กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำ�หนดมาตรฐานการ
จัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทาง
ในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีให้มีคุณภาพ และ
ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2563 เรื่องมาตรฐานการจัดการ
อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วัน
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งได้ลงประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 191 ง วันที่
20 สิงหาคม 2563 ดังนั้น สำ�นักงานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษาจึงมอบหมายให้ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคี
ดำ�เนินโครงการขยายและยกระดับคุณภาพมาตรฐานใน
การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีขึ้น เพื่อให้สถาบันการ
อาชีวศึกษาและสถานศึกษา นำ�ไปเป็นแนวทางในการพัฒนา
หรือปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการ
พัฒนาคุณภาพ การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีร่วม
กับสถานประกอบการอย่างมีคุณภาพ
ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคี สำ�นักงานคณะ
กรรมการการอาชีวศึกษาได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำ�เนิน
งานโครงการขยายและยกระดับการจัดการอาชีวศึกษา
ระบบทวิภาคี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำ�คู่มือการจัด
ทำ�แผนการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ และพัฒนาครู
ฝึกในสถานประกอบการและครูนิเทศก์ให้มีความรู้ความ
สามารถในการจัดทำ�แผนการฝึกอาชีพในสถานประกอบ
การ ทั้งนี้เพื่อให้สถานศึกษาและสถานประกอบการนำ�ไปใช้
เป็นแนวทางในการเขียนแผนการฝึกอาชีพ
ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคี สำ�นักงานคณะ
กรรมการการอาชีวศึกษา ขอขอบคุณคณะที่ปรึกษาคณะ
กรรมการดำ�เนินงาน และผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนร่วมจัดทำ�
คู่มือการจัดทำ�แผนการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ
การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ฉบับนี้สำ�เร็จตาม
วัตถุประสงค์
ศูนย์อาชวี ศกึ ษาทวภิ าคี
8
1. การจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี
1.1 กรอบความคดิ
สำ�นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำ�เนินการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาตามพระราช
บญั ญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และทแ่ี ก้ไขเพมิ่ เติม พ.ศ. 2545 และพระราชบญั ญตั กิ ารอาชวี ศึกษา
พ.ศ. 2551 ซ่งึ มรี ายละเอียด ดงั น้ี
พระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
มาตรา 20 การจดั การอาชวี ศึกษา การฝึกอบรมวชิ าชีพ ให้จดั ในสถานศกึ ษาของรฐั สถานศกึ ษา
ของเอกชน สถานประกอบการหรอื โดยความรว่ มมอื ระหว่างสถานศกึ ษากับสถานประกอบการ ทงั้ น้ี ให้
เป็นไปตามกฎหมายวา่ ด้วยการอาชีวศกึ ษาและกฎหมายท่เี กยี่ วขอ้ ง
พระราชบัญญตั ิการอาชวี ศึกษา พ.ศ. 2551
มาตรา 8 การจดั การอาชวี ศกึ ษาและการฝกึ อบรมวิชาชีพใหจ้ ดั ได้ โดยรูปแบบ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) การศกึ ษาในระบบ เปน็ การจดั การศกึ ษาวชิ าชพี ทเี่ นน้ การศกึ ษา ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
หรอื สถาบนั เปน็ หลกั โดยมกี ารก�ำ หนดจดุ มงุ่ หมาย วธิ กี ารศกึ ษา หลกั สตู ร ระยะเวลาการวดั และการประเมนิ
ผลทเ่ี ปน็ เง่อื นไขของการส�ำ เรจ็ การศึกษาทแี่ น่นอน
(2) การศึกษานอกระบบ เปน็ การจัดการศึกษาวชิ าชีพ ทมี่ คี วามยืดหยุ่นในการกำ�หนดจดุ
มุง่ หมาย รปู แบบ วธิ ีการศึกษา ระยะเวลา การวดั และการประเมินผล ที่เป็นเงื่อนไขของการส�ำ เร็จการศกึ ษา
โดยเน้ือหา และหลักสูตร จะต้องมีความเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพปัญหา และความต้องการของ
บคุ คลแตล่ ะกลุ่ม
(3) การศกึ ษาระบบทวภิ าคี เปน็ การจัดการศึกษาวชิ าชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหวา่ ง สถาน
ศึกษาหรือสถาบันกับสถานประกอบการ รฐั วิสาหกิจ หรอื หนว่ ยงานของรฐั ในเรื่องการจดั หลกั สตู ร การ
เรียนการสอน การวัดและประเมินผลโดยผ้เู รียนใช้เวลาสว่ นหน่ึงในสถานศึกษาอาชวี ศึกษาหรอื สถาบนั และ
เรยี นภาคปฏิบตั ิในสถานประกอบการ รฐั วสิ าหกิจ หรอื หนว่ ยงานของรัฐ
เพ่ือประโยชน์ในการผลิตและพัฒนากำ�ลังคน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันสามารถจัดการ
ศึกษาตามวรรคหนึ่งในหลายรูปแบบรวมกันก็ได้ ท้ังนี้ สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันนั้นต้องมุ่งเน้น
การจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป็นส�ำ คัญ
มาตรา 9 การจดั การอาชีวศกึ ษาและการฝึกอบรมวชิ าชีพตามมาตรา 6 มาตรา 7 และมาตรา 8 ให้
จดั ตามหลักสตู รท่ีคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษากำ�หนด ดังตอ่ ไปน้ี
(1) ประกาศนียบัตรวชิ าชพี
(2) ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ช้ันสงู
(3) ปริญญาตรสี ายเทคโนโลยหี รือสายปฏบิ ตั กิ าร
คณะกรรมการการอาชีวศึกษาอาจก�ำ หนดหลักสตู รท่จี ดั ขึน้ เพ่ือความรู้ หรือทักษะในการประกอบ
อาชีพหรอื การศึกษาต่อ ซ่ึงจดั ขน้ึ เป็นโครงการหรือส�ำ หรับกล่มุ เปา้ หมายเฉพาะได้
มาตรา 51 ในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ที่เป็นความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษา
หรือสถาบนั และสถานประกอบการ ใหเ้ ปน็ ไปตามขอ้ ตกลงระหว่างสถานศกึ ษาอาชวี ศึกษาหรือสถาบนั และ
สถานประกอบการ
9
มาตรา 52 สถานประกอบการใดทป่ี ระสงคจ์ ะด�ำ เนนิ การจดั การอาชวี ศกึ ษา และการฝกึ อบรมวชิ าชพี
ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ย่ืนคำ�ขอต่อเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพ่ือให้ได้รับการรับรอง
ประโยชน์ตามกฎหมายท้ังน้ีให้ถือว่าไม่เป็นการขัดหรือแย้งกับการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานรูปแบบศูนย์การ
เรียนตามกฎหมายวา่ ด้วยการศึกษาแหง่ ชาติ
การยื่นคำ�ขอและการพิจารณาใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการท่กี ำ�หนดในกฎกระทรวง
การจัดการอาชีวศึกษาในสถานประกอบการให้จัดการสอนตามหลักสูตรการอาชีวศึกษา และการ
ฝึกอบรมวิชาชีพ หรือจัดการสอนตามหลักสูตรที่สถานประกอบการร่วมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือ
สถาบนั จดั ท�ำ ขึน้ โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
หลักเกณฑ์ และวิธีการดำ�เนินการตามวรรคสาม ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ก�ำ หนด
มาตรา 53 สถานประกอบการหรอื ภาคเอกชนอาจเข้าร่วมด�ำ เนนิ การจัดต้ังศนู ย์วจิ ัยหอ้ งทดลอง
หรือห้องปฏิบัติการ เพ่ือพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ ในสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือ
สถาบัน ของรัฐหรอื เอกชนได้ตามความตกลงของสถานศึกษาหรอื สถาบันและสถานประกอบการนั้น ท้ังนี้
เพ่ือประโยชน์ด้านความร่วมมือในการพัฒนากำ�ลังคน การวิจัยและพัฒนาเพ่ือเสริมสร้างมาตรฐานการ
อาชวี ศกึ ษาและเพม่ิ พนู ประสบการณข์ องครู คณาจารย์ บคุ ลากรทางการศกึ ษาในสถานศกึ ษา หรอื สถาบนั
ใหท้ ันต่อความเปล่ยี นแปลงของเทคโนโลยี
รายไดแ้ ละทรพั ยส์ นิ ทเ่ี กดิ จากการด�ำ เนนิ การของสถานประกอบการตามวรรคหนง่ึ ใหเ้ ปน็ รายไดข้ อง
สถานศกึ ษาหรือสถาบันน้ัน
หลักเกณฑ์และวิธีการในการเข้าร่วมดำ�เนินการของสถานประกอบการหรือภาคเอกชนตามวรรค
หนง่ึ ใหเ้ ป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน
มาตรา 54 สถานประกอบการสมาคมวิชาชีพ หรือองค์กรอื่นท่ีให้ความร่วมมือในการจัดการ
อาชีวศึกษาและการฝกึ อบรมวิชาชพี อาจได้รับสิทธแิ ละประโยชน์ ดังตอ่ ไปน้ี
(1) การสนับสนนุ ดา้ นวิชาการและทรัพยากรตามสมควรแกก่ รณี
(2) การเชดิ ชเู กยี รตแิ กส่ ถานประกอบการ สมาคมวชิ าชพี หรอื องคก์ รอน่ื ที่ใหค้ วาม
ร่วมมือในการจัดการอาชวี ศึกษาและการฝึกอบรมวชิ าชีพ
มาตรา 55 ครูฝกึ ในสถานประกอบการตามมาตรา 52 และมาตรา 53 ต้องมีคุณสมบตั ิอย่างใด
อยา่ งหนงึ่ ดังตอ่ ไปน้ี
(1) เป็นผู้สำ�เร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาและผ่านการศึกษาหรือฝึกอบรมวิชาการศึกษา
ดา้ นอาชีพ
(2) เป็นผู้ชำ�นาญการด้านการอาชีพโดยสำ�เร็จการศึกษาวิชาชีพไม่ต่ํากว่าระดับ
ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี หรอื ผา่ นการทดสอบมาตรฐานฝมี อื แรงงานแหง่ ชาติ หรอื มาตรฐานอนื่ ตามทคี่ ณะ
กรรมการการอาชีวศกึ ษาก�ำ หนด
(3) เป็นผู้เช่ียวชาญด้านอาชีพเฉพาะสาขาซึ่งสำ�เร็จการศึกษาวิชาชีพไม่ต่ำ�กว่าระดับ
ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ทมี่ ปี ระสบการณ์ในสาขาอาชพี นนั้ ไมน่ อ้ ยกวา่ หา้ ปี หรอื ส�ำ เรจ็ การศกึ ษาวชิ าชพี ระดบั
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงที่มีประสบการณ์ในสาขาอาชีพนั้นไม่น้อยกว่าสามปี หรือผู้ผ่านการทดสอบ
มาตรฐานฝมี ือแรงงานแห่งชาตแิ ละมีประสบการณ์ในการทำ�งานในสาขาอาชพี นน้ั ไม่นอ้ ยกวา่ ห้าปี
(4) เปน็ ผมู้ ปี ระสบการณแ์ ละประสบความส�ำ เรจ็ ในอาชพี เฉพาะสาขามผี ลงานเปน็ ทย่ี อมรบั ใน
สังคมและทอ้ งถิน่ และสามารถถ่ายทอดความรู้ได้
10
หลักเกณฑ์ในการแต่งตง้ั การทดสอบ การฝกึ อบรม และการออกใบรับรองการเป็นครูฝึกในสถาน
ประกอบการ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ทค่ี ณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษาก�ำ หนด
1.2 ค�ำ นิยามศัพท์
การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หมายความว่า การจัดการศึกษาวิชาชีพท่ีเกิดจาก
ขอ้ ตกลงระหวา่ งสถานศกึ ษากบั สถานประกอบการในเรอื่ งการจดั หลกั สตู ร การจดั การเรยี นการสอน การ
จดั การฝึกอาชีพ การวัดและการประเมนิ ผล
สถานศึกษา หมายความว่า สถานศึกษาอาชีวศึกษาและสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัด
ส�ำ นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
สถานประกอบการ หมายความวา่ หา้ งหนุ้ สว่ น บรษิ ทั รฐั วสิ าหกจิ และหนว่ ยงานของรฐั และ
เอกชน ทงั้ ในและตา่ งประเทศ ทร่ี ว่ มมือกบั สถานศกึ ษาหรือสถาบนั การอาชีวศกึ ษา เพือ่ จดั การอาชวี ศึกษา
และการฝึกอบรมวชิ าชีพ
ผเู้ รยี น หมายความวา่ ผเู้ รยี นในหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี หลกั สตู รประกาศนยี บตั ร
วิชาชพี ชัน้ สูง หลกั สตู รปรญิ ญาตรสี ายเทคโนโลยหี รือสายปฏิบัติการ
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หมายความว่า หนังสือซ่ึงฝ่ายหนึ่งแสดงความสมัครใจจะ
ปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดและตามเง่ือนไขท่ีปรากฏในหนังสือนั้นกับอีกฝ่ายหน่ึงโดยท่ีหนังสือนี้ไม่ถือว่าเป็น
สญั ญาผกู มัด แต่แสดงความตอ้ งการอนั แนว่ แนข่ องผลู้ งชอ่ื ว่าจะปฏิบัติดังท่ีไดร้ ะบุไว้
แผนการฝึกอาชีพ หมายความว่า แผนงานของสถานประกอบการในการฝึกอาชีพให้กับ
ผู้เรียนระบบทวิภาคีให้มคี วามรู้ ความสามารถ ทกั ษะในอาชพี และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ตามลักษณะงาน
ของสถานประกอบการ สอดคลอ้ งกับหลักสูตรแตล่ ะระดบั โดยจัดทำ�เป็นเอกสารใบงาน
แผนการฝกึ อาชพี รายวชิ า หมายความวา่ แผนการจดั การเรยี นการสอนซง่ึ ครฝู กึ รว่ มกบั
ครใู นสถานศกึ ษาหรอื สถาบนั การอาชวี ศกึ ษาจดั ท�ำ ขน้ึ เพอ่ื ก�ำ หนดขน้ั ตอนการพฒั นาผเู้ รยี นทเ่ี ขา้ รบั การฝกึ
ปฏบิ ตั ิ ในสถานประกอบการไวล้ ว่ งหนา้ ตามลกั ษณะงานของสถานประกอบการและผลลพั ธก์ ารเรยี นรตู้ าม
สาขาวชิ า ทีผ่ เู้ รียนก�ำ ลังศึกษาอยู่
สญั ญาการฝกึ อาชพี หมายความวา่ สญั ญาขอ้ ตกลงในการฝกึ อาชพี ระบบทวภิ าครี ะหวา่ ง
สถานประกอบการกบั ผเู้ รยี นระบบทวภิ าคี
การฝึกงาน หมายความวา่ การฝกึ ประสบการณส์ มรรถนะวชิ าชพี และ/หรอื การฝกึ อาชพี
รปู แบบการศกึ ษาระบบทวภิ าคขี องผเู้ รยี นหลกั สตู รการอาชวี ศกึ ษาและการฝกึ อบรมวชิ าชพี ในสถานประกอบ
การ
การฝกึ อาชพี หมายความวา่ การฝกึ ภาคปฏบิ ตั ใิ นสถานประกอบการตามแผนการฝกึ อาชพี
ครูนิเทศก์ หมายความว่า ครูซึ่งสถานศึกษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษามอบหมายให้ทำ�
หน้าทนี่ ิเทศ ใหค้ ำ�แนะนำ�และแก้ไขปัญหาระหว่างผูเ้ รียนฝึกงานในสถานประกอบการ ติดตามความกา้ วหน้า
ของผ้เู รยี น ตลอดจนการวัดประเมนิ ผลการฝกึ งานตามรายวิชานนั้ ๆ
ครูฝึก หมายความวา่ ผทู้ ำ�หน้าท่สี อนหรอื ฝึกอบรมผเู้ รียนในสถานประกอบการตามหลกั
เกณฑท์ ่คี ณะกรรมการการอาชีวศกึ ษากำ�หนด
ผู้ควบคุมการฝกึ หมายความวา่ ผูท้ ่ีสถานประกอบการมอบหมายให้ท�ำ หนา้ ทีป่ ระสานงาน
กบั สถานศกึ ษาในการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี และรบั ผดิ ชอบ ดแู ลการฝกึ อาชพี ของผเู้ รยี นในสถาน
ประกอบการ
11
ผปู้ กครอง หมายความวา่ บิดา มารดา หรือบุคคลที่ได้รบั มอบหมายให้ความอุปการะเล้ยี ง
ดผู ู้เรยี น
เบีย้ เลี้ยง หมายความว่า ค่าตอบแทนทส่ี ถานประกอบการจ่ายใหผ้ ู้เรียนท่ีเขา้ รบั การฝกึ งาน
หรือฝกึ อาชพี
1.3 ความหมายของการจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี
การศึกษาระบบทวิภาคี เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพท่ีเกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษา หรือ
สถาบันการอาชีวศึกษากบั สถานประกอบการ รฐั วิสาหกจิ หรือหน่วยงานของรฐั ในเร่อื งการจัดหลักสตู ร
การเรียนการสอน การวดั และการประเมินผล โดยผเู้ รียนใชเ้ วลาส่วนหนง่ึ ในสถานศึกษาหรอื สถาบันการ
อาชีวศึกษา และเรียนภาคปฏิบัติในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐการศึกษาระบบ
ทวิภาคีตามวรรคหน่ึงต้องมีการจัดแผนการเรียน แผนการฝึกอาชีพ การฝึกทำ�งาน การวัดผลและการ
ประเมนิ ผล เพอ่ื มงุ่ เน้นผลติ ผ้สู �ำ เรจ็ การศึกษาในระดบั ฝมี ือ ระดบั เทคนคิ และระดับเทคโนโลยี ใหเ้ ปน็ ผมู้ คี วาม
รคู้ วามเขา้ ใจ มีทักษะ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวิชาชพี และกิจนิสัยทีเ่ หมาะสมปฏิบัตงิ านไดจ้ ริง
ปฏบิ ัตงิ านท่ีใชเ้ ทคนคิ ในการทำ�งาน สร้างและพัฒนางาน วางแผน จดั การพัฒนาตนเองและทำ�งานรว่ มกบั ผู้
อ่นื ได้อยา่ งมีความสุข ใหม้ คี วามกา้ วหน้าทางวิชาการ และวิชาชีพ มสี มรรถนะน�ำ ไปปฏบิ ตั ิงานหรือประกอบ
อาชพี อิสระไดต้ ามมาตรฐานการศกึ ษาวชิ าชีพ และมาตรฐาน สมรรถนะของสาขาวิชานน้ั ๆ โดยสอดคลอ้ ง
กบั ยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ และแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ
1.4 วัตถปุ ระสงค์ และเป้าหมายการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี
จากพระราชบญั ญตั กิ ารอาชวี ศกึ ษา พ.ศ. 2551 มาตรา 8 ในการจดั การศกึ ษาระบบทวภิ าคี เปน็ การ
จัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันกับสถานประกอบการ
ในเร่อื ง การจดั หลกั สตู ร การเรียนการสอน การวดั และการประเมนิ ผล โดยผู้เรยี นใชเ้ วลาส่วนหนง่ึ ในสถาน
ศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา หรอื สถาบนั และเรยี นภาคปฏบิ ตั ิในสถานประกอบการโดยมกี ารจดั แผนการเรยี น แผนการ
ฝึกอาชีพ การวัดผลและการประเมินผลเพื่อมุ่งเน้นผลิตผู้สำ�เร็จการศึกษาในระดับฝีมือ ระดับเทคนิคและ
ระดบั เทคโนโลยีสายปฏบิ ตั ิการใหเ้ ปน็ ผมู้ ีความรู้ความเข้าใจทกั ษะ คุณธรรมจรยิ ธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ
และกิจนิสัยทีเ่ หมาะสม ปฏิบัติงานไดจ้ รงิ ปฏบิ ัตงิ านที่ใช้เทคนคิ ในการท�ำ งาน สรา้ งและพัฒนางาน วางแผน
จดั การพฒั นาตนเองและท�ำ งานรว่ มกบั ผอู้ นื่ ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ ใหม้ คี วามกา้ วหนา้ ทางวชิ าการ และวชิ าชพี มี
สมรรถนะน�ำ ไปปฏบิ ตั งิ าน หรอื ประกอบอาชพี อสิ ระไดต้ ามมาตรฐานการศกึ ษาวชิ าชพี และมาตรฐานสมรรถนะ
ของสาขาวิชานั้นๆ โดยสอดคลอ้ งกบั แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนการศกึ ษาแห่งชาติ
12
1.5 องคป์ ระกอบทสี่ ำ�คญั ที่ในการจดั การศกึ ษาระบบทวภิ าคี
มีองค์ประกอบท่สี �ำ คัญ 7 ประการ ดงั นี้
1. มบี นั ทึกขอ้ ตกลงความร่วมมือระหว่าง สถานศึกษา กบั สถานประกอบการ
2. มีสัญญาฝึกอาชีพ ระหวา่ ง สถานประกอบการ กบั นักเรียน/นักศึกษา
3. มีครูฝึกในสถานประกอบการ ผคู้ วบคุมการฝกึ ครนู ิเทศก์
4. มีแผนการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ ตลอดระยะเวลาการฝึกอาชพี ทก่ี ำ�หนด
ในแผนการเรียนตลอดหลักสูตร
5. มกี ารประเมนิ มาตรฐานฝมี อื ตามขอ้ ตกลง และแผนการฝึกอาชพี ทีจ่ ัดทำ�ร่วมกัน
ระหวา่ งสถานประกอบการ และสถานศึกษา
6. มีใบรบั รองการผ่านงานของสถานประกอบการ เมื่อสิ้นสดุ การฝึกอาชพี ลงนาม
โดยสถานประกอบการ
7. มีใบรบั รองการส�ำ เรจ็ การศกึ ษาระบบทวิภาคลี งนามรว่ มกัน 2 ฝ่าย คือ
สถานประกอบการ และสถานศกึ ษา
1.6 พัฒนาการของการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี
การจดั การอาชวี ศึกษาของสำ�นักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ไดเ้ ริ่มดำ�เนินการตง้ั แต่ พ.ศ.
2527 กรมอาชวี ศกึ ษา (ขณะนัน้ ) ไดร้ บั ความเห็นชอบ และความชว่ ยเหลอื ทางวิชาการ จากรัฐบาลสหพนั ธ์
สาธารณรฐั เยอรมนี ทดลองจดั อาชีวศึกษาระบบโรงเรียน – โรงงาน
การจดั อาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี มีพัฒนาการโดยเปลี่ยนแปลงตามบริบท แบง่ เป็น 4 ระยะเวลา ดังนี้
1. โครงการโรงเรยี น-โรงงาน (Dual System) พ.ศ. 2527 – 2537
2. โครงการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี (Dual Vocational System)
พ.ศ. 2538 – 2541
3. การฝกึ งานคร่ึงหลกั สูตร พ.ศ. 2542 – 2550
4. การศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2551 – ปัจจบุ นั (Dual Vocational Education)
ระยะท่ี 1 โครงการโรงเรยี น - โรงงาน (Dual System) พ.ศ. 2527 - 2537
การจัดการอาชวี ศกึ ษาตามโครงการโรงเรียน-โรงงาน ในระยะที่ 1 นน้ั มีวตั ถุประสงค์ เพอ่ื
ฝกึ ชา่ งฝมี อื ทม่ี คี ณุ ภาพตรงตามความตอ้ งการของสถานประกอบการ และประหยดั งบประมาณของรฐั บาล
พ.ศ. 2527 โดยกรมอาชีวศึกษา (ช่ือหน่วยงานในขณะนั้น) ได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการจาก
รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีได้เร่ิมดำ�เนินการอย่างเป็นระบบ โดยบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำ�กัด ได้
มอบโรงเรียนซเี มนต์ไทยอุปถมั ภ์ ให้กรมอาชวี ศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธิการ จดั ตงั้ วทิ ยาลยั เทคนิค ท่าหลวง
ซีเมนต์ไทยอนุสรณ์ เพอ่ื เป็นวทิ ยาลัยต้นแบบ ทดลองจัดอาชวี ศึกษาระบบโรงเรยี น – โรงงาน โดยไดร้ บั
ความเหน็ ชอบ และความช่วยเหลอื ทางวิชาการ จากรัฐบาลสหพันธส์ าธารณรัฐเยอรมนี
พ.ศ. 2532 กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดอ้ นมุ ตั ิใหท้ ดลองใชห้ ลกั สตู รชา่ งช�ำ นาญงาน สาขาชา่ งซอ่ มบ�ำ รงุ
โรงงานอุตสาหกรรม ภายใต้ความช่วยเหลือ ด้านการจัดระบบและรูปแบบการฝึกหัด จากองค์ การ GTZ
(German Technical Cooperation) สหพนั ธส์ าธารณรฐั เยอรมนี ซงึ่ ยอ่ จากภาษาเยอรมนั วา่ Gesellschaft
fur Technische Zusammenarbeit
13
พ.ศ. 2534 สถานศึกษาท่จี ดั การอาชีวศกึ ษาระบบโรงเรยี น – โรงงานน้ันมจี ำ�นวนเพม่ิ ขนึ้ อีก 3 แห่ง
คือ วทิ ยาลยั เทคนิคมนี บุรี วทิ ยาลยั เทคนคิ สมุทรสงคราม และวิทยาลัยเทคนิคระยอง
พ.ศ. 2535 ได้เปลย่ี นชอื่ การจัดการศกึ ษาระบบโรงเรยี น – โรงงานเปน็ การจัดการศกึ ษาเม่ือสำ�เรจ็
การศกึ ษาไดร้ บั ประกาศนยี บตั รชา่ งช�ำ นาญงาน สามารถท�ำ งานใหก้ บั สถานประกอบการได้ และสว่ นมากจะได้
เงนิ เดอื นสงู กว่าผูส้ ำ�เร็จระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชพี (ปวช.) แตถ่ ้าจะศกึ ษาตอ่ ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชน้ั สงู (ปวส.) จะตอ้ งเรียนเพม่ิ ให้ได้ครบตามโครงสรา้ งหลักสูตรระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ (ปวช.)
ระยะที่ 2 โครงการอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี (Dual Vocational System) พ.ศ. 2538 – 2541
รฐั บาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีให้ความช่วยเหลือ เนน้ ด้านการประชาสัมพนั ธส์ ร้าง
ความเข้าใจการพฒั นาครู อาจารย์ ครูฝกึ ของสถานประกอบการ และผูเ้ ชีย่ วชาญ
พ.ศ. 2538 กรมอาชีวศกึ ษาได้จดั ทำ�หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวิชาชีพ (ปวช.) พทุ ธศกั ราช 2538 ได้
รบั อนมุ ตั ติ ามค�ำ สง่ั กระทรวงศกึ ษาธกิ ารให้ใช้ ตงั้ แตป่ กี ารศกึ ษา 2538 เปน็ ตน้ มา ในหลกั สตู ร มคี วามหลาก
หลายวิธีการจัดการเรยี นการสอน ได้แก่ ระบบปกติ ระบบทวิภาคี ระบบสะสมหนว่ ยกิต เทียบโอน และระบบ
ทางไกล จึงเรม่ิ มีค�ำ ว่า นักเรียนระบบปกติ และนักเรยี นระบบทวภิ าคี มคี วามแตกต่าง คือ
- ระบบปกติ วชิ าฝกึ งาน ใชเ้ วลาฝึก 10 สปั ดาห์
(เรียนภาคเรยี น ละ 20 สปั ดาห์)
- ระบบทวิภาคี เรียนในสถานศึกษา 1 – 2 วนั และฝกึ อาชีพในสถาน
ประกอบการ 3 – 4 วัน
ระยะท่ี 3 การฝกึ งานคร่งึ หลักสตู ร พ.ศ. 2542 – 2550
สืบเน่อื งจาก การประกาศใช้พระราชบัญญัติการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 20
การจดั การอาชวี ศกึ ษา และการฝกึ อบรมวชิ าชพี ใหจ้ ดั ในสถานศกึ ษาของรฐั สถานศกึ ษาของเอกชน สถาน
ประกอบการ หรอื โดยความรว่ มมอื ระหวา่ งสถานศกึ ษากบั สถานประกอบการ ทงั้ น้ีใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายวา่
ด้วยการอาชวี ศกึ ษาและกฎหมายทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีให้ความช่วยเหลือด้านการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา
สรา้ งความเขา้ ใจ พฒั นาครอู าจารย์ ครฝู กึ ในสถานประกอบการ ส�ำ นกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
จึงไดด้ �ำ เนนิ การพฒั นาหลกั สตู รประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2545 (ปรับปรุง พ.ศ. 2546)
และหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชนั้ สงู (ปวส.) พทุ ธศกั ราช 2546 เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบญั ญตั กิ าร
ศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2546
การจัดการศึกษาในหลักสูตร ปวช. 2545 (ปรับปรุง พ.ศ. 2546) และ ปวส. 2546 เป็นการจัด
อาชีวศึกษาโดยความร่วมมือกับสถานประกอบการกำ�หนดให้จัดการเรียนการสอนเน้นการปฏิบัติจริง
สามารถน�ำ รายวชิ าชพี ไปจดั ฝกึ ในสถานประกอบการไมน่ อ้ ยกวา่ 1 ภาคเรยี นเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรจู้ รงิ จากการ
ปฏบิ ัติงาน (On the job training) สถานศกึ ษาจดั แผนการเรยี น โดยน�ำ รายวชิ าชพี หรือบรู ณาการรายวิชา
ชีพร่วมกับสถานประกอบการนำ�ไปฝึกงานในสถานประกอบการ ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านการจัดการ
อาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี ดังนี้
1. การปฏิรูปหลักสูตร ในปีการศึกษา 2545 กระทรวงศึกษาธิการประกาศใช้หลักสูตร
ประกาศนยี บตั รวิชาชพี พ.ศ. 2545 และในปกี ารศกึ ษา 2546 ไดป้ ระกาศใช้หลกั สูตร พ.ศ. 2545
14
(ปรบั ปรงุ 2546) และประกาศใชห้ ลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชนั้ สงู พ.ศ. 2546 ซงึ่ หลกั สตู รดงั กลา่ วไดม้ ี
การเปลยี่ นแปลงระยะเวลาการฝึกงาน โดยมสี าระสำ�คัญท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั การจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ดังนี้
1.1 ดา้ นหลักการของหลักสตู ร หลกั สตู รใหมน่ ้เี ปน็ หลักสตู รทเ่ี นน้ ความช�ำ นาญเฉพาะดา้ น
ดว้ ยการปฏบิ ตั จิ รงิ เปดิ โอกาสใหเ้ ลอื กเรยี นไดห้ ลากหลายวธิ อี ยา่ งกวา้ งขวาง สามารถเลอื กวธิ กี ารเรยี นตาม
ศกั ยภาพ และโอกาสของผเู้ รยี น ถา่ ยโอนผลการเรยี น สะสมผลการเรยี น เทยี บโอนความรแู้ ละประสบการณ์
จากแหลง่ วทิ ยาการ สถานประกอบการ และสถานประกอบอาชพี อสิ ระได้ ทส่ี �ำ คญั คอื เปน็ หลกั สตู รทส่ี นบั สนนุ
การประสานความร่วมมือในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และองค์กรที่เกี่ยวข้องท้ังภาครัฐ
และเอกชน
1.2 ด้านวิธีการจัดการเรียนการสอน จากแนวทางของการปฏิรูปการอาชีวศึกษา โดยมี
ปรชั ญาวา่ ผสู้ �ำ เรจ็ การศกึ ษาจะตอ้ งเปน็ ผทู้ รี่ จู้ รงิ ท�ำ ได้ เขา้ ใจชวี ติ แนวทางการปฏริ ปู หลกั สตู รและการจดั การ
เรียนการสอนจงึ เนน้ 4 จรงิ คอื เรียนรู้จากสถานทจ่ี ริง เรยี นรู้จากผปู้ ฏิบัติจรงิ เรยี นรู้ในสถานการณจ์ รงิ
และเรยี นรู้ในวฒั นธรรมจรงิ การจดั การเรยี นการสอนตามหลกั สตู รใหมจ่ งึ ใหค้ วามส�ำ คญั กบั การเรยี นรว่ ม
กบั สถานประกอบการ เนน้ ความรว่ มมอื กบั สถานประกอบการ เนน้ การปฏบิ ตั จิ รงิ ใหส้ ามารถน�ำ รายวชิ าชพี
และรายวิชาในหมวดวิชาชพี ไปจดั การเรียนและการฝกึ งานในสถานประกอบการ เพ่ือให้เกดิ การเรยี นรู้จาก
การปฏิบัตงิ าน (On the job training) โดยจดั ได้ 2 รูปแบบ คอื
1) การฝกึ งาน ใหส้ ถานศกึ ษานำ�รายวชิ าในหมวดวิชาชพี ไปจดั ฝึกใน
สถานประกอบการ ไมน่ ้อยกวา่ 1 ภาคเรยี น
2) การฝกึ อาชพี หรอื ฝกึ งานครงึ่ หลกั สตู ร หลกั สตู รใหมน่ ใี้ หส้ ถานศกึ ษาน�ำ รายวชิ าในหมวด
วิชาชีพไปจดั ฝึกในสถานประกอบการ ไม่น้อยกวา่ 3 ภาคเรียน ในระดับประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.) และ
2 ภาคเรียน ในระดับประกาศนยี บตั รวิชาชพี ช้ันสงู (ปวส.)
ระยะท่ี 4 การศึกษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. 2551 – ปจั จุบัน
จากพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 มาตรา 8 การจัดการอาชีวศึกษา และการฝึก
อบรมวิชาชพี ให้จัดได้ 3 รปู แบบคอื
1) การศึกษาในระบบ
2) การศึกษานอกระบบ
3) การศกึ ษาระบบทวิภาคี
เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษาหรือสถาบันกับสถานประกอบ
การ รัฐวสิ าหกจิ หรอื หนว่ ยงานของรฐั ในเรอื่ งการจัดหลักสตู ร การเรียนการสอนการวดั และประเมินผล
โดยผเู้ รยี นใชเ้ วลาสว่ นหนง่ึ ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา หรอื สถาบนั และเรยี นภาคปฏบิ ตั ิในสถานประกอบการ
รฐั วสิ าหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ
เพื่อประโยชน์ในการผลิต และพัฒนากำ�ลังคนสามารถจัดการศึกษาได้หลายรูปแบบรวมกัน ท้ังนี้
ต้องมุ่งเน้นการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป็นสำ�คัญ โดยสำ�นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้
ด�ำ เนินการพฒั นาหลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หลักสูตรประกาศนยี บัตรวิชาชพี ช้ันสูง (ปวส.)
และหลกั สตู รปรญิ ญาตรีสายเทคโนโลยหี รอื สายปฏิบัติการ (ทล.บ.) ให้สอดคลอ้ งกบั พระราชบญั ญตั กิ าร
อาชวี ศึกษา พ.ศ. 2551
15
เม่ือวันท่ี 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 สำ�นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้จัดต้ังศูนย์
อาชีวศึกษาทวิภาคีข้ึนเป็นหน่วยงานภายใน ทำ�หน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน การจัดอาชีวศึกษาระบบ
ทวิภาคีเช่ือมโยงเพ่ือผลักดันนโยบายรัฐบาลสู่สถานศึกษาในสังกัด ประสานความร่วมมือภาคีเครือข่าย ใน
การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี โดยจัดตั้งคณะอนุกรรมการการอาชีวศึกษา ด้านความร่วมมือ และ
การจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคีข้นึ จากการด�ำ เนินการท่ีผา่ นมา ถอื ว่าประสบความส�ำ เรจ็ ในระดับหนึ่ง
จากตัวชีว้ ัดจ�ำ นวนผู้เรยี นระบบทวิภาคี และสถานประกอบการ มจี ำ�นวนเพ่มิ มากขน้ึ อย่างตอ่ เน่อื ง
จากความส�ำ คัญดงั กลา่ วใน ปี พ.ศ. 2557 กระทรวงศึกษาธิการไดม้ ปี ระกาศ เร่อื ง มาตรฐานการ
จัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ลงวันท่ี 17 ตุลาคม 2557 โดยได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มท่ี 131
ตอนพเิ ศษ 239 วนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน 2557 ใหส้ ถานศกึ ษา และสถานประกอบการทร่ี ว่ มจดั การอาชวี ศกึ ษา
ระบบทวภิ าคีใชเ้ ปน็ หลกั และแนวทางในการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี ใหม้ คี ณุ ภาพ และประสทิ ธภิ าพยงิ่
ขนึ้ และในปี พ.ศ. 2565 ไดม้ กี ารประกาศคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา เรอ่ื ง มาตรฐานการจดั อาชวี ศกึ ษา
ระบบทวภิ าคี ลงวนั ท่ี 22 มิถนุ ายน พ.ศ. 2563 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 191
วนั ที่ 20 สิงหาคม 2563
ในปี พ.ศ. 2564 สำ�นกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษาไดป้ ระกาศจดั ตัง้ ศนู ย์อาชีวศกึ ษาทวิภาคี
เขตพ้ืนที่ เม่ือวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เพ่ือให้การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีมีคุณภาพและ
ประสิทธิภาพสอดคล้องกับความต้องการกำ�ลังคนในเขตพื้นท่ี สำ�นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
จึงประกาศจดั ตัง้ ศนู ยอ์ าชีวศกึ ษาทวิภาคีเขตพนื้ ทโ่ี ดยใชส้ ถานศกึ ษาเป็นท่ตี ง้ั จำ�นวน 15 แห่ง
1.7 หลกั การด�ำ เนนิ งานการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
หลัก สนองความตอ้ งการของสถานประกอบการ
ยืด
วธิ กี าร โครงสร้างหลกั สตู ร
เปา้ หมาย
ยดื หยนุ่ ตามความพรอ้ มของทุกฝา่ ย
โดยเนน้ สถานประกอบการและผูเ้ รียนเป็นส�ำ คัญ
ทักษะ ความช�ำ นาญในอาชพี วฒุ กิ ารศกึ ษา
16 สนองความตอ้ งการของสถานประกอบการ
หมายถงึ สถานศกึ ษาตอ้ งใหค้ วามส�ำ คญั กบั ความตอ้ งการของสถานประกอบ
หลกั การ เพ่ือผลิตผเู้ รียนให้ตรงกับความตอ้ งการ เมื่อส�ำ เรจ็ การศกึ ษาสามารถทำ�งานกับ
ยืด สถานประกอบการได้ โดยไมต่ อ้ งเสยี เวลาฝกึ การปฏบิ ตั งิ านอกี ซงึ่ เปน็ วตั ถปุ ระสงคข์ อง
วธิ กี าร การจดั การศึกษา “ระบบทวิภาคี”
เป้าหมาย โครงสร้างหลกั สูตร
หมายถึง การสนองความต้องการของสถานประกอบการต้องอยู่บนพ้ืนฐาน
ของโครงสรา้ งหลกั สตู ร ขอ้ ก�ำ หนด หลกั เกณฑ์ ระเบยี บปฏบิ ตั ติ า่ งๆ ของทางราชการ
เพอื่ ให้ไดว้ ุฒิการศึกษา
ยดื หยุ่นตามความพร้อมของทกุ ฝา่ ย
หมายถงึ ตอ้ งใชว้ ธิ กี ารยดื หยนุ่ ตามความพรอ้ มของสถานประกอบการ สถาน
ศึกษา และผเู้ รยี น เพอื่ ใหด้ ำ�เนินการได้ส�ำ เรจ็ ซง่ึ อาจจะแตกตา่ งจากวธิ ีการท่ีเคยปฏิบัติ
มา เช่น
การรับสมัคร - คดั เลอื ก สถานประกอบการอาจจะท�ำ การคดั เลือกเอง
หรอื รว่ มกับสถานศกึ ษา
การจัดแผนการเรยี น สามารถจดั รายวิชาแตกต่างจากกลมุ่ ในระบบ
การลงทะเบียน วนั ลงทะเบยี นอาจจะปรบั เลอ่ื นไมต่ รงกบั ทสี่ ถาน
ศกึ ษาก�ำ หนด
การจดั กจิ กรรม กิจกรรมของสถานประกอบการเพม่ิ เตมิ เช่น
การปฐมนิเทศ ผูเ้ รยี นระบบทวภิ าคี การจดั
สัมมนาระหวา่ ง หรือหลังการฝกึ อาชพี
ระยะเวลาการฝกึ อาชีพ ตามบันทกึ ขอ้ ตกลงระหว่างสถานศกึ ษากบั
สถานประกอบการสอดคล้องกบั มาตรฐาน
การจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี
มีทักษะ มีความช�ำ นาญในอาชพี มวี ุฒิการศึกษา
หมายถึง ผู้เรยี นต้องมีทักษะ มคี วามชำ�นาญตามแผนการฝกึ อาชีพ และไดร้ ับ
วฒุ กิ ารศกึ ษาเมอ่ื ส�ำ เรจ็ การศกึ ษาตามแผนการเรยี นซงึ่ จดั รว่ มกนั ระหวา่ งสถานศกึ ษา
และสถานประกอบการ
17
1.8 ข้ันตอนการด�ำ เนนิ การ
แนวทางปฏิบตั ขิ องข้นั ตอนการด�ำ เนินการจดั การอาชีวศึกษระบบทวิภาคี
ระหวา่ งสถานศึกษากับสถานประกอบการ
สถานศึกษา 1. แสดงความประสงค์ สถานประกอบการ
2. ส�ำ รวจความพร้อม
3. บันทกึ ขอ้ ตกลงความร่วมมือ
4. วางแผนรว่ มกับสถานประกอบการ
5. ประชาสัมพนั ธ์ แนะแนวผเู้ รียน
6. คัดเลือกผูเ้ รยี น
7. ท�ำ สัญญาการฝึกอาชีพ
8. ปฐมนิเทศผเู รียน/การประชุมผู้ปกครอง
9. จัดการเรียนการสอน/การฝึกอาชีพ
10. นเิ ทศการจดั การเรียนการสอน/การฝกึ อาชพี
11. วดั และประเมนิ ผลรายวชิ า/การฝกึ อาชพี
12. ทดสอบมาตราฐานวิชาชีพแตล่ ะระดับ
13. สำ�เรจ็ การศกึ ษา
14. ติดตามการทีงานทำ�หรือการศกึ ษาต่อของผ้สู �ำ เร็จการศึกษา
15. สรปุ ผลการดำ�เนนิ งานและรายงาน
18
1.9 ปจั จัยแหง่ ความส�ำ เรจ็ ในการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี
ปัจจัยแห่งความสำ�เร็จในการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี มอี งคป์ ระกอบสำ�คัญ ดังน้ี
1.9.1 นโยบาย
ตามทรี่ ฐั บาลมอบนโยบายใหส้ �ำ นกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษาจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี
เพอื่ เพม่ิ ปรมิ าณและคณุ ภาพผเู้ รยี นในระบบทวภิ าคีใหม้ สี มรรถนะตรงตามความตอ้ งการของสถานประกอบ
การ สำ�นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ดำ�เนินการขยาย ยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาระบบ
ทวภิ าคี สรา้ งแรงจงู ใจใหส้ ถานประกอบการรว่ มมอื ดว้ ยมาตรการสทิ ธปิ ระโยชนท์ างภาษยี กยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ
จดั ท�ำ ประกาศ ระเบียบ กฎหมาย ขอ้ ก�ำ หนดต่างๆ เพ่อื เชือ่ มโยงกระทรวงและหน่วยงานทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับการ
จัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคีนัน้ ในระดับสถานศกึ ษาควรก�ำ หนดเปน็ นโยบายวางแผนปฏบิ ัติการประจำ�ปี
โดยมุ่งเน้นการขับเคล่ือนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีเป็นสำ�คัญให้สอดคล้องกับนโยบายของสำ�นักงานคณะ
กรรมการการอาชีวศึกษาสนับสนุนส่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและสร้างความตระหนักให้แก่บุคลากร
ของสถานศกึ ษา
1.9.2. สถานศกึ ษา ครผู สู้ อน และบคุ ลากรทีเ่ ก่ยี วข้อง
สถานศึกษาต้องจัดทำ�หลักสูตรท่ีสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน การพัฒนา
หลักสูตรต้องอยู่บนฐานความต้องการของสถานประกอบการ และความต้องการของประเทศ เนื้อหา
หลกั สตู ร และกระบวนการเรยี นรตู้ อ้ งเปน็ แบบฐานสมรรถนะ เนน้ ภาคปฏบิ ตั เิ พอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรทู้ างทฤษฎี
และมที กั ษะในทางปฏบิ ตั ิ สามารถปฏบิ ตั งิ านไดม้ คี วามยดื หยนุ่ เปดิ โอกาสใหผ้ สู้ นใจสามารถเรยี นรู้ไดอ้ ยา่ งตอ่
เนื่องตลอดชีวติ
สถานศกึ ษามกี ารสนบั สนนุ ทรพั ยากร มกี ารสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหค้ รผู สู้ อนและบคุ ลากรทเ่ี กยี่ วขอ้ งใน
สาขาวชิ าชพี ไดร้ บั การพฒั นาใหม้ คี ณุ ภาพ เพมิ่ สมรรถนะทว่ั ไปและสมรรถนะดา้ นวชิ าชพี ใหแ้ กค่ รู แลกเปลยี่ น
เรยี นรวู้ ทิ ยาการเทคโนโลยที ที่ นั สมยั จากสถานประกอบการน�ำ มาประยกุ ต์ใชพ้ ฒั นารปู แบบการเรยี นการสอน
ใหท้ ันตอ่ สภาพการณ์ท่ีเปลย่ี นแปลงในปจั จบุ นั มกี ารพฒั นาระบบ
การบริหารจัดการแบบเครอื ข่ายการประสานงานรว่ มกบั สถานประกอบการให้เปน็ แหลง่ เรียนรู้ที่ทัน
สมยั สร้างนวตั กรรมและงานวจิ ัยทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ การพฒั นาประเทศ
สถานศึกษาสนับสนุนด้านสื่อการศึกษาให้มีความหลากหลายและพอเพียงสำ�หรับการให้ผู้เรียน
สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ เปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร สรา้ งโอกาสทางการศกึ ษา ลดขอ้ จ�ำ กดั ดา้ นเวลา สถานท่ี และคา่ ใชจ้ า่ ย
ในการศกึ ษา โดยใช้การศกึ ษาทางไกลในรูปแบบตา่ งๆ รวมทั้งส่งเสริมใหส้ ถานประกอบการทุกภาคสว่ นเปน็
แหล่งเรยี นรูด้ า้ นอาชพี
1.9.3 สถานประกอบการ
สถานประกอบการต้องมีความรู้ ความเข้าใจในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีมีส่วนร่วมใน
การคัดเลือกผู้เรยี นระบบทวภิ าคี ตามสมรรถนะทสี่ ถานประกอบการตอ้ งการ ส่งเสริม สนับสนุนครฝู ึกใน
สถานประกอบการ สนบั สนนุ ทรพั ยากรการจดั การศกึ ษา โดยรว่ มมอื ใหส้ ถานศกึ ษาพฒั นาองคค์ วามรเู้ พอื่
ถา่ ยทอดเทคโนโลยีใหมๆ่ ใหแ้ กผ่ เู้ รยี น จดั สวสั ดกิ ารทจี่ �ำ เปน็ รวมทงั้ จดั สง่ิ แวดลอ้ มทเ่ี ออื้ ตอ่ การเรยี นรขู้ อง
ผูเ้ รยี น การ จัดการศึกษาระบบทวิภาคีเปน็ ความร่วมมือระหวา่ งสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา
19
หรอื สถาบนั กบั สถานประกอบการ ตอ้ งเปน็ ไปตามขอ้ ตกลงทท่ี งั้ สองฝา่ ยลงนามในบนั ทกึ ความรว่ มมอื แสดง
ความสมคั รใจตอ้ งปฏิบัตติ ามเงอื่ นไขท่ปี รากฏในหนงั สือฉบับนั้น โดยที่หนงั สอื นี้ไม่ถือวา่ เปน็ สญั ญาผูกมัด
โดยสถานประกอบการมกี ารเตรียมความพรอ้ มดา้ นต่างๆ ดงั ต่อไปน้ี
(1) เปน็ ผู้ประกอบการที่ดำ�เนินการฝกึ อาชพี ใหส้ อดคลอ้ งกบั ผ้เู รียนในสาขาวิชาท่เี ก่ียวขอ้ ง
(2) มคี วามพร้อมในการฝึกอาชพี ตามสาขาวชิ านัน้
(3) จัดให้มีครูฝึกท่ีมีคุณสมบัติตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา ทำ�หน้าท่ีสอนการปฏิบัติงาน
จรงิ ในสถานประกอบการ ท้ังน้ีการฝึกอาชีพระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้ันสูง
ต้องมคี รูฝกึ หนึ่งคนต่อผู้เรยี นไมเ่ กินสิบคน การฝึกอาชีพระดบั ปรญิ ญาตรีต้องมีครูฝึกหน่งึ คนต่อผเู้ รียน
ไม่เกนิ แปดคน
(4) จดั ใหม้ ผี ู้ควบคุมการฝึกทำ�หนา้ ท่ปี ระสานงานกบั สถานศึกษาในการจดั ฝกึ อาชพี และรับผิดชอบ
ดแู ลการฝกึ อาชพี ของผเู้ รยี นในสถานประกอบการ
(5) จัดสิง่ แวดล้อมท่เี ออื้ อ�ำ นวยตอ่ การฝึกอาชพี ได้
(6) จัดฝกึ อาชีพใหก้ ับผู้เรยี นได้ตามบนั ทกึ ขอ้ ตกลงท่ีท�ำ ไวร้ ่วมกนั
(7) จดั ส่งบคุ ลากรเขา้ รว่ มประชุมสมั มนากบั สถานศึกษาได้
(8) จัดสวสั ดิการ ตลอดจนมาตรการเกย่ี วกับสวัสดภิ าพใหแ้ ก่ผูเ้ รียนทเี่ ขา้ รับการฝึกอาชีพได้
ในการเลอื กสถานประกอบการเข้าร่วมจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี สถานศกึ ษาจะตอ้ งวเิ คราะห์
การประกอบกจิ การความพรอ้ มของสถานประกอบการ และความพรอ้ มของสถานศกึ ษา กอ่ นก�ำ หนดสาขา
วิชาชีพที่จะร่วมกันฝึก จะต้องทำ�ความเข้าใจร่วมกันในหลักการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและหน้าที่
ความรับผิดชอบของแตล่ ะฝ่าย
1.9.4 ผูเ้ รยี น
สถานศกึ ษาและสถานประกอบการ รว่ มกนั ประชาสัมพันธ์ แนะแนวใหค้ วามรู้ความเขา้ ใจกับผ้เู รยี นที่
ศึกษาระบบทวิภาคี และคัดเลือกผู้เรียนตามความต้องการของสถานประกอบการพัฒนาผู้เรียนท้ังความรู้
ทักษะและเจตคตทิ ี่ดีตอ่ วชิ าชีพ ปลกู ฝงั คุณธรรม จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวิชาชพี มีสมรรถนะวิชาชีพ
พอเพยี งส�ำ หรบั การปฏบิ ตั งิ าน และใหม้ คี ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคส์ อดคลอ้ งตามกรอบคณุ วฒุ อิ าชวี ศกึ ษา
แห่งชาติ และเกณฑ์มาตรฐานคณุ วุฒอิ าชีวศกึ ษาแตล่ ะระดบั จดั การเรยี นการสอนอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี
โดยยดึ ตามประกาศคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา เรอื่ ง มาตรฐานการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี พ.ศ
. 2563 เป็นส�ำ คัญ
1.9.5 ผู้ปกครอง
ผปู้ กครองควรมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ มเี จตคตติ อ่ การศกึ ษาอาชวี ศกึ ษาเปน็ เชงิ บวก สง่ เสรมิ สนบั สนนุ
ใหผ้ เู้ รยี นเลอื กเรยี นสายอาชพี ในระบบทวภิ าคี ใหค้ วามรว่ มมอื กบั สถานศกึ ษาและสถานประกอบการมคี วาม
เชอื่ มัน่ ในการจดั การเรียนการสอน การฝกึ อาชีพ ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั และการมงี านทำ�หลงั ผเู้ รียนส�ำ เรจ็ การ
ศกึ ษา
22
2. ความรูพ้ นื้ ฐานกอ่ นการเขียนแผนการฝกึ อาชพี
การดำ�เนินงานร่วมกันระหวา่ งสถานศกึ ษาและสถานประกอบการ
สถานศึกษาและสถานประกอบการประชุมร่วมกัน
ก�ำ หนดรูปแบบการเรยี นและการฝกึ อาชพี
เลือกวชิ า
สถานศึกษา สถานประกอบการ
แผนการเรยี นตลอดหลักสตู ร แผนการฝกึ อาชีพตลอดหลักสูตร
แผนการเรียนประจำ�ภาค แผนการฝึกอาชพี รายหน่วย
พนื้ ฐานของผเู้ ก่ียวขอ้ งในการจัดแผนการฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ
1 2345
ศึกษารูปแบบการ ศกึ ษาหลักสตู ร ศกึ ษาลักษณะงาน ศึกษาแนวทางการ ศึกษาการค�ำ นวณ
เรียนและการฝึก ของสถานประกอบ เลอื กรายวชิ าฝกึ เวลาในการฝกึ อาชพี
อาชพี การ อาชพี
ผู้เก่ยี วข้องในการจัดแผนการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ ควรศกึ ษา ทำ�ความเขา้ ใจเร่ืองต่อไปนี้
23
2.1 ศึกษารูปแบบการเรียนและการฝกึ อาชีพ
2.1.1 ความหมายรปู แบบการเรียนและการฝึกอาชพี
หมายถงึ การก�ำ หนดชว่ งระยะเวลาเรยี นในสถานศกึ ษา และชว่ งระยะเวลาการฝกึ อาชพี
ในสถานประกอบการ
2.1.2 รปู แบบการเรียนและการฝึกอาชพี ในระดับ ปวช. และปวส.
รปู แบบการเรยี นและการฝกึ อาชพี สามารถจดั ไดห้ ลายรปู แบบ แตท่ นี่ ยิ มใชท้ วั่ ไป มี 2 รปู แบบ
ได้แก่
• เรยี นในสถานศกึ ษา 1 – 2 วนั และฝกึ อาชีพในสถานประกอบการ
3 – 4 วนั ในหนงึ่ สัปดาห์
• เรียนในสถานศึกษา 1 ภาคเรียน และฝกึ อาชีพ 1 ภาคเรียนสลบั กัน
หรือตอ่ เน่ืองกนั
แบบท่ี 1 รปู แบบการเรยี นและการฝกึ อาชพี แบบสลบั วนั (Day release)
ใน 1 สัปดาห์ เรียน 1 - 2 วนั , ฝกึ อาชพี 3 - 4 วัน ตอ่ เนื่องตลอดหลกั สูตร
1 สปั ดาห์ (5 – 6 วนั ) จนั ทร์ องั คาร พธุ พฤหัส ศกุ ร์ เสาร์
เรียน 1 วัน ฝกึ อาชีพ 4 - 5 วนั เรียน ฝึก ฝกึ ฝึก ฝึก ฝกึ
หรอื เรยี น 2 วัน ฝกึ อาชพี 3 - 4 วนั เรียน เรียน ฝึก ฝึก ฝึก ฝึก
แบบท่ี 2 รูปแบบการเรียนและการฝึกอาชีพแบบสลบั สปั ดาห์ / ภาคเรียน / ปีการศึกษา (Block release)
ใน 1 สปั ดาห์ เรียน 5 วนั หรือฝึกอาชพี 5 - 6 วนั ตอ่ เนื่องตลอดหลักสตู ร
1 สัปดาห์ (5 – 6 วนั ) จันทร์ อังคาร พุธ พฤหสั ศกุ ร์ เสาร์
เรยี น 5 วนั เรียน
เรียน เรยี น เรยี น เรียน เรียน
หรือฝึกอาชพี 5 - 6 วัน ฝึก ฝึก ฝกึ ฝกึ ฝกึ ฝกึ
24
ตัวอยา่ ง รูปแบบการเรยี นการฝึกอาชพี แบบที่ 1
ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2
จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์ จันทร์ อังคาร พธุ พฤหัส ศกุ ร์ เสาร์
ปวช.1 เรยี น เรยี น เรยี น เรียน เรียน ฝึก เรยี น เรยี น เรียน เรียน เรียน
ปวช.2 เรียน เรียน ฝึก ฝกึ ฝึก ฝึก เรียน เรยี น ฝึก ฝึก ฝึก ฝึก
ปวช.3 เรยี น เรียน ฝกึ ฝกึ ฝึก เรียน เรียน ฝึก ฝกึ ฝกึ ฝึก
หมายเหต ุ ปวช. 1 เรยี นในวิทยาลยั วันจนั ทร์ - วันศุกร์
วนั จนั ทร์ - วนั อังคาร
ปวช. 2 - 3 เรียนในวทิ ยาลยั วนั พุธ - วันเสาร์
ฝึกอาชีพในสถานประกอบการ
ปวส.1 เรยี น เรียน ฝกึ ฝึก ฝึก ฝกึ เรยี น เรยี น ฝึก ฝึก ฝึก ฝึก
ปวส.2 เรยี น เรยี น ฝึก ฝกึ ฝกึ ฝึก เรียน เรียน ฝกึ ฝึก ฝึก ฝกึ
ตัวอยา่ ง รปู แบบการเรยี นการฝึกอาชพี แบบที่ 2
ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2
จนั ทร์ องั คาร พธุ พฤหสั ศุกร์ เสาร์ จนั ทร์ อังคาร พธุ พฤหัส ศกุ ร์ เสาร์
ปวช.1 เรยี น เรยี น เรยี น เรียน เรียน ฝึก เรยี น เรียน เรียน เรียน เรยี น
ปวช.2 เรยี น เรยี น เรียน เรยี น เรียน ฝึก ฝึก ฝึก ฝกึ ฝึก ฝกึ
ปวช.3 ฝึก ฝกึ ฝึก ฝกึ ฝกึ ฝกึ ฝกึ ฝกึ ฝึก ฝึก ฝกึ
ปวส.1 เรยี น เรียน เรียน เรยี น เรยี น เรียน ฝกึ ฝึก ฝกึ ฝกึ ฝึก ฝกึ
ปวส.2 เรียน เรียน เรยี น เรยี น เรียน เรยี น ฝึก ฝึก ฝึก ฝึก ฝกึ ฝึก
ปวส.1 เรียน เรยี น เรียน เรยี น เรยี น เรียน เรยี น เรียน เรยี น เรียน เรียน เรยี น
ปวส.2 ฝกึ ฝึก ฝึก ฝกึ ฝึก ฝึก ฝกึ ฝึก ฝกึ ฝึก ฝกึ ฝกึ
25
2.1.3 รูปแบบการเรียนและการฝึกอาชพี ในระดับปรญิ ญาตรี
การเลอื กจดั การเรยี นการสอน และการฝกึ อาชพี ในระดบั ปรญิ ญาตรี รปู แบบใด
รปู แบบหนง่ึ ใหเ้ ปน็ ไปตามขอ้ ตกลงของสถานศกึ ษา และสถานประกอบการ โดยยดึ ตามกรอบมาตรฐาน
คุณวฒุ ิอาชวี ศึกษาแหง่ ชาติ และเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชวี ศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรสี ายเทคโนโลยี
หรอื สายปฏิบตั ิการ
หมายเหตุ ในกรณี “ผู้เรียนกลุ่มเดยี วกนั ”สง่ ฝกึ อาชพี หลายสถานประกอบการ ควรใช้รปู แบบ และ
ระยะเวลาการจดั สง่ ฝกึ อาชพี เหมอื นกนั ทงั้ น้ี ควรค�ำ นงึ ถงึ ความพรอ้ มของสถานประกอบการ และ
สถานศึกษา
2.2 การใช้หลกั สตู ร ทเ่ี กีย่ วข้องกับการศึกษาระบบทวภิ าคี
การใชห้ ลักสูตร ที่เกี่ยวข้องกบั การศกึ ษาระบบทวิภาคี
การศกึ ษาระบบทวภิ าคี เป็นรูปแบบการจัดการศกึ ษาทีเ่ กิดจากข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถาน
ศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของ
รัฐ โดยผู้เรียนใช้เวลาส่วนหน่ึงในสถาบันการอาชีวศึกษา สถานศึกษา และเรียนภาคปฏิบัติในสถาน
ประกอบการ รัฐวสิ าหกิจ หรอื หน่วยงานของรฐั เพ่อื ใหก้ ารจัดการศกึ ษาระบบทวภิ าคสี ามารถเพม่ิ ขีด
ความสามารถด้านการผลิตและพัฒนากำ�ลังคนที่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ ตามจุดหมายของ
หลักสตู ร การจัดการศึกษาระบบทวิภาคี โดยน�ำ รายวิชาทวภิ าคีในกลุม่ สมรรถนะวิชาชีพเลอื ก หรอื
รายวชิ า ทเ่ี รยี นในสถานประกอบการส�ำ หรบั ปรญิ ญาตรี ไปก�ำ หนดรายละเอยี ดของรายวชิ า ไดแ้ ก่ จดุ
ประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า คำ�อธบิ ายรายวิชา เวลาที่ใช้ฝึก และจำ�นวนหน่วยกิต ให้สอดคลอ้ ง
กบั ลกั ษณะงานของสถานประกอบการรฐั วสิ าหกจิ หรอื หนว่ ยงานของรฐั รวมทงั้ สมรรถนะวชิ าชพี ของ
สาขางาน พรอ้ มจดั ท�ำ แผนฝกึ อาชพี การวดั และประเมนิ ผลในแตล่ ะรายวชิ า ทง้ั นี้ อาจน�ำ รายวชิ าชพี
อนื่ ในหมวดสมรรถนะวชิ าชพี ไปจดั รว่ มดว้ ยก็ได้ ทง้ั นกี้ ารน�ำ หลกั สตู รไปใช้ในทางปฏบิ ตั ิใหศ้ กึ ษาราย
ละเอยี ดในแต่ละหลกั สูตร
การเลอื กรายวิชาเรยี นในสถานศึกษา และฝกึ อาชีพในสถานประกอบการ เพือ่ จัดแผนการเรยี น
ตลอดหลกั สูตร ควรเลอื กรายวิชาในหมวดตา่ งๆ ดงั น้ี
26
โครงสรา้ งของแผนการเรียน รูปแบบปกตแิ ละทวภิ าคี
โครงสร้างหลกั สูตร ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิ ปวช. (หน่วยกติ ) ปวส. (หนว่ ยกติ ) หมายเหตุ
4.1 หมวดสมรรถนะแกนกลาง ไมน่ ้อยกวา่ 21 18 สถานประกอบการมีความพร้อมสามารถ
ย ก แ ผ น ก า ร เ รี ย น ใ น ร า ย วิ ช า ใ น ห ม ว ด
สมรรถนะแกนกลางให้สถานประกอบการ
เป็นผู้ดำ�เนินการจัดการเรียนการสอน และ
วัดผลประเมินผล ได้
4.2 หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า 69 56
4.2.1 กลมุ่ สมรรถนะวชิ าชพี พ้นื ฐาน ไมน่ อ้ ยกว่า (19) (15) สถานประกอบการมีความพร้อมสามารถยก
4.2.2 กลุ่มสมรรถนะวชิ าชพี เฉพาะ ไม่นอ้ ยกวา่ (24) แผนการเรียนในรายวิชา ในกลุ่มทักษะวิชาชีพ
(21) พื้นฐานและวิชาชีพเฉพาะ,ให้สถานประกอบการ
เปน็ ผดู้ �ำ เนนิ การจดั การเรยี นการสอน และวดั ผล
ประเมินผล ได้
4.2.3 กลุ่มสมรรถนะวิชาชพี เลือก ไม่นอ้ ยกว่า (18) (12) เลือก ในกลุ่มรายวิชาทวิภาคี เพื่อนำ�มาจัดทำ�
แผนการฝกึ อาชีพร่วมกับสถานประกอบการ
4.2.4 ฝึกประสบการณส์ มรรถนะวิชาชพี (4) (4) สามารถเลือก นำ�มาจัดทำ�แผนการฝึกอาชีพ
4.2.5 โครงงานพฒั นาสมรรถนะวชิ าชพี รว่ มกบั สถานประกอบการได้
4.3 หมวดวชิ าเลอื กเสรี (4) (4) บรู ณาการรว่ มกบั สถานประกอบการในรายวชิ า
โครงการ 1 และ 2
4.4 กจิ กรรมเสริมหลักสูตร (ไม่น้อยกว่า 2 ชม./
สปั ดาห์ (10) (6) เลอื กรายวชิ าในหลกั สตู รฯ ทผี่ เู้ รยี นมคี วาม
สนใจและสถานประกอบการมคี วามพรอ้ มใน
หน่วยกติ รวมระหว่าง การฝกึ อาชีพ
- - บูรณาการร่วมกับสถานประกอบการใน
รายวชิ ากิจกรรมในสถานประกอบการ
100 - 110 80 - 90
27
โครงสร้างของแผนการเรียน หลกั สูตรเทคโนโลยบี ัณทิต (ทล.บ.)
โครงสรา้ งแผนการเรยี นทวิภาคี หมายเหตุ
1. หมวดวชิ าศึกษาท่วั ไป (ทักษะชวี ิต) ไม่น้อยกวา่ 18 หนว่ ยกิต } รายวิชาฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ
2. หมวดวชิ าเฉพาะ (ทักษะวชิ าชพี ) ไม่นอ้ ยกวา่ 42 หนว่ ยกิต
2.1 วิชาพืน้ ฐาน ไม่นอ้ ยกว่า 18 หนว่ ยกิต
2.2 หมวดวชิ าเฉพาะด้าน ไม่น้อยกวา่ 21 หนว่ ยกติ
2.3 วิชาการฝึกประสบการณว์ ิชาชีพ ไม่น้อยกวา่ 3 หน่วยกิต
3. หมวดเลือกเสรี ไม่น้อยกวา่ 6 หน่วยกติ
หนว่ ยกติ รวมไมน่ อ้ ยกวา่ 72 หนว่ ยกติ
ตวั อย่าง รายวิชาและคำ�อธบิ ายรายวิชา ในหลักสตู ร ระดับ ปวช. และปวส.
รายวิชาในหลกั สตู ร หมายถงึ รายวชิ าท่ไี ด้กำ�หนดรายละเอียดของรายวิชา 3 สว่ นไวแ้ ลว้ คอื
จดุ ประสงคร์ ายวิชา
สมรรถนะรายวชิ า
คำ�อธิบายรายวิชา
30001-1001 การบริหารงานคณุ ภาพในองค์การ 1-2-2
(Quality Administration in Organization)
จดุ ประสงค์รายวชิ า เพื่อให้
1. เข้าใจหลกั การจัดการองค์การ หลักการบริหารงานคุณภาพ และเพิม่ ผลผลิต และหลักการเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ
การทํางาน
2. สามารถประยุกต์ใช้หลักการจัดการองค์การ การเพ่ิมประสิ ทธภิ าพขององคก์ าร และการเพม่ิ ประสิทธิภาพ
การทาํ งานในการจัดการงานอาชีพ
3. มเี จตคตแิ ละกจิ นสิ ยั ทด่ี ีในการจดั การงานอาชพี ดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ รอบคอบ มวี นิ ยั ขยนั ประหยดั อดทนและ
สามารถทํางานร่วมกัน
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเ้ กย่ี วกบั หลักการจัดการองคก์ าร หลักการบริหารงานคุณภาพ และเพมิ่ ผลผลิต และหลักการเพิม่
ประสทิ ธิภาพการทํางาน
2. วางแผนการจดั การองค์การ และเพ่มิ ประสิทธภิ าพขององคก์ ารตามหลกั การ
3. กําหนดแนวทางจัดการความเสี่ยง และความขัดแย้งในงานอาชพี ตามหลกั การและสถานการณ์
4. เลอื กกลยุทธเ์ พือ่ เพิม่ ประสทิ ธภิ าพการทํางานตามหลกั การบรหิ ารงานคุณภาพ และเพมิ่ ผลผลติ
5. ประยุกต์ ใชก้ ิจกรรมระบบคณุ ภาพ และเพิ่มผลผลติ ในการจดั การงานอาชีพ
28
คาํ อธิบายรายวชิ า
ศกึ ษาเกย่ี วกบั หลกั การจดั องคก์ าร การเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพขององคก์ าร การบรหิ ารงานคณุ ภาพและ
เพ่ิม ผลผลิต การจัดการความเสย่ี ง การจดั การความขดั แยง้ ในองคก์ าร กลยุทธก์ ารเพมิ่ ประสทิ ธิภาพกา
รทาํ งาน การนาํ กิจกรรมระบบคุณภาพและเพิ่มผลผลติ มาประยกุ ต์ใช้ในการจัดการงานอาชีพ
ลักษณะรายวิชาทวิภาคี
รายวิชาทวิภาคี โดยทัว่ ไปจะช่ือวชิ าเหมือนกนั ทกุ รหสั วิชาใช้ชือ่ สาขางานเป็นชอื่ วิชา ตอ่ ดว้ ยตวั เลข
แสดงลำ�ดับท่ี 1, 2, 3..... XX แต่อาจมีขอ้ แตกตา่ งในการกำ�หนดชัว่ โมง หนว่ ยกิต และการเขียนคำ�อธิบาย
รายวชิ า ดงั นี้
1. ให้ใช้รหัสรายวิชาทวภิ าคีตามโครงสร้างหลักสูตรของกลุ่มสมรรถนะวชิ าชพี เลอื กหรือสาขางาน
ที่กำ�หนด
ตวั อย่าง 20101 - 5101 ถึง 20101 - 5106
หมายถึง รายวชิ าทวภิ าคีในหลกั สูตรระดบั ปวช. (2) ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าชา่ งยนต์ สาขางานยานยนต์ รายวชิ าที่ 1 ถึงรายวิชาท่ี 6
2. ใหก้ �ำ หนดชอ่ื รายวชิ าในแตล่ ะระดบั ตามโครงสรา้ งหลกั สตู ร โดยใชช้ อ่ื สาขางานหรอื ชอื่ งานทป่ี ฏบิ ตั ิ
เช่น
ตวั อยา่ งที่ 1 ก�ำ หนดชอ่ื วชิ าตามชอื่ สาขางาน เพอื่ ใหส้ ามารถบรหิ ารจดั การการจดั แผนการเรยี น
การลงทะเบียนเรียนรายวิชาการประเมินผลการเรียนและการบันทึกผลการเรียนในเอกสารการศึกษาได้
เหมอื นกันในทุกกลมุ่ ผ้เู รียนสาขางานเดยี วกันแต่ไปฝึกอาชีพตา่ งสถานประกอบการ
20101 - 5101 ปฏบิ ัตงิ านยานยนต์ 1
20101 - 5102 ปฏิบัตงิ านยานยนต์ 2
20101 - 5103 ปฏบิ ัติงานยานยนต์ 3
20101 - 5104 ปฏิบัตงิ านยานยนต์ 4
20101 - 5104 ปฏิบัตงิ านยานยนต์ 5
20101 - 5104 ปฏบิ ัตงิ านยานยนต์ 6
29
ตวั อยา่ งที่ 2 ก�ำ หนดชอ่ื วชิ าโดยใชช้ อื่ งานวงเลบ็ ไวท้ า้ ยชอ่ื วชิ า มขี อ้ ดคี อื สามารถแสดงให้ ทราบ
ว่าผสู้ �ำ เรจ็ การศกึ ษาได้ผา่ นการฝึกอาชพี ในงานใดบ้าง และมีสมรรถนะในสาขางานที่เรยี นในเร่ืองใดบ้าง
นอกจากนผี้ เู้ รยี นในกลมุ่ สาขางานเดยี วกนั ทจ่ี �ำ เปน็ ตอ้ งแยกไปฝกึ อาชพี ตา่ งสถานประกอบการซง่ึ มขี นาด
และ ลกั ษณะงานต่างกัน ก็ยังสามารถระบุช่อื งานในวงเลบ็ ท่ตี า่ งกนั ออกไปได้ แต่ยงั คงใช้ช่ือวชิ าและรหัส
วชิ า เดียวกัน หรือท�ำ เพิ่มเติมใหค้ รอบคลุมลกั ษณะงานของสาขาวชิ า แล้วใหผ้ ู้เรียนแตล่ ะกลุ่มเลือกลง
ทะเบยี น เรียนใหส้ อดคลอ้ งกบั งานของสถานประกอบการท่ไี ปฝกึ อาชพี กไ็ ด้
20101 - 5101 ปฏิบัตงิ านยานยนต์ 1 (งานเครอื่ งยนต)์
20101 - 5102 ปฏิบตั ิงานยานยนต์ 2 (งานเครื่องล่างรถยนต์)
20101 - 5103 ปฏบิ ตั งิ านยานยนต์ 3 (งานปรบั อากาศรถยนต)์
20101 - 5104 ปฏบิ ัตงิ านยานยนต์ 4 (งานบำ�รงุ รกั ษารถยนต์)
20101 - 5105 ปฏิบัติงานยานยนต์ 5 (งานอเิ ล็กทรอนกิ ส์รถยนต์)
20101 - 5106 ปฏบิ ัติงานยานยนต์ 6 (งานบรกิ ารรถยนต์)
ตวั อยา่ งท่ี 3 ก�ำ หนดชอ่ื วชิ าโดยใชช้ อ่ื งาน มขี อ้ ดคี อื สามารถแสดงใหท้ ราบวา่ ผสู้ �ำ เรจ็ การศกึ ษา
ได้ ผา่ นการฝกึ อาชพี ในงานใดบา้ งและมสี มรรถนะในสาขางานทเ่ี รยี นในเรอ่ื งใดบา้ งการก�ำ หนดชอื่ งานแบบ
น้ีเหมาะกับลกั ษณะงานอาชีพทเ่ี ปน็ มาตรฐานสากลหรือมมี าตรฐานวชิ าชพี ก�ำ หนดไว้
ส่วนข้อจำ�กัดก็คือผู้เรียนในกลุ่มสาขางานเดียวกันท่ีแยกไปฝึกอาชีพในสถานประกอบการท่ีมี
ขนาดและลกั ษณะงานตา่ งกนั จะไมส่ ามารถใชช้ อ่ื วชิ าเดยี วกนั ตอ้ งจดั ท�ำ รายวชิ าและรายละเอยี ดรายวชิ า
เพ่ิมตามลักษณะงานของสถานประกอบที่ร่วมมือจัดการศึกษา โดยใช้รหัสรายวิชาเรียงลำ�ดับต่อกันไป
และการจัดแผนการเรยี นกต็ อ้ งเปน็ แผนการเรยี นเฉพาะกลุ่มผู้เรียน
20101-5101 ปฏิบตั ิงานเคร่ืองยนต์เล็ก
20101-5102 ปฏบิ ตั งิ านอิเล็กทรอนิกสร์ ถยนต์
20101-5103 ปฏบิ ตั งิ านระบบฉดี เชอ้ื เพลงิ ควบคมุ ดว้ ยอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
20101-5104 ปฏบิ ตั ิงานปรับอากาศรถยนต์
20101-5105 ปฏิบัติงานบ�ำ รงุ รักษารถยนต์
20101-5106 ปฏบิ ัติงานบริการรถยนต์
20101-5107 ปฏิบตั ิงานปรบั แตง่ เครือ่ งยนต์
20101-5108 ปฏิบัติงานจักรยานยนต์
20101-5109 ปฏิบตั ิงานประดบั ยนต์
30
3. ใหก้ �ำ หนด ท-ป-น หรอื เวลาเรยี นภาคทฤษฎตี อ่ สปั ดาห์ - เวลาเรยี นภาคปฏบิ ตั ติ อ่ สปั ดาห์ - จ�ำ นวน
หนว่ ยกติ ของรายวชิ า ตามลกั ษณะงานทตี่ อ้ งใชเ้ วลาในการเรยี นรแู้ ละฝกึ ปฏบิ ตั ติ ามเกณฑท์ ี่ ก�ำ หนด คอื การ
ฝกึ อาชีพไมน่ ้อยกว่า 54 ชั่วโมงต่อภาคเรยี น หรอื ไม่น้อยกวา่ 3 ช่ัวโมงตอ่ สปั ดาห์ มีคา่ เท่ากับ 1 หน่วยกติ
และหากจ�ำ เปน็ ตอ้ งมกี ารเรยี นรภู้ าคทฤษฎดี ว้ ย โดยอาจจะเปน็ การใหค้ วามรกู้ อ่ น การฝกึ ปฏบิ ตั งิ าน (ทฤษฎี
หวั งาน) หรอื การสรปุ องคค์ วามรู้ แลกเปลยี่ นรปู้ ระจ�ำ วนั /สปั ดาห์ ก�ำ หนดให้ 1 ชว่ั โมงตอ่ สปั ดาห์ มคี า่ เทา่ กบั
1 หน่วยกติ ทง้ั นี้ ข้นึ อยกู่ ับลกั ษณะงานทจ่ี ะตอ้ งพิจารณารว่ มกัน เช่น
ตัวอย่าง รายวิชาทวภิ าคีในระดบั ปวช. ประเภทวิชาอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าช่างยนต์ สาขา งานยานยนต์
รหสั วิชา ชือ่ วชิ า ท-ป-น
20101-5101 ปฏิบตั งิ านยานยนต์ 1 (งาน...) 1-6-3
20101-5102 ปฏบิ ตั งิ านยานยนต์ 2 (งาน...) 1-6-3
20101-5103 ปฏิบตั งิ านยานยนต์ 3 (งาน...) 0-9-3
20101-5105 ปฏิบตั งิ านยานยนต์ 4 (งาน...) 0-9-3
20101-5106 ปฏบิ ตั งิ านยานยนต์ 5 (งาน...) 0-9-3
20101-5107 ปฏิบตั งิ านยานยนต์ 6 (งาน...) 0-9-3
4. ใหเ้ ขียนจดุ ประสงค์รายวชิ า และสมรรถนะรายวชิ าใหส้ อดคลอ้ งกนั ครอบคลมุ พฤตกิ รรม การ
เรียนรู้ทั้งด้านความรู้ (พุทธิพิสัย) ทักษะ (ทักษะพิสัย) เจตคติ และกิจนิสัย หรือพฤติกรรมลักษณะนิสัย
(จิตพิสยั ) แมว้ า่ ในการฝกึ อาชีพจะเนน้ ทักษะปฏบิ ัติ แต่ “สมรรถนะ” ในการท�ำ งานนัน้ เกดิ จากการ ประยกุ ต์
ใชค้ วามรู้ ทักษะ และคณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ ดงั นน้ั นอกจากทักษะในการปฏิบตั งิ านแล้ว ทกั ษะทางปัญญา
ไม่ว่าการคิด วิเคราะห์ วางแผน ตดั สนิ ใจ แก้ไขปญั หา ฯลฯ ก็มคี วามสำ�คัญตอ่ การปฏบิ ตั ิ และพัฒนางานที่
รบั ผิดชอบ ผเู้ รยี นจงึ ตอ้ งมีความรูพ้ นื้ ฐานทจี่ �ำ เป็นจากการเรยี นในสถานศกึ ษา เพ่ือน�ำ มาประยุกต์ใช้ในการ
ปฏบิ ตั งิ าน ในขณะทอ่ี งคค์ วามรู้ในบางเรอื่ งกส็ ามารถเกดิ ขน้ึ จากการไดล้ งมอื ปฏบิ ตั ดิ ว้ ยตนเองในสภาพจรงิ
ของการทำ�งานในสถานประกอบการ
5. ให้เขียนคำ�อธิบายรายวิชา ครอบคลุมขอบข่ายของเนื้อหาสาระหรืองานที่ต้องการให้ผู้เรียนได้
ศกึ ษาเรยี นรู้ และหรอื ฝกึ ปฏบิ ตั เิ พอื่ ใหบ้ รรลตุ ามจดุ ประสงคร์ ายวชิ า และสมรรถนะรายวชิ า ซงึ่ ครผู สู้ อน และ
ครฝู กึ จะตอ้ งท�ำ ความเขา้ ใจในค�ำ อธบิ ายรายวชิ าของรายวชิ าทรี่ บั ผดิ ชอบ เพอื่ น�ำ ไปจดั ท�ำ แผนการฝกึ อาชพี
ในแต่ละรายวชิ า
การจัดการศึกษาระบบทวภิ าคี ในระดบั ปรญิ ญาตรี
ลกั ษณะแผนการศกึ ษา
การจดั แผนการศกึ ษาในสถานประกอบการระดบั เทคโนโลยบี ณั ฑติ โดยน�ำ รายวชิ าไปใช้ในการ
เขียนแผนการฝึกอาชีพ จากแผนการเรยี น เชน่
ตัวอย่าง สาขาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์
33 - 4105 - 2006 เทคโนโลยีการส่อื สารข้อมูลและเครือข่าย 3(0-9-0)
33 - 4105 - 2101 การซ่อมบำ�รงุ ระบบคอมพวิ เตอรแ์ ละเครอื ขา่ ย 3(0-9-0)
33 - 4105 - 2103 การบริหารอตุ สาหกรรมอิเลก็ ทรอนกิ ส ์ 3(0-9-0)
31
รหสั วชิ า ชอื่ วิชา น. (ท-ป-ศ) หมายเหตุ
กลมุ่ วชิ าชีพเฉพาะ
33-4105-2006 เทคโนโลยกี ารสือ่ สารข้อมูลและเครอื ขา่ ย 3 (0-9-0) สถานประกอบการ
กลมุ่ วชิ าชีพเลอื ก
33-4105-2101 การซอ่ มบำ�รงุ ระบบคอมพวิ เตอร์และเครือขา่ ย 3 (0-9-0) สถานประกอบการ
33-4105-2103 การบริหารอุตสาหกรรมอเิ ล็กทรอนิกส์
3 (0-9-0) สถานประกอบการ
รวม
9 (0-27-0)
โดยรายวชิ าทวภิ าคี จะมีข้อความอธบิ ายไวต้ อนทา้ ย ดงั นี้
สำ�หรับการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีให้สถานศึกษาร่วมวิเคราะห์ลักษณะงานของสถานประกอบ
การ เพือ่ น�ำ รายวชิ าในกลุม่ ทักษะวิชาชีพเฉพาะ และกล่มุ วชิ าชีพเลือกไปก�ำ หนดรายละเอียดของรายวิชา จัด
แผนการฝกึ อาชีพ การวดั และการประเมินผลรายวชิ าน้ันๆ ทัง้ น้ี โดยให้ใช้เวลาฝกึ ในสถานประกอบการ ไม่
นอ้ ยกวา่ 54 ชวั่ โมง มีคา่ เทา่ กับ 1 หนว่ ยกิต
หากเปน็ รายวชิ าทพี่ ฒั นาขนึ้ มาใหมเ่ พอื่ ใหเ้ หมาะสมกบั สถานประกอบการ มกี ระบวนการพฒั นา
ดงั น้ี
ก) หลักการเขียนหรือก�ำ หนดวัตถุประสงคข์ องรายวชิ า
ควรเขยี นใหส้ ามารถเหน็ วา่ ผเู้ รยี นทเ่ี รยี นรายวชิ านแ้ี ลว้ จะตอ้ งมสี มรรถนะอยา่ งไร ทง้ั นตี้ อ้ ง
ให้ครอบคลมุ สมรรถนะในการทำ�งาน เชน่
1. มีความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกับ ......
2. มีทักษะเกี่ยวกับ ......
3. มกี ิจนสิ ัยในการปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความ ......
ข) หลักการเขียนสมรรถนะรายวิชา
ควรเขียนใหค้ รอบคลุม ใหเ้ ห็นว่าผเู้ รียนตอ้ งแสดงสมรรถนะอะไรในการท�ำ งาน เช่น
1. แสดงความรูเ้ กย่ี วกบั .........
2. ถอด....
3. ตรวจสอบ......
4. บำ�รงุ รักษา .....
5. ปฏิบัติงานดว้ ยความปลอดภยั .......
ค) หลักการเขยี นค�ำ อธิบายรายวิชา
การกำ�หนดรายละเอียดของเนอื้ หาหรือรายละเอียดที่ต้องใช้ในการเรียนในรายวิชาหน่งึ ๆ สามารถ
ใชท้ ฤษฎีการวเิ คราะหง์ าน (Job Analysis) มาประยุกต์ใช้ เพื่อกำ�หนดรายละเอยี ดตา่ งๆ ของเนอื้ หา โดยนำ�
ขอ้ มลู ทไี่ ดจ้ ากการวเิ คราะหร์ ายการความสามารถ (Task Analysis) ในสว่ นของความรมู้ าเขยี นเปน็ ความเรยี
โดยคำ�นงึ ถึงระดับความสามารถของเนือ้ หาวชิ าตามระดับ ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ (ปวช.) ประกาศนียบตั ร
วิชาชพี ชั้นสงู (ปวส.) และ เทคโนโลยีบัณฑติ (ทล.บ.)
32
ข้อคำ�นึงในการเขยี นจุดประสงค์ สมรรถนะรายวิชา และคำ�อธิบายรายวิชา
1. ในกรณที นี่ ำ�รายวชิ าหลายรายวชิ าไปฝึกในสถานประกอบการเดียวกัน งานหลกั ทีฝ่ กึ แตกตา่ งกัน
ให้แยกรายวชิ าตามงานหลกั ทฝ่ี กึ อาชีพ
2. ในกรณีท่ีนำ�รายวิชาหลายรายวิชาไปฝึกในสถานประกอบการเดียวกัน งานหลักท่ีฝึกเหมือนกัน
ใหก้ ำ�หนดจุดประสงค์ใหม้ รี ะดับความสามารถแตกต่างกัน
3. ตอ้ งค�ำ นงึ ถงึ ความแตกตา่ งของระดบั ความสามารถตามกรอบมาตรฐานคณุ วฒุ วิ ชิ าชพี และกรอบ
คณุ วฒุ อิ าชวี ศกึ ษา ระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (ปวช.) ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชน้ั สงู (ปวส.) และเทคโนโลยี
บัณฑติ (ทล.บ.)
2XXXX - 5X... ปฏบิ ัตงิ าน.................................. .... *-*-*
(..........................................Practice)
(ตอ้ งเรยี นรายวชิ า................ก่อน)
จดุ ประสงคร์ ายวิชา เพ่ือให้
1. เข้าใจหลักการปฏิบัตติ น และปฏบิ ัติงานในการประกอบอาชพี ผลติ และหรอื บรกิ ารทางด้าน.......................
2. สามารถประยุกตใ์ ช้ความรู้ และทักษะในการปฏบิ ัตงิ านผลติ และหรือบริการทางดา้ น............................ ใน
สถานประกอบการตามภาระหนา้ ที่ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
3. มีเจตคติทีด่ ตี ่องานอาชพี และมีกิจนสิ ยั ในการทำ�งานดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ รอบคอบ ปลอดภัย มีวินยั ตรง
ต่อเวลา ขยนั ชื่อสตั ย์ อดทน และสามารถท�ำ งานร่วมกบั ผอู้ นื่
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกย่ี วกบั หลักการปฏบิ ตั ิตน และปฏบิ ัตงิ านผลิต และหรือบรกิ ารทางดา้ น.................................
ในสถานประกอบการ
2. เตรียมความพรอ้ มสว่ นบุคคลในการปฏิบตั ิงานผลิต และหรอื บริการตามข้อก�ำ หนด
3. ปฏิบัตงิ านผลติ และหรือบรกิ ารทางด้าน.............................................ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ตามหลกั การ และ
กระบวนการ
4. บนั ทึกรายงานประสบการณ์ และผลการปฏิบัตงิ านผลิต และหรือบรกิ ารตามหลกั การ
คำ�อธบิ ายรายวชิ า
ศกึ ษา และปฏิบตั เิ กีย่ วกบั งานผลติ และหรือบริการทางด้าน..........................ระดับฝีมอื ในสถานประกอบการ
การเตรียมความพร้อมสว่ นบคุ คล การปฏิบตั ิตนในงานอาชีพ การรับค�ำ สงั่ การวางแผนการ ท�ำ งานการจัดเตรยี มเครอ่ื ง
มือ และวสั ดุอปุ กรณ์ในการปฏบิ ัติงาน การต�ำ เนนิ งานและแกไ้ ขปญั หาการทำ�งานการบนั ทกึ และสรปุ รายงานผลการ
ปฏิบตั งิ าน
(ใหส้ ถานศึกษารว่ มกับสถานประกอบกรวเิ คราะหล์ กั ษณะงาน สมรรถนะท่ีตอ้ งการและเวลาทใ่ี ชฝ้ กึ เพ่อื วาง
แผน และก�ำ หนดขอบเขตการฝึกอาชีพ รวมท้งั แนวทางการวัด และประเมินผลให้สอดคลอ้ งกบั สมรรถนะวิชาชพี สาขา
งาน)
33
2.3 ศกึ ษาลกั ษณะงานของสถานประกอบการ
สถานศกึ ษา ต้องศกึ ษาลกั ษณะงานของสถานประกอบการ ศึกษากระบวนการท�ำ งาน เพ่ือ
เปน็ ขอ้ มลู ในการวเิ คราะหง์ าน ส�ำ หรบั การก�ำ หนดงานหลกั งานยอ่ ย ระยะเวลาการฝกึ กอ่ นการเลอื กรายวชิ า
ส�ำ หรบั การจดั ทำ�แผนการเรยี น และแผนการฝึกอาชพี ตลอดหลักสตู รรว่ มกบั สถานประกอบการ สามารถ
ทำ�ไดด้ งั นี้
1. สง่ ครูในสถานศึกษาเขา้ ไปฝึกประสบการณว์ ิชาชพี ในสถานประกอบการ
2. ศกึ ษาดูงานในสถานประกอบการ
3. ประชมุ รว่ มกับสถานประกอบการ
34
2.4 การคำ�นวณเวลาในการฝึกอาชีพ
• การคดิ หน่วยกิต ใหถ้ อื เกณฑ์ คือ
- รายวิชาท่ีใช้ในการฝกึ อาชีพระบบทวิภาคี
ระดบั ปวช. ปวส. และ ทล.บ. ไม่นอ้ ยกว่า 54 ชั่วโมง เท่ากับ 1 หนว่ ยกิต
- การฝกึ ประสบการณส์ มรรถนะวชิ าชีพในสถานประกอบการ
ระดบั ปวช. และ ปวส. ไม่น้อยกวา่ 320 ชัว่ โมงเทา่ กับ 4 หน่วยกติ
(80 ชว่ั โมง เท่ากับ 1 หน่วยกิต)
ระดบั ทล.บ. ไมน่ ้อยกวา่ 54 ชัว่ โมง เทา่ กับ 1 หนว่ ยกติ
- การทำ�โครงการพัฒนาสมรรถนะวชิ าชีพไม่นอ้ ยกว่า 54 ชัว่ โมง เทา่ กบั 1 หนว่ ยกิต
• การระบุชว่ั โมงเรยี น จำ�นวนหน่วยกติ ให้ระบุตามความหมาย
ท หมายถึง จำ�นวนชว่ั โมงเรยี นทฤษฎีต่อสปั ดาห์
ป หมายถงึ จ�ำ นวนชว่ั โมงเรยี นปฏิบตั ิต่อสปั ดาห์
น หมายถงึ จำ�นวนหน่วยกติ
ศ หมายถงึ จำ�นวนชัว่ โมงศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองตอ่ สปั ดาห์
ระดบั ปวช. และ ปวส. ใช้ ท – ป – น ท–ป–น
ตัวอย่าง เชน่ 1–2–2
รหัสวิชา ชอ่ื วชิ า
2204-2003 เครือขา่ ยคอมพิวเตอรเ์ บอ้ื งต้น
หมายความว่า ทฤษฎี 1 ชว่ั โมง ปฏิบัติ 2 ช่ัวโมง จำ�นวน ๒ หนว่ ยกติ
3100-0105 ความแขง็ แรงของวสั ดุ 3 – 0 – 3
หมายความว่า ทฤษฎี 3 ชั่วโมง ปฏบิ ตั ิ 0 ชั่วโมง จำ�นวน 3 หน่วยกิต
ระดบั ทล.บ. ใช้ น.(ท – ป – ศ)
ตัวอยา่ ง เช่น
รหัสวิชา ชอ่ื วชิ า น.(ท – ป – ศ)
33-4105-2101 การซ่อมบ�ำ รงุ ระบบคอมพวิ เตอรแ์ ละเครอื ข่าย 3 (0-9-0)
หมายความวา่ ทฤษฎี 0 ชวั่ โมง ปฏิบตั ิ 9 ช่ัวโมง จ�ำ นวน 0 หนว่ ยกิต
33-4105-2102 เทคโนโลยกี ารบ�ำ รุงรกั ษา 3 (0-9-0)
หมายความวา่ ทฤษฎี 0 ช่วั โมง ปฏบิ ัติ 9 ชวั่ โมง จำ�นวน 0 หน่วยกติ
35
ข้อเสนอแนะแนวปฏบิ ัติ
จากเกณฑท์ กี่ ลา่ ววา่ รายวิชาท่ีใช้ในการฝึกอาชพี ระบบทวิภาคี ในระดบั ปวช. ,ปวส. และ ทล.บ. ไม่
น้อยกว่า 54 ช่ัวโมง เท่ากับ 1 หน่วยกิต หมายความว่า สถานศึกษาสามารถกำ�หนดช่ัวโมงฝึกอาชีพเป็น
อยา่ งอ่ืนได้ แตต่ อ้ งไม่น้อยกวา่ 54 ชัว่ โมง ตอ่ 1 หนว่ ยกติ
ทง้ั น้ี เม่ือสถานศึกษาพจิ ารณาวา่ จะกำ�หนดว่า ระดบั การศึกษามีชว่ั โมงฝกึ : หน่วยกิต เท่าไร ต้อง
ใชป้ ฏบิ ตั ิเหมอื นกนั ทุกสาขาวิชา
ตวั อยา่ ง แนวทางการการค�ำ นวณ ชวั่ โมงการฝกึ : หนว่ ยกติ เพอ่ื ประกอบการพจิ ารณาการก�ำ หนด
จ�ำ นวนหน่วยกติ และจ�ำ นวนรายวิชา เพือ่ จัดทำ�แผนการฝกึ อาชีพในสถานประกอบการ
ฝึกอาชีพ สปั ดาห์ละ 5 วัน
จำ�นวน นก. ก�ำ หนดชม. วันละ 8 ชม. สปั ดาห์ละ 5 วนั จ�ำ นวน นก. รวมหน่วยกจิ ท่ีได้
ไม่น้อยกว่า จ�ำ นวนวนั 18 สปั ดาห์
1 นก. ฝกึ /นก. มวี ันฝกึ 3 ภาคเรยี น 2 ภาคเรียน
1 นก. 54
80 7 วัน 90 วัน 12 นก. 36 นก. 24 นก.
10 วนั 90 วนั 9 นก. 27 นก. 18 นก.
หมายเหตุ ตามเวลาท่ีฝึกผู้เรียนได้หน่วยกิตไม่เกินเกณฑ์ท่ีกำ�หนด ท้ังน้ีสถานศึกษาต้อง
จัดแผนการฝึกของผู้เรียนในสถานประกอบการให้มีชั่วโมงสำ�หรับผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กับสถาน
ประกอบการ 2 ชวั่ โมงตอ่ สปั ดาห์
38
3. การเขียนแผนการฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ
3.1 ความหมายและประเภทของแผนการฝึกอาชพี
3.1.1 แผนการฝึกอาชพี หมายถึง แผนงานของสถานประกอบการในการฝกึ อาชีพให้กับ
ผเู้ รยี นระบบทวภิ าคีใหม้ ี ความรู้ ความสามารถ ทกั ษะในอาชพี และพฤตกิ รรมทพ่ี งึ ประสงคต์ ามลกั ษณะ งาน
ของสถานประกอบการ สอดคลอ้ งกับ หลักสตู รแตล่ ะระดับ โดยจดั ทำ�เปน็ เอกสาร ใบงาน
แผนการฝึกอาชพี มี 2 ประเภท ดงั น้ี
3.1.1.1. แผนการฝกึ อาชพี ตลอดหลกั สตู ร (ฝอ.1) หมายถึง แผนงานของสถาน
ประกอบการ เพ่อื จดั เตรียม บุคลากร สถานท่ฝี ึก วัสดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื ในการฝกึ อาชพี ใหแ้ กผ่ ูเ้ รยี น
ระบบทวิภาคี ตลอดระยะเวลาการฝกึ อาชีพในสถานประกอบการ ต้งั แต่เรม่ิ ต้น จนส้ินสุดการฝกึ อาชีพ
3.1.1.2. แผนการฝกึ อาชพี รายหนว่ ย (ฝอ.2) หมายถงึ แผนงานของครฝู กึ เพอ่ื จดั
เตรียม เนอ้ื หา วิธสี อน วสั ดุ อปุ กรณ์ เครือ่ งมอื การประเมนิ ผลในการฝกึ อาชพี ให้แก่ผูเ้ รียนระบบ ทวิภาคี
เพ่ือใหม้ รี ะดบั ความรู้ ความสามารถ ตามจุดประสงค์ทีก่ �ำ หนดแต่ละงานทีท่ ำ�การฝึกอาชพี
แบบบนั ทกึ แผนการฝกึ อาชีพตลอดหลกั สตู ร (ฝอ. 1)
แผนการฝึกอาชพี ตลอดหลกั สตู ร บรษิ ัท........................................................................... ฝอ.01
ผเู้ รียนระบบทวภิ าคี วิทยาลัย........................................................ระดบั ชั้น....................สาขาวชิ า....................สาขางาน......................
ฝึกอาชพี ปกี ารศกึ ษา................ระหวา่ ง วันที่.......เดือน...................พ.ศ.25....... ถึง วนั ท่.ี ......เดอื น...................พ.ศ.25....... (........สปั ดาห)์
อาชีพ / ต�ำ แหน่งงาน งานหลัก งานยอ่ ย ครูฝกึ เวลาฝกึ (ชว่ั โมง)
รวมระยะเวลาการฝกึ อาชีพ
39
แบบบนั ทกึ แผนการฝกึ อาชีพรายหน่วย (ฝอ. 2)
แผนการฝึกอาชพี รายหน่วย บรษิ ทั ........................................................................... ฝอ.02
ผู้เรยี นระบบทวิภาคี วิทยาลยั ........................................................ระดับช้นั ....................สาขาวชิ า....................สาขางาน......................
อาชพี / ต�ำ แหน่งงาน................................................................................................
งานหลกั 1 ................................................................................................
งานย่อย 1.1 .............................................................................................
ครูฝกึ ...................................................... ต�ำ แหน่ง...................................................... หนว่ ย......................................................
ท่ี จุกประสงค์เชงิ ระดับความสารถที่ตอ้ งการ หวั ขอ้ เร่อื ง วิธีสอน เครือ่ งมือ อปุ กรณ์ วธิ กี ารประเมิน
พฤตกิ รรม ส่อื การสอน
ความรู้ ทกั ษะ เจตคติ ประยกุ ต์ใช้
หมายเหตุ จดุ ประสงค์ ครอบคลุม ดา้ นความร้(ู K), ด้านทักษะ(S), ด้านเจตนคต(ิ A), ด้านการประยกุ ต์ใช้(Ap) โดยเมือ่ กำ�หนดจุดประสงคแ์ ลว้ ใหร้ ะบรุ ะดับความสามารถในช่อง ความรู้ ทักษะ เจตคติ และการประยุกตใ์ ช้
ความรู้ หมายถึง K1 : ความรู้ ความจ�ำ ที่จำ�เป็นในการปฏิบัตหิ น้าที่ K2 : ความเขา้ ใจความรทู้ ่เี ก่ยี วขอ้ งกับการทำ�งาน K3 : ความรู้ท่ีใช้ในการแกป้ ญั หา สรา้ งสรรค์ พัฒนางาน หรือน�ำ เสนองาน
ทกั ษะ หมายถึง S1 : ทกั ษะระดับการเลียนแบบครูฝกึ S2 : ทกั ษะในการท�ำ งานด้วยความถูกตอ้ ง S3 : ทกั ษะในการท�ำ งานด้วยความช�ำ นาญ สร้างสรรค์ พฒั นางาน หรอื น�ำ เสนองาน
เจตคติ หมายถึง A1 : การยอมรบั กฎระเบยี บของสถานทีท่ �ำ งานและสังคม A2 : การปฏบิ ตั ติ ามกฏระเบียบของสถานท่ีและสังคม A3 : การปฏบิ ตั ิตามกฏระเบียบของสถานทแ่ี ละสังคมจนเปน็ ลกั ษณะนสิ ยั
ประยกุ ต์ใช้ หมายถึง Ap1 : ประยุกต์ความร้แู ละทักษะในการแก้ปัญหาในการปฏบิ ตั งิ านที่รับผดิ ชอบ Ap2 : ประยกุ ต์ความรแู้ ละทักษะในการแกป้ ัญหาที่ซบั ซ้อน หรือในประเดน็ ทยี่ งั ไมช่ ัดเจน Ap3 : วางแผน
การแกป้ ัญหาการปฏิบัติงานทซ่ี ับซอ้ น หรือพฒั นาวิธีการปฏบิ ัตงิ านในสถานการณท์ เ่ี ปลีย่ นแปลงตลอดเวลาดว้ ยกลยุทธ์ทหี่ ลากหลาย
3.1.2 ผู้เกีย่ วข้องกบั การจัดแผนการเรียนตลอดหลักสูตร
3.1.2.1. สถานประกอบการ
ผู้ควบคุมการฝึก และครูฝึก ทําหน้าท่ี ประสานงานกับสถานศึกษา สถาบันในการ
จดั การ อาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี และรบั ผดิ ชอบดแู ลการฝกึ อาชพี ของผเู้ รยี นในสถานประกอบการ วางแผน
การ เรียนและแผนการฝึกอาชีพตลอดหลักสูตร (ฝอ.1) และแผนการฝกึ อาชพี รายหนว่ ย (ฝอ.2)
3.1.2.2 สถานศึกษา สถาบนั
หวั หนา้ งานอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี หวั หนา้ งานพฒั นาหลกั สตู รการเรยี นการสอน
และหวั หนา้ แผนกวชิ า ครปู ระจาํ สาขาวชิ า อาจารยป์ ระจาํ หลกั สตู ร ครนู เิ ทศก์ ทาํ หนา้ ท่ี ประสานงานกบั สถาน
ประกอบการในการจัดแผนการเรียนและแผนการฝึกอาชีพตลอดหลักสูตร (ฝอ.1) และแผนการฝึก อาชีพ
รายหน่วย (ฝอ.2)
โดยใหส้ ถานศกึ ษากาํ หนดระยะเวลาในการจดั ทาํ และเสนอเหน็ ชอบแผนการฝกึ ตลอด
หลักสูตร และแผนการฝกึ รายหนว่ ย
3.1.2.3 ประโยชน์ของสถานประกอบการในการจดั ทาํ แผนการฝกึ อาชีพ
1) สามารถจัดครฝู ึกไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2) จดั หาอุปกรณ์เครอ่ื งมือเครือ่ งใช้ท่ีจาํ เป็นตอ่ การฝึกอาชีพ
3) สามารถวางแผนการปฏบิ ตั ิงานและกําลงั คนของหนว่ ยงานได้อย่าง
เหมาะสม
4) สามารถจดั การฝกึ อาชพี ใหแ้ กผ่ เู้ รยี นระบบทวภิ าคไี ดอ้ ยา่ งมคี ณุ ภาพตรง
ตามวตั ถปุ ระสงค์เป้าหมายท่สี ถานประกอบการกาํ หนดไว้ และสอดคล้อง
กบั สมรรถนะสาขาวิชา สาขางานในหลักสูตร
5) สามารถนําขอ้ มลู ไปประกอบการใช้สิทธปิ ระโยชนท์ างภาษี ของสถาน
ประกอบการ
40
3.2 ขั้นตอนการจดั ทำ�แผนการฝึกอาชีพ
การจดั ทาํ แผนการฝกึ อาชพี สถานประกอบการ และสถานศกึ ษารว่ มกนั วเิ คราะหง์ านในสถาน
ประกอบการ ทสี่ อดคล้องกับสมรรถนะสาขาวิชา สาขางานของผูเ้ รยี นระบบทวิภาคี รายละเอยี ด ดงั น้ี
3.2.1 การเขยี นแผนการฝึกอาชีพตลอดหลักสตู ร (ฝอ.1)
การเขยี นแผนการฝกึ อาชพี ตลอดหลกั สตู ร (ฝอ.1) ซงึ่ ตอ้ งดาํ เนนิ การรว่ มกนั ระหวา่ ง
สถานศึกษา และสถานประกอบการ โดยมีข้ันตอนการเขยี นแผนการฝกึ อาชีพตลอดหลกั สตู ร (ฝอ.1) ดังน้ี
เริม่
เลอื กรายวิชาฝกึ อาชพี วเิ คราะห์หลกั สตู รรายวชิ า
วิเคราะหห์ ลกั สตู รรายวิชา / อาชีพ / ตำ�แหน่งงาน วเิ คราะหอ์ าชีพ
เลอื กตำ�แหนง่ งาน งานหลักและงานยอ่ ยท่ีมีในสภานประกอบการ วิเคราะหต์ ำ�แหน่งงาน
บันทกึ ข้อมลู ลงแบบฟอรม์ ฝอ.1
No ตรวจสอบ
ความถูกต้อง
เสนอขออนุมตั ิ ไดแ้ ผนการฝกึ อาชีพ
ตลอดหลกั สูตร (ฝอ.1)
Yes
สิ้นสดุ
ภาพที่ .. ข้นั ตอนการเขยี นแผนฝกึ อาชพี ตลอดหลักสตู ร (ฝอ.1)
41
(1) เลือกรายวิชาฝกึ อาชพี ควรเลอื กรายวชิ าที่เป็นไปตามโครงสร้าง และหลกั เกณฑ์การใช้
หลกั สตู ร
(2) วิเคราะหห์ ลกั สตู รรายวิชา อาชีพ และตาํ แหนง่ งาน โดยมีหลกั การวเิ คราะห์อาชพี หรอื
ตําแหน่งงานโดยนําเอารายละเอียดที่ได้จากการวิเคราะห์ การทํางานงานต่างๆในอาชีพ หรือในตําแหน่ง
งานทค่ี รองอยู่ และนาํ เอางานยอ่ ยๆ ทม่ี ลี กั ษณะการทาํ งาน หรอื ประเดยี วกนั มาจดั เปน็ กลมุ่ หนา้ ที่ หรอื เปน็
ใหญๆ่ โดยใชแ้ ผนผังสกาลา (Scalar Pattern) เขียนเป็นผังอาชพี หรือตาํ แหน่งงานเพอื่ แสดง หรอื กําหนด
รายละเอียดของหนา้ ท่ี และงานตา่ งๆ ในแตล่ ะหน้าท่ี
งาน (Job) หมายถงึ การกระทาํ ใดๆท่มี ีการเรม่ิ ตน้ ใชเ้ ครื่องมือ และอปุ กรณ์ดาํ เนินการทาํ
งาน ตามขนั้ ตอนการปฏบิ ัติงาน และเมือ่ สิ้นสดุ ข้นั ตอนสดุ ท้ายแลว้ จะไดผ้ ลงาน หรอื ชน้ิ งาน ดังนัน้ การนํา
เอางาน (Job) มาให้นักศึกษาฝึกปฏิบัติจึงควรเป็นงานเล็กๆ หรืองานย่อยน่ันเอง จะทําให้การฝึกอาชีพใน
สถาน ประกอบการประสบความสาํ เรจ็ ตามวัตถุประสงคข์ องหลกั สูตร
การวิเคราะห์หลักสตู รรายวชิ า อาชีพ และตาํ แหน่งงาน สามารถทําได้ 3 วิธี
วธิ ที ี่ 1 การวเิ คราะหจ์ ากคาํ อธบิ ายรายวชิ า โดยศกึ ษาขอ้ มลู จากคาํ อธบิ ายรายวชิ า สมรรถนะ
รายวิชา และจุดประสงค์รายวิชา เกี่ยวกับทักษะหรืองานท่ีผู้เรียนจะต้องปฏิบัติในสถานประกอบการ ตาม
ภาระหนา้ ท่ีรบั ผิดชอบ
ตัวอย่าง 2 0101 - 2003 งานเครื่องลา่ งรถยนต ์ 1-6-3
จดุ ประสงค์รายวิชา
1. มีความเขา้ ใจเกยี่ วกบั โครงสร้าง และหลกั การทาํ งานของระบบเคร่อื งล่างรถยนต์
2. สามารถถอด ประกอบ ตรวจสภาพ ปรับตง้ั บริการและบาํ รุงรักษาระบบเคร่อื งลา่ ง
รถยนต์
3. มกี จิ นสิ ยั ทด่ี ีในการทาํ งาน รบั ผดิ ชอบ ประณตี รอบคอบ ตรงต่อเวลา สะอาดปลอดภัย
และรกั ษาสภาพแวดล้อม
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความร้เู กยี่ วกับโครงสร้างและหลักการทาํ งานของระบบเครอื่ งล่างรถยนต์
2. ถอด ประกอบ ตรวจสภาพช้นิ สว่ นของระบบเครื่องล่างรถยนตต์ ามคมู่ ือ
3. บริการลอ้ และยาง ปรบั ตง้ั มมุ ลอ้ รถยนตต์ ามคมู่ อื
4. บาํ รงุ รกั ษาระบบเครือ่ งลา่ งรถยนต์ตามคู่มอื
คําอธบิ ายรายวชิ า
ศกึ ษา และปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั โครงสรา้ ง และหลกั การทาํ งานของระบบเครอื่ งลา่ งรถยนต์ อปุ กรณ์
ยกรถ การถอด ประกอบ ตรวจสภาพ ระบบรองรับนำ�้หนกั ระบบบงั คบั เล้ยี ว ระบบเบรก อปุ กรณ์ลด การ
สน่ั สะเทือนและกนั โคลง การบริการลอ้ และยาง การปรบั ต้ังมุมลอ้ การบาํ รุงรักษาระบบเครื่องลา่ ง รถยนต์
และประมาณราคาค่าบรกิ าร
42
ตวั อย่าง การวิเคราะห์หลกั สูตรรายวิชา : 20101-2003 งานเครื่องลา่ งรถยนต์ 1-6-3
หลักสูตรสถานศกึ ษา วเิ คราะห์งานจากรายวิชาในหลักสูตร
ท-ป-น สมรรถนะรายวชิ า คำ�อธบิ ายรายวชิ า อาชีพ/งาน งานหลกั งานยอ่ ย
1-6-3 1. แสดงคสามรู้เกี่ยวกับ ศกึ ษาและปฏบิ ตั เิ กย่ี ว ชา่ งเคร่ืองลา่ ง งานระบบรองรบั 1. งานถอดระบบรองรบั น�ำ ้
โครงสร้างและหลักการ กับโครงสร้างและหลัง รถยนต์ นำ�้หนกั หนกั
ทำ�งานของระบบเครื่อง การทำ�งานของระบบ 2. งานตรวจสอบระบบรอง
ล่างรถยนต์ เ ค ร่ื อ ง ล่ า ง ร ถ ย น ต์ รบั น�ำ ้หนัก
2. ถอด ประกอบตรวจ อุปกรณ์ยกรถ การ 3. งานประกอบระบบรองรับ
สภาพช้ินส่วนของระบบ ถอดประกอบ ตรวจ นำ�ห้ นัก
เคร่ืองล่างรถยนต์ตาม สภาพระบบ รองรบั น�ำ ้
คู่มือ หนัก ระบบบงั คบั เล้ียว งานระบบบังคบั 1. งานถอดงานระบบบงั คบั
3. บริการลอ้ และยาง ปรับ ระบบเบรก อุปกรณ์ เลีย้ ว เลี้ยว
ตง้ั มุมลอ้ รถยนต์ตามคูม่ ือ ลดการ สนั่ สะเทอื นและ 2. งานตรวจสอบงานระบบ
4. บำ�รุงรักษาระบบเคร่อื ง กันโคลง การ บริการ บังคับเลย้ี ว
ลา่ งรถยนต์ตามคูม่ ือ ล้อและยาง การปรับ 3. งานประกอบงานระบบ
ต้ัง มุมล้อ การบํารุง บงั คับเลยี้ ว
รกั ษาระบบ เครอื่ งลา่ ง
รถยนต์และประมาณ งานระบบเบรค 1. งานถอดงานระบบเบรค
ราคาค่าบรกิ าร 2. งานตรวจสอบงานระบบ
เบรค
3. งานประกอบงานระบบ
เบรค
งานบรกิ ารลอ้ 1. งานถอดลอ้ และยาง
และ ยาง 2. งานตรวจสอบล้อและ
ยาง
3. งานประกอบลอ้ และยาง
งานบํารงุ รกั ษา 1.งานบํารงุ รกั ษาระบบรอง
เคร่อื งลา่ ง รบั นำ�้หนกั
รถยนต์ 2.งานบาํ รุงรกั ษาระบบ
บังคับเล้ียว
3.งานบาํ รงุ รกั ษาเบรค
4.งานบาํ รุงรกั ษาล้อและยาง
43
รายวิชางานเครอื่ งล่างรถยนต์ 1
ระบบรองรบั นำ�้หนกั
งานถอดระบบ.. งานตรวจสอบระบบ.. งานประกอบระบบ..
งานถอดลกู หมากปกี นก งานฯสภาพลกู หมากปกี นก งานประกอบลกู หมากปีกนก
งานถอดบชู ปกี นก งานฯสภาพบูชปีกนก งานประกอบบชู ปีกนก
งานถอดปกี นกบน งานฯสภาพปีกนกบน งานประกอบปีกนกบน
งานถอดปีกนกลา่ ง งานฯสภาพปีกนกล่าง งานประกอบปกี นกลา่ ง
งานถาดทอร์ชัน่ บาร์ งานฯสภาพทอรช์ ่นั บาร์ งานประกอบทอรช์ นั่ บาร์
งานถอดบชู หแู หนบ งานฯสภาพบูชหูแหนบ งานประกอบบูชหูแหนบ
งานถอดแหนบ งานฯการอ่อนล้าของแหนบ งานประกอบแหนบ
ภาพท่ี ..... แผนผังวเิ คราะห์หลักสูตรรายวชิ า
วธิ ที ี่ 2 การเขยี นผงั สมรรถนะจากการวเิ คราะหอ์ าชพี ในสาขาวชิ า โดยศกึ ษารายละเอยี ดของ
การปฏิบัตงิ านในภาระหนา้ ทข่ี องแต่ละสว่ นงานหรอื แผนกตาม โครงสรา้ งของสถานประกอบการ
ตัวอยา่ ง การวเิ คราะหอ์ าชพี ตําแหนง่ งานของสถานประกอบการ
อาชีพ/ต�ำ แหนง่ งาน วเิ คราะห์งานในสถานประกอบการ งานย่อย
ช่างเครื่องลา่ ง งานหลกั
งานระบบรองรบั นำ�้หนัก 1. งานถอดระบบรองรบั นำ�้หนกั
งานระบบบังคับเลี้ยว 2. งานตรวจสอบระบบรองรับนำ�ห้ นกั
งานระบบเบรค 3. งานประกอบระบบรองรับนำ�ห้ นกั
งานบรกิ ารล้อและยาง
1. งานถอดงานระบบบังคับเลย้ี ว
2. งานตรวจสอบงานระบบบังคับเลย้ี ว
3. งานประกอบงานระบบบงั คับเลยี้ ว
1. งานถอดงานระบบเบรค
2. งานตรวจสอบงานระบบเบรค
3. งานประกอบงานระบบเบรค
1. งานถอดล้อและยาง
2. งานตรวจสอบลอ้ และยาง
3. งานประกอบล้อและยาง
44
ชา่ งเคร่ืองล่างรถยนต์ 2
ระบบรองรบั นำ�้หนัก
งานถอดระบบ.. งานตรวจสอบระบบ.. งานประกอบระบบ..
งานถอดลกู หมากปกี นก งานฯสภาพลูกหมากปกี นก งานประกอบลกู หมากปกี นก
งานถอดบชู ปีกนก งานฯสภาพบูชปีกนก งานประกอบบูชปีกนก
งานถอดปกี นกบน งานฯสภาพปกี นกบน งานประกอบปกี นกบน
งานถอดปกี นกล่าง งานฯสภาพปีกนกล่าง งานประกอบปีกนกลา่ ง
งานถาดทอร์ชน่ั บาร์ งานฯสภาพทอร์ช่ันบาร์ งานประกอบทอรช์ นั่ บาร์
งานถอดบูชหูแหนบ งานฯสภาพบชู หแู หนบ งานประกอบบชู หแู หนบ
งานถอดแหนบ งานฯการอ่อนล้าของแหนบ งานประกอบแหนบ
ภาพท่ี ........ ตัวอย่างการวิเคราะหต์ าํ แหน่งงานชา่ งเครื่องลา่ งรถยนต์
วิธที ี่ 3 การวิเคราะหต์ าํ แหน่งงาน โดยศึกษาจากขอ้ กาํ หนดรายละเอียดของตําแหนง่ งานท่ี
จะตอ้ งปฏบิ ตั ิใน สถานประกอบการ ตามภาระหน้าทรี่ บั ผิดชอบ
ชอ่ื บริษัท... 3
กลมุ่ งาน.. กลุ่มงานซอ่ มบำ�รุง.. กลมุ่ งาน.. กลุ่มงาน.. กลุม่ งาน..
งาน..... งาน..... งาน..... งาน.....
งาน..... งาน..... งาน..... งาน.....
งาน..... งาน.....
งาน.....
ซ่อม งาน.....
งานซอ่ มระบบไฟ งานระบบเคร่ือง งานระบบปรบั อากาศ งานซ่อมช่วงล่าง
งานฯแสงสว่าง งานเปลย่ี นวาส.์ ......... งานเปล่ียนสวทิ ซ.์ ......... งานเปล่ยี นระบบรองรับนำ�ห้ นัก
งานฯไฟเลีย้ ว งานเปล่ียนแบริง่ ....... งานซ่อมระบบคอส์ยรอ้ ย งานซอ่ มระบบบงั คบั เลย้ี ว
งานฯไฟฉกุ เฉิน งานเปล่ยี นแหวน....... งานซ่อมระบบคอส์ยเย็น งานซอ่ มระบบบังคับลอ้
งานฯไฟสัญญาณ งานเปลยี่ นระบบ........ งานเปลี่ยนไทมเ์ มอร์ งานเปลยี่ นขดุ กนั โคลง
งานวอ่ มฯลฯ งานเปลี่ยนฯลฯ.......... งานตรวจฯลฯ งานเปลย่ี นฯลฯ
45
(3) เลือกตาํ แหนง่ งาน งานหลกั และงานย่อยท่มี ีในสถานประกอบการ
เลอื กตาํ แหน่งงาน งานหลักและงานย่อย โดยให้ใชข้ อ้ มลู จากการวเิ คราะหห์ ลักสูตรรายวชิ า
อาชพี และตาํ แหนง่ งานในสถานประกอบการเพอ่ื นํามาทําแผนการ ฝึกอาชพี ตลอดหลักสตู ร (ฝอ.1)
วเิ คราะหง์ านในรายวิชา วิเคราะห์งานจากรายวชิ าในหลักสูตร
อาชีพ/งาน งานหลัก งานยอ่ ย อาชพี /งาน งานหลกั งานยอ่ ย
ช่างเคร่อื งลา่ ง งานระบบ 1. งานถอดระบบรองรับ ชา่ งเครอ่ื งล่าง งานระบบ 1. งานถอดระบบรองรบั น�ำ ้
รถยนต์ รองรับ รองรบั หนกั
นำ�้หนัก น�ำ ห้ นัก รถยนต์ น�ำ ห้ นัก 2. งานตรวจสอบระบบรอง
รบั น�ำ ห้ นัก
2. งานตรวจสอบระบบรอง 3. งานประกอบระบบรองรบั
น�ำ ห้ นัก
รบั นำ�ห้ นัก
3. งานประกอบระบบรองรบั
นำ�้หนัก
งานระบบ 1. งานถอดงานระบบบังคับ งานระบบ 1. งานถอดงานระบบบังคับ
บงั คบั เลีย้ ว เลี้ยว บังคับเลีย้ ว เล้ยี ว
2. งานตรวจสอบงานระบบ 2. งานตรวจสอบงานระบบ
บงั คบั เลย้ี ว บังคับเล้ยี ว
3. งานประกอบงานระบบ 3. งานประกอบงานระบบ
บังคับเลยี้ ว บังคับเลยี้ ว
งานระบบ 1. งานถอดงานระบบเบรค งานระบบ 1. งานถอดงานระบบเบรค
เบรค 2. งานตรวจสอบงานระบบ เบรค 2. งานตรวจสอบงานระบบ
เบรค เบรค
3. งานประกอบงานระบบ 3. งานประกอบงานระบบ
เบรค เบรค
งานบรกิ าร 1. งานถอดลอ้ และยาง งานบรกิ าร 1. งานถอดลอ้ และยาง
ลอ้ และยาง 2. งานตรวจสอบลอ้ และยาง ล้อและยาง 2. งานตรวจสอบลอ้ และ
ยาง
3. งานประกอบลอ้ และยาง 3. งานประกอบลอ้ และยาง
งานบาํ รงุ 1.งานบํารุงรักษาระบบรอง สถานประกอบการไมม่ งี านยอ่ ยท่สี อดคลอ้ ง
รกั ษา รบั นำ�้หนัก กบั งานใน รายวิชา แนวทางแก้ไขคือสถาน
2.งานบาํ รงุ รกั ษาระบบบงั คบั
เครือ่ งล่าง เลี้ยว ศกึ ษาจัดสอนเสริม
รถยนต์ 3.งานบาํ รงุ รกั ษาเบรค
4.งานบาํ รงุ รกั ษาลอ้ และยาง
46
(4) บันทึกข้อมูลลงในแบบฟอร์ม ฝอ.1 นํารายละเอียดของช่ือตําแหน่งงาน งานหลักและ
งานยอ่ ยมาเขยี นลงในแบบฟอรม์ โดยการเลอื กงานยอ่ ยทจี่ ะใชฝ้ กึ ตลอดหลกั สตู รตอ้ งทาํ ขอ้ ตกลงกบั สถาน
ประกอบการ งานย่อยท่ีเลือกนั้นจะต้องครอบคลุมรายการงานหลักทุกงานหลัก ท่ีได้จากการวิเคราะห์
หลักสูตรรายวิชา อาชีพ และตําแหน่งงาน ท้ังน้ีต้องคํานึงถึงความสําคัญของงานย่อย และความถี่ในการ
ปฏบิ ตั งิ านทจ่ี าํ เปน็ ในสถานประกอบการ ซงึ่ จาํ นวนของงานยอ่ ยจะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั ระยะเวลาทตี่ อ้ งฝกึ ใน
หลักสูตร
การกาํ หนดรายละเอยี ดตา่ งๆ ลงในแบบฟอรม์ ฝอ.1 ทลี ะชอ่ งจากอาชพี /ตาํ แหนง่ งาน งาน
หลัก งานย่อย หลังจากนนั้ ให้กาํ หนดรายชอื่ ของครฝู กึ และกาํ หนดเวลาฝึก ให้คํานวณจากงานย่อยเป็น
หลัก และต้องตรงกบั ระยะเวลาของการฝกึ อาชีพของนักศึกษาท่ีไดก้ าํ หนดไว้ในหลกั สตู ร
แผนการฝกึ อาชพี ตลอดหลกั สูตร บริษัท........................................................................... ฝอ.01
ผเู้ รียนระบบทวิภาคี วทิ ยาลัย........................................................ระดับชั้น....................สาขาวิชา....................สาขางาน......................
ฝกึ อาชีพปีการศึกษา................ระหว่าง วันท่ี.......เดอื น...................พ.ศ.25....... ถงึ วันที.่ ......เดือน...................พ.ศ.25....... (........สปั ดาห์)
อาชีพ / ตำ�แหนง่ งาน งานหลกั งานยอ่ ย ครฝู ึก เวลาฝกึ (ชว่ั โมง)
ชา่ งเครอ่ื งลา่ งรถยนต์ 1. งานถอดระบบรองรับนา้ํ หนัก 1.1 งานถอดลูกหมากปกี นก ไพโรจน์ 2
2. งานตรวจสอบระบบรองรบั นํา้ หนกั 1.2 งานถอดทอรช์ นั่ บาร์ ไพโรจน 2
3. งานประกอบระบบรองรบั นา้ํ หนกั 2.1 งานตรวจสอบลกู หมากปีกนก ไพโรจน 2
2.2 งานตรวจสอบทอรช์ ่ันบาร์ ไพโรจน 2
3.1 งานประกอบลูกหมากปกี นก ไพโรจน 2
3.2 งานประกอบทอรช์ น่ั บาร์ ไพโรจน 2
47
3.2.2 การเขยี นแผนการฝึกอาชพี รายหน่วย (ฝอ.2)
การเขยี นแผนฝกึ อาชีพตลอดรายหนว่ ย (ฝอ.2) ซง่ึ ตอ้ งดําเนนิ การโดยสถานประกอบการ
มี ข้ันตอน ดงั น้ี
เริม่
เตรียมแผนการฝึกอาชีพตลอดหลกั สูตร (ฝอ.)
เตรยี มผงั วเิ คราะห์หลักสตู รรายวิชา อาชีพ และต�ำ แหนง่ งาน
ศกึ ษา/รวบรวมขอ้ มูล การเขยี นวตั ถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
บันทกึ ข้อมลู ลงแบบฟอรม์ ฝอ.2 การเลอื กวธิ กี ารถา่ ยทอด
การเลือกสอ่ื การสอน
การวัดและประเมนิ ผลภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ิ
No ตรวจสอบ ได้แผนการฝึกอาชพี
รายหนว่ ย (ฝอ.2)
ความถกู ต้อง
Yes
สนิ้ สดุ
ภาพที่ ... ขนั้ ตอนการเขยี นแผนการฝึกอาชีพรายหนว่ ย (ฝอ.2)
(1) เตรยี มแผนการฝกึ อาชพี ตลอดหลักสตู ร (ฝอ.1)
(2) เตรียมผังวิเคราะห์หลักสูตรรายวิชา อาชีพ และตําแหน่งงาน แล้วนําข้อมูลจาก แบบ
ฟอร์มการฝึกอาชีพตลอดหลกั สูตร (ฝอ.1) เช่น ชื่ออาชีพ / ตําแหน่งงาน งานหลกั และงานย่อยทีละงาน
ยอ่ ย กาํ หนดลงบนหวั แบบฟอรม์ การฝกึ อาชพี รายหนว่ ย (ฝอ.2) ใหส้ อดคลอ้ งกบั งานหลกั งานยอ่ ยใน ผงั
วิเคราะห์อาชพี
(3) ศึกษารวบรวมขอ้ มลู ประกอบไปด้วยขัน้ ตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
ก) วิเคราะหง์ าน หมายถึง การนาํ เอางาน (Job) มาวเิ คราะห์รายละเอียดว่า ในงาน นั้นๆ ประกอบ
ด้วยกิจกรรมย่อยหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานกี่ข้ันตอน จึงจะสามารถทําให้งานน้ันสําเร็จต้องให้เห็นว่าเริ่ม
ตรงไหน ? และสน้ิ สดุ (จบ) ตรงไหน ? วธิ ตี รวจสอบการวิเคราะหง์ าน คอื เปน็ ประโยคบอกเล่า ขน้ึ ตน้ ด้วย
คํากรยิ า และแต่ละขนั้ ตอนต้องมกี ารกระทําเพียงอยา่ งเดยี ว
48
ข) เขยี นจดุ ประสงค์ หรอื วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม โดยเขยี นใหค้ รอบคลมุ ขน้ั ตอนการ ปฏบิ ตั งิ าน
ได้แก่ ข้นั เตรยี ม ขัน้ ปฏิบัติงาน ข้นั ตรวจสอบผลงาน ขั้นเกบ็ เคร่อื งมือ และอุปกรณ์ และข้นั ทาํ ความสะอาด
โดยการเขียนจดุ ประสงค์จะต้องคาํ นึงถึงหลักการเขียน ดงั น้ี
- เปน็ ประโยคบอกเลา่
- ขึ้นต้นด้วยคํากรยิ าตามระดบั ของการเรียนรู้
- มี 3 ส่วนไดแ้ ก่ พฤติกรรมหลัก หรอื พฤติกรรมท่ีคาดหวงั เง่ือนไข และเกณฑ์
- จุดประสงค์ 1 ขอ้ ใช้สาํ หรบั การเรยี นรู้ 1 อยา่ ง เมอื่ กาํ หนดจดุ ประสงค์หรอื วัตถปุ ระสงค์
เชงิ พฤตกิ รรมแลว้ ใหก้ าํ หนดรายละเอยี ดในสว่ นของระดบั การ เรยี นรขู้ องนกั ศกึ ษาดว้ ยวา่ เปน็ ดา้ นความรู้
ทักษะ และเจตคติ พร้อมกบั กาํ หนดระดับความสามารถด้วย ซงึ่ การกําหนดรายละเอียด ดังกล่าวสามารถ
ศกึ ษาขอ้ มลู จาก หมายเหตใุ ตแ้ บบฟอรม์ การเขยี นแผนการฝกึ อาชพี รายหนว่ ย (ฝอ.2) แบง่ ออกเปน็ 4 ดา้ น
ดังนี้
1. ด้านความรู้ (Knowledge) หรือพทุ ธพิ สิ ยั (Cognitive Domain)
หมายถงึ วตั ถปุ ระสงคท์ เ่ี นน้ ความสามารถทกั ษะดา้ นสมอง จากการทไ่ี ด้ ฝกึ อบรม หรอื เรยี นมา และ
นาํ ความรู้ ที่มอี ยไู่ ปใชค้ ดิ แก้ไขปญั หาตา่ งๆ ซึง่ แบ่งออกเปน็ 3 ระดับ จากงา่ ย ไปหายากคือ
1.1 การฟ้ืนคืนความรู้ (Recalled Knowledge) เป็นวัตถุประสงค์ท่ีมุ่งเน้น ความสามารถ
ของผู้เรียน ในลักษณะการฟ้ืนคืนความจําสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ประสบมา และสามารถถ่ายทอด ออกมาได้อย่าง
ถกู ตอ้ ง โดยการเขยี น บอก หรอื เลา่ เรื่องราวด้วยคาํ พูด เปน็ ตน้
1.2 การประยุกต์ความรู้ (Applied Knowledge) เป็นวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีมงุ่ เน้น ความสามารถ
ของผู้เรียนในการนําความรู้ไปแก้ปัญหาใหม่ ๆ ท่ีมีลักษณะเช่นเดียวกับส่ิงท่ีได้เคยผ่านการ เรียนรู้หรือมี
ประสบการณม์ าแล้วได้อย่างถูกต้อง โดยการพดู เขียน แปลความ ขยายความ อธบิ าย เป็นต้น
1.3 การสง่ ถา่ ยความรู้ (Transferred Knowledge) เปน็ วตั ถปุ ระสงคท์ ม่ี งุ่ เนน้ ความสามารถ
ของผเู้ รยี น ในการสง่ ถา่ ยความรู้ไปใช้ในการแกป้ ญั หางานใหมๆ่ ทม่ี ลี กั ษณะแตกตา่ งไปจาก คณุ ลกั ษณะเดมิ
ท่ผี เู้ รยี นไดม้ ีประสบการณม์ าแล้วไดอ้ ย่างถูกต้องโดยการวเิ คราะห์ สังเคราะห์ หรือประเมนิ ค่า เปน็ ตน้
2. ทกั ษะพสิ ัย (Psychomotor Domain)
หมายถึง วัตถุประสงค์ท่ีมุ่งเน้นความสามารถของผู้เรียนทางด้านทักษะกล้ามเนื้อ โดยแสดง
พฤตกิ รรมทางอวยั วะตา่ งๆ ของรา่ งกายตามรปู แบบทเี่ คยไดม้ ปี ระสบการณ์ หรอื ไดเ้ คยปฏบิ ตั ิ มาดว้ ยความ
ชํานาญ และถกู ต้อง ซ่ึงสามารถแบ่งออกไดเ้ ปน็ 3 ระดบั คือ
2.1 ขนั้ การเลยี นแบบ (Imitation)
2.2 ขั้นทาํ ดว้ ยความถกู ตอ้ ง (Control)
2.3 ข้ันชาํ นาญ (Automatism)
3. เจตคติ หรอื จิตพิสัย (Affective Domain)
หมายถึง วัตถุประสงค์ที่มุ่งเน้นในด้านทักษะความรู้สึก ความสนใจ ความเอาใจใส่ รวมทั้งทัศนคติ
ตา่ งๆ พฤติกรรมที่แสดงออกมาในรูปของความพอใจ สามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 3 ระดบั คือ
3.1 การยอมรับ (Reception)
3.2 การตอบสนอง (Response)
3.3 ลกั ษณะนสิ ยั (Internalization)
49
4. การประยุกต์ใช้
หมายถึง ความสามารถของบคุ คลทีเ่ กดิ จากกระบวนการเรยี นรู้ การ ใชค้ วามรู้ ทกั ษะทางสงั คมใน
การทาํ งานหรอื การศกึ ษาอบรมเพอ่ื การพฒั นาวชิ าชพี ของบคุ คล สามารถแบง่ ออกเปน็ 3 ระดบั ตามระดบั
ชัน้ ดังนี้
4.1 แกป้ ญั หาในการปฏบิ ตั ิงานที่รบั ผดิ ชอบ
4.2 ประยกุ ตค์ วามรแู้ ละทกั ษะในการแก้ปญั หางานที่ซับซ้อน หรอื ในประเด็นทย่ี งั ไม่ชัดเจน
4.3 วางแผนการแก้ปัญหา การปฏิบัติงานท่ีซับซ้อน หรือพัฒนาวิธีการปฏิบัติงานใน
สถานการณท์ เ่ี ปลย่ี นแปลงตลอดเวลาด้วยกลยุทธท์ ่ีหลากหลาย
คํากรยิ าที่ใช้เขียนวัตถุประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมทเี่ หมาะสมกับการเรียนรู้
ประเภทวตั ถุประสงค์ ระดับ คาํ กริ ยิ า ตัวอยา่ ง
วัตถุประสงค์ เชงิ พทุ ธพิ สิ ัย ฟนื้ คืนความรู้ บอกคําจํากดั ความ บอกช่ือ - บอกชอ่ื โปรแกรมท่ีใช้ในการ นาํ
พฤติกรรม (Cognitive
Domain) บอกความหมาย จําแนก เสนอขอ้ มูลได้อย่างถกู ต้อง
บรรยาย เลือก แยกประเภท - บอกช่อื เครื่องมอื และอปุ กรณ์
บง่ ช้ี พรรณนาฯลฯ ที่ ใช้ในการถอดช่างล่างปีกนก
รถยนต์ได้อย่างถูกต้อง
ประยุกต์ ความรู้ อธิบาย คํานวณ เปรียบ - เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของ
เทียบ แปลความ ให้เหตุผล ไฟลภ์ าพ .jpg และ .wmf ได้ อยา่ ง
สรุปผล จัดลําดับ ยก ถูกต้อง
ตัวอย่าง ฯลฯ - อธิบายวิธีการถอดช่วงล่าง
ปีกนกรถยนต์ไดอ้ ย่างถกู ต้อง
สง่ ถา่ ยความรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ แก้ไข - วิเคราะห์สาเหตุที่เกิดจากการ
ประเมินค่า ประเมินผล ตดิ ไวรสั ของเครอื่ งคอมพวิ เตอร์
พฒั นา ฯลฯ ได้อย่างถูกต้อง
- ประเมนิ อาการเสยี ของชว่ งลา่ ง
ปกี นกรถยนต์ไดอ้ ย่างถูกต้อง
ทกั ษะพิสยั เลียนแบบ ปฏิบัติ ถอด ประกอบ ต่อ - แ ทรกภาพตราครุฑลงใน
(Psychomotor วงจร เดินสายไฟวัดขนาด เอกสาร บันทึกข้อความภายใน
ทาํ ดว้ ยความ วาดภาพ (ตามตน้ แบบ) ดว้ ย โปรแกรม Microsoft Word
Domain) ถกู ต้อง
2019 ได้อย่างถกู ตอ้ ง
ทาํ ดว้ ยความ - ถอดช่วงล่างปีกนกรถยนต์
ชํานาญ ตาม ครูฝึกได้อย่างถกู ต้อง
ปฏิบัติ ถอด ประกอบ ต่อ - ถอดช่วงล่างปีกนกรถยนต์ที่
วงจร เดินสายไฟวัดขนาด กาํ หนดให้ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
วาดภาพ (ด้วยตนเอง)
ปรับแต่ง สาธิต วินิจฉัย - สาธติ การถอดลูกหมาก
วิเคราะห์ สงั เคราะห์ ปกี นกไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
50
ประเภทวตั ถุประสงค์ ระดบั คาํ กิรยิ า ตัวอย่าง
วตั ถปุ ระสงค์ เชิง จติ พสิ ัย ยอมรับ เห็นด้วย ยอมรบั - ยอมรบั กฎระเบียบการใช้ ห้อง
พฤตกิ รรม (Affective ตอบสนอง ปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอร์ได้
Domain)
ติดตาม ปฏบิ ตั ติ าม เข้ารว่ ม - ปฏิบัติตามกฎระเบียบการใช้
กิจกรรม หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอร์ได้
- ทําความสะอาดพื้นท่ีปฏิบัติ
งาน ถอดช่วงล่างปีกนกตามข้อ
ตกลง ได้อย่างถกู ตอ้ ง
ลักษณะนสิ ยั ตระหนกั ปฏิบัติเป็นประจํา - ปฏบิ ตั กิ ารทาํ ความสะอาดพน้ื ท่ี
ปฏิบัติงานบํารุงรักษารถยนต์
เป็น ประจาํ ได้
การประยกุ ต์ใช้ แกป้ ญั หาใน การ แกป้ ญั หา วเิ คราะห์ - แก้ปัญหาการปฏิบัติการถอด
(Apply) ปฏิบตั ิงาน ทีร่ ับ ลกู หมากนกได้อย่างถกู ต้อง
ผดิ ชอบ
ประยกุ ต์ ความรู้ ประยกุ ต์ สรา้ งสรรค์ พฒั นา - ประยุกต์ใชเ้ ทคนคิ การถอด ลกู
และ ทกั ษะในการ หมากปีกนกที่ฝึกเพ่ือถอด ลูก
แกป้ ญั หางาน ท่ี หมากปีกนกรถชนิดอ่ืนได้อย่าง
ซบั ซ้อน หรอื ใน ถูกต้อง
ประเด็นทยี่ ัง ไม่
ชดั เจน
วางแผนการ วางแผน จดั ระบบ - วางแผนการปฏิบตั งิ านเพ่ือลด
แก้ปัญหา การ ปญั หาในการปฏบิ ตั งิ านถอด ลกู
ปฏิบตั งิ านท่ี ซับ หมากปกี นกได้อย่างถกู ตอ้ ง
ซอ้ น หรือ พฒั นา
วิธกี าร ปฏิบัตงิ าน
ใน สถานการณ์
ที่ เปลีย่ นแปลง
ตลอดเวลาดว้ ย
กลยุทธท์ ่ี หลาก
หลาย
หมายเหตุ : คํากิรยิ าท่ไี ม่ควรนาํ มาใช้ในการเขียนวัตถปุ ระสงค์เชิงพฤติกรรม คือ รู้ เช่ือ เขา้ ใจ พอใจ ซาบซึ้ง
ทราบ คุ้นเคย ชอบ จํา สนใจ สาํ นกึ เป็นต้น เนอ่ื งจากไม่สามารถวัดพฤติกรรมโดยตรงได้