ARCHITECTURE OF
MON HOUSE
สถาปัตยกรรมบ้านมอญ
ค าน า
โดยในปัจจุบันมีข้อมูลบ้านมอญโบราณ อ าเภอพระประแดง
หมู่บ้านทรงคนองเป็นหนึ่ง ในหมู่บ้านของชาวมอญใน
ที่มีปรากฏอยู่ ในเอกสารข้อมูลรูปแบบสถาปัตยกรรม นั้นพบว่าข้อมูลของบ้าน
อ าเภอ พระประแดงเมื่อพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้โปรด เก มอญโบราณเรือนมอญโบราณ รุ่นแรกจะเป็นเรือนเครื่องผูกแบบไทย แต่ใน
ล้าฯ ให้อพยพชาวมอญเพื่อมา ตั้งถิ่นฐานพร้อมกับการก่อสร้าง เมืองนคร หมู่บ้านทรงคะนองพบเพียง 4 แบบได้แก่ 1)เรือนเดี่ยวไม่มีชาน ต่อเติม
เขื่อนขันธ์อันเป็นเมือง หน้าด่านทางทะเล ใน ปี พ.ศ. 2358 โดยหมู่บ้าน ด้านหลัง 2)เรือนเดี่ยว มีชานหรือไม่มีชานมีหลังคาคลุม ต่อเติมใหม่ด้านยาว
ทรงคนองเป็นหมู่บ้าน ที่ยังคงมีกลุ่มเรือนไทยมอญที่มี รูปแบบสถาปัตยกรรม
และเป็นที่อยู่ อาศัยของชาวไทยมอญที่มีเอกลักษณ์ ชัดเจนที่สุดในชุมชนมอญ หรือด้านสกัด 3)เรือน 2 หลังวางตั้งฉากกันต่อเติมหลังคาคลุมด้านหลัง 4)
อ าเภอพระประแดง ตั้งอยู่คอคอดกระเพาะหมู ซึ่ง เป็นส่วนที่แคบที่สุดของ เรือน 2 แฝดไม่มีหรือมีหลังคาคลุมชานกลาง ต่อหลังคาคลุมเนื้อที่ใหม่
ด้านหลัง ต่อมาจึงปรับเปลี่ยนให้มีความคงทนถาวรขึ้น มีการเปลี่ยนแปลง
อ าเภอ พระประแดง มีคลองลัดโพธิ์เชื่อม ระหว่างแม่น้ าเจ้าพระยาทั้งสองด้าน ซ่อมแซมปรับปรุงต่อเติม ให้เข้ากับประโยชน์ใช้สอยตามยุคสมัยเป็นจ านวนมาก
ส าหรับต าบลทรงคนอง
และ ส่งผลให้ในปัจจุบันมีจ านวนบ้านเรือนไทยมอญมีจ านวนลดลง
จากข้อมูลดังกล่าวบ้านมอญโบราณ มีการเปลี่ยนแปลงทาง
ในรัชสมัยพระเจ้าตากสินมหาราชที่มีผู้น า คือพระยาเจ่ง
กายภาพและพื้นที่ใช้สอย จึงได้ศึกษาวิจัยเพื่อรวบรวมเก็บข้อมูลทาง
ต้นตระกูลคชเสนี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงโปรดให้ชาว สถาปัตยกรรมของบ้านมอญโบราณขึ้นใหม่เปรียบเทียบกับข้อมูลเดิม เพื่อ
มอญกลุ่มหนึ่งไปตั้งหลักแหล่งที่เมืองนครเขื่อนขันธ์เช่นกัน โดยชาวมอญชุดนี้ เปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอาคาร และ พื้นที่ใช้สอยภายใน
เรียกว่า มอญใหม่ การอพยพของชาวมอญใหม่ นี้เกิดจากความไม่พอใจในพระ อาคาร และศึกษาข้อมูลทางประวัติความเป็นมาของบ้านมอญโบราณ จึงเป็น
เจ้าปะดุงของพม่า เกณฑ์แรงงานก่อสร้างพระเจดีย์ใหญ่ จึงก่อกบฏที่เมือง ที่มาของวิจัยโครงการศึกษาและออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบ
เมาะตะมะ ภายหลังถูกปราบปรามอย่างทารุณ ต้องหนีเข้ามายังเมืองไทย สถาปัตยกรรมบ้านมอญโบราณ ต าบลทรงคนอง อ าเภอพระประแดง จังหวัด
และอพยพเข้ามายังไทย นับเป็นการอพยพครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดใประวัติศาสตร์
สมุทรปราการ
สารบัญ
ประวัติความเป็นมา ชนชาติมอญ................................................................................................... 1
ประวัติความเป็นมา บ้านมอญ ทรงคนอง................................................................................
ประเพณีและวัฒนธรรมมอญ ทรงคนอง..................................................................................
ข้อมูลทางสถาปัตยกรรม บ้านมอญ ทรงนอง.........................................................................
- ข้อมูลทางสถาปัตยกรรม บ้านหลังที่ 1 .......................................................................
- ข้อมูลทางสถาปัตยกรรม บ้านหลังที่ 2 .......................................................................
- ข้อมูลทางสถาปัตยกรรม บ้านหลังที่ 3 .......................................................................
บรรณานุกรมสารบัญ
ประวัติความเป็นมา ชนชาติมอญ................................................................................................... 1
ประวัติความเป็นมา บ้านมอญ ทรงคนอง................................................................................
ประเพณีและวัฒนธรรมมอญ ทรงคนอง..................................................................................
ข้อมูลทางสถาปัตยกรรม บ้านมอญ ทรงนอง.........................................................................
- ข้อมูลทางสถาปัตยกรรม บ้านหลังที่ 1 .......................................................................
- ข้อมูลทางสถาปัตยกรรม บ้านหลังที่ 2 .......................................................................
- ข้อมูลทางสถาปัตยกรรม บ้านหลังที่ 3 .......................................................................
บรรณานุกรมสารบัญ
ประวัติชนชาติมอญ
จากการที่มีการสู้รบตลอดช่วงเวลาของอาณาจักรมอญ ทั้งรบ
กับพม่า รบกับไทย ไทยใหญ่และยังมีการสู้รบกันเองในหัวเมืองมอญด้วยกัน
เพราะมอญไม่เคยมีการรวมอาณาจักรเป็นหนึ่งเลย ต่างแยกเป็นหัวเมืองมอญ
ต่างๆไม่ขึ้นแก่กัน ไม่มีการมีผู้น าที่เข้มแข็งที่จะน าชนชาติมอญมารวมกันเป็นหนึ่ง
เดียวได้ ดังนั้นคนมอญจึงต้องผจญกับการอพยพโยกย้ายถื่นที่อยู่อยู่ตลอดเวลา
อาณาจักรที่เป็นที่พึ่งในการอพยพของคนมอญหลายครั้งหลายคราจึงเป็น
อาณาจักรไทยนั่นเอง การอพยพของชาวมอญเข้าสู่ประเทศไทยมีต่อเนื่องกัน
หลายครั้งและหลายวัตถุประสงค์ มีการพอพยพเข้ามาในประเทศไทยของคนมอญ
มิใช่อพยพเพราะถูกกวาดต้อนเป็นเชลยเมื่อแพ้สงครามเท่านั้น แต่มีสาเหตุอื่นๆอีก
หลายๆประการ
ชนชาติมอญเป็นชนชาติที่มีความเจริญรุ่งเรืองมีวัฒนธรรมและ
อารยธรรมที่เก่าแก่มาตั้งแต่ครั้งโบราณในอดีตแผ่นดินที่เป็นเมืองหงสาวดี เมือง
เมาะล าเลิง เมืองเมาะตะบะ และเมืองสะเทิมเคยเป็นอาณาจักรมอญที่รุ่งโรจน์ทั้ง
ทางด้านเศรษฐกิจและศิลปวิทยาการ โดยเฉพาะอาณาจักรมอญที่เมืองสะเทิมซึ่ง
ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลมีการติดต่อทางการค้าขายกับอินเดียซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรม
โบราณของโลกเมืองสะเทิมในช่วงพุทธศตวรรษที่16มีความเจริญทั้งด้าน
เศรษฐกิจวัฒนธรรมและศาสนาสูงสุดชนชาติมอญแม้มีความเจริญรุ่งเรืองทาง
วัฒนธรรมแต่มีจุดอ่อนอย่างมากเกี่ยวกัทหารเพราะเป็นชนชาติที่ไม่เก่งในด้าน
การสู้รบท าให้ถูกรุกรานและตกอยู่ในอ านาจพม่าในปี พ.ศ.1600
นอกจากมีเส้นทางอพยพ
ทิ้งการดิ้นรนหาพื้นที่ที่สงบ
ที่คล่องตัว แล้วลักษณะสังคมวัฒนธรรม
ร่มเย็นและอุดมสมบูรณ์กว่าหลบหนีพม่าถูก
กวาดต้อนมาเมื่อรบแพ้ไทยและการอพยพตาม ของไทยและมอญมีความคล้ายคลึงกัน
ครอบครัว พี่น้องที่อพยพเข้ามาอยู่ก่อนหน้า อย่างมากโดยเฉพาะความเชื่อและเรืองของ
แล้ว คือเป็นการอพยพเข้ามาท ากินยังใน ศาสนาซึ่งท าให้คนมอญที่เข้ามาอยู่ในไทย
ประเทศไทยอย่างสมัครใจเช่นเดียวกับชาวจีน แทบไม่ต้องปรับตัวกับสภาพความเป็นอยู่
โพ้นทะเลที่อพยพเข้ามาท ามาหากินและตั้ง และสาเหตุส าคัญอีกประการหนึ่่งคือไทยไม่
รกรากอยู่ในประเทศไทยมากันหลายครั้งหลาย เคยตั้งข้อรังเกียจคนมอญที่อพยพโยกย้าย
ระลอกโดยเฉพาะเส้นทางด่านแม่ละเมาและ ถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ไทยมักใช้
ด่านเจดีย์สามองค์และยังมีเส้นทางย่อยๆ อื่นๆ นโยบายประนีประนอมโดยการแต่งตั้งให้
เช่น ทางจังหวัดอุทัยธานีและเชียงใหม่เป็นต้น เจ้าเมืองมอญเป็นผู้ดูและหัวเมืองมอญ
ด้วยกัน
ชาวมอญที่อพยพเข้ามาอยู่ใน ไ ด้ อ ธิ บ า ย ไ ว้ ถึ ง ก า ร
เมืองไทยมาจากหลายหัวเมืองเช่น หงสาวดี เตรียมพร้อมเรื่องการอพยพของชาวมอญ
เมาะล าเลิงแครงเริงและเมาะตะมะ แต่ส่วนใหญ่ เกี่ยวกับเรื่องเสบียงอาหาร ซึ่งก็พ้องกับที่พิ
จะเป็นกลุ่มที่อพยพมาจากเมืองเมาะตะมะ ซึ่ง สัณฑ์ ปลัดสิงห์เล่าเรื่องชีวิตและความ
อยู่ติดชายแดนไทยและอพยพเข้ามาสู่ไทยได้ง่าย เตรียมพร้อมของเรื่องเล่า“บรรพบุรุษของตนใน 1. จังหวัดเชียงใหม ่
และหลายทางการอพยพของชาวมอญเข้ามาใน หนังสือ” คนมอญ ซึ่งเป็นชาวมอญรุ่นใหม่ที่ 2. จังหวัดตาก
ไทยนั้นดูเสมือนว่าสามารถโยกย้ายเข้ามาได้ อพยพจากหัวเมืองมอญถึงความพร้อมในการ 3. จังหวัดนครสวรรค์
4. จังหวัดอุทัยธานี
ตลอดเวลาแบบเตรียมพร้อมจากเอกสารของโร อพยพมาและยังมีความตั้งใจในการอพยพ 5. จังหวัดกาญจนบุรี
ี
6. จังหวัดราชบุร
เบิร์ตฮัลลิเดย์ผู้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับชาวมอญ กลับไปอีกด้วย 7. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
8. จังหวัดปธุมธานี
9. จังหวัดนนทบุรี
10.จังหวัดสมุทรปราการ
ประเพณีสงกรานต์ ‘ธ ง ต ะ ข า บ ’
ประเพณีสงกราต์ของชาว
ปากลัดนั้น นับเป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงและ ต านานอันเกี่ยวเนื่องกับ
รู้จักกันดีทั้งในหมู่ชาวไทย และต่างประเทศ พุทธประวัติเล่าว่า เมื่อพระนางสิริมหา
มีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและมีพิธีที่ มายาทรงละจากโลกมนุษย์ไปสูสวรรค์ชั้น
เคร่งครัดประกอบไปด้วยประเพณีที่ ดาวดึงส์แล้ว สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เกี่ยวเนื่องและต้องปฏิบัติควบคู่กันไปอีก 3 ได้เสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาในสวรรค์
ประเพณีคือ ประเพณีส่งข้าวสงกรานต์ ชั้นนั้นเป็นเวลาสามเดือนครั้นครบเวลา
ประเพณีแห่หงส์-ธงตะขาบและประเพณีค้ า แล้วเสด็จกลับมายังมนุษย์โลก บ้างก็น า
ต้นโพธิ์ วันสงกรานต์ของมอญคือวันที่ 13 ธงมาปักไว้ตามรายทางแสดงการเฉลิม
–15 เมษายน ซึ่งมอญถือว่าเป็นวันขึ้นปี ฉลองกันด้วยความยินดีส าหรับชาวมอญ
ใหม่ เช่นดียวกับวันขึ้นปีใหม่ของไทยโบราณ นั้นใช้ธงรูปตะขาบ เรียกเป็นภาษามอญ
แต่กิจกรรมที่ปฏิบัตินั้น มีทั้งส่วนที่เหมือน ว่า ‘อะลามเทียะกี่’
และต่างกัน คือ มีการท าบุญตักบาตร รด
น้ าอวยพรผู้ใหญ่ สาดน้ า-รดน้ า เพื่อความ สร ร พ สิ่งทั้งหลายที่
รื่นบันเทิงใจ เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาหรือ องค์สมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วคนมอญจะถือ
ว่ามีความส าคัญส าหรับตนเสมอและยก
ย่องไว้เหนือสิ่งอื่นใด ดังเช่นธงตะขาบ
เป็นต้น วัดมอญส่วนใหญ่จะตั้งเสาหงส์ไว้
หน้าวัด เพื่อแขวนธงตะขาบนั่นเอง
ความหมายคือ เพื่อเป็นการร าลึกถึงและ
บูชาในองค์พระสัมมาสัมพุธเจ้า
อ าเภอพระประแดง หรือนคร
เขื่อนขันธ์เป็นพื้นที่ที่ตั้งถิ่นฐานชาวมอญซึ่งอพยพ
มาในสมัยกรุงธนบุรีซึ่งมีพระยาเจ่งเป็นหัวหน้าโดย
แต่เดิมสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงโปรดเกล้าให้
อยู่ที่ปากเกร็ดเมืองนนทบุรีแบะที่สามโคกเมือง
ปทุมธานี แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลกทรงสถาปนาเมืองนครเขื่อนขันธ์ในบริเวณ
ริมแม่น้ าเจ้าพระยาในพื้นที่ที่มีคลองลัดตัดผ่าน
โดยคลองลัดนี้ท าให้สะดวกต่อการ
เดินเรือโดนไม่ต้องอ้อมคุ้งน้ าคลองลัดในพื้นที่นี้มี
2 คลอง คือ คลองลัดหลวง และ คลอดลัดโพธิ์
พื้นที่ดังกล่าวจึงถูกเรียกกันติดปากว่า ‘ปากลัด’
ปัจจุบันคลองลัดโพธิ์แต่เดิมได้ถูกถมกลายเป็นถนน
คือถนนเพชรหึงษ์ ซึ่งเป็นถนนสายส าคัญผ่าน
ต าบลทรงคนอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เป้นชุมชนมอญ
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
บ้านหลังที่ 2
บ้านของคุณละออ ทองโชค หมู่ 9 บ้านเลขที่ 12 ต าบลทรงคนอง
อ าเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2442
พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 150 ตารางเมตร
จากการสัมภาษณ์และส ารวจ รังวัดบ้านของนางละออ พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 160 ตารางเมตร ในส่วนของ
ทองโชค บ้านเลขที่ 12 หมู่ 9 ต าบลทรงคนอง อ าเภอพระประแดง จังหวัด ชั้นล่างในปัจจุบัน เป็นห้องครัวและห้องพักผ่อน ชั้นบน มีพื้นต่างระดับ
สมุทรปราการ สรุปได้ว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2442 เป็นบ้านเดี่ยวมีรั้วกั้นอาณา 3 ระดับ ประกอบไปด้วย ชานระเบียงด้านหน้า พื้นที่นั่งเล่น ห้องนอน
เขตเฉพาะ โดยตัวเรือนมี 2 ชั้นยกใต้ถุนสูงแบบเรือนไทย อยู่กันมาตั้งแต่สมั้ย ห้องน้ า ห้องพระ เสาชั้นล่างจะเป็นคอนกรีตในปัจจุบัน แต่ในส่วนของ
ตา –ยาย มีการซ่อมแซมใหม่หลายครั้ง ครั้งล่าสุดที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้ง เสาชั้นบนจะเป็นเสาไม้ มีผนังทั้งหมด 3แบบ คือ ผนังคอนกรีต ผนังฝา
หลังคือ พ.ศ. 2508-2509 ได้ย้ายตัวบ้านออกและปลูกปรับปรุงใหม่เปลี่ยน ปะกนลูกฟัก และผนังไม้ฝาตีตามแนวนอน และ แนวตั้ง ประตูหน้าต่าง
เสาตอม่อเป็นเสาปูน แต่ใช้ตัวเรือนเดิม โครงสร้างหลังคา ผนัง พื้น เป็นของ เป็นบานไม้และบานเลื่อน หลังคาจั่วสูงและจั่วความลาดเอียงต่ า ผสม
เก่าแต่ดั้งเดิม เปลี่ยนหลังคาจากหลังคามุงจากป็นหลังคามุงกระเบื้องลอน หลังคาเพิง เป็นกระเบื้องลอนเล็กทั้งหมด ส่วนหน้าจั่วเป็นหน้าจั่วใบเรือ
เล็ก ส่วนใต้ถุนบ้านซึ่งแต่เดิมเป็นดินทุบแน่นเปลี่ยนเป็นพื้นคอนกรีตและ
กั้นห้องข้างล่างบางส่วนเพื่อใช้เป็นห้องอาหาร ครัว และพักผ่อน
์
องคประกอบทางสถาปัตยกรรม