THE
persian gulf war
[สงครามอ่าวเปอร์เซีย]
สงครามอ่าว Gulf War ชื่อระหัสทางทหารว่า
ปฏิบัติการโล่ทะเลทราย [Operation Desert
Shield 2 สิงหาคม 2533-17 มกราคม 2534 เป็ น
ปฏิบัติการนำสู่การสั่งสมกำลังและการป้องกัน
ของซาอุ ดี อาระเบี ยและปฏิ บัติ การพายุ ทะเล
ทราย Operation Desert Storm, 17 มกราคม
2534 28 กุมภาพัน 2534] ในระยะสู้รบเป็ น
สงครามในภู มิ ภาคอ่ าวเปอร์เซี ยระหว่ างกำลัง
ผสมจาก 34 ชาตินำโดยสหรัฐอเมริกาต่อ
ประเทศอิ รักหลังการบุ กครองและผนวกคู เวต
ของอิ รัก
สงครามนี้มี ชื่ ออื่ นเช่ นสงครามอ่ าวเปอร์เซี ย,
สงครามอ่าวครั้งที่หนึ่ง, สงคราคูเวต,สงครามอิ
รักคําว่า "สงครามอิรัก" ต่อมาใช้เรียกการบุก
ครองปี 2546 แทนการยืดครองคูเวตของกอง
ทัพอิรักยิ่งเริ่มเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2533 นก
นานาชาติประณามและสมาชิกคณะมนตรีความ
มั่นคงแห่ งสหประชาชาติพลับวิธิการบังคับทาง
เศรษฐกิจกประธานาธิบดีจอร์จเอช. ดับเบิลยูบุ
ชวางกําลังสหรัฐเข้าสู่ อาอุ ดี อาระเบี ยและ
กระตุ้นให้ประเทศอื่ นส่ งกำลังของตนไปที่ นั้น
ด้วยมีหลายชาติเข้าร่วมกําลังผสมซึ่งเป็ น
พันธมิตรทางทหารที่ใหญ่ที่สุดนับ แต่
สงครามโลกครั้งที่สองกำลังทหารของกำลัง
ผสมส่ วนใหญ่ มาจากสหรัฐโดยมิ ซาอุ ดิ อาระเบี ย
สหราชอาณาจักรและอียิปต์เป็ นผู้มีส่วนร่วมราย
ใหญ่ตามลำดับซาอุดิอาระเบียบบเงิน 36,000
ดอลลาร์สหรัฐจากค่ายราย 60,000 ล้าน
ดอลลาร์สหรัฐ
สงครามนิ การริ เริ่ มการถ่ ายทอดข่ าวสดจากแนว
หน้าของการสู้รบหลัก ๆ โดยเครือข่ายเอ็นเงิน
ของสหรัฐสงครามนี้ยังได้ชื่ อเล่ นว่ าจราโอเกษ
หลังการถ่ายภาพรายวันจากกล้องบนเครื่องบิน
ทิ้งระเบิดสหรัฐระหว่างปฏิบัติการพาทะเลทราย
ความขัดแย้งระยะแรกเพื่อขับกองทัพอิรักออก
จากคูเวตเริ่มด้วยทางระดนทิ้งระเบิดทาง
อากาศและทางเรือเมิ่อวันที่ 17 มกราคม 2534
และดำเนิ นไปค้าสัปดาห์ตามด้วยการโจมตี ภาค
พื้นดินวันที่ 24 กุมภาพันธ์สงครามสิ้นสุดด้วย
ชัยชนะอย่างขาดลอยของกําลังบนงบกองทัพ
อิ รักออกจากคู เวตและรุ กเช้าดิ นแดนอิ รักกำลัง
ผสมยุติการบุกและประกาศหยุดยิงหลังการทัพ
ภาคพื้นเริ่ม 100 ชั่วโมงการบทางอากาศและทา
งบกจํากัดอยู่ ในประเทศอิ รักคู เวตและบางพื้นที่
ตรงพรมแดนซาอุ ดี อาระเบี ยประเทศกปล่ อย
ปลาสดเป้าหมายทางทหารของกำลังผสมและ
ต่ ออิ สราเอล
เบื้องหลัง
ตลอดช่วงเวลาของสงครามเย็นอิรักเป็ นพันธมิตรสหภาพโซเวียตและมีประวัติความไม่
ลงรอยกันสหรัฐอเมริ กาสหรัฐกังวลถึงตำแหน่ งของอิ รักต่ อการเมื องอิ สราเอล-ชาว
ปาเลสไตน์และการที่ อิ รักไม่ เห็ นด้วยกันสันติ ภาพระหว่ างอิ สราเอลกับอี ยิ ปต์สหรัฐเองก็
ไม่ ชอบการที่ อกเข้าสนับสนุ นกลุ่ มอาหรับและปาเลสไตน์ติ ดอาวุ ธอย่ างอาบู ไนดัลซึ่ งทํา
ให้มี การรวมอิ รักเข้าไปในรายชื่ อประเทศผู้ให้การสนับสนุ นการก่ อการร้ายข้ามชาติ ของ
สหรัฐในวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2522 สหรัฐยังคงสถานะเป็ นกลางอย่างเป็ นทางการ
หลังจากการรุกรานของอิหร่านกลายมาเป็ นสงครามอิรักอิหร่านแม้ว่าจะแอบช่วยรัก
อย่างล้น ๆ อย่างไรก็ดีในเดือนมีนาคม 2525 อิหร่านเริ่มทําการโต้ตอบได้สำเร็จปฏิบัติ
การชัยชนะที่ ปฏิ เสธไม่ ได้และสหรัฐได้เพิ่ มการสนับสนุ นให้กับอิ รักเพื่ อป้องกันไม่ ให้อิ รัก
ถูกบังคับให้พ่ายแพ้
ในความพยายามของสหรัฐที่จะเปิ ดความสัมพันธ์ทางการทูตอิรักอย่างเต็มตัวประเทศ
อิ รักได้ถู กนำาออกจากรายชื่ อประเทศที่ สนับสนุ นการก่ อการร้ายนั่ นก็เพราะว่ าการ
พัฒนาในบันทึกการปกครองแม้ว่ าอดี ตผู้ช่ วยรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหมสหรัฐโนเอลเอ
ชได้กล่าวในเวลาต่อมาว่า "ไม่มีใครที่สงสัยในเรื่องที่อิรักยังคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้
ก่อการร้าย ... เหตุผลจริง ๆ คือเพื่อช่วยให้พวกเขามีชัยเหนืออิหร่านเออิหร่านประสบ
กับชัยชนะในสงครามและปฏิเสธการสงบศึกที่ได้รับการเสนอขึ้นในเดือนกรกฏาคมการ
ขายอาวุธมกับอิรักก็ทําลายสถิติเมื่อปี 2525 แต่อุปสรรคยังคงมีอยู่ระหว่างสหรัฐกับ
อิ รักกลุ่ มอามู ไนดัลยังคงได้รับการสนับสนุ นอยู่ ในแบกแดดเมื่ อประธานาธิบดี อิ รักซัด
ดัมฮุ สเซนได้ขับไล่ พวกเขาไปยังซี เรี ยตามคําขอของสหรัฐในเดื อนพฤษภาคม
ความตึงเครียด
ความตึงเครียดคูเวตเบื่ออิรักทําการหยุดยิงกับอิหร่านในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2531
อิรักก็ประสบกับการล้มละลายอย่างแท้จริงโดยส่วนใหญ่เป็ นหนี้ชาอุดิอาระเบียและ
คูเวตอิรักกดดันทั้งสองชาติให้ยกหนี้ทั้งหมด แต่ทั้งสองประเทศตอบปฏิเสธอิรักยังได้
กล่ าวหาคู เวตว่ าได้ผลิ ตน้ำมันเกิ นโควตาของโอเปกทําให้ราคาน้ำมันดิ่ งลงซึ่ งส่ งผลให้
อิรักประสบกับปัญหาด้านเศรษฐกิจเพิ่มเข้าไปอีกการที่ราคาของบ้าบินตกลงส่งผลก
ระทบต่อเศรษฐกิจของอิรักอย่างใหญ่หลวงรัฐบาลอิรักได้บรรยายว่ามันเป็ นสงคราม
ทางเศรษฐกิจซึ่งอ้างว่าคูเวตเป็ นต้นเหตุโดยการเจาะท่อลอดข้ามพรมแดนเข้าไปในทุ่ง
น้ำมันหมาเลียของอิรัก
ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศยังเกี่ยวข้องกับคํากล่าวอ้างของอิรักที่ระบุว่าคูเวต
เป็ นอาณาเขตของอิรักหลังจากได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรใน พ.ศ. 2475
รัฐบาลอิรักได้ประกาศใบ้ทันทีว่าคูเวตเป็ นอาณาเขตโดยชอบธรรมของอิรักเนื่องจาก
เคยอยู่ภายใต้การปกครองของอิรักเป็ นเวลาหลายศตวรรจนกระทั่งอังกฤษก่อตั้งคูเวต
ขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่หน่งดังนั้นจึงได้กล่าวว่าคูเวตเป็ นผลผลิตจากลัทธิ
จักรวรรดินิยมของอังกฤษอิรักอ้างว่าคูเวตเคยเป็ นส่วนหนี่งของจังหวัดบาสราของ
จักรวรรดิออตโตมันราชวงศ์ที่ปกครองคูเวตอัลชอบะห์ได้ตัดสินใจลงนามในข้อตกลง
เป็ นรัฐในอารักขาเมื่อ พ.ศ. 2442 ซึ่งมอบหมายความรับผิดชอบกิจการระหว่าง
ประเทศให้แก่อังกฤษอังกฤษเขียนพรมแดนระหว่างทั้งสองประเทศและพยายามจํากัด
ทางออกสู่ทะเลของอิรักอย่างระมัดระวังเพื่อที่ว่ารัฐบาลอิรักในอนาคตจะไม่มีโอกาส
คุ กคามการครอบครองอ่ าวเปอร์เซี ยของอังกฤษอิ รักปฏิ เสธที่ จะยอมรับพรมแดนที่ ถู ก
เขียนขึ้นและไม่รับรองคูเวตจนกระทั่งปี พ.ศ. 2506
การบุกครองคูเวต
เปิ ดสงครามก่อนหน้า แต่คูเวตกลับไม่ได้เตรียมกองกำลังของตนเอาไว้กองทัพคูเวตยอมแพ้ในวัน
ที่ 19
กรกฎาคมเมื่อสิ้นสุดสงครามอิหร่านอิรักในปี พ. ศ. 2531 กองทัพบกอิรักกลายเป็ นกองทัพอันดับ
สี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยประกอบด้วยทหาร 955,000 นายและกองกําลังทหารอีก 650,000 นาย
จากการคาดการณ์ขั้นต่ำของจอห์นไลด์สและอังเดรคอร์วแชร์กองทัพอิรักสามารถระดมรถดังได้
4,500 คันอากาศยานรบ 484 ลําและเฮลิคอปเตอร์รบอีก 232 ล่าไมเคิลในท์สคาดการว่าในกรณี
อย่างมากอิรักจะสามารถระดมพลได้ 1 ล้านนายและกองกําลังสํารองอีก 850,000 นายพร้อมรถ
ถัง 5,500 คันใหญ่ 3,000 กระบอกอากาศยานรบและเฮลิคอปเตอร์ 700 ลาเป็ นทั้งหมด 53
กองพลกรมสงครามพิเศษ 20 กรมและกองกําลังติดอาวุธอีกจํานวนมากตามพื้นที่และพวกเขาก็มี
การป้องกันทางอากาศแบบหนาอีกด้วย
หน่วยคอมมานโดของอิรักเป็ นหัวหอกในการรบด้วยการแทรกซึมเข้าไปที่ชายแดนของคูเวตเพื่อ
เตรียมการรบให้พร้อมสําหรับหน่วยรบขนาดใหญ่ที่จะเปิ ดกตอนเที่ยงคืนอิรักแบ่งการรุกเป็ นสอง
แนวโดยมี กองตําลังหลักโจมตี จากทางเหนื อลงไปทางใต้ผ่ านทางหลวงตรงไปยังคู เวตและอี ก
ด้านเป็ นการโจมตีสนับสนุนที่เข้าจากทางตะวันตกของคูเวตและหักออกไปทางตะวันออกเพื่อตัด
เมืองหลวงออกจากทางใต้ที่เหลือของประเทศผู้บัญชาการกองพันยานเกราะกรมยานเกราะที่ 35
ของคูเวตได้วางแนวรบเพื่อรับมือกองทัพอิรักและสามารถป้องกันเอาไว้ได้อย่างดุเดือดในการรบ
ใกล้กับอัลอาห์ราทางตะวันตกของคูเวตดีอากาศยานของคูเวตเข้าสกัดข้าก แต่ถูกยึดหรือทําลาย
ไปร้อยละ 20 การรบทางอากาศกับกองพลขนส่งทางเฮลิคอปเตอร์ของอิรักเกิดขึ้นเหนือคูเวตดี
อิรักสูญเสียทหารชั้นดีเป็ นจํานวนมากนอกจากนี้ยังมีการปะทะประปรายระหว่างกองทัพอากาศ
คูเวตกับกองกำลังภาคพื้นของอิรักด้วย
การทัพทางบก
กองกําลังผสมได้ยึดครองน่ านฟ้าด้วยเทคโนโลยี ที่ เหนื อกว่ าอิ รัก
กองกำลังของพวกเขาได้เปรียบอย่างมากเพราะได้รับการป้องกัน
จากเป็ นเจ้าอากาศซึ่งได้มาโดยกองทัพอากาศก่อนที่จะมีการรุก
ทางบกกองกำลังผสมยังมีความได้เปรียบทางเทคโนโลยีสองอย่าง
ด้วยกันคือ
1. รถจประจัญบานหลักของกองกำลังผสมเช่นเบาเอบรามสิบอง
สหรัฐชาลเลนเจอร์ 1 ของอังกฤษและเอ็ม -84เอ บีของคูเวตความ
สามารถเหนือกว่าไทป์ 69 ของจีนและที -72 ของอิรักอย่างมากรวม
ทั้งทหารยานเกราะของกองกำลังผสมเองก็ได้รับการฝึ กฝนมาอีก
ว่า
2. การใช้ชเอสทําให้กองกำลังผสมสามารถหาหนทางได้โดยไม่ต้อง
พึ่งถนนหลัก ๆ เอรวมกับการลาดตระเวนทางอากาศทำให้พวกเขา
เลือกที่จะสู้ด้วยการสงครามกลกแทนที่จะใช้การรบแบบแตกหัก
เพราะพวกเขารู้ว่าพวกเขาอยู่ตรงไหนและตรงใหนพวกเขาจามารถ
โจมตีเป้าหมายเฉพาะแทนที่จะเป็ นการค้นหาศัตรูตามพื้นดินปลด
ปล่อย
การทัพทางอากาศ
การทัพทางอากาศสงครามอ่ าวเริ่ มขึ้นด้วยการทิ้งระเบิ ดทาง
อากาศอย่างเองในวัน 17 มกราคม พ.ศ. 2534 เครื่องบิน
ของกองกำลังผสมทำการบินกว่า 1 แสนครั้งพร้อมทั้งระเบิดกว่า
88,500ตัน และได้ทำลายสิ่งก่อสร้างทางทหารและพลเรือบไป
เป็ นจํานวนมากการทางอากาศบัญชาการโดยพลอากาศโทคอเบ
อริจากกองทัพอากาศสหรัฐซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำหน้าเป็ นเป็ นผู้
บัญชาการสูงสุดในขณะที่นายพลชวาคอพยังอยู่ที่สหรัฐหมิ่งวัน
หลังจากเส้นตายตามมติที่ 678 กองกำลังผสมได้เปิ ดการกทาง
อากาศขนาดใหญ่เป็ นการเริ่มต้นปฏิบัติการพายุทะเลทราย
ประสงค์หลักของกองกำลังผสมคือการเข้าทำลายกองทัพ
อากาศและฐานต่อต้านอากาศยานของอิรักการบินส่วนมากมี
ฐานจากซาอุดิอาระเบียและกองเรือบรรทุกเครื่องบินทั้งหก
ของกองกำลังผสมที่ จอดอยู่ ในอ่ าวเปอร์เซี ยและทะเลแดง
กําลังของศัตรูถูกกำจัด
ในพื้นที่ยึดครองของกองกำลังผสมในอิรักได้เกิดการประชุมเพื่อสันติภาพขึ้นเพื่อทำข้อตกลงหยุดยิงโดย
เป็ นที่ยินยอมของทั้งสองฝ่ ายในการประชุมดังกล่าวอิรักได้รับอนุญาตให้ใช้เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธได้ใน
ชายแดนชั่วคราวงตนเองเอาเลียงบุคคลของรัฐบาลเพราะส่วนการพลเรือนได้รับความเสียหายเป็ นจำนวน
มากไม่นานหลังจากนั้นเฮลิคอปเตอร์เหล่านั้นและกองทหารของอิรักก็ได้ปะทะกับการจลาจลทางตอนใต้
ของอิรักกลุ่มกบฏได้รับการปลุกใจจากการออกอากาศของรายการเดอะวอยซ์ออฟริกาเมื่อวันที่ 2
กุมภาพันธ์พ.ศ. 2534 ซึ่งออกอากาศมาจากสถานีวิทยุควบคุมโดยไอเอที่ตั้งอยู่นอกซาอุดิอาระเบียฝ่ าย
งานอาหรับจากวอยซ์ออฟอเมริ กาใต้สนับสนุ นการจลาจลโดยกล่ าวว่ ากลุ่ มกบฏมี ขนาดใหญ่ และมาเขาจะ
สามารถปลดแอกจากซันไในทางเหนื อของอิ รักผู้นำกลุ่ มชาวเคิ ร์ดได้รับฟังคำกล่ าวของอเมริ กาที่ ว่ าพวก
เขาจะให้การสนับสนุ นการจลาจลด้วยใจจริ งและเริ่ มต่ อสู้พร้อมกับหวังว่ าจะเกิ ดการรัฐประหารขึ้นอย่ างไร
ก็ตามเมื่ อขาดการสนับสนุ นโดยสหรัฐนายพลของอิ รักก็ยังคงภักดี อดคับและเข้าบดขยี้การจลาจลของชาว
เคิร์ดอย่างโหดเหี้ยมชาวเคิร์ดบานอพยพออกนอกประเทศไปยังตุรกีและอิหร่านเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลให้
เกิ ดเชดามบิ นในทางตอนเหนื อและใต้ของอิ รักในเวลาต่ อมาในคู เวเจ้าชายได้กลับสู่ บัลลังก์และเหล่ าผู้สมรู้
ร่วมคิดกับอิรักก็ถูกปราบปรามท้ายที่สุดประชากร 4 แสนคนถูกขับไล่ออกจากประเทศรวมทั้งชาว
ปาเลสไตน์จํานวนมากเพราะองค์กรปลดปล่อยปาเลสไตน์สนับสนุนดอร์อาราฟิ ตออกมาขอโทษเรื่องที่เขา
สนับสนุนอิรัก แต่หลังจากเสียชีวิตพรรคฟาตาออกมาแสดงความเสียใจอย่างเป็ นทางการในปี พ. ศ. 2547
การมีส่วนร่วมของกองกําลังผสม
สมาชิกในกองกําลัสประกอบด้วยอาร์เจนตินาออสเตรเลียบาเรนบังกลาเทศเบลเยียมแค
นาดาเชโกสโลวาเกี ยเดนมาร์กอี ยิ ปต์ฝรั่ งเศสกริ ชฮอนดู รัสฮังการี อิ ตาลี คู เวตมาเลเซี ยโบ
รอกโกเนเธอร์แลนด์นิวซีแลนด์ในเจอนอร์เวย์โอมานปากีสถานฟิ ลิปปิ นส์โปแลนด์
โปรตุ เกสกาตาร์โรมาเนี ยซาอุ ดิ อาระเบี ยเซเนกัลเกาหลี ใต้สเปนสวี เดนซี เรี ยตุ รกี สหรัฐ
อาหรับเอมิเรตส์สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเยอรมนีและญี่ปุ่ นการช่วยเหลือ
ทางการเงินและบริจาคอุปกรณ์ทางทหาร แต่ไม่ได้ส่งกองกำลังเข้าร่วมรบต่อมาวิงกล่าว
ถูกเรียกว่าการทูตแบบสมุดเช็ค
กําลังพลสูญเสีย
พลเรือน
จากการโจมตี ทางอากาศที่ หนักหน่ วงทั้งด้วยเครื่ องบิ นรบและขี ปนาวุ ธร้อนทำให้
เกิดข้อโต้เถียงเรื่องจํานวนพลเรือนที่เสียชีวิตในช่วงแรกของสงครามใน24 ชั่วโมง
แรกของสงครามกองกำลังผสมได้ทำการบินกว่า 1 พันเที่ยวเพื่อโจมตีเป้าหมายใน
แบกแดดตัวเมืองถูกระเบิดอย่างหนักเพราะว่าเป็ นที่อยู่ของซัดดัมและศูนย์
ควบคุมและบัญชาการของทหาร
อิรัก
เองเป็ นสาเหตุของการเสียชีวิตของพลเรือนอิรักไม่มีใครรู้ตัวเลขที่แน่ชัดของผู้เสีย
ชีวิตฝ่ ายอิรักเชื่อกันว่าอิกสูญเสียเป็ นจํานวนมหาศาลกล่าวกันว่าอรักเสียทหารไป
ประมาณ 2 หมื่นถึง 35,000 นายรายงานจากกองทัพอากาศสหรัฐคาดว่าฝ่ ายอิรัก
เสียชีวิต 10,000-12,000 คนจากการทัพทางอากาศและอีก 1 หมื่นคนจากการ
ทับทางบกการประเมิ นมี พื้นฐานมาจากรายงานของเชลยคัทชาวอิ รัก
กองกําลังสะสม การสูญเสียในครั้งเดียวที่เยอะที่สุดของกอง
กำลังผสมเกิดขึ้นในวันที่ 25 กุมภาพันธ์พ.ศ.
2534 เมื่ออิรักยิงขีปนาวุธอัลฮุสเซนใส่ค่าย
ทหารสหรัฐในดาห์รานประเทศซาอุดิอาระเบีย
สังหารกองกำลังรองของสหรัฐไป 28 นายโดย
รวมแล้วทหารกองกำลังสบถูกสังหารโดยฝ่ าย
อิรัก 190 นาย 113 นายเป็ นชาวอเมริกันจากกอ
งกําลังผสมทั้งหมด 358 นายทียชีวิตทหารอีก
44 นายถูกสังหารและได้รับบาดเจ็บอีก 57 นาย
จากการะพวกเดียวกันเองมีทหาร 145 นายเสีย
ชีวิตจากอุบัติเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรบ
อุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นในวันที่ 21
มีนาคม พ.ศ. 2534 เมื่อเครื่องบิน -130
ของกองทัพอากาศชาอุดิอาระเบียตกขณะบิน
ลงที่สนามบินราสอิลมิชาชปประเทศ
ซาอุดิอาระเบียทำให้ทหารเชเนกัล 92 นายเสีย
ชีวิต
บทสรุป
สรุปวิกฤตสงครามอ่าวเปอร์เซีย
สงครามสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นเพราะคำว่าสงครามย่อมมาคู่
กับคําว่าสูญเสียทรัพย์สินเงินทองยังไม่เท่าไหร่ แต่ชีวิตของผู้บริสุทธิ์นับ
ร้อยนับพันที่ต้องสูญเสียไปเป็ นราคาที่แพงกว่าเงินทองมากมายนัก แต่
ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงได้ว่าโลกนี้มีสงครามเกิดขึ้นอยู่
เสมอและเมื่อมีสงครามดูเหมือนว่าตลาดหุ้นจะได้รับผลกระทบไม่ทาง
ตรงก็ทางอ้อมอยู่ บ่ อยๆและต่ อให้เกิ ดในพื้นที่ ห่ างไกลแค่ ไหนตลาดหุ้น
ของไทยเราก็ต้องโดนหางเลขแบบช่ วยไม่ ได้ซึ่ งหางเลขที่ ว่ านั้นมันก็
ใหญ่พอที่จะทําให้ตลาดหุ้นไทยไปได้ประมาณ 3-4 ปี ทั้งที่เราไม่ได้มี
เอี่ ยวอะไรกับสงครามนั้นแม้แต่ น้อย
บรรณานุกรม
สงครามอ่ าวสงครามอ่ าว
(อังกฤษ: Gulf War ชื่อรหัสทางทหารว่าปฏิบัติการโล่
ทะเลทราย (Operation Desert Shield, 2 สิงหาคม
2533 – 17 มกราคม 2534) เป็ นปฏิบัติการนําสู่ก 233
กิโลไบต์ (17,955 คํา) เข้าถึงได้จาก:
https://th.m.wikipedia.org/wiki/ (วันที่ค้นข้อมูล: 14
พฤศจิกายน 2564)