รายงานการพัฒนานวัต วั กรรมทางการศึกษา เรื่อ รื่ ง การพัฒนารูปแบบการจัด จั การเรีย รี นรู้ที่ รู้ที่พั ที่ พั ฒนาทัก ทั ษะการคิด วิเวิคราะห์ OSDEQ เพื่อพลเมือ มื งดิจิทัจิล ทั โดย ธนกร วิโวิรจธราธร 62103010005 อิรฟาน ดารามัน มั 62103010012 จิรจิายุ เอื้อจารุพร 62103010231 รายงานการพัฒนานวัต วั กรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา รายวิชวิา สศ 461 การศึกษาเพื่อสร้า ร้ งความเป็นพลเมือ มื ง SS 461 EDUCATION FOR CITIZENSHIP ตามหลักสูตรการศึกษาบัณฑิตฑิ สาขาวิชวิาสังคมศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยศรีน รี ครินริทรวิโวิรฒ ภาคเรีย รี นที่ 2 ปีการศึกษา 2565
ภูมิหลัง สังคมศึกษาเป็นวิชาที่มีการบูรณาการเนื้อหาแบบสหวิทยาการอยู่แล้วโดยธรรมชาติ เนื่องจาก มีเนื้อหาที่ครอบคลุมศาสตร์ในสาขาวิชาต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง อาทิ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ เป็นต้น โดยผ่านการใช้แหล่งข้อมูลในการจัดรูปแบบกิจกรรมการ เรียนการสอนและการเรียนรู้ที่หลากหลายการเรียน การสอนในกลุ่มวิชาสังคมศึกษาสามารถบูรณาการ ได้ทั้งในส่วนของเนื้อหาจากศาสตร์ต่าง ๆ ประสบการณ์จากชีวิตจริง ทั้งที่ต่างเวลา ต่างพื้นที่ ต่าง สังคม ต่างวัฒนธรรม ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้จากอดีต ปัจจุบัน และแนวโน้มของอนาคต ทั้งยัง สามารถบูรณาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการใช้สื่อหรือนวัตกรรมการเรียนการสอน ได้อย่างไร้ขีดจำ กัด โดยมุ่งเน้นที่จะสร้างความเป็นพลเมืองให้แก่ผู้เรียน โดยหลักสูตรแกนกลางการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดฯ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมระบุว่า การเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจการดำ รงชีวิตของมนุษย์ทั้งในฐานะ ปัจเจกบุคคลและการอยู่ร่วมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม เข้าใจในตนเองและผู้อื่น มี ความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่างและมีคุณธรรมสามารถนำ ความรู้ไปปรับใช้ในการดำ เนิน ชีวิต เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลก (กระทรวงศึกษาธิการ. 2551 :19) สังคมศึกษาจึงไม่ใช่การเรียนเพื่อการท่องจำ หากแต่เป็นการเรียนรู้เพื่อเข้าใจและสามารถนำ ไป ปรับใช้กับการดำ รงชีวิตประจำ วันได้อย่างแท้จริง อีกทั้งด้วยการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทต่อการดำ เนินชีวิตของมนุษย์มากยิ่งขึ้น สังคมของมนุษย์จึงมี ความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ท่ามกลางความเป็นพลวัตของโลกในปัจจุบันยิ่งตอกย้ำ ความ สำ คัญของวิชาสังคมศึกษา ที่มุ่งเน้นให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพสังคมของตนเองในทุกช่วง สมัยผ่านการเรียนรู้ในหลายมิติ เพื่อสร้างคุณลักษณะการเป็นพลเมืองให้กับผู้เรียน ดังนั้นเพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพทางการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความเป็นพลเมืองให้แก่ผู้เรียนในปัจจุบัน จึงต้องสร้างความเป็น พลเมืองในศตวรรษที่ 21 โดยการมีทักษะการคิด เรียนรู้ ทำ งาน แก้ปัญหา สื่อสาร และร่วมมือทำ งาน เกิดจากการสร้างจิตใน 2 ลักษณะคือ สร้างให้รู้จักคิด และสร้างให้เป็นมนุษย์ที่มีความเข้าใจในวิถีชีวิต ของแต่ละปัจเจกและวัฒนธรรมที่แตกต่าง ซึ่งจะทำ ให้มีการปฏิบัติ ต่อผู้อื่นด้วยใจเป็นธรรม มีเมตตาและรู้จักการให้ การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จึงเน้นผู้เรียนเป็น สำ คัญ โดยผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตนเอง ผ่านการศึกษา ทดลอง และลงมือทำ เพื่อให้เกิดทักษะ แห่งศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (Learning and Innovation Skills) ทักษะ ชีวิตและการทำ งาน (Life and Career Skills) ตลอดจน ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี (Information Communication and Technology: ICT) จะช่วยเตรียมความพร้อมให้นักเรียนรู้จักคิด เรียนรู้ ปฏิบัติงาน แก้ปัญหา สื่อสาร อีกทั้งปฏิบัติงานร่วมกับบุคคลอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเป็นพลเมือง หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช (2551, หน้า 6) ได้มีการกำ หนดสมรรถนะสำ คัญของผู้เรียน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ตามมาตรฐานการเรียนรู้ การพัฒพันารูปแบบการจัดจัการเรียรีนรู้ที่รู้ ที่ พัฒพันาทักษะการคิดวิเวิคราะห์ OSDEQ เพื่อพื่พลเมือมืงดิจิทัจิ ทัล
การพัฒนา ผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำ หนดนั้น จะช่วยให้นักเรียนเกิดสมรรถนะ ที่สำ คัญ 5 ประการ ดังนี้ 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มี วัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่าง สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำ ไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือ สารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้น ฐานของหลักเหตุผล 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำ กระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำ เนินชีวิตประจำ วัน 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการ เลือก และใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาตนเองและ สังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำ งาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และ มีคุณธรรม จากสภาวการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำ ให้ผู้เรียนในยุคนี้มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งในมิติ การใช้ชีวิต การเรียนรู้ ครอบครัว ตลอดจนภาวะเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อการดำ รงอยู่อย่างมีคุณภาพ จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้และทักษะในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ มีความสามารถในการ ปรับตัว จึงจำ เป็นต้องพัฒนาทักษะการเรียนรู้และทักษะชีวิต (ทิศนา แขมณี, 2555; วิจารณ์ พานิช, 2555) (อ้างถึงใน เบญจวรรณ ถนอมชยธวัช และคณะ. 2559: 210) อีกทั้งความเป็นพลวัตของโลก ปัจจุบัน ส่งผลให้การติดต่อสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นไปได้โดยง่าย เป็นสังคมยุคข้อมูล ข่าวสารที่สถาบันสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีอิทธิพลอย่างมากต่อการดำ เนินชีวิต ของประชาชน จึงมีความจำ เป็นอย่างยิ่งที่เราควรตั้งรับและตระหนักถึงความท่วมท้นของสารสนเทศ (Information exposure) เพราะข้อมูลที่รับเข้ามานั้นมีทั้งที่เป็นประโยชน์และข้อมูลที่ไร้ค่า บุคคลจึง ต้องมีความสามารถในการรับข้อมูลข่าวสารเลือกสรรคัดกรองและเข้าถึงข้อมูลที่เป็นจริงตลอดจน สามารถนำ ข้อมูลมาสร้างประโยชน์ให้เกิดแก่ตนเองได้ (สรียา ทับทัน. 2557: 1) การคิดวิเคราะห์จึงถือว่าเป็นทักษะที่มีความสำ คัญต่อคนในยุคสังคมปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากคนมีทักษะการคิดวิเคราะห์แล้วจะสามารถจำ แนก แยกแยะ ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้ วิเคราะห์แยกแยะระหว่างข้อมูลที่ ถูกต้องและข้อมูลที่ผิด ข้อมูลที่มีเนื้อหาดีและข้อมูลที่เข้าข่าย อันตราย รู้ว่าข้อมูลลักษณะใดที่ถูกส่งผ่านมาทางออนไลน์แล้วควรตั้งข้อสงสัย หาคำ ตอบให้ชัดเจน ก่อนเชื่อถือ ทักษะการคิดวิเคราะห์จึงเป็นทักษะที่สำ คัญต่อผู้เรียนและพลเมืองในศตวรรษที่ 21 อันก่อให้ เกิดความเข้าใจและสามารถแยกแยะข้อเท็จจริงที่มีความหลากหลายของข้อมูลและสื่อต่าง ๆ ได้อย่าง มีวิจารณญาณ คณะผู้จัดทำ เล็งเห็นถึงปัญหาที่ได้ไปพบระหว่างการฝึกประสบการณ์วิชาชีพกล่าวคือ ผู้ เรียนตอบคำ ถามในเชิงคิดวิเคราะห์ไม่ได้ ไม่สามารถอธิบายเหตุผลในการตอบคำ ถาม รวมไปถึงการ แยะแยะองค์ประกอบในสิ่งที่ตอบคำ ถามได้ ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 ที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้ ตลอดชีวิต คือ การเรียนรู้ 3R x 7C ในหัวข้อสำ คัญคือ Critical Thinking and Problem Solving ความมุ่งหมายของนวัตกรรม 1. เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ 2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะการคิดวิเคราะห์ ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ OSDEQ เพื่อพลเมืองดิจิทัล 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ OSDEQ เพื่อพลเมืองดิจิทัล
การรู้เท่าทันสื่อ 1. ความหมายของการรู้เท่าทันสื่อ อังคณา แวซอเหาะ (2564: 38)ได้นิยามความหมาย การรู้เท่าทันสื่อ ไว้ว่า การรู้เท่า ทันสื่อเป็นทักษะความรู้ ความสามารถในการใช้สื่อ และตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จากการใช้สื่อในฐานะของผู้ใช้สื่อและผู้ผลิตสื่อ สำ นักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (2560: ออนไลน์)ได้นิยามความหมาย การรู้เท่าทันสื่อ ไว้ว่า ทักษะ หรือความสามารถในการ "ใช้สื่ออย่างรู้ตัว" และ "ใช้สื่ออย่างตื่นตัว" คำ ว่า "การใช้สื่ออย่าง รู้ตัว" สามารถอธิบายหรือขยายความได้ว่า สามารถตีความ วิเคราะห์ แยกแยะเนื้อหาสาระ ของสื่อ สามารถโต้ตอบกับมันได้อย่างมีสติและรู้ตัว สามารถตั้งตั้คำ ถามว่าสื่อถูกสร้างขึ้นได้ อย่างไร เช่น ใครเป็นเจ้าของสื่อ ใครผลิต และผลิตภายใต้ข้อจำ กัดใด ควรเชื่อหรือไม่ หรือมี ค่านิยมความเชื่ออะไรที่แฝงมากับสื่อนั้นนั้พวกที่ผลิตสื่อหวังผลอะไรจากเรา คำ ว่า "การใช้สื่ออย่างตื่นตัว" สามารถอธิบายหรือขยายความได้ว่า แทนที่เราจะเป็น ฝ่ายตั้งตั้รับอย่างเดียว เราก็จะต้องเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุกบ้าง โดยการแสวงหาข้อมูลเพิ่มเติม เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เข้าถึงสื่อที่หลากหลายและมีคุณภาพ สามารถใช้สื่อให้เกิดประโยชน์ การเรียนรู้แบบสืบเสาะ 1 ความหมายการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ (5E) วัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ (เวชฤทธิ์ อังกนะภัทรขจร. 2555, 95 อ้างถึงใน กันตพร ขาว แพร. 2562, 59) ได้ให้ความหมายว่าเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่อยู่บนพื้นฐานของทฤษฎีการ สร้างความรู้ (Constructivism) ซึ่งเป็นกระบวนการที่นักเรียนจะต้องสืบค้นเสาะหา สำ รวจ ตรวจ สอบ และค้นคว้าด้วยวิธีต่าง ๆ จนทำ ให้นักเรียนเกิดความเข้าใจและเกิดการรับรู้ความรู้นั้นนั้อย่างมี ความหมาย และสามารถสร้างองค์ความรู้ของนักเรียนเอง 2 แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ (5E) ประสาท เนืองเฉลิม. (2558, 148-154 อ้างถึงใน กันตพร ขาวแพร. 2562, 59) การเรียน การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้นขั้มีขั้นขั้ตอนดังนี้ขั้นขั้ที่ 1 ขั้นขั้ตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation) ขั้นขั้ที่ 2 ขั้นขั้เร้าความสนใจ (Engagement) ขั้นขั้ที่ 3 ขั้นขั้สำ รวจค้นหา (Exploration) ขั้นขั้ที่ 4 ขั้นขั้ อธิบาย (Explanation) ขั้นขั้ที่ 5 ขั้นขั้ขยายความรู้ (Elaboration) ขั้นขั้ที่ 6 ขั้นขั้ประเมินผล (Evaluation) ขั้นขั้ที่ 7 ขั้นขั้นำ ความรู้ไปใช้ (Extension) เมื่อผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีค้นหาความรู้และแก้ ปัญหาด้วยตัวเอง ความรู้ที่ได้มีคุณค่า อีกทั้งทั้ยังมีความหมายสำ หรับผู้เรียน เป็นประยุกต์และจดจำ ได้นาน สามารถเชื่อมโยงความรู้และนำ ไปใช้ในชีวิตประจำ วันได้ ปรัชญาปฏิรูปนิยม 1 จุดมุ่งหมายของการศึกษา รองศาสตราจารย์ ดร.สุรเดช สำ ราญจิตต์ และคณะ (2555: 18) ได้ระบุจุดมุ่งหมายของการ ศึกษาตามแนวคิดปรัชญาปฏิรูปนิยมไว้ว่า เป็นหลักสูตรที่ส่งเสริมให้โรงเรียนมีบทบาทในการปฏิรูป สังคมเพื่อใช้การศึกษาเป็นปัจจัยในการสร้างสังคมใหม่ที่มีความเสมอภาคและความเป็นธรรมมาก ยิ่งขึ้น ดวงกมล จงเจริญ (2566: ออนไลน์) ได้ระบุจุดมุ่งหมายของการศึกษาตามแนวคิดปรัชญา ปฏิรูปนิยมไว้ว่า มิได้เรียนรู้เพื่อมุ่งพัฒนาผู้เรียนแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเรียนรู้ที่พัฒนา สังคมให้เป็นสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และเป็นเครื่องมือในการสร้างสังคมและวัฒนธรรมที่ดี งามขึ้นมาใหม่
2 ผู้สอน รองศาสตราจารย์ ดร.สุรเดช สำ ราญจิตต์ และคณะ (2555: 19) ได้ระบุลักษณะของผู้สอนไว้ว่า ครูผู้สอนต้องสามารถทำ ให้เด็กเห็นว่ามี ความจำ เป็นที่จะต้องสร้างสรรค์สังคมใหม่โดยอาศัยกระบวนการ ประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในโรงเรียน มีการนำ หลักการสำ คัญแบบ ประชาธิปไตยมาใช้ ครูผู้สอนจะต้องมีบทบาทเป็นผู้คอยกระตุ้นเร่งเร้า ให้เด็กมีส่วนร่วมในการคิดวิเคราะห์เพื่อหาทางแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อ บกพร่องต่าง ๆ ของสังคม และมีความเป็นผู้นำ ในการเปลี่ยนแปลง สังคมให้ดียิ่งขึ้น องค์ประกอบของการศึกษา 1. หลักสูตร รองศาสตราจารย์ ดร.สุรเดช สำ ราญจิตต์ และคณะ (2555: 18) ได้ระบุลักษณะ ของหลักสูตรไว้ว่า เป็นหลักสูตรที่เน้นด้านสังคมเป็นแกนสำ คัญ เพื่อส่งเสริมให้เด็กเข้าใจ สภาพของสังคม และศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหาสังคม เป็นการเตรียมเด็กให้มีความ รู้ความสามารถในการวิเคราะห์ได้อย่างมีคุณภาพ ปรัชญาการศึกษาปฏิรูปนิยมยึดหลักสูตร แบบแกน คือการสอนเน้นหลักสูตรที่ยึดถือวิชาใดวิชาหนึ่งหรือกลุ่มวิชาใดวิชาหนึ่งเป็น แกนกลาง เนื้อหาสาระในหลักสูตรมาจากปัญหาสังคมที่ผู้เรียนประสบอยู่ ทั้งทั้นี้เพื่อส่งเสริม ให้เด็กมีความพร้อมในการคิดหาแนวทางในการแก้ปัญหา และนำ ผลที่ได้มาใช้อย่างมี ประสิทธิภาพ หลักสูตรต้องกำ หนดให้เด็กได้ศึกษาอย่างกว้างขวาง เพื่อให้เด็กมองเห็น ปัญหาสังคมอย่างเข้าใจแจ่มชัด แล้วร่วมมือกันหาข้อมูลเพื่อนำ ไปใช้ประโยชน์ในอนาคต ได้ การสอนวิชาต่าง ๆ จะทำ ให้ ผู้เรียนเห็นถึงความสัมพันธ์ของวิชาต่าง ๆ และจะทำ ให้ สามารถเข้าใจสภาพของสังคมมากขึ้น 3. ผู้เรียน รองศาสตราจารย์ ดร.สุรเดช สำ ราญจิตต์ และคณะ (2555: 19) ได้ ระบุลักษณะของผู้เรียนไว้ว่า ผู้เรียนจะได้รับการปลูกฝังให้ตระหนักในคุณค่า ของสังคม เรียนรู้วิธีการทำ งานร่วมกันเพื่อเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาสังคม ในอนาคต ผู้เรียนจะได้รับการฝึกฝนให้รู้จักเทคนิคและวิธีการต่างๆที่จะ ทำ ความเข้าใจและแก้ปัญหาในแนวทางของประชาธิปไตย ดวงกมล จงเจริญ (2566: ออนไลน์) ได้ระบุลักษณะของผู้เรียนไว้ว่า จะต้องเป็นผู้เรียนที่ตระหนักถึงภาระหน้าที่ต่อสังคม และประโยชน์ส่วนรวม
วิธีการดำ เนินการ กระบวนการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิด ADDIE MODEL 1. A - Analysis ขั้นขั้วิเคราะห์ วิเคราะห์ปัญหา เนื่องจากหนึ่งในองค์ประกอบของพลเมืองดิจิทัลที่สำ คัญคือ การรู้เท่าทันดิจิทัล ซึ่งต้องอาศัยทักษะการคิดวิเคราะห์เป็นฐาน อันจะสามารถพัฒนาไปสู่ทักษะการ คิดอย่างมีวิจารณญาณได้ เมื่อเกิดทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ย่อมมีความ สามารถในการรู้เท่าทันสื่อ แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการจัดการเรียนการสอนในหลาก หลายรูปแบบแต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ผู้พัฒนาจึงพัฒนารูปแบบการสอน ใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้สำ หรับการพัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ วิเคราะห์ผู้เรียน ผู้เรียนขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานสำ หรับการรู้เท่าทันดิจิทัล และเพื่อให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ วัน อันจะนำ ไปสู่ความสามารถใน การตัดสินใจหรือการคิดอย่างมีวิจารณญาณในการเลือกรับและใช้สื่ออย่างถูกต้อง เหมาะสมทั้งทั้เรื่องปฏิบัติตามกฎหมายดิจิทัล มารยาททางดิจิทัล การสื่อสารดิจิทัล การเลือกทำ ธุรกรรมทางดิจิทัล ให้สอดคล้องกับสิทธิ ความรับผิดชอบ และความ ปลอดภัยทางดิจิทัล วิเคราะห์การสอน การสอนในปัจจุบันมักจะเป็นการ สอนแบบบรรยายเนื้อหา ทำ ให้ นักเรียนไม่ได้เห็นภาพของสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจน ทำ ให้นักเรียนเบื่อ หน่ายในการเรียนการสอนที่เป็นอยู่ วิเคราะห์สื่อ การเรียนการสอนโดยทั่วทั่ ไปอาจจะใช้ สื่อดิจิทัลในการสอนน้อย ทำ ให้นักเรียน มีมุมความคิดแต่เพียงในห้องเรียน เพราะสื่อในปัจจุบันนั้นนั้เข้าถึงได้กับทุก เพศทุกวัย มีความสะดวกและหลาก หลาย สื่อจึงเป็นสิ่งสำ คัญที่จะทำ ให้ นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี
1. กำ หนดวัตถุประสงค์การใช้งานนวัตกรรมการเรียนรู้ 2. รวบรวมแนวคิด เนื้อหาข้อมูล 3. ร่างโครงสร้างนวัตกรรมรูปแบบการสอน 4. ออกแบบนวัตกรรมรูปแบบการสอน 1. วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ เพื่อเปรียบเทียบทักษะการคิดวิเคราะห์ ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการ จัดการเรียนรู้แบบ OSDEQ เพื่อพลเมืองดิจิทัล เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ OSDEQ เพื่อพลเมืองดิจิทัล 1. 2. 3. 4. วิธีการสอน สอนโดยใช้กระบวนการ กลุ่ม การค้นคว้าด้วยตนเอง การบรรยายควบคู่ไปกับการให้ ผู้เรียนวิเคราะห์และอภิปราย ข้อมูล ใช้กระบวนการคิด โดย ใหฟ้นักเรียนศึกษาหาความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ แล้วอภิปราย 2. วัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ 3. ขั้นขั้ตอนการออกแบบนวัตกรรม นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะของการรู้เท่าทันสื่อได้ (K) นักเรียนสามารถวิเคราะห์ลักษณะของข้อมูลที่ค้นหา ผ่าน กระบวนการอภิปรายความน่าเชื่อถือของข้อมูล (P) นักเรียนเห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำ คัญของการรู้เท่า ทันสื่อ โดยผ่านการอภิปรายได้ (A) 5. การวัดผล มีการวัดผลจากการประเมิน ผลงานนักเรียน การตอบคำ ถามใน ชั้นชั้เรียน การสังเกตพฤติกรรม และให้ผู้เรียนนำ เสนอการอภิปราย ข้อมูล โดยมีการประเมินการมี ส่วนร่วมและการทำ กิจกรรมกลุ่ม ด้วยแบบประเมินประเมินผลงาน นักเรียน D - Design ขั้น ขั้ ออกแบบ
รูปแบบการสอนพลเมือง O – Overture S – Search D – Discussion E – Explanation Q – Question ขั้นตั้งคำ ถาม ผู้สอนถามคำ ถามสะท้อนถึงพฤติกรรมของตัวผู้เรียน เช่น หากผู้เรียนอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้จะตัดสินใจอย่างไร และเพราะเหตุใด จึงตัดสินใจเช่นนี้, จากคำ ถามชวนคิดในตอนแรกที่ถามว่าผู้เรียนเป็น พลเมืองดีแล้วหรือยัง ตอนนี้ผู้เรียนคิดว่าเป็นพลเมืองดีแล้วหรือยังและ เพราะเหตุใดจึงคิดเช่นนั้น เป็นต้น ทั้งนี้สามารถทิ้งเป็นประเด็นให้ผู้ เรียนทบทวนตนเองเป็นการบ้านได้ ขั้นนำ เข้าสู่บทเรียนด้วยสื่อการสอนประเภทวิดิทัศน์ ภาพ และคำ ถามชวนคิด ขั้นค้นหา ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าประเด็นที่เกิดขึ้นจาก วิดิทัศน์ ภาพ และคำ ถามชวนคิดในขั้น O ขั้นอภิปราย ให้ผู้เรียนอภิปรายประเด็นในขั้น O ด้วยความรู้จากขั้น S พร้อมวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ทำ การค้นหาจากขั้น S ขั้นอธิบาย ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันอธิบายประเด็น โดยผู้เรียนอธิบาย ประเด็นจากผลการอภิปราย และผู้สอนอธิบายประเด็นตามหลักวิชาการ นักเรียนชั้นชั้มัธยมศึกษาปีที่ 5 เนื้อหาเรื่อง การรู้เท่าทันสื่อ ประกอบการเรียน การสอนสาระหน้าที่พลเมือง รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม D - Development ขั้นขั้พัฒนา 1. นวัตกรรมการเรียนรู้ การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ OSDEQ เพื่อพลเมืองดิจิทัล 2. แผนและวิธีการใช้นวัตกรรม 3. รายละเอียดเนื้อหา มีการสร้างแผนการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง การรู้เท่าทันสื่อ เป็นการให้คนสามารถใช้ สื่ออย่างมีสติ รู้จักคิดวิเคราะห์ และตระหนักถึงผลกระทบในการใช้สื่อ ในฐานะผู้เสพสื่อและผู้ผลิตสื่อ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเป็นพลเมืองดิจิทัล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถูกต้องตามกฎหมาย
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 2. ผู้สอนถามคำ ถามชวนคิดว่า “ผู้เรียนคิดว่าเพราะเหตุใดรัฐบาลถึงต้องออก มาประกาศเรื่องข่าวปลอม การแจ้งเตือนข่าวปลอมสำ คัญอย่างไร” (3 นาที) ขั้นขั้สอน (40 นาที) S – Search ขั้นขั้นำ (5 นาที) O – Overture 1. ให้ผู้เรียนรับชมภาพข่าวปลอมดังต่อไปนี้ (2 นาที) 3. ผู้สอนมอบหมายให้ผู้เรียนค้นคว้าหาสาเหตุในการที่รัฐออกมาประกาศเตือนข่าว ปลอมและความสำ คัญของการแจ้งเตือนข่าวปลอม (2 นาที) 1.ผู้เรียนร่วมกันค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวสาเหตุในการที่รัฐออกมาประกาศเตือนข่าว ปลอมและความสำ คัญของการแจ้งเตือนข่าวปลอม (10 นาที) D – Discussion 5. ผู้เรียนอภิปรายข้อมูลที่ค้นคว้าได้พร้อมทั้งทั้วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ ค้น (10 นาที) I - Implementation ขั้นขั้นำ ไปใช้
E – Explanation 6. ผู้เรียนนำ เสนอผลจากการอภิปรายว่าสาเหตุในการที่รัฐออกมาประกาศเตือนข่าว ปลอมและความสำ คัญของการแจ้งเตือนข่าวปลอม (5 นาที) 1.ผู้สอนเชื่อมโยงสิ่งที่ผู้เรียนทำ ว่ามีลักษณะเป็นทักษะพื้นฐานของการรู้เท่าทันสื่อ โดยการสะท้อนให้ผู้เรียนสังเกตสิ่งที่ทำ ในคาบเรียน (3 นาที) 1.ผู้สอนถามผู้เรียนว่าจากสิ่งที่ได้ทำ มานักเรียนคิดว่าการรู้เท่าทันสื่อสำ คัญหรือไม่ เพราะเหตุใด (5 นาที) Q – Question 9. ผู้สอนตั้งตั้คำ ถามสะท้อนไปยังพฤติกรรมผู้เรียนว่า แล้วทุกวันนี้ที่เราใช้สื่อสังคม ออนไลน์เรารู้เท่าทันสื่อแล้วหรือยัง พฤติกรรมอะไรคือสัญลักษณ์ว่าเรารู้เท่าทันสื่อ แนวคำ ตอบ : ผมคิดว่าผมรู้เท่าทันสื่อแล้ว สังเกตจากที่ผมได้ข้อมูลอะไรมาจะไป ค้นหาตอบ (5 นาที) ขั้นขั้สรุป (5 นาที) 10. ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากคาบนี้ E - Evaluation ขั้นขั้ประเมินผล ประเมินผลการใช้นวัตกรรมในชั้นชั้เรียนด้วยเครื่องมือวัดผล พร้อมบันทึกผล สรุปผล และอภิปรายผลทั้งทั้นี้เนื่องจากเวลาอันจำ กัดจึงไม่สามารถนำ ไปทดลองใช้ได้ เมื่อไม่ สามารถทดลองได้จึงไม่สามารถประเมินผลได้
ผลที่คาดว่าจะได้รับ ผู้รับผิดชอบโครงการ นายธนกร วิโรจธราธร รหัสนิสิต 62103010005 นายอิรฟาน ดารามัน รหัสนิสิต 62103010012 นายจิรายุ เอื้อจารุพร รหัสนิสิต 62103010231 สาขาวิชาสังคมศึกษาการศึกษาบัณฑิต ภาควิชาสังคมวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ นักเรียนมีความรู้และสามารถอธิบายลักษณะของการรู้เท่าทันสื่อได้เป็นอย่างดี นักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้ การหาข้อมูลและอภิปรายได้ด้วยตนเอง นักเรียนสามารถวิเคราะห์ลักษณะของข้อมูลที่ค้นหา ผ่านกระบวนการ อภิปรายความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้เป็นอย่างดี นักเรียนเห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำ คัญของการรู้เท่าทันสื่อ OSDEQ เพื่อพลเมืองดิจิทัล