The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสืออิเล็คทรอนิกส์อ่านเพิ่มเติม เรื่องประเภทวงดนตรี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by หนมต้ม แดง, 2023-08-14 02:52:11

หนังสืออิเล็คทรอนิกส์อ่านเพิ่มเติม เรื่องประเภทวงดนตรี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

หนังสืออิเล็คทรอนิกส์อ่านเพิ่มเติม เรื่องประเภทวงดนตรี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

1


2 ค ำน ำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง ประเภทของวง ดนตรีจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อประกอบการเรียนการสอนให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าและ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้การเรียนการสอนรายวิชาดนตรีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะส่งผล ต่อคุณภาพของนักเรียนโดยตรง เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และมีเจตคติที่ดีต่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระดนตรี) เพิ่มขึ้น ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับเนื้อหา รูปแบบโครงสร้างและ ส่วนประกอบต่าง ๆ ของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง ประเภทของวงดนตรี ด้วยดีไว้ณ โอกาสนี้ อารีย์ ทองมา ก


3 สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ 4 แบบทดสอบก่อนเรียน 5 ใบความรู้ที่ 1 วงดนตรีไทย 8 ใบกิจกรรมที่ 1 12 ใบความรู้ที่ 2 วงดนตรีพื้นเมือง 13 ใบกิจกรรมที่ 2 26 ใบกิจกรรมที่ 3 28 ใบความรู้ที่ 3 วงดนตรีสากล 29 ใบกิจกรรมที่ 4 33 แบบทดสอบหลังเรียน 34 บรรณานุกรม 35 ภาคผนวก 36 ข


4 มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน ตัวชี้วัด มฐ. ศ 2.1 ม.1/4 จัดประเภทของวงดนตรีไทยและวงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายถึงประเภทของวงดนตรีไทยและวงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ 2. อธิบายถึงประเภทของวงดนตรีไทยและวงดนตรีพื้นเมืองได้ 3. วิเคราะห์ประเภทของวงดนตรีสากลได้


5 กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน ชื่อ…………………………………..สกุล……………………………………ชั้น…………. คำชี้แจง แบบทดสอบนี้เป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ คำสั่ง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว โดยทำเครื่องหมายกากบาท ( X ) ลงในกระดาษคำตอบ สรุปคะแนนสอบก่อนเรียน ข้อ ก ข ค ง 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 10


6 แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ประเภทของวงดนตรีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 คำสั่ง ให้นักเรียนเลือกข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว และทําเครื่องหมาย x ลงในกระดาษคําตอบ 1. ดนตรีพื้นเมืองสะท้อนให้เห็นอะไรบ้าง ก. วิถีของคนในท้องถิ่น ข. ประวัติของคนเล่นดนตรี ค. ความหมายของเนื้อเพลง ง. ความเราะของเพลง 2. ดนตรีพื้นเมืองมีลักษณะอย่างไร ก. ทำนองเศร้าสร้อย ข. เนื้อร้องเป็นภาษาถิ่น ค. ใช้เครื่องดนตรีหลายชิ้น ง. เนื้อร้องเป็นภาษากลาง 3. เครื่องดนตรีชนิดใดเป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ ก. แคน ข. กลองโนรา ค. สะล้อ ง. ขิม 4. ลักษณะเครื่องดนตรีวงสะล้อ ซอ ซึง ส่วนใหญ่เป็นเครื่องดนตรีประเภทใด ก. ดีด ข. สี ค. ตี ง. เป่า 5. วงเครื่องสายไทยเป็นวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทที่มีสายเป็นหลัก แบ่งออกได้เป็นกี่ชนิด ก. 2 ชนิด ข. 3 ชนิด ค. 4 ชนิด ง. 5 ชนิด 6. ลักษณะเป็นวงดนตรีขนาดเล็ก ใช้บรรเลงในห้องโถงหรือสถานที่ไม่ใหญ่โตนัก มีนักดนตรีตั้งแต่ 2 – 9 คน เป็นวงดนตรีประเภทใด ก. วงสตริงคอมโบว์ ข. แตรวง ค. วงแชมเบอร์ ง. วงแบนด์ 7. วงดนตรีที่ประกอบด้วยระนาดเอก ปี่มอญ ฆ้องมอญวงใหญ่ ตะโพนมอญ เปิงมางคอก และเครื่องกำกับจังหวะคือฉิ่งและกลับ เป็นวงประเภทใด ก. วงปี่พาทย์มอญ ข. วง ค. วงปี่พาทย์เครื่องคู่ ง. วงปี่พาทย์เครื่องห้า


7 8. วงดนตรีที่มีขนาดใหญ่มีนักดนตรีมากที่สุดและมีวาทยกรเป็นวงดนตรีประเภทใด ก. วงสตริงคอมโบว์ ข. วงออร์เคสตร้า ค. วงแชมเบอร์ ง. วงแบนด์ 9. ข้อใดเป็นลักษณะของ วงชาโดว์ (Shadow) ก. มีนักดนตรีจำนวนมาก ข. เป็นวงขนาดเล็กมีเครื่องดนตรี 6 ชิ้น ค. เป็นวงขนาดเล็กมีเครื่องดนตรี 3 ชิ้น ง. เป็นวงขนาดกลางมีเครื่องดนตรี 12 ชิ้น 10. วงดนตรีที่เล่นเพลงพื้นบ้าน เป็นเพลงของชาวบ้านที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง สนุกสนาน เราเรียกว่าวงประเภทใด ก. วงสตริงคอมโบว์ ข. วงออร์เคสตร้า ค. วงโฟคซอง ง. วงแบนด์


8 ใบความรู้ที่ 1 วงดนตรีไทย วงดนตรีไทยในปัจจุบันได้จัดรูปแบบการบรรเลงมีความเป็นระเบียบแบบแผน มีมาตรฐานถูกต้อง ตามหลักการประสมวง มีการพัฒนารูปแบบการบรรเลงเป็นระยะ ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ 1.วงปี่พาทย์ วงปี่พาทย์เป็นวงที่ประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีประเภทตี เป่า และเครื่องประกอบจังหวะ ใช้ บรรเลงในงานพระราชพิธี และพิธีต่างๆ แบ่งได้ 3 ขนาด คือ วงปี่พาทย์เครื่องสิบ ระนาดเอก ฆ้องวงใหญ่ ปี่ ใน ฉิ่ง ตะโพน กลองทัด วงปี่พาทย์เครื่องห้า แบ่งออกเป็น 2 ชนิดได้แก่ ปีพาทย์เครื่องห้าอย่างหนัก จะใช้ สำหรับการบรรเลงใน การแสดงมหรสพ หรืองานในพิธีต่าง ๆ ซึ่งจะประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีต่าง ๆ ดังนี้คือ ฆ้องวงใหญ่ ปี่ใน กลองทัด ตะโพน และ ฉิ่ง ปีพาทย์เครื่องห้าอย่างเบา ประกอบไปด้วยเครื่อง ดนตรีต่าง ๆ ดังนี้คือ กลางชาตรีฆ้องคู่ ฉิ่ง ปี่ และทับหรือโทน วงปี่พาทย์เครื่องคู่ เหมือนวงปี่พาทย์เครื่อง ห้า เพียงแต่เพิ่มระนาดทุ้มและฆ้องวงเล็กเข้าไป วงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ เหมือนวงปี่พาทย์เครื่องคู่ เพียงแต่ เพิ่มระนาดเอกเหล็กและระนาดทุ้มเหล็กเข้าไป วงปี่ปี่วงปี่พาทย์มอญ วงปี่พาทย์มอญ เป็นวงดนตรีที่มาพร้อมกับชาวมอญที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย ประกอบด้วย เครื่องดนตรีที่ได้รับอิทธิพลมาจากมอญได้แก่ ปี่มอญ ฆ้องมอญ ตะโพนมอญ เปิงมางคอก และฆ้องราว วง ปี่พาทย์มอญมี 3 ขนาดเช่นเดียวกับวงปี่พาทย์ไม้แข็งของไทย มีดังนี้ วงปี่พาทย์ ที่มา : www.samphaophet.com วงปี่พาทย์มอญ ที่มา : www.samphaophet.com


9 วงปี่พาทย์มอญเครื่องห้า ประกอบด้วยระนาดเอก ปี่มอญ ฆ้องมอญวงใหญ่ ตะโพนมอญ เปิงมาง คอก และเครื่องกำกับจังหวะคือฉิ่งและกลับ วงปี่พาทย์มอญเครื่องคู่ มีลักษณะเดียวกันกับวงปี่พาทย์มอญเครื่องห้า เพียงแต่วงนี้ได้เพิ่มระนาด ทุ้มและฆ้องมอญวงเล็กเข้ามา วงปี่พาทย์มอญเครื่องใหญ่ มีลักษณะเดียวกันกับวงปี่พาทย์มอญเครื่องคู่ แต่ได้เพิ่มระนาดเอก เหล็กและระนาดทุ้มเหล็กเข้ามา วงปี่พาทย์มอญมีการจัดรูปแบบวงที่แตกต่างจากวงปี่พาทย์ของไทยตรงที่ ตั้งฆ้องมอญไว้ด้านหน้าสุด ซึ่งการจัดรูปแบบวงนั้นไม่ทราบแน่ชัดว่าใครกำหนดและทำเพื่ออะไร บ้างก็ว่าเพื่อ ความสวยงามเมื่อมองจากด้านหน้า บ้างก็ว่าเป็นการให้เกียรติวัฒนธรรมมอญ บ้างก็ว่าเป็นเพราะฆ้องมอญทำ หน้าขึ้นวรรคเพลงเช่นเดียวกับระนาดเอก 2. วงมโหรี วงมโหรีเป็นวงดนตรีไทยประเภทหนึ่งซึ่งประกอบด้วยเครื่องดนตรีผสมทั้งดีด สี ตี เป่า เป็นวงดนตรีที่ใช้บรรเลงเพื่อขับกล่อม ไม่นิยมบรรเลงในการแสดงใด ๆ วงมโหรีแบ่งเป็น 5 ประเภท คือ วงมโหรีเครื่องสี่ เป็นวงมโหรีที่รวมเอาการบรรเลงพิณและการขับไม้ ซึ่งมีมาแต่โบราณเข้าด้วยกัน เกิดขึ้นครั้ง แรกในสมัยอยุธยา มีเครื่องดนตรี 4 ชิ้น ได้แก่ ทับ ซอสามสาย กระจับปี่ กรับพวง วงมโหรีเครื่องหก คือ วงมโหรีเครื่องสี่ ซึ่งเพิ่มเครื่องดนตรีอีก 2 อย่าง คือ รำมะนา สำหรับตีกำกับจังหวะคู่กับทับ และขลุ่ย (ปัจจุบันเรียกว่า ขลุ่ยเพียงออ) สำหรับเป่าดำเนินทำนอง และเปลี่ยนใช้ฉิ่งแทนกรับพวง นับเป็นการบรรเลงที่ มีเครื่องดนตรีครบทั้งดีด สี ตี และเป่า เกิดขึ้นในตอนปลายสมัยอยุธยา วงมโหรีเครื่องสี่ ที่มา : http://thailandclassicalmusic.com วงมโหรีเครื่องหก ที่มา : http://thailandclassicalmusic.com


10 วงมโหรีเครื่องคู่ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์วงปี่พาทย์ได้เพิ่ม ระนาดทุ้มกับฆ้องวงเล็กกลายเป็นวงปี่พาทย์เครื่องคู่ วงมโหรีก็เพิ่มระนาดทุ้มกับฆ้องวงเล็กบ้าง ทั้งเพิ่มซอ ด้วง ซออู้ ขึ้นเป็นอย่างละ 2 คัน จะเข้เพิ่มเป็น 2 ตัว ขลุ่ยนั้นเดิมมีแต่ขลุ่ยเพียงออก็เพิ่ม ขลุ่ยหลิบ (เลาเล็ก) ขึ้นอีก 1 เลา เหมือนในวงเครื่องสาย ส่วนซอสามสายก็เพิ่มซอสามสายหลิบ (คันเล็กและเสียงสูงกว่า) อีก 1 คัน เครื่องประกอบจังหวะคงเดิม เรียกว่า วงมโหรีเครื่องคู่ 3. วงเครื่องสาย วงเครื่องสายไทยเป็นวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทที่มีสายเป็นหลัก ส่วนเครื่อง ดนตรีชนิดอื่นๆที่ประสมในวงเครื่องสายนิยมใช้เครื่องดนตรีที่มีระดับเสียงที่มีความกลมกลืนสอดคล้องกับ เครื่องดนตรีอื่นๆ ในวง แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้ 1. วงเครื่องสายเครื่องเดี่ยวหรือวงเครื่องสายวงเล็ก เครื่องดนตรีประกอบด้วยซอด้วง 1 คัน ซออู้ 1 คัน จะเข้ 1 ตัว ขลุ่ยเพียงออ 1 เลา โทน-รำมะนา 1 สำรับ ฉิ่ง 1 คู่ และฉาบเล็ก 1 คู่ 2. วงเครื่องสายเครื่องคู่ เครื่องดนตรีประกอบด้วย ซอด้วง 2 คัน ซออู้ 2 คัน จะเข้ 2 ตัว ขลุ่ยเพียงออ 1 เลา ขลุ่ยหลีบ 1 เลา โทน-รำมะนา 1 สำรับ ฉิ่ง 1 คู่ฉาบเล็ก 1 คู่กรับ 1 คู่และ โหม่ง 1 ใบ


11 คำว่า เครื่องคู่ ย่อมมีความหมายชัดเจนแล้วว่าเป็นอย่างละ 2 ชิ้น แต่สำหรับการ ผสมวงดนตรี จะต้องพิจารณาใคร่ครวญถึงเสียงของเครื่องดนตรีที่จะผสมกันนั้น ว่าจะบังเกิดความไพเราะหรือไม่อีกด้วย เพราะฉะนั้นวงเครื่องสายไทยเครื่องคู่ จึงเพิ่มเครื่องดนตรีในวงเครื่องสายไทยเครื่องเดี่ยวขึ้นเป็น 2 ชิ้น แต่ เพียงบางชนิด คือซอด้วง 2 คัน แต่ ซออู้2 คัน จะเข้2 ตัวขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยหลิบ โทน รำมะนา ฉิ่ง ฉาบ เล็กและโหม่ง ตั้งแต่โบราณมา วงเครื่องสายไทยมีอย่างมากก็เพียงเครื่องคู่ดังกล่าวแล้วเท่านั้น ในสมัยหลัง ได้มีผู้คิดผสมวงเป็น วงเครื่องสาย ไทยวงใหญ่ ขึ้น โดยเพิ่มเครื่องบรรเลงจำพวกดำเนินทำนอง เช่น ซอด้วง ซออู้และขลุ่ย ขึ้นเป็นอย่างละ 3 ชิ้นบ้าง 4 ชิ้นบ้าง การจะผสมเครื่องดนตรีชนิดใด เข้ามาในวงนั้นย่อม กระทำได้ถ้าหากเครื่องดนตรีนั้นมีเสียงเหมาะสมกลมกลืนกับเครื่องอื่น


12 ใบกิจกรรมที่ 1 ดนตรีไทย คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามให้ถูกต้อง (10 คะแนน) 1. วงปี่พาทย์มอญ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. วงเครื่องสาย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. วงปี่พาทย์นางหงส์ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. วงปี่พาทย์ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. วงมโหรีเครื่องคู่ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


13 ใบความรู้ที่ 2 วงดนตรีพื้นเมือง วงดนตรีพื้นเมือง คือวงดนตรีที่คนในท้องถิ่นคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้บรรเลงเพื่อความบันเทิงหรือ ประกอบการแสดงชุดต่าง ๆ ซึ่งจะมีลักษณะที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เครื่องดนตรีที่ใช้จะเป็นเครื่อง ดนตรีที่ท้องถิ่น นั้น ๆ จัดทำขึ้นเอง ส่วนมากเป็นแบบง่าย ๆ วัสดุที่ใช้ทำเป็นวัสดุหาง่าย ๆ ในท้องถิ่นนั้น ๆ ดนตรีพื้นเมืองในแต่ละวัฒนธรรมล้วนแล้วแต่มีความแตกต่างกันไปอันเนื่องมาจาก ภาษาที่ใช้พูด วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ การประกอบสัมมาอาชีพตลอดจนภูมิศาสตร์และภูมิอากาศก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการ แสดงในรูปแบบต่างๆ ประเทศไทยแบ่งเขตวัฒนธรรมทางดนตรีออกเป็น 4 เขตวัฒนธรรม 4 ภูมิภาค ได้แก่ วงดนตรีพื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แคนวง คือ แคนที่นำมาบรรเลงพร้อม ๆ กัน หลายๆ เต้า โดยเป่าเป็นคณะหรือเป็นวงร่วมกัน มีเครื่องให้ จังหวะ เช่น ฉิ่ง ฉาบ กรับ ฯลฯ เข้าร่วมบรรเลงด้วย แคนวง วงหนึ่งจะใช้แคนตั้งแต่ 6 เต้าขึ้นไป จนถึง 12 เต้า คือ แคนวงขนาดเล็ก ใช้แคน 6 เต้า แคนวงขนาดกลาง ใช้แคน 8 – 10 เต้า และแคนวงขนาดใหญ่ ใช้แคน 12 เต้า จำนวนแคนต่าง ๆ ที่ประกอบกันเข้าเป็นวงขนาดเล็ก กลาง และขนาดใหญ่ เป็นจำนวน โดยอนุโลม ไม่ได้ถือตายตัวเคร่งครัดมากนัก เช่น อาจจะเพิ่มจำนวนแคนให้มากกว่านี้เพียงใดก็ถือว่าเป็น แคนวงขนาดใหญ่ทั้งนั้น โดยมีเครื่องดนตรีอื่น ๆ และเครื่องประกอบจังหวะร่วมผสมเข้ากับวงด้วยเช่น ขลุ่ย หรือ ปี่ ซอด้วง ซออู้ กลอง หรือโทนรำมะนา แคนวงมักบรรเลงเพลงไทย เพลงไทยสากล ทั้งเพลงไทยลูก กรุงเพลงไทยลูกทุ่ง นอกจากนี้ยังใช้บรรเลงประกอบการละเล่นพื้นเมืองต่าง ๆ แคนวง ที่มา : www.gotoknow.org แคนวง


14 แคนประยุกต์ แคนประยุกต์ มีพัฒนาการมาจากแคนวง โดยมีการนำเครื่องดนตรีสากลต่าง ๆ เข้ามาบรรเลงร่วมกับแคน วง เช่น กลองชุด เบส กีตาร์ คีย์บอร์ด ฯลฯ นอกจากนี้ บางครั้งก็นำเครื่องดนตรีไทย เช่น ซอ จะเข้ ฯลฯ เข้ามาประกอบ จึงไม่มีการกำหนดประเภท ขนาด และจำนวน วงลำเพลิน วงลำเพลิน เป็นวงดนตรีคล้ายกับวงโปงลาง แต่มีการนำกลองชุดเข้ามาร่วมบรรเลง โดยมีจังหวะ ที่เป็นเอกลักษณ์ คือ จังหวะลำเพลิน เป็นการฟ้อนรำพื้นบ้านอีสาน คือส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวอีสาน เป็น ภูมิปัญญาแห่งบรรพชนที่ถ่ายทอดสืบต่อมาจวบจนปัจจุบัน ชนชาติใด มีดนตรี มีการฟ้อนรำเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตน นับได้ว่าชนชาตินั้นมีวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรือง การแสดงวงลำเพลิน ที่มา : www.gotoknow.org แคนวงประยุกต์ ที่มา : www.gotoknow.org


15 วงโปงลาง โปงลาง ดนตรีพื้นเมืองอีสานถือว่าจังหวะสำคัญมาก เครื่องดนตรีประเภทตีใช้ดำเนินทำนอง อย่างเดียวคือ โปงลาง โปงลางมีวิวัฒนาการมาจากระฆังแขวนคอสัตว์เพื่อให้เกิดเสียงโปงลางที่ใช้บรรเลงอยู่ ในภาคอีสานมี2 ชนิด คือ โปงลางไม้และโปงลางเหล็ก ภาพที่แสดงคือ โปงลางไม้ซึ่งประกอบด้วยลูก โปงลางประมาณสิบสองลูกเรียงตามลำดับเสียงสูง ต่ำ ใช้เชือกร้อยเป็นแผงระนาด แต่โปงลางไม่ใช้ราง เพราะเห็นว่าเสียงดังอยู่แล้ว แต่นำมาแขวนกับที่แขวน ซึ่งยึดส่วนปลายกับส่วนโคนให้แผงโปงลางทำมุมกับ พื้น 45องศา ไม้ตีโปงลางทำด้วยแก่นไม้มีหัวงอนคล้ายค้อนสำหรับผู้บรรเลงใช้ตีดำเนินทำนอง 1 คู่ และอีก 1 คู่สำหรับผู้ช่วยใช้เคาะทำให้เกิดเสียงประสานและจังหวะตามลักษณะของดนตรีพื้นเมืองอีสานที่มีเสียง ประสาน การแสดงวงโปงลาง ที่มา : www.gotoknow.org การแสดงวงโปงลางไม้ ที่มา : www.gotoknow.org


16 วงดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ วงสะล้อ ซอ ซึง วงสะล้อ ซอ ซึง หมายถึง วงดนตรี ที่นำเอาเครื่องดนตรี ประเภทเครื่องสาย ของภาคเหนือ คือ ซึงสะล้อ และเครื่องประกอบจังหวะมาบรรเลงรวมกันเป็นวง ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในภาคเหนือ มา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีอยู่เฉพาะในภาคเหนือตอนบนเท่านั้นถือว่าเป็นวงดนตรีพื้นบ้านของท้องถิ่น ล้านนา ชื่อเรียกของวงดนตรี บางครั้งเรียก วงสะล้อ ซอซึง บ้างก็เรียก วง ซึง สะล้อ คงจะเป็นเพราะวงสะ ล้อ ซอซึง ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน ในการบรรเลง มีการนำเอาขลุ่ยพื้นเมือง (ขลุ่ยตาด) หรือปี่จุ่มมาบรรเลงร่วม ด้วย บางครั้งมีการขับร้องเพลง (ซอ) ประกอบโดยใช้ทำนองเพลงพื้นเมืองขอแยกความหมายเพื่อให้ชัดเจน ความเชื่อที่เกี่ยวข้องโอกาสที่เล่นหรือแสดง งานประเพณีและ เทศกาลต่างๆ อุปกรณ์ที่ใช้ในการ เล่น การเล่นสะล้อ ซอ ซึง มีเครื่องดนตรีทั้งหมด 9 ชิ้น (ชุดใหญ่) คือ ซึงเล็ก ซึงกลาง ซึงใหญ่ สะล้อเล็ก สะ ล้อใหญ่ ตะโพน ขลุ่ย ฉิ่ง ฉาบ ส่วนคำว่าซอ คือการร้องไม่ใช่เครื่องดนตรี การร้องก็คล้ายๆ ลำตัดหรือเพลง ฉ่อย ของภาคกลาง เนื่องจากเมื่อดนตรีเล่น ก็สามารถแต่งกลอนร้องสดกันได้เลย และก็มีนางรำด้วย วงสะล้อ ซอ ซึง ที่มา :http://lannacorner.cmu.ac. วงปี่จุม ที่มา : www. learn.wattano.ac.th


17 วงปี่จุม ปี่จุมเป็นวงดนตรีท้องถิ่นล้านนาที่มีปี่ซึ่งเป็นเครื่องลมไม้ประเภทลิ้นอิสระเป็นเครื่องดนตรีหลัก โดยปกติปี่จุมสำรับหนึ่งๆ จะทำจากไม้รวกลำเดียว และทำเป็นปี่ที่มีขนาดและระดับเสียงต่าง ๆ กันสี่เล่ม สี่ขนาด มีลิ้นทำด้วยสำริดผนึกติดที่ปลายด้านหนึ่ง ซึ่งมีข้อตันมีรูนิ้วเจ็ดรูเรียงไปตามความยาวของลำปี่ ปี่มีขนาดต่าง ๆ เรียงตามลำดับจากใหญ่ไปเล็ก ดังนี้ ปี่แม่ มีความยาวระหว่าง 70 - 80 เซนติเมตร ปี่กลาง มีความยาวประมาณ 60 - 65 เซนติเมตร ปี่ก้อย มีความยาวระหว่าง 45-55 เซนติเมตร และปี่ตัด (บางคน เรียกปี่เล็ก) มีความยาว 35-40 เซนติเมตร วงดนตรีที่ใช้ปี่ทั้งสี่เล่มมีชื่อเรียกว่า ปี่จุมสี่ ถ้าใช้เพียงสามเล่ม เรียกว่า ปี่จุมสาม บางวงใช้ปี่สามเล่มและมีซึงขนาดใหญ่ร่วมวงด้วย 1 คัน ก็ยังคงเรียกชื่อวงว่า ปี่จุมสี่ ถ้า เรียกโดยไม่ต้องการระบุจำนวนนักดนตรีจะเรียกสั้นๆ ว่าปี่จุม ส่วนนักดนตรีที่เล่นปี่จุม เรียกว่า ช่างปี่ วงกลองสะบัดชัย ที่มา : www. learn.wattano.ac.th ปี่จุม ที่มา : www. learn.wattano.ac.th


18 วงกลองสะบัดชัย วงกลองสะบัดชัยบทบาทและหน้าที่เดิมของ กลองสะบัดชัยในสมัยก่อนใช้ตีตอนออกรบ ทำนองที่ ใช้ในการตี มี 3 ทำนอง คือ ชัยเภรี, ชัยดิถี และชนะมาร นอกจากการนั้นกลองสะบัดชัยยังมีหน้าที่ตีเพื่อ ความรื่นเริงในงานต่าง ๆ สำหรับ กษัตริย์หรือเจ้าเมือง ต่อมานำมาตีให้ชาวบ้านรับรู้พิธีของศาสนา ในงาน บุญ ต่าง ๆ จังหวะในการตีแบบเดิมที่ตีอยู่กับที่ในหอกลองของวัดมีลักษณะต่าง ๆ กันตามโอกาสดังนี้ 1. ตีเรียกคน เช่นมีงานประชุมหรืองานของส่วนรวมที่ต้องช่วยกันทำลักษณะนี้จะตีเฉพาะกลอง ใหญ่ โดยเริ่มจังหวะช้า และเร่งเร็วขึ้น 2. บอกเหตุฉุกเฉิน เช่นไฟไหม้ ไล่ขโมย จะตีเฉพาะกลองใหญ่และมีจังหวะเร่งเร็วติด ๆ กัน 3. บอกวันพระ วันโกน ลักษณะนี้จะตีทั้งกลองใหญ่และลูกตุบ (กลองใบเล็ก) มีฉาบและฆ้อง ประกอบจังหวะด้วย จังหวะหรือทำนองในการตีที่เรียกว่า ' ระบำ' วงดนตรีพื้นเมืองภาคกลาง เป็นพื้นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมากมายหลายกลุ่มชาติพันธุ์ มีภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน อย่างชัดเจน เช่น กลุ่มไทยพื้นที่กลุ่มลาว เขมร มอญ จีน กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ไทยทรงดำ เป็นต้น เครื่องดนตรีและวงดนตรี ลักษณะเด่นของดนตรีพื้นบ้านภาคกลาง คือ มีการสมวงบรรเลงในงานและกิจกรรมต่างๆ ทั้งงาน มงคลและงานอวมงคล มีการผสมผสานวัฒนธรรมทางดนตรีราษฎร์และหลวง เครื่องดนตรีพื้นบ้านจะ ประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีที่อยู่ในวงดนตรีไทยแบบแผนและ เครื่องดนตรีที่บรรเลงอยู่ในวงดนตรีพื้นบ้าน วงดนตรีพื้นบ้านมีอยู่หลายวง เช่น วงกลองยาว วงปี่พาทย์ วงมโหรี วงเครื่องสาย เป็นต้น และเครื่องดนตรี มีอยู่หลายชนิด เช่น ปี่ ขลุ่ย ระนาด ตะโพน กลองทัด กลองยาว อังกะลุง เป็นต้น


19 วงกลองยาว กลองยาว เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องหนัง ขึงหนังหน้าเดียว ลำตัวกลองยาวด้านท้ายผายบาน ออกอย่างดอกลำโพง กลองยาวมีบทบาทในสังคมและวัฒนธรรมไทยทุกภูมิภาค ใช้ตีนำขบวนแห่ต่างๆ มี รูปแบบการตีเพลงกลองจังหวะและรูปแบบท่ารำประกอบการแสดง ลักษณะเด่นของดนตรีพื้นบ้านภาคกลาง คือ 1. มีการสมวงบรรเลงในงานและกิจกรรมต่างๆ ทั้งงานมงคลและงานอวมงคล 2. มีการผสมผสานวัฒนธรรมทางดนตรีราษฎร์และหลวง 3. เครื่องดนตรีพื้นบ้านจะประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีที่อยู่ในวงดนตรีไทยแบบแผนและ เครื่อง ดนตรีที่บรรเลงอยู่ในวงดนตรีพื้นบ้าน 4. วงดนตรีพื้นบ้านมีอยู่หลายวง เช่น วงกลองยาว วงปี่พาทย์ วงมโหรี วงเครื่องสาย เป็นต้น 5. เครื่องดนตรีมีอยู่หลายชนิด เช่น ปี่ ขลุ่ย ระนาด ตะโพน กลองทัด กลองยาว อังกะลุง เป็นต้น องค์ประกอบของดนตรีและบทเพลง 1. จะประกอบไปด้วยเครื่องดนตรี วงดนตรี ทำนองเพลงที่ปรากฏ ลีลา ทำนอง และจังหวะ มีความสัมพันธ์กับดนตรีแบบแผน การใช้คำมีสัมผัสคล้องกัน จังหวะและทำนองมีความสนุกสนาน มีการ ประสานเสียงระหว่างดนตรีกับการขับร้องที่กลมกลืน 2. บทเพลงที่รู้จักกันทั่วไป เช่น เพลงเรื่อ เพลงเกี่ยวข้าว เพลงฉ่อย เพลงพานฟาง เพลงรำโทน เพลง อีแซว เป็นต้น วงกลองยาวดนตรีพื้นบ้านภาคกลาง ที่มา : www. https://sites.google.com/site/ การแสดงดนตรีและบทเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ที่มา : https://sites.google.com/site/


20 สำเนียงภาษาและเนื้อร้อง 1. มีสำเนียงถิ่นที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมในด้านภาษา เช่นสำเนียงเหน่อ เป็นต้น 2. บทเพลงมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับโอกาสที่ใช้ เช่นการเกี้ยวพาราสี การโต้ตอบชิงไหวพริบ 3. เพลงพื้นบ้านนิยมใช้เนื้อร้องที่ผูกด้วยกลอนสดประเภทกลอนหัวเดียว คือ กลอนไล และกลอนลา เพลงอีแซวและลำตัดเป็นการแสดงดนตรีและบทเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ที่มา : www.youtube.com/watch?v=l_5J3lDEtmU


21 วงดนตรีพื้นเมืองภาคใต้ วงกาหลอ วงกาหลอ เป็นวงที่ใช้บรรเลงในพิธีงานศพของชาวไทยพุทธในหลายพื้นที่นิยมจัดให้มีวงดนตรีที่ เรียกว่า วงกาหลอ วงดนตรีนี้ในปัจจุบันนิยมใช้บรรเลงเฉพาะในงานศพมีเครื่องดนตรีดังนี้ ปี่ฮ้อ 1 เลา ทน 1 คู่ และฆ้อง แต่เดิมในจังหวัดตรังมีอยู่หลายคณะทั้งในอำเภอนาโยง อำเภอย่านตาขาว อำเภอห้วยยอด แต่ขาดผู้สืบทอด ปัจจุบันเหลืออยู่ในพื้นที่อำเภอห้วยยอดเพียง 2 คณะ องค์ประกอบของวงกาหลอ กาหลอวงหนึ่ง ใช้ผู้ประโคมดนตรี 2-4 คน คือหัวหน้าเป็นผู้เป่าปี่ เรียกว่า นายโรงหรือนายปี่ ลูก วงอีก 3 คน ทำหน้าที่ตีกลองทน เรียกว่า นายทน ตีฆ้อง 1 คน เรียกว่านายฆ้อง แต่หากไม่มีคนตีฆ้อง นาย ทนจะตีทนและตีฆ้องไปด้วย 1. ปี่กาหลอ เรียกว่าปี่ฮ้อ หรือปี่ห่อ มี 7 รู รูข้างใต้เรียกว่า “ทองรี” เวลานำศพเคลื่อนออกจาก บ้านห้ามไม่ให้มีเสียงจากรูทองรีออกมา ปี่กาหลอทำจากไม้หลุมพอ หรือไม้เนื้อแข็ง พันด้ายสายสิญจน์ ประดับลูกปัดสวยงาม ขนาดเล็กกว่าปี่ชวา เมื่อเป่าปี่จะมีเสียงแหลมกว่าปี่ชวา ส่วนของปี่มี 3 ส่วน ส่วน วงกาหลอ ที่มา : https://images.search.yahoo.com ปี่กาหลอ ที่มา : https://images.search.yahoo.com


22 ปลายเป็นหัว เรียกว่า ฮ่อ มีด้ายพันรอบ ส่วนกลางเป็นตัวปี่ ส่วนต้นปี่สำหรับเป่า ลิ้นปี่ทำด้วยใบตาลอ่อน มี 4 ชิ้นประกบกัน เมื่อเป่าทำให้เกิดเสียงส่งเข้าในตอนกลางปี่ซึ่งมีรูสำหรับทำเสียงดนตรีให้สูง-ต่ำตามเนื้อ เพลงการเป่าปี่กาหลอ ผู้เป่าจะนั่งเป่าในท่าสบายเพราะใช้เวลาในการนั่งนาน เป่าตามเนื้อเพลง โดยเสียงไม่ ขาดหายต่อเนื่องไปจนจบเพลง กาหลอแต่ละคณะมีปี่ฮ่อเตรียมไว้ 2-3 เลา 2. กลองทน มีจำนวน 2 ใบ เรียกว่า ทนยืนกับทนหลัก ทนยืนเป็นทนที่ใช้ตีเป็นตัวยืนสำหรับทำ เสียงให้จังหวะในการบรรเลง ส่วนทนหลัก เป็นทนที่ใช้คอยตีหลัก ตีหยอก เพื่อให้เกิดความสนุกยิ่งขึ้น เสียง จะแหลมกว่าทนยืน การตีใช้มือบ้าง ใช้ไม้ตีบ้าง ไม้ตีเป็นรูปโค้งคล้ายเขาควาย มีขนาดเล็กเท่านิ้วมือ ทำ จากไม้ที่มีน้ำหนักมากอย่างไม้แก้วหรือเขาสัตว์ ทนใบหนึ่งหุ้มด้วยหนังลูกวัว มีเสียงทุ้ม อีกใบหนึ่งหุ้มด้วย หนังที่บางกว่า นิยมทำด้วยหนังแพะ 3. ฆ้อง ในตำนานกาหลอเรียกว่า ฆ้องสวรรค์แต่เดิมใช้ฆ้องบรรเลง 2 ใบ แต่มาในระยะหลังๆ ใช้ เพียงใบเดียว และมักเลือกฆ้องที่มีเสียงก้องกังวลเพื่อเสียงดังไปไกล ฆ้องทำด้วยโลหะ ตรงกลางมีปุ่มนูนขึ้น เป็นจุดที่ใช้สำหรับตี ในการตี ส่วนใหญ่จะแขวน มีไม้สำหรับตีโดยเฉพาะ ตีรับจังหวะตามเสียงเพลง กลองทน ที่มา : https://images.search.yahoo.com ฆ้อง ที่มา : https://images.search.yahoo.com


23 วงรองเง็ง ดนตรีรองเง็งประกอบด้วยเครื่องดนตรีหลายอย่างเช่น เครื่องบรรเลงทำนองจากยุโรป เครื่อง กำกับจังหวะ (ฆ้อง) จากเอเซีย เครื่องประกอบจังหวะ (รำมะนา บานอ กรือโต๊ะ) อันเป็นดนตรีพื้นบ้าน และยังแทรกด้วยดนตรีไทยบางชิ้น แสดงถึงว่าในโลกของดนตรี มีการผสมผสานโดยไม่มีอุปสรรคทาง เชื้อชาติ ศาสนา หรือวัฒนธรรม เป็นศิลปะที่มีคุณค่าทางด้านจิตใจเป็นอย่างยิ่ง มโนราห์ หรือ มโนห์รา หรือเรียกโดยย่อว่า โนรา เป็นชื่อศิลปะการแสดงพื้นเมืองอย่างหนึ่งของ ภาคใต้ มีแม่บทท่ารำอย่างเดียวกับละครชาตรี บทร้องเป็นกลอนสด ผู้ขับร้องต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบ สรร หาคำให้สัมผัสกันได้อย่างฉับไวมีความหมายทั้งบทร้อง ท่ารำและเครื่องแต่งกายเครื่องดนตรีประกอบด้วย กลอง ทับคู่ ฉิ่งโหม่ง ปี่นอก หรือ ปี่ใน และกรับ ปัจจุบันพัฒนาเอาเครื่องดนตรีสากลเข้าร่วมด้วยเดิมนิยม ใช้ผู้ชายล้วนแสดง แต่ปัจจุบันมีผู้หญิงเข้าไปแสดง การรำโนราแต่ละตัวต้องรำอวดความชำนาญและความสามารถเฉพาะตนโดยการรำผสมท่าต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่องกลมกลืน แต่ละท่ามีความถูกต้องตามแบบฉบับมีความคล่องแคล่วชำนาญที่จะ วงรองเง็ง ที่มา : https://images.search.yahoo.com การรำมะโนรา ที่มา : https://th.wikipedia.org/wik


24 เปลี่ยนลีลาให้เข้ากับจังหวะดนตรี และต้องรำให้สวยงามอ่อนช้อยหรือกระฉับกระเฉงเหมาะแก่กรณี บาง คนอาจอวดความสามารถในเชิงรำเฉพาะด้าน เช่น การเล่นแขน การทำให้ตัวอ่อน การรำท่าพลิกแพลง เป็นต้น วงหนังตลุง เครื่องตะลุงคณะหนึ่งมีเครื่องดนตรีประกอบการเล่น ประมาณ 6 อย่าง คือ โหม่ง 1 คู่ ทับหรือ โทน 1 คู่ฉิ่ง 1 คู่กลองชาตรี1 ใบ ปีชวา 1 เลา และกรับหรือแกระ 1 คู่ ในปัจจุบันนี้มีหนังตะลุงไม่น้อยที่ นำเครื่องดนตรีสากลเข้าประสม เช่นกลองจะไม่ค่อยใช้ แต่กลับใช้กลองของเครื่องดนตรีสากล ปี่ชวาก็ใช้ ไวโอลินแทน หรือไม่ก็ใช้ซอแทนปี่หรือควบคู่ไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นซอด้วงมากซออู้เพราะเสียงเข้ากับ เสียงปี่ได้สนิท หนังตะลุงคณะหนึ่งเรียกว่าหนึ่งโรง คณะหนึ่งมีประมาณ 6-8 คน คือมีนายโรงหรือนายหนัง หนึ่งคน นายหนังเป็นคนที่มีความสำคัญที่สุดในคณะ ชื่อของคณะส่วนมากเป็นชื่อของนายหนัง นั่นเอง นายหนังต้องเหน็ดเหนื่อยมากทั้งทางกายและสมอง เพราะต้องทำหน้าที่เป็นตัวหนังทุกตัว คือทั้ง ทำหน้าที่พากย์คือว่ากลอนสดและเจรจารวมทั้งเชิด ผู้เป็นนายหนังส่วนใหญ่จึงมักเป็นผู้มีปฏิภาณไหวพริบ ดีแสดงได้ทุกบทบาทพูดได้หลายเสียง มีความรอบรู้มีอารมณ์ขัน นายหนังจึงเป็นแกนสำคัญของคณะ หนังตะลุง วงหนังตลุง ที่มา : https://th.wikipedia.org/wik ตัวหนังตลุง ที่มา : https://th.wikipedia.org/wik


25 ใบกิจกรรมที่ 2 ดนตรีพื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คำชี้แจง จากรูปภาพให้นักเรียนอธิบายว่าเป็นลักษณะของเครื่องดนตรีประเภทใดมี ลักษณะและวิธีบรรเลงอย่างไร (10 คะแนน) 1. 2. 3. …………………………………………………………… ……………………………………………………………. ……………………………………………………………. ……………………………………………………………. …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………. …………………………………………………………… ……………………………………………………………. ……………………………………………………………. ……………………………………………………………. …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………. …………………………………………………………… ……………………………………………………………. ……………………………………………………………. ……………………………………………………………. …………………………………………………………… …………………………………………………………… ………….


26 4. 5. …………………………………………………………… ……………………………………………………………. ……………………………………………………………. ……………………………………………………………. …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………. …………………………………………………………… ……………………………………………………………. ……………………………………………………………. ……………………………………………………………. …………………………………………………………… …………………………………………………………… ………….


27 ใบกิจกรรมที่ 3 ดนตรีพื้นเมืองภาคใต้ คำชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายว่าวงดนตรีพื้นบ้านประกอบด้วยเครื่องดนตรีชนิดใดและ ใช้แสดงในโอกาสใด (10 คะแนน) 1. วงกาหลอ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. วงหนังตลุง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. วงปี่พาทย์ชาตรี ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. วงรองเง็ง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. วงโนรา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


28 ใบความรู้ที่ 3 วงดนตรีสากล ดนตรีสากลเป็นมรดกของชาวตะวันตก เริ่มจากชาวยุโรปมีการบันทึกทำนองเพลง โดยใช้สัญลักษณ์ ที่เรียกว่า โน้ตสากล และใช้กับเครื่องดนตรีสากลที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับอย่าง กว้างขวางในปัจจุบัน ดนตรีสากลเป็นดนตรีที่ชาวตะวันตกได้นำมาเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก จึงทำ ให้หลายชนชาติหลายภาษาสามารถเล่นเครื่องดนตรีสากลได้ เครื่องดนตรีสากลที่ใช้กันในชนชาติต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ชนิดเดียวกัน มีการบันทึกทำนองเพลงโดยใช้สัญลักษณ์เดียวกัน ซึ่ง สัญลักษณ์ที่ใช้บันทึกทำนองเพลงเรียกว่า โน้ตสากล โน้ตสากลใช้เพื่อบันทึกทำนองเพลงเพื่อกันลืมและเป็น การกำหนดทำนองเพลงว่าจะใช้เสียงสั้นยาวเพียงใด หรือเน้นเสียงหนักเบาตรงช่วงใดนอกจากนี้โน้ตสากล ยังมีความหมายอื่น ๆ อีกมากมายรูปแบบของดนตรีสากลในแต่ละยุคแต่ละสมัยก็จะแตกต่างกันออกไป ดนตรีสากลได้พัฒนาทั้งรูปแบบของเพลงและเครื่องดนตรีมาสู่ยุคปัจจุบันเป็นที่นิยมทั่วโลก ประเภทของวงดนตรีสากล วงดนตรีสากลในปัจจุบันมีการเรียกชื่อต่าง ๆ กันออกไปหลายลักษณะ ดังนี้ คือ 1. วงแชมเบอร์ (Chamber Music) เป็นวงดนตรีขนาดเล็ก ใช้บรรเลงในห้องโถงหรือสถานที่ไม่ ใหญ่โตนัก มีนักดนตรีตั้งแต่ 2 – 9 คน มีชื่อเรียกตามจำนวนนักดนตรี ดังนี้ คือ นักดนตรี 2 คน เรียกว่า ดูเอ็ด (Duet) นักดนตรี 3 คน เรียกว่า ทรีโอ (Trio) นักดนตรี 4 คน เรียกว่า ควอเต็ด (Quartet) นักดนตรี 5 คน เรียกว่า ควินเต็ด (Quintet) นักดนตรี 6 คน เรียกว่า เซกเต็ด (Sextet) นักดนตรี 7 คน เรียกว่า เซพเต็ด (Seยtet) นักดนตรี 8 คน เรียกว่า ออคเต็ด (Octet) นักดนตรี 9 คน เรียกว่า โนเน็ด (Nonet) วงแชมเบอร์ ที่มา : http://vichakarn.triamudom.ac.th


29 2. วงออร์เคสตร้า (Orchestra) เป็นวงดนตรีขนาดใหญ่ที่มีนักดนตรีมากที่สุดและมีวาทยกร หรือ ผู้ อำนวยเพลง (Conductor) เป็นผู้ควบคุมวงดนตรีเพื่อกำกับจังหวะ ลีลา และความดังเบาของบทเพลง แบ่ง ออกเป็น 2 ลักษณะคือ วงแชมเบอร์ออร์เคสตร้า เป็นวงดนตรีที่ใช้เฉพาะเครื่องดนตรีตระกูลไวโอล์เท่านั้น มีผู้บรรเลงจำนวน 20 – 30 คน วงซิมโฟนีออร์เคสตร้า เป็นวงดนตรีที่มีเครื่องดนตรีครบทั้ง 5 ประเภท คือ เครื่องสาย เครื่องลมไม้ เครื่องทองเหลือง เครื่องคีย์บอร์ด และเครื่องกระทบ แบ่งขนาดของ วงเป็น 3 ขนาด คือ 3. วงแบนด์ (Band) เป็นวงดนตรีที่มีเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้และเครื่องลมทองเหลืองเป็น หลักในการบรรเลงมีเครื่องประกอบจังหวะเป็นส่วนประกอบ แบ่งออกได้ดังนี้ คือ 3.1 วงซิมโฟนิคแบนด์ เป็นวงดนตรีที่มีเครื่องดนตรีเครื่องเป่าเป็นหลัก และมีดับเบิ้ลเบสมา บรรเลงประกอบ มักบรรเลงในร่ม ในห้องประชุม บทเพลงที่บรรเลงเป็นบทเพลงที่เขียนขึ้นเฉพาะ 3.2 วงมาร์ชชิ่งแบนด์ เป็นวงดนตรีที่มีอยู่ตามหน่วยงานสถานศึกษา เหมาะสำหรับบรรเลง กลางแจ้ง วงออร์เคสตร้า (Orchestra) ที่มา : http://vichakarn.triamudom.ac.th วงแบนด์และวงมาร์ชชิ่งแบนด์ ที่มา : http://.absolutebanduniforms.com/index.


30 4. วงชาโดว์ (Shadow) เป็นวงดนตรีที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ เป็นวงดนตรีขนาดเล็ก มีเครื่องดนตรีอยู่ 3 ชิ้นคือกีตาร์ เบส และกลองชุด ผู้ขับร้องก็เป็นนักดนตรี 5. วงสตริงคอมโบ (String Combo) เป็นวงดนตรีที่พัฒนามาจากวงชาโดว์ ประกอบด้วย เครื่องดนตรีคือ กีตาร์คอร์ด กีตาร์ลีด เบสคีย์บอร์ด กลองชุด บางวงอาจเพิ่มเครื่องเป่าเช่น ทรัมเป็ต แซกโซโฟน ทรอมโบนเข้าไปด้วย วงสตริงคอมโบ เป็นวงดนตรีเครื่องสายอย่างตะวันตกขนาดเล็ก เกิดใหม่จากการดัดแปลงและ รวมวงวงคอมโบเข้ากับวงชาโดว์ บทเพลงที่บรรเลงส่วนใหญ่ยังคงเป็นเพลงในแนวดนตรีร็อคเหมือนเดิม เครื่องดนตรีที่นำมาใช้ในการผสมวง ประกอบด้วย กีต้าร์ไฟฟ้า 2 เครื่อง กีต้าร์เบส 1 เครื่องคีย์บอร์ด (เปียโน เปียโนไฟฟ้า ซินธีไซเซอร์) 1 เครื่อง กลองชุด 1 ชุด กีต้าร์เป็นเครื่องดนตรีที่มีบทบาทในการบรรเลง มาก ทำหน้าที่บรรเลงทำนองสอดแทรกต่างๆ ทำนองในตอนขึ้นต้นบทเพลง ทำนองล้อรับเสียงขับร้อง โซโล และทำนองท่อนลงจบ กีต้าร์ที่ทำหน้าที่ต่างๆ เหล่านี้เรียกว่า ลีดกีต้าร์ (Guitar Lead) หรือ โซโลกีต้าร์ (Guitar Solo) ส่วนกีต้าร์ที่เหลืออีก 1 เครื่อง จะทำหน้าที่ดีดคอร์ด ประกอบบทเพลงด้วยลีลาต่างๆ วงชาโดว์ ที่มา : www.youtube.com/watch?v=TT-7ajvqj8o วงสตริงคอมโบ ที่มา : https://sites.google.com/site


31 เรียกว่า ริธึ่มกีต้าร์ (Guitar Rhythm) วงสตริงคอมโบบางวงอาจจะเพิ่มกลุ่มของนักดนตรีประเภทเครื่องเป่า เข้าไปด้วย ประมาณ 1- 3 คน เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าที่นิยมนำมาผสมวง ได้แก่ ทรัมเป็ต ทรอมโบน และแซกโซโฟน 6. วงโฟล์คซอง (Folksong) ความหมายที่แท้จริงของ โฟล์คซอง คือ เพลงพื้นบ้าน เป็นเพลง ของชาวบ้านที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง สนุกสนาน เครื่องดนตรีที่ใช้ก็เป็นเครื่องดนตรีที่อยู่ในท้องถิ่น ไม่มี แบบแผนการบรรเลงที่แน่นอนสำหรับประเทศไทย มีผู้เอาคำว่า “โฟล์คซอง” มาใช้ในความหมายว่า การ ขับร้องเพลงยอดนิยมทั่วไป โดยมีเครื่องดนตรีกีตาร์โปร่งมาบรรเลงประกอบ และมีเครื่องดนตรีมาประสม คือ ขลุ่ย เม้าท์ออร์แกนและเครื่องประกอบจังหวะต่าง ๆ 7. แตรวงชาวบ้าน เป็นวงดนตรีที่เกิดขึ้นในสังคมไทยแถบชนบท มีรูปบแบบที่ไม่แน่นอนเครื่อง ดนตรีหลักคือเครื่องดนตรีเครื่องเป่าชนิดต่าง ๆ เท่าที่จะหาได้ และเครื่องตีประกอบจังหวะ เพลงที่บรรเลง มีทั้งเพลงไทย เพลงลูกทุ่ง และเพลงอื่น ๆ มีลีลาจังหวะที่สนุกสนาน ใช้บรรเลงประกอบงานพิธี ต่าง ๆ เ ช่น งานแห่ต่าง ๆ เป็นต้น วงโฟล์คซอง ที่มา : https://sites.google.com/site แตรวงชาวบ้าน ที่มา : https://sites.google.com/site


32 ใบกิจกรรมที่ 4 วงดนตรีสากล คำชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายความหมายดังต่อไปนี้(10 คะแนน) 1. วงแชมเบอร์ (Chamber Music) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. วงแบนด์ (Band) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แตรวงชาวบ้าน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. วงโฟล์คซอง (Folksong) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. วงสตริงคอมโบ (String Combo) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


33 กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน ชื่อ…………………………………..สกุล……………………………………ชั้น…………. คำชี้แจง แบบทดสอบนี้เป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ คำสั่ง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว โดยทำเครื่องหมายกากบาท ( X ) ลงในกระดาษคำตอบ สรุปคะแนนสอบก่อนเรียน ข้อ ก ข ค ง 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 10


34 แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ประเภทของวงดนตรีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 คำสั่ง ให้นักเรียนเลือกข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว และทําเครื่องหมาย x ลงในกระดาษคําตอบ 1. วงดนตรีที่ประกอบด้วยระนาดเอก ปี่มอญ ฆ้องมอญวงใหญ่ ตะโพนมอญ เปิงมางคอก และเครื่องกำกับจังหวะคือฉิ่งและกลับ เป็นวงประเภทใด ก. วงปี่พาทย์มอญ ข. วง ค. วงปี่พาทย์เครื่องคู่ ง. วงปี่พาทย์เครื่องห้า 2. วงดนตรีที่มีขนาดใหญ่มีนักดนตรีมากที่สุดและมีวาทยกรเป็นวงดนตรีประเภทใด ก. วงสตริงคอมโบว์ ข. วงออร์เคสตร้า ค. วงแชมเบอร์ ง. วงแบนด์ 3. ลักษณะเป็นวงดนตรีขนาดเล็ก ใช้บรรเลงในห้องโถงหรือสถานที่ไม่ใหญ่โตนัก มีนักดนตรีตั้งแต่ 2 – 9 คน เป็นวงดนตรีประเภทใด ก. วงสตริงคอมโบว์ ข. แตรวง ค. วงแชมเบอร์ ง. วงแบนด์ 4. ข้อใดเป็นลักษณะของ วงชาโดว์ (Shadow) ก. มีนักดนตรีจำนวนมาก ข. เป็นวงขนาดเล็กมีเครื่องดนตรี 6 ชิ้น ค. เป็นวงขนาดเล็กมีเครื่องดนตรี 3 ชิ้น ง. เป็นวงขนาดกลางมีเครื่องดนตรี 12 ชิ้น 5. วงดนตรีที่เล่นเพลงพื้นบ้าน เป็นเพลงของชาวบ้านที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง สนุกสนาน เราเรียกว่าวงประเภทใด ก. วงสตริงคอมโบว์ ข. วงออร์เคสตร้า ค. วงโฟคซอง ง. วงแบนด์ 6. ดนตรีพื้นเมืองสะท้อนให้เห็นอะไรบ้าง ก. วิถีของคนในท้องถิ่น ข. ประวัติของคนเล่นดนตรี ค. ความหมายของเนื้อเพลง ง. ความเราะของเพลง 7. เครื่องดนตรีชนิดใดเป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ ก. แคน ข. กลองโนรา ค. สะล้อ ง. ขิม 8. ลักษณะเครื่องดนตรีวงสะล้อ ซอ ซึง ส่วนใหญ่เป็นเครื่องดนตรีประเภทใด ก. ดีด ข. สี ค. ตี ง. เป่า


35 9. วงเครื่องสายไทยเป็นวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทที่มีสายเป็นหลัก แบ่งออกได้เป็นกี่ชนิด ก. 2 ชนิด ข. 3 ชนิด ค. 4 ชนิด ง. 5 ชนิด 10. ดนตรีพื้นเมืองมีลักษณะอย่างไร ก. ทำนองเศร้าสร้อย ข. เนื้อร้องเป็นภาษาถิ่น ค. ใช้เครื่องดนตรีหลายชิ้น ง. เนื้อร้องเป็นภาษากลาง


36 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). การจัดการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ. กรุงเทพฯ : องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์(ร.ส.พ). ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2557). หลักการสอนดนตรี. กรุงทเพฯ : การศาสนา. บุญเกื้อ ควรหาเวช. (2557). นวัตกรรมการศึกษา. กรุงเทพฯ : SR Printing. วัฒนะ บุญจับ. (2554). บัณณ์ดุรีย์ : วรรณคดีกับดนตรีไทย. กรุงเทพ ฯ : เอดิสัน เพรส โพรดักส์เอดิสัน. สงบศึก ธรรมวิหาร. (2560). ดุริยางค์ไทย. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สมบุญ วงศ์คำลือ และ จันทร์อาภา คอนชนะ. (2556). ดนตรีไทย, หนังสือประกอบ การเรียนรู้พื้นฐาน. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพร้าว. สุดใจ ทศพร. (2559). หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ดนตรี-นาฏศิลป์ ม.1. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์. สุพรรณีเหลือบุญชูและคณะ. (2559). ดนตรีกับชีวิต. มหาสารคาม : อภิชาติการพิมพ์ อรวรรณ บรรจงศิลป์. (2558). ดนตรีไทยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช.


37 ภาคผนวก


38 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 1. ก 2. ข 3. ค 4. ข 5. ก 6. ค 7. ง 8. ข 9. ค 10. ค เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 1. ง 2. ข 3. ค 4. ค 5. ค 6. ก 7. ค 8. ข 9. ก 10. ข


39 เฉลยใบกิจกรรมที่ 1 ดนตรีไทย คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามให้ถูกต้อง (10 คะแนน) 1. วงปี่พาทย์มอญ เป็นวงดนตรีที่มาพร้อมกับชาวมอญที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย ประกอบด้วยเครื่องดนตรีที่ได้รับ อิทธิพลมาจากมอญได้แก่ ปี่มอญ ฆ้องมอญ ตะโพนมอญ เปิงมางคอก และฆ้องราว วงปี่พาทย์มอญมี 3 ขนาดเช่นเดียวกับวงปี่พาทย์ไม้แข็งของไทย 2. วงมโหรี วงมโหรีเป็นวงดนตรีไทยประเภทหนึ่งซึ่งประกอบด้วยเครื่องดนตรีผสมทั้งดีด สี ตี เป่า เป็นวงดนตรีที่ใช้บรรเลงเพื่อขับกล่อม ไม่นิยมบรรเลงในการแสดงใด ๆ วงมโหรีแบ่งเป็น 5 ประเภท 3. วงเครื่องสาย วงเครื่องสายไทยเป็นวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทที่มีสายเป็นหลัก ส่วนเครื่องดนตรีชนิด อื่นๆที่ประสมในวงเครื่องสายนิยมใช้เครื่องดนตรีที่มีระดับเสียงที่มีความกลมกลืนสอดคล้องกับเครื่องดนตรี อื่นๆ ในวง แบ่งออกเป็น 2 ชนิด 4. วงปี่พาทย์ เป็นวงที่ประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีประเภทตี เป่า และเครื่องประกอบจังหวะ ใช้บรรเลงในงานพระ ราชพิธี และพิธีต่างๆ แบ่งได้ 3 ขนาด คือ วงปี่พาทย์เครื่องสิบ ระนาดเอก ฆ้องวงใหญ่ ปี่ใน ฉิ่ง ตะโพน กลองทัด วงปี่พาทย์เครื่องห้า แบ่งออกเป็น 2 ชนิดได้แก่ ปีพาทย์เครื่องห้าอย่างหนัก จะใช้สำหรับการ บรรเลงใน การแสดงมหรสพ หรืองานในพิธีต่าง ๆ 5. วงมโหรีเครื่องคู่ วงปี่พาทย์มอญเครื่องคู่ มีลักษณะเดียวกันกับวงปี่พาทย์มอญเครื่องห้า เพียงแต่วงนี้ได้เพิ่มระนาดทุ้ม และฆ้องมอญวงเล็กเข้ามา


40 เฉลยใบกิจกรรมที่ 2 คำชี้แจง จากรูปภาพให้นักเรียนอธิบายว่าเป็นลักษณะของเครื่องดนตรีประเภทใด มีลักษณะและวิธีบรรเลงอย่างไร (10 คะแนน) 1. 2. 3. โปงลาง มีลักษณะคล้ายระนาดแต่มีขนาดใหญ่ เดิมที โปงลางเป็นชื่อของกระดึงที่แขวนคอวัวต่าง เป็นสัญญาณ ระหว่างการเดินทางไปค้าขาย ส่วนโปงที่เป็นเครื่องดนตรี เดิมชาวบ้านในจังหวัดกาฬสินธุ์เรียกว่า"ขอลอ" โปงลาง ทำ จากไม้เนื้อแข็งเช่น ไม้หมากเหลื่อม ไม้สมอป่า ไม้พยุง ไม้ประดู่ ไม้ขนุน แคน เป็นเครื่องดนตรีตระกูลเครื่องเป่า เป็นเครื่องดนตรี สัญลักษณ์ของชาวไทยอีสาน มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ยืนยันว่าแคนเป็นเครื่องดนตรีประเภท ใช้เล่นทำนองที่ เก่าแก่ที่สุดในโลก ได้รับความนิยมแพร่หลายในเอเชีย โดยมี ชื่อเรียกต่างกันไป เช่น ชนเผ่าแม้วเรียกว่า เค่ง ชาวจีนเรียก ชะอัง เกาหลีเรียก แซง ญี่ปุ่นเรียก โซว เป็นต้น พิณ คือ เครื่องดนตรีประเภทสายของไทยที่มีมาแต่โบราณ เป็นเครื่องดนตรีอีสานพื้นบ้าน มักใช้เล่นในแนวดนตรีหมอ ลำ โปงลาง หรือดนตรีแนวลูกทุ่ง พิณทั่วไปจะมี 3 สาย แต่บางทีก็พบ 2 หรือ 4 สาย ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของ การใช้งาน มีทั้งพิณโปร่งและพิณไฟฟ้าเช่นเดียวกับกีตาร์


41 4. 5. โหวด เครื่องดนตรีขนาดเล็ก กะทัดรัด ราคาย่อมเยา รูปทรงสวยงาม กลายเป็นเครื่องดนตรีแห่งวงการดนตรี อีสานจริงๆ เมื่อไม่กี่สิบปีมานี่เอง โดยผู้คิดค้นพัฒนาให้เป็น เครื่องดนตรี แบบที่เห็นในปัจจุบัน คือ อาจารย์ ทรงศักดิ์ ประทุมสินธุ์ ซึ่งได้คิดค้นและ นำออก แสดงเมื่อปีพ.ศ. 2511 โหวด ทำจากไม้กู่แคน ซึ่งเป็น ปลายที่เหลือจากการทำแคน ซอพื้นเมืองอีสาน ทำจากวัสดุพื้นบ้านที่หาได้ง่าย โดย สมัยก่อน ตัวเต้าหรือกล่องเสียง ทำจาก กะลามะพร้าว กระบอกไม้ไผ่ แก่นไม้เจาะเป็นโพรง เป็นต้น และ ใช้หนังสัตว์ เช่น หนังกบ หนังงู หนังวัว เป็นต้น หุ้มหน้าเต้าซอ แต่สมัยปัจจุบัน มีการนำกระป๋อง เช่น กระป๋องนม กระป๋องเครื่องดื่ม กระป๋องสี


42 เฉลยใบกิจกรรมที่ 3 คำชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายว่าวงดนตรีพื้นบ้านประกอบด้วยเครื่องดนตรีชนิดใดและใช้ แสดงในโอกาสใด (10 คะแนน) 1. วงกาหลอ วงกาหลอ เป็นวงที่ใช้บรรเลงในพิธีงานศพของชาวไทยพุทธในหลายพื้นที่นิยมจัดให้มีวงดนตรี ที่เรียกว่า วงกาหลอ วงดนตรีนี้ในปัจจุบันนิยมใช้บรรเลงเฉพาะในงานศพมี เครื่องดนตรีดังนี้ ปี่ฮ้อ 1 เลา ทน 1 คู่ และฆ้อง แต่เดิมในจังหวัดตรังมีอยู่หลายคณะทั้งในอำเภอนาโยง อำเภอย่านตาขาว อำเภอห้วย ยอด แต่ขาดผู้สืบทอด ปัจจุบันเหลืออยู่ ในพื้นที่อำเภอห้วยยอดเพียง 2 คณะ 2. วงหนังตลุง เครื่องตะลุงคณะหนึ่งมีเครื่องดนตรีประกอบการ เล่น ประมาณ 6 อย่าง คือ โหม่ง 1 คู่ ทับหรือโทน 1 คู่ ฉิ่ง 1 คู่กลองชาตรี1 ใบ ปีชวา 1 เลา และ กรับหรือแกระ 1 คู่ ในปัจจุบันนี้มีหนังตะลุงไม่น้อยที่นำเครื่องดนตรีสากลเข้าประสม 3. วงปี่พาทย์ชาตรี วงปี่พาทย์ชาตรีมีน้ำหนักเบากว่าเครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์ไม้แข็ง เป็นวงดนตรีเก่าแก่ ที่มีมาแต่โบราณ ใช้บรรเลงประกอบการแสดงโนราห์ชาตรีและหนังตลุงปี่พาทย์ชาตรีประกอบด้วยเครื่อง ดนตรีดังนี้ 1) ปี่ 2) โทนชาตรี3) กลองชาตรี( กลองตุ๊ก ) 4) ฆ้องคู่ 5) ฉิ่ง และ 6) กรับไม้ทาง ภาคใต้ของไทย เรียกว่า วงปี่พาทย์ชาตรี และที่เรียกว่า วงปี่พาทย์เครื่องเบา 4. วงรองเง็ง ดนตรีรองเง็งประกอบด้วยเครื่องดนตรีหลายอย่างเช่น เครื่องบรรเลงทำนองจากยุโรป เครื่อง กำกับจังหวะ (ฆ้อง) จากเอเซีย เครื่องประกอบจังหวะ (รำมะนา บานอ กรือโต๊ะ) อันเป็นดนตรีพื้นบ้าน และยังแทรกด้วยดนตรีไทยบางชิ้น แสดงถึงว่าในโลกของดนตรี มีการผสมผสานโดยไม่มีอุปสรรคทางเชื้อ ชาติ ศาสนา หรือวัฒนธรรม เป็นศิลปะที่มีคุณค่าทางด้านจิตใจเป็นอย่างยิ่ง 5. วงโนรา มโนราห์ หรือ มโนห์รา หรือเรียกโดยย่อว่า โนรา เป็นชื่อศิลปะการแสดงพื้นเมืองอย่างหนึ่งของ ภาคใต้ มีแม่บทท่ารำอย่างเดียวกับละครชาตรี บทร้องเป็นกลอนสด ผู้ขับร้องต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบ สรร หาคำให้สัมผัสกันได้อย่างฉับไว มีความหมาย ทั้งบทร้อง ท่ารำและเครื่องแต่งกายเครื่องดนตรีประกอบด้วย กลอง ทับคู่ ฉิ่งโหม่ง ปี่นอก หรือ ปี่ใน และกรับ


43 เฉลยใบกิจกรรมที่ 4 วงดนตรีสากล คำชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายความหมายดังต่อไปนี้(10 คะแนน) 1. วงแชมเบอร์ (Chamber Music) เป็นวงดนตรีขนาดเล็ก ใช้บรรเลงในห้องโถงหรือสถานที่ไม่ใหญ่โตนัก มีนักดนตรีตั้งแต่ 2 – 9 คน มีชื่อ เรียกตามจำนวนนักดนตรี ดังนี้ คือ นักดนตรี 2 คน เรียกว่า ดูเอ็ด (Duet) นักดนตรี 3 คน เรียกว่า ทรีโอ (Trio) นักดนตรี 4 คน เรียกว่า ควอเต็ด (Quartet) นักดนตรี 5 คน เรียกว่า ควินเต็ด (Quintet) นักดนตรี 6 คน เรียกว่า เซกเต็ด (Sextet) นักดนตรี 7 คน เรียกว่า เซพเต็ด (Seยtet) นักดนตรี 8 คน เรียกว่า ออค เต็ด (Octet) นักดนตรี 9 คน เรียกว่า โนเน็ด (Nonet) 2. วงแบนด์ (Band) เป็นวงดนตรีที่มีเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้และเครื่องลมทองเหลืองเป็นหลักในการบรรเลงมีเครื่อง ประกอบจังหวะเป็นส่วนประกอบ แบ่งออกได้ดังนี้ คือ วงซิมโฟนิคแบนด์ เป็นวงดนตรีที่มีเครื่องดนตรี เครื่องเป่าเป็นหลัก และมีดับเบิ้ลเบสมาบรรเลงประกอบ มักบรรเลงในร่ม ในห้องประชุม บทเพลงที่บรรเลง เป็นบทเพลงที่เขียนขึ้นเฉพาะ วงมาร์ชชิ่งแบนด์ 3. แตรวงชาวบ้าน เป็นวงดนตรีที่เกิดขึ้นในสังคมไทยแถบชนบท มีรูปบแบบที่ไม่แน่นอนเครื่องดนตรีหลักคือเครื่องดนตรี เครื่องเป่าชนิดต่าง ๆ เท่าที่จะหาได้ และเครื่องตีประกอบจังหวะ เพลงที่บรรเลงมีทั้งเพลงไทย เพลงลูกทุ่ง และเพลงอื่น ๆ มีลีลาจังหวะที่สนุกสนาน ใช้บรรเลงประกอบงานพิธีต่าง ๆ เ ช่น งานแห่ต่าง ๆ 4. วงโฟล์คซอง (Folksong) เป็นเพลงพื้นบ้าน เป็นเพลงของชาวบ้านที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง สนุกสนาน เครื่องดนตรีที่ใช้ก็เป็น เครื่องดนตรีที่อยู่ในท้องถิ่น ไม่มีแบบแผนการบรรเลงที่แน่นอนสำหรับประเทศไทย มีผู้เอาคำว่า “โฟล์ค ซอง” มาใช้ในความหมายว่า การขับร้องเพลงยอดนิยมทั่วไป 5. วงสตริงคอมโบ (String Combo) เป็นวงดนตรีที่พัฒนามาจากวงชาโดว์ ประกอบด้วยเครื่องดนตรีคือ กีตาร์คอร์ด กีตาร์ลีด เบสคีย์บอร์ด กลองชุด บางวงอาจเพิ่มเครื่องเป่าเช่น ทรัมเป็ต แซกโซโฟน ทรอมโบนเข้าไปด้วย


44


Click to View FlipBook Version