ขยายประธานดว้ ยกลุ่มคาํ
รถขนขยะเทศบาลมาเกบ็ ขยะตรงเวลา
พรรคการเมืองซีกฝ่ ายคา้ นทาํ หนา้ ท่ีตรวจสอบไดอ้ ยา่ งเขม้ แขง็
ขยายประธานดว้ ยประโยค
รถคนั ที่จอดอยหู่ นา้ ตึกเป็ นของพอ่ ฉนั เอง
ครูผรู้ ับผดิ ชอบดา้ นน้ีจะเป็นคนอธิบายใหเ้ ธอทราบเอง
งานท่ีฉนั ไดร้ ับมอบหมายมายงั ทาํ ไม่เสร็จเลย
การขยายกริยา
ขยายกริยาดว้ ยคาํ
เจา้ แตม้ กินจุ
เธออ่านหนงั สือเร็ว
หล่อนหนา้ ตาเหมือนแม่มาก
ขยายกริยาดว้ ยกลุ่มคาํ
เขาเดินกม้ หนา้ กม้ ตาไปตลาด
นกั เรียนส่งจดหมายทางไปรษณีย์
เขาปฏิบตั ิตามกฎจราจรอยา่ งเคร่งครัด
ขยายกริยาดว้ ยประโยค
คนไขก้ ินยาตามหมอส่ังทุกประการ
ครูบางคนพดู จนลิงหลบั
พอ่ ใหฉ้ นั ช่วยแม่ทาํ งานบา้ น
จาํ ไวค้ าํ บอกจาํ นวนนบั ขยายกรรมเสมอ
๓. ขยายกรรม
ขยายกรรมดว้ ยคาํ
เขาส่งจดหมายรักใหฉ้ นั
แม่ซ้ือเส้ือยดื มาจากหา้ งโรตสั
รถติดเป็ นปัญหาสาํ คญั
ขยายกรรมดว้ ยกลุ่มคาํ
แม่ครัวทาํ อาหารหลายอยา่ ง
นกั ท่องเท่ียวซ้ือของที่ระลึกจาํ นวนมาก
นกั ร้องหญิงเลือกร้องเพลงที่ไพเราะมากใหล้ ูกคา้ ฟัง
เอกสารการสอน ท ๓๓๒๐๔ หลกั ภาษาไทย ๔๙ ครูเทพพงษ์ ปานเพช็ ร
ขยายกรรมดว้ ยประโยค
รถติดเป็ นปัญหาท่ีผบู้ ริหารแกไ้ ขไมไ่ ด้
พอ่ ซ้ือบา้ นท่ีตกแต่งไวเ้ รียบร้อยพร้อมเขา้ อยไู่ ดเ้ ลย
ครูสนบั สนุนนกั เรียนคนที่มีคุณธรรม
ชนิดของประโยค
ประโยคท่ีเราใชส้ ่ือสารกนั แบง่ เป็น ๓ ชนิด คือ
๑. ประโยคความเดียว เป็นประโยคที่มีใจความเพยี งใจความเดียว ประกอบดว้ ยภาคประธานและภาค
แสดง มีโครงสร้างดงั น้ี
๑.๑ ประธาน + กริยา
น้าํ ไหล ไฟดบั นกร้อง ดอกไมบ้ าน ฝนตก นกบิน
นกแกว้ ร้อง นอ้ งชายฉนั นง่ั ไมบ้ รรทดั พลาสติกหกั นกร้องเสียงไพเราะ
ฝนตกหนกั นกบินสูง ฉนั ยมิ้ แฉ่งนอ้ งนง่ั ยองๆ ลมพดั เฉ่ือยฉิว
๑.๒ ประธาน + กริยา + กรรม
นกนอ้ ยทาํ รัง เจา้ สวั ขยายกิจการ พนกั งานยกกระเป๋ า
นอ้ งชายเตะฟุตบอล แมท่ าํ อาหารหลายอยา่ ง
๑.๓ ประธาน + กริยา + ส่วนเติมเตม็
แมวเหมือนเสือ เขาเป็นทหารอากาศ แม่คือตเู้ อทีเอม็
เสียงเขาคลา้ ยหลวงไก่ เขนยแปลวา่ หมอน ธรรมคือคุณากร
๒. ประโยคความรวม เป็นประโยคที่ประกอบดว้ ยประโยคต้งั แต่ ๒ ประโยคข้ึนไปมารวมกนั โดยมี
คาํ สันธานเป็นคาํ เชื่อม ประโยคท้งั ๒ เป็นอิสระจากกนั สามารถแยกไดโ้ ดยยงั มีความสมบูรณ์ในตวั เอง ไม่
ตอ้ งอาศยั กนั แบ่งตามเน้ือความเป็น ๔ ชนิด ดงั น้ี
๒.๑ ความรวมแบบคลอ้ ยตาม ต่อเน่ืองกนั ใชส้ ันธาน และ กบั คร้ัน...จึง ท้งั ..และแลว้ จึง
พอ...ก็ คร้ัน...ก็ เช่น
เขาและเธอเดินเกี่ยวกอ้ ยกนั
คร้ันนกั เรียนนง่ั เรียบร้อยครูจึงแจกเอกสาร
พอฉนั เร่ิมอ่านหนงั สือตาก็เร่ิมปิ ด
ฉนั ทาํ งานบา้ นเสร็จแลว้ จึงอาบน้าํ
ท้งั เขาและเธอตกลงร่วมกนั ได้
เดก็ ๆนง่ั เล่นหมากเก็บใตถ้ ุนบา้ น
พอ่ นง่ั อา่ นหนงั สือพิมพอ์ ยทู่ ่ีโซฟา
เอกสารการสอน ท ๓๓๒๐๔ หลกั ภาษาไทย ๕๐ ครูเทพพงษ์ ปานเพช็ ร
๒.๒ ความรวมแบบขดั แยง้ ใชส้ นั ธาน แต่ แต่ทวา่ ถึง...แต่ก็ กวา่ ...ก็ ท้งั ที่...กย็ งั แม.้ ..ก็
ฝ่ าย ส่วน เช่น
เขาสอบไดแ้ ตฉ่ นั สอบตก
กวา่ เขาจะเรียนจบแมก่ เ็ สียนาไปหลายแปลง
แมเ้ ขาจะทาํ ตวั ดีอยา่ งไรฉนั ก็ไมส่ นใจ
ฉนั แตง่ ชุดหนงั ส่วนเธอแต่งชุดไทย
นกั เรียนพยายามช้ีแจงฝ่ ายครูไม่ยอมฟัง
๒.๓ ความรวมแบบเลือกอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง ใชส้ ันธาน หรือ หรือไมก่ ็ มิฉะน้นั ...ก็ หรือ
ไม่เช่นน้นั เช่น
เขาไม่รู้จะวา่ จะพดู ดีหรือไม่พดู ดี
ลูกตอ้ งอา่ นหนงั สือหรือไม่กม็ าช่วยแมท่ าํ งาน
เธอตอ้ งทาํ งานใหเ้ สร็จไมเ่ ช่นน้นั ไม่ไดค้ า่ จา้ ง
เมาแลว้ อยา่ ขบั มิฉะน้นั จะไดร้ ับอนั ตราย
๒.๔ ความรวมแบบเป็นเหตุเป็นผล ใชส้ ันธาน จึง เพราะฉะน้นั จึง เพราะ...จึง ดงั น้นั
ประโยคเหตุอยหู่ นา้ ประโยคผลอยหู่ ลงั เช่น
แน็ตเรียนพิเศษจึงทาํ ขอ้ สอบไดค้ ะแนนดี
หล่อนมีความมุง่ มน่ั ฉะน้นั จึงประสบความสาํ เร็จ
เพราะเขาโดนใบแดงจึงหมดสิทธ์ิลงเลือกต้งั
เขาเป็นคนจริงใจดงั น้นั จึงเป็ นที่รักของทุกคน
๓. ประโยคความซอ้ น เป็นประโยคที่มีประโยคท้งั แต่ ๒ ประโยคมาซอ้ นกนั ประโยคหน่ึงเป็ น
ประโยคหลกั เรียกวา่ มุขยประโยค อีกประโยคเป็นประโยคยอ่ ย เรียกวา่ อนุประโยค ทาํ หนา้ ที่เป็นเป็น
ประธานหรือเป็นประโยคขยาย โดยมีประพนั ธสรรพนามหรือบุพบทเป็นคาํ เชื่อม แบ่งเป็น ๓ ชนิด คือ
๓.๑ นามานุประโยค ประโยคยอ่ ยทาํ หนา้ ท่ีเป็นประธาน กรรมหรือส่วนเติมเตม็ ของประโยค
หลกั เช่น
คนนงั่ ใตต้ น้ ไมโ้ บกมือใหฉ้ นั (ประโยคยอ่ ยเป็ นประธาน)
เขาทาํ อยา่ งน้ีส่อนิสัยไม่ดี (ประโยคยอ่ ยเป็ นประธาน)
ฉนั เห็นเด็กเตะฟุตบอล (ประโยคยอ่ ยเป็ นกรรม)
ครูชอบคนส่งงานตรงเวลา (ประโยคยอ่ ยเป็ นกรรม)
พอ่ ฉนั คือคนบริจาคเงินสร้างศาลาน้ี (ประโยคยอ่ ยเป็ นส่วนเติมเตม็ )
ผอู้ าํ นวยการเป็นคนพิจารณาตดั สินใจ (ประโยคยอ่ ยเป็ นส่วนเติมเตม็ )
เอกสารการสอน ท ๓๓๒๐๔ หลกั ภาษาไทย ๕๑ ครูเทพพงษ์ ปานเพช็ ร
๓.๒ คุณานุประโยค ประโยคยอ่ ยทาํ หนา้ ท่ีขยายประธานหรือกรรม โดยมีประพนั ธสรรพนาม
ที่ ซ่ึง อนั ผู้ เป็นคาํ เช่ือม เช่น
แมวที่จบั จิ้งจกมีตาสีฟ้ า
คนซ่ึงชนะเลือกต้งั ไดเ้ ป็นประธาน
นกั ร้องผมู้ ีเสียงไพเราะไดร้ ับรางวลั
แม่ซ้ือเส้ือท่ีมีสีสนั ฉูดฉาด
เขากลบั บา้ นอนั เป็นถ่ินเกิด
ฉนั รักเขาผมู้ ีจิตใจดีงาม
พุทธโอวาทเป็ นคาํ สอนอนั น่าเลื่อมใส
๓.๓ วเิ ศษณานุประโยค ประโยคยอ่ ยทาํ หนา้ ท่ีขยายกริยาหรือวเิ ศษณ์ โดยมีบุพบท เมื่อ เพราะ
ตาม จน ต้งั แต่ หลงั จาก ในขณะ เนื่องจาก อยา่ งที่ เหมือนเป็ นคาํ เช่ือม เช่น
พอ่ ทาํ งานหนกั จนลม้ ป่ วย
เดก็ ๆพดู ตามครูสอน
เธออดอาหารเพ่ือลดความอว้ น
ฉนั เห็นเธอตงั แต่เดินเขา้ ประตูมา
ผจู้ ดั การข้ึนเงินเดือนใหฉ้ นั หลงั จากฉนั ทุม่ เททาํ งาน
พอ่ ทาํ งานหนกั เพอื่ ส่งเสียให้รู้เรียนหนงั สือ
เขายงิ ปื นแมน่ ราวกบั ส่ังได้
โรงเรียนมีช่ือเสียงอยา่ งท่ีเราคาดไมถ่ ึง
เขายงั กม้ หนา้ ทาํ งานในขณะที่ฝนตกลงมาอยา่ งหนกั
ครูยนิ ดีดว้ ยท่ีนกั เรียนสอบเขา้ เรียนต่อไดห้ ลายคน
คนมีความสุขเพราะรู้จกั พอเพียง
เศรษฐกิจตกต่าํ เน่ืองจากภาวะเงินผนั ผวน
ขอ้ สงั เกต
๑) สองประโยคสุดทา้ ยเป็นประโยคท่ีเป็นเหตุผล ถา้ ประโยคผลอยหู่ นา้ เป็ นประโยคความซอ้ น
๒) ประโยคต่อไปน้ีไมใ่ ช่ประโยคความซอ้ นเพราะเป็นประโยคเดียว ถึงแมจ้ ะมีคาํ วา่ “ท่ี ซ่ึง อนั ”
แม่ซ้ือบา้ นหลงั ใหม่ที่ชายทะเล เขาเกบ็ เครื่องเพชรไวใ้ นที่ปลอดภยั
ฉนั เปลี่ยนไมเ้ ทนนิสอนั ใหม่ ครูใหร้ างวลั แก่นกั เรียนผชู้ าย
เขาเอาใจซ่ึงกนั และกนั
หากประโยคที่มีคาํ วา่ ท่ี ซ่ึง อนั ผู้ แลว้ มีคาํ กริยาเพ่มิ อีกคาํ เป็นประโยคน้นั เป็นประโยคความซอ้ น
เอกสารการสอน ท ๓๓๒๐๔ หลกั ภาษาไทย ๕๒ ครูเทพพงษ์ ปานเพช็ ร
การร้อยเรียงประโยคให้สละสลวยมลี กั ษณะดังนี้
การเช่ือม ใชส้ ันธานเชื่อมเพ่ือแสดงความสมั พนั ธ์ของประโยควา่ มีเน้ือความคลอ้ ยตามกนั
ขดั แยง้ กนั ใหเ้ ลือก เหตุผล หรือมีเง่ือนไข (ดูประโยคความรวม)
การซ้าํ ใชป้ ระธาน กริยา กรรม หรือส่วนขยายมากล่าวซ้าํ เพ่อื เนน้ ย้าํ ขอ้ ความ
เขากลบั มาเยยี่ มโรงเรียนเพอื่ จะไดร้ ู้วา่ โรงเรียนท่ีเคยเรียนยงั เหมือนเดิม
การละ การไมก่ ล่าวถึงประธาน กริยา กรรม หรือส่วนขยาย ซ้าํ กบั ที่กล่าวมาก่อน
ใครยงั ไมไ่ ดร้ ับเอกสารขอใหม้ ารับท่ีเจา้ หนา้ ที่ดว้ ย (ละคาํ วา่ เอกสาร ในประโยคหลงั )
การแทน การหาคาํ อ่ืนมาแทนประธาน กริยา กรรม หรือส่วนขยายท่ีกล่าวซ้าํ
ทุกวนั เม่ือถึงเวลาเจา้ โตง้ จะมารอเจา้ ของแต่วนั น้ีมนั หายเงียบไปเลย ( มนั แทนเจา้ โตง้ )
เอกสารการสอน ท ๓๓๒๐๔ หลกั ภาษาไทย ๕๓ ครูเทพพงษ์ ปานเพช็ ร