ภูมิปัญญาทางภาษา
ภูมิปั ญญาทางวัฒนธรรม
ประเพณีชักพระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ประเพณีชักพระ ประเพวัณนอีอกชพักรรษพา ระ
บางท้องถิ่นจะเรียกว่า “ประเพณีลากพระ”
ในวันออกพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 11
เรือพระ
คือ รถหรือล้อเลื่อนที่ประดับตกแต่งให้เป็นรูป
เรือแล้ววางบุษบก ภาษาพื้นเมืองภาคใต้
เรียกว่า “นม”หรือ”นมพระ” ยอดบุษบก เรียกว่า “ยอดนม” ให้สำหรับ
อ า ร า ธ น า พ ร ะ พุ ท ธ รู ป ขึ้ น ป ร ะ ดิ ษ ฐ า น แ ล้ ว ล า ก ใ น วั น อ อ ก พ ร ร ษ า
”ต้ม” ขนมต้มที่ ชักพระทางบก
เ อ า ไ ว้ แ ข ว น เ รื อ
........... อั ญ เ ชิ ญ พ ร ะ พุ ท ธ รู ป ป า ง อุ้ ม บ า ต ร ขึ้ น ป ร ะ ดิ ษ ฐ า น บ น น ม
พระ หรือ บุษบก แล้วแบ่งเชือกผูกเป็น 2 สาย เป็น
สายผู้หญิง สายผู้ชาย ใช้โพนฆ้องระฆังเป็นเครื่องตีให้
จั ง ห ว ะ ใ น ก า ร ล า ก พ ร ะ ป ร ะ ส า น เ สี ย ง ร้ อ ง บ ท ล า ก พ ร ะ
ป ร ะ เ พ ณี ล า ก พ ร ะ ท า ง บ ก สำ ห รั บ วั ด ที่ ตั้ ง อ ยู่ ไ ก ล แ ม่ น้ำ
ลำ ค ล อ ง
ชักพระทางน้ำ
เหมือนการชักพระทางบก แต่ต่างกันก็ตรงที่การ
ลากพระทางเรือ สำหรับวัดที่อยู่ใกล้แม่น้ำ หรือ
ทะเลสาบ
ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
1. ชื่อรายการ ประเพณีชักพระ
ชื่อเรียกในท้องถิ่น งานชักพระ งานลากพระ งานแห่พระ
2. ลักษณะของภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และงานเทศกาล
3. พื้นที่ปฏิบัติ
1. สถานที่จัดงานประเพณี : บริเวณริมเขื่อนแมน้ําตาป และสะพานนริศ
อําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎรธานี
2. แหลงที่มาของประเพณี : ชุมชน 19 อําเภอ ประกอบดวย
อําเภอเมืองสุราษฎรธานี อําเภอกาญจนดิษฐ อําเภอดอนสัก อําเภอเกาะสมุย
อําเภอเกาะพะงัน อําเภอไชยา อําเภอทาชนะ อําเภอคีรีรัฐนิคม อําเภอบานตาขุน
อําเภอพนม อําเภอทาฉาง อําเภอบาน นาสาร อําเภอบานนาเดิม อําเภอเคียนซา
อําเภอเวียงสระ อําเภอพระแสง อําเภอพุนพิน อําเภอชัยบุรี และอําเภอวิภาวดี
4. สาระสําคัญของมรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรมโดยสังเขป
ประเพณีชักพระ - ทอดผาปาหนาบาน และแขงเรือยาว จังหวัดสุราษฎรธานี
เปน ประเพณีสําคัญกระทําในวันออกพรรษา ตรงกับวันแรม 1 ค่ําเดือน 11 ของ
ทุกป สถานที่และแหลง ปฏิบัติ คือ 19 อําเภอ ของจังหวัดสุราษฎรธานี
ในแตละปจะมีเรือพระจากทองที่อําเภอตาง ๆ จํานวนไมนอยกวา 120 ลํา มา
จอดเรียงรายบริเวณริมแมน้ําตาป ชุมชนบานดอน อําเภอเมือง จังหวัดสุ
ราษฎรธานี เพื่อใหชาวบานมาหยอดเรือพระ เปนการทําบุญที่เชื่อกันวา “ทําบุญ
รอยวัด ในวันเดียว” ประเพณีนี้เปนมรดกทางวัฒนธรรมประเภท แนวปฏิบัติทาง
สังคม พิธีกรรม ประเพณี และงานเทศกาล ที่แฝงไปดวยคุณคา จารีต และขนบ
นิยมที่ดีงาม มีประเพณียอย 3 สวน คือ ชักพระ ทอดผาปาหนาบาน และแขงเรือ
ยาว
6. ลักษณะเฉพาะที่แสดงถึงอัตลักษณข องภูมิปญ ญาทางวัฒนธรรม
2. ระเบียบพิธีกรรม การประพฤติปฏิบัติของประเพณีนี้จําแนกออกเปน 3 สวน ตามรายละเอียด
2.1 ประเพณีชักพระ
ประเพณีชักพระมีอยู 2 ลักษณะ คือ ชักพระบกและชักพระน้ําชักพระบก คือ การอัญเชิญ พระพุทธรูปขึ้น
ประดิษฐาน บนบุษบก และแหแหนโดยการลากไปบนบก วัดที่อยูไกลแมน้ําลําคลอง และทะเลก็ใชว ิธีนี้ สว นชัก
พระน้ําคือ การอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนบุษบกในเรือ แลว แห แหนโดยการลากไปทางน้ํา วัดสว น
ใหญท ี่อยูใกลแมน้ําลําคลอง ทะเล มีระเบียบพิธีกรรม การ ประพฤติปฏิบัติที่ปฏิบัติกันมา ไดแก การคุมพระ
การตกแตง เรือ พระพระพุทธรูปและการเชิญ พระพุทธรูปประดิษฐานบนเรือพระ การสมโภช การชักพระ การ
ประกวดเรือพระ
2.1.1. การคุมพระ
กอ นจะถึงวันแรม 1 ค่ํา เดือน 11 อันเปนวันชักพระจะมีการเตรียมทําตม เพื่อจะนําไป ทําบุญในวันชักพระ สว น
ทางวัดก็จะมีการประโคมโดยตีตะโพนกอนจะถึงวันชักพระ 7 - 15 วัน เปน การเตือนใหช าวบา นขางเคียงทราบ
วา ในวันแรม 1 ค่ํา เดือน 11 จะมีการชักพระแนน อน จึงควรจะ ไดม ารวมกันเตรียมการตา ง ๆ ลว งหนา การ
ประโคมนี้จะมีทั้งกลางวันและกลางคืนติดตอ กันไป ชาวบา นเรียกการประโคมนี้วา “การคุมพระ”
การคุมพระบางครั้งเรียกวา "การโคมพระ" สมัยกอ นมีการโคมพระกอ นลากประมาณ 3 - 7 วัน แตป จจุบันมี
การประโคมกอนวันลากเพียง 1 วันเทานั้น การโคมพระทําดังนี้ ใชกลอง 2 ใบ ฆอ ง 1 ใบ อาจมีเครื่องเตรีไทยบา ง
เชน ซอ ป ระนาด ประกอบดว ย แตท ี่เปนหลักมีกลองและ ฆองเทา นั้น การตีมีจังหวะและเสียงดังนี้ทุม ๆ ทุม ๆ
มง ตุม ๆ ตุม ๆ มุง เปน อยา งนี้เรื่อยไป เวน แต การประโคมพระขณะชักพระไป อาจมีเสียงรัวเพื่อเรง เราใหผูล าก
ชักพระใหเ ร็วยิ่งขึ้น
ที่บานดอนอําเภอเมืองสุราษฎรธานี การคุมพระสว นมากทํากอ นการชักพระประมาณ 7 วัน ตองประโคมกลอง
(โพน) 2 ใบ สลับกัน ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อเตือนใหช าวบาน ขางเคียงทราบวา ในเดือน 11 แรม 1 ค่ํา ที่จะ
ถึงนี้ จะมีการชักพระกลองสัญญาณประโคมพระตี เปนระยะ มีเสียงดัง
ตุม ตุม ตุม ตุม ตุม...............ตมุ ตุม ตุมตุม...................
ตุม ตุม ตุม ตุม ตุม...............ตมุ ตุม ตุม ตุม.............ในจังหวะอยางนี้เรื่อย ๆ ไป
สว นในทอ งถิ่นกระทําคลายกับที่บานดอน แตที่อําเภอเวียงสระในสมัยกอนมีผูเ ลา วา การ คุมพระนั้น ใชฆอ ง กลอง
เปนเครื่องดนตรีอยา งนอ ยตองมีฆอง 1 ลูก กลองอาจจะมี 3 - 4 ลูกก็ได เริ่มคุมกันลว งหนาประมาณ 15 วัน ซึ่งเปน
สัญญาณบอกขาวใหช าวบา นไดท ราบ และใหพ วกประดับ ตกแตง จะไดสนุกไมเ หนื่อยไปดว ย จังหวะของการตีกลอง
คุมเรือพระ ดังนี้
.................ตึง ตึง ตึง โหมง ตึงโหมง ตึงโหมง.............
เฉพาะคืนที่รุงเชา จะมีการแห ก็มีการคุมโพนตลอดคืน พอเฒา แมแ ก หนุม ๆ สาว ๆ ก็มา ชุมนุมกันเต็มลานวัด เพราะ
ในคนื นี้มีหนังตะลุง โนรา และลิเกปา แสดงใหชมดวย
2.1.2 การตกแตงเรือพระ
กอ นหนา วันชักพระ2- 3 วันพระสงฆสามเณรและชาวบานชว ยกันเตรียมทําบุษบก สําหรับ
ประดิษฐานพระพุทธรูปในวันชักพระ โดยทําบุษบกที่เรียกวา “รา นมา" บนไมสี่เหลี่ยม ขนาด ใหญ2
ทอ นรองรับขา งลางเพื่อใหล ากบุษบกไดสะดวกไมน ั้นทําเหมือนหัวพญานาค2 หัวอยู ขางหนา
ขา งหลังทําเปน หางนาค สลักลวดลายลงบนเนื้อไมท าสี ประดับกระจกไวอยางงดงามบนตัว
พญานาค สวนขอบนอกประดับดว ยธงสามเหลี่ยมผา ทั้งผืนยาว 2 - 3 เมตร ดา นละ 3 คันบุษบกนี้
เรียกตามภาษาชาวบา นวา “ยอดนม” รอบ ๆ รา นที่ยกพื้นขึ้นนี้มีฝาสานดวยไมไ ผม ีลวดลาย ระบายสี
ตามลักษณะการยกออกปดทั้งสี่ดา น เรียกวา “ฝาผนัง" บนพื้นรา นมานี้นอกจากรองบุษบกแลว ยัง
ใชวางกลองสําหรับประโคม พรอ มกับระฆัง 1 ใบ แลวนิมนตพระสงฆข ึ้นประจําบุษบกดวยในเวลา
ชักพระ ในปจ จุบันนั้นทางสวนลา งของเรือพระจะมีลอที่ทําดวยไม 4 ลอ ติดอยูเ พื่อทําใหสะดวกใน
การลาก
ในบางทอ งถิ่นด้านหลังบุษบกเปน ที่ตั้งธรรมาสนห รือเกาอี้สําหรับพระสงฆผ ูกํากับการ
แหพระ ไดนั่ง ดานหนาพระลากจะตั้งบาตร เอาไวรับตมจากผูทําบุญ บางคนผูกตมเขา เปนพวง
แลว นําไป ทําบุญโดยแขวนไวร อบ ๆ บุษบก สวนรอบ ๆ รานมา นี้ใชไมไ ผส านเปนผนัง มีการทํา
ลวดลายระบาย สีอยางสวยงาม ขาง ๆ บุษบกมีกลองขนาดโตกวากลองมโนราหเล็กนอ ย โพน
และฆอ งที่ดานหนา ของนาคทั้งสองมีเชือกขนาดใหญพ อกํารอบ ยาวประมาณ 30 เมตรผูกอ
ยูข างละ เสน เชือกนี้ใชสําหรับใหช าวบานลากเรือพระ ถา หากการลากเรือพระนั้นเปนการลากบน
ถนนหรือ พื้นที่ราบ นิยมทําลอ สี่ลอ ไวที่ตัวนาคทั้งสองขา งดว ย ทั้งนี้เพื่อที่จะไมต องออกแรงมากนัก
ในการลาก แตถาผานที่ไมราบก็ไมนิยมใสลอคงความแบบเดิมไว
สว นการชักพระน้ําก็มีการเตรียมการตางจากการเตรียมการชักพระบกไมม ากนักโดยนําเรือ
มาดใหญสองลําเรียงกัน หาไมยาววางทาบ ตามขวางของเรือเหลา นี้ ผูกใหติดกันแลว เอากระดาน
ยาว วางเรียงกันเขาใหเ ต็ม เปน อันวาจะไดพื้นที่ราบเสมอกันอยางกวางขวางบนเรือทั้งหมด จากนั้นก็
อัญเชิญพระลากลงประดิษฐานบนบุษบกลางลําที่เรียกวา "เรือพระ” ตกแตงเรือพระและพนมพระ
ดว ยแพรพรรณ กระดาษริ้ว ธงทิว และตนไม สวนเครื่องดนตรีและอุปกรณท ี่ใชใ นการรับตม ก็มี
เหมือนกับการชักพระบก ที่หัวเรือพระมีเชือกขนาดดังกลาวที่กลา วแลวไวสําหรับใหช าวบานชวยกัน
ลากเรือพระไป
ปจ จุบันเรือพระบกในจังหวัดสุราษฎรธ านี มีองคประกอบสําคัญไดแก บุษบก พระลาก
เครื่องประดับตกแตง ฉัตร เครื่องดนตรีประกอบเรือพระ บาตร และปา ยคําขวัญ ปา ยผูสนับสนุน
2.1.3 พระพุทธรูปและการเชิญพระพุทธรูปประดิษฐานบนเรือพระ
พระพุทธรูปที่นํามาประดิษฐานบนเรือพระนิยมเปน พระพุทธรูปยืนขนาดเล็กหรือ
ใหญก ็ไดแลว แตจะมีหรือหาได เปนสัญลักษณหรือตัวแทนองคส มเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา
ถา ไดปาง เสด็จลงมาจากดาวดึงสห รือพระปางอุม บาตรจะดเีปนที่สุดโดยถือตามคติที่มาของ
ประเพณีตักบาตร เทโวโรหณะตามที่กลา วมาในตอนตน แตห ลายทองถิ่นนิยมใชป างหามสมุทร
บางแหงใชปางหา มญาติ และบางแหงใชป างคันธารราษฎรซ ึ่งเปนปางขอฝนที่ใชในพิธีพิรุณ
ศาสตรของภาคกลาง เปน พระ คันธารราษฎรแ บบยืนตามที่พระบาทสมเด็จพระจอม
เกลา เจาอยูหัวโปรดเกลา ฯ ใหห ลอขึ้นมี ลักษณะผาอุทกสาฎกตวัดชายคลุมพระพาหาขางหนึ่ง
เสด็จยืนอยูบนบัวกลุม ที่ฐานมีขั้นอัฒจันทรลง มา 3 ขั้น อันนี้ยอ มบงถึงความเชื่อของชาว
จังหวัดสุราษฎรธ านีที่วา การชักพระทําใหฝ นตกตองตาม ฤดูกาล ทําใหไ รน าบริบูรณไดช ัดเจน
ยิ่งขึ้น บางวัดอาจใชพ ระพุทธรูปปางอื่นที่มีประวัติสําคัญพิเศษ ของวัดนั้นๆ เรือพระบาง
ลําใชพุทธรูป 2 องค หรือ 3 องคก็มี
2.1.4 การสมโภช
การสมโภชเรือพระนั้นไดจัดทําในตอนกลางคืนกอนวันรุงขึ้นจะเปนวันชักพระ ในคืน
นั้นจะมีการคุมพระตลอดทั้งคืนไปจนกระทั่งถึงเวลาที่จะเคลื่อนขบวนเรือพระ เครื่องประโคม ที่
ใชใ นการคุมพระนั้นก็จะถูกนําขึ้นไปไวบนเรือพระ ตลอดเวลาที่ทําการแหพ ระนั้นจะมีการคุมพระ
ไป เรื่อย ๆ ถา มีการพักคางคืนในที่แหง ใด หรือวัดใด ก็จะมีการจัดงานสมโภชอีกคนหนึ่ง มี
มหรสพแสดง มากหรือนอยแลว แตค วามยิ่งใหญข องงาน
2.1.5 การชักพระ
ในวันขึ้น 15 ค่ํา เดือน 11 พุทธศาสนิกชนจะไปทําบุญออกพรรษาที่วัดพอเสร็จ การทําบุญก็ชว
ยกันอัญเชิญพระลากออกจากที่มายังพระวิหารหรือศาลา แลวสรงน้ําพระเพื่อทําความ สะอาด ชโลม
เครื่องหอม เปลี่ยนเครื่องทรงอยางสวย ในตอนค่ําจะมีการเทศนาเรื่องเกี่ยวกับการ เสด็จสูด าวดึงสเจา
กระทั่งเสด็จกลับสูมนุษยโ ลก
ในวันแรม1 ค่ําเดือน11 เปน วันชักพระในสมัยกอนการชักพระจะใชค นชัก โดยนําตนซุงที่เจาะรูแลวมาติด
ตั้งที่เรือพระ ผูกเรือพระกับตนซุงดวยเชือกขนาดใหญ ทั้งทางดา นหัว และทา ย จะมีหางเชือกโผลออ
กมาเปน 4 เสน ขา งหนา 2 เสน ขางหลัง 2 เสน เชือกยาวประมาณ 20 - 40 เมตร ที่เตรียมเชือกไวท ั้ง 2
ดาน เพื่อการชิงเรือพระนั่นเอง วิธีการชิงเรือพระเหมือนกับ
เปนเกมสกีฬาอยางหนึ่ง จะแบงคนออกเปน 2 พวก ถือเกณฑหมูบานบา ง หญิงชายบาง หรือเหนือ ใต
ออกตก โดยเมื่อเรือพระถึงจุดหนึ่งแลววัดระยะทางดานหัวและทายเทากัน ใหสัญญาณดึงกัน ฝา ย ใดถึง
กอนชนะ สวนมากถาหญิงกับชายชิงกันฝายชนะมักเปน ฝา ยหญิง มีการพนันกันบา ง เชน พนัน ไกตม
ขนม เปนตน ขณะชิงเรือพนมพระก็จะมีการรอ งเพลงประกอบไปดว ย สวนใหญจะเปนเพลง
พื้นบาน
การชักพระบกในสมัยกอ นจะเปน ลักษณะตา งคนตางทํา สวนมากจะชักพระมา รวมกันที่หนาวากา
รอําเภอนั้น ๆ แตใ นปจจุบันเรือพระทั้งหมดจะลากมาจากทองที่ตา ง ๆ มาพรอ ม เพรียงกันที่หนาศาลา
กลางจังหวัดสุราษฎรธ านี แตล ะปมีเรือพระที่เขา รวมกระบวนแหที่บา นดอนไม ต่ํากวา 100 ลํา ในป
พ.ศ.2561 มีเรือพระที่รว มกระบวนทั้งหมด 130 ลํา ปนี้ก็เชน เดียวกันขาด เหลือกันไมล ํานอกจากนี้ยังมี
เรือพระจากจังหวัดอุบลราชธานีจํานวน1 ลํารว มกระบวนแหด วย การชักพระของชาวจังหวัดสุราษฎรธ านี
ไดเ ปลี่ยนแปลงไปบา งจากเดิมที่ลากเพราะดวยแรงคนก็ เปลี่ยนมาใชรถบรรทุกเรือแทน สําหรับการชัก
พระทางน้ําจะสนุกกวาการชักพระทางบก เพราะ สภาพการเอื้ออํานวยตอกิจกรรมอื่น ๆ เชน ความสะดวก
ในการชักพระ การรวมกลุม กันจัดเรือพาย แหลง ชักพระน้ําที่มีชื่อเสียงในจังหวัดสุราษฎรธ านีคือทอี่ําเภอ
พุนพินอําเภอเมืองสุราษฎรธานีและ อําเภอเกาะพะงัน
ชักพระน้ําของเกาะพะงัน เปนชักพระน้ําที่แตกตางจากที่อื่น คือ ถือเอาวันแรม 8 ค่ําเดือน 11 เปน
วันชักพระ ดวยเหตุที่ตองอาศัยปจ จัยสําคัญลมและกระแสน้ํา เปน หลัก พอถึงวัน แรมแปดค่ําบา นทุก
หลังบนเกาะแทบจะเปนบานรา ง 3 วัน เพราะทุกคนตางไปรวมตัวกันบริเวณจัด งาน คือ อา วทองศาลา
ทองทะเลที่เคยวางเปลา เต็มไปดว ยเรือมาด เรือเพรียว นับ 100 ลํา ผูกโยง กับเชือกเสน เดียวกันจาก
เรือพนมพระ ชาวบา นชว ยกันพายลากเรือพนมพระไปทั่วบริเวณอา วทอง ศาลาหากมพีายเรือจาก
ทองศาลาไปรับเรือพนมพระจากตําบลบานใตเ มื่อเสร็จงานก็พายเรือไปสง นับเปนความสนุกสนาน
สรางความรักสามัคคี ระหวางชุมชน แมวา ระยะทางจะไกล เพราะการพาย เรือตอ งใชกําลังมาก แตท ุก
คนยินดีเพราะวานับเปน ชวงเวลาที่มีโอกาสไดวาเพลงชักพระเกี้ยวกัน ระหวางหนุม สาว โดยเฉพาะเรือที่
มีสาวๆพาย จะมีเพียงนายทายเทานั้นที่เปนผูชาย สว นมากจะเปน ญาติที่คอยกันทา หนุมๆไมใหชา ยอื่น
เขาใกล
เพลงชักพระ คือ สิ่งที่ชายหนุมเกาะพะงันตองวาใหเปน และสิ่งที่คูก ับเพลงชักพระ คือ สาหราย
การที่จะไดเ ขาใกลเรือที่มีสาว ๆ อยูน ั้นเปน เรื่องยาก เพราะในยุคสมัยกอ นสาว ๆ จะมี คา นิยมรักนวล
สงวนตัว ยิ่งมีขอหามที่สําคัญในการชักพระที่หนุม ๆ ตองถือปฏิบัติอยางเครงครัด คือ หามจับแคมเรือ
ที่สาว ๆ นั่งอยูเด็ดขาด ผูใ ดฝาฝน จะโดนตีดว ยพาย สาหรายจึงเปน ทางออกที่ดีที่สุด ใครหมายปองสาว
ใดก็จะบรรจงมวนสาหรายเปน กอ น แลวปาใสเ บา ๆ พรอ มกับวา เพลงชักพระชม สาวเจาเชิงหยอก
เยทว งทํานองไพเราะและมีเอกลักษณเ ฉพาะ มีที่เดียวที่เกาะพะงันแหงเดียวเทานั้น ยกตัวอยางตอน
หนึ่งวา
"สายสรอ ยสวมศอเคลียคลอคลึงเคลา ตุงติ้งตองเตา
ลอกเก็ตเพชรไทยวิไลเลิศลอย เรียบรอ ยรูปเรี่ยมเลี่ยมทอง
เสื้อในใสรับคับแคบแคบ ถูกหรา ยใครแสสิ่งของ
เจริญรุง เรืองมีเครื่องสํารอง ขางในใสฟองยกทรง"
2.1.6 การประกวดเรือพระ
การประกวดเรือพระ ในอดีตจะกระทํากันภายหลังที่เรือพระทุกลําไปถึงที่ชุมนุม แลว กร
รมการผูจัด การประกวด จะนําเครื่องหมายไปติดที่เรือพระ เพื่อบอกตําแหนง ที่ไดรับรางวัล โดย
แยกประประกวดเปน 2 พวก ใหญ ๆ คือ เรือพระบก และเรือพระน้ํา เมื่อพระฉันเพลแลว และ ประชา
ชนผูม ารว มงาน ไดร ว มสนุกสนานพบปะกันพอสมควร ครั้นเวลาบา ยหรือเย็นก็จะลากเรือพระ วัด
ของตนแยกยายกันกลับวัด ในปจ จุบัน เรือพระแตล ะลํา อาจจะอยูใ นที่ชุมนุม 3 - 5 วัน หรือ มา
กกวา เนื่องจากมีประชาชนมารวมทําบุญ บริจาคทรัพยสินที่เรือพระเปนจํานวนมาก เมื่อชักพระ
กลับถึงวัดแลว พระภิกษุ สามเณร และชาวบานจะชวยกันจัดแจงนําพระลากลงจากนมพระแลว ชว
ยกันทําความสะอาด และจัดเก็บขา วของตาง ๆ หลังจากนั้นก็จะแยกยายกันกลับบา นรางวัล สําห
รับเรือพระ มักใหร างวัลเปนของที่จําเปน สําหรับวัด เชน น้ํามันกาด กา น้ํา ถวยชาม สบง จีวร เสนา
สนะสงฆ แตป จจุบันรางวัลมักจะใหเปน เงินสดเพื่อสนับสนุนการสรา งเรือพระในปต อ ไป
การประกวดเรือพนมพระบก ของจังหวัดสุราษฎรธานีในปจจุบันจําแนกออกเปน 2 ประเภท คือ
เรือพนมพระทางบก ขนาดใหญ ความยาวเรือ 13 เมตร ขึ้นไป (วัดแนวตรง จากสว น หัวเรือถึง
สว นทา ยเรือ) และ เรือพนมพระทางบก ขนาดเล็ก ความยาวเรือ 13 เมตร ลงมา (วัดแนว ตรงจาก
สวนหัวเรือถึงสวนทา ยเรือ) การประกวดขบวนแหเ รือพนมพระทางบก 2 ประเภท คือ ขบวน
แหข นาดใหญ ผูช ักลากและผูร ว มขบวนมีจํานวน 151 – 300 คน และขบวนแหข นาดเล็ก ผูช ัก
ลาก และผูรว มขบวนมีจํานวน 50 – 150 คน
หลักเกณฑการประกวดที่สําคัญ คือ ตอ งเปนวัดหรือสํานักสงฆที่ถูกตองตาม กฎหมาย
ที่อยูในจังหวัดสุราษฎรธ านีเทา นั้นเกณฑการใหค ะแนนเนนความสงางามของรูปทรงและ โค
รงสราง หมายถึง มีความสงาดูแลว สวยสะดุดตามีความสมดุลระหวางตัวเรือกับบุษบก (พนม
พระ) และมีการพัฒนารูปแบบที่แปลกใหม รวมทั้งถูกตองตามหลักสถาปต ยกรรมไทย ความ
ละเอียดวิจิตร สวยงาม องคป ระกอบความถูกตอ งตามประเพณี (ตอ งมีฐานเรือพนมพระ บุษบก
ถูกตอ งตามศิลปะ ไทยหรือศิลปะทองถิ่น ภูมิปญญาชาวบาน) ตกแตงลวดลายศิลปะไทย
และตอ งมีพระพุทธรูปปาง ประทับยืนประดิษฐานในบุษบก สว นขบวนแหการจัดขบวนแหส ว น
นางรําและนางลากตอ งเนน การ แตง กายตามรูปแบบวัฒนธรรมทองถิ่นภาคใต มีความสวยงาม
และความพรอ มเพรียงของทา รํา
ประเพณีชักพระ
สุราษฎร์ธานี
อางอิงจากเอกสาร
กรมการศาสนา. (2552). พิธีกรรมและประเพณี. กรุงเทพฯ :โรงพิมพช ุมนุมสห
กรณก ารเกษตรแหง
ประเทศไทย จํากัด.
กรมศิลปากร. (2537). ประเพณีชักพระ.กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
กันตพีร ถิรกานน. (2556). ความพึงพอใจสําหรับการจัดการทอ งเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ประเพณีชัก
พระทอดผา ปา จังหวัดสุราษฎรธ านี ประจําป 2555. สุราษฎรธานี
: มหาวิทยาลัยตาป
ครอบครัว หลาน เหลน โหลน คุณยายพะยอม .(2558). กําเนิดประเพณีการทอดผาปาของ
วัดทา ไทร
และของจังหวัดสุราษฎรธาน.ี เอกสารพิมพท ี่ระลึกในงานประเพณีชักพระทอดผาปาออก
พรรษาของวัดทา ไทร จังหวัดสุราษฎรธานี ในวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘.
ธีรศักดิ์ ทองนุย พราหมณ. (2549). การศึกษาลวดลายประดับที่ปรากฏบนเรือพนมพระใน
เทศบาล ป 2549. สุราษฎรธ านี: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎรธ านี
พระมหาจันทร เขมจาร.ี (2537). ประวัติผา ปาของจังหวัดสุราษฎรธาน.ี (ฉบับพิมพแ จกใน
พิธี ฌาปนกิจศพ นางพยอม สารสิน).สุราษฎรธ านี : โรงพิมพพิมอําไพ.
พระมหาบุญโฮม ปริปุณณสีโล. (2547) .ประวัติประเพณีทอดผาปาวัดทาไทร. มมป. พิมล สี
ไหมและเสรี พิจิตรศิริ. (2554). การสงเสริมประเพณีชักพระของเทศบาลตําบลวัด
ประด.ู วารสารการบริหารทองถิ่น.ปที่ 4 ฉบับที่ 4 (ตุลาคม-ธันวาคม).
รัตน ยืนนาน. (2526). ประเพณีชักพระของจังหวัดสุราษฎรธ านี .สุราษฎรธาน:ี วิทยาลัย
ครูสุราษฎรธานี
สากล สุขสวัสดิ์. (2537) .ประเพณีชักพระของจังหวัดสุราษฎรธ านี : มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ. สํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎรธานี. (2557).ชักพระ-ทอดผา ปา
จังหวัดสุราษฎรธาน.ี โครงการ
มหัศจรรยว ัฒนธรรมศรีวิชัย ศิลปไ ทย ศิลปถิ่น ตามแผนปฏิบัติราชการประจําป ๒๕๕๗. สุธิ
วงศ พงศไพบูลย. (2542). ลากพระ.ในสารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต พ.ศ. 2542 เลม ที่ 14.
กรุงเทพฯ : มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทยธนาคารไทยพาณิชย
ออ นตา ยวนเกิด . (2557). พัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงการทําเรือพระบกในอําเภอกาญ
จนดิษฐ
จังหวัดสุราษฎรธ าน.ี กรุงเทพฯ : หลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการ
จัดการ ทรัพยากรวัฒนธรรม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
นางสาวชมพูนุช นิลแก้ว
6202013519