The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงาน ประเพณีและวัฒนธรรมล้านนา จังหวัดเชียงใหม่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by takdanaisangkaew, 2022-08-30 22:36:33

รายงาน ประเพณีและวัฒนธรรมล้านนา จังหวัดเชียงใหม่

รายงาน ประเพณีและวัฒนธรรมล้านนา จังหวัดเชียงใหม่

รายงานเร่ือง
ประเพณีและวฒั นธรรมลา้ นนา จงั หวดั เชียงใหม่

เสนอ
ผศ. สาโรช สอาดเอี่ยม

จดั ทาโดย
สามเณรทกั ษด์ นยั แสงแกว้
นกั ศึกษาช้นั ปี ท่ี3 สาขาการสอนภาษาองั กฤษ
รหสั นกั ศึกษา 6310540211005

รายงานฉบบั น้ีเป็นส่วนหน่ึงของการศึกษา
วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการศึกษาคน้ ควา้ รหสั วชิ า GE4005

ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565
มหาวทิ ยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลยั วิทยาเขตลา้ นนา เชียงใหม่



คานา
รายงานฉบบั น้ีจดั ทาข้นึ เพ่ือประการเรียนการศึกษาในรหสั รายวิชา GE4005 เทคโนโลยี
สารสนเทศเพอ่ื การศึกษาคน้ ควา้ คณะศึกษาศาสตร์ หวั ขอ้ รายงานฉบบั น้ีเป็นการศึกษาเกี่ยวกบั
ประเพณีและวฒั นธรรมลา้ นนาของจงั หวดั เชียงใหม่ ในเน้ือหาหัวขอ้ น้ีประกอบไปดว้ ย คาขวญั
ประจาจงั หวดั ประวตั ิพอสงั เขปของจงั หวดั เชียงใหม่ ประเพณีลา้ นนาต่างๆของจงั หวดั เชียงใหม่
และวฒั นธรรมลา้ นนาต่างๆของเชียงใหม่ สาเหตุท่ีผจู้ ดั ทาไดเ้ ลือกหวั ขอ้ ตา่ งๆเหลา่ น้ีมาเสนอ
เน่ืองจากอยากใหผ้ คู้ นหลากหลายไดร้ ู้จกั ประเพณีและวฒั นธรรมลา้ นนาของจงั หวดั เชียงใหม่ และ
อยากใหค้ นรุ่นใหม่ไดอ้ นุรักษส์ ืบสานไม่ใหล้ ืมหายจนสาบสูญสิ้นไป

ผจู้ ดั ทาขอขอบคณุ รองศาสตราจารยล์ ิปิ กร มาแกว้ หลกั สูตรทศั นศิลป์ คณะศิลปกรรมและ
สถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา ภาคพายพั เชียงใหม่ และพระมหา
สุรศกั ด์ิ สุรเมธี (ชะมารัมย)์ นิสิตคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
วิทยาเขตนครราชสีมา ท่ีไดท้ าเวบ็ ไซตข์ อ้ มูลประเพณีและวฒั นธรรมของจงั หวดั เชียงใหม่ ใหไ้ ด้
ศึกษาคน้ ควา้ มาใชอ้ า้ งอิงในรายงานฉบบั น้ี และขอขอบคุณ ผชู้ ่วยศาสตรจารยส์ าโรช สอาดเอี่ยม ท่ี
ไดช้ ่วยเหลือใหค้ าแนะนาการจดั ทารายงานน้ีเป็นอยา่ งดี ผจู้ ดั ทาหวงั วา่ รายงานฉบบั น้ีจะเป็น
ประโยชน์ใหแ้ ก่ผูอ้ า่ นและผศู้ ึกษาคน้ ควา้ ทุกๆท่าน

สามเณรทกั ษด์ นยั แสงแกว้
9 สิงหาคม 2565
ผจู้ ดั ทา

สารบญั ข

เรื่อง หน้า
1
บทนา 1
1. คาขวญั ประจาจงั หวดั เชียงใหม่ 2
2. ประวตั ิความเป็นมาพอสังเขป 3
3. ความงดงามดา้ นประเพณีและวฒั นธรรม 3
4. ประเพณี 4
5
4.1 ประเพณีสงกรานต์ 6
4.2 ประเพณีเขา้ อินทขีล 7
4.3 ประเพณียเ่ี ป็ง 8
4.4 จุลกฐิน 10
4.5 ประเพณีข้ึนพระธาต/ุ สรงน้าพระธาตุ 11
4.6 ประเพณีเขา้ พรรษา 12
4.7 ประเพณีออกวสั สา หรือ ออกพรรษา 12
5.วฒั นธรรม 13
5.1 วฒั นธรรมการแต่งกาย 14
5.2 วฒั นธรรมการสร้างบา้ นเรือน
5.3 วฒั นธรรมการใชภ้ าษา

สารบัญภาพ ค
ภาพประกอบ
1. ภาพประกอบประเพณีสงกรานต์ หน้า
2. ภาพประกอบประเพณีเขา้ อินทขีล 4
3. ภาพประกอบประเพณียเ่ี ป็ง 5
4. ภาพประกอบจุลกฐิน 6
5. ภาพประกอบประเพณีข้ึนพระธาตุ/สรงน้าพระธาตุ 7
6. ภาพประกอบประเพณีเขา้ พรรษา 8
7. ภาพประกอบประเพณีออกวสั สา หรือ ออกพรรษา 10
8. ภาพประกอบวฒั นธรรมการแต่งกาย 11
9. ภาพประกอบวฒั นธรรมการสร้างบา้ นเรือน 12
10. ภาพประกอบวฒั นธรรมการใชภ้ าษา 13
14
บรรณานุกรม
ประวตั ิผจู้ ดั ทา 15
16

1

บทนา
“ประเพณี” คือ ระเบียบแบบแผนท่ีกาหนดพฤติกรรมในสถานการณ์ต่างๆ ที่คนในสงั คม

ยดึ ถือปฏิบตั ิสืบกนั มา ลกั ษณะประเพณีในสังคมระดบั ประเทศชาติ มีท้งั ประสมกลมกลืนเป็นอยา่ ง
เดียวกนั และมีผิดแผกกนั ไปบา้ งตามความนิยมเฉพาะทอ้ งถ่ิน แต่โดยมากยอ่ มมีจุดประสงคแ์ ละ
วธิ ีการปฏิบตั ิเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั มีเฉพาะส่วนปลีกยอ่ ยที่เสริมเติมแตง่ หรือตดั ทอนไปในแตล่ ะ
ทอ้ งถิ่น สาหรับประเพณีไทยมกั มีความเกี่ยวขอ้ งกบั ความเชื่อในคติพระพุทธศาสนาและ พราหมณ์
มาแตโ่ บราณ ส่วน “วฒั นธรรม” คอื วิถีการดาเนินชีวิตของคนในสังคม คนส่วนใหญ่กป็ ฏิบตั ิสืบตอ่
กนั มา วฒั นธรรมยอ่ มเปล่ียนแปลงไปตามเงื่อนไขและกาลเวลา เมื่อมีการประดิษฐห์ รือคน้ พบส่ิง
ใหม่ วธิ ีใหมท่ ี่ใช้ แกป้ ัญหาและตอบสนองความตอ้ งการของสังคมไดด้ ีกวา่ ซ่ึงอาจทาใหส้ มาชิก
ของสังคมเกิดความนิยม และใน ท่ีสุดอาจเลิกใชว้ ฒั นธรรมเดิม ดงั น้นั การรักษาหรือธารงไวซ้ ่ึง
วฒั นธรรมเดิม จึงตอ้ งมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง หรือพฒั นาวฒั นธรรมให้เหมาะสมมี
ประสิทธิภาพ ตามยคุ สมยั

ประเพณีและวฒั นธรรม โดยเน้ือความแลว้ ก็เป็นสิ่งอยา่ งเดียวกนั คือ เป็นส่ิงท่ีไมใ่ ช่มีอยใู่ น
ธรรมชาติโดยตรง แต่เป็นสิ่งที่สังคมหรือคนในส่วนรวมร่วมกนั สร้างใหม้ ีข้ึน แลว้ ถา่ ยทอดใหแ้ ก่
กนั ไดด้ ว้ ยลกั ษณะและวธิ ีการตา่ งๆ วา่ โดยเน้ือหาของประเพณี และวฒั นธรรมที่อยใู่ นจิตใจของ
ประชาชนเก่ียวกบั เรื่องความคิดเห็น ความรู้สึก ความเชื่อ ซ่ึงสะสมและสืบต่อร่วมกนั มานานใน
ส่วนรวม จนเกิดความเคยชิน เรียกวา่ นิสัยสงั คมหรือประเพณี

1. คาขวญั ประจาจังหวัดเชียงใหม่
“ดอยสุเทพเป็ นศรี
ประเพณีเป็ นสง่า
บปุ ผชาติลว้ นงามตา
นามล้าคา่ นครพิงค”์

คาขวญั น้ีเป็นคาขวญั ประจาจงั หวดั เชียงใหมท่ ่ีสะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงความงดงาม ความเด่นสง่า
ความล้าค่าและความเล่ืองลือในหลายๆดา้ น และหน่ึงในน้นั คือ ความงดงามทางดา้ นประเพณีและ
วฒั นธรรม ดอยสุเทพข้ึนช่ือวา่ เป็นสญั ลกั ษณ์ของจงั หวดั เชียงใหม่ ถึงกบั มีคาพดู ท่ีหลายคนมกั พดู
กนั จนติดปากวา่ ใครกต็ ามท่ีเดินทางมาจงั หวดั เชียงใหม่ หากไมไ่ ดแ้ วะข้ึนไปบนดอยสุเทพ ก็เท่ากบั
วา่ ยงั เดินทางมาไมถ่ ึงจงั หวดั เชียงใหม่ ความงดงามของดอยสุเทพอนั เป็นท่ีต้งั ของวดั พระธาตุดอยสุ

2

เทพน้ี นบั วา่ เป็นจุดท่ีดึงดูดสายตาของผคู้ นที่เดินทางมายงั จงั หวดั เชียงใหม่ใหไ้ ปเที่ยวชม เพราะ
หากมองจากบริเวณดา้ นล่างข้นึ ไปบนดอยสุเทพ จะพบเห็นพระธาตสุ ีทองเด่นสง่าต้งั ตระหงา่ นอยู่
บนดอยสุเทพ ชวนใหเ้ กิดความศรัทธาและน่าเขา้ ไปกราบนมสั การเป็นอยา่ งมาก นอกจากน้นั บน
ดอยสุเทพยงั มีความสวยสดงดงามดา้ นบุปผชาตินานาพนั ธุ์ใหช้ ่ืนชมอีกมากมาย ดงั น้นั การข้ึนไป
บนดอยสุเทพจึงไมท่ าใหผ้ ทู้ ี่ข้ึนไปเที่ยวชมน้นั ผิดหวงั

2. ประวตั ิความเป็ นมาพอสังเขป
เชียงใหมเ่ ป็นจงั หวดั ท่ีมีประวตั ิศาสตร์อนั ยาวนาน เคยเป็นศนู ยก์ ลางความเจริญรุ่งเรื่องของ

อาณาจกั รลา้ นนาซ่ึงแผอ่ ิทธิผลปกคลุมทางตอนเหนือของประเทศไทย พญามงั รายทรงเป็นปฐม
กษตั ริยแ์ ห่งอาณาจกั รลา้ นนา ทรงยา้ ยเมืองราชธานีจากเดิมคอื เมืองเชียงแสนมาท่ีเมืองเชียงใหม่ เม่ือ
ปี พ.ศ.1839 เพราะทรงเห็นวา่ เมืองเชียงใหม่มีทาเลท่ีต้งั เหมาะสม มีทรัพยากรทางธรรมชาติอนั มงั่
คงั่ และมีแหล่งน้าท่ีอุดมสมบูรณ์ อนั ไดแ้ ก่ แม่น้าปิ ง ซ่ึงถือไดว้ า่ เป็นสายโลหิตของผคู้ นใน
อาณาจกั ร

เมื่อทรงยา้ ยราชธานีมาท่ีเชียงใหม่ ไดท้ รงสถาปนาชื่อเมืองวา่ “นพบุรีศรีนครพิงค์
เชียงใหม”่ นบั แต่น้นั เมืองเชียงใหม่ไดก้ ลายมาเป็นศนู ยก์ ลางความเจริญรุ่งเรืองแห่งอาณาจกั ร
ลา้ นนาแทนท่ีเมืองเชียงแสนอนั เป็นราชธานีเดิม พญามงั รายไดพ้ ฒั นาเมืองเชียงใหม่อยา่ งตอ่ เนื่อง
ท้งั ยงั ไดท้ รงก่อสร้างวดั วาอารามข้ึนหลายแห่งมีวดั เชียงมนั่ เป็นตน้ รวมท้งั ไดม้ ีการตรากฎหมายท่ี
เรียกวา่ “มงั รายศาสตร์”ข้ึนใชภ้ ายในอาณาจกั รอีกดว้ ย

เมื่อพระองคส์ วรรคต เช้ือพระวงศท์ ่ีทรงสืบทอดราชบลั ลงั กต์ อ่ จากพระองคไ์ ดส้ ับเปล่ียน
หมุนเวียนกนั ปกครอง บริหาร พฒั นาบา้ นเมืองพระองคแ์ ลว้ พระองคเ์ ลา่ ตามลาดบั อยเู่ ร่ือยๆ ทาให้
บา้ นเมืองเจริญรุ่งเร่ืองอยา่ งมาก โดยเฉพาะในดา้ นพระพุทธศาสนาน้นั มีการจดั ทาสังคายนาข้ึน ใน
พ.ศ.2020 ตรงกบั ราชสมยั ของพระเจา้ ติโลกราช กษตั ริยอ์ งคท์ ี่ 9 แห่งอาณาจกั รลา้ นนา พระองค์
ทรงอปุ ถมั ภก์ ารจดั ทาสังคายนาในคร้ังน้ี การทาสังคายนาในคร้ังน้ีน้นั ถือไดว้ า่ เป็นการทา
สงั คายนาคร้ังท่ี 9 ของโลก และเป็นคร้ังแรกท่ีทาในดินแดนสยาม ตอ่ มาไม่นานอาณาจกั รลา้ นนา ก็
เขา้ สู่ยคุ เสื่อม เพราะถกู รุกรานจากอาณาจกั รอื่นๆ มี อาณาจกั รสุโขทยั เป็นตน้ และต่อมาอาณาจกั ร
ลา้ นนาก็สูญเสียเอกราชและถูกผนวกเขา้ เป็นส่วนหน่ึงของอาณาจกั รสุโขทยั ในที่สุด

ตลอดระยะท่ีเชียงใหมเ่ ป็นราชธานีและเป็นศนู ยก์ ลางความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจกั ร
ลา้ นนาน้นั เมืองเชียงใหม่ไดถ้ ูกพฒั นาจากผปู้ กครองบา้ นเมืองใหเ้ ป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์และ

3

เจริญรุ่งเรืองในหลายๆดา้ น อาทิ ดา้ นศาสนา การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ ขนบธรรมเนียม
ประเพณีและวฒั นธรรม เป็นตน้ ความเจริญรุ่งเรืองดงั กล่าวไดร้ ับการสืบทอดกนั มาอยา่ งต่อเน่ือง
จนกระทงั่ ถึงปัจจุบนั

3. ความงดงามด้านประเพณีและวฒั นธรรม
เชียงใหม่ข้นึ ช่ือวา่ เป็นเมืองที่มีประเพณีและวฒั นธรรมที่มีความโดดเด่น งดงามมากที่สุด

แห่งหน่ึง รวมท้งั มีความเป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะดว้ ย ที่เป็นเช่นน้ี สืบเน่ืองมาจากการที่เมืองเชียงใหม่
มีประวตั ิศาสตร์อนั ยาวนาน ซ้ายงั เคยเป็นราชธานีและเป็นศนู ยก์ ลางความเจริญรุ่งเรืองในทุกดา้ น
ของอาณาจกั รลา้ นนา จึงทาใหเ้ ชียงใหม่รับเอาวฒั นธรรมจากต่างถิ่นเขา้ มาผสมผสานกบั วฒั นธรรม
ของตน รวมท้งั ยงั ไดร้ ับวฒั นธรรมจากพระพทุ ธศาสนาเขา้ มาอีกทอดดว้ ย จึงทาใหเ้ ชียงใหมม่ ีการ
ผสมผสานหลอ่ หลอมวฒั นธรรมข้ึนมาใหม่กลายมาเป็นวฒั นธรรมอนั มีเอกลกั ษณ์เฉพาะตน

4. ประเพณี
ประเพณี วิถีชีวิตคนเมือง วฏั จกั รชีวิตของชาวลา้ นนา เชียงใหม่ เก่ียวขอ้ งกบั ประเพณี

พิธีกรรม ความเชื่อมานบั แต่อดีตจนถึงปัจจุบนั วถิ ีชีวิตในแต่พ้ืนถ่ินอาจแตกต่างกนั ไปตามสภาพภมู ิ
ประเทศ รวมท้งั ประเพณีพิธีกรรม ความเชื่อ ตา่ งๆก็อาจแตกต่างกนั ไปตามสังคมวฒั นธรรมน้นั ๆ

4

4.1 ประเพณีสงกรานต์
เชียงใหม่ไดร้ ับการยอมรับว่า เป็นสถานที่ท่ีจดั งานประเพณีสงกรานตท์ ่ีใหญท่ ี่สุดแห่งหน่ึง
ของประเทศไทย มีท้งั ชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมงาน ซ่ึงประเพณีสงกรานตน์ ้ีจดั ข้ึนระหวา่ ง
วนั ท่ี 13-15 เมษายน ของทกุ ปี ชาวเชียงใหม่เรียกวนั สงกรานตว์ า่ “วนั ปี๋ ใหม”่ หรือเรียกวา่ “วนั
สงั ขารลอ่ ง” กลา่ วคือเป็นวนั สิ้นสุดศกั ราชเก่า ตอ้ นรับศกั ราชใหม่ คาวา่ สังขารลอ่ ง มีความหมายวา่
อายสุ งั ขารของเราไดล้ ่วงเลยผา่ นพน้ ไปอีกปี หน่ึง หรือ แก่ไปอีกหน่ึงปี นน่ั เอง ชาวเชียงใหมม่ ีการ
จดั ขบวนแห่พระพทุ ธรูปคบู่ า้ นคูเ่ มืองเมือง ไดแ้ ก่ พระพุทธสิหิงค์ และขบวนแห่นางสงกรานตท์ ี่
ประดบั ประดาตกแตง่ อยา่ งอลงั การแห่รอบเมืองเชียงใหม่ รวมท้งั มีการทรงน้าพระพทุ ธรูป
คู่บา้ นคู่เมือง ทรงน้าพระสงฆ์ การก่อพระเจดียท์ ราย รดน้าดาหวั ผใู้ หญ่ การเล่นสาดน้ากนั รวมท้งั
ยงั มีการละเล่นต่างๆ อยา่ งสนุกสนานอีกดว้ ย

ภาพท่ี1 : ภาพประกอบประเพณีสงกรานต์
hsottnpgsk:/r/ai1n..wjppg.?croemsi/ztera=v1e1l4b0lo%g.2eCxp5e5d0i&a.scsol=.th1/wp-content/uploads/2017/04/cover-

5

4.2 ประเพณีเข้าอนิ ทขลี
ประเพณีเขา้ อินทขิลเป็นประเพณีที่ชาวเชียงใหมป่ ฏิบตั ิสืบทอดกนั มาชา้ นานแลว้ เม่ือถึง
เดือนพฤษภาคมไปจนถึงตน้ เดือนมิถุนายน ตรงกบั วนั แรม 13 ค่า เดือน 8 ซ่ึงเรียกวา่ “วนั เขา้ อิน
ทขลิ ” ระหวา่ งน้ี ชาวเชียงใหมจ่ ะร่วมกนั ประกอบพิธีบชู าอินทขิล อนั เป็นเสาหลกั เมือง ซ่ึงอยทู่ ่ีวดั
เจดียห์ ลวง ใจกลางเมืองเชียงใหม่ การประกอบพธิ ีบชู าเสาอินทขลิ น้ีก็เพ่ือใหเ้ กิดความร่มเยน็ เป็น
สุขในบา้ นเมือง

ภาพท่ี2 : ภาพประกอบประเพณีเขา้ อินทขลี
https://www.yourtripthailand.com/th/content/9058/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%
E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%
9A%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0
%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%82
%E0%B8%B4%E0%B8%A5-%E0%B8%93-
%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8
%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E
0%B8%A7%E0%B8%87-
%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9
%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88

6

4.3 ประเพณยี ่ีเป็ ง
เม่ือวนั เพญ็ เดือนสิบสอง หรือวนั ข้ึน 15 ค่า เดือน 12 อนั เป็นช่วงเวลาของเดือนหงายและ
เป็นช่วงที่แม่น้า ลาคลองเตม็ เป่ี ยมดว้ ยน้า ชาวเชียงใหมไ่ ดพ้ ร้อมใจกนั จดั ประเพณีที่สาคญั และมี
ความสวยงามอยา่ งยงิ่ ข้นึ เรียกวา่ “ประเพณียเ่ี ป็ง หรือ ประเพณีเดือนสิบสอง” (คนไทยทวั่ ไปรู้จกั
กนั คอื ประเพณีลอยกระทง) ในช่วงเชา้ ของวนั ยเ่ี ป็ง ชาวเชียงใหมจ่ ะเขา้ วดั ทาบญุ ตกั บาตร ฟังเทศน์
รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา พอตกตอนค่ากจ็ ะเร่ิมประกอบพิธีลอยขโมด อนั เป็นความเช่ือเก่ียวกบั
การปลดปล่อยทุกขแ์ ละสิ่งไม่ดีท้งั หลายใหล้ ่องลอยออกไปกบั โคมลอย หรือเรียกอีกอยา่ งคอื พิธี
ปลอ่ ยโคมลอย นอกจากน้นั ชาวเชียงใหม่ยงั ประกอบพธิ ีลอยกระทง ตลอดจนมีการจดั งานการ
ประกวดกระทง และการประกวดนางนพมาศข้ึนอีกดว้ ย ซ่ึงไดร้ ับความสนใจเป็นอยา่ งมากท้งั จาก
ชาวไทยและชาวตา่ งชาติ

ภาพท่ี3 : ภาพประกอบประเพณียเ่ี ป็ง
https://pantip.com/topic/34602316

7

4.4 จุลกฐิน
จุลกฐิน เป็นประเพณีที่จดั ข้ึนในช่วงเทศกาลกฐิน ภายหลงั จากท่ีออกพรรษาแลว้ จุลกฐิน
หรือเรียกอีกอยา่ งวา่ กฐินแลน่ มีลกั ษณะท่ีพิเศษคือ เป็นกฐินท่ีตอ้ งอาศยั พลงั ความสามคั คีคนหมู่
มาก และตอ้ งรีบทาใหเ้ สร็จภายในกาหนดหน่ึงวนั ดงั น้นั ทุกฝ่ายจึงตอ้ งช่วยกนั ทา แบง่ หนา้ ที่กนั ทา
เพอ่ื ใหเ้ ร็วข้ึน เช่น บางคนทาฝ้าย บางคนกรอ บางคนตดั บางคนเยบ็ บางคนยอ้ ม เป็นตน้ ท้งั น้ีเพื่อ
จะใหเ้ สร็จทนั เวลา เมื่อทาเสร็จก็สามารถทอดถวายที่วดั ไดเ้ ลย ในส่วนชาวเชียงใหม่น้นั เมื่อทาผา้
จุลกฐินเสร็จก็จะร่วมขบวนแห่กนั ดว้ ยความร่าเริงสนุกสนาน มีตีกลองสะบดั ชยั และมีการฟ้อนเจิง
อนั เป็นศิลปะพ้ืนเมืองด้งั เดิมของชาวเชียงใหมใ่ นช่วงของการแห่ขบวนจุลกฐิน

ภาพที่4 : ภาพประกอบประเพณีจุลกฐิน
https://panupong084.wordpress.com/2015/04/10

8

4.5 ประเพณีขึน้ พระธาตุ/สรงนา้ พระธาตุ
วนั เดือน 8 เพญ็ (เหนือ) เป็นวนั ท่ีมีความสาคญั ทางพุทธศาสนามาก กล่าวคอื ตรงกบั วนั
ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพทุ ธเจา้ เป็นวนั ท่ีชาวพทุ ธทวั่ โลกทาพิธีราลึกถึงพระมหา
กรุณาธิคณุ ของพระองคโ์ ดยการทาบญุ ถวายภตั ตาหารแด่พระสงฆแ์ ละรักษาศีล ฟังเทศนป์ ฏิบตั ิ
ธรรมกนั ทว่ั ไป ในลา้ นนาไทย ประชาชนนิยมพากนั ไปสู่บุญสถานท่ีสาคญั ๆ เช่น ในจงั หวดั
เชียงใหม่ ก็จะพากนั ไปวดั พระธาตุดอยสุเทพ เป็นตน้
นอกจากการสร้างประเพณีไปไหวพ้ ระธาตทุ ่ีสาคญั ๆ แลว้ คนโบราณของลา้ นนายงั สร้าง
คา่ นิยมใหบ้ งั เกิดข้นึ กบั ประชาชนดว้ ยการใหป้ ระชาชน “ชุธาต”ุ คอื ถือเอาพระธาตุเจดียน์ ้นั เป็นที่พ่งึ
ของตนดว้ ย พระธาตเุ จดียท์ ่ีกล่าวถึงน้ีก็คือพระเจดียท์ ่ีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจา้ ท่ี
ไดฐ้ าปนาไวต้ ามสถานที่ต่าง ๆ เช่น พระธาตดุ อยสุเทพ พระบรมธาตศุ รีจอมทอง ฯลฯ ตามประเพณี
ชาวเหนือถือกนั วา่ คนเกิดปี ใดจะตอ้ งไปสกั การะบชู าพระธาตทุ ่ีน้นั จึงจะเป็นศิริมงคลแก่ตนใหม้ ี
อายยุ นื มีบญุ อานิสงส์มาก มีดงั น้ี
1. คนเกิดปี ไจ้ คือปี ชวด พระธาตปุ ระจาปี เกิดคือ พระธาตุศรีจอมทอง อาเภอจอมทอง
จงั หวดั เชียงใหม่
2. คนเกิดปี เป้า คือปี ฉลู พระธาตปุ ระจาปี เกิดคือ พระธาตุลาปางหลวง อาเภอเกาะคา
จงั หวดั ลาปาง
3. คนเกิดปี ยี คือปี ขาล พระธาตปุ ระจาปี เกิดคอื พระธาตชุ ่อแฮ อาเภอเมือง จงั หวดั แพร่
4. คนเกิดปี เหมา้ คือปี เถาะ พระธาตุประจาปี เกิดคอื พระธาตแุ ช่แหง้ อาเภอเมือง จงั หวดั
น่าน
5. คน เกิดปี สี คือปี มะโรง พระธาตปุ ระจาปี เกิดคือ พระเจดียพ์ ระสิงหอ์ าเภอเมือง จงั หวดั
เชียงใหม่ บางคนวา่ ปี น้ีคนชุ “พระสิงค”์ หรือ “พุทธสิหิงค”์
6. คนเกิดปี ไส้ คือปี มะเส็ง พระธาตปุ ระจาปี เกิดคือ พระเจดียศ์ รีมหาโพธ์ิ ท่ีพทุ ธคยา
ประเทศอินเดีย เจดียเ์ จ็ดยอด วดั มหาโพธาราม จงั หวดั เชียงใหม่
7. คนเกิดปี สะงา้ คอื ปี มะเมีย พระธาตปุ ระจาปี เกิดคอื พระธาตยุ า่ งกงุ้ หรือ ชะเวดากอง
ประเทศพมา่
8. คนเกิดปี เม็ด หรือปี มะแม พระธาตุประจาปี เกิดคือ พระธาตดุ อยสุเทพ อาเภอเมือง
จงั หวดั เชียงใหม่
9. คนเกิดปี สัน คือปี วอก พระธาตุประจาปี เกิดคือ พระธาตุพนม จงั หวดั นครพนม

9

10. คนเกิดปี เลา้ หรือปี ระกา พระธาตปุ ระจาปี เกิดคอื พระธาตหุ ริภุญชยั อาเภอเมือง
จงั หวดั ลาพนู

11. คนเกิดปี เส็ด คือปี จอ พระธาตปุ ระจาปี เกิดคือ พระธาตเุ กศแกว้ จุฬามณีบนสวรรคช์ ้นั
ดาวดึงส์หรือวดั เกตุการาม อาเภอเมือง จงั หวดั เชียงใหม่

12. คนเกิดปี ไค้ คือปี กนุ พระธาตปุ ระจาปี เกิดคือ พระธาตุดอยตุง อาเภอแม่สาย จงั หวดั
เชียงราย

พระธาตุประจาปี เกิดน้ีถือวา่ หากผใู้ ดเกิดปี ไหนแลว้ ควรไปนมสั การกราบไหวพ้ ระธาตุ
น้นั ๆ กจ็ ะไดอ้ านิสงส์มาก สาหรับผทู้ ี่อยหู่ ่างไกลจากพระธาตุที่ประจาปี เกิดของตนเดินทางไปไม่
ถึง กใ็ หก้ ราบไวเ้ อาเองหรือไปขอผทู้ ่ีวาดรูปเป็น วาดใส่แผน่ ผา้ หรือแผน่ กระดานใหน้ ามาสักการะ
บชู ากไ็ ด้

ภhtาtpพsท:/ี่5/c:btภthาaพiปlaรnะd.กdอasบtaป.oรrะ.เtพh/ณwีeขb้ึนaพppร/ะreธlาaตtt/ุrสacรtงioนn้า/พcoรnะteธnาtต/2ุ 663/

10

4.6 ประเพณเี ข้าพรรษา
ชาวลา้ นนามกั ออกเสียงวา่ “เขา้ วสั สา” คือการที่พระสงฆอ์ ยปู่ ระจาที่ใดที่หน่ึง
ในช่วงฤดูฝน พระสงฆจ์ ะตอ้ งหยดุ การเดินทางไปที่ตา่ งๆ และพกั อยทู่ ่ีใดที่หน่ึงโดยไม่ไปแรมคนื ท่ี
อื่นภายในกาหนด 3 เดือน เรียกวา่ เขา้ วสั สา ต้งั แตว่ นั แรม 1 ค่า เดือน 10 เหนือ ไปจนถึงวนั ข้ึน 15
ค่า เดือนเก๋ียง(เดือน 11 ภาคกลาง)เม่ือถึงวนั น้ีชาวพทุ ธท้งั หลายจะพากนั ไปใส่บาตร รับศีล ตอน
กลางคืนมีการถวายเทียนเขา้ พรรษา ก่อนจะถึงวนั หรือเวลาถวายเทียน มกั จะมีการแห่เทียนพรรษา
ไปตามหมู่บา้ นตา่ งๆ เป็นที่สนุกสนาน มกั จะมีทานขนั ขา้ วหาคนตาย รวมท้งั การทานแด่พอ่ แม่ ป่ ูยา่
ตายาย ท่ียงั มีชีวติ อยดู่ ว้ ย ในช่วงเขา้ พรรษาชาวบา้ นส่วนใหญจ่ ะไปทาบุญที่กนั ทกุ วนั พระ มีการฟัง
เทศน์ ฟังธรรม คนเฒ่าคนแก่จะมีการไปนอนวดั จาศีล สาหรับคนทว่ั ไปบางคนกต็ ้งั ใจใน การงดเวน้
บาปและถือศีล เช่น รักษาอุโบสถศีลตลอดพรรษางดเวน้ ด่ืมสุรา งดเวน้ เน้ือสัตวต์ ลอดพรรษา เป็น
ตน้ ทางราชการยงั ไดถ้ ือเอาวนั เขา้ พรรษาทุกปี เป็นวนั ตน้ ไมแ้ ห่งชาติอีกดว้ ย

ภาพที่6 : ภาพประกอบประเพณีเขา้ พรรษา
https://www.topchiangmai.com/culture/

11

4.7 ประเพณีออกวัสสา หรือ ออกพรรษา
คอื วนั สิ้นเทศกาลเขา้ พรรษาสิ้นระยะไตรมาส (3เดือน) ในวนั ข้นึ 15 ค่า เดือนเก๋ียงเหนือ
(เดือน 11 ภาคกลาง) และ ในวนั น้ีทางสงฆจ์ ะจดั พธิ ีเรียกว่า วนั มหาปวารณา คาวา่ ปวารณา แปลวา่
อนุญาตหรือยอมใหว้ า่ กลา่ วถึงขอ้ ที่ผิดพลาดลว่ งเกินระหว่างที่จาพรรษาอยดู่ ว้ ยกนั หลงั จากวนั แรม
1 ค่า เดือนเก๋ียงไปแลว้ พระสงฆจ์ ะไปแรมคนื ท่ีอื่นก็ได้ ก่อนวนั ออกพรรษาหน่ึงวนั ซ่ึงตรงกบั วนั
อาสาฬหบชู า ชาวบา้ นจะมีการทาอาหาร ขนม เพื่อนาไปทาบุญเป็นพิเศษ เช่นเดียวกบั เขา้ พรรษา
ส่วนในวนั ออกพรรษาจริงน้นั บางแห่งจดั ทาบุญใส่บาตรเทโวคือ ในวนั น้ีพระสงฆจ์ ะทาพิธีทาง
ศาสนาในพระอุโบสถตอนรุ่งอรุณ ซ่ึงพอดีกบั ฟ้าสางพระอาทิตยข์ ้ึน หมู่พระสงฆจ์ ะเดินออกจาก
พระอุโบสถซ่ึงชาวบา้ นสมมติกนั วา่ พระพทุ ธเจา้ เสดจ็ ลงมาจากสวรรคช์ ้นั ดาวดึงส์ เมื่อคร้ังท่ี
พระองคเ์ สด็จข้นึ ไปโปรดพระพุทธมารดา ระหวา่ งท่ีหมู่พระสงฆเ์ ดินเรียงมาน้ีชาวบา้ นผทู้ าบญุ กจ็ ะ
ทาพิธีใส่บาตรดว้ ย ขา้ วสุกบา้ ง ขา้ วตม้ บา้ ง ขนมท่ีเตรียมไวบ้ า้ ง ซ่ึงปัจจุบนั นิยมใส่บาตรดว้ ย
ขา้ วสารอาหารแหง้ พอตอนสายๆ ชาวบา้ นจะทาบุญท่ีเรียกวา่ ทานขนั เขา้ ใหก้ บั ญาติที่ตายไปอีก

ภาพท่ี7 : ภาพประกอบประเพณีออกวสั สา หรือ ออกพรรษา
https://mgronline.com/local/detail/9630000101045

12

5.วัฒนธรรม
เชียงใหมม่ ีวฒั นธรรมท่ีโดดเด่นและมีความเป็นเอกลกั ษณะเฉพาะ เพราะเชียงใหม่ไดร้ ับ
อิทธิผลทางดา้ นวฒั นธรรมมาจากหลายแห่ง ไมว่ า่ จะเป็น จากลาว ญวน มอญ เป็นตน้ บวกกบั การท่ี
เคยเป็นศูนยก์ ลางทางวฒั นธรรมและความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจกั รลา้ นนาในอดีต จึงทาใหม้ ีการ
หล่อหลอมวฒั นธรรมต่างๆเขา้ เป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกบั วฒั นธรรมของตน จนทาใหต้ นเองมีความ
โดดเด่นทางดา้ นวฒั นธรรมข้ึนมา อาทิ วฒั นธรรมการแตง่ กาย วฒั นธรรมการสร้างบา้ นเรือน
วฒั นธรรมการใชภ้ าษา เป็นตน้
5.1 วัฒนธรรมการแต่งกาย
ชาวเชียงใหมม่ ีวฒั นธรรมอนั เป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั อยา่ งหน่ึงคือ เป็นคนท่ีชอบรักสวย
รักงาม ดงั น้นั วฒั นธรรมการแต่งกายจึงดูออกมาสวยงาม การแตง่ กายของชาวเชียงใหม่น้ีท่ีนิยมแต่ง
กนั คือ การแต่งกายดว้ ยชุดพ้ืนเมืองเชียงใหม่ ซ่ึงเป็นชุดยอ้ นยคุ ของผคู้ นชาวลา้ นนาในอดีต เป็นชุด
ที่นิยมแตง่ กนั เวลามีงานหรือกิจกรรมสาคญั ๆ เช่น ไปทาบุญที่วดั ร่วมประเพณียเี่ ป็ง ร่วมกิจกรรม
ยอ้ นยคุ ตา่ งๆ เป็นตน้ ส่วนใหญช่ ุดพ้ืนเมืองทามาจากผา้ ฝ้าย อนั เป็นพชื ท่ีนิยมปลูกกนั ในบริเวณ
ภาคเหนือของไทย ในปัจจุบนั พบวา่ ส่วนใหญผ่ คู้ นชาวเชียงใหม่ไมค่ ่อยมีใครนิยมแตง่ กายดว้ ยชุด
พ้ืนเมือง เวลาออกไปเรียนหรือทางาน เพราะเป็นการขดั ต่อวฒั นธรรมสมยั ใหมน่ น่ั เอง ดงั น้นั เราจะ
เห็นชาวเชียงใหมแ่ ต่งกายดว้ ยชุดพ้นื เมืองกเ็ วลาอยบู่ า้ น มีงาน ประเพณี หรือกิจกรรมที่สาคญั
เท่าน้นั

ภาพท่ี8 : ภาพประกอบวฒั นธรรมการแต่งกาย
08%h%1ttE%pB0sE%:8/0/%Bm%88aB1%y%8p9%lE5eb%0Bl%2oE%gB0.%w8E%0oB%rB9d%B2p%r88e%8sEs%A0.c%E3o%0mB%8E/%%B0%E8A%0B2%/897%B%88%E1

13

5.2 วฒั นธรรมการสร้างบ้านเรือน
ชาวเชียงใหมน่ ิยมสร้างบา้ นเรือนตามฐานะของตน ผทู้ ี่มีฐานะดีหน่อยจะสร้างบา้ นท่ีมีการ
ประดบั ตกแตง่ อยา่ งสวยงามเหมาะสมตามฐานะของตน ขณะที่คนมีฐานะยากจนขดั สนจะสร้าง
บา้ นกเ็ พียงแค่เป็นที่ซุกหวั นอนพอยงั อตั ภาพให้เป็นไปเท่าน้นั ดงั น้นั การสร้างบา้ นจึงดูออกมา
ต่างกนั อยา่ งไรก็ตาม วฒั นธรรมการสร้างบา้ นของชาวเชียงใหม่น้นั อาจแบ่งลกั ษณะการสร้างตาม
ฐานะได้ 2 แบบ คือ บา้ นของคนมีฐานะร่ารวย กบั บา้ นของคนยากจน
บา้ นของคนมีฐานะร่ารวยน้นั จะเป็นบา้ นท่ีมีขนาดใหญ่ สร้างดว้ ยไมเ้ น้ือแขง็ ส่วนใหญ่
นิยมสร้างดว้ ยไมส้ ัก ส่วนบริเวณจวั่ หลงั คาบา้ น นิยมประดบั ประดาตกแต่งดว้ ยกาแล อนั เป็นไม้
ประดบั บนยอดจว่ั หลงั คาของบา้ นลา้ นนาของภาคเหนือ บา้ นประเภทน้ีเรียกวา่ เรือนกาแล เหตุผล
ท่ีตกแต่งดว้ ยกาแลก็เพราะความเชื่อท่ีวา่ กาแลสามารถช่วยป้องกนั อีกาหรือนกไมใ่ หม้ าเกาะบน
หลงั คาบา้ น อีกอยา่ งกเ็ พ่ือป้องกนั ส่ิงอปั มงคลท้งั หลายไม่ใหเ้ ขา้ มาภายในบา้ น
ส่วนบา้ นของคนยากจน จะเป็นบา้ นที่มีขนาดเลก็ ใชว้ สั ดุท่ีพอหาไดต้ ามทอ้ งถ่ินของตน
เช่น ไมไ้ ผ่ ใบตองตึง และไมช้ นิดต่างๆ เป็นตน้ สาหรับผูท้ ่ีมีฐานะดีข้นึ มาหน่อย อาจสร้างบา้ น
เหมือนผมู้ ีฐานะดีก็ได้ แต่กจ็ ะมีขนาดเลก็ ลดหลงั่ ตามฐานะของตน ส่วนใหญ่บา้ นประเภทน้ีมกั พบ
ตามชานเมืองท่ีอยนู่ อกเมืองออกไป
ในปัจจุบนั พบวา่ วฒั นธรรมการสร้างบา้ นของชาวเชียงใหม่เปล่ียนไป กลา่ วคือ มีการ
สร้างบา้ นทรงยุโรป หรือทรงตะวนั ตกกนั มากข้นึ มีการนาวสั ดุที่มีราคาเพยี งมาใชใ้ นการสร้างบา้ น
และมีการประดบั ตกแต่งบา้ นดว้ ยวสั ดุเคร่ืองประดบั อยา่ งหรูหรา

ภาพที่9 : ภาพประกอบวฒั นธรรมการสร้างบา้ นเรือน
https://art-culture.cmu.ac.th/Lanna/articleDetail/859

14

5.3 วฒั นธรรมการใช้ภาษา
ชาวเชียงใหม่มีภาษาใชส้ ่ือสารเป็นของตนเองที่นอกเหนือจากภาษาไทย และเรียกภาษา
ของตนวา่ ภาษาลา้ นนา หรือ คาเมือง ซ่ึงเป็นภาษาที่มีใชก้ นั มานานต้งั แต่เมื่อคร้ังอาณาจกั รลา้ นนา
แลว้ และไดส้ ืบทอดต่อๆกนั มา มีการดดั แปลงสาเนียงการพดู บา้ ง ตวั อกั ษรบา้ ง โครงสร้างทางภาษา
บา้ ง เพอ่ื ใหม้ ีความเหมาะสมกบั บริบทแต่ละทอ้ งถิ่น ชาวเชียงใหม่นิยมใชภ้ าษาลา้ นนาหรือคาเมือง
พดู สื่อสารกนั ในชีวิตประจาวนั ตวั อยา่ งเช่น มืนตา (ลืมตา) ขา้ เจา้ (ดิฉนั ) เปิ่ น (เขา) บ่อห้ือ (ไมใ่ ห)้
เวยๆ (ไวๆ) ฯลฯ และมีนอ้ ยนกั ท่ีจะพดู ภาษาไทยอนั เป็นภาษากลางกนั ยกเวน้ ในกรณีท่ีพบปะ
พดู คยุ กนั อยา่ งเป็นทางกนั เช่น ในหอ้ งเรียน ในที่ประชุมใหญ่ๆ พิธีการที่สาคญั ๆ เป็นตน้
ชาวเชียงใหม่ยงั นิยมเรียนภาษาลา้ นนาหรือคาเมืองกนั ตามโรงเรียนอีกดว้ ย ซ่ึงพบเห็นได้
ทว่ั ๆไปในโรงเรียนในเชียงใหมแ่ ละบางแห่งยงั ไดเ้ อาภาษาลา้ นนาหรือคาเมืองเป็นวิชาเลือกของ
โรงเรียนอีกดว้ ย นอกจากน้นั แลว้ ชาวเชียงใหม่ยงั ไดม้ ีการนาภาษาลา้ นนาหรือคาเมืองมาเขียนเทียบ
คู่กบั ภาษาไทยตามป้ายประชาสัมพนั ธ์หรือช่ือสถานที่ที่สาคญั ๆ เช่น โรงเรียน วิทยาลยั
มหาวิทยาลยั หน่วยงานราชการอื่นๆ เป็นตน้
ความงดงามและความเป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะดา้ นการใชภ้ าษา เป็นผลทาใหเ้ ชียงใหมม่ ีความ
โดดเด่นข้ึนมาและเป็นมนตเ์ สน่หท์ ่ีดึงดูดความสนใจของผคู้ นจากทว่ั มุมโลกใหไ้ ปเท่ียวชม ไป
ศึกษาเรียนรู้ถึงความล้าค่าน้ี ที่นอกเหนือจากความงดงามและความล้าค่าทางดา้ นโบราณสถาน
โบราณวตั ถแุ ละธรรมชาติ เชียงใหมจ่ ึงเป็นเมืองๆหน่ึงที่มีนกั ท่องเท่ียวเดินทางมาเที่ยวชมเป็น
จานวนมาก

=คาเมือง

ภาพที่10 : ภาพประกอบวฒั นธรรมการใชภ้ าษา
%Eh8%t0tBp%98s9B:%/%/8tBh%E4.0wB%%i2kEB%i0p8%Ee%d0Bi%Ba9.7B%o%r98g%E8/w0%8%i4Ek%Bi0/%E8%%0EB%A08%B%D8B9%98%%97EA%00E%%0BE%90B%%88B%08%A%E2B%02%E%0BE%80%B%8AB%B89%%6EA%09E%%0B

15

บรรณานุกรม
รองศาสตราจารยล์ ิปิ กร มาแกว้ . หลกั สูตรทศั นศิลป์ คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา ภาคพายพั เชียงใหม่. สืบคน้ 16 สิงหาคม 2565.
จาก http://artjedyod.com/artinter/wp-content
พระมหาสุรศกั ด์ิ สุรเมธี (ชะมารัมย)์ นิสิตคณะมนุษยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลยั วทิ ยาเขตนครราชสีมา. (ไมร่ ะบุ) . ประเพณีและวฒั นธรรมของจงั หวดั เชียงใหม่.
สืบคน้ 16 สิงหาคม 2565 . จาก https://sites.google.com/site/deerlovejew

16

ประวตั ิผ้จู ัดทา
ช่ือ: สามเณรทกั ษด์ นยั แสงแกว้
ว/ด/ป เกิด : วนั เสาร์ ที่30 เดือน มิถนุ ายน พ.ศ.2544
รหสั นกั ศึกษา: 6310540211005
สาขาวชิ าการสอนภาษาองั กฤษ คณะศึกษาศาสตร์ ช้นั ปี ที่3
มหาวทิ ยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลยั วิทยาเขตลา้ นนา เชียงใหม่

ประวตั ิการศึกษา
ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ : บา้ นเวยี งหอม อ.แมส่ าย ต.แมส่ าย จ.เชียงราย พ.ศ.2548
ระดบั อนุบาล: โรงเรียนบา้ นสันทราย อ.แม่สาย ต.แม่สาย จ.เชียงราย พ.ศ.2549 - 2550
ระดบั ประถมศึกษา: โรงเรียนบา้ นสันทราย อ.แม่สาย ต.แมส่ าย จ.เชียงราย
พ.ศ.2551 - 2556
ระดบั มธั ยมศึกษา: โรงเรียนวดั ไชยสถานวทิ ยา อ.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
พ.ศ.2557 - 2562
ปัจจุบนั ศึกษา: มหาวิทยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตลา้ นนา ต.พระสิงห์ อ.เมือง
เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พ.ศ.2563 – ปัจจุบนั

ทีอ่ ยู่ปัจจุบัน
วดั ป่ าไผศ่ รีโขง 68 หมู่10 ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ 50220




Click to View FlipBook Version