The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by harit praman, 2022-05-03 23:58:38

เล่ม คก.น่าน

เล่ม คก.น่าน



คำนำ

รายงานผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ฉบับน้ี
เป็นการรวบรวมผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศยั อำเภอลับแล ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ คณะกรรมการฝา่ ยประเมนิ ผลการดำเนินงาน
ไดร้ ับมอบให้รวบรวมข้อมลู ความคดิ เห็นของผู้เขา้ ร่วมกจิ กรรมและสรปุ ผลการดำเนินกจิ กรรม

คณะกรรมการฝ่ายประเมินผล ขอขอบคุณผู้บริหาร ครู และบุคลากร ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ในการตอบแบบสอบถามทกุ ท่าน ทใี่ ห้การสนับสนนุ ในการดำเนินกิจกรรมจนสำเรจ็ และลุล่วงไปด้วยดี
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารประเมินผลการดำเนินโครงการโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนา
หลักสูตรท้องถิ่น ฉบับนี้ จะสามารถเป็นข้อมูลในการพัฒนาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอำเภอลับแล ตอ่ ไป

คณะกรรมการฝ่ายประเมนิ ผล

สารบญั ข

คำนำ หน้า

สารบญั ข

บทท่ี ๑ บทนำ ๑
ความเป็นมาและความสำคัญ ๑
วตั ถปุ ระสงค์ ๑
เป้าหมายการดำเนินงาน ๒
เคร่ืองมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ๒
ประโยชนท์ ่คี าดวา่ จะไดร้ บั

บทท่ี ๒ เอกสารและงานวิจัยทเ่ี กี่ยวข้อง ๘
ความร้เู บอ้ื งตนเก่ียวกบั การจัดทำหนงั สอื เรยี น

นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สนง. กศน. ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ๙
๑๐
บทที่ ๓ วิธกี ารดำเนินงาน ๑๐
ขัน้ ตอนวางแผน (Plan)
ขั้นตอนการรว่ มกนั ปฏิบตั ิ (Do) ๑๑
ขัน้ ตอนรว่ มกนั ประเมิน (Check) ๑๑
ขน้ั ตอนการร่วมปรบั ปรงุ (Act) ๑๑
๑๔
บทท่ี ๔ ผลการดำเนินการและวเิ คราะหข์ ้อมูล
สรปุ ขน้ั ตอนในการดำเนนิ งาน ๑๕
ขั้นตอนการร่วมกนั วางแผน (Plan) ๑๕
ข้นั ตอนการร่วมกนั ปฏบิ ัติ (Do) ๑๕
ขน้ั ตอนรว่ มกนั ประเมนิ (Check) ๑๖
ขั้นตอนการร่วมปรับปรุง (Act) ๑๖
๑๖
บทท่ี ๕ สรุปผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ ๑๗
วัตถุประสงค์
เปา้ หมาย
เครือ่ งมือที่ใช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
สรปุ ผลการดำเนนิ การ
ปญั หา/ขอ้ เสนอแนะ

ภาคผนวก



บทที่ ๑

บทนำ

๑.๑ หลักการและเหตุผล
ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสำนักงาน กศน.ปี ๒๕๖๕ ยุทธศาสตร์ ด้านการจัดการเรียนรู้

คุณภาพในการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรท้องถิ่นให้สอดรับกับการพัฒนาคน
ทิศทางการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ความต้องการและความหลากหลาย
ของผู้เรียน/ผู้รับบริการ รวมถึงปรับลด ความหลากหลายและความซ้ำซ้อนของหลักสูตรและส่งเสริม
การใช้เทคโนโลยีในการจัดหลักสูตรการเรียนรู้ในระบบออนไลน์ด้วยตนเองครบวงจร ตั้งแต่การ
ลงทะเบียนจนการประเมินผลเมื่อจบหลักสูตร ทั้งการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
การศึกษา ต่อเน่ือง และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อเป็นการสร้างและขยายโอกาสในการเรียนรู้ให้กับ
กลุ่มเปา้ หมายที่สามารถเรยี นรู้ ไดส้ ะดวก และตอบโจทย์ความต้องการของผ้เู รียนรวมทงั้ สง่ เสริมให้ครู
และบุคลากรในสังกัดพัฒนาตนเอง ให้มีสมรรถนะสูงขึ้น เพื่อการบริหารจัดการ กศน. ตำบล และ
การปฏบิ ัติงานตามบทบาทภารกจิ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ โดยเน้นการเป็นนกั จัดการความรแู้ ละผู้อำนวย
ความสะดวกในการเรียนรู้เพื่อให้ผูเ้ รยี นเกิดการเรียนรูท้ ี่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง และส่งเสริมให้มี
ความรู้ความสามารถในการจัดทำแผนการสอน การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
พัฒนาศักยภาพบุคลากร ที่รับผิดชอบการบริการการศึกษาและการเรียนรู้ ให้มีความรู้ ความสามารถ
และมีความเป็นมอื อาชพี ในการจดั บริการส่งเสริมการเรียนร้ตู ลอดชีวิตของประชาชน

ดังน้ัน กศน.อำเภอลับแล จงึ ไดจ้ ัดทำโครงการพฒั นาบุคลากรดา้ นการพัฒนาหลักสตู รท้องถิ่น
และการวัดประเมินหลักสูตรในการจัดกระบวนการการเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและเสริม
ทักษะวชิ าการ ให้ปฏบิ ัตงิ านในสถานศกึ ษาไดอ้ ย่างถกู ต้อง และมปี ระสทิ ธภิ าพ คร้งั นี้ขึ้น

๑.๒ วตั ถุประสงค์
๑.๒.๑ เพอื่ ให้ครูและบุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการพฒั นาหลักสูตรและ

สามารถนำไปใช้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
๑.๒.๒ เพื่อให้สถานศึกษามีหลักสูตรที่เหมาะสมและสอดคล้องกับท้องถิ่นเทียบเคียง

กับมาตรฐานสากล
๑.๒.๓ เพื่อให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ตอบสนองความต้องการความสามารถ

และความสนใจของผ้เู รียน

๑.๓ เปา้ หมายการดำเนินงาน
๑.๓.๑ เชงิ ปรมิ าณ
ครแู ละบุคลากรทางการศึกษา กศน.อำเภอลบั แล จำนวน ๑๘ คน
๑.๓.๒ เชงิ คณุ ภาพ
ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคน มีความรู้ ความเข้าใจงานการพัฒนาบุคลากรด้านการ

พัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นและประเมินหลักสูตร และการจัดกระบวนการการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียน



เป็นสำคัญและเสริมทักษะวิชาการ สามารถนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานในสถานศึกษาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพในสถานศกึ ษาได้

๑.๔ เครื่องมอื ท่ใี ชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล
เครอื่ งมอื ทีใ่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ในคร้งั นี้
แบบประเมินความพึงพอใจ โครงการพฒั นาบุคลากรดา้ นการพฒั นาหลักสูตรทอ้ งถนิ่

๑.๕ ประโยชน์ทีค่ าดว่าจะไดร้ บั
ผู้เข้ารับการอบรม มีความรู้ความเข้าใจในด้านการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นและการประเมิน

หลักสูตร สามารถนำความร้ไู ปใช้ในการปฏบิ ตั งิ านในสถานศกึ ษาได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ



บทที่ ๒

เอกสารและงานวิจยั ท่เี กย่ี วข้อง

เอกสารแนวคดิ ทฤษฎีท่เี ก่ียวขอ้ งการรายงานผลการดำเนนิ งานโครงการ
ในการสรุปและประเมินโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นในครั้งนี้

ผูป้ ระเมนิ ได้ศกึ ษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจยั ท่เี ก่ียวข้องซ่งึ จะไดน้ ำเสนอตามลำดบั ต่อไปนี้

๑. ความร้เู บ้ืองต้นเกีย่ วกับการจดั ทำหนังสอื เรยี น
การเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตรนั้น จำเป็น

จะต้องมีสื่อการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตร เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้เป็นบุคคลที่มี
คณุ ภาพตามท่หี ลักสตู รต้องการ สอ่ื ดงั กลา่ ว ไดแ้ ก่ หนังสือเรยี น ซ่ึงเปน็ สื่อสำคญั ที่ครจู ะต้องใช้ในการ
จัดการเรียนการสอนโดยปกติครูมักจะต้องจัดหาหนังสือเรียนที่จัดทำโดยกระทรวงศึกษาธิการ หรือ
สำนักพิมพ์ของเอกชน เพื่อใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งหนังสือดังกล่าว หากนำมาใช้ในหลักสูตร
รายวิชาเลือกอาจมีเนื้อหาท่ีไม่สอดคล้องกับผู้เรียน และบริบทในท้องถิ่น ดังนั้นครูจึงควรเป็นผู้สร้าง
หนังสือเรียนด้วยตนเองหรือกลุ่มเพื่อนครู เพื่อจะได้หนังสือเรียนที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับหลักสูตร
และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้เรียนอย่างแท้จริง ในที่นี้ขอกล่าวถึงการสร้างหนังสือเรียนในประเด็น
ต่อไปนี้ หนังสือเรียนในฐานะสื่อการเรียนรู้ แนวทางการสร้างหนังสือเรียน มีวิธีการเรียบเรียงเนื้อหา
ภาษาวิชาการที่ปรากฎในหนังสือเรียน และการเตรียมการเพื่อจัดทำหนังสือเรียน ซึ่งมีรายละเอียด
ดงั น้ี

๑.๑ หนงั สือเรียนในฐานะสือ่ การเรียนรู้
ดังที่กล่าวแล้วว่าหนังสือเรียนเป็นสื่อการเรียนรู้ที่สำคัญต่อการจัดการเรียนการ

สอน เพื่อให้เข้าใจในเรื่องนี้ได้ดียิง่ ขึ้น จะขอกล่าวถึงความหมาย และการกำหนดประเภทของสื่อการ
เรยี นร้ปู ระเภทหนังสือ ดงั น้ี

๑.๑.๑ ความหมายสอ่ื การเรยี นรู้ มนี กั วชิ าการหลายท่านให้ความหมายของคำว่า
"สื่อการเรยี นรู้" ไว้ดงั นี้

กรมวิชาการ (2544 : 20) ให้ความหมายของ "สื่อการเรียนรู้" หมายถึง ทุกส่ิง
ทุกอย่างรอบตัวผู้เรียนที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เน้นสื่อที่ใช้สำหรับการศึกษาคันคว้า
ด้วยตนเอง ทั้งผู้เรียนและผู้สอน ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทำ พัฒนาสื่อการเรียนรู้ขึ้นเอง หรือ
นำสื่อต่าง ๆ ทีม่ อี ยู่รอบตัวมาใชใ้ นการเรยี นรู้

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2555 : 15) กล่าวว่า "สื่อการ
เรียนรู้" หมายถึง แบบเรยี น ตำรา หนังสอื ทางวชิ าการ ส่ิงพิมพอ์ น่ื ๆ วสั ดอุ ุปกรณ์ และเทคโนโลยีเพ่ือ
การศึกษาอื่นที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาปฐมวัย
ของกระทรวงศกึ ษาธิการ

สมุ าลี ชยั เจรญิ (2554 : 41) ไดก้ ลา่ วไว้ว่า "ส่อื การเรยี นรู้" หมายถึง ทุกสิ่งทุก
อย่างรอบตัวผู้เรียนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เช่น วัสดุ อุปกรณ์ วิธีการ ตลอดจน คน สัตว์
สิ่งของ ธรรมชาติ รวมถึงเหตุการณ์ หรือแนวความคิด อาจอยู่ในลักษณะที่ถ่ายทอดความรู้ ความ
เข้าใจ ความรู้สึก เพิ่มพูนทักษะและระสบการณ์ หรือเป็นเครื่องมือที่กระตุ้นให้เกิดศักยภาพ



ทางความคิด (Cognitive Tools) ตลอดจนกระตุ้นให้เป็นผู้แสวงหาความรู้และมีทักษะในการสร้าง
ความรูด้ ้วยตนเอง เพื่อมุ่งส่งเสรมิ ใหผ้ ูเ้ รียนมโี อกาสเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง

ดงั นั้น สื่อการเรยี นรู้ จึงหมายถึง สิง่ ทใ่ี ช้ประกอบการเรยี นการสอน โดยมงุ่ เน้น
ให้ผู้เรียนสามารถเรยี นรู้ใด้ด้วยตัวเอง เพื่อเพ่ิมเติมความรู้ที่มีอยูเ่ ดิมหรืออาจสร้างความรู้ ความเข้าใจ
ใหม่ได้อกี วธิ ีการหน่งึ

๑.๑.๒ คุณลักษณะเฉพาะของสื่อการเรียนรู้ ลักษณะการจัดทำส่ือการเรียนรู้ที่ดี
และมีประโยชน์ต่อการศึกษานั้น จะมีคุณลักษณะเฉพาะดังที่ สุมาลี ชัยเจริญ (2554) ได้กล่าวถึง
คุณลักษณะของสื่อการเรียนรู้ว่า "ต้องช่วยส่งเสริมการสร้างความรู้ของผู้เรียน ช่วยส่งเสริมการศกึ ษา
คันคว้าด้วยตนเอง มุ่งเน้นการพัฒนาความคิดของผู้เรียน เป็นสื่อที่หลากหลาย ได้แก่ วัสดุ อุปกรณ์
วิธีการ ตลอดจนสิ่งที่มีตามธรรมชาติ และช่วยพัฒนาการทำงานร่วมกันเป็นทีม" ซึ่งหากพิจารณาถึง
ลักษณะการจัดทำสื่อการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2552 : 17)
ได้กำหนดลักษณะการจัดทำสื่อการเรียนรู้ไว้ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้ส่วนราชการ
หรือผู้ได้รับมอบหมายแต่งตั้งหรือมอบหมายผู้จัดทำ ดังน้ี ๑) จัดทำหรือเรียบเรียงขึ้นเอง เป็นผลงาน
คนั ควา้ ของตนเองหรือสรา้ งสรรค์ขึ้นใหม่ ๒) เรียบเรียงขึ้นจากผลงานคนั คว้าองผู้อนื่ หรือจากต้นฉบับ
ของผู้อื่นหลาย ๆ ฉบับ ๓) แปลหรือเรียบเรียงโดยอาศัยต้นฉบับของผู้อื่น ๔) ปรับแก้ไขจากของเดิม
ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการอนุญาตให้ใช้แล้ว และ ๕) เป็นผลงานที่จัดพิมพ์เผยแพร่แล้วซึ่งส่วนราชการ
ผู้รับผิดชอบเห็นว่ามีเนื้อหาสาระสอดคล้องกับหลักสูตร และพิจารณาเห็นชอบให้พิมพ์ เผยแพร่ได้
ทั้งนี้ "สื่อการเรียนรู้" นั้น จะต้องเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา มีคำอธิบายละเอียดชัดเจนมีความ
ประณีต เรียบร้อย หากเป็นลิขสิทธิ์ของบุคคลหรือหน่วยงานใด ต้องได้รับอนุญาตและมีข้อตกลง
กบั เจ้าของลิขสทิ ธ์ิ

อนึ่ง สื่อการเรียนรู้ที่ได้รับการยอมรับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ก็คือ "หนังสือเรียน"
ที่ต่อมาก็ได้รับการยอมรับโดยทั่วกันว่า เป็นหนึ่งในสื่อการเรียนรู้เช่นกัน ดังนั้นการให้ความสำคัญ
กับสื่อการเรียนรู้ย่อมหมายถึงหนังสือเรียนอีกนัยหนึ่ง ซึ่งการสร้างสื่อการเรียนรู้หรือหนังสือเรียน
จึงเป็นเรื่องของความละเอียดและพิถีพิถัน ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมหรือพัฒนาทักษะและ
การเรียนรู้ทางวิชาการของผู้เรียนให้เกิดกระบวนการทางปัญญา (Cognitive Process) อย่างเต็ม
ศักยภาพ

๑.๑.๓ กำหนดประเภทของส่ือการเรยี นรู้ประเภทหนังสือ กระทรวงศึกษาธิการ
(2522) ได้มีคำสั่งเรื่อง แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้และการควบคุมการใช้หนังสือสำหรับนักเรียน
โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งกำหนดประเภทของหนังสือที่ใช้ในโรงเรียนไว้ ดังนี้
๑) หนังสือเรียน ๒) หนังสือเสริมประสบการณ์ ซึ่งแบ่งได้เป็น ๔ ประเภท ได้แก่ หนังสืออ่านนอก
เวลา หนังสืออ่านเพิ่มเติม หนังสืออุเทศ และหนังสือส่งเสริมการอ่าน ซึ่งเป็นประเภทสุดท้าย
ของหนังสอื ท่ีใช้ในโรงเรยี น และ ๓) แบบฝึกหดั

ต่อมา กระทรวงศึกษาธิการ (2544) ได้มีคำสั่งเรื่อง แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้
และการควบคุมการใช้สื่อการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
โดยยกเลิกคำสั่งข้างต้นแต่เนื้อหาสาระยังคงใกล้เคียงสอดคล้องกับเอกสารแนบท้ายคำส่ัง
กระทรวงศึกษาธิการฉบับเดิม กล่าวเฉพาะประเภทของสื่อการเรียนการสอนท่ใี ช้ในโรงเรียน แบ่งเป็น
๔ ประเภท คือ ๑) หนังสือเรียน ๒) แบบฝึกหัด ๓) คู่มือการเรียนการสอน ๔) หนังสือเสริม



ประสบการณ์ ซึ่งแบ่งย่อยได้ ๔ ประเภท ได้แก่ หนังสืออ่านนอกเวลาหนังสืออ่านเพิ่มเติม หนังสือ
อุเทศ และหนงั สือส่งเสริมการอา่ น โดยมรี ายละเอยี ดของแต่ละประเภท ดังนี้

๑) หนังสือเรยี น คือ หนังสอื ทกี่ ระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้ใชส้ ำหรับการ
เรียนมีเนื้อหาถูกต้องและสอดคล้องกับหลักสูตร ซึ่งคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ (2522) ได้ระบุถึง
รปู เล่มหนังสอื เรยี นอาจจะมลี ักษณะเปน็ เล่ม เปน็ แผ่นหรอื เปน็ ชุดได้รวมท้ังบอกดว้ ยวา่ อาจใช้ชื่อเรียก
ต่าง ๆ กันว่า หนังสือแบบเรียน แบบสอนอ่าน หนังสืออ่าน หนังสือประกอบการเรียน ก็ได้ ทั้งนี้ใน
อดีต ก่อนหลักสูตรพุทธศักราช 252๑ และก่อนหลักสตรพุทธศักราช ๒๕๒๔ มักเรียกชื่อหนังสือ
ลักษณะนี้ว่า แบบเรียน แต่เปลี่ยนมาใช้ว่า หนังสือเรียน ตามหลักสูตร ตั้งแต่พุทธศักราช 2521
เป็นต้นมา เช่น หนังสือเรียนภาษาไทย ตามหลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช 2521 ที่เรียกกัน
ทั่วไปว่า ชุดมานะมานี เป็นตน้

๒) แบบฝึกหัด คือ สื่อการเรียนสำหรับให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติเพื่อช่วย
ส่งเสริมให้เกิดทักษะและความแตกฉานในบทเรียน แบบฝึกหัดที่จะใช้ในโรงเรียนได้น้ัน
กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้กำหนด ซึ่งคำอธิบาย เกี่ยวกับแบบฝึกหัดนี้ ไม่มีรายละเอียดเปลี่ยนแปลง
จากคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ (2522) เพียงย้ายลำดับจากหนังสืออ่านเพิ่มเติมมาอยู่หลังจาก
ประเภทหนังสือเรียน เป็นข้อสังเกตว่าให้ความสำคัญใกล้เคียงหนังสือเรียนในปัจจุบันมีแบบฝึกหัด
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยระดับประถมศึกษา เช่น แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย
ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการ
เรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) หรอื บางหนว่ ยงาน เช่น สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์
และทคโนโลยี (สสวท.) ได้จัดทำกิจกรรมวิทยาศาสตร์ จัดทำแบบฝึกเสริมทักษะรายวิชาพื้นฐาน
คณิตศาสตร์ ระดับประถมศึกษาแต่ละชั้น พิมพ์เผยแพร่จำหน่ายช่วยครูผู้สอนด้วย อย่างไรก็ตาม
กลุ่มสาระการเรียนรู้ประเภททักษะ จำเป็นต้องให้นักเรียนฝึกหัดเพื่อความชำนาญ ครูผู้สอนจึงควร
สรา้ งแบบฝกึ หดั เพิม่ เติมใหส้ อดคล้องกบั ผเู้ รยี นของตน

๓) คมู่ ือการเรยี นการสอน คือ หนังสอื สำหรับใช้ประกอบการเรยี นการสอน
ของครูและนักเรียน หนังสือประเภทนี้มีกล่าวถึงในคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ (2544) เป็นหนังสือ
ที่จะช่วยในการเรียนการสอน ซึ่งมิได้บังคับว่านักเรียนต้องมีใช้ประจำตัว แต่เป็นหนังสือที่ครูและ
นักเรียนใช้ร่วมกันได้ เช่น คู่มือ การเรียนการสอนภาษาไทย เรื่อง สร้างเด็กไทยให้อ่านเก่ง อ่านเร็ว
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 คู่มือการเรียนการสอนภาษาไทย เรื่อง คิดและเขียนเชิงสร้างสรรค์
เรยี งความ ย่อความและสรปุ ความ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 4-6

๔) หนังสือเสริมประสบการณ์ คือ หนังสือที่จัดทำขึ้นโดยมุ่งเน้นถึง
ประโยชน์ของการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง การเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่เรียนรู้
ตามหลักสูตรให้กว้างขวางขึ้น การเสริมสร้างทักษะและนิสัยรักการอ่าน ความซาบซึ้งในคุณค่า
ของภาษาและความสนกุ สนานเพลิดเพลิน จำแนกประเภทได้

(๑) หนังสืออ่านนอกเวลา คอื หนังสอื ท่ีกระทรวงศึกษาธกิ ารกำหนดให้
ใช้ ในการเรยี นวชิ าหนงึ่ ตามหลกั สตู รนอกเหนือจากหนงั สือเรยี น สำหรับให้นักเรียนอา่ นนอกเวลา
เรียน โดยถือวา่ กจิ กรรมการเรียนรู้เกยี่ วกับหนังสอื นีเ้ ปน็ สว่ นหนง่ึ ของการเรียนการสอนตามหลกั สูตร



(๒) หนังสืออ่านเพิ่มเติม คือ หนังสือที่มีสาระอิงหลักสูตร สำหรับให้
นักเรียนอ่านเพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองตามความเหมาะสมกับวัย และความสามารถ
ในการอ่านของแตล่ ะบคุ คลหนงั สือประเภทนี้เคยเรยี กวา่ หนังสืออ่านประกอบ

(๓) หนงั สอื อุเทศ คือ หนังสือสำหรับใช้ค้นคว้าอา้ งองิ เก่ยี วกับการเรียน
การสอนการเรยี บเรยี ง หนงั สือประเภทนเ้ี ปน็ หนังสอื เชงิ วิชาการ

(๔) หนังสือเสริมการอ่าน คือ หนังสือที่จัดทำขึ้นโดยมุ่งส่งเสริมให้
ผู้อ่านเกิดทักษะในการอ่านและนิสัยรักการอ่านมากยิ่งขึ้น อาจเป็นหนังสือสารคดี นวนิยาย นิทาน
ฯลฯ ที่มีลักษณะไม่ขัดต่อความมั่นคงของซาติ วัฒนธรรม ประเพณี และศีลธรรมอันดีงาม ให้ความรู้
มคี ติและมสี ารประโยชน์

จะเห็นได้ว่าเกณฑ์ที่สำคัญในการจำแนกประเภทหนังสือ ก็คือวัตถุประสงค์ใน
การจัดทำหนงั สอื ดงั กล่าวทำให้ครแู ละผู้เรยี นสามารถเลือกใชห้ นงั สือแต่ละประเภทได้ตามจุดมุ่งหมาย
ของตน การที่ผู้ใช้หนังสือจะได้ประโยชน์อย่างครบถ้วน ย่อมขึ้นอยู่กับผู้สร้างหนังสือด้วยว่าจะมีแนว
การสรา้ งหนังสือแต่ละประเภทอย่างไร จึงจะทำให้เกดิ คณุ ภาพตามท่ีต้องการ

หนังสือที่ครูจะใช้ในการเรียนการสอนโดยตรง คือ หนังสือเรียนที่สำคัญที่สุด
ดงั น้นั หากครูสามารถสร้างหนังสือเรียนได้สอดคล้องกับหลักสูตรทต่ี นสอน จะทำให้การเรียนการสอน
บรรลุวตั ถุประสงค์ และทำใหผ้ ูเ้ รียนได้รับประโยชน์จากการเรียนอย่างแท้จริง

๑.๒ แนวทางการสร้างหนังสือเรียน
การสร้างหนังสือเรียนให้มีคุณภาพนั้น ผู้สร้างต้องศึกษาลักษณะสำคัญ

ของหนังสือ และวิธีการจดั ทำหนังสอื เรยี น ซ่ึงมรี ายละเอยี ด ดังนี้
๑.๒.๑ ลักษณะสำคัญของหนังสือเรียน หนังสือเรียนจะต้องมีลักษณะสำคัญ

ดงั ต่อไปน้ี
๑) ด้านหลักสูตร หนังสือเรียนต้องมีเนื้อหาสาระครบถ้วนตามสาระ

การเรยี นรูท้ ีก่ ำหนดไว้แต่ละชนั้ เรียน ในแตล่ ะภาคเรยี น หรอื ในแต่ละปี เนื้อหาสาระดังกล่าวจะต้องมี
ความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ที่ระบุไว้ และมีลักษณะที่น่าเชื่อได้ นอกจากน้ี หนังสือเรียน
จะต้องมีเน้ือหาสาระเป็นจำนวนมากนอ้ ย เหมาะสมกบั จำนวนช่ัวโมงท่ีกำหนดดว้ ย

๒) ด้านเนื้อหาวิชา หนังสือเรียนจะต้องนำเสนอเนื้อหาสาระที่ถูกต้อง
ตามหลักวิชา ในสาขานั้น ๆ เนื้อหามีความทันสมัย มีปริมาณมากน้อยพอเหมาะสมแก่การที่จะให้
นกั เรียนเกิดการเรียนรแู้ ละมคี วามสามารถตามที่ระบุไว้ในมาตรฐานการเรยี นรู้

๓) ด้านการเสนอเนื้อหา หนังสือเรียนจะต้องเสนอเนื้อหาสาระ
โดยแบ่งเป็นหน่วย เป็นตอนหรือเป็นบทอย่างเหมาะสม การเรียงลำดับเนื้อหาสาระจะต้องมี
ความเหมาะสม ตามหลักวิชาและตามธรรมชาติของการเรียนรู้ นอกจากนี้ในการเสนอเนื้อหาแต่ละ
เรอื่ งจะตอ้ งมีความสอดคลอ้ งกนั ระหว่างหัวข้อเร่ืองและเนอ้ื หาดว้ ย

๔) ด้านสง่ เสริมความเข้าใจ เนือ้ หาสาระทีเ่ สนอในหนงั สือเรียนจะต้อง
ชัดเจนและผู้เรยี นสามารถเขา้ ใจได้ง่าย



๕) ด้านส่งเสริมการเรียนการสอน หนังสือเรียนส่งเสริมการเรียน
การสอน โดยช้ีแนะผู้เรยี นใหท้ ำความเขา้ ใจขณะอ่าน และชว่ ยชี้แนะครูซ่งึ เปน็ สื่อกลางระหว่างผู้เขียน
หนงั สอื และผ้เู รยี นในการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนดว้ ย

๑.๒.๒ การจัดทำหนังสือเรียน ในการจัดทำหนังสือเรียนนั้น สมพร จารุนัฏ
(2554: 1๓-๒๗) มกี ระบวนการจดั ทำสรปุ ได้ ดังนี้

๑) ข้ันศึกษาหลักสูตร ในขั้นนี้เป็นการศึกษารายละเอียดอันเป็น
ข้อกำหนดเกี่ยวกับหลักสูตรโดยทั่วไป เช่น หลักการ จุดหมาย มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระ
การเรียนรู้ การจัดกาเรียนการสอน การจัดเวลาเรียน สื่อการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผล
การเรียนรู้ และเกย่ี วกับหลกั สูตระดบั กลุ่มสาระการเรียนรู้ การศกึ ษาส่วนประกอบต่าง ๆ ในหลักสูตร
ดังกล่าว ต้องอาศัยการวิเคราะห์การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และผลกระทบที่มีต่อกัน นำไปสู่การ
ตัดสินใจ หรือสังเคราะห์งานที่จะนำไปสู่การวางแผนและเตรียมการเพื่อสร้างต้นฉบับหนังสือเรียน
ตอ่ ไป

๒) ขน้ั ศึกษาเกย่ี วกบั ตัวผเู้ รียน ในขน้ั น้เี ป็นการศึกษาพจิ ารณาเก่ียวกับ
ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์พื้นฐาน ภูมิหลังของผู้เรียนในชั้นเรียนที่ผ่านมา และความ
พร้อมที่จะศึกษาเล่าเรียนในชั้นเรียนที่สูงขึ้นไป เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนเตรียมการในการ
สร้างตันฉบบั หนังสอื เรียนสำหรับผเู้ รียนซึง่ เปน็ กลุ่มเป้าหมาย

๓) ขั้นวางแผนเตรียมการจัดทำตันฉบับ การวางแผนการทำต้นฉบับ
จะดำเนนิ การ ดังน้ี

(๑) ขอบข่ายเนื้อหาสาระเป็นเรื่องหรือหวั ข้อใหญ่ และหัวข้อย่อย
ทีจ่ ะนำเสนอเปน็ บท ๆ ในหนังสือเรยี น

(๒) จุดประสงค์การเรียนรู้หรือมาตรฐานการเรียนรู้ที่ผู้เรียน
จะตอ้ งแสดงความรู้ความสามารถเกยี่ วกบั สาระความร้แู ต่ละเรื่อง แต่ละหัวข้อ

(๓) แนวทางการนำเสนอเนื้อหาสาระในแต่ละเรื่อง แต่ละตอน
แต่ละบท ที่มีความชัดเจนน่าสนใจ มีตัวอย่างภาพประกอบ อันจะเป็นแนวทางในการศึกษาทำความ
เข้าใจด้วยตนเองของผู้เรยี น

(๔) การตั้งชื่อหัวข้อเรื่อง การเรียงลำดับเนื้อหา และหัวข้อเรื่อง
ซึ่งจะส่งเสริมกระบวนการเรียน แนวทางชี้แนะเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแก่ครู พร้อมกับช่วย
ผูเ้ รียนให้ทำความเขา้ ใจเนือ้ หาสาระ

(๕) รูปแบบของบทเรียน แตล่ ะบทในหนงั สอื เรยี นท้ังเล่ม
(๖) เคา้ โครงเรอื่ งของหนงั สือเรยี น
(๗) แหลง่ ขอ้ มลู ทงั้ เกีย่ วกับเน้อื หาและภาพประกอบ
(๘) กำหนดเวลาในการเขยี นตน้ ฉบับ
๔) ขนั้ เขียนต้นฉบับ ผูเ้ ขยี นเขยี นต้นฉบับเป็นบท ๆ ตามเค้าโครงเร่ือง
ท่กี ำหนด
๕) ขั้นบรรณาธิการกิจตน้ ฉบับ เมื่อได้ต้นฉบับหนังสือเรียนแลว้ ต้องมี
การตรวจพิจารณาความถูกต้องของเนื้อหา ความกลมกลืนสอดคล้องในการนำเสนอเนื้อหา และการ
ใช้คำศัพท์ต่าง ๆ ตรวจแก้ไขการใช้ภาษา ความชัดเจน ความถูกต้องและเหมาะสมของภาพประกอบ



และความสอดคลอ้ งกับหลักสตู รและมาตรฐานการเรยี นรู้ เป็นต้น แล้วจึงส่งต้นฉบับเข้าส่กู ระบวนการ
จัดพมิ พเ์ ป็นเลม่ ตอ่ ไป

ขั้นตอนดังกล่าวเป็นขั้นตอนหลักที่นิยมในการจัดทำหนังสือเรียน ในการ
ดำเนินการจัดทำหนังสือเรียนบางลักษณะอาจมีการเพิ่มบางขั้นตอน เพื่อทำให้ได้หนังสือเรียนที่มี
ประสทิ ธิภาพตามความต้องการของผูจ้ ัดทำ

๑.๓ การเตรียมการเพ่อื จดั ทำหนงั สอื เรยี น
ในการจัดทำหนังสือเรียนรายวิซาเลือกเสรี จะต้องวิเคราะห์หลักสูตร พิจารณา

คำอธิบายรายวิชาและรายละเอียดคำอธิบายรายวิชา แล้วนำรายละเอียดดังกล่าวมาทำเป็นขอบข่าย
เน้อื หา เพ่ือจัดทำเปน็ เค้าโครงเรื่องของหนังสือเรียน เมอ่ื ได้เคา้ โครงเร่ืองของหนังสือเรยี นแลว้ ก็นำมา
จัดทำเปน็ โครงสร้างหนงั สอื เรียนรายวชิ าเลอื กเสรี

๒. นโยบายและจดุ เน้นการดําเนนิ งาน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศยั ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕

๑. ด้านการจัดการเรียนร้คู ุณภาพ สอดคลอ้ งกับขอ้ ที่
ข้อท่ี ๑.๔ ปรับปรุงหลักสูตรทุกระดับทุกประเภทให้สอดรับกับการพัฒนาคน

ทิศทางการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ความต้องการและความหลากหลาย
ของผู้เรียน/ผู้รับบริการ รวมถึงปรับลด ความหลากหลายและความซ้ำซ้อนของหลักสูตร เช่น
หลักสูตรการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายบนพื้นที่สูง พื้นที่พิเศษ และพื้นที่ชายแดน รวมทั้งกลุ่มชาติ
พันธ์ุ

ขอ้ ที่ ๑.๖ ส่งเสริมการใชเ้ ทคโนโลยใี นการจัดหลักสูตรการเรยี นรใู้ นระบบออนไลน์ด้วย
ตนเองครบวงจร ตั้งแต่การลงทะเบียนจนการประเมินผลเมื่อจบหลักสูตร ทั้งการศึกษานอกระบบ
ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษา ต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อเป็นการสร้างและ
ขยายโอกาสในการเรยี นรใู้ หก้ บั กล่มุ เป้าหมายที่สามารถเรยี นรู้ ได้สะดวก และตอบโจทย์ความต้องการ
ของผ้เู รียน (กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงาน กศน. 25 ตุลาคม 2564)



บทที่ ๓

วธิ กี ารดำเนนิ งาน

รายงานผลการจัดกจิ กรรมตามโครงการพัฒนาบคุ ลากรดา้ นการพัฒนาหลกั สตู รท้องถิ่นได้นำ
วงจรคุณภาพของเดมงิ่ PDCA มาใช้ในการดำเนินการ ๔ ขนั้ ตอนดังนี้

1. ขน้ั ตอนการร่วมกนั วางแผน (Plan)
2. ขน้ั ตอนการร่วมกันปฏบิ ัติ ( Do)
3. ขนั้ ตอนการว่ มกนั ประเมิน ( Check )
4. ขั้นตอนการรว่ มปรับปรุง ( Act)

๑. ขนั้ ตอนการรว่ มกันวางแผน (Plan)
ขั้นตอนนี้เปน็ การวางแผนการดำเนนิ การโดยมีขน้ั ตอน ดังน้ี
1.1 ประชุมปรกึ ษารว่ มกนั ระหว่างผูจ้ ัดทำโครงการและคณะครูทุกคน
1.2 จัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเสนอผู้บริหารเพื่อ

พิจารณาเห็นชอบ
1.3 แตง่ ตัง้ คณะกรรมการผู้รบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั กิจกรรมแต่ละกจิ กรรมตามความเหมาะสม
1.4 สร้างความเขา้ ใจกบั กับคณะครูและบคุ ลากร กศน.อำเภอลับแล เพอื่ กำหนดแนวทาง

ในการดำเนินการ
1.5 ติดต่อประสานงานเตรียมความพร้อม ทั้งด้านสถานที่ศึกษาดูงาน พาหนะในการ

เดินทาง สถานทีพ่ ัก
1.6 กำหนดระยะเวลาในการดำเนินการ และวธิ ปี ระเมนิ ผล

2. ขั้นตอนการรว่ มกันปฏบิ ัติ ( Do)

การปฏิบตั ิงานตามแผนงานที่วางไวโ้ ดยมขี ัน้ ตอนในการดำเนนิ งาน ดังนี้

2.1 บันทกึ เสนอผู้บริหารเพ่ือขออนญุ าตดำเนินการ
2.2 ดำเนินการตามโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ในระหว่าง
วันที่ ๑๖ - ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ครู และบุคลากร กศน.อำเภอลับแล
จำนวน ๑๘ คน โดยมกี ิจกรรมดำเนินการดังนี้

2.2.1 ศึกษาดูงานการแปรรูปผลติ ภณั ฑจ์ ากหญ้าสามเหลย่ี ม
2.2.๒ ชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง (นายวิโรจน์ ก๋าวงศ์ หัวหน้าศูนย์ภูฟ้า
พฒั นา) โรงค่ัวกาแฟ , ทำนาขั้นบันได , การปลูกผักปลอดสารพิษ , โรงปุ๋ยชีวภาพ
๒.๒.๓ ฟังการบรรยาย การพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น
พร้อมแบ่งกลุ่มการทำกิจกรรมในการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น ลับแล เมืองอุตรดิตถ์ 1 ระดับ

๑๐

ประถมศึกษา , ลับแล เมืองอุตรดิตถ์ ๒ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น , ลับแล เมืองอุตรดิตถ์ ๓ ระดับ
มธั ยมศึกษาตอนปลาย

๒.๒.๔ ตัวแทนกล่มุ นำเสนอหลกั สูตรท้องถน่ิ ทั้ง ๓ ระดบั พรอ้ มวิพากษ์
๒.๒.๕ ศึกษาดูงานการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.
2551 และ กศน.ตำบล 5 ดี พรีเมี่ยม ณ กศน.อำเภอปวั อำเภอปัว จงั หวดั นา่ น
๒.๒.๖ เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนชาวนา การปลูกพืชทดแทน
หลังฤดกู าลทำนา , การปลูกผักออร์แกนิค

3. ขน้ั ตอนการร่วมกันประเมนิ ( Check )
3.1 ดำเนินการประเมินผลการจัดกิจกรรมตามโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนา

หลกั สตู รท้องถิน่ โดยใชแ้ บบประเมนิ ความพึงพอใจ
3.2 ขอ้ มูลท่ีเป็นมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale ) ใช้วิธแี จกแจงความถีห่ าคา่

เฉล่ยี ( ̅ ) และค่าร้อยละ ทง้ั ในรายขอ้ และภาพรวมเทยี บกบั เกณฑ์ ดังนี้
4.51-5.00 หมายถึง มีความเหมาะสม/การปฏบิ ตั อิ ยูใ่ นระดับมากทสี่ ุด
3.51-4.50 หมายถงึ มคี วามเหมาะสม/การปฏบิ ตั ิอยู่ในระดบั มาก
2.51-3.50 หมายถึง มคี วามเหมาะสม/การปฏบิ ตั ิอยู่ในระดับปานกลาง
1.51-2.50 หมายถงึ มคี วามเหมาะสม/การปฏิบตั อิ ยู่ในระดับนอ้ ย
1.00-1.50 หมายถึง มีความเหมาะสม/การปฏิบตั ิอยู่ในระดับน้อยทส่ี ดุ

3.3 ข้อมูลท่เี ป็นความคิดเห็น ขอ้ เสนอแนะจากแบบบนั ทกึ กิจกรรม ใชว้ ธิ ี วเิ คราะห์เนอ้ื
เรอ่ื ง ( Content Analysis )

3.4 สถิตทิ ใี่ ช้ในการวิเคราะหข์ ้อมลู
1. คา่ เฉล่ีย (Arithmetic: ̅ )
2. คา่ เบีย่ งเบนมาตรฐานความคดิ เหน็ ต่อกระบวนการจัดการฝกึ อบรม

3.5 รายงานผลการดำเนนิ งานตอ่ ผ้บู รหิ ารและบุคลากร กศน.อำเภอลบั แล

4. ขน้ั ตอนการรว่ มปรบั ปรุง ( Act)

เมื่อคณะกรรมการฝ่ายประเมินผล สรุปผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และ
ข้อเสนอแนะกลุ่มงานผู้รับผิดชอบจึงได้นำสารสนเทศที่ได้มาปรับปรุง พัฒนาการทำงานให้มี
ประสิทธภิ าพมากยิ่งข้นึ

๑๑

บทท่ี 4

ผลการดำเนินการและวิเคราะห์ข้อมูล

ผลการจดั กิจกรรมตามโครงการพฒั นาบุคลากรด้านการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น สามารถสรุป
ตามขัน้ ตอนในการดำเนินงาน ดงั นี้

ขนั้ ตอนการรว่ มกันวางแผน (Plan)

ขั้นตอนนี้เป็นการวางแผนการดำเนินการ พบวา่ การประชมุ ปรกึ ษารว่ มกันระหวา่ งผู้เสนอ
โครงการ ครู และบุคลากร กศน.อำเภอลับแล ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนการทำโครงการ
เป็นอย่างดี และได้นำเสนอผู้บริหารเพื่อพิจารณาเห็นชอบโครงการได้รับการอนุมัติโครงการ
ผู้รับผิดชอบโครงการ ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้รับผิดชอบแต่ละงานแต่ละกิจกรรม
ตามความเหมาะสม แลว้ ตดิ ต่อประสานงานเตรียมความพรอ้ ม ท้งั ดา้ นสถานที่ พาหนะในการเดินทาง
และกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการ และวธิ ปี ระเมินผล ตามลำดบั

ขั้นตอนการร่วมกันปฏิบัติ ( Do)

โดยมีขั้นตอนในการดำเนินงาน คือ การบันทึกเสนอผู้บริหารเพื่อขออนุญาตดำเนินการ
พบว่า ได้รับการอนุญาตและให้ดำเนินการโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น
ในระหว่างวันที่ ๑๖ - ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ครู และบุคลากร กศน.อำเภอ
ลับแล พบว่า ครู และบุคลากร ให้ความร่วมมอื ในการดำเนินกจิ กรรมดว้ ยดี

ข้นั ตอนการ่วมกันประเมิน ( Check )

การประเมินผลการจัดกิจกรรมตามโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนาหลักสูตร
ท้องถิ่น โดยใช้แบบประเมินความพึงพอใจ พบว่า วิเคราะห์ข้อมลู โดยการหาค่าเฉล่ีย ( ̅ ) และค่าร้อย
ละ จากแบบสอบถาม โดยแปลความหมายดังต่อไปนี้

4.51 - 5.00 หมายความวา่ ระดบั ความคดิ เห็น ในระดับ มากท่สี ุด
3.51 – 4.50 หมายความวา่ ระดบั ความคดิ เหน็ ในระดบั มาก
2.51 - 3.50 หมายความวา่ ระดับความคดิ เหน็ ในระดับ ปานกลาง
1.51 - 2.50 หมายความว่า ระดบั ความคิดเห็น ในระดบั นอ้ ย
1.00 - 1.50 หมายความวา่ ระดบั ความคดิ เหน็ ในระดบั น้อยท่ีสุด

วเิ คราะหข์ ้อมูลจากแบบประเมนิ ได้ผลการประเมนิ ดังน้ี

ขอ้ ท่ี รายการ ( ̅ ) คา่ เบย่ี งเบน แปล
มาตรฐาน ความหมาย
1 เนอื้ หาในการฝึกอบรมตรงกับวตั ถปุ ระสงค์ 4.44
4.17 0.50 มาก
2 ระยะเวลาในการฝกึ อบรมมีความเหมาะสม 0.50 มาก
4.22
3 รปู แบบและวิธกี ารฝึกอบรมมีความเหมาะสมกบั 0.71 มาก
สถานการณป์ จั จุบนั

๑๒

ขอ้ ท่ี รายการ ( ̅ ) ค่าเบ่ียงเบน แปล
มาตรฐาน ความหมาย

4 ความสามารถในการถ่ายทอด/สอื่ สาร/ความเขา้ ใจ 4.39 0.59 มาก
ของวทิ ยากร

5 การเรยี งลำดับการบรรยายเน้ือหาได้ครบถ้วน 4.17 0.60 มาก

6 การเปิดโอกาสใหซ้ ักถามและแสดงความคดิ เหน็ 4.22 0.63 มาก

7 ท่านสามารถนำสงิ่ ท่ไี ด้รับจากโครงการนไี้ ปใชใ้ น 4.28 0.56 มาก
การปฏบิ ัติงาน

8 โครงการพัฒนาบุคลากร ดา้ นการพัฒนาหลักสตู ร 4.22 0.63 มาก
ท้องถนิ่ เป็นประโยชน์ตอ่ การพัฒนาหลกั สตู ร
ท้องถนิ่ ของท่าน

9 ความรู้ก่อนฝกึ อบรม 3.28 0.93 ปานกลาง

10 ความรู้หลงั การฝกึ อบรม 4.11 0.57 มาก

เฉลี่ย 4.15 0.62 มาก

จากตาราง พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจโดยเรยี งลำดับความพอใจจากมากสุด
ไปนอ้ ยทีส่ ดุ ดงั นี้ ผตู้ อบแบบสอบถามมีความพึงพอใจมากที่สดุ คอื ..57..( คดิ เป็นรอ้ ยละ = 31.67 )

ระดับมาก คือ....96...( คิดเป็นร้อยละ = 53.33 ) ระดับปานกลาง คือ....96...( คิดเป็นร้อยละ =
๑๓.๓๓ ) ระดบั นอ้ ย คือ....๓.... ( คิดเป็นร้อยละ = ๑.๖๗ ) ระดับนอ้ ยท่ีสุด คือ...๐... (คดิ เปน็ รอ้ ยละ
= 0 ) ตามลำดบั

แผนภูมแิ สดงข้อมลู ร้อยละในดา้ นตา่ ง ๆ

๑๓

แผนภูมแิ สดงข้อมลู รอ้ ยละการตอบแบบสอบถามแตล่ ะข้อ

๑๔

ขั้นตอนการร่วมปรบั ปรุง ( Act)
คณะกรรมการฝ่ายประเมินผลจัดทำสรุปผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และ

ข้อเสนอแนะ นำเสนอต่อผู้บริหารและเผยแพร่ให้ผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องรับทราบ และนำผลการ
ดำเนินงานมาปรับปรุงพฒั นางานให้มีประสิทธิภาพมากยง่ิ ข้นึ

๑๕

บทที่ 5

สรปุ ผล และข้อเสนอแนะ

ผลการจัดกิจกรรม ตามโครงการพัฒนาบุคลากรดา้ นการพัฒนาหลกั สตู รท้องถน่ิ ได้ผลสรปุ
ดังน้ี

1. วตั ถุประสงค์
2. เปา้ หมาย
3. เคร่อื งมอื ที่ใชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมลู
4. การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
5. สรปุ ผลการดำเนินการ
6. ข้อเสนอแนะ

วัตถปุ ระสงค์
๑. เพื่อให้ครูและบุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการพัฒนาหลักสูตรและ

สามารถนำไปใช้อย่างมีประสทิ ธิภาพมากยง่ิ ขน้ึ
๒. เพื่อให้สถานศึกษามีหลักสูตรที่เหมาะสมสอดคล้องกับท้องถิ่นเทียบเคียงกับมาตรฐาน

สากล
๓. เพอื่ ให้สถานศึกษาจดั กิจกรรมพฒั นาผู้เรียนที่ตอบสนองความต้องการความสามารถและ

ความสนใจของผเู้ รียน

เป้าหมาย
เชิงปรมิ าณ
คณะครูและบุคลากรอำเภอลับแล เขา้ ร่วมโครงการในครัง้ นี้ จำนวน......๑๘.....คน
เชิงคุณภาพ
ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคน มีความรู้ ความเข้าใจงานการพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนา

หลักสูตรท้องถิ่นและประเมนิ หลักสูตร และการจดั กระบวนการการเรียนรูโ้ ดยเน้นผู้เรียน เป็นสำคญั
และเสริมทักษะวิชาการ สามารถนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานในสถานศึกษาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพในสถานศกึ ษาได้

เครอื่ งมอื ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
เครือ่ งมือที่ใชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูล ในคร้งั นี้
แบบประเมินความพึงพอใจ ที่มีต่อการจัดกิจกรรม ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรด้าน

การพัฒนาหลกั สตู รท้องถ่นิ

๑๖

การเก็บรวบรวมข้อมลู
มีขน้ั ตอนในการเก็บรวบรวมข้อมลู ดังนี้
1. ผู้รบั ผิดชอบในแต่ละกิจกรรมแจกแบบสอบถามความคิดเห็นให้ คณะครู และบุคลากร

กศน.อำเภอลับแล ประเมินผลการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตามโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนา
หลักสูตรทอ้ งถิน่

2. ผู้รับผิดชอบประเมินผลจากแบบสอบถามความคิดเห็นพร้อมทั้งรายงานผลการจัด
กิจกรรม

สรุปผลการดำเนินการ ( สรปุ ตามวัตถุประสงคท์ ีละข้อ )

ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม ตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ภายใต้โครงการ
เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ สรุปรายงานเสนอต่อผู้บริหาร โดยผลการจัดกิจกรรมโครงการพัฒนา
บุคลากรด้านการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น สำเร็จลุล่วงด้วยดี จากการสอบถามความคิดเห็น
พบว่า ผู้มีส่วนเก่ยี วข้องส่วนใหญม่ คี วามความคิดเห็นตอ่ การจดั กิจกรรมโดยเฉลีย่ อยู่ใน ระดบั มาก

ปัญหา/ข้อเสนอแนะ
......................-........................................................................................

ภาคผนวก

- คำสงั่
- แผนขออนุมตั โิ ครงการ
- สรุปแบบสอบถามความคดิ เห็นตอ่ การจัดกิจกรรม
- ภาพกิจกรรม

คำส่งั







แผนขออนมุ ัตโิ ครงการ

แผนขอความเห็นชอบโครงการ

สรปุ แบบสอบถามความคดิ เหน็ ต่อการจดั กจิ กรรม

ภาพกิจกรรม

คณะ ครู และบุคลากร กศน.อำเภอลับแล
ไดม้ ีโอกาศเยี่ยมชม กศน.อำเภอบอ่ เกลือ ตำบลบ่อเกลอื ใต้ อำเภอบอ่ เกลอื

จังหวัดนา่ น และได้มอบของทรี่ ะลกึ

ครู ศศช. บา้ นน้ำแพะใน กศน.อำเภอบ่อเกลอื
พาคณะ ครแู ละบุคลากร กศน.อำเภอลับแล เข้าเย่ยี มชมศูนย์ ศศช. บ้านน้ำแพะใน
จากสถานทจ่ี ริง อธบิ ายการปฏิบัตงิ านและภารกจิ ต่าง ๆ ของ ศศช. บา้ นนำ้ แพะใน

ดว้ ยสภาพพ้นื ทแ่ี ละบรบิ ทที่แตกต่างกัน บคุ ลากร กศน.อำเภอลับแล จงึ ใหค้ วามสนใจ
มสี อบถาม ครู ศศช. บ้านนำ้ แพะใน เพ่อื แรกเปลย่ี นเรียนรู้

เปิดกิจกรรมโครงการพฒั นาบุคลากรดา้ นการพฒั นาหลกั สตู รท้องถิ่น
โดยมี นายอำนาจ อินมั่นคง ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอลบั แล เป็นประธาน

นายหฤษฎ์ ประมาณ ตำแหนง่ ครูผู้ช่วย กล่าวรายงาน

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฟังการบรรยายการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น โดยนาย
หฤษฎ์ ประมาณ และแบ่งกลุ่มการทำกิจกรรมในการจัดทำหลักสูตรท้องถ่ิน
ลับแล เมืองอุตรดิตถ์ 1 ระดับประถมศึกษา , ลับแล เมืองอุตรดิตถ์ ๒ ระดับ
มธั ยมศกึ ษาตอนต้น , ลบั แล เมอื งอตุ รดิตถ์ ๓ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย

นายวโิ รจน์ ก๋าวงศ์ หัวหน้าศูนย์ภูฟา้ พัฒนา
กล่าวตอ้ นรบั คณะครู และบุคลากร กศน.อำเภอลบั แล พร้อมทง้ั แนะนำประวตั ิ

ความเป็นมาของศนู ยภ์ ูฟา้ พัฒนา

นายวิโรจน์ กา๋ วงศ์ หัวหนา้ ศูนย์ภฟู ้าพฒั นา
พาชมศนู ยเ์ รยี นรู้เศรษฐกจิ พอเพยี ง โรงคั่วกาแฟ , ทำนาข้นั บนั ได ,

การปลกู ผกั ปลอดสารพิษ , โรงปยุ๋ ชีวภาพ
นายอำนาจ อนิ ม่นั คง ผ้อู ำนวยการ กศน.อำเภอลับแล มอบของทรี่ ะลกึ

คณะครู และบุคลากร กศน.อำเภอลับแล

ศึกษาดงู านการจัดการเรียนการสอน หลักสตู รการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.2551
และ กศน.ตำบล 5 ดี พรีเมย่ี ม ณ กศน.อำเภอปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน

กศน.อำเภอปัว ต้อนรบั คณะครู และบุคลากร กศน.อำเภอลบั แล
แนะนำบุคลากร กศน.อำเภอปัว

คณะครู และบุคลากร กศน.อำเภอลบั แล ศึกษาดูงานการจัดการเรียนการสอน
หลักสูตรการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พ.ศ.2551

และรบั ชม วีดีทัศน์ กศน.ตบำรบรลณ5าดนี ุกพรรีเมมย่ี ม ของ กศน.อำเภอปวั

และ อำเภอปัว จังหวัดน่าน

บรรณาณุกรรม

เอกสารประกอบการอบรม การพัฒนาครู กศน. ดา้ นการจัดทำหนังสอื รายวิชาเลือกเสรี
เอกสารวิชาการลำดบั ท่ี 1/2565 พมิ พ์คร้ังที่ 2 พ.ศ. 2565 ส่วนจัดการศึกษานอกระบบและ
การศกึ ษาตามอัธยาศัย สถาบัน กศน. ภาคเหนอื

นโยบายและจุดเนน้ การดาํ เนินงาน สำนักงานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (ร่าง) http://nakhonsi.nfe.go.th/?page_id
=90&lang=TH

PDCA คอื ทุกเรือ่ งทค่ี วรรู้หลักการ Deming Cycle เพื่อเพิ่มคณุ ภาพ ...
https://www.goodmaterial.co/what-is-pdca/

สรปุ วเิ คราะหผ์ ลการประเมนิ ความพงึ พอใจ ตามโครงการ
http://www.saomeaunwai.go.th/pdf/14998256891.pdf

คณะผจู้ ดั ทำ

ท่ปี รกึ ษา อนิ ม่นั คง ผอ. กศน.อำเภอลับแล
ยะราช เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน
๑. นายอำนาจ อุทธสิ ินธุ์ ครู
๒. นางสาวนงคน์ ุช พุ่มจนี ครูอาสาสมัครฯ
๓. นายประยงค์ มาน้อย ครูอาสาสมัครฯ
๔. นางนุชภาวรรณ กนั ทะตา ครอู าสาสมัครฯ
๕. นางสพุ ร
๖. นางสาวบุษบา ครผู ชู้ ว่ ย
ครู กศน.ตำบลนานกกก
ผู้จดั พิมพ์/ผูเ้ รียบเรยี ง ประมาณ
๑. นายหฤษฎ์ ม่งิ นนั ครู กศน.ตำบลฝายหลวง
ครู กศน.ตำบลแม่พูล
๒. นางจารวุ รรณ ครู ศรช.ชัยจุมพล

๓. นางสาวศริ ิลกั ษณ์ เพช็ รมนั่
๔. นางสาวอารยิ า นวลแบน
๕. นางสาวกรรณภรรท เมอื งชา




Click to View FlipBook Version