The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

IS กลุ่มที่1 เรื่องขนมไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by neeeeew1994, 2020-12-24 09:21:25

IS กลุ่มที่1 เรื่องขนมไทย

IS กลุ่มที่1 เรื่องขนมไทย

การศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง
การทาขนมไทย

โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ พุแค อาเภอ เฉลมิ พระเกียรติ จังหวัด สระบรุ ี

นางสาวเจยี ระไน อังกีรัตน์ เลขท่ี22
นางสาวชญานษิ ฐ์ เจรญิ อนิ ทร์ เลขท่2ี 3
นางสาวชุติมา ยาวะโร เลขที2่ 4
นางสาววิภาวี พนั ทวี เลขที่25
นางสาวนพวรรณ แดงนอ้ ย เลขท3่ี 4
นางสาวภคั จิรา สุมหะ เลขท3ี่ 6

ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5/4

เสนอ
คณุ ครู ยวุ ดี ญาณสทิ ธ์ิ
รายงานเล่มนเ้ี ปน็ สว่ นหน่งึ ของวชิ าการศึกษาค้นควา้ ดว้ ยตัวเอง รหสั วิชา ร30201
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2563
โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค อาเภอ เฉลมิ พระเกียรติ จังหวัด สระบรุ ี
สานักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 4

สารบัญ

เรือ่ ง หนา้
ประวัติผจู้ ดั ทา ก
บทคดั ยอ่ ข
บทที่ 1 บทนา 1
บทที่ 2 เอกสารทเ่ี กี่ยวขอ้ ง 3
-ความสาคัญของขนมไทย 4
-ประเภทของขนมไทย 5
-ขัน้ ตอนการทาขนมไทย 9
-ประโยชนข์ นมไทย 10
-งานวิจยั ท่เี กีย่ วข้อง 12
บทที่ 3 วิธกี ารศกึ ษาค้นคว้า 13
บทท่ี 4 ผลการศกึ ษาค้นคว้า 18
บทที่ 5 อภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ 21
ภาคผนวก 23
บรรณานกุ รม 25

ประวตั ผิ ้จู ัดทา

ชื่อเร่ือง การทาขนมไทย โรงเรียนเทพศิรินทร์ พแุ ค จังหวัดสระบุรี

1.นางสาว เจียระไน อังกรี ตั น์
ประวตั ิส่วนตวั
วันท่ี 5 เดอื น เมษายน พ.ศ.2547 อายุ 16
ที่อยู่ 87 หมู่ 9 ตาบล หนา้ พระลาน อาเภอ เฉลมิ พระเกียรติ จังหวัดสระบรุ ี
ประวัตกิ ารศกึ ษา
ปี พ.ศ.2558 ช้นั ประถมศกึ ษาปที .ี่ 6 โรงเรียนหน้าพระลาน พิบูลสงเคราะห์
ปี พ.ศ.2563 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี.5/4 เลขที2่ 2 โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ พแุ ค

2.นางสาว ชญานิษฐ์ เจรญิ อินทร์
ประวัติส่วนตัว
วนั ท่ี 16 เดือน เมษายน พ.ศ.2547 อายุ 16
ทอ่ี ยู่ 24 หมู่ 8 ตาบล บา้ นแก้ง อาเภอ เฉลมิ พระเกียรติ จังหวดั สระบุรี
ประวัตกิ ารศกึ ษา
ปี พ.ศ.2558 ชั้นประถมศกึ ษาปที .ี่ 6 โรงเรยี นวัดลาดเขาปูน
ปี พ.ศ.2563 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่.5/4 เลขท่ี23 โรงเรียนเทพศริ ินทร์ พุแค

3.นางสาว ชตุ มิ า ยาวะโร
ประวตั ิสว่ นตัว
วนั ที่ 4 เดอื น กรกฎาคม พ.ศ.2546 อายุ 17
ท่ีอยู่ 6/1 หมู่ 7 ตาบล ห้วยบง อาเภอ เฉลมิ พระเกยี รติ จงั หวัด สระบรุ ี
ประวตั กิ ารศกึ ษา
ปี พ.ศ.2558 ชัน้ ประถมศึกษาปีท.่ี 6 โรงเรียนวัดโพธ์(ิ นาควทิ ยานุสรณ)์
ปี พ.ศ.2563 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่.5/4 เลขท2่ี 4 โรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ พุแค

4.นางสาว วิภาวี พันทวี
ประวตั สิ ว่ นตัว
วันท่ี 2 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2547 อายุ 16
ที่อยู่ 65/116 หมู่ 12 ตาบล หน้าพระลาน อาเภอ เฉลมิ พระเกียรติ จังหวดั สระบรุ ี
ประวตั ิการศึกษา
ปี พ.ศ. 2558 ชน้ั ประถมศึกษาปีท.่ี 6 โรงเรียนหนา้ พระลาน พิบลู สงเคราะห์
ปี พ.ศ. 2563 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี.5/4 เลขที่25 โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พุแค

5.นางสาว นพวรรณ แดงน้อย
ประวัติสว่ นตวั
วนั ท่ี 2 เดือน มกราคม พ.ศ.2547 อายุ 16
ที่อยู่ 1/1 หมู่ 6 ตาบล สรา่ งโศก อาเภอ บา้ นหมอ จงั หวดั สระบุรี
ประวตั ิการศกึ ษา
ปี พ.ศ.2558 ชั้นประถมศกึ ษาปีท.่ี 6 โรงเรียนมธั ยมอนกุ ลุ วทิ ยา
ปี พ.ศ.2563 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี.5/4 เลขที่34 โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พแุ ค

6.นางสาว ภคั จริ า สมุ หะ
ประวตั สิ ว่ นตัว
วันท่ี 1 เดือน มกราคม พ.ศ.2547 อายุ 16
ท่อี ยู่ 143 หมู่ 4 ตาบลพแุ ค อาเภอเฉลมิ พระเกยี รติ จงั หวัดสระบรุ ี
ประวตั กิ ารศกึ ษา
ปี พ.ศ.2558 ช้ันประถมศกึ ษาปที .่ี 6 โรงเรยี นวัดวงั เลน
ปี พ.ศ.2563 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่.5/4 เลขท่ี36 โรงเรียนเทพศริ นิ ทร์ พุแค

ช่อื เร่ือง การทาขนมไทย
ผูจ้ ดั ทา
นางสาวเจยี ระไน องั กรี ัตน์ เลขท่2ี 2
ครทู ่ีปรึกษา เลขท่2ี 3
รายวิชา นางสาวชญานิษฐ์ เจริญอนิ ทร์ เลขท่ี24
ปีการศกึ ษา เลขท2ี่ 5
นางสาวชุตมิ า ยาวะโร เลขที่34
เลขท3่ี 6
นางสาววิภาวี พันทวี

นางสาวนพวรรณ แดงน้อย

นางสาวภคั จริ า สุมหะ

ครยู วุ ดี ญาณสทิ ธิ์

การศึกษาคน้ คว้าด้วยตนเอง

2563

บทคดั ย่อ

โครงงานเรื่องการทาขนมไทย จดั ทาข้นึ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชนท่ัวไป
ได้รบั ความรเู้ กยี่ วกบั “ขนมไทย” ไม่ว่าจะเปน็ ประวัติของขนมไทย ความสาคญั ของขนมไทย
เพือ่ ให้นกั เรยี น นักศกึ ษา ประชาชน ไดท้ ราบถึงประวัติความเป็นมาของขนมไทยและเพื่อเป็นแนวทางในการ
สร้างอาชีพอิสระ เน่ืองจากในปัจจุบันวัฒนธรรมของชาวตะวันตกได้เข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นทาให้มี
ผลกระทบหลายหลายดา้ นโดยเฉพาะอยา่ งย่ิงด้านอาหารการกนิ เชน่ ขนมกรุบกรอบที่ผลิตภายในประเทศ ซ่ึง
ขนมกรบุ กรอบเหลา่ น้เี ข้ามามอี ทิ ธพิ ลตอ่ การรับประทานขนมของเด็กในปัจจุบันรวมท้ังผู้ใหญ่ด้วยก็ชอบทาน
ขนมกรบุ กรอบทไี่ มม่ ีประโยชน์ ซ่งึ แตกตา่ งจากคนไทยในสมัยโบราณที่มกี ารรับประทานขนมไทยหลังจากการ
รับประทานอาหารเสรจ็ แลว้ ทัง้ ทีข่ นมไทยนั้นนอกจากจะมสี สี ันสวยงามน่ารบั ประทานแล้ว ยังให้คุณประโยชน์
ตอ่ ร่างกายอกี ด้วย

กลมุ่ เปาู หมายเปน็ นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีท5ี่ /4 โรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ พุแค จานวน 41 คน ได้มาโดย
วิธกี ารเลอื ก

บทท่ี 1
บทนา

ความเปน็ มาและความสาคญั ของปญั หา

ขนมไทย เป็นของหวานท่ที าและรับประทานกนั ในอาณาจักรไทย มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจา

ชาตไิ ทยคอื มีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลอื กสรรวัตถุดิบ วิธีการทาที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน

สสี ันสวยงาม รปู ลกั ษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวธิ กี ารรับประทานทปี่ ระณตี บรรจงของขนมแต่ละชนิด

ซง่ึ ยงั แตกต่างกันไปตามลกั ษณะของขนมชนิดนัน้ ๆ

ในสมยั โบราณคนไทยจะทาขนมเฉพาะวาระสาคัญเท่าน้ัน เช่นงานทาบุญ เทศกาลสาคญั หรือต้อนรับ

แขกสาคัญ เพราะขนมบางชนิดจาเป็นต้องใช้กาลังคนอาศัยเวลาในการทาพอสมควร ส่วนใหญ่เป็นขนม

ประเพณี เป็นตน้ ว่า ขนมงาน เนื่องในงานแต่งงาน ขนมพ้ืนบ้าน เช่น ขนมครก ขนมถ้วย ฯลฯ ส่วน

ขนมในรัว้ ในวงั จะ ประณีตวิจิตรบรรจงในการจัดวางรูปทรงขนมสวยงามขนมไทยท่ีนิยมทากันทุกๆภาคของ

ประเทศไทย ในพิธกี ารต่างๆ เน่ืองในการทาบญุ เล้ยี งพระ กค็ ือขนมจากไข่ และมักถือเคลด็ จากชอ่ื และลกั ษณะ

ของขนมน้ัน ๆ งานสิริมงคลต่างๆ เช่น งานมงคลสมรส ทาบุญวันเกิด หรอื ทาบญุ ขนึ้ บ้านใหม่ ส่วนใหญ่

กจ็ ะมีการเลี้ยงพระกับแขกท่มี าในงาน เพอื่ เป็นสิริมงคลของงาน ขนมก็จะมีฝอยทอง เพ่ือหวังให้อยู่ด้วยกันยืด

ยาว มีอายยุ นื ขนมช้นั ก็ให้ได้เลอ่ื นข้นั เงนิ เดือน ขนมถ้วยฟกู ็ขอให้เฟือ่ งฟู ขนมทองเอกก็ขอ ให้ได้เป็นเอก เป็น

ตน้

วตั ถุประสงค์ของการศึกษา
1. เพื่อให้รจู้ ักวธิ ีการทาขนมไทย
2. เพ่ือทจ่ี ะไม่ให้คนไทยลมื ขนมไทย
3. เพื่อใหค้ นไทยอนุรกั ษข์ นมไทยมากขึน้

ขอบเขตของการศึกษา
1. นักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5/4 จานวน 41 คน
2. เนอื้ หา ศึกษาและแกไ้ ข ปญั หาท้งั หมด
3. ระยะเวลา ภาคเรียนท่ี 1/2563

2

สมมติฐานการศึกษา
ผู้คนหันมาให้ความสนใจขนมไทยมากขน้ึ

นิยามศพั ท์เฉพาะ
1. เฟอ่ื งฟู หมายถึง เจริญร่งุ เรือง, เจริญกา้ วหน้า
2. สิรมิ งคล หมายถงึ มงคล, ศรี, มง่ิ ขวัญ
3. ประณตี หมายถึง ละเอียดลออ, เรียบรอ้ ยงดงาม, ท่ีทาอยา่ งบรรจง

ประโยชน์ท่คี าดว่าจะไดร้ ับ
1. ผู้คนหันมาสนใจขนมไทยมากขนึ้
2. คนไทยรักษาและสบื สานขนมไทยตอ่ ไป
3. ประชาชนรนุ่ หลงั ไดเ้ รยี นรู้และไดร้ บั ประทานขนมไทย

บทท่ี 2
เอกสารทีเ่ ก่ยี วข้อง

ในการจดั ทารายงาน วิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้เรื่อง ขนมไทย ผู้จัดทาได้ศึกษาจาก
เอกสารและเวบ็ ไซต์ต่างๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับขนมไทย ตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี
1.ประวตั ิขนมไทย
2.ความสาคัญของขนมไทย
3.ประเภทของขนมไทย
4.ขัน้ ตอนการทาขนมไทย
5.ประโยชน์ของการทาขนมไทย
6.งานวิจัยทเี่ กย่ี วข้อง

ประวตั ิขนมไทย
ขนมไทย เปน็ ของหวานท่ที าและรับประทานกันในอาณาจักรไทย มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจา

ชาติไทยคอื มคี วามละเอียดอ่อนประณีตในการเลอื กสรรวัตถดุ บิ วธิ กี ารทา ท่ีพิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน
สีสันสวยงาม รปู ลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธกี ารรบั ประทานทีป่ ราณตี บรรจงของขนมแต่ละชนิด
ซงึ่ ยังแตกตา่ งกนั ไปตามลักษณะของขนมชนดิ นั้นๆ สาหรับ "เขา้ หนม" นนั้ พระราชวรวงศ์เธอ กรมหม่ืนจรัส
พรปฏญิ าณได้ทรงตั้งขอ้ สนั นษิ ฐานไวว้ ่า "หนม" เพ้ียนมาจาก "ข้าวหนม" เน่ืองจาก "หนม" นั้นแปลว่าหวาน แต่
กลบั ไม่ปรากฏความหมายของ"ขนม" ในพจนานกุ รมไทย มเี พยี งบอกไว้ว่าทางเหนอื เรียกขนมว่า "เข้าหนม" แต่
ถึงอย่างไรก็ไม่พบความหมายของคาว่า "หนม" ในฐานะคาท้องถิ่นภาคเหนือเมื่ออยู่โดด ๆ ในพจนานุกรม
เช่นกัน เข้าหนม แปลวา่ ข้าวหวาน เรียกสนั้ ๆ เร็วๆ กก็ ลายเป็น ขนม ไป (คาว่า เข้าเขียนตามแบบโบราณ ใน
ปัจจุบนั เขียนวา่ ข้าว)

ขนมไทยเร่มิ แพรห่ ลายมากข้ึนในสมยั อยธุ ยา ดงั ปรากฏข้อความในจดหมายเหตุหลายฉบับ บางฉบับ
กล่าวถึง "ย่านปุาขนม" หรือตลาดขนม บางฉบับกล่าวถึง "บ้านหม้อ" ที่มีการปั้นหม้อ และรวมไปถึงกระทะ
ขนมเบ้อื ง เตาและรังขนมครก แสดงใหเ้ หน็ วา่ ขนมครกและขนมเบ้อื งน้ัน คงจะแพรห่ ลายมากจนถึงขนาดมกี าร
ป้ันเตาและกระทะขาย บางฉบับกล่าวถึงขนมชะมด ขนมกงเกวียนหรือขนมกง ขนมครก ขนมเบ้ือง ขนม
ลอดช่อง

4

ความสาคัญของขนมไทย
ขนมไทยหัตถกรรมความอร่อยที่แสดงออกถึงความอ่อนช้อยของความเป็นไทยต้ังแต่ครั้งอดีตกาลท่ี

กอ่ กาเนดิ ภมู ิปญั ญาไทยหลากหลายอย่างให้ สืบสานต่อทงั้ วถิ ชี ีวิตประเพณวี ัฒนธรรมท่ีสามารถนาวัสดุมีอยู่ใน
ท้องถนิ่ มาปรุงแตง่ เป็นของหวานได้มากหลายรปู แบบจัดเปน็ มรดกทางวฒั นธรรมอยา่ งหน่ึงทีบ่ ่งบอกว่าคนไทย
มลี ักษณะนสิ ัยอยา่ งไรเพราะขนมแตล่ ะชนิดลว้ นมเี สนห่ แ์ สดงให้เหน็ ถึงความละเอียดอ่อนประณีตวิจิตรบรรจง
ในรูปลกั ษณ์ต้งั แตว่ ตั ถดุ ิบทใี่ ช้วิธีการทาทกี่ ลมกลืนความพถิ พี ิถันสีที่ใหค้ วามสวยงามมีกลนิ่ หอมรสชาติของขนม
ท่ีละเมยี ดละไมชวนให้รบั ประทานแสดงให้เห็นว่าคน ไทยเป็นคนใจเย็น รักสงบ มฝี ีมือเชิงศิลปะคาวา่ “ขนม”
เขา้ ใจว่ามาจากคาสองคาที่มาผสมกันคือ “ข้าวหนม” และ ” ข้าวนม” เข้าใจว่าเป็นข้าวผสมน้าอ้อย น้าตาล
โดยอนโุ ลมคาวา่ หนม แปลวา่ หวาน ขา้ วหนม ก็แปลว่า ข้าวหวาน เรียกสั้นๆ เร็วๆ ก็กลายเป็น ขนม ไป ส่วน
ทว่ี ่ามาจากข้าวนม (ขา้ วเคลา้ นม) น้ันดูจะเป็นตานานแขกโบราณ อย่างข้าวมธุปายาส (ท่ีนางสุชาดาทาถวาย
พระพุทธเจา้ เม่ือตอนตรัสรู้ก็ว่าเป็นข้าวหุงกับนม) คาว่า ขนม มีใช้มาหลายร้อยปียากจะสันนิฐานแน่นอนได้
เช่นเดียวกับไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอนว่า “ขนมไทย” เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยใดเป็นคร้ังแรก แต่ตาม
ประวตั ศิ าสตรไ์ ทยมหี ลักฐานตอนหนึ่งวา่ มกี ารจารึกช่อื ขนมในแท่งศลิ าจารึก เป็นการจารึกแบบลายแทงสมัย
โบราณ ขนมทปี่ รากฏคือ “ไขก่ บ นกปลอ่ ยบวั ลอยอ้ายต้อื ”ถามผ้ใู หญ่ดูถึง ได้รู้ว่า ไข่กบ หมายถึง เม็ดแมงลัก
นกปล่อย หมายถงึ ลอดชอ่ ง บัวลอย หมายถงึ ข้าวตอก อ้ายตื้อ หมายถึง ข้าวเหนียว ขนมทั้งสี่ใช้น้ากระสาย
อย่างเดียวกันคือ ”น้ากะทิ” โดยใช้ถ้วยใส่ขนม ซ่ึงเราเรียกการเลี้ยงขนม ๔ อย่างน้ีว่า “ประเพณี ๔ ถ้วย”
ขนมประเภทที่ใช้ข้าว(แปูง)น้าตาลมะพรา้ วคงจะมมี าตั้งแต่สมัยสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยาตอนต้นเพราะมีการ
ติดต่อกับต่างประเทศกล่าวว่าในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีท่านผู้หญิงของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์
บรรดาศักดิ์ “ท้าวทองกบี มา้ ” ทาหน้าท่เี ปน็ ผกู้ ากบั ชาวพนกั งานของหวานได้ประดิษฐ์ คิดค้นขนมตระกูลทอง
เพราะมไี ขผ่ สมคอื ทองหยบิ ทองหยอด ทองพลุ ฝอยทอง ทองโปรง่ เป็นต้น กาพย์เหช่ มเคร่ืองคาว-หวาน บท
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ล้นเกลา้ รัชกาลที่ ๒ ที่ทรงพระราชนิพนธ์ ชมพระศรี
สรุ เิ ยนทรา บรมราชชนนดี ว้ ยกระบวนแตง่ เครื่องเสวย ที่ไม่มีผู้ใดจะเสมอได้ในครั้งน้ัน ด้วยกาพย์เห่ชมเคร่ือง
คาวหวาน ที่ไพเราะยง่ิ ในฝีพระหตั ถ์ด้วย

5
ประเภทของขนมไทย

ขนมหวานไทย จะมีความหวานนา หรอื มีความหวานจนรสู้ กึ ในลนิ้ ของผ้รู บั ประทานการทาขนมหวาน
ไทยเป็นเรอื่ งท่ีตอ้ งศกึ ษาและฝึกฝน ต้องใช้ศลิ ปะ วิทยาศาสตรแ์ ละความอดทน และความเป็นระเบียบ ความ
พถิ ีพถิ นั ในการประกอบ ขนมไทยแท้ ๆ ต้องมีกลิ่นหอม หวาน มัน มีความประณีต ท่ีเกิดข้ึนต้ังแต่การเตรียม
สว่ นผสม จนกระทั่งวิธีการทา ขนมไทย สามารถจัดแบง่ เปน็ ชนดิ ต่าง ๆ ไดต้ ามลักษณะของเคร่ืองปรุง ลักษณะ
กรรมวิธใี นการทา และลกั ษณะการหุงตม้ คือ
1. ขนมประเภทไข่ เชน่ ฝอยทอง ทองหยบิ ทองหยอด สังขยา ฯลฯ

2. ประเภทนึง่ เชน่ ขนมชนั้ ขนมสาล่ี ขนมนา้ ดอกไม้ ขนมทราย ฯลฯ

3. ขนมประเภทตม้ เช่น ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว มนั ต้มนา้ ตาล ฯลฯ

6

4. ขนมประเภทกวน เช่น ขนมเปยี กปูน ซ่าหรมิ่ ขนมตะโก้ ฯลฯ

5. ขนมประเภทอบและผงิ เชน่ ขนมดอกลาดวน ขนมบา้ บนิ้ ขนมหนา้ นวล ฯลฯ
6. ขนมประเภททอด เชน่ ขนมกง ขนมฝกั บัว ขนมสามเกลอ ฯลฯ

7

7. ขนมประเภทปิ้ง เช่น ข้าวเหนียวปิ้ง ขนมจาก ฯลฯ
8. ขนมประเภทเชื่อม เชน่ กล้วยเช่อื ม สาเกเชอ่ื ม ฯลฯ

9. ขนมประเภทฉาบ เช่น เผือกฉาบ กล้วยฉาบ มันฉาบ ฯลฯ

8

10. ขนมประเภทน้ากะทิ เช่น เผือกนา้ กะทิ ลอดช่องน้ากะทิ ฯลฯ

11. ขนมประเภทนา้ เชอื่ ม เช่น ผลไม้ลอยแก้ว วนุ้ น้าเชอื่ ม ฯลฯ

12. ขนมประเภทบวด เชน่ กล้วยบวชชี แกงบวดเผือก ฯลฯ
13. ขนมประเภทแชอ่ ม่ิ เชน่ มะม่วงแชอ่ ิ่ม มะเขือเทศแชอ่ ิ่ม สะอนแชอ่ ิ่ม ฯลฯ

9

ขั้นตอนการทาขนมไทย ทองหยบิ

ส่วนผสมขนมทองหยบิ
ไขไ่ ก่ 20 ฟอง
น้าตาลทราย 1 กก.
น้าลอยดอกมะลิ 2.5 ถ้วย

ส่ิงที่ตอ้ งเตรียม
ถาด, ถ้วยตะไล, ช้อน,สอ้ ม

วธิ ที า
1.ต่อยไขใ่ ส่ชาม แยกไข่ขาว ไขแ่ ดง รีดเอาเยือ่ ออก แล้วตไี ขแ่ ดงให้ขึน้ ฟู
2.ใสน่ ้าตาล น้าลอยดอกมะลิ ลงในกระทะทอง ตั้งไฟ พอเดอื นและมลี ักษณะข้น
3.เมื่อนา้ เชอ่ื มข้นไดท้ ี่ ปดิ ไฟ ใหน้ า้ เชื่อมนงิ่ เรมิ่ ตักไขห่ ยดลงทีละชอ้ น โดยหยอดนิ่งๆ ปล่อยไข่แดงไหลง แผ่น
ไข่ก็จะกลม หยอดจนเต็มกระทะ เปดิ ไฟ ใหน้ า้ เช่ือมเดอื ด ลดไฟลง คอยใช้ทัพพีตักน้าเชื่อมราด พอขนมสุกฟู
ใช้ส้อมตักใสถ่ าดโดยอย่าใหท้ บั กนั พออนุ่ หยิบเปน็ จีบ 5 จบี ใสถ่ ้วยตะไล ทาจนหมด

**หมายเหตุ **
1. ถ้าไมม่ ีน้าลอยดอกมะลิ ใชใ้ บเตยตม้ กบั นา้ เชอ่ื มแทนกไ็ ด้ เพราะชว่ ยดับกลนิ่ คาวของไข่ได้
2. การตีไข่ ถา้ ใช้เคร่ืองตีไข่จะสะดวกและเร็วกวา่ การตีดว้ ยมอื
3. การแยกไขข่ าวกบั ไข่แดง ตอ้ งแยกไข่ขาวออกใหห้ มด เพราะถ้ามีไข่ขาวกจ็ ะทาให้ขนมทองหยิบแข็งกระด้าง
ไมน่ า่ กนิ

10

ประโยชนข์ องการทาขนมไทย
ขนมไทย มีรากเหง้ามาจากสงั คมเกษตรผูกพันกับธรรมชาติ วัตถุดิบที่นามาทาเป็นขนมก็ล้วนมาจาก

ธรรมชาติ ดงั น้นั คุณสมบัตหิ ลายประการของผลผลิตตามธรรมชาติก็จะยังคงมีอยู่มาก จากการสารวจคุณค่า
ทางโภชนาการขนมไทย ของกรม อนามยั กระทรวงสาธารณสขุ พบวา่ ขนมไทยส่วนใหญ่ นอกจากจะมีคณุ คา่ ใน
สารอาหารหลกั ๆ อยา่ งคาร์โบไฮเดรต โปรตนี ไข มันแลว้ ยงั มแี ร่ธาตแุ ละวิตามนิ ทสี่ าคญั ต่อร่างกายรวมอีกด้วย
อาทิเช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหลก็ วติ ามินเอ เรตินอล แคโรทนี เป็นตน้ ซึ่งคุณค่าอาหารรวมหมู่แบบนี้จะหา
ไมไ่ ดใ้ นผลติ ภณั ฑ์เสริมอาหาร จะเป็นการสกัดสารอย่างใดอยา่ งหน่งึ มาบรรจุใน แคปซลู เพ่อื ขายในราคาแพงๆ
เทา่ นั้น และในขนมถุงสารอาหารท่ีมีประโยชนเ์ หลา่ นี้ก็ยงั หาทายาได้อยากเช่นกัน
* ใชว้ ตั ถุดิบจากธรรมชาติ

ผกั ใบเขียวหรอื ดอกไม้ ล้วนแล้วแตเ่ ป็นวตั ถุดบิ สาคญั ในการนามาผลิตขนมไทย ตอ้ งไมล่ ืมว่าสังคมไทย
ในยคุ ก่อนนัน้ เป็นสังคมการเกษตร ดังนั้น ผลผลติ ทางการเกษตรจงึ สามารถนามาใช้ในการผลติ เปน็ อาหารตา่ งๆ
ได้อย่างมากมาย รวมถึงของกินอยา่ งขนมด้วย ซ่ึงแน่นอนว่าขนมไทยล้วนแล้วแต่มีกรรมวิธีและใช้วัตถุดิบที่ได้
จากธรรมชาติ จากพืช และอยา่ งทห่ี ลายๆคนทราบ สารอาหารหลักสว่ นใหญน่ ัน้ เกิดจากคาร์โบไฮเดรต โปรตีน
ไขมนั และแน่นอนวา่ ในขนมไทยก็ลว้ นแลว้ แต่มสี ารอาหารเหลา่ นี้อยู่อย่างครบครัน รวมถึงแร่ธาตุและวิตามิน
ตา่ งๆท่มี ปี ระโยชนต์ ่อรา่ งกายอย่างเชน่ แคลเซียม ฟอสฟอรสั เหล็ก วิตามนิ เอ เรียกได้ว่าสารอาหารเหล่านี้หา
ไดจ้ ากตามธรรมชาติ และได้มารวมอยใู่ นขนมไทยเรียบร้อยแล้ว โดยท่ีไม่ต้องไปเสาะหาของจาพวกอาหารเสริม
เลยด้วยซ้า และต้องไม่ลืมว่ากรรมวิธีในการผลิตขนมไทยนั้น แทบไม่ต้องอาศัยเคร่ืองจักรในการผลิต ความ
สะอาด ถูกหลักอนามัยจึงย่อมมีมากกว่าการผลิตขนมด้วยเคร่ืองจักรตามโรงงานอุตสาหกรรมที่อาจจะมี
สารเคมีตกคา้ งได้ด้วย
* เหมาะสมสาหรบั การทานเพอื่ สุขภาพ

ขนมไทยน้ันผลติ จากวัตถุดิบจากธรรมชาติหรือทางเกษตร จึงเหมาะสมสาหรับการทานเพ่ือสุขภาพ
คนไทยในยุคสมัยก่อนจึงมีสุขภาพดี แข็งแรงก็เพราะการไดร้ ับประทานอาหารจากธรรมชาติอย่างเช่นขนมไทย
นี้น่ีเอง อีกทงั้ ยังเป็นทีน่ ยิ มอย่างมากในการนาไปเป็นของหวานตามร้านอาหารหลังจากทานอาหารจานหลัก
เสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือแม้แต่การนาไปเป็นของหวานตามงานเล้ียงต่างๆ เราเห็นได้ชัดจากงานมงคลต่างๆ
อยา่ งเชน่ งานมงคลสมรส หรืองานบวช โดยเฉพาะช่วงเวลาหลังๆมาน้ี มีกลุ่มชมรมเกษตรกรหรือกลุ่มชมรม
ตา่ งๆทีเ่ ร่ิมรณรงคใ์ นการผลติ ขนมไทยเพ่อื จาหน่ายเป็นสินค้า OTOP และตามร้านสะดวกซ้ือทั่วไป อย่างเช่น
ตาม 7-Eleven ในปัจจุบันเริ่มมีการรับขนมช้ันหรือขนมฝอยทองเข้ามาขายบ้างแล้ว เห็นได้เลยว่าขนมไทย
กาลงั แพรห่ ลายอย่างมากในยคุ ปจั จบุ ันนี้
* ใยอาหาร" หรือ Fiber

เป็นอาหารอีกหมู่หน่ึงท่ีรา่ งกายมีความต้องการไมน่ อ้ ยไป กวา่ อาหารหลักหมู่อื่น ใยอาหารนี้แท้ที่จริง
แลว้ คือ คารโ์ บไฮเดรต เชงิ ซ้อนท่ีไม่ใชแ่ ปงู ซึง่ เป็นส่วนประกอบของ พืช ผัก และผลไม้ที่รับประทานได้ แต่ไม่
ถูกยอ่ ยโดยนา้ ยอ่ ยในระบบย่อยอาหาร เมอื่ ผ่านลาไส้ใหญบ่ างสว่ นจะถกู ยอ่ ยโดยจุลนิ ทรยี ์ ทาใหก้ ลายเป็นก๊าซ
คารบ์ อนไดออกไซด์ มีเทน ไฮโดรเจน น้า และกรดไขมัน สายสั้นๆ ซึ่งจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ด้วยเหตุน้ี ใย

11

อาหารจึงมีผลช่วยกระตุ้นการทางานของลาไส้ ทาให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติช่วย ดูดซับสารก่อมะเร็งท่ีอาจ
ปะปนมากบั อาหาร ซง่ึ ร่างกายสามารถขับถา่ ยมาพรอ้ มกับอจุ จาระ ช่วยลดการดดู ซมึ ไขมนั และคอเรสเต อรอล
ในเส้นเลือดได้และเพ่ือสุขภาพที่ดีเราควรบริโภคอาหารท่ีมีเส้นใยอาหารในปริมาณ 25-30 กรัมต่อวัน ซ่ึงใน
ขนมไทยตา่ งมี ใยอาหารประกอบอยูด่ ว้ ยทัง้ ส้ิน
* กากใยอาหาร

ในผกั และผลไมท้ นี่ ามาใชท้ าขนม อย่างเชน่ กลว้ ยบวดชี บวดเผือก บวดฟักทอง ยงั คงสภาพอยู่กากใย
เหล่านีเ้ ปน็ ประโยชนต์ ่อการขบั ถ่ายของร่างกายทีเดยี ว ในขณะที่ ขนมพนั ธใ์ุ หม่ทีใ่ นยุคน้ีจะเป็นขนมท่ีต้องผ่าน
กระบวนการยอ่ ยสลายหลายขั้นตอนมาก แปูงทใี่ ช้ทาขนมกจ็ ะถกู ฟอกขาว มีสารเคมีสงั เคราะห์มากมายเข้าไป
เป็นสว่ นผสมท้ังในแปูงและนา้ ตาล ซ่งึ จะยอ่ ยสลายทันทีในปาก เกิดกรดทาให้ฟันผไุ ดท้ นั ที และความที่อาหารมี
กากใยน้อยลง โรคท่ีตามมาอีก คือ อาการท้องผูก ปัจจุบันกลายเป็นปัญหาของเด็กอย่างย่ิง บางบ้านถึงกับ
ทะเลาะกนั ระหวา่ งแม่กับพอ่ เรื่องการถา่ ยของลกู
* เบต้าแคโรทีน (beta-Carotene)

เป็นองคป์ ระกอบของสารสสี ้มแดง สเี หลอื งในพืช ผัก ผลไม้ เป็นแหล่งของวิตามินเอ เพราะร่างกาย
สามารถเปลย่ี นเบตา้ แคโรทีน ไปเปน็ วิตามนิ เอได้ ซ่ึงวติ ามินเอน้เี ป็นวิตามินชนิดไม่ละลายน้า มีหน้าท่ีเก่ียวกับ
การมองเห็น การเจรญิ เติบโต เป็นสารตา้ นอนมุ ูล อสิ ระของไขมันบนผนังเซลล์ ทาให้ระบบต่างๆ ของร่างกาย
ทางานได้ดี
* แคลเซียม

เปน็ ธาตอุ าหารที่เปน็ โครงสร้างของกระดกู และฟัน ช่วยการหดตัวของกล้ามเนอื้ และการเต้นของหัวใจ
ชว่ ยกระตนุ้ การทางานของเอ็นไซม์

12

งานวิจัยทเี่ กยี่ วขอ้ ง
ชอื่ ผลงาน ทัศนคติของวัยรนุ่ ที่มีตอ่ ขนมไทย
ชอื่ ผู้เสนอผลงาน โสภาพรรณ บรริ กั ษส์ ราวธุ
โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พแุ ค
สงั กดั สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษามธั ยมศกึ ษาสระบรุ ี เขต 1

ศกึ ษาเร่ือง ในอาเภอ เมือง จังหวดั เชียงใหม่ โดยมวี ัตถุประสงค์เพอื่ ศกึ ษาทศั นคตขิ องวยั รุ่นทมี่ ตี อ่ ขนม
ไทยในอาเภอ เมอื ง จงั หวดั เชียงใหม่ กลุ่มตวั อย่างของการศึกษาคร้ังน้ี คอื วัยรุ่นอายุ 15-24 ปี จานวน 325คน
เคร่ืองมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถาม ข้อมูลที่ ได้รับถูกนามาประมวลผลเพ่ื อวิเคราะห์
คา่ ความถี่ รอ้ ยละ และค่าเฉลย่ี เลขคณิต การศึกษาทศั นคติของผูต้ อบแบบสอบถามท่ีมตี อ่ ขนมไทย ในส่วนของ
องคป์ ระกอบดา้ น ความเขา้ ใจ พบว่าผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญร่ ูจ้ กั ขนมไทย และเข้าใจว่าขนมไทยไม่มีตรา
ย่ีหอ้ สว่ นใหญ่ เขา้ ใจว่าขนมไทยมีคณุ คา่ ทางอาหาร มีรสชาติแตกต่างกันไปตามผผู้ ลิตและสามารถหาซื้อได้จาก
ตลาดสด ในสว่ นขององคป์ ระกอบด้านความรู้สึกพบว่าปัจจัยทางการตลาดมีผลต่อการ ตัดสินใจซ้ือขนมไทย
ดงั ตอ่ ไปนี้

สว่ นประสมทางการตลาดดา้ นผลิตภัณฑ์ ปัจจัยด้านผลติ ภัณฑ์ที่มผี ลต่อการตัดสินใจซื้อ ขนมไทยของ
ผู้ตอบแบบสอบถามเฉล่ียโดยรวมมีผลอยูในระดับมาก โดยปัจจัยที่มีผลเป็นลาดับแรก ได้แก่ ขนมไทยมี
หลากหลายชนิด

ส่วนประสมทางการตลาดด้านราคา ปัจจัยด้านราคามีผลต่อการตัดสินใจซื้อขนมไทยของ ผู้ตอบ
แบบสอบถามเฉลย่ี โดยรวมมีผลอยูในระดับน้อย โดยปัจจัยท่ีมีผลเป็นลาดับแรก ได้แก่ ขนม ไทยแต่ละร้านมี
ราคาขายไม่ เท่ากัน ทั้งที่เปน็ ขนมชนดิ เดียวกัน

สว่ นประสมทางการตลาดด้านสถานที่ ปัจจัยด้านสถานที่มีผลต่อการตัดสินใจซ้ือขนมไทย ของผู้ตอบ
แบบสอบถามเฉล่ียโดยรวมมีผลอยูในระดบั มาก โดยปัจจัยที่มีผลเป็นลาดับแรก ได้แก่ ร้านจาหน่ายขนมไทย
สะอาดมีอนามยั

ส่วนประสมทางการตลาดด้านการส่งเสริมการตลาด ปัจจัยด้านการส่งเสรมการตลดามีผล ต่อการ
ตดั สนิ ใจซ้ือขนมไทยของผตู้ อบแบบสอบถามเฉลี่ยโดยรวมมีผลอยูในระดับมากโดย ปัจจัยที่มีผลเป็นลาดับแรก
ไดแ้ ก่ การโฆษณาของขนมไทย

โสภาพรรณ บริรักษ์สราวุธ (2545). ทัศนคติของวัยรุ่นท่ีมีต่อขนมไทย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก.
http://dspace.bu.ac.th/bitstream/123456789/342/1/Busayapong_musi.pdf
(วันที่คน้ ข้อมูล : 5 ตลุ าคม 63).

บทที่ 3
วธิ กี ารศึกษาค้นควา้

ในการศกึ ษาครงั้ น้ี ผู้ศกึ ษาไดท้ าการศึกษาเรอื่ งขนมไทย โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ พุแค จังหวัด สระบุรี ซ่ึง
มีวิธีการดงั นี้

ระเบียบวธิ ีทีใ่ ชใ้ นการศึกษา

ในการศึกษาใช้รูปแบบ การสารวจ การศึกษาค้นคว้า ด้วยวิธีการ สืบค้นข้อมูล จากหนังสือ
อนิ เตอร์เน็ต และตอบแบบสอบถาม

ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ งทีใ่ ช้ในการศึกษา

ประชากร
ประชากรท่ีใช้ในการศึกษาคร้ังน้ี เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน

เทพศิรินทร์ พุแค จังหวัดสระบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จานวน 6 ห้องเรียน ห้องละ 6 คน
เป็นนักเรียนท้ังสิ้น 219 คน

กลมุ่ ตวั อยา่ ง
กลมุ่ ตัวอย่างทใ่ี ช้ในการศกึ ษาครัง้ น้ไี ดแ้ กน่ ักเรียนระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียน

เทพศิรินทร์ พุแค จงั หวดั สระบรุ ี ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2563 เปน็ นักเรียนทัง้ ส้ิน 219 คน ได้มาโดยวิธีสุ่ม
ตวั อย่างอยา่ งงา่ ย จานวน 6 หอ้ งเรยี น เพ่ือตอบแบบสอบถามทีส่ รา้ งขน้ึ

ระยะเวลาท่ใี ช้ในการศึกษา
ระยะเวลาท่ีใช้ในการศึกษา ในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2563 เป็นเวลา 4 เดือน ต้ังแต่เดือน

กรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน

14

วธิ ดี าเนนิ การศึกษา

ผศู้ กึ ษาได้ดาเนินการตามขัน้ ตอนดังน้ี

1. กาหนดเรื่องที่จะศึกษา โดยสมาชิกทั้ง 6 คน ประชุมร่วมกัน และร่วมกันคิด
และวางแผน ว่าจะศึกษาเรื่อง ขนมไทย โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค จังหวัดสระบุรี

2. สารวจปัญหาที่พบในโรงเรียน ซึ่งมีท้ังปัญหาด้านผู้เรียน ครูผู้สอน อาคาร สถานท่ี
ส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรยี น ฯลฯ

3. เลอื กเร่อื งท่ีจะศึกษา โดยเลือกเรือ่ งทส่ี มาชิกมีความสนใจมากทสี่ ดุ เพ่ือเป็นแรงจูงใจใน
การคน้ หาคาตอบ

4. ศึกษาแนวคดิ ในการแกป้ ัญหา
5. ต้งั ชือ่ เรือ่ ง
6. สมาชิกท้ัง 6 คนของกลุ่ม พบครูผู้สอนเพ่ือปรึกษา วางแผนและรับฟัง
ความคิดเห็น ปรับปรุงแก้ไข
7. เขยี นความสาคญั ความเป็นมาของปญั หา วัตถปุ ระสงค์ สมมุตฐิ าน ขอบเขต
การวจิ ัยและประโยชน์ที่คาดวา่ จะได้รบั โดยศกึ ษาขอ้ มูลจากหนังสือ วทิ ยานิพนธแ์ ละสบื คน้ ขอ้ มูล
จากอนิ เตอรเ์ นต็ และจดบนั ทกึ ในโครงร่างรายงานเชงิ วชิ าการ
8. สรา้ งเครือ่ งมือ ทเี่ ปน็ แบบสอบถาม จานวน 8 ขอ้
9. นาเครือ่ งมือท่ปี รับปรงุ แล้วไปใช้กบั กลุ่มตวั อยา่ ง
10. รวบรวมข้อมูล
11. วเิ คราะห์ข้อมลู
12. สรุปผลการศึกษา

15

ขั้นตอนวธิ ดี าเนินการศึกษา
กาหนดเรือ่ งทีจ่ ะศึกษา

สารวจปัญหาและเลอื กเรอื่ ง

ศกึ ษาแนวคิดและการแกป้ ญั หา

ตั้งช่ือเร่อื งท่ีจะศึกษา

พบครูทปี่ รึกษา (คุณครูยุวดี ญาณสทิ ธ์ิ)

ศกึ ษาวธิ ีการเขยี นบทนา

สรา้ งเคร่อื งมอื (แบบสอบถาม)

ปรับปรงุ เครอ่ื งมอื และนาไปทดลอง
ใชก้ ลับกล่มุ ตัวอยา่ ง
รวบรวมขอ้ มูล

วเิ คราะห์ข้อมลู
สรปุ ผลการศึกษา

16

เคร่ืองมือที่ใช้ในการศึกษา
เคร่ืองมือที่ใช้ในการศกึ ษาครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม 1 ฉบบั ซง่ึ มีรายละเอียดดงั น้ี
1. ออกแบบสอบถาม เร่อื ง การศกึ ษาและแก้ปญั หาการทาขนมของนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5

โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พแุ ค จังหวัดสระบุรี โดยขอคาแนะนาจาก คุณครูยุวดี ญาณสทิ ธิ์ โดยเตรยี มรา่ งขอ้ คาถาม
มลี กั ษณะเป็นข้อคาถามจานวน 10 ข้อ เป็นแบบมาตราสว่ นประมาณ 5 ระดับ คอื

5 หมายถงึ เหน็ ดว้ ยมากทสี่ ุด
4 หมายถึง เหน็ ด้วยมาก
3 หมายถึง เหน็ ดว้ ยปานกลาง
2 หมายถงึ เห็นด้วยน้อย
1 หมายถงึ เหน็ ด้วยนอ้ ยทสี่ ดุ

การพจิ ารณาคา่ เฉลยี่ ใชเ้ กณฑด์ ังน้ี หมายถึง เห็นด้วยมากท่สี ดุ
คา่ เฉลยี่ 4.51 – 5.00 หมายถงึ เหน็ ดว้ ยมาก
คา่ เฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถงึ เหน็ ดว้ ยปานกลาง
คา่ เฉลย่ี 2.51 – 3.50 หมายถงึ เห็นดว้ ยนอ้ ย
ค่าเฉลยี่ 1.51 – 2.50 หมายถึง เห็นดว้ ยนอ้ ยท่ีสุด
ค่าเฉลย่ี 1.00 – 1.50

2. สรา้ งแบบสอบถาม เรื่องการศึกษาและแก้ปัญหาการทาขนมของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5
โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พแุ ค จังหวัดสระบุรี โดยขอคาแนะนาจากคุณครูยุวดี ญาณสิทธิ์ จากน้ันนามาปรับปรุง
แกไ้ ข แล้วนาไปตรวจสอบความเหมาะสม

17

3. นาแบบสอบถามเรื่อง การศึกษาและแก้ปัญหาการทาขนมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค จังหวัดสระบุรี ที่แก้ไข ปรับปรุงแล้วให้กลุ่มตัวอย่างประเมิน หลังจากนั้นนาผล
ที่ได้มาหาค่าเฉล่ีย

การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
การศึกษาครั้งนไ้ี ดด้ าเนินการโดยนาแบบสอบถามทีส่ รา้ งขึ้นใหน้ ักเรียนกลุ่มตวั อยา่ งตอบ จานวน 41

คน และเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู จากนกั เรียน ท่ีเป็นกลุ่มตัวอย่าง โดยผู้ศึกษาท้ัง 6 คน ดาเนิน การเก็บรวบรวม
ข้อมลู ดว้ ยตนเอง

การวิเคราะหข์ ้อมลู
ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล ผศู้ กึ ษาไดว้ ิเคราะหข์ อ้ มูลดงั นี้
1. นาแบบสอบถามทง้ั หมดที่ตอบโดยนกั เรยี นกลมุ่ ตัวอย่าง มาหาคา่ คะแนนรวม
2. นาผลรวมมาคดิ คา่ ร้อยละ 2.53

สถิตทิ ่ีใชใ้ นการศกึ ษา
สถติ ิที่ใชใ้ นการศกึ ษาครง้ั น้ี คือ การหาค่าเฉลยี่ คิดเปน็ ร้อยละ 2.53

บทที่ 4
ผลการศกึ ษาคน้ คว้า

การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน
เทพศิรินทร์ พแุ ค จงั หวัดสระบรุ ี รูจ้ ักการทาขนมไทยต่างๆ และอนุรักษ์ขนมไทยไว้ ไมให้คนไทยลืมขนมไทย
โดยนาเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ดงั นี้

นกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์ พุแค จังหวัดสระบุรี หันมาให้ความสนใจในการ
ทาขนมไทยมากขึน้ ร้จู กั วธิ ีการทาและชว่ ยกนั รักษาขนมไทยไวไ้ มใ่ ห้สูญหายไป

ตารางที่ 1 แสดงผลระดบั คะแนนการประเมนิ เร่อื ง การศึกษาและแก้ปัญหาการทาขนมไทยของนักเรียนชั้น
มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พแุ ค จังหวดั สระบุรี จานวนกลุม่ ตัวอย่าง 41 คน

คา่ คะแนนรอ้ ยละ

รายการประเมิน 5 4 3 21

1. นกั เรยี นคดิ ว่าการทาขนมไทยมีประโยชน์ 39.02 46.34 7.31 0 0

2. นักเรียนส่วนใหญ่ชอบรบั ประทานขนมไทย 31.70 39.02 21.95 0 0

3. นักเรียนส่วนใหญ่รู้จักขนมไทย 29.26 43.90 17.07 4.87 0

4. ขนมไทยแสดงความเป็นเอกลักษณข์ องความเป็นไทย 75.60 2.43 9.75 2.43 0

5. ขนมไทยส่วนใหญใ่ ช้ในงานมงคล 60.97 29.26 2.43 0 0

6. ความอรอ่ ยของขนมไทย 43.90 43.90 4.87 0 0

7. นักเรียนควรอนรุ ักษข์ นมไทย 70.73 17.07 4.87 0 0

8. นกั เรียนจะนาความรูท้ ่ไี ด้จากการทาขนมไทยไปใช้ประโยชน์ 48.78 36.58 7.31 0 0

19

จากตารางที่ 1 พบว่านักเรียนคิดวา่ การทาขนมไทยมีประโยชน์ ระดับ 5 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 39.02 ระดับ
4 คดิ เปน็ ร้อยละ 46.34 ระดับ 3 คิดเป็นร้อยละ 7.31 ระดับ 2 คิดเป็นร้อยละ 0 ระดับ 1 คิดเป็นร้อยละ 0
นักเรียนส่วนใหญ่ชอบรับประทานขนมไทย ระดับ 5 คิดเป็นร้อยละ 31.70 ระดับ 4 คิดเป็นร้อยละ 39.02
ระดบั 3 คิดเปน็ ร้อยละ 21.95 ระดับ 2 คิดเป็นร้อยละ 0 ระดับ 1 คิดเป็นร้อยละ 0 นักเรียนส่วนใหญ่รู้จัก
ขนมไทย ระดบั 5 คิดเปน็ รอ้ ยละ 29.26 ระดบั 4 คิดเปน็ รอ้ ยละ 43.90 ระดบั 3 คิดเป็นร้อยละ 17.07 ระดับ
2 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 4.87 ระดับ 1 คิดเป็นรอ้ ยละ 0 ขนมไทยแสดงความเปน็ เอกลักษณ์ของความเป็นไทย ระดับ
5 คดิ เป็นร้อยละ 75.60 ระดับ 4 คดิ เปน็ ร้อยละ 2.43 ระดบั 3 คิดเป็นร้อยละ 9.75 ระดับ 2 คิดเป็นร้อยละ
2.43 ระดับ 1 คิดเปน็ ร้อยละ 0 ขนมไทยส่วนใหญ่ใช้ในงานมงคล ระดบั 5 คิดเป็นร้อยละ 60.97 ระดับ 4 คิด
เป็นรอ้ ยละ 29.26 ระดบั 3 คิดเปน็ รอ้ ยละ 2.43 ระดบั 2 คิดเป็นร้อยละ 0 ระดับ 1 คิดเป็นร้อยละ 0 ความ
อร่อยของขนมไทย ระดับ 5 คิดเป็นร้อยละ 43.90 ระดับ 4 คิดเป็นร้อยละ 43.90 ระดับ 3 คิดเป็นร้อยละ
4.87 ระดับ 2 คิดเป็นร้อยละ 0 ระดบั 1 คดิ เป็นร้อยละ 0 นกั เรยี นควรอนุรกั ษข์ นมไทย ระดับ 5 คิดเปน็ รอ้ ยละ
70.73 ระดบั 4 คิดเป็นร้อยละ 17.07 ระดับ 3 คิดเปน็ ร้อยละ 4.87 ระดับ 2 คิดเปน็ ร้อยละ 0 ระดับ 1 คิดเป็น
รอ้ ยละ 0 นักเรยี นจะนาความรู้ทไี่ ดจ้ ากการทาขนมไทยไปใชป้ ระโยชน์ ระดับ 5 คดิ เปน็ ร้อยละ 48.78 ระดบั 4
คดิ เปน็ ร้อยละ 36.58 ระดับ 3 คิดเป็นรอ้ ยละ 7.31 ระดบั 2 คิดเปน็ ร้อยละ 0 ระดบั 1 คิดเปน็ ร้อยละ 0

20

ตารางท่ี 2 แสดงผลการประเมินเร่ือง การศึกษาและแก้ปัญหาการทาขนมไทยของนักเรียนช้ัน
มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พแุ ค จงั หวดั สระบุรี

รายการประเมิน คา่ เฉลีย่ ระดับคณุ ภาพ

1. นักเรยี นคิดว่าการทาขนมไทยมปี ระโยชน์ 1.85 นอ้ ย

2. นกั เรยี นส่วนใหญ่ชอบรับประทานขนมไทย 1.56 นอ้ ย

3. นักเรยี นส่วนใหญร่ จู้ ักขนมไทย 1.75 น้อย

4. ขนมไทยแสดงความเป็นเอกลกั ษณข์ องความเป็นไทย 3.78 มาก

5. ขนมไทยสว่ นใหญ่ใช้ในงานมงคล 3.04 ปานกลาง

6. ความอร่อยของขนมไทย 2.31 นอ้ ย

7. นักเรยี นควรอนุรักษข์ นมไทย 3.53 มาก

8.นกั เรยี นจะนาความรู้ที่ได้จากการทาขนมไทยไปใชป้ ระโยชน์ 2.43 นอ้ ย

รวมทั้งหมด 2.53

จากตารางที่ 2 พบว่านักเรยี นคิดว่าการทาขนมไทยมีประโยชน์ มีค่าเฉลี่ย 1.85 ในระดับคุณภาพ
น้อย นักเรียนสว่ นใหญช่ อบรับประทานขนมไทย มีค่าเฉลี่ย 1.56 ในระดับคุณภาพ น้อย นักเรียนส่วนใหญ่
รจู้ กั ขนมไทย มีค่าเฉล่ีย 1.75 ในระดับคุณภาพ น้อย ขนมไทยแสดงความเป็นเอกลกั ษณข์ องความเปน็ ไทย มี
ค่าเฉล่ีย 3.78 ในระดับคุณภาพ มาก ขนมไทยสว่ นใหญใ่ ช้ในงานมงคล มีค่าเฉลี่ย 3.04 ในระดับคุณภาพ
ปานกลาง ความอร่อยของขนมไทย มีค่าเฉลี่ย 2.31 ในระดับคุณภาพ น้อย นักเรียนควรอนุรักษ์ขนมไทย มี
ค่าเฉล่ีย 3.53 ในระดับคุณภาพ มาก นักเรยี นจะนาความรูท้ ่ไี ดจ้ ากการทาขนมไทยไปใชป้ ระโยชน์ มีค่าเฉล่ีย
2.43 ในระดับคุณภาพ น้อย

บทที่ 5

อภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ

จากการศึกษาคร้ังนี้ เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค จังหวัด
สระบุรี รู้จักการทาขนมไทย รู้จักขนมไทยมากข้ึน และช่วยกันรักษา สืบสานขนมไทยต่อไป สามารถสรุปผล
อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะได้ดังน้ี

วตั ถปุ ระสงคข์ องการศึกษา
1. เพ่ือให้นกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรียนเทพศริ ินทร์ พุแค จังหวัดสระบุรี รู้จักวธิ ีการทาขนม

ไทยต่างๆ
2. เพือ่ ให้นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค จังหวัดสระบุรี ไม่ลืมขนมไทย

และหนั มาใหค้ วามสนใจมากข้ึน
3. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ พุแค จังหวัดสระบุรี อนุรักษ์ขนมไทย

มากขน้ึ

ขอบเขตของการศึกษา
1. ประชากรทใ่ี ช้ในการศกึ ษา
ประชากรท่ใี ชใ้ นการศึกษาคร้งั น้ี ศกึ ษาปญั หาการทาขนมไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5

โรงเรียนเทพศิรินทร์ พแุ ค จงั หวดั สระบรุ ี จานวน 6 หอ้ ง หอ้ งละ 6 คน
2. กลมุ่ ตวั อย่างที่ใชใ้ นการศกึ ษา
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาการแก้ปัญหาการทาขนมไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

โรงเรียนเทพศิรินทร์ พแุ ค จังหวดั สระบรุ ี

เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ในการศกึ ษา
เครอื่ งมอื ท่ใี ช้ในการศึกษาครั้งน้ี ประกอบด้วยแบบสอบถาม จานวน 1 ฉบับ เรื่อง การศึกษาและ

แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ท า ข น ม ไ ท ย ขอ ง นั ก เ รี ย น ชั้ น มั ธย ม ศึ ก ษา ปี ที่ 5 โ ร ง เ รี ย น เ ท พ ศิ ริ น ท ร์ พุ แ ค
จังหวัดสระบุรี จานวน 8 ขอ้

22

การวเิ คราะหข์ อ้ มูล
ในการวิเคราะหข์ ้อมลู ผู้ศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูลของนักเรียนที่มีต่อ เร่ือง การศึกษาและแก้ปัญหา

การทาขนมไทยของนักเรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรียนเทพศิรินทร์ พแุ ค จงั หวัดสระบรุ ี โดยการคิดคะแนน
เฉลีย่ เปน็ ค่ารอ้ ยละ 2.53

สรุปผลการศึกษา
ผลการศึกษาที่มีต่อการศึกษา เรื่องการศึกษาและแก้ปัญหาการทาขนมไทยของนักเรียน

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรียนเทพศริ นิ ทร์ พแุ ค จังหวดั สระบรุ ี อยู่ในระดบั คุณภาพปานกลาง

การอภิปรายผล
จากการศึกษาการศึกษาและแก้ปัญหาการทาขนมไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน

เทพศริ ินทร์ พุแค จังหวดั สระบุรี พบวา่ นักเรียนทุกคน มีความพึงพอใจหรือทัศนคติ อยู่ในระดับ ปานกลาง
คดิ เป็นรอ้ ยละ 2.53

ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะในการศกึ ษาครงั้ นี้
1. สามารถนาไปศึกษาปัญหาต่าง ๆ ท่ีพบในสถานที่ต่างๆได้ แต่ควรมีตัวแปรร่วมด้วย เพื่อให้

การศกึ ษามคี ุณภาพ
2. สามารถนาไปศึกษากับกลุ่มตวั อย่างอืน่
3. ควรมเี วลาศกึ ษามากข้ึน
4. วธิ ีการทาขนมไทยและอนุรกั ษไ์ ว้
5. ควรเพม่ิ รายการประเมินใหม้ ากขน้ึ

ภาคผนวก ก

ภาคผนวก ก แบบสอบถาม

บรรณานกุ รม

จฑุ ารตั น์ แก้ววา. (2560). ทีม่ าของขนมไทย สืบคน้ 1 ตลุ าคม 2563 จาก
https://sites.google.com/site/0926kanomthai/dessert_ofthailandhtml
พชั รนิ ทร์ นาวาแกว้ . (2559). ความสาคัญของขนมไทย สืบค้น 1 ตุลาคม 2563 จาก
http://www.mh.ac.th/StudentWorkM6/Ornanong62/s3.htm
โสภาพรรณ บรริ กั ษส์ ราวธุ . (2545). งานวจิ ยั ทเ่ี กีย่ วข้อง สืบคน้ 5 ตลุ าคม 2563 จาก
http://dspace.bu.ac.th/bitstream/123456789/342/1/Busayapong_musi.pdf
ดารณิ ี สมศรี. (2563). วธิ ีการทาขนมไทย สืบค้น 5 ตุลาคม 2563 จาก
https://cooking.kapook.com/view131103.html
อาสาสมัครวิกิพีเดีย. (2563). ประวัติขนมไทย สืบค้น 6 ตุลาคม 2563 จาก
https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E 0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%84
%E0%B8%97%E0%B8%A2&oldid=9081572


Click to View FlipBook Version