คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย ค าน า คู่มือการจัดการในไร่อ้อย จัดท าขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเรียนรู้ ส าหรับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรของบริษัท น ้าตาลสุรินทร์ จ ากัด รวม ไปถึงเกษตรกรชาวไร่และบุคคลทั่วไป โดยเนื้อหา ในคู่มือการจัดการในไร่อ้อย ได้รวบรวบข้อมูลเกี่ยวกับ กระบวนการปลูกอ้อย ตั้งแต่การคัดเลือกพื้นที่ การเตรียมดิน การคัดเลือก พันธุ์ การปลูกและดูแลรักษาอ้อยปลูก การเก็บเกี่ยว รวมไปถึง การป้องกัน ก าจัดโรคและแมลงที่ส าคัญในไร่อ้อย หากคู่มือเล่มนี้มีข้อผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดท าต้องขออภัย มา ณ ที่นี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือการจัดการในไร่อ้อยเล่มนี้ จะเป็น ประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร หรือ เกษตรกรชาวไร่และบุคคล ทั่วไปที่มีความสนใจ คณะผู้จัดท า ฝ่ายวิจัยพัฒนาและเพิ่มผลผลิต มกราคม 2566
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย สารบัญ เรื่อง หน้า อ้อย การคัดเลือกพื้นที่ปลูก การเตรียมดิน การคัดเลือกพันธุ์ การปลูกอ้อย การดูแลรักษาอ้อยปลูก การเก็บเกี่ยวผลผลิต การบ ารุงรักษาอ้อยปลูก โรคและแมลงที่ส าคัญและวิธีการป้องกันก าจัด ก
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 1 1.อ้อย ชื่อวิทยาศาสตร์(Scientific name) : Saccharum officinarum L. ชื่อสามัญ : Sugar cane ชื่อ วงศ์ (Family name) : POACEAE (Gramineae) ลักษณะทั่วไปของอ้อย -อ้อยจะประกอบด้วย ล าต้นสูง สูงได้ถึง2-3 เมตร มีข้อและปล้องที่ ชัดเจน มีไขและขนปกคลุมโดยปล้อง ซึ่งจะมีรูปร่างและสีของล าต้นจะมี ลักษณะแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์ ล าต้นของอ้อยสามารถแตกหน่อได้ ด้วยตา บริเวณข้อล่างๆที่อยู่ชิดดิน -เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวเรียงสลับ ไม่แตกกิ่งก้าน -รากอ้อยเป็นระบบรากฝอย มีความแข็งแรง สามารถ หาอาหารในดินได้ ลึก -อ้อยออกดอกที่ยอด มีลักษณะเป็นช่อคล้ายหัวลูกศรดอกอ้อยเกิดเป็น คู่ๆ และเป็นดอกสมบูรณ์เพศ 1
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 2 2.การคัดเลือกพืน้ที่ปลูก 2.1 สภาพพืน้ที่ -ควรเป็นพื้นที่ราบ มีความ ลาดเอียงไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ -เป็ นพื้นที่ดอน หรือ พื้นที่ ลุ่มที่มีความสามารถในการระบายน ้า ได้ดี -มีค ว า ม สู ง จ า ก ระดับน ้าทะเล ไม่เกิน 1,500 เมตร -การคมนาคมสะดวก อยู่ห่างจากโรงงานน ้าตาลมไม่เกิน 50 เมตร เพื่อลดต้นทุนในเรื่องค่าขนส่ง 2.2 ลักษณะดิน -ดิน จะต้องมีลักษณะเป็นดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนเหนียว มีความ อุดมสมบูรณ์ และสามารถระบายน ้าได้ดี -ระดับหน้าดิน ลึกไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร -มีค่าความเป็นกรดด่าง ระหว่าง 5.5 – 7.0 ดินมีค่า pH และความชื้นเหมาะสม มีการระบายน ้าและถ่ายเทอากาศดี
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 3 2.3 สภาพภูมิอากาศ -ปริมาณน ้าฝนที่ต้องการ 1,200 -1,500 มิลลิเมตรต่อปี มีการกระจายตัวของ น ้าฝนสม ่าเสมอ -อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต 30-50 องศาเซลเซียส และต้องการ อุณหภูมิกลางคืน 18-22 องศาเซลเซียส ในช่วงระยะสุกแก่ อายุอ้อย 10-11 เดือน -อ้อยต้องการปริมาณแสงแดดอยู่ที่ 10-12 ชั่วโมงต่อวัน 2.4 แหล่งน ้า -ควรมีแหล่งน ้าเสริม เพื่อลดความเสียหายใน กรณีฝนแล้ง -มีน ้าที่เพียงพอใช้เมื่อจ าเป็น ส าหรับแปลงพันธุ์ ควรมีน ้าเพียงเพื่อพอใช้ตลอดฤดูปลูก -น ้าต้องสะอาด ปราศจากสารอินทรีย์ และ สารอนินทรีย์ และสารปนเปื้อนในน ้า สภาพแวดล้อมในการปลูกอ้อยดี ส่งผลต่อผลผลิตและคุณภาพของอ้อย ขุดสระเพื่อกักเก็บน ้าฝน ไว้ใช้ในฤดูแล้ง
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 4 3.การเตรียมดินสา หรับการปลูกอ้อย การเตรียมดินก่อนการปลูกอ้อย ก็ถือว่าเป็นสิ่งส าคัญ หากเตรียมดิน ไม่ดี อาจท าให้อ้อยหาอาหารได้ไม่ดีนัก หรือรวมไปถึงการแตกหน่อใหม่เป็น อ้อยตอ จึงส่งผลให้อ้อยมีผลผลิตที่ลดลง การเตรียมดินที่ดีควรปฏิบัติ ดังนี้ 3.1 การไถดะ หรือ ไถเปิดหน้าดิน เพื่อก าจัดวัชพืช และเป็นการไถ กลบปุ๋ ยพืชสดและรับน ้าฝน จะนิยมใช้ผาล3 หรือผาล4 ความลึกต้องไม่น้อย กว่า 30 เซนติเมตรการปรับพื้นที่จะช่วงป้องกันน ้าท่วมขังในแปลงได้ 3.2 การไถแปร หรือ ไถพรวนให้ดินละเอียดหรือย่อยดินให้มีขนาด เล็กลง เพื่อไถปิดหน้าดิน รักษาความชื้น จะไถแปรด้วยผาล6หรือ7 ให้มีความ ลึกไม่น้อยกว่า 25 เซนติเมตร ขนาดผาลไถเส้นผ่าศูนย์กลาง 22 นิ้ว ขนาดผาลไถเส้นผ่าศูนย์กลาง 24 นิ้ว
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 5 3.3 ส าหรับพื้นที่ที่พบปัญหาดินดาน การระเบิดดินดาน (Ripping) จึงเป็นสิ่งจ าเป็นที่จะต้องท าหากพื้นที่ปลูกอ้อยเป็นดินดาน หลักการ ส าคัญคือต้องไถดินให้ลึก ให้ดินร่วนซุย เพื่อให้รากอ้อยสามารถหาอาหารได้ สะดวก ดินสามารถระบายน ้าและอากาศได้ดี ซึ่งเป็นปัจจัยส าคัญให้อ้อย เติบโตดี สาเหตุที่ท าให้เกิดดินดานหลัก 1.การกดทับของรถแทรกเตอร์ รถตัดอ้อย รถบรรทุกอ้อย ที่มีน ้าหนัก มากๆ จะส่งผลให้ดินบริเวณนั้นอัดแน่นจนเกิดดินดานขึ้นมา 2.น ้าฝนที่ตกทับ น ้าหนักของน ้าฝนที่ตกลงมาบนพื้นที่ก็ท าให้เกิดดิน ดานได้เช่นการ วิธีการระเบิดดินดาน ต้องใช้ริปเปอร์ (Ripper) ที่มีลักษณะ เป็นคราดขาแข็งติดรถแทรกเตอร์ เพื่อ ไถระเบิดดินดาน ใช้ในการท าลายชั้น ดิน ดา นที่ ระ ดับ คว าม ลึก 5 0-7 5 เซ นติ เม ต ร โด ยมี ลูกก ลิ้ง บด ดิ น (Crumble Roller) ท าหน้าที่ก าหนด ความลึกของการท างานของขาริปเปอร์ ช่วยบดทับดินก้อนใหญ่ให้แตกเล็กลง ช่วยให้ดินโปร่งขึ้น เมื่อถึงฤดูฝน น ้าฝนจะไหลลงไปในชั้นดินและเก็บไว้ในชั้นใต้ ดิน ส่วนฤดูแล้ง ดินจะช่วยระบายความชื้นขึ้นมาใช้ได้จึงเป็นประโยชน์กับ บริเวณรากอ้อย
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 6 4.การคัดเลือกพันธุใ์ห้เหมาะกับพืน้ที่ปลูก 4.1 การเลือกพันธุ์ -ให้ผลผลิตสูง และมีความหวานมากกว่า 10 ซีซีเอส -มีความต้านทานต่อโรคและแมลง -เจริญเติบโตได้ดี เหมาะกับสภาพอากาศดิน ฟ้า อากาศ -สามารถไว้ตอได้ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง และให้ผลผลิตไม่ต ่ากว่า 80 % ของอ้อยปลูก 4.2 ระยะการเจริญเติบโตของอ้อย - ระยะงอก เริ่มปลูก 1 เดือนครึ่ง ( 3- 6 สัปดาห์) อ้อยใช้อาหารจาก ปุ๋ ยรองพื้นและในดิน ช่วยให้รากแข็งแรง - ระยะแตกกอ อ้อยอายุ 1-3 เดือน ต้องการน ้าและปุ๋ ยไนโตรเจนมาก เพื่อช่วยแตกตอ และการเจริญเติบโตของหน่อ - ระยะย่างปล้อง อ้อย อายุ 4- 5 เดือน ระยะที่ก าหนด ขนาดและน ้าหนักของล าอ้อย เป็นช่วงที่อ้อยเจริญเติบเร็วที่สุด จึงต้องการปัจจัยต่างๆ เพื่อการ เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ทั้ ง แ ส ง แ ด ด อุณหภูมิ น ้า และปุ๋ ย - ระยะแก่ เมื่ออ้อย อายุ 8 เดือน ถึงเก็บเกี่ยว จะ เป็นระยะสะสมน ้าตาล ไม่ควรใส่ปุ๋ ย
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 7 4.3 อ้อยพันธุใ์หม่ที่แนะน าโดยบริษัทน ้าตาลสุรินทร์จา กัด พันธุ์อ้อยที่นิยมปลูกส่วนใหญ่มีความสูง 250-300 เซนติเมตร มีล า ต้นตั้งต้น ไม่หักล้ม ลอกกาบใบง่าย มีความทนแล้ง ออกดอกได้เล็กน้อยถึง ปานกลาง อายุการเก็บเกี่ยว 10-13 เดือน ให้ผลผลิต 13-19 ตัน/ไร่ ค่า ความหวาน 10-17 ซีซีเอส นอกจาก อ้อยพันธุ์ขอนแก่น3 ที่เหมาะกับการปลูก พื้นที่ดอนหรือนาดอน และพันธุ์ LK 92-11 ที่เหมาะกับการปลูกพื้นที่ลุ่ม แล้ว ทางบริษัท น ้าตาลสุรินทร์ จ ากัด ยังมีอ้อยพันธุ์ใหม่ที่จะมาแนะน าแก่ชาวไร่ มี ดังนี้ พันธุ์LK92-11 ที่มา ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน ้าตาล ทราย แม่พันธุ์×พ่อพันธุ์ K84-200 (แม่)×อีเหี่ยว(พ่อ) ให้ผลผลิต : 15-16 ตัน/ไร่ ความหวาน : 13-14 C.C.S การออกดอก : ไม่ออกดอก การหักล้ม : ไม่หักล้ม ความทนแล้ง : ทนแล้งได้ปานกลาง พันธุ์ขอนแก่น3 ที่มา ศูนย์วิจัยพัฒนาการเกษตรขอนแก่น แม่พันธุ์×พ่อพันธุ์ 85-2-356 (แม่)× K84-200(พ่อ) ให้ผลผลิต : 12-22 ตัน/ไร่ ความหวาน :12-13C.C.S การออกดอก : ไม่ออกดอก ความทนแล้ง : ทนแล้งได้ปานกลาง
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 8 พันธุท์องภูมิ6 ที่มา สถานีผสมพันธุ์อ้อยบ้านพุเย (โครงการ สวทช.) แม่พันธุ์×พ่อพันธุ์ อู่ทอง1 (แม่)× K84-200(พ่อ) ที่ลุ่ม ให้ผลผลิต : 18 ตัน/ไร่ ความหวาน : 11.35 C.C.S การออกดอก : ไม่ออกดอก ความทนแล้ง : ทนแล้งได้ปานกลาง พันธุท์องภูมิ6 ที่มา สถานีผสมพันธุ์อ้อยบ้านพุเย (โครงการ สวทช.) แม่พันธุ์×พ่อพันธุ์ อู่ทอง1 (แม่)× K84-200(พ่อ) ที่ดอน/นาดอน ให้ผลผลิต : 19.6 ตัน/ไร่ ความหวาน :10.84 C.C.S การออกดอก : ไม่ออกดอก ความทนแล้ง : ทนแล้งได้ปานกลาง
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 9 พันธุ์ ESC4 ที่มา บริษัท น ้าตาลและอ้อยตะวันออก จ ากัด (มหาชน) แม่พันธุ์×พ่อพันธุ์ TBy22-0398 (แม่)×TBy22-1048(พ่อ) ให้ผลผลิต : 19.8 ตัน/ไร่ ความหวาน : 12.68 C.C.S การออกดอก : ไม่ออกดอก การหักล้ม : หักล้มเล็กน้อย ความทนแล้ง : ทนแล้งได้ปานกลาง พันธุ์ Era M14-6-102 ที่มา บริษัท น ้าตาลเอราวัณ จ ากัด แม่พันธุ์×พ่อพันธุ์ ได้จากการน าพันธุ์ LK92-11ไปฉายรังสีให้กลายพันธุ์ (LK92-11 Treat 2 Krad+15PEG) ให้ผลผลิต : 18 ตัน/ไร่ ความหวาน : 12.52 C.C.S การออกดอก : ไม่ออกดอก การหักล้ม : หักล้มเล็กน้อย ความทนแล้ง : ทนแล้งได้ปานกลาง
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 10 5.การปบลูกอ้อย 5.1 ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการงอก -มีการเตรียมดินปลูกที่ดี -ท่อนพันธุ์สะอาดมีความสมบูรณ์ แข็งแรง ปราศจากโรคและแมลง -อายุของพันธุ์อ้อยที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง8-10 เดือนเมื่อตัดท่อนพันธุ์ ควรปลูกทันที -ปลูกและกลบในระดับความลึกที่เหมาะสม -ดินแนบท่อนพันธุ์ มีดินที่มีความร่วนซุยมารอบๆท่อนพันธุ์ -ปลูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม ดินมีความชื้น และมีธาตุอาหารที่ เหมาะสม ปลูกอ้อยในขณะที่ดินมีความชื้น ไม่ควรลอกกาบอ้อยออก เพราะจะท าให้ตาอ้อยแตกได้ง่าย
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 11 5.2 การเตรียมท่อนพันธุ์อ้อย เมื่อได้พันธุ์อ้อยตามที่ต้องการและมีการเตรียมดินพร้อมปลูก เรียบร้อยแล้ว ให้ตัดพันธุ์ โดยตัดอ้อยทั้งล า ตัดบริเวณยอดออกเล็กน้อยโดยไม่ ต้องลอกกาบ เมื่อขนมาที่ไร่ที่จะปลูกแล้วจึงค่อยลอกกาบออก สับท่อนพันธุ์ให้ มีตา 2-3 ตา ข้อควรระวังคืออย่าให้ตาอ้อยซ ้า สับท่อนพันธุ์แล้วควรปลูกทันที หรือถ้าหากยังไม่ปลูก ควรกองไว้แล้วใช้ใบอ้อยคลุมเพื่อไม่ให้ตาอ้อยแห้ง นอกจากนี้ ควรแช่ท่อนพันธุ์ในน ้าร้อน 50 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2ชั่วโมง แช่ ในสารเคมีโพรนิโคนาซอล อัตรา 16 กรัม ต่อน ้า 20 ลิตร เป็นเวลา 30 นาที เพื่อ ป้องกันโรคแส้ด า เลือกพันธุ์อ้อยที่ต้องการ ระวังอย่า ให้ข้อตาซ ้า เพราะจะท าให้อ้อยไม่งอกได้
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 12 5.3 วิธีการปลูกอ้อย -การปลูกอาจจะใช้แรงงานคน น าอ้อยไปวางในร่องทั้งล า ให้ทาง ยอดหันไปทางเดียวกัน วางโคนทับซ้อนกันเล็กน้อย ใช้มีดสับเป็นท่อนๆ ละ2-3 ตาถ้าปลูกต้นฤดูฝนให้กลบหน้าดิน 3-5 เซนติเมตร หากปลูกปลายฤดูฝนกลบ ดินให้แน่นและหนา ประมาณ15-20 เซนติเมตร -การปลูกโดยการใช้เครื่องปลูกอ้อย โดยการใช้รถแทรกเตอร์ขนาด 85 แรงม้าขึ้นไปในการต่อพวงเครื่องปลูกอ้อย ซึ่งจะมีลักษณะการท างานโดย อัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น การเปิดร่อง ใส่ปุ๋ ย วางท่อนพันธุ์และกลบดิน ถ้าเป็นร่อง เดี่ยวระยะร่อง 1.3-1.5 เมตร หากเป็นร่องคู่ระยะร่อง 1.6-1.8 เมตร การใช้ เครื่องปลูกจะท าให้ควบคุมปัจจัยในการท างาน ให้การปลูกเป็ นไปตาม มาตรฐานและสามารถควบคุมได้ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนและสามารถปลูกได้ ไว ระยะห่างระหว่างร่อง ใช้เครื่องปลูกจะสามารถใส่ปุ๋ ยไปพร้อมกับการปลูก ระยะห่างร่องเดี่ยวระยะร่อง 1.3-1.5 เมตร ร่องคู่ระยะร่อง 1.6-1.8 เมตร
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 13 6.การดูแลรักษาอ้อยปลูก 6.1 การใส่ปุ๋ ย การใส่ปุ๋ ยถือว่าเป็ นสิ่งจ าเป็ นอย่างยิ่ง อ้อยต้องได้รับปุ๋ ยอย่าง เพียงพอจึงจะส่งผลให้อ้อยมีผลผลิตที่ดี อ้อยควรได้รับการใส่ปุ๋ ยคอก ปุ๋ ยหมัก ปุ๋ ยพืชสด ที่ช่วยปรับสภาพทางกายภาพของดินร่วมกับปุ๋ ยเคมี ปุ๋ ยเคมีที่ใส่จะมี ธาตุอาหารหลัก คือ ไนโตเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และ โพแทสเซียม (K) ส่วนวิธีการใส่ปุ๋ ยสามารถเดินหว่านและการใช้เครื่องริปเปอร์ฝั่ งปุ๋ ย จ าเป็นต้องใส่ปุ๋ ยทุกครั้งทั้งในอ้อยปลูกละอ้อยตอ อีกทั้งควรใส่ปุ๋ ยในขณะที่ดิน มีความชื้น หากใช้วิธีหว่านด้วยมือต้อง โรยปุ๋ ยข้างๆแถวอ้อย ต้องพรวนกลบปุ๋ ย หรือถ้าหากใช้เครื่องฝั่งปุ๋ ยริปเปอร์ฝั่ งปุ๋ ย ใ น ร ถ ไ ถ ใ ห ญ่ ห รือ ร ถ ไ ถ เ ล็ก ต้อ ง มี ระยะห่างจากกออ้อยประมาณ 15-20 เซนติเมตร มีความลึก 15 เซนติเมตร เทคนิคในการใส่ปุ๋ ยให้ได้ผลดี -ควรให้ปุ๋ ย 2 ช่วง คือหลังเก็บเกี่ ยวอ้อยและเมื่ออ้อยสูง 30 เซนติเมตร และหลังตัดอ้อยต้องใส่ปุ๋ ยภายใน 7- 10 วันทันที -ควรใช้ปุ๋ ยตามค่าวิเคราะห์ดิน หรือตามแผนการจัดการปุ๋ ยสูตรที่ เหมาะสม โดยใส่ปุ๋ ยให้ถูกชนิดและถูกอัตราเป็นสิ่งส าคัญเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี -ให้ปุ๋ ยในปริมาณที่อ้อยต้องการในแต่ละช่วงวัย ไม่ให้มากหรือ น้อย จนเกินไป เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเรื่องต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 14 -อ้อยปลูก : จะใส่ปุ๋ ยรองพื้นพร้อมปลูก โดยสูตรปุ๋ ย 15-8-20 อัตราที่ ใช้ 50 กิโลกรัมต่อไร่ และใส่ปุ๋ ยแต่งหน้า เมื่ออายุ 3-4 เดือน สูตร 20-8-20 อัตราที่ใช้ 50 กิโลกรัมต่อไร่ -อ้อยตอ : ใส่ปุ๋ ยครั้งที่ 1 สูตร 20-8-20 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ หลัง การเก็บเกี่ยวอ้อย และใส่ปุ๋ ยครั้งที่ 2 เมื่ออ้อยอายุ 3-4 เดือน สูตร20-8-20 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ -กรณีอ้อยได้รับธาตุอาหารไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต ก็อาจจะ ส่งผลให้อ้อยหยุดการเจริญเติบโต และท าให้ผลผลิตลดลง อ้อยปลูก ใส่ปุ๋ ยรองพื้น ไปพร้อมกับเครื่องปลูก ใส่ปุ๋ ยครั้งที่ 2 เมื่ออ้อยอายุ 3-4 เดือน มีระยะห่างจากกออ้อยประมาณ 15-20 เซนติเมตร
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 15 6.2 การให้น ้า ความต้องการน ้าของอ้อย และปริมาณการให้น ้าอ้อย น ้า เป็นอีกหนึ่งปัจจัยส าคัญที่จ าเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชทุก ชนิด ไม่เพียงแต่อ้อยเท่านั้นที่ต้องการน ้าเพื่อช่วยให้ทุกช่วงการเจริญเติบโต สมวัยได้ผลผลิตตามที่ชาวไร่ต้องการ โดยปกติแล้วอ้อยต้องการน ้าประมาณ 1,200-1,600 มิลลิเมตรต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับการกระจายตัวของฝนในแต่ละปีด้วย ทั้งนี้สภาพภูมิอากาศในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ท าให้ปริมาณน ้าฝนไม่ เพียงพอและการกระจายตัวของฝนจึงไม่เหมาะสมท าให้อ้อยกระทบแล้งแทบ ทุกปี จึงเป็ นสาเหตุหนึ่งที่ท าให้ ผลผลิตของอ้อยลดลง ดังนั้น ชาวไร่ต้อง วางแผนจัดการน ้าให้อ้อยได้รับน ้าอย่างเต็มที่ตามความต้องการในแต่ละช่วง ซึ่งอ้อยต้องการน ้าในแต่ละช่วงแตกต่างกันออกไปตามตามราง ความต้องการน ้าของอ้อยตามช่วงอายุการเจริญเติบโต
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 16 การให้น ้าเสริมแก่อ้อยเพื่อเพิ่มผลผลิตในอ้อยปลูก-อ้อยตอ เมื่อพูดถึงการให้น ้าอ้อย มีวิธีการให้น ้ามีหลายประเภทแต่แบบ ที่ให้ ประสิทธิภาพสูงสุดถึง 95 % คือการให้น ้าระบบน ้าหยดในไร่ จากแหล่งน ้า ต่างๆ เช่น สระน ้า บ่อบาดาล แหล่งน ้าธรรมชาติ หรือสถานีสูบน ้าด้วยไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งระบบน ้าหยดมี 2 ประเภท คือ ระบบน ้าหยดชนิดฝังใต้ดิน และ ระบบน ้าหยดใต้ดิน ข้อดีของการใช้ระบบน ้าหยดทั้ง 2 แบบ คือ -ประหยัดน ้ามากที่สุด เหมาะกับพื้นที่ที่มีน ้าน้อย อยู่นอกเขตชลประทาน -สามารถให้ปุ๋ ยพร้อมกับการให้น ้าได้ -สามารถบังคับน ้าให้ลงตามต าแหน่งที่อ้อยต้องการได้ -ควบคุมวัชพืชที่ขึ้นมารบกวนอ้อยได้ เพราะน ้าจะหยดบริเวณกออ้อยเท่านั้น ในขณะที่พื้นที่ระหว่างแถวปลูกจะแห้งจนวัชพืชไม่สามารถงอกและ เจริญเติบโตแข่งขันกับอ้อยได้ การท าระบบน ้าหยด ช่วยให้น ้าแก่พืชในปริมาณที่เหมาะสม และตรงจุดที่พืชต้องการ และยังช่วยลดปัญหาวัชพืชในไร่อ้อยได้
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 17 ส่วนข้อเสียนั้น จะมีเพียง ต้นทุนในการซื้อระบบน ้าหยดสูง แต่จาก การค านวณต้นทุนและผลตอบแทนของการปลูกอ้อย (สุดชล วุ้นประเสริฐ ,2564) โดยวิธีการไม่ให้น ้าและให้น ้าด้วยวิธีการให้น ้าแบบน ้าหยดร่วมกับการ ให้ปุ๋ ย พบว่า การให้น ้าแบบน ้าหยด มีต้นทุนที่สูงกว่า แต่ส่งผลให้ได้ผลผลิตที่ สูงและได้ก าไรที่ดี วิธีการให้น ้า -เลือกวิธีการให้น ้าเหมาะสมกับแหล่งต้นน ้า ความพร้อมของอุปกรณ์ การให้น ้าที่มีอยู่แล้ว เช่น กรณีการปลูกอ้อยใหม่ให้น ้าพร้อมปลูกโดยใช้แท็งติด รถไถ หรือวางระบบน ้าหยดหลังปลูกทันที ส่วนอ้อยตอให้น ้าก่อนฝั่ งปุ๋ ยหรือ วางระบบน ้าหยดหลังตัดได้ทันที -ควรให้น ้าตามร่องทันทีหลังปลูก โดยไม่ระบายน ้าออก กรณีไม่ สามารถปรับพื้นที่ให้มีความลาดเอียงได้ ควรมีการให้น ้าแบบพ่นฝอย -ไม่ควรให้อ้อยมีการขาดน ้าติดต่อกันนานกว่า 20 วัน ช่วงอายุ 1-6 เดือน ซึ่งเป็นระยะการเจริญเติบโต และนานกว่า 30 วัน ช่วงอายุ 6-10 เดือน ซึ่งเป็นระยะการสะสมน ้าตาล -งดให้น ้าก่อนการเก็บเกี่ยว 2 เดือน ซึ่งเป็นระยะสุกแก่ ถ้าฝนตกหนัก ต้องท าการระบายน ้าออกทันที
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 18 6.3 วัชพืชในไร่อ้อย วัชพืชเป็ นศัตรูอ้อยที่ส าคัญที่ท าความเสียหายแก่อ้อยมากที่สุด หลังจากปลูกอ้อยแล้วไม่มีการป้องกันก าจัดวัชพืช จะท าให้อ้อยมีการ เจริญเติบโตไม่ดีนัก อาจส่งผลให้ผลผลิตอ้อยลดลง และอีกทั้งยังเป็นแหล่งที่ อยู่อาศัยของศัตรูอ้อยชนิดอื่น ได้แก่ โรคที่เกิดจากเชื้อรา และเชื้อไฟโต พลาสมา แมลงพาหะน าโรค แมลงศัตรูอ้อยต่างๆ วัชพืชที่มีปัญหาในไร่อ้อย แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ คือ 1. ประเภทใบเลี้ยงเดี่ยวหรือใบแคบ เช่น หญ้าปากควาย หญ้ารังนก หญ้าตีนกา หญ้าแพรก หญ้านกสีชมพู หญ้าดอกขาว เป็นต้น 2. ประเภทใบเลี้ยงคู่หรือใบกว้าง เช่น ผักโขมหนาม ผักเบี้ยหิน น ้านมราชสีห์ ลูกใต้ใบ สาบแรงสาบกา บานไม่รู้โรย 3. ประเภทกก เช่น แห้วหมู หญ้าปากควาย หญ้ารังนก หญ้าแพรก หญ้าดอกขาว สาบแร้งสาบกา หญ้าแห้วหมู
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 19 6.4 วิธีการก าจัดวัชพืชในอ้อย -อ้อยปลูก ต้องมีการไถดิน 1-2 ครั้ง ตากดิน 7-10 วัน พรวนดินแล้ว คราดเก็บซาก ราก เหง้า หัว และไหลของวัชพืชข้ามปีออกจากแหล่งปลูก จากนั้นก าจัดวัชพืชด้วยแรงงานคนหรือเครื่องจักรกล 1-2 ครั้ง ในช่วงอายุ 1-2 เ ดื อ น ใ น ก ร ณี ที่ ก า ร ก า จั ด วั ช พื ช ด้ ว ย แ ร ง ง า น ค น ห รื อ เครื่องจักรกลไม่มีประสิทธิภาพที่เพียงพอ ควรท าการพ่นสารเคมีก าจัดวัชพืช หลังปลูกและหลังตัดทันทีหรือภายใน 15 วัน ตามค าแนะน าในตาราง -อ้อยตอ หลังการตัดแต่ง ตอ ให้ใช้ใบและยอดอ้อยคลุมดิน ในระยะอ้อยแตกกอ ถ้าวัชพืชมี ปริมาณจ านวนมาก ควรมีการ ก าจัดวัชพืชด้วยแรงงานคนหรือ เครื่องจักรกล 1 ครั้ง หรือพ่นสาร ก า จั ด วั ช พื ช ทั น ที ห รื อ ต า ม ค าแนะน าในตาราง หากก าจัดวัชพืช ช้าจนเกินไป อาจส่งผลให้ผลผลิตลดลงถึง15-60 เปอร์เซ็นต์
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 20 7.การเก็บเกี่ยวผลผลิต หลังจากที่ชาวไร่ปลูกอ้อยและมีการดูแลรักษาที่ดี ขั้นตอนที่ส าคัญอีก ขั้นตอนนั้น คือการเก็บเกี่ยว อ้อยเข้าสู่โรงงาน อ้อยที่มีความพร้อมในการเก็บ เกี่ยวเข้าโรงงานนั้น ชาวไร่ สามารถพิจารณาได้ดังนี้ 7.1 ระยะการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม 1. อายุของอ้อย เก็บเกี่ยวอ้อยที่อายุ 10-14 เดือน อายุของอ้อยปลูก ควรนับตั้งแต่อ้อยงอก และ อ้อยตอต้องนับตั้งแต่เก็บเกี่ยวอ้อยปลูก ดังนั้น อ้อย ตอ จึงเป็นเป็นอ้อยที่มีความพร้อมและสุกเร็วกว่าอ้อยปลูก 2. ลักษณะของอ้อย สังเกตจากยอดอ้อยจะมีข้อถี่กว่าปกติ และจะมี ใบสีเขียวเหลืออยู่ 5-6 ใบและจะมีใบที่ท ามุมตั้งกับล าต้น มีขนาดเล็ก และสั้น หุ้ม ช่อดอกมีลักษณะพองๆให้เห็น 3. ใช้เครื่องวัด โดยวัดค่าความหวานด้วยเครื่อง รีเฟรคโตมิเตอร์ (hand refractometer) โดยการเจาะบริเวณ โคน กลาง และปลาย ของล าอ้อย รวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ย ถ้าค่าที่ได้เกิน 20 บริกซ์ (Brix) ขึ้นไป แสดงว่าอ้อยแก่ พร้อมเก็บเกี่ยวได้แล้ว ควรเลือกอ้อยที่มีความสมบูรณ์ ค่าความหวานที่วัดได้ต้องมากกว่า 20 บริกซ์ ขึ้นไป
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 21 7.2 วิธีการเก็บเกี่ยวอ้อย การเก็บเกี่ยวอ้อยในประเทศไทยนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ระบบ คือ 1. การใช้แรงงานคน -ใช้มีดริดใบและกาบใบออก ทั้ง 2 ด้าน แล้วตัดอ้อยให้ชิดดิน -ควรตัดอ้อยยอดต ่ากว่าจุดคอใบประมาณ 25-30 เซนติเมตร ในอ้อย ที่ไม่ออกดอก และตัดต ่ากว่าใบธงหรือตัดที่จุดหักธรรมชาติ ประมาณ 100-150 เซนติเมตร ในอ้อยที่อ้อยดอก -ใช้ยอดอ้อยมัดโคนและปลายล าอ้อย มัดละ 10 ล า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ขนาดและความยาวของอ้อย และความยากง่ายในการตัดอ้อย วางเรียงในไร่ 2.การใช้เครื่องเก็บเกี่ยว -ใช้เครื่องแบบตัดเป็นท่อนๆ มีขนาดความยาว 20-25 เซนติเมตรมี ระบบพัดลมที่ท าความสะอาดเป่ าเศษ หรือกาบใบพ่นทิ้งลงบนแปลงอ้อย และ ขนถ่ายท่อนอ้อยลงสู่รถบรรทุกได้ในเวลาเดียวกัน แล้วจะต้องขนส่งเข้าโรงงาน ภายใน 24 ชั่วโมง การตัดอ้อยด้วยเครื่องเก็บเกี่ยว การตัดอ้อยด้วยแรงงานคน
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 22 8.การบ ารุงรักษาอ้อยตอ การปลูกอ้อยแล้วสามารถไว้ตอได้หลายครั้ง ถือว่ามีความส าคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากต้นทุนการผลิตอ้อยตอน้อยกว่าอ้อยปลูก เพราะไม่ต้องเสียค่าพันธุ์ ค่าเตรียมดินและค่าจ้างปลูก ชาวไร่จึงควรใส่ใจในการบ ารุงรักษาอ้อยตอ เพื่อให้ได้ผลก าไรอย่างคุ้มค่า การบ ารุงรักษาอ้อยตอ มีขั้นตอนดังนี้ 1. ควรตัดอ้อยสดไม่เผาใบอ้อย ก่อนและหลังเก็บเกี่ยว ใบและเศษซาก อ้อยจะคลุมดินช่วยรักษาความชื้นในดิน ท าให้อ้อยตองอกได้ดี และยังช่วยป้องกัน การงอกของวัชพืชได้เป็ นอย่างดี ท าให้ ชาวไร่ลดการใช้สารเคมีก าจัดวัชพืชใน ช่วงแรกได้ 2. หลังการเก็บเกี่ยว แล้วดินยังมีความชื้นควรใช้เครื่องริปเปอร์ใน การพรวนดิน เพื่อตัดรากข้างกออ้อย ซึ่ง จะต้องมีระยะห่างจากกออ้อยประมาณ 10-2 0 เ ซ นติ เ ม ต ร คว า ม ลึก 1 5 เซนติเมตร พร้อมกับการใส่ปุ๋ ยครั้งที่ 1 เพื่ อกระตุ้นการสร้างหน่อและราก ภายใน 1 เดือน ใช้ปุ๋ ยสูตร 20-8-20 หรือ 28-10-10 ในอัตรา 50 กิโลกรัม/ไร่ ตัดอ้อยสดใบและเศษซากอ้อย ช่วยรักษาความชื้นในดิน ใส่ปุ๋ ยครั้งที่ 1 พร้อมกับการพรวนดิน
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 23 3.ส าหรับพื้นที่ที่สามารถให้น ้าเสริมได้ ควรท าการให้น ้าหลังการเก็บ เกี่ยวประมาณ 15-30 วัน เพื่อช่วยให้อ้อยตองอกได้ดี 4.ควรใส่ปุ๋ ยครั้งที่ 2 หลังจากใส่ปุ๋ ยครั้งที่ 1 ประมาณ 2-3 เดือนใช้ปุ๋ ย สูตร20-8-20 ในอัตรา 50 กิโลกรัม/ไร่ โดยการใช้เครื่องริปเปอร์ฝั่ งปุ๋ ย หรือใช้ คนโรยข้างแถวอ้อย ขณะที่ดินยังมีความชื้น 5.ในพื้นที่อาศัยน ้าฝน ควรมีการจัดการดินให้สามารถเก็บรักษา ความชื้นได้ดี ตั้งแต่การเตรียมดินปลูกอ้อย โดยการระเบิดดินดาน และการเพิ่ม อินทรียวัตถุโดยการไถกลบเศษซากอ้อยลงดิน การปลูกพืชที่เป็นปุ๋ ยพืชสดแล้ว ไถกลบ และการใช้ปุ๋ ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ ยเคมี 19 ใส่ปุ๋ ยครั้งที่ 2 หลังการใส่ปุ๋ ยครั้งที่ 1 ประมาณ 2-3 เดือน ให้น ้าเสริมหลังการเก็บเกี่ยวอ้อย ประมาณ 15-30 วัน
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 24 9. โรคและแมลงที่สา คัญ และวิธีการป้องกันก าจัด 9.1 โรคอ้อยที่สา คัญและวิธีการป้องกันกา จดั โรคใบขาว เกิดจากเชื้อ : ไฟโตพลาสมา (Phytoplasma) ลักษณะการ : ใบอ้อยจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน หรือขาวซีด แคบเรียว เล็กกว่าปกติ บางครั้งจะเป็นขาวขนานไปตามความยาวของใบ ขนาดต่างๆกัน ต่อมาจึงจะขยายจนเต็มใบ ล าอ้อยสั้น ปล้องถี่ แตกหน่อมากคล้ายกอตะไคร้ ระยะอ้อยแตกกอเป็นกอสีขาวเป็นฝอย การระบาด : เชื้อสาเหตุโรคสามารถติดมากับท่อนพันธุ์ และ แมลง พาหะ ประเภท เพลี้ยจักจั่นสีน ้าตาล ถ่ายถอดโรคจากกอที่เป็นโรคไปยังกอ อ้อยอื่นได้ การป้องกันก าจัด: หมั่นตรวจแปลง และขุดท าลายต้นที่เป็นโรค ไม่ ควรใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งที่มีโรคระบาด จัดท าแปลงพันธุ์ของตนเอง จัด ช่วงเวลาปลูกอ้อยและตัดอ้อยให้เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโดยแมลง พาหะ โรคใบขาว
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 25 โรคแส้ด า เกิดจากเชื้อ : Ustilago scitaminea ลักษณะการ : ส่วนยอดจะดูเป็นก้านแข็งยาว คล้ายๆแส้สีด า ในส่วน ของตออ้อย ถ้าเป็นโรคนี้รุนแรงจะแตกหน่อ ท าให้อ้อยแคระแกรน ดูคล้ายกอ ตะไคร้ ยอดทุกยอดจะดูเป็นแส้สีด า จากนั้นจะแห้งตายทั้งกอ เมื่อแส้สีด ามี อายุมากขึ้นเนื้อเยื่อบางๆ ที่ห่อหุ้มสปอร์จะแตกออกปลดปล่อยสปอร์ของเชื้อ ออกไปตามสายลม การระบาด : ลมพัดพาสปอร์แพร่ไปเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ก็มี น ้าฝน หรือท่อนพันธุ์ อาจได้รับเชื้อทางสัมผัสโดยตรง หรือจากสปอร์ที่มีอยู่ใน ดินก่อนที่จะปลูก ระบาดทุกช่วงฤดู การป้องกันก าจัด : ใช้ท่อนพันธุ์ปลอดโรคและไม่ควรใช้ท่อนพันธุ์ จากแหล่งที่มีโรคระบาด ใช้พันธุ์ต้านทาน และแช่ท่อนพันธุ์ในสารป้องกันโรค พืช โรคแส้ด า
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 26 โรคกอตะไคร้ เกิดจากเชื้อ : เชื้อไฟโตพลาสมา (Phytoplasma) ลักษณะการ : อ้อยจะมีอาการแตกใบเป็นฝอยคล้ายดอกตะไคร้ ใบมี สีเขียวปกติถึงเขียวอ่อน หรืออาจมีสีซีดบ้างแต่ไม่ซีดขาว ถ้าเป็นในระยะอ้อย ปลูกอาจจะให้อ้อยล าเล็กกว่าปกติ และจ านวนล าแต่ละกอน้อย ท าให้ผลผลิต และค่าความหวานลดลง อาการของโรคจะรุนแรงขึ้นในอ้อยตอในพันธุ์ที่ อ่อนแอจะตายได้ในที่สุดจ าเป็นต้องไถทิ้ง การระบาด : เชื้อสาเหตุโรคจะติดไปกับท่อนพันธุ์ การป้องกันก าจัด : หมั่นตรวจแปลง และขุดท าลายต้นที่เป็นโรค ไม่ ควรใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งที่มีโรคระบาด จัดท าแปลงพันธุ์ของตนเอง ส าหรับ อ้อยที่จะขยายพันธุ์ก่อนปลูกควรแช่ท่อนพันธุ์ในน ้าร้อน 50 องศาเซลเซียส นาน 2 ชั่วโมง โรคกอตะไคร้
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 27 โรคเหี่ยวเน่าแดง เกิดจากเชื้อ : Colletotrichum falcatum , Wilt diseas , Bacteriosis ลักษณะการ : บริเวณปล้องที่ถูกท าลายจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง หลังจาก นั้นใบจะเริ่มเหลืองและแห้งตายในที่สุด เมื่อผ่าล าอ้อยตามยาวจะเห็นอาการ ภายในเนื้ออ้อยมีสีแดง ในพันธุ์ที่อ่อนแอจะมีจุดแต้มสีขาวเป็นจ ้าคั่นในรอย แผล ในลักษณะตั้งฉากกับความยาวล าอ้อย และส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยว รอยแต้ม ขาวนี้เป็นเซลล์พืชที่ตายแล้ว การระบาด : ระบาดรุนแรงในฤดูฝน สามารถเข้าท าลายได้ทางราก และโคนต้นและทางรอยแผลธรรมชาติ การป้องกันก าจัด : ใช้พันธุ์ที่ต้านทานปลอดโรคละแมลง แล้วรีบตัด อ้อยเข้าโรงาน หลังเก็บเกี่ยวให้ขุดตอที่เป็นโรคเผาท าลาย และไถตากดิน 2-3 ครั้ง ก่อนปลูกใหม่ โรคเหี่ยวเน่าแดง
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 28 9.2แมลงศัตรูที่สา คัญและการป้องกันกา จดั 1.หนอนกออ้อยและหนอนเจาะล าต้นอ้อย ลักษณะการเข้าท าลาย : ตัวหนอนของแมลงจะเข้าไปท าลายหน่อ หรือล าต้นอ้อยโดยการกัดกิน ท าให้ภายในล าต้นอ้อยเกิดเป็นไส้กลวงหรือเกิด เป็นแผลภายใน เป็นสาเหตุให้ยอดอ้อยเหี่ยวและแห้งตาย ส่งผลให้ผลผลิตอ้อย มีจ านวนลดลง และยังจัดได้ว่าเป็นแมลงที่เข้าท าลายเกือบตลอดอายุการ เจริญเติบโต การป้องกันก าจัด : ใช้พันธุ์ต้านทานและหมั่นสม ่าเสมอ ไถก าจัด วัชพืชระหว่างร่องอ้อยและก าจัดวัชพืชรอบๆแปลง เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาศัย ของผีเสื้อ อ้อยตอให้ใช้ใบอ้อยคลุมแปลง หากพบการระบาดในแปลงอ้อยให้รีบ ก าจัด โดยการใช้แมลงศัตรูธรรมชาติในการควบคุมและก าจัด เช่น แตนเบียน ไข่ไตรโคแกรมม่า แมลงหางหนีบ เพื่อลดปริมาณหนอนกออ้อยในไร่อ้อยให้ น้อยลง สร้างปัญหาให้แก่อ้อยในระยะอ้อยแตกกอ สร้างปัญหาให้แก่อ้อยในระยะอ้อยเป็นล า หนอนกอลายจุด หนอนกอลายจุดเล็ก เล็ก หนอนกอสีขาว หนอนกอสีชมพู หนอนกอลายจุดใหญ่
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 29 2.ด้วงหนวดยาวอ้อย ลักษณะการเข้าท าลาย : ระยะหนอนจะเข้าท าลายตั้งแต่ระยะเริ่ม ปลูกอ้อย โดยเจาะไชเข้าไปกัดกินเนื้ออ้อยภายในท่อนพันธุ์ หน่ออ้อยอายุ 1-3 เดือน จะถูกกัดกินตรงส่วนโคนที่ติดกับเหง้าให้ขาด ออก ท าให้หน่ออ้อยแห้งตายเมื่ออ้อยโตมีล าแล้ว อาการเริ่มแรกจะพบว่ากาบใบและใบอ้อยจะแห้ง มากผิดปกติ พบการระบาดมากในดินร่วนป่ นทราย การป้องกันก าจัด : การไถดินก่อนปลูก ท าความสะอาดแปลงปลูก ควรเก็บตัวหนอนมาท า หลาย ใช้สารเคมีก าจัด เช่น fipronil (Ascend 5% SC)อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อน ้า 20 ลิตร พ่นบนท่อน พันธุ์แล้วกลบดิน และการใช้ศัตรูธรรมชาติเช่น การใช้เชื้อราเมตาไรเซียมโรยบริเวณให้ชิดกออ้อย แล้วกลบดิน ท าลายในระยะหนอน 3.เพลีย้อ่อนสา ลี ลักษณะการเข้าท าลาย : ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน ้าเลี้ยงใต้ใบ อ้อย ท าให้ใบอ้อยแห้งตาย มูลถ่ายออกมาเคลือบ อยู่ที่กาบใบอ้อย ท าให้การสังเคราะห์แสงลดลง และแห้งตาย ความสูญเสีย ถ้าระบาดมากๆท าให้ อ้อยไม่เจริญเติบโตและแห้งตาย การป้องกันก าจัด : ถ้าระบาดไม่มากให้ ปล่อยแมลงหางหนีบ 500 ตัวต่อไร่หรือถ้าฝนตกลง มาเพลี้ยอ่อนส าลีจะหายไป ด้วงหนวดยาว ในระยะตัวเต็มวัย ด้วงหนวดยาว ในระยะหนอน เพลี้ยอ่อนส าลี
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 30 9.3 การอนุรักษแ์มลงศัตรูธรรมชาติ แมลงศัตรูธรรมชาติ หมายถึง แมลงที่เป็นประโยชน์และมีบทบาทใน การควบคุมแมลงศัตรูพืช (Insect pest) โดยชีววิธีและเป็นปัจจัยทางชีวภาพ (Biotic factor) ที่ช่วยควบคุมปริมาณของแมลงศัตรูพืชให้อยู่ในสภาพสมดุล ตามธรรมชาติ (Natural balance) ซึ่งแมลงศัตรูธรรมชาติในที่นี้ หมายถึงแมลง ห ้า (Predator) และแมลงเบียน (Parasite) ทางบริษัท น ้าตาลสุรินทร์ จ ากัด ได้ มีการผลิตและขยาย แมลงศัตรูธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมแก่ชาวไร่ในการน าไป ควบคุมศัตรูพืชในแปลงอ้อยได้แก่ แตนเบียนไข่ไตรโคแกรมมาและแมลงหาง หนีบ 1.แตนเบียนไข่ไตโคแกรมมา (Trichogramma ) แตนเบียนไข่ไตรโคแกรมมา เป็นแตนเบียนที่ท าลายแมลงศัตรูพืชใน ระยะไข่ โดยท าลายไข่ของ ผีเสื้อศัตรูพืชมากกว่า 30 ชนิด เช่น หนอนกออ้อย หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนใยผัก หนอนกระทู้หอม หนอน กระทู้ผัก หนอนแก้วส้ม ลักษณะรูปร่าง : แตนเบียนไข่ไตรโคแกรมมาเป็น แมลงที่มีขนาดเล็กมาก ล าตัวยาวประมาณ 0.3–0.4 มิลลิเมตร สีน ้าตาลเหลือง ตาสีแดง หนวดเป็นปล้อง ปีก เป็นแผ่นกว้างบริเวณเส้นปีกมีขนอ่อนเรียงเป็นแนวตรง ตัวเต็มวัย แตนเบียนไข่ไตรโคแกรมมา
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 31 ลักษณะการเข้าท าลายแมลงศัตรูพืช : แตนเบียนเพศเมียใช้อวัยวะ วางไข่เจาะแทงเข้าไปในไข่ของแมลงศัตรูพืชไข่ของแตนเบียนเจริญเติบโต และ ฟักออกมาดูดกินของเหลวภายในไข่แมลงศัตรูพืช ไข่ที่ถูกเบียนจะเปลี่ยนเป็นสีด าภายใน 3-4 วัน ท า ให้ไข่ไม่สามารถฟักเป็นตัวหนอนได้แตนเบียนจะ เข้าดักแด้อยู่ภายในไข่แมลงศัตรูพืช และเมื่อ เจริญ เป็นตัวเต็มวัยจะเจาะออกมาเพื่อผสมพันธุ์ และท าลายไข่ศัตรูพืชฟองใหม่ต่อไป ไข่ 1 ฟอง มี แตนเบียนได้1-4 ตัว ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ ของอาหาร วิธีการน าไปใช้ในการควบคุมศัตรูพืช : ปล่อยแตนเบียนไข่ไตรโคแกรมมาประมาณ 20,000 ตัว/ไร่/1ครั้ง โดยน าแผ่นแตนเบียนไปติดไว้กับใบ พืช หรือต้นพืชให้กระจายทั่วทั้งแปลง ควรปล่อย 3 – 5 ครั้ง จุดที่ปล่อยควรมี ระยะห่างกัน 10 เมตร หรือประมาณ 10 จุด/ไร่ ลักษณะการเข้าท าลายของแตน เบียนไข่ไตรโคแกรมมา แตนเบียนไข่ไตรโคแกรมมาที่ได้จากการขยาย เพื่อน าไปปล่อยในแปลง ในการควบคุมหนอนกออ้อย
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 32 2.แมลงหางหนีบ (Earwigs) แมลงหางหนีบ เป็นแมลงปากกัด มักซ่อนตัวอยู่ตามซอกดินที่มีเศษ ใบไม้ สามารถหาเหยื่อ ตามซอกมุมได้ดี เช่น ไข่หรือเหยื่อที่อยู่ภายในล าต้น ดอก หรือผล หรือเหยื่อที่อยู่ตามซอกกาบใบ ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ใช้ ควบคุม หนอนเจาะล าต้นข้าวโพด หนอนเจาะฝักข้าวโพด หนอนกออ้อย หนอนกินใต้ผิวเปลือกลองกอง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง ไข่แมลง ฯลฯ ลักษณะรูปร่าง ไข่ : เป็นกลุ่ม 20-40 ฟองต่อกลุ่ม ไข่มีรูปร่างกลม สี ขาวขุ่น และจะใสและเห็นจุดสีด า ตรงกลางเมื่อใกล้ฟัก ตัวอ่อน : ส่วนหัวและ ล าตัวสีด าส่วนอกสีน ้าตาลปนด ามี 6 ขาแพนหางคล้ายคีม สีด าไม่มีปีก อายุตัว อ่อนประมาณ 50-60 วัน ตัวเต็มวัย : คล้ายตัวอ่อนแต่มีขนาดโตกว่า สีน ้าตาล ถึงสีด าตัวเต็มวัยอายุประมาณ 90 วัน ลักษณะตัวเต็มวัยแมลงหางหนีบ และลักษณะการสังเกตตัวผู้ – ตัวเมีย
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 33 ลักษณะการท าลายแมลงศัตรูพืช แมลงหางหนีบ ท าลายเหยื่อโดย การใช้แพนหาง ลักษณะคล้ายคีมหนีบตัวเหยื่อ แล้วกัด กินเป็นอาหาร หาก เป็นเพลี้ยอ่อนก็จะกัดกินโดยตรง วิธีการน าไปใช้ในการควบคุมศัตรูพืช :สามารถปล่อยแมลงหางหนีบ เพื่อควบคุมศัตรูพืชได้ทุกช่วงวัย โดยจะมีอัตราการปล่อย 500 ตัว/ไร่ จ านวน 1-2 ครั้ง แต่หากพบเจอในกรณีที่มีการระบาดหนักของแมลงศัตรูพืชที่รุนแรง จะต้องท าการปล่อยแมลงหางหนีบ 1,000 – 2,000 ตัว/ไร่ ลักษณะการเข้าท าลายเหยื่อโดยการใช้แพนหางหนีบเหยื่อให้ตาย หากเป็นเพลี้ยอ่อนจะกัดกินโดยตรง หลีกเลี่ยงการปล่อยแมลงหางหนีบในช่วงที่มีแสงแดดจัด และควรงดพ่นสารป้องกันและก าจัดแมลง
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 34 วิธีอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ การอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ เป็ นการรักษาให้ศัตรู ธรรมชาติสามารถ ด ารงชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย ขยายพนัธุ์และเพิ่มปริมาณไดเ้องตามธรรมชาติ ได้แก่ 1. เพิ่มแหล่งอาศยัให้แมลงศตัรูธรรมชาติในกรณีที่มีวัชพืชหรือพืช ล้มลุกอยู่บ้าง จะท าให้แมลงศัตรูธรรมชาติมีที่หลบอาศัย 2. เพิ่มแหล่งอาหารให้แก่ตัวเต็มวัยแมลงศัตรูธรรมชาติ เช่นการปลูก พืชหมุนเวียนระหว่างรอปลูกพืชหลัก 3. ไม่เผาตอซังหลังการเก็บเกี่ยวเพราะการเผาตอซังจะท าลายระบบ นิเวศและสมดุลธรรมชาติศัตรูธรรมชาติถูกท าลาย ท าให้เกิดการระบาดของ ศัตรูพืชในช่วงต้นฤดูปลูก 4. ลดอันตรายที่จะเกิดแก่แมลงศัตรูธรรมชาติ เช่น ลดการพ่นสาร ก าจัดแมลง ปลูกปอเทือง เพื่อเป็นปุ๋ ยพืชสด ไม่เผาอ้อย เพื่อช่วยรักษาศัตรูธรรมชาติ และยังเป็นแหล่งอาหารของตัวแตนเบียน
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 35 ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ....................................................................................................................... ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ....................................................................................................................... ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ................................................................................................................ ........ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ......................................................................................................... บันทึกเพิ่มเติม
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 36 ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ....................................................................................................................... ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ....................................................................................................................... ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ ......................................................................................................... บันทึกเพิ่มเติม
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 37 บรรณานุกรม กรมวิชาการเกษตร.(2559).เทคโนโลยีการผลิตอ้อย.(พิมพ์ครั้งที่2)สถาบันวิจัย พืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร. กรมส่งเสริมการเกษตร.(2555).เอกสารวิชาการ ศัตรูธรรมชาติที่ส าคัญ. (ออนไลน์).สืบค้น 19 มกราคม 2566 จาก://esc.doae.go.th ณัฐกฤต พิทักษ์,อนุวัฒน์ จันทรสุวรรณ,ดารารัตน์ มณีจันทร์,ดุจลดา พิมรัตน์ และ สุรีรัตน์ทองค า.(2558). แมลงศัตรูอ้อยโรงงาน อ้อยเคี้ยว อ้อย คั้นน ้าและการป้องกันก าจัด.(พิมพ์ครั้งที่4).เอกสารวิชาการ. สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตร และสหกรณ์. บริษัท น ้าตาลสุรินทร์ จ ากัด .(2564).คู่มือเกษตรชาวไร่อ้อย.ฝ่ายวิจัยพัฒนา และเพิ่มผลผลิต รักบ้านเกิด.การเตรียมพันธุ์อ้อยพร้อมปลูกให้มีคุณภาพพร้อมลดความเสี่ยง ของ โรค และ แม ลง. ( ออ นไล น์) . สืบ ค้น 13 มก ราค ม 2 56 6 จาก://www.rakbankerd.com มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สาขาวิชาการเกษตรศาสตร์และสหกรณ์. (2560).การจัดการผลิตพืชไร่ อุตสาหกรรม.นนทบุรี. ส านักพิมพ์: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม.น ้าจากน ้าฝนเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของอ้อย. (ออนไลน์).สืบค้น16 มกราคม 2566 จาก://www.mitrphonlmodernfarm.com
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 38 มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม.ริปเปอร์ระเบิดดินดาน ตัวช่วยจัดการดินดานสไตล์เกษตร ส มั ย ใ ห ม่ ( อ อ น ไ ล น์ ) . สื บ ค้ น 1 6 ม ก ร า ค ม 2 5 6 6 จาก://www.mitrphonlmodernfarm.com มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม.วิธีใส่ปุ๋ ยอ้อยปลูกให้เหมาะสมเจริญเติบโตตามวัย ( อ อ น ไ ล น์ ) . สื บ ค้ น 1 6 ม ก ร า ค ม 2 5 6 6 จาก://www.mitrphonlmodernfarm.com สุดชล วุ้นประเสริฐ , ฐิติพร มะชิโกวาและธีรยุทธ เกิดไทย(2564). การ พัฒนาการให้น ้าระบบน ้าหยดและปุ๋ ยในระบบน ้าส าหรับการผลิต อ้อย.รายงานการวิจัย.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.นครราชสีมา. สุดชล วุ้นประเสริฐ , ประโยชน์คา สวสัดิ์, ฐิติพร มะชิโกวา,อาทิตย์ ศรีแก้วและ พันทิพย์ ปิยะทัศนานนท์. (2564). ระบบน ้าหยดอัจฉริยะส าหรับการ ผลิตอ้อยแปลงขนาดใหญ่.รายงานการวิจัย.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สุรนารี.นครราชสีมา. อุดม เลียบวัน,วัลลิกา สุชาโต,ปรีชา พราหมณย์ ,ตุลย์ จันทรัมพรรย์,อรรถสิทธิ์ บุญธรรม และ ประพันธ์ ประเสริฐศักดิ์.(2544).พันธุ์อ้อย การปลูก ดูแลรักษาอ้อย.เอกสารวิชาการ .ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี,ส ถ า บั น พืชไร่,กรมวิชาการเกษตร . Dronkaset.เทคนิคใส่ปุ๋ ยในไร่อ้อย ใส่อย่างไรให้อ้อยงามตามอายุ. (ออนไลน์). สืบค้น16มกราค2566 จาก://www.dronkaset.phantomthailand.com
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย
คู่มือ การจดัการในไร่อ้อย 2