การแต่งกายในช่วงดั้งเดิม ประมาณ๒๔๕๔-๒๕๑๑
การแต่งกายในวาระสำคัญ ส่วนใหญ่จะสวมใส่ผ้าไหม ที่มีลวดลายสวยงาม ปราณีต สวยงาม
แม่หญิงไทเมืองหนองหานหลวง ห่มสไบลายขิด นุ่งผ้าซิ่นมัดหมี่คั่น
หญิงผู้ดีไทนครพนม เบี่ยงผ้าเบี่ยงขิดคั่น ทอลายเต็มผืน สวมผ้าซิ่นมัดหมี่คั่น สาวไทโส่กุสุมาลย์ สวมเสื้อฝ้ายสีดำ ห่มผ้าเบี่ยงสีขาว สวมซิ่นเกาะโส้ ใช้การจกฝ้ายทอทั้งผืน
สาวไทโส่กุสุมาลย์ สาวไทโย้ย สวมเสื้อคราม ผ้าซิ่นคราม ผ้าขาม้าเบี่ยง สวมเสื้อฝ้ายสีดำ ห่มผ้าเบี่ยงสีขาว สวมซิ่นเกาะโส้ ใช้การจกฝ้ายทอทั้งผืน
การแต่งกายในชีวิตประจำวัน นิยมสวมเสื้อเรียบง่าย ห่มผ้าเบี่ยงหรือไม่ห่มผ้าเบี่ยงก็ได้ นุ่งผ้าซิ่นเรียมง่ายไม่มีลวดลายโดดเด่น
นิยมสวมเสื้อเรียบง่าย ห่มผ้าเบี่ยงหรือไม่ห่มผ้าเบี่ยงก็ได้ นุ่งผ้าซิ่นเรียมง่ายไม่มีลวดลายโดดเด่น
วัสดุผ้าที่นุ่งห่ม เนื้อผ้านิยมผ้าฝ้าย หรือผ้าจากวัสดุธรรมชาติ เสื้อนิยมสวมผ้าสีพื้น ผ้าเบี่ยงและซิ่นทอลายขิด
รูปแบบการตัดเย็บค่อนข้างเรียบง่าย นิยมเสื้อแขนกระบอก คอจีน ติดกระดุมเงิน
ลักษณะของผ้าซิ่น หัวซิ่น นิยมทอแยกแล้วนำมาต่อที่ตัวซิ่น อาจจะเป็นผ้าสีพื้น หรือเป็นผ้าทอลายขิดแล้วแต่ความสะดวกของผู้สวมใส่ ตัวซิ่น ตัวซิ่นเป็นส่วนที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นซึ่งใน แต่ล่ะพื้นที่จะแตกต่างกันไป ตีนซิ่น ตีนซิ่นจะทอแยกแล้วนำมาต่อกับตัวซิ่นหรือบางพื้นที่ อาจจะทอรวมกับตัวซิ่น ลวดลายจะเป็นลายขวางเพื่อให้ตัวซิ่นมี ความโดดเด่น
การแต่งกายในช่วงพัฒนา ช่วงปี พ.ศ.๒๕๑๑-๒๕๔๕
การแต่งกายในโอกาสสำคัญ นิยมสวมใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด ใช้ผ้าที่ทันสมัยมากขึ้น มีทรวดทรงที่เข้ารูปมากขึ้น ในบางพื้นที่ยังสวมใส่แบบ ช่วงดั้งเดิมอยู่
การแต่งการในการ แสดงโปงลาง สวมเสื้อแขนกุดมีทรง สวมซิ่นสั้นเย็บทฟรงสอบ ใส่เครื่องประดับสีเงิน คุณแม่ฉวีวรรณ ดำ เนิน ในการแสดงร้องเพลง หมอลำกลอน สวมเสื้อแขนกระบอก ซิ่นลวดลายเด่นชัด นิยมทอหัวซิ่นตัวซิ่นและตีนซิ่น ในผืนเดียวกัน
การแต่งกายในการประกอบพิธีกรรม ในพิธีกรรมเหยาส่วนมากมีในแถบอีสานตอนบนใน ชนเผ่าภูไท จะแต่งกายตามชนเผ่าแต่มีการนุ่งห่มประยุกต์มากขึ้น
การแต่งกายใน ชีวิตประจำวัน ในช่วงที่ต่างชาติเริ่มมี อิทธิพลเข้ามา ก็เริ่มที่จะสวม เสื้อที่มีความทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงสวมผ้าซิ่นไว้
นิยมสวมเสื้อเชิ้ต ผ้าซิ่นมัดหมี่คั่น ต่อตีนซิ่น มีการสวมเสื้อที่มี รูปแบบสีสันมากมาย หลากหลายมากขึั้น
ผ้าเบี่ยงหรือผ้าสไบ จากที่ห่มเพื่อใช้สอยประโยชน์ในการเช็ด เหงื่อไคล ก็กลายเป็นห่มเพื่อความสวยงาม
การแต่งกาย ก็เรียบง่ายมากขึ้น นุ่งห่มสะดวก การไปวัด จะสวมเสื้อสีขาว ห่มผ้าเบี่ยง ผ้าซิ่นลวดลายสวยงาม
การแต่งกายของสาวภูไทสกลนคร เป็นการแต่งกายในการแสดงฟ้อนภูไทสกลนคร ฉบับวิทยาลัยครูสกลนคร นำ เสนอผ่านชมรมแก่นศิลป์ราชพฤกษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร
เนื่องจากในสกลนครมีชนเผ่าภูไทในหลายอำ เภอ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะแต่งกายกันแตกต่างออกไป
การแต่งกายในช่วงสมัยใหม่ ช่วงปี พ.ศ.๒๕๕๐-ปัจจุบัน
การแต่งกายในช่วงนี้จะนิยมแต่งเมื่อ มีโอกาสสำคัญ หรือสวมใส่เพื่อการแสดง สวมใส่เสื้อผ้าแบบยุคดั้งเดิมแต่มีความสวยงามมากขึ้น และมีการใช้ผ้าไหมในการนุ่งห่ม
การแต่งกายไทญ้อสกล สวมเสื้อฝ้ายสีขาว ห่มผ้าเบี่ยงขิดทั้งผืน นุ่งซิ่นไหมคำขิดขั่น
การแต่งกายไทโส้ มีการประยุกต์จากดั้งเดิม ไปเล็กน้อยแต่ยังมีการนุ่งห่ม ตามอดีตอยู่ ซิ่นไทโส้ เป็นผ้าซิ่นที่มีการทอ ที่พิเศษโดยใช้การจก ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไทโส้
มีการสวมเสื้อสีดำ ห่มผ้าเบี่บงแบบประยุกต์ สวมซิ่นลายโส้ที่เป็น เอกลักษณ์เฉพาะ
การแต่งกายไทโส้แบบประยุกต์ ในการแสดงฟ้อนรำจำ เป็นต้องมีการ เปลี่ยนแปลงออกจากเดิม เพื่อให้มี ความทันสมัยมากขึ้น
การแต่งกายของชมรมแก่นศิลป์ราชพฤกษ์ ในการแสดงมหัตสักการสมโภชน์
สวมสไบซ้อน ๒ ชั้น ชั้นที่ ๑ สวมผ้าเบี่ยงลาบขิด ชั้นที่ ๒ สวมสไบสีพื้นมีลาย ผ้าไทยที่ชายผ้าทั้ง ๒ ด้าน สวมใส่เครื่องประดับเงิน นุ่งผ้าซิ่นมัดหมี่ลายขิด
การแต่งกายของชมรมแก่นศิลป์ราชพฤกษ์ แสดงฟ้อนหนองหานสมโภชน์นมัสการ ในการแสดงนี้จะสวมเสื้อผ้าตามแบบของชนเผ่าญ้อสกลนคร
สวมเสื้อแขนกรัะบอกสีขาว พาดผ้าเบี่ยงลายขิดผูกเบี่ยง จากไหล่มาที่เอว สวมใส่เครื่องประดับเงิน นุ่งผ้าซิ่นครามต่อตีนซิ่น
ก่อนจบเล่ม หยุดอ่านกันก่อน
สวัสดีผู้อ่านทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ หนังสือนี้เกิดขึ้นได้จากผู้เขียน มีความสนใจในการแต่งกายของคนอีสานในอดีต ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะพื้นถิ่น โดยตัวผู้เขียนเองได้มีส่วนร่วมใน การศึกษาการแต่งกายของคนอีสานผ่าน ชมรมแก่นศิลป์ราชพฤกษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร การแบ่งช่วงยุคสมัย อาจจะมีข้อมูลที่ต่างจากที่อื่นเพราะ เป็นการแบ่งตามความเข้าใจของผู้เขียน และสุดท้ายต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านหนือสือเล่มนี้ และหวังว่า หนังสือเล่มนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านนะคะ ชาช่า (ผู้เขียน) บ.ก. ชวนคุย