The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สื่อการสอน PPT หน่วยที่ 4 ปัญหาเศรษฐกิจชุมชน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by torfadiw, 2022-02-12 19:49:15

สื่อการสอน PPT หน่วยที่ 4 ปัญหาเศรษฐกิจชุมชน

สื่อการสอน PPT หน่วยที่ 4 ปัญหาเศรษฐกิจชุมชน

ปัญหาเศรษฐกจิ ในชุมชน

และแนวทางการแก้ไข

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายปญั หาเศรษฐกิจในชุมชน (K)
2. วเิ คราะหส์ าเหตุของการเกิดปญั หาปัญหาเศรษฐกจิ ในชุมชน (P)
3. เหน็ ความสาคัญในการวิเคราะห์ศึกษาเรียนรู้ปัญหาเศรษฐกิจใน
ชุมชน เพื่อปรับสภาพการดาเนินชีวิตให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง
(A)



?“รจู้ ักปญั หาเศรษฐกิจในชมุ ชน”

ปัญหาความยากจน

ความหมายของเศรษฐกิจชุมชน

เศรษฐกิจชุมชน หมายถงึ กิจกรรมทางเศรษฐกจิ ตา่ ง ๆ ไมว่ ่าจะเป็นการผลติ การบริโภค การจาหน่าย
จ่ายแจกที่คนในท้องถ่ินชุมชนได้มีส่วนร่วมคิดร่วมทาร่วมรับประโยชน์ของประชาชน และร่วมกันเป็นเจ้าของ
เศรษฐกิจชุมชนมีรากฐานมาจากศักยภาพของชุมชน ภูมิปัญญาของชุมชน หรือทุนในชุมชน อาทิ วัฒนธรรม
ประเพณี สภาพภูมิประเทศ ความหลากหลายทางทรัพยากรทม่ี ีอยู่

https://www.classtools.net/rando Classroomtools
m-name-picker/88_aAP4PT
จับฉลากหวั ขอ้ ปญั หาเศรษฐกจิ ในชุมชน ดงั น้ี
ปญั หาท่ี 1 ปญั หาขาดทด่ี ินทากนิ
ปัญหาท่ี 2 ปญั หาความยากจน
ปัญหาที่ 3 ปัญหาการวา่ งงาน
ปัญหาท่ี 4 ปญั หาความเสื่อมโทรมของ

ทรัพยากรธรรมชาติ

สรปุ ความรู้ปญั หาเศรษฐกิจทีเ่ กิดขึน้ ในชุมชน

ปัญหา สาเหตุ ………………………..
ขาดทด่ี นิ ทากิน ………………………..
………………………..

ปญั หาความยากจน สาเหตุ ………………………..
………………………..
………………………..

ปัญหาเศรษฐกจิ ในชมุ ชน
และแนวทางการแกไ้ ข

สรุปความรปู้ ญั หาเศรษฐกิจที่เกดิ ข้ึนในชุมชน

ปญั หาการวา่ งงาน สาเหตุ ………………………..
………………………..
………………………..

ปญั หาความเส่ือมโทรมของ สาเหตุ ………………………..
ทรัพยากรธรรมชาติ ………………………..
………………………..

ปัญหาเศรษฐกจิ ในชมุ ชน
และแนวทางการแกไ้ ข

“คาถามท้าทาย”

นักเรยี นคดิ ว่าปญั หาใดทเี่ ปน็ ปญั หาใหญท่ ส่ี ดุ ท่เี ปน็
อปุ สรรคตอ่ การพฒั นาประเทศไทยในปจั จบุ ัน

แนวทางการแกไ้ ขปัญหาเศรษฐกจิ ชมุ ชน

แนวทางการพัฒนาเศรษฐกจิ ของชุมชน

ความหมายการพัฒนาที่ย่ังยนื (Sustainable Development)
หมายถึง รูปแบบของการพัฒนาท่ีสนองความต้องการของคนในรุ่นปัจจุบันโดยไม่ทาให้

คนรนุ่ ต่อไปในอนาคต ตอ้ งประนีประนอมยอมลดทอนความสามารถในการที่จะตอบสนองความ
ตอ้ งการของตนเอง

แนวคิดของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตโต) อธิบายไว้ว่า “การพัฒนาที่ยั่งยืน
มีลักษณะท่ีเป็นบูรณาการ (Integrated) คือทาให้เกิดเป็นองค์รวม (Holistic) ซึ่งหมายความ
วา่ องคป์ ระกอบทงั้ หลายท่ีเกี่ยวข้องจะต้องมาประสานกันครบองค์ และมีลักษณะอีกอย่างหน่ึงคือ
มีดุลยภาพ (Balance) หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือ การทาให้กิจกรรมของมนุษย์สอดคล้องกับ
กฎเกณฑข์ องธรรมชาติ”

ตามแนวคิดดังกล่าวจึงสรุปได้ว่า การพัฒนาท่ีย่ังยืน เป็นการพัฒนาท่ีครอบคลุมการ
พฒั นาในทุก ๆ ด้าน ท้งั ด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม
เปน็ ตน้ โดยมคี นเป็นศนู ย์กลางหรือเป้าหมายของการพัฒนา เพื่อให้อยู่ดีกินดีทั้งคนในรุ่นปัจจุบัน
และรนุ่ ต่อ ๆ ไป

แนวทางการพัฒนาท่ีย่ังยืนมาจาก 3 แนวทางใหญ่ ๆ คือ

1) แนวทางด้านนิเวศวิทยา การพัฒนาท่ีย่ังยืนให้ความสาคัญเรื่องการใช้

ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมในเชิงอนุรักษ์ โดยคานึงถึงขีดจากัด เพ่ือตอบสนองความ
ต้องการในปจั จบุ ันโดยไม่สง่ ผลเสยี ตอ่ ความต้องการในอนาคต

2) แนวทางด้านสังคม การพฒั นาที่ย่ังยืนจะต้องสามารถตอบสนองความต้องการ

พน้ื ฐานของมนุษย์ไดอ้ ย่างตอ่ เนอื่ ง โดยมเี ป้าหมายในการยกคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นอย่าง
ยาวนาน

3) แนวทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาที่ย่ังยืนจะต้องปรับปรุงโครงสร้างการผลิต

และการบริโภค และใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด มีประสิทธิภาพ มีการพัฒนาและใช้ประโยชน์จาก
เทคโนโลยีทีไ่ ม่ส่งผลเสียต่อสง่ิ แวดล้อม เพื่อใหก้ ารขยายตัวทางเศรษฐกจิ ยงั่ ยืนยาวนาน

ประเทศไทยเรม่ิ กาหนดเป้าหมายหลักของการพัฒนาประเทศที่มุ่งรักษาความสมดุลระหว่าง

การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529) เป็นต้นมา ในแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 8-12 มุ่งเน้นกระบวนการพัฒนาท่ีเชื่อมโยงมิติด้านเศรษฐกิจ
สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างสมดุล โดยให้คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา และได้
อญั เชญิ หลกั “ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ตามพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นปรัชญาในการพัฒนาประเทศ โดยให้ความสาคัญกับการพัฒนาที่
สมดุลด้านสังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อมโดยยึดหลักทางสายกลาง เพ่ือให้ประเทศรอดพ้นจาก
วิกฤตและนาไปสกู่ ารพฒั นาที่สมดลุ มคี ณุ ภาพ และย่งั ยืน

แนวทางการปรบั ตัวของประเทศไทยสู่การพฒั นาที่ย่งั ยนื

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560-2564 ได้น้อมนาหลัก
“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นปรัชญานาทางในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเน่ืองจาก
แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 9-11 โดยการจัดทาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแหง่ ชาติฉบับท่ี 12 ครัง้ นี้ สานักคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ (สคช.)
ได้จัดทาบนพ้ืนฐานของกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ซ่ึงเป็นแผนหลักของ
การพัฒนาประเทศ และเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน (Sustainable Development Goals :
SDGs) รวมทั้งการปรับโครงสร้างประเทศไทยไปสู่ประเทศไทย 4.0 ตลอดจนประเด็นการปฏิรูป
ประเทศ นอกจากนั้นได้ให้ความสาคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน เพื่อ
ร่วมกันกาหนดวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาประเทศ รวมท้ังร่วมจัดทารายละเอียด
ยทุ ธศาสตร์ของแผนฯ เพื่อมุ่งสู่ “ความมั่งคง มงั่ คง่ั และยั่งยืน”

แนวทางการปรับตวั ของประเทศไทยสูก่ ารพฒั นาทีย่ ง่ั ยืน

แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 12 พ.ศ.2560-2564 ไดก้ าหนดยุทธศาสตร์เพ่อื นาไปสู่
การพัฒนาประเทศที่ “ความมงั่ คง มงั่ ค่ัง และยั่งยนื ”

ยทุ ธศาสตร์ที่ 1 : การเสรมิ สรา้ งและพฒั นาศกั ยภาพทนุ มนุษย์
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 : การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหล่อื มล้าในสังคม
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 : การสรา้ งความเขม้ แขง็ ทางเศรษฐกิจและแขง่ ขนั ได้อย่างยง่ั ยืน
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4 : การเติบโตท่เี ปน็ มติ รกบั สิง่ แวดล้อมเพอ่ื การพฒั นาอยา่ งยั่งยนื
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 5 : การเสริมสรา้ งความมั่งคงแห่งชาตเิ พ่ือการพัฒนาประเทศสูค่ วามม่ังคง่ั และยง่ั ยืน
ยุทธศาสตร์ที่ 6 : การบรหิ ารจัดการในภาครฐั การปอ้ งกันการทจุ รติ ประพฤติมิชอบและธรรมาภิบาลในสงั คมไทย
ยุทธศาสตร์ที่ 7 : การพฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐานและระบบโลจสิ ติกส์
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 8 : การพัฒนาวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม
ยุทธศาสตร์ที่ 9 : การพัฒนาภาคเมือง และพน้ื ทเ่ี ศรษฐกจิ
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 10 : ความร่วมมอื ระหว่างประเทศเพื่อการพฒั นา

ดรรชนีชวี้ ัดการพฒั นาทย่ี ่งั ยนื ของประเทศไทย

การวัดผลสาเร็จของการพฒั นาประเทศ ส่วนใหญ่พจิ ารณาจาก
- ผลติ ภณั ฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product-GDP)
- ผลติ ภณั ฑ์มวลรวมประชาชาติ (Gross National Product-GNP)

ในแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 8-12 กาหนดให้ “คนเป็นศูนย์กลางของ

การพัฒนา” โดยการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาคนให้มีความสุขและมีคุณภาพชีวิต

ที่ดีขึ้น ดังน้ันสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงได้พัฒนาดรรชนีช้ี

วดั เพอ่ื ใช้วดั ผลกระทบขัน้ สุดท้ายของการพฒั นาที่มตี ่อคน เรยี กว่า “ดรรชนคี วามอยดู่ มี สี ขุ ”

สามารถจาแนกเปน็ 7 ด้าน คอื

1. สขุ ภาพอนามัย 5. ชวี ติ ครอบครวั
2. การศกึ ษา 6. สภาพแวดลอ้ ม
3. ชวี ติ การทางาน 7. การบรหิ ารจดั การท่ีดขี องภาครัฐ
4. รายไดแ้ ละการกระจายรายได้

เศรษฐกิจชุมชนกับการพฒั นายง่ั ยืน

เศรษฐกิจชมุ ชน คอื การดาเนนิ กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ท้งั ด้านเกษตรกรรม อตุ สาหกรรม
การบรกิ าร ทง้ั ในดา้ นการผลิต การบริโภค และการกระจายผลผลติ โดยใหค้ นในชมุ ชนมสี ว่ นร่วมในการ
แกป้ ัญหาพ้ืนฐานทางเศรษฐกจิ ของชุมชน คอื ใหม้ ีสว่ นรว่ มคิด รว่ มทา ร่วมรบั ผลประโยชน์ บนรากฐาน
ของความสามารถท่มี อี ยจู่ ากการใช้ “ทนุ ของชุมชน”

- สนิ ค้าทนุ (เคร่อื งมอื เคร่ืองจกั ร อปุ กรณ์การผลติ ตา่ ง ๆ ที่มอี ยู่ หรือสามารถจดั หามาได้ตาม
ศกั ยภาพ)

- ทนุ ทางเศรษฐกจิ (ปัจจัยท่ีสนบั สนุนใหก้ ารดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกจิ เป็นไปอยา่ งสะดวก
เชน่ ท่ดี นิ แหล่งน้า สภาพภมู ิประเทศ การคมนาคมขนส่ง)

- ทุนทางสังคม (วถิ กี ารผลิต ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่นิ ศาสนสถาน โรงเรียน สถานอี นามัย)

เปา้ หมายของการพัฒนาเศรษฐกิจชมุ ชน

การพฒั นาเศรษฐกิจชมุ ชน ควรมเี ป้าหมายสาคัญ ดังน้ี
(1) การพัฒนาขีดความสามารถของคน ครอบครัว และชุมชน จากการสร้าง

กระบวนการเรียนรเู้ พอ่ื ให้พ่งึ ตนเองได้
(2) การพฒั นาเศรษฐกิจและสังคม ฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึง

การอนรุ ักษ์วัฒนธรรม และภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ
จะเห็นได้ว่า ถ้าสามารถพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เป็นไปตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้

ปัญหาเศรษฐกิจ สงั คม และสิ่งแวดลอ้ มจะลดลงหรอื หมดไปจากชุมชนน้ัน ๆ เป็นการแสดงให้เห็น
ว่าไดพ้ ฒั นาที่ย่งั ยนื ตามหลกั สากล นอกจากนสี้ ามารถพ่งึ พาไดด้ ว้ ยตนเองโดยไม่ตอ้ งพึง่ พาผู้อ่ืน

ปจั จัยสาคัญการพฒั นาเศรษฐกิจชุมชน

ปัจจัยสาคัญในการพฒั นาเปน็ ส่ิงทม่ี อี ยู่ในทอ้ งถนิ่ และคนในท้องถนิ่ โดยมีความรู้ความเขา้ ใจ
เก่ียวกับศักยภาพของท้องถ่ิน และทุนท้องถิ่นในชุมชนต่าง ๆ นอกจากนี้ การมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจ
ชุมชนมีจุดแข็งท่ีเอ้ืออานวยต่อการพัฒนา ก็คือ คนในท้องถ่ินในชุมชนเดียวกันมีจิตสานึกร่วมกัน
มีความเป็นมาและดารงอยู่ด้วยกัน การมีความเอื้ออารี มีความช่วยเหลือเก้ือกูลระหว่างกัน
การมีปฏสิ มั พันธร์ ะหวา่ งกนั ระหว่างกลมุ่ ดว้ ยความสมัครใจ ไมใ่ ชก่ ารบังคับ

แนวปฏิบัติในการพัฒนาเศรษฐกิจชมุ ชน

แนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนสามารถปฏิบัตไิ ดด้ งั น้ี
(1) สร้างเวทีการเรียนรู้ให้เกิดข้ึนก่อน อาจเป็นลักษณะของประชาคมตาบล/อาเภอ

ในลักษณะของร้านคา้ ชมุ ชน ตลาดนดั ชมุ ชน
(2) วเิ คราะหศ์ ักยภาพในขดี ความสามารถของทอ้ งถิ่น
(3) วางแผนพฒั นาตามแนวทาง “เศรษฐกจิ พอเพียง” ตามขนั้ ตอน “ทฤษฎใี หม่”
(4) ส่งเสรมิ การรวมกลุม่ ในลกั ษณะต่าง ๆ เช่น กลุม่ อาชพี กลมุ่ ออมทรพั ย์

กลุ่มอนรุ ักษ์ และสรา้ งเครือข่ายองค์กรชมุ ชน
(5) พฒั นาเทคโนโลยใี นความรเู้ กยี่ วกับวธิ ีการผลิต การคัดคุณภาพ

การเกบ็ รกั ษา การแปรรปู การบรรจหุ บี ห่อ

แนวปฏบิ ตั ใิ นการพฒั นาเศรษฐกิจชมุ ชน

(6) พัฒนาระบบตลาด เช่น ตลาดท้องถิ่น และตลาดปลายทาง ด้วยการสร้าง
เครือข่ายผู้ผลิต เชื่อมโยงผู้ผลิตกับตลาดปลายทาง เช่น ระหว่างกลุ่มผู้ผลิตกับกลุ่มผู้บริโภค
กล่มุ ผู้ผลิตกบั โรงงาน

(7) พฒั นากิจกรรมเก่ยี วกบั การศกึ ษา วฒั นธรรม สาธารณสุข และส่งิ แวดลอ้ ม
(8) ทาการวิจยั เพือ่ ใชส้ นบั สนุนกจิ กรรมการพัฒนาเศรษฐกจิ ชมุ ชน
(9) สรา้ งศนู ย์การเรยี นรเู้ ศรษฐกิจชมุ ชนแบบเบ็ดเสร็จ ในระดับอาเภอ /จังหวดั
โดยเน้นการมสี ว่ นรว่ มขององคก์ รชุมชนทอ้ งถ่ิน
(10) สร้างหลักสูตรฝกึ อบรมการพฒั นาเศรษฐกจิ ชุมชน พัฒนาสถานท่ีดูงาน
(11) พฒั นาระบบข้อมูลขา่ วสารเพ่อื ชว่ ยในการตดั สนิ ใจการทาธรุ กิจชุมชน
(12) เผยแพร่ขอ้ มูลขา่ วสารการพฒั นาเศรษฐกจิ ชมุ ชนออกสู่สงั คมภายนอก

การพัฒนาเศรษฐกิจชมุ ชนดว้ ยแนวพระราชดาริของ
พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช “ระเบิดจากข้างใน”

ระเบิดจากขา้ งใน เป็นหลกั ในการพฒั นาคน ท่ีตอ้ งเรม่ิ จากการสรา้ งความเขม้ แข็งให้กบั คนในชุมชน
ใหม้ สี ภาพพร้อมท่จี ะรับการพฒั นากอ่ นแลว้ จงึ คอ่ ยออกมาสูส่ ังคมภายนอก (การสรา้ งภมู คิ ุ้มกันในตวั )

ประชาธิปไตยในชมุ ชน เนน้ การมสี ว่ นร่วมของคนในชมุ ชน

ภายนอก เรยี นรู้การบริหารจดั การ เรียนรทู้ จ่ี ะปกครองตนเอง เรียนร้สู รา้ งพลงั หรือ ภายนอก
•ประเทศ ทรพั ยากรชุมชน เครือขา่ ยทางเศรษฐกจิ •ประเทศ
•โลก ระเบดิ จากข้างใน •โลก
กลมุ่ สหกรณ์
การใช้ประโยชน์ กองทุนหมู่บา้ น ยงั ไม่
การสรา้ งมูลคา่ เพ่ิม เปดิ รับ

กลมุ่ อนรุ ักษ์

เปดิ รบั เรียนรู้วฒั นธรรม เรียนรสู้ ร้างพลงั หรือ

และภูมปิ ญั ญาของชมุ ชน เครือขา่ ยทางสังคม

แสดงออก สบื ทอด กลุ่มชมรม กลุม่ พอ่ แม่ กลมุ่ เยาวชน กลุ่มพลังสขุ ภาพ

ถ้าพร้อม เตรียมความพร้อม + ความแข็งแกรง่ ถา้ ยังไม่พร้อม
ให้กบั สงั คมระดับรากฐาน-ชมุ ชน

แผนภาพแสดงหลักการระเบดิ จากข้างใน

ตัวอย่างการรวมกลุ่มทีป่ ระสบความสาเร็จในการแก้ปญั หาเศรษฐกจิ ชุมชน

ชมุ ชนบ้านบอ่ ลกู รงั

ประวตั ิการกอ่ ตัง้ ชุมชน
ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุในชุมชนบ้านบ่อลูกรังพบว่า ชุมชนบ้านบ่อลูกรัง ตาบลคลอง

หินปูน อาเภอวงั นา้ เยน็ จังหวดั สระแกว้ เริ่มเกิดขึ้นในช่วงประมาณ พ.ศ. 2512 โดยเริ่มจากคนในจังหวัดอ่ืน
ยา้ ยถนิ่ ฐานเข้ามา ดว้ ยความต้องการหาแหล่งท่ีดินทากนิ ที่มีความอุดมสมบรู ณ์ ภายหลังจงึ ได้มีการชักชวน
เครือญาติหรอื คนรจู้ กั ให้เข้ามาอยอู่ าศยั และซอ้ื ที่ดนิ ทาใหเ้ กิดเปน็ ชุมชนบ้านบ่อลูกรังท่ีรวมกันอยู่เป็นสังคม
ชมุ ชนเชน่ ในปจั จุบนั
ลักษณะทางกายภาพ

ลกั ษณะทางภมู ิศาสตร์ของชุมชนบ้านบ่อลกู รงั มีสภาพพื้นท่เี ปน็ ภูเขาสลบั กบั ทร่ี าบ ใน พ.ศ. 2549
มจี านวนประชากรตามทะเบียนบา้ น 200 หลงั คาเรือน แตอ่ ยู่จรงิ ในหมูบ่ ้าน 149 หลังคาเรือน และมจี านวน
ประชากรท้งั หมด 768 คน อยู่จรงิ 293 คน ส่วนการประกอบอาชพี นนั้ อาชพี หลักของชมุ ชนบา้ นบอ่ ลูกรัง
คือการทาไรข่ า้ วโพด และการทาเกษตรกรรมประเภทอืน่ ๆ

ชมุ ชนบา้ นบ่อลูกรงั

สภาพปัญหาของชุมชนบ้านบ่อลกู รงั
ปัญหาของชุมชนบ้านบ่อลูกรัง มีประเด็นปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจ

ท่มี คี วามสาคญั ต่อการพฒั นาชุมชน โดยมากเกดิ จากปัญหา 3 ดา้ น ดังนี้
1.ปัญหาทดี่ ินทากนิ
กรมปา่ ไม้ไดม้ าซื้อพื้นท่ีทางตอนใต้ของชุมชนไว้เป็นที่สงวน ท้ังอาเภอวังน้าเย็นถูกกรมป่าไม้คุมปลูก

ป่าหมด และไม่ได้มาแจ้งให้ชาวบ้านทราบก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นพ้ืนท่ีราบ ประชากรในหมู่บ้านมีจานวนไม่มาก
ชาวบ้านไม่มีท่ที ากนิ และไดย้ ้ายเข้าไปอยู่ในปา่ ลึกกว่าเดิม โดยไดเ้ ริม่ เขา้ ยึดพน้ื ทท่ี ากินตัง้ แต่ พ.ศ. 2520 ก่อนท่ี
ป่าสงวนจะเขา้ มายึดกเ็ ร่ิมมใี บภาษบี ารงุ ทอ้ งที่แล้ว ตอ่ มาใน พ.ศ. 2530 เป็นตน้ ไป เริ่มมกี ารออกเอกสารสิทธิ
พน้ื ทีจ่ านวน 250 ไร่ เปน็ ของปา่ ไมจ้ านวน 100 ไร่ ของนายทุน100 ไร่ ที่เหลือ 50 ไร่ เปน็ ของประชาชน

ชมุ ชนบ้านบอ่ ลูกรัง

2. ปญั หานายทนุ ปล่อยเงินกู้และปญั หาหน้สี นิ
เกิดจากการที่นายทุนปลอ่ ยเงินกู้ใหแ้ ก่ชาวบา้ นเพอื่ มาทาไรข่ ้าวโพด แลว้ นาขา้ วโพดท่ีปลูกมาจา่ ยดอก
กับนายทุน ร้อยละ 5-6 ถัง/ปี ส้ินปีที่ขายข้าวโพดเหลือบ้าง ไม่เหลือบ้าง นายทุนจะเก็บเป็นปี หน้ีสินเกิดจาก
ผลผลิตท่ีได้ไม่สมดุล และมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น ต่อมาได้มีการจัดต้ังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์
การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึง่ ธนาคารไดป้ ล่อยเงินกู้โดยการท่ีประชาชนเข้าไปเป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. แล้วได้ไปกู้เงินกับ
ธนาคาร ดอกเบี้ยก็ถูกลง ตัดปัญหาของนายทุนและหนี้นอกระบบได้บ้าง แตช่ าวบา้ นก็เป็นหนี้ ธ.ก.ส. แทน
3. ปญั หาจากภยั ธรรมชาตแิ ละศตั รูพชื
ต๊ักแตนปาทังกา คือศัตรูพืชท่ีทาให้ผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าวโพด มะพร้าว อ้อย ถ่ัวลิสง ถ่ัว
เขยี ว และข้าวฟ่างเสยี หาย แต่ปัญหานไี้ ด้รับการแก้ไขโดยการจดั ตง้ั ศูนย์ตก๊ั แตนเพื่อใชย้ าในการปราบศตั รพู ชื

ชุมชนบา้ นบอ่ ลกู รัง

แนวคดิ ของชมุ ชนบา้ นบ่อลกู รังในการจดั ทาศูนย์ขอ้ มูลชมุ ชน เพือ่ การพฒั นาท่ีย่งั ยนื

1. แนวทางในการแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ ของชุมชนส่วนใหญ่จะผ่านการพูดคุย ปฏิบัติ แต่เมื่อ
พูดคยุ เสรจ็ สิน้ กจ็ ะลืม ชุมชนจึงได้มีแนวคิดในการจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน นอกจากน้ียังสามารถ
รวบรวมภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น เร่ืองวิถีการเกษตร การประกอบอาชีพ แม้กระทั่งเรื่อง
การกเู้ งนิ หากมขี ้อมลู ชมุ ชนสามารถตรวจสอบไดว้ ่าทาธุรกรรมทางการเงินอย่างไร ทาอะไร และมีหลักฐาน
ยนื ยนั ที่แนช่ ดั

2. ชุมชนบ้านบ่อลูกรังมีโอกาสได้ไปศึกษาเรียนรู้ชุมชนอื่น ๆ ที่ประสบความสาเร็จ
อาทิ ชุมชนบ้านสามขา ที่จังหวัดลาปาง โดยความช่วยเหลือของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัด
สระแก้ว ซ่ึงชุมชนท่ีชุมชนบ้านบ่อลูกรังได้ไปเรียนรู้นั้น มีการจัดทาธนาคารสมอง มีระบบคอมพิวเตอร์
บา้ นสามขาซงึ่ ตั้งอยใู่ นพนื้ ทหี่ ่างไกล แต่เยาวชนในชุมชนสามารถใช้ขอ้ มลู จากเทคโนโลยที ันสมัยได้

3. มพี นั ธมติ รทางการสร้างความร่วมมอื และสนับสนุนชุมชน
4. ชมุ ชนมีทีมงานและคณะทางานชมุ ชนท่เี ข้มแขง็

ชมุ ชนบา้ นบอ่ ลกู รัง

เหตผุ ลในการจัดทาศนู ยข์ อ้ มลู ชุมชนบา้ นบอ่ ลูกรัง

1. เพ่อื เปน็ การสบื คน้ เรื่องราวตา่ ง ๆ ทชี่ ุมชนมคี วามต้องการจะเรียนรู้ ควรรู้และต้องรู้ ส่ิงที่ชุมชนอยากรู้
เช่น ประวัติการก่อตั้งหมู่บ้าน ซึง่ หากไมม่ กี ารสบื ค้นขอ้ มลู เหลา่ นจี้ ะสูญหายไป ลูกหลานในชุมชนจะไม่มีใครได้รับรู้ รวมถึงภูมิ
ปญั ญาเก่าแกท่ ีม่ อี ยูก่ จ็ ะสูญหายไปจากชุมชนดว้ ย

2. เป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับชุมชน เม่ือนาเยาวชนช่วยสืบค้น มีส่วนร่วมกับคณะทางานใน
หมู่บ้าน จะเป็นการฝึกฝนความสามารถในการทางานให้แก่ชุมชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเป็นแนวทางที่จะทาให้คน
ร่นุ ใหม่ผูกพันกบั ชุมชนและไมถ่ ูกกระบวนการพัฒนาอื่น ๆ พรากลกู หลานของชุมชนไปจากชมุ ชน

3. สะดวกตอ่ การคน้ หาและจัดเกบ็ ข้อมูล เพราะนาโปรแกรมสาเร็จรปู มาใช้

4. เป็นเครื่องมือและนวัตกรรมการพัฒนาชุมชนบนฐานความรู้ คือฐานข้อมูลท่ีชุมชนออกแบบร่วมกันกับ
เครอื ขา่ ยคณะทางานและสร้างขนึ้ เพ่ือใชง้ าน

5. มีฐานข้อมูลชุมชนสาหรับเปน็ แนวทางในการแก้ไขปัญหาชุมชน

ชุมชนบา้ นบ่อลกู รงั

เหตผุ ลในการจัดทาศูนยข์ ้อมูลชุมชนบา้ นบอ่ ลูกรัง

6. นาฐานข้อมลู มาวเิ คราะหถ์ งึ การแกป้ ญั หาความยากจน
7. นาไปสกู่ ารอา้ งสอ่ื สาธารณะในชมุ ชน เชน่ หนงั สือถอดบทเรียนชุมชน
8. เยาวชนได้เรียนรู้เรอ่ื งการประกอบเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ และอบรมการใช้โปรแกรมฐานข้อมลู
9. มีผสู้ ืบทอดการเรยี นรู้ในชุมชน คอื เยาวชนคนรุน่ ใหมท่ มี่ ีสว่ นรว่ มในการทางาน
10. ยกระดบั การพฒั นาศนู ยก์ ารเรยี นรู้ เชน่ จากกองทุนหม่บู า้ นมาเป็นการจดั ตัง้ ธนาคารหม่บู า้ น
11. สอื่ ความหมายไดช้ ดั เจนและรวดเรว็ ซึง่ ความหวังของชุมชนบา้ นบ่อลูกรังคือการจดั ทา Website บา้ นบ่อลกู รงั
12. ชุมชนควรมขี ้อมลู ของตนเอง
13. มีข้อมูล มแี นวทางและส่งิ ทค่ี าดหวงั ของชมุ ชน คอื ชุมชนพ่งึ ตนเองแบบยงั่ ยนื

ชุมชนบ้านบอ่ ลูกรงั

กระบวนการเริ่มตน้ หรอื การก่อรูปขององคก์ รชมุ ชนเพือ่ จดั ทาขอ้ มลู ชุมชนชองชมุ ชนบา้ นบ่อลกู รัง

ผู้นาชุมชนถือได้ว่าเป็นส่วนสาคัญต่อการชักชวนสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านเก่ียวกับการทาข้อมูล
ชุมชน ในส่วนบา้ นบ่อลูกรัง ผู้ใหญ่บ้านได้มีโอกาสประชุมและรับทราบเร่ืองแนวความคิดในการจัดทาข้อมูลชุมชน
หลังจากนน้ั จึงได้จัดประชุมและอธบิ ายถงึ ทม่ี า แนวความคดิ โครงสร้าง กระบวนการ และประโยชน์ท่ีจะได้รับจาก
การทาข้อมูลชุมชน ซ่ึงสามารถใช้เป็นฐานข้อมูลในการช่วยเหลือหรือบรรเทาปัญหาต่าง ๆ ของชาวบ้าน รวมถึง
ปญั หาทางเศรษฐกจิ ในชุมชนได้

กระบวนการลงพ้ืนที่เพื่อจัดทาข้อมูลระดับชุมชนแบบมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านบ่อลูกรัง ได้มีการ
ดาเนินงานหลังจากท่ผี ้นู าชมุ ชนได้ประสานความเข้าใจและทาประชาคมรว่ มกับชาวบ้าน โดยคณะทางานได้รว่ มกัน
จดั เก็บข้อมลู ได้แก่ บรบิ ทชุมชน ซง่ึ ประกอบด้วย ประวัติศาสตรห์ มบู่ า้ น สภาพทางกายภาพ ปญั หา อุปสรรคและ
สาเหตุ แผนการพัฒนาหมู่บ้าน และสถานภาพทางการเงิน เช่น รายรับ-รายจ่ายต่อเดือน ภาระหนี้สิน เงินออม
ต่อเดอื น และมูลค่าโดยประมาณของทรพั ย์สินที่ไม่ใช่เงนิ เช่น วัว ควาย ทดี่ นิ บา้ น

การจัดเก็บข้อมูลของกลุ่มและองค์กรในชุมชน เช่น ประเภทของกลุ่ม กิจกรรม สถานะทางการเงินและ
หน่วยงานท่ีให้การสนับสนุน รวมถึงทิศทางหรือนโยบายการพัฒนากลุ่มในอนาคต มีการถอดบทเรียนของกลุ่ม
เชน่ ถอดบทเรียนกองทนุ หมู่บ้าน

ชุมชนบ้านบ่อลูกรัง

ความสาเร็จจากการจดั ทาขอ้ มูลชมุ ชนเพือ่ การพัฒนาชมุ ชนบา้ นบอ่ ลูกรัง

จากการจดั ทาศูนยข์ อ้ มูลชมุ ชน ไดท้ าให้ชุมชนสามารถนาขอ้ มูลที่จัดเก็บเป็นฐานขอ้ มลู ชมุ ชนมาใชป้ ระโยชน์
ในด้านหลักที่สาคัญอยู่หลายด้าน รวมถึงด้านเศรษฐกิจ ซ่ึงเป็นปัญหาหลักของชุมชน การใช้ข้อมูลเพื่อนาไปแก้ไข
ปญั หาในชมุ ชน มีรายละเอยี ดดงั นี้

1. สามารถใช้ภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ ให้เกดิ ประโยชน์ในปัจจุบัน เช่น การจัดทาฐานข้อมูลทาให้พบว่าในอดีตคน
ในชุมชนมีภูมปิ ญั ญาในการรกั ษาโรคบางโรค ซ่ึงภูมิปัญญาดังกล่าวยังคงใช้ได้ผลมาถึงปัจจุบัน ดังนั้น คนในชุมชน
จึงไมต่ อ้ งเสียคา่ ใช้จ่ายสูงในการเขา้ รบั การรักษา และค่าใช้จ่ายจากการเดนิ ทางเข้าไปในตวั เมือง

2. เร่ืองทุนทางสังคม ชุมชนบ้านบ่อลูกรังค้นพบว่าชุมชนของตนมีทุนทางสังคมที่ดี ซึ่งสามารถใช้ทุนทาง
สงั คมมาเป็นแนวทางในการพัฒนาชุมชนได้

3.การจดั ทาฐานขอ้ มลู ทาให้ชุมชนได้รับรู้ความเคล่ือนไหวต่าง ๆ ท่ีจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชน เช่น จากการ
จัดเก็บข้อมูลของกลุ่มและองค์กรภายในชุมชน ทาให้ชุมชนไม่พลาดโอกาสในการได้รับงบประมาณจากองค์การ
บริหารส่วนตาบลเขา้ มาพัฒนาชมุ ชน

ชมุ ชนบ้านบอ่ ลกู รัง

ความสาเร็จจากการจัดทาขอ้ มูลชมุ ชนเพื่อการพฒั นาชุมชนบ้านบ่อลูกรัง

4. การได้มีโอกาสใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ การพ่ึงพาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องสาคัญแต่
ขณะเดียวกันก็ต้องก้าวให้ทันวิวัฒนาการของโลก งบประมาณของบ้านบ่อลูกรังบางส่วนนามาซ้ือเคร่ือง
คอมพิวเตอรแ์ ละกล้องดิจิทลั เพอ่ื ใชง้ านในชมุ ชน

5. ปจั จบุ ันมสี อ่ื หรอื ภาพประกอบตา่ ง ๆ ทีเ่ กยี่ วข้องกับข้อมลู ชุมชน เพื่อไว้ใชป้ ระโยชน์ร่วมกันทั้งภายในและ
ภายนอกชุมชน

นอกจากนี้ยังส่งผลถึงการบริหารหมู่บ้านภายใต้ฐานข้อมูล โดยร่วมกันกาหนดบทบาทคณะกรรมการ
หมู่บ้านในการแก้ปัญหาจะต้องยึดหลักความเป็นจริง โดยมีฐานข้อมูลเป็นองค์ประกอบแนวทางการแก้ไขปัญหา
ชมุ ชนเมือ่ อยูบ่ นการแกโ้ ดยมฐี านขอ้ มูล จะไม่มีการทจุ ริตเอาผลประโยชน์เขา้ พวกพอ้ งตนเอง

ชุมชนบา้ นบ่อลูกรัง

การนาข้อมลู ไปพฒั นาหมู่บ้าน

1. ชุมชนบ้านบ่อลกู รงั มกี องทนุ ในหมู่บา้ น 16 กองทนุ และไดศ้ กึ ษาในเร่ืองการจดั ต้ังเปน็ สถาบันการเงนิ ใน
ชมุ ชน ตอ่ มาจงึ เกิดการบูรณาการกองทนุ ทาให้เกดิ ธนาคารหมบู่ า้ น ซงึ่ ขณะนชี้ ุมชนมเี งนิ ทุนในหมู่บ้าน 900,000
บาท โดยไมไ่ ดอ้ าศัยงบประมาณของรัฐบาล และสามารถนาเงินสว่ นน้ีไปแกไ้ ขปญั หาได้อีกหลายด้านในชมุ ชน

2. ข้อมลู ดา้ นภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ เช่น ภูมปิ ัญญาดา้ นการเกษตร ทาให้ทราบวา่
ในชมุ ชนมชี าวบา้ นทีป่ ลกู ถวั่ พู 3 งาน 1 ปี มีรายได้ 60,000 บาท

3. ขอ้ มูลด้านวิถชี วี ติ จากข้อมูลเดิมทพี่ บว่าชาวบ้านในชมุ ชนไมม่ ที ี่ดินทากนิ กส็ ามารถแก้ไขปัญหา
โดยรวมกลุ่มกนั ซอื้ ท่จี ากนายทนุ เพราะงบประมาณมอี ยใู่ นหมบู่ า้ น 1 ส่วน และกู้จากสถาบนั การเงินภายนอกอีก
1 สว่ น โดยแบ่งจา่ ยเป็น 2 งวด และดงึ ภมู ิปัญญาดา้ นการเกษตรมาใช้

นอกจากนี้ การผลักดันและสนับสนนุ เยาวชนใหพ้ ัฒนาศกั ยภาพดา้ นเทคโนโลยีในการเก็บฐานข้อมูลชมุ ชน
ยงั ทาให้เยาวชนลดความต้องการในการท่จี ะพรากจากชุมชนเพอ่ื ไปทามาหากินในแหล่งทากนิ อนื่ ๆ หรอื ละทิ้งวถิ ี
ชีวติ และการประกอบอาชีพในวถิ ีเกษตรไปสวู่ ถิ ีอุตสาหกรรมแต่เพียงอยา่ งเดียว

กจิ กรรมที่ 4.1 วถิ ีชมุ ชนยง่ั ยนื

คาชี้แจง : ให้นักเรยี นสบื ค้น ชุมชนท่ปี ระสบความสาเร็จจากการแก้ไขปญั หา
เศรษฐกิจชุมชน มา 1 ชมุ ชน โดยมีหัวขอ้ การคน้ คว้า ดังนี้
1. ช่อื ชุมชน
2. รูปภาพประกอบ
3. ทต่ี ้งั ของชุมชน
4. สภาพปัญหาของชุมชน
5. แนวทางการแก้ไขปัญหาของชมุ ชน
6. ความสาเรจ็ ของชุมชน (เช่น ตวั อย่างของชุมชนเขม้ แข็ง ด้วยการนาวตั ถดุ บิ

สมุนไพรในท้องถ่นิ มาแปรรปู )


Click to View FlipBook Version