The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการแต่งเครื่องแบบข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phusit.t, 2021-08-23 05:06:54

คู่มือการแต่งเครื่องแบบ

คู่มือการแต่งเครื่องแบบข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรม

คูม อื การแตง เครอ่ื งแบบขาราชการตุลาการและดะโตะ ยตุ ธิ รรม 51

เครื่องหมายดมุ เส้อื และเคร่ืองหมายแพรแถบยอ เครื่องราชอิสรยิ าภรณ

ตระกลู ชา งเผอื ก

1. มหาปรมาภรณชา งเผือก (ม.ป.ช.)
2. ประถมาภรณช างเผือก (ป.ช.)
3. ทวีติยาภรณช างเผอื ก (ท.ช.)
4. ตรติ าภรณชา งเผอื ก (ต.ช.)

ตระกลู มงกฎุ ไทย

1. มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
2. ประถมาภรณม งกุฎไทย (ป.ม.)
3. ทวีติยาภรณม งกฎุ ไทย (ท.ม.)
4. ตรติ าภรณม งกฎุ ไทย (ต.ม.)

การประดับเครื่องหมายดุมเส้ือ ใหประดับดุมเสื้อเคร่ืองราชอิสริยาภรณ ที่มีลําดับ
เกยี รติสงู สุดท่ไี ดร บั พระราชทานของตระกลู ใดตระกลู หน่งึ เพยี งตระกูลเดยี ว

สําหรับบุรุษ ใหประดับเปนดุมเส้ือสําหรับชุดสากล ใหประดับท่ีรังดุมคอพับของเสื้อ
สวนลา งเบอ้ื งซา ย และชุดไทย ใหประดบั ที่อกเส้ือเบื้องซายบรเิ วณปากกระเปา เสอ้ื ใกลก ับแนวรังดมุ

สําหรับสุภาพสตรี ใชประดับไดเฉพาะกับชุดไทยเรือนตน ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทย
อมรนิ ทร และชดุ ไทยบรมพิมาน ใหป ระดบั ทีอ่ กเส้อื เบือ้ งซา ย

สว นประสานราชการและรฐั พธิ ี
สํานกั บริหารกลาง สํานกั งานศาลยตุ ธิ รรม

คูมอื การแตง เครอ่ื งแบบขา ราชการตลุ าการและดะโตะยตุ ธิ รรม 52

การแตง กายประดับเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณต ามหมายกําหนดการ
หรือกาํ หนดนัดหมายของทางราชการ

ในหมายกําหนดการหรอื กําหนดนัดหมายของทางราชการในพระราชพิธหี รือรฐั พิธตี า ง ๆ
จะมีขอความระบุการแตงกายในแตละโอกาส เชน ใหแตงกายเต็มยศ ครึ่งยศ หรือปกตขิ าว แลวแตก รณี
ผูแตง กายตอ งตรวจสอบหมายกาํ หนดการหรือขอความที่ระบกุ ารแตง กายในกําหนดนดั หมายของทางราชการ
ใหชัดเจน แลวแตงกายและประดบั เคร่อื งราชอิสริยาภรณใหถกู ตอง ท้ังน้ี การที่จะประดบั เคร่ืองราชอิสริยาภรณ
รวมกบั การแตงกายดังกลา วตามทร่ี ะบไุ วไ ดอ ยางถูกตองน้นั มีหลักสาํ คัญท่คี วรทราบ ดงั น้ี

1. กรณีใหแ ตง เครอ่ื งแบบเตม็ ยศ (เสอ้ื ขาว กางเกงหรอื กระโปรงดํา)
1.1 ไมร ะบุสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ
- ผูไดรับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณช้ันต่ํากวาสายสะพายใหประดับ

เคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณชัน้ สูงสดุ ของแตล ะตระกลู ทีไ่ ดรบั พระราชทาน
- ผูไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณช้ันสายสะพายใหสวมสายสะพาย

เครือ่ งราชอสิ ริยาภรณชัน้ สูงสุดทีไ่ ดร บั พระราชทานเพยี งสายเดยี ว โดยประดับดาราของเครื่องราชอสิ รยิ าภรณ
ชั้นสงู สดุ ทีไ่ ดรบั พระราชทานแตละตระกลู ตามลําดบั เกยี รติ

1.2 ระบสุ ายสะพายเครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณ
- ผูไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณช้ันตํ่ากวาสายสะพายใหประดับ

เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณช ั้นสงู สดุ ของแตล ะตระกูลท่ไี ดร ับพระราชทาน
- ผูไดรับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณช้ันสายสะพายใหสวมสายสะพาย

เครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณตามท่ีระบุ ซงึ่ แมว าจะไดรบั พระราชทานสายสะพายที่มีลาํ ดบั เกยี รติสงู กวากต็ าม เชน
(1) หมายกําหนดการระบุแตง เครือ่ งแบบเต็มยศมงกุฎไทย
ผูไดร ับพระราชทานเครือ่ งราชอสิ ริยาภรณชนั้ สายสะพายตองปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
- ไดรับ ป.ม. และ ท.ช. ใหส วมสายสะพาย ป.ม. โดยประดบั ดาราของ ป.ม.

และ ท.ช. รว มกันตามลําดบั
- ไดร บั ป.ช. และ ป.ม. ใหสวมสายสะพาย ป.ม. โดยประดบั ดาราของ ป.ช.

และ ป.ม. รว มกันตามลําดับ
(ขอสังเกต ถึงแมวาจะไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณสายสะพายช้ันสูงสุด ป.ช. ก็ตาม
แตหมายกําหนดการใหแตงกายเต็มยศมงกุฎไทย ผูไ ดรับพระราชทานตองลดสายสะพายในการประดบั
เปน ป.ม. แตดาราของ ป.ช. คงประดับอยเู หนือดาราของ ป.ม. ตามปกติ เพื่อแสดงใหทราบวาบุคคลนี้
เปนผไู ดร บั พระราชทานเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณช้ันสูงสดุ ชนั้ ป.ช. แลว)

- ไดรับ ม.ว.ม. และ ป.ช. ใหสวมสายสะพาย ม.ว.ม. โดยประดับดาราของ
ม.ว.ม. และ ป.ช. รวมกันตามลาํ ดับ

- ไดรับ ม.ป.ช. และ ม.ว.ม. ใหสวมสายสะพาย ม.ว.ม. โดยประดบั ดาราของ
ม.ป.ช. และ ม.ว.ม. รวมกันตามลําดับ
(ขอสังเกต ถึงแมวาจะไดรับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณสายสะพายชั้นสูงสุด ม.ป.ช. ก็ตาม
แตหมายกําหนดการใหแตงกายเต็มยศมงกุฎไทย ผูไดรับพระราชทานตองลดสายสะพายในการประดับ
เปน ม.ว.ม. แตดาราของ ม.ป.ช. คงประดับอยูเหนือดาราของ ม.ว.ม. ตามปกติ เพื่อแสดงใหทราบวา
บคุ คลนเ้ี ปนผไู ดรับพระราชทานเคร่อื งราชอิสริยาภรณชน้ั สูงสดุ ชั้น ม.ป.ช. แลว )

สวนประสานราชการและรฐั พิธี
สาํ นกั บริหารกลาง สํานกั งานศาลยตุ ธิ รรม

คูมือการแตง เครอื่ งแบบขา ราชการตุลาการและดะโตะ ยตุ ธิ รรม 53

(2) หมายกําหนดการระบุแตง เครือ่ งแบบเตม็ ยศชา งเผอื ก
ผไู ดรับพระราชทานเครอื่ งราชอิสริยาภรณช ัน้ สายสะพายตองปฏบิ ัติ ดงั นี้

- ไดรับ ป.ม. และ ท.ช. ใหส วมสายสะพาย ป.ม. โดยประดบั ดาราของ ป.ม.
และ ท.ช. รวมกันตามลําดับ (เน่ืองจากยงั ไมไดรับพระราชทานสายสะพายชางเผือกเปนชั้นสูงสุดใหส วม
สายสะพาย ป.ม. ซงึ่ เปน ชั้นสงู สุดของผูไ ดรบั พระราชทาน)

- ไดรบั ป.ช. และ ป.ม. ใหสวมสายสะพาย ป.ช. โดยประดับดาราของ ป.ช.
และ ป.ม. รวมกนั ตามลําดบั

- ไดรับ ม.ว.ม. และ ป.ช. ใหสวมสายสะพาย ป.ช. โดยประดับดาราของ
ม.ว.ม. และ ป.ช. รว มกนั ตามลาํ ดับ
(ขอ สังเกต ถึงแมวาจะไดรับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณสายสะพายชั้นสูงสุด ม.ว.ม. ก็ตาม
แตหมายกําหนดการใหแตงกายเต็มยศชางเผอื ก ผูไดรับพระราชทานตองลดสายสะพายในการประดบั
เปน ป.ช. แตดาราของ ม.ว.ม. คงประดับอยูเหนือดาราของ ป.ช. ตามปกติ เพื่อแสดงใหทราบวา
บุคคลน้ีเปนผูไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณช้ันสูงสุดชั้น ม.ว.ม. แลว)

- ไดรับ ม.ป.ช. และ ม.ว.ม. ใหสวมสายสะพาย ม.ป.ช. โดยประดับดารา
ของ ม.ป.ช. และ ม.ว.ม. รวมกันตามลําดบั

(3) ไมไดรับพระราชทานเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณตามท่ีออกชื่อในหมายกาํ หนดการ
หรอื กาํ หนดนดั หมายของทางราชการ ใหสวมสายสะพายชนั้ สงู สดุ ที่ไดรบั พระราชทาน โดยประดบั ดารา
ของเคร่ืองราชอิสริยาภรณช้ันสูงสุดของแตละตระกูลท่ีไดรับพระราชทาน ตัวอยางเชน หมายกําหนดการ
ใหแตงกายเต็มยศจักรี เต็มยศจุลจอมเกลา ผูท่ีไมไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณตามที่ระบุ
คือ เต็มยศจกั รแี ละเตม็ ยศจุลจอมเกลา ใหส วมสายสะพายช้ันสงู สดุ ทไี่ ดรบั พระราชทาน

2. กรณใี หแ ตง เครอ่ื งแบบครงึ่ ยศ (เส้ือขาว กางเกงหรอื กระโปรงดาํ )
จะแตงกายเชนเดียวกับเต็มยศ โดยประดับเคร่ืองราชอิสริยาภรณชั้นสูงสุดที่ไดรับ

พระราชทาน เวนแตผ ทู ไี่ ดร บั พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณชัน้ สายสะพาย เมือ่ ประดับดาราชั้นสูงสดุ
ทไ่ี ดรบั พระราชทานแตล ะตระกลู แลว ไมตอ งสวมสายสะพาย

3. กรณใี หแ ตงเคร่ืองแบบปกติขาว (เสื้อขาว กางเกงหรือกระโปรงขาว)
ใหประดับแพรแถบยอของเคร่ืองราชอิสริยาภรณตามช้ันตราที่ไดรับพระราชทาน

(ช้ันตราท่ไี ดรบั พระราชทานชน้ั สูงสุดหรอื ช้นั สดุ ทา ยที่ไดรับอยลู าํ ดบั แรก สวนลาํ ดับทสี่ องเปนชัน้ ตราของ
เคร่ืองราชอิสริยาภรณช้ันรองจากลําดับแรก) แตหากระบุใหแตงกายปกติขาวประดับเหรียญ ใหประดับ
เฉพาะเหรียญราชอสิ ริยาภรณทอี่ กเสื้อเบ้ืองซา ย โดยไมประดับเครือ่ งราชอิสริยาภรณ ดาราหรือสายสะพาย
และแพรแถบยอ

อน่ึง ในกรณีเปนงานศพซงึ่ มีกําหนดการระบุใหแตง กายเต็มยศ ครึ่งยศ หรือปกตขิ าว
ไวท กุ ข ใหสวมปลอกแขนสดี ําทีแ่ ขนเสอื้ ขา งซาย

4. ขอควรรู
- เคร่อื งราชอิสรยิ าภรณแ ละเหรียญบําเหนจ็ ความชอบ เชน เหรียญจักรมาลา เหรยี ญ

จักรพรรดิมาลา ประดบั ไดเ ฉพาะผไู ดร ับพระราชทาน
- เหรียญเฉลิมพระเกียรติหรือเหรียญท่ีระลึกสามารถประดับไดตามที่กฎหมาย

กําหนด (ไมตองขอพระราชทาน)

สวนประสานราชการและรฐั พิธี
สาํ นักบรหิ ารกลาง สํานกั งานศาลยตุ ธิ รรม

คูมอื การแตงเครอ่ื งแบบขาราชการตุลาการและดะโตะยตุ ธิ รรม 54

- พ.ร.บ. เหรยี ญงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ. 2499 บัญญตั ใิ หบุคคลซง่ึ มชี วี ติ อยู
ในวันฉลอง 25 พทุ ธศตวรรษ มีสทิ ธิประดับเหรียญน้ีได ตั้งแตว ันท่ี 13 พฤษภาคม 2500 เปน ตนไป

- การประดบั โดยไมมสี ทิ ธิตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเกินหน่ึงปหรอื ปรับไมเ กินสองหม่นื
บาท หรือทงั้ จําทง้ั ปรับ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 146)

5. การประดบั เขม็ พระราชทานหรอื เขม็ ทร่ี ะลกึ
การประดบั เข็มพระราชทานหรือเข็มที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลตาง ๆ

ใหมีสิทธปิ ระดับเข็มพระราชทานหรอื เข็มทรี่ ะลึกตามระเบียบการประดับเขม็ นัน้ หรือตามประเพณีนยิ ม

ดะโตะ ยตุ ธิ รรมและผชู ว ยผูพิพากษา

ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุตธิ รรม วาดวยเคร่ืองแบบของขาราชการตุลาการ
และดะโตะยุติธรรม พ.ศ. 2563 กาํ หนดไวดงั นี้

ขอ 10 ดะโตะยุตธิ รรมจะแตงเครอื่ งแบบขา ราชการตุลาการตามกําหนดการของทางราชการ
หรอื จะแตง กายตามจารตี ประเพณีทางศาสนากไ็ ด เวน แตก รณีเปน หมายกาํ หนดการใหแตง ตามนนั้

ขอ 11 ดะโตะยุติธรรมและผูชวยผูพิพากษา ใหใชเครื่องแบบแบบเดียวกับขาราชการ
ตุลาการ เวน แต

(1) หมวกในทกุ เครอ่ื งแบบ ใหใชผา พนั หมวกสีเดียวกับหมวก และไมม ีแถบไหมทอง
บนผาพันหมวก กับไมม ดี ้นิ ทองรปู ดอกบัวท่กี ะบงั หนาหมวก

(2) อนิ ทรธนใู นทุกเครื่องแบบ ไมม พี ระมหาพิชัยมงกฎุ ทบั บนอินทรธนู
ขอ 12 ขาราชการตุลาการและดะโตะ ยุตธิ รรม ซึ่งไดร ับพระราชทานเครอื่ งราชอิสริยาภรณ
ใหประดับเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณน ัน้ ในเวลาแตง เครื่องแบบ การประดับเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณใหเปน ไปตาม
ระเบียบสํานกั นายกรัฐมนตรีวาดวยการประดับเคร่ืองราชอิสริยาภรณไทย สวนผทู ไี่ ดร บั พระบรมราชานุญาต
ใหป ระดบั เครือ่ งราชอิสริยาภรณต า งประเทศ อาจประดบั เครือ่ งราชอสิ ริยาภรณน ้ันไดใ นโอกาสอันควร
ขอ 13 ขาราชการตุลาการและดะโตะยุติธรรม ซ่ึงไดรับพระราชทานเข็มท่ีระลึก
ในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลตา ง ๆ ใหม ีสทิ ธปิ ระดบั เขม็ พระราชทานดังกลาวตามระเบยี บการประดับ
เขม็ นน้ั หรือตามประเพณีนยิ ม
ขอ 14 ขาราชการตุลาการและดะโตะ ยตุ ิธรรม ซึง่ ไดรับเข็มวทิ ยฐานะศาลยุติธรรมหรือ
เครอ่ื งหมายเชิดชูเกียรตศิ าลยตุ ิธรรม ใหประดบั เข็มวทิ ยฐานะศาลยุติธรรมหรือเคร่ืองหมายเชิดชูเกียรติ
ศาลยุติธรรมตามระเบียบวาดวยการนั้น
ขอ 15 ขาราชการตลุ าการและดะโตะ ยุติธรรม ซึ่งสาํ เรจ็ การศกึ ษาอบรมจากสถาบนั การศกึ ษา
อบรมของทางราชการหรือท่ีทางราชการรับรอง ใหมีสิทธิประดับเข็มหรอื เคร่ืองหมายแสดงวิทยฐานะ
ของสถาบันการศึกษาอบรมนั้นตามระเบียบของสถาบันการศกึ ษาอบรมดังกลาว ในกรณีท่ีไมมีระเบียบ
กใ็ หป ระดบั ที่ก่งึ กลางกระเปา บนขางขวาของเคร่ืองแบบได
ถามีเข็มหรือเคร่ืองหมายแสดงวิทยฐานะดังกลาวมากกวาหน่ึงเข็ม ใหประดับเข็มใด
เข็มหนึ่งเพียงเข็มเดียว
ขอ 16 ขาราชการตุลาการและดะโตะยุติธรรม ซ่ึงไดรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติของ
ทางราชการหรือเครื่องหมายแสดงความสามารถพเิ ศษ ซง่ึ มรี ะเบยี บใหป ระดบั กับเคร่ืองแบบได ใหม สี ทิ ธิ
ใชเคร่ืองหมายดังกลาวประดับกับเครื่องแบบขาราชการตุลาการไดทุกชนิด การประดับใหเปนไปตาม

สว นประสานราชการและรฐั พธิ ี
สาํ นกั บรหิ ารกลาง สํานกั งานศาลยตุ ธิ รรม

คมู อื การแตงเครอ่ื งแบบขาราชการตลุ าการและดะโตะยตุ ิธรรม 55

ระเบียบของทางราชการน้ัน ในกรณีท่ีไมมีระเบียบก็ใหประดับท่ีอกเส้ือขางซายเหนือปกกระเปา
ถาประดับเครื่องราชอิสริยาภรณหรือแพรแถบเคร่ืองราชอิสริยาภรณ ใหประดับเครื่องหมายดังกลาว
เหนอื ขึน้ ไป เมือ่ แตงเคร่ืองแบบสโมสรใหใชขนาดยอ ลงครง่ึ หน่ึง

ภาพหมวกและอนิ ทรธนู
ตามระเบยี บคณะกรรมการบรหิ ารศาลยตุ ธิ รรม วาดวยเครื่องแบบของ

ขาราชการตุลาการและดะโตะยตุ ธิ รรม พ.ศ. 2563

สว นประสานราชการและรฐั พิธี
สาํ นกั บรหิ ารกลาง สาํ นกั งานศาลยตุ ธิ รรม

คมู ือการแตงเครอ่ื งแบบขา ราชการตุลาการและดะโตะ ยตุ ิธรรม 56

ระเบยี บคณะกรรมการบริหารศาลยุตธิ รรม
วา ดวยเขม็ วทิ ยฐานะศาลยุติธรรมและเครื่องหมายเชดิ ชูเกียรตศิ าลยุตธิ รรม

พ.ศ. 2563

โดยท่เี ปนการสมควรใหมเี ข็มวิทยฐานะศาลยตุ ธิ รรมแกผูผานการอบรมศึกษาหลักสูตร
ผชู วยผูพพิ ากษาและผูผ า นการอบรมหลกั สูตรผพู ิพากษาหวั หนาศาล กบั เปนการสมควรใหมเี ครื่องหมาย
เชิดชูเกยี รติศาลยตุ ิธรรมแกผทู าํ คุณประโยชนอ ยา งย่งิ แกศ าลยุตธิ รรมและประเทศชาติ โดยมีสาระสําคัญดงั นี้

ขอ 5 เขม็ ศาลยตุ ธิ รรม มี 2 ชั้น
ชั้นท่ี 1 เรียกวา “เข็มศาลยุติธรรมชั้นสูง” ทาํ ดวยโลหะ รูปรศั มแี สงอาทิตยนูน 8 แฉก
สีทอง ขนาด 4.5 เซนติเมตร มีตราสัญลักษณศาลยุติธรรมนูนในพื้นสีแดงลงยามีขอความศาลยุตธิ รรม
สที องอยูดา นลา ง

ช้ันท่ี 2 เรียกวา “เข็มศาลยุตธิ รรมช้ันตน” ทําดว ยโลหะ รูปรศั มีแสงอาทติ ยนนู 8 แฉก
สีทอง ขนาด 4.5 เซนตเิ มตร มีตราสัญลักษณศ าลยุตธิ รรมนูนในพื้นสนี ้าํ เงนิ ลงยามีขอ ความศาลยตุ ธิ รรม
สที องอยูด านลา ง

ขอ 6 ผูม สี ิทธิประดบั เขม็ ศาลยตุ ธิ รรมชนั้ สงู ไดแก
(1) ขาราชการตุลาการผผู า นการอบรมหลักสตู รผูพิพากษาหัวหนาศาล หรือผานการอบรม
หลกั สตู รผพู พิ ากษาผบู รหิ ารในศาลชั้นตน
(2) ผเู คยดํารงตาํ แหนง ผพู พิ ากษาหัวหนา ศาล
ขอ 7 ผมู ีสิทธปิ ระดบั เข็มศาลยตุ ิธรรมช้นั ตน ไดแก ขาราชการตลุ าการผูผา นการศกึ ษา
อบรมหลักสูตรผชู ว ยผูพพิ ากษา
ขอ 8 การประดับเข็มศาลยุติธรรม ใหประดับกึง่ กลางกระเปาขวาของเสอ้ื เครื่องแบบ
ทกุ ชนิด ในกรณที ่ีเครือ่ งแบบไมม กี ระเปา ใหประดับท่อี กเสื้อเบอื้ งขวาในตาํ แหนงเดียวกบั กระเปา ขวา

สว นประสานราชการและรฐั พิธี
สาํ นกั บริหารกลาง สํานกั งานศาลยตุ ธิ รรม

คมู ือการแตงเครอ่ื งแบบขาราชการตลุ าการและดะโตะยตุ ธิ รรม 57

ขอ 9 ใหม ีเครื่องหมายเชิดชูเกียรติศาลยุติธรรม เรียกวา “เครือ่ งหมายเชิดชูเกียรติ
ศาลยตุ ิธรรม”

ขอ 10 เครื่องหมายเชดิ ชเู กียรติศาลยุตธิ รรม มี 2 ประเภท
(1) เครือ่ งหมายแหง เกยี รตปิ ระธานศาลฎีกา
(2) เคร่ืองหมายเชดิ ชูเกียรติ

ขอ 11 เครอ่ื งหมายแหงเกียรตปิ ระธานศาลฎกี า ลกั ษณะเปน แพรแถบรูปสเ่ี หลยี่ มผืนผา
สีขาว ความกวาง 6 เซนติเมตร ความสูง 5 เซนติเมตร ตรงกลางรูปวงกลมมีเสนรอบวงเปนเสน คู ตรงกลาง
ของวงกลมมีรูปพระแสงขรรคเ ปน หลกั มีดุลเก่ียวขัดไวท ี่ดา มพระแสงขรรครปู เหลา นีเ้ ปนสีแดงอยูภายใต
พระมหามงกุฎสที อง

ขอ 12 ผูมีสทิ ธปิ ระดบั เคร่อื งหมายแหง เกียรติประธานศาลฎกี า ไดแก ประธานศาลฎกี า
และผเู คยดํารงตาํ แหนงประธานศาลฎีกา

ขอ 13 การประดับเครื่องหมายแหงเกียรติประธานศาลฎีกา ใหประดับเหนือกระเปา
เส้ือดานขวาของเครื่องแบบทุกชนิด หากประดับรวมกับเครื่องหมายอื่น จะตองประดับเครื่องหมาย
แหงเกียรติประธานศาลฎกี าไวเหนือสุด ยกเวนเครื่องหมายที่มีพระปรมาภิไธยยอของพระมหากษัตริย
หรือพระนามาภไิ ธยยอ ของพระราชนิ หี รือพระบรมวงศานวุ งศ

เครอื่ งหมายแหงเกยี รตปิ ระธานศาลฎกี า

สว นประสานราชการและรฐั พธิ ี
สํานักบริหารกลาง สาํ นกั งานศาลยตุ ธิ รรม

คมู ือการแตง เครอื่ งแบบขา ราชการตลุ าการและดะโตะ ยตุ ธิ รรม 58

ขอ 14 เคร่ืองหมายเชิดชูเกียรติ ทาํ ดวยโลหะ ลักษณะเปนรูปทรงหยดนาํ้ พื้นสีนา้ํ เงินลงยา
มรี ปู ตราสญั ลักษณศาลยตุ ธิ รรมนนู อยูกึ่งกลาง พรอมขอ ความเชิดชูเกยี รติบนแพรสะบัดชายสแี ดง

ขอ 15 เคร่ืองหมายเชดิ ชูเกยี รติ มี 2 ขนาด ดังน้ี
(1) เคร่อื งหมายเชดิ ชเู กยี รติ ขนาดกวา ง 2.5 เซนติเมตร ยาว 3.6 เซนติเมตร
(2) เคร่อื งหมายเชดิ ชเู กยี รติ ขนาดกวาง 1.3 เซนตเิ มตร ยาว 2.1 เซนตเิ มตร

ขอ 16 ผูมีสิทธิประดับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติตองเปนผูไดรับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการบรหิ ารศาลยุติธรรมวา เปนผูสมควรสดุดีเกียรติยศ มสี ทิ ธิประดับเครอื่ งหมายเชิดชูเกยี รติ
โดยมีคุณสมบัติอยา งใดอยางหน่งึ ดังตอไปนี้

(1) เปนขาราชการตุลาการ ซึ่งปฏิบัติหนาท่ีอยางตอเน่ืองดวยความซ่ือสัตยสุจริต
บาํ เพ็ญคุณงามความดี มเี กียรติ มศี กั ดศิ์ รี ปราศจากมลทินมัวหมองไมน อยกวา 20 ป

(2) เปนขาราชการศาลยุติธรรม ประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญข้ึนไป ประเภท
อํานวยการระดับสงู และประเภทบริหาร ซ่ึงปฏบิ ัติหนาที่อยางตอเนื่องดวยความซื่อสัตยสุจริต บําเพ็ญ
คุณงามความดี มีเกียรติ มศี ักดศิ์ รี ปราศจากมลทินมัวหมองไมน อ ยกวา 25 ป

(3) เปน ผูท าํ คุณประโยชนอยา งยงิ่ อยา งตอเนอ่ื งแกศ าลยุตธิ รรมหรอื สํานักงานศาลยตุ ธิ รรม
และมเี กียรติประวัติอนั ควรยกยอ งใหป รากฏสืบไป

(4) เปนผูทําคุณประโยชนอยางย่งิ อยางตอ เนือ่ งแกประเทศในดา นกฎหมาย และมีเกียรตปิ ระวัติ
อนั ควรยกยองใหปรากฏสบื ไป

(5) เปนผูทําคุณประโยชนอ ยา งยิ่งอยางตอ เนื่องแกประเทศในดา นสังคม เศรษฐกจิ
การบริหารราชการ หรอื ผูที่ควรยกยองเชิดชูเกียรตอิ ยางย่ิงในดานอื่น ซึ่งมีเกียรติประวัติอันควรยกยอง
สบื ไป

ขอ 17 การประดบั เคร่อื งหมายเชดิ ชูเกยี รติ ใหประดับที่ปกกระเปา เสื้อเบื้องขวาชิดกับ
ขอบกระเปาดา นบนใกลแนวรงั ดุมของเส้อื เครื่องแบบทุกชนิด ในกรณที ่ีเครือ่ งแบบไมมกี ระเปาใหประดบั
ที่อกเสอ้ื เบอ้ื งขวา

ในเวลาแตง ชดุ สากล ใหประดับทป่ี กเสอื้ เบอ้ื งซาย

สวนประสานราชการและรฐั พิธี
สํานักบรหิ ารกลาง สาํ นกั งานศาลยตุ ธิ รรม

คมู อื การแตงเครอื่ งแบบขาราชการตลุ าการและดะโตะ ยตุ ิธรรม 59

หลกั เกณฑก ารขอพระราชทานเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณใ หแกข า ราชการตุลาการ

ลาํ ดับ ตาํ แหนง เคร่อื งราชอสิ ริยาภรณ เงอื่ นไขและระยะเวลาการเลื่อน หมายเหตุ
1. ผชู วยผูพ พิ ากษา ทข่ี อพระราชทาน ช้ันตรา
(ช้นั 1 เดมิ )
2. ขาราชการตลุ าการชน้ั 1 เรม่ิ ตน ขอ เลอ่ื นไดถงึ
(ชั้น 2 เดิม)
3. ขาราชการตลุ าการชั้น 2 ต.ม. ต.ช. 1. เรม่ิ ขอพระราชทาน ต.ม. ตอ งมรี ะยะเวลาการ
(ชั้น 3 เดมิ )
2. ได ต.ม. มาแลวไมน อยกวา รับราชการตดิ ตอกัน
4. ขาราชการตุลาการชนั้ 3
(ชั้น 4 – 6 เดมิ ) 5 ปบ รบิ ูรณ ขอ ต.ช. มาแลว ไมนอ ยกวา

5. ขาราชการตุลาการชนั้ 4 – 5 ต.ช. ท.ม. 1. เริม่ ขอพระราชทาน ต.ช. 5 ปบ รบิ รู ณ นบั แต
(ชน้ั 7 ขึน้ ไป) 2. ได ต.ช. มาแลว ไมน อยกวา วันเร่มิ เขา รับราชการ
จนถึงวนั กอนวันพระราช
5 ปบริบูรณ ขอ ท.ม.

ท.ม. ม.ว.ม. 1. เริม่ ขอพระราชทาน ท.ม. พิธเี ฉลมิ พระชนมพรรษา
2. ได ท.ม. มาแลว ไมนอยกวา ของปท่จี ะขอระราชทาน
ไมนอยกวา 60 วนั (ตอ ง
5 ปบ รบิ ูรณ ขอ ท.ช.
3. ได ท.ช. มาแลวไมนอยกวา ขอกอนวันท่ี 30
พฤษภาคม ของปท ่ีขอ
3 ปบ ริบรู ณขอ ป.ม.
4. ได ป.ม. มาแลวไมนอ ยกวา พระราชทาน)

3 ปบริบรู ณ ขอ ป.ช.

5. ได ป.ช. มาแลวไมนอ ยกวา

3 ปบ ริบูรณ ขอ ม.ว.ม.

ท.ช. ม.ป.ช. 1. เริ่มขอพระราชทาน ท.ช.

2. ได ท.ช. มาแลว ไมน อ ยกวา

3 ปบริบูรณ ขอ ป.ม.

3. ได ป.ม. มาแลวไมนอยกวา

3 ปบรบิ รู ณขอ ป.ช.

4. ได ป.ช. มาแลวไมน อยกวา

3 ปบริบรู ณ ขอ ม.ว.ม.

5. ได ม.ว.ม. มาแลวไมนอยกวา

5 ปบรบิ รู ณ ขอ ม.ป.ช.

- ม.ป.ช. 1. ได ป.ม. มาแลว ไมน อยกวา

3 ปบ รบิ ูรณ ขอ ป.ช.

2. ได ป.ช. มาแลวไมน อยกวา

3 ปบริบูรณ ขอ ม.ว.ม.

3. ได ม.ว.ม. มาแลว ไมน อยกวา

3 ปบ ริบรู ณข อ ม.ป.ช.

สวนประสานราชการและรฐั พธิ ี
สาํ นกั บริหารกลาง สํานกั งานศาลยตุ ธิ รรม

คมู ือการแตง เครอ่ื งแบบขาราชการตุลาการและดะโตะ ยตุ ธิ รรม 60

หลักเกณฑการขอพระราชทานเคร่ืองราชอสิ ริยาภรณใหแ กด ะโตะยุตธิ รรม
และผูพพิ ากษาสมทบ

ลําดับ ตําแหนง เคร่อื งราชอสิ ริยาภรณ เงื่อนไขและระยะเวลาการเลื่อน หมายเหตุ
1. ดะโตะยุตธิ รรม ที่ขอพระราชทาน ชน้ั ตรา

2. ผูพพิ ากษาสมทบ เร่มิ ตน ขอ เลอื่ นไดถ ึง

ต.ช. ท.ม. 1. เร่มิ ขอพระราชทาน ต.ช. - ตอ งดํารงตําแหนง

2. ได ต.ช. มาแลว ไมนอ ยกวา ดะโตะยุติธรรมตดิ ตอ กนั

5 ปบรบิ รู ณ ขอ ท.ม. มาแลวไมน อ ยกวา 5 ป

บริบูรณ นบั ต้งั แตวนั ที่

ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ

ใหด ํารงตาํ แหนง จนถึง

วนั กอนวนั พระราชพิธี

เฉลิมพระชนมพรรษา

ของปที่จะขอพระราชทาน

ไมนอยกวา 60 วัน

จ.ม. ต.ม. 1. เร่ิมขอพระราชทาน จ.ม. - ตอ งดาํ รงตําแหนง

2. เล่ือนตามลําดับชั้นตราโดย ผพู ิพากษาสมทบมา

มรี ะยะเวลาดํารงตําแหนง เปน เวลารวมกนั ไมนอย

ผพู ิพากษาสมทบในการขอ กวา 4 ปบริบูรณ

พระราชทานแตละช้ันตราไม นับตั้งแตวันทที่ รงพระ

นอ ยกวา 4 ปบริบูรณกอ นวนั กรณุ าโปรดเกลาฯ ให

พระราชพธิ ีเฉลิมพระชนมพรรษา ดํารงตําแหนง จนถงึ วนั

ของปทจ่ี ะขอพระราชทานไม กอนวันพระราชพธิ ีเฉลิม

นอยกวา 60 วัน พระชนมพรรษาของปท่ี

จะขอพระราชทานไม

นอยกวา 60 วัน

สว นประสานราชการและรฐั พิธี
สาํ นกั บรหิ ารกลาง สาํ นกั งานศาลยตุ ธิ รรม

คมู อื การแตงเครอื่ งแบบขาราชการตุลาการและดะโตะ ยตุ ิธรรม 61

หลกั เกณฑการขอพระราชทานเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณข องคสู มรสขา ราชการตลุ าการ

ลาํ ดับ ตาํ แหนง เคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณ เงื่อนไขและระยะเวลาการเล่ือน หมายเหตุ
ที่ขอพระราชทาน ช้นั ตรา

เรมิ่ ตน ขอ เลอ่ื นไดถึง

1. ประธานศาลฎีกา ท.ช. ป.ช. 1. เริ่มขอพระราชทาน ท.ช. - ปลัดกระทรวงยตุ ธิ รรม

2. การขอพระราชทานเล่ือนชั้นตรา อาจขอในฐานะ

ตองเวน 2 ป ตามลาํ ดบั ถงึ ป.ช. ปลดั กระทรวง หรอื ช้นั

2. อธิบดีผพู ิพากษาศาลอุทธรณ ต.ม. ป.ม. 1. เรม่ิ ขอพระราชทาน ต.ม. ของตลุ าการก็ได

รองประธานศาลฎีกา หรือ 2. การขอพระราชทานเลื่อนชั้นตรา

อธิบดผี ูพิพากษาศาลอุทธรณภาค ไดป เวน ป ตามลําดบั ถึง ท.ม.

3. การขอพระราชทานตงั้ แตชั้น

ท.ม. ขึน้ ไป ตอ งเวน 2 ป

ตามลําดบั ถึง ป.ม.

3. อธิบดีผูพพิ ากษาศาลชน้ั ตน จ.ม. ท.ช. 1. เริ่มขอพระราชทาน จ.ม.

หรอื รองอธิบดผี ูพิพากษา 2. การขอพระราชทานเลื่อนช้นั ตรา

ศาลอทุ ธรณ หรือรองอธิบดี ไดปเวนป ตามลําดับถงึ ท.ม.

ผูพ ิพากษาศาลอุทธรณภาค 3. การขอพระราชทานตั้งแตช ้ัน

ท.ม. ขน้ึ ไป ตองเวน 2 ป ขอ

ท.ช.

4. อธิบดผี พู พิ ากษาภาค จ.ม. ท.ม. 1. เร่มิ ขอพระราชทาน จ.ม.

รองอธบิ ดผี พู ิพากษาภาค หรือ 2. การขอพระราชทานเลื่อนช้ันตรา

รองอธิบดีผูพิพากษาศาลช้นั ตน ไดป เ วน ป ตามลําดบั ถงึ ท.ม.

5. ผพู พิ ากษาหัวหนา ศาลจังหวดั บ.ช. ต.ช. 1. เริ่มขอพระราชทาน บ.ช.

2. การขอพระราชทานเล่ือนชน้ั ตรา

ไดป เวน ป ตามลําดบั ถงึ ต.ช.

สว นประสานราชการและรฐั พธิ ี
สาํ นักบรหิ ารกลาง สํานกั งานศาลยตุ ธิ รรม

คูม ือการแตงเครอ่ื งแบบขาราชการตุลาการและดะโตะยตุ ิธรรม 62

บรรณานกุ รม

สํานกั เลขาธิการคณะรฐั มนตรี : หนงั สือการแตง กายประดับเครอื่ งราชอิสรยิ าภรณ

สํานกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี : หนังสือเคร่ืองราชอิสรยิ าภรณไ ทย

สาํ นกั เลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี : หนังสอื ขอพงึ ปฏบิ ัตใิ นการเขาเฝา ฯ

สาํ นักงานเลขาธกิ ารวฒุ ิสภา : หนงั สือการแตงกายประดับเครือ่ งราชอิสริยาภรณในวนั พระราชพิธี
และรฐั พิธี ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2562

สว นประสานราชการและรฐั พิธี
สาํ นกั บรหิ ารกลาง สํานกั งานศาลยตุ ธิ รรม


Click to View FlipBook Version