NOTE BOOK
เพลงอีแซว
ของจังหวัดสุพรรณบุรี
ความเป็นมาของเพลงอีแซว
เพลงอีแซวเป็นเพลงพื้นบ้านประจำถิ่นของสุพรรณบุรี
เพราะมีกำเนิดและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายอยู่ในท้อง
ถิ่นนี้มาตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน
เพลงอีแซวได้พัฒนาเป็นเพลงปฏิพากย์ยาวคือมีเนื้อ
เพลงที่ใช้ร้องในแต่ละครั้งยาวขึ้นและดัดแปลงทำนอง
และลักษณะการร้องรับของลูกคู่เหมือนเช่นในปัจจุบัน
ส่วนเนื้อหาได้นำเรื่องราวและเนื้อเพลงมาจากเพลง
พื้นบ้านอื่นๆ เพลงฉ่อยและเพลงพวงมาลัยซึ่งเป็นเพลง
ปฏิพากย์ยาวที่มีมาก่อนแล้ว
“แซว”เป็นศัพท์สแลง หมายถึงการยั่วเย้า เพราะเพลง
นี้มีลักษณะการยั่วเย้า และเคยมีผู้เรียกว่า เพลงยั่วเย้า
ปัจจุบันเพลงอีแซวเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของ
จังหวัดสุพรรณบุรีและท้องถิ่นใกล้เคียง อื่นๆ ทั้งนี้เพราะผู้
แสดงมีการประยุกต์ลักษณะการร้องการเล่นให้มีความทัน
สมัย และยังรวมตัวกันเป็นคณะเพลงอีแซวที่ยึดเป็นอาชีพ
อีกหลายคณะ
ผู้ร้องเพลงอีแซวมักมีท่ารำหรือท่าทางประกอบ ส่วนใหญ่
เป็นการใช้ท่าทางอย่างเป็นธรรมชาติ การเคลื่อนไหวร่างกายค่อน
ข้างเร็วกระฉับกระเฉง เพื่อให้เข้าจังหวะที่กระชั้น ซึ่งเป็นส่วน
ประกอบหนึ่งที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุกสนานมากยิ่งขึ้น
เครื่องดนตรีประกอบ
เครื่องดนตรีประกอบการเล่นเพลงอีแซวได้ปรับ
เปลี่ยนตามยุคสมัยจากเดิมที่มีการให้จังหวะด้วยการ
ปรบมือ ต่อมามีฉิ่งและแคนเป็นเครื่องประกอบ และ
ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เล่นเพลง
บริบทของการแสดง เช่น ระยะเวลาและสถานที่ด้วย
การแต่งกาย สถานที่และโอกาสในการแสดง
เดิมผู้เล่นเพลงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าปกติของชาวบ้าน
ปัจจุบันทั้หญิงและชายจะนุ่งโจงกระเบน ฝ่ายหญิงใส่
เสื้อแขนสั้นคอกลมหรือเหลี่ยมกว้าง ฝ่ายชายมักใส่เสื้อ
แขนสั้นคอกลม สีสันฉูดฉาดสะดุดตา เพื่อดึงดูดผู้ชม
ส่วนสถานที่และโอกาสนั้นแสดงได้เกือบทุกสถานที่
และเกือบทุกโอกาส ยกเว้นงานแต่งงาน*
ลำดับขั้นตอนการเล่นเพลงอีแซว
1. การไหว้ครู 2. การร้องเพลงเกริ่น
เป็นการไหว้บูชาเพื่อระลึกถึงและ เป็นการร้องของฝ่ายชายและหญิง
บอกกล่าวขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพ
นับถือ ก่อนที่จะมาพบกันตามเหตุการณ์ที่
สมมุติไว้ ประกอบด้วยเพลงออกตัว
3. การร้องเพลงประ เพลงแต่งตัว
การร้องเพลงประคารมของฝ่าย และเพลงปลอบ
ชายและฝ่ายหญิงตอนได้พบกัน
เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของการเล่นเพลง 4. การร้องเพลงลาหรือเพลงจาก
ซึ่งผู้เล่นจะเลือกว่าจะเล่นไปในแนว เป็นเพลงที่ใช้ร้องเพื่อแสดง
ใด
ความอาลัยคู่เล่นเพลง ผู้ชมหรือ
กล่าวคำอำลาผู้ชมและเจ้าภาพที่หา
ว่าจ้างมาแสดง
5. การอวยพร
เป็นการร้องขอบคุณเจ้าภาพและ
ผู้ชมทั้งหลาย
การสร้างสรรค์บทเพลงอีแซว
แบ่งประเภทของการสร้างสรรค์บทเพลงอีแซวเป็น 2 ประเภท
การสร้างสรรค์ด้านเนื้อหาและการสร้างสรรค์ด้านภาษา
การสร้างสรรค์ด้านเนื้อหา การสร้างสรรค์ด้านภาษา
ศิลปินผู้สร้างสรรค์บทเพลง การใช้ถ้อยคำ
แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ การใช้สำนวนโวหาร
ขั้นตอนการสร้างสรรค์ การใช้ความหมายแฝง
ประเภทของเนื้อหา
กลวิธีในการเสนอเนื้อหา
บทบาทของเพลงอีแซวที่มีต่อสังคม
เพลงอีแซวเป็นมรดกทางปัญญาที่ได้สะสมสืบต่อกันมานาน
จึงมีส่วนอยู่ในวิถีชีวิตของชาวบ้านและมีบทบาทต่อสังคมไทยอย่าง
เห็นได้ชัดเจน 4 ประการ
บทบาทในฐานะเป็นสิ่งบรรเทิง ซึ่งให้ความสนุกสนานรื่นรมย์แก่คนใน
สังคม คุณลักษณะของเพลงอีแซวที่สร้าง
ความบรรเทิงแก่ผู้ชมนั้น ได้แก่
การสร้างอารมณ์ขัน การเป็นทางระบาย
ความคับข้องใจและการมีความงามความ
ไพเราะของบทเพลง
โอ้โฮโม้ไปมากฉันไม่อยากจะฟัง เอ้าลองดูให้ดังกันก็ให้ได้
แกยังไม่รู้จักขวัญจิต ยาคุมออกฤทธิ์เอาอยู่เมื่อไหร่
……………………. ……………………..
เมื่อวานทหารมากันทั้งกรม ฉันล่อทหารเสียเป็นลมตั้งหลายราย
ขนาดรถไฟตั้งเจ็ดแปดขบวน ฉันยังให้เข้าไปวิ่งสวนกันข้างใน
ขนาดสกั๊ดเอ๋ยของซัดดัม ซัดมาห้าหกลำยังไม่รู้สึกอะไร
บทบาทในการให้การศึกษา
ทำหน้าที่บันทึกความรู้และภูมิปัญญาของกลุ่มชนในท้อง
ถิ่นไม่ให้สูญหายและมีบทบาทในการเสริมสร้าง
ปัญญาให้แก่ชุมชนด้วยการให้การศึกษา ทั้งทางตรง
และทางอ้อม
บทบาทในฐานะเป็นสื่อสารมวลชนชาวบ้าน
ทำหน้าที่ในการกระจายข่าวสาร
บทบาทในการจรรโลงวัฒนธรรมของสังคม
ผู้ร้องสร้างสรรเนื้อร้องด้วยการแสดงทรรศนะให้เห็นว่า
สิ่งใดเป็นสิ่งที่ดี ควรประพฤติปฏิบัติ หรือสิ่งใดเป็นสิ่ง
ที่ไม่ดีไม่ควรประพฤติปฏิบัติ
สถานภาพและการอนุรักษ์เพลงอีแซว
เพลงอีแซวเป็นศิลปะการแสดงที่ยังคงเป็นที่นิยมจากประชาชนพอสมควร
แต่อย่างไรก็ตามโอกาสที่จะหมดไปจากสังคมก็มี เพราะศิลปินที่มีความรู้
ความสามารถสูงมีอายุมากขึ้น บางคนถึงแก่กรรมแล้ว ในขณะที่ศิลปินรุ่น
ใหม่ที่มีความสามารถในการแสดงออกมีน้อย ดังนั้นทั้งภาครัฐและภาค
เอกชนต่างก็ร่วมมือกันอนุรักษ์เพลงอีแซวด้วยวิธีการสำคัญ
การบันทึกและการศึกษา การเผยแพร่
การส่งเสริมสนันสนุนในลักษณะต่างๆ
บรรณานุกรม
กระแสร์ มาลยภรณ์ วรรณคดีวิเคราะห์ : หลักบางประการ. สงขลา
: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ , ๒๕๒๒
คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, สำนักงาน. สู่โฉมหน้าใหม่ของ
วัฒนธรรมกับการพัฒนา. กรุงเทพ : อมรินทร์พริ้นติ่งกรุ๊ป,
๒๕๓๒
เอกสารสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง วัฒนธรรมพื้นบ้าน : กรณีอีสาน
กรุงเทพ : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ , ๒๕๓๒
จังหวัดสุพรรณบุรี, สำนักงาน. บรรยายสรุปจังหวัด
สุพรรณบุรี.ม.ป.ท,๒๕๓๒