พระมหากษัตริย์ที่ มีบทบาท
ในการสร้างสรรค์ชาติไทย
ก
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ประวัติศาสตร์
(ส31112) เพื่อให้ได้ศึกษาความรู้ในเรื่องราวของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีที่มีบทบาทในการ
สร้างสรรค์ชาติไทย โดยได้ศึกษาผ่านแหล่งความรู้ต่างๆ อาทิเช่น ตำรา หนังสือ วารสาร
ห้องสมุด และแหล่งความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆ โดยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้ต้องมีเนื้อหา
เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีที่มีบทบาทในการสร้างชาติไทย
คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ต่อผู้ที่สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ไทยเป็นอย่างดี ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดคณะผู้จัดทำ
ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
คณะผู้จัดทำ
ข
สารบัญ หน้า
เรื่อง ก
ข
คำนำ 1
สารบัญ 2
รัชกาลที่ 1 3
รัชกาลที่ 2 4
รัชกาลที่ 3 5
รัชกาลที่ 4 6
รัชกาลที่ 5 7
รัชกาลที่ 6 8
รัชกาลที่ 7 9
รัชกาลที่ 8 11
รัชกาลที่ 9 12
รัชกาลที่ 10
บรรณนุกรม
พระบาทสมเด็จ 1
พระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลกมหาราช พระราชกรณียกิจสำคัญ
พระราชประวัติ ด้านความมั่นคง
พระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้า
ทรงป้องกันพระราชอาณาจักร ให้รอดพ้นจากการรุกรานของข้าศึก
จุฬาโลกมหาราช นอกจากนี้ยังทรงฟื้ นฟูศิลปวัฒนธรรม อันเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่
ทรงมีพระนามเดิมว่า “ทองด้วง” ครั้งสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา
พระราชบิดามีนามว่า “ทองดี และ การที่ไทยสามารถป้องกันการรุกรานของข้าศึก จนประสบชัยชนะทุก
พระราชมารดามีนามว่า “หยก” ครั้งแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถ ทางการรบและความกล้าหาญ
ในสมัยธนบุรีมีความดี ความชอบ เข้มแข็งของพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามกับพม่าใน พ.ศ.
ในราชการจนได้รับราชทินนาม ๒๓๒๘ ที่เรียกว่า “ สงครามเก้าทัพ “ เพราะพม่ายกทัพมาตีไทยถึง ๙
เป็น “เจ้าพระยาจักรี” และ ทัพ แต่ไทยก็สามารถขับไล่กองทัพพม่าให้พ้นไปได้ และหลังจากนี้พม่า
“สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก” ไม่สามารถยกกองทัพขนาดใหญ่มาโจมตีไทยได้อีกต่อไป
ก่อนหน้าที่จะทรงรับอันเชิญขึ้น การประสบชัยชนะในการป้องในพระราชอาณาจักรทุกครั้ง แสดงให้
เป็นพระมหากษัตริย์ สถาปนากรุง เห็นถึงความเข้มแข็งของพระองค์ในการบัญชาการทัพให้ไพร่พลเป็น
รัตนโกสินทร์ เป็นราชธานีและ อันหนึ่งอันเดียวกัน ทรงเป็นขวัญกำลังใจของไพร่พลในการทำ
สถาปนาพระบรมราชวงศ์จักรี สงครามป้องกันพระราชอาณาจักร พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถ
เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ ในการวางแผนป้องกันพระราชอาณาจักราน ประสบความสำเร็จใน
ที่สุด พระราชกรณียกิจของพระองค์จึงมีบทบาทสำคัญในการรักษา
แผ่นดินไว้ให้อนุชนคนไทยในยุคหลังต่อมา ดังเช่นสมเด็จพระมหาบูร
พกษัตริยาธิราชเจ้าของไทย ในสมัยอยุธยาและสมัยธนบุรี
ด้านปกครอง
ทรงเป็นแบบอย่างของผู้ปกครองที่ทรงธพรงไว้ซึ่งความยุติธรรมแก่
บรรดาอาณาประชาราษฎร์ เมื่อพระองค์ทรงเห็นว่ากฎหมายที่มีอยู่ขัด
แย้งกันเองกับความเป็นจริง จึงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะกรรมการ
ประกอบด้วย อาลักษณ์ ๔ นาย ลูกขุน ๓ นาย และราชบัญฑิต ๔ นาย
รวมเป็น ๑๑ นาย ทำการชำระกฎหมายทั้งหมดให้ถูกต้อง เมื่อชำระเสร็จ
แล้วเขียนเป็นฉบับหลวง ๓ ฉบับ ประทับตราพระราชสีห์ พระคชสีห์ และ
บัวแก้วเป็นสำคัญ ทุกเล่มสมุด เรียกว่า “ กฎหมายตราสามดวง ” แล้ว
โปรดเกล้าฯ ให้รักษาไว้ที่หอหลวง ห้องเครื่อง ( หรือข้างที่ ) และศาล
หลวง แห่งละฉบับ เพื่อเป็นกฎหมายสำหรับใช้ในการปกครองบ้านเมือง
กฎหมายตราสามดวง ได้เป็นกฎหมายสำหรับปกครองแผ่นดินมาจนถึง
สมัยรัชกาลที่ ๕ จึงได้มีการปฏิรูปกฎหมายและการยุติธรรม ให้ทันสมัย
ตามแบบตะวันตก
พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ทางด้านการป้องกันพระราชาณาจักรให้รอดพ้นจากการรุกรานของข้าศึกและ
ทางด้านการปกครองอาณาจักรด้วยการปฏิรูปกฎหมายให้ถูกต้องตามหลัก
กฎหมายและความเป็นจริง เพื่อความยุติธรรมของเหล่าอาณาประชาราษฎร์
นับเป็นแบบอย่างอันดีงามสำหรับการปกครองแผ่นดินให้ประชาชนได้มีความ
ร่มเย็นเป็นสุขสำหรับผู้ปกครองประเทศไทยในยุคปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระ พระราชกรณียกิจสำคัญ 2
พุทธเสิศหล้านภาลัย
ด้านการเมืองการปกครอง
ทรงตรากฎหมายห้ามสูบซื้อขายฝิ่ น ทรงปรับปรุงกฎหมายพระราช
กำหนดสักเลกเมื่อ พ.ศ.2353 เพื่อเรียกเกณฑ์ไพร่พลเข้ารับราชการ
โดยลดเวลาให้ไพร่มารับราชการเพียง 3 เดือน ทำให้ไพร่มีเวลาส่วนตัว
มากขึ้น
ด้านสังคมและวัฒนธรรม
โปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดแจ้งด้วยการสถาปนา
โบสถ์และวิหารใหม่ และพระราชทานนามว่า วัดอรุณราชวราราและ
ทรงฟื้ นฟูพระราชพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาใหม่เมื่อ พ.ศ.2360
ด้านศิลปกรรม
ทรงพระราชนิพนธ์บทละครขึ้นมาใหม่และเอาเรื่องเดิมมาทรง
พระราชนิพนธ์ใหม่ รวมบทละครทั้งหมดจำนวน 7 เรื่อง ที่สำคัญ
ที่สุดคือบทละครเรื่อง "อิเหนา" ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ด้วยพระองค์
เองตลอดทั้งเรื่อง นับเป็นวรรณกรรมที่ดีที่สุดของรัชกาลที่ 2
พระราชประวัติ ด้านดนตรีและนาฏศิลป์
ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลง "บุหลันลอยเลื่อน" หรือ "บุหลัน
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ลอยฟ้า" ที่มีความไพเราะซึ่งยังเป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้
นภาลัย ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ด้านนาฏศิลป์ พระองค์ยังทรงประดิษฐ์ท่ารำประกอบการ
ไทยองค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี เล่นละครไทยอีกเป็นจำนวนมาก
ประสูตรเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์
ด้านสถาปัตยกรรม
พ.ศ.2310 มีพระนามเดิมว่า ฉิม ทรง ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ซึ่งสร้าง
เป็นพระราชโอรสในพระบาท-สมเด็จ เสร็จในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของ
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประเทศไทย
และสมเด็จพระอมรินทรา-บรมราชินี ด้านประติมากรรม
ทรงได้รับยกย่องจากองค์การ
ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ซึ่งสร้าง
ยูเนสโกในฐานะบุคคลสำคัญที่มีผล
งานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก เสร็จในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของ
ประเทศไทย
พระบาทสมเด็จพระ พระราชกรณียกิจสำคัญ 3
นั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านความมั่นคง
พระองค์ได้ทรงป้องกันราชอาณาจักรด้วยการส่งกองทัพไปสกัดทัพ
ของเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ ไม่ให้ยกทัพเข้ามาถึงชานพระนครและขัด
ขวางไม่ให้เวียงจันทน์เข้าครอบครองหัวเมืองอีสานของสยาม นอกจากนี้
พระองค์ทรงประสบความสำเร็จในการทำให้สยามกับญวนยุติการสู้รบ
ระหว่างกันเกี่ยวกับเรื่องเขมรโดยที่สยามไม่ได้เสียเปรียบญวนแต่อย่าง
ใด
ด้านการค้ากับต่างประเทศ
พระราชประวัติ พระองค์ทรงสนับสนุนส่งเสริมการค้าขายกับต่างประเทศ ทั้งกับชาว
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่ เอเชียและชาวยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้ากับจีนมาตั้งแต่เมื่อครั้ง
พระองค์ทรงดำรงพระอิสสริยศเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ส่งผลให้
หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยราช พระคลังสินค้ามีรายได้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ มีการแต่งสำเภาทั้งของ
กาลที่3แห่งราชวงศ์จักรีมีพระนาม ราชการ เจ้านาย ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และพ่อค้าชาวจีนไปค้าขายยังเมือง
เดิมว่าพระองค์เจ้าทับทรงเป็นพระ จีนและประเทศใกล้เคียง รวมถึงการเปิดค้าขายกับมหาอำนาจตะวันตก
ราชโอรสของพระบาทสมเด็จ จนมีการลงนามในสนธิสัญญาระหว่างกันคือ สนธิสัญญาเบอร์นี พ.ศ.
พระพุทธเลิศหล้านภาลัยและสมเด็จ 2369 และ 6 ปีต่อมาก็ได้เปิดสัมพันธไมตรีกับสหรัฐอเมริกาและมีการ
พระศรีสุลาลัยได้รับการสถาปนา ทำสนธิสัญญาต่อกันใน พ.ศ. 2375 นับเป็นสนธิสัญญาฉบับแรกที่
เป็นกรมหมื่นเจษฏาบดินทร์ สหรัฐอเมริกาทำกับประเทศทางตะวันออก ส่งผลให้ไทยได้ผลประโยชน์
เมื่อพ.ศ.๒๓๕๖ ทางเศรษฐกิจอย่างมาก
ด้านศิลปวัฒนธรรม
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะ
ปฏิสังขรณ์พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามจนแล้วเสร็จ และทรงมีรับสั่ง
ให้สร้างเรือสำเภาก่อด้วยอิฐในวัดยานนาวา เพื่อให้ประชาชนได้รู้ว่าเรือ
สำเภานั้นมีรูปร่างลักษณะอย่างไร เพราะทรงเล็งเห็นว่าภายหน้าจะไม่มี
การสร้างเรือสำเภาอีกแล้ว
สำหรับวรรณกรรม พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้นักปราชญ์ราชบัณฑิตจารึก
วรรณคดีที่สำคัญ ๆ และวิชาแพทย์แผนโบราณลงบนแผ่นศิลา แล้วติด
ไว้ตามศาลารายรอบพระอุโบสถ รอบพระมหาเจดีย์บริเวณวัด
พระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาหาความรู้
ด้านวรรณกรรม
เมื่อขึ้นครองราชสมบัติแล้วมีพระราชภาระมากจึง ไม่ได้ทรงพระราช
นิพนธ์งานใดอีก งานวรรณกรรมที่มีคุณค่าสมัยพระองค์
เช่น ลิลิตตะเลงพ่าย ปฐมสมโพธิกถา พระองค์ทรงสนับสนุนให้
นักปราชญ์ราชบัณฑิตช่วยกันจารึกวรรณคดีสำคัญไว้บนแผ่นศิลา
แล้วติดไว้ตามศาลารายรอบพระอุโบสถพระมหาเจดีย์
วัดพระเชตุพนฯ เพื่อมิให้วิชาเหล่านั้นสูญหายไปและประชาชนได้อาศัย
เป็นหลักในการศึกษาหาความรู้
พระบาทสมเด็จ พระราชกรณียกิจสำคัญ 4
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านการปกครอง
ได้มีการปฎิรูปการปกครองเฉพาะในด้านประเพณีเช่น ปรับปรุง
ประเพณีการเข้าเฝ้า มีพระบรมราชโองการให้ทุกคนสวมเสื้อเข้าเฝ้า
โปรดให้ราษฎรเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด และถวายฎีการ้องทุกข์ทุกวันโกน
เดือนละ 4 ครั้ง โดยพระองค์ท่านจะเสด็จออกมารับการร้องทุกข์นั้น
ด้านศาสนา
ทรงเชียวชาญในเรื่องพระไตรปิฏกจนกระทั้งให้กําเนิดธรรมยุติก
นิกาย มีการสร้างพระอารามหลวง มี 5 พระอารามเพื่อให้เป็น
ประโยชน์ทางพระพุทธศาสนา
ด้านการศึกษา
โปรดจ้างแหม่มเลียวโนเวนส์ มาจากสิงคโปร์ เป็นครูสอนภาษา
อังกฤษ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนาง และพระราชโอรสพระราชธิดา
ด้านเศรษฐกิจการค้า โปรดให้ยกเลิกระบบการค้าแบบผูกขาดของทาง
ราชการไทยแต่เดิมและแบบบรรณาการกับจีน มีพระราชดำริปรับปรุง
ระบบเงินตราของไทยให้ได้มาตรฐาน โปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งโรงกษาปณ์ขึ้น
พระราชประวัติ เพื่อผลิตเหรียญเงินขนาดต่าง ๆ ใช้แทนเงินพดด้วง ประกาศพิกัดอัตรา
แลกเปลี่ยนเงินเพื่อช่วยให้การแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าได้คล่องและเป็น
เป็นพระราชโอรส ในพระบาท- สากลขึ้น
สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กับ ด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศ
สมเด็จพระศรีสุริเยนทรา บรมราชินี
ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มีการทำสัญญากับต่างประเทศถึง 10 ประเทศ ทรงยึดนโยบาย "ผ่อน
ตุลาคม พ.ศ. 2347 ตรงกับปีชวด สั้น ผ่อนยาว" มาใช้กับประเทศมหาอำนาจ
มีพระนามเดิมว่า เจ้าฟ้ามหามาลา
ด้านการศึกษาศิลปวิทยา
เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 4 ทรงมีพระปรีชาสามารถวิชาการด้านโหราศาสตร์ และดาราศาสตร์
เมษายน พุทธศักราช 2394 ทรงสามารถคำนวณระยะเวลา การเกิดสุริยุปราคาได้อย่างแม่นยำ ทำให้
ทรงพระนามว่า "พระบาทสมเด็จ- ได้รับการยกย่องเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสัตววิทยาสมาคมแห่งสห
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" เรียกขานใน ราชาอาณาจักร ต่อมาได้มีการประกาศยกย่องเป็น "พระบิดาแห่ง
หมู่ชาวต่างชาติว่า "คิงส์มงกุฎ" ต่อ วิทยาศาสตร์ไทย" และให้วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปีเป็นวัน
มาได้เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 17 วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
พฤศจิกายน พุทธศักราช 2411 พระ
ชนมายุได้ 65 พรรษา
เสวยราชสมบัติได้ 17 ปี
มีพระราชโอรส และพระราชธิดา
รวมทั้งสิ้น 82 พระองค์
พระบาทสมเด็จพระ พระราชกรณียกิจสำคัญ 5
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ด้านการปกครอง
พระราชประวัติ
การที่ไทยสามารถดำรงรักษาเอกราช
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ของชาติเอาไว้ได้ท่ามกลางอิทธิพลของมหาอำนาจตะวันตก
เจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่กำลังล่าอาณานิคมขณะนั้นได้ เป็นเพราะพระบาทสมเด็จ
ไทยรัชกาลที่5 แห่งพระบรมราชจักรี พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราโชบายต่อประเทศ
มีพระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้า- มหาอำนาจตะวันตกในลักษณะของการผ่อนสั้นผ่อนยาว เจรจา
จุฬาลงกรณ์ เป็นพระราชโอรสของ ต่อรอง แสวงหาพันธมิตรเพื่อเอาไว้ถ่วงดุลอำนาจกับมหาอำนาจ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า- ทรงมีพระบรมราโชบายเสียสละดินแดนส่วนน้อยเพื่อรักษา
อยู่หัวและพระนางเธอพระองค์เจ้า ดินแดนส่วนใหญ่เอาไว้ให้พ้นจากการครอบงำของมหาอำนาจ
รำเพยภมราภิรมย์ ตะวันตก จนกระทั่งอังกฤษและฝรั่งเศสไม่สามารถยึดเอา
เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอังคาร ประเทศไทยเป็นอาณานิคมของตนได้ จนเป็นที่กล่าวขวัญของ
ที่20 กันยายน พ.ศ. 2396 ปีฉลู นานาประเทศที่ประทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 สามารถรักษาเอกราช
พระองค์เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ เอาไว้ได้ ทั้งนี้เป็นเพราะพระปรีชาสามารถ รวมทั้ง
ใน พ.ศ. 2411 เมื่อทรงมีพระชนมายุ พระบรมราโชบายอันชาญฉลาดของพระองค์โดยแท้
เพียง 15 พรรษา เนื่องจากทรงมีพระ
ชนมายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ ด้านการปฏิรูปประเทศ
จึงต้องมีผู้สำเร็จราชการแทน
พระองค์ จนเมื่อพระองค์ทรงมี ทรงปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินให้ทันสมัยอย่างที่ไม่เคยเป็น
พระชนมายุบรรลุนิติภาวะแล้วใน มาก่อนนับตั้งแต่การปฏิรูปการปกครองในสมัยสมเด็จพระบรม
พ.ศ.2416 จึงทรงมีพระราชอำนาจ ไตรโลกนากเป็นต้นมา และเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับการปกครอง
ในฐานะพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ บ้านเมืองในระยะหลังต่อมา การปฏิรูปการปกครองของพระองค์
และเสด็จสวรรคต เมื่อวันอาทิตย์ สามารถนำประเทศให้รอดพ้นจากการ
เดือน 11 แรม 4 ค่ำ ปีจอ ตรงกับวัน ครอบครองของมหาอำนาจตะวันตก
ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453
ด้วยโรคพระวักกะ ด้านการศึกษา
ทรงเห็นความสำคัญของการศึกษา จึงโปรดให้สร้างโรงเรียนหลวง
ขึ้นในพระบรมมหาราชวัง คือ "โรงเรียนนายทหารมหาดเล็ก" ก่อนจะ
เปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ" ต่อมาโปรดให้ตั้ง
โรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรขึ้นเป็นแห่งแรก คือ "โรงเรียนวัด
มหรรณพาราม" และในที่สุดได้โปรดให้จัดตั้งกระทรวงธรรมการขึ้น
เมื่อปี พ.ศ. 2435 (ปัจจุบันคือกระทรวงศึกษาธิการ) เพื่อดูแลเรื่องการ
ศึกษา
ด้านสังคม
ทรงมีพระบรมราโชบายในการยกเลิกระบบไพร่และทาสที่เคยมีมาข้า
นานในสังคมไทย ทำให้คนไทยทุกคนมีความเป็นอิสระแก่ตนเอง โดยที่
ไม่เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง หุ่นขี้ผึ้งแสดงการเลิกทาส ซึ่งเป็นพระ
ราชกรณียกิจ ในสังคมไทย นับได้ว่าพระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงระบบ
สังคมที่สำคัญอย่างยิ่งของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
ให้เข้าสู่ความทันสมัยด้วยวิธีการที่สุขุมคัมภีรภาพ
สมเด็จพระมงกุฎเกล้า พระราชกรณียกิจสำคัญ 6
เจ้าอยู่หัว ด้านการศึกษา
พระองค์ได้ทรงโปรดเกล้าฯให้มีการตราพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ.
2465 อันเป็นการกำหนดให้คนไทยทุกคนที่มีอายุถึงเกณฑ์จะต้องเข้าเรียนใน
ระดับชั้นประถมศึกษาครบ 4 ปีตามกำหนดระยะเวลานอกจากนี้เมื่อพ.ศ. 2459
พระองค์โปรดเกล้าฯให้จัดตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอันเป็นการศึกษาใน
ระดับอุดมศึกษา ทรงยอมเสียสละที่ดินของพระคลังข้างที่เพื่อจัดตั้ง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้กลายเป็นแหล่งสร้างสันสิ่ง
สำคัญทางด้านสติปัญญาในวิทยาการที่ทันสมัยอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย
และประเทศชาติมาจนทุกวันนี้
ด้านการเมืองการปกครอง
ทรงริเริ่มการปกครองแบบประชาธิปไตย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นรูปธรรมอย่าง
ชัดเจนในการปกครองพระราชอาณาจักร แต่ก็แสดงให้เห็นถึงพระราชดำริทางการ
เมืองของพระองค์ในลักษณะสร้างสรรค์ เนื่องจากพระองค์ทรงได้รับการศึกษาจาก
ประเทศอังกฤษซึ่งเป็นต้นแบบของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
พระราชประวัติ ด้านการต่างประเทศ
ทรงดำเนินพระบรมราโชบายด้านการต่างประเทศจนเกิดผลดีต่อประเทศชาติ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้า เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2457
อยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทย ในระยะแรกที่เกิดสงครามโลกพระองค์ทรงประกาศให้ประเทศไทยเป็นกลาง แต่ต่อ
รัชกาลที่6 แห่งพระบรม-ราชวงศ์ มา ทรงเห็นว่าประเทศฝ่ายพันธมิตร จะเป็นฝ่ายมีชัยชนะ พระองค์จึงทรงประกาศ
จักรี มีพระนามเดิมว่า “สมเด็จ สงครามกับเยอรมนี ออสเตรเลีย-ฮังการี ผลปรากฏว่าเยอรมนี ออสเตรเลีย-ฮังการี
พระเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ” เป็นพระ เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ผลจากการดำเนินพระบรมราโชบายของพระองค์ในครั้งนั้นทำให้
ไทยมีโอกาสได้ปรับปรุงสนธิสัญญากับมหาอำนาจตะวันตก และได้รับการรับรอง
ราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระ จากนานาประเทศให้เป็นสมาชิกขององค์การสันนิบาตชาติอีกด้วย นับว่าเป็น
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จ ประโยชน์และเกียรติภูมิของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง
พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระ
อัครราชเทวี (ต่อมาคือ สมเด็จพระ ด้านภาษาและวรรณกรรม
ศรีพัชรินทรา บรมราชนีนาถ ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมต่างๆไว้มากมาย ทั้งประเภทร้อยแก้วที่เป็น
พระบรมราชชนนี พันปีหลวง) ทรง บทความ บทละคร สารคดี นิทาน และประเภทที่เป็นโคลง ฉัน กาพย์ กลอน
ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จเจ้าฟ้า พระองค์ทรงใช้พระนามแฝงสำหรับพระราชนิพนธ์หลายหลายชื่อเช่นว ชิราวุธอัศว
มหาวชิราวุธ กรมขุนเทพทวาราวดี พาหุ สุครีพ เป็นต้น สำหรับพระราชนิพนธ์ที่พระองค์ทรงประพันธ์นั้นมีทั้งที่พระ
เมื่อพ.ศ. 2431 ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเองและมีบางเรื่องพระองค์ก็ทรงแปลจากภาษาต่างประเทศ
พระราชนิพนธ์ต่างๆของพระองค์นับว่ามีความสำคัญต่อภาษาและวรรณกรรมของ
ชาติไทยเป็นอย่างยิ่ง จึงมีการเทิดพระเกียรติให้พระองค์ทรงเป็น "พระมหาธีรราช
เจ้า"นอกจากนี้ องค์การยูเนสโกได้ยกย่องความเป็นปราชญ์ของพระองค์โดยถวาย
นามว่า King Vajiravudh, Thailand's prolifer Writer
ด้านการส่งเสริมความรักชาติ
ทรงสร้างเกียรติภูมิของชาติให้มีความทัดเทียมกับอารยประเทศและมีคุณ
ประโยชน์ต่อประเทศชาติจนถึงทุกวันนี้เช่นพระองค์ทรงมีพระบรมมาราชโองการ
โปรดเกล้าให้ถือเอาวันที่ 6 เมษายนซึ่งเรียกว่าวันจักรีเป็นวันชาติของไทยโปรดเก้า
ให้ประดิษฐ์ธงชาติไหมแทนทงรูปช้างซึ่งใช้กันมาแต่เดิมพระราชพระราชทานชื่อว่า
ธงไตรรงค์ โปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัตินามสกุล เพื่อเป็นหลักการสืบเชื้อ
สายต่อเนื่องกันทางบิดาผู้ให้กำเนิดซึ่งนอกจากแสดง ให้เห็นถึงความเป็นชาติที่มี
อารยธรรมแล้วยังเป็นการแสดงความรักความสามัคคีในเครือญาติอีกด้วย
พระบาทสมเด็จพระ พระราชกรณียกิจ 7
ปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
ด้านการเมืองการปกครอง
พระราชประวัติ
เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบ
พระบาทสมเด็จพระ
สมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์
ปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรง
เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยคณะราษฎรในวันที่ 24 มิถุนายน
เป็นพระมหากษัตริย์
พ.ศ. 2475 นั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงยอมรับการ
ไทยลำดับที่ 7 แห่ง
เปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วยความเต็มพระทัยโดยมิได้ใช้พระราชอำนาจ
พระบรมราชวงศ์จักรี
ของพระองค์ที่มีอยู่ขัดขวางแต่อย่างใด ที่เป็นเช่นนี้เพราะพระองค์ไม่
มีพระนามเดิมว่า
ต้องการให้เกิดการสูญเสียเลือดเนื้อของประชาชนชาวไทย นอกจากนี้
“สมเด็จเจ้าฟ้า
พระองค์ยังทรงมีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่
ประชาธิปกศักดิเดชน์”
ปวงชนชาวไทยอยู่ก่อนแล้ว จนถึงการโปรดเกล้าฯ ให้มีการร่าง
เป็นพระราชโอรส
รัฐธรรมนูญและเตรียมการประกาศใช้เมื่อถึงเวลาอันสมควรมาก่อน
พระองค์สุดท้ายของ
หน้าที่คณะราษฎรจะยึดอำนาจดังนั้น เมื่อคณะราษฎรจะขอ
พระบาทสมเด็จพระ
พระราชทานรัฐธรรมนูญพระองค์จึงมิได้ทรงขัดขวาง แสดงให้เห็นถึง
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
การเสียสละพระราชอำนาจเพื่อความเป็นประชาธิปไตยของประชาชน
และสมเด็จพระนางเจ้า
ชาวไทยอย่างแท้จริง
เสาวภาผ่องศรี พระ
อัครราชเทวี ถึงแม้ว่าคณะราษฎรได้เปลี่ยนแปลงการปกครองในพ.ศ. 2475 แล้ว
และพระองค์ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญอย่างเต็มพระทัยแล้วก็ตาม แต่
พระองค์ก็ยังทรงติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลในระยะหลังการ
เปลี่ยนแปลงการปกครองเพื่อให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาว
ไทยอย่างแท้จริง โดยได้ทรงเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ
แต่เมื่อพระองค์มิได้รับการตอบสนอง จึงได้ทรงประกาศสละราช
สมบัติเมื่อวานที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 โดยมีพระราชหัตถเลขาถึงคณะ
รัฐบาล มีความสำคัญตอนหนึ่งว่า "…ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละ
อำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้า
ไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใดคณะใดโดยเฉพาะ
เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาดและโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชา
ราษฎร…”
พระบาทสมเด็จ พระราชกรณียกิจสำคัญ 8
พระปรเมนทรมหา
อานันทมหิดล การเสด็จนิวัดพระนคร
พระราชประวัติ การเสด็จนิวัดพระนครครั้งแรก (พ.ศ. ๒๔๘อ - ๒๘๒) พระองค์ได้
ปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่สำคัญพระราชกรณียกิจสำคัญหลายครั้ง
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร เช่น เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานธงประจำกองลูกเสือและทอด
มหาอานันทมหิดล ทรงเป็นพระ พระเนตรการแข่งขันกรีฑาและวิชาลูกเสือ ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ
มหากษัตริย์ไทยลำดับที่ ๘ แห่ง นอกจากนี้ยังได้พระราชทานทุนทรัพย์แก่โรงพยาบาล และสถานศึกษา
พระบรมราชวงศ์จักรีมีพระนาม ต่างๆอีกด้วย จากนั้นพระองค์ได้เสด็จกลับไปศึกษาต่อที่เมืองโลชาน
เดิมว่า "พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
อานันทมหิดล"เป็นพระโอรสองค์
แรกของสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุล การเสด็จนิวัตพระนครครั้งที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๘๘ -๒๔๘๙) พระองค์
เดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๒๐พรรษาบริบูรณ์ ทรงปฏิบัติ
(สมเด็จพระมหิตลาธิ พระราชกรณียกิจที่สำคัญ เช่น ทรงตรวจพลสวนสนามของกองทัพ
เบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราช พันธมิตร ลอร์ด หลุยส์ เมานต์แบตเทน ผู้บัญชาการทหารฝ่าย
ชนก) และ หม่อมสังวาล มหิดล ณ พันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ท้องสนามหลวงและถนน
อยุธยา (สมเด็จพระศรีนครินทราบ ราชดำเนิน นับเป็นความสำคัญยิ่งต่อเกียรติภูมิของไทย เนื่องจาก
รมราชนนี เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ เป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงมีอำนาจอธิปไตยโดย
ขณะทรงมีพระชนมายุ ๙ พรรษา สมบูรณ์ มิได้ตกอยู่ใต้อำนาจของชาติอื่น นอกจากนี้ยังเสด็จประพาส
จึงต้องมีคณะผู้สำเร็จราชการแทน สำเพ็ง รวมทั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในจังหวัด
พระองค์พระองค์ก็ได้ ใกล้เคียงและภายในเขตพระนคร เป็นต้น
ด้านการเมืองการปกครอง
พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปในพระราชพิธีพระราชทาน
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 และเปิดประชุม
สภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2489 นอกจากนี้ ยังเสด็จ
พระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่าง ๆ และทรงเยี่ยมชาวไทย
เชื้อสายจีนเป็นครั้งแรก ณ สำเพ็งพระนคร พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้อง
ยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2489
ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดความขัดแย้งกันระหว่างชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีน
จนเกือบเกิดสงครามกลางเมือง เมื่อพระองค์ทรงทราบเรื่องมี
พระราชดำริว่า หากปล่อยความขุ่นข้องบาดหมางไว้เช่นนี้จะเป็นผลร้าย
ตลอดไป จึงทรงตัดสินพระทัยเสด็จพระราชดำเนินสำเพ็ง ซึ่งใช้ระยะเวลา
ประมาณ 4 ชั่วโมง และพระองค์ทรงพระราชดำเนินด้วยพระบาทเป็น
ระยะประมาณ 3 กิโลเมตร การเสด็จพระราชดำเนินสำเพ็งในครั้งนี้จึง
เป็นการประสานรอยร้าวที่เกิดขึ้นให้หมดไป
พระบาทสมเด็จ พระราชกรณีกิจสำคัญ 9
พระมหาภูมิพล-
อดุลยเดชมหาราช ด้านการศึกษา
บรมนาถบพิตร
ทรงส่งเสริมและพระราชทานเกื้อหนุนทางด้านการศึกษาใน
พระราชประวัติ ระบบนอก-ระบบโรงเรียน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ตั้ง ทุนภูมิพล เพื่อผู้
มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โปรดเกล้าฯให้ฟื้ นฟูพระราชทาน
รัชกาลที่ 9 มีพระนามเดิมว่า ทุนคิงสกอลาชิป และก่อตั้งทุนอานันทมหิดล เพื่อสนับสนุนผู้มีความ
‘’พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า สามารถทางวิชาการและคุณธรรม
ภูมิพลอดุลยเดช’’ เป็นโอรส
ของสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุล ด้านศิลปกรรม
เดชกรมหลวงสงขลา
นครินทร์ และหม่อมสังวาล ทรงส่งเสริมสนับสนุนศิลปวัฒนธรรมทุกแขนงรวมทั้งภาษาไทย ทรงมี
มหิดล ณ อยุธยา รับสั่งเตือนสติให้คนไทยช่วยกันอนุรักษ์ฟื้ นฟูจารีตประเพณีและ
เสด็จขึ้นครองราชตอน 18 วัฒนธรรมของชาติ ทรงฟื้ นฟูวัฒนธรรมไทยให้ดำรงอยู่ต่อไป
ปี แต่ยังต้องกลับไปศึกษา
ต่อที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ด้านศาสนา
ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรมอย่างเคร่งครัด ทรงผนวชในบวรพุทธ
ศาสนา และเป็นอัครศาสนูปถัมภกของพระพุทธศาสนา เสด็จ
พระราชดำเนินไปบำเพ็ญพระราชกุศลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
อย่างสม่ำเสมอ ทรงมีพระราชูอุปถัมภ์ศาสนาอื่นๆ
ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน
พระองค์ทรงมุ่งมั่นพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎร จึง
เกิดโครงการจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ โดย
โครงการแรกเกิดขึ้นที่บ้านห้วยมงคล ทรงโปรดเกล้าให้
ตัดถนนห้วยมงคลออกตลาดหัวหิน
ซึ่งสามารถแยกโครงการเป็นประเภทต่างๆ ได้ดังนี้
ด้านการเกษตร
ดำเนินการในศูนย์การพัฒนา และนำผลสำเร็จไปถ่ายทอดสู่
ประชาชน ด้วยการฝึกอบรมให้เกษตรกรมีความรู้ในวิชาการ
เกษตรแผนใหม่ เช่น โครงการชั่งหัวมัน
ด้านสิ่งแวดล้อม
ส่วนใหญ่เป็นวิธีการทำนุบำรุงและปรับปรุงสภาพ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นเช่น
โครงการแกล้งดินการทำเกษตร ทฤษฎีใหม่ หญ้าแฝก
พระบาทสมเด็จ พระราชกรณีกิจสำคัญ 10
พระมหาภูมิพล-
อดุลยเดชมหาราช ด้านสาธารณสุข
บรมนาถบพิตร
ได้พระราชทานโครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน เพื่อช่วยแก้ไข
พระราชประวัติ ปัญหาสุขภาพของราษฎรที่อยู่พื้นที่ห่างไกล
รัชกาลที่ 9 มีพระนามเดิมว่า ด้านการส่งเสริมอาชีพ
‘’พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
ภูมิพลอดุลยเดช’’ เป็นโอรส มีเป้าหมายให้ราษฎรนำความรู้ไปประกอบอาชีพจนเกิดรายได้ เช่น
ของสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุล โครงการศิลปาชีพพิเศษทั่วประเทศ
เดชกรมหลวงสงขลา
นครินทร์ และหม่อมสังวาล ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ
มหิดล ณ อยุธยา
เสด็จขึ้นครองราชตอน 18 ปี ได้แก่ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกอุปโภคบริโภค
แต่ยังต้องกลับไปศึกษาต่อที่ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่ออนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธาร
ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ
โครงการระบายน้ำออกจากที่ลุ่มหรือพื้นที่ส่งน้ำชลประทาน
โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย
ด้านการคมนาคม
เป็นโครงการเกี่ยวกับการปรับปรุงถนน-ก่อสร้างถนน และ
โครงการช่วยแก้ไขปัญหารถติด
ด้านสวัสดิการสังคม
เป็นโครงการส่งเสริมให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น
ด้านการประดิษฐ์
ทรงประดิษฐ์ ‘’กังหันน้ำชัยพัฒนา’’ เป็นเครื่องกลเติม
อากาศแบบทุ่นลอย เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจน
เข้าไปในน้ำทำให้น้ำเสียกลายเป็นดีได้
พระบาทสมเด็จพระ พระราชกรณียกิจสำคัญ 11
วชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ด้านการศาสนา
ทรงเข้าพระราชพิธีประกาศพระองค์เป็น
พุทธมามกะ ทรงอุปถัมภ์พระอารามต่างๆ เช่น วัดวชิรธรรมสาธิต
วรวิหาร เมื่อ พ.ศ. ๒๕o๘ ทรงรับวัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหารเป็น
วัดประจำพระองค์ รวมถึงทรงแต่งตั้งสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร
อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกล
สังฆปริณายก องค์ที่ ๒o เป็นต้น
ด้านการแพทย์ สาธารณะสุข และจิตอาสา
ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์และทรงเปิดโรงพยาบาลสมเด็จพระ
ยุพราชด้วยพระองค์เองทุกแห่ง ทรงให้ตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนขึ้นที่
จังหวัดยะลาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕o รวมถึงพราะราชทานสิ่งของบรรเทา
ทุกข์แก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติเมื่อครั้งเกิดพายุไซโคลนนาร์กิสใน
พระราชประวัติ พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นต้นนอกจากนี้ พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหาร
ทหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยงานราชการประชาชนที่มี
จิตอาสาเข้าร่วมโครงการจิตอาสาพระราชทาน "เราทำความดี เพื่อ
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า ชาติ ศาสน์ กษัตริย์"ทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ทั่วประเทศ
เจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชโอรส โดยต่อเนื่อง เป็นต้น
พระองค์เดียวใน พระบาทสมเด็จ ด้านการเกษตร
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรด
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พระนังคัลแรกนาขวัญ ทรงรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ไว้ใน
และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระราชานุเคราะห์ เพื่อให้บริการทางการเกษตรแก่เกษตรกร
พันปีหลวง เสด็จพระราชสมภพ ณ เป็นต้น
พระที่นั่งอัมพรสถาน ด้านการกีฬา
พระราชวังดุสิต ทรงให้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ "ปั่ นเพื่อแม่"
เมื่อวันที่ ๕๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ (Bike For Mom) เพื่อปลุกกระแสสำนึกความรักแม่ และ
ความสามัคคีของคนในชาติ ทงเป็นประธานเปิดกิจกรรม
ปั่ นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ "ปั่ นเพื่อพ่อ"(Bike For Dad)
รวมถึงพระราชทานลายพระหัตถ์ข้อคิด ๗ ประการเพื่อ
ความสำเร็จ ความสุข และความปลอดภัยในการปั่ น
จักรยานด้วย
ด้านภาษา วรรณศิลป์ และศิลปวัฒนธรรม
เช่น พระราชนิพนธ์บทเพลง "อาลัยครวญ" ร่วมกับ
สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับมูลนิธิวง
ดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพฯ ไว้ในพระราชูปถัมถ์
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕
12
บรรณานุกรม
สมเกียรติ ภู่ระหงษ์. ประวัติศาสตร์ม.4. พิมพ์ครั้งที่18.
กรุงเทพมหานคร : อักษรเจริญทัศน์, 2557
พระนามเต็มของพระมหากษัตริย์ไทย. [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก: http://www.heartmadeframe.com
จัดทำโดย เลขที่ 10
1.นายกฤติพัฒน์ พันธุ์เพ็ง เลขที่ 14
2.นางสาวศิ รภัสสร ฐานมั่น เลขที่ 15
3.นางสาวธัญภัทร ศรีสนาย เลขที่ 19
4.นางสาวชนิดาภา จรสาย เลขที่ 20
5.นางสาวพิชญา ศรีประนม เลขที่ 21
6.นางสาวธนัชชา เสาเวียง เลขที่ 22
7.นางสาวปรวีย์ อิ่มโค่น เลขที่ 24
8.นางสาวพิมพกานต์ ประชุมรักษ์ เลขที่ 26
9.นางสาวศิ รภัสสร วรธรรม เลขที่ 27
10.นางสาวสิรินทิพย์ เอกนิตย์
ชั้ นมัธยมศึ กษาปีที่ 4/7
เสนอ
คุณครูกนกพร สุขสาย
หนังสื ออิเล็กทรอนิกส์ เล่มนี้ เป็นส่ วนประกอบของ
รายวิชาประวัติศาสตร์ (ส31112)
โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช อำเภอเมืองอุบลราชธานี
จังหวัดอุบลราชธานี