The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phakhawat Wanriko, 2024-02-11 10:02:20

แผนธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น

แผนธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น

ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น สมาชิก นางสาวณัชชาภรณ์ โพธิละเดา เลขที่ 11 4กจ1 นางสาวเนตรนภา จันทร์คง เลขที่ 13 4กจ1 นางสาวศรัณญา ศรีสวัสดิ์ เลขที่ 20 4กจ1 นางสาวศิรภัสสร ไวยัง เลขที่ 22 4กจ1 รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาหลักการตลาด (30200-1002) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 วิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม


ก คำนำ แผนธุรกิจฉบับนี้ ไดจัดทําขึ้นเพื่อประโยชนสําหรับการศึกษาความเปนไปไดในการพัฒนา รูปแบบใหม ของร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น โดยไดทําการรวบรวมเนื้อหาขอมูล เกี่ยวกับร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น ขอมูลด้านการ ขายและตนทุน กลยุทธ แผนการตลาด รวมทั้งกลยุทธทางการเงิน เพื่อสรุปความเปนไปไดของโครงการ คณะผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวา แผนธุรกิจนี้จะไดรวบรวมเนื้อหาที่เปนประโยชน แกผูสนใจ เพื่อนําไป ใชในการวิเคราะห ประมวลผล อางอิง และทําความเขาใจในลักษณะของธุรกิจ ตลอดจนทําการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อนําไปจัดทําและพัฒนาเปนแผนธุรกิจ ที่มีความเหมาะสม ในเชิงการปฏิบัติมากขึ้น และสอดคลองกับ สภาวะทางเศรษฐกิจในแตละชวงเวลาตอไป คณะผูจัดทํา


ข สารบัญ เรื่อง หน้า 1 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางการตลาด (SWOT Analysis) 1 2 การวิเคราะห์คู่แข่งขัน 5 3 การแบ่งส่วนทางการตลาด (Market Segmentation) การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Target Market) 5 และการวางตำแหน่งทางการตลาด (Market Positioning) 4 วัตถุประสงค์แผนการตลาด 6 5 การวิเคราะห์ส่วนประสมทางการตลาด 6 7 แผนปฏิบัติการกิจกรรมทางการตลาด 8 8 การควบคุม และประเมินผลกิจกรรมทางการตลาด 9


1 บทที่ 6 แผนการตลาด การวางแผนการตลาดงานวิจัยเรื่องธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น ผู้วิจัยวิเคราะห์และการกำหนดแผนการตลาด ดังนี้ 6.1 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางการตลาด (SWOT Analysis) 6.2 การวิเคราะห์คู่แข่งขัน 6.3 การแบ่งส่วนทางการตลาด (Market Segmentation) การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Target Market) และการ วางตำแหน่งทางการตลาด (Market Positioning) 6.4 วัตถุประสงค์แผนการตลาด 6.5 การวิเคราะห์ส่วนประสมทางการตลาด 6.6 แนวทางการพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดแบบบูรณาการของกลุ่มร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น 6.7 แผนปฏิบัติการกิจกรรมทางการตลาด 6.8 การควบคุม และประเมินผลกิจกรรมทางการตลาด 6.1 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางการตลาด (SWOT Analysis) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางการตลาดเพื่อการขายเสื้อผ้าเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจและปรับตัวตาม ความต้องการของตลาดได้อย่างเหมาะสม ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางการตลาดดังกล่าว อาจพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น แนวโน้มในการแต่งกาย ความนิยมในการสวมใส่ ผู้บริโภคเป้าหมาย และการแข่งขันในตลาด เพื่อทำนายแนวโน้มและพัฒนา กลยุทธ์การขายให้เหมาะสมกับตลาดในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งประกอบด้วย MP-MF การวิเคราะห์จุดแข็ง สินค้าคุณภาพสูง: การมีเสื้อผ้าที่มีคุณภาพสูงสามารถสร้างความไว้วางใจจากลูกค้า. แบรนด์ที่มีชื่อเสียง: มีแบรนด์ที่นับถือได้ในตลาด, ทำให้มีความเชื่อมั่นจากลูกค้า. การออกแบบทันสมัย: การมีสินค้าที่ออกแบบทันสมัยและสอดคล้องกับแฟชั่นปัจจุบัน. 1. ด้านการตลาด (M: Marketing) 1.1 ด้านโฆษณา ในด้านของโฆษณาการขายเสื้อผ้า เราสามารถใช้หลากหลายช่องทางโฆษณาเพื่อเพิ่มการรับรู้และยอดขาย 1.2 ด้านการขายโดยพนักงานขาย 1. การเตรียมความพร้อม ศึกษาสินค้าเสื้อผ้าที่จะขายอย่างละเอียด เช่น วัสดุ การออกแบบ และข้อดีข้อเสียศึกษา แนวโน้มและสไตล์แฟชั่นที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดเรียนรู้เทคนิคการขายและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ 2. การสร้างความสัมพันธ์: การสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจกับลูกค้าโดยการฟังข้อเสนอแนะและความต้องการของพวกเขาการสร้างความรู้สึกที่ดี และความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า 3. การปรับตัวตามลูกค้า:การทำความเข้าใจในลักษณะการซื้อของลูกค้า รวมถึงรสนิยมในสไตล์แฟชั่นและขนาดการ แนะนำสินค้าที่เหมาะสมกับความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้า 4. การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ:การใช้ภาษาที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายในการอธิบายสินค้าและบริการการใช้การสื่อสาร ที่เข้าใจและเป็นกันเองเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า 5. การเสนอสิ่งของ:การให้ข้อมูลที่สมบูรณ์และเพียงพอเกี่ยวกับสินค้า เช่น วัสดุ ขนาด ราคา และน้ำหนัก การเสนอ ข้อเสนอและส่วนลดที่น่าสนใจเพื่อเพิ่มการขาย


2 6. การตอบสนองต่อข้อความ: การตอบสนองต่อคำถามและความสงสัยของลูกค้าอย่างรวดเร็วและ ตั้งใจ การให้คำแนะนำและคำปรึกษาที่ชัดเจนแก่ลูกค้า 7. การสร้างประสบการณ์การซื้อ: การให้บริการลูกค้าที่ดี 1.3 ด้านการส่งเสริมการขาย 1. การใช้สื่อสิ่งพิมพ์และออนไลน์: โฆษณาในนิตยสารแฟชั่นหรือโพสต์สื่อออนไลน์บนโซเชียลมีเดีย เช่น Instagram, Facebook เป็นต้น 2. การจัดโปรโมชั่นและส่วนลด: การเสนอส่วนลดหรือโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้า อาจช่วยสร้างความสนใจและ กระตุ้นการซื้อ 3. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย: เช่น การจัดงานแฟชั่นโชว์หรือการแสดงโมเดล 4. การสร้างพันธมิตรกับบุคคลที่มีอิทธิพล: การส่งเสริมผ่านบุคค 1.4ด้านประชาสัมพันธ์การขาย 1. สร้างเหตุการณ์: จัดกิจกรรมพิเศษ เช่น การเปิดตัวสินค้าใหม่, การแสดงโมเดล, หรืองานแฟชั่นโชว์ เพื่อสร้าง ความตื่นเต้นและสร้างความสนใจจากลูกค้า 2. การสร้างข่าวสาร: สร้างเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับสินค้า เช่น บทความเกี่ยวกับแฟชั่น, วิธีการสวมใส่, หรือ แนวโน้มแฟชั่นในฤดูกาล 3. การใช้สื่อสังคม: ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า รวมถึงการแชร์รูปภาพของลูกค้า 1.5 ด้านการตลาดทางตรงการขายเสื้อผ้าทางตรงเป็นกลยุทธ์ที่สามารถใช้ในการตลาดได้ดังนี้ 1. การจดหมาย ขายส่งจดหมายขายโดยเฉพาะถึงลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าจากคุณมาก่อนหรือลูกค้าที่มีความสนใจใน สินค้า 2. การโทรออก การโทรออกเพื่อโปรโมตสินค้าหรือบริการของคุณตรงไปยังกลุ่มเป้าหมาย 3. การตลาดทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ส่งอีเมลโปรโมตสินค้าหรือส่งข้อเสนอพิเศษถึงลูกค้าที่ลงทะเบียนรับ ข่าวสารหรือโปรโมชั่น 4. การจัดโปรโมชั่นพิเศษ สร้างโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ 2. กระบวนการผลิต กระบวนการผลิตและการขายเสื้อผ้ามักจะประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้: 1. การออกแบบ: การสร้างแนวคิดและโครงแบบสำหรับเสื้อผ้า รวมถึงการเลือกวัสดุและสีที่ใช้ในการผลิต 2. การเลือกวัสดุและการสั่งซื้อ: การเลือกวัสดุที่เหมาะสมและมีคุณภาพสูงสุดสำหรับเสื้อผ้า รวมถึงการสั่งซื้อวัสดุ จากซัพพลายเออร์หรือโรงงาน 3. การผลิต: การตัดต่อและเย็บเสื้อผ้าโดยใช้แมชชีนเหล่านี้ในโรงงานผลิต การตรวจสอบคุณภาพในขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าที่ผลิตออกมามีคุณภาพสูง 4. การบรรจุและการจัดส่ง: การบรรจุสินค้าให้อยู่ในรูปแบบที่พร้อมขาย รวมถึงการบรรจุและการส่งสินค้าไปยัง คลังสินค้าหรือตัวแทนจำหน่าย 5. การขายและการตลาด: การโปรโมตและขายสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ร้านค้าท้องถิ่น, ร้านค้าออนไลน์, หรือ ผ่านช่องทางออนไลน์ 6. การบริการหลังการขาย: การให้บริการลูกค้าหลังการซื้อ เช่น การรับคืนสินค้าหรือการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการ ดูแลเสื้อผ้า


3 3. ด้านการจัดองค์กร (M : Management) 1. ทีมการขาย: มีทีมขายที่มีความสามารถและความชำนาญในการสร้างความสนใจและขายสินค้าได้ดี เช่น พนักงานขายที่มีความรู้เกี่ยวกับแฟชั่นและสินค้า เพื่อให้สามารถให้คำแนะนำและบริการที่ดีต่อลูกค้าได้ 2. การบริหารจัดการสินค้า: การจัดการสินค้าในคลังสินค้าหรือร้านค้าอย่างเหมาะสม เพื่อให้สินค้ามีการจัดวางที่ เหมาะสมและการแสดงสินค้าที่น่าสนใจ 3. การบริหารการคลังสินค้า: การจัดการคลังสินค้าให้มีการเก็บรักษาสินค้าอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถทำการ ขายได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีขาดตกบกพร่อง 4. การบริหารการขนส่ง: การจัดการการขนส่งสินค้าให้มีความรวดเร็วและประสิทธิภาพ เพื่อให้สินค้าถึงตลาดหรือ ลูกค้าได้ทันเวลา 5. การบริหารการสื่อสาร: การควบคุมการสื่อสารภายในองค์กรและกับลูกค้าให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีความเข้าใจ และปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า 6. การบริหารการบริการหลังการขาย: การจัดการการให้บริการหลังการขายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรับฟังความ คิดเห็นและแก้ไขปัญหาของลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 4. ด้านการเงิน (F: Financial) 1. การวางแผนงบประมาณ: วางแผนงบประมาณที่เหมาะสมสำหรับการขายเสื้อผ้า เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรทาง การเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยรวมถึงการกำหนดงบประมาณสำหรับการจัดการคลังสินค้า การโฆษณา และการขนส่ง 2. การจัดการค่าใช้จ่าย: ควบคุมค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ เช่น ค่าจ้างพนักงานขาย ค่าเช่าร้าน ค่าใช้จ่ายในการ โฆษณาและการตลาด เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. การบริหารคลังสินค้า: การควบคุมการเตรียมสินค้าให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด และการจัดส่งสินค้า ให้เป็นไปตามกำหนด เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้าและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง 4. การวิเคราะห์ผลกำไร: การวิเคราะห์ผลกำไรที่ได้จากการขายเสื้อผ้า เพื่อให้ทราบถึงประสิทธิภาพของการขาย และปรับปรุงกิจกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มกำไรและประสิทธิภาพในธุรกิจ 5. การบริหารเงินสด: การจัดการเงินสดให้มีความเพียงพอเพื่อใช้ในการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ และการลงทุนในการ ขยายธุรกิจในอนาคต วิเคราะห์โอกาส 1. โอกาสในตลาด: การศึกษาแนวโน้มและความต้องการของตลาด เช่น การวิเคราะห์แฟชั่นและสไตล์ที่ได้รับความ นิยมในปัจจุบัน เพื่อปรับการผลิตเสื้อผ้าให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม 2. โอกาสในการพัฒนาสินค้า: การนำเสนอสินค้าที่มีความสวยงาม คุณภาพดี และมีความสมบูรณ์ เพื่อเพิ่มมูลค่า และดึงดูดให้กับลูกค้า 3. โอกาสในการโปรโมตและการตลาด: การใช้เทคโนโลยีและช่องทางตลาดใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดต่อลูกค้า การใช้โซเชียลมีเดีย 1. ด้านตลาด (M: Market) การขายเสื้อผ้าด้านการตลาดเกี่ยวข้องกับการสร้างความต้องการและการสร้างความสนใจจากลูกค้า ดังนั้น บางวิธีที่ สามารถนำมาใช้ในการตลาดสินค้าเสื้อผ้าได้แก่: การวิจัยตลาด: ศึกษาและวิเคราะห์ตลาดเสื้อผ้า เช่น การศึกษาความต้องการและแนวโน้มในการแฟชั่น, การ วิเคราะห์ธุรกิจคู่แข่ง, และการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของลูกค้า


4 2. ด้านการแข่งขัน (C : Competition) ด้านการแข่งขันในการขายเสื้อผ้าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ต้องพิจารณาในการวางกลยุทธ์การตลาด ด้วยความ หลากหลายของตลาดเสื้อผ้าและการมีการเปลี่ยนแปลงของแฟชั่นอยู่ตลอดเวลา บริษัทที่ขายเสื้อผ้าต้องสำรวจและประเมิน คู่แข่งในตลาดอย่างสม่ำเสมอ นี่คือบางขั้นตอนที่สามารถใช้ในการวิเคราะห์การแข่งขันในการขายเสื้อผ้า 3. ด้านคุณคำทางสังคมและวัฒนธรรม (S : Social and Culture) ด้านคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการขายเสื้อผ้าเช่นกัน เนื่องจากสไตล์แฟชั่นและการ แต่งกายมักเกี่ยวข้องกับความรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับทัศนคติของสังคมและวัฒนธรรม ดังนั้น การทำความเข้าใจและ ปรับตัวต่อคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรมของลูกค้าสำคัญอย่างยิ่ง ต่อไปนี้คือบางข้อที่ควรพิจารณาเมื่อการตั้งและดำเนินการ การขายเสื้อผ้าการสร้างแบรนด์ที่มีค่าสังคม: สร้างแบรนด์ที่มีค่าและสอดคล้องกับค่านิยมและความเชื่อของกลุ่มเป้าหมาย โดย การสร้างภาพลักษณ์และข้อความที่เชื่อถือได้และโปร่งใส 4. ด้านเทคโนโลยี (T : Technology) ด้านเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการขายเสื้อผ้าในยุคปัจจุบัน เนื่องจากมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการ ดำเนินธุรกิจและเสริมความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ดังนั้น บางเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้ในการขายเสื้อผ้าได้แก่: 1.ร้านค้าออนไลน์ การสร้างและดำเนินร้านค้าออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อเสื้อผ้าได้อย่างสะดวกสบาย โดยมีระบบชำระเงินออนไลน์ที่ปลอดภัยและมีการจัดส่งที่รวดเร็ว 2.แอปพลิเคชันมือถือ การพัฒนาแอปพลิเคชันมือถือสำหรับการขายเสื้อผ้าเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงและช้อปปิ้ง สินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา 3.การใช้งานและการตลาดในโซเชียลมีเดีย การใช้โซเชียลมีเดียเพื่อโปรโมตสินค้าและสร้างความติดตามจากลูกค้า เช่น การโพสต์รูปภาพของสินค้าใหม่, วิดีโอทดสอบการใส่, และการแบ่งปัน 5. ด้านสภาพเศรษฐกิจ (E : Economies) ด้านสภาพเศรษฐกิจมีผลมากต่อการขายเสื้อผ้า เนื่องจากผู้บริโภคมักจะมีพฤติกรรมในการซื้อสินค้าที่มีการปรับตัว ต่อสภาพเศรษฐกิจ ดังนั้น การเข้าใจและปรับตัวต่อสภาพเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณา เพื่อปรับกลยุทธ์การขาย เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ดังนี้คือบางข้อที่ควรพิจารณา: 1. ความเสถียรของเศรษฐกิจ: การเศรษฐกิจที่มีความเสถียรมักจะส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค เช่น การ เพิ่มรายได้และความมั่นคงในอาชีพจะส่งผลให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในการซื้อสินค้าและบริการ 2. นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล: นโยบายเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง เช่น การเพิ่มหรือลดอัตราดอกเบี้ย การ ปรับเปลี่ยนนโยบายการค่าเงิน หรือนโยบายการค้าส่วนระหว่างประเทศ สามารถมีผลต่อการซื้อขายเสื้อผ้า 3. การเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการช้อปปิ้ง: การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการช้อปปิ้งของผู้บริโภค เช่น การเพิ่ม การช้อปปิ้งออนไลน์ สามารถส่งผลให้ร้านค้าที่ขายเสื้อผ้าต้องปรับตัวต่อการขายออนไลน์ให้มากขึ้น 6. ด้านกฎระเบียบและกฎหมาย (P : Political and legal) ด้านกฎระเบียบและกฎหมายในการขายเสื้อผ้ามีความสำคัญเพื่อให้ธุรกิจดำเนินงานอย่างถูกต้องและเป็นไปตาม กฎหมาย นี่คือบางข้อที่ควรพิจารณาเมื่อเริ่มต้นธุรกิจการขายเสื้อผ้า: 1. กฎหมายการค้า: ตรวจสอบกฎหมายการค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ เช่น การจดทะเบียนธุรกิจ, การชำระ ภาษีขาย (VAT), และกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ (ถ้ามี) 2. กฎหมายการค้าออนไลน์: ถ้าคุณขายเสื้อผ้าออนไลน์ ตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการธุรกิจออนไลน์ เช่น การปกป้องข้อมูลลูกค้า, การเก็บเงินและการส่งสินค้า, และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าออนไลน์


5 3. กฎหมายสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์: หากคุณมีการออกแบบเสื้อผ้าหรือสร้างแบรนด์ของตัวเอง ตรวจสอบสิทธิบัตรและ ลิขสิทธิ์เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ 4. กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ: หากคุณขายสินค้าไปยังประเทศอื่น ตรวจสอบกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ เช่น การศึกษาข้อจำกัดทางศุลกากรและภาษีนำเข้า-ส่งออก 5. กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค: สำหรับการขายเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้าหรือออนไลน์ ตรวจสอบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น การยกเลิกสัญญา การคืนสินค้า และการประกันคุณภาพสินค้า 7. ด้านผู้ขายปัจจัยการผลิต (S : Suppliers) การขายเสื้อผ้าเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยในกระบวนการผลิตและการตลาด เพื่อให้การขายเสื้อผ้าเป็นไปอย่างประสบ ความสำเร็จ นี่คือบางปัจจัยที่สำคัญในด้านผู้ขายและกระบวนการการผลิต: 1. การออกแบบและคุณภาพของผลิตภัณฑ์: การมีการออกแบบที่สวยงามและมีคุณภาพดีของเสื้อผ้าสามารถช่วย เพิ่มมูลค่าและดึงดูดให้กับลูกค้ามากขึ้น 2. การควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและกระบวนการผลิต: คุณภาพของวัตถุดิบและกระบวนการผลิตมีผลต่อคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์สุดท้าย การควบคุมคุณภาพเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขายต้องให้ความสำคัญ 6.2 การวิเคราะห์คู่แข่งขัน (Competitor or Analysis) 1. แรงกดดันจากผู้แข่งขันรายใหม่ การที่คู่แข่งขันใหม่เข้ามาในตลาดมากมาย ทำให้เกิดการแย่งลูกค้ากันเกิดขึ้นจึงทำให้ยอดขายลดลงทำให้กำไรลดลงตามไปด้วย 2. แรงกดตันจากธุรกิจเดียวกัน การขายเสื้อผ้ามีคู่แข่งชันมากมายหลายรายมีการแข่งชันค่อนข้างที่จะเพิ่มสูงขึ้น 6.3 การแบ่งส่วนทางการตลาด (Marketing Segmentation) การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Target Market) และการวางตำแหน่งทางการตลาด (Market Positioning) 6.3.1 การแบ่งส่วนการตลาด (Marketing Segmenting) เกณฑ์ด้านประชากรศาสตร์ในการแบ่งส่วนตลาดตั้งนี้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีความสนใจในตัวผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นซึ่ง สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ1อายุ: แบ่งตลาดตามช่วงอายุ เช่น เสื้อผ้าสำหรับเด็ก, วัยรุ่น, ผู้ใหญ่, หรือผู้สูงอายุ2เพศ: แบ่งตลาดตามเพศ เพื่อเข้ากับความต้องการและแนวโน้มแฟชั่นของผู้ชายและผู้หญิง. 6.3.2 การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Target Market) การกำหนดกลุ่มเป้าหมายร้านเสื้อผ้าแฟชั่น กลุ่มลูกค้าเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่มประกอบด้วยกลุ่มลูกค้า 1.อายุ: แบ่งตลาดตามช่วงอายุ เช่น เสื้อผ้าสำหรับเด็กเล็ก 1-6 ปี เด็กใหญ่ 7-12 ปี วัยรุ่น13-25 ปี ผู้ใหญ่ 26- 40 ปี หรือผู้สูงอายุ 2.เพศ: แบ่งตลาดตามเพศ หญิง ชาย เพื่อเข้ากับความต้องการและแนวโน้มแฟชั่นของผู้ชายและผู้หญิง คือกลุ่มผู้ซื้อ รายใหญ่คือ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมีอายุ13-25 ปีอยู่ในระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. มีรายได้/เดือน มี อาชีพเกษตรกร มีอายุการทำงาน กลุ่มลูกค้ารอง คือกลุ่มลูกค้าที่เป็นเพศหญิง 26-40 ปี มีสถานภในระดับการศึกษา อนุปริญญา/ปวส. มีรายได้/เดือน มีอาชีพค้าขาย 6.3.3 การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Positioning) การวางตำแหน่งสินค้าในตลาดเป้าหมายการวางตำแหน่งของสินค้าต้องให้เหมาะสมเข้าถึงกับกลุ่มลูกค้าการวาง ตำแหน่งของสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น


6 แผนภูมิภาพที่ 4 การกำหนดตำแหน่งของกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น ราคาสูง ราคาต่ำ คุณภาพต่ำ *สัญลักษณ์ แทน กลุ่มการจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่น แทน กลุ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแฟชั่น 6.4 วัตถุประสงค์แผนการตลาด (Objective) เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ ของเสื้อผ้าแฟชั่น มีหลายปัจจัย เช่น เพื่อเพิ่มยอดขาย, สร้างความรู้สึกแบรนด์, ขยายตลาดเป้าหมาย, สร้างความติดตามจากลูกค้า, และเพิ่ม ความมีชื่อเสียงในวงการแฟชั่น. 6.5 การวิเคราะห์การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ (IMC) 1. การโฆษณา 1.1ใช้เนื้อหาและโปรโมชั่นที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดลูกค้า 1.2ใช้ภาพและวิดีโอเพื่อสร้างมิติและการเชื่อมโยงกับความรู้สึกและการได้รับความสนใจของลูกค้า 1.3การวางแผนและการเลือกช่องทางการโฆษณาที่เหมาะสมกับตลาดแฟชั่น เช่น โซเชียลมีเดีย, โฆษณาออนไลน์, หรืองาน แสดงสินค้า 2. การขายโดยพนักงานขาย 2.1พนักงานขายทักทายลูกค้าด้วยรอยยิ้มและการต้อนรับอบอุ่น 2.2สอบถามความสนใจและความต้องการของลูกค้าเพื่อให้บริการที่เหมาะสม 2.3ชี้และแนะนำสินค้าที่เหมาะสมกับสไตล์และความต้องการของลูกค้า 2.4อธิบายคุณสมบัติและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า 2.5ขายสินค้าโดยชัดเจนและโปร่งใส 2.6ขอความพึงพอใจและสอบถามเกี่ยวกับความสำเร็จของการซื้อขายและปรับปรุงในอนาคต 3. การส่งเสริมการขาย 3.1สร้างโพสต์ที่น่าสนใจบนโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram, และ Twitter เพื่อโปรโมทสินค้าใหม่, 3.2โปรโมชั่น พิเศษ, หรือการจัดงานโปรโมท 3.3โฆษณาบนเว็บไซต์และบล็อกของแฟชั่น รวมถึงการเข้าร่วมพันธมิตรกับบล็อกเกอร์แฟชั่นชื่อดังเพื่อ โปรโมทสินค้าของคุณ 3.4ให้ส่วนลดหรือโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่หรือลูกค้าที่กลับมาซื้ออีกครั้ง เพื่อสร้างความกระตือรือร้นในการซื้อสินค้า 3.5สร้างความสัมพันธ์และการสื่อสารกับลูกค้าผ่านทางอีเมล์, ข่าวสาร, หรือโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก


7 4. การประชาสัมพันธ์ 4.1ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อโปรโมทสินค้าและกิจกรรมของร้าน เช่น การโพสต์ภาพสินค้าใหม่, การจัดโปรโมชั่น, และการแชร์ เนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับแฟชั่น 4.2สร้างป้ายโฆษณาและวัสดุโปรโมทภายในร้านเพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่น่าจดจำสำหรับลูกค้า 4.3จัดงานแฟชั่นโชว์เพื่อโปรโมทสินค้าและสร้างความตื่นเต้นให้กับลูกค้า 5.การตลาดทางตรง 5.1ติดตามผลและการตอบกลับจากลูกค้าเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นมากกว่าเดิม 5.2พัฒนาหน้าร้านให้มีประสิทธิภาพและน่าสนใจ เช่น การจัดแสดงสินค้า, การตกแต่งร้าน, และการใช้เทคโนโลยีในการ เสริมสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้ง


8 6.7 แผนปฏิบัติการกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาด (IMC) ระยะเวลาเริ่มตั้งแต่ เดือนมกราคม ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ.256 ที่จะพัฒนากลยุทธ์ การสื่อสารการตลาดแบบบูรณา การของกลุ่มกระเป๋าผ้าไทยสายทองบ้านลาด ตำบลศรีสุข อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคามในระยะเวลา 1 ปี กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการตามแผน เดือนมกราคม - เดือนธันวาคม พ.ศ.2566 ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อโปรโมท สินค้าและกิจกรรมของร้าน เช่น การโพสต์ภาพสินค้าใหม่, การจัดโปรโมชั่น, และการ แชร์เนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับ แฟชั่น มีสถานที่นั่งเพียงพอสำหรับ ลูกค้า โดยการจัดห้องรับรอง แขกไว้ต้อนรับลูกค้า มีส่วนลดราคาให้กับลูกค้าที่ ซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก ๆ ตามความเหมาะสม ลดราคาในช่วงวันสำคัญต่าง ๆ และมีของสมนาคุณเนื่องใน โอกาสพิเศษ เช่น วันปีใหม่ สร้างความสัมพันธ์และการ สื่อสารกับลูกค้าผ่านทาง อีเมล์, ข่าวสาร, หรือ โปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก มีพนักงานบริการเป็นอย่างดี โดยมีพนักงานคอยให้บริการ


9 6.8 การควบคุมและประเมิน ผลกิจกรรมทางการตลาด (Control and evaluation) ตารางที่ 6.5 การควบคุมและประเมินผลกิจกรรมทางการตลาด ที่ กิจกรรมทางการตลาด การควบคุมแผนการตลาด 1 ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อโปรโมทสินค้าและกิจกรรมของ ร้าน เช่น การโพสต์ภาพสินค้าใหม่, การจัดโปรโมชั่น, และการแชร์เนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับแฟชั่น เพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักผลิตภัณฑ์ 2 มีสถานที่นั่งเพียงพอสำหรับลูกค้าโดยการจัดห้อง รับรองแขกไว้ตอนรับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้มีที่พักรอรับสินค้า 3 มีส่วนลดราคาให้กับลูกค้า ที่มาซื้อสินค้าเป็นจำนวน มาก ๆ ตามความเหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น 4 ลดราคาในช่วงวันสำคัญต่าง ๆ และมีของสมนาคุณ เนื่องในโอกาสพิเศษ เช่น วันครบรอบการกองตั้งกลุ่ม เพื่อให้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น 5 สร้างความสัมพันธ์และการสื่อสารกับลูกค้าผ่านทาง อีเมล์, ข่าวสาร, หรือโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก เพื่อให้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น 6 มีพนักงานบริการเป็นอย่างดีโดยมีพนักงานค่อย ให้บริการ เพื่อให้ลูกค้ารู้จักสินค้ามากขึ้น 7 มีการแสดงราคาขายชัดเจน โดยมีการติดไว้ที่ตัว ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ลูกค้ารู้จักสินค้ามากขึ้น 8 พัฒนาหน้าร้านให้มีประสิทธิภาพและน่าสนใจ เช่น การจัดแสดงสินค้า, การตกแต่งร้าน, และการใช้ เทคโนโลยีในการเสริมสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้ง เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ได้ถูกใจ 9 มีพนักงานพูดจาสุภาพ เช่น มีพนักงานคอยพูด ต้อนรับและคอยให้คำแนะนำ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ


Click to View FlipBook Version