รายงาน
การเพ่ิมประสิทธิภาพการบํารุงรกั ษาระบบราง
เร่อื ง งานไฟฟา (Electrical works)
เสนอ
ผูช ว ยศาสตราจารย ดร.กุณฑล ทองศรี
จัดทําโดย
นาย ธวชั ชยั นวลจนั ทร 116230432033-3
นายภทั รพล คุณพรม 116230432037-4
นายฐานัส ขุนจันทร 116230432029-1
นายอามีน หมาดยโู สะ 116230432043-2
นายธนากร ฤทธกิ์ ิ่ง 116230432032-2
………………………………………………………………………………………………………..
รายงานฉบับนเ้ี ปนสวนหน่ึงของรายวชิ า 04320101 Railway Maintenance and Safety
กลมุ RME วิศวกรรมเครื่องกล-ระบบราง ภาควิชาวิศวกรรมเครอ่ื งกล
คณะวศิ วกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี
ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศึกษา 2564
ข
คาํ นํา
รายงานฉบับนี้เปนสวนหนึ่งของวิชา Railway Maintenance จัดทําขึ้นเพื่อศึกษาหาความรูในเรื่อง งาน
ไฟฟา (Electrical works) โดยไดศึกษาผานแหลงความรูตางๆ ซึ่งรายงานเลมนี้จะมีเนื้อหาความรูเกี่ยวกับระบบ
ไฟฟา ของรถไฟฟา งานไฟฟา ในสถานี และระบบไฟฟาตางๆทีเ่ กี่ยวกบั รถไฟฟา ตลอดจนถงึ การบาํ รุงรกั ษาระบบฟา
ผูจัดทําไดเลือกหัวขอนี้ในการทํางาน เนื่องมาจากเปนเรื่องที่นาสนใจรวมถึงเปนการเรียนรูเพื่อนําไปปฏิบัติงานใน
ภายภาคหนา
สุดทายนี้ขอกราบขอบพระคุณ ผูชวยศาสตราจารย ดร.กุณฑล ทองศรี ผูใหความรู แนวทางการศึกษา ให
ความชว ยเหลือตลอดมา ผจู ดั ทาํ หวงั เปน อยา งยิง่ วารายงานฉบบั นี้จะใหความรูและประโยชนแกผ ูอานไมมากก็นอย
หากมีขอ ผดิ พลาด ประการใด ผจู ดั ทําขออภยั มา ณ ท่ีนด้ี ว ย
คณะผจู ดั ทาํ
ค
สารบญั
บทที่ 1 บทนาํ หนา
1.1 ทมี่ าและความสําคัญ 1
1.2 วัตถุประสงค 1
1
บทที่ 2 ทฤษฎแี ละงานวจิ ัยทีเ่ กีย่ วขอ ง 2
2.1 การจัดการพลงั งานในอาคารสถานี 2
2.2 การคํานวณศักยไฟฟาที่รางระหวางสถานจี ายกําลังไฟฟาขับเคล่ือนสําหรับระบบ 2
รถไฟฟา กระแสตรง
2.3 การศึกษาการรักษาระดบั แรงดนั ไฟฟา ของหมอแปลงออโตในระบบรถไฟฟา 6
8
บทท่ี 3 วธิ ีการดาํ เนนิ งาน 8
3.1 ระบบไฟฟา โครงการ 9
3.2 ความเช่ือถือไดข องระบบไฟฟา 9
3.3 ระบบไฟฟาสํารองฉุกเฉนิ 10
3.4 ระบบไฟฟา สําหรบั การเดินรถ 11
3.5 ระบบไฟฟาสาํ หรับการเดินรถในสภาวะฉกุ เฉนิ 13
3.6 MTTR และ MDT ของบรภิ ัณฑไฟฟา 15
3.7 มอเตอรท ่ีใชใ นรถไฟฟา บที เี อส (BTS) 16
3.8 หลกั การทํางานของรถไฟฟาบีทีเอส (BTS) 18
3.9 อปุ กรณใ นการขบั เคลือ่ นรถไฟฟาบที ีเอส (BTS) 21
21
บทที่ 4 ผลการเพ่ิมประสิทธภิ าพ 21
4.1 ประเภทตามโหลดการใชงาน 24
4.2 ประเภทของการเดนิ สาย 24
4.3. การจายไฟฉุกเฉินสําหรับระบบท่ีตองการความปลอดภัยสูงมาก 25
4.4 การบาํ รุงรกั ษาทางไฟฟา 26
4.5 ลักษณะการเส่ือมสภาพของอปุ กรณทางไฟฟา 27
4.6 การบํารงุ รักษาเชงิ ปอ งกัน (Preventive Maintenance, PM)
4.7 การบํารุงรกั ษาเชิงปอ งกัน (preventive Maintenance)
สารบญั (ตอ) ง
4.8 แนวทางของ TPM หนา
4.9 การเตรียมการและวิธีตรวจสอบ 28
4.10 แนวทางการจดั การระบบการบาํ รงุ รกั ษา 29
4.11 การตรวจสอบและการบํารุงรกั ษามอเตอร 31
4.12 ภาพรวมการซอมบํารุงระบบจายกาํ ลังไฟฟาสาํ หรบั ระบบรถไฟฟา 35
4.13 งาน PM/CM การซอมบํารุงระบบจายกาํ ลังไฟฟา 35
4.14 ข้ันตอนการทํางาน PM/CM 35
บทที่ 5 สรุปและขอ เสนอแนะ 37
บรรณานุกรม 45
46
1
บทท่ี 1
บทนํา
ระบบจายพลังงานใหกบั โครงการรถไฟฟาเปน ระบบทีม่ ีความสําคัญอยา งยิ่ง เพราะเปนระบบสนับสนุนให
ระบบขนสงมวลชนใหบริการแกประชาชนไดอยางปลอดภัย การออกแบบระบบจายพลังงานไฟฟานอกจากจะ
มุงเนนความเพียงพอของพลังงานไฟฟาแลว ยังตองมุงเนนเรื่องเสถียรภาพของระบบโดยรวม ไดแกระบบพลังงาน
ไฟฟาสําหรับส่ิงอํานวยความสะดวกในสถานี ภายในศูนยซ อมบํารงุ และระบบจายพลังงานสาํ หรับการเดินรถ การ
จายพลังงานไฟฟาใหก ับรถไฟหรือรถราง เพื่อใหสามารถทํางานไดโดยไมตองมเี ครือ่ งกําเนิดไฟฟา บนขบวนรถ การ
จา ยกระแสไฟฟามีขอดีเหนือกวาระบบใหพลังงานอ่นื ๆ ในการขบั เคลื่อนหัวรถจกั ร
1.1 ทม่ี าและความสาํ คญั
โดยทั่วไปไฟฟาจะถูกสรางขึ้นในสถานีผลิตขนาดใหญและคอนขางมีประสิทธิภาพ สงไปยังเครือขายทาง
รถไฟและกระจายไปยังรถไฟฟา รถไฟฟาบางแหงมีสถานีผลิตไฟฟาเฉพาะของตนเองและ สายสง แตสวนใหญซื้อ
ไฟฟาจากการไฟฟา โดยปกติทางรถไฟจะมีสายการกระจายสวิตชและหมอแปลงไฟฟาของตัวเอง จายใหกับ
รถไฟฟาที่เคลื่อนที่โดยมีตัวนําตอเนื่องวิ่งไปตามรางซึ่งโดยปกติจะใชในสองรูปแบบคือ เสนเหนือศีรษะหอยลงมา
จากเสาหรือหอคอยตามรางหรอื จากโครงสรางหรือเพดานอุโมงคห รือ รางที่สามที่ติดตง้ั ทรี่ ะดับแทร็กและสัมผัสโดย
รองเทากระบะแบบเลื่อน ทั้งสายเหนือศีรษะและระบบรางที่สามมักใชรางวิ่งเปนตัวนําสงกลับ ระบบไฟฟาใน
รถไฟฟาจะแบงออกเปนหลายระบบ เชน ระบบแสงสวางทั่วไป ระบบไฟฟากําลัง ระบบปรับอากาศ ระบบ
สัญญาณเตอื นภยั ตา ง ๆ และระบบเครื่องสบู นาํ้ ดับเพลิง เปนตน
การบํารุงรักษาทางไฟฟา คือการพยายามรักษาสภาพของเครื่องใชไฟฟาและอุปกรณตางๆ ใหมีความ
พรอมใชงานตลอดเวลา ทั้งนี้การบํารุงรักษายังผสมผสานกันทั้งทางดานเทคนิคและการจัดการ ในอันที่จะคงไวซึ่ง
สภาพของอปุ กรณ หรือฟน ฟสู ภาพของอปุ กรณใหอยใู นสภาพที่จะทาํ งานไดต ามท่ีตอ งการ
1.2 วัตถปุ ระสงค
1.2.1 เพอ่ื ศึกษาระบบไฟฟาของรถไฟฟาและระบบไฟฟาของสถานี
1.2.2 เพ่ือศึกษาการบํารุงรักษาทางไฟฟา
2
บทที่ 2
ทฤษฎแี ละงานวจิ ัยทีเ่ ก่ียวของ
งานวจิ ยั ทีเ่ กีย่ วขอ ง
2.1 การจัดการพลงั งานในอาคารสถานีรถไฟฟามกั กะสนั
ในปจจุบันความตองการพลังงานไฟฟาเพิ่มสูงขึ้นอยางรวดเร็ว เพื่อตอบสนองการเจริญเติบโตทาง
เศรษฐกิจและพัฒนามาตรฐานความเปนอยู ดังนั้นการจัดการการใชพลังงานไฟฟาใหประหยัดและมีประสิทธิภาพ
สูงสุด จึงเปนอีกวิธีหนึ่งที่นาสนใจในการชวยลดคาใชจายทางดานพลังงานอยางมีนัยสําคัญ ทั้งนี้ตองคํานึงถึงการ
ดําเนินการที่เหมาะสมและเกิดการปรับปรุงอยางตอเนื่อง บริษัท รถไฟฟา ร.ฟ.ท.จํากัด เปนรัฐวิสาหกิจ สังกัด
ภายใตกระทรวงคมนาคม ผูใหบริการเดินรถและซอมบํารุงรถไฟฟาโครงการระบบขนสงทางรถไฟเชื่อมตอทา
อากาศยานสวุ รรณภมู ิและสถานีรบั สง ผูโดยสารอากาศยานในเมือง (แอรพอรตลงิ ค) ไดต ระหนกั ถึงความสําคัญของ
การประหยัดพลังงานและไดเล็งเห็นถึงประโยชนของการจัดการพลังงานในอาคารสถานีรถไฟฟามักกะสัน ซึ่งใน
ปจ จุบันมีคา ใชจ า ยทางดานพลังงานไฟฟาสูงถึง 30 ลา นบาทตอ ปและมแี นวโนม ทจี่ ะเพ่มิ สูงข้ึน โดยไดดําเนนิ การจัด
การพลังงานในอาคารสถานีรถไฟฟามักกะสัน จากมาตรการลดการใชพลังงานในระบบปรับอากาศและไฟฟาแสง
สวางจํานวน 4 มาตรการ พบวา คาไฟฟาในเดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคม 2557 ลดลง 10.93% 18.51%
และ 23.13% ตามลําดบั เมื่อเปรยี บเทยี บกบั เดือนเดยี วกันในป 2556 เมื่อนําไปคํานวณผลประหยัด พบวา ปริมาณ
การใชพ ลังงานไฟฟา ลดลง 388,000 kWh/ป คดิ เปน 17.52% เปน เงินทงั้ สนิ้ 1,269,205.18 บาทตอ ป
2.2 การคํานวณศักยไฟฟา ท่รี างระหวา งสถานจี า ยกาํ ลังไฟฟา ขบั เคลือ่ นสําหรับระบบรถไฟฟา กระแสตรง
1. ประมาณครึ่งหนึ่งของระบบรถไฟฟาทั่วโลกใชสถานีไฟฟาขับเคลื่อนกระแสตรงใชพลงังาน (MW) ใน
การขบั เคลอ่ื นรถไฟฟาสูงท่แี รงดันไฟฟา 750 -3000 V ทําใหเกดิ การไหลเวยี นของกระแสไฟฟาสูงโดยกระแสไฟฟา
ขับเคลื่อน (traction current) ของรถไฟจะไหลกลบั ไปยงั สถานีจายกําลังไฟฟาขับเคลื่อน (substations) ผานราง
วิ่ง (running rails) สวนหนึ่งของกระแสยอนกลับ (return current) จะไหลไปยังโครงสรางเสริมแรง
(reinforcement structure) และไหลลงดิน (earth) ผานโครงสรางทางยกระดับ (viaduct) หรืออุโมงค (tunnel)
และไหลกลับไปยังสถานีไฟฟาผานพื้นดินกระแสยอนกลับที่อยูภายในโครงสรางเสริมแรงและโครงสรางยกระดับ
หรืออุโมงคในบริเวณสถานีไฟฟาขับเคลื่อนจะไหลกลับไปยังรางวิ่งและไหลกลับ ไปยังระบบการตอลงดิน
(grounding systems) ของสถานีไฟฟา โดยที่กระแสยอนกลับ ที่ไหลออกจากรางวิ่งเปนสาเหตุหลักของกระแส
รั่วไหลกัดกรอนในสวนประกอบที่เปนโลหะที่มีการสัมผัสกับดิน เชน ทอลําเลียงนํ้ามัน โครงสรางพื้นฐานเหล็ก
3
เสริมแรงของอาคารหรือเสาโครงสรางอุโมงคเสริมแรง สะพานและทางยกระดับ โดยเรียกกระแสดังกลาวนี้วา
กระแสรว่ั ไหล (stray current) ดว ยเหตุนจ้ี ึงจํา ตอ งพิจารณาปริมาณกระแสรั่วไหลในระบบรถไฟฟากระแสตรง
รูปเสน ทางการไหลของกระแสยอนกลบั และกระแสร่วั ไหลในระบบรถไฟฟากระแสตรง
การวิเคราะหและประเมินกระแสรั่วไหลจึงเปนสิ่งสําคัญ เพื่อใหแนใจวาอุปกรณความปลอดภัยของผูโดยสารและ
การปองกันโครงสรางพื้นฐานของรถไฟอยูภายใตการกัดกรอนเปนไปตามที่มาตรฐานกําหนดไวหรือไมจาก
การศึกษาผลกระทบของกระแสรั่วไหลกัดกรอนในระบบรถไฟฟากระแสตรงไดมีการแสดงวิธีการการคํานวณและ
จาํ ลองผล เชน การจําลองกระแสร่วั ไหลโดยเทคนคิ การเชอื่ มตอลงดินของโครงสรางทางยกระดับโดยใชแ บบจําลอง
ตัวตานทานของวัสดุ การคํานวณแรงดันไฟฟาที่รางแทนการคํานวณกระแสรั่วไหลโดยตรง วิธีการคํานวณนี้เปนที่
นิยมและนํามาใชในการประเมินกระแสรั่วไหลการคํานวณกระแสรั่วไหลในโครงสรางอุโมงคที่มีสถานีไฟฟา
ขับเคลื่อนสองดานเพื่อจายโหลดรถไฟที่อยูระหวางสถานีไฟฟาขับเคลื่อนทั้งสอง โดยใชเทคนิคแบบจําลองสายสง
การคํานวณการไหลของกระแสไฟฟาและแรงดันไฟฟา ในโครงสรางอโุ มงค รวมถงึ กระแสไฟฟาและศักยไฟฟาท่ีราง
โดยใชวิธีการพารามิเตอรแบบกระจายและแบบกลุม ซึ่งการใชพารามิเตอรกระจายเปนการคํานวณโดยใชเทคนิค
แบบจําลองสายสง สว นพารามเิ ตอรแ บบแบบกลุมเปนการคํานวณโดยใชเ ทคนคิ STM (sparse tableau method)
โดยแบบจําลองทั้งสองอยูบนระบบจายกําลังไฟฟาสองดานที่มีการพิจารณาทอโลหะใตดิน หลังจากนั้นไดมีการ
พฒั นาแบบจําลองโดยใช MATLAB GUI ดว ยวธิ กิ ารคํานวณพารามิเตอรแบบกลุม โดยใชเ ทคนคิ STM เชน เดียวกับ
บทความที่ผา นมา
4
และการจําลองกระแสรั่วไหลโดยใชโปรแกรม CDEGS (current distribution, electromagnetic fields,
grounding, and soil structure analysis) เปรียบเทียบกับโปรแกรม MATLAB & Simulink ในกรณีที่มีความ
แตกตางกนั ของช้ันดินซ่ึงเปนการพจิ ารณากระแสร่วั ไหลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสภาพความนําไฟฟาของดินในแตละ
ชั้น นอกจากนั้นยังมีการคํานวณกระแสไฟฟาและแรงดันไฟฟาที่ราง รวมทั้งการวิเคราะหแรงดันไฟฟาที่รางตาม
แนวความยาวรางและผลกระทบระยะไกลในสภาวะทํางานปกติและลดั วงจรดว ยระบบจา ยกําลังไฟฟา ดานเดียวเมื่อ
มีรถไฟวิ่งขบวนเดียวและแบบจําลองยังไดพิจารณาความยาวรางบริเวณดานขางของสถานีไฟฟาขับเคลื่อนโดยใช
เทคนคิ แบบจาํ ลองสายสง ดงั นน้ั ในงานวิจยั จงึ จะนาํ เสนอแบบจําลองทางคณิตศาสตรท่สี ามารถคํานวณกระแสไฟฟา
และศักยไฟฟาท่ีรางในกรณีระบบจายกําลังไฟฟาสองดานซ่ึงมีสถานีไฟฟาขับเคล่ือน 2 สถานแี ละรถไฟ 1 ขบวนอยู
ระหวางสถานีไฟฟาขับเคลื่อนทั้งสองและพิจารณาความยาวรางบริเวณดานขางของสถานีไฟฟาขับเคลื่อนดงั แสดง
ในรปู ท่ี 2 ซง่ึ แบบจาํ ลองน้ยี ังไมม ีการเผยแพรมากอน
รูประบบจา ยกําลงั ไฟฟา สองดาน
2. ระบบรถไฟฟากระแสตรง
แบบจําลองทางคณติ ศาสตรสําหรบั การคาํ นวณกระแสรั่วไหลจะตองสามารถคํานวณหาศักยไฟฟา
ทีร่ างกระแสไฟฟาที่รางและกระรว่ั แสไหล ไดแ สดงระบบจายกาํ ลงั ไฟฟาสองดา นสาํ หรบั สถานีไฟฟายอยที่
ไมม ีการตอลงดินทางไฟฟา (electrically floating substation) ดงั นนั้ แบบจาํ ลองทนี่ ําเสนอจะเปน การ
จายกระแสไฟฟาสองดานใหแ กรถไฟขบวนเดียว
5
3. การคํานวณศักยไฟฟาท่รี างของรถไฟฟากระแสตรง
แบบจําลองทางคณิตศาสตรแบบพื้นฐาน (Classical mathematical model: CMM) จะ
พิจารณาจากแบบจําลองการสงจายกําลังไฟฟา ขับเคล่ือนใหแกรถไฟประกอบไปดวยสถานีจายกําลังไฟฟา
ความตานทานรางตอหนวยความยาว และความนําไฟฟาตอหนวยความยาว เพื่อใหงายแกการคํานวณ
สามารถแบงชวงในการคํานวณจะแบงออกเปน 4 สวน ไดแก สวนที่1 สวนที่2 สวนที่3และ สวนที่4 ดัง
แสดงในรูป
รปู การแบง ชวงการคาํ นวณกระแสไฟฟาและแรงดันไฟฟา
โดยพน้ื ฐานแลว การคํานวณแรงดนั และกระแสไฟฟาท่ีรางสามารถพจิ ารณาโดยการใชแบบจาํ ลองสายสงซึ่งแสดง
รายละเอยี ดในการคํานวณปริมาณดังกลาวไดด งั ตอไปน้ี
รปู การกระจายตัวของแรงดันและกระแสไฟฟาทรี่ างวิง่
6
2.3 การศกึ ษาการรกั ษาระดับแรงดันไฟฟาของหมอแปลงออโตใ นระบบรถไฟฟา
การศึกษาการรักษาระดับแรงดันไฟฟาโดยการนํา หมอแปลงออโตเขามาเชื่อมตอเพิ่มแบบขนานใน
แบบจําลองระบบรถไฟฟา เพื่อที่จะชวยลดปญหาคุณภาพแรงดันไฟฟาในสายสงอันเนื่องมาจากสถานีจายไฟฟาที่
อยูหา งไกล แบบจําลองระบบรถไฟฟาจาํ ลองในโปรแกรม DIgSILENT PowerFactory ผลการศกึ ษาแสดงใหเ ห็นถึง
ความแตกตางระหวางระบบที่มีการเชื่อมตอและไมมีการเชื่อมตอหมอแปลงออโตโดยมุงเนนศึกษาปญหา
แรงดนั ไฟฟา ตก และปญ หาแรงดนั ไฟฟา ไมส มดุล บทความนสี้ ามารถใชเ ปนแนวทางในการเลือกใชห มอแปลงไฟฟา
มาเช่อื มตอ กับระบบรถไฟฟาเพื่อแกปญหาคณุ ภาพแรงดันไฟฟา นอกจากน้ยี งั สามารถนาํ แบบจําลองระบบรถไฟฟา
ไปประยุกตใ ชใ นการศกึ ษาปญ หาเสถยี รภาพในระบบรถไฟฟาจรงิ ไดใ นอนาคต
1. ระบบการจายไฟมาตรฐานไฟฟากระแสสลับ
สําหรับรถไฟฟา การจายไฟฟาใหระบบรถไฟฟาที่นิยมใชกันมาก กระแสไฟฟาแรงดันสูงจากโรงไฟฟาสง
จายมาตามสายสงแรงดันสูง ซึ่งสวนใหญจะมีขนาด 69 กิโลโวลต หรือ 115 กิโลโวลต ผานสถานีจายไฟฟา
(Substation) เพื่อแปลงแรงดันไฟฟาใหมีขนาด 25 กิโลโวลต50 เฮิรตซกระแสสลับ โดยหมอแปลงไฟฟา 1 เฟส
แรงดันและกระแสไฟฟาสามารถคํานวณไดจากสมการที่ (1) และ (2) ตามลําดบั รถไฟฟาจะรับไฟจากสายสงเหนือ
หัว (Overhead Catenary) ไปยังอุปกรณควบคุมบนตัวรถเพื่อสั่งการใหมอเตอรทําหนาที่ขับเคลื่อนขบวนรถ
จากนั้นกระแสไฟฟาจากมอเตอรจะไหลจากลอลงสูราง (Rail) เพื่อใหระบบครบวงจร ระบบการจายไฟรถไฟฟา
กระแสสลับนี้มีขอดีคือ การติดตั้งสถานจี ายไฟฟาที่นอ ยกวา ระบบการจายไฟรถไฟฟากระแสตรง จึงเหมาะสําหรับ
ระบบรถไฟฟาที่มีระยะทางไกลอยางไรก็ตามระบบนี้มีขอเสีย คือเมื่อสายสงที่มีระยะทางไกลมากๆ จะทํา ใหเกิด
กําลังไฟฟา สญู เสียในสายสง
รูประบบการจายไฟฟา สาํ หรับรถไฟฟา
7
รปู หมอแปลงไฟฟา 1 เฟส
2. คุณภาพแรงดันไฟฟา
ในปจจุบันระบบไฟฟามีบทบาทสําคัญตอการดํารงชีวิตเพื่ออํานวยความสะดวกในหลากหลาย
ดา นของมนษุ ย ดว ยเหตุนีจ้ งึ ทาํ ใหม คี วามตองการใชพลงั งานไฟฟา เพ่ิมสูงข้นึ ระบบการจา ยกําลังไฟฟาเปน
ระบบสําคัญสวนหนึ่งในระบบไฟฟาที่ตองมีการคํานึงถึงคุณภาพแรงดันไฟฟาเนื่องจาก มีความสําคัญตอ
และประสิทธิภาพโดยรวมของระบบไฟฟา คุณภาพไฟฟาที่ดีจะตองเกิดกําลังไฟฟาสูญเสียในระบบไฟฟา
นอ ยที่สุด เพือ่ ใหร ะบบไฟฟาสามารถจายไฟฟาไดอยางตอเน่ืองและมีประสิทธิภาพมากท่ีสุด สวนหน่ึงของ
ปญหาคุณภาพแรงดันไฟฟา คือ ปญหาแรงดันไฟฟาตก ซึ่งมีสาเหตุมาจากระยะทางที่หางไกลของ
แหลงจายไฟฟาตนทางและจากอิมพีแดนซ ในสายสงอีกหนึ่งปญหาที่สําคัญ คือ ปญหาแรงดันไฟฟาไม
สมดุล ซึ่งมีสาเหตุมาจากการตอโหลดที่มีเฟสไมเทากัน หรือแตกตางจากแหลงจายไฟฟาทําใหความ
แตกตางระหวางมุมเฟสไมเทากับ 120 องศา ทางไฟฟาปญหาทั้งสองนี้สามารถแกไขไดโดยการนําหมอ
แปลงชนิดพิเศษเขามาเชื่อมตอเพิ่มในระบบไฟฟา ระบบรถไฟฟาเปนระบบที่มีการจายกําลังไฟฟาใหแก
รถไฟฟาเพียงเฟสเดียว แตเชื่อมตอกับแหลงจายไฟฟาที่มี 3 เฟส และมีสถานีจายไฟฟาตนทางที่อยู
หางไกล ตามที่ไดกลาวมาขางตน ดวยสาเหตุนี้จึงทําใหเกิดปญหาคุณภาพแรงดันไฟฟาปญหาที่นํามา
พิจารณาประกอบดวยปญ หาแรงดนั ไฟฟา ตก และปญหาแรงดนั ไฟฟาไมส มดุล
8
บทท่ี 3
วธิ กี ารดาํ เนินงาน
ระบบจายพลังงานใหกับโครงการรถไฟฟาเปนระบบทีม่ ีความสําคัญอยา งยิ่ง เพราะเปนระบบสนับสนุนให
ระบบขนสงมวลชนใหบริการแกประชาชน การออกแบบระบบจายพลังงานไฟฟาจะมุงเนนความเพียงพอของ
พลังงานไฟฟา มุงเนนเรื่องเสถียรภาพของระบบไดแกระบบพลงังานไฟฟา สําหรับสิ่งอํานวยความสะดวกในสถานี
ภายในศนู ยซอมบํารงุ และระบบจายพลงั งานสําหรบั การเดินรถ
3.1 ระบบไฟฟา โครงการ
ศูนยซอมบํารุงสําหรับโครงการสายสีสมรับไฟฟาจากการไฟฟานครหลวงใน 2 ระดับแรงดันคือ ระดับ
115kV สําหรับจายใหกับระบบปฏบิ ัติการและการบริหารการเดินรถทั้งหมด และระดับ 24kV สําหรับอาคารที่พัก
พนกั งานขับรถ โดยไฟฟา แรงสูง 115kV นัน้ จะรบั มาจาก 2 แหลง จา ยของการไฟฟานครหลวง คือ จากสถานีไฟฟา
ยอยรัชดาฯ และสถานีไฟฟายอยบางกะปผานมาทางสายสงใตดินกอนเขาสู Bulk Substation ของโครงการท่ี
จัดเตรียมไวแลวแปลงระดับแรงดันลงเปน 24kV ผานหมอแปลงไฟฟา 115/24kV จายใหกับระบบไฟฟาสําหรับ
ขับเคลื่อนขบวนรถไฟฟา (Traction Substations) และระบบไฟฟาสําหรับระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ (Service
Substations) ดงั รูป
รูปที่ 3.1 ระบบไฟฟาสําหรบั ระบบรถไฟฟา
9
3.2 ความเช่ือถือไดข องระบบไฟฟา
ระบบไฟฟา ของโครงการสายสีสม ไดรับการกําหนดและออกแบบใหมคี วามนาเชื่อถือสงู (High Reliability)
กลา วคอื มีโอกาสนอยมากที่เกิดเหตุไฟฟาดับและยงั มรี ะบบไฟฟาสาํ รองเม่ือเกิดไฟฟา ขัดของอีกดวยผลของการรับ
ไฟฟาจากการไฟฟานครหลวง 2 แหลงจายและในระดับแรงดัน 115kV และเปนวงจรไฟฟาใตดินซึ้งมีโอกาสนอย
มากทีไ่ ฟฟา จากการไฟฟานครหลวงจะดับพรอมกนั ทั้ง 2 แหลง จาย
นอกจากนี้ยังออกแบบใหมีสถานีไฟฟา (Substation) 2 แหง โดย Substation A ตั้งอยูทศูนยซอม สวน
Substation B ตั้งอยูที่สถานีสุวินทวงศโดยมีการเชื่อมกันทางดาน 24 kV ผาน Subsection Switchgear ใน
สถานีกลางทาง เมื่อกระแสไฟฟาที่ Substation A ดับลงทั้งหมด Substation B ก็จะทําหนาที่จายกระแสไฟฟา
ใหกับระบบแทนทั้งหมดซึ่งขนาดหมอแปลงใน Substation A และ Substation B จะมีขนาดใหญเพียงพอที่จะ
จายไฟฟา ใหก บั โครงการทงั้ หมด
3.3 ระบบไฟฟา สํารองฉกุ เฉนิ
ศูนยซอมบํารุงไดออกแบบใหมีการติดตั้งเครื่องกําเนิดไฟฟาสํารอง (Standby Generator) ขนาด 2,500
kVA จํานวน 5 ชุด ทํางานจายไฟฟาขนานกันและสงไปยังระบบ โดยแปลงไฟฟาเปน 24kV ผานหมอแปลงไฟฟา
400V/24kV โดยเครอื่ งกาํ เนิดไฟฟา สํารองน้ีจะทาํ งานเม่ือเกิดภาวะฉุกเฉินในกรณีไฟฟาโครงการทรี่ ับจากการไฟฟา
นครหลวงทั้งหมดดับลง ไฟฟาจากเครื่องกําเนิดไฟฟานี้จะเนนใหจายกับ ระบบสําคัญๆ ระบบชวยชีวิตและการ
อพยพผูโดยสารเทานั้นซึ่งไดแกการใหขบวนรถไฟฟาสามารถขับเคลื่อนไปยังสถานีใกลสุดไดสํารองไฟฟาสําหรับ
อุปกรณดับเพลิง ระบบระบายอากาศในสถานีในอุโมงคจายไฟใหอุปกรณสําคัญในสถานีเชน ลิฟตอุปกรณควบคุม
ตา งๆ เปน ตน
รูปที่ 3.2 ระบบพลังงานไฟฟาฉุกเฉนิ ดว ยเครื่องกําเนดิ ไฟฟา
10
3.4 ระบบไฟฟาสําหรบั การเดนิ รถ
ระบบไฟฟาที่จายใหขบวนรถไฟฟานั้น รับมาจากไฟฟาโครงการที่ระดับ 24kV ac และแปลงลง
เปนไฟฟาแรงดนั ต่ําพรอ มกับเปลีย่ นเปน ไฟฟากระแสตรงระดับแรงดนั 750Vdc ดว ย Traction Transformer และ
Rectifier และสงกระแสไฟฟาตรงผานทางรางจายไฟที่ 3 หรือ Conductor Rail เขาขบวนรถไฟฟาที่ Collector
Shoes เพื่อขับเคลื่อนขบวนรถไฟฟาตอไป โดยอุปกรณสงจายไฟฟากระแสตรงทั้งหมดประกอบดวย 24kV
Switchgears, Traction Transformer, Rectifier, 7 5 0 V dc switchgears นั้ น ต ิ ด ต ั ้ ง อ ย ู ใ น ห อ ง Traction
Substation สวน Conductor Rail นั้นจะว่ิงขนานไปกบั รางวิง่ ตลอดเสนทาง
ตําแหนง Traction Substation จะถูกกําหนดดวยการคํานวณและจําลองการใชไฟฟาสัมพันธกับจํานวน
และตําแหนงขบวนรถไฟฟาท่วี ิ่งอยูบนเสนทาง ทั้งในชวงการเดนิ รถในสภาวะปกติและไมป กติ รวมถึงกําหนดขนาด
Traction Transformer ใหม ีขนาดเพียงพอกับความตองการสูงสดุ (Ultimate Capacity) ของโครงการอีกดวย ซ่ึง
11
ในโครงการสายสีสม Traction Substation จะตั้งอยูในสถานีที่มีระยะหางกันประมาณ 2.0-2.5 กิโลเมตร รวมถึง
ติดตงั้ อยใู นศูนยซอ มอกี ดว ย
3.5 ระบบไฟฟา สําหรบั การเดนิ รถในสภาวะฉุกเฉิน
สถานการณที่เปน สภาวะฉุกเฉินของระบบไฟฟา สําหรับการเดนิ รถ สามารถกาํ หนดการบริหารสถานการณไดดังนี้
1) กรณีที่ Traction Substation ชุดหนึ่งเกิดขัดของไมสามารถจายกระไฟฟาได Traction Substation
ตัวที่อยูถัดออกไปจะทําการจายไฟฟาใหกับ Conductor Rail ในสวนที่เกดิ ปญหาทันทีแทน ซึ่งทําให Conductor
Rail ยังคงมีไฟฟาปอนใหกับขบวนรถไฟฟาอยูตลอด แตตองทําการลดระดับความเร็วการเดินรถลงประมาณ
คร่งึ หนง่ึ ของความเร็วปกตเิ พอ่ื ไมใ ห Traction Transformer รับภาระ Load มากเกินไป
2) กรณีที่ไฟฟาแหลงจายแรงสูงของการไฟฟาดับลงทั้งหมด ทําใหไมมีระบบไฟฟา 24 kVac สําหรับปอน
ใหกับ Traction Substation ตางๆ ไมมีไฟฟากระแสตรงไปจายใหกับขบวนรถไฟฟาตลอดเสนทางกรณีนี้มีโอกาส
เกิดนอ ยมาก ซึง่ ในขบวนรถไฟฟา นั้น เม่ือรบั ไฟฟา 750V dc แลวจะแปลงเปนไฟฟา กระแสสลับดว ย Inverter จาย
ไฟฟาใหมอเตอรขับเคลื่อน นอกจากนี้ยังจายไฟฟาใหกับระบบอื่นๆ ในขบวนรถไฟฟาดวยอาทิเชน
เครื่องปรับอากาศ หลอดไฟแสงสวาง ระบบสื่อสารการเปด - ปดประตูเปนตน โดยมีการติดตั้ง Battery สํารอง
สําหรบั จายไฟฟาใหกบั ระบบทส่ี ําคัญ ๆ ในสภาวะฉกุ เฉิน เชน หลอดไฟหอ งคนขับ ระบบควบคุมและปองกันขบวน
รถ ระบบระบายอากาศฉุกเฉิน ระบบสื่อสาร และการเปดประตูรถไฟฟา ในรถไฟฟารุนแรกๆ Battery สํารองนี้จะ
ไมจายไฟฟาใหกับมอเตอรขับเคลื่อน เมื่อระบบไฟฟาขับเคลื่อน 750Vdc ดับลง ขบวนรถไฟฟายังสามารถเคลื่อน
ตอไปไดดวยแรงเฉื่อยสักพักหนึ่งและหยุดลง และเมื่อเครื่องกําเนิดไฟฟาสํารองสวนกลางทํางานสามารถสง
กระแสไฟฟา ภายใน 30 วินาทีผูค วบคุมเสนทางก็จะสง่ั การใหทาํ การเดินรถในแตละจุดไปสงผโู ดยสารในสถานีท่ีใกล
ที่สุดตอไป และถาไมมีกระแสไฟฟาจากเครื่องกําเนิดไฟฟาอีก พนักงานขับจะนําผูโดยสารออกจากขบวนรถไปยัง
สถานหี รอื ทางออกที่ใกลท่ีสุดหลังจากไดรับอนุมัติจากผูควบคุมสวนกลางแลว นอกจากนใ้ี นสวนประตูก้ันชานชาลา
ที่สถานีรถไฟฟานั้นกําหนดการออกแบบใหมีประตู Emergency ที่สามารถเปดจากดานนอกดวยมือได (Manual)
ในสภาวะทไ่ี ฟฟา หลกั ของสถานดี ับลงทงั้ หมด
12
รปู ท่ี 3.3 แบบจาํ ลองระบบไฟฟา สาํ หรบั ระบบรถไฟฟา
13
3.6 MTTR และ MDT ของบรภิ ณั ฑไ ฟฟา
ขอมูลจําเพาะ MTTR ของบริภัณฑไฟฟาที่ใชในระบบจายพลังงานไฟฟาสําหรับระบบรถไฟฟา เนื่องจาก
ระบบรถไฟฟามีลักษณะโครงสรางเปนแนวยาวตามเสนทางใหบริการ จุดประจําการของหนวยซอมบํารุงจะอยู
สวนกลาง ดังนั้นเวลาที่ใชสาํ หรับแกไขอุปกรณเมื่อเกดิ ความลมเหลวขึน้ จําเปนตองบวกระยะเวลาเดินทางระหวาง
ศนู ยป ระจาํ การไปยงั ที่ตัง้ ของอุปกรณ
14
Reliability Block Diagram
15
3.7 มอเตอรท ี่ใชในรถไฟฟา บีทีเอส (BTS)
มอเตอรไฟฟา ทใ่ี ชในขบวนรถไฟฟา BTS เปนชนิดอินดกั ช่นั มอเตอร แบบกรงกระรอก 3 เฟส
ใน 1 ขบวน จะใชม อเตอรจํานวน 8 ลูกโดยมพี ิกดั ทางไฟฟา ดงั นี้
ตารางที่ 3.1 Name Plate มอเตอรที่ใชในรถไฟฟา บีทีเอส (BTS)
16
รูปท3่ี .4 มอเตอรของรถไฟฟาบที ีเอส
3.8 หลักการทาํ งานของรถไฟฟา บีทีเอส (BTS)
รูปที่ 3.5 หลักการทาํ งานของรถไฟฟาบีทเี อส (BTS)
17
หนาที่งานของอุปกรณในระบบ ระบบการปอนกระแสไฟฟาสูตัวรถไฟฟาบีทีเอสเปนแบบจากรางที่สาม
(Third Rail Feeding System) ที่แรงดันไฟฟา 750 VDC เพื่อสงตอไปยังอุปกรณตาง ๆ ในขบวนเพื่อทํางานใน
สวนตา ง ๆ ดงั ตอไปนี้
ชุดเคอรเรนต (Current Unit) คือตัวรับกระแสไฟฟาระหวางรถไฟฟากบรางที่สามเพื่อจายไฟฟาไปใน
สวนตา ง ๆ ของรถไฟฟา
ชอปเพาเวอร (Shop Power) เปนสวิตชแบบใบมีด มีหนาที่เลือกแหลงจายไฟฟา ที่ปอนใหรถไฟฟาบีที
เอส (BTS) ซึง่ ปกติจะสามารถรับไดสองแหลงจาย คือ
1. รบั กระแสไฟฟาจากรางทส่ี ามเพือ่ ใชในการเดินรถเพ่ือรับสง ผโู ดยสาร
2. รบั กระแสไฟฟา จากโรงซอมบํารงุ เพื่อใชใ นการตรวจเชค็ รถไฟฟา
ไฮสปดเซอรกิตเบรกเกอร (High Speed Circuit Breaker) ทําหนาที่ตัดกระแสไฟฟาแบบความเร็วสูง
เมื่อเกดิ การลัดวงจร
แทรก็ ชน่ั อนิ เวอรเ ตอร (Traction Inverter) มีหนาทีแ่ ปลงไฟฟากระแสตรง (DC) เปนไฟฟากระแสสลับ
(AC)
มอเตอรไ ฟฟา (Induction Motor) มีหนาทขี่ บั เคลอ่ื นรถไฟฟา
เบรกรีซีสเตอร (Brake Resistor) ทาํ หนา ทกี่ ําจัดพลังงานไฟฟา ที่เกดิ จากรเี จนเนอรเ รเตอร
แทร็คชั่นคอนโทรนยูนิต (Traction Control Unit) มีหนาที่ควบคุม จัดสงกระแสไฟฟาไปยังสวน
ควบคุมยอยตา ง
โหลดเซลลเซน็ เซอร (Load Cell Sensor) ทําหนาทีต่ รวจสอบน้ําหนักของรถไฟฟา เพื่อเปน เงื่อนไขหนึ่ง
ในการขบั เคลอื่ น
ดอรเ ซน็ เซอร (Door Sensor) ทําหนา ทเี่ ปน เง่อื นไขหนง่ึ ในการเปด-ปดประตูของรถไฟฟา
เบรกคอนโทรนยูนิต (Brake Control Unit) ทําหนาที่ควบคุมการหยุดรถไฟฟาใหเหมาะสมกับนํ้าหนัก
ตวั รถไฟฟา โดยการใชล มเบรก
มาสเตอรค อนโทรลเลอร (Master Controller) ทําหนา ทีเ่ ลอื กการควบคุมการขบั เคลื่อนรถไฟฟามีสอง
ระบบ คือการขบั เคล่ือนดวยระบบอัตโนมัติทีค่ วบคุมจากหนว ยศูนยกลางและระบบขบั เคล่ือนดว ยพนกั งานเดินรถ
18
3.9 อุปกรณในการขับเคล่อื นรถไฟฟา บีทีเอส (BTS)
ในระบบการเดินรถไฟฟา จะสงกระแสไฟฟา จากรางท่ี 3 เขามายงั ตัวรถผา นมาทางชุดเคอรเรนต (Current
Unit) เพอื่ ใชใ นการเดินรถสําหรบั การว่งิ บรกิ าร
รปู ที่ 3.6 รางท่สี ามหรอื รางจายไฟใหรถไฟฟา
รปู ท่3ี .7 เคอรเรนตห รือตวั รบั ไฟเขารถไฟฟา
19
รูปท3ี่ .8 ชอปเพาเวอรหรอื ตัวเลอื กรับไฟ
รปู ที่3.9 กลอ งปองของอนิ เวอรเ ตอร
20
รปู ที3่ .10 มอเตอรไฟฟา ท่ีใชข ับเคลือ่ น
มอเตอรท่ตี ิดตั้งในระบบรถไฟฟาเปน แบบ อินดคั ช่นั มอเตอร 3 เฟส ชนดิ กรงกระรอก เนอื่ งจากมคี วาม
ทนทานสงู การสกึ หรอตา่ํ การบํารุงรักษางาย และอายกุ ารใชงานคอ นขา งสูง
การควบคมุ การเดินรถไฟฟาจะถูกกาํ หนดจากศนู ยควบคุมกลางเปนหลัก เพ่ือมคี วามสอดคลอ งกนั ทง้ั
ระบบของการเดนิ รถ หากมเี หตฉุ ุกเฉนิ พนกั งานเดนิ รถประจาํ ขบวนจะควบคุมการทํางานทดแทนตามสถานการณท ่ี
จาํ เปน
21
บทท่ี 4
ผลการเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพ
ระบบไฟฟารถไฟฟาใตดนิ
4.1 ประเภทตามโหลดการใชงาน
โดยปกติระบบไฟฟา ในระบบรถไฟฟา ขนสงมวลชนจะแบงออกเปน 3 ประเภทตามโหลดการใชงานดงั น้ี
4.1.1 ประเภทที่ 1 ระบบทต่ี องการความปลอดภยั ปกติ (Normal Safety Requirement System)
1. ระบบแสงสวา งทว่ั ไป
2. ระบบไฟฟากาํ ลัง
3. ระบบปม นํ้าขน้ึ ถังบนหลงั คา
4. ระบบปรับอากาศ
4.1.2 ประเภทที่ 2 ระบบทีต่ องการความปลอดภยั สูง (High Safety Requirement System)
1. ระบบปรับอากาศ เฉพาะสวนท่เี กยี่ วกบั การจา ยลม
2. ระบบระบายนา้ํ ฉุกเฉิน
3. ระบบลิฟตและบันไดเลื่อน
4. ระบบสัญญาณเตือนภยั ตา งๆ
5. ระบบควบคมุ คอมพวิ เตอร
6. ระบบทางหนีภยั
4.1.3 ประเภทที่ 3 ระบบทตี่ องการความปลอดภยั สงู มาก (Very High Safety Requirement
System)
1. ระบบไฟฟา แสงสวางฉุกเฉินทัง้ ในอาคารใตผวิ ดินและอุโมงคทางว่ิง
2. ระบบอดั อากาศสาํ หรับบนั ไดหนไี ฟ
3. ระบบดดู และระบายควันรวมทงั้ ระบบควบคมุ การกระจายของไฟและควนั
4. ระบบระบายควันทงั้ ในอาคารใตผ วิ ดินและอุโมงคทางว่ิง
5. ระบบสอื่ สารฉกุ เฉนิ (Emergency Communication)
6. ระบบเครอ่ื งสูบนํา้ ดบั เพลิง
4.2 ประเภทของการเดนิ สาย
ประเภทของการเดินสายไฟฟาแบงตามประเภทของโหลด
4.2.1 ระบบท่ีตองการความปลอดภยั ปกติ
22
1) อุปกรณทใี่ ชป ระกอบในการเดนิ สายไฟฟา Conduit, Raceways, Duct, Boxes, Cabinet,
Equipment Enclosure พรอมอุปกรณจ บั ยึดตองสามารถทนอณุ หภูมิได ถึง 500 ◦c เปน
เวลา 1 ช่วั โมง
2) ฉนวนของสายไฟฟาตองสามารถทนอุณหภมู ไิ ดไมตํา่ กวา 90 ◦c
3) ฉนวนหรือวัสดหุ มุ สายเคเบิล ตอ งเปนชนดิ Flame Retardant, Zero Halogen<Low
Smoke (FRZHLS) หรือ Low Smoke และ Fume (LSF)
4) สายไฟท่เี ปลือกนอกมิใชโ ลหะจะตองเดนิ สายรอ ยทอโลหะหนาหรือทอโลหะหนาปานกลาง
5) สายไฟกอนเดนิ เขา เคร่ืองอปุ กรณไ ฟฟา ตองดําเนนิ การปดผนึกทีถ่ าวร และมีประสิทธิภาพ ที่
สามารถปอ งกันการลามไฟที่เกดิ จากการไหมส ายไฟฟาได
6) วธิ ีการเขาหัวตอ สายกอนเขาอปุ กรณ
4.2.2 ระบบทต่ี องการความปลอดภัยสงู
นอกเหนือจากการเดนิ สายภายในระบบทตี่ องการความปลอดภยั ปกติ ใหเพ่ิมเติมดงั น้ี สายไฟฟาตอง
เปน ไปตามมาตรฐาน BS 6387 ตอ งเปนสายไฟฟาในระดับชนั้ AWX
สญั ลกั ษณ A WX
ตําแหนงที่ 123
การทนไฟ สญั ลักษณ A,B,C
การทนไฟและนํ้า สัญลกั ษณ W
การทนไฟและแรงกระแทก สญั ลกั ษณ X,Y,Z
23
ตารางที่ 4.1 อตั ราลําดับการทนไฟของสายไฟภายใตเ ปลวไฟตามมาตรฐาน BS 6387 1994
การทนไฟ การทดสอบ เครอ่ื งหมาย
650◦ C เปนเวลา 3 ชั่วโมง A
การทนไฟและน้ํา 750◦ C เปน เวลา 3 ชั่วโมง B
การทนไฟและทนแรงกระแทก 950◦ C เปน เวลา 3 ชว่ั โมง C
950◦ C เปนเวลา 20 นาที S
650◦ C เปนเวลา 15 นาที จากนน้ั พน น้ําและทํา W
การทดสอบ 650◦ C เปนเวลา 15 นาที
650◦ C เปน เวลา 15 นาที โดยมแี รงกระแทก X
750◦ C เปน เวลา 15 นาที โดยมีแรงกระแทก Y
950◦ C เปน เวลา 15 นาที โดยมแี รงกระแทก Z
4.2.3 ระบบทต่ี องการความปลอดภยั สงู มาก
นอกเหนือจากการเดินสายภายในระบบที่ตองการความปลอดภัย ปกติแลวใหเพิ่มเติมดังนี้สายไฟฟาตอง
เปน ไปตามมาตรฐาน BS 6387 ตองเปน สายไฟฟาในระดับ CWZ หรอื สายไฟฟาตองเปนชนิดเปลือก โลหะท่ีตัวนํา
ไฟฟาตองเปน ชนิดเปลอื กโลหะทต่ี วั นาํ ไฟฟา หมุ ดว ยฉนวนแรแ บบชนดิ เอ็มไอ
การทนไฟ สญั ลักษณ A,B,C
การทนไฟและนํ้า สญั ลักษณ W
การทนไฟและแรงกระแทก สญั ลกั ษณ X,Y,Z
24
ตารางที่ 4.2 อตั ราลําดบั การทนไฟของสายไฟภายใตเปลวไฟตาม มาตรฐาน BS 6387 1994
การทนไฟ การทดสอบ เครอ่ื งหมาย
650◦ C เปนเวลา 3 ชัว่ โมง A
การทนไฟและนาํ้ 750◦ C เปน เวลา 3 ชว่ั โมง B
การทนไฟและทนแรงกระแทก 950◦ C เปน เวลา 3 ช่ัวโมง C
950◦ C เปน เวลา 20 นาที S
650◦ C เปนเวลา 15 นาที จากนั้นพนนํ้าและทํา W
การทดสอบ 650◦ C เปนเวลา 15 นาที
650◦ C เปนเวลา 15 นาที โดยมีแรงกระแทก X
750◦ C เปนเวลา 15 นาที โดยมีแรงกระแทก Y
950◦ C เปน เวลา 15 นาที โดยมีแรงกระแทก Z
4.3. การจายไฟฉกุ เฉินสําหรับระบบท่ีตอ งการความปลอดภยั สูงมาก
เปนอปุ กรณใหแสงสวางสํารองในอาคาร ซ่ึงจะตดิ สวา งข้ึนมาอตั โนมตั ิเมื่อมเี หตุไฟฟาดับ พรอ มใชทกุ ครั้ง
เมื่อเกิดไฟดับ
4.4 การบาํ รุงรักษาทางไฟฟา
การบํารุงรักษาทางไฟฟา คือการพยายามรักษาสภาพของเครื่องใชไฟฟาและอุปกรณตางๆ ใหมีความ
พรอมใชงานตลอดเวลา ทั้งนี้การบํารุงรักษายังผสมผสานกันทั้งทางดานเทคนิคและการจัดการ ในอันที่จะคงไวซ่ึง
สภาพของอปุ กรณ หรือฟนฟสู ภาพของอปุ กรณใหอยูใ นสภาพทีจ่ ะทาํ งานไดต ามท่ตี องการ
หลกั การสาํ คญั การบํารงุ รักษา - Keep it dry
- Keep it cool
- Keep it clean
- Keep it tight
25
Production Quality
(ได้ปริมาณตามต้องการ) (ไดค้ ุณภาพตามต้องการ)
Safety ประโยชน์ของ Delivery
(มคี วามปลอดภยั ระหว่างทำงาน) การบำรุงรักษา (ผลผลติ ไดต้ ามเวลาที่กำหนด)
Morale Cost (ค่าใช้จา่ ยเหมาะสม)
(พนักงานมีขวัญและกำลังใจ)
Environment (ไมท่ ำลายสงิ่ แวดลอ้ ม)
4.5 ลกั ษณะการเส่อื มสภาพของอุปกรณท างไฟฟา
4.5.1 ลักษณะการเส่ือมสภาพ
ลักษณะการเส่ือมสภาพ
เส่อื มตามอายุการใช้งาน ทันทีทนั ใด
ัอตราการชำรุด การบำรุงรักษา
เชงิ ปอ้ งกนั
การปอ้ งกันเพื่อไม่ การบำรงุ รกั ษาเชิง
ต้องบำรงุ รักษา แกไ้ ขปรบั ปรุง
แสดงอตั ราการชำรดุ ของอุปกรณ์
26
4.5.2 สาเหตุการชํารดุ ของอุปกรณ
สาเหตกุ ารชำรุด
การตดิ ตัง้ การใช้งาน การเลือกอปุ กรณ์ ตามสภาพ(อายุ)
การบำรุงรักษา
สภาพการใชง้ านและการบำรุงรักษา
ฝุน่ ความสกปรก การส่ันสะเทือน ความรอ้ น การเพ่ิมขน้ึ ของโหลด
4.6 การบาํ รุงรกั ษาเชงิ ปองกัน (Preventive Maintenance, PM)
- ใชการตรวจสภาพอปุ กรณเพอ่ื สามารถทาํ การบํารงุ รักษาไดก อนทจ่ี ะชาํ รดุ มากขึน้
- สามารถวางแผนการบํารุงรักษาตามแผน สามารถเฝาระวงั อยา งใกลช ดิ (กรณีพบขอบกพรอ ง) เม่อื
เคร่ืองจักรหรอื อปุ กรณเปน สวนที่สําคัญในการผลิต
-จดุ มงุ หมายของการบาํ รุงรกั ษาเชงิ ปอ งกันก็เพื่อให
27
1. สภาพความพร้อม - ลดเวลาการหยุดเดินเครื่องจักรในสภาวะฉกุ เฉิน
และความม่ันใจ - ร้สู ภาพการเสือ่ มของอปุ กรณอ์ ย่างต่อเน่ือง
ในการทำงาน
2. คา่ ใชจ้ า่ ย - ลดค่าล้วงเวลาการซ่อมบำรุง
- ค่าใช้จา่ ยในการทำ PM ต่ำกว่าคา่ สูญเสียการผลิต
ทรพั ยากร และการซ่อมบำรุงฉุกเฉิน
- ไมต่ อ้ งเตรียมอะไหลม่ ากนัก
ความปลอดภยั
ค่าใช้จ่าย - ซอ่ มฉุกเฉินลดลง ทำให้ไม่ต้องใชบ้ คุ ลากรมาก
- ควบคมุ และวางแผนการจัดหาชนิ้ ส่วนได้
- ลดอนั ตรายจากการทำงานผิดพลาดของอปุ กรณ์
- สามารถตง้ั งบประมาณและวางแผนคา่ ใชจ้ ่ายได้
- เครอื่ งจักรและอุปกรณ์ทำงานประสทิ ธิภาพสูงขน้ึ
- ลดค่าสูญเสียโอกาส
4.7 การบํารุงรักษาเชงิ ปองกัน (preventive Maintenance)
มขี อเสียดังนี้
- ยังไมส ามารถขจัดการชํารดุ ท่ไี มอาจคาดคิดได
- อาจเพิ่มคา ใชจ ายที่ไมจาํ เปน
- เปนการรบกวนชิน้ สวนระบบอื่นโดยไมจ าํ เปน
- อาจเกิดผดิ พลาดจาการใสชิ้นสวนกลบั เขา ท่ไี ด
28
สาํ หรบั แนวทางการทําการปองกันการบาํ รุงรักษา (Maintenance Prevention)
เรมิ่ ตน้ ตงั้ แตก่ ารออกแบบ
การเลอื กใช้อปุ กรณ์
การตดิ ตั้ง
การตรวจรบั
การใช้งาน
PM @ CM
4.8 แนวทางของ TPM
• ปรบั ปรุงเฉพาะเร่ือง (Focus improvement)
• บํารงุ รักษาดวยตนเอง (Autonomous maintenance)
• บาํ รุงรกั ษาตามแผน (Planned maintenance)
• พัฒนาทกั ษะ (Education & Training)
• เรม่ิ ตง้ั แตการออกแบบ (Early Management)
• บํารุงรักษาเชิงคณุ ภาพ (Quality Maintenance)
• การปรับปรงุ หนวยงานอยางตอเนือ่ ง (office improvement)
• อาชวี อนามัยและความปลอดภยั Safety, health & environment
29
4.9 การเตรียมการและวธิ ีตรวจสอบ
4.9.1 ชว งการตรวจสอบ
การตรวจสอบก่อนการติดต้ัง
การตรวจสอบระหวา่ งตดิ ตง้ั
การตรวจสอบเม่ือติดตั้งแล้วเสร็จ
การตรวจสอบเพ่ือการบำรงุ รักษา
4.9.2 การเตรียมการและวธิ ีตรวจสอบ
เตรียมการ - หาข้อมลู ทำตาราง
- วางแผนการตรวจสอบ ตรวจสอบ
วิธีตรวจสอบ - Visual inspection ตรวจสอบตาม
- measurement ตาราง
30
4.9.3 การเตรียมการ...ขอ มูลท่ีจําเปน
4.9.3.1 ขอ มลู ทต่ี องมีเก็บไวท ี่หนวยตรวจสอบ
- วธิ ตี รวจสอบและทดสอบอุปกรณทัง้ หมด
- สําเนารายงานการตรวจสอบครงั้ กอน
- Electrical Single Line Diagram
- Traction System
- บันทึก Name Plate ทส่ี มบรู ณทั้งหมด
- catalog ของผขู าย
- แบบการทาํ รายงาน
- คูมอื การบาํ รุงรกั ษา
4.9.3.2 ประวัตเิ คร่ืองจักร ซึ่งควรประกอบดว ย
- ช่ือ หมายเลข สถานทีต่ ้ังอปุ กรณไ ฟฟา
- จาํ นวนชว่ั โมง คนทใ่ี ชในการบาํ รุงรกั ษา
- ชวงเวลาการบํารงุ รักษา
- ขอปฏิบัตเิ กีย่ วกับความปลอดภัย
- ข้ันตอนการปฏบิ ัติงาน
- เคร่ืองมือทต่ี องใช
- รายการอะไหลท ีต่ องใช
- เงอื่ นไขเชิงปริมาณที่ผทู ําการบาํ รุงรักษาสามารถตดั สนิ ใจได
- ภาพแสดงตําแหนงของจุดท่ีตองการบํารงุ รกั ษา
- บนั ทกึ ประวัตแิ นบทายการบาํ รุงรักษา
4.9.3.3 ประโยชนจากประวตั ิของเคร่ืองจักร
- ใชประเมนิ หาทรัพยากรท่ีใชในการบํารงุ รักษา
- แรงงาน
- เคร่ืองมือ
- อะไหล
- ประมาณการคา ใชจ า ยได
31
4.10 แนวทางการจัดการระบบการบาํ รุงรกั ษา
ขนั้ ตอนที่ 1
- Single Line Diagram
- Wiring Diagram
- สถานยี อ ยไฟฟาและหมอแปลงไฟฟา
- หอ งตสู วิตซบอรด
- Car and Motor Car
- Traction System
- Traction Invertor Container
- ลอ และเพลา
- ระบบเบรก
- ระบบการหลอ ลืน่
- พลู เลยและสายพาน
- คูมอื การบํารุงรักษา
- คมู อื การติดต้งั
ขน้ั ตอนที่ 2
- เปน อุปกรณทีส่ าํ คัญหรือไม
- มอี ุปกรณสํารองหรือไม
- ถา PM Cost สูงหรอื ไมสามารถลดปญ หาการสึกหรอไดก ็ไมค วรทาํ PM
- ถาอปุ กรณจะลาสมยั กอ นเวลาชาํ รุด กอ็ าจไมตอ งทาํ PM
ขนั้ ตอนที่ 3
จัดทําวิธีการตรวจสอบ จุดสาํ คญั และอปุ กรณสําคัญ (Critical) ทต่ี องตรวจสอบ รวบรวมอุปกรณทมี่ ีผลตอ
ระบบอ่นื
32
รายการ การดาํ เนนิ งาน สภาพ หมายเหตุ
YES NO
อุณหภูมหิ มอแปลง จดอณุ หภมู ิอากาศ น้าํ มันหมอแปลงและขดลวด
ระดับนา้ํ มันหมอแปลง อานคา จากเคร่ืองวดั ระดับนา้ํ มนั (สังเกตรอยแตกรา วหรือมี
(Tank & On load ไอน้าํ เกาะในกระจกหรือไม
tap)
นา้ํ มนั รวั่ ซมึ ตรวจตามครบี ระบายความรอน ขอ ตอวาลว แลวชิน้ สว น
อืน่ ๆ
เสยี งดงั ผิดปกตขิ ณะ ตรวจสอบโดยการฟง เสียง ถา เกิดจากการส่งั สะเทือน
ทํางาน ผิดปกติจะทราบไดจ ากการใชม ือสมั ผสั ตัวถงั หมอแปลง
บุชชง่ิ ตรวจรอยรั่วซมึ ของนา้ํ มนั รอยแตก บ่ิน และส่ิงสกปรก
กลองสารดดู ความชื้น ตรวจสารดดู ความชนื้ (Silica gel) หารมีการเปล่ียนสี (เปน
สีชมพ)ู ตอ งเปลีย่ นใหมต รวจคาบนา้ํ มนั
ขน้ั ตอนที่ 4
- จดั ทาํ ใบรายการบํารงุ รักษา
- ตารางเวลาการบํารุงรกั ษา
(ไดจ าก...คําแนะนําของผผู ลติ และจากความชาํ นาญประสบการณ ระดมสมอง)
ใบรายการบํารงุ รักษาควรประกอบดว ย...
- ชอื่ หมายเลข สถานทตี่ งั้ อุปกรณไ ฟฟา
- จาํ นวนชว่ั โมง จาํ นวนคนที่ใชใ นการทาํ งาน
- วงรอบการบํารงุ รักษา
- ขอปฏิบตั ิเก่ยี วกับความปลอดภยั
- ชนิดของงานบาํ รุงรักษา (ทางกล ทางไฟฟา หลอลน่ื ฯลฯ)
- ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิงาน
- เครือ่ งมือท่ใี ช
- รายการอะไหลท ่ีตองใช
- เง่อื นไขเชิงปริมาณทีใ่ ชในการตัดสนิ ใจวา ปกติหรอื ไม
- ภาพแสดงตาํ แหนงของจุดท่ีตองการบํารงุ รกั ษา
- บันทึกประวัติการบาํ รุงรกั ษา
33
ขั้นตอนท่ี 5
- Construction and operation of equipment
- Specific work method
- Electrical hazards that can be present with respect to that equipment or work method
- Proper use of specific precautionary techniques
- Personal protective equipment (PPE), insulating and shielding materials, and insulated
tools and test equipment
- Skills and techniques necessary to distinguish exposed, energized parts form other of
electrical equipment
- Skills and techniques necessary to determine the normal voltage of exposed energized
parts
- Decision-making process necessary to determine the degree and extent of hazard
- Job planning necessary to safety perform the task
ขั้นตอนท่ี 6
- แรงงานท่ตี องการใช
- เครือ่ งมือที่ตองใช
- อะไหลแ ละอุปกรณอืน่ ๆ
- ความปลอดภัยสวนบคุ คล
- กําหนดเปน งบประมาณคา ใชจายได
ขน้ั ตอนท่ี 7
ทาํ การตรวจสอบและการบํารุงรักษา โดยใช Check List
รายการ การดําเนินงาน สภาพ หมายเหตุ
YES NO
อณุ หภูมิหมอแปลง จดอุณหภมู ิอากาศ น้าํ มนั หมอแปลงและขดลวด
ระดบั น้ํามันหมอแปลง อา นคาจากเครื่องวัดระดบั นํา้ มัน (สังเกตรอยแตกราวหรือ
(Tank & On load มีไอนํ้าเกาะในกระจกหรือไม
tap)
34
รายการ การดาํ เนนิ งาน สภาพ หมายเหตุ
YES NO
นา้ํ มนั ร่ัวซึม ตรวจตามครบี ระบายความรอน ขอ ตอวาลว แลว ชน้ิ สวน
อน่ื ๆ รอยรว่ั ซมึ
เสียงดงั ผดิ ปกตขิ ณะ ตรวจสอบโดยการฟงเสยี ง ถาเกิดจากการสงั่ สะเทือน นํ้ามัน
ทาํ งาน ผิดปกติจะทราบไดจ ากการใชม ือสัมผสั ตัวถงั หมอแปลง
บุชชิง่ ตรวจรอยรั่วซมึ ของนา้ํ มัน รอยแตก บน่ิ และส่ิงสกปรก
กลอ งสารดูดความชื้น ตรวจสารดูดความชน้ื (Silica gel) หารมีการเปลีย่ นสี
(เปน สชี มพ)ู ตองเปลี่ยนใหมตรวจคาบนาํ้ มนั
ข้ันตอนที่ 8
สรปุ ผล วเิ คราะหจุดบกพรอง และรายงานรวมทง้ั แกไขปรับปรงุ
- จุดบกพรอง
- สาเหตุ
- การแกไ ข
- การปอ งกัน
- ทํารายการตรวจสอบและบํารุงรกั ษา
ข้ันตอนท่ี 9
บํารุงรักษาตามความจําเปน
- พบจุดบกพรองแกไขทนั ที
- หาเวลาทเ่ี หมาะสมแลว ดาํ เนนิ การ
- จดุ บกพรอ งบางรายการยังสามารถใชงานได
การจัดการหลังการตรวจสอบและบาํ รงุ รกั ษา
- บนั ทกึ ผลการตรวจสอบ
- วเิ คราะหผ ล
- หากพบส่ิงผดิ ปกติ แตย งั ใชงานไดอยู ใหคอยตดิ ตามงานหรือใชเคร่ืองมือวดั ตามความจําเปน
35
4.11 การตรวจสอบและการบาํ รงุ รักษามอเตอร
1) ดวยตา
2) การใชเครอื่ งมือวดั ทางไฟฟา
- การทดสอบคาความเปนฉนวน
- การทดสอบความตา นทานฉนวน
- การตรวจสอบความตานทานขดลวด
- การตรวจสอบการสั่นสะเทือน
- การตรวจสอบและการบาํ รุงหมอ แปลงไฟฟา
การซอ มบาํ รุงระบบจา ยไฟฟา
4.12 ภาพรวมการซอมบํารุงระบบจา ยกําลังไฟฟาสาํ หรับระบบรถไฟฟา
(Power Supply Maintenance)
วัตถปุ ระสงคเพอ่ื ใหระบบจายกําลังไฟฟา มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสาํ หรับการใชง านเปน ไปตาม
หลกั วิศวกรรมระบบรางและมาตรฐานสากล
4.13 งาน PM/CM การซอมบาํ รุงระบบจา ยกาํ ลังไฟฟา
4.13.1 งาน Preventive Maintenance (PM)
ประเภทงาน หรือ กลุมงาน หวั ของาน รอบการทํางาน
M3
1. งานตรวจสอบระบบไฟฟา 1.1 ตจู ายแรงดันไฟฟากระแสสลับ24kV
ดวยสายตาและงานทําความ (TSS 24kVAC switch gears) M3
สะอาด 1.2 หมอ แปลงจายกระแสไฟฟาขับเคล่อื น
M3
(Rectifier - Transformer)
1.3 อปุ กรณเ รยี งกระแส (Rectifier)
1.4 ตไู ฟลบ (-)750 VDC (Negative Return Cubicle) 36
1.5 ตูจายแรงดนั ไฟฟากระแสตรง (750VDC M3
switchgears) M3
2. งานทดสอบฟงกช นั ของ 2.1 ตจู ายแรงดนั ไฟฟากระแสสลบั 24kV M6
ระบบไฟฟา (TSS 24kVAC switch gears)
M6
2.2 หมอแปลงจา ยกระแสไฟฟา ขบั เคลือ่ น
M6
(Rectifier - Transformer) M6
M6
2.3 อปุ กรณเรียงกระแส (Rectifier)
Y1
2.4 ตูไฟลบ (-)750 VDC (Negative Return Cubicle)
Y1
2.5 ตูจายแรงดนั ไฟฟากระแสตรง (750VDC
switchgears) Y1
Y1
3. งานตรวจสอบวัดคา ทาง 3.1 ตูจา ยแรงดันไฟฟากระแสสลบั 24kV Y1
ไฟฟา (TSS 24kVAC switch gears)
3.2 หมอแปลงจา ยกระแสไฟฟาขบั เคลื่อน
(Rectifier - Transformer)
3.3 อปุ กรณเรยี งกระแส (Rectifier)
3.4 ตูไฟลบ (-)750 VDC (Negative Return Cubicle)
3.5 ตูจายแรงดนั ไฟฟากระแสตรง
(750VDC switchgears)
หมายเหตุ M3 คอื ทุก 3เดือน / M6 คอื ทุก 6 เดือน / Y1 คือ 1 ป
37
4.14 ขัน้ ตอนการทาํ งาน PM/CM
4.14.1 งาน Visual Inspection Power Supply for TSS Equipment’s Every 3 Month (PM)
ลําดับ รายการงาน รายละเอยี ดการทํางาน
1 การขอเขาพืน้ ท่ี แจง หนว ยงานทเ่ี ก่ยี วของใหร ับทราบกอนวนั ดาํ เนนิ งาน
อยางนอย 15 วนั
2 การประสานงานกบั ผเู กี่ยวของ แจงผคู วบคุมดานวศิ วกรรมเพ่ือขอทาํ การตัดกระแสไฟฟา
3 การจดั กาํ ลงั คน Engineer และ/หรอื Technician รวมทั้งหมด2-3 คน
4 การจดั เตรยี มอะไหล วัสดุ และ 1) ไฟฉาย(Torch)
อปุ กรณ 2) ผา สําหรับทาํ ความสะอาด(Cleaning Cloth)
( spare part and material list ตาม 3) ชดุ ประเเจ(Wrench Set)
WI )
4) ประเเจเเรงบิด(Torque wrench)
5) เครื่องทดสอบเเรงดัน 24kV (24 Kv Voltage Tester)
6) มัลติมิเตอรดจิ ิตอล(Digital Multi Meter)
ลาํ ดบั รายการงาน รายละเอียดการทํางาน
5 การจดั เตรียมเครื่องมอื พิเศษ 1) แหลงจายแรงดันไฟฟาปรับคา (Variable Voltage
( special tool list ตาม WI ) Source)
2) คร่อื งดูดฝุน (Vacumm cleaner)
6 กฏความปลอดภัยที่ควรทราบ (Safety 6.1 ) อนุมตั ิการตัดกระแสไฟฟาจากหองควบคมุ กลาง (
Rule) C.C.R. )
7 รายละเอียดข้นั ตอนการปฏิบัตงิ าน 38
( ตาม work card หรือ WI )
6.2 ) ตรวจสอบความพรอมใชง านของเคร่อื งตรวจสอบ
แรงดันและกระแสไฟฟาประเภทตา งๆ ( The Multi
Meter and Voltage Tester )
6.3 ) ตรวจสอบเเรงดนั ไฟฟาดว ยเคร่ืองตรวจสอบแรงดนั
และกระแสไฟฟาประเภทตางๆ ( The Multi Meter
and Voltage Tester )
6.4 ) ติดตง้ั ระบบสายดนิ เพ่ือปองกันการยอ นกลบั ของ
กระแสไฟฟา ( Earthing device )
6.5 ) ปองกันการทํางานท่ีอยใู กลก บั บริเวณท่ีอาจมี
กระแสไฟฟา
ดว ยฝาครอบรางจา ยไฟ, ขัว้ ปองกัน, หรือปายเตอื น
7.1) การตรวจสอบดว ยสายตาเเละงานทาํ ความสะอาด (
Check visually and Clean )
1) ตูจา ยแรงดนั ไฟฟากระแสสลบั 24kV (TSS 24kV AC
switch gears)
2) หมอ แปลงจา ยกระแสไฟฟาขับเคลื่อน (Rectifier -
Transformer)
3) อุปกรณเรียงกระแส (Rectifier)
4) ตูไฟลบ (-)750 VDC (Negative Return Cubicle)
5) ตูจา ยแเรงดันไฟฟากระแสตรง (750VDC
switchgears)
7.2) การตรวจสอบความสมบูรณข องอุปกรณไฟฟายอย
ประเภทตางๆ
1) การคลายตวั ของนอต ( Loose )
39
2) ความเสยี หายของอุปกรณตางๆ ( Any crack )
3) ความเสียหายเนื่องมาจากการลัดวงจรของอุปกรณ
ตางๆ ( Any burn )
8 การตรวจสอบ / การทดสอบระบบเพ่ือ ตามรายละเอียดขน้ั ตอนการปฏิบัติงาน หากพบ
ความมั่นใจพรอมใชง าน (Fit for จดุ บกพรองตองทํารายงานแนบดวย
Operation)
9 การปดงาน กรอกรายละเอียดลงในใบงานแลวสง ให Maintenance
Center
4.14.2 งาน Test function the Power Supply for TSS Equipment’s Every 6 Month (PM)
ลําดับ รายการงาน รายละเอียดการทาํ งาน
1 การขอเขาพ้ืนท่ี
แจง หนวยงานที่เก่ยี วของใหรับทราบกอนวนั ดาํ เนินงาน
อยางนอย 15 วัน
2 การประสานงานกบั ผเู ก่ียวของ แจง ผูควบคมุ ดานวศิ วกรรมเพ่ือขอทาํ การตัดกระแสไฟฟา
ลาํ ดบั รายการงาน รายละเอยี ดการทํางาน
3 การจดั กาํ ลังคน Engineer และ/หรอื Technician รวมทัง้ หมด3-4 คน
4 การจดั เตรยี มอะไหล วสั ดุ และ 1) ไฟฉาย(Torch)
อุปกรณ 2) ชดุ ประเเจ(Wrench Set)
( spare part and material list ตาม 3) ประเเจเเรงบิด(Torque wrench)
WI )
4) เครอื่ งทดสอบเเรงดนั 24kV (24kV Voltage Tester)
40
5 การจดั เตรียมเครือ่ งมอื พิเศษ 5) มลั ติมเิ ตอรด จิ ิตอล(Digital Multi Meter)
( special tool list ตาม WI )
1) แหลง จา ยแรงดันไฟฟาปรับคา(Variable Voltage
Source)
2) คา ความตา นเเบบปรับคา (Variable resistance 1
Kohm)
3) เครอื่ งดดู ฝนุ (Vacumm cleaner)
6 กฏความปลอดภัยท่ีควรทราบ 6.1 ) อนมุ ัติการตดั กระแสไฟฟาจากหองควบคมุ กลาง
( C.C.R. )
7 รายละเอียดข้ันตอนการปฏิบัตงิ าน
( ตาม work card หรือ WI ) 6.2 ) ตรวจสอบความพรอมใชง านของเคร่อื งตรวจสอบ
แรงดันและกระแสไฟฟา ประเภทตางๆ ( The Multi
Meter and Voltage Tester )
6.3 ) ตรวจสอบเเรงดนั ไฟฟาดวยเครือ่ งตรวจสอบแรงดัน
และกระแสไฟฟาประเภทตางๆ ( The Multi Meter
and Voltage Tester )
6.4 ) ติดตัง้ ระบบสายดินเพื่อปอ งกนั การยอนกลับของ
กระแสไฟฟา ( Earthing device )
6.5 ) ปอ งกันการทํางานที่อยใู กลก ับบริเวณท่ีอาจมี
กระแสไฟฟา
ดวยฝาครอบรางจา ยไฟ, ขว้ั ปอ งกัน, หรือปายเตอื น
7.1) การตรวจสอบดวยสายตาเเละงานทําความสะอาด (
Check visually and Clean )
1) ตูจ า ยแรงดันไฟฟา กระแสสลบั 24kV (TSS 24kV AC
switch gears)
41
2) หมอแปลงจายกระแสไฟฟาขับเคล่ือน (Rectifier -
Transformer)
3) อุปกรณเ รยี งกระแส (Rectifier)
4) ตไู ฟลบ (-)750 VDC (Negative Return Cubicle)
5) ตจู า ยแรงดันไฟฟา กระแสตรง (750VDC
switchgears)
7.2) การทดสอบฟงกช ่ันการทํางานของอุปกรณไ ฟฟายอย
ประเภทตางๆ ( Check all Function Test )
1) ทดสอบการทริปของเซอรก ิตเบรกเกอร ( Test trip
)
2) ทดสอบฟง กช น่ั การทํางานเเบบอตั โนมตั ิของทุก
อปุ กรณ ( Automatic Function Test )
3) ทดสอบฟง กช ัน่ ความปลอดภยั ของทุกอุปกรณ (
Safety interlocking test )
8 การตรวจสอบ / การทดสอบระบบเพื่อ ตรวจสอบคา ตางๆ ท่ีไดจากการวัดวาอยูในพิกัดปลอดภัย
ความมน่ั ใจพรอ มใชง าน (Fit for หรอื ไม
Operation)
9 การปด งาน กรอกรายละเอยี ดลงในใบงานแลว สงให Maintenance
Center
42
4.14.3 งาน Parameter Measurement the Power Supply for TSS Equipments Every 1
Year(PM)
ลําดับ รายการงาน รายละเอยี ดการทาํ งาน
1 การขอเขาพ้ืนท่ี แจง หนวยงานทเี่ กีย่ วของใหร ับทราบกอนวนั ดาํ เนินงาน
อยา งนอย 15 วนั
2 การประสานงานกบั ผเู กี่ยวของ แจงผคู วบคุมดา นวศิ วกรรมเพื่อขอทาํ การตดั กระแสไฟฟา
3 การจดั กําลงั คน Engineer และ/หรือ Technician รวมทัง้ หมด5-7 คน
4 การจดั เตรียมอะไหล วสั ดุ และ 1) ไฟฉาย(Torch)
อปุ กรณ 2) ชดุ ประเเจ(Wrench Set)
( stock and material list ตาม WI ) 3) ประเเจเเรงบิด(Torque wrench)
4) เครือ่ งทดสอบเเรงดนั 24kV (24 Kv Voltage Tester)
5) มัลติมเิ ตอรด ิจิตอล(Digital Multi Meter)
5 การจัดเตรียมเคร่ืองมือพเิ ศษ 1) แหลงจา ยแรงดนั ไฟฟา ปรับคา (Variable Voltage
( special tool list ตาม WI ) Source)
2) รเี ลยทดสอบ 3 เฟส(Relay test Unit Three Phase)
3) คา ความตา นเเบบปรับคา (Variable resistance 1
Kohm)
4) เครือ่ งเมกโอหม (Megger ohm)
6 กฎความปลอดภัยที่ควรทราบ 6.1 ) อนุมัติการตัดกระแสไฟฟา จากหองควบคุมกลาง (
C.C.R. )
7 รายละเอียดขนั้ ตอนการปฏบิ ัติงาน 43
( ตาม work card หรือ WI )
6.2 ) ตรวจสอบความพรอมใชงานของเครอ่ื งตรวจสอบ
7 (ตอ) รายละเอียดขนั้ ตอนการปฏบิ ัติงาน แรงดันและกระแสไฟฟา ประเภทตางๆ ( The Multi
( ตาม work card หรือ WI ) Meter and Voltage Tester )
6.3 ) ตรวจสอบเเรงดันไฟฟาดว ยเครือ่ งตรวจสอบแรงดนั
และกระแสไฟฟาประเภทตางๆ ( The Multi Meter
and Voltage Tester )
6.4 ) ติดตง้ั ระบบสายดนิ เพื่อปองกนั การยอนกลับของ
กระแสไฟฟา ( Earthing device )
6.5 ) ปองกนั การทาํ งานที่อยูใ กลกบั บรเิ วณท่ีอาจมี
กระแสไฟฟา
ดว ยฝาครอบรางจายไฟ, ขว้ั ปอ งกนั , หรอื ปายเตอื น
7.1) การตรวจสอบดวยสายตาเเละงานทําความสะอาด (
Check visually and Clean )
1) ตูจายแรงดนั ไฟฟา กระแสสลับ24kV (TSS 24kV AC
switch gears)
2) หมอ แปลงจายกระแสไฟฟา ขับเคลื่อน (Rectifier –
Transformer)
3) อปุ กรณเ รยี งกระแส (Rectifier)
4) ตูไ ฟลบ (-)750 VDC (Negative Return Cubicle)
5) ตจู า ยแรงดันไฟฟา กระแสตรง (750VDC
switchgears)
7.2) การวัดคา ทางไฟฟาของของอุปกรณไ ฟฟายอ ย
ประเภทตา งๆ ( Parameter Measurement )
44
1) ตรวจสอบคา ความเปนฉนวนของหมอแปลงจา ย
กระแสไฟฟา ขับเคล่อื น ( The Insulation of
transformer winding )
2) ตรวจสอบคา การปองกันท่ีกาํ หนดไวเก่ยี วกบั ความ
ปลอดภยั ของอปุ กรณไฟฟาเเตล ะตวั ( The protection
setting of device )
8 การตรวจสอบ / การทดสอบระบบเพ่ือ ตามรายละเอยี ดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ความมนั่ ใจพรอมใชงาน (Fit for
Operation)
9 การปดงาน กรอกรายละเอียดลงในใบงานแลว สงให Maintenance
Center
45
บทท่ี 5
สรปุ และขอเสนอแนะ
ระบบจา ยกาํ ลังไฟฟา (Railway Electrification System) ทาํ หนา ท่ีจา ยพลังงานไฟฟาใหระบบขับเคลื่อน
บนรถไฟ หลักการคือโรงไฟฟาจะผลิตกระแสไฟฟา จากแหลงกําเนิดพลังงานตางๆ แลว สงกระแสไฟฟาไปตามสาย
สงที่ติดตั้งไปตามรางรถไฟในรูปแบบตาง ๆ ตัวอยางของแหลงกําเนิดพลังงาน เชน พลังงานนํ้าจากเขื่อน พลังงาน
ความรอนจากถานหินหรือกาซธรรมชาติ รวมถึงพลังงานทดแทนตาง ๆ จากแสงอาทิตย ลม เปนตน สวน
กระแสไฟฟา ท่ีสงไปตามสายสง จะมีการแปลง ระดับแรงดนั ใหเหมาะสมกบั ระบบขับเคลื่อนบนรถไฟและระยะทางที่
รถไฟวิ่งไป ซึ่งในระหวางทางนั้น จะมี สถานีไฟฟายอยตั้งอยูเปนระยะ ๆ สําหรับแปลงระดับแรงดันไฟฟาใหคงท่ี
หรือควบคุม หรือจัดการการรับสง แรงดันไฟฟาจากระบบไฟฟาอื่นในแตละพื้นที่ที่รถไฟเคลื่อนที่ผานไป ให
เหมาะสมกับระบบขับเคลื่อนบนรถไฟ ระบบจายไฟฟา สรุประบบแหลงจายไฟฟาที่จายใหรถไฟฟาที่นิยมกันใน
ปจจุบนั น้ี แบงไดด งั นี้
1. ไฟฟา กระแสตรง (DC) 600 V, 750 V, 1.5 kV และ 3 kV
2. ไฟฟา กระแสสลบั (AC) 16.7 Hz 15 kV
3. ไฟฟากระแสสลบั (AC) 50 Hz 25 kV
รถไฟฟาขนสง สาธารณะระบบรางของประเทศไทย ซ่ึงใหบรกิ ารรับสง ผูโ ดยสารจากชานเมืองเขาสูตัวเมือง
ช้นั ใน ตลอดจนอํานวยความสะดวกในการเดนิ ทางใหแกผโู ดยสารท่ีมคี วามตองการเดินทาง ระบบรางถือเปนหัวใจ
หลกั ของการขับเคลื่อนขบวนรถท่ีตองมีระบบที่ไดมาตรฐาน มคี วามปลอดภัย ซงึ่ ตอ งอาศยั การพัฒนาและการซอม
บํารุงที่มปี ระสิทธภิ าพ เพื่อใหสามารถรองรับการขนสงผูโดยสารปรมิ าณมากและพรอมใชงานอยูเสมอ ในสวนของ
การดูแลรักษาในเชงิ ปองกันนั้น จะสามารถปฏิบัติงานไดหลังจากปดใหบริการแลวเทา น้ัน ซึ่งจะเปนการซอมบํารงุ
ตามวาระ เชน วาระหนึ่งสัปดาห วาระหนึ่งเดือน วาระสามเดือน วาระหกเดือน จนถึงวาระหนึ่งป โดยในแตละ
วาระนั้น การซอมบํารุงรักษาจะแตกตางกัน ซึ่งการดูแลในแตละวาระจะมีการวางแผนตามสถานการณ ทั้งในชวง
เวลากลางวนั ในกรณที ี่อาจมีการซอ มบํารุงในระหวา งทาํ การ และในตอนกลางคืน ซง่ึ จะเปนการซอมบํารุงประจําวัน
และตามแผนวาระ สรางความปลอดภยั สงู สุด
ในการหาขอมูลคอนขางหายากและไมคอยมีขอมูล ไดนําเอาขอมูลที่หาไดจากหลายๆที่ มารวมกัน อยาก
ใหผทู มี่ ีขอ มูล ความรู นําเอาขอ มลู ลงไวใน Google ดว ย เพอื่ เปนความรสู ําหรบั คนทต่ี อ งการศกึ ษา
46
บรรณานุกรม
[1] Wikipedia, ระบบพลังงานไฟฟาของรถไฟ - Railway electrification system, [ออนไลน] เขาถึงไดจาก
: https:// ระบบพลงั งานไฟฟ้าของรถไฟ - Railway electrification system - Wikipedia (isecosmetic.com) /
(27 กมุ ภาพนั ธ 2565).
[2] ระบบไฟฟาสําหรับระบบรถไฟฟา, [ออนไลน] เขาถึงไดจาก : https:// การปรับปรุงความน่าเช่ือถือของระบบ
รถไฟฟ้าดว้ ยการบาํ รุงรักษา (siam.edu)/ (28 กุมภาพันธ 2565).
[3] มนัส วิเศษศรี, ระบบการจายไฟฟาในรถไฟฟา, [ออนไลน] เขาถึงไดจาก : https:// ระบบการจ่ายไฟฟ้า-ใน
รถไฟฟ้า 1.จ่ายรางท่ี3 2.จ่ายบนเหนือรถไฟฟ้า (manatwisatsri.blogspot.com)/ (2 มนี าคม 2565).
[4] วกิ ิพีเดียสารานุกรมเสร,ี ระบบจายไฟฟา เหนอื หัว, [ออนไลน] เขา ถงึ ไดจ าก : https:// ระบบจา่ ยไฟฟ้าเหนือหวั
- วิกิพีเดีย (wikipedia.org)/ (2 มีนาคม 2565).
[5] วีรภัทร ปญญาหอม, การศึกษาการรักษาระดับแรงดันไฟฟาของหมอแปลงออโตในระบบรถไฟฟา,
[ออนไลน] เขาถึงไดจาก : https:// มุมมองของการศึกษาการควบคุมแรงดนั ไฟฟ้าของหมอ้ แปลงไฟฟ้าอตั โนมตั ิใน
ระบบไฟฟ้าทางรถไฟ (tci-thaijo.org)/ (3 มีนาคม 2565).
[6] ณัฐพงษ มิ่งพฤกษ, การศึกษาความไมสมดุลแรงดันไฟฟาของระบบรถไฟฟาเชื่อมทาอากาศยานสุวรรณ
ภูมิ, [ออนไลน] เขาถึงไดจาก : https:// View of การศึกษาความไม่สมดุลแรงดนั ไฟฟ้าของระบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่า
อากาศยานสุวรรณภูมิ (tci-thaijo.org)/ (4 มนี าคม 2565).
[7] คมสัน เกตุภูงา, การจัดการพลังงานในอาคารสถานีรถไฟฟามักกะสัน, [ออนไลน] เขาถึงไดจาก : https://
View of การจดั การพลงั งานในอาคารสถานีรถไฟฟ้ามกั กะสัน (tci-thaijo.org)/ (4 มีนาคม 2565).
[8] ธวัช ชูชิต, การคํานวณศักยไฟฟาที่รางระหวางสถานีจายกําลังไฟฟาขับเคลื่อนสําหรับระบบรถไฟฟา
กระแสตรง, [ออนไลน] เขาถึงไดจาก : https:// View of การคาํ นวณศกั ยไ์ ฟฟ้าที่รางระหว่างสถานีจา่ ยกาํ ลงั ไฟฟ้า
ขบั เคลื่อนสาํ หรับระบบรถไฟฟ้ากระแสตรง (tci-thaijo.org)/ (5 มีนาคม 2565).
[9] POSTTODAY, ระบบรางรถไฟฟาแอรพอรต เรล ลงิ ก, [ออนไลน] เขา ถึงไดจ าก : https:// ทาํ ความรู้จกั ระบบ
รางรถไฟฟ้าแอร์พอรต์ เรล ลิงก์ - โพสตท์ เู ดย์ ประชาสมั พนั ธ์ (posttoday.com)/ (6 มีนาคม 2565).