ร้อยกรอง ร้อยกรอง (Poetry) หากพิจารณาความหมายสามารถแยกได้เป็น ๒ ค า คือค าว่า ร้อย กับค าว่า กรอง * ร้อย เป็นค ากริยา หมายถึง การเรียงร้อยหรือการเรียบเรียง ถ้อยค า * กรอง เป็นค ากริยา หมายถึง การกลั่นกรอง การคัดเลือก คัดสรร ถ้อยค าด้วยความประณีต สละสลวย ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ร้อยกรอง ร้อยกรอง (Poetry) จึงหมายถึง การเรียบเรียงถ้อยค าด้วยประณีต ในภายหลังได้เพิ่มก าหนด ข้อบังคับต่างๆ เข้าไปในร้องกรอง ท าให้ร้อย กรองมีลักษณะที่แตกต่างกันมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะแยกร้อยกรองออกเป็น ประเภทต่างๆ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
การประพันธ์บทร้อยกรอง บทร้อยกรองที่เราได้พบเห็น ได้รู้จัก เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของ บรรพบุรุษ ที่ได้รับการสืบทอดมาในยุคปัจจุบัน ดังนั้นการประพันธ์หรือการแต่งบทร่อยกรอง จึงไม่ใช่เพียงการน าค า มาเรียงต่อๆ กันเท่านั้น แต่ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทาง ภูมิปัญญาที่ส าคัญอย่างหนึ่งของไทย เป็นสิ่งที่สื่อให้เห็นคุณค่าของ วรรณศิลป์ในบทร้อยกรอง ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
จุดมุ่งหมายในการประพันธ์บทร้อยกรอง ๑. เพื่ออธิบาย เป็นการแจกแจงวิธีอ่าน วิธีใช้ ให้ผู้อ่านเข้าใจ ๒. เพื่อเล่าเรื่อง เป็นการน าเอาเรื่องราวต่างๆ หรือประสบการมา ถ่ายทอดเป็นงานเขียน ๓. เพื่อโฆษณาจูงใจ เนื่องจากเป็นการใช้ภาษาที่น่าสนใจ มีความ สละสลวย จึงเป็นการดึงดูดใจผู้อ่าน ๔. เพื่อปลุกใจ เป็นการเขียนเพื่อให้ผู้อ่านมีความรู้สึกเดียวกัน เกิดความรู้สึกฮึกเหิมเข้มแข็ง ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
๕. เพื่อสร้างจินตนาการ เป็นการเขียนเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพหรือให้ มีอารมณ์ตามผู้เขียน ๖. เพื่อล้อเลียน เสียดสี เป็นการเขียนเพื่อต้องการต าหนิสิ่งใดสิ่ง หนึ่ง แต่ใช้วิธีการแบบทีเล่นทีจริงไม่รุนแรงและมีการแทรกอารมณ์ขันไว้ ๗. เพื่อแสดงความคิดเห็น เป็นการวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์หรือ แนะน า การเขียนในลักษณะต้องมีหลักเกณฑ์ มีข้อเท็จจริง ๙. เพื่อสร้างความเพลิดเพลิน เพราะเป็นวิธีการหนึ่งเพื่อให้เกิด ความสนุกสนาน การจรรโลงใจ ผ่านการอ่านร้อยกรอง ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ในปัจจุบัน ได้เกิดบทร้อยกรองแนวใหม่ๆ ซึ่งเกิดจากการสร้างสรรค์ให้ มีรูปแบบของบทร้อยกรองผู้คนให้ความสนใจ ลดกฎเกณฑ์ ข้อก าหนดใน การแต่งร้อยกรองลง จึงได้ร้อยกรองรูปแบบใหม่ เช่น - บทร้อยกรองไร้ฉันทลักษณ์ - บทร้อยกรองวรรณรูป - บทร้อยผสานหลายรูปแบบ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
โคลง โคลง เป็นค าประพันธ์ชนิดหนึ่ง มีวิธีการเลือกสรรค า เพื่อให้เข้ากับบังคับ มีก าหนดคณะหรือฉันทลักษณ์ มีก าหนด ค าเอก ค าโทและสัมผัสให้คล้องจองกัน ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
โคลงสี่สุภาพ โคลงสี่สุภาพ เป็นประเภทหนึ่งของโคลงสุภาพ ค าว่า สุภาพ หรือ เสาวภาพ ในความหมายนี้คือค าที่ไม่ปรากฏรูป วรรณยุกต์ ยกเว้นค าในต าแหน่งที่บังคับให้มีรูปวรรณยุกต์ เอกและรูปวรรณยุกต์โท ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์ ค าประพันธ์ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย วรรณรูป กลบท โคลงสุภาพ โคลงดั้น โคลงโบราณ โคลง กระทู้ โคลงห้า โคลงสี่ สุภาพ โคลงสาม สุภาพ โคลงสอง สุภาพ
ความนิยมในการใช้โคลงสี่สุภาพในการแต่งค าประพันธ์ โคลงสี่สุภาพ ปรากฏในวรรณกรรมไทย ตั้งแต่สมัย อยุธยาตอนต้น ปรากฏในมหาชาติค าหลวงเป็นเรื่องแรก และ มีวรรณกรรมที่แต่งด้วยโคลงสี่สุภาพ 3 เรื่อง ได้แก่ โคลงนิราศ หริภุญชัย โคลงมังทราตีเชียงใหม่ และลิลิตพระลอ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
สมัยอยุธยาตอนกลาง วรรณกรรมที่ใช้โคลงสี่สุภาพ ได้แก่ - โคลงเรื่องพาลีสอนน้อง - โคลงทศรถสอนพระราม - โคลงราชสวัสดิ - โคลงนิราศนครสวรรค์ - โคลงเฉลิมพระเกียรติพระนารายณ์มหาราช - กาพย์ห่อโคลง - โคลงอักษรสามของพระศรีมโหสถ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
สมัยอยุธยาตอนปลาย ได้แก่ - โคลงนิราศพระบาท - โคลงนิราศเจ้าฟ้าอภัย - กาพย์ห่อโคลงพระราชนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
สมัยธนบุรี ได้แก่ - โคลงยอพระเกียรติพระเจ้ากรุงธนบุรี - ลิลิตเพชรมงกุฎ สมัยรัตนโกสินทร์ วรรณกรรมที่ใช้โคลงสี่สุภาพที่เด่น ๆ ได้แก่ - ลิลิตตะเลงพ่าย - โคลงนิราศนรินทร์ - โคลงนิราศสุพรรณ - โคลงโลกนิติ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
โคลงสี่สุภาพ เป็นค าประพันธ์ที่กวีชอบแต่งและผ่านการ พัฒนามายาวนานจนมีฉันทลักษณ์ที่ลงตัวและเป็นแบบฉบับ ที่ยึดถือและใช้เป็นมาตรฐานในปัจจุบัน ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
แผนผังโคลงสี่สุภาพ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
แผนผังโคลงสี่สุภาพ ฉันทลักษณ์ - บังคับค าเอก ๗ ค า (สีแดง ) - บังคับค าโท ๔ ค า (สีน้ าเงิน) - สัมผัสนอก : สังเกตเส้นที่โยง - สัมผัสใน ไม่ได้บังคับ - สัมผัสระหว่างบท ไม่บังคับ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
แผนผังโคลงสี่สุภาพ คณะ - ๑ บท มี ๔ บาท ๓๐ - ๓๔ ค า - วรรคหน้า ๕ ค า - วรรคหลัง : บาทที่ ๑ และ ๓ มี ๒ ค า (เพิ่มค าสร้อยได้ บาทละ ๒ ค า) บาทที่ ๒ มี ๒ ค า บาทที่ ๔ มี ๔ ค า ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ค าสร้อย ค าสร้อย คือ ค าที่เพิ่มเข้ามาใช้เมื่อค าที่ใช้ในแต่ละบาท ไม่สามารถบรรยายให้จบความได้ หรือเพื่อให้เสียงท้ายวรรคอ่าน แล้วราบรื่น ไม่หยุดหรืออ่านแล้วชะงัก ค าสร้อยที่นิยมใช้กันเป็น แบบแผนมีทั้งหมด 18 ค า ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ยกตัวอย่างค าสร้อยที่กวีมักใช้ในการแต่งโคลงบ่อยๆ เช่น เทอญ มีความหมาย เชิงขอให้มี หรือ ขอให้เป็น นา มีความหมาย ดังนั้น เช่นนั้น นอ มีความหมาย เช่นเดียวกับค าอุทานว่า หนอ หรือ นั่นเอง รา มีความหมาย เถอะ เถิด ฤๅ มีความหมาย เชิงถาม เหมือนกับค าว่า หรือ แล มีความหมาย อย่างนั้น เป็นเช่นนั้น แฮ มีความหมาย เป็นอย่างนั้นนั่นเอง ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
การส่งสัมผัส - สัมผัสใน : ไม่บังคับสัมผัสใน แต่ถ้ามีจะท าให้โคลงสละสลวยขึ้น - สัมผัสนอก / สัมผัสระหว่างวรรค : ค าสุดท้ายบาทที่ ๑ สัมผัสกับค าสุดท้ายในวรรคหน้าของบาทที่ ๒ และ ๓ ค าสุดท้ายบาทที่ ๓ สัมผัสกับค าสุดท้ายในวรรคหน้าของบาทที่ ๓ - สัมผัสระหว่างบท ไม่บังคับ จะมีหรือไม่ก็ได้ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ค าเอกและค าโท - ค าเอก คือ ต าแหน่งค าที่มีรูปวรรณยุกต์เอก โคลง ๑ บท บังคับ ค าเอก ๗ ค า - ค าโท คือ ต าแหน่งค าที่มีรูปวรรณยุกต์โท โคลง ๑ บท บังคับ ค าโท ๔ ค า คือ ต าแหน่งค าเอก (อนุโลมให้ใช้ค าตายแทนได้) คือ ต าแหน่งค าโท ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ค าเอกโทษ ค าเอกโทษ คือ ค าที่มีความหมายและก ากับด้วยรูปวรรณยุกต์โท แต่มีความจ าเป็นที่ต้องแปลงให้เป็นค าที่มีรูปวรรณยุกต์เอก แม้ว่าค าที่มีรูป วรรณยุกต์เอกที่ได้เปลี่ยนจากค าที่มีรูปวรรณยุกต์โทแล้วนั้น ได้ค าที่มีไม่มี ความหมายแต่ยังคงให้มีความหมายเหมือนค าที่มีรูปวรรณยุกต์โทก ากับอยู่ เดิม เช่นค าว่า - สิ้นเลือด แปลงเป็น ซิ่นเลือด - ภพหล้า แปลงเป็น ภพล่า - หญ้า แปลงเป็น ย่า - เขี้ยว แปลงเป็น เคี่ยว ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ค าโทโทษ ค าโทโทษ คือ ค าที่มีความหมายและก ากับด้วยรูปวรรณยุกต์เอก แต่มีความจ าเป็นที่ต้องแปลงให้เป็นค าที่มีรูปวรรณยุกต์โท แม้ว่าค าที่มีรูป วรรณยุกต์โทที่ได้เปลี่ยนจากค าที่มีรูปวรรณยุกต์เอกแล้วนั้น ได้ค าที่มีไม่มี ความหมายแต่ยังคงให้มีความหมายเหมือนค าที่มีรูปวรรณยุกต์เอก ก ากับ อยู่เดิม เช่นค าว่า - เล่าเรื่อง แปลงเป็น เหล้าเรื่อง - ค่าจ้าง แปลงเป็น ข้าจ้าง - เซ่น แปลงเป็น เส้น - เล่น แปลงเป็น เหล้น ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ตัวอย่างโคลงสี่สุภาพที่ตรงตามฉันทลักษณ์ เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใดพี่เอย เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤาพี่ สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ (ลิลิตพระลอ) ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
อธิบายฉันทลักษณ์ - ค าเอก ได้แก่ เล่า ย่อม ทั่ว พี่ ตื่น พี่ และอย่าง รวม ๗ ค า - ค าโท ได้แก่ อ้าง หล้า อ้าและได้ รวม ๔ ค า - ค าสร้อย ได้แก่ พี่เอย และ ฤาพี่ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
อธิบายฉันทลักษณ์ - สัมผัสนอก คือ ใด – ใคร – ใหล และ หล้า – อ้า - สัมผัสใน บาทที่ ๑ คือ ลือ – เล่า, อ้าง บาทที่ ๒ คือ ย่อม – ยอ - ยศ บาทที่ ๓ คือ หลับ – ใหล บาทที่ ๔ คือ เอง – อ้า ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ตัวอย่างโคลงสี่สุภาพที่มีสัมผัสระหว่างบท บุเรงนองนามราชเจ้า จอมรา มัญเฮย พยุหแสนยา ยิ่งแกล้ว มอญม่านประมวลมา สามสิบ หมื่นแฮ ถึงอยุธเยศแล้ว หยุดใกล้นครา พระมหาจักรพรรดิเผ้า ภูวดล สยามเฮย วางค่ายรายรี้พล เพียบหล้า ด าริจักใคร่ยล แรงศึก ยกนิกรทัพกล้า ออกตั้งกลางสมร ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ตัวอย่างโคลงสี่สุภาพที่มีสัมผัสระหว่างบท พระมหาจักรพรรดิเผ้า ภูวดล สยามเฮย วางค่ายรายรี้พล เพียบหล้า ด าริจักใคร่ยล แรงศึก ยกนิกรทัพกล้า ออกตั้งกลางสมร บังอรอัคเรศผู้ พิศมัย ท่านนา นามพระสุริโยทัย ออกอ้าง ทรงเครื่องยุทธพิไชย เช่นอุปราชแฮ เถลิงคชาธารคว้าง ควบเข้าขบวนไคล ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์ สังเกต ว่าการส่ง สัมผัสระหว่างบท นิยมใช้สัมผัสสระ
ตัวอย่างโคลงสี่สุภาพที่มีเอกโทษ / โทโทษ และใช้ค าตายแทนค าเอก พันท้ายตกประหม่าสิ้น สติคิด โดดจากเรือทูลอุทิศ โทษร้อง พันท้ายนรสิงห์ผิด บทฆ่า เสียเทอญ หัวกับโขนเรือต้อง คู่เส้นท าศาล • เส้น คือค าโทโทษ มาจากค าว่า เซ่น เปลี่ยนเป็น เส้น เพื่อให้ได้ค าตรงกับ ต าแหน่งที่บังคับค าโท • จาก โทษ นร- กับ เป็นค าตาย ที่ใช้แทนต าแหน่ง ค าเอก ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ตัวอย่างโคลงสี่สุภาพที่มีเอกโทษ / โทโทษ และใช้ค าตายแทนค าเอก กระจงกระจิดหน้า เอ็นดู เดินร่อยเรี่ยงามตรู กระจ้อย เหมือนกวางอย่างตาหู ตีนกีบ มีเคี่ยวขาวน้อยช้อย แนบข้างเคียงสอง • เคี่ยว คือค าเอกโทษ มาจากค าว่า เขี้ยว เปลี่ยนเป็น เคี่ยว เพื่อให้ได้ค าตรงกับ ต าแหน่งที่บังคับค าเอก • จิด กระ- กีบ แนบ เป็นค าตาย ที่ใช้แทนต าแหน่งค าเอก ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ตัวอย่างโคลงสี่สุภาพที่ใช้ค าตายแทนค าเอก นาคีมีพิษเพี้ยง สุริโย เลื้อยบ่ท าเดโช แช่มช้า พิษน้อยหยิ่งโยโส แมงป่อง ชูแต่หางเองอ้า อวดอ้างฤทธี • ค าว่า พิษ อวด เป็นค าตาย ที่ใช้แทนต าแหน่งค าเอก ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
แบบฝึกทบทวน ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ให้น าค าที่ก าหนดให้ เติมในช่องว่างให้ได้โคลงสี่สุภาพ ที่มีใจความสมบูรณ์และถูกต้องตามฉันทลักษณ์ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
เพื่อนกิน.......................... แหนงหนี หาง่าย........................... มากได้ ......................... ถ่ายแทนชี- วาอาตม์ หากยากฝากผีไข้ ....................... จักหา ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์ วายชีพได้ เพราะค าขาน ยากแท้หยังถึง สิ้นทรัพย์แล้ว ยากแท้ เพื่อนเล่น เพื่อนตาย หลายหมื่นมี ส่อสันดาน
เสียสินสงวนศักดิ์ไว้ วงศ์หงส์ เสียศักดิ์สู้ประสงค์ ........................... เสียรู้เร่งด ารง ........................... ไว้นา เสียสัตย์...................... ชีพม้วยมรณา ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์ อย่าเสียสู้ ว่างได้ สงวนความรู้ เสียศักดิ์ เสียรู้ ความสัตย์ ความเก่ง สิ่งรู้ อย่าเสียใจ
ให้ข้อความที่ก าหนดให้ มาเรียงวรรคตอนใหม่ ให้ได้โคลงสี่สุภาพ ที่มีใจความสมบูรณ์และถูกต้องตาม ฉันทลักษณ์ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
ปางเสด็จประเวศด้าว ชลาลัย ................................. ............................ ................................. ............................ ................................. ............................ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์ ทรงรัตนพิมานชัย เจดีย์ระดะแซง กิ่งแก้ว เรือกระบวนต้นแพร้ว ปางเสด็จประเวศด้าว เสียดยอด แหนแห่ เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง พรั่งพร้อมพวกพลไกร ชลาลัย เพริศพริ้งพายทอง อัสดง
................................. ฤาดิน ดีฤา เกรงเทพไท้ธรณินทร์ ............................ ................................. ............................ ................................. ............................ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์ ลอบกล้ า งามยิ่งแสงแก้วเก้า โฉมควรจักฝากฟ้า ลอยสวรรค์ ฤาดิน ดีฤา ฝากลมเลื่อนโฉมบิน เกรงเทพไท้ธรณินทร์ ชอกเนื้อเรียมสงวน บนเล่า นะแม่ ลมจะชายชักช้ า จากมามาลิ่วล้ าล าบาง เช่นนั้น
๑. ข้อใดถูกตามฉันทลักษณ์ของโคลงสี่สุภาพบาทที่ ๑ ก. ในห้องมองมืดกลุ้ม คลุ้มควัน ข. เหมือนรู้ครูเถ้าเล่า เราเห็น ค. คนต้องดีจริงด้วย ใจตน ง. หนาวน้ าซ้ าเปียก หน้าจ๋อย ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
๒. บาทที่ ๓ ของโคลงสี่สุภาพต่อไปนี้ ข้อใดแต่งถูกต้องตามผังบังคับ ทุกประการ ก. นารายณ์เนื่องนิทรสินธุ์ นานตื่น ข. นารายณ์บรรทมสินธุ์ นานตื่น ค. นารายณ์เนาในสินธุ์ นานนับ แลนา ง. นารายณ์เจื่องเจ้านิทร นานเนา แล้วเฮย ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
๓. บาทที่ ๔ ของโคลงสี่สุภาพข้อใดถูกต้องตามฉันทลักษณ์ ก. เรืองมณีนพริ้ว ร่วงรุ้งรังสี ข. เรืองรุ้งบรรเจิดหล้า ร่วงรุ้งคัคนานต์ ค. เรืองรามรุ่งรุ้งฟ้า ฟากฟ้าดินชม ง. เรืองลักษณ์เลิศปัญญา โลกซ้องสรรเสริญ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
๔. ข้อใดควรเป็นบาทสุดท้ายของโคลงต่อไปนี้ รัศมีก่องยิ่งแก้ว สุริยกานต์ เลอพิศพร่างโอฬาร เพริศแพร้ว ประกายพรายแผ่ไพศาล สว่างทั่ว ถิ่นแฮ ……………………….. …………………. ก. ยามเปรียบยิ่งดวงแก้ว พ้นแล้วอุปมา ข. ยิ่งแสงสุริยะแคล้ว เลิศล้ าแสงฉาย ค. ยังแผ่นดินเลิศแล้ว พร่างพ้นสุรีย์ฉาย ง. ฉาบแผ่นดินให้แผ้ว พ่างพื้นพิมานสถาน ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
๕. เซอะซะซุ่มซ้ามไซร้ ไป่ควร เงอะงะเกะกะกวน จิตฟุ้ง ท าใด………ยั่วยวน ความโกรธ เสมอนา ชักแต่ดุด่ากลุ้ม …………ด้วยเซอะเซิง ข้อใดเหมาะสมที่จะน ามาเติมในช่องว่างของค าประพันธ์ข้างต้นให้ถูกต้อง ตามฉันทลักษณ์และความหมายชัดเจน ก. มัก เพราะ ข. เย้า เนื่อง ค. ดุจ อัน ง. ได้ เกิด ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
๖. โคลงสี่สุภาพบังคับสิ่งใดเป็นส าคัญ ก. บังคับค าครุ ลหุ ข. บังคับสัมผัสใน – นอก ค. บังคับรูปเอก ๗ โท ๔ ง. บังคับสัมผัสของรูป เอก ๗ โท ๔ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
๗. ข้อใดกล่าวถึงคณะของโคลงสี่สุภาพได้ถูกต้องที่สุด ก. มีสัมผัสในเป็นสัมผัสบังคับระหว่างวรรค ข. ๑ บทมี ๔ วรรค วรรคหน้า ๕ ค า วรรคหลัง ๒ ค า ค. ๑ บทมี ๔ บาท บาทละ ๔ ค า จึงเรียกว่าโคลงสี่สุภาพ ง. ๑ บทมี ๔ บาท แต่ละบาทมีจ านวนค า ๕-๒ ๕-๒ ๕-๒ และ ๕-๔ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
๘. ค าประพันธ์บทนี้ใช้ค าตายแทนค าเอกทั้งหมดกี่ค า ค าพูดตรงขัดแค้น เคืองหู ขวานผ่าซากฟังดู กระด้าง ใครฟังบ่เชิดชู ชมชื่น นาพ่อ ค ากล่าวควรติดค้าง เปลี่ยนแก้ค าหวาน ก. ๑ ค า ข. ๒ ค า ค. ๓ ค า ง. ๔ ค า ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
๙. มีลูกจากโทษแท้ สาธารณ์ เข้าบ่อนคบคนพาล ลักลี้ ส้องเสพสุราบาน การบาป จากโทษแท้เท่านี้ ลาภล้าบิดา โคลงสี่สุภาพบทนี้ใช้ค าตายแทนค าเอกทั้งหมดกี่แห่ง ก. ๔ แห่ง ข. ๕ แห่ง ค. ๖ แห่ง ง. ๗ แห่ง ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
๑๐. เสียงไห้ทุกราษฎร์ไห้ ทุกเรือน อกแผ่นดินดูเหมือน จักขว้ า บเห็นตะวันเดือน ดาวมืด มัวนา แลแห่งใดเห็นน้ า ย่อมน้ าตาคน โคลงสี่สุภาพบทนี้ใช้ค าตายแทนค าเอกทั้งหมดกี่แห่ง ก. ๑ แห่ง ข. ๒ แห่ง ค. ๓ แห่ง ง. ๔ แห่ง ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
๑๑. ผียุ่งรบกันด้วย ผีแขวง แดนนา ผีทุ่มผีไล่แทง ผาดผ้าย ผันแผงแผดรบแรง ร้องเร่ง พลนา ผีแขกรุกราญร้าย รบเร้ารอนผลาญ ค าโทโทษอยู่ในบาทใด ก. บาทที่ ๑ ข. บาทที่ ๒ ค. บาทที่ ๓ ง. บาทที่ ๔ ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์
๑๒. ดารามีมากร้อย ถึงพัน บ่เปรียบกับดวงจันทร์ หนึ่งได้ คนพาลมากอนันต์ ในโลก จะเปรียบเท่าปราชญ์ไซร้ ยากแท้ฤาถึง จากโคลงสี่สุภาพมีวรรณยุกต์เอกตามฉันทลักษณ์กี่ค า ก. ๑ ค า ข. ๒ ค า ค. ๓ ค า ง. ๔ ค า ภาษาไทยกับครูพี่ตี่ตี๋– อ. พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์