แบดมินตนั
คำนำ
รายงานกีฬาแบดมินตนั ฉบบั น้ี เป็นส่วนหน่ิงของวชิ าพละศึกษา ปัจจุบนั
กีฬาแบดมินตนั เป็นที่แพร่หลาย และไดร้ ับความสนใจเนื่องจากกีฬาแชร์
บอลน้นั เล่นไดง้ ่ายเหมาะกบั การสร้างความสามคั คีซ่ึงในรายงานฉบบั น้ี
ประกอบดว้ ย ประวตั ิ กติกา อุปกรณ์ ละรายละเอียดอ่ืนๆ เก่ียวกบั กีฬา
แบดมินตนั
จัดทำโดย
นำย วรี พงศ์ วงศช์ ำรี
สารบญั
ประวัตคิ วำมเป็ นมำ
ประวตั แิ บดมนิ ตันในประเทศไทย
วธิ ีกำรเล่นแบดมนิ ตัน
กตกิ ำกำรเล่นแบดมนิ ตัน
มำรยำทกำรเล่น
มำรยำทผู้ชม
มำรยำทผู้ตัดสนิ
ประโยชนข์ องการเลน่ แบดมินตนั
•ประวตั คิ วำมเป็ นมำ
• บดมินตนั (Badminton) เป็ นกีฬำทไี่ ด้รับกำรวจิ ำรณเ์ ป็ นอยำ่ งมำก
เพรำะไม่มหี ลักฐำนทแี่ น่ชัดถงึ ทมี่ ำของกฬี ำประเภทนี้ คงมีแตห่ ลักฐำน
บำงอย่ำงทท่ี ำใหท้ รำบว่ำ กฬี ำแบดมินตันมเี ล่นกันในยุโรป โดยเฉพำะใน
ประเทศองั กฤษ ตอนปลำยศตวรรษท่ี 17 และจำกภำพสีน้ำมันหลำยภำพ
ได้ยนื ยนั วำ่ กฬี ำแบดมินตันเล่นกันอย่ำงแพร่หลำยในพระรำชวงศข์ องรำช
สำนักตำ่ ง ๆ ในทวปี ยุโรป แม้ว่ำจะเรียกกันภำยใตช้ อื่ อนื่ ก็ตำม
โดยกีฬำแบดมินตนั ไดร้ ับกำรบันทกึ แบบเป็ นลำยลักษณอ์ กั ษรในปี
พ.ศ. 2413 ซึง่ พบว่ำ มีกำรเล่นกีฬำลูกขนไก่เกดิ ขนึ้ ทเ่ี มอื งปนู ำ
(Poona) ในประเทศอนิ เดยี เป็ นเมอื งเล็ก ๆ ห่ำงจำกเมอื งบอมเบย์
ประมำณ 50 ไมล์ โดยได้รวมกำรเล่นสองอยำ่ งเข้ำดว้ ยกันคอื กำรเล่นปนู ำ
ของประเทศอนิ เดยี และกำรเล่นไม้ตกี ับลูกขนไก่ (Battledore
Shuttle Cock) ของยุโรป
ในระยะแรก กำรเล่นแบดมินตนั จะเล่นกันเพยี งแต่ในหมู่นำยทหำร
ของกองทพั และสมำชกิ ชนชัน้ สูงของอนิ เดยี เทำ่ นั้น จนกระท่งั มนี ำยทหำร
อังกฤษทไ่ี ปประจำกำรอย่ทู เ่ี มอื งปนู ำ นำกำรเล่นตลี ูกขนไก่นกี้ ลับไป
องั กฤษ และเล่นกันอยำ่ งกวำ้ งขวำง ณ คฤหำสนแ์ บดมินตัน
(Badminton House) ของดยุคแห่งบวิ ฟอรด์ ทกี่ ลอสเตอรเ์ ชยี ร์
ดังนั้นในปี พ.ศ. 2416 เกมกีฬำตลี ูกขนไก่เลยถูกเรียกวำ่ แบดมินตัน ตำม
ชอ่ื คฤหำสนข์ องดยุคแหง่ บวิ ฟอรด์ ตัง้ แตน่ ั้นเป็ นต้นมำ
ทงั้ นี้ กีฬำแบดมนิ ตันก็เริ่มแพร่หลำยในประเทศแถบภำคพนื้ ยุโรป
เนื่องจำกเป็ นเกมทค่ี ล้ำยเทนนิส แตส่ ำมำรถเล่นได้ภำยในตวั ตกึ โดยไม่
ตอ้ งกังวลต่อลมหรือหมิ ะในฤดูหนำว นอกจำกนี้ ชำวยุโรปทอ่ี พยพไปสู่ทวปี
อเมริกำ ยงั ได้นำกีฬำแบดมินตนั ไปเผยแพร่ รวมทัง้ ประเทศต่ำง ๆ ในทวปี
เอเชยี และออสเตรเลยี ทอี่ ย่ภู ำยใต้อำณำนิคมของอังกฤษ เนเธอรแ์ ลนด์
ตำ่ งนำเกมแบดมินตันไปเล่นยังประเทศของตนเองอยำ่ งแพร่หลำย
เกมกีฬำแบดมนิ ตนั จงึ กระจำยไปสู่ส่วนตำ่ ง ๆ ของโลก รวมทัง้ ประเทศไทย
ดว้ ย
•
สาหรบั การเลน่ แบดมินตนั ในระยะแรกไมไ่ ดม้ ีกฎเกณฑต์ ายตวั เพยี งแต่เป็นการ
ตีโตล้ กู กนั ไปมาไม่ใหล้ กู ตกพืน้ เทา่ นนั้ สว่ นเสน้ แบง่ แดนก็ใชต้ าขา่ ยผกู โยงระหวา่ ง
ตน้ ไมส้ องตน้ ไม่ไดค้ านงึ ถงึ เรอ่ื งต่าสงู เลน่ กนั ขา้ งละไม่นอ้ ยกวา่ 4 คน สว่ นมาจะเลน่
ทีมละ 6 ถงึ 9 คน ผเู้ ลน่ สามารถแตง่ ตวั ไดต้ ามสบาย
จนกระท่งั ปี พ.ศ.2436 ไดม้ ีการจดั ตงั้ สมาคมแบดมินตนั แห่งประเทศองั กฤษขนึ้
ซง่ึ นบั เป็นสมาคมแบดมินตนั แห่งแรกของโลก หลงั จากท่ีมีการจดั แขง่ ขนั แบดมินตนั ชงิ
ชนะเลศิ แหง่ ประเทศองั กฤษ หรอื ท่ีเรยี กกนั วา่ ออลอิงแลนด์ ตงั้ แตป่ ี พ.ศ.2432 ทาง
สมาคมแบดมินตนั แหง่ ประเทศองั กฤษจงึ ไดต้ งั้ กฎเกณฑข์ องสนามมาตรฐานขนึ้ คือ
ขนาดกวา้ ง 22 ฟตุ ยาว 45 ฟตุ (22 x 45) เป็นสนามขนาดมาตรฐานประเภทคทู่ ่ีใช้
ในปัจจบุ นั จากนน้ั จงึ มีการปรบั ปรุงดดั แปลงในเรอ่ื งอปุ กรณการเลน่ ใหด้ ขี นึ้ เป็นลาดบั
ตอ่ มาไดร้ บั ความนิยมแพรห่ ลายไปท่วั โลก โดยประเทศในเอเชยี อาคเนยท์ ่ีมีการเลน่
กีฬาแบดมินตนั และไดร้ บั ความนิยมสงู สดุ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซยี และประเทศไทย
สว่ นการแขง่ ขนั ระหวา่ งประเทศไดเ้ ร่มิ จดั ใหม้ ีขนึ้ ในปี พ.ศ. 2445 และ
ตลอดเวลาหลายปีท่ีผา่ นมา จานวนประเทศท่ีเขา้ รว่ มแขง่ ขนั กีฬาแบดมินตนั ระหวา่ ง
ประเทศมีมากวา่ 31 ประเทศ แบดมินตนั ไดก้ ลายเป็นเกมกีฬาท่ีเลน่ กนั ระหว่างชาติ
โดยมีการยกทีมขา้ มประเทศเพ่อื แขง่ ขนั ระหวา่ งชาติในทวปี ยโุ รป ในปี พ.ศ.2468 กลมุ่
นกั กีฬาของประเทศองั กฤษไดแ้ ข่งขนั กบั กลมุ่ นกั กีฬาประเทศแคนาดา หา้ ปีหลงั จากนนั้
พบวา่ ประเทศแคนาดามีสโมสรสาหรบั ฝึกแบดมินตนั มาตรฐานแทบทกุ เมือง
ในปี พ.ศ.2477 สมาคมแบดมินตนั ของประเทศองั กฤษเป็นผนู้ าในการก่อตงั้
สหพนั ธแ์ บดมินตนั ระหวา่ งประเทศ โดยมีชาตติ า่ ง ๆ อกี 8 ชาตคิ ือ แคนาดา เดนมารก์
องั กฤษ ฝร่งั เศส ไอรแ์ ลนด์ เนเธอรแ์ ลนด์ นิวซแี ลนด์ สก๊อตแลนด์ และเวลล์ โดยมี
ศนู ยก์ ลางอยทู่ ่ีกรุงลอนดอน ปัจจบุ นั มีประเทศท่ีอยใู่ นเครอื สมาชิกกวา่ 60 ประเทศ ท่ี
ขนึ้ ตอ่ สหพนั ธแ์ บดมินตนั ระหวา่ งประเทศ (I.B.F.) สหพนั ธม์ ีบทบาทสาคญั ในการ
กาหนด และควบคมุ กตกิ าระเบียบขอ้ บงั คบั ตา่ ง ๆ ของการแขง่ ขนั กีฬาแบดมนิ ตนั ท่วั
โลก
• ประวตั แิ บดมินตันในประเทศไทย
• การเล่นแบดมินตนั ไดเ้ ขา้ มาสู่ประเทศไทยในราวปี พ.ศ. 2456
โดยเริ่มเล่นกีฬาแบดมินตนั แบบมี ตาข่าย โดยพระยานิพทั ยกลุ พงษ์
ไดส้ ร้างสนามข้ึนที่บา้ น ซ่ึงต้งั อยรู่ ิมคลองสมเดจ็ เจา้ พระยาธนบุรี แลว้
นิยมเล่นกนั อยา่ งแพร่หลายออกไป ส่วนมากเล่นกนั ตามบา้ นผดู้ ีมี
ตระกลู วงั เจา้ นาย และในราชสานกั การเล่นแบดมินตนั คร้ังน้นั นิยม
เล่นขา้ งละ 3 คน ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2462 สโมสรกลาโหมไดเ้ ป็น
ผจู้ ดั แข่งขนั แบดมินตนั ทว่ั ไปข้ึนเป็นคร้ังแรก โดยจดั การแข่งขนั 3
ประเภทไดแ้ ก่ ประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ และประเภทสามคน ปรากฏ
วา่ ทีมแบดมินตนั บางขวางนนทบุรี (โรงเรียนราชวทิ ยาลยั บางขวาง
นนทบุรี) ชนะเลิศทุกประเภท นอกจากน้ี มีนกั กีฬาแบดมินตนั ฝีมือดี
เดินทางไปแข่งขนั ยงั ประเทศใกลเ้ คียงอยบู่ ่อยๆ
• ในปี พ.ศ. 2494 พระยาจินดารักษไ์ ดก้ ่อต้งั สมาคมชื่อวา่
"สมาคมแบดมินตนั แห่งประเทศไทย" เม่ือแรกต้งั มีอยู่ 7 สโมสร คือ
สโมสรสมานมิตร สโมสรบางกอก สโมสรนิวบอย สโมสรยนู ิต้ี
สโมสร ส.ธรรมภกั ดี สโมสรสิงห์อุดม และสโมสรศิริบาเพญ็ บุญ ซ่ึง
ในปัจจุบนั น้ีเหลือเป็นสโมสรสมาชิกของสมาคมอยเู่ พยี ง 2 สโมสร
คือ สโมสรนิวบอย และสโมสรยนู ิต้ีเท่าน้นั และในปี เดียวกนั สมาคม
แบดมินตนั แห่งประเทศไทยกไ็ ดส้ มคั รเขา้ เป็นสมาชิกของสหพนั ธ์
แบดมินตนั นานาชาติดว้ ย สมาคมแบดมินตนั แห่งประเทศไทยมี
นกั กีฬาแบดมินตนั ที่มีฝีมือดีอยมู่ าก ซ่ึงไดส้ ร้างชอ่ื เสียงใหก้ บั ประเทศ
ไทยจากการลงแข่งขนั ใน รายการต่าง ๆ ของโลกเป็นอยา่ งมาก ท้งั
โธมสั คพั อูเบอร์คพั และการแข่งขนั ออลอิงแลนด์ โดยวงการ
แบดมินตนั ของไทยยกยอ่ ง นายประวตั ิ ปัตตพงศ์ (หลวงธรรมนูญวฒุ ิ
กร) เป็นบิดาแห่งวงการแบดมินตนั ของประเทศไทย
• วธิ ีกำรเล่นแบดมนิ ตัน
กำรจบั ไม้
การจบั ไมถ้ ือเป็นขนั้ ตอนแรกในการเลน่ แบดมนิ ตนั และมีความสาคญั เป็นอย่างมากในการเล่น
แบดมนิ ตนั เพราะถา้ จบั ไมไ้ มถ่ กู วิธีก็จะทาใหเ้ ราตีลกู ไดไ้ ม่ดีและขาดประสิทธิภาพในการตี การ
จบั ท่ีถกู ตอ้ งคือการจบั ในลกั ษณะคีบ โดยนานวิ้ โปง้ กบั นวิ้ ชีค้ ีบไปท่ีดา้ มของไมห้ ลงั จากนน้ั ให้
นานวิ้ ท่ีเหลือกาดา้ มไมก้ ็จะไดก้ ารจบั แบบคีบ การจบั ไมค้ วรจบั ใหอ้ ย่กู ่ึงกลางของดา้ มพอดีไม่
ควรสงู หรอื ต่าจนเกินไป เพราะจะทาใหต้ ีไดไ้ ม่ถนดั
การเสริฟ
การเสรฟิ มีอยู่ 2 แบบ คือ
1.) การเสรฟิ สนั้ จบั ไมข้ า้ งขวายกไมข้ นึ้ ตง้ั ฉากกบั หวั ไหล่ หวั ไมอ้ ยรู่ ะดบั เอวมืออีกขา้ งจบั ลกู ขน
ไก่จรดกบั ปลายหวั ไม้ ยืนชดิ เสน้ เสรฟิ หนั ทศิ ทางไปยงั ท่ีจะเสรฟิ กา้ วเทา้ ซา้ ยไปดา้ นหลงั เปิดสน้
เทา้ เล็กนอ้ ย
2.) การเสรฟิ ยาว จบั ไมข้ า้ งขวาย่ืนไมไ้ วข้ า้ งลาตวั มืออีกขา้ งถือลกู ขนไก่ในระดบั ไหล่ ยืนกลาง
คอรต์ กา้ วเทา้ ขวาถอยไปดา้ นหลงั เปิดสน้ เทา้ เลก็ นอ้ ย
กำรตัง้ รับ
หลงั จากเสรฟิ ออกไปแลว้ ค่ตู ่อสกู้ ็จะทาเกมสร์ ุกใส่เรา เราจาเป็นท่ีจะตอ้ งตงั้ รบั เกมสร์ ุกของคู่
ต่อสู้ โดยมีวิธีตงั้ รบั ดงั นี้ ยืนกลางคอรต์ แยกเทา้ ออกทง้ั สองขา้ งพอประมาณย่อเข่าเล็กนอ้ ย ยก
ไมข้ นึ้ ไวร้ ะดบั ไหล่ สายตามองตรงไปยงั ค่ตู อ่ สู้
กำรตบ
การตบเป็นการทาเกมสร์ ุกใส่คตู่ อ่ สเู้ พ่อื ทาคะแนน การตบมีวิธีการดงั นี้ ยืนกลางคอรต์ แยกเทา้
ขวาไปดา้ นหลงั เปิดสน้ เทา้ เลก็ นอ้ ย ยกไมข้ นึ้ เหนือหวั แขนขวาตง้ั ฉากกบั หวั ไหล่ แขนอีกขา้ งยก
ขนานกบั ทิศทางท่ีจะตบ ตามองไปยงั เปา้ หมายท่ีจะตบ
กำรหยอด
การหยอดเป็นการตง้ั รบั หรอื รุกในเวลาเดียวกนั เป็นการชิงความไดเ้ ปรยี บในแดนหนา้ การ
หยอดควรหยอดใชช้ ดิ ตาข่ายใหม้ ากท่ีสดุ การหยอดมีวิธีการดงั นี้ ยืนชิดหนา้ ตาขา่ ยหนั ตวั ไปใน
ทศิ ทางท่ีจะหยอด แยกเทา้ ซา้ ยไปดา้ นหลงั เปิดสน้ เทา้ เล็กนอ้ ย จบั ไมอ้ ย่ใู นระดบั ตาขา่ ย
กำรโยน
การโยนเป็นการทาลายจงั หวะของค่ตู ่อสแู้ ละทาใหค้ ่ตู ่อสตู้ อ้ งเคล่ือนท่ีไปรบั ลกู ท่ีทา้ ยคอรต์ เป็น
การเปิดช่องดา้ นหนา้ ใหเ้ ราทาคะแนน การโยนมีวิธีการดงั นี้ ยืนหนั ทิศทางไปยงั ดา้ นท่ีจะโยน
แยกเทา้ ซา้ ยไปดา้ นหลงั เปิดสน้ เทา้ เลก็ นอ้ ย ถือไมไ้ วข้ า้ งลาตวั
กตกิ าการเล่นแบดมินตัน
กติกาเบื้องต้น
• 1. การออกนอกเสน้ มีการกาหนดเสน้ ออกแตง่ ตา่ งกนั ในกรณีเลน่ เด่ียวและเลน่ คู่
2. การเสริ ฟ์ ลกู ตามกตกิ า ท่ีถกู ตอ้ ง คือ
1. หวั ไมข้ ณะสมั ผสั ลกู ตอ้ งต่ากวา่ ขอ้ มืออยา่ งเห็นไดช้ ดั
2. หวั ไมข้ ณะสมั ผสั ลกู ตอ้ งต่ากวา่ เอวอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั
3. ผเู้ ลน่ ตอ้ งไมถ่ ่วงเวลา หรอื เสรฟิ ชา้ หรอื เสรฟิ 2 จงั หวะ การเสรฟิ ตอ้ งเสรฟิ ไปดว้ ย
จงั หวะเดียว
4. ขณะเสริ ฟ์ สว่ นใดสว่ นหน่ึงของเทา้ ทงั้ 2 ขา้ งตอ้ งสมั ผสั พืน้ ตลอดเวลา
5. การเสริ ฟ์ ลกู ท่ีถกู ตอ้ ง ตอ้ งใหแ้ รก็ เก็ตสมั ผสั กบั หวั ลกู กอ่ น หากโดนขนก่อนถือวา่
ผดิ กติกา
3. ขณะตีลกู โตก้ นั หา้ มนาสว่ นหน่งึ สว่ นใดของรา่ งกายหรอื ไมแ้ บดไปสมั ผสั กบั เน็ท
4. หา้ มตีลกู ท่ีฝ่ังตรงขา้ มโตก้ ลบั มาในขณะท่ลี กู ยงั ไมข่ า้ มเน็ทมายงั แดนเรา(Over
net)
ตสแขหน้ ง่พไขปนั นั ธก์ แีฬบาดแบมดนิ มตนินั ตนนัานใหามชา่ ใตนิ ร(ะIบBบF3)xได2ก้ 1าหคนะดแใหนน้ ทดตลง้ั แอตงใ่ วชนั ร้ ทะบ่ี 1บมกการรานคบั มคะ2แ5น4น9กเปา็รน
รายละเอียดของกตกิ าการนบั คะแนนมีดงั นี้
1. แมทชห์ น่งึ ตอ้ งชนะใหไ้ ดม้ ากท่ีสดุ ใน 3 เกม
2. ทกุ ประเภทของการแขง่ ขนั ฝ่ายท่ีได้ 21 คะแนนก่อนเป็นฝ่ายชนะในเกมนนั้ ยกเวน้ เม่อื
ได้ 20 คะแนนเทา่ กนั ตอ้ งนบั ตอ่ ใหม้ ีคะแนนหา่ งกนั 2 คะแนน ฝ่ายใดไดค้ ะแนนนา 2
คะแนนก่อนเป็นผชู้ นะ แต่ไมเ่ กิน 30 คะแนน หมายความวา่ หากการเลน่ ดาเนินมาจนถึง
29 คะแนนเท่ากนั ฝ่ายใดได้ 30 คะแนนก่อน เป็นผชู้ นะ
3. ฝฝ่่าายยชชนนะะเกปา็นรเฝส่า่ยี ยงสสง่ ทิ ลธกู ิ์เตป็อ่นใฝน่าเยกสมง่ตล่อกู ไไปดก้ ่อน
4. หากฝ่ายตรงขา้ มทาลกู "เสยี " หรอื ลกู ไมไ่ ด้
อยใู่ นการเลน่ ผเู้ ลอื กสง่ ลกู ก่อนจะไดค้ ะแนนนา 1-0 และไดส้ ง่ ลกู ต่อ แต่หากผสู้ ง่ ลกู ทาลกู
ข5"เ.าส้ มปียจร"ะะหเไรภดอื ทส้ลคทิกู ่ใูธไหมิ์สส้ อ่ง่ ง่ลยลกูใู่ กูนแฝกท่าานยรลเดละาน่ 1เนฝคิน่ารเยงชั้ ต่นตรนางีมต้ ขอ่คา้ ไะมปแจจนะนนไดจทบค้ ่ีไะดเกแ้ มนขณนตะาทม่ีเปมลาท่ยี นนั ฝท่าีเปย็นส่ง1ล-1กู และฝ่ ายตรง
หากคะแนน
เป็นจานวนค่ี ผอู้ ยคู่ อรด์ ดา้ นซา้ ยเป็นผสู้ ง่ ลกู หากคะแนนเป็นจานวนค่ผู อู้ ย่คู อรด์ ดา้ นขวา
เป็นฝ่ายสง่ ลกู
หมายเหตุ ศกึ ษากตกิ าโดยละเอียดไดท้ ่ีเวบ็ ไซต์ สมาคมแบดมนิ ตนั แหง่ ประเทศไทย ใน
พระบรมราชปู ถมั ภ์
การดิวส์
คหะาแกนผนเู้ ลมน่ากทกงั้ สว่าอฝง่ฝา่ยายตทรงาขคา้ ะมแน2นคไะดแเ้ ทนา่นกแนั ตใ่ถนา้คยะงัแไนมนส่ ทา่มี 2า0รถจะทมาคกี าะรแเนลนน่ หต่าอ่ งจกนนั ก2ว่าแวตา่ ม้ จไะดม้ จี ะ
เลน่ ต่อไปเรอ่ื ยๆ แต่ เม่อื แตม้ ได้ 29 เทา่ กนั ใครท่ีทาไดแ้ ตม้ 30 ก่อนจะเป็นฝ่ายชนะ
มารยาทการเล่น
มำรยำทผูเ้ ล่น
1. ผแู้ ขง่ ขนั ตอ้ งตระหนกั อย่เู สมอวา่ ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั เป็นนกั กฬี าสมคั รเลน่ ซง่ึ ตอ้ งมีนา้ ใจเป็นนกั กีฬาอยเู่ สมอ และ
พรอ้ มท่ีจะใหอ้ ภยั แกความผิดพลาดทกุ โอกาส โดยไม่คานงึ ถงึ ผลแพช้ นะเป็นสาคญั จนเกนิ ไป
2. ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั แตง่ กายดว้ ยชดุ กีฬาสขี าว สะอาด เรยี บรอ้ ย
3. ยิม้ แยม้ แจ่มใสตอ่ คแู่ ขง่ ขนั แสดงออกถงึ มิตรภาพความสภุ าพ ออ่ นโยนดว้ ยการสมั ผสั มอื หรือเปิดโอกาสให้
คแู่ ขง่ ขนั ไดว้ อรม์ รวมทงั้ ไมเ่ อาเปรยี บคตู่ อ่ สหู้ รอื คแู่ ขง่ ขนั ในการเสย่ี ง ใหโ้ อกาสคู่ตอ่ สเู้ ป็นผนู้ าการเลือกเส่ยี งก่อน
4. ไมแ่ สดงกรยิ าท่ีไมด่ เี ม่อื ทาเสยี เอง ดว้ ยทา่ ทางหรอื คาพดู รวมทงั้ การกลา่ วตาหนิผเู้ ล่นฝ่ายเดียวกนั
5. ใชค้ าพดู ท่ีสภุ าพในการแขง่ ขนั
6. การถามขอ้ สงสยั หรอื ถามคะแนนตอ่ ผตู้ ดั สนิ ในระหวา่ งการแขง่ ขนั ควรจะใชถ้ อ้ ยคาท่ีสภุ าพ
7. การอทุ ธรณค์ าวนิ ิจฉยั ของผตู้ ดั สนิ ก็เป็นอกี เร่อื งหนง่ึ ท่ีผแู้ ขง่ ขนั ควรจะใชถ้ อ้ ยคาท่ีระมดั ระวงั และเม่ือไดท้ า
การอทุ ธรณแ์ ลว้ ผอู้ ทุ ธรณต์ อ้ งอย่ใู นความสงบ และพรอ้ มท่ีจะทาการแขง่ ขนั ตอ่ ไปได้ และเม่ือผตู้ ดั สินชีข้ าด
อย่างไรก็ตอ้ งปฏบิ ตั ิตามดว้ ยความเตม็ ใจ
8. เม่ือขณะดาเนินการแขง่ ขนั อย่หู ากจะหยดุ พกั เช่น ขอเช็ดเหง่อื ด่มื นา้ เปล่ียนแรก็ เกต เปล่ียนรองเทา้ ถงุ เทา้
ฯลฯ ตอ้ งขออนญุ าตผตู้ ดั สินทกุ ครงั้ เม่ือไดร้ บั อนญุ าตแิ ลว้ จงึ ปฏบิ ตั ไิ ด้
ก9.าใรนเสกียามรสารง่ ยลากู ทเสอยียไา่ ปงใรหุนค้แตู่รงอ่ สจู้ ะตอ้ งสง่ ลกู ขา้ มตาขา่ ยไปใหเ้ สมอ การสง่ ลกู ลอดใตต้ าขา่ ยไปใหค้ ตู่ อ่ สถู้ ือวา่ เป็น
10. ในระหวา่ งการแขง่ ขนั ถา้ ผตู้ ดั สนิ ทาหนา้ ท่ผี ิดพลาดแตเ่ ราอยใู่ นฐานะไดเ้ ปรยี บไมค่ วรใชค้ วามไดเ้ ปรยี บนนั้
เป็นประโยชน์
11. การตีลกู เสยี นกั กีฬาท่ีดีตอ้ งรอ้ งออกมาดงั ๆ วา่ "เสีย" โดยไม่ตอ้ งรอใหผ้ ตู้ ดั สนิ รอ้ งออกมากอ่ น แตถ่ า้ ผู้
ตดั สินดไู มท่ นั ผตู้ ลี กู เสยี ไมค่ วรจะฉวยโอกาสเลน่ ตอ่ ไปดว้ ย เพราะการฉวยโอกาสเช่นนีเ้ ป็นการกระทาท่ไี มส่ จุ รติ
12. เม่ือการแขง่ ขนั เสรจ็ สนิ้ ลง ถา้ เราเป็นฝ่ายชนะจะตอ้ งไมแ่ สดงความดใี จจนเกินควร ตอ้ งเขา้ ไปจบั มือคแู่ ขง่ ขนั
ทนั ทีพรอ้ มแสดงความเสยี ใจ ถา้ เป็นฝ่ายแพไ้ มค่ วรจะแสดงอารมณฉ์ นุ เฉียวตอ้ งควบคมุ อารมณ์ และรบี ไปแสดง
ความยินดกี บั คแู่ ขง่ โดยทนั ทีเหมือนกนั
13. ยอมรบั และเช่ือฟังการตดั สนิ โดยไมโ่ ตแ้ ยง้ และเม่ือเสรจ็ สนิ้ การแขง่ ขนั ควรแสดงความเคารพผูต้ ดั สิน้
14. ในสนามท่ีมีผมู้ ารอเลน่ อยมู่ าก และไม่ใชก่ ารแขง่ ขนั ไม่ควรเลน่ กนั นานจนเกินไป ควรเปิดโอกาสใหผ้ อู้ ่นื ได้
เลน่ บา้ ง
มารยาทผู้ชม
1. แตง่ กายใหส้ ภุ าพ เรยี บรอ้ ย เป็นการใหเ้ กียรติแก่การแขง่ ขนั นนั้
ๆ
2. ใหเ้ กียรติแก่นกั กีฬาทงั้ 2 ฝ่าย ดว้ ยการปรบมือเม่ือมกี าร
แนะนาคแู่ ขง่ ขนั
3. ไมก่ ลา่ ววาจาไมส่ ภุ าพ และไมเ่ ชียรฝ์ ่ายใดฝ่ายหน่งึ จนไมน่ า่ ดู
4. ขณะการแขง่ ขนั ยงั ดาเนินอยไู่ ม่ควรรบกวนสมาธิของผแู้ ข่ง
หรอื ผชู้ มดว้ ยกนั
5. การน่ิงเงียบ ในขณะท่นี กั กีฬากาลงั เลน่ ถือวา่ เป็นมารยาทของ
ผชู้ มท่ดี ี
6. ควรปรบมอื เม่อื ผเู้ ลน่ ฝ่ายใดฝ่ายหนง่ึ เลน่ ไดด้ ี สวยงาม และ
กระทาเม่อื ลกู ไมไ่ ดอ้ ยใู่ นการเลน่
7. ไม่แสดงออกดว้ ยกิรยิ า หรอื วพิ ากษว์ ิจารณก์ ารตดั สินของ
กรรมการ ขณะทาการแข่งขนั แมว้ า่ จะมีขอ้ ผิดพลาด
8. เม่อื การแข่งขนั สนิ้ สดุ ลง ควรปรบมือเป็นเกียรติแก่นกั กีฬาทงั้
สองฝ่ าย
มารยาทผู้ตดั สิน
1. เมอ่ื เขา้ สสู่ นามแขง่ ขนั ตอ้ งแตง่ กายใหถ้ กู ตอ้ งตามลักษณะของการ
เป็ นผตู ้ ัดสนิ เครอื่ งแตง่ กายตอ้ งประณีต และสะอาด วางตัวในลักษณะ
สภุ าพออ่ นนอ้ ม แตส่ ารวมไมห่ ลอกลอ้ กบั ผหู ้ นง่ึ ผใู ้ ด แสดงออกถงึ
อาการทจี่ ะใหค้ วามรว่ มมอื กับผอู ้ น่ื ดว้ ยทา่ ทกี ระฉับกระเฉง ไมใ่ ช่
ประหมา่ หรอื ลกุ ลล้ี กุ ลน
2. ระหวา่ งการแขง่ ขนั หลกี เลย่ี งการพบปะสนทนากบั ผเู ้ ลน่ ผฝู ้ ึ กสอน
ตลอดจนผคู ้ นุ ้ เคยอน่ื ๆ พยายามตงั้ ใจจรงิ ในการปฏบิ ัตหิ นา้ ทใี่ นการ
ตัดสนิ ตดั สนิ ใจดว้ ยความเด็ดขาดถกู ตอ้ ง แสดงออกถงึ ความมนี ้าใจเป็ น
นักกฬี า ไมแ่ สดงอารมณอ์ อกมา ควรใชว้ าจาเฉพาะในสงิ่ ทจี่ าเป็ นพดู
เฉพาะหลักการเทา่ นัน้ เพอื่ สรา้ งความเชอื่ ม่นั แกผ่ ฟู ้ ัง และไมค่ วร
โตเ้ ถยี งกบั ผใู ้ ดผหู ้ นง่ึ ซงึ่ จะเป็ นการลดฐานะของตนเอง อนั เป็ นการทา
ใหเ้ สอ่ื มศกั ดศิ์ รี และเป็ นการนาไปสกู่ ารทะเลาะววิ าทหรอื ทาใหเ้ กดิ คับ
ขอ้ งขนุ่ เคอื งใจได ้
3. เมอื่ จบการแขง่ ขัน หลงั จากตรวจใบนับคะแนนเรยี บรอ้ ยแลว้ ควรรบี
ออกจากสนามแขง่ ขนั ทนั ที ไมค่ วรรรี ออยเู่ พอ่ื ขออภัยในความผดิ พลาด
ในการตัดสนิ หรอื เพอื่ แสดงความยนิ ดหี รอื เสยี ใจตอ่ คแู่ ขง่ ไมค่ วรแสดง
ความคดิ เห็นใด ๆ เกย่ี วกบั ปัญหาตา่ ง ๆ ทม่ี กี ารถกเถยี งกนั ในกรณีทม่ี ี
ผสู ้ อื่ ขา่ วขอสมั ภาษณ์ ควรใหค้ วามรว่ มมอื ดว้ ยอธั ยาศยั อนั ดี โดยชแ้ี จง
อยา่ งเป็ นธรรมและเหมาะสมในขอบเขตของการเป็ นผตู ้ ัดสนิ แตไ่ มค่ วร
แสดงความคดิ เหน็ ทซ่ี ้าเตมิ หรอื กา้ วกา่ ยหนา้ ทข่ี องผอู ้ นื่
ประโยชน์ของการเล่นแบดมินตนั
1.ทาใหม้ พี ลานามยั สมบูรณแ์ ข็งแรงทงั้ ร่างกายและ
จิตใจ
2.ทาใหม้ สี ายตาและการเคลอื่ นไหวทรี่ วดเรว็ วอ่ งไว
3.ทาใหเ้ ป็นผทู้ มี่ กี ารคาดการณล์ ่วงหนา้ ได้
4.ทาใหเ้ ป็นผทู้ สี่ ามารถตดั สนิ ใจไดอ้ ยางรวดเร็วทนั เวลา
5.ทาใหร้ ูจ้ กั แบ่งหนา้ ทแี่ ละรกั ษาหนา้ ที่ มกี ารร่วมมอื กบั
ผูอ้ นื่ ไดด้ ี
6.สามารถเขา้ กบั คนอนื่ ได้ และมมี นษุ ยส์ มั พนั ธ์ทดี่ ี
7.ทาใหเ้ ป็นผทู้ มี่ นี า้ ใจเป็นนกั กฬี ารูแ้ พร้ ูช้ นะ และรูจ้ กั ให้
อภยั
8.ทาใหเ้ ป็นผทู้ รี่ ูจ้ กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์