การประชุมวิชาการเครือขา่ ยวิศวกรรมเคร่ืองกลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 35
วนั ท่ี 20 -23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 จังหวัดนครปฐม
AMM-219
การพัฒนาและสร้างเคร่ืองคดั แยกหินคลกุ ชนดิ ปรบั องศาตะแกรง สำหรบั งานเทพ้นื ถนน
Sieve angle machine for pouring the road floor
สทุ ธิพงศ์ เปรมทวสี ขุ , ธีรพงษ์ ไชยคำ, สทิ ธิโชค ธนาสวุ รรณรัชต,์ สมพร โมฆรตั น์ และ สขุ ใจ พรมประสานสุข1
1 ภาควิชาวิศวกรรมเครอ่ื งกล คณะวิศวกรรมศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ปทมุ ธานี
140 หมู่ 4 ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี จงั หวดั ปทุมธานี
E-mail: [email protected] , [email protected]
บทคดั ยอ่
การขึ้นโครงสร้างอาคาร ถนน และอื่น ๆ ต้องใช้หินเป็นส่วนผสมหลัก หินที่ใช้เป็นส่วนผสมในการก่อสร้างนั้น
มีหลากหลายขนาดและชนิดของหินตามลักษณะการใช้งานเช่นการนำหินคลุก เป็นส่วนผสมหลักในการก่อสร้างนั้นไม่สามารถรู้
ขนาดของหินที่เกินมาตรฐานของหินคลุกซึ่งมีขนาดมาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 20 ถึง 25 มิลลิเมตร ซึ่งการตรวจวัดและคัดแยกน้นั
ต้องอาศยั แรงงานคนทำให้เสียเวลาและมีต้นทุนทีส่ ูงขึ้น ดังนั้นทางผูจ้ ัย จังได้มีแนวคดิ ทีจ่ ะออกแบบพัฒนาสร้างเครือ่ งคัดหินแบบ
ปรับองศาตะแกรง ขนาดความกว้าง 1.0 เมตร ความยาว 1.5 เมตร และความสูง 1.5 เมตร โดยใช้หินจำนวน 10 กิโลกรัม ต่อ 1 ครั้ง
ทดสอบ ตะแกรงสำหรับคัดแยกหิน 2 รูปแบบ คือ ตารางแนวเดียว และตารางสับหว่าง ทำการปรับองศา ที่ 10, 15, 20 และ 25 องศา
ตามลำดับ ทำการวัดขนาดหินด้วยโปรแกรม ImageJ เวอร์ชั่น 1.52a พบว่า ตะแกรงชนิดตารางแนวเดียว ใช้เวลาในการคัดแยก
3.23, 2.19, 1.13 และ 0.41 นาที ตามลำดับ น้ำหนักหินที่ได้คือ 5.35, 5.20, 3.25 และ 1.35 กิโลกรัม ตามลำดับ ตะแกรงชนดิ
ตารางสบั หวา่ ง ใช้เวลาในการคัดแยก 1.38, 0.53, 0.31 และ 0.22 นาที ตามลำดับ น้ำหนักหินทไี่ ดค้ อื 5.18, 4.66, 2.82 และ 0.3
กิโลกรัม ตามลำดับ ซึ่งผลจากการวัดขนาดโดยเฉลี่ยของตะแกรงตารางแนวเดียว และตารางสับหว่าง คือ 33.27 และ 22.51
ตามลำดับ ซึ่งเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานหินคลุกสำหรับการเทพื้น พบว่าการใช้ตะแกรงทำมุมที่ 15 องศา ตะแกรงชนิดตารางสับหว่าง
ให้ขนาดของหินอยูในช่วงมาตรฐาน และใช้เวลาน้อยกว่าตารางชนิดแนวเดียว ประมาณร้อยละความแตกต่างที่ 75.7 ซึ่งเป็นค่าที่ดีที่สุด
เมือ่ เทยี บท้ังนำ้ หนักและเวลาทีใ่ ช้ในการดำเนินการ
คำหลกั : ชนิดตะแกรง, มอเตอร์ชนดิ สน่ั สะเทือน, มาตรฐานหนิ คลกุ , เคร่ืองคดั แยกหนิ
Abstract
The construction requires the use of stone as the main ingredient. The stones used in the construction
are of various sizes and types of stones according to the usage, such as the mixing stone. As the main ingredient
in the construction, it is impossible to know the size of the stone that exceeds the standard of the crushed
stone, which has a standard size of approximately 20 to 25 mm, which is labor-intensive, time-consuming, and
costly measurement and separation. up Therefore, the expert Chang had the idea to design, develop, and build
a sieve angle grader. The width is 1.0 meters, length 1.5 meters and height 1.5 meters by using 10 kg of stone
per time. And the inter-chopping table Adjusted the degrees at 10, 15, 20 and 25 degrees, respectively. Stone
size measurements were performed with ImageJ Ver.1.52a program. The separation times were 3.23, 2.19, 1.13
and 0.41 minutes, respectively. The resulting stone weight was 5.35, 5.20, 3.25 and 1.35 kg, respectively. The
การประชุมวชิ าการเครือข่ายวศิ วกรรมเครอื่ งกลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 35
วันที่ 20 -23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 จังหวัดนครปฐม
AMM-219
screening time was 1.38, 0.53, 0.31 and 0.22 minutes, respectively, the rock weight was 5.18, 4.66, 2.82 and 0.3
kg respectively. And the inter-chopping tables were 33.27 and 22.51, respectively. It was found that the sieve
was at an angle of 15 degrees. Keep the size of the stone within the standard range. And takes less time than
a single vertical table Approximately 75.7 percent difference, which is the best value for both weight and time
taken.
Keywords: sieve type, motor vibrator, crushed stone standards, sorting machine
1 บทนำ จากต่างประเทศ จากปัญหาและสาเหตุดังกล่าวคณะผู้จัดทำ
ได้มีแนวคิดที่จะออกแบบพัฒนาสร้างให้มีขั้นตอนในการ
อาคาร สถานทตี่ ่างๆ มีการกอ่ สรา้ งข้ึนมากมายและการ ทํางานใหด้ ีขึน้ กวา่ แบบเดมิ รวมทง้ั ประหยัดเวลาในการคัดหนิ
ก่อสร้างนั้นก็ต้องใช้หินเป็นส่วนผสมหลัก หินที่ใช้เป็น ขนาดใหญ่ (Oversize) ตามขนาดที่ต้องการ และประหยัด
ส่วนผสมในการก่อสร้างนั้นมีหลากหลายขนาดและชนิดของ คนงานในการทำงาน ทำให้งานที่ได้มคี ุณภาพอย่างดีและตรง
หินตามลักษณะการใช้งานเช่นการนำหินคลุกมาใช้เป็น ตามที่เราต้องการอีกด้วย และการก่อสร้างจะสะดวกและ
ส่วนผสมหลักในการก่อสร้างนั้นไม่สามารถรู้ขนาดของหินที่ รวดเร็วมากขึ้น และทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานได้ตรง
เกินมาตรฐานได้ว่ามีปริมาณเท่าไรซึ่งการตรวจเช็คและคัด ตามเป้าหมาย
แยกน้ันต้องอาศยั แรงงานคนในการตรวจเช็คและคัดแยกหินท่ี
เกินกว่าค่ามาตรฐานว่ามีปริมาณเท่าไรการใช้แรงงานคนน้ัน 2 วัตถุประสงค์
ทำให้เสียเวลาและมีต้นทุนที่สูงขึ้น [1] ดังนั้นการคัดแยกหิน เพื่อพัฒนาและสร้างเครื่องคดั หินแบบปรับองศาตะแกรง
โดยใช้แรงงานคนนั้น เกิดความไม่สะดวกเป็นอย่างมากจึงทำ สำหรับงานเทพน้ื ถนน
ให้เสียเวลาและเกิดข้อผิดพลาดขึ้นส่งผลให้ชิ้นงานที่ใช้หิน
คลกุ นั้นด้อยคณุ ภาพ อกี ทัง้ อุปกรณท์ ีใ่ ชใ้ นการร่อนหินท่ีใช้กัน 3 ทฤษฎีที่เกีย่ วขอ้ ง
อยูโ่ ดยทัว่ ไปนนั้ ไมส่ ามารถอำนวยความสะดวกได้มากนกั และ การคำนวณการผ่านรูตะแกรงของหินที่ทำการคัดแยก
ทำให้งานล่าช้ารวมถึง คุณภาพของงานก่อสร้างไม่ตรงตาม สามารถคำนวณได้จากการปรับองศาการเอียงของตะแกรง
มาตรฐานท่ีต้องการอีกด้วย ความจำเป็นที่จะใช้หินคลุกในแต่ ซึ่งพฤติกรรมการรว่ งของหินแสดงดงั ภาพท่ี 1
ละโครงการก็มีมากขึ้นด้วย หินคลุกนั้นมีขนาดที่แตกต่างกัน
หลากหลายขนาดมากแต่ข้อกำหนดที่ต้องการคือขนาดของ รปู ท่ี 1 การร่วงของหนิ ขนาดเลก็ ทผ่ี า่ นรูตะแกรง
หินขนาดใหญ่ (Oversize) ที่ผสมอยู่ในหินคลุกนั้นต้องมี จากรปู ท่ี 1 แสดงพฤติกรรมการรว่ งผ่านรตู ะแกรงของ
เปอร์เซ็นต์ไม่เกินกว่าที่แต่ละโครงการที่กำหนดไว้จึงจะ หินทที่ ำการคัดแยก หลงั จากหนิ ผา่ นการโมห่ ิน เพ่ือคดั แยก
สามารถใชห้ ินคลุกนัน้ เป็นสว่ นผสมได้ จากข้อกำหนดดังกล่าว หินจากการปรบั องศาของเคร่อื งคัดแยก
เราตอ้ งทำการสมุ่ ตรวจตัวอยา่ งของหนิ คลกุ ใหม้ ากข้ึนเพ่ือให้รู้
ว่าเปอร์เซ็นต์ของหินขนาดใหญ่ (Oversize) มีปริมาณเท่าไร
เมื่อเทียบกับปริมาณหินที่ใช้งานได้ [2] การตรวจสอบใน
ประเทศเรานน้ั ส่วนใหญ่ใชแ้ รงงานคนในการคัดแยกหิน ทำให้
เ ส ี ย เ ว ล า แ ล ะ แ ร ง ง า น ค น ม ี ข ้ อ ผ ิ ด พ ล า ด ม า ก ก ว ่ า ก า ร ใ ช้
เครื่องจักรในการคัดแยก แต่เครื่องจักรประเภทนี้เป็น
เครื่องจกั รท่ีใชใ้ นงานเฉพาะด้านจึงมีราคาแพงและต้องนำเข้า
การประชุมวิชาการเครือขา่ ยวิศวกรรมเครอ่ื งกลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 35
วนั ที่ 20 -23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 จงั หวัดนครปฐม
AMM-219
4 ขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน
4.1 วธิ กี ารออกแบบและสร้างเคร่อื งคัดแยกหนิ แบบปรบั
องศาตะแกรง
รปู ที่ 2 ขนาดของรตู ะแกรงทน่ี ำมาใชใ้ นการทดสอบ
จากรูปท่ี 2 ขนาดของรูตะแกรงที่นำมาใชใ้ นการทดสอบ
ที่นำมาใช้คือ ขนาดสี่เหลี่ยม 25 มิลลิเมตร และระยะห่าง
ระหวา่ งจดุ ศูนย์กลางของวงกลมคอื 44.50 มิลลเิ มตร
รปู ที่ 3 การคำนวณขนาดของรตู ะแกรงท่ขี ้นึ กับการปรบั องศา รปู ที่ 5 ออกแบบเคร่อื งคดั แยกหินแบบปรับองศาตะแกรง
จากรูปท่ี 5 แสดงผลการออกแบบประกอบด้วย
จากรปู ที่ 3 การคำนวณขนาดของรตู ะแกรงทขี่ ึน้ กับการ
ปรับองศาตามกฎของปที ากอรัสดงั สมการที่ 1 คือ มอเตอร์สายพานลำเลียงหิน ยี่ห้อ SEW-EURODRIVE รุ่น
WA20DRS71S4 ขนาด 0.37 กิโลวัตต์ (kW.) 50 เฮิรตซ์
COS = (1) (Hz.) 1380 รอบ/นาที (RPM), ตะแกรงสำหรับคัดแยกหิน ใช้
เผน่ เหล็กหนา 4 มิลลเิ มตร ความกวา้ ง 1000 มิลลเิ มตร ความ
เมอ่ื คอื มมุ ที่ใช้ในการทดสอบ (องศา) ยาว 1500 มิลลิเมตร ทำการเจาะรูเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ขนาด 25×25 มิลลิเมตร โดยการวางรูปแบบบแนวเส้นตรง
x คือ ระยะของหนิ ที่จะผา่ นรตู ะแกรง (มิลลเิ มตร) และแนวสับหว่าง, มอเตอร์คัดแยกหิน ยี่ห้อ Uras Vibrator
รุ่น KED-3-2 ขนาด 0.22 กิโลวัตต์ (kW.) 50 เฮิรตซ์ (Hz.)
y คอื ระยะของรตู ะแกรง (มิลลิเมตร) 2870 ร อ บ / น า ท ี ( RPM), ส ป ร ิ ง ข ด ล ว ด ม ี ข น า ด
เส้นผ่าศูนย์กลางลวด 6 มิลลิเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 60
รปู ท่ี 4 ผงั ควบคุมมอเตอรไ์ วเบรทเพื่อควบคมุ การสนั่ สะเทอื น มิลลิเมตร และความสูง 150 มิลลิเมตร จำนวน 8 ตัว,
กระบอกไฮดรอลิค มีขนาดเส้นผ่าศูนย์แกน 30 มิลลิเมตร
จากรูปที่ 4 แสดงผังการทำงานของระบบควบคุมการ เส้นผ่าศูนย์กลางกระบอก 50มิลลิเมตร และความสูง 400
ส่ันของมอเตอร์ไวเบรทให้ไดค้ า่ ทีแ่ ม่นยำ มิลลิเมตร
4.2 การออกแบบตะแกรงที่ใชใ้ นการคัดแยกหนิ
ในการทดสอบจะทำการเปรียบเทียบผลของลักษณะ
ตะแกรงท่ีทำการศึกษา 2 รปู แบบ ดังน้ี
4.2.1 แบบตะแกรงวางลายแนวตรง ขนาดความกว้าง 25
มลิ ลเิ มตร และยาว 25 มลิ ลเิ มตร แสดงดงั รปู ท่ี 6
รปู ท่ี 6 ตะแกรงวางแนวลายเสน้ ตรง
การประชุมวิชาการเครอื ข่ายวศิ วกรรมเครือ่ งกลแหง่ ประเทศไทย ครงั้ ท่ี 35
วนั ท่ี 20 -23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 จังหวดั นครปฐม
AMM-219
4.2.2 แบบตะแกรงวางแนวลายสับหว่าง ขนาดความกว้าง 5 ผลการทดลองและวิจารณ์
25 มิลลิเมตร และยาว 25 มิลลิเมตร เจาะรูสับหว่างเป็น 5.1 ผลการออกแบบและสรา้ งเครอื่ งคัดแยกขนาดหิน
ระยะหา่ ง 44.50 มลิ ลเิ มตร แสดงดังรปู ที่ 7
รูปที่ 8 สว่ นประกอบของเคร่อื งคดั หนิ แบบปรับองศาตะแกรง
รปู ที่ 7 ตะแกรงวางแนวลายสับหวา่ ง 5.2 ผลการออกแบบตะแกรงทีใ่ ชใ้ นการคัดแยกหนิ
4.2.3 การเตรียมตัวอย่างหินทดสอบ แบ่งหินคลุกจากกอง
หิน จำนวน 10 กิโลกรัมตอ่ การทดสอบ 1 คร้ัง การคำนวณการหาขนาดหินที่ลอดผ่านรูตะแกรง จาก
4.2.4 การปรับองศาการทดสอบ ปรับองศาของเครื่องคัด
แยกหินแบบปรับองศาตะแกรง 4 ตำแหน่ง คือ 10, 15, 20 การคำนวณจะเห็นได้วา่ ในการปรับองศาที่เพิ่มสูงขึ้นมีผลทำ
และ 25 องศา ทำการทดสอบในแต่ละองศาซำ้ จำนวน 5 ครัง้
ตอ่ องศา ตามลำดบั พรอ้ มทั้งจบั เวลาในการทดสอบเครื่องคัด ให้พื้นที่ของช่องที่ทำการเจาะรูตะแกรงที่มีขนาดความกว้าง
แยกหินแบบปรบั องศาตะแกรง
4.2.5 การบันทึกผลทดสอบ ทำการชัง่ น้ำหนักหินคลกุ ท่ผี ่าน 25 มิลลิเมตร ความยาว 25 มิลลิเมตร มีขนาดพื้นที่เลก็ ลงไป
การทดสอบด้วยเครื่องคัดหินแบบปรับองศาตะแกรง และจด
บนั ทึกผลการได้จากการทดสอบ ตามองศาทปี่ รับตะแกรง โดยกำหนดรูปแบบตะแกรง 2 แบบ
4.3 การทดสอบขนาดของหินที่ผ่านการคัดแยกจากเครื่อง แสดงดงั ตารางที่ 1
คัดหนิ แบบปรับองศาตะแกรง ทร่ี ูปแบบตะแกรงวางแนวสบั
หว่าง ด้วยโปรแกรม Image J 1.52a ตารางท่ี 1 ผลคำนวณการหาขนาดหินทีล่ อดผ่านรตู ะแกรง
การทดสอบขนาดหนิ คลุกทผี่ ่านการคดั แยกจากเครอื่ งคดั องศา ขนาดของหนิ ท่ลี อดผา่ นรูตะแกรง
แยกหินแบบปรับองศาตะแกรงที่ 10 ,15 ,20 และ 25 องศา (มิลลเิ มตร)
ตามลำดับ โดยการสุ่มหินคลุกที่ตะแกรงชั้นบน (หินที่เกิน
ขนาด) และหินคลุกที่ผ่านตะแกรง (ชั้นล่าง) ทุก ๆ 5 วินาที 0 25.00
เพ่อื มาการวัดขนาดหนิ คลุกดว้ ยโปรแกรม Image J 1.52a
10 24.62
4.4 การเปรียบเทียบวิเคราะห์ผลการทดสอบเครื่องคัดหิน
แบบปรบั องศาตะแกรง ทีร่ ปู แบบตะแกรงวางแนวสบั หว่าง 15 24.14
การเปรียบเทียบผลการทดสอบเครื่องคัดหินแบบปรับ 20 23.49
องศาตะแกรง ที่รูปแบบตะแกรงวางแนวสับหวา่ ง ท่อี งศาปรับ
ตะแกรงที่ 10, 15, 20 และ 25 องศา ตามลำดับ เพื่อทำการ 25 22.65
เปรียบเทียบการคดั หินที่องศาต่าง ๆ และเวลาในการคัดแยก
หนิ ในแตล่ ะองศา
การประชุมวิชาการเครอื ข่ายวศิ วกรรมเครือ่ งกลแห่งประเทศไทย คร้งั ที่ 35
วันท่ี 20 -23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 จังหวดั นครปฐม
AMM-219
5.2.1 ผลการทดสอบเครื่องคัดหินแบบปรับองศาตะแกรง จากรูปที่ 9 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างองศาปรับ
ตะแกรง และน้ำหนักของหินไม่ผ่านตะแกรง ทำการ
วางแนวสบั หว่างทน่ี ำ้ หนักหนิ (กโิ ลกรัม) หลังคัดแยก เปรียบเทียบผลการทดสอบเครื่องคัดแยกหินแบบปรับองศา
ตะแกรงท่รี ูปแบบตะแกรงวางแนวสบั หวา่ ง โดยการปรบั องศา
ผลการทดสอบปริมาณที่ผ่านตะแกรงและหินที่ไม่ผ่าน ตะแกรงที่ 10, 15 ,20 และ 25 องศา แสดงค่าความสัมพันธ์
ระหว่างองศาปรับตะแกรง และน้ำหนักของหินที่ไม่ผ่าน
ตะแกรงแสดงผลดังตารางที่ 2 ตะแกรง พบว่า ท่อี งศาปรบั ตะแกรงเพ่มิ สงู ขึน้ น้ำหนกั ของหิน
ที่ไม่ผ่านตะแกรงมีนำ้ หนักเพมิ่ ขึ้นเนื่องจาก พ้ืนที่ของตะแกรง
ตารางที่ 2 ผลการทดสอบเครอื่ งคดั หินแบบปรับองศาตะแกรง มีขนาดเล็กลงตามความเอียงของตะแกรง จึงทำให้ที่องศาท่ี
เพิ่มสูงขึ้น มีน้ำหนักของหินที่ไม่ผ่านตะแกรงเพิ่มมากขึ้นด้วย
วางแนวสบั หวา่ ง เมื่อวิเคราะหส์ มการถดถอยอธิบายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งองศา
ปรับตะแกรง และน้ำหนักของหินไม่ผ่านตะแกรง ได้สมการ
น้ำหนักหนิ คลุก (กโิ ลกรัม) เส้นตรงที่ใช้ในการหาความสัมพันธ์ได้ดังนี้สมการ และค่า
สัมประสิทธิ์การถดถอย มีค่าเป็นบวก แสดงว่าเมื่อปรับองศา
องศา กอ่ นเข้า หลงั เขา้ เครื่องคดั แยกหนิ ตะแกรงเพิ่มขึน้ จะได้น้ำหนักหินที่ไมผ่ ่านตะแกรงเพิ่มขึน้ โดย
เครอ่ื งคดั หินท่ีไม่ผา่ น หินท่ีผา่ น เฉล่ยี 0.238 กิโลกรมั และมีค่าความน่าเช่อื ถือรอ้ ยละ 96
5.2.2 ผลการทดสอบเครื่องคัดหินแบบปรับองศาตะแกรง
แยกหนิ ตะแกรง ตะแกรง วางแนวเส้นตรงทน่ี ำ้ หนกั หนิ (กโิ ลกรัม) หลงั คัดแยก
10 10 4.16 5.18 ผลการทดสอบปริมาณที่ผ่านตะแกรงและหินที่ไม่ผ่าน
ตะแกรงแสดงผลดังตารางที่ 3
15 10 5.14 4.66
ตารางท่ี 3 ผลการทดสอบเครอ่ื งคดั หินแบบปรับองศาตะแกรง
20 10 7.02 2.82 วางแนวสบั หว่างที่น้ำหนกั หนิ (กิโลกรมั ) หลังคัดแยก
25 10 9.44 0.30
จากตารางที่ 2 แสดงผลการทดสอบเครื่องคัดหินแบบ นำ้ หนักหินคลกุ (กิโลกรมั )
ปรับองศาตะแกรงวางแนวสับหว่างที่น้ำหนักหิน (กิโลกรัม)
หลังคัดแยกด้วยเครื่องคัดหินแบบปรับองศาตะแกรง องศา ก่อนเข้า หลังเขา้ เคร่ืองคัดแยกหนิ
ที่รูปแบบตะแกรงวางแนวสับหว่าง โดยการปรับองศาของ เคร่ืองคัดแยก หินที่ไมผ่ า่ น หินที่ผ่าน
ตะแกรงที่ 10, 15, 20 และ 25 องศา ผลการทดสอบ พบว่า
ห ล ั ง ท ำ ก า ร ค ั ด แ ย ก ห ิ น ด ้ ว ย เ ค ร ื ่ อ ง คั ด ห ิ น แ บ บ ป ร ั บ อ ง ศ า หิน ตะแกรง ตะแกรง
ตะแกรง ที่ 25 องศา ไดน้ ำ้ หนักหินที่ไม่ผ่านตะแกรง มากท่สี ดุ
มคี า่ เทา่ กบั 9.44 กโิ ลกรมั และท่ี 10 องศา ไดน้ ำ้ หนกั หินท่ีมี
ไม่ผ่านตะแกรง น้อยที่สุด มีค่าเท่ากับ 4.13 กิโลกรัม
รองลงมาที่ 20 และ 15 องศา มีค่าเท่ากับ 7.02 และ 4.16
กิโลกรมั ตามลำดบั
10 10 3.90 5.76
15 10 4.54 5.30
20 10 6.56 3.32
25 10 8.48 1.36
รปู ที่ 9 แสดงความสมั พนั ธร์ ะหว่างองศาปรบั ตะแกรง และ จากตารางที่ 3 แสดงผลการทดสอบเครื่องคัดหินแบบ
นำ้ หนกั ของหินไม่ผ่านตะแกรง ปรับองศาตะแกรงวางแนวเส้นตรง ที่น้ำหนักหิน (กิโลกรัม)
หลังคัดแยกด้วยเครื่องคัดหินแบบปรับองศาตะแกรง ท่ี
รูปแบบตะแกรงวางแนวเส้นตรง โดยการปรับองศาของ
ตะแกรงที่ 10, 15, 20 และ 25 องศา ผลการทดสอบ พบว่า
การประชุมวิชาการเครือข่ายวศิ วกรรมเคร่อื งกลแหง่ ประเทศไทย ครัง้ ท่ี 35
วันท่ี 20 -23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 จังหวดั นครปฐม
AMM-219
หลังทำการคัดแยกหินด้วยเครื่องคัดหินแบบปรับองศา และลายเส้นตรง ที่องศาปรับตะแกรง 10 , 15 , 20 และ 25
ตะแกรง ที่ 25 องศา ไดน้ ำ้ หนักหนิ ท่ีไมผ่ ่านตะแกรง มากที่สดุ องศา แสดงผลดงั รูปที่ 11
มคี ่าเท่ากับ 8.48 กโิ ลกรัม และที่ 10 องศา ได้น้ำหนักหินที่มี
ไม่ผ่านตะแกรง น้อยที่สุด มีค่าเท่ากับ 3.90 กิโลกรัม
รองลงมาที่ 20 และ 15 องศา มีค่าเท่ากับ 6.56 และ 4.54
กโิ ลกรัมตามลำดับ
รูปท่ี 10 แสดงความสมั พันธร์ ะหวา่ งองศาปรับตะแกรง และ รูปที่ 11 กราฟความสัมพันธ์ระหวา่ งองศาปรับตะแกรง และ
น้ำหนกั ของหินไมผ่ ่านตะแกรง นำ้ หนักของหินทีไ่ มผ่ า่ นตะแกรง
จากรูปที่ 10 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างองศาปรับ จากรูปที่ 11 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างองศาปรับ
ตะแกรง และน้ำหนักของหินไม่ผ่านตะแกรง ทำการ ตะแกรง และน้ำหนักของหินที่ไม่ผ่านตะแกรง ทำการ
เปรียบเทียบผลการทดสอบเครื่องคัดแยกหินแบบปรับองศา เปรียบเทียบผลการทดสอบเครื่องคัดแยกหินแบบปรับองศา
ตะแกรงที่รปู แบบตะแกรงวางแนวเส้นตรง โดยการปรบั องศา ตะแกรงที่รูปแบบตะแกรงวางลายสับหว่าง และลายเส้นตรง
ตะแกรงที่ 10, 15 ,20 และ 25 องศา แสดงค่าความสัมพันธ์ โดยการปรบั องศาตะแกรงที่ 10, 15 ,20 และ 25 องศา แสดง
ระหว่างองศาปรับตะแกรง และน้ำหนักของหินที่ไม่ผ่าน คา่ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งองศาปรับตะแกรง และขนาดหนิ หลัง
ตะแกรง พบวา่ ทีอ่ งศาปรับตะแกรงเพิ่มสงู ขึน้ น้ำหนักของหนิ คัดแยกท่ีไม่ผา่ นชั้นตะแกรง พบว่า ท่ีองศาที่เพิม่ สูงขน้ึ น้ำหนัก
ท่ไี ม่ผา่ นตะแกรงมนี ้ำหนักเพิ่มขึ้นเน่ืองจาก พน้ื ที่ของตะแกรง ของหินที่ไม่ผ่านชั้นตะแกรงกจ็ ะสูงเพิ่มขึ้นทัง้ รูปแบบตะแกรง
มีขนาดเล็กลงตามความเอียงของตะแกรง จึงทำให้ที่องศาที่ วางลายสับหว่าง และลายเส้นตรง โดยที่รูปแบบตะแกรงวาง
เพิ่มสูงขึ้น มีน้ำหนักของหินที่ไม่ผ่านตะแกรงเพิ่มมากขึ้นด้วย ลายสบั หวา่ งจะมีน้ำหนกั หินทไี่ มผ่ ่านตะแกรงมากกว่าตะแกรง
เมื่อวิเคราะหส์ มการถดถอยอธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งองศา วางลายเส้นตรง ร้อยละ 88.3 เนื่องจากพื้นที่ของช่องว่างใน
ปรับตะแกรง และน้ำหนักของหินไม่ผ่านตะแกรง ได้สมการ การวางลายของตะแกรงที่รูปแบบเส้นตรงมีพื้นที่ช่องว่าง
เสน้ ตรงท่ีใช้ในการหาความสมั พันธ์ไดด้ งั น้ี และค่าสมั ประสิทธิ์ มากกว่าตะแกรงวางลายสับหวา่ ง
การถดถอย มีค่าเป็นบวก แสดงว่าเมื่อปรับองศาตะแกรง
เพิ่มขึ้น จะได้น้ำหนักหินที่ไม่ผ่านตะแกรงเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 5.4 ผลการเปรียบเทียบขนาดของหนิ คลกุ ท่ีผา่ นการคัดแยก
0.354 กิโลกรัม และได้ค่าความนา่ เช่ือถือรอ้ ยละ 95 ด้วยเครื่องคัดหินแบบปรับองศาด้วยโปรแกรม Image J
1.52a รปู แบบตะแกรงวางลายสับหว่าง และลายเสน้ ตรง
5.3 ผลการเปรียบเทยี บหินหลังการคัดแยกระหว่างตะแกรง
วางแนวตรงกบั สบั หว่างทมี่ ุมต่าง ๆ ผลการเปรียบเทียบเวลาในการคัดแยกหินด้วยเครื่องคัด
แยกหินแบบองศาปรับตะแกรง ที่รูปแบบตะแกรงวางลายสบั
ผลการเปรียบเทยี บหินหลงั การคดั แยกดว้ ยเครอ่ื งคดั แยก หว่าง และลายเส้นตรง ที่องศาปรับตะแกรง 10 , 15 , 20
หนิ แบบองศาปรบั ตะแกรง ทีร่ ปู แบบตะแกรงวางลายสับหว่าง และ 25 องศา แสดงผลดงั รูปท่ี 12
การประชุมวิชาการเครือขา่ ยวศิ วกรรมเครอ่ื งกลแห่งประเทศไทย ครงั้ ที่ 35
วันท่ี 20 -23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 จังหวดั นครปฐม
AMM-219
รปู ที่ 12 กราฟความสัมพนั ธ์ระหวา่ งตะแกรงวางแนวเส้นตรง ตะแกรงทำมุมที่ 15 องศา ตะแกรงชนิดตารางสับหว่าง ให้
และวางแนวสบั หว่าง ขนาดของหินอยูในช่วงมาตรฐาน และใช้เวลาน้อยกว่าตาราง
ชนิดแนวเดียว ประมาณร้อยละความแตกต่างที่ 75.7 ซึ่งเป็น
จากรูปท่ี 12 แสดงความสมั พันธร์ ะหวา่ งตะแกรงวางแนว ค่าทด่ี ที สี่ ุดเมือ่ เทยี บทง้ั น้ำหนกั และเวลาทใี่ ช้ในการดำเนินการ
เส้นตรง และวางแนวสับหว่างทำการเปรียบเทียบผลการ
ทดสอบเครื่องคัดแยกหินแบบปรับองศาตะแกรงที่รูปแบบ 7 กติ ตกิ รรมประกาศ
ตะแกรงวางลายสับหว่าง และลายเส้นตรง โดยการปรบั องศา
ตะแกรงที่ 10, 15 ,20 และ 25 องศา แสดงค่าความสัมพันธ์ ขอขอบคุณคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ปทุมธานี
ระหว่างองศาปรับตะแกรง และเวลาในการคัดแยกหิน พบวา่ ที่ได้ให้การสนับสนุนสถานที่และคำแนะนำในการดำเนินงาน
ที่องศาที่เพิ่มสูงขึ้นขนาดหินที่ไม่ผ่านชั้นตะแกรงมีขนาดใหญ่ จนสำเรจ็ ลลุ ่วง
กว่าที่องศาน้อย ๆ และที่รูปแบบตะแกรงวางแนวลายสับ
หว่างมีขนาดหินที่ไม่ผ่านตะแกรง เล็กกว่าตะแกรงวางแนว 8 เอกสารอา้ งอิง
ลายเส้นตรง โดยมีค่าความน่าเชื่อถือร้อยละ 99.3 ซึ่งผลที่ได้
จะสอดคลอ้ งกบั ทฤษฎที ี่กลา่ วมาขา้ งต้น [1] ธรี พงษ์ ศรีจันทร์หอมและคณะ. เครื่องคดั ฝักมะขามหวาน
พันธุ์สีทอง). สาขาวิชา วิศวกรรมเครื่องจักรกลเกษตร คณะ
6 สรุปผลการทดลอง วิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
จากการออกแบบและสร้างเครือ่ งคัดแยกหินและทดสอบ [2] ปยิ ชาติ ธาตรีนรานนท์. การออกแบบและสรา้ งเครือ่ งร่อน
ตะแกรงสำหรับคัดแยกหิน 2 รูปแบบ คือ ตารางแนวเดียว ทราย (Design and Construction of Sand Glider). สาขา
และตารางสับหว่าง ทำการปรับองศา ที่ 10, 15, 20 และ 25 วศิ วกรรมเครอื่ งกล คณะครศุ าสตร์อุตสาหกรรม มหาวทิ ยาลัย
องศาตามลำดับ ทำการวัดขนาดหินด้วยโปรแกรม ImageJ เทคโนโลยีราชมงคลสวุ รรณภูมิ
เวอร์ชั่น 1.52a พบว่า ตะแกรงชนิดตารางแนวเดียว ใช้เวลา [3] รศ.ธีรศิลป์ ทุมวิภาตและสุภาพร จำปาทอง. เรียนรู้ PLC
ในการคัดแยก 3.23, 2.19, 1.13 และ 0.41 นาที ตามลำดับ ขน้ั ตน้ ดว้ ยตนเอง. กรุงเทพมหานคร : ซีเอ็ดยูเคชัน่ . 2545
น้ำหนักหินที่ได้คือ 5.35, 5.20, 3.25 และ 1.35 กิโลกรัม [4] รศ.ธีรศิลป์ ทุมวิภาตและสุภาพร จำปาทอง. เรียนรู้ PLC
ตามลำดับ ตะแกรงชนดิ ตารางสับหว่าง ใชเ้ วลาในการคัดแยก ขน้ั กลาง. กรงุ เทพมหานคร : ซีเอด็ ยเู คช่ัน. 2547
1.38, 0.53, 0.31 และ 0.22 นาที ตามลำดบั นำ้ หนักหินที่ได้ [5] รศ.สุเธียร เกียรตสุนทร. ดีซีเอส. กรุงเทพมหานคร :
คือ 5.18, 4.66, 2.82 และ 0.3 กโิ ลกรัม ตามลำดบั ซ่งึ ผลจาก สำนักพิมพ์ ส.ส.ท.. 2543
การวัดขนาดโดยเฉลี่ยของตะแกรงตารางแนวเดียว และ
ตารางสับหว่าง คือ 33.27 และ 22.51 ตามลำดับ ซึ่งเม่ือ
เทียบกับค่ามาตรฐานหินคลุกสำหรับการเทพื้น พบว่าการใช้