องคก์ รความรว่ มมอื อสิ ลาม OIC
จัดทำโดย
นาย กฤษณพงศ์ พลบั ลงั สทิ ธิ์ เลขท่ี 3
นาย เมธาสทิ ธ์ิ กองคำ เลขท่ี 7
นายกติ ตณิ ัฏฐ์ ประพันธ์ เลขที่ 10
นาย ณฐกร โกศนิ านนท์ เลขที่ 12
นาย รัฐภมู ิ แถวพันธุ์ เลขที่ 14
นาย กฤษฎา สตั ยากมุ ภ์ เลขท่ี 15
นาย ธนาพพิ ัฒน์ วมิ ลู เลขที่ 23
นางสาว จริ ัชยา นุชอยู่ เลขท่ี 31
นางสาว สริ ยากร ออ่ นคำ เลขท่ี 32
เสนอ
คณุ ครอู นันต์ เวชวริ ัตน์
รายงานนเ้ี ป็ นสว่ นหนงึ่ ของวชิ าเศรษฐศาสตร์
ภาคเรยี นท1ี่ ปีการศกึ ษา 2565
โรงเรยี นบา้ นสวน(จั่นอนุสรณ)์
คำนำ
รายงานเลม่ นี้ จัดทำขนึ้ เพอ่ื เป็ นสว่ นหนง่ึ ของวชิ าเศรษฐศาสตร์ เพอ่ื ใหไ้ ดศ้ กึ ษา
ความรใู ้ นเรอื่ ง OIC องคก์ รความรว่ มมอื อสิ ลาม และไดศ้ กึ ษาอยา่ งเขา้ ใจเพอ่ื เป็ นประโยชน์
ใรการเรยี น
คณะผจู ้ ัดทำหวงั วา่ รายงานเลม่ นจี้ ะเป็ นประโยชนก์ บั ผอู ้ า่ นทก่ี ำลงั หาขอ้ มลู เรอื่ งน้ี
อยู่ หากมขี อ้ แนะนำหรอื ขอ้ ผดิ พลาดประการใด ผจู ้ ัดทำขอนอ้ มรับและขออภยั มา ณ ทน่ี ดี้ ว้ ย
คณะผจู ้ ัดทำ
วนั ท่ี 17 กนั ยายน 2565
สารบญั
เรอื่ ง หนา้
ความหมายของ OIC 1
ประวตั คิ วามเป็ นมาของ OIC 2
วตั ถปุ ระสงคใ์ นการกอ่ ตงั้ OIC 3
บทบาทของ OIC 5
ความสำคญั ของ OIC 6
โครงสรา้ งขององคก์ ร OIC 7
ประเทศสมาชกิ ของ OIC 9
บรรณานุกรม 10
ความหมายของ OIC
องคก์ ารความรว่ มมอื อสิ ลาม เป็ นองคก์ ารระหวา่ งประเทศของชาตมิ สุ ลมิ มสี มาชกิ ราว
57 ประเทศ ประชากรรวมกวา่ 1.2 พันลา้ นคน ทงั้ ในตะวนั ออกกลาง แอฟรกิ า เอเชยี กลาง
เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต ้ เอเชยี ใต ้ อเมรกิ าใต ้ โดยใชภ้ าษากลางคอื ภาษาอาหรับ ภาษาองั กฤษ
และภาษาฝร่ังเศส โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ระดมสรรพกำลงั ปกป้องผลประโยชนข์ องชาตสิ มาชกิ
รวมถงึ การพดู เป็ นเสยี งเดยี วกนั ในเรอ่ื งสำคญั ๆ ในเวทสี ากล
เรมิ่ กอ่ ตงั้ เมอ่ื วนั ท่ี 25 กนั ยายน พ.ศ. 2512 โดยมกี ารประชมุ ระดบั ผนู ้ ำครัง้ แรกทก่ี รงุ
ราบตั ประเทศโมร็อกโก หลงั มสั ยดิ ศกั ดสิ์ ทิ ธอ์ิ นั เลอ่ื งลอื Al-Aqsa ทก่ี รงุ เยรซู าเลม ประเทศอสิ
ราเอล ปัจจบุ นั ยซู ฟุ อลั -โอไซมนี ดำรงตำแหน่งเป็ นเลขาธกิ ารคนที่ 11
โอไอซมี บี ทบาทในประเทศไทยในกรณีพน้ื ท่ี 3 จังหวดั ชายแดนภาคใต ้ ภายหลงั การ
เกดิ เหตกุ ารณค์ วามไมส่ งบในพน้ื ที่ โดยสง่ ตวั แทนมาสงั เกตการณเ์ กบ็ ขอ้ มลู ในพน้ื ที่
ประวตั คิ วามเป็ นมาของ OIC
OIC เป็ นองคก์ ารระหวา่ งประเทศทเ่ี ป็ นการรวมตวั ของรัฐบาลประเทศตา่ ง ๆ ในโลก
มสุ ลมิ ทใ่ี หญท่ สี่ ดุ ตามหลกั คำสอนของศาสนาอสิ ลามเกยี่ วกบั ความเป็ นประชาชาตเิ ดยี วกนั
(อมุ มะฮ)์ ภายใตช้ อื่ วา่ องคก์ ารการประชมุ อสิ ลาม (Organisation of the Islamic Conference)
โดยจัดตงั้ ขนึ้ ตามมติ ทป่ี ระชมุ สดุ ยอดของผนู ้ ำประเทศมสุ ลมิ 25 ประเทศ ทร่ี าบตั โมร็อกโก
เมอื่ 25 ก.ย.2512 หลงั เกดิ เหตอุ สิ ราเอลบกุ ยดึ มสั ญดิ อลั อกั ศอ ในอลั กดุ ส์ (เยรซู าเล็ม)
ศาสนสถานสำคญั อนั ดบั 3 ของศาสนาอสิ ลามเมอ่ื ปีเดยี วกนั ตอ่ มาทปี่ ระชมุ ระดบั รมว.กระทรวง
การตา่ งประเทศขององคก์ ารการประชมุ อสิ ลาม เมอ่ื ปี 2513 มมี ตใิ หจ้ ัดตงั้ สำนักเลขาธกิ ารของ
OIC ขน้ึ ทญ่ี ดิ ดะฮ์ ซาอดุ อี าระเบยี และออกกฎบตั ร OIC ฉบบั แรกเมอื่ ปี 2515 จากนัน้ ออก
กฎบตั ร OIC ฉบบั แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ เมอื่ ปี 2551 ทงั้ นี้ ทปี่ ระชมุ ระดบั รมว.กระทรวงการตา่ งประเทศ
ขององคก์ ารการประชมุ อสิ ลาม ครัง้ ท่ี 38 ทคี่ าซคั สถาน เมอื่ ม.ิ ย.2554 มมี ตใิ หเ้ ปลย่ี นตรา
สญั ลกั ษณแ์ ละชอื่ หน่วยงานเป็ น “องคก์ ารความรว่ มมอื อสิ ลาม” (Organisation of Islamic
Cooperation-OIC) เพอ่ื สะทอ้ นถงึ เจตนารมณข์ ององคก์ รทตี่ อ้ งการเพมิ่ การดำเนนิ การตา่ ง ๆ
ใหม้ ากขน้ึ กวา่ การเป็ นเพยี งแคเ่ วทปี รกึ ษาหารอื
วตั ถปุ ระสงคข์ อง OIC
วตั ถปุ ระสงค/์ ภารกจิ มาตรา 1 บทที่ 1 ของกฎบตั ร OIC (มี 18 บท 39 มาตรา) ฉบบั แกไ้ ข
เพมิ่ เตมิ ปี 2551 ระบวุ ตั ถปุ ระสงคใ์ นการกอ่ ตงั้ OIC ไว ้ 20 ประการ สาระสำคญั ดงั นี้
1) สง่ เสรมิ ภราดรภาพและเอกภาพในหมสู่ มาชกิ
2) พทิ กั ษ์ปกป้องผลประโยชนร์ ว่ มกนั ของรัฐสมาชกิ ในการเผชญิ กบั ปัญหาทา้ ทายตอ่ โลก
อสิ ลามและประชาคมระหวา่ งประเทศ
3) เคารพสทิ ธใิ นการกำหนดใจตนเอง และไมแ่ ทรกแซงกจิ การภายใน อธปิ ไตย เอกราช และ
บรู ณภาพแหง่ ดนิ แดนของรัฐสมาชกิ
4) สนับสนุนการสถาปนาอธปิ ไตยและบรู ณภาพแหง่ ดนิ แดนโดยสมบรู ณข์ องรัฐสมาชกิ ทถ่ี กู ใช ้
กำลงั เขา้ ยดึ ครอง
5) สง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มของรัฐสมาชกิ ในกระบวนการตดั สนิ ใจดา้ นการเมอื ง เศรษฐกจิ และ
สงั คมในเวทโี ลก
6) สง่ เสรมิ ความสมั พันธร์ ะหวา่ งรัฐบนพนื้ ฐานของความยตุ ธิ รรม ความเคารพตอ่ กนั และความ
เป็ นมติ รประเทศทดี่ ี เพอื่ กอ่ ใหเ้ กดิ สนั ตภิ าพ ความมน่ั คง และความสมานฉันทใ์ นโลก
7) ยนื ยนั การสง่ เสรมิ สทิ ธขิ องประชาชนกลมุ่ ตา่ ง ๆ ตามบทบญั ญัตขิ องกฎบตั ร UN และ
กฎหมายระหวา่ งประเทศ
8) สนับสนุนการมสี ทิ ธขิ องชาวปาเลสไตนใ์ นการกำหนดใจตนเองเพอ่ื สถาปนารัฐอธปิ ไตยท่ี
มอี ลั กดุ ส์ (เยรซู าเลม) เป็ นเมอื งหลวง
9) สง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ทางเศรษฐกจิ และการคา้ ในโลกอสิ ลามทจ่ี ะนำไปสกู่ ารจัดตงั้ ตลาดรว่ ม
อสิ ลาม (Islamic Common Market)
10) สง่ เสรมิ การพัฒนาทรัพยากรมนุษยข์ องรัฐสมาชกิ อยา่ งรอบดา้ นและยง่ั ยนื เพอื่ ใหม้ คี วาม
เป็ นอยทู่ ด่ี ี
11) สง่ เสรมิ การเผยแผค่ ำสอนของศาสนาอสิ ลามตามแนวทางสายกลาง
12) ปกป้องคมุ ้ ครองภาพลกั ษณท์ ถ่ี กู ตอ้ งของศาสนาอสิ ลาม และตอ่ สกู ้ บั การกระทำทที่ ำให ้
ภาพลกั ษณอ์ สิ ลามตอ้ งเสอื่ มเสยี ตลอดจนสง่ เสรมิ การเสวนาระหวา่ งศาสนาและอารยธรรม
13) สง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวจิ ัยระหวา่ งรัฐสมาชกิ
14) สง่ เสรมิ และปกป้องสทิ ธมิ นุษยชน รวมทงั้ เสรภี าพขนั้ พน้ื ฐาน ซง่ึ ครอบคลมุ ถงึ สทิ ธสิ ตรี
เด็ก เยาวชน ผสู ้ งู อายุ และผพู ้ กิ าร ตามหลกั การของศาสนาอสิ ลาม
15) สง่ เสรมิ บทบาทของครอบครัวในฐานะทเ่ี ป็ นหน่วยพน้ื ฐานของสงั คม
16) พทิ กั ษ์สทิ ธิ เกยี รตภิ มู ิ และอตั ลกั ษณข์ องชมุ ชนมสุ ลมิ และชนกลมุ่ นอ้ ยมสุ ลมิ ในรัฐทมี่ ใิ ช่
สมาชกิ OIC
17) รักษาการมจี ดุ ยนื รว่ มกนั ในประเด็นทเี่ ป็ นผลประโยชนร์ ว่ มกนั ในเวทโี ลก
18) รว่ มมอื กนั ตอ่ ตา้ นการกอ่ การรา้ ยทกุ รปู แบบ รวมทงั้ ขบวนการอาชญากรรม การคา้ ยาเสพ
ตดิ การทจุ รติ การฟอกเงนิ และการคา้ มนุษย์
19) รว่ มมอื กนั ในกรณีทม่ี เี หตฉุ ุกเฉนิ ดา้ นมนุษยธรรม อาทิ ภยั พบิ ตั ทิ างธรรมชาติ
20) สง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ดา้ นสงั คม วฒั นธรรม และขอ้ มลู ขา่ วสารระหวา่ งรัฐสมาชกิ
บทบาทของ OIC
ไทยเขา้ เป็ นผสู ้ งั เกตการณ์ (Observer) ของ OIC เมอื่ 1 ตลุ าคม 1998 ตามมตขิ อง
ทปี่ ระชมุ OIC Annual Coordination Meeting ทก่ี รงุ นวิ ยอรก์ เป็ น 1 ใน 4 ประเทศ ทไ่ี ดร้ ับ
สถานะดงั กลา่ ว (อกี 3 ประเทศคอื สาธารณรัฐแอฟรกิ ากลาง บอสเนยี -เฮอรเ์ ซโกวนิ า และ
รัสเซยี ) ไทยมวี ตั ถปุ ระสงคใ์ นการใชเ้ วที OIC เพอ่ื เผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์ สรา้ งความเขา้ ใจตอ่
โลกมสุ ลมิ เกย่ี วกบั นโยบายของรัฐบาลตอ่ ชาวไทยมสุ ลมิ แลกเปลยี่ นความรู ้ ขอ้ มลู ปรกึ ษา
หารอื ในประเด็นเกย่ี วกบั ชมุ ชนมสุ ลมิ และเพม่ิ ชอ่ งทางการขยายความรว่ มมอื กบั ประเทศอสิ ลาม
ทงั้ น้ี หลงั เขา้ เป็ นผสู ้ งั เกตการณ์ ไทยไดส้ ง่ คณะผแู ้ ทนเขา้ รว่ มการประชมุ สำคญั ของ OIC หลาย
ครัง้ โดยเฉพาะการประชมุ รัฐมนตรตี า่ งประเทศ
นอกจากนี้ ไทยและ OIC ยงั มคี วามรว่ มมอื และใหค้ วามสำคญั กบั ปัญหาจังหวดั ชาย
แดนภาคใตเ้ ป็ นลำดบั ตน้ โดยเลขาธกิ าร OIC ไดเ้ ดนิ ทางเยอื นประเทศไทยเพอื่ รับฟังบรรยาย
ขอ้ สรปุ นโยบายและการดำเนนิ การตา่ ง ๆ ของรัฐบาลในการแกไ้ ขปัญหาอยา่ งครอบคลมุ เมอื่ ปี
2007 และลา่ สดุ เอกอคั รราชทตู ซาเยด คสั เซม เอลมาสรี ทปี่ รกึ ษาและผแู ้ ทนพเิ ศษของ
เลขาธกิ าร OIC และคณะผแู ้ ทนระดบั สงู ของ OIC ไดเ้ ดนิ ทางเยอื นประเทศไทยตามคำเชญิ ของ
รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงการตา่ งประเทศ เมอ่ื 7-13 พฤษภาคม 2012 และไดเ้ ขา้ พบหารอื กบั
เจา้ หนา้ ทรี่ ะดบั สงู ของไทย รวมทงั้ เดนิ ทางเยอื นจังหวดั ชายแดนภาคใต ้ ซงึ่ ฝ่ ายไทยและ OIC
ไดป้ ระณามการใชค้ วามรนุ แรงโดยไมเ่ ลอื กประตบิ ตั ติ อ่ พลเรอื นผบู ้ รสิ ทุ ธิ์ ซงึ่ ขดั แยง้ กบั หลกั คำ
สอนของศาสนาอสิ ลาม
ความสำคญั ของ OIC
1. ดา้ นการพฒั นาการศกึ ษา สำหรับชาวไทยมสุ ลมิ ธนาคารเพอื่ การพัฒนาอสิ ลาม (Islamic
Development Bank -IDB) ซงึ่ เป็ นองคก์ รชำนัญพเิ ศษ (specialized organization) ของ OIC
ไดใ้ หเ้ งนิ สนับสนุน และเงนิ กใู ้ นการสรา้ งโรงเรยี นเอกชนสอนศาสนาอสิ ลามในไทยหลายแหง่
รวมทงั้ ใหท้ นุ การศกึ ษาแกน่ ักเรยี นไทยมสุ ลมิ เพอื่ ศกึ ษาในประเทศไทยมาโดยตอ่ เนอ่ื ง
2. ดา้ นการศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ และวฒั นธรรม ไทยเขา้ เป็ นผสู ้ งั เกตการณ์ (Observer
Member) ขององคก์ รการศกึ ษา วทิ ยาศาสตรแ์ ละวฒั นธรรมอสิ ลาม (The Islamic Education,
Scientific and Cultural Organization – ISESCO) ซง่ึ เป็ นองคก์ รชำนัญพเิ ศษของ OIC เมอื่
เดอื น มนี าคม 2007
3. ดา้ นธรุ กจิ การคา้ สมาคมนักธรุ กจิ และอตุ สาหกรรมไทยมสุ ลมิ (Thai Islamic Trade and
Industrial Association) เป็ นสมาชกิ ของสภาหอการคา้ และอตุ สาหกรรมของ OIC (Islamic
Chamber of Commerce and Industry –ICCI) ICCI ไดล้ งนามในบนั ทกึ ความเขา้ ใจกบั สำนัก
งานสง่ เสรมิ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (Office of Small and Medium Enterprises
Promotion – OSMEP) ของไทยเมอ่ื ปี 2007 เพอื่ รว่ มมอื ในการสง่ เสรมิ ธรุ กจิ และอตุ สาหกรรม
SMEs โดยเฉพาะดา้ นอาหารฮาลาล อญั มณี และเครอื่ งประดบั และสนิ คา้ แฟชน่ั เป็ นตน้
4. ความรว่ มมอื ทางเทคนคิ และวชิ าการ ในปี 2007 ไทยไดด้ ำเนนิ โครงการเพอ่ื ใหค้ วาม
ชว่ ยเหลอื ประเทศสมาชกิ OIC ในดา้ นการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาไขห้ วดั นก โดยจัดประชมุ เชงิ
ปฏบิ ตั กิ ารเกยี่ วกบั เรอ่ื งนที้ กี่ รงุ เทพฯ และกรงุ ไคโร
5. ความชว่ ยเหลอื ทางมนษุ ยธรรม Islamic Development Bank (IDB) ไดใ้ หค้ วาม
ชว่ ยเหลอื แกผ่ ปู ้ ระสบภยั จากเหตกุ ารณภ์ ยั พบิ ตั สิ นึ ามิ ปี 2004 จำนวน 180,000 ดอลลารส์ หรัฐ
โดยผา่ นสภายวุ มสุ ลมิ โลก (WAMY) ผนู ้ ำมสุ ลมิ และผนู ้ ำชมุ ชนมสุ ลมิ ในสามจังหวดั ภาคใตท้ ไี่ ด ้
รับผลกระทบจากเหตกุ ารณธ์ รณีพบิ ตั ิ
โครงสรา้ งขององคก์ ร OIC
1. องคก์ รหลกั (Principal Organs)
1. ทปี่ ระชุมสดุ ยอดอสิ ลาม (The Islamic Summit Conference) เป็ นองคก์ รทม่ี ี
อำนาจสงู สดุ ของ OIC ประกอบดว้ ยประมขุ แหง่ รัฐและผนู ้ ำประเทศของรัฐสมาชกิ OIC
เพอ่ื พจิ ารณาตดั สนิ ใจนโยบายและกจิ การตา่ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงคข์ อง OIC
และประเด็นทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ประชาชาตมิ สุ ลมิ โดยจัดใหม้ กี ารประชมุ ทกุ 3 ปี ปัจจบุ นั อี
ยปิ ตเ์ ป็ นประธานในการประชมุ สดุ ยอด ครัง้ ท่ี 12 ระหวา่ งปี 2013-2015
2. ทปี่ ระชุมรฐั มนตรตี า่ งประเทศ (Council of Foreign Ministers: CFM) ซงึ่ จัดใหม้ ี
การประชมุ ทกุ ปี ทำหนา้ ทพี่ จิ ารณาและตดั สนิ ใจนโยบายทว่ั ไป(general policy) ของ
OIC รวมทงั้ ปฏบิ ตั ติ ามและตดิ ตามทบทวนผลการประชมุ ทงั้ ในระดบั การประชมุ สดุ ยอด
และการประชมุ รัฐมนตรตี า่ งประเทศของ OIC ทผี่ า่ นมา การประชมุ ครัง้ ลา่ สดุ ครัง้ ที่ 39
ปี 2012 จัดขน้ึ ทกี่ รงุ จบิ ตู ี
3. สำนกั งานเลขาธกิ าร (The General Secretariat) เป็ นหน่วยงานบรหิ ารกลาง
(executive organ) ทำหนา้ ทป่ี ฏบิ ตั ติ ามขอ้ มตแิ ละนโยบาย ซงึ่ ไดร้ ับจากที่
ประชมุ สดุ ยอดและทปี่ ระชมุ รัฐมนตรตี า่ งประเทศ สำนักงานเลขาธกิ ารตงั้ อยทู่ เ่ี มอื งเจ
ดดาห์ ประเทศซาอดุ อี าระเบยี โดยมสี ถานะเป็ นสำนักงานชว่ั คราว และกำหนดจะให ้
สำนักงานถาวรตงั้ ทก่ี รงุ เยรซู าเล็ม มเี ลขาธกิ ารทมี่ าจากการเลอื กตงั้ ดำรงตำแหน่งวาระ
5 ปี เลขาธกิ ารคนปัจจบุ นั คอื ศ.ดร.เอ็กมเิ ล็ดดนี อหิ ซ์ าโนกลู (Prof.Dr.Ekmeleddin
Ihsanoglu) ชาวตรุ กี เขา้ รับหนา้ ทเี่ มอ่ื 1 มกราคม 2005 และไดร้ ับการตอ่ อายใุ หด้ ำรง
ตำแหน่งอกี 5 ปี เป็ นวาระทสี่ อง โดยจะพน้ จากตำแหน่งใน 31 ธนั วาคม 2013
4. ศาลยตุ ธิ รรมอสิ ลามระหวา่ งประเทศ (International Islamic Court of Justice)
เป็ นองคก์ รทางกระบวนการยตุ ธิ รรมของ OIC ซงึ่ กอ่ ตงั้ ขนึ้ ตามผลการประชมุ Islamic
Summit ครัง้ ที่ 3 มตี ลุ าการศาล 7 คน ซง่ึ ไดร้ ับการคดั เลอื กจากทป่ี ระชมุ รัฐมนตรตี า่ ง
ประเทศ ศาลยตุ ธิ รรมอสิ ลามระหวา่ งประเทศตงั้ อยทู่ ป่ี ระเทศคเู วต
2. คณะกรรมการประจำ (Standing Committees) กอ่ ตงั้ ขนึ้ ตามขอ้ มตขิ องที่
ประชมุ สดุ ยอด OIC หรอื ขอ้ เสนอแนะของทปี่ ระชมุ รัฐมนตรตี า่ งประเทศ โดยคณะกรรมการ
ประจำจะมปี ระมขุ แหง่ รัฐ หวั หนา้ รัฐบาล ทำหนา้ ทเ่ี ป็ นประธาน คณะกรรมการประจำไดร้ ับการ
จัดตงั้ ขน้ึ เพอ่ื พัฒนาประเด็นทส่ี ำคญั ตา่ ง ๆ ตอ่ องคก์ าร OIC และรัฐสมาชกิ ใหม้ คี วามคบื หนา้
ปัจจบุ นั องคก์ าร OIC มคี ณะกรรมการประจำ 4 คณะ ไดแ้ ก่
1. Al Quds Committee
2. Standing Committee for Information and Cultural Affairs (COMIAC)
3. Standing Committee for Economic and Commercial Cooperation (COMCEC)
4. Standing Committee for Scientific and Technological Cooperation
(COMSTECH)
3. องคก์ รรอง (Subsidiary Organs) เป็ นองคก์ รภายใตก้ รอบการทำงานของ OIC โดยการ
ตดั สนิ ใจของทปี่ ระชมุ สดุ ยอดหรอื ทปี่ ระชมุ รัฐมนตรตี า่ งประเทศ โดยรัฐสมาชกิ OIC จะมสี ถานะ
เป็ นสมาชกิ ขององคก์ รเหลา่ นโี้ ดยอตั โนมตั แิ ละไดร้ ับงบประมาณจากทปี่ ระชมุ รัฐมนตรตี า่ ง
ประเทศ องคก์ รรองของ OIC ในปัจจบุ นั มี 6 องคก์ ร ไดแ้ ก่
1. Statistical, Economic, Social Research and Training Center for Islamic
Countries (SESRIC)
2. Research Center for Islamic History, Art and Culture (IRCICA)
3. Islamic University of Technology (IUT)
4. Islamic Center for the Development of Trade (ICDT)
5. International Islamic Fiqh Academy (IIFA)
6. Islamic Solidarity Fund and its Waqf (ISF)
4. องคก์ รชำนญั พเิ ศษ (Specialized Organs) ดำเนนิ งานภายใตก้ ารตดั สนิ ใจจากที่
ประชมุ สดุ ยอดผนู ้ ำหรอื ทปี่ ระชมุ รัฐมนตรตี า่ งประเทศ องคก์ รชำนัญพเิ ศษของ OIC เปิดกวา้ ง
ใหป้ ระเทศสมาชกิ ของ OIC สามารถเลอื กทจ่ี ะเป็ นสมาชกิ ได ้ โดยองคก์ รเหลา่ นมี้ งี บประมาณท่ี
เป็ นอสิ ระ ปัจจบุ นั องคก์ รชำนัญพเิ ศษของ OIC มี 5 องคก์ ร ไดแ้ ก่
1. Islamic Development Bank (IDB)
2. Islamic Educational, Scientific and Cultural Organization (ISESCO)
3. Islamic Broadcasting Union (IBU)
4. International Islamic News Agency (IINA)
5. Islamic Committee of the International Crescent (ICIC)
5. สถาบนั สมทบ (Affiliated Organs) เป็ นองคก์ รทไี่ ดร้ ับการรับรองจากทปี่ ระชมุ รัฐมนตรี
ตา่ งประเทศ โดยรัฐสมาชกิ OIC สามารถเลอื กเขา้ รว่ มเป็ นสมาชกิ สถาบนั รว่ มสมทบได ้ ทงั้ นี้
สถาบนั รว่ มสมทบมงี บประมาณทเ่ี ป็ นอสิ ระเป็ นของตนเอง และอาจมสี ถานะเป็ นผสู ้ งั เกตการณ์
ของ OIC โดยอาศยั อำนาจตามขอ้ มติ (resolution) ของทปี่ ระชมุ รัฐมนตรตี า่ งประเทศ OIC
ปัจจบุ นั องคก์ ร Affiliated Organs มที งั้ สน้ิ 16 หน่วยงาน อาทิ Islamic Chamber of
Commerce, Industry and Agriculture (ICCIA) Organization of Islamic Capitals and
Cities (OICC) Islamic Solidarity Sports Federation (ISSF) เป็ นตน้
ประเทศสมาชกิ ของ OIC
ประเทศสมาชกิ มี 57 ประเทศ ประกอบดว้ ย ประเทศในทวปี เอเชยี (27 ประเทศ)
ไดแ้ ก่ อฟั กานสิ ถาน อาเซอรไ์ บจาน บาหเ์ รน บงั กลาเทศ บรไู น กาตาร์ อนิ โดนเี ซยี อหิ รา่ น อริ ัก
จอรแ์ ดน คาซคั สถาน คเู วต ครี ก์ ซี สถาน เลบานอน มาเลเซยี มลั ดฟี ส์ โอมาน ปากสี ถาน ปา
เลสไตน์ ซาอดุ อี าระเบยี ซเี รยี ทาจกิ สิ ถาน ตรุ กี เตริ ก์ เมนสิ ถาน สหรัฐอาหรับเอมเิ รตส์ อซุ
เบกสิ ถาน และเยเมน ประเทศในทวปี แอฟรกิ า (27 ประเทศ) ไดแ้ ก่ แอลจเี รยี เบนนิ
บรู ก์ นิ าฟาโซ แคเมอรนู ชาด คอโมโรส โกตดวิ วั ร์ จบิ ตู ี อยี ปิ ต์ กาบอง แกมเบยี กนิ ี กนิ บี สิ เซา
ลเิ บยี มาลี มอรเิ ตเนยี โมร็อกโก โมซมั บกิ ไนเจอร์ ไนจเี รยี เซเนกลั เซยี รร์ าลโี อน โซมาเลยี
ซดู าน โตโก ตนู เิ ซยี และยกู นั ดา ประเทศในทวปี อเมรกิ าใต ้ (2 ประเทศ) ไดแ้ ก่ กายอานา และ
ซรู นิ าเม ประเทศในทวปี ยโุ รป (1 ประเทศ) ไดแ้ ก่ แอลเบเนยี
บรรณานุกรม
ความหมายของ OIC. แหลง่ ทมี่ า : https://artsandculture.google.com/entity/m0ct_x?hl=th
วนั ทสี่ บื คน้ : 17 กนั ยายน 2565
ประวตั คิ วามเป็ นมา. แหลง่ ทม่ี า:https://intsharing.co วนั ทส่ี บื คน้ : 17 กนั ยายน 2565
วตั ถปุ ระสงคข์ อง OIC. แหลง่ ทมี่ า:https://intsharing.co วนั ทส่ี บื คน้ : 17 กนั ยายน 2565
บทบาทของ OIC.(2559) แหลง่ ทมี่ า : https://www.halalscience.org/2016/12/43210/
วนั ทสี่ บื คน้ : 17 กนั ยายน 2565
ความสำคญั ของ OIC.(2559) แหลง่ ทมี่ า : https://www.halalscience.org/2016/12/43210/
วนั ทส่ี บื คน้ : 17 กนั ยายน 2565
โครงสรา้ งองคก์ ร OIC.(2559) แหลง่ ทมี่ า : https://www.halalscience.org/2016/12/43210/
วนั ทส่ี บื คน้ : 17 กนั ยายน 2565
ประเทศสมาชกิ OIC. แหลง่ ทม่ี า:https://intsharing.co วนั ทส่ี บื คน้ : 17 กนั ยายน 2565