กร ควบคุมกำกับมาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐาน จริยธรรม และ
จรรยาบรรณวิชาชีพของบุคลกรทางการพยาบาล เป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการและ การพัฒนาคุณภาพ
ระดับฝ่ายการพยาบาล
ดา้ นการบรหิ ารและกำกบั ดแู ล (Management and Supervisory)
1. กำหนดทิศทางและนโยบายการบริหารบริการพยาบาลของฝ่ายการพยาบาลโดยใช้ความรู้เชิง บูรณา
การ เพื่อให้บริการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐานจริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
ตองสนองความต้องการของผรู้ บั บรกิ าร นโยบายของโรงพยาบาลและกระทรวงสาธารณสุข
8
2. กำหนดผลสัมฤทธิ์ทั้งด้านผลผลิตและผลลัพธ์การดำเนินงานของฝ่ายการพยาบาล เพื่อเป็นแนว
ทางการดำเนินงานของหน่วยงานในกำกับของฝ่ายการพยาบาล ให้ปฏิบัติงานได้อย่างตรงตาม
วตั ถุประสงค์ และมปี ระสทิ ธภิ าพสงู สดุ
3. กำหนดระบบการบรหิ ารผลงาน (Performance Management) เพอ่ื จำแนกความแตกต่างและ จดั ลา
ดับผลการปฏิบัติงานของบุคลากรในฝ่ายการพยาบาล บนพื้นฐานของความถูกต้อง โปร่งใส และเป็น
ธรรม
4. ควบคุม กำกับการบริหารการบริการพยาบาลของทุกหน่วยงานอย่างมีเอกสิทธิ์เพื่อให้การ ดำเนินงาน
ของทุกหน่วยงานในฝ่ายการพยาบาลช่วยใหบ้ รรลตุ ามเปา้ หมายทกี่ ำหนด
5. เจรจาต่อรองและจัดการกับความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการ
ดำเนนิ งาน และรักษาสทิ ธิประโยชนข์ องบคุ ลการในองคก์ รและวิชาชีพ
หน้าที่รบั ผิดชอบหลักด้านการปฏิบตั กิ าร
1. ร่วมกำหนดเป้าหมาย ขอบเขตบริการพยาบาล ให้สอดคล้องตามภารกิจหลักหรือจุดเน้นของสาขาการ
พยาบาลที่รับผิดชอบ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดผลลัพธ์สูงสุด ตอบสนองความต้องการของ
ผรู้ ับบรกิ าร
2. พัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลในสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบเพื่อให้เป็นไปตามเข็มมุ่งและ
เปา้ หมายของฝา่ ยการพยาบาล
3. ให้การพยาบาลและ/หรือเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการจัดบริการพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะสาขาที่ต้องใช้
ประสบการณด์ ้านวชิ าชพี เพือ่ ให้การรักษาพยาบาลทถี่ กู ตอ้ งเหมาะสมต่อผ้ปู ว่ ย
4. กำหนดมาตรฐาน/แนวทางในการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบให้
เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์และความต้องการของผู้รับบริการ เพื่อให้บุคลากรใน
หนว่ ยงานปฏิบตั กิ ารพยาบาลทถ่ี กู ต้องและมีคณุ ภาพ
5. ศึกษา วิเคราะห์ปัญหา สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกสาขาการพยาบาลที่
รับผดิ ชอบ เพือ่ การวินิจฉยั แก้ไขและปอ้ งกันปญั หาต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ทนั เวลา
6. ศึกษา วิจัย หาความรู้ หรือคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการพยาบาล เพื่อนามา ประยุกต์ใช้
ในการจัดบริการรักษาพยาบาลให้สอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงานของสาขาการพยาบาลที่
รบั ผดิ ชอบใหม้ ปี ระสิทธภิ าพสูงสดุ ทง้ั ยงั ยกมาตรฐานการรักษา พยาบาลของหนว่ ยงานใหส้ งู ข้ึน
7. ประเมินผลการนำความรู้สู่การปฏิบัติของสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบ เพื่อพัฒนาปรับปรุง คุณภาพ
การพยาบาลตามแบบแผนการพฒั นาคุณภาพของสาขาฯ
9
8. กำหนดตัวชี้วัดคุณภาพการพยาบาลของสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบเพื่อใช้ในการประเมินและ
วิเคราะห์คุณภาพการพยาบาลตามที่เป็นจุดเน้นของหน่วยงาน รวมถึงการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพ
การ พยาบาลของสาขาการพยาบาลท่ีรบั ผิดชอบ
ด้านบรกิ ารและกำกับดแู ล (Management and Supervisory)
1. นำนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานบริหารบริการพยาบาลของฝ่ายการพยาบาลสู่การปฏิบัติในสาขา
การพยาบาลที่รับผิดชอบ เพื่อให้หน่วยงานสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง เกิดผลลัพธ์ด้านการ
รกั ษาพยาบาลตามมาตรฐานที่ฝา่ ยการพยาบาลกำหนด
2. วิเคราะห์ประสิทธิภาพของการบริหารและการพัฒนาคุณภาพบริการในภาพรวมของสาขาการ
พยาบาลที่รับผิดชอบ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนา การจัดการกระจายทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและ
การ วางแผนปรบั ปรงุ ประสทิ ธภิ าพของระบบบรกิ ารรักษาพยาบาล
3. ประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร(Performance evaluation)ในภาพรวมของสาขาการพยาบาล
ที่รับผิดชอบ เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดแผนพัฒนาบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
4. นิเทศ ติดตาม ควบคุมกำกับและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนของหน่วยงานในสาขาการ
พยาบาลที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งระบุปัญหาที่เกิดขึ้นในการบริการพยาบาลแนวทางการแก้ไขปัญหา
เพ่อื ให้ การดำเนนิ งานบรรลุตามวัตถปุ ระสงค์ที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพสงู สุด
ด้านวางแผน (Planning)
1. จัดทำแผนปฏิบัติการของสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบทั้งด้านบริหาร บริการ และการพัฒนา
คณุ ภาพ เพอ่ื ให้สอดคลอ้ งกบั แผนยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนปฏิบตั ิการของฝ่ายการพยาบาล
2. วางแผนการศึกษา/ฝึกอบรมในคลินิก/ชุมชนแก่นักศึกษาหลักสูตรการพยาบาลและผดุงครรภ์ตาม
ภารกิจของหน่วยงาน เพื่อให้การเรียนการสอนดังกล่าวมีความสมบูรณ์ ถูกต้อง และได้นักศึกษาที่มี
คุณภาพ เหมาะสมกับการปฏิบัติงานพยาบาล
3. รวบรวมผลการดำเนินงานของสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบ เพื่อเป็นข้อมูลนาเข้าและให้ข้อเสนอ ท่ี
เปน็ ประโยชน์ในการจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนกลยทุ ธข์ องฝ่ายการพยาบาล
ดา้ นการประสานงาน (Communication and Cooperation)
1. เป็นตัวแทนของสาขาการพยาบาลในการประชุมคณะกรรมการต่าง ๆในโรงพยาบาลและระดับจังหวัด
เพ่อื ให้ข้อมลู และเสนอความคิดเหน็ หารอื และประสานงานในประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกบั การพยาบาล
10
2. ร่วมประชุมในการกำหนดนโยบายและแผนงานของฝ่ายการพยาบาลและโรงพยาบาล เพื่อ เสนอแนะ
และกำหนดแนวทางปฏิบัติงานด้านการพยาบาลที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ หน่วยงาน
และตามนโยบายรัฐ
3. ดำเนินการประสานงานภายในสาขาการพยาบาลและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การ ปฏิบัติงาน
บรรลผุ ลสำเรจ็ ตามเป้าหมาย
4. สื่อสารความคาดหวังของฝ่ายการพยาบาลที่มีต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรของสาขาพยาบาลท่ี
รับผิดชอบ เพื่อช่วยให้บุคลากรสามารระบุความสำคัญของเป้าหมายของฝ่ายการพยาบาลและวางแผน
ดำเนนิ งานใหบ้ รรลุเป้าหมาย
5. เจรจาต่อรองแก้ไขและประสานความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานในสาขาและองค์กร
เพอื่ ใหเ้ กิดความร่วมมอื ในการดำเนนิ งาน และรักษาสิทธิประโยชนข์ องบุคลากรในองคก์ รและวชิ าชีพ
6. สร้างและหรือมีส่วนร่วมในการดำเนินการในเครือข่ายคุณภาพการพยาบาลสาขาการพยาบาลท่ี
รบั ผดิ ชอบ เพือ่ การแลกเปลีย่ นเรยี นรู้
ดา้ นการบริการวิชาการ (Service)
1. สนับสนุนบุคลากรในสาขาที่รับผิดชอบผลิตนวตกรรมและ/หรืองานวิจัยทางการพยาบาลเพื่อ ปรับปรุง
คณุ ภาพการพยาบาลของหน่วยงานในสาขาการพยาบาลท่ีรบั ผดิ ชอบ
2. เป็นวิทยากรให้การฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลที่
ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถให้บุคคลดังกล่าว สามารถ
ปฏิบตั งิ านได้ อยา่ งมีประสิทธิภาพมากขนึ้
3. ให้คำแนะนำหรือตอบข้อหารือทางการพยาบาล แก่บุคลากรภายในหน่วยงานหรือหน่วยงานที่
เกี่ยวข้องในประเด็นที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานในความรับผิดชอบรู้
ความเข้าใจเพยี งพอเกีย่ วกับเรื่องท่ีเปน็ ปัญหา
4. เป็นที่ปรึกษาการจัดรูปแบบบริการของหน่วยงานให้สอดคล้องตามภารกิจหลักของสาขาการ พยาบาล
ท่รี บั ผิดชอบ เพ่อื ใหก้ ารจัดบริการรักษาพยาบาลท่ตี อบสนองความต้องการของผ้รู ับบรกิ าร
ระดบั การตดั สินใจ
1. ตัดสนิ ใจภายใต้ขอบเขตและแนวทางท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
2. พฒั นาระบบงานจดั สรรทรพั ยากรตามงบประมาณที่ได้รับ
3. มีบทบาทในการแกป้ ญั หาเพอ่ื รักษาผลประโยชน์ขององค์กร
4. ประเมนิ ผลงานจากการกาหนเป้าหมายงานและผลงานท่ไี ดร้ ับจรงิ
11
หัวหนา้ แผนก/หัวหน้าหนว่ ย
สรุปลักษณะงาน (Summary Position) ควบคุมงานที่มีผลกระทบต่อภารกิจหลักขององค์กร
ภายใต้วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย กลยุทธ์ งบประมาณ วางแผน ระยะยาวที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ภายใน
และภายนอกองค์กร ควบคุมกำกับมาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐาน จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพของบุคลกร
ทางการพยาบาล เป็นทีป่ รึกษาดา้ นการบรหิ ารจดั การและ การพัฒนาคณุ ภาพ ในระดบั หน่วยงาน
หน้าท่ีรับผิดชอบหลกั ด้านการปฏิบัติการ
1. ควบคุมการบริการพยาบาล ให้สอดคล้องตามภารกิจหลักหรือจุดเน้นของสาขาการพยาบาลที่
รับผิดชอบ เพือ่ ใหเ้ กดิ การเปลีย่ นแปลงและเกดิ ผลลัพธ์สูงสุด ตอบสนองความต้องการของ ผ้รู บั บรกิ าร
2. พัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลในสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบเพื่อให้เป็นไปตามเข็มมุ่งและ
เป้าหมายของฝ่ายการพยาบาล
3. ให้การพยาบาลและ/หรือเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการจัดบริการพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะสาขาที่ต้องใช้
ประสบการณ์ดา้ นวิชาชพี เพอื่ ใหก้ ารรกั ษาพยาบาลทถ่ี ูกต้องเหมาะสมตอ่ ผู้ป่วย
4. กำหนดมาตรฐาน/แนวทางในการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบให้
เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์และความต้องการของผู้รับบริการ เพื่อให้บุคลากรใน
หนว่ ยงานปฏบิ ัติการพยาบาลทีถ่ กู ตอ้ งและมคี ุณภาพ
5. ศึกษา วิเคราะห์ปัญหา สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกสาขาการพยาบาลท่ี
รบั ผดิ ชอบ เพอื่ การวินจิ ฉัย แกไ้ ขและปอ้ งกันปญั หาตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม ทนั เวลา
6. ศึกษา วิจัย หาความรู้ หรือคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการพยาบาล เพื่อนามา ประยุกต์ใช้
ในการจัดบริการรักษาพยาบาลให้สอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงานของสาขาการพยาบาลท่ี
รับผิดชอบใหม้ ปี ระสิทธภิ าพสงู สุด ทง้ั ยงั ยกมาตรฐานการรกั ษา พยาบาลของหน่วยงานใหส้ งู ข้ึน
7. ประเมินผลการนำความรู้สู่การปฏิบัติของสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบ เพื่อพัฒนาปรับปรุง คุณภาพ
การพยาบาลตามแบบแผนการพฒั นาคณุ ภาพของสาขาฯ
8. กำหนดตัวชี้วัดคุณภาพการพยาบาลของสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบเพื่อใช้ในการประเมินและ
วิเคราะห์คุณภาพการพยาบาลตามที่เป็นจุดเน้นของหน่วยงาน รวมถึงการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพ
การ พยาบาลของสาขาการพยาบาลทีร่ บั ผดิ ชอบ
ดา้ นบรกิ ารและกำกับดแู ล (Management and Supervisory)
1. นำนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานบริหารบริการพยาบาลของฝ่ายการพยาบาลสู่การปฏิบัติในสาขา
การพยาบาลที่รับผิดชอบ เพื่อให้หน่วยงานสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง เกิดผลลัพธ์ด้านการ
รักษาพยาบาลตามมาตรฐานท่ฝี า่ ยการพยาบาลกำหนด
12
2. วิเคราะห์ประสิทธิภาพของการบริหารและการพัฒนาคุณภาพบริการในภาพรวมของสาขาการ
พยาบาลที่รับผิดชอบ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนา การจัดการกระจายทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและ
การ วางแผนปรบั ปรุงประสิทธภิ าพของระบบบรกิ ารรักษาพยาบาล
3. ประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร(Performance evaluation)ในภาพรวมของสาขาการพยาบาล
ที่รับผิดชอบ เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดแผนพัฒนาบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
4. นิเทศ ติดตาม ควบคุมกำกับและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนของหน่วยงานในสาขาการ
พยาบาลที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งระบุปัญหาที่เกิดขึ้นในการบริการพยาบาลแนวทางการแก้ไขปัญหา
เพ่ือให้ การดำเนนิ งานบรรลุตามวัตถปุ ระสงคท์ ก่ี ำหนดอย่างมีประสทิ ธิภาพสงู สุด
ด้านวางแผน (Planning)
1. จัดทำแผนปฏิบัติการของสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบทั้งด้านบริหาร บริการ และการพัฒนา
คณุ ภาพ เพื่อให้สอดคลอ้ งกับแผนยุทธศาสตรแ์ ละแผนปฏบิ ตั กิ ารของฝา่ ยการพยาบาล
2. วางแผนการศึกษา/ฝึกอบรมในคลินิก/ชุมชนแก่นักศึกษาหลักสูตรการพยาบาลและผดุงครรภ์ตาม
ภารกิจของหน่วยงาน เพื่อให้การเรียนการสอนดังกล่าวมีความสมบูรณ์ ถูกต้อง และได้นักศึกษาที่มี
คณุ ภาพ เหมาะสมกับการปฏิบัตงิ านพยาบาล
3. รวบรวมผลการดำเนินงานของสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบ เพื่อเป็นข้อมูลนาเข้าและให้ข้อเสนอ ที่
เปน็ ประโยชนใ์ นการจดั ทำแผนปฏิบตั กิ ารและแผนกลยทุ ธข์ องฝ่ายการพยาบาล
ด้านการประสานงาน (Communication and Cooperation)
1. เป็นตัวแทนของสาขาการพยาบาลในการประชุมคณะกรรมการต่าง ๆในโรงพยาบาลและระดับจังหวัด
เพอ่ื ใหข้ ้อมลู และเสนอความคดิ เห็น หารือและประสานงานในประเดน็ ต่าง ๆ เกยี่ วกับการพยาบาล
2. ร่วมประชุมในการกำหนดนโยบายและแผนงานของฝ่ายการพยาบาลและโรงพยาบาล เพื่อ เสนอแนะ
และกำหนดแนวทางปฏิบัติงานด้านการพยาบาลที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ หน่วยงาน
และตามนโยบายรัฐ
3. ดำเนินการประสานงานภายในสาขาการพยาบาลและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การ ปฏิบัติงาน
บรรลุผลสำเรจ็ ตามเป้าหมาย
13
4. สื่อสารความคาดหวังของฝ่ายการพยาบาลที่มีต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรของสาขาพยาบาลที่
รับผิดชอบ เพื่อช่วยให้บุคลากรสามารระบุความสำคัญของเป้าหมายของฝ่ายการพยาบาลและวางแผน
ดำเนินงานใหบ้ รรลเุ ป้าหมาย
5. เจรจาต่อรองแก้ไขและประสานความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานในสาขาและองค์กร
เพอ่ื ให้เกิดความร่วมมือในการดำเนนิ งาน และรักษาสิทธิประโยชน์ของบุคลากรในองคก์ รและวิชาชีพ
6. สร้างและหรือมีส่วนร่วมในการดำเนินการในเครือข่ายคุณภาพการพยาบาลสาขาการพยาบาลที่
รบั ผิดชอบ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ดา้ นการบริการวิชาการ (Service)
1. สนับสนุนบุคลากรในสาขาที่รับผิดชอบผลิตนวตกรรมและ/หรืองานวิจัยทางการพยาบาลเพื่อ ปรับปรุง
คณุ ภาพการพยาบาลของหนว่ ยงานในสาขาการพยาบาลทีร่ ับผิดชอบ
2. เป็นวิทยากรให้การฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลที่
ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถให้บุคคลดังกล่าว สามารถ
ปฏิบัติงานได้ อย่างมปี ระสิทธภิ าพมากข้นึ
3. ให้คำแนะนำหรือตอบข้อหารือทางการพยาบาล แก่บุคลากรภายในหน่วยงานหรือหน่วยงานท่ี
เกี่ยวข้องในประเด็นที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานในความรับผิดชอบรู้
ความเขา้ ใจเพียงพอเกยี่ วกบั เรอ่ื งท่ีเป็นปัญหา
4. เป็นที่ปรึกษาการจัดรูปแบบบริการของหน่วยงานให้สอดคล้องตามภารกิจหลักของสาขาการ พยาบาล
ท่รี บั ผิดชอบ เพ่อื ให้การจดั บริการรักษาพยาบาลทต่ี อบสนองความต้องการของผ้รู บั บรกิ าร
ระดบั การตัดสนิ ใจ
1. ตดั สนิ ใจภายใตข้ อบเขตและแนวทางท่ีไดร้ ับมอบหมาย
2. พฒั นาระบบงานจดั สรรทรพั ยากรตามงบประมาณทไ่ี ดร้ ับ
3. มีบทบาทในการแกป้ ญั หาเพื่อรกั ษาผลประโยชน์ขององค์กร
4. ประเมินผลงานจากการกาหนเป้าหมายงานและผลงานทีไ่ ด้รับจริง
พยาบาลวิชาชีพระดบั ปฏิบัติการ
หนา้ ท่ีความรับผิดชอบหลกั และสมรรถนะ
สรุปลักษณะงาน (Summary Position) : ปฏิบัติการพยาบาลขั้นพื้นฐาน (Basic Nursing
Practice) แบบองค์รวมครอบคลุม4มิติ โดยมีการประยุกต์ใช้ความรู้และทฤษฎีทางการพยาบาลในการให้การ
14
พยาบาล โดยตรง/โดยอ้อมแก่ผู้รับบริการ ครอบครัว กลุ่มคน และชุมชนโดยใช้กระบวนการพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วย
ไดร้ ับการดูแลที่ถูกต้องเหมาะสมและปลอดภยั
หน้าทร่ี ับผิดชอบหลกั ดา้ นปฏิบัตกิ าร/งานเช่ียวชาญเฉพาะด้าน (Operation/Expertise)
1. ปฏิบัติการพยาบาลตามแนวทางท่ีกำหนดและมาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐานจริยธรรม เพื่อให้เกิด ความ
ปลอดภยั และผลลัพธท์ ่พี งึ ประสงคก์ บั ผูร้ ับบรกิ าร
2. ปฏิบัติการพยาบาลโดยคานึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคลของผู้รับบริการ เพื่อให้บริการพยาบาลที่
ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของผู้รับบริการ ครอบคลุมด้านร่างกาย จิตสังคม และจิต
วิญญาณ
3. วเิ คราะหป์ ัญหาและความตอ้ งการด้านสุขภาพของผปู้ ว่ ยเพื่อวางแผนให้การพยาบาลอยา่ งเหมาะสม
4. ประเมินอาการ จำแนกความรุนแรง วินิจฉัยปัญหา/ความผิดปกติและภาวะเสี่ยงของผู้รับบริการที่อยู่
ในความดแู ลรบั ผิดชอบ เพ่อื วางแผนการดแู ลไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง เหมาะสม และทันเวลา
5. ติดตามสังเกตอาการ ประเมินและเฝ้าระวังผู้ป่วย เพื่อตัดสินใจช่วยเหลือผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉินและ
รีบดว่ นได้อยา่ งปลอดภัย
6. ประเมินผลการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อดูการตอบสนองต่อการดูแลและใช้เป็นข้อมูลในการปรับ
แผนการดูแลตอ่ เน่อื ง
7. ดูแลและให้การพยาบาลแก่ผู้ป่วยหรือจัดเตรียมผู้ป่วยตามเงื่อนไขที่จาเป็นและเหมาะสมเพื่อ เตรียม
ผูป้ ่วยใหอ้ ยใู่ นสภาพทพ่ี ร้อมจะรบั การรกั ษา
8. ให้การดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ตลอดจนควบคุมอนามัยและสิ่งแวดล้อมของผู้ป่วย เพื่ออำนวย ความ
ปลอดภยั และความสุขสบายแก่ผู้ปว่ ยทง้ั ทางร่างกายและจิตใจ
9. ปฏิบัติการในการป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพ และฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ประชาชน มี
สุขภาพแขง็ แรง สามารถดแู ลสุขภาพตนเอง และครอบครวั ได้ตามศกั ยภาพ
10. ปฏิบัตกิ ารบำบดั รักษาพยาบาลตามพระราชบญั ญัตวิ ิชาชพี การพยาบาลและการผดุงครรภ์
11. บันทึกข้อมูลผลการปฏิบัติการพยาบาล รายงานอาการและความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ตลอดจน
ประเมินสภาพผู้ป่วยประกอบกับผลตรวจวินิจฉัย เพื่อเป็นข้อมูลในการรักษาพยาบาลของทีมสุขภาพ
สำหรับ กำหนดวิธีการรักษาพยาบาลที่ถูกต้อง และเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาขยายผลหรือ
ปรับปรุงการ รกั ษาพยาบาลผู้ปว่ ย
ดา้ นวางแผน (Planning)
1. วางแผนการจำหน่ายผู้ป่วย และประสานงานส่งต่อการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่าง
ตอ่ เน่อื ง
15
2. จัดเตรียมสถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ เพื่อให้พร้อมใช้ในการให้บริการ รักษาพยาบาล
ตลอดเวลา
3. มีส่วนร่วมในการวางแผนป้องกันโรคส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพประชาชนรวมถึงการพัฒนาระบบ
บรกิ ารสุขภาพของหน่วยงาน เพือ่ กำหนดบริการพยาบาลตามความเหมาะสม
4. มีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการพยาบาลตามขอบเขต เป้าหมาย และตัวชี้วัด เพื่อให้
ผรู้ บั บริการไดร้ บั บริการพยาบาลทม่ี คี ุณภาพ
ดา้ นการประสานงาน (Communication and Cooperation)
1. ช่วยแพทย์ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยตามขอบเขต พรบ.วิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ เพื่อให้
กระบวนการรักษาพยาบาลมปี ระสทิ ธภิ าพ
2. ประสานงานกับบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล เพื่อให้ผลลัพธ์ของการ
รักษาพยาบาลเกดิ ประสิทธภิ าพสงู สดุ แกผ่ ้รู ับบริการ
3. สามารถใช้แหล่งประโยชน์และประสานความร่วมมือจากทีมสุขภาพ/บุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
เพอื่ วางแผนการดแู ลผรู้ บั บริการในความรบั ผิดชอบทั้งในโรงพยาบาลและ/หรอื ในชมุ ชน
ดา้ นการบริการ (Service)
1. สอนและใหค้ ำแนะนำด้านสขุ ภาพแก่บุคคล ผู้ปว่ ย ครอบครัว และชมุ ชน เพ่ือใหท้ ราบวธิ ีปฏบิ ตั ติ น ให้
ปลอดภยั จากโรค
2. ให้คาปรึกษาและแนะนำดา้ นสุขภาพแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวได้ข้อมูลที่
เป็นประโยชน์ตอ่ การปฏบิ ตั ิงาน
ดา้ นการบริการวิชาการ (Service)
1. สอน ให้คำแนะนำ และให้คาปรึกษาด้านสุขภาพแก่บุคคล ผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน เพื่อให้ ทราบ
วิธีปฏบิ ัตติ นให้ปลอดภยั จากโรค
2. ให้คำปรึกษา และแนะนำด้านสุขภาพแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวได้ข้อมูลที่ เป็น
ประโยชน์ต่อการปฏบิ ัติงาน
ผชู้ ว่ ยพยาบาล / พนักงานผชู้ ว่ ยทางการพยาบาล
หน้าทีค่ วามรับผดิ ชอบหลกั และสมรรถนะ
สรปุ ลักษณะงาน (Summary Position) : ให้การดูแลความตอ้ งการขั้นพ้ืนฐาน (Basic Need) แบบ
องค์รวมครอบคลุม4มิติ โดยมีการประยุกต์ใช้ความรู้พื้นฐานทางการพยาบาล ภายใต้การนิเทศควบคุมกำกับ
ติดตามจากพยาบาลวชิ าชพี เพ่ือให้ผปู้ ่วยไดร้ บั การดแู ลท่ถี ูกตอ้ งเหมาะสมและปลอดภยั
16
หนา้ ท่คี วามรบั ผิดชอบ
1. เตรียมความพร้อมในการให้บริการแก่ผู้ป่วยดูแลความสะอาดเรียบร้อยบริเวณพื้นที่ให้บริการ รวมทั้ง
สิ่งแวดล้อมใกล้เคียงตามหลักการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล และ จัดเตรียมตรวจ
นับอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ทางการแพทย์และการทาหัตถการต่าง ๆ ให้มีจานวน
เพียงพอ ครบถ้วน และพรอ้ มใชง้ าน
2. ช่วยเหลือแพทย์และพยาบาลในการช่วยเหลือผู้รับบริการที่มีลักษณะงานที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนเช่นพลิก
ตะแคงตัว เชด็ ตัว ปอ้ นอาหาร เปน็ ตน้
3. ร่วมทีมแพทย์และพยาบาลปฏิบัติงานในการส่งเสริมสุขภาพรักษาพยาบาลและติดตามฟื้นฟู สุขภาพ
ในชมุ ชน เพอื่ ให้เป็นไปตามแผนการรักษา
4. สรปุ สถิตริ ายงานผู้เขา้ รับบริการตามประเภทการให้บรกิ ารเพอ่ื ไปพฒั นาระบบงานให้มคี ุณภาพ
5. ติดต่อประสานงานอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย เช่น ติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยจาก
หนว่ ยงานท่เี กยี่ วขอ้ ง
6. ดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการบริการหลังเสร็จสิ้นการใช้งานให้เป็นไปตามหลัก
มาตรฐานท่ีกำหนด เพอ่ื ใหม้ ีสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา
7. ให้คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้รับบริการกับผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้การทำงานมี
ประสิทธภิ าพ
จรยิ ธรรมองค์กรพยาบาล
1. บคุ ลากรทางการพยาบาลทุกคนตอ้ งมีจริยธรรม และรักษาจรรยาบรรณวชิ าชีพ
2. บุคลากรทางการพยาบาลทุกคนขององค์กรพยาบาลต้องเคารพในศักดิ์ศรีและสิทธิผู้ป่วยและญาติ
ผปู้ ว่ ยที่มาติดต่อและเพอ่ื นร่วมงาน
3. บคุ ลากรทางการพยาบาลทุกคนตอ้ งผดุงไว้ซงึ่ ปฏิญญาพยาบาล
4. บุคลากรทางการพยาบลาต้องมีความจงรักภักดีต่อองค์กรมีความสามัคคีซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตนเอง
และเคารพในวชิ าชพี ของผู้อน่ื
5. ให้การบรกิ ารที่มีคุณภาพเป็นทย่ี อมับของผู้รับบรกิ าร
6. มีความมงุ่ มั่นตง้ั ใจในคุณภาพบริการพยาบาล
7. รักษากฎระเบียบวินัยโดยเคร่งครัดไม่รายงานเท็จหรือปกปิดสิ่งที่ควรรายงานไม่สนับสนุนให้มีการ
กระทำใด ๆ ท่ผี ิดศลี ธรรมอนั ดีงาม
8. ไมป่ ฏิเสธการใหบ้ รกิ ารเมอื่ อยใู่ นฐานะท่ีจะกระทำได้
17
การวางแผนสบื ทอดตำแหนง่ สายงานการพยาบาลวิชาชีพ
การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession plan) เป็นกระบวนการวางแผนเพื่อให้งานในตำแหน่ง
งานหลัก (Key Positions) ของหน่วยงานมีความต่อเนื่อง (Leadership Continuity) โดยเน้นการพัฒนาบุคลากร
ใหม้ ภี าวะผูน้ ำและความพรอ้ มท่ีจะดารงตำแหน่งดงั กล่าว
ในการบริหารการสืบทอดตำแหน่งขององค์กรพยาบาลนั้น จาเป็นต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน 3 ข้อ
คอื
1. เพ่อื เปน็ แนวทางในการระบุหาบคุ ลากรทีม่ คี วามรคู้ วามสามารถสงู
2. เพอื่ สง่ เสรมิ การพฒั นาบุคลากรในหน่วยงาน
3. เพอ่ื เป็นส่วนหนง่ึ ของแผนกลยุทธด์ ้านการบริหารทรพั ยากร
สำหรับการวางแผนสืบทอดตำแหน่งสายงานการพยาบาลวิชาชีพ ถือเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งของ
ผู้บริหารการพยาบาลซึ่งต้องมีการจัดเตรียมบุคลากรทางการพยาบาลให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น
และเป็นการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับตำแหน่งท่ีว่างในอนาคตเนื่องจากการเกษียณ การสูญเสีย การโอนย้าย การ
เลือ่ นตำแหนง่ หรือปัจจัยอ่นื ๆท่ีเกีย่ วข้อง
สายคลินิก หมายถึง การเติบโตในบทบาทของพยาบาลระดับชำนาญการหรือระดับเชี่ยวชาญสาขา
การพยาบาลเฉพาะทางรวมถึงการเติบโตในบทบาทของพยาบาลผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง (Advanced Practice
Nurse : APN) เป็นการพัฒนาสมรรถนะ ตามพันธกิจขององค์กรพยาบาลเพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจของ
โรงพยาบาลโดยมุ่งเน้นการบริการพยาบาลท่ีมีความซับซ้อน การวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงวิธีปฏิบัติการ
พยาบาล/ระบบบริการพยาบาลหัวหน้าพยาบาล/ หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลควรจัดทำแผนการพัฒนาบุคลากร
ทางการพยาบาล ให้มกี ารสงั่ สม ประสบการณแ์ ละเพมิ่ พนู สมรรถนะ โดยให้ความรู้ความสามารถเกย่ี วกบั
1. ด้านการปฏิบัติการพยาบาล
2. ดา้ นการทำงานเป็นทมี
3. ภาวะผู้นำ
4. การดูแลผู้ป่วยเฉพาะสาขา
5. การพฒั นาคณุ ภาพ
6. รว่ มงานวิจยั /นาผลมาใช้
7. กฎระเบยี บ/กฎหมายวชิ าชีพ
8. จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณวิชาชีพ
สายบริหาร หมายถึง การเตรียมความพร้อมสำหรับพยาบาลวิชาชีพระดับชำนาญการเป็นระดับ
ตำแหนง่ ความกา้ วหนา้ ทีพ่ ยาบาลวชิ าชีพจะก้าวจากระดับปฏบิ ัตกิ ารไปสตู่ ำแหน่งทส่ี งู ข้นึ อกี 1 ระดับ ในระหว่างน้ี
18
หัวหน้าพยาบาล/ หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลควรจัดทำแผนการพัฒนาบุคลากรทางการพยาบาลให้มีการสั่งสม
ประสบการณ์และเพ่ิมพนู สมรรถนะประมาณ 4 ปี กอ่ นเข้าสู่ระดับเชี่ยวชาญโดยให้ความรคู้ วามสามารถเกย่ี วกับ
1. หลักสตู รเฉพาะทางการบริหารทางการพยาบาล
2. หลกั สตู รผ้บู รหิ ารระดับต้น
3. การพฒั นาภาวะผูน้ ำทางการพยาบาล
4. การบรหิ ารจดั การทางการพยาบาลสู่ความเป็นเลศิ
5. ศิลปะการสอื่ สารอย่างมีประสิทธิภาพ
6. กฎหมายและจริยธรรมกับการบริการทางการพยาบาล
7. นโยบายสุขภาพและการจดั การสิง่ แวดล้อม
8. ดา้ นความเช่ยี วชาญเฉพาะ
9. การอา่ นวารสาร/เรียนรูท้ าวจิ ัย/นาผลวจิ ัยมาใช้
10. อบรมเฉพาะทางการพยาบาลเฉพาะสาขาหรือสนับสนุนให้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและระดับ
ปริญญาเอก
การเตรียมความพร้อมสำหรับพยาบาลวิชาชีพสู่ตำแหน่งท่ีสูงขึ้นอีก 1 ระดับ โรงพยาบาลกำหนดให้
มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนเข้าสู่ระดับเชี่ยวชาญในแต่ละด้านของการพยาบาล ซึ่งสามารถ
เติบโตในเส้นทางคลินิก โดยให้มีความรู้ความสามารถด้านการพยาบาลสาขาต่าง ๆที่ สอดคล้องกับหน่วยงานที่
ปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญสามารถรับผิดชอบการจัดบริการพยาบาลที่ ยุ่งยากซับซ้อนได้อย่างประสิทธิภาพ
ผู้ปฏิบัติงานที่มีความเชี่ยวชาญในงานด้านการพยาบาล เช่น การพยาบาลผู้ป่วยโรคไต การพยาบาลผู้ป่วยหนัก
การพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน และการพยาบาลผู้คลอด โดยให้ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการพัฒนา
ระบบหรือมาตรฐานของงาน ปฏิบัติงาน ด้านการวิจัยด้านการพยาบาลและสามารถนามาประยุกต์ใช่ในทางปฏิบัติ
เพ่ือใหก้ ารดำเนินงานตาม แผนงานโครงการสำเรจ็ ตามเปา้ หมายและวตั ถุประสงค์
การเตรยี มความพร้อมสำหรบั พยาบาลวิชาชพี ระดับคุณวฒุ ิ
1. สายปฏิบัติการ หมายถึง การปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษในงานด้านการ
พยาบาล โดยให้มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มาพัฒนาทฤษฎี
หลักการความรู้ใหม่ภายใต้การวิจัยเกี่ยวกับงานเฉพาะด้านหรือเฉพาะทางและนามาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติใน
ภาพประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาในงานที่มีความยุ่งยากมากและมีขอบเขตกว้างขวางมากหรือถ่ายทอดความรู้ เกี่ยวกับ
งาน ตลอดจนให้คาปรึกษา แนะนำ หรือปรับปรุงผสมผสานเทคนิคระดับสูงระหว่างสาขาเพื่อพัฒนา งานด้านการ
พยาบาลระดับประเทศทจ่ี ะสง่ ผลกระทบด้านสขุ ภาพประชาชนในภาพกว้าง
19
2. สายบริหาร หมายถึง การเติบโตในบทบาทของผู้บริหารทางการพยาบาล ซึ่งเริ่มตั้งแต่ผู้บริหารระดับ
ต้น คือหัวหน้าหอผู้ป่วย และหัวหน้างาน ผู้บริหารระดับกลางคือผู้ตรวจการพยาบาล และผู้บริหารระดับสูงคือ
หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล โดยเทียบความก้าวหน้าของตำแหน่งสายงานพยาบาลวิชาชีพตามหลักเกณฑ์ท่ี
โรงพยาบาลกำหนด
1. หวั หนา้ ฝา่ ยการพยาบาลคือพยาบาลวชิ าชีพทมี่ คี วามชำนาญการพิเศษ และมีความเชีย่ วชาญ
2. หัวหนา้ งานการพยาบาล คือ พยาบาลวิชาชพี ท่ีมีความชำนาญการพเิ ศษ หรอื มีความเชยี่ วชาญ
3. หัวหนา้ หอผู้ป่วย/หวั หนา้ หน่วย คือ พยาบาลวิชาชพี ชำนาญการ/ชำนาญการพิเศษ
การเตรียมความพรอ้ มสำหรับพยาบาลวชิ าชพี ระดับบรหิ าร
เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งหัวหน้าหอผู้ป่วย/ หัวหน้างาน (Successors) หัวหน้าพยาบาล/หัวหน้ากลุ่ม
ภารกิจด้านการพยาบาล ควรจัดแผนการพัฒนาบุคลากรทางการพยาบาลกลุ่มนี้ให้มีการสั่งสมประสบการณ์ และ
เพม่ิ พูนสมรรถนะเพ่ือให้กา้ วสตู่ ำแหนง่ สายบรหิ ารโดยให้มคี วามรคู้ วามสามารถเกี่ยวกบั
1. หลกั สตู รผู้บริหารระดับต้น
2. การบรหิ ารจัดการทางการพยาบาลเบอ้ื งต้น
3. ศิลปะการส่ือสารอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
4. กฎหมายและจริยธรรมกบั การบรกิ ารทางการพยาบาล
5. นโยบายสุขภาพและการจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม
6. การอา่ นวารสาร/เรยี นรทู้ าวจิ ัย/นาผลวิจยั มาใช้
7. การอบรมเฉพาะทางการพยาบาลเฉพาะสาขา
9. การศึกษาต่อในระดับปรญิ ญาโทและระดบั ปริญญาเอก
10. การใชภ้ าษาองั กฤษ
การเตรียมความพร้อมสำหรับผู้บริหารระดับต้น เทียบเท่ากับพยาบาลวิชาชีพระดับชำนาญการที่ปฏิบัติหน้าท่ี
พยาบาลวชิ าชีพ เพ่อื ให้ก้าวสตู่ ำแหนง่ หัวหน้าหอผ้ปู ว่ ย/หวั หนา้ หนว่ ย
ฝ่ายการพยาบาลควรจัดทำแผนการพัฒนาบุคลากรทางการพยาบาลกลุ่มนี้ให้มีการสั่งสม
ประสบการณ์ และเพ่มิ พนู สมรรถนะเพอ่ื ให้กา้ วสู่สายบรหิ าร โดยใหม้ คี วามรคู้ วามสามารถเกี่ยวกบั
1. การพฒั นาและประเดน็ ปัญหาการบรหิ ารทางการพยาบาลที่ยงุ่ ยาก
2. การบรหิ ารทางการพยาบาล
3. การพฒั นาภาวะผ้นู ำทางการพยาบาล
4. การสอื่ สารองค์กรและการจัดการสารสนเทศทางการพยาบาล
20
5. จรยิ ธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมายสำหรบั ผูบ้ ริหารระดบั ตน้ ทางการพยาบาล
6. นโยบายสาธารณะและการจัดการส่งิ แวดลอ้ มทางสุขภาพ
7. การพฒั นาภาวะผู้นำทางการพยาบาลระดับกลาง
8. การศกึ ษาดูงานด้านการบริหารหนว่ ยงาน/หอผปู้ ่วย
9. การนำเสนอผลงานทางวิชาการ
10. หลกั สูตรผ้บู รหิ ารระดับตน้
11. ยุทธศาสตรแ์ ละการวางแผนระดับสหสาขาวิชาชีพ
12. ด้านความเช่ยี วชาญเฉพาพสาขา
13. การนำเสนอผลงานวิชาการ
14. การร่วมทำวจิ ัยในทีมสหสาชาวิชาชพี
15. การใชภ้ าษาอังกฤษ
การเตรียมความพร้อมสำหรับผู้บริหารระดับกลาง เทียบเท่ากับพยาบาลวิชาชีพ ตำแหน่งหัวหน้าหอผู้ป่วย/
หวั หน้าหนว่ ยหัวหน้างาน
ฝ่ายการพยาบาลควรจัดทำแผนการพัฒนาบุคลากรทางการพยาบาลกลุ่มนี้ให้มีการสั่งสม
ประสบการณ์ และเพิ่มพนู สมรรถนะเพ่อื ใหก้ ้าวสสู่ ายบรหิ าร โดยใหม้ คี วามรู้ความสามารถเกยี่ วกับ
1. การพฒั นาภาวะผู้นำและประเด็นปัญหาการบรหิ ารทางการพยาบาลทีย่ ุ่งยากซบั ซอ้ นมาก
2. การบริหารทางการพยาบาลสู่ความเป็นเลิศ
3. การสือ่ สารองคก์ รและการจดั การสารสนเทศทางการพยาบาล
4. จรยิ ธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมายสำหรับผูบ้ รหิ ารระดบั ตน้ ทางการพยาบาล
5. นโยบายสาธารณะและการจดั การส่งิ แวดลอ้ มทางสุขภาพ
6. ปฏิบตั กิ ารพฒั นาภาวะผนู้ ำทางการพยาบาลระดบั กลาง
7. การศกึ ษาดงู านด้านบรหิ ารกลมุ่ งาน
8. การนำเสนอผลงานทางวิชาการ
9. หลักสตู รผบู้ ริหารระดับกลาง
10. การทำงานวจิ ยั ในงานการพยาบาล
11. การใช้ภาษาอังกฤษ
21
การเตรยี มความพร้อมสำหรับผบู้ ริหารการพยาบาลระดับสงู แบง่ เปน็ 2 ระดับ
ระดับท่ี 1 ผู้บริหารการพยาบาลระดับที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตำแหน่งหัวหน้างานการพยาบาล
ฝา่ ยการพยาบาลควรจัดทำแผนการพัฒนาบคุ ลากร ทางการพยาบาลกล่มุ น้ใี หม้ กี ารสัง่ สมประสบการณ์และเพม่ิ พูน
สมรรถนะเพอ่ื ให้กา้ วสตู่ ำแหน่งสายบริหาร ระดับสูงโดยให้มคี วามรคู้ วามสามารถเกีย่ วกบั
1. การพัฒนาภาวะผูน้ ำระดบั สงู
2. การบรหิ ารขั้นสูงทางการพยาบาลสู่ความเปน็ เลศิ
3. การสอื่ สารองค์กรและการจัดการสารสนเทศทางการพยาบาลในภาพขององคก์ รพยาบาล/กล่มุ งาน
4. จริยธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมายสำหรบั ผบู้ ริหารระดบั กลางทางการพยาบาล
5. นโยบายสาธารณะและการจัดการสิ่งแวดล้อมทางสุขภาพภายในองค์กรพยาบาล
6. ปฏิบัตกิ ารพฒั นาภาวะผูน้ ำทางการพยาบาล
7. การศกึ ษาดงู านดา้ นการบริหารองคก์ รพยาบาล
8. การนำเสนอผลงานทางวชิ าการท้ังในและต่างประเทศ
9. หลกั สูตรผบู้ รหิ ารระดบั กลาง
10. การใชภ้ าษาองั กฤษ
ระดับท่ี 2 ผู้บริหารการพยาบาลระดับเชี่ยวชาญ ที่ปฏิบัติหน้าที่เทียบเท่าพยาบาลวิชาชีพระดับ
ทรงคุณวุฒิ โดยมีหน้าที่ในการวางแผนกลยุทธ์ร่วมกับทีมงานการพยาบาล การควบคุม กำกับ หน่วยงานด้าน การ
พยาบาลที่มีขอบเขตเนื้อหาของงานหลากหลายและมีขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยาก ซับซ้อนมากเป็นพิเศษ ตลอดจน
กำกับ ตรวจสอบผู้ปฏิบัติเพื่อให้งานที่รับผิดชอบสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ในภาพเขตบริการ และมี ผลงานเป็นที่
ประจกั ษ์และยอมรับในวงการพยาบาลระดับประเทศ/หรอื ต่างประเทศ ดังนัน้ ต้องมีความรู้ เกี่ยวกับการบริหารการ
พยาบาลขั้นสูงมากเป็นพิเศษ ในการพัฒนาระบบงานการพยาบาลที่เป็นนวตกรรม ใหม่ๆ ที่สามารถแก้ไขปัญหา
สุขภาพของประชาชนท่ีเปลย่ี นแปลงไปอยา่ งรวดเร็วไดท้ ันการณ์กบั สถานการณ์ การเจ็บป่วย
งานประกนั คณุ ภาพทางการพยาบาล
กระบวนการดำเนินงานอย่างมแี บบแผนและมีกิจกรรมท่เี ปน็ ขั้นตอน ต่อเน่อื ง เปน็ ระบบในการวดั
และประเมนิ คณุ ภาพบรกิ ารพยาบาลโดยบคุ ลากรท่ีอยู่ภายในหนว่ ยงานทั้งด้านโครงสร้างกระบวนการ และผลลัพธ์
เพื่อใหเ้ ปน็ หลกั ประกันวา่ หน่วยงานบรกิ ารพยาบาลและผู้ปฏิบัติการพยาบาลมกี ารปฏบิ ัตหิ รอื จดั บรกิ ารพยาบาล
ตาม มาตรฐานอย่างสมำ่ เสมอ มีการแกไ้ ขข้อบกพรอ่ งและการปรับปรุงคณุ ภาพอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ทง้ั นเ้ี พื่อรักษาไว้ ซงึ่
ระดบั คุณภาพตามทวี่ ชิ าชีพ/องค์กรหรือหนว่ ยงานคาดหวัง (กองการพยาบาล, 2543)
22
ระบบการรายงาน
กลไกการติดต่อสื่อสารและการแก้ปัญหา การรายงานในระบบปกติ รายงานตามแผนปฏิบัติการราย
เดือน/รายปีต่อหัวหน้าฝ่ายการพยาบาลการรายงานเมื่อเกิดปัญหาและการแก้ปัญหา ตามแนวทางการปฏิบัติที่
กำหนด โดยเป็นไปตามการบรหิ ารตามลำดบั ขั้นดังนี้
หวั หนา้ ฝ่ายการพยาบาล
หัวหนา้ งาน
หัวหน้าหอผูป้ ว่ ย / หวั หนา้
หนว่ ย
พยาบาลวิชาชีพหัวหนา้ เวร
พยาบาลวิชาชพี
การประชมุ พยาบาล
กำหนดให้ทุกหน่วยงานมีการประชุมภายในหน่วยงานอย่างน้อย ทุกเดือนและหรือวาระพิเศษ หรือ
ตามกิจกรรมพัฒนาคุณภาพ HA ของหน่วยงานและองค์กร เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบนโยบาย กิจกรรมของ
โรงพยาบาล และพิจารณาผลการให้บริการของหน่วยงาน โดยมีการบันทึกการประชุมอย่างเป็นลายลักษณ์ อักษร
และถ่ายทอดผลการประชมุ ใหผ้ เู้ ก่ยี วข้องทราบโดยท่วั ถงึ
กำหนดให้คณะกรรมการบริหารฝ่ายการพยาบาลมีการประชุมทุกเดือนและหรือวาระพิเศษ เพ่ือ
รับทราบนโยบายของโรงพยาบาล แผนพัฒนา กิจกรรมของกลุ่ม ผลการให้บริการของกลุ่ม และการตัดสินใจแก้ไข
ปัญหาต่าง ๆ การพิจารณาผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยมีการบันทึกผลการประชุมอย่างเป็นลายลักษณ์
อักษร และถ่ายทอดผลการประชมุ ให้ผเู้ ก่ียวขอ้ งทราบอยา่ งท่ัวถึง
กำหนดให้หัวหน้าแผนกในฝ่ายการพยาบาลมีการประชุมเดือน 1 ครั้งและหรือวาระพิเศษ เพ่ือ
รับทราบนโยบายของโรงพยาบาล ของกลุ่มงาน แผนพัฒนา กิจกรรมของกลุ่ม ผลการให้บริการของกลุ่ม และการ
ตัดสินใจแก้ไขปัญหาต่าง ๆ การพิจารณาผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยมีการบันทึกผลการประชุมอย่างเป็น
ลายลกั ษณ์อกั ษร และถา่ ยทอดผลการประชมุ ให้ผเู้ กี่ยวข้องทราบอย่างทว่ั ถึง
กำหนดให้มีการประชุมเจ้าหน้าที่ในฝ่ายการพยาบาลทั้งหมด ทุก 3 เดือน เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้อง
รับทราบนโยบาย กิจกรรมของโรงพยาบาลและพิจารณาผลการให้บริการของหน่วยงานการให้ความรู้ทางวิชาการ
23
ของกลุ่มงาน โดยมีการบันทึกการประชุมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรและถ่ายทอดผลการประชุมให้ ผู้เกี่ยวข้อง
ทราบโดยทัว่ ถงึ
การสนับสนุนให้มีตัวแทนของกลุ่มงานฯ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับบริการพยาบาล
และการ พัฒนาคณุ ภาพโรงพยาบาล ดังนี้ ตวั แทนพยาบาลของหนว่ ยงาน ร่วมเป็น
1. คณะกรรมการทีมเลขานุการระบบพัฒนาคุณภาพ เพื่อพัฒนาคุณภาพตามนโยบายด้าน
กระบวนการพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาล
2. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง(RM)เพื่อพัฒนาการบริหารการจัดการความเสี่ยงของ
โรงพยาบาล
3. คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพบริการทางคลินิก(PCT)เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการทางคลินิก
ตาม มาตรฐานวชิ าชพี
4. คณะกรรมการทีมทบทวนเวชระเบียนเพื่อค้นหาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์(TriggerTool)เพ่ือ
พัฒนาค้นหาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (Adverse Event : AE) ของโรงพยาบาลโดยใช้ตัวส่งสัญญาณ(Trigger) เป็น
เคร่อื งมือ
5. คณะกรรมการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล(HR)เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการและ
พัฒนา ทรัพยากรบุคคล
6. คณะกรรมการคณะกรรมการพัฒนาระบบป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล
(ICC) เพื่อพฒั นาคุณภาพเกยี่ วกบั การปอ้ งกัน และควบคมุ การติดเช้ือในโรงพยาบาล
7. คณะกรรมการ คณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างทางกายภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
(5ส ) เพ่อื พัฒนาคณุ ภาพดา้ นโครงสร้างทางกายภาพ สงิ่ แวดล้อม ความปลอดภยั และการพัฒนา เคร่อื งมือ
8. คณะกรรมการ คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด (PTC) เพื่อพัฒนาด้านเวชภัณฑ์และ
ความ ปลอดภัยด้านยา ส่งเสริมให้เกิดระบบการจัดการด้านยา (Medication management system) ของ
โรงพยาบาลและ เครือขา่ ยที่มีประสทิ ธิภาพ
การจดั การทรพั ยากรบุคคล
การจัดอตั รากำลงั
ทีมใหบ้ ริการพยาบาล/พยาบาลประจำการ
1.พยาบาลวิชาชีพต้องได้รับการขึ้นทะเบียนและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาล สาขา
การพยาบาลและผดงุ ครรภ์ชน้ั 1
2.การมอบหมายหน้าที่ หมายถึง การมอบหมายหน้าที่ให้ผู้ที่ได้ใบประกอบวิชาชีพให้บริการ
พยาบาล ในขณะท่พี ยาบาลวิชาชีพยงั คงรบั ผดิ ชอบผลลทั ธท์ ่เี กิดขนึ้ ผทู้ ไี่ มไ่ ดใ้ บประกอบวชิ าชพี เชน่ ผ้ชู ่วยพยาบาล
24
พนักงานผู้ช่วย นักศึกษา เพราะฉะนั้นการมอบหมายงานที่ให้ผู้ท่ีไม่ได้ใบประกอบวิชาชีพควรคำนึงถึง (สภาการ
พยาบาล,2539 :35-36) ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล/ให้การพยาบาลผู้ป่วยมากกว่า 1 ประเภท ต้องมีความรู้
ความสามารถเพียงพอท่จี ะใหก้ ารพยาบาลผปู้ ว่ ยได้
การมอบหมายหน้าที่ให้กับผู้ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ หรือนักเรียน ฝึกงาน
ควรดำเนินการภายใตข้ ้อตกลงหรอื หลกั การดงั น้ี
1. ม่นั ใจวา่ จะเกิดความปลอดภยั และไม่เป็นอนั ตรายกับผรู้ ับบริการ
2. ผู้รบั มอบอำนาจมคี วามรู้และทักษะเพียงพอ
3. พยาบาลวชิ าชพี ทม่ี อบหมายอำนาจนน้ั ยังคงมคี วามรับผดิ ชอบตอ่ ผปู้ ่วยโดยตรง
4. มีข้อปฏิบตั ิในการทำงานไวเ้ พอื่ การสอน การใหค้ ำแนะนำและฝึกฝน
การวิเคราะห์และการจัดการกำลังคนทางการพยาบาลระดับหน่วยงาน/โรงพยาบาล การบริหาร
จัดการอัตรากำลังการสร้างสมดุลระหว่างปริมาณและคุณภาพบุคลากรและปริมาณและความต้องการการพยาบาล
ของผูร้ ับบริการ
กระบวนการบริหารจดั การอตั รากำลัง
1. วเิ คราะห์ภาระงาน(WorkloadDetermination)
2. กำหนดปริมาณและคุณภาพของคนทตี่ ้องการ(Staff mixed & Requirement)
3. จดั การกระจายกาลงั คนตามภาระงานและจัดตารางการทำงาน(Allocation & Scheduling)
4. ประเมนิ ผล
การคิดอัตรากำลังจากชั่วโมงพยาบาลใช้หลักการคำนวณคิดจากความต้องการการพยาบาลเป็น
ชั่วโมง,ชั่วโมงการทำงานของพยาบาล(ตามเกณฑ์และนโยบาย),ความสามารถในการทำงานและสัดส่วนการจัด
ตารางเวร โดยใช้ข้อมูลภาระงานคือปริมาณงานการพยาบาลที่เกิดขึ้นในแต่ละหน่วยบริการคำนวณจากหน่วยนับ
ปริมาณ การให้บริการและปริมาณการให้บริการตามหน่วยนับตามภารกิจหน่วยงานข้อมูลชั่วโมงการพยาบาลต่อ
หน่วยนับประกอบ
การพัฒนาทรัพยากรบคุ คล
กิจกรรมเพิ่มพูนความรู้และทักษะ ควรจะสอดคล้องกับผลการประเมินความต้องการการฝึกอบรม
และแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยเน้นหนักสิ่งที่จาเป็นสำหรับพัฒนาคุณภาพงานการจัดกิจกรรมเพิ่มพูน ความรู้
มหี ลายรูปแบบ โดยจัดใหเ้ หมาะสมกบั ปญั หา และสถานการณ์ของโรงพยาบาล
1.โดยมีข้อกำหนดให้ทุกคนได้รับการอบรมภายนอกหน่วยงานโดยใช้งบสมัครใจได้ 1 ครั้ง/คน/ปี
หรือ 10 ชม./คน/ปี
25
2.ปฐมนิเทศเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานใหม่โดยหัวหน้าฝ่ายการพยาบาลและหัวหน้างานการพยาบาลที่
เกี่ยวข้อง เพ่ือเป็นการเตรียมความพรอ้ มกอ่ นปฏิบตั งิ านในเรือ่ งต่อไปน้ี
2.1 ในระดับโรงพยาบาล ควรทราบเกี่ยวกับนโยบาย กฎระเบียบปฏิบัติ วิธีปฏิบัติใน
ยามปกติและฉุกเฉิน การรักษาความปลอดภัย การรักษาความลับของผู้ป่วย การจ่ายค่าตอบแทน ความคาดหวัง
ของโรงพยาบาลตอ่ ตวั เจา้ หน้าที่
2.2 ในระดับหน่วยงาน ควรได้รับทราบ เรื่องเกี่ยวกับหน่วยงาน การเตรียมตัวรับ
บทบาทและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย นโยบายและวิธีปฏิบัติของหน่วยงานทั้งยามปกติและฉุกเฉิน การรายงาน
อบุ ตั ิเหตหุ รอื อบุ ัติการณ์อันไมพ่ ึงประสงค์ ระบบการประสานงานและการขอคาปรกึ ษา/ความช่วยเหลือ
3. ส่งเสริม สนับสนุน ให้มีการศึกษาต่อเนื่อง การวิจัยและการทำผลงานทางวิชาการ โดยจัดให้มี
เจ้าหน้าที่ให้คาปรึกษาและตรวจสอบผลงานทางวิชาการของเจ้าหน้าที่ ก่อนส่งประเมิน การขึ้นบัญชี รายช่ือ
เจ้าหน้าที่ที่มีสิทธิส่งผลงานทางวิชาการ การให้ความร่วมมือในการวิจัยของหน่วยงานในและ นอกโรงพยาบาล การ
จัดทำแผนการศึกษาตอ่ เน่อื งและสนับสนนุ ในทมี กรรมการบรหิ ารสูงสุด
การประเมินผลการปฏบิ ัติงาน
กระบวนการประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านบุคลากร
วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อให้หน่วยงานมีการจัดคู่มือการปฏิบัติงานที่ชัดเจนอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ที่แสดงถึง
รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงานของกิจกรรม/กระบวนการต่าง ๆ ของหน่วยงาน และสร้าง มาตรฐานการ
ปฏิบัติงานที่มุ่งไปสู่การบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลงาน ที่ได้มาตรฐานเป็นไปตาม
เป้าหมาย ได้ผลิตผลหรือการบรกิ ารที่มีคุณภาพ และบรรลขุ อ้ กำหนดที่ สำคัญของกระบวนการ
2. เพื่อเป็นหลักฐานแสดงวิธีการทำงานที่สามารถถ่ายทอดให้กับผู้เข้ามาปฏิบัติงานใหม่ พัฒนา ให้
การ ทำงานเป็นมืออาชีพ และใช้ประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร รวมทั้ง แสดงหรือเผยแพร่
ให้กับ บุคคลภายนอก หรือผู้ใช้บริการ ให้สามารถเข้าใจและใช้ประโยชน์จาก กระบวนการที่มีอยู่เพื่อขอการรับ
บรกิ ารทต่ี รงกบั ความตอ้ งการ
3. เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากรให้สอดคล้อง
กับการพฒั นาสมรรถนะของบุคลากรของโรงพยาบาลราชเวชเชียงใหม่
ขอบเขต
ครอบคลุมกระบวนการการจัดทำโครงการอบรมภายในองค์การเพื่อ พัฒนา สมรรถนะของบุคลากร
ตั้งแต่ขั้นตอนการทบทวนผลการดำเนินงานด้านการพัฒนา สมรรถนะบุคลากร รวมถึง การสำรวจผลการประเมิน
26
สมรรถนะหลักและตามสายงานของบุคลากร การสำรวจความต้องการในการพัฒนา สมรรถนะของบุคลากร การ
กำหนดแผนปฏิบัติการในการ พัฒนาสมรรถนะบุคลากรประจำ ปีงบประมาณ วิธีการ การจัดทำโครงการพัฒนา
สมรรถนะ บุคลากร การประเมินผลแผนพัฒนาสมรรถนะ จนถึงการสรุปทบทวนและ ทบทวนผลการ ดำเนินงาน
ตามแผน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้กับบุคลากรที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับ การวางแผนปฏิบัติการ การ
จดั ทำโครงการทเ่ี ก่ียวข้องกับการพัฒนาสมรรถนะบคุ ลากร
คำจำกัดความ
4. ผบู้ รหิ ารระดับสงู หมายถึง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชเวชเชยี งใหม่
5. คณะกรรมการพิจารณาประเมินผลการปฏิบัติงาน หมายถึง คณะกรรมการกลั่นกรองที่ถูกแต่งตั้ง
โดยผ้บู ริหารระดบั สงู เพ่ือรว่ ม ประเมินผลการปฏิบตั งิ านของบคุ ลากรโรงพยาบาลราชเวชเชยี งใหม่
6. บุคลากร หมายถงึ บุคลากรผปู้ ฏิบตั งิ านในโรงพยาบาลราชเวชเชียงใหม่
7. ผลสัมฤทธิ์ของงาน หมายถึง ผลสำเร็จของงานที่ได้จากการตกลงร่วมกัน (Performance
Agreement) ระหว่างผู้บริหารกับผู้ปฏิบัติงาน โดยมีการกำหนดเป้าหมายและสิ่งบ่งชี้ที่แสดงถึง ผลสำเร็จของงาน
ของบุคคล (Personal KPI) อย่างชดั เจนในแต่ละรอบของการประเมนิ
8. การประเมินผลการปฏิบัติงาน หมายถึง กระบวนการประเมินค่าของบุคคลผู้ปฏิบัติงานใน ด้าน
ต่าง ๆ ทั้ง ผลงานและคุณลักษณะอื่น ๆ ที่มีคุณค่าต่อการปฏิบัติงานภายในเวลาที่กำหนดไว้ อย่างแน่นอน ภายใต้
การสังเกต จดบันทึกและประเมินโดยหัวหน้างาน โดยอยู่บนพื้นฐานของ ความเป็นระบบและมาตรฐานแบบ
เดียวกัน มีเกณฑ์การประเมินผลที่มีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติให้ความเป็นธรรมโดยทั่วกัน (นงลักษณ์ เพิ่มชาติ
,2548) การ ประเมินผลการปฏิบตั งิ าน)
9. สมรรถนะ คือ คุณลักษณะของบุคคล ซึ่งได้แก่ ความรู้ ทักษะ ความสามารถ และ คุณสมบัติต่าง
ๆ อันได้แก่ ค่านิยม จริยธรรม บุคลิกภาพ คุณลักษณะทางกายภาพ และอื่น ๆ ซึ่ง จำเป็นและสอดคล้องกับ ความ
เหมาะสมกับองค์การ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องสามารถจำแนกได้ว่า ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในการทำงาน ได้ต้องมี
คุณลักษณะเด่น ๆ อะไร หรือลักษณะสำคัญ ๆ อะไรบ้าง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ สาเหตุที่ทำงานแล้ว ไม่ประสบ
ความสำเร็จ เพราะขาด คุณลกั ษณะบางประการคืออะไร เป็นตน้ (อานนท์ ศักดิว์ รวิชญ์ ,2547)
หนา้ ท่ีความรบั ผิดชอบ
1. ผอู้ ำนวยการโรงพยาบาลราชเวชเชียงใหม่หนา้ ท่ี สรุปผลการประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงาน
2. คณะกรรมกลั่นกรองการประเมิน หน้าที่ มีส่วนร่วมการให้คะแนนผลการประเมินผลการ
ปฏิบัติงาน บริหารงานบุคคล มีหน้าที่ เพื่อดำเนินการจัดทำข้อมูลนำเสนอ คณะกรรมการกลั่นกรอง ผลการ
ปฏิบัติงาน ของบุคลกรโรงพยาบาลราชเวชเชยี งใหม่
27
3. งานทรัพยากรบุคคล มีหน้าที่ เก็บรวบรวมสรุปเอกสารการประเมินผลจากหัวหน้าหน่วยงานท่ี
เป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลกรโรงพยาบาลราชเวชเชียงใหม่ที่และส่งให้กับแผนกทรัพยากรบุคคล
โรงพยาบาลราชเวชเชยี งใหม่ตอ่ ไป
4. บุคลากรโรงพยาบาลราชเวชเชียงใหม่มีหน้าที่ เตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในการประเมินผล และ
ยอมรับ ผลแบบประเมนิ ทีผ่ ูอ้ ำนวยการโรงพยาบาลประเมิน
รปู แบบการประเมนิ
1. การประเมินผลการทดลองงาน กำหนดให้บุคลากรในฝ่ายการพยาบาลที่เริ่มปฏิบัติงานมี
ระยะเวลาในการทดลองงาน 120 วัน โดยใหห้ วั หนา้ หนว่ ยงานเปน็ ผพู้ จิ ารณาประเมินผล
2. การประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี โรงพยาบาลราชเวชเชียงใหม่กำหนดการประเมินผลการ
ปฏบิ ัติงานสำหรับบคุ ลากรทุกระดบั ทุก 6 เดอื น ระหวา่ งเดอื น มิถุนายน และ ธันวาคม ของทกุ ปี
3. ประเมินผลเฉพาะหน่วยงาน การประเมินผลการปฏิบัติงานเฉพาะหน่วยงานจัดทำขึ้นเพื่อ
ประเมินสมรรถนะ สำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานเฉพาะหน่วยงานนั้น ๆ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของหน่วยงาน เพื่อนำมา
จัดทำแผนพัฒนารายบุคคล ( Individual development plan) ต่อไป
ระเบยี บการขน้ึ ปฏิบตั ิงานและการแลกเวร
การข้นึ ปฏบิ ัตงิ าน
เวลาขึน้ ปฏบิ ัติงานของเจา้ หน้าทฝี่ า่ ยการพยาบาลทข่ี ้นึ เวร
เวรเชา้ เวลา 08.00 – 16.00 น.
เวรบ่าย เวลา 16.00 – 24.00 น.
เวรดกึ เวลา 24.00 – 08.00 น.
โดยกำหนดระเบียบดังนี้
1. ขน้ึ ปฏบิ ัตงิ านจริงอย่างก่อนเวลาอยา่ งนอ้ ย 15 นาที
2. ไม่อนุญาตให้ขึ้นปฏิบัติงานเกิน 7 วันหากมีเหตุจำเป็นหัวหน้าแผนกสามารถอนุญาตให้ขึ้นได้
อีกไม่เกิน 1 วัน และหากมีเหตุจำเป็นให้หัวหน้าแผนกรายงานต่อหัวหน้างานทราบโดยการขออนุมัติอย่างเป็นลาย
ลกั ษณ์อักษร
3. ไม่อนุญาตให้ขึ้นปฏิบัติงาน 16 ชั่วโมงติดกันเกิน 3 วันหากมีเหตุจำเป็นให้หัวหน้าแผนก
รายงานต่อหวั หนา้ งานทราบโดยการขออนุมตั อิ ยา่ งเป็นลายลักษณ์อกั ษร
4. กรณแี ลกเวร ต้องได้รบั อนญุ าตจากหวั หนา้ แผนก / ผตู้ รวจการพยาบาลทกุ ครงั้
5. กรณมี กี ารลาพักผ่อน ให้เปน็ ไปตามระเบยี บขอ้ บงั คบั ของโรงพยาบาล
28
การลากิจ/ป่วยฉุกเฉินแจ้งหัวหน้าแผนก และ/หรือผู้ตรวจการพยาบาลไม่เกินเวลาที่ขึ้นปฏิบัติงาน
เพื่อใหส้ ามารถจัดหาอตั รากำลงั ทดแทนได้ ดังน้ี
5.1 เวรเชา้ ไมเ่ กนิ เวลา 07.00 น.
5.2 เวรบ่าย ไม่เกินเวลา 15.00 น.
5.3 เวรดกึ ไม่เกินเวลา 20.00 น.
6. ไมอ่ นุญาตใหน้ อนหลับบรเิ วณเคาน์เตอรพ์ ยาบาลขณะปฏิบัตงิ านทกุ เวรอยา่ งเด็ดขาด
การลงเวลาปฏบิ ัตงิ าน
6.1 ให้ทำการสแกนลายน้วิ มือทกุ ครง้ั ท่ีเขา้ ออกจากการทำงานทุกครัง้
6.1.1 การสแกนลายนิว้ มอื เข้าทำงาน
6.1.1.1 ถ้าสแกนลายนิ้วมือเข้าทำงานช้ากว่าเวลาที่กำหนดเกิน 10 นาที ถือ
ว่ามาสาย
6.1.1.2 หากสแกนเข้าทำงาน จะมีอัตราการหักค่าตอบแทน ตั้งแต่นาทีที่
11-30 หัก 1 เทา่ ของคา่ จา้ ง
6.1.1.3 นาทีท่ี 31-60 หกั 2 เทา่ ของคา่ จา้ ง
6.1.1.4 นาทีท่ี 61 เป็นตน้ ไป หัก 3 เท่าของคา่ จา้ ง
6.1.1.5 หากมีความจำเป็นให้ทำหนังสือรายงานแผนกทรัพยากรบุคคลผ่าน
หัวหน้าแผนก
6.1.2 การสแกนลายน้ิวมอื ออกทำงาน
6.1.2.1 ถ้าสแกนลายนิ้วมือออกทำงานก่อนเวลาที่กำหนด 1 นาที ถือว่า
ออกงานกอ่ นเวลา
6.1.2.2 หากมีความจำเป็นให้ทำหนังสือรายงานแผนกทรัพยากรบุคคลผ่าน
หัวหนา้ แผนก
กฎระเบียบปฏบิ ตั ิต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วข้อง/บทลงโทษความผดิ
ความผิดที่ไม่ร้ายแรง หมายถึง การฝ่าฝืนกฎระเบียบของกลุ่มงาน/ของโรงพยาบาลที่มีผลเสียหาย
เสยี หายเล็กนอ้ ยตอ่ ผูอ้ ืน่ และหรอื โรงพยาบาลในภาพรวม ให้ดำเนินการพจิ ารณากำหนดบทลงโทษ ดงั นี้
1. กระทำผิดครั้งที่ 1 (ในรอบ 1 ปีงบประมาณ) ว่ากล่าวตักเตือน โดยหัวหน้างานและบันทึกการ
ตกั เตอื นไวเ้ ป็นลายลักษณอ์ ักษร
2. กระทำผิดครั้งที่ 2 ผู้กระทำผิดบันทึกรายงานเสนอต่อหัวหน้างาน ว่ากล่าวตักเตือน ลงโทษ
ไมใ่ ห้แลกเวร ขอเวรและห้ามลาพักผอ่ นหรอื ลากิจในระยะเวลา 1 เดือน
29
3. กระทำผิดครั้งที่ 3 ผู้กระทำผิดบันทึกรายงานเสนอต่อผู้ตรวจการพยาบาลและตั้งกรรมการ
สอบสวน ความผิดตามระเบียบของโรงพยาบาลโดยมหี ัวหนา้ ฝ่ายการพยาบาลเป็นประธาน
4. ความผิดที่ร้ายแรง หมายถึง การฝ่าฝืนกฎระเบียบของกลุ่มงาน/ของโรงพยาบาลการกระทำผิด
ที่ผลเสียหาต่อชีวิต ทรัพย์สิน ชื่อเสียง ของผู้อื่นและหรือโรงพยาบาล กรณีที่กระทำความผิด
ร้ายแรงให้เสนอผู้อำนวยการดำเนนิ การ
2. หมายเหตุ ระยะเวลากระทำความผิดนับ 1 ปี ของผกู้ ระทำความผิด
แนวปฏบิ ัติการแต่งเครือ่ งแบบปฏบิ ัติงานของบุคลากรฝา่ ยการพยาบาล
ฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลราชเวชเชียงใหม่มีนโยบายให้บุคลากรทุกระดับแต่งกายถูกต้องตาม
ระเบียบ มีบุคลิกที่ดี เป็นที่ยอมรับและเกิดภาพลักษณ์ที่ดีงามของสังคม โดยมีแนวปฏิบัติการแต่งเครื่องแบบ
ปฏิบัติงานของบคุ ลากรฝ่ายการพยาบาล ใหเ้ ป็นไปในทิศทางเดยี วกนั ดงั น้ี
1. บุคลากรฝา่ ยการพยาบาลแต่งเครอ่ื งแบบในระหว่างปฏบิ ตั งิ าน ดังน้ี
1.ชดุ เคร่ืองแบบปฏบิ ตั ิงาน ใช้ในการปฏบิ ตั ิงานท้ังภายในและนอกโรงพยาบาล
1. พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาลและพนักงานช่วยการพยาบาล สวมชุดปฏิบัติงานตามแบบท่ี
กำหนด
2. เสมยี นธุรการหอผู้ป่วย สวมชดุ ปฏบิ ัตงิ าน ตามแบบท่กี ำหนดของโรงพยาบาล
2. ชดุ เครื่องแบบปฏิบัติงานในหน่วยงานเฉพาะ นอกเหนอื จากการแต่งเคร่ืองแบบปฏิบัตงิ านปกติ
1. แผนกฉุกเฉิน หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉินและประสานงานส่งต่อ เสื้อและกางเกงสีน้ำ
เงินใช้ในการปฏิบตั งิ านทัง้ ภายในและนอกโรงพยาบาล
2. หน่วยงานกลุ่มผู้ป่วยวิกฤต/ห้องผ่าตัด/ห้องคลอด/ไตเทียม ให้ใช้ชุดปฏิบัติงานที่จัดไว้ใน
แต่ละแผนกตามที่กำหนดไว้ โดยให้เปลี่ยนชุดปฏิบัติงาน และ/หรือสวมคลุมชุด
ปฏบิ ตั ิงาน
การแต่งเครื่องแบบปฏิบัติงานไม่ถูกต้องตามระเบียบที่ฝ่ายการพยาบาลกำหนดไว้ หัวหน้ากลุ่มงาน
การพยาบาลจะทำการตักเตือนด้วยวาจาและถ้าเกิน 3 ครั้ง จะดำเนินการส่งหลักฐานการเตือนหรือภาคทัณฑ์ให้
ฝา่ ยการพยาบาล เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
30
เครือ่ งแบบในระหวา่ งปฏบิ ตั งิ าน ดงั นี้
ระเบียบการแตง่ กายท่ัวไป
หมวก พยาบาลหญิง สวมหมวกพยาบาลสีขาวติดแถบหมวกกำมะหยี่สีดำ ติดแถบหมวกตามแนวยาวห่างจากขอบ
บนประมาณ 0.5-1 เซนตเิ มตร ขนาดของแถบหมวกกำมะหยสี่ ีดำกำหนดตามตำแหน่ง ดงั นี้ หัวหน้าฝ่ายการ
พยาบาล แถบกำมะหยี่สีดำขนาดกว้าง 2.5 เซนติเมตร 1 แถบ
หัวหน้ากลุม่ งานการพยาบาล แถบกำมะหยี่สดี ำขนาดกวา้ ง 2 เซนตเิ มตร 1 แถบ
หวั หนา้ แผนก/หัวหน้าหน่วย แถบกำมะหยส่ี ีดำขนาดกว้าง 1 เซนตเิ มตร 2 แถบ
พยาบาลวิชาชพี แถบกำมะหยสี่ ดี ำขนาดกวา้ ง 1 เซนตเิ มตร 1 แถบ
กิบ๊ ติดหมวกพยาบาล สขี าว / สเี งนิ
ทรงผม ทรงผมสุภาพ ผมยาวไมเ่ กนิ ตน้ คอ
พนักงานผู้หญิง ถ้าผมยาวต้องรวบเก็บผมให้เรียบร้อยมวยผมคลุมด้วยตาข่าย อุปกรณ์ติดผมสีดำ สี
น้ำตาล และสนี ้ำเงนิ ไมม่ ีลวดลาย เท่านนั้
เครือ่ งประดบั ไม่ใสเ่ ครือ่ งประดับทกุ ชนิด ยกเวน้ นาฬกิ า
อนุญาตให้พนักงานผหู้ ญิงใส่ต่างหูทเ่ี ปน็ ต่างหทู อง เงนิ เพชร หรอื มกุ สีขาวเท่านนั้
รองเท้า พนกั งานหญงิ ใชร้ องเทา้ คดั ชู/ผ้าใบหุ้มส้น สีขาวแบบเรยี บ ไมม่ ลี วดลาย ปิดปลายเทา้ สน้ สูงไมเ่ กนิ 2 นว้ิ
พนักงานชาย ใชร้ องเทา้ หุ้มสน้ สีขาว/ดำ พ้ืนยางแบบสุภาพ
การระบุตัวตนของผู้ปฏิบัติงาน ให้คล้อง/ติดป้ายชื่อ หรือบัตร ที่ระบุ ชื่อ ตำแหน่ง ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน
ยกเว้นหน่วยงานพิเศษที่อาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน เช่น ไตเทียม ICU ห้องคลอดและทารกแรกคลอด ให้
ปักชอื่ ตำแหนง่ ทีอ่ กเส้อื ดา้ นขวาด้วยสดี ้ายทีม่ องเหน็ ได้ชัดเจน
31
ชดุ เครอื่ งแบบปฏิบัตงิ าน
-พยาบาล และผู้ช่วยพยาบาล ใช้ผา้ สีขาวชนดิ หนา เนอ้ื ผ้าเรียบไม่มีลวดลาย
-เสมยี นธุรการหอผู้ปว่ ย. แบบฟอรม์ ตามระเบียบของโรงพยาบาล
1. พยาบาล และผูช้ ว่ ยพยาบาลผหู้ ญิง เสอื้ และกระโปรง/กางเกง สีขาว
แบบท่ี 1 ชุดเคร่ืองแบบพยาบาล และผู้ชว่ ยพยาบาลผู้หญิง เสอ้ื และกระโปรงคนละทอ่ น/กางเกงขายาว
เสอ้ื ปกเสือ้ คอบัวแหลมเฉยี งไปดา้ นซา้ ย
ตวั เสอื้ เขา้ รูป ความยาวตวั เสอื้ คลมุ สะโพก
ดา้ นหน้า ผา่ เฉยี งด้านซ้ายมกี ระดุมป๊มั มกี ระเป๋าเจาะสองข้าง
ดา้ นหลงั แยกเกร็ดซา้ ยขวา
แขนเสอื้ เหนือขอ้ ศอกเลก็ นอ้ ย/แขนยาว
พยาบาลวิชาชีพ ผูช้ ่วยพยาบาล
กระโปรง ทรงตรง ทรง A ผ่าหลังปา้ ยทับกนั หรือ ทรงทวชิ ด้านหลัง ความยาวของกระโปรงพอดเี ขา่
กางเกง ทรงสภุ าพ ไม่คบั หรอื หลวมเกินไป ขากางเกงไมก่ ว้างหรือแคบจนเกนิ ไป
32
แบบที่ 2 ชดุ เครือ่ งแบบพยาบาล และผ้ชู ว่ ยพยาบาลผู้หญิงทีต่ งั้ ครรภ์
เส้ือและกระโปรง ติดกนั (แบบแซค) ไม่ต่อเอว
ปกเสือ้ คอบัวแหลมเฉียงไปด้านซา้ ย
ดา้ นหน้า ไมต่ ่อเหนอื อก หรือต่อเหนืออกมีจีบรูดเลก็ น้อย
ด้านหลัง ไม่มรี อยต่อ
แขนเสอ้ื ส้ันเหนอื ข้อศอกเลก็ น้อย
ความยาวของกระโปรงคลุมเข่า 3-5 น้วิ
สำหรบั พนักงานผูช้ ว่ ยพยาบาลใหตดิ แถบสีฟา้ ขนาด 0.5 เซนติเมตรที่ขอบปกเส้อื
2. พยาบาลผู้ชาย เส้ือและกางเกงขายาว สขี าว
เสื้อ แบบเสื้อคอตั้ง ป้ายด้านขวาติดกระดุม 7 เม็ด มีกระเป๋า 1 ใบ ที่อกเสื้อด้านซ้าย ความยาวของ
ตวั เสอ้ื คลมุ สะโพก
กางเกง ขายาวแบบสุภาพ ปลายขากางเกงไมก่ ว้างหรือแคบเกินไป
3. ผ้ชู ่วยพยาบาลผชู้ าย เสื้อและกางเกงขายาว สีขาว
เสื้อ แบบเสื้อคอตั้ง ป้ายด้านขวามีกุ๊นสีฟ้าติดกระดุม 7 เม็ด มีกระเป๋า 1 ใบ ที่อกเสื้อด้านซ้ายความ
ยาวของตวั เสอ้ื คลมุ สะโพก
กางเกง ขายาวสขี าวแบบสภุ าพ ปลายขากางเกงไม่กวา้ งหรอื แคบเกนิ ไป
33
4. พนกั งานชว่ ยการพยาบาลผู้หญิง
แบบที่ 1 ชดุ เครอ่ื งแบบพนกั งานชว่ ยการพยาบาลผูห้ ญงิ เสือ้ สฟี ้า กระโปรง/กางเกงขายาวสีขาว
เส้ือ คอบัวแหลมเฉียงไปด้านซ้าย มีกระดมุ ปั๊ม มีกระเป๋าเจาะสองข้าง
ตวั เสอ้ื เข้ารูป ความยาวตวั เส้อื คลมุ สะโพก
แขนเสอ้ื สนั้ เหนอื ขอ้ ศอกเล็กน้อย
กระโปรง ทรงตรง ทรง A สีฟ้าผ่าหลังป้ายทับกัน หรือ ทรงทวิชด้านหลัง ความยาวของกระโปรง
พอดเี ข่า
กางเกง ขายาวสีฟ้าทรงสุภาพ ไม่คับหรือหลวม ขากางเกงไมก่ วา้ งหรอื แคบจนเกนิ ไป
34
แบบที่ 2 ชดุ เครอ่ื งแบบพนักงานชว่ ยการพยาบาลผ้หู ญิงตง้ั ครรภ์
เสอ้ื และกระโปรง - ติดกัน (แบบแซค) ไมต่ อ่ เอว
ปกเส้ือ ฮาวายมน/ฮาวายแหลม บัวมน/บัวแหลม
ดา้ นหนา้ ไม่ตอ่ เหนอื อก หรอื ต่อเหนืออกมีจบี รดู เลก็ นอ้ ย
ด้านหลัง ไมม่ รี อยต่อ
แขนเสอื้ สัน้ เหนอื ข้อศอกเล็กนอ้ ย
ความยาวของกระโปรงคลมุ เข่า 3-5 นิ้ว
5. พนกั งานชว่ ยการพยาบาลผูช้ าย เสื้อสฟี า้ และกางเกงสีดำ/กรมทา่
เสื้อ คอกลมผ่าหน้าตลอด ติดกระดุมสีขาว 5 เม็ด มีกระเป๋าปะที่ชายเสื้อด้านล่างข้างละ 1 ใบ
ความยาวของตวั เส้อื คลมุ สะโพก
กางเกง ขายาวแบบสุภาพ ปลายขากางเกงไม่กวา้ งหรือแคบเกนิ ไป
6.เสมียนธุรการหอผ้ปู ว่ ย สวมชดุ ปฏบิ ัตงิ าน ตามแบบทกี่ ำหนดของโรงพยาบาล
7.ชดุ เคร่ืองแบบปฏบิ ตั ิงานในหนว่ ยงานเฉพาะ นอกเหนอื จากการแตง่ เครอ่ื งแบบปฏบิ ัตงิ านปกติ
1. แผนกฉุกเฉิน และประสานงานส่งต่อ เสื้อและกางเกงสีน้ำเงิน ใช้ในการปฏิบัติงานทั้งภายในและ
ภายนอกโรงพยาบาล
เส้ือ ใช้ผา้ สีน้ำเงนิ เนอื้ ผา้ หนาปานกลางสามารถระบายอากาศไดด้ ี เนื้อผา้ เรยี บไมม่ ีลวดลาย
กางเกง ใช้ผา้ สนี ้ำเงิน เน้อื ผ้าหนาและมีน้ำหนัก ผา้ ยืดเล็กนอ้ ย
มีแถบเรืองแสงในที่มดื ปักด้านหน้าและด้านหลงั เสือ้ แสดงระดับตำแหนง่ ของบุคลากร
เสื้อ ตัวเสอ้ื เข้ารปู ความยาวตวั เสื้อคลมุ สะโพก
35
ด้านหน้า คอแหลม ปักตำแหน่งของบุคลากรที่บริเวณอกด้านขวา ด้วยตัวหนังสือ 1 นิ้ว มี
กระเป๋าด้านล่างบริเวณเอวทั้งสองข้างโดยติดผ้าแถบสีเงินสะท้อนแสงขนาดความ
กว้างไมน่ ้อยกวา่ 1 นวิ้
ด้านหลัง ติดแถบสะท้อนแสงสีเงินขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 2 นิ้ว ปักตัวอักษรบริเวณ
เหนอื แถบสะทอ้ นแสงแสดงช่ือโรงพยาบาล
แขนเสือ้ สัน้ เหนอื ขอ้ ศอกเล็กนอ้ ย
กางเกง ขายาวแบบสุภาพ ไม่คับหรือหลวม ปลายขากางเกงไม่กว้างหรือแคบเกินไป กระเป๋า
บนเฉียงมีกระเป๋าข้างต้นขาซ้ายและขวาแบบมีฝา และกระเป๋าหลัง 2 ใบติดแถบ
สะท้อนแสงสเี งิน ขนาดความกว้าง 1 น้ิวคาดบริเวณเหนอื เข่า 1 เส้น
รองเท้า เปน็ รองเทา้ หมุ้ สน้ สขี าว/ดำ แบบสุภาพ พื้นยาง
2. แผนกผู้ป่วยวิกฤต/ไตเทียม/ห้องคลอดและทารกแรกเกิด/ห้องผ่าตัดและผู้ป่วยนอกเด็กใช้ชุด
ปฏบิ ตั งิ านท่โี รงพยาบาลจดั ใหด้ งั นี้
1.กรณีเปลี่ยนชุดปฏิบัติงาน ให้ใช้ชุดปฏิบัติงานลักษณะตามที่กำหนดให้ใช้ในหน่วยงานนั้นๆและให้
ใชช้ ุดปฏบิ ัตงิ านดังกล่าวเฉพาะในหน่วยงานเท่าน้ัน
2.กรณีสวมคลุมชุดปฏิบัติงานให้ใช้เสื้อกาวน์ลักษณะตามที่กำหนดให้ใช้ในหน่วยงานนั้นๆและให้
สวมเส้อื กาวน์ดังกลา่ วคลมุ ชดุ ปฏิบตั ิงานเมอ่ื ออกนอกแผนก
ทั้งน้ี ให้สวมชุดสุภาพหรือชุดเครื่องแบบปฏิบัติงานตามตำแหน่งก่อนเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงาน
ดงั กลา่ ว
36
NOTE
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
37
NOTE
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
38
NOTE
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
_______________________________________________
39