The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประกอบด้วยพระมหากษัตริย์ 4 สมัย คือ สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 410 35 ลภัสรดา ยอดแก้ว, 2023-12-05 09:07:10

พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในสมัยต่างๆ

ประกอบด้วยพระมหากษัตริย์ 4 สมัย คือ สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์

รายงาน เรื่อ รื่ ง พระราชประวัติ วั ติและพระราชกรณียกิจกิ ของ พระมหากษัต ษั ริย์ริ ย์ในสมัย มั ต่างๆ จัด จั ทำ โดย นัก นั เรีย รี นชั้น ชั้ มัธ มั ยมศึก ศึ ษาปีที่ 4 ที่ /10 เลขที่ 1 2 3 4 5 7 8 9 12 13 14 16 17 20 25 26 31 33 34 35 รายงานนี้เ นี้ ป็นส่วนหนึ่งของรายวิชวิาประวัติ วั ติศาสตร์ (ส 31104) ภาคเรีย รี นที่ 2 ปีการศึก ศึ ษา 2566 โรงเรีย รี นเบญจมราชูทิศทิ เสนอ คุณครู ชลดา


คำ นำ รายงานเล่มนี้จันี้ดจัทำ ขึ้นขึ้เพื่อพื่เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชวิาประวัติวั ติศาสตร์ ชั้นชั้ มัธมัยมศึกศึษาปีที่ 4ที่ เพื่อพื่ให้ได้ศึกศึษาหาความรู้ในเรื่อรื่ง พระราชประวัติวั ติและพระราช กรณียกิจกิ ของพระมหากษัตษัริย์ริ ย์ในสมัยมัต่างๆ และได้ศึกศึษาอย่างเข้าใจเพื่อพื่เป็น ประโยชน์กับกัการเรียรีน ผู้จัดจัทำ หวังวัว่า รายงานเล่มนี้จนี้ะเป็นประโยชน์กับกัผู้อ่าน นักนัเรียรีน หรือรืนักนัศึกศึษา ที่กำที่กำลังลัหาข้อมูลเรื่อรื่งนี้อนี้ยู่ หากมีข้มี ข้อแนะนำ หรือรืข้อผิดผิพลาดประการใด ผู้จัดจัทำ ขอน้อม รับรั ไว้และขออภัยภัมา ณ ที่นี้ที่ด้นี้ ด้ วย คณะผู้จัด จั ทำ 5 ธัน ธั วาคม 2566


สารบัญบั เรื่อรื่ง หน้าพระมหากษัตษัริย์ริ ย์สมัยมัสุโขทัยทั- พ่อขุนศรีอิรีนอิทราทิตทิย์- พ่อขุนรามคำ แหงมหาราช- พระมหาธรรมราชาที่1ที่(ลิไลิทย)พระมหากษัตษัริย์ริ ย์สมัยมัอยุธยา- สมเด็จด็พระรามาธิบธิดีที่ดี ที่1ที่(อู่ทอง) - สมเด็จด็พระบรมไตรโลกนาถ- สมเด็จด็พระนเรศวร- สมเด็จด็พระนารายณ์พระมหากษัตษัริย์ริ ย์สมัยมัธนบุรี- สมเด็จด็พระเจ้าตากสินสิมหาราชพระมหากษัตษัริย์ริ ย์สมัยมัรัตรันโกสินสิทร์- พระบาทสมเด็จด็พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช- พระบาทสมเด็จด็พระพุทธเลิศลิหล้านภาลัยลั- พระบาทสมเด็จด็พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัยู่วหั- พระบาทสมเด็จด็พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัยู่วหั- พระบาทสมเด็จด็พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัยู่วหั- พระบาทสมเด็จด็พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัยู่วหั- พระบาทสมเด็จด็พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัยู่วหั- พระบาทสมเด็จด็พระปรเมนทรมหาอานันนัทมหิดล- พระบาทสมเด็จด็พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช- พระบาทสมเด็จด็พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัยู่วหั123456789101112131415161718


พระราชกรณียกิจกิ พ่อขุนศรีอิรีนอิทราทิตทิย์เมื่อมื่ครั้งรั้ยังยัเป็นพ่อขุนบางกลางหาวได้ร่วมกับกั พ่อขุนผาเมือมืง เจ้าเมือมืงราดแห่งราชวงศ์ศศ์รีนรีาวนำ ถุม รวมกำ ลังลัพลกันกั กระทำ รัฐรั ประหารขอมสบาดโขลญลำ พง โดยตีเตีมือมืงศรีสัรีชสันาลัยลัและเมือมื งบางขลงได้ และยกทั้งทั้สองเมือมืงให้พ่อขุนผาเมือมืง ส่วนพ่อขุนผาเมือมืงตี เมือมืงสุโขทัยทั ได้ ก็ไก็ ด้มอบเมือมืงสุโขทัยทั ให้พ่อขุนบางกลาวหาว พร้อมพระ ขรรค์ชัยชัศรีแรีละพระนาม "ศรีอิรีนอิทรบดินดิทราทิตทิย์" ซึ่งได้นำด้ นำมาใช้เป็น พระนาม ภายหลังลั ได้คลายเป็น ศรีอิรีนอิทราทิตทิย์ การเข้ามาครองสุโขทัยทัของ พระองค์ ส่งผลให้ราชวงศ์พศ์ระร่วงเข้ามามีอิมีทอิธิพธิลในเขตนครสุโขทัยทัเพิ่มพิ่ มากขึ้นขึ้และได้แผ่ขยายดินดิแดนกว้างขวางมากออกไป ผลงาน ในกลางรัชรัสมัยมัทรงมีสมีงครามกับกัขุนสามชน เจ้าเมือมืงฉอด ทรง ชนช้างกับกัขุนสามชน แต่ช้างทรงพระองค์ ได้เตลิดลิหนี ขณะนั้นนั้พระโอรส องค์เล็ก ล็ ทรงมีพมีระปรีชรีาสามารถ ได้ชนช้างชนะขุนสามชน ภายหลังลัจึงจึทรง เฉลิมลิพระนามพระโอรสว่ารามคำ แหง ในยุคประวัติวั ติศาสตร์ชาตินิยม มีคมีติหนึ่งที่เที่ชื่อชื่กันกัว่า พระองค์ทรงเป็น ผู้นำผู้ นำชนชาติไทย ต่อสู้กับกัอิทอิธิพธิลขอมในสุวรรณภูมิ ทรงได้ชัยชัชนะและ ประกาศอิสอิรภาพตั้งตั้ราชอาณาจักจัรสุโขทัยทัขึ้นขึ้และทรงเป็นปฐมกษัตษัริย์ริ ย์แห่ง ราชอาณาจักจัรไทย แต่ภายหลังลัคติดังดักล่าวได้รับรัการพิสูจน์แล้วว่าไม่จริงริ เพราะพระองค์ไม่ได้เป็นปฐมกษัตษัริย์ริ ย์อีกอีทั้งทั้ยังยัมีพ่มี พ่อขุนศรีนรีาวนำ ถุม ครอง สุโขทัยทัอยู่ก่อนแล้ว พ่อขุนศรีอิ รี นอิทราทิตทิย์ พ่อขุนศรีอิรีนอิทราทิตทิย์ หรือรืพระนามเต็มต็กำ มรเตงอัญอัศรีอิรีนอิทรบดินดิทราทิตทิย์ พระนามเดิมดิพ่อขุนบาง กลางหาว (ไม่ใช่ กลางท่าว) ทรงเป็นปฐมกษัตษัริย์ริ ย์แห่งประวัติวั ติศาสตร์ไทย ครองราชสมบัติบั ติตั้งตั้แต่ พ.ศ. 1792 (คำ นวณศักศัราชจากคัมคัภีร์ภี ร์สุริยริยาตรตามข้อเสนอของ ศ. ประเสริฐริณ นครและ พ.อ.พิเศษ เอื้ออื้น มณเฑียรทอง) แต่ไม่ปม่ รากฏหลักลัฐานการสวรรคตหรือรืสิ้นสิ้สุดการครองราชสมบัติบั ติปีใด มีผู้มีผู้สันสันิษฐานที่มที่าของพ่อขุนศรีอิรีนอิทรา ทิตทิย์ จากคัมคัภีร์ภี ร์ชินกาลมาลีปลีกรณ์ว่าบ้านเดิมดิ ของพระองค์อาจอยู่ที่ยู่ ที่ "บ้านโคน" ในจังจัหวัดวักำ แพงเพชร สำ หรับรัพระนามแรก คือคืพ่อขุนบางกลางหาวนั้นนั้เป็นพระนามดั้งดั้เดิมดิเมื่อมื่ครั้งรั้เป็นเจ้าเมือมืงบางยาง เป็นที่ ยอมรับรักันกั โดยทั่วทั่ไปว่า พ่อขุนบางกลางหาวเป็นพระนามสมัยมัเป็นเจ้าเมือมืงบางยางโดยแท้จริงริ พระนามที่สที่องนั้นนั้เป็นพระนามที่ใที่ช้กันกัทางราชการ เป็นพระนามที่เที่ชื่อชื่กันกัว่าทรงใช้เมื่อมื่ราชาภิเษกแล้ว คำ ว่า ศรีอิรีนอิทราทิตทิย์นั้นนั้มีบ่มี บ่งอยู่ในศิลาจารึกรึสิ่งสิ่ที่เที่ป็นปัญหาคือคืคำ ที่นำที่นำหน้า คำ ว่า "ศรีอิรีนอิทราทิตทิย์" เพราะเรียรีกแตก ต่างกันกั ไปว่า ขุนศรีอิรีนอิทราทิตทิย์บ้าง พ่อขุนศรีอิรีนอิทราทิตทิย์บ้าง พระเจ้าศรีอิรีนอิทราทิตทิย์บ้าง และบางทีก็ทีเก็รียรีก พระเจ้าขุนศรีอิรีนอิทราทิตทิย์ 1


พระราชกรณีบยกิจกิที่สำที่สำคัญคั พ่อขุนรามคำ แหงมหาราช ทรงรวมเป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์ที่ทที่รงอัจอัฉริยริ ภาพทั้งทั้ด้านการปกครอง เศรษฐกิจกิศาสนาและศิลปวิทวิยาต่างๆ ที่สำที่สำคัญคัยิ่งยิ่ คือคืพระองค์ได้ทรงประดิษดิฐ์อักอัษรไทยขึ้นขึ้เมื่อมื่ประมาณ พ.ศ. 1826 ซึ่ง เป็นต้นต้กำ เนิดของอักอัษรไทยที่ใที่ช้อยู่ในปัจจุบันบั ทรงชำ นาญทั้งทั้ในด้านการรบการปกครอง และการศาสนา พระองค์ทรง ขยายอาณาจักจัรสุโขทัยทัออกไปได้กว้างใหญ่ไพศาลด้วยวิเวิทโศบายอันอั แยบยล ด้านความมั่นมั่คง ทรงทำ ยุทธหัตหัถีกัถีบกัขุนสามชนเจ้าเมือมืงฉอด ทำ ให้แคว้นว้ ต่างๆไม่กล้าเข้ามายุ่งกับกัอาณาจักจัรสุโขทัยทั ด้านการเมือมืงการปกครอง พระองค์ทรงใช้รูปแบบการปกครองแบบ พ่อ ปกครองลูก เมื่อมื่ราษฎรมีเมีรื่อรื่งเดือดืดร้อนก็ใก็ ห้มาสั่นสั่กระดิ่งดิ่ที่หที่น้าประตูวังวั แล้วพระองค์ก็จ ก็ ะเสด็จ ด็ ออกมารับรั ฟังเรื่อรื่งราว เพื่อพื่ทรงตัดตัสินสิ ปัญหาด้วย พระองค์เอง ด้านเศรษฐกิจกิพระองค์ทรงโปรดให้สร้างทำ นบกักกัเก็บ ก็ น้ำ ที่เที่รียรีกว่า ทำ นบา พระร่วง หรือรืสรีดรีภงค์ เพื่อพื่ใช้กักกัเก็บ ก็ น้ำ ไว้ใช้ในฤดูแล้งพระองค์ทรงให้ เสรีภรีาพแก่ประชาชนในการค้าขาย และทรงโปรดให้สร้างเตาเผาเครื่อรื่งสังสัค โลกเป็นจำ นวนมาก เพื่อพื่ผลิตลิสินสิค้าออกไปขายยังยัดินดิแดนใกล้เคียคีง ด้านภาษา พระองค์ทรงประดิษดิฐ์ตัวตัอักอัษรไทย ที่เที่รียรีกว่า ลายสือสื ไทย และได้ มีกมีารรพัฒพันามาเป็นลำ ดับดัจนถึงถึอักอัษรไทยในปัจจุบันบั ด้านศาสนา ทรงเป็นผู้นำผู้ นำในการสร้างศรัทรัธาให้ประชาชนเลื่อลื่มใสในพระ พุทธศานา พระองค์ทรงนิมนต์พระสงฆ์นิฆ์ นิกายเถรวาท ลัทลัธิลัธิงลักาวงศ์ จาก เมือมืงนครศรีธรีรรมราชที่กที่ลับลัมาจากลังลักา มาเผยแผ่คำ สอนทางพระพุทธ ศาสนาแก่ราษฎรทำ ให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำ ชาติไทยมาจนถึงถึ ปัจจุบันบั ด้านการทูต ทรงเป็นพันพัธมิตรกับกัพระยามังมัรายมหาราชแห่งล้านนาและ พระยางำ แห่งเมือมืงพะเยา เพื่อพื่ป้องกันกักานรุกรานของพวกมองโกล ทรง สร้างความสัมสัพันพัธ์ทธ์างการฑูตกับกัจีนจี พ่อขุนรามคำ แหงมหาราช เป็นพระราชโอรสของพ่อขุนศรีอิรีนอิทราทิตทิย์ปฐมกษัตษัริย์ริ ย์แห่งกรุงสุโขทัยทัพ่อขุนศรี อินอิทราทิตทิย์ มีพมีระมเหสีคืสีอคืพระนางเสือสืงเป็น พระมหากษัตษัริย์ริ ย์รัชรักาลที่ 3 แห่งราชวงศ์พศ์ระร่วงสันสันิษฐานว่า พระองค์ สิ้นสิ้พระชนม์ใม์นราวปี พ.ศ.1860 รวมเวลาที่ทที่รงครองราชย์ประมาณ 80 ปี แลเมื่อมื่เจ้ารามมีพมีระชนมายุได้ 19 ชรรษา ได้ตามสมเด็จด็พระราชบิดบิาไปทำ ศึกศึกับกัขุนสามชนเจ้าเมือมืงฉอดและ ได้ทรงแสดงความเก่งกล้าในทาสไสช้างทรง เข้าแก้เอาพระราชบิดบิาไว้ได้ทั้งทั้ตีทัตีพทัขุนสามชนแตกพ่ายไปแล้วพระราชบิดบิาจึงจึถวายพระนามเสียสี ใหม่ว่า “เจ้า รามคำ แหง” พ่อขุนรามคำ แหงมหาราช 2


พระราชกรณียกิจกิ ในฝ่ายพระราชอาณาจักจัร เช่น ได้ทรงขยายอาณาเขต โปรดให้ ขุดคลอง สร้างถนนหนทางเชื่อชื่มโยงกับกัเมือมืงสำ คัญคั ในราชอาณาจักจัร นอกจากนี้ยันี้งยัทรงสร้างศิลาจารึกรึไว้หลายหลักลัทั้งทั้ภาษาไทย ภาษามคธ และภาษาขอม ซึ่งเป็นหลักลัฐานสำ คัญคัทางประวัติวั ติศาสตร์จนทุกวันวันี้ ส่วนพระราชกรณียกิจกิ ฝ่ายพุทธจักจัรนั้นนั้ทรงผนวชเมื่อมื่พ.ศ. 1904 เป็น พระมหากษัตษัริย์ริ ย์ไทยพระองค์แรกที่ทที่รงพระผนวชในขณะเสวยราชย์ ได้ทรงสร้างโบราณสถานและโบราณวัตวัถุ เช่น พระวิหวิาร พระมหาธาตุ พระพุทธบาท ไว้ตามเมือมืงสำ คัญคัหลายแห่ง ด้านการปกครอง สมเด็จ ด็ พระเจ้าบรมวงศ์เศ์ธอ กรมพระยาดำ รงราชานุภาพทรงสรุป ลักลัษณะการปกครองของพญาลิไลิทไว้ว่า “...พระเจ้าขุนรามคำ แหงทรง บำ เพ็ญ พ็ จักจัวรรติวัตวัรแผ่พระราชอาณาจักจัร และพระราชอำ นาจด้วยการ มุ่งปราบปรามราชศัตศัรูฉันฉั ใด พระมหาธรรมราชาลิไลิทยก็ท ก็ รงบำ เพ็ญ พ็ ใน ทางที่จที่ะเป็นธรรมราชา คือคื ปกครองพระราชอาณาจักจัร หมายด้วยธรรมา นุภาพเป็นสำ คัญคัฉันฉันั้นนั้” ด้านวรรณกรรม พญาลิไลิทได้ทรงพระราชนิพนธ์ไธ์ตรภูมิกถา* หรือรื ไตรภูมิพระร่วง* อันอัเป็นวรรณคดีที่ดี ที่มีที่อิมีทอิธิพธิลในการศึกศึษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา กับกัธรรมานุภาพให้เจริญริยิ่งยิ่ในพระราชอาณาจักจัร ด้านศาสนา ทรงศาสนูปถัมถัภ์ เช่น ทรงออกผนวช ทรงสร้างพระพุทธบาทรวม ทั้งทั้จารึกรึเป็นสัญสัลักลัษณ์ของพระองค์ เป็นพระราชโอรสพญาเลอไทย และเป็นพระราชนัดนัดาพ่อขุนรามคำ แหงมหาราช ทรงครองเมือมืง ศรีสัรีชสันาลัยลั ในตำ แหน่งอุปราช เมื่อมื่พ.ศ. 1882 ต่อมาได้เสวยราชย์ครองกรุงสุโขทัยทัเมื่อมื่พ.ศ. 1890 พญาลิไลิททรงเป็นนักนั ปราชญ์แญ์ละนักนัการปกครองที่ทที่รงพระปรีชรีาสามารถทั้งทั้ฝ่ายราชอาณาจักจัรและฝ่าย พุทธจักจัร ทรงเชี่ยวชาญในสรรพศาสตร์ อาทิ พุทธศาสตร์ ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฯลฯ พญาลิไลิท เสด็จด็สวรรคตในราวพ.ศ. 1914 แต่ไม่เกินกิพ.ศ. 1919 พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไลิทย) 3


พระราชกรณียกิจกิที่สำที่สำคัญคั สถาปนากรุงศรีอรียุธยาเป็นราชธานีในีนวันวัศุกร์ ขึ้นขึ้6 ค่ำ เดือดืน 5 จุลศักศัราช 712 ตรงกับกัวันวัที่ 4มีนมีาคม พ.ศ. 1893 โดยทรงเลือลืกตั้งตั้ใน ชัยชัภูมิที่เที่หมาะสมในการรับรัศึกศึเป็นที่รที่าบลุ่มกว้างใหญ่ใช้เป็นที่อที่ยู่อาศัยศั และสะสมเสบียบีงอาหารได้มาก รวมทั้งทั้สามารถทำ นาในพระนครได้ ทำ ให้ผู้ รุกรานต้องใช้เวลานานในการตีกตีรุงศรีอรียุธยา ด้านการปกครอง เมื่อมื่แรกตั้งตั้กรุงศรีอรียุธยา สมเด็จ ด็ พระรามาธิบธิดีที่ดี ที่1 ทรงวาง รูปแบบลักลัษณะการปกครองอาณาจักจัรด้วยการผสมผสานวิธีวิกธีารปกครอง ของสุโขทัยทัและกัมกัพูชามาปรับรั ใช้ เช่น การตั้งตั้เมือมืงลูกหลวงเป็นเมือมืงหน้า ด่านชั้นชั้ ในเพื่อพื่ป้องกันกัราชธานี และจัดจัแบ่งการปกครองเป็น 4 ฝ่าย เรียรีก ว่า จตุสดมภ์ ได้แก่ เมือมืง (เวียวีง) วังวัคลังลัและนา ดูแลปกครองเมือมืง ราช สำ นักนัเก็บ ก็ รักรัษาผลประโยชน์แผ่นดินดิและดูแลรวบรวมเสบียบีงอาหาร นอกจากนี้ ในการพิพากษาคดีคดีวามจะยึดยึถือถืพราหมณ์เป็นผู้เชี่ยวชาญทำ หน้าที่ตัที่ดตัสินสิความตามพระธรรมศาสน์ ความสัมสัพันพัธ์กัธ์บกัอาณาจักจัรเพื่อพื่นบ้านใกล้เคียคีง หลังลัสร้างกรุงศรีอรียุธยา ใน พ.ศ. 1895 สมเด็จด็พระรามาธิบธิดีที่ดี ที่1ปฐมกษัตษัริย์ริ ย์แห่งอาณาจักจัรอยุธยา หรือรืที่รู้ที่รู้จักจักันกัทั่วทั่ไปในพระนามว่า สมเด็จด็ พระเจ้าอู่ทอง แม้พม้ระราชประวัติวั ติเบื้อบื้งต้นต้ของพระองค์จะไม่สามารถหาข้อสรุปที่แที่น่นอนได้ว่าพระเจ้าอู่ทองสืบสื เชื้อชื้สายมาจากไหน แต่จากพงศาวดาร ตำ นานต่าง ๆ และบันบัทึกทึของชาวต่างชาติทำ ให้อาจสันสันิษฐานได้เป็น 3 แนวทาง คือคืบรรพบุรุษของพระองค์เป็นเชื้อชื้สายลาวอพยพมาจากทางเหนือ เป็นเชื้อชื้สายเขมรปกครองแคว้นว้ กัมกั โพช (ละโว้) หรือรืเป็นเชื้อชื้สายไทยอยู่บยู่ ริเริวณเมือมืงสุพรรณบุรี พระองค์ทรงเป็นพระราชบุตรเขยของเจ้าเมือมืง สุพรรณภูมิหรือรืเมือมืงอู่ทอง พระราชกรณียกิจกิที่สำที่สำคัญคัของพระเจ้าอู่ทองขณะขึ้นขึ้ครองราชย์มีหมีลายประการ สมเด็จด็พระรามาธิบธิดีที่ดี ที่1 ทรงครองราชย์สมบัติบั ตินาน 19ปี เสด็จด็สวรรคตเมื่อมื่พ.ศ. 1912 ประวัติ วั ติพระรามาธิบธิดีที่ ดี ที่ 1(อู่ทอง) 4


เป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์ของอยุธยาในลำ ดับดัที่8ที่พระองค์ประสูติในปี พ.ศ.1974 ณ ตอนทรงพระเยาว์มีนมีาม ว่า “พระราเมศวร” เมื่อมื่พระชนม์ไม์ด้ 7 พรรษา พระราชบิดบิาส่งไปครองเมือมืงสองแคว (พิษณุโลก) แคว้นว้สุโขทัยทัมี ปัญหาขัดขัแย้งกันกัอย่างรุนแรง ทางอยุธยาจึงจึได้ส่งพระราเมศวรซึ่งเป็นเชื้อชื้สายสุโขทัยทัขึ้นขึ้มาเพื่อพื่ช่วยคลี่คลี่ลาย ปัญหา ถือถืว่าเป็นครั้งรั้แรกที่กที่ษัตษัริย์ริ ย์อยุธยาวงศ์สุศ์สุพรรณภูมิส่งพระโอรสมาครองเมือมืงนี้ ในพระนาม “ราเมศวร” ซึ่งพระนามนี้เนี้ดิมดิเป็นตำ แหน่งรัชรัทายาทของวงศ์อู่ศ์อู่ทอง แต่การที่เที่จ้าสามพระยาตั้งตั้นามพระโอรสว่า “ราเมศวร” ก็ เพื่อพื่จะสื่อสื่ว่านี่คืนี่อคื“โอรสของพระราม” ซึ่งหมายความว่าพระองค์คือคืรัชรัทายาทของอยุธยาและมีเมีชื้อชื้สายราชวงศ์ พระร่างและราชวงศ์สุศ์สุพรรณภูมิ พระบรมไตรโลกนาถขึ้นขึ้ครองราชย์ต่อจากพระราชบิดบิาในปี พ.ศ.1991 ด้วย พระชนม์เม์พียพีง 17 พรรษา ด้วยการปฏิรูฏิรูปทำ ให้อาณาจักจัรสุโขทัยทัถูกผนวกให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอยุธยา ด้วยเหตุนี้จึนี้งจึทำ ให้พระยายุทธิเธิสถียถีรไม่พม่อใจจากนั้นนั้ก็หัก็นหั ไปเข้ากับกั ฝ่ายล้านนาหลังลัจากพระองค์ครองราชย์ได้ 3 ปี ล้านนาก็บุก็บุกมาตีชตีากังกัราว แรกๆ ฝ่ายอยุธยาก็แก็ค่ส่งกำ ลังลัช่วยเมือมืงเหนือให้ต้านไว้แต่ส่วนมากต้านไม่อยู่ สถานการณ์ทำ ให้ฝ่ายอยุธยาเป็นรอง ต่อมาเมื่อมื่พระยาเชลียลีงหันหั ไปเข้ากับกัล้านนาอีกอี ในปี พ.ศ.2003 (พงศาวดารอยุธยาฉบับบัหลวงประเสริฐริฯ) พระองค์จึงจึไม่อาจประทับทัที่อที่ยุธยาได้อีกอีต่อไป จึงจึเสด็จด็มาประทับทัที่ เมือมืงสองแควในปี พ.ศ.2006 และประทับทัอยู่ถึยู่ งถึ25 ปีจนสวรรคตที่นี่ที่นี่ สมเด็จ ด็ พระบรมไตรโลกนาถ พระราชกรณียกิจกิ ด้านการปกครอง พระราชกรณียกิจกิด้านการปกครองประกอบด้วยการจัดจัระเบียบีบ การปกครองส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อันอัเป็นแบบแผนซึ่งยึดยึสืบสืต่อ กันกัมาจนถึงถึรัชรัสมัยมัพระบาทสมเด็จ ด็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหัและการ ตราพระราชกำ หนดศักศัดินดิา ซึ่งทำ ให้มีกมีารแบ่งแยกสิทสิธิ และหน้าที่ขที่อง แต่ละบุคคลแตกต่างกันกั ไป โดยทรงเห็นว่ารูปแบบการปกครองนับนั ตั้งตั้แต่รัชรัสมัยมัสมเด็จ ด็ พระรามาธิบธิดีที่ดี ที่1 มีคมีวามหละหลวม ทรงปฏิรูฏิรูปการ ปกครองโดยมีกมีารแบ่งงานฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือรืนออกจากกันกัอย่าง ชัดชัเจน ให้สมุหพระกลาโหมดูแลฝ่ายทหาร และให้สมุหนายกดูแลฝ่าย พลเรือรืน รวมทั้งทั้จตุสดมภ์ในราชธานีสนีมเด็จ ด็ พระบรมไตรโลกนาถ โดย มี "เจ้าพระยามหาเสนาบดี"ดีดำ รงตำ แหน่ง สมุหพระกลาโหม มีหมีน้าที่ ดูแลกิจกิการทหารทั่วทั่อาณาจักจัร และ "เจ้าพระยาจักจัรีศรีรีอรีงครักรัษ์" ดำ รง ตำ แหน่ง สมุหนายก รับรัผิดผิชอบงานพลเรือรืนทั่วทั่อาณาจักจัร พร้อมกับกั ดูแลหน่วยงานจตุสดมภ์ จากเดิมดิที่พื้ที่นพื้ฐานการปกครองนับนัตั้งตั้แต่สมัยมั อาณาจักจัรสุโขทัยทัยังยั ไม่ได้แยกฝ่ายพลเรือรืนกับกัทหารออกจากกันกัชัดชัเจน ทั้งทั้นี้ ในยามสงคราม ไพร่ทุกคนจะต้องรับรัราชการทหารอันอัเป็นหน้าที่ หลักลัอันอัเป็นลักลัษณะรูปแบบการปกครองของอาณาจักจัรขนาดเล็ก ล็ ที่ขที่าด การประสานงานระหว่างเมือมืง ในปี พ.ศ. 2006 ได้ยกเลิกลิระบบการปกครองหัวหัเมือมืงต่าง ๆ แต่เดิมดิที่ แบ่งออกเป็นเมือมืงลูกหลวง หลานหลวง แล้วระบบการปกครองหัวหัเมือมืง เสียสี ใหม่ 5


สมเด็จด็พระนเรศวรมหาราชหรือรืที่ชที่าวบ้านทั่วทั่ไปในครั้งรั้นั้นนั้เรียรีกว่า "พระองค์ดำ " สมเด็จด็พระนเรศวรทรง พระราชสมภพที่พที่ระราชวังวัจันจัทน์ เมือมืงพิษณุโลก เมื่อมื่ปีเถาะ พ.ศ.2098 ในรัชรัสมัยมัของสมเด็จด็พระจักจัรพรรดิ แห่งกรุงศรีอรียุธยา ทรงเป็นราชโอรสในสมเด็จด็พระมหาธรรมราชาธิรธิาช ราชวงศ์สุศ์สุโขทัยทัและสมเด็จด็พระวิสุวิสุทธิ กษัตษัรีย์รี ย์พระราชนนี ราชวงศ์สุศ์สุวรรณภูมิทรงมีพมีระเชษฐภคินีคิ นีและสมเด็จด็พระอนุชา คือคืพระสุพรรณกัลกัยาณี และสมเด็จด็พระเอกาทศรถ ตามลำ ดับดัพระชนมายุ 9 พรรษา สมเด็จด็พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ พม่ายกมาตีกตีรุง ศรีอรียุธยา ทรงถูกนำ ไปเป็นตัวตั ประกันกัณ กรุงหงสาวดี ประทับทั6 ปี พระชนมายุ 15 พรรษา เสด็จด็ฯ กลับลัจากกรุง หงสาวดี เมื่อมื่สมเด็จด็พระนเรศวรมีพมีระชนมายุ 50 พรรษาทรงประชวรเป็นหัวหัละลอกขึ้นขึ้ที่แที่สกพระพักพัตร์ ขณะ เสด็จด็ ไปตีกตีรุงอังอัวะและประทับทัแรมอยู่ที่ยู่ ที่ตำที่ตำบลทุ่งแก้ว แขวงเมือมืงหาง และเสด็จด็สวรรคตเมื่อมื่วันวัจันจัทร์ ขึ้นขึ้8 ค่ำ เดือดืน 6 ปี มะเส็งส็พุทธศักศัราช2148 พุทธศักศัราช2147 ทรงประชวร และเสด็จด็สวรรคต สมเด็จ ด็ พระนเรศวรมหาราช พระราชกรณียกิจกิสำ คัญคั ด้านความมั่นมั่คง พระชนมายุ 29 พรรษา ทรงประกาศอิสอิรภาพของไทย ณ เมือมืง แครง พระเจ้ากรุงหงสาวดีใดีห้สุระกำ มายกกองทัพทัตามมาไล่จับจัสมเด็จ ด็ พระนเรศวร พระองค์ทรงยิงปืนข้ามแม่น้ำม่ น้ำ สะโตงถูกสุระกำ มา แม่ทัม่พทั พม่าตายและทรงได้รับรัมอบอำ นาจให้บัญบัชาการบ้านเมือมืงสิทสิธิ์ขาดแต่ผู้ เดียดีวสงครามไทยกับกัพม่า พระยาพะสิมสิยกกำ ลังลั 130,000 คนมาทาง เมือมืงสุพรรณบุรี พระเจ้าเชียงใหม่มม่ าทางเหนือตีพตีม่าแตกกลับลั ไป พระองค์เสด็จ ด็ เถลิงลิถวัลวัย์ราชสมบัติบั ติเมื่อมื่วันวัที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 ทรงสถาปนาพระเอกาทศรถ เป็นพระมหาอุปราชา และมีพมีระ เกียกีรติยศสูงเสมอพระเจ้าแผ่นดินดิอีกอีพระองค์หนึ่ง สงครามไทยกับกัพม่า พระมหาอุปราชายกมาครั้งรั้แรกที่สุที่สุพรรณบุรี พม่า 300,000 คน ไทยมี กำ ลังลั 80,000 คน ตีพตีม่าแตกพ่ายไป จับจัพระยาพะสิมสิแม่ทัม่บทัพม่าที่ จระเข้สามพันพัธุ์ พุทธศักศัราช 2135 สงครามยุทธหัตหัถี พม่า 240,000 คน ไทย 100,000 คน รบกันกัที่เที่มือมืงสุพรรณบุรี ทรงมีชัมียชัชนะฟันพระ มหาอุปราชามังมักะยอชวาแห่งกรุงหงสาวดี ด้วยพระแสงของ้าว สิ้นสิ้พระชนม์ 6


พระราชกรณียกิจกิที่สำที่สำคัญคั ขยายพระราชอาณาจักจัร โดยทำ ศึกศึกับกัพม่าเพื่อพื่ชิงเมือมืงเชียงใหม่ ทำ สงครามเพื่อพื่ชิงเมือมืงทวาย เมือมืงเมาะตะมะกลับลัมาเป็นของกรุงศรีอรียุธยา ด้านการต่างประเทศ ทรงส่งเสริมริด้านการค้าขายกับกันานาชาติ อาทิ จีนจี อินอิเดียดีฮอลันลัดา อังอักฤษ และอิหอิร่าน จนทำ ให้กรุงศรีอรียุธยาเป็นอีกอี หนึ่งศูนย์กลางแลกเปลี่ยลี่นการค้าระดับดันานาชาติ สร้างความเจริญริรุ่งเรือรืงทางด้านการทูต โดยส่งคณะราชทูตไปเจริญริ สัมสัพันพัธไมตรีกัรีบกัต่างชาติ อาทิอิทิหอิร่าน และฝรั่งรั่เศส พร้อมทั้งทั้นำ วิทวิยาการ และเทคโนโลยีจยีากต่างชาติมาใช้ให้เกิดกิ ประโยชน์แก่อาณาจักจัร ทั้งทั้การ สร้างป้อมปืน ระบบน้ำ ประปา ดาราศาสตร์ และการแพทย์แบบตะวันวัตก ด้านวรรณกรรม ทรงให้การสนับนัสนุนทางด้านวรรณกรรม พระองค์เองก็ ทรงพระราชนิพนธ์วธ์รรณกรรมชื่อชื่“สมุทรโฆษคำ ฉันฉัท์” สมเด็จด็พระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตษัริย์ริ ย์แห่งกรุงศรีอรียุธยา พระราชโอรสในพระเจ้าปราสาท พระราช สมภพเมื่อมื่วันวัจันจัทร์ที่ 16 กุมภาพันพัธ์ พ.ศ. 2175 ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 2199 – 2231 ตลอดระยะเวลาครอง ราชย์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจกินานัปนัการ สมเด็จด็พระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตษัริย์ริ ย์แห่งกรุงศรีอรียุธยา พระราชโอรสในพระเจ้าปราสาท พระ ราชสมภพเมื่อมื่วันวัจันจัทร์ที่ 16 กุมภาพันพัธ์ พ.ศ. 2175 ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 2199 – 2231เสด็จด็สวรรคต ณ พระ ที่นั่ที่นั่งสุทธาสวรรย์ เมื่อมื่วันวัที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 พระชมมายุ 56 พรรษา สมเด็จ ด็ พระนารายณ์มหาราช 7


พระนามเดิมดิสินสิ (จากพระราชสาส์นส์ที่ทที่รงมีไมี ปถึงถึพระเจ้ากรุงจีนจี ใน พ.ศ. 2324 ทรงลงพระนามว่า “แต้ เจียจีว”) ทรงเป็นบุตรชายของขุนพัฒพัน์ตำ แหน่งนายอากร ชื่อชื่หยง มารดาชื่อชื่นกเอี้ยอี้ง ประสูติเมื่อมื่วันวัที่ 7 เมษายน 2277 ในรัชรักาลพระเจ้าอยู่หัยู่ วหับรมโกศ บ้านของขุนพัฒพัน์(หยง) อยู่หยู่น้าบ้านของเจ้าพระยาจักจัรี ขุนพัฒพัน์นำ บุตรชายไปไว้ในความอุปการะของเจ้าพระยาจักจัรี ซึ่งเจ้าพระยาจักจัรีไรีด้นำด้ นำเเด็กด็ชายสินสิ ไปฝากให้รับรัการศึกศึาา อบรมอยู่ในสำ นักนัพระอาจารย์ทองดี วัดวั โกษาวาส จนอายุได้ 13 ปี มีคมีวามรู้อ่าน เขียขีน หนังนัสือสื ไทยเป็นอย่างดี เจ้าพระยาจักจัรีจึรีงจึนำ เข้าถวายตัวตัเป็นมหาดเล็กล็ ในพระเจ้าอยู่หัยู่ วหับรมโกศ ในระหว่างนี้นนี้ายสินสิ ได้ศึกศึษาวิชวิา หนังนัสือสืเพิ่มพิ่เติม จนสามารถอ่านเขียขีนพูดภาษาต่างๆ ได้หลายภาษานอกจากภาษาไทย เช่น จีนจีญวน บาลี และ นายสินสิสนใจ ศึกศึษากฎหมาย เป็นพิเศษ ได้ศึกศึษาอยู่จนถึงถึระยะอุปสมบทณะที่ทที่รงครองราชย์นั้นนั้พระชนม์ไม์ด้ 34 พรรษา พระองค์ครองกรุงธนบุรีอรียู่จน พ.ศ. 2325 จึงจึสวรรคตเมื่อมื่6 เมษายน 2325 อันอัเป็นปีเดียดีวกันกักับกั ที่พที่ระพุทธยอดฟ้าขึ้นขึ้ครองราชย์เป็นกษัตษัริย์ริ ย์รัชรักาลที่ 1 แห่งกรุงรัตรันโกสินสิทร์ พระเจ้าตากสินสิมหาราช พระราชกรณียกิจกิสำ คัญคั ด้านความมั่นมั่คง ครั้นรั้เมื่อมื่พม่าล้อมกรุงฯ ในปี พ.ศ.2308 พระยาตาก(สินสิ ) ก็ถู ก็ถูก เรียรีกตัวตัเข้ามาช่วยป้องกันกั (ซึ่งขณะนั้นนั้เพิ่งพิ่ได้รับรัแต่งตั้งตั้เป็น พระยาวชิร ปราการ ตำ แหน่งเจ้าเมือมืงกำ แพงเพชร) ท้อใจว่า ถ้าอยู่สู้กับกัพม่าในกรุง ศรีอรียุธยาคงต้องเสียสีชีวิตวิเพราะข้าศึกศึเข้ามาฆ่า หรือรื ไม่ก็เ ก็ พราะต้องพระ ราชอาญาเป็นแน่แท้ จึงจึตัดตัสินสิ ใจพาทหารคู่ใจราว 1,000 คนโจมตีพตีม่า ไปตั้งตั้ตัวตัที่เที่มือมืงจันจัทบุรี ครั้งรั้ต่อมาเมื่อมื่กรุงศรีอรียุธยาเสียสีแก่พม่าในเดือดืนเมษายน พ.ศ. 2310 แล้ว พระยาตากรวบรวมกำ ลังลัคนได้เพียพีงพอแล้วก็นำ ก็ นำทัพทัเรือรืจาก จันจัทบุรีเรี ข้าขับขั ไล่พม่าออกจากกรุงศรีอรียุธยาได้ทั้งทั้หมด หลังลัจากที่เที่สียสี กรุงไปเพียพีง 7 เดือดืนเท่านั้นนั้หลังลัจากนั่งช้างตรวจสภาพความเสียสีหาย ของบ้านเมือมืงแล้ว พระยาตากก็เ ก็ ห็นว่าไม่สมควรจะใช้กรุงศรีอรียุธยา เป็นศูนย์กลางของไทยในสมัยมันั้นนั้และได้เล็ง ล็ เห็นว่า กรุงธนบุรีเรีหมาะที่ จะใช้เป็นเมือมืงหลวงต่อไป การสถาปนากรุงธนบุรีเรี ป็นเมือมืงหลวงและ พิธีพธีระบรมราชาภิเษก กระทำ ขึ้นขึ้ในเดือดืนธันธัวาคม พ.ศ. 2310 ทรงตั้งตั้ นามเมือมืงหลวงว่า กรุงธนบุรีศรีรีมรีหาสมุทร ส่วนพระองค์เองนั้นนั้มี พระนามปรากฏหลายพระนาม เช่น สมเด็จ ด็ พระพุทธเจ้าอยู่หัยู่ วหับรมหน่อ พุทธางกูรบ้าง สมเด็จ ด็ พระบรมราชาที่ 4 บ้าง ขุนหลวงตากบ้าง พระเจ้า กรุงธนบุรีบ้รี บ้าง 8


พระราชกรณียกิจกิสำ คัญคั ด้านการเมือมืงการปกครอง ทรงสถาปนาราชวงศ์จัศ์กจัรีแรีละกรุงรัตรันโกสินสิทร์ให้เป็นราชธานี แห่งใหม่ โดยทรงย้ายราชธานีจนีากกรุงธนบุรีมรีาอยู่ที่ยู่ ที่กที่รุงเทพมหานคร โปรดเกล้า ฯ ให้ชำ ระกฎหมายให้ถูกต้องยุติธรรม เรียรีกว่า “กฎหมายตราสามดวง” เพราะประทับทัตราสำ คัญคั3 ดวง ได้แก่ ตรา ราชสีห์สี ห์ของสมุหนายก ตราคชสีห์สี ห์ของสมุหพระกลาโหม และตราบัวบัแก้ว ของกรมท่า ทรงให้ขุดคลองรอบกรุง เช่น คลองบางลำ พูทางตะวันวัออก คลอง โอ่งอ่างทางใต้ ทำ ให้กรุงรัตรันโกสินสิทร์เป็นเหมือมืนเกาะที่มีที่แมีม่น้ำม่ น้ำ ล้อม รอบเหมือมืกับกักรุงศรีอรียุธยา ด้านเศรษฐกิจกิ ในตอนต้นต้ รัชรักาลที่ 1 เศรษฐกิจกิยังยั ไม่ดีเดีพราะมีกมีารทำ สงครามกับกั พม่าหลายครั้งรั้การติดต่อค้าขายกับกัต่างประเทศก็ล ก็ ดลงมาก แต่ในปลาย รัชรักาลบ้านเมือมืงปลอดภัยภัจากสงคราม ทำ ให้ประชาชนมีเมีวลาประกอบ อาชีพ ส่วนการค้าขายกับกัจีนจีเพิ่มพิ่มากขึ้นขึ้ทำ ให้เศรษฐกิจกิดีขึ้ดีนขึ้มีเมีงินงิ ใช้ จ่ายในการทำ นุบำ รุงบ้านเมือมืง สร้างพระนคร สร้างและบูรณปฏิสัฏิงสัขรณ์ วัดวัรวมทั้งทั้สั่งสั่ซื้อและสร้างอาวุธเพื่อพื่ใช้ป้องกันกัพระราชอาณาเขต ทำ ให้ บ้านเมือมืงและราษฎรเกิดกิความมั่นมั่คงและมั่งมั่คั่งคั่ ด้านสังสัคมและวัฒวันธรรม โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างพระราชวังวัและวัดวั ให้มีรูมีรูปแบบเหมือมืนสมัยมั อยุธยา เพื่อพื่สร้างขวัญวักำ ลังลั ใจแก่ราษฎรให้เสมือมืนอยู่ในสมัยมัอยุธยา เมื่อมื่ครั้งรั้บ้าน เมือมืงเจริญริรุ่งเรือรืง เช่น โปรดเกล้า ฯ ให้ลอกแบบพระที่นั่ที่นั่ง สรรเพชญ์ปญ์ราสาทขึ้นขึ้มาใหม่ และพระราชทานนามว่า “พระที่นั่ที่นั่งดุสิตสิ มหาปราสาท” รวมทั้งทั้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างวัดวัพระศรีรัรีตรันศาสดารามหรือรื วัดวัพระแก้วไว้ในเขตพระบรมมหาราชวังวัเพื่อพื่ใช้ในการประกอบพิธีทธีาง พระพุทธศาสนาเช่นเดียดีวกับกัวัดวัพระศรีสรีรรเพชญ์ใญ์นสมัยมัอยุธยา เป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์ไทยรัชรักาลที่ 1 ในราชวงศ์จัศ์กจัรีแรีละทรงเป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์รัชรักาลที่ 45 ตาม ประวัติวั ติศาสตร์ไทย มีพมีระนามเดิมดิว่า “ทองด้วง” พระราชบิดบิาพระนามว่า “ทองดี”ดีพระราชมารดานามว่า “หยก” มี ความดีคดีวามชอบจนได้รับรัราชทินทินามเป็น “เจ้าพระยาจักจัรี”รีก่อนหน้าที่จที่ะทรงรับรัอัญอัเชิญขึ้นขึ้เป็นพระมหา กษัตษัริย์ริ ย์ผู้สถาปนากรุงรัตรันโกสินสิธ์ เมื่อมื่พ.ศ.2325 พระบาทสมเด็จ ด็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช 9


พระราชกรณียกิจกิสำ คัญคั ด้านประติมากรรม ปฎิสังสัขรณ์วัดวั โปรดให้แกะลายสลักลัที่บที่านประตู พระวิหวิารพระศรี ศากยมุนี ณ วัดวัสุทัศทัน์ สร้างพระประทานในพระอุโบสถวัดวัแจ้ง และพระ พักพัตร์พระพุทธธรรมิศรราชรายได้ของแผ่นดินดิ ได้จากการเก็บ ก็ ภาษีอากร ทางด้านการค้า ด้านความมั่นมั่คง ให้พระคลังลัสินสิค้ามีอํมี อํานาจ ในการซื้อขายการปกครอง นั้นนั้คงทรง ไว้แบบเก่า แต่งตั้งตั้เจ้านายที่เที่ป็นเชื้อชื้พระวงศ์เศ์ข้ากํากับกัราชการ กฎหมาย ทรงตราพระราชกําหนดสักสัเลข และพระราชกําหนดห้ามมิสูบและขาย ฝิ่น ด้านสถาปัตยกรรม ขยายเขตพระบรมมหาราชวังวัสร้างสวนขวา พระสมุทรเจดีย์ดี ย์และ สร้างเมือมืงนครเขื่อขื่นขันขัธ์ปธ์ระเพณีพิธีกธีรรม ได้แก่พระราชกรณียกิจกิ ลงสรง พระกําหนดพิธีวิธีสวิาขบูชา พระราชพิธีอธีาพาธพินาศ และการตั้งตั้ โรงทานการใช้ธงช้างเป็นธงชาติ ช้างเผือผืก 3 เชือกได้แก่ พระยาเศวต กุญชร พระยาเศวตไอยรา และพระยาเศวตคชลักลัษณ์ศาสนา ทํานุบํารุง พุทธศาสนา เช่น การปฎิสังสัขรณ์วัดวัวาอาราม การสังสัคายนาสวดมนต์ การ สร้างพระไตรปิฎก การส่งสมณทูตไปประเทศลังลักาวรรณคดีแดีละกวี มี รัตรันกวีคู่วีคู่พระหฤทัยทัเช่น พระสุนทรโวหาร สมเด็จ ด็ พระมหาสมณเจ้ากรม พระปรมานุ ด้านวรรณกรรม บทพระราชนิพนธ์ใธ์นพระองค์ ได้แก่ บทละครในเรื่อรื่งรามเกียกีรติ์ , บทละครในเรื่อรื่งอิเอิหนา , บทละครนอกเรื่อรื่ง สังสัข์ทอง คาวี ไชยเชษฐ์ ไกรทอง มณีพิชัยชั, กาพย์แห่เรือรืชมเครื่อรื่งคาวหวาน , บทกาพย์โขน ตอนนางลอย พรหมาสตร์ นาคบาศ และเอราวัณวั, กลอนเสภาเรื่อรื่ง ขุน ช้างขุนแผน พระบาทสมเด็จด็พระพุทธเลิศลิหล้านภาลัยลัทรงเป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์ไทยองค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์จัศ์กจัรี ทรง ประสูติเมื่อมื่24 กุมภาพันพัธ์ พ.ศ. 2310 ตรงกับกัวันวัพุธ ขึ้นขึ้7 คํ่า เดือดืน 3 ปีกุน มีพมีระนามเดิมดิว่า "ฉิม" พระองค์ ทรงเป็นพระบรมราชโอรสองค์ที่ 4 ในพระบาทสมเด็จด็พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและกรมสมเด็จด็พระอม รินริทรามาตย์พระบรมราชชนนีพันีนพั ปีหลวง ประสูติ ณ บ้านอัมอัพวา แขวงเมือมืงสมุทรสงคราม ขณะนั้นนั้พระบาท สมเด็จด็พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นหลวงยกกระบัตบัรเมือมืงราชบุรี เสด็จด็สวรรคต เมื่อมื่วันวัพุธ เดือดืน 8 แรม 11 คํ่า ปีวอก ตรงกับกัวันวัที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 ขณะนั้นนั้ทรงพระชนมายุ 58 พรรษา พระบาทสมเด็จ ด็ พระพุทธเลิศลิหล้านภาลัย ลั 10


พระราชกรณียกิจกิที่สำที่สำคัญคั ด้านการเมือมืงการปกครอง มีกมีารปรับรั ปรุงภาษีอากรใหม่ ยกเลิกลิภาษีฝิ่นอากรค่านํ้า และอากรรักรัษา เกาะ พระราชกรณียกิจกิด้านการปกครองที่สำที่สำคัญคัของพระบาทสมเด็จ ด็ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหัคือคืทรงโปรดเกล้าฯ ให้นำ กลองใบใหญ่ที่ เจ้าพระยาพระคลังลันำ มาถวายไปตั้งตั้ไว้ที่ทิที่มทิดาบ กรมวังวัลั่นลั่กุญแจ พระราชทานนามว่า “วินิวิ นิจฉัยฉัเภรี”รีสำ หรับรั ให้ประชาชนที่ต้ที่ ต้องการร้อง ทุกข์ถวายฎีกามาตี แล้วกรมวังวัก็จ ก็ ะไขกุญแจให้ ด้านเศรษฐกิจกิการเก็บ ก็ ภาษีอากรนี้ทนี้รงตั้งตั้ระบบการเก็บ ก็ ภาษีโดยให้ เอกชนประมูลรับรัเหมาผูกขาดไปเรียรีกเก็บ ก็ ภาษีจากราษฎรเอง เรียรีกว่า เจ้าภาษีหรือรืนายอากร นอกจากจะสามารถเก็บ ก็ เงินงิเข้าพระคลังลั ได้สูงแล้ว ยังยัส่งผลดีด้ดี ด้ านการเมือมืง ด้านการศึกศึษา ได้ทรงสนับนัสนุนการศึกศึษาโดยโปรดเกล้าฯ ให้ผู้มีคมีวามรู้ นำ ตำ ราต่างๆ จารึกรึลงบนศิลาประดับดั ไว้ตามฝาผนังนัอาคารต่างๆ ของวัดวั ราชโอรสาราม วัดวัสุทัศทันเทพวราราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่ที่วัที่ดวัพระเชตุพน วิมวิลมังมัคลาราม ความรู้ต่างๆ ผลงาน 1)ทำ สัญสัญาค้าขายกับกัอังอักฤษและสหรัฐรัอเมริกริา ซึ่งเป็นประเทศมหาอำ นาจ ทางตะวันวัตกเป็นครั้งรั้แรก โดยอังอักฤษส่งร้อยเอก เฮนรี เบอร์นี เข้ามาเจรจาทำ สนธิสัธิญสัญา เมื่อมื่พ.ศ. 2369 และสหรัฐรัอเมริกริาส่งนายเอ็ดอ็มันมัต์ โรเบิร์บิ ร์ต เข้ามา ทำ สัญสัญาการค้าใน พ.ศ. 2375 2)มีโมีรงพิมพ์เกิดกิ ขึ้นขึ้ใน พ.ศ. 2371 ร้อยเอก เจมส์โส์ลว์ ชาวอังอักฤษซึ่งรับรั ราชการที่เที่กาะหมากและเรียรีนรู้ภาษาไทย ได้ทำ แท่นพิมพ์และหล่อตัวตัพิมพ์ อักอัษรไทยขึ้นขึ้พวกมิชชันชันารีปรีระสงค์จะพิมพ์หนังนัสือสืสอนศาสนาแก่คนไทย จึงจึขอซื้อมาใช้ที่กที่รุงเทพฯ เมื่อมื่พ.ศ. 2375 แต่ตัวตัพิมพ์ยังยั ไม่เรียรีบร้อย หมอบ รดเลย์พยายามแก้ไขจนสามารถหล่อตัวตัพิมพ์อักอัษรไทยขึ้นขึ้ได้เองในเมือมืง ไทย ใน พ.ศ. 2384 พระบาทสมเด็จด็พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหั โปรดให้พิมพ์ ประกาศห้ามสูบฝิ่น 9,000 ฉบับบั ใช้ในราชการ เป็นครั้งรั้แรก และเจ้าฟ้ามงกุฎได้ทรงซื้อเครื่อรื่งพิมพ์มาตั้งตั้ที่วัที่ดวับวรนิเวศวิหวิาร เพื่อพื่พิมพ์หนังนัสือสืสอนพระพุทธศาสนานับนัเป็น โรงพิมพ์แห่งแรกของไทย 3)หมอบรัดรัเลย์ได้นำด้ นำวิธีวิ ปธีลูกฝีป้องกันกั ไข้ทรพิษ มาใช้ในประเทศไทยใน พ.ศ. 2381 พระบาทสมเด็จด็พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหัทรงเห็นว่ามีปมีระโยชน์แก่ ราษฎรจึงจึทรงส่งแพทย์หลวงไปศึกศึษาวิธีวิ ปธีลูกฝีป้องกันกั ไข้ทรพิษเพื่อพื่จะได้นำด้ นำ มาใช้ต่อไป ทรงเป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์ไทยองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์จัศ์กจัรี เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จด็พระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัยลัและสมเด็จด็พระศรีสุรีสุราลัยลั ( เจ้าจอมมารดาเรียรีม ) ประสูติ ณ วันวัจันจัทร์ เดือดืน 4 แรม 10 คํ่า ปีมะแม ตรงกับกัวันวัที่ 31 มีนมีาคม พุทธศักศัราช 2330 มีพมีระนามเดิมดิว่า “พระองค์ชายทับทั” พระบาทสมเด็จ ด็ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หั ยู่ ว หั 11


พระราชกรณียกิจกิที่สำที่สำคัญคั ด้านพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือรืง โดยทรงตั้งตั้ธรรม ยุตติกาวงศ์ขึ้ศ์นขึ้เป็นนิกายใหม่ในพระพุทธศาสนา ที่มีที่คมีวามเคร่งครัดรั ในพระธรรมวินัวิยนัและระเบียบีบแบบแผน ด้านพระพุทธศาสนา ด้านการศึกศึษาศิลปวิทวิยา พระบาทสมเด็จ ด็ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหัทรงเป็นนักนัดาราศาสตร์ ไทย ทรงการคำ นวณการเกิดกิสุริยุริยุปราคาเต็ม ต็ ดวงได้อย่างแม่นม่ยำ ในวันวัที่ 18 สิงสิหาคม พ.ศ. 2411 ล่วงหน้า 2 ปีและได้เสด็จ ด็ พระราชดำ เนินพร้อม เชิญทูตฝรั่งรั่เศสและสิงสิคโปร์ทอดพระเนตรสุริยุริยุปราคาครั้งรั้นั้นนั้นอกจาก นี้ พระปรีชรีาสามารถของพระองค์ในด้านวิทวิยาศาสตร์นั้นนั้ยังยัทำ ให้ พระองค์ได้รับรัการยกย่องเป็นสมาชิกกิตกิติมศักศัดิ์ของสัตสัววิทวิยาสมาคม แห่งสหราชาอาณาจักจัรอีกอีด้วยวันวัที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2525 รัฐรับาลพล เอกเปรม ติณสูลานนท์ ประกาศยกย่องพระบาทสมเด็จ ด็ พระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัยู่ วหัเป็น "พระบิดบิาแห่งวิทวิยาศาสตร์ไทย" และอนุมัติมั ติให้วันวัที่ 18 สิงสิหาคมของทุกปีเป็นวันวัวิทวิยาศาสตร์แห่งชาติ ด้านภาษา ทรงใส่พส่ ระทัยทักวดขันขัคนไทยให้ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ทรง สนับนัสนุนโรงเรียรีนของหมอสอนศาสนาที่เที่ข้ามาเปิดกิจกิการใน ประเทศไทยเพื่อพื่ให้คนไทยได้เรียรีนรู้ภาษา อรรถคดี และวิทวิยาการของ ชาติตะวันวัตก ทรงพระกรุณาส่งข้าราชการระดับดับริหริารไปศึกศึษางานที่ จำ เป็น สำ หรับรัราชการไทย ณ ต่างประเทศ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ จัดจัตั้งตั้โรงอักอัษรพิมพการขึ้นขึ้ในพระบรมมหาราชวังวัผลิตลิ ข่าวสารของทาง ราชการเผยแพร่ให้ราษฎรได้ทราบทั่วทั่ถึงถึกันกั ใช้ชื่อชื่ว่า ราชกิจกิจานุเบกษา ซึ่งยังยัคงพิมพ์มาจนถึงถึปัจจุบันบั ด้านความสัมสัพันพัธ์กัธ์บกัต่างประเทศ พระองค์โปรดเกล้าให้ชาวต่างประเทศรับรัราชการเป็นกงสุลไทย เช่น เซอร์ จอห์น เบาริงริอัคอัรราชทูตของสมเด็จ ด็ พระราชินีนนีาถวิกวิตอเรียรี แห่งสหราชอาณาจักจัร สมเด็จ ด็ พระราชินีนนีาถวิกวิตอเรียรีแห่งประเทศ อังอักฤษ เข้ามาทำ สนธิสัธิญสัญากับกั ประเทศไทยเป็นชาติแรก เมื่อมื่พ.ศ. 2398 ได้พด้ ระราชทานบรรดาศักศัดิ์เป็น "พระยาสยามานุกูลกิจกิสยาม มิตรมหายศ" เป็นกงสุลไทยประจำ กรุงลอนดอน เป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์สยาม รัชรักาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จัศ์กจัรีแรีละทรงเป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์รัชรักาลที่ 48 ตาม ประวัติวั ติศาสตร์ไทย มีพมีระนามเดิมดิว่า "เจ้าฟ้ามงกุฎ" เสด็จด็ ขณะทรงพระเยาว์ เสด็จด็สวรรคตเมื่อมื่1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 (63 พรรษา) พระที่นั่ที่นั่งภาณุมาศจำ รูญ พระบรม มหาราชวังวัเมือมืงพระนคร ประเทศสยาม พระบาทสมเด็จ ด็ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หั ยู่ ว หั 12


ประสูติเมื่อมื่วันวัอังอัคารที่ 20 กันกัยายน พ.ศ. 2396 เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จด็พระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัยู่ วหักับกัพระนางเจ้าฟ้ารำ เพยภมราภิรมย์ เสด็จด็ขึ้นขึ้ครองราชย์เมื่อมื่วันวัที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 ด้วยพระชนม์มม์ายุ 15 พรรษา โดยมีสมีมเด็จด็เจ้าพระยาบรมมหาศรีสุรีสุริยริวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้สำ เร็จร็ราชการแทนพระองค์ จน พระชนม์มม์ายุครบ 20 พรรษา ได้จัดจัพระราชพิธีรธีาชาภิเษก ครั้งรั้ที่ 2 ขึ้นขึ้ในวันวัที่ 16 พฤศจิกจิายน พ.ศ. 2416 ทรงปกครองแผ่นดินดิด้วยพระองค์เองอย่างสมบูรณ์ พระราชกรณียกิจกิที่สำที่สำคัญคั การเลิกลิทาส เป็นพระราชกรณียกิจกิอันอัสำ คัญคัยิ่งยิ่ด้วยพระองค์ทรง เห็นว่ามีทมีาสในแผ่นดินดิเป็นจำ นวนมากและลูกทาสในเรือรืนเบี้ยบี้จะสืบสืต่อ การเป็นทาสไปจนรุ่นรุ่ลูกรุ่นรุ่หลานอย่างไม่มีม่ที่มี ที่สิ้ที่นสิ้สุด ถ้าไม่มีม่ เมีงินงิมาไถ่ตัวตัเอง แล้วต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิตวิพระองค์จึงจึทรงมีพมีระราชหฤทัยทัแน่วแน่ว่า จะต้องเลิกลิทาสให้สำ เร็จ ร็ แม้จม้ะเป็นเรื่อรื่งยากลำ บาก ด้านปฏิรูฏิรูปประเทศ ในสมัยมัพระบาทสมเด็จ ด็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหั ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ตราระเบียบีบการปกครองขึ้นขึ้ใหม่ แยกหน่วยราชการออก เป็นกรมกองต่าง ๆ มีหมีน้าที่รัที่บรัผิดผิชอบเฉพาะไม่ก้าวก่ายกันกัจากเดิมดิมี 6 กระทรวง คือคืกระทรวงมหาดไทย, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงนครบาล, กระทรวงวังวั, กระทรวงการคลังลัและกระทรวงเกษตราธิกธิาร ได้เพิ่มพิ่อีกอี 4 กระทรวง รวมเป็น 10 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงธรรมการ, กระทรวง ยุติธรรม , กระทรวงโยธาธิกธิาร , กระทรวงการต่างประเทศ ด้านสาธารณูปโภค พระบาทสมเด็จด็พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหั ได้เสด็จด็พระราชดำ เนินไปขุด ดินดิก่อพระฤกษ์เพื่อพื่ประเดิมดิการสร้างทางรถไฟไปนครราชสีมสีา แต่ทรงเปิดทาง รถไฟกรุงเทพฯ-พระนครศรีอรียุธยาก่อน จึงจึนับนัว่าเส้นส้ทางรถไฟสายนี้เนี้ ป็นทาง รถไฟแห่งแรกของไทย นอกจากนี้ไนี้ด้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานและถนนอีกอี มากมาย ด้านการศึกศึษา พระองค์ทรงได้รับรัการศึกศึษาด้านอักอัษรศาสตร์ โบราณราชประเพณี ภาษา บาลี ภาษาอังอักฤษ ภาษาไทย รัฐรั ประศาสนศาสตร์ วิชวิากระบี่กบี่ระบอง วิชวิาอัศอัว กรรม วิชวิามวยปล้ำ การยิงปืนไฟ ด้านพระราชกรณียกิจกิพระองค์เริ่มริ่ปฏิบัฏิติบั ติพระ ราชกรณียกิจกิตั้งตั้แต่ปี พ.ศ. 2416 เป็นต้นต้มา ทรงโปรดให้สร้างโรงเรียรีนหลวงขึ้นขึ้ในพระบรมมหาราชวังวัคือคื“โรงเรียรีน นายทหารมหาดเล็กล็ ” ก่อนจะเปลี่ยลี่นชื่อชื่เป็น “โรงเรียรีนพระตำ หนักนัสวนกุหลาบ” ต่อมาโปรดให้ตั้งตั้โรงเรียรีนหลวงสำ หรับรัราษฎรขึ้นขึ้เป็นแห่งแรก คือคื“โรงเรียรีนวัดวั มหรรณพาราม” และในที่สุที่สุดได้โปรดให้จัดจัตั้งตั้กระทรวงธรรมการขึ้นขึ้เมื่อมื่ปี พ.ศ. 2435(ปัจจุบันบัคือคืกระทรวงศึกศึษาธิกธิาร) เพื่อพื่ดูแลเรื่อรื่งการศึกศึษาและการศาสนา พระบาทสมเด็จ ด็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หั ยู่ ว หั 13


เป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์สยาม รัชรักาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จัศ์กจัรีแรีละทรงเป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์รัชรักาลที่ 50 ตาม ประวัติวั ติศาสตร์ไทย เสด็จด็พระราชสมภพเมื่อมื่วันวัเสาร์ เดือดืนยี่ ขึ้นขึ้2 ค่ำ ปีมะโรง ตรงกับกัวันวัที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2424 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 32 ในพระบาทสมเด็จด็พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหัเป็นพระองค์ที่ 3 ใน สมเด็จด็พระศรีพัรีชพัรินริทราบรมราชินีนนีาถ พระบรมราชชนนีพันีนพั ปีหลวง เสวยราชสมบัติบั ติเมื่อมื่วันวัอาทิตทิย์ที่ 23 ตุลาคม ปีจอ พ.ศ. 2453 และเสด็จด็สวรรคตเมื่อมื่วันวัพฤหัสหับดีที่ดี ที่26 พฤศจิกจิายน พ.ศ. 2468 ปีฉลู รวม พระชนมพรรษา 44 พรรษา ดำ รงราชสมบัติบั ติรวม 15 ปี พระราชกรณียกิจกิที่สำที่สำคัญคั ด้านการศึกศึษา ในด้านการศึกศึษา ทรงริเริริ่มริ่สร้างโรงเรียรีนขึ้นขึ้แทนวัดวั ประจำ รัชรักาล ได้แก่ โรงเรียรีน มหาดเล็กล็หลวง ซึ่งในปัจจุบันบัคือคื โรงเรียรีนวชิราวุธวิทวิยาลัยลัทั้งทั้ยังยัทรงสนับนัสนุน กิจกิการของโรงเรียรีนราชวิทวิยาลัยลัซึ่งพระบาทสมเด็จด็พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหั โปรด เกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นขึ้ในปี พ.ศ. 2440 (ปัจจุบันบัคือคื โรงเรียรีน ภ.ป.ร. ราชวิทวิยาลัยลั ในพระบรมราชูปถัมถัภ์) และในปี พ.ศ. 2459 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ประดิษดิฐาน “โรงเรียรีนข้าราชการพลเรือรืนของพระบาทสมเด็จด็พระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัยู่ วหั” ขึ้นขึ้เป็น “จุฬาลงกรณ์มหาวิทวิยาลัยลั ” ซึ่งเป็นมหาวิทวิยาลัยลัแห่งแรกของ ประเทศไทย ทรงดำ รงพระอิสอิริยริยศสยามมกุฎราชกุมารได้เสด็จด็พระราชทานนาม โรงเรียรีนปรินริส์รส์อยแยลส์วิส์ทวิยาลัยลัพระองค์ได้ทรงสนพระทัยทั ในกิจกิการโรงเรียรีนที่ จัดจัตั้งตั้ขึ้นขึ้มาใหม่ทั้ม่ งทั้สิ้นสิ้ โดยพระองค์ทรงบันบัทึกทึไว้ในพระราชนิพนธ์ "ธ์เที่ยที่วเมือมืง พระร่วง" และ "ลิลิลิตลิพายัพยั" ทั้งทั้นี้ เป้าหมายของการจัดจัการศึกศึษายังยัแฝงประโยชน์ ทางการเมือมืงที่จที่ะให้ชาวท้องถิ่นถิ่กลมเกลียลีวกับกั ไทยอีกอีด้วย ด้านการเศรษฐกิจกิ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญบัญัติญั ติคลังลัออมสินสิ พ.ศ. 2456 ขึ้นขึ้ เพื่อพื่ให้ประชาชนรู้จักจัออมทรัพรัย์และเพื่อพื่ความมั่นมั่คงในด้านเศรษฐกิจกิ ของประเทศ อีกอีทั้งทั้ยังยัทรงริเริริ่มริ่ก่อตั้งตั้บริษัริทษั ปูนซิเมนต์ไทยขึ้นขึ้ด้านการคมนาคมในปี พ.ศ. 2460 ทรงตั้งตั้กรมรถไฟหลวง และเริ่มริ่เปิดการเดินดิรถไฟสายกรุงเทพฯ ถึงถึเชียงใหม่ สายใต้จากธนบุรีเรีชื่อชื่มกับกั ปีนังนัและสิงสิคโปร์ อีกอีทั้งทั้ยังยัทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง สะพานพระราม 6 เพี่อพี่เชื่อชื่มทางรถไฟไปยังยัภูมิภาคอื่นอื่ ด้านการต่างประเทศ พระบาทสมเด็จด็พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหั ได้ทรงมีพมีระบรมราชโองการประกาศ สงครามกับกั ประเทศฝ่ายเยอรมันมั ในสงครามโลกครั้งรั้ที่ 1ที่ เมื่อมื่วันวัที่ 2ที่2 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 โดยประเทศไทยได้เข้าร่วมกับกั ประเทศฝ่าสัมสัพันพัธมิตร พร้อมทั้งทั้ได้ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่งทหารไทยอาสาสมัคมัรไปร่วมรบในสมรภูมิยุโรปด้วย ทำ ให้ประเทศไทยมีโมีอกาสเจรจากับกั ประเทศมหาอำ นาจหลายประเทศ ในการแก้ไข สนธิสัธิญสัญาที่ไที่ม่เป็นธรรม เช่น สนธิสัธิญสัญา ด้านกิจกิการเสือสื ป่าและลูกเสือสื ทรงจัดจัตั้งตั้กองเสือสื ป่าเมื่อมื่วันวัที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 และทรงจัดจัตั้งตั้กองลูกเสือสืก องแรกขึ้นขึ้ที่โที่รงเรียรีนมหาดเล็กล็หลวง (วชิราวุธวิทวิยาลัยลั ในปัจจุบันบั ) ด้านการฝึกสอน ระบอบประชาธิปธิ ไตย ทรงทดลองตั้งตั้"เมือมืงมังมั" หลังลัพระตำ หนักนัจิตจิรลดาเดิมดิ ทรงจัดจั ให้เมือมืงมังมัมีรมีะบอบการปกครองของตนเองตามวิถีวิทถีางประชาธิปธิ ไตย รวมถึงถึเมือมืง จำ ลอง "ดุสิตสิธานี" ในพระราชวังวัดุสิตสิ ด้านวรรณกรรมและหนังนัสือสืพิมพ์ ทรงส่งเสริมริ ให้มีกมีารแต่งหนังนัสือสื โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราช บัญบัญัติญั ติวรรณคดีสดี โมสร สำ หรับรั ในด้านงานหนังนัสือสืพิมพ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญบัญัติญั ติสมุด เอกสาร พ.ศ. 2465 ขึ้นขึ้ พระบาทสมเด็จ ด็ พระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หั ยู่ ว หั 14


พระราชกรณียกิจกิที่สำที่สำคัญคั ด้านการปกครอง พบหลักลัฐานว่าพระองค์ทรงรับรัรู้ทั้งทั้สนับนัสนุน "คณะกู้บ้านกู้เมือมืง" และมีพมีระ ราชดำ รัสรั "ประเทศนี้พนี้ร้อมแล้วหรือรืยังยัที่จที่ะมีกมีารปกครองแบบมีผู้มีผู้แทน… ตามความ เห็นส่วนตัวตัของข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าขอย้ำ ว่าไม่" ทั้งทั้ทรงขัดขัขวางเค้าโครงการ เศรษฐกิจกิ ปี 2475 ของปรีดีรี ดีพนมยงค์ ซึ่งรูปแบบเนื้อนื้หาเอนเอียอีงทาง คอมมิวนิสต์[44] อัคอัรราชทูตญี่ปุ่ญี่ปุ่นประจำ สยาม ยาสุกิจิกิ ยจิาตาเบ กล่าวว่า ประชาชน สยามไม่เคยได้รับรัการฝึกฝนทางการเมือมืง ไม่มีม่อิมีสอิรภาพในการพูด หากไม่มีม่กมีาร ปฏิวัฏิติวั ติและรอให้พระปกเกล้าฯ ปฏิรูฏิรูปการเมือมืงอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั้นนั้ รอไปอีกอี หนึ่งร้อยปีก็ไก็ม่มีม่ทมีางสำ เร็จร็สำ หรับรัความข้องแวะในกบฏบวรเดชนั้นนั้ก็ปก็รากฏหลักลั ฐานว่าทรงให้เงินงิและกำ ลังลั ใจแก่คณะกบฏ ด้านการศึกศึษา ทรงส่งเสริมริการศึกศึษาของชาติทั้งทั้ส่วนรวมและส่วนพระองค์ โปรดให้สร้างหอ พระสมุดสำ หรับรัพระนคร เพื่อพื่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าศึกศึษาได้อย่างเสรี ทรงตั้งตั้ ราชบัณบัฑิตยสภา เพื่อพื่มีหมีน้าที่บที่ริหริารและเผยแพร่วิชวิาการด้านวรรณคดี โดีบราณคดี และศิลปกรรม ในด้านวรรณกรรม โปรด ตราพระราชบัญบัญัติญั ติคุ้มครองวรรณกรรม และศิลปกรรมใน พ.ศ. 2475 พระราชทานเงินงิส่วนพระองค์ เป็นรางวัลวัแก่ผู้แต่ง หนังนัสือสืยอดเยี่ยยี่ม และให้ทุนนักนัเรียรีนไปศึกศึษาวิชวิาวิทวิยาศาสตร์จากต่างประเทศ การศาสนา ทรงปลูกฝังฝัเยาวชนให้มีคุมีคุณธรรมดีงดีาม โดยยึดยึหลักลัคำ สอนของศาสนา พุทธ โปรดให้ราชบัณบัฑิตยสร้างหนังนัสือสืสอนพระพุทธศาสนาสำ หรับรัเด็กด็ซึ่งนับนัว่า พระองค์เป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์พระองค์แรกที่ทที่รงสร้างหนังนัสือสืสำ หรับรัเด็กด็ ความสัมสัพันพัธ์กัธ์บกัต่างประเทศ ในต้นต้ รัชรัสมัยมั ได้ทรงดำ เนินกิจกิการสำ คัญคัที่ทที่รงเกี่ยกี่วข้องกับกัต่างประเทศที่ค้ที่ ค้ าง มาตั้งตั้แต่รัชรัสมัยมัพระบาทสมเด็จด็พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหั ให้สำ เร็จร็ลุล่วงไป เช่น การ ให้สัตสัยาบันบัสนธิสัธิญสัญาต่าง ๆ นอกจากนี้ยันี้งยัทรงทำ สัญสัญาใหม่ ๆ กับกั ประเทศ เยอรมนีหลังลัสถาปนาความสัมสัพันพัธ์ขั้ธ์นขั้ปกติ เมื่อมื่ พ.ศ. 2471 และทำ สนธิสัธิญสัญากับกั ประเทศฝรั่งรั่เศสเกี่ยกี่วกับกัดินดิแดนในลุ่มแม่น้ำม่ น้ำ โขง เรียรีกว่าสนธิสัธิญสัญาอินอิ โดจีนจี พ.ศ. 2469 โดยกำ หนดให้ มีเมีขตปลอดทหาร 25 กิโกิลเมตร ทั้งทั้สองฝั่งของแม่น้ำม่ น้ำ โขง แทนที่จที่ะมีเมีฉพาะฝั่งสยามแต่เพียพีงฝ่ายเดียดีว พระบาทสมเด็จด็พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหัพระนามเต็มต็คือคืพระบาทสมเด็จด็พระปรมินทรมหาประชาธิปธิกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหัเป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์ลำ ดับดัที่ 7 มีพมีระนามเดิมดิว่า “สมเด็จด็เจ้าฟ้าประชาธิปธิกศักศัดิเดิดชน์” ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 76 ในพระบาทสมเด็จด็พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหัรัชรักาลที่ 5 ทรงพระราชสมภพเมื่อมื่ วันวัพุธ แรม 14 ค่ำ เดือดืน 11 ปีมะเส็งส็ตรงกับกัวันวัที่ 8 พฤศจิกจิายน พ.ศ. 2436 ณ พระที่นั้ที่งนั้สุทธาศรีภิรี ภิรมย์ พระบาทสมเด็จ ด็ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หั ยู่ ว หั 15


เป็นพระราชโอรสในสมเด็จด็พระมหิตลาธิเธิบศร อดุลยเดชวิกวิรม พระบรมราชชนก และสมเด็จด็พระศรีนรีคริ นทราบรมราชชนนี เป็นพระราชนัดนัดาในพระบาทสมเด็จด็พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหัและสมเด็จด็พระศรีสรีวรินริทิ ราบรมราชเทวี พระพันพัวัสวัสาอัยอัยิกาเจ้า มีสมีมเด็จด็พระเชษฐภคินีคิคืนีอคืสมเด็จด็พระเจ้าพี่นพี่างเธอ เจ้าฟ้ากัลกัยาณิ วัฒวันา กรมหลวงนราธิวธิาสราชนครินริทร์ และสมเด็จด็พระอนุชาคือคืพระบาทสมเด็จด็พระมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นพระบรมราชปิตุลาธิบธิดีใดีนพระบาทสมเด็จด็พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัยู่ วหั พระองค์เสด็จด็ขึ้นขึ้ทรงราชย์เป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์รัชรักาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จัศ์กจัรีแรีละทรงเป็นพระมหากษัตษัริย์ริ ย์ รัชรักาลที่ 52 ตามประวัติวั ติศาสตร์ไทย เมื่อมื่วันวัที่ 2 มีนมีาคม พ.ศ. 2478 ขณะที่มีที่พมีระชนมพรรษาเพียพีง 9 พรรษา และประทับทัที่ปที่ระเทศสวิตวิเซอร์แลนด์ ดังดันั้นนั้จึงจึมีกมีารแต่งตั้งตั้คณะผู้สำ เร็จร็ราชการแทนพระองค์เพื่อพื่ทำ หน้าที่ บริหริารราชการแผ่นดินดิจนกว่าพระองค์จะทรงบรรลุนิติภาวะ พระองค์เสด็จด็นิวัตวัพระนครครั้งรั้แรกภายหลังลัทรงราชย์เมื่อมื่วันวัที่ 15 พฤศจิกจิายน พ.ศ. 2481 และครั้งรั้ที่สที่อง เมื่อมื่วันวัที่ 5 ธันธัวาคม พ.ศ. 2488 แต่ก่อนกำ หนดการเสด็จด็พระราชดำ เนินกลับลั ไปทรงศึกศึษาต่อที่ปที่ระเทศสวิตวิ เซอร์แลนด์เพียพีง 4 วันวัพระองค์ก็ไก็ด้เสด็จด็สวรรคตด้วยทรงต้องพระแสงปืนเมื่อมื่วันวัที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ณ ห้องพระบรรทม พระที่นั่ที่นั่งบรมพิมาน ภายในพระบรมมหาราชวังวัรวมระยะเวลาที่ทที่รงครองสิริสิรริาชสมบัติบั ติทั้งทั้สิ้นสิ้ 12 ปี พระราชกรณียกิจกิที่สำที่สำคัญคั ด้านการปกครอง พระองค์ได้เสด็จด็พระราชดำ เนินไปในพระราชพิธีพธีระราชทานรัฐรัธรรมนูญ ฉบับบั ใหม่ในวันวัที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 และเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรใน วันวัที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2489 นอกจากนี้ ยังยัเสด็จด็พระราชดำ เนินทรงเยี่ยยี่มราษฎรใน จังจัหวัดวัต่าง ๆ และทรงเยี่ยยี่มชาวไทยเชื้อชื้สายจีนจีเป็นครั้งรั้แรก ณ สำ เพ็งพ็ พระนคร พร้อมด้วยสมเด็จด็พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เมื่อมื่วันวัที่ 3ที่มิถุนายน พ.ศ. 2489 ซึ่งเป็นช่วงที่เที่กิดกิความขัดขัแย้งกันกัระหว่างชาวไทยและชาวไทยเชื้อชื้สาย จีนจีจนเกือกืบเกิดกิสงครามกลางเมือมืง เมื่อมื่พระองค์ทรงทราบเรื่อรื่ง มีพมีระราชดำ ริว่ริ ว่ า หาก ปล่อยความขุ่นข้องบาดหมางไว้เช่นนี้ จะเป็นผลร้ายตลอดไป จึงจึทรงตัดตัสินสิพระทัยทั เสด็จด็พระราชดำ เนินสำ เพ็งพ็ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง และพระองค์ทรง พระราชดำ เนินด้วยพระบาทเป็นระยะประมาณ 3 กิโกิลเมตร การเสด็จด็ พระราชดำ เนินสำ เพ็งพ็ในครั้งรั้นี้จึนี้งจึเป็นการประสานรอยร้าวที่เที่กิดกิ ขึ้นขึ้ให้หมดไป ด้านศาสนา ในการเสด็จด็นิวัตวัพระนครครั้งรั้แรกนั้นนั้พระองค์ได้ประกอบพิธีทธีรงปฏิญฏิาณ ตนเป็นพุทธมามกะ ท่ามกลางมณฑลสงฆ์ใฆ์นพระอุโบสถวัดวัพระศรีรัรีตรันศาสดาราม เมื่อมื่วันวัที่ 19 พฤศจิกจิายน พ.ศ. 2481 นอกจากนี้ ยังยัเสด็จด็พระราชดำ เนินไปทรง นมัสมัการพระพุทธรูปในพระอารามที่สำที่สำคัญคั เช่น วัดวัพระเชตุพนวิมวิลมังมัคลารามราช วรมหาวิหวิาร วัดวัเบญจมบพิตรดุสิตสิวนารามราชวรวิหวิาร วัดวัสระเกศราชวรมหาวิหวิาร วัดวั อรุณราชวรารามราชวรมหาวิหวิาร วัดวับวรนิเวศราชวรวิหวิาร และวัดวัเทพศิรินริทราวาส ราชวรวิหวิาร โดยเฉพาะที่วัที่ดวัสุทัศทันเทพวรารามราชวรมหาวิหวิารนั้นนั้ พระองค์เคยมี พระราชดำ รัสรักล่าวว่า "ที่นี่ที่นี่สนี่งบเงียงีบน่าอยู่จริงริ " ดังดันั้นนั้ เมื่อมื่พระองค์เสด็จด็สวรรคต จึงจึ ได้นำด้ นำพระบรมราชสรีรรีางคารของพระองค์มาประดิษดิฐาน ณ วัดวัแห่งนี้ พระบาทสมเด็จ ด็ พระปรเมนทรมหาอานัน นั ทมหิดล 16


พระราชกรณียกิจกิที่สำที่สำคัญคั ด้านส่งเสริมริคุณภาพชีวิตวิ ประชาชน พระบาทสมเด็จด็พระเจ้าอยู่หัยู่ วหัทรงพัฒพันาชนบทในรูปโครงการอันอัเนื่อนื่งมา จากพระราชดำ ริ ซึ่งมีจำมี จำนวนมากกว่า 4,000 โครงการทั่วทั่ประเทศ เพื่อพื่ให้ราษฎรใน ชนบทได้มีคมีวามเป็นอยู่ตลอดจนสามารถประกอบอาชีพเลี้ยลี้งครอบครัวรั ให้ดีขึ้ดีนขึ้ สามารถพึ่งพึ่ตนเองได้ ตัวตัอย่างโครงการในพระราชดำ ริที่ริ ที่สำที่สำคัญคัๆ ได้แก่ โครงการฝน หลวง , โครงการแก้มลิงลิ, กังกัหันหันํ้าชัยชัพัฒพันา ด้านการแพทย์ ในการเสด็จด็พระราชดำ เนินไปทรงเยี่ยยี่มราษฏรตามท้องที่ต่ที่ ต่ างๆ จะทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคมีณะแพทย์ที่ปที่ระกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาจากโรง พยาบาลต่างๆ และล้วนเป็นอาสาสมัคมัรตามพระองค์ไปด้วย โดยเสด็พด็ระราชดำ เนิน พร้อมด้วยเวชภัณภัฑ์และเครื่อรื่งมือมืแพทย์พร้อมให้การรักรัษาพยาบาลราษฎรผู้ป่วย ไข้ตามถิ่นถิ่ทุรกันกัดารต่างๆ พระองค์ยังยัทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีโมีครงการรักรัษา โรคต่างๆ เช่น โครงการทันทัตกรรมพระราชทาน ด้านการศึกศึษา พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้จัดจัตั้งตั้มูลนิธิอธิานันนัทมหิดล เพื่อพื่เป็นการถวายพระ เกียกีรติแด่พระบาทสมเด็จด็พระเจ้าอยู่หัยู่ วหัอานันนัทมหิดล เพื่อพื่สนับนัสนุนทางด้านคัดคั เลือลืกบัณบัฑิตในสาขาวิชวิาต่าง ๆ ไปศึกศึษาต่อต่างประเทศ โดยพระองค์ออกทุนให้ ตลอดจนดูแลเกี่ยกี่วกับกัความเป็นอยู่ในต่างประเทศนั้นนั้ๆ อีกอีด้วย ส่วนในประเทศทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐรับาลเป็นผู้ดำ เนินการจัดจัการบริหริาร ทางการศึกศึษา แบบให้เปล่าตั้งตั้แต่ระดับดัชั้นชั้ ประถมศึกศึษา จนถึงถึระดับดัมัธมัยมศึกศึษา ตอนปลาย ในลักลัษณะทั้งทั้อยู่ปยู่ ระจำ และไปกลับลัแบ่งเป็น โรงเรียรีนศึกศึษาสงเคราะห์ จำ นวน 26 และโรงเรียรีน โรงเรียรีนราชประชานุเคราะห์ จำ นวน 14 โรงเรียรีน ด้านศิลปวัฒวันธรรม นอกจากพระราชนิพนธ์ทธ์างด้านดนตรี ภาษา และวรรณกรรมแล้ว พระองค์ ยังยัทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สนับนัสนุนศิลปวัฒวันธรรมไทยในหลายด้านๆ เช่น ใน พ.ศ. 2503 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูพระราชพิธีพืธีชพืมงคลจรดพระนังนัคัลคั แรกนาขวัญวัขึ้นขึ้มาใหม่หม่ลังลัจากที่ไที่ด้เลิกลิร้างไปตั้งตั้แต่ พ.ศ. 2479 โปรดเกล้าฯ ให้ กรมศิลปากรจัดจัทำ โน้ตเพลงไทยตามระบบสากลและจัดจัพิมพ์ขึ้นขึ้ด้วยพระราช ทรัพรัย์ส่วนพระองค์ และทรงสนับนัสนุนให้มีกมีารจัดจัตั้งตั้สมาคมดนตรีแรีห่งประเทศไทย เป็นต้นต้ ทรงพระนามเดิมดิว่า “ พระวรวงศ์เศ์ธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จด็เจ้าฟ้า มหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินริทร์ (ต่อมาได้รับรัการเฉลิมลิพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จด็พระมหิตลาธิเธิบ ศรอดุลยเดชวิกวิรม พระบรมราชชนก) และหม่อมสังสัวาล (ต่อมาได้รับรัการเฉลิมลิพระนามาภิไธย เป็นสมเด็จด็พระ ศรีนรีครินริทรา บรมราชชนนี)นีพระบาทสมเด็จด็พระเจ้าอยู่หัยู่ วหัภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จด็พระราชสมภพ เมื่อมื่วันวัที่ 5 ธันธัวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น รัฐรัเมสสาชูเขตต์ ประเทศสหรัฐรัอเมริกริา เมื่อมื่พระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับรัการศึกศึษาที่โที่รงเรียรีนมาแตร์เดอี กรุงเทพมหานคร ต่อจากนั้นนั้ทรง เสด็จด็ ไปศึกศึษาต่อ ณ ประเทศสวิตวิเซอร์แลนด์ ในชั้นชั้ ประถมศึกศึษา ที่โที่รงเรียรีนเมียมีร์มองต์ (MERRIMENT) เมือมืง โลซานน์ ในปี พ.ศ. 2478 ได้ทรงเข้าศึกศึษาต่อที่ CEDE NOUBELLE DE LA SUES ROMANCE CHILLY ซึ่ง เป็นโรงเรียรีนเอกชนที่รัที่บรันักนัเรียรีนนานาชาติ ในระดับดัอุดมศึกศึษาทรงเข้าศึกศึษาในแผนกวิทวิยาศาสตร์ มหาวิทวิยา ลัยลัเมือมืงโลชานน์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ได้เสด็จด็นิวัตวักลับลั ประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิรธิาช พระบรม ราชชนนี และสมเด็จด็พระนางเจ้าพี่นพี่างเธอ พระบาทสมเด็จ ด็ พระเจ้าอยู่หั ยู่ ว หั ภูมิพลอดุลยเดช 17


พระราชกรณียกิจกิ สมเด็จด็พระเจ้าอยู่หัยู่ วหัมหาวชิราลงกรณ บดินดิทรเทพยวรางกูร ทรงปฏิบัฏิติบั ติพระราช กรณียกิจกิแทนพระองค์มาโดยตลอด เพื่อพื่แบ่งเบาพระราชกรณียกิจกิพระบาทสมเด็จด็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งทั้ในการพระราชพิธีสำธี สำคัญคัเพื่อพื่เป็นขวัญวักำ ลังลั ใจแก่เกษตรกรไทย และพระราชพิธีทธีางศาสนาต่างๆ นอกจากนี้ไนี้ด้เสด็จด็สมเด็จด็พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จด็พระราชดำ เนินไป แปรพระราชฐานประทับทัแรมตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย โดยทรงติดตาม ความก้าวหน้าด้านการชลประทาน การสร้างเขื่อขื่นต่างๆ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข สมเด็จด็พระเจ้าอยู่หัยู่ วหัมหาวชิราลงกรณ บดินดิทร เทพยวรางกูรทรงตระหนักนัว่าสุขภาพพลานามัยมัอันอัดีขดีองประชาชนเป็นปัจจัยจัสำ คัญคั ของการสร้างสรรค์ทรัพรัยากรบุคคล จึงจึทรงสนพระราชหฤทัยทั ในการประกอบพระรา ชกณียกิจกิเช่น เมื่อมื่รัฐรับาลได้น้ด้ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโรงพยาบาลสมเด็จด็พระ ยุพราช 21 แห่งทั่วทั่ประเทศ พระองค์ก็ไก็ด้ทรงพระอุตสาหะเสด็จด็ฯ ไปทรงประกอบพิธี เปิดโรงพยาบาลทุกแห่งและทรงเยี่ยยี่มโรงพยาบาลอย่างสม่ำ เสมอ รวมทั้งทั้ พระราชทานพระราชทรัพรัย์สนับนัสนุนให้มีอุมีอุปกรณ์การแพทย์ เครื่อรื่งมือมืเครื่อรื่งใช้ที่ ทันทัสมัยมั ด้านการศึกศึษา ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพรัย์ร่วมสนับนัสนุนให้กรม สามัญมัศึกศึษา กระทรวงศึกศึษาธิกธิาร ก่อตั้งตั้โรงเรียรีนมัธมัยมศึกศึษาในถิ่นถิ่ทุรกันกัดาร 6 แห่ง ทรงรับรั โรงเรียรีนไว้ในพระราชูปถัมถัภ์ พระราชทานวัสวัดุอุปกรณ์การศึกศึษาที่ทัที่นทั สมัยมัและในด้านการอุดมศึกศึษา พระองค์ได้ทรงพระกรุณาเสด็จด็ฯ แทนพระบาท สมเด็จด็พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไปพระราชทานปริญริญาบัตบัรแก่บัณบัฑิต ของมหาวิทวิยาลัยลัต่างๆ ทรงจัดจัตั้งตั้โครงการทุนการศึกศึษาพระราชทานด้วยทรงมีพมีระราชปณิธานในการสร้าง โอกาสทางการศึกศึษาแก่เยาวชนไทย และมีพมีระราชดำ ริใริห้จัดจัตั้งตั้มูลนิธิทุธิทุนการศึกศึษา พระราชทาน สมเด็จด็พระบรมโอรสาธิรธิาชฯ สยามมกุฎราชกุมารขึ้นขึ้ โดยทรงดำ รง ตำ แหน่งประธานกรรมการ ทรงเปิดโอกาสให้สมัคมัรเข้าถวายงานเป็นข้าราชบริพริาร ในพระองค์ได้ตามความสมัคมัรใจ สมเด็จด็พระเจ้าอยู่หัยู่ วหัมหาวชิราลงกรณ บดินดิทรเทพยวรางกูร ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จด็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จด็พระนางเจ้าสิริสิกิริต์กิ ต์พระบรมราชินีนนีาถ เสด็จด็พระราชสมภพเมื่อมื่ วันวัจันจัทร์ที่ 28 ก.ค.2495 ณ พระที่นั่ที่นั่งอัมอัพรสถาน พระราชวังวัดุสิตสิ ได้รับรัพระราชทานพระนามว่า สมเด็จด็พระเจ้า ลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ทรงมีพมีระเชษฐภคินีคิ นีคือคืสมเด็จด็พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตรันราชกัญกัญา สิริสิวัริฒวันาพรรณวดี และพระขนิษฐา 2 พระองค์ คือคืสมเด็จด็พระเทพรัตรันราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักจัรีสิรีริสินริธร รัฐรัสีมสีาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จด็พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลัลักลัษณ์ อัคอัรราชกุมารี พระบาทสมเด็จด็พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงสถาปนาขึ้นขึ้เป็นสมเด็จด็พระบรมโอรสาธิรธิาช เจ้าฟ้า มหาวิชวิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อมื่วันวัที่ 28 ธ.ค.2515 ขณะนั้นนั้ทรงเจริญริพระชนมายุ 20 พรรษา นับนั เป็นกระบวนการสืบสืราชสันสัตติวงศ์ที่ศ์ ที่ชัที่ดชัเจนตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสืสันสัตติวงศ์ พ.ศ.2467 พระบาทสมเด็จ ด็ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หั ยู่ ว หั 18


พระราชกรณียกิจกิ ด้านสังสัคมสงเคราะห์ สมเด็จด็พระเจ้าอยู่หัยู่ วหัมหาวชิราลงกรณ บดินดิทรเทพยวรางกูร ทรงเสด็จด็ฯ ไปทรงเยี่ยยี่มชุมชนแออัดอัของกรุงเทพฯ หลายแห่ง เช่น ชุมชนแออัดอั พระโขนง เขตคลองเตย เขตยานนาวา พระราชทานพระราชทรัพรัย์สนับนัสนุน โครงการของชุมชน เช่น โครงการพัฒพันาเด็กด็เล็กล็ที่ขที่าดแคลน โครงการปราบปราม ยาเสพติด ด้านการต่างประเทศ ทรงเสด็จด็พระราชดำ เนินแทนพระองค์พระบาทสมเด็จด็พระปรมิ นทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จด็พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทรง เยือยืนมิตรประเทศทั่วทั่ทุกทวีปวีนอกจากจะมุ่งเจริญริสัมสัพันพัธไมตรีแรีล้ว ยังยัทรงสนพระ ราชหฤทัยทั ในการทอดพระเนตรและศึกศึษากิจกิการต่างๆ ที่จที่ะทรงนำ ประโยชน์มาใช้ ในการพัฒพันาประเทศไทย เช่น เยี่ยยี่มชมกิจกิการทหาร ศิลปวัฒวันธรรม อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน ด้านเกษตรกรรม ทรงบำ เพ็ญพ็พระราชกรณียกิจกิเพื่อพื่ส่งเสริมริกิจกิการด้านเกษตรกรรม เช่น เสด็จด็ฯ แทนพระองค์ในการพระราชพิธีพืธีชพืมงคล พระบาทสมเด็จ ด็ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หั ยู่ ว หั 19


Click to View FlipBook Version