MPESTD-001:2563
มาตรฐานการตดิ ตั้งทางไฟฟา้
สาหรับ
บริภัณฑ์จ่ายไฟยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อการอดั ประจุไฟฟา้
สาหรับประเภทบ้านอยู่อาศัย อาคารชดุ อาคารสานกั งาน
และลกั ษณะที่คล้ายกนั
การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟา้ สว่ นภูมภิ าค
และสานกั งานคณะกรรมการกากบั กิจการพลังงาน
พ.ศ. 2563
MPESTD-001:2563
MPESTD-001:2563
คานา
มาตรฐานการติดต้ังทางไฟฟ้าสาหรับบริภัณฑ์จ่ายไฟยานยนต์ไฟฟ้าเพ่ือการอัดประจุไฟฟ้า สาหรับ
ประเภทบ้านอยู่อาศัย อาคารชดุ อาคารสานักงาน และลกั ษณะทีค่ ล้ายกัน ได้จัดทาข้นึ โดยคณะทางานกาหนด
มาตรฐานทางวิศวกรรมและความปลอดภัยในการติดตั้งเคร่ืองอัดประจุไฟฟ้า ในสถานีอัดประจุไฟฟ้า และ
อาคารบ้านอยู่อาศัย อันประกอบด้วยผู้แทนจากการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสานักงาน
คณะกรรมการกากับกิจการพลังงาน มีจุดประสงค์เพื่อให้ใช้กาหนดเป็นมาตรฐานสาหรับการออกแบบและ
ติดต้ังบริภัณฑ์จ่ายไฟยานยนต์ไฟฟ้า เพ่ือการอัดประจุไฟฟ้า ให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน และ
ได้รับความสะดวกในการใช้งาน
สาหรับการติดตั้งที่นอกเหนือไปจากมาตรฐานฉบับนี้ ให้ยึดถือแนวทางตามมาตรฐานการติดตั้งทาง
ไฟฟ้าสาหรับประเทศไทย (มาตรฐาน วสท.) หรือตามมาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวง หรือตามมาตรฐาน
ของการไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าค
คณะทางานฯ
ประกอบด้วยผู้แทนจาก
การไฟฟา้ นครหลวง
การไฟฟา้ ส่วนภูมภิ าค
และสานักงานคณะกรรมการกากบั กิจการพลงั งาน
MPESTD-001:2563
สารบัญ
1. ขอบเขตและจุดประสงค์ 1
2. นิยามคาศัพท์ 1
3. ข้อกาหนดทั่วไป 4
4. การตอ่ ลงดนิ 5
5. การอดั ประจุไฟฟ้าโหมด 2 9
6. การอัดประจุไฟฟ้าโหมด 3 และโหมด 4 10
ภาคผนวก ก. – มาตรฐานอ้างอิงสาหรบั อุปกรณ์ตา่ ง ๆ 11
ภาคผนวก ข. – ตวั อย่างการติดตั้ง 12
ภาคผนวก ค. – รายการตรวจสอบการตดิ ต้ัง 20
ภาคผนวก ง. – ตวั อย่างการประสาน RCD type B 24
MPESTD-001:2563
1. ขอบเขตและจุดประสงค์
1.1 มาตรฐานฉบับน้ีใช้สาหรับการติดตั้งทางไฟฟ้าสาหรับบริภัณฑ์จ่ายไฟยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อการอัดประจุ
ไฟฟ้า สาหรับประเภทบ้านอยู่อาศัย อาคารชุด อาคารสานักงาน และลักษณะท่ีคล้ายกัน ที่ไม่มี
จดุ ม่งุ หมายในการให้บริการอัดประจุไฟฟ้าสาหรบั ประชาชนทว่ั ไป
1.2 ไมค่ รอบคุลมแบบจ่ายพลงั งานยอ้ นกลับจากยานยนต์ไฟฟ้า
1.3 ครอบคลุมเฉพาะการอัดประจุไฟฟา้ โหมด 2, 3 และ 4 เทา่ นน้ั
1.4 ครอบคลุมวงจรการจ่ายไฟสาหรบั การอดั ประจไุ ฟฟ้าแบบไรส้ าย
1.5 หากไม่ได้ระบุไว้ในข้อกาหนดน้ี ให้ใช้ข้อกาหนดตามมาตรฐานการติดต้ังทางไฟฟ้าสาหรับประเทศไทย
พ.ศ. 2556 หรือฉบับท่ปี ระกาศใช้ในปัจจบุ นั
2. นยิ ามคาศัพท์
2.1 ยานยนตไ์ ฟฟา้ (Electric vehicle: EV) หมายถึง
ยานพาหนะท่ีขับเคล่ือนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยใช้พลังงานไฟฟ้าซึ่งเก็บอยู่ในแบตเตอรี่หรือระบบเก็บ
พลังงานไฟฟ้าแบบอื่น ๆ ชนิดอัดประจุไฟฟ้าใหม่ได้ (Rechargeable energy storage system:
RESS) ทีม่ จี ดุ มุ่งหมายเพ่ือใช้งานบนถนนสาธารณะเปน็ หลกั
หมายเหตุ นบั รวมประเภท Plug-in hybrid electric vehicle (PHEV) ดว้ ย
2.2 การอดั ประจุไฟฟา้ โหมด 1 หมายถงึ
การเชื่อมต่อไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับระบบไฟฟ้าผ่านเต้ารับมาตรฐาน โดยไม่มีการใช้อุปกรณ์
ควบคมุ การอัดประจุไฟฟา้ ใด ๆ และมีพกิ ดั กระแสไฟฟา้ ไม่เกิน 16 A
หมายเหตุ หา้ มใชก้ ารอดั ประจไุ ฟฟา้ โหมด 1 ตาม มอก. 61851 เล่ม 1-2560
รูปที่ 1 การอัดประจุไฟฟ้าโหมด 1
-1-
MPESTD-001:2563
2.3 การอัดประจุไฟฟ้าโหมด 2 หมายถงึ
การเช่ือมต่อไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับระบบไฟฟ้าผ่านเต้ารับมาตรฐาน โดยมีการใช้อุปกรณ์
ควบคุมและป้องกันในสาย (In-cable control and protection device: IC-CPD) และมีพิกัด
กระแสไฟฟา้ ไมเ่ กิน 32 A
รูปท่ี 2 การอดั ประจุไฟฟ้าโหมด 2
2.4 การอดั ประจไุ ฟฟ้าโหมด 3 หมายถึง
การเช่ือมต่อไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับระบบไฟฟ้าผ่านเครื่องอัดประจุไฟฟ้าชนิดกระแสสลับทใ่ี ช้
จา่ ยพลงั งานไฟฟา้ ให้กบั ยานยนตไ์ ฟฟ้าโดยเฉพาะ
รปู ท่ี 3 การอดั ประจุไฟฟ้าโหมด 3 กรณีเครอ่ื งอดั ประจุไฟฟ้าเปน็ แบบมีเตา้ รบั
รปู ท่ี 4 การอดั ประจุไฟฟ้าโหมด 3 กรณีเคร่อื งอัดประจุไฟฟา้ เป็นแบบมีสาย
-2-
MPESTD-001:2563
2.5 การอัดประจไุ ฟฟา้ โหมด 4 หมายถึง
การเช่ือมต่อไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับระบบไฟฟ้าผ่านเคร่ืองอัดประจุไฟฟ้าชนิดกระแสตรงที่ใช้
จ่ายพลงั งานไฟฟ้าใหก้ บั ยานยนต์ไฟฟา้ โดยเฉพาะ
รูปท่ี 5 การอัดประจุไฟฟ้าโหมด 4
2.6 บริภณั ฑ์จ่ายไฟยานยนตไ์ ฟฟ้า (Electric vehicle supply equipment: EVSE) หมายถงึ
บริภัณฑ์ หรือการรวมกันของบริภัณฑ์ ท่ีมีการจัดเตรียมเพื่อจุดประสงค์ในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าจาก
การตดิ ตัง้ ทางไฟฟา้ ท่ตี ดิ ต้งั อยู่กับท่ี ไปยังยานยนต์ไฟฟ้าเพอ่ื จดุ ประสงคส์ าหรับการอัดประจไุ ฟฟ้า
2.7 อปุ กรณค์ วบคมุ และป้องกนั ในสาย (In-cable control and protection device: IC-CPD) หมายถงึ
สายไฟฟ้า เต้าเสียบ อุปกรณ์เชื่อมต่อยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงกล่องควบคุม สาหรับการอัดประจุไฟฟ้า
โหมด 2 ท่มี ีฟังก์ชนั การควบคุมและฟงั กช์ นั ด้านความปลอดภยั
2.8 กลอ่ งควบคมุ (Function box หรือ In-cable control box: ICCB) หมายถึง
อปุ กรณท์ ี่มีฟงั กช์ นั การควบคุม และ/หรือฟงั ก์ชนั ดา้ นความปลอดภยั ซง่ึ เป็นส่วนหนง่ึ ของ IC-CPD
2.9 เครอื่ งอดั ประจุไฟฟา้ (Charger) หมายถึง
บริภัณฑ์สาหรับใช้บรรจุพลังงานไฟฟ้าลงไปในแบตเตอร่ีหรือระบบเก็บพลังงานไฟฟ้าแบบอื่น ๆ ชนิด
อัดประจุไฟฟ้าใหม่ไดข้ องยานยนตไ์ ฟฟา้ เฉพาะสาหรับการอดั ประจุไฟฟ้าโหมด 3 หรือ 4 เท่านน้ั
2.10 เต้ารบั (Socket-outlet) หมายถึง
อุปกรณท์ ถี่ ูกตดิ ตง้ั พร้อมกับสายไฟที่มกี ารตดิ ตั้งอย่กู บั ท่ี เพื่อใชส้ าหรบั เช่ือมตอ่ กับเต้าเสียบ
2.11 เตา้ เสยี บ (Plug) หมายถึง
อุปกรณท์ ี่ตดิ อยู่กบั สายไฟทถี่ ูกต่อไปยังยานยนต์ไฟฟา้ เพ่ือใชส้ าหรบั เชื่อมตอ่ กบั เต้ารับ
2.12 อปุ กรณ์เช่อื มตอ่ ยานยนตไ์ ฟฟา้ (Electric vehicle coupler) หมายถงึ
อุปกรณ์ท่ีใช้เชื่อมต่อสายไฟฟ้าไปยัง EV เพื่ออัดประจุไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ โดยประกอบด้วย 2 ส่วน
คือ เต้าเสียบยานยนต์ไฟฟ้า (Electric vehicle connector) และเต้ารับยานยนต์ไฟฟ้า (Electric
vehicle inlet)
-3-
MPESTD-001:2563
2.13 หัวจ่ายอัดประจุไฟฟ้า หมายถึง
จดุ จา่ ยพลงั งานไฟฟา้ ของเครือ่ งอดั ประจไุ ฟฟ้าไปยงั ยานยนต์ไฟฟา้
2.14 Residual direct current detecting device: RDC-DD หมายถึง
เครอ่ื งตดั ไฟร่วั ที่มจี ุดมุง่ หมายเพ่อื ตดั ไฟรั่วชนิดกระแสตรง
3. ขอ้ กาหนดทัว่ ไป
3.1 วงจรย่อยท่จี า่ ยไฟให้ EVSE จะตอ้ งมีระบบปอ้ งกันอันตรายต่อบุคคลดงั ต่อไปนีท้ ุกข้อ
ก) สายดนิ (เปน็ ไปตามขอ้ 4.) และ
ข) เครื่องตัดไฟรั่ว (RCD) ต้องเป็น type B พิกัด I∆n ≤ 30 mA ชนิดตัดกระแสไฟฟ้าสายท่ีมี
กระแสไฟฟ้าทุกเส้นรวมถึงนิวทรัลออกพร้อมกัน และมีขนาดพิกัดกระแสไม่น้อยกว่าพิกัดของ
เคร่อื งปอ้ งกันกระแสเกนิ
หมายเหตุ 1. สามารถใช้ RCD type A หรือ F ร่วมกับอุปกรณ์ที่สามารถตัดวงจรจ่ายไฟหากมี
กระแสลัดวงจรลงดินแบบกระแสตรง (d.c. fault current) เกิน 6 mA (RDC-DD)
แทน RCD type B ได้
2. ตาแหน่งการติดตั้งเคร่ืองตัดไฟร่ัวสามารถติดต้ังได้ท่ีแผงวงจร ตาแหน่งก่อนเข้า
EVSE หรือภายใน EVSE ได้ ท้ังนี้กรณีโหมด 2 แนะนาให้ติดตั้งเครื่องตัดไฟร่ัวท่ี
บริเวณแผงวงจร หรือก่อนเข้าเต้ารับ หากไม่ม่ันใจว่า IC-CPD มีเครื่องตัดไฟรั่วที่
เหมาะสมแล้วหรอื ไม่
3. RCD type B ตอ้ งไม่ตดิ ตั้งภายใต้วงจรทม่ี ี RCD type อืน่ อยทู่ เ่ี มนของวงจรน้ัน ๆ
ขอ้ ยกเวน้ สามารถละเว้นการติดตั้ง RCD ได้ในกรณีที่ EVSE มีการแยกจากกันทางไฟฟ้า
(Electrical separation) เช่น ใช้หม้อแปลงแยกวงจรหรือหม้อแปลงแยกขดลวด
(Isolating transformer)
3.2 วงจรยอ่ ยทีจ่ ่ายไฟให้ EVSE ตอ้ งแยกต่างหากจากการจา่ ยไฟให้กบั โหลดอื่น ๆ
3.3 วงจรย่อยแตล่ ะวงจรสามารถจ่ายไฟให้ EVSE ได้ 1 ชุดเท่านัน้
3.4 สายไฟฟ้าของวงจรย่อยท่ีจ่ายไฟให้ EVSE ต้องมีขนาดพิกัดกระแสไม่ต่ากว่า 1.25 เท่าของกระแสด้าน
ไฟเข้า (Input) ของ EVSE และไมต่ า่ กว่าพิกัดกระแสของเคร่ืองป้องกนั กระแสเกนิ
3.5 กาหนดให้ใชค้ ่า Demand factor เท่ากบั 1 สาหรับโหลด EVSE ในการคานวณหาขนาดสายป้อนและ
สายเมน ยกเว้นมีระบบควบคุม Demand แต่ทั้งนี้วงจรย่อยที่จ่ายไฟให้ EVSE ต้องมี Demand
Factor เท่ากับ 1
3.6 แต่ละ EVSE ต้องมีเคร่ืองป้องกันกระแสเกินพิกัดกระแสไม่ตา่ กว่าพิกัดกระแสด้านไฟเข้า (Input) ของ
EVSE และหากเป็นการอัดประจุไฟฟา้ โหมด 2 เคร่ืองป้องกันกระแสเกินตอ้ งมีพิกัดกระแสไม่เกนิ ขนาด
พิกดั กระแสของเตา้ รับ
-4-
MPESTD-001:2563
3.7 ตาแหน่งตดิ ต้ังเต้ารับโหมด 2 หรอื โหมด 3 (กรณมี ีเต้ารบั ) แนะนาให้อยสู่ ูงจากพ้ืนผิวการจอดของยาน
ยนต์ (Parking surface) ไมน่ อ้ ยกวา่ 0.75 เมตร แตไ่ ม่เกนิ 1.2 เมตร
3.8 กรณีติดต้ัง EVSE ภายนอกอาคาร วิธีการเดินสายไฟฟ้าวงจรย่อยกาหนดให้ใช้วิธีร้อยท่อฝังดิน หรือ
รอ้ ยทอ่ เกาะผนงั เท่านัน้
3.9 การใชต้ ัวคณู ปรบั คา่ ขนาดกระแสสาหรบั คานวณพิกดั กระแส
3.9.1 กรณเี ดินสายไฟฟ้าในช่องเดินสาย ให้ใชต้ ัวคูณปรับค่าขนาดกระแสตามมาตรฐานการติดตั้งทาง
ไฟฟา้ สาหรับประเทศไทย พ.ศ. 2556 ตารางที่ 5-8 ทุกกรณรี วมทัง้ รางเดนิ สาย (Wireway)
3.9.2 กรณีเดนิ สายเกาะผนัง ใหค้ านวณพกิ ดั กระแสโดยใช้ตวั คูณปรบั ค่าขนาดกระแสตามตารางท่ี 1
ตารางท่ี 1 ตวั คูณปรับค่าขนาดกระแสกรณีเดนิ สายเกาะผนงั
จานวนวงจร 2 3 4 5 6 7 8 9 - 20
ตวั คณู ปรบั ค่า 0.85 0.79 0.75 0.73 0.72 0.72 0.71 0.70
3.10 ในบรเิ วณที่อยู่ตา่ กว่าระดับผิวดิน และในพน้ื ท่ที ี่เส่ียงต่อน้าทว่ มถึง ควรมมี าตรการหรือระบบป้องกัน
นา้ ท่วม
3.11 เครื่องตัดไฟร่ัว ต้องมีปุ่มทดสอบการทางาน (Test button) และกาหนดให้มีระยะเวลาการ
ตรวจสอบการทางานของเครอ่ื งตัดไฟรวั่ ทุกระยะ 6 เดอื น
4. การต่อลงดิน
4.1 การจัดวางระบบสายดินแรงตา่ (LV earthing arrangement)
4.1.1 รปู แบบ TT คือ สายดินของบริภัณฑ์จะตอ่ ลงดินแยกอสิ ระตา่ งหากจากการตอ่ ลงดินนวิ ทรัล
รูปที่ 6 การจัดวางระบบสายดนิ แรงตา่ แบบ TT
-5-
MPESTD-001:2563
4.1.2 รูปแบบ TN-S คือ สายดินของบริภัณฑ์แยกต่างหากจากนิวทรัลและไม่มีการต่อประสาน
(Bonding) เขา้ กับสายนิวทรลั นอกจากต่อรว่ มกับนิวทรัลลงดนิ ท่ีจุดเดียวท่ีตาแหนง่ หม้อแปลง
ซ่ึงระบบน้ีจะใช้เฉพาะกับผู้ใช้ไฟฟ้าที่รับไฟฟ้าแรงสูงจากการไฟฟ้า และมีหม้อแปลงเป็นของ
ตนเองเท่านน้ั
รูปท่ี 7 การจดั วางระบบสายดินแรงตา่ แบบ TN-S
4.1.3 รูปแบบ TN-C-S คือ ใช้สายนิวทรัลเป็นสายดินส่วนหนึ่งของวงจร และมีการเดินสายดินของ
บริภัณฑ์แยกต่างหากจากนิวทรัล ณ ตาแหน่งท่ีสายดินมีการต่อประสาน (Bonding) เข้ากับ
สายนิวทรลั
รปู ที่ 8 การจดั วางระบบสายดินแรงตา่ แบบ TN-C-S
-6-
MPESTD-001:2563
4.2 กรณีรับไฟฟ้าแรงต่าจากการไฟฟ้า สามารถเลือกรูปแบบการจัดวางระบบสายดินแรงต่าของ EVSE ได้
ดงั น้ี
4.2.1 รูปแบบ TT สามารถเลือกปฏิบัติได้ดงั นี้
1) กรณีทารูปแบบ TT ที่รับไฟจากระบบสายดนิ แบบ TN-C-S
ให้มีระยะห่างไม่น้อยกว่า 2.5 เมตร ระหว่างโครงบริภัณฑ์ไฟฟ้าหรือโครงโลหะอื่น ๆ ที่ถูก
ต่อลงดินด้วยระบบการต่อลงดินเดิมท่ีเป็น TN-C-S กับโครง EVSE หรือโครง EV ท่ีถูกต่อลง
ดนิ ด้วยระบบ TT ท้ังน้ีสามารถใช้มาตรการในการหุ้ม/ก้ันได้ และใหม้ ีระยะหา่ งระหว่างหลัก
ดินของระบบการต่อลงดินน้ีกับหลักดินของระบบการต่อลงดินอื่นไม่น้อยกว่า 2.0 เมตร
พรอ้ มตดิ ตง้ั ปา้ ยแสดงข้อความเตือนอกั ษรสีดาพนื้ หลังสีเหลอื ง บริเวณ EVSE ตามรปู ที่ 9
บริภณั ฑ์การอัดประจุไฟฟา้ นี้
ใช้ระบบสายดนิ แบบ TT
ห้ามต่อสายดนิ น้ีกับระบบสายดนิ เดมิ แบบ TN-C-S
รปู ท่ี 9 ปา้ ยเตอื นกรณี EVSE ใช้ระบบสายดินแบบ TT ท่ีรบั ไฟจากระบบสายดนิ แบบ TN-C-S
หมายเหตุ เฉพาะผูใ้ ช้ไฟฟ้าในพนื้ ท่กี ารไฟฟา้ ส่วนภมู ิภาค ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามขอ้ 4.2.2 เพ่ิมเติม
2) กรณที ารปู แบบ TT ทัง้ ระบบ
ต้องมีเครื่องตัดไฟร่ัวสาหรับทุกวงจรไฟฟ้าที่จ่ายไฟหรือทุกเคร่ืองใช้ไฟฟ้า ไม่ว่า
เครอื่ งใช้ไฟฟา้ นนั้ จะเกี่ยวขอ้ งกับการอดั ประจุไฟฟา้ หรือไม่ก็ตาม
หมายเหตุ เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต้องติดตั้งระบบป้องกัน
แรงดันไฟฟ้าตกและแรงดนั ไฟฟา้ เกนิ (Under and over voltage protection
system) สาหรับวงจรท่ีจ่ายไฟให้ EVSE เพ่ิมเติม ยกเว้น EVSE มีระบบป้องกัน
แรงดันไฟฟา้ ตกและแรงดนั ไฟฟา้ เกนิ อยู่แล้ว
4.2.2 รปู แบบ TN-C-S โดยตอ้ งมีมาตรการอย่างใดอย่างหนง่ึ ดงั ต่อไปน้เี พ่มิ เติม
1) ค่าความตา้ นทานการตอ่ ลงดนิ มคี ่าไมเ่ กินค่าตามตารางที่ 2
ตารางที่ 2 ค่าความต้านทานการตอ่ ลงดินสาหรับการระบบสายดินแบบ TN-C-S
ขนาดเครื่องวดั หน่วยไฟฟา้ ความต้านทานการต่อลงดนิ
(A) ()
2.5
15 (45) 1.25
30 (100)
> 30 (100) ไม่แนะนาใหใ้ ช้วิธนี ี้
-7-
MPESTD-001:2563
2) มีอุปกรณ์ปลดวงจรการอัดประจุไฟฟ้า ซ่ึงเป็นชนิดท่ีสามารถตัดกระแสไฟฟ้าสายที่มี
กระแสไฟฟ้าทุกเส้นรวมถึงนิวทรัล และสายดินออกพร้อมกันภายในเวลา 5 วินาที ในกรณีท่ี
มแี รงดันไฟฟ้าสมั ผสั (Touch voltage) ทโ่ี ครงบริภัณฑ์เทยี บกับดินเกนิ 70 V
หมายเหตุ เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าในพ้ืนที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สามารถใช้การติดต้ังระบบป้องกัน
แรงดันไฟฟ้าตกและแรงดันไฟฟ้าเกิน (Under and over voltage protection
system) สาหรับวงจรท่ีจ่ายไฟให้ EVSE หรือติดตั้งมาพร้อมกับ EVSE แทนการ
ปฏิบัติตามมาตรการตามข้อย่อย 1) หรือ 2) ได้
4.3 กรณีรับไฟฟ้าแรงสูงจากจากการไฟฟ้า และเปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้าแรงต่าผ่านหม้อแปลงไฟฟ้าของ
ตวั เอง สามารถเลือกรปู แบบการจัดวางระบบสายดนิ แรงต่าได้ ดงั น้ี
4.3.1 รูปแบบ TN-S ทั้งระบบ
4.3.2 รูปแบบ TT ท้ังระบบ โดยต้องมีเคร่ืองตัดไฟร่ัวสาหรับทุกวงจรไฟฟ้าที่จ่ายไฟหรือทุก
เคร่ืองใช้ไฟฟา้ ไม่วา่ เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ นั้นจะเก่ียวข้องกับการอดั ประจไุ ฟฟ้าหรอื ไมก่ ต็ าม
4.3.3 รูปแบบ TN-C-S ทง้ั ระบบ โดยต้องมมี าตรการอย่างใดอย่างหน่ึงดังต่อไปนเี้ พ่ิมเติม
1) มีการจัดโหลดไฟฟ้า 3 เฟสให้สมดุลอย่างเพียงพอ โดยให้มีโหลดต่างกันระหว่างเฟสได้ไม่
เกิน 20 A และค่าความต้านทานการต่อลงดินไม่เกิน 5 โอห์ม โดยให้มีการตรวจสอบการใช้
โหลดทุก 6 เดือน
2) ปฏบิ ตั ิตามข้อ 4.2.2 ข้อย่อย 2)
3) มีมาตรการป้องกันไม่ให้สายนิวทรัลจากหม้อแปลงไฟฟ้าไปยังบริภัณฑ์ประธานชารุดหรือ
เสียหาย โดยตดิ ตง้ั สายไฟฟา้ ในรางเคเบลิ บสั เวย์ (หรอื บัสดกั ) หรอื ช่องเดินสายเท่าน้ัน
4.3.4 รูปแบบ TT เฉพาะวงจรจ่ายไฟให้ EVSE ซึ่งรับไฟจากระบบไฟฟ้าที่ใช้การจัดวางสายดินแบบ
TN-C-S ให้ปฏิบตั ิตามขอ้ 4.2.1 ข้อยอ่ ย 1) โดยไมร่ วมหมายเหตุ
4.4 ขนาดสายต่อหลักดินและสายดนิ ของวงจรย่อย ให้เป็นไปตามตารางท่ี 3
ตารางท่ี 3 ขนาดสายต่อหลกั ดินและสายดินของวงจรยอ่ ย
ขนาดสายเฟส ขนาดสายดินตา่ สดุ
(ตร.มม.) (ตร.มม.)
ไมเ่ กิน 10
เทา่ กบั ขนาดสายเฟส
16 – 35
16
เกิน 35
เท่ากับครึ่งหนง่ึ ของขนาดสายเฟส
-8-
MPESTD-001:2563
5. การอัดประจุไฟฟ้าโหมด 2
5.1 เตา้ รบั ต้องเป็นชนดิ มีข้วั สายดิน และมีพกิ ัดกระแสอย่างต่า 16 A
5.2 รูปร่างและลักษณะของเต้ารบั มดี งั ต่อไปนี้
ก) เตา้ รบั 1 เฟส 230 V พิกัดกระแส 16 A ตาม มอก.166 ชนดิ 2P +
ข) เตา้ รับ 1 เฟส 230 V พิกัดกระแส 32 A ตาม มอก.1234 หรือ IEC 60309-2 ชนิด 2P +
ค) เต้ารบั 3 เฟส 400 V พิกัดกระแส 16 A ตาม มอก.1234 หรอื IEC 60309-2 ชนิด 3P + N +
ง) เตา้ รบั 3 เฟส 400 V พกิ ัดกระแส 32 A ตาม มอก.1234 หรือ IEC 60309-2 ชนิด 3P + N +
5.3 เต้าเสียบต้องเป็นชนิดมีขั้วสายดิน และจะต้องมีรูปร่างท่ีสามารถต่อเข้ากับเต้ารับตามข้อ 5.2 ได้อย่าง
เหมาะสม
5.4 ไมอ่ นุญาตให้ใช้เต้ารับชนดิ หยิบยกได้ (Portable socket-outlet) ในการจา่ ยไฟให้ EVSE
5.5 ท่ีบริเวณเต้ารับ จะต้องมีป้ายแสดงข้อความเตือนตัวอักษรสีดาพ้ืนหลังสีเหลือง ตามรูปท่ี 10 โดย
ค่ากระแสและกาลงั ไฟฟ้าท่ีแสดงให้เปน็ ไปตามตารางที่ 4
จดุ ตอ่ ไฟฟา้ EV
EV connecting point
…... A, …... kW (MAX.)
รปู ที่ 10 ป้ายแสดงข้อความเตอื นสาหรับเต้ารับโหมด 2
ตารางท่ี 4 ขอ้ ความแสดงบนปา้ ยสาหรบั เต้ารับโหมด 2
พกิ ัดกระแสเต้ารับ ข้อความแสดง
A kW
1 เฟส 16 A 16 3.7
1 เฟส 32 A 32 7.4
3 เฟส 16 A 16 11.0
3 เฟส 32 A 32 22.0
-9-
MPESTD-001:2563
6. การอดั ประจุไฟฟา้ โหมด 3 และโหมด 4
6.1 ต้องมเี ครือ่ งปอ้ งกนั กระแสเกิน และเคร่อื งตดั ไฟร่ัว แยกสาหรบั แตล่ ะเครื่องอัดประจไุ ฟฟ้า หรือหวั จา่ ย
อัดประจไุ ฟฟ้า
6.2 กรณีเครื่องอัดประจุไฟฟ้ามีหัวจ่ายอัดประจุไฟฟ้ามากกว่า 1 หัวจ่าย เครื่องอัดประจุไฟฟ้าจะต้องมี
เคร่ืองป้องกันกระแสเกิน และเคร่ืองตัดไฟร่ัวภายในตัวเครื่องอัดประจุไฟฟ้าลักษณะ Built-in ขนาด
พกิ ดั กระแสไม่ตา่ กวา่ พิกดั กระแสของหัวจ่ายอัดประจุไฟฟา้ โดยมจี านวนเครอื่ งปอ้ งกันกระแสเกินและ
เครื่องตัดไฟร่ัวเท่ากับจานวนหัวจ่าย เพื่อป้องกันวงจรไฟฟ้าแยกสาหรับแต่ละหวั จา่ ย และต้องมีเคร่ือง
ป้องกนั กระแสเกนิ สาหรบั เครือ่ งอัดประจุไฟฟา้ ด้วยท่ตี าแหนง่ วงจรยอ่ ยด้วย
6.3 กรณีเครื่องอัดประจุไฟฟ้ามีพิกัดกระแสต่อเฟสด้านไฟเข้า (Input) มากกว่า 60 A จะต้องติดต้ังสวิตช์
ควบคุมฉุกเฉินด้าน Source Side ของเคร่ืองอัดประจุไฟฟ้าภายในระยะ 15 เมตร และสามารถ
มองเห็นสวิตช์ควบคุมฉุกเฉินน้ีได้จากตาแหน่งเครื่องอัดประจุไฟฟ้า สวิตช์ควบคุมฉุกเฉินนี้จะต้องเป็น
ชนิดท่ีสามารถตัดกระแสไฟฟ้าสายที่มีกระแสไฟฟ้าทุกเส้นรวมถึงนิวทรัลออกพร้อมกัน และต้อง
สามารถเขา้ ถงึ ได้อย่างสะดวก
ขอ้ ยกเว้น หากเคร่ืองอัดประจุไฟฟ้ามีอุปกรณ์ตัดกระแสไฟฟ้าฉุกเฉินที่สามารถตัดกระแสสายเส้นไฟ
ทกุ เส้นรวมถึงนวิ ทรลั แลว้ ไม่ตอ้ งตดิ ตงั้ สวติ ช์ควบคุมฉุกเฉนิ นอ้ี กี
6.4 สาหรับเครื่องอัดประจุไฟฟ้าท่ีต้องการการระบายอากาศ ต้องจัดให้มีการระบายอากาศท่ีเหมาะสม
และตัวเครื่องอัดประจุไฟฟ้าจะต้องติดป้ายเตือน คาว่า “ต้องการการระบายอากาศ” หรือ
“Ventilation Required” ไวด้ ว้ ย
6.5 ความยาวสายขาออกของเคร่อื งอัดประจุไฟฟา้ ไม่ควรเกนิ 7.5 เมตร
6.6 กรณเี ครือ่ งอัดประจไุ ฟฟ้าติดตง้ั ภายนอกอาคาร แนะนาให้มกี ารตดิ ต้ังระบบป้องกนั เสิร์จ
6.7 สาหรับอาคารชุด อาคารสานักงาน และลักษณะที่คล้ายกัน ต้องมีป้ายแสดงข้อความเตือนติดไว้ท่ี
เคร่ืองอัดประจุไฟฟ้า ตามรูปที่ 11 ท้ังน้ียกเว้นกรณีบ้านอยู่อาศัย ไม่ต้องมีป้ายเตือน เนื่องจากไม่ใช่
พ้ืนท่ีสาธารณะ
รูปที่ 11 ปา้ ยแสดงขอ้ ความเตอื นสาหรับเครื่องอัดประจุไฟฟ้า
- 10 -
MPESTD-001:2563
ภาคผนวก ก. มาตรฐานอ้างองิ สาหรบั อปุ กรณต์ า่ ง ๆ
รายการ มาตรฐานอา้ งองิ
EV conductive charging system อนกุ รม มอก. 61851 หรือ IEC 61851
EV wireless power transfer system
อนุกรม IEC 61980
IC-CPD มอก. 2911 หรือ IEC 62752
RCD type A มอก. 909, มอก. 2425 หรอื IEC 60947-2 annex B
RCD type B และ type F มอก. 2955 หรอื IEC 62423
RDC-DD IEC 62955
Isolating transformer IEC 61558-2-4
มอก. 166, มอก. 1234 หรือ IEC 60309-2
Socket-outlet
Plug, socket-outlet, vehicle connector อนกุ รม มอก. 2749 หรือ IEC 62196
and vehicle inlet UL98 หรอื IEC 60947-3
Emergency control switch
- 11 -
MPESTD-001:2563
ภาคผนวก ข. ตวั อยา่ งการติดต้ัง
ข.1 ตวั อย่างการติดตง้ั สาหรบั ผใู้ ชไ้ ฟฟ้าที่รบั ไฟฟา้ แรงตา่ จากการไฟฟ้า
กรณีทารูปแบบ TT ท่ีรับไฟฟา้ จากระบบสายดนิ เดิมแบบ TN-C-S
(สาหรบั การอดั ประจไุ ฟฟ้าโหมด 2)
รูปที่ ข.1
หมายเหตุ ดูรายละเอียดเพมิ่ เติมตามข้อ 4.2.1 ขอ้ ยอ่ ย 1)
- 12 -
MPESTD-001:2563
ข.2 ตวั อยา่ งการตดิ ตั้งสาหรบั ผู้ใช้ไฟฟ้าที่รบั ไฟฟา้ แรงตา่ จากการไฟฟา้
กรณที ารปู แบบ TT ทรี่ ับไฟฟา้ จากระบบสายดนิ เดมิ แบบ TN-C-S
(สาหรับการอดั ประจไุ ฟฟ้าโหมด 3)
รปู ที่ ข.2
หมายเหตุ ดูรายละเอียดเพม่ิ เติมตามข้อ 4.2.1 ขอ้ ยอ่ ย 1)
- 13 -
MPESTD-001:2563
ข.3 ตวั อย่างการติดตงั้ สาหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทร่ี บั ไฟฟ้าแรงต่าจากการไฟฟ้า
กรณที ารูปแบบ TN-C-S ทั้งระบบ
(สาหรบั การอดั ประจไุ ฟฟ้าโหมด 2)
รูปที่ ข.3
หมายเหตุ ตอ้ งมีมาตรการเพม่ิ เตมิ ตามข้อ 4.2.2
- 14 -
MPESTD-001:2563
ข.4 ตัวอยา่ งการติดตั้งสาหรับผใู้ ช้ไฟฟ้าท่ีรับไฟฟา้ แรงตา่ จากการไฟฟ้า
กรณที ารปู แบบ TN-C-S ทงั้ ระบบ
(สาหรับการอดั ประจไุ ฟฟ้าโหมด 3)
รปู ที่ ข.4
หมายเหตุ ต้องมีมาตรการเพมิ่ เตมิ ตามข้อ 4.2.2
- 15 -
MPESTD-001:2563
ข.5 ตวั อยา่ งการตดิ ตงั้ สาหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่รบั ไฟฟ้าแรงต่าจากการไฟฟ้า
กรณีทารปู แบบ TT ท้ังระบบ
รูปที่ ข.5
หมายเหตุ ต้องมีเคร่ืองตดั ไฟร่ัวสาหรบั ทุกวงจรไฟฟ้าท่จี ่ายไฟหรอื ทุกเครือ่ งใช้ไฟฟา้ ไมว่ า่ เคร่อื งใช้ไฟฟ้านั้นจะ
เก่ียวข้องกับการอดั ประจุไฟฟ้าหรือไม่ก็ตาม โดยดูรายละเอียดเพมิ่ เติมตามข้อ 4.2.1 ข้อย่อย 2)
- 16 -
MPESTD-001:2563
ข.6 ตัวอยา่ งการตดิ ต้งั สาหรับผูใ้ ชไ้ ฟฟ้าทีร่ ับไฟฟา้ แรงสูงจากการไฟฟ้า
กรณที ารูปแบบ TN-S ทง้ั ระบบ
รปู ท่ี ข.6
- 17 -
MPESTD-001:2563
ข.7 ตัวอย่างการติดตั้งสาหรับผ้ใู ช้ไฟฟ้าที่รับไฟฟา้ แรงสูงจากการไฟฟ้า
กรณีทารปู แบบ TT ท้งั ระบบ
รูปท่ี ข.7
หมายเหตุ สาหรบั การทารูปแบบ TT ทั้งระบบ ตอ้ งมเี คร่ืองตดั ไฟร่วั สาหรับทุกวงจรไฟฟา้ ท่ีจ่ายไฟหรือทกุ
เครือ่ งใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านัน้ จะเกย่ี วข้องกบั การอัดประจไุ ฟฟ้าหรอื ไม่ก็ตาม
- 18 -
MPESTD-001:2563
ข.8 ตัวอยา่ งการตดิ ตงั้ สาหรบั ผู้ใช้ไฟฟ้าทรี่ ับไฟฟา้ แรงสงู จากการไฟฟ้า
กรณีทารปู แบบ TN-C-S ท้ังระบบ
รูปท่ี ข.8
หมายเหตุ ตอ้ งมีมาตรการเพม่ิ เตมิ ตามข้อ 4.3.3
- 19 -
MPESTD-001:2563 ผล
ภาคผนวก ค. รายการตรวจสอบการติดตั้ง
3. ขอ้ กาหนดทั่วไป
ขอ้ ท่ี รายการตรวจสอบ
3.1 ก) มสี ายดนิ (การตรวจสอบโดยละเอียดเปน็ ไปตามข้อท่ี 4.)
3.1 ข) มเี คร่ืองตัดไฟรัว่ (RCD) type B พกิ ดั I∆n ≤ 30 mA ชนดิ ตดั กระแสไฟฟ้าสายที่
มกี ระแสไฟฟ้าทุกเสน้ รวมถึงนิวทรลั ออกพร้อมกัน และมีขนาดพิกัดกระแสไม่
น้อยกวา่ พิกดั ของเคร่อื งปอ้ งกันกระแสเกิน
ใช้ RCD type A หรอื F ร่วมกบั อปุกรณท์ ี่สามารถตัดวงจรจา่ ยไฟหากมีกระแส
ลัดวงจรลงดินแบบกระแสตรง (d.c. fault current) เกนิ 6 mA (RDC-DD)
แทน RCD type B
สามารถละเวน้ การติดตัง้ RCD ในกรณีที่ EVSE มีการแยกจากกนั ทางไฟฟ้า
(Electrical Separation) เชน่ ใชห้ มอ้ แปลงแยกวงจรหรือหมอ้ แปลงแยกขดลวด
(Isolating transformer)
3.2 วงจรจา่ ยไฟ EVSE ตอ้ งแยกต่างหากจากวงจรอ่ืน
3.3 วงจรยอ่ ยแตล่ ะวงจรจา่ ยไฟให้ EVSE 1 ชุด
3.4 สายไฟฟ้าของวงจรยอ่ ยทจี่ ่ายไฟให้ EVSE ต้องมขี นาดพิกดั กระแสไมต่ า่ กวา่
1.25 เท่าของกระแสดา้ นไฟเข้า (Input) ของ EVSE และไมต่ า่ กว่าพิกัดกระแส
ของเครื่องป้องกนั กระแสเกนิ
3.5 คา่ Demand factor เท่ากับ 1 สาหรบั โหลด EVSE ในการคานวณหาขนาดสาย
ป้อนและสายเมน ยกเว้นมีระบบควบคมุ Demand แตท่ ั้งนวี้ งจรย่อยท่ีจ่ายไฟให้
EVSE ต้องมี Demand Factor เท่ากับ 1
3.6 แต่ละ EVSE ตอ้ งมเี คร่ืองปอ้ งกนั กระแสเกนิ พิกดั กระแสไม่ต่ากวา่ พิกดั กระแส
ด้านไฟเข้า (Input) ของ EVSE และหากเป็นการอดั ประจุไฟฟ้าโหมด 2 เครอ่ื ง
ป้องกันกระแสเกนิ ต้องมีพิกดั กระแสไมเ่ กนิ ขนาดพกิ ดั กระแสของเตา้ รบั
3.8 EVSE ทต่ี ิดตัง้ ภายนอกอาคาร วิธีการเดนิ สายไฟฟา้ วงจรย่อยกาหนดให้ใชว้ ิธีร้อย
ทอ่ ฝังดิน หรือร้อยท่อเกาะผนังเท่านั้น
3.10 มีมาตรการหรือระบบปอ้ งกนั นา้ ท่วม สาหรบั บริเวณท่ีอยตู่ ่ากว่าระดบั ผิวดิน และ
ในพืน้ ท่ีที่เส่ยี งตอ่ น้าทว่ มถงึ
- 20 -
MPESTD-001:2563
4. การต่อลงดนิ ผล
ข้อท่ี รายการตรวจสอบ
4.2 กรณรี ับไฟฟา้ แรงตา่ จากการไฟฟ้า
4.2.1 รปู แบบ TT เลือกข้อย่อย 1) หรอื 2)
ขอ้ ย่อย 1) ทารูปแบบ TT ทีร่ บั ไฟจากระบบสายดินแบบ TN-C-S
- ให้มีระยะหา่ งไม่น้อยกวา่ 2.5 เมตร ระหว่างโครงบริภัณฑ์ไฟฟา้ หรือโครง
โลหะอ่นื ๆ ท่ถี ูกตอ่ ลงดินดว้ ยระบบการต่อลงดนิ เดิมทเี่ ปน็ TN-C-S กบั โครง
EVSE หรอื โครง EV ทถี่ ูกต่อลงดนิ ด้วยระบบ TT ท้ังนี้สามารถใชม้ าตรการใน
การหมุ้ /กั้นได้
- ระยะหา่ งระหวา่ งหลกั ดินของระบบการต่อลงดินนี้กบั หลักดินของระบบการ
ต่อลงดนิ อ่นื ไมน่ ้อยกว่า 2.0 เมตร
- ติดตั้งปา้ ยแสดงข้อความเตือนอกั ษรสดี าพื้นหลังสีเหลอื ง บริเวณ EVSE ตาม
รปู ท่ี 9
- หมายเหตุสาหรับผใู้ ช้ไฟฟา้ ในพื้นที่ กฟภ. ต้องเป็นไปตามข้อ 4.2.2 เพิ่มเติม
ขอ้ ย่อย 2) ทารปู แบบ TT ทง้ั ระบบ
- มีเครอื่ งตดั ไฟร่ัวสาหรบั ทกุ วงจรไฟฟา้ ทจ่ี า่ ยไฟหรือทุกเคร่ืองใช้ไฟฟา้ ไมว่ า่
เครื่องใช้ไฟฟา้ นัน้ จะเก่ยี วข้องกับการอัดประจุไฟฟ้าหรือไม่กต็ าม
- หมายเหตุสาหรบั ผใู้ ชไ้ ฟฟา้ ในพ้นื ท่ี กฟภ. ตอ้ งมีระบบป้องกันแรงดันไฟฟา้
ตกและแรงดันไฟฟา้ เกนิ สาหรับวงจรทีจ่ ่ายไฟให้ EVSE เพมิ่ เติม ยกเวน้
EVSE มรี ะบบปอ้ งกันแรงดนั ไฟฟา้ ตกและแรงดันไฟฟา้ เกินอยูแ่ ล้ว
4.2.2 รูปแบบ TN-C-S โดยตอ้ งมมี าตรการอย่างใดอย่างหนึง่ ดงั ต่อไปนเ้ี พมิ่ เติม
ข้อย่อย 1) ค่าความตา้ นทานการตอ่ ลงดินมคี ่าไม่เกินค่าตามตารางที่ 2
ขอ้ ย่อย 2) มีอุปกรณ์ปลดวงจรการอดั ประจไุ ฟฟา้ ซ่ึงเปน็ ชนดิ ทส่ี ามารถตดั กระแสไฟฟ้าสาย
ที่มกี ระแสไฟฟ้าทกุ เสน้ รวมถึงนิวทรัล และสายดนิ ออกพรอ้ มกันภายในเวลา 5
วินาที ในกรณที ี่มแี รงดนั ไฟฟ้าสมั ผสั (Touch voltage) ท่ีโครงบรภิ ัณฑเ์ ทียบกับ
ดนิ เกนิ 70 V
- หมายเหตสุ าหรบั ผู้ใชไ้ ฟฟ้าในพน้ื ท่ี กฟภ. มรี ะบบป้องกนั แรงดนั ไฟฟา้ ตก
และแรงดนั ไฟฟ้าเกนิ แทนข้อย่อย 1) หรือ 2)
- 21 -
MPESTD-001:2563 ผล
ข้อท่ี รายการตรวจสอบ
4.3 กรณีรบั ไฟฟ้าแรงสงู จากจากการไฟฟ้า และเปลยี่ นเป็นระบบไฟฟา้ แรงตา่
ผา่ นหมอ้ แปลงไฟฟา้ ของตัวเอง
4.3.1 รปู แบบ TN-S ท้ังระบบ
4.3.2 รูปแบบ TT ท้ังระบบ โดยต้องมเี คร่ืองตดั ไฟร่วั สาหรบั ทกุ วงจรไฟฟ้าทจ่ี ่ายไฟ
หรอื ทุกเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้า ไม่วา่ เคร่อื งใช้ไฟฟ้านน้ั จะเกีย่ วข้องกับการอดั ประจุไฟฟา้
หรือไม่กต็ าม
4.3.3 รปู แบบ TN-C-S ท้ังระบบ โดยตอ้ งมีมาตรการอย่างใดอย่างหน่ึงดังต่อไปน้ี
เพ่ิมเติม
ข้อย่อย 1) มีการจัดโหลดไฟฟา้ 3 เฟสให้สมดุลอย่างเพียงพอ โดยให้มโี หลดต่างกันระหว่าง
เฟสได้ไมเ่ กิน 20 A และคา่ ความต้านทานการต่อลงดินไมเ่ กิน 5 โอหม์
ข้อย่อย 2) มีอปุ กรณ์ปลดวงจรการอดั ประจไุ ฟฟา้ ซึ่งเปน็ ชนิดท่ีสามารถตัดกระแสไฟฟ้าสาย
ที่มีกระแสไฟฟ้าทุกเส้นรวมถึงนวิ ทรัล และสายดินออกพรอ้ มกันภายในเวลา 5
วินาที ในกรณที ่ีมแี รงดันไฟฟ้าสมั ผัส (Touch voltage) ทีโ่ ครงบรภิ ณั ฑเ์ ทียบกับ
ดินเกนิ 70 V
ข้อย่อย 3) มีมาตรการป้องกนั ไม่ให้สายนิวทรัลจากหมอ้ แปลงไฟฟ้าไปยงั บริภณั ฑป์ ระธาน
ชารุดหรือเสยี หาย โดยติดตั้งสายไฟฟา้ ในรางเคเบลิ บัสเวย์ (หรอื บสั ดัก) หรือ
ช่องเดนิ สายเทา่ นั้น
4.3.4 รปู แบบ TT เฉพาะวงจรจ่ายไฟให้ EVSE ซง่ึ รบั ไฟจากระบบไฟฟา้ ทใี่ ช้การจดั
วางสายดินแบบ TN-C-S
- ให้มีระยะหา่ งไม่น้อยกว่า 2.5 เมตร ระหว่างโครงบรภิ ัณฑ์ไฟฟ้าหรือโครงโลหะ
อื่น ๆ ทถี่ ูกต่อลงดินดว้ ยระบบการต่อลงดนิ เดมิ ทเ่ี ป็น TN-C-S กบั โครง EVSE
หรอื โครง EV ทถ่ี ูกต่อลงดินด้วยระบบ TT ท้ังนีส้ ามารถใช้มาตรการในการหมุ้ /
กน้ั ได้
- ระยะห่างระหว่างหลักดนิ ของระบบการต่อลงดนิ นี้กบั หลักดินของระบบการต่อ
ลงดนิ อื่นไม่น้อยกว่า 2.0 เมตร
- ติดตงั้ ปา้ ยแสดงข้อความเตือนอักษรสีดาพ้นื หลังสีเหลือง บริเวณ EVSE ตาม
รปู ที่ 9
- 22 -
MPESTD-001:2563
5. ข้อกาหนดเฉพาะสาหรบั การอดั ประจไุ ฟฟา้ โหมด 2 ผล
ขอ้ ที่ รายการตรวจสอบ
5.1 เต้ารับต้องเป็นชนดิ มขี ว้ั สายดิน และมพี ิกดั กระแสอยา่ งตา่ 16 A
5.2 รปู ร่างและลกั ษณะของเตา้ รบั เป็นไปตามมาตรฐาน
5.3 ทีบ่ รเิ วณเตา้ รับ มปี ้ายแสดงข้อความเตือนตัวอักษรสดี าพนื้ หลังสีเหลอื ง ตามรูป
ที่ 10 โดยคา่ กระแสและกาลังไฟฟา้ ทีแ่ สดงให้เปน็ ไปตามตารางท่ี 4
6. ขอ้ กาหนดเฉพาะสาหรับการอดั ประจุไฟฟ้าโหมด 3 และโหมด 4 ผล
ข้อที่ รายการตรวจสอบ
6.1 มีเคร่ืองปอ้ งกนั กระแสเกิน และเคร่ืองตัดไฟรวั่ แยกสาหรับแตล่ ะเครื่องอดั ประจุ
ไฟฟา้ หรือหัวจา่ ยอัดประจุไฟฟา้
6.2 กรณีเคร่ืองอดั ประจุไฟฟา้ มหี ัวจ่ายอดั ประจุไฟฟ้ามากกวา่ 1 หัวจ่าย เครอื่ งอัด
ประจไุ ฟฟา้ จะต้องมเี ครอ่ื งปอ้ งกันกระแสเกิน และเครื่องตดั ไฟรัว่ ภายใน
ตวั เครือ่ งอัดประจุไฟฟ้าลักษณะ Built-in ขนาดพิกดั กระแสไม่ตา่ กว่าพกิ ดั
กระแสของหัวจา่ ยอดั ประจุไฟฟ้า โดยมจี านวนเครือ่ งป้องกันกระแสเกนิ และ
เคร่ืองตัดไฟร่ัวเทา่ กบั จานวนหวั จ่าย เพอ่ื ปอ้ งกันวงจรไฟฟ้าแยกสาหรับแต่ละหัว
จา่ ย และตอ้ งมีเครื่องป้องกันกระแสเกนิ สาหรับเครื่องอัดประจุไฟฟา้ ดว้ ยท่ี
ตาแหน่งวงจรยอ่ ยดว้ ย
6.3 กรณีเคร่ืองอัดประจุไฟฟ้ามีพิกัดกระแสต่อเฟสด้านไฟเข้า (Input) มากกว่า 60
A จะตอ้ งติดตั้งสวติ ช์ควบคมุ ฉุกเฉนิ ด้าน Source Side ของเคร่อื งอดั ประจุไฟฟ้า
ภายในระยะ 15 เมตร และสามารถมองเห็นสวิตช์ควบคุมฉุกเฉินนี้ได้จาก
ตาแหน่งเคร่ืองอัดประจุไฟฟ้า สวิตช์ควบคุมฉุกเฉินน้ีจะต้องเป็นชนิดท่ีสามารถ
ตัดกระแสไฟฟ้าสายท่ีมีกระแสไฟฟ้าทุกเส้นรวมถึงนิวทรัลออกพร้อมกัน และ
ตอ้ งสามารถเข้าถงึ ไดอ้ ยา่ งสะดวก
ข้อยกเวน้ หากเคร่ืองอัดประจุไฟฟ้ามีอปุ กรณต์ ดั กระแสไฟฟา้ ฉุกเฉนิ ท่ีสามารถ
ตัดกระแสสายเสน้ ไฟทกุ เส้นรวมถึงนิวทรลั แลว้ ไม่ต้องตดิ ตั้งสวิตช์ควบคมุ ฉุกเฉนิ
น้อี กี
6.4 สาหรับเครื่องอัดประจุไฟฟ้าท่ีต้องการการระบายอากาศ ต้องจัดให้มีการระบาย
อากาศที่เหมาะสม และตัวเคร่ืองอัดประจุไฟฟ้าจะต้องติดป้ายเตือน คาว่า
“ต้องการการระบายอากาศ” หรือ “Ventilation Required” ไว้ด้วย
6.7 สาหรับอาคารชุด อาคารสานักงาน และลักษณะท่ีคล้ายกัน ต้องมีป้ายแสดง
ข้อความเตือนติดไวท้ ่เี ครือ่ งอัดประจุไฟฟา้ ตามรูปที่ 11
- 23 -
MPESTD-001:2563
ภาคผนวก ง. ตวั อยา่ งการประสาน RCD type B
ง.1 ตวั อยา่ งการประสาน RCD type B ทถี่ ูกตอ้ ง
รปู ที่ ง.1 รปู ท่ี ง.2
ง.2 ตวั อยา่ งการประสาน RCD type B ท่ีไม่ถกู ต้อง
รปู ท่ี ง.3
- 24 -