The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเลี้ยงไส้เดือน.docx

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by laddawan.mc, 2020-08-08 00:45:28

การเลี้ยงไส้เดือน.docx

การเลี้ยงไส้เดือน.docx

การเลย้ี งไส้เดอื น

มูลไสเ้ ดือนในบ่อซเี มนต์

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกจิ พอเพียงตน้ แบบบ้านท่าด่าน
หมู่ที่ 2 ตาบลดอนรกั อาเภอหนองจกิ จังหวดั ปัตตานี
ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอหนองจิก

จงั หวดั ปตั ตานี

คานา

การปลูกพืชไรน่ า ทุกชนดิ เติมปุ๋ยจาเปน็ ตอ้ งมกี ารเติมปยุ๋ เพอื่ ใหไ้ ด้ผลติ ผลทท่ี ีม่ ีคณุ ภาพและปรมิ าณ
เพิ่มขึน้ ซงึ่ การใช้ปยุ๋ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง จะคานึงถงึ การรกั ษาหนา้ ดนิ และคณุ ภาพของผลผลติ
จึงนิยมใช้ปุย๋ อินทรยี ช์ นดิ ตา่ งๆ หนงึ่ ในนัน้ กค็ ือ ปุ๋ยไสเ้ ดอื น

ปยุ๋ มูลไส้เดอื น เปน็ ทางเลือกหนึ่งของปุ๋ยอนิ ทรีย์ นอกจากได้มลู ไสเ้ ดอื นแลว้ ยงั ไดฉ้ ไี่ ส้เดอื น เพื่อเอา
ไปใช้ฉีดพ่นลาตน้ และใบ

ปจั จบุ นั ชาวไร่ชาวนา ไดร้ จู้ ักปยุ๋ มลู ไสเ้ ดือน และการนยิ มใชป้ ระโยชน์จากปุ๋ยไสเ้ ดอื นมากข้ึน

สารบญั

เร่อื ง หนา้

คานา 1
สารบญั 2
บทท่ี 1 ความเปน็ มา 3

บทที่ 2 วธิ ีดาเนนิ การ 4
บทท่ี 3 ผลการดาเนนิ งาน 5
บทที่ 4 สรปุ ผล 6

ภาคผนวก 7
ถอดบทเรยี น 8

บทที่ 1

ความเป็นมา
คณุ ศุภโชค แก้วกลับทอง ซง่ึ เปน็ ผู้รเิ ร่ิมในการเล้ยี งไส้เดอื น เพ่ือเอามูลไสเ้ ดือนมาผสมกับดินร่วนปน

ทราย ทาเป็นป๋ยุ
แต่เดิมนัน้ คุณศภุ โชค แกว้ กลบั ทอง ปลูกมะนาวจาหน่ายโดยใช้ปุ๋ยเคมี ผลผลิตที่ได้มจี านวนนอ้ ยไม่

พอกบั ความต้องการของลูกคา้ และตัวเองกม็ ีปัญหาด้านสุขภาพ จึงได้คดิ คน้ กลับมาใช้ปุ๋ยชวี ภาพ ซ่งึ ป๋ยุ ชีวภาพ
มหี ลากหลายชนดิ หนึ่งในนน้ั กค็ ือ ปุ๋ยดินผสมมูลไส้เดือน มสี รรพคุณชว่ ยรักษาสภาพความเป็นกรด-ด่างในดิน
ให้สมดลุ อกี ทง้ั ยงั ชว่ ยใหโ้ ครงสรา้ งของดินดีขึ้น เพราะทาให้ดนิ มีช่องว่าง มีการระบายน้าและอากาศได้ดขี ึน้ อีก
ทัง้ รากต้นไม้ยงั ชอนไชง่าย และป้องกันไมใ่ หห้ น้าดินจับตัวเปน็ กอ้ นอีกดว้ ย

บทที่ 2

วธิ ีดาเนินการ
วิธีเล้ยี งไส้เดือน

ขน้ั นาเข้าส่บู ทเรียน
ทาความร้จู ัก สายพนั ธุไ์ ส้เดอื น วิธีเลีย้ งไสเ้ ดือนเพอ่ื ทาปยุ๋ สว่ นใหญแ่ บง่ ออก 2 วิธี คอื วธิ ีเลย้ี งไสเ้ ดือน

ดินในกะละมงั และวิธีเลี้ยงไส้เดอื นดนิ ในบ่อซเี มนต์ โดยถา้ หากใครตอ้ งการปรมิ าณไม่มาก กใ็ หเ้ ลยี้ งในกะละมัง
แตถ่ ้าหากใครต้องการปรมิ าณเยอะ ก็ใหเ้ ล้ยี งในบ่อซเี มนต์ ซึ่งขัน้ ตอนมีดงั น้ี
ขนั้ ดาเนินการ
1.วธิ ีเลย้ี งไสเ้ ดือนดนิ ในกะละมงั

- วัสดแุ ละอปุ กรณ์ในการเลยี้ งไสเ้ ดือนดนิ ในกะละมงั
1. ไส้เดอื นดินประมาณ 3 ขีด
2. มลู วัวทป่ี ราศจากเศษฟางหรอื เศษวัสดอุ น่ื
3. กากมะพรา้ วสบั ทล่ี ้างยางมะพร้าวแล้ว
4. กะละมงั กวา้ งประมาณ 1 ศอก

- ข้นั ตอนการเล้ยี งไสเ้ ดอื นดนิ ในกะละมงั
1. เจาะรเู ลก็ ๆ ให้ท่วั กะละมงั เพือ่ ใหน้ า้ ไหลออกสะดวก
2. รดน้าใสม่ ลู วัวใหเ้ ปยี กสักประมาณ 1-2 สปั ดาห์ เพ่อื ล้างแกส๊ และความรอ้ น
3. ผสมกากมะพรา้ วสบั เข้ากบั มลู ววั อตั ราสว่ น 30:70 เพอ่ื เพม่ิ ความเย็น
4. คลกุ ใหเ้ ข้ากนั แล้วนาไปใสใ่ นกะละมงั ประมาณครง่ึ กะละมัง
5. ใส่ไสเ้ ดอื นดินลงไปบนมลู ววั ไม่ตอ้ งฝัง เดย๋ี วไสเ้ ดอื นดินจะไชลงไปเอง แลว้ นาไปไวใ้ นโรงเรอื น

แลว้ คอยรดนา้ ให้ความชน้ื ประมาณ 1 ครั้ง/3-4 วนั
6. คอยรดน้าใหค้ วามช้นื ประมาณ 1 ครง้ั /3-4 วนั รอประมาณ 1-2 เดือน กจ็ ะไดป้ ยุ๋ ไสเ้ ดอื นที่พรอ้ ม

ใช้งาน
2.วิธีเล้ียงไสเ้ ดอื นดินในบ่อซเี มนต์

- วัสดแุ ละอปุ กรณใ์ นการเลีย้ งไสเ้ ดือนดนิ ในบ่อซเี มนต์
1. ไสเ้ ดือนดินประมาณ 2 กโิ บกรัม/บ่อ
2. มลู วัวประมาณ 1-1 ½ กระสอบ
3. บอ่ ซีเมนตท์ รงกลม กว้างประมาณ 80-100 เซนตเิ มตร

- ขน้ั ตอนการเล้ยี งไส้เดือนดนิ ในบ่อซเี มนต์
1. ใสม่ ูลววั ลงในบ่อซเี มนต์ แลว้ รดนา้ เรอ่ื ย ๆ ประมาณ 1-2 สปั ดาห์ เพอ่ื ล้างแกส๊ และความรอ้ น
2. รอจนมลู ววั เย็นพอดี สามารถวัดได้ดว้ ยการนามอื ลว้ งลงไปเพื่อเชค็ ความอุ่นและความเย็น
3. ใส่ไส้เดอื นดินลงไปบนมลู วัว ไมต่ ้องฝัง เดีย๋ วไสเ้ ดือนดินจะไชลงไปเอง

ขั้นประเมินผล
1.แบบประเมินผล
2. สงั เกต/ซักถาม
3. ถอดบทเรยี น

ประโยชนข์ องการเลีย้ งไสเ้ ดือน
 ชว่ ยปรบั สภาพดินใหด้ ีขึ้นโดยทาใหม้ ีการรวมตวั ของดินอย่างเหมาะสมตามธรรมชาติ
 เป็นสารอนิ ทรียจ์ ากธรรมชาติ 100%
 ปลอดสารพิษ และพบวา่ ปรมิ าณธาตุโลหะหนกั ในมลู ไสเ้ ดอื นนน้ั ต่ามาก (ราชการกาหนดใหม้ ไี ด้ถึง 10 เทา่

เปน็ การสนบั สนุนผลงานค้นคว้าเม่อื ปี 2001 โดยคณะนักชวี ะวทิ ยา มหาวิทยาลยั เพนซลิ เวเนยี สหรฐั ฯ
พบวา่ สตั ว์ไมม่ ีกระดูกสันหลังบางชนิดสามารถขจัดความเปน็ พิษของธาตุโลหะหนกั ได)้
 ไมท่ าใหเ้ กิดรากไหม้ในพืชแม้ใชใ้ นปรมิ าณท่มี าก
 ปราศจากกล่ินและมฤี ทธิ์ในการดับกลิน่
 ยับย้ังการเจรญิ เติบโตของเชื้อราทเี่ ป็นพษิ กบั พืช และในน้าชวี ภาพมูลไส้เดือน มีฤทธ์ิในการขับแมลงบาง
ชนิด
 ชว่ ยให้พืชมีการเจรญิ เตบิ โตดี
 ประหยดั คา่ ใช้จ่ายในการใช้สารเคมกี าจดั แมลง และสัตรพู ชื และปยุ๋ เคมบี ารงุ ดนิ

บทท่ี 3

ผลการดาเนินงาน
การเลยี้ งไส้เดือน ไดป้ ยุ๋ 2 ประเภท คอื
1. ฉ่ไี สเ้ ดือน โดยนาไปใช้ฉีดตามลาตน้ และใบ เพอื่ ปอ้ งกันแมลงกัดกิน
2. มลู ไสเ้ ดอื น โดยการนาไปผสมกบั ดนิ เพอื่ ทาเป็นดนิ มูลไสเ้ ดอื น

จากการท่ี กศน.อาเภอหนองจกิ ไดร้ ับจัดสรรงบประมาณจากสานักงาน กศน.จังหวดั ปตั ตานี งบ
รายจา่ ยอนื่ ประจาปี พ.ศ. ๒๕๖๓ แผนงานยุทธศาสตรพ์ ัฒนาการศกึ ษาเพอ่ื ความยง่ั ยืน โครงการขบั เคลอื่ นการ
พฒั นาการศกึ ษาที่ยัง่ ยนื คา่ ใช้จา่ ย โครงการศูนยฝ์ กึ อาชพี ชมุ ชน กจิ กรรมกลุ่มสนใจเพ่ือพฒั นาอาชีพ
ผลการดาเนนิ งาน

1. ประชุมวางแผนรว่ มกบั ผบู้ รหิ ารและบคุ ลากร
2. สารวจความต้องการ/ประสานงาน
3. เสนอ/อนมุ ตั ิโครงการ/แตง่ ตง้ั คาสงั่ ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่
4 จดั ฝกึ อาชพี ตามหลักสตู ร
5. นเิ ทศติดตาม/สรุปรายงาน
6. ตดิ ตามความกา้ วหน้า

บทที่ 4

สรปุ ผล
การเลยี้ งไสเ้ ดอื น เพือ่ เอามลู มาทาปุ๋ย เปน็ การสร้างอาชีพให้กับบุคคลทส่ี นใจ และต้องการพฒั นาตนเอง

รวมถึงเป็นการสรา้ งวินยั ให้กบั ตัวเองด้วย

ป๋ยุ ไสเ้ ดอื นเป็นของดที มี่ ปี ระโยชน์กบั การปลกู ต้นไมอ้ ย่างมาก เพราะนอกจากจะทาให้ดนิ อุดมสมบรู ณ์
อดุ มไปดว้ ยจุลินทรยี ์ อินทรยี ์วัตถุ และธาตุอาหารอีกหลายหลายชนิดแลว้ ยงั ช่วยรักษาสภาพความเปน็ กรด-
ด่างในดินใหส้ มดลุ อีกทง้ั ยังชว่ ยใหโ้ ครงสรา้ งของดนิ ดขี ึ้น เพราะทาให้ดนิ มีชอ่ งวา่ ง มกี ารระบายน้าและอากาศ
ไดด้ ขี ึน้ อกี ท้ังรากต้นไม้ยงั ชอนไชง่าย และป้องกันไมใ่ หห้ น้าดนิ จับตวั เปน็ ก้อนอกี ดว้ ย

ภาพผนวก

ถอดบทเรยี น
เร่อื ง การเลย้ี งไสเ้ ดอื น

ความรู้ คณุ ธรรม
1.วตั ถุดบิ /อุปกรณ์
2.วธิ กี ารทา 1.มีวินยั
2.ใฝร่ ู้
3.การจาหนา่ ย 3.ความรูซ้ ื่อสตั ย/์ สจุ ริต
4.บญั ชีรายรับ – รายจา่ ย

พอประมาณ มีเหตุผล มภี มู คุม้ กัน
1.ใช้วัสดอุ ย่างรู้คณุ คา่ และเกิด 1.เพ่อื จาหน่าย เพม่ิ รายได้ ลด
1.ใช้เวลาว่างให้เกดิ ประโยชน์
ประโยชนส์ งู สุด รายจ่าย 2.วางแผนการทางานอย่าง
2.ใชแ้ หล่งเรยี นรู้ไดอ้ ยา่ ง 2.มที ักษะในการปฏิบัตจิ รงิ รอบคอบ
เหมาะสมกบั กจิ กรรมที่ 3.ใชเ้ วลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์
3.นาความรู้ท่ไี ด้ไปใช้ในการ
กาหนด ดาเนินชีวติ

วตั ถุ สังคม สิงแวดลอ้ ม วัฒนธรรม
1.ร้วู ิธีใชว้ สั ดุอปุ กรณ์อย่าง 1.มที กั ษะในการอยู่ 1.เห็นคณุ คา่ ของ
ประหยัดและคุณค่า ร่วมกนั ในสงั คมอยา่ งมี 1.เขา้ ร่วมกจิ กรรม
ทรัพยากรธรรมชาติ และปฏบิ ตั สิ บื ทอด
2.ใช้วัสดุอปุ กรณอ์ ยา่ ง ความสขุ 2.รูว้ ธิ กี ารใชท้ รพั ยากร ประเพณีทด่ี งี าม
ระมดั ระวัง ปลอดภยั และ 2.เหน็ ความสาคญั ของ อย่างประหยดั และ
คุ้มคา่ หลักปรัชญาเศรษฐกจิ 2.รู้และเข้าใจ เห็น
เกิดประโยชน์สงู สดุ คุณคา่ ใน
3.เหน็ คณุ ค่าของวสั ดุ พอเพียง และนามาใช้ใน ขนบธรรมเนยี มอันดี
อปุ กรณ์ ใช้อยา่ งระมดั ระวงั การดารงชีวติ ประจาวัน
งาม


Click to View FlipBook Version