โครงงานวิทยาศาสตร์
เร่อื ง วัสดกุ นั กระแทกจากธรรมชาติ
Natural cushioning material
โดย
นายภรุ ินฐั ชมุ ทอง เลขที่ 7
นางสาวกนกวรรณ แก้ววัดปริง เลขท่ี 11
โรงเรียนเทศบาล 4 (วดั โพธาวาส) อาเภอเมอื ง จงั หวัดสรุ าษฎร์ธานี
โครงงานเลม่ นเี้ ปน็ สว่ นหนึ่งของโครงงานวิทยาศาสตร์สิง่ ประดิษฐ์
ตามหลักสูตรหอ้ งเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
ณ โรงเรยี นเทศบาล 4 (วดั โพธาวาส) อาเภอเมอื ง จังหวดั สรุ าษฎร์ธานี
โครงงานวทิ ยาศาสตร์
เรอ่ื ง วัสดุกันกระแทกจากธรรมชาติ
Natural cushioning material
โดย
นายภุรนิ ัฐ ชุมทอง เลขที่ 7
นางสาวกนกวรรณ แกว้ วัดปรงิ เลขท่ี 11
ครูท่ปี รึกษา
ครูปรีดา บัวยก
โรงเรียนเทศบาล 4 (วัดโพธาวาส) อาเภอเมือง จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี
โครงงานเล่มน้เี ปน็ สว่ นหน่ึงของโครงงานวิทยาศาสตรส์ ่งิ ประดิษฐ์
ตามหลกั สูตรห้องเรียนวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์
ณ โรงเรียนเทศบาล 4 (วดั โพธาวาส) อาเภอเมือง จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี
ก
บทคัดยอ่
ในปัจจุบันประสบปัญหาขยะพลาสติกจานวนมากท่ีมาจากการซื้อขายของออนไลน์ ส่งผลให้เกิดผล
เสียต่อธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และมีแนวโน้มที่จะทาให้ขยะพลาสติกเพิ่มมากข้ึนและพ่อค้าแม่ค้าก็หันมา
ขายของออนไลน์มากข้ึนทุกวัน ทาให้วัสดุกันกระแทกท่ีทาจากพลาสติกเพ่ิมมากข้นึ ผลิตมากขน้ึ และเวลาย่อย
สลายใช้เวลายาวนานหลายสบิ ปี จึงหาวิธีที่จะลดขยะพลาสตกิ ทม่ี าจากการซ้อื ขายออนไลน์
โดยข้อมูลที่ได้ศึกษาจากคนในชุมชนและคนในหมู่บ้านนั้นว่ามีการซื้อขายของออนไลน์เพิ่มมากข้ึน
เรื่อยๆและมีการซ้ือวัสดุกันกระแทกจากพลาสติกเป็นจานวนมากส่งผลเสียต่อส่ิงแวดล้อมและทาให้เสีย
ค่าใชจ้ า่ ยเพม่ิ มากขึน้
โครงงานน้ีจึงจัดเพ่ือแก้ปัญหาวัสดุกันกระแทกจากพลาสติกและส่งเสริมให้ใช้วัสดุกันกระแทกจาก
ธรรมชาติ
ข
Abstract
Nowadays, there is a lot of plastic waste problem that comes from online shopping.
resulting in negative effects on nature and the environment and it tends to cause more plastic
waste and more merchants are turning to sell online every day. This makes the cushioning
material made of plastic more and more produced. and decomposition time takes decades.
So find a way to reduce the plastic waste that comes from online shopping.
According to the study of people in the community and villages, that online shopping
is increasing and the purchase of plastic cushioning materials in large numbers is harmful to
the environment and costly. add more
This project is therefore organized to solve the problem of plastic cushioning materials
and promote the use of natural cushioning materials.
ค
กติ ตกิ รรมประกาศ
โครงงานวิจัยฉบับน้ีสาเร็จอยา่ งสมบูรณ์ได้ดว้ ยความช่วยเหลืออย่างย่ิงจากคุณครูปรีดา บัวยก คุณครู
ท่ีปรึกษา ท่ีได้ให้คาแนะนาปรึกษา และให้ข้อมูลต่างๆขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงซึ่งสละเวลาในการแนะ
แนวทางและให้ความรู้ในการทาโครงงาน
หวังว่างานวิจัยฉบับน้ีจะประโยชน์อยู่ไม่น้อย ขอขอบคุณ คุณครู เพ่ือนๆ ท่ีทาให้โครงงานฉบับนี้มี
ประสิทธภิ าพและมีประโยชน์สงู สดุ เปน็ อย่างมาก
คณะผ้จู ดั ทา
สารบัญ ง
บทคัดย่อ หน้า
Abstract
กิตตกิ รรมประกาศ ก
สารบัญสาร ข
สารบัญตาราง ค
สารบัญภาพ ง-จ
บทท่ี 1 บทนา ฉ
ช
ท่ีมาและความสาคัญ 1
วตั ถุประสงค์ 1
ขอบเขตการศึกษา 2
สมมติฐาน 2
ตัวแปรทีศ่ กึ ษา 2
นยิ ามศพั ท์เฉพาะ 2
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ท่เี ก่ยี วข้อง 2
ก้านกล้วย 3
ออ้ ดบิ 3
วสั ดกุ ันกระแทก 5
งานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวข้อง 6-8
บทที่ 3 วธิ ดี าเนนิ การทดลอง 9
วตั ถดุ ิบ 10
วัสดอุ ุปกรณ์ 10
วธิ ีการทดลอง 10
บทที่ 4 ผลการทดลองและอภปิ ราย 10-11
ผลการทดลอง 12
การนาไปใช้ 12
13
บทที่ 5 สรปุ และวิจารณ์ผลการทดลอง จ
สรปุ ผลการทดลอง
อภิปรายผลการทดลอง หน้า
ขอ้ เสนอแนะ
14
บรรณานุกรม 14
ภาคผนวก 14
14
15
16-17
สารบัญตาราง ฉ
ตารางท่ี หนา้
10-11
3.2 การทดลองวสั ดุกนั กระแทก
4.2 ตารางแสดงผลการทดลองประสิทธภิ าพของวัสดุกันกระแทก 12
สารบัญภาพ ช
ภาพท่ี หน้า
ภาพท่ี 1 ตน้ กลว้ ย 3
ภาพท่ี 2 ออ้ ดิบ 5
ภาพท่ี 3 พลาสตกิ กนั กระแทก 6
ภาพที่ 4 กระดาษลูกฟูก 6
ภาพท่ี 5 กระดาษคราฟท์ 7
ภาพท่ี 6 เยอ้ื กระดาษข้นึ รูป 7
ภาพท่ี 7 กระดาษที่ย่อยเป็นพเิ ศษ 8
ภาพท่ี 8 ถุงพองลมกนั กระแทก 8
ภาพท่ี 9 นากา้ นกล้วยและออ้ ดิบมาตดั ให้เป็นช้ินเลก็ ๆ 16
ภาพที่ 10 นากา้ นกล้วยและอ้อดบิ มาตาก 16
ภาพที่ 11 หลังจากตากแห้ง 16
ภาพท่ี 12 นากระดาษมาห่อแก้วกนั แล้วแตกและเศษแกว้ กระจายออก 17
ภาพที่ 13 นาแก้วทีห่ ่อกระดาษแล้วมาใสล่ งในกล่องที่มีวัสดุกันกระแทกอยู่ 17
ภาพท่ี 14 ทดสอบประสิทธิภาพของวัสดุกนั กระแทกโดยการโยน 17
1
บทท่ี 1
บทนา
1.1 ท่ีมาและความสาคัญ
ในปัจจุบันการซื้อขายของออนไลน์นั้นเพ่ิมมากข้ึนอย่างเห็นได้ชัดเพราะเน่ืองจากผลกระทบของ
covid-19ผู้คนต่างอยู่ท่ีบ้านไม่ออกไปไหนเพ่ือลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ จึงหันมาส่ังซ้ือของออนไลน์กัน
มากมาย พอ่ คา้ แม่ค้าจึงมีมากขึ้นทุกวันเพอ่ื ทจ่ี ะหารายได้ จึงทาใหเ้ กดิ ปญั หาเรื่องขยะตามมา คอื ขยะพลาสติก
และขยะอื่นๆขยะสว่ นใหญ่ที่มากับสินคา้ คอื วสั ดุกันกระแทกทีเ่ ป็นพลาสตกิ ตามตลาดทั่วๆไป วสั ดุกันกระแทก
พวกน้ีจะลดความเสียหายที่จะเกิดกับสินค้าได้อย่างมาก พ่อค้าแม่ค้าจึงเลือกท่ีจะใช้วัสดุกันกระแทกเพ่ือไม่ให้
เกิดความเสียหาย จึงทาให้วัสดุกันกระแทกพวกพลาสติกจึงถูกผลิตมากข้ึนและใช้มากขึ้นเลยมีปัญหาตรงท่ี
การย่อยสลายของพลาสตกิ เพราะพลาสติกจะใช้เวลานานหลายปีและยอ่ ยสลายยากจึงทาให้ขยะพลาสติกของ
โลกเพิ่มมากข้นึ เร่ือยๆ
ขยะพลาสตกิ จากการซื้อของออนไลน์ เป็นวัสดุที่มีอายุการย่อยสลายนานหลายร้อยปี ก้านกล้วยหาก
มองในแง่วัสดุกันกระแทกจากธรรมชาติ ก็ถือว่าเป็นวัสดุท่ีสามารถรับแรงกระแทกได้ดีกว่าวัสดุกันกระแทก
ทั่วไป และยังสามารถพบต้นกล้วยได้ท่ัวไปในพื้นท่ีชุมชน วัสดุกันกระแทกจากก้านกล้วยมีกระบวนการไม่
ยุ่งยาก และสามารถลดค่าใช้จ่าย รวมทั้งยังมีประสิทธิภาพมากกว่าวัสดุกันกระแทกตามตลาดท่ัวไป ถ้าเรายัง
ใช้วัสดุกันกระแทกท่ีไม่ทามาจากธรรมชาติจะมีผลกระทบต่อหลายๆประเทศ และสิ่งมีชีวิตอ่ืนๆ จนทาให้ขยะ
พลาสติกล้นประเทศ ดังน้ันขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ท่ีสนใจหรือช่วยกันลดโลกร้อนนั้นหันมาทา
วัสดกุ ันกระแทกจากธรรมชาติสามารถทาได้ดว้ ยตนเองได้และสามารถบอกต่อหรือช่วยกนั ลดและเลิกสร้างขยะ
พลาสติกท่ีมาจากการซ้ือของออนไลน์สามารถทาเปน็ กาไรให้แก่ตนเองและครอบครัวได้แค่ร่วมมือกันคนละไม้
คนละมือเพ่ือลดขยะพลาสติกใหแ้ ก่โลกของเรา
ผ้จู ัดทาโครงงานตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของปัญหาขยะพลาสติก จึงคิดริเริ่ม ทาโครงงานวิทยาศาสตร์
เรอ่ื ง วัสดุกันกระแทกจากธรรมชาติ เพ่ือสร้างวัสดุกนั กระแทกจากธรรมชาติข้ึน ลดการใชพ้ ลาสติกจากการซื้อ
ของออนไลน์ทีจ่ ะมผี ลกระทบต่ออนาคตต่อไปข้างหน้า
2
1.2 วัตถุประสงค์
1.2.1 เพือ่ ศึกษาการรบั แรงกระแทกจากวัสดุธรรมชาติ
1.2.2 เพือ่ สร้างวัสดกุ นั กระแทกจากธรรมชาติ
1.3 ขอบเขตการศกึ ษา
1.3.1 ศกึ ษาการรับแรงกระแทกจากวัสดุธรรมชาตริ ะหว่าง ก้านกล้วย และอ้อดิบ
1.3.2 วสั ดกุ ันกระแทกจากกล้วย และอ้อดิบ
1.3.3 ประสทิ ธภิ าพการรับแรงกระแทก
1.4 สมมตุ ฐิ านการทดลอง
วสั ดกุ ันกระแทกจากกา้ นกล้วยจะรับแรงกระแทกได้ดีกวา่ อ้อดิบ
1.5 ตัวแปรทศี่ ึกษา
1.5.1 ตัวแปรต้น
- วัสดุกนั กระแทกจากกา้ นกลว้ ย และอ้อดบิ
1.5.2 ตัวแปรตาม
- ประสิทธภิ าพการรับแรงกระแทก
1.5.3 ตวั แปรควบคมุ
- ปริมาณของกา้ นกลว้ ย และอ้อดิบ
- น้าหนักของสินค้า
- ขนาดของกล่องบรรจุ
1.6 นยิ ามศพั ท์เฉพาะ
วัสดุกนั กระแทก หมายถงึ เป็นวสั ดุปอ้ งกนั สินค้าหรือลดการสั่นสะเทือนระหวา่ งการขนสง่ และการ
เคลอื่ นย้ายสินคา้ จากวสั ดธุ รรมชาติ เช่น กา้ นกล้วย และอ้อดบิ
ออ้ ดิบ หมายถึง เป็นพืชตระกูลบอน มีหัวอยู่ใต้ดิน ใบเด่ียวขนาดใหญ่ รูปร่างเป็นลกู ศร มีนวลเคลือบ
แผ่นใบ ก้านใบยาวกลมมีนวลเคลือบ มี 2 ชนิด คือ ชนิดสีเขียวอ่อน ใบมีสีเขียวอ่อน ก้านใบสีเขียวอมขาว
ชนดิ สีม่วง ใบและกา้ นใบสมี ว่ ง ออกดอกเป็นชอ่ เชิงลด มกี าบหมุ้ กา้ นชอ่ ดอกกลมยาว
ก้านกล้วย หมายถึง ส่วนที่อยู่ตรงกลางของใบกล้วยจะมีลักษณะแข็งแต่ไม่มาก จะยึดอยู่กับใบกล้วย
สามารถเอามดี ตดั ออกได้ง่ายๆ
3
บทท่ี 2
เอกสารและงานวิจยั ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
การสร้างวัสดกุ ันกระแทกจากธรรมชาติ และการทดสอบประสทิ ธภิ าพของวัสดกุ นั กระแทกโดยแยก
เปน็ หวั ข้อดงั น้ี
- เอกสารทีเ่ กย่ี วข้อง
- โครงงานวทิ ยาศาสตร์ทเ่ี กยี่ วข้อง
2.1 เอกสารท่ีเกี่ยวข้อง
ข้อมลู ของพืช ตน้ กล้วย
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Musa sapientum Linn., paradisaca Linn.
ชื่อสามญั banana.
ช่ือพืน้ เมือง กล้วย
ลักษณะทั่วไป กล้วย เป็นไม้ผล ลาต้น เกิดจากกาบหุ้มซ้อนกัน สูงประมาณ 2-5 เมตร ใบเป็นใบ
เด่ียวเกิดกระจายส่วนปลายของลาต้นเวียนสลับซ้ายขวาต่างระนาบกัน ก้านใบยาว แผ่นใบกว้างเส้นของใบ
ขนานกนั ปลายใบมน มีติง่ ผิวใบเรยี บลื่น ใบสีเขยี งดา้ นลา่ งมีไขนวลหรอื แป้งปกคลุมเส้นและขอบใบเรยี บขนาด
และความยาวของใบขึ้นอยู่กับแต่ละพันธ์ ดอกเป็นดอกห้อยลงมายาวประมาณ 60 – 130 ซม. ซ่ึงเรียกหัวปลี
ตามช่อจะมีกาบหุ้มสีแดงเป็นรูปวงรี ยาว 25- 30 ซม. ช่อดอกที่มีการเจริญก็จะกลายเป็นผล ผลเป็นผลสดจะ
ประกอบไปด้วยหวีกล้วย เครือละ 7- 8 หวี แต่ละหวีมีกล้วยอยู่ประมาณ 10 กว่าลูก ขนาดและสีของกล้วยมี
ลักษณะแตกต่างกันออกไปตามชนิดของแต่ละพันธ์ุ บางชนิดมีผล เหลือง, เขียว,แดง แต่ละต้นให้ผลครั้งเด่ียว
เท่านั้น เมล็ด มีลักษณะกลมขรุขระเปลือกหุ้มเมล็ดมีสีดาหนาเหนียวเนื้อเมล็ดสีขาว ขยายพันธุ์ด้วยการแยก
หน่อหรอื แยกเหง้ารถชาติฝาด
4
การขยายพนั ธ์ุ สามารถทาดว้ ยกัน 3 วธิ รี ายละเอยี ดดงั น้ี
1.โดยการใชเ้ มล็ด แตไ่ ม่เป็นวิธที ีน่ ิยมมากนกั เพราะ ใชเ้ วลานาน
2.โดยการใช้หน่อ ปกติกล้วยมีการแตกหน่อจากตาข้างของตน้ แม่ หน่อกล้วยมี 3 แบบใหญๆ่ คือ 1.1
หน่ออ่อน (peeper) เป็นหน่ออ่อนมาก เกิดจากต้นแม่ที่ยังมีส่วนประกอบต่างๆ ไม่ครบ ส่วนของลาต้นเล็ก
มกั จะอ่อนแอ ไมเ่ หมาะในการนาไปขยายพนั ธ์ุ 1.2 หน่อใบแคบ หรอื ใบดาบ (sword sucker) เป็นหน่อท่ีมใี บ
เรยี วเล็ก โคนหนอ่ ใหญ่ หรือมีส่วนของลาต้นใหญ่ จึงมีอาหารสะสมมาก หน่อชนิดน้ีนิยมนาไปปลกู เพราะจะได้
ต้นท่ีแข็งแรง 1.2 หน่อใบกว้าง หน่อชนิดน้ีมีโคนหน่อหรือลาต้นเล็ก ใบคลี่โตกว้าง ไม่เหมาะที่จะนาไปปลูก
เพราะมีอาหารสะสมในลาต้นน้อย ต้นท่ีปลูกจากหน่อชนิดน้ีจึงไม่แข็งแรง นอกจากหน่อทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว
แล้ว อาจใช้ต้นแม่ซ่ึงมีตาติดอยู่ มาผ่าเป็นช้ินๆ และชาก็ได้ แต่ไม่เป็นท่ีนิยมมากนัก 3.โดยการเพาะเล้ียง
เนื้อเย่ือ (Tissue culture) วิธีน้กี าลังเป็นที่นิยม เพราะเป็นวิธีท่ีขยายพันธ์ุให้ได้จานวนมากในเวลาอันส้ัน จาก
หน่อที่สมบูรณ์ 1 หน่อ อาจขยายได้ถึง 10,000 ต้น ในเวลา 1 ปี ถ้าหากมีการทางานอย่างต่อเน่ืองตลอด วิธีนี้
เหมาะสาหรับการปลูกเพ่ือการส่งออก เพราะว่าการส่งออกต้องการจานวนต้นปลูกที่มีขนาดสม่าเสมอ ปลูก
พรอ้ มๆ กันเปน็ จานวนมาก เพื่อให้มีการเก็บเกี่ยวผลได้พรอ้ มๆ กัน และมีน้าหนักมากกว่า 1 ตนั ข้ึนไป สาหรับ
บรรจุ ใส่ตู้ขนส่งในการส่งออก เน่ืองจากการส่งออกไปจาหน่ายในต่างประเทศนั้น ถ้ามีจานวนน้อยจะไม่
เพียงพอกบั การสง่ ออก และไมค่ ุ้มกบั การลงทนุ
ประโยชน์ รากและลาต้นแท้ สามารถนามาทาเป็นสมุนไพร ใช้รักษาโรคตามแผนโบราณ ลาต้น
เทียมหรอื กาบลาต้น ใช้ทาเส้นใยหรือทาเชือกทอผ้า ทาอาหารสัตว์ ใบ สมัยก่อนทีพ่ ลาสติกจะเข้ามามีบทบาท
คนโบราณมกั ใชใ้ บตองเป็นภาชนะแทนจานข้าวและยังนามาใช้ห่อของ ทามวนบุหร่ี หรอื ทางานประดษิ ฐ์ ดอก
หรือปลี ส่วนช่อดอกของต้นกล้วย อันประกอบด้วยดอกจริงที่จะถูกหุ้มอยู่ภายในด้วยใบประดับสีแดงขนาด
ใหญ่ ลักษณะเป็นกาบซอ้ นกันจนสุดปลายช่อ คลา้ ยดอกบวั ตมู เมื่อดอกเพศเมียเจริญเป็นผลโดยท่ไี ม่ต้องได้รับ
การผสมเกสร จนเป็นกล้วยหวีเล็ก ๆ หรือที่เรียกกันว่า “กล้วยตีนเต่า” ชาวสวนก็จะตัดปลที ่ีปลายช่อทงิ้ เพื่อ
ไมใ่ ห้แยง่ อาหารทีจ่ ะไปเลี้ยงผลกลว้ ย ท้ังยังเป็นการปอ้ งกันการสะสมเชื้อโรคของเครอื กล้วยด้วยและท่เี รานิยม
รับประทานกัน หรือใช้บารุงน้านมของมารดา ต้ม ค้ัน แก้เบาหวาน เม่ือนามาตากแห้งก็สามารถใช้รักษาโรค
โลหิตจางได้ ผล ใช้รับประทานได้ทงั้ อ่อน แก่ และสกุ ถ้าผลดิบยงั อ่อนอยู่สามารถใช้ปรุงอาหารในแกงปา่ สม้ ตา
ส่วนผลดิบท่ีแกแ่ ล้วสามารถนามาเชอื่ มหรือทากล้วยฉาบส่วนกลว้ ยสกุ นั้นสามารถนามารับประทานสดได้เลย
5
ขอ้ มลู ของพชื ออ้ ดิบ
ชือ่ วิทยาศาสตร์ Alocasia macrorhiza Schott.
ชอ่ื สามัญ Green Taro.
ชือ่ พน้ื เมือง อ้อดบิ
ลักษณะท่ัวไป เป็นพืชตระกูลบอน มีหัวอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปร่างเป็นลูกศร มีนวลเคลือบ
แผ่นใบ ก้านใบยาวกลมมีนวลเคลือบ มี 2 ชนิด คือ ชนิดสีเขียวอ่อน ใบมีสีเขียวอ่อน ก้านใบสีเขียวอมขาว
ชนิดสีม่วง ใบและก้านใบสีม่วง ออกดอกเป็นช่อเชิงลด มีกาบหุ้ม ก้านช่อดอกกลมยาว มีกาบหุ้มจนมิด เม่ือ
ดอกยงั ไม่บาน ช่อดอกทรงกระบอก
วิธีขยายพันธุ์ จะขยายพันธ์ุโดยการแยกหน่อ คูนเป็นไม้ท่ีเจริญเติบโต โดยการแตกหน่อ ถ้าไม่แยก
หน่อออกไป จะมีผลทาให้ต้นข้ึนแออัดเพราะแย่งท่ีกัน จึงทาให้ก้านใบของคูนมีขนาดเล็กไม่น่ารับประทาน
ชาวบ้านจึงมักจะแยกหน่อคูนไปปลูก หรือถอนทิ้งเสียบ้างเพ่ือใหต้ ้นคูนสามารถเจริญเติบโตได้ดี และมีก้านท่ีมี
ลกั ษณะอวบอว้ นน่ารบั ประทานคะ่
ประโยชน์ สามารถใช้เป็นยาระบายได้ โดยนาฝักมาต้มกับน้า และเติมเกลือเล็กน้อย ด่ืมก่อนนอน
หรือก่อนรับประทานอาหาร นอกจากน้ัน ฝักแก่ยังมีสารที่ออกฤทธ์ิต่อระบบประสาทของแมลง เม่ือนาฝักมา
บดผสม น้าแช่ท้ิงไว้ประมาณ 2-3 วัน สารละลายที่กรองได้สามารถฉีดพ่นกาจดั แมลงและหนอน ในแปลงผักได้
ฝกั แกใ่ ช้เป็นเช้ือเพลิงในการหุงต้มด้วยเตาเศรษฐกจิ มขี นาดทพ่ี อเหมาะ
6
พลาสติกกันกระแทก
พลาสตกิ กนั กระแทก หรอื บบั เบิล้ แรป เป็นวสั ดพุ ลาสติกใสยืดหยุ่นไดซ้ ่งึ ใชเ้ ป็นบรรจุภณั ฑ์สาหรับห่อ
ส่ิงของที่เปราะบางแตกหักง่าย มีคุณสมบัติการดูดซับแรงกระแทกเกิดจากฟองอากาศ (กระเปาะอากาศ) ท่ีมี
ขนาดสม่าเสมอ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับแผ่นโฟมหรือกระดาษลูกฟูกทา แต่พลาสติกกันกระแทกมีความ
ยดื หยุ่นในการห่อหุม้ มากกว่า และอาจนาไปรีไซเคลิ ได้ดกี วา่
กระดาษลกู ฟูก
สาหรับกระดาษลูกฟูกแบบ 3 ช้ัน นิยมใช้เป็นแผ่นรองหรือแผ่นแยก และแผ่นก้ันหรือไส้กล่อง
เพ่ือท่ีจะเก็บหรือยึดผลิตภัณฑ์ให้อยู่กับท่ีในบรรจภุ ัณฑ์ สาหรับกระดาษลูกฟูกแบบ 2 ช้ัน นิยมใช้เป็นกระดาษ
ห่อ แต่กระดาษมีความสามารถในการรับแรงกระแทกจากัด เนื่องจากไม่สามารถคืนตัวกลับสู่สภาพเดิม
หลังจากมีการกระแทก และเป่ือยง่ายเมื่อดูดซึมความช้ืนแล้ว อย่างไรก็ตามกระดาษลูกฟูกเป็นบรรจุภัณฑ์ที่
งา่ ยตอ่ การหมนุ เวียนนากลบั มาใชใ้ หมแ่ ละมีราคาถกู จงึ ทาใหเ้ ป็นทีย่ อมรับกนั อยา่ งแพรห่ ลาย
7
กระดาษคราฟท์
สว่ นมากจะใชก้ ระดาษรีไซเคิลมาเป็นกระดาษห่อ กระดาษคราฟท์จะมีความสามารถในการดูดซบั แรง
กระแทกจากัด แต่มีข้อดีคือไม่ไวต่อความช้ืนเหมือนกระดาษลูกฟูก วัสดุกันกระแทกที่ทาจากกระดาษง่ายต่อ
การรีไซเคิล และได้รับการพัฒนาให้เป็นคู่แข่งกับพลาสติกฟองอากาศ (air bubble film) และโฟมชนิดต่างๆ
เพื่อส่งิ แวดล้อมทดี่ ีขึ้น
เยื่อกระดาษขึน้ รูป
สมบัติของเย่ือกระดาษขึ้นรูปคือ มีน้าหนักเบาและไม่คืนตัว แต่สามารถขึ้นรูปตามท่ีต้องการได้
ความสามารถในการดูดซับแรงกระแทกมีจากัด และมีความไวต่อความชื้นพอสมควรถ้าไม่ได้ผ่านกรรมวิธีการ
ผลิตเพิ่มเติม เยื่อกระดาษขึ้นรูปจะป้องกันผลิตภัณฑ์ไม่ให้เคล่ือนตัวภายในบรรจุภัณฑ์ และสามารถทาจาก
กระดาษรีไซเคิลซึ่งเป็นที่นิยมใช้ แต่มีข้อจากัดท่ีว่า ห้ามบรรจุอาหารเนื่องจากทาจากกระดาษรีไซเคิล ยกเว้น
จะมีการเคลอื บ
8
กระดาษท่ียอ่ ยเปน็ เศษ
มีราคาถูกและหาง่าย แต่มีข้อด้อย คือ มีสมบัติในการเป็นวัสดุกันกระแทกที่เลว เพราะว่ากระดาษ
พวกน้ีจะดูดซับความช้ืนและไม่ถูกสุขอนามัย ในประเทศอุตสาหกรรม กระดาษที่บดย่อยเป็นเศษโดยเฉพาะท่ี
เป็นพวกกระดาษหนังสือพมิ พ์ไม่ได้รับการยอมรบั
ถุงพองลมกนั กระแทก
คือบรรจุภัณฑท์ ่ีพองตัวได้ ทาจากเส้นใยหรือแผ่นฟลิ ์มพลาสติก ใช้เพื่อกันกระแทก เมื่อเป่าลมแล้วมี
ลักษณะช่องเก็บอากาศเป็นลอนซ่ึงแตกต่างจากแผ่นพลาสติกกันกระแทกที่เป็นเม็ดฟองอากาศ ถุงพองลมกัน
กระแทกมีวาล์วทางเดียวเพื่อให้กระเปาะอากาศพองตัวเม่ือต้องการใช้งาน บางครั้งสามารถปล่อยลมออกให้
ยวบตวั แบนราบได้และนากลบั มาใช้ไดอ้ ีก
9
2.2 งานวิจัยท่เี กี่ยวข้อง
กันธิชา วงษ์บุบผา (2556) ได้ทาการศึกษาเร่ืองวัสดุธรรมชาติจากขุยมะพร้าว พบว่าวัสดุธรรมชาติท่ี
จะเอามาสร้างวัสดุกันกระแทกจากธรรมชาติเพื่อลดขยะท่ีจะเกิดข้ึนจากการซ้ือขายออนไลน์โดยทาการนาขุย
มะพร้าวมาทาวัสดุกันกระแทกสามารถหาได้ทั่วไปและย่อยสลายได้ง่ายเป็นมิตรต่อธรรมชาติและขุยมะพร้าวก็
เป็นตัวเลอื กทนี่ า่ สนใจ
ปิยะอร ศรีวรรณ (2563) ได้ทาการศึกษาผลงานวิจัยนวัตกรรมใหม่ วัสดุกันกระแทกทางชีวภาพ
(Bio-cushioning Material from Banana Trunk” “ก้านกล้วยกันกระแทก”เวทีนานาชาติในงาน 23 rd
Moscow International Salon of Inventions and Innovative Technologies "ARCHIMEDES" ณ
สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งจัดข้ึนเม่ือวันที่ 24-27 มีนาคม 2563 ด้วยการนาเสนอผลงานผ่านระบบออนไลน์ พบว่า
วัสดุธรรมชาติจากก้านกล้วยมีประสิทธิภาพและประหยดั ค่าใช้จ่ายและยังคุ้มค่าทั้งยังสามารถลดขยะพลาสติก
ไดอ้ กี ด้วย
10
บทที่ 3
วธิ กี ารดาเนินงาน
วตั ถุดิบ วสั ดอุ ุปกรณ์ เครือ่ งมือ
3.1 วัตถดุ บิ
3.1.1 ก้านกล้วย 3 กา้ น (500 กรมั )
3.1.2 ออดบิ 5 ก้าน (500 กรมั )
3.2 วัสดอุ ุปกรณ์
3.2.1 มดี 1 เลม่
3.2.2 เขียง 1 อนั
3.2.3 กล่องพัสดุ 1 กลอ่ ง
3.2.4 เทปกาว 1 มว้ น
3.2.5 กระดาษ 1 แผน่
3.2.6 แกว้ กระเบื้อง 1 ใบ
วธิ ีการทดลอง
ตอนที่ 1 ทดลองเลอื กวัสดทุ ่จี ะนามาเป็นวสั ดุกันกระแทก
วัสดุที่ทดลอง
การทดลอง กา้ นกล้วย ออดิบ
ปรมิ าณก่อนตาก 500 กรัม 500 กรมั
ปริมาณหลงั ตาก 400 กรัม 200 กรัม
ขนาดทีส่ บั 2-3 เซนตเิ มตร 2-3 เซนติเมตร
ขนาดที่สบั หลังตาก 2-3 เซนตเิ มตร 1.5-2.5 เซนติเมตร
เวลาท่ีใชใ้ นการตาก 2 วัน เวลา 09.00-16.00น. 4 วนั เวลา 09.00-16.00น.
ข้อเสีย แขง็ และเหนย่ี วสับออกยาก อมุ้ นา้ เยอะทาใหเ้ นา่ ง่ายและ
แห้งช้า นา้ หนกั ลดลงไปมาก
ข้อดี แหง้ เรว็ นา้ หนักลดลงไปไม่ เนอ้ื นิม่ สับงา่ ย
มาก
เลอื กใชว้ ัสดุกันกระแทกจาก ก้านกลว้ ย
11
ตอนท่ี 2 การทาผลติ ภณั ฑก์ ันกระแทกจากวัสดุธรรมชาติ
1. นากา้ นกล้วยจานวน 3 กา้ น (500 กรมั ) มาตดั เป็นชน้ิ เลก็ ๆขนาด 2-3 เซนติเมตร
2. นาไปตากแดดเวลา 09.00-16.00น. เป็นเวลา 2 วนั
3. นากา้ นกลว้ ยทีต่ ากแห้งมาบรรจใุ ส่ในกลอ่ งพสั ดุ
4. นาแกว้ กระเบ้ืองทีห่ อ่ กระดาษไวม้ าบรรจใุ นกล่องท่ีใส่วสั ดุกันกระแทกจากธรรมชาติ
5. นาเทปกาวมาปดิ กล่องพสั ดุ
ตอนที่ 3 ทดลองประสทิ ธภิ าพของวสั ดกุ ันกระแทกจากธรรมชาติ
1. ทดลองโยนกล่องพัสดุ
12
บทที่ 4
ผลการทดลอง
จากการศึกษาเรอื่ ง วัสดุกันกระแทกจากธรรมชาติ มจี ดุ ประสงคข์ องการศกึ ษาขน้ั ตอนวที าและ
ประสทิ ธิภาพของการใชว้ สั ดกุ ันกระแทกจากธรรมชาติ สามารถนาเสนอผลการทดลองได้ดังนี้
4.1 ผลการทดลอง
ลักษณะของวัสดุกันกระแทกจากธรรมชาติ จะมีน้าหนักท่ีเบาแต่ฟู มีกล่ินหอมอ่อนๆของก้านกล้วย
เมื่อนาวัสดุกันกระแทกจากธรรมชาติมาทดลอง ผลปรากฏว่า แก้วกระเบ้ืองท่ีอยู่ในกล่องพัสดุท่ีมีวัสดุกัน
กระแทกอยู่ข้างใน เม่ือโยนกล่องพัสดุแล้วแกะกล่องพัสดุออกมาพบว่า แก้วกระเบ้ืองไม่แตกและไม่ได้รับความ
เสียหายใดๆ
4.2 ผลการทดลองประสิทธภิ าพของวัสดุกนั กระแทกจากธรรมชาติ จากการทดลองกลุ่ม
ตัวอย่างท้งั หมด 13 คน
ตารางท่ี 4.2 ตารางแสดงผลการทดลองประสิทธิภาพของวัสดุกนั กระแทกจากธรรมชาติ จากการ
ทดลองกล่มุ ตวั อยา่ งทัง้ หมด 13 คน
กลุม่ ตวั อย่าง ความประทับใจกนั กระแทก ประสทิ ธขิ องวัสดกุ ัน ชว่ ยประหยัดงบประมาณใน
จากธรรมชาติ กระแทกจากธรรมชาติ การใชว้ ัสดุกันกระแทก
คนท่ี 1
คนที่ 2 ชอบ ไม่ชอบ ดี ไมด่ ี ประหยดั ไม่ประหยัด
คนที่ 3
คนท่ี 4
คนท่ี 5
คนท่ี 6
คนที่ 7
คนที่ 8
คนที่ 9
คนท่ี 10
คนท่ี 11
คนที่ 12
คนที่ 13
13
จากการสมั ภาษณ์กลุ่มตัวอยา่ งทง้ั หมด 13 คน พบว่า มีกลุ่มตัวอย่าง 1 คนทไี่ ม่ประทับใจในการใช้
วัสดกุ นั กระแทกจากธรรมชาติ
4.3 การนาไปใช้
ใชใ้ นการกนั กระแทกพสั ดหุ รือผลติ ภณั ฑใ์ นการค้นสง่ และเคลื่อนยา้ ยเพ่อื ลดความเสียหายและแตกหกั
ของพสั ดหุ รอื ผลติ ภัณฑน์ น้ั ๆ และมปี ระสทิ ธิภาพดเี ทยี บเท่าวสั ดกุ นั กระแทกแบบพลาสติก
14
บทท่ี 5
สรุปผลการทดลองและขอ้ เสนอแนะ
การศึกษาทาโครงงานนครั้งน้ี พบวา่ วัสดกุ ันกระแทกจากธรรมชาติมีประสิทธภิ าพสงู เทียบเท่าวสั ดกุ ัน
กระแทกจากพลาสติก และไมก่ อ่ ให้เกดิ ปญั หาเร่อื งขยะพลาสติก ไมท่ าลายสิง่ แวดล้อม มวี ัตถุประสงคเ์ พ่อื
5.1 ศึกษาว่าก้านกล้วยสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในการกันกระแทกได้จริงจากการวิจัยและการนา
ชิ้นงานไปสัมภาษณจ์ ากกล่มุ ตัวอย่าง 15 คน ได้แก่ ผ้ขู ายสินคา้ ออนไลน์ บุคคลทว่ั ไป
5.2 ศกึ ษาวา่ กา้ นกล้วยสามารถใช้ทดแทนวสั ดุกันกระแทกจากพลาสติกไดแ้ ละยงั สามารถกันกระแทก
ไดด้ ีกว่าหรอื เทยี บเทา่ พลาสติก
ข้อเสนอแนะ
1. อายุการใชง้ านของวสั ดุกันกระแทกจากธรรมชาติ จากัดเพยี งประมาณ 3-4 เดือน เนื่องจากผลิตมา
จากธรรมชาติและสามารถยอ้ ยสลายได้
2.หากต้องการจะใช้วัสดุกันกระแทกควรใส่วสั ดุกันกระแทกให้เต็มกล่องพัสดุ เพื่อประสิทธภิ าพในกัน
กระแทกทีด่ ี
15
บรรณานกุ รม
วรณุ พร อโศกพรชัย. (2562). ไปทาความร้จู ักกับ ชนดิ ของกลว้ ย กันเถอะ!. สบื ค้น 2 ธนั วาคม 2564,
จาก https://www.baanlaesuan.com/110228/plant-scoop/type_of_banana
SUAN SUNANDHA RAJABHAT UNIVERSITY. (2563). “ก้านกล้วยกันกระแทก” นวัตกรรมใหม่
ของอาจารย์สวนสุนันทาคว้ารางวัลนานาชาติ ลดขยะด้านโลจิสติกส์พร้อมย่อยสลายได้. สืบค้น 2 ธันวาคม
2564, จาก https://ssru.ac.th/news-detail.php?id=421
Jake KN. (2562). ทาความรู้จัก ‘ออดิบ’ สรรพคุณออดิบ และวิธีแยกความต่างกับ ‘บอนโหรา’.
สบื ค้น 2 ธนั วาคม 2564, จาก https://thethaiger.com/th/news/425857
16
ภาคผนวก
ก้านกล้วย อ้อดิบ
ภาพท่ี 6.1 นากา้ นกล้วยและอ้อดิบมาตดั ใหเ้ ปน็ ชน้ิ เล็กๆ
ก้านกลว้ ย อ้อดิบ
ภาพท่ี 6.2 นาก้านกลว้ ยและอ้อดบิ มาตาก เวลา 09.00-16.00น.
ก้านกลว้ ย อ้อดบิ
ภาพท่ี 6.3 หลังจากตากแหง้
17
ภาพที่ 6.4 นากระดาษมาหอ่ แก้วกนั แลว้ แตกและเศษแกว้ กระจายออก
ภาพท่ี 6.5 นาแกว้ ทีห่ ่อกระดาษแล้วมาใส่ลงในกลอ่ งทม่ี วี ัสดกุ ัน
กระแทกอยู่ จากนัน้ นาเทปกาวมาปดิ กลอ่ ง
ภาพที่ 6.6 ทดสอบประสิทธิภาพของวัสดกุ ันกระแทกโดยการโยน