แนวทางการปอ้ งกนั และควบคุมโรคเอดส์
รายวชิ า หลักการปอ้ งกันและควบคมุ โรคเขตเมือง
(Principles of Disease Prevention and Control for UDC)
รหัสวชิ า 1020203
หลักสตู รวทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑิต
สาขาวิชาการป้องกนั ควบคุมโรคเขตเมอื ง
คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวทิ ยาลัยนวมนิ ทราธิราช
ปีการศึกษา 2565
ภายใต้ความรว่ มระหว่างกรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ คณะแพทยศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์วชิระพยาบาล
มหาวิทยาลยั นวมินทราธริ าช และมลู นิธิปอ้ งกันควบคมุ โรคเขตเมือง (มปคม.)
แนวทางการป้องกันและควบคมุ โรคเอดส์
รายวชิ า หลกั การปอ้ งกนั และควบคุมโรคเขตเมือง
(Principles of Disease Prevention and Control for UDC)
นายกิตติพัทธ์ วรเชษฐ์ จัดทาโดย 6501201003
นางสาวณฐั ธดิ า ชานิยันต์ 6501201005
ว่าท่ี ร.ต. ตรรี ยา ศาลางาม รหัสนักศึกษา 6501201006
นายรงุ่ โรจน์ ใจยงค์ รหสั นกั ศกึ ษา 6501201010
รหัสนักศึกษา
รหสั นกั ศกึ ษา
รหสั วิชา 1020203
หลักสูตรวทิ ยาศาสตรมหาบัณฑติ
สาขาวิชาการปอ้ งกนั ควบคุมโรคเขตเมือง
คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล มหาวทิ ยาลยั นวมนิ ทราธริ าช
ภายใตค้ วามร่วมระหวา่ งกรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข คณะแพทยศาสตร์
คณะแพทยศาสตรว์ ชริ ะพยาบาล
มหาวทิ ยาลยั นวมินทราธิราช และมลู นธิ ปิ ้องกันควบคมุ โรคเขตเมอื ง (มปคม.)
คานา
แนวทางการปอ้ งกันและควบคมุ โรคเอดส์ นี้จดั ทาขน้ึ ในรายวิชา หลกั การป้องกนั และควบคุมโรคเขตเมือง
(Principle of Disease Prevention and Control for UDC) รหัสวิชา 1020203 ภายใต้ความร่วมมือ
ระหว่างกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลมหาวิทยาลัยนวมินทรา ธิราช
และมลู นธิ ิป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (มปคม.) แนวทางการป้องกันและควบคุมโรคเอดส์ มีเน้ือหาประกอบด้วย
หลักการและเหตุผลโรคเอดส์ ความสาคัญของโรค การประเมินสถานการณ์ของปัญหาแนวทางการป้องกันและ
ควบคุมโรคเขตเมือง แนวทางการเฝ้าระวัง สอบสวนโรค มาตรการการป้องกัน และหลักการควบคุมโรคตาม
กฎหมาย เพ่ือทบทวน สืบค้น และศึกษาการดาเนินงาน และประยุกต์หลักวิชาการจากการเรียนการสอน ให้เกิด
แนวคิดในการออกแบบพัฒนาทักษะของผู้เรียน เพื่อป้องกัน ควบคุมโรคในพื้นท่ีเขตเมืองจากการศึกษา
เรอื่ งดังกล่าว
ในโอกาสน้ี ขอขอบคุณผู้บริหารหลักสูตรฯ ศูนย์การอบรมและวิจัยการป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง
และบุคลากรมูลนิธิ มปคม. ทุกท่าน รวมถึงคณาจารย์ที่เก่ียวข้องท่ีคอยพัฒนา เติมเต็ม และเสียสละเวลา
ในการอบรมสั่งสอน เพ่ือให้ผู้เรียนได้เป็นผู้เชี่ยวชาญภาคสนาม และเป็นกาลังสาคัญในการพัฒนาการป้องกัน
ควบคุมโรคเขตเมืองต่อไป
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ หนา้
คำนำ 1
สารบัญ 2
ท่มี าและความสำคัญ
การประเมนิ สถานการณข์ องโรค 5
แนวทางการดำเนนิ งานการป้องกัน ควบคุม และเฝ้าระวังโรคเอดส์ 7
9
แนวทางการดำเนินงานป้องกันโรคเอดส์
แนวทางการดำเนนิ งานควบคุมโรคเอดส์ 11
แนวทางการเฝา้ ระวังโรคเอดส์ 13
มาตรการการป้องกันตนเอง 15
มาตรการการป้องกนั การถา่ ยทอดเช้อื เอชไอวจี ากแมส่ ู่ลูก 16
มาตรการการชวนคู่รัก และครอบครวั ของผ้ตู ดิ เชื้อเอไอวีมาตรวจเชอ้ื 18
มาตรการการเปดิ เผยผลเลอื ดเอชไอวีแกค่ ู่ 20
มาตรการด้านเพศสัมพันธท์ ่ีปลอดภัย 21
มาตรการการปอ้ งกนั การตดิ เชอื้ กอ่ นการสมั ผสั เชอื้ เอชไอวี 22
มาตรการการปอ้ งกันการตดิ เชื้อหลงั การสมั ผสั เชอ้ื เอชไอวี
หลกั การควบคุมโรคตดิ ต่อตามกฎหมายและกฎอนามัยระหวา่ งประเทศ
เอกสารอ้างองิ
..
สารบญั ตาราง หนา้
11
ตารางท่ี 1
มาตรการแนวทางปฏบิ ตั ิในการดแู ลหญงิ ตั้งครรภ์ และการป้องกนั การติดเช้อื เอชไอวีจากแม่สู่ลูก
ตารางท่ี 2 ข้อแนะนำในการให้ PrEP และการติดตาม
สารบญั รูปภาพ หน้า
3
ภาพท่ี 1 คาดประมาณการติดเช้อื รายใหม่จำแนกตามช่องทางการติดเช้อื
ภาพท่ี 2 คาดประมาณการติดเช้ือรายใหมจ่ ำแนกตามกลมุ่ ประชากร 4
ภาพที่ 3 อัตราอบุ ัติการณ์การติดเช้ือเอชไอวี (HIV Incidence rate) จำแนกรายปี 4
1
แนวทางการปอ้ งกนั และควบคุมโรคเอดส์
ที่มาและความสำคญั
สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย มีการดำเนินงานมากกว่า 30 ปี ถึงแม้ว่า
การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อจะมีความก้าวหน้ามาก ในเรื่องของการป้องกันและการรักษาโรค แต่ยังคงเป็นปัญหา
ทางสาธารณสุขที่มีผลทางสาธารณสุข สังคม และเศรษฐกิจที่สำคัญ จากประมาณการ ประเทศไทยมีผู้ติดเช้ือ
เอชไอวีที่ยังมีชีวิตอยู่ในปี 2564 ประมาณ 493,859 คน โดยเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,825 คน ซึ่งภาครัฐบาล
ให้ความสำคัญกับปัญหาโรคเอดส์มาโดยตลอด ถึงแม้ว่าจะประสงค์ความสำเร็จในหลาย ๆ ด้าน แต่ยังคงมีปัญหา
ทตี่ ้องมุง่ เน้นแกไ้ ข และไดด้ ำเนินการมาอยา่ งตอ่ เน่อื ง (1)
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข การเฝ้าระวังการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อ
ทางเพศสัมพันธ์และพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (Biologic and
Behavioral Surveillance among MSM: BBS MSM) สถานการณ์ย้อนหลังระหว่างปี พ.ศ.2555–2563 (ค.ศ.
2012–2020) กองระบาดวิทยาได้ดำเนินการเฝ้าระวังการติดเชื้อเอชไอวีฯ ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย
โดยการสำรวจทุก 2 ปี พบว่า ความชุกของการติดเชื้อเอชไอวีมีแนวโน้มลดลงในกลุ่มชายรักชาย และพนักงาน
บริการชายส่วนกลุม่ สาวประเภทสองยังมแี นวโน้มความชกุ ทไ่ี ม่คงตวั (2)
เนื่องจากปัญหาเอดส์มีการแพร่กระจายในวงกว้างและเป็นปัญหาของไทยมาตลอด ตั้งแต่มีการพบ
ผู้ติดเชื้อในไทยครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2527 รูปแบบของการระบาดมีการเปลี่ยนแปลง จากการติดต่อทางการใช้
เข็มฉีดยาร่วมกัน การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน จนมีการติดเชื้อเข้าสู่ครอบครัว กลุ่มวัยรุ่นนั กเรียนนักศึกษา
การดำเนนิ การแก้ไขจงึ จำเปน็ ต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด ประเทศไทยมกี ารพฒั นาแผนปอ้ งกันและแก้ไขปัญหา
เอดส์ระดบั ชาติปีพ.ศ. 2535-2539 เปน็ ฉบบั แรก และดำเนนิ การตอ่ เนอื่ งทุก 5 ปี สอดรบั ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสงั คมแหง่ ชาตมิ าเป็นลำดบั
ปัจจุบันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการยตุ ิปัญหาเอดสข์ องประเทศไทยในปจั จุบัน มีระยะเวลาการดำเนินการ
ต้งั แต่ปพี .ศ. 2560-2573 (2) โดยมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 20 ปี และพนั ธะสญั ญานานาชาติ
ที่จะร่วมกันหยุดยั้งการระบาดของเอชไอวีไม่ให้เป็นปัญหาสาธารณสุขภายในปี ค.ศ. 2030 หรือปีพ.ศ. 2573
ยุทธศาสตร์นมี้ เี ป้าหมายหลัก 3 ประการคือ
1. ลดการตดิ เช้อื เอชไอวีรายใหม่ให้เหลอื ไมเ่ กินปลี ะ 1,000 ราย
2. ลดการเสยี ชีวิตในผตู้ ิดเชือ้ เอชไอวใี หเ้ หลอื ไมเ่ กินปีละ 4,000 ราย
3. ลดการเลือกปฏิบตั อิ นั เกีย่ วเนอ่ื งจากเอชไอวแี ละเพศภาวะลงร้อยละ 90
โดยมีหลักพื้นฐานคอื สรา้ งความเป็นธรรม ลดความเหลือ่ มล้ำ โดยที่ไม่มีประชากรใดถกู ละเลย การเคารพ ปกป้อง
คุ้มครองสิทธิมนุษยชน และความเสมอภาค รวมถึงการเปน็ เจา้ ของและรว่ มรับผิดชอบของภาคเครือข่ายท้ังภาครัฐ
ภาคประชาสงั คม และภาคเอกชน
ประเทศไทยได้มีการผลักดันให้มีการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาเอดส์
ในระดับชาติ ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม เครือข่ายผู้ร่วมกับเชื้อเอชไอวี และภาคเอกชน เช่นการสนับสนุน
ให้มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ใช้ถุงยางอนามัย 100 เปอร์เซ็นต์ การป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก การวิจัย
วัคซีนป้องกันเอชไอวี การให้ความรู้เรื่องโรค การเข้าถึงการตรวจเลือดและการให้การรักษาผู้ติดเชื้อด้วยยาต้าน
2
ไวรัสอย่างครอบคลุมทั่วถึงในทุกสิทธิ์การรักษา จนทำให้ประเทศไทยได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากองค์การ
อนามัยโลก เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ปีพ.ศ. 2559 ว่าสามารถยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสจากแม่สู่ลูกได้
สำเร็จเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นประเทศที่สองของโลกที่สามารถลดอัตราการติดเช้ือ
จากแมส่ ู่ลกู ใหอ้ ย่ใู นระดบั ทีต่ ่ำกว่ารอ้ ยละ 2 มีแนวโน้มทจ่ี ะเป็น AIDS Free Generation หรอื ไม่มีโรคเอดส์ในเด็ก
ยคุ ตอ่ ไป
จากสถานการณ์และยุทธศาสตร์ของโรคเอดส์ คณะผู้จัดทำจึงดำเนินการจัดทำแผนการป้องกันควบคุม
โรคเอดสข์ ึน้ เพือ่ เปน็ แนวทางในการป้อกกันโรค การควบคุมโรค และการเฝา้ ระวังสอบสวนโรค เพ่ือเป็นประโยชน์
ตอ่ หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วข้องในการดำเนนิ งานดา้ นปอ้ งกันและเฝ้าระวังโรคตอ่ ไป
วตั ถปุ ระสงค์
เพอ่ื เป็นแนวทางในการดำเนินงานดา้ นการเฝา้ ระวัง ป้องกนั และควบคมุ โรคเอดส์
การประเมนิ สถานการณ์ของโรคเอดส์
ภาพรวมของประเทศไทย สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีลดลง โดยการคาดประมาณ จาก Spectrum AEM
(ณ 6 เมษายน ปีพ.ศ. 2563) ในปีพ.ศ. 2562 มีจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งสิ้น 471,061 คน โดยมี
ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 5,446 คน ซึ่งพบว่าความชุกในกลุ่มประชากรทั่วไปมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงสูงในกลุ่ม
ประชากรหลัก ไดแ้ ก่ กลุ่มชายมเี พศสัมพันธ์กบั ชาย กลุม่ พนักงานบริการทางเพศชาย กลมุ่ หญิงข้ามเพศ และกลุ่ม
ผใู้ ช้ยาดว้ ยวธิ ฉี ีด
จากการคาดประมาณด้วย AEM (ณ 20 มีนาคม ปีพ.ศ. 2563) ในปีพ.ศ. 2562 จำแนกผู้ป่วยเอชไอวี
รายใหม่ อายุ 15 ปีขึ้นไป ตามช่องทางการติดเชื้อ พบว่า ติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายมากที่สุด
ถึงร้อยละ 48.8 รองลงมาเป็นการมีเพศสัมพันธ์กับคู่ผลเลือดต่าง (Spousal/Discordant couples) ร้อยละ 30
การมีเพศสัมพันธ์กับคู่ชั่วคราวและนอกสมรส (Casual sex) ร้อยละ 13.4 การมีเพศสัมพันธ์ซื้อขายบริการ
(Sex Work) ร้อยละ 5.2 และติดเชื้อจากการใช้เข็มและกระบอกฉีดไม่สะอาดร่วมกัน (Needle sharing) ร้อยละ
2.6 และเมื่อจำแนกการติดเชื้อรายใหม่ ตามกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูง พบว่า ร้อยละ 46.4 เป็นกลุ่มชาย
มีเพศสัมพันธ์กับชาย (รวมสาวประเภทสองและพนักงานบริการชาย) ร้อยละ 4.9 เป็นลูกค้าหรือผู้ซื้อบริการ
ทางเพศ ร้อยละ 2.8 เป็นผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด และร้อยละ 2 เป็นพนักงานบริการทางเพศหญิง และสัดส่วน
ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ ร้อยละ 43.9 เกิดขึ้นในประชากรกลุ่มอื่น (ทั้งชายและหญิง) นอกเหนือจาก
ท่กี ล่าวมาข้างต้น ดงั ภาพท่ี 1 และ 2
ในขณะที่ข้อมูลจากระบบ NAP พบว่า มีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการตรวจเอชไอวี หรือทราบสถานการณ์ติดเช้ือ
จำนวน 470,007 คน คิดเป็นร้อยละ 99 ของจำนวนคาดประมาณผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตอยู่ และเป็นผู้ได้รับ
การรกั ษาดว้ ยยาตา้ นไวรัส (ART) จำนวน 375,332 คิดเป็นร้อยละ 80 ของผตู้ ิดเช้อื ทท่ี ราบสถานะการติดเชอ้ื และ
เป็นผู้ที่สามารถกดปริมาณไวรัสในกระแสเลือดได้ (≤1,000/มิลลิลิตร) จำนวน 365,088 คน คิดเป็นร้อยละ 97
ของผูท้ ่ีได้รบั การรักษาดว้ ยยาต้านไวรัส เม่ือคาดประมาณอัตราอุบัติการณ์การติดเช้ือเอชไอวี หรือจำนวนผู้ติดเชื้อ
เอชไอวีรายใหม่ (New Infection) ในรอบรายงานต่อประชากรไม่ติดเชื้อ 1,000 คน พบว่าอัตราอุบัติการณ์
3
การติดเชื้อเอชไอวีลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากที่มีอัตรา 0.24 ในปีพ.ศ. 2553 ลดลงเป็น 0.08
คน ตอ่ ประชากรไมต่ ดิ เชื้อ 1,000 คน ในปีพ.ศ. 2562 ดังภาพท่ี 3
ในประชากรทัว่ ไป สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีมีอัตราความชุกที่ต่ำ ผลการเฝ้าระวัง HSS ในกลุ่มหญิง
ที่มาฝากครรภ์ในปี 2562 พบความชุกการติดเชื้อเอชไอวีร้อยละ 0.5 และผลสำรวจความชุกการติดเชื้อ
ในชายที่ได้รับคัดเลือกเป็นทหารกองประจาการ ปี 2561 เท่ากับร้อยละ 0.6 ซึ่งไม่แตกต่างมากนักใน 10 ปี
ที่ผ่านมา และผลการสำรวจและเฝ้าระวังการติดเชื้อเอชไอวีและพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ (Integrated
Biological Behavioral Surveillance หรือ IBBS) พบว่า อัตราความชุกของเอชไอวีในกลุ่มประชากรหลักยังคง
สูงอยู่ (ยกเว้นกลุ่มผู้ให้บริการทางเพศที่สังกัดสถานบริการที่พบอัตราความชุกลดลง) การสำรวจ IBBS ปี 2561
พบว่ากลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย ร้อยละ 11.9 สาวประเภทสองหรือหญิงข้ามเพศ ร้อยละ 11 และพนักงาน
บรกิ ารชายมีความชุกการติดเชอ้ื ร้อยละ 3.8
สัดส่วนผู้ตดิ เชื้อรายใหม่ จาแนกตามช่องทางการติดเช้อื
3%
5%
30% 49% ใช้เข็มและกระบอกฉีด
13% ไมส่ ะอาดรว่ มกัน
เพศสัมพันธร์ ะหว่างชาย
กบั ชาย
ค่นู อนชว่ั คราวและนอก
สมรส
คผู่ ลเลือดตา่ ง
ภาพที่ 1 คาดประมาณการติดเช้ือรายใหม่จำแนกตามช่องทางการติดเช้อื
แหลง่ ข้อมลู : AEM, 20 มีนาคม ปีพ.ศ. 2563
สดั ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่ จาแนกตามกลุม่ ประชากรทมี่ ีความเสย่ี งสูง
3% 5%
6% 28% หญิงกลมุ่ อนื่ ๆ
38% ชายกล่มุ อืน่ ๆ
พนักงานบรกิ ารหญิง
16% สาวประเภทสอง
2% 2% ชายมเี พศสมั พันธ์กับชาย
พนกั งานบรกิ ารชาย
ผ้ใู ชส้ ารเสพตดิ ด้วยวิธีฉีด
ลกู ค้า/ผ้ซู ้ือบริการทางเพศ
ภาพท่ี 2 คาดประมาณการตดิ เชื้อรายใหม่จำแนกตามกลุ่มประชากร
แหล่งข้อมูล: AEM, 20 มีนาคม ปีพ.ศ. 2563
4
อัตราอุบัติการณ์การตดิ เช้ือเอชไอวี (HIV Incidence rate)
0.3 0.24 0.22 0.2
0.25
0.2 0.18 0.16 0.14 0.12
0.15
0.1 0.1 0.09 0.08
0.05
0
ปี 2553 ปี 2554 ปี 2555 ปี 2556 ปี 2557 ปี 2558 ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562
ภาพท่ี 3 อัตราอบุ ัติการณ์การตดิ เชือ้ เอชไอวี (HIV Incidence rate) จำแนกรายปี
แหลง่ ข้อมลู : การคาดประมาณสำหรบั ปี 2562 ใช้ Thailand Spectrum-AEM 6 เมษายน ปีพ.ศ. 2563
5
แนวทางการดำเนินงานการป้องกนั ควบคมุ และเฝา้ ระวงั โรคเอดส์
แนวทางการดำเนนิ งานปอ้ งกันโรคเอดส์
ระดบั บคุ ล
1. หลกี เล่ียงการสมั ผสั เชอ้ื สร้างพฤตกิ รรมทีเ่ หมาะสม เช่น งดสำส่อนทางเพศ หรอื ใช้ถุงยางอนามัย
2. การตรวจคดั กรองผ้ทู ่มี ภี าวะเสย่ี งอยา่ งสม่ำเสมอ เชน่
2.1 การตรวจเลือด สามารถตรวจฟรีปีละ 2 ครั้ง ซึ่งคนไทยทุกคน ทุกสิทธิการรักษา สามารถตรวจ
ได้ ทโี่ รงพยาบาลรฐั ทกุ แห่ง
2.2 หลีกเลี่ยงการสัมผัสเชือ้ สร้างพฤตกิ รรมทเี่ หมาะสม เชน่ งดสำสอ่ นทางเพศ หรอื ใช้ถุงยางอนามยั
3. การตรวจคัดกรองผ้ทู ่ีมภี าวะเสยี่ งอยา่ งสม่ำเสมอ เชน่ การปอ้ งกันตนเองก่อนการสมั ผัสเช้อื เอชไอวี
3.1 (Pre-Exposure Prophylaxis; PrEP) ใช้ป้องกันสำหรับผู้มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เป็นคู่นอนของผู้มี
เชื้อเอชไอวี คู่นอนหรือตนเองใช้สารเสพติดผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย
พนกั งานบริการ ผ้ตู ิดเช้ือโรคติดตอ่ ทางเพศสัมพันธ์ ภายใน 6 เดือนท่ผี า่ นมา
3.2 การป้องกันการติดเชื้อหลังการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (Post-Exposure Prophylaxis; PEP) ใช้ป้องกัน
สำหรับผูท้ ี่สมั ผัสเชือ้ จากอบุ ัตเิ หตุ ถุงยางแตก ถกู ล่วงละเมิดทางเพศ ฯลฯ สามารถปรึกษาแพทย์และรับยาโดยเร็ว
ภายใน 72 ช่ัวโมงภายหลงั การสัมผสั เชอื้ เพอ่ื ปอ้ งกนั การติดเช้ือ (3)
4. ป้องกันการติดเชือ้ จากแมส่ ู่ลูก โดยมีการคุมกำเนิด ในกรณีที่แม่และพ่อมีพฤติกรรมเสี่ยง สามารถปรึกษา
แพทย์ในการวางแผนครอบครัวได้
5. การให้สุขศึกษา ความรู้ เรื่อง โรค HIV AIDs ในครอบครัวโรงเรียนและสถานที่ทำงานและสามารถนำไป
ปฏิบัติไดจ้ รงิ (4)
ระดบั ระบบบริการ
1. การบริหารจัดการเวชภณั ฑ์ ในการป้องกนั โรคเอดส์ และโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพันธ์
2. การพฒั นาศักยภาพบคุ ลากรดา้ นป้องกันโรคเอดส์ และโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพันธ์
3. พัฒนาเทคโนโลยใี นการส่อื สารด้านพฤตกิ รรมทีป่ ลอดภัย และเพม่ิ การเข้าถึงอุปกรณป์ อ้ งกัน เช่น ถุงยางอนามัย
สารหลอ่ ล่นื ให้เหมาะสมกับกลุ่มประชากรในเขตเมอื ง เช่น สถานบริการ สถานศกึ ษา ผับ บาร์ สวนสาธารณะ
4. การเข้าถึงบริการเชิงรุก และการเข้าถึงการตรวจเลือดเอชไอวี (Test) ให้ครอบคลุมประชากรหลัก
ที่มีภาวะเสี่ยงสูง ได้แก่ ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย สาวประเภทสอง พนักงานบริการทางเพศที่ไม่ได้สังกัด
สถานบริการ และผู้ใชส้ ารเสพติด เพอื่ ให้ผ้ทู ม่ี ีผลเลอื ดบวกได้เข้าสูบ่ รกิ ารรกั ษาด้วยยาต้านไวรัสเรว็ ท่สี ุด
5. การพัฒนาระบบบริการแบบผสมผสาน เข้าถึง-เข้าสู่บริการ-คัดกรอง-รักษา-คงอยู่ ในรูปแบบการบริการ
อนามยั เจริญพนั ธ์ุ (5)
6. การพัฒนาโครงการคลินิกยามค่ำเพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงสำหรับประชาชนแล้วก็รูปแบบแนวทาง
ที่เหมาะสมในการควบคุมป้องกันโรคเอดส์โดยเนน้ ความสะดวกรวดเร็วเป็นกันเองคล้ายลกั ษณะคลินิกเอกชนและ
เพมิ่ บทบาทการใหค้ ำปรึกษาและการรองรับผู้ปว่ ยตดิ เชื้อเอดใหช้ ัดเจนข้นึ
7. การอบรมสื่อมวลชน เพื่อนําความรู้การป้องกันเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เผยแพร่ผ่าน
วิทยุกระจายเสียง ข่าวออนไลน์ หรือรูปแบบการสื่อสารอื่นๆ เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ในเรื่องเอชไอวีกับสื่อ
ในชมุ ชนเมือง เพอื่ สร้างกระแสสังคมในการรับรขู้ า่ วสารและสรา้ งความตระหนัก (2)
6
แนวทางการดำเนินงานควบคุมโรคเอดส์
1. จัดทำแนวทางการดแู ลรกั ษาผ้ปู ว่ ยเอดส์ และการจดั บรกิ ารเพอื่ ให้ครอบคลุม ตงั้ แตก่ ระบวนการการค้นหา
ผ้ตู ดิ เชอื้ ในกลมุ่ เส่ียงตา่ งๆ การนำเขา้ สู่ระบบบรกิ าร การตรวจหาการติดเช้อื การปอ้ งกนั การตดิ เชื้อ การดูแลรักษา
ผปู้ ่วยอย่างตอ่ เนือ่ ง ตามรูปแบบผสมผสาน เข้าถึง-เข้าสูบ่ ริการ-คดั กรอง-รกั ษา-คงอยู่ (6)
2. การขยายการให้บริการยาต้านไวรัสแก่ผู้ติดเชื้อในระบบริการสุขภาพ และบูรณาการให้การรักษาในชุดสิทธิ
ประโยชน์ของหลกั ประกนั สขุ ภาพถว้ นหนา้
3. ผลักดัน แนวคิด Treatment as Prevention เข้าถึงระบบริการเร็ว ตรวจเร็ว รู้เร็ว ได้รับยาต้านไวรัสไว รักษา
จนกดไวรสั ได้ จะลดโอกาสแพร่เชอ้ื ไดม้ ากถงึ 96% ช่วยทำใหเ้ อดส์ไม่เปน็ ปญั หาทางสาธารณสุขได้ (2)
4. พัฒนาการดำเนินงานควบคู่กับสถานพยาบาลเอกชน คลินิกกลุ่มเพศทางเลือก หรือสถานบริการชาย
กับชาย ในการเข้าถึงการใช้ถุงยางอนามัยและ ยาในการป้องกันตนเองก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (Prep) หรือ
การออกแบบกิจกรรมที่เข้าถึงการใช้ถุงยางอนามัย เน้นในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ชายที่ขายบริการ หรือ
ชายที่แต่งหญิง เปน็ ตน้ เพอื่ ประเมนิ ความเสี่ยงในการมีเพศสมั พันธ์ท่ีไม่ปลอดภยั
5. การวางแผนการดำเนนิ งาน 3 จุดเน้น ประกอบด้วย
5.1 ไมต่ ิด : การติดเชือ้ เอชไอวีใหมแ่ ละ STIs ลดลง
5.2 ไม่ตาย : ผู้ติดเชื้อเอชไอวีเสียชีวติ ลดลง ซึ่งต้องสอดคล้องกับ ผู้ที่รับยาต้านไวรัสฯ กดไวรัสฯ สำเร็จ
สามารถพฒั นาระบบบรกิ าร การวินิจฉัยรักษา และติดตามใหม้ ีคณุ ภาพและมาตรฐานได้
5.3 ไม่ตีตรา : ไม่มีการรังเกียจและ เลือกปฏิบัติ โดยประชาชนในสังคมมีทัศนคติที่ดีในการปฏิบัติ
ตอ่ ผู้ที่เกย่ี วขอ้ งกบั HIV AIDs (7)
6. การปอ้ งกนั การติดเชอ้ื รายใหม่
จัดอบรมเพื่อพัฒนาองค์ความรู้เรื่องเอดส์ใหแ้ ก่ อาสาสมัครสาธารณสุข ศูนย์บริการสาธารณสขุ หรือแกนนำ
นกั เรยี น แกนนำ LGBTQ เน้นการป้องกนั และสง่ เสรมิ สขุ ภาพของผู้ติดเช้อื หรือผปู้ ่วย ดว้ ยแนวคิดการปอ้ งกันดีกว่า
การรกั ษา
7. สุขภาพและการรักษาพยาบาล
7.1 กรณีมีผู้ป่วยในชุมชนเขตเมือง เน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการประสานงานกับศูนย์บริการ
สาธารณสุข เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาล และรักษาความลับของผู้ป่วยหรือการสร้างระบบพบหมอออนไลน์
ปรกึ ษาความตอ้ งการของยาต้านไวรสั
7.2 การพัฒนาเจา้ หน้าท่ีให้ความรู้ เนน้ การดแู ลตัวเอง และการอยูร่ ่วมกนั อยา่ งปลอดภัยในสงั คมเมือง
8. การสร้างสังคมท่ีนา่ อยู่ และการได้รบั สวสั ดิการทจ่ี ำเปน็
8.1 การสร้างค่านิยมและความเข้าใจที่ถูกต้องให้คนในครอบครัวและสมาชิกในชุมชนของผู้ติดเช้ือ
ไม่ตตี ราไมท่ อดท้ิง ไม่รังเกยี จและ Empower ผู้ปว่ ย
8.2 การพิทักษ์สิทธิของผ้ตู ดิ เชอ้ื และเก็บรกั ษาความลับของผู้ติดเช้อื มี ระบบปอ้ งกันข้อมลู ส่วนบคุ คล
8.3 การจดั ตัง้ กองทุนสวัสดิการ หากมผี ูต้ ิดเชื้อไม่มีสวสั ดกิ ารการรักษา
8.4 ให้ความช่วยเหลือ แก่กลุ่มเป้าหมายที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เช่น เด็กที่ติดเชื้อ และเด็กที่มี
พ่อแม่ติดเชือ้ เชน่ ให้ทนุ การศึกษา เสื้อผ้า คา่ ใช้จา่ ยในการอุปโภค บรโิ ภค หรอื สิ่งของทจี่ ำเปน็ อ่นื ๆ
8.5 การเยียวยาและการสงเคราะหศ์ พตามความจำเป็น
7
แนวทางการเฝา้ ระวงั โรคเอดส์
การเฝ้าระวังปัญหาโรคเอดส์ของประเทศไทยได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้ทันต่อเหตุการณ์อยู่เสมอ
โดยในปจั จุบนั ระบบเฝ้าระวังทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั ปญั หาเอดส์มีอยู่ 5 ระบบ ได้แก่
ระบบเฝ้าระวังโรคเอดส์โดยการรายงานผู้ป่วย (AIDS case report) เป็นระบบเฝ้าระวังระบบแรก
ที่ได้จัดให้มีขึ้นในปีพ.ศ. 2527 ก่อนหน้าที่จะมีการรายงานผู้ป่วยเอดส์รายแรกในประเทศไทย ระบบการรายงาน
ผู้ป่วยโรคเอดส์และผู้ติดเชื้อเอดส์ที่มีอาการ เป็นระบบการรายงานลับ สถานพยาบาลของรัฐและเอกชน
เปน็ ผรู้ ายงานผู้ปว่ ย โดยแพทยเ์ ป็นผ้วู ินจิ ฉัยโรคเมื่อพบผปู้ ่วยทแ่ี สดงอาการเขา้ ไดก้ บั นิยามการเฝา้ ระวงั โรค (8)
ระบบเฝ้าระวังการติดเชื้อเอชไอวี (HIV Sero-surveillance system: HSS) และระบบเฝ้าระวัง
การติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ (HIV Sero-incidence surveillance: HSS) เป็นการเฝ้าระวังสถานการณ์การติดเชื้อ
เอชไอวใี นกลุ่มเฉพาะ ใชว้ ธิ กี ารสำรวจความชุกของการติดเชื้อโดยการตรวจเลอื ดเปน็ เคร่ืองมือในการเฝ้าระวัง โดย
ทำการสำรวจปีละหนง่ึ ครั้ง ดำเนินการสำรวจในทุกจังหวดั ในกลุม่ ดงั ต่อไปน้ี (9)
1. กลุม่ หญิงท่ีฝากครรภ์ เฝ้าระวังในทุกรายในโรงพยาบาลของรฐั ทกุ แหง่ ในจังหวัด
2. กลุม่ โลหติ บรจิ าค เฝ้าระวงั ในโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ และสภากาชาดไทยทุกคน
3. กลุ่มพนักงานบริการหญิง เฝ้าระวังในหญิงขายบริการทางเพศในจังหวัด จำแนกตามประเภทของ
สถานบริการ โดยแบ่งหญิงขายบริการทางเพศออกเป็นทางตรงและทางแฝง โดยใช้สถานที่ที่ประกอบการขายบริการ
เป็นหลกั ในการพจิ ารณา
4. กลุ่มชายที่มาตรวจกามโรค เฝ้าระวังในชายที่มาตรวจรักษากามโรคคลินิกกามโรคของสำนักงานป้องกัน
ควบคุมโรค กรมควบคุมโรคทั้ง 12 แห่ง คลินิกกามโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง ที่ยังคง
มีการดำเนนิ งานอยู่ และคลินกิ กามโรคในโรงพยาบาล
5. กลุ่มผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีด ติดยาเสพติดที่เข้ารับการบำบัดรักษาที่คลินิกรักษายาเสพติด
ในโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ ศูนย์บำบัดรักษายาเสพติด แห่งใดแห่งหนึ่งหรือทุกแห่งรวมกัน เพื่อให้ได้
ตัวอย่างเพียงพอ โดยผลการเฝ้าระวังจากการดำเนนิ งานเฝ้าระวังการตดิ เชือ้ เอชไอวี ในกลุ่มในกลุ่มผู้ติดยาเสพติด
ชนิดฉีดประเทศไทย ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ปีพ.ศ. 2562 พบว่ามีผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีด จำนวน 214 คน
กลุ่มผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีดรายใหม่ ร้อยละ14.95 และกลุ่มผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีดรายเก่า ร้อยละ 85.05 เป็นเพศชาย
ทั้งหมด จำนวน 193 คน เป็นเพศหญิงทั้งหมด จำนวน 21 คน จากจำนวนผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีดมีความชุก
ของการติดเชื้อเอชไอวี ร้อยละ 17.76 ในกลุ่มผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีดรายใหม่ มีความชุกของการติดเชื้อเอชไอวี
รอ้ ยละ 2.80 และในกลุ่มผ้ตู ิดยาเสพตดิ ชนดิ ฉีดรายเก่ามคี วามชุกของการติดเช้ือเอชไอวี รอ้ ยละ 14.95 (7)
ระบบเฝา้ ระวังพฤติกรรมท่ีสัมพันธก์ ับการตดิ เชื้อเอชไอวี (Behavioral surveillance system: BSS)
เป็นการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มนักเรียน ปวช .2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มทหารกองประจำการ กลุ่มพนักงานชายในสถานประกอบการ และกลุ่มพนักงานหญิง
ในสถานประกอบการ เป็นการเฝ้าระวัง โดยทำการสำรวจปีละหนึ่งครั้ง เครื่องมือที่ใช้วัดพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ
คือแบบสอบถามที่มีคำถามเก่ียวกับลักษณะของประชากร และคำถามเก่ียวกับพฤติกรรมทางเพศประมาณ 20 คำถาม
8
ระบบเฝ้าระวังการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเช้ือ
เอชไอวี (Biologic and Behavioral Surveillance: BBS) เป็นการเฝ้าระวังการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อ
ทางเพศสัมพันธ์และพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ( Biologic and
Behavioral Surveillance among MSM: BBS MSM) (10)
ในปีพ.ศ. 2563 กองระบาดวิทยาได้ดำเนินการเฝา้ ระวังการตดิ เช้ือเอชไอวี โรคตดิ ต่อทางเพศสัมพนั ธ์ และ
พฤติกรรมที่สัมพนั ธ์กบั การติดเชื้อเอชไอวี พบว่า อัตราความชุกของการติดเชือ้ เอชไอวีในทั้ง 3 กลุ่มประชากร คือ
กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย พนักงานบริการชาย และสาวประเภทสอง ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่
ภูเก็ต ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร โดยมีอัตราความชกุ ต่ำกว่ารอ้ ยละ 10 ซึ่งถือว่าค่อนขา้ งต่ำ อาจเป็นผลกระทบ
มาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้มีการปิดสถานบริการที่เป็น
จุดรวมตัว และมีการเคลื่อนย้ายของกลุ่มประชากรเปา้ หมายท่สี ำรวจออกจากพื้นที่ ส่วนอตั ราการใช้ถุงยางอนามัย
เมอื่ มีเพศสมั พันธ์ทางทวารหนักคร้ังลา่ สุดในกลุ่มชายทมี่ ีเพศสัมพนั ธ์กบั ชายและสาวประเภทสองใน 2 จังหวดั และ
1 เขตปกครองพิเศษ คือ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และเชียงใหม่อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของผู้ที่เคย
ตรวจเลือดและทราบผลในรอบ 12 เดือนของกลุ่มชายท่ีมีเพศสัมพันธ์กับชายในจังหวัดชลบุรแี ละกรุงเทพมหานคร
กลุ่มพนักงานบริการชายในจังหวัดชลบุรีและเชียงใหม่ ต่ำกว่าร้อยละ 50 จากผลการเฝ้าระวังในทั้ง 3 กลุ่ม
ประชากร แสดงให้เห็นถึงความตระหนักต่อการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อเอชไอวีผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์
ในระดับต่ำ อีกทั้งการให้บริการในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มประชากรนี้ยังไม่ครอบคลุมเท่าที่ควร
ซึ่งบริการดงั กล่าวเป็นสิทธพิ ื้นฐานขั้นต้นที่ทกุ กลุ่มประชากรและประชาชนทั่วไปควรได้รับบรกิ าร ดังนั้นมาตรการ
ด้านการบริการการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีควรได้รับการส่งเสริม เพื่อสร้างความครอบคลุมในกลุ่มประชากร
ดังกลา่ ว
ระบบเฝ้าระวังเป็นส่วนประกอบหนึง่ ที่มีความสำคัญในการกำหนดมาตรการเพื่อปอ้ งกันควบคุมโรคเอดส์
ของประเทศ ชว่ ยให้สามารถติดตามสภาพปัญหาของโรคเอดส์ และวางแผนควบคุมปอ้ งกันโรคเอดส์
9
มาตรการการป้องกนั ตนเอง
มาตรการการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก (Prevention of Mother-to-Child HIV Transmission:
PMTCT)
ความหมาย/ความสำคญั
ประเทศไทยได้รับการประกาศจากองค์การอนามัยโลก ( World Health Organization; WHO)
เป็นประเทศที่มีการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก (PMTCT) น้อยกว่า ร้อยละ 2 ซึ่งการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่
สู่ลูก เกิดขึ้นได้ใน 3 ระยะ คือ 1) ขณะตั้งครรภ์ 2) ขณะคลอด และ3) หลังคลอดจากการติดเชื้อสู่ลูกผ่านทาง
การกินนมแม่ ส่วนใหญ่มักเกิดช่วงระยะคลอดมากท่ีสุด ผู้หญิงที่ติดเชื้อเอชไอวี และอยู่ในวัยเจริญพันธ์ มีโอกาส
ตั้งครรภ์ได้หากไม่ป้องกัน ดังนั้น ในการดูแลผู้หญิงกลุ่มนี้จึงควรมีการให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องการวางแผน
ครอบครัว การคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ รวมถึงการวางแผนเมื่อต้องการมีบุตรหรือตั้งครรภ์ เพ่ือป้องกัน
การถ่ายทอดเชอื้ เอชไอวีจากแมส่ ู่ทารกในครรภ์ และสู่ลกู ไปพร้อมๆ กนั
ปัจจุบันมียาต้านเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพ หากหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวีได้รับยาต้านเอชไอวี
อยา่ งเหมาะสม กินยาสม่ำเสมอ จนมีปรมิ าณไวรัสในเลือด < 50 copies/ml จะชว่ ยลดโอกาสถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี
จากแม่สู่ลกู ได้ การกนิ ยาต้านเอชไอวีอย่างสม่ำเสมอ และตอ่ เน่ือง นอกจากจะไม่ปว่ ยด้วยอาการของโรคเอดส์แล้ว
ยังสามารถป้องกันทารกในครรภ์ และคู่ไม่ให้รับเชื้อเอชไอวีอีกด้วย ดังนั้นความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ
การดูแลหญงิ ตง้ั ครรภ์ที่มีเชื้อเอชไอวี จะชว่ ยป้องกนั การถ่ายทอดเชอ้ื เอชไอวีจากแม่ไปสลู่ กู ได้ ดังตารางที่ 1
ตารางที่ 1 มาตรการแนวทางปฏบิ ตั ใิ นการดแู ลหญิงตั้งครรภ์ และการปอ้ งกันการติดเชื้อเอชไอวจี ากแม่สลู่ ูก
ระยะ มาตการ แนวทางปฏบิ ตั ิ
ขณะตง้ั ครรภ์
• หญิงตั้งครรภ์ และสามีควรได้รับบริการให้การปรึกษาแบบคู่ เพื่อตรวจหาการติด
เชื้อเอชไอวี และคัดกรองโรคต่าง ๆ ที่สามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก เช่น ไวรัสตบั
อักเสบบี ซิฟิลิส• หญิงตั้งครรภ์ทุกรายควรได้รับการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี
2 ครั้ง คือ เมื่อฝากครรภ์ครั้งแรก หากผลการตรวจครั้งแรกเป็นลบ ให้ตรวจซ้ำ เม่ือ
อายคุ รรภ์ 28 - 32 สปั ดาห์
• หญงิ ตัง้ ครรภ์ท่พี บว่าติดเชื้อเอชไอวี แนะนำใหเ้ ริม่ ยาตา้ นเอชไอวี โดยเรว็ ทส่ี ุดในวัน
เดียวกันกับการวินิจฉัย (same day ART) หรืออย่างช้าไม่ควรเกิน 7 วัน (Rapid
ART) โดยไม่ต้องรอผล CD4 เพื่อลดระดับไวรัสโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะช่วยลดโอกาส
ถ่ายทอดเช้อื เอชไอวีจากแมส่ ู่ลกู ได้มากขน้ึ
• หญงิ ตง้ั ครรภท์ ่ีตดิ เชื้อเอชไอวี และได้รบั ยาตา้ นเอชไอวมี าก่อนเร่ิมต้ังครรภ์ แนะนำ
ใหเ้ ข้ารบั การฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด หากการรักษายังได้ผลดีสามารถใหย้ าต้านเอชไอวี
สูตรเดิมต่อไปได้
• นัดติดตามหญิงตั้งครรภ์ และอัลตราซาวด์ทารกในครรภ์ตามมาตรฐานการดูแล
และตรวจปรมิ าณไวรัสเอชไอวใี นเลอื ดท่อี ายคุ รรภ์ 32-36 สปั ดาห์
ระยะ 10
ขณะคลอด
มาตการ แนวทางปฏิบัติ
หลงั คลอด • หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี ต้องได้รับยาต้านเอชไอวีอย่างต่อเนื่องและให้ยา
AZT ครั้งเดียวในระหว่างเจ็บครรภ์คลอดร่วมด้วยเสมอ ยกเว้นในรายที่มีระดับ HIV
VL < 50 copies/ml เมื่อใกลค้ ลอด สามารถงด AZT ในระหว่างเจบ็ ครรภค์ ลอดได้
• หญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับ HIV VL < 1,000 copies/ml ที่ใกล้คลอด (อายุครรภ์
32-36 สัปดาห์) และมีวินัยในการกินยาดี สามารถเลือกคลอดทางช่องคลอด และรอ
ใหม้ กี ารเจบ็ ครรภค์ ลอดเองได้ (spontaneous labor) หรอื อาจเลือกวิธีผา่ ท้องคลอด
กอ่ นเจบ็ ครรภค์ ลอดโดยปฏบิ ัติ เช่นเดียวกับหญิงตงั้ ครรภท์ ่ีไม่ติดเช้ือเอชไอวี
• ระหว่างคลอดจะให้ดำเนินไปตามธรรมชาติ ควรหลีกเลี่ยงการเจาะถุงน้ำคร่ำ
การโกนขนที่อวัยวะเพศภายนอก และการทำหัตถการที่อาจจะทำให้เด็กได้รับ
บาดเจ็บ เพื่อลดความเสย่ี งต่อการสัมผัสเลอื ดแม่
• หญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับ HIV VL >1000 copies/ml ที่อายุครรภ์ 32-36 สัปดาห์
ควรเลือกวิธีการผา่ ท้องคลอดก่อนการเจ็บครรภ์คลอด และสามารถนัดผ่าท้องคลอด
ทอี่ ายุครรภ์ 38 สปั ดาห์
การดแู ลแมห่ ลงั คลอด
• ด้านสุขภาพกาย ได้แก่ การดูแลตามมาตรฐานของหญิงหลังคลอด เฝ้าระวังการติดเช้ือ
หลังคลอด การป้องกันการคัด และการอักเสบของเต้านม การตรวจติดตามหลังคลอด
ที่ 4-6 สัปดาห์ และให้ยาต้านเอชไอวีต่อเนื่อง และนัดติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
รวมถงึ การสง่ เสรมิ สุขภาพทางดา้ นต่างๆ เชน่ โภชนาการ การออกกำลงั กาย
• ดา้ นสขุ ภาพจติ ใจ ได้แก่ ให้การสนับสนุนทางจิตใจจากครอบครัว การสังเกตอาการ
ตนเองเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด วางแผนการเลี้ยงดูทารก และครอบครัว
ในระยะยาว
• กรณีที่สามียังไม่ทราบผลเลือด ควรประเมินความพร้อมเรื่องการเปิดเผยผลเลือด
แกส่ ามี ใหค้ วามช่วยเหลือสนบั สนนุ ในการเปิดเผยผลเลือดซ่ึงกันและกัน และชักชวน
ให้สามมี าตรวจเลอื ดเพ่อื หาการตดิ เชอื้ เอชไอวีโดยสมัครใจ
• ป้องกันการแพร่เชือ้ และการรับเชื้อเอชไอวีเพิ่มไม่ว่าคู่จะมีผลเลอื ดบวกเหมือนกนั
หรือผลเลือดต่าง ส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ได้แก่ การใช้ถุงยางอนามัย
อย่างถกู วธิ ี และใหค้ วามรูเ้ ร่อื ง U=U
• ประเมินความประสงคข์ องคู่สามีภรรยาในการมีบตุ รคนต่อไป ให้คำปรึกษาแนะนำ
เรื่องการวางแผนครอบครวั และการคมุ กำเนดิ
การดูแลทารกหลงั คลอด
• ทารกที่คลอดจากมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี จะได้รับยาต้านเอชไอวี โดยเริ่มทันที
หลังคลอด ภายใน 1 ชั่วโมง และให้กินยาต่อเนื่องนาน 4 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยง
ในการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลกู โดยแพทย์จะพิจารณาให้สูตรยาต้านเอชไอวี
11
ระยะ มาตการ แนวทางปฏบิ ัติ
ตามความเสี่ยง ผู้ดูแลควรป้อนยาให้ทารกอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง หากทารก
มปี ัญหาในการกินยาให้รีบมาพบแพทย์ และไม่ควรหยดุ ยาเอง
• ใหง้ ดนมแม่โดยเดด็ ขาด เนอื่ งจากมโี อกาสที่ทารกจะตดิ เชือ้ เอชไอวี จากแมผ่ า่ นทาง
น้ำนม ให้ทารกกินนมผสม ปัจจุบันกรมอนามัยให้การสนับสนุนนมผสมสำหรับทารก
ท่ีคลอดจากแมท่ ีต่ ดิ เชื้อเอชไอวีฟรีนาน 18 เดือน
มาตรการการชวนคูร่ ัก และครอบครัวของผตู้ ิดเชื้อเอไอวมี าตรวจเช้ือ (Index Testing)
ความหมาย/ความสำคัญ
ในปีพ.ศ. 2559 องค์การอนามัยโลกได้แนะนำการชวนคู่ (partner) ของผู้ติดเชื้อเอชไอวี (index client)
เขา้ รบั บริการตรวจหาการติดเชอ้ื เอชไอวี เน่อื งจากหลายการศึกษาพบว่า บรกิ าร index partner testing สามารถ
เพม่ิ การเขา้ ถงึ กลุ่มผู้รบั บริการ ทม่ี ีความเสย่ี งสูงที่จะติดเช้ือเอชไอวีได้ และช่วยให้คทู่ ่ียังไม่ทราบสถานะการติดเช้ือ
เอชไอวีเข้าสู่กระบวนการรักษา ซึ่งจะสามารถตัดวงจรการแพร่กระจายของเชื้อเอชไอวี การเสนอบริการตรวจ
เอชไอวใี ห้คู่ หรอื บตุ รของผ้ตู ิดเช้ือจะเน้นผรู้ ับบริการเป็นศูนย์กลางทั้งผู้ติดเชื้อเอชไอวี และคู่ไม่จำเป็นต้องเปิดเผย
ผลเลอื ดแกก่ ัน มีเพยี งการขอคำยินยอมด้วยวาจา และการประเมินการใช้ความรนุ แรงในครอบครัวก่อนชวนคู่มาตรวจ
คู่ (partner) หมายถงึ ใคร
1. คู่ทางเพศสัมพันธ์ และคทู่ ี่ใชเ้ ข็มฉีดยาร่วมกนั
2. บุตรทางสายเลือดท่อี ายุ นอ้ ยกวา่ 15 ปี
3. กรณผี ้ตู ิดเช้อื อายุ นอ้ ยกวา่ 15 ปี มารดา บิดา และพนี่ อ้ งทางสายเลอื ดควรไดร้ บั การตรวจดว้ ย
ประเด็นสำคญั สำหรบั ผใู้ ห้บรกิ าร
1. การชวนคขู่ องผู้ตดิ เชอ้ื เอชไอวมี าตรวจ ต้องเปน็ บรกิ ารดว้ ยความยนิ ยอมสมัครใจของผู้รับบรกิ าร
2. ผรู้ บั บรกิ ารไม่ต้องเปิดเผยผลเลอื ดกบั คู่ ถ้าไม่ตอ้ งการ
3. ต้องประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงระหว่างคู่ และติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์อันอาจจะ
เกดิ ได้หลงั จากรบั บริการ
4. หากพบว่าค่ตู ดิ เชือ้ เอชไอวีแลว้ ใหส้ ง่ ตอ่ คู่เหล่านี้เขา้ สู่กระบวนการรักษา
5. หากคู่ยังไม่ติดเชื้อเอชไอวี ให้ส่งเข้ารับบริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี เช่น PrEP, PEP หรือบริการ
ถุงยางอนามยั
Index client หมายถึงใคร ได้แก่ ผ้ทู ่ีได้รับการวินจิ ฉยั ว่าตดิ เชอื้ เอชไอวี
1. ผตู้ ดิ เช้อื เอชไอวี รายใหมท่ ี่ยงั ไมเ่ ร่มิ ยาตา้ นเอชไอวี
2. ผู้ติดเชอ้ื ท่ีกนิ ยาต้านเอชไอวีแลว้ ต่อไปน้ี
1.1 กดปรมิ าณไวรัสเอชไอวใี นเลือด (HIV VL) ไม่ได้ (treatment failure)
1.2 คยู่ ังไมเ่ คยตรวจเลอื ดหาการตดิ เชอ้ื เอชไอวี เปลีย่ นค่หู รือมคี ูใ่ หม่
1.3 ตดิ เช้อื โรคติดตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์
1.4 ยา้ ยสิทธกิ ารรักษามาจากทีอ่ น่ื
1.5 หายไปจากการตดิ ตามรักษา และกลบั มาเข้าระบบใหม่
12
รปู แบบวธิ กี ารชวนคู่ สำหรบั บริการ index partner testing ประกอบดว้ ย
1. เจ้าหน้าที่ชวน (Provider Referral) โดยผู้ให้บริการติดต่อคู่ของ index client โดยตรง และแจ้งเหตุ
จำเปน็ ของการตรวจเอชไอวี โดยไมต่ อ้ งบอกชอ่ื ของ index client ทำเป็นแบบนริ นาม
2. ผู้ติดเชื้อชวนเอง (Client Referral) โดยติดต่อชวนคู่ด้วยตนเอง เพื่อมาตรวจเอชไอวีที่โรงพยาบาล
โดยไมจ่ ำเปน็ ต้องเปดิ เผยผลเลอื ดของตนเอง
3. ผู้ติดเชื้อชวนคู่ด้วยตนเองก่อน ถ้าภายในสองอาทิตย์ยังชวนไม่ได้ เจ้าหน้าที่ช่วยเป็นผู้ติดต่อ คู่
ให้ (Contract Referral)
4. ผู้ให้บริการ และผู้ติดเชื้อร่วมกันชวนคู่เข้ารับบริการตรวจเอชไอวี (Dual Referral) โดยการร่วมกัน
ชวนดงั กลา่ วต้องได้รับความยินยอมจาก index client
ข้อควรปฏิบตั ิ
1. คู่ผลเลือดบวก (Concordant Positive Couples) ส่งเข้าระบบการรักษาตามหลักการ Test and
Treat/ Same-day ART\
2. คู่ที่มีผลเลือดต่าง (Sero-Discordant Couples) ส่งเข้าสู่บริการป้องกันโดยเสนอบริการ PrEP และ
ถุงยางอนามัยตามแนวทางปฏิบัติของสถานบริการนั้นๆ จนกว่า index client จะได้รับยาต้านเอชไอวีและ
กดปริมาณไวรัสได้
มาตรการการเปิดเผยผลเลอื ดเอชไอวแี ก่คู่ (HIV/AIDS status disclosure to partner)
ความหมาย/ความสำคญั
การเปดิ เผยผลเลือดเอชไอวี (HIV/AIDS status disclosure) หมายถึง การบอกสถานะการตดิ เชือ้ เอชไอวี
ของตนเองให้บคุ คลอนื่ รับทราบ แมก้ ารเปดิ เผยสถานะการติดเชอ้ื เอชไอวีใหผ้ ู้อ่ืนอาจช่วยลดความเครียดและความอึดอัด
จากการปกปิด อยา่ งไรก็ตาม การตัดสินใจจะเปิดเผยสถานะการติดเชื้อกับผู้อ่ืน เป็นเร่ืองที่ท้าทาย ว่าควรเลือกเปิดเผย
สถานะการติดเช้ือกับใคร เมอื่ ไร และอยา่ งไร เนือ่ งจากการเปดิ เผยสถานะการติดเช้ือเอชไอวีอาจเกิดผลกระทบได้
ทง้ั ทางดา้ นบวกหรอื ลบตามมา
การเปิดเผยผลเลือดกับคู่นอน และคนที่ไว้ใจ มีทั้งข้อดี และข้อเสีย จากการวิจัยพบว่าส่วนใหญ่ผู้ติดเช้ือ
เอชไอวี มักไม่ค่อยบอกผลเลือดของตนกับคู่นอนที่ไม่ใช่คู่ประจำเนื่องจากกลัวความลับถูกเปิดเผย กังวลเรื่อง
การรงั เกียจตีตรา กงั วลผลลบทน่ี ำไปสกู่ ารยตุ ิความสัมพนั ธ์ หรอื การยอมรับจากคู่ โดยเฉพาะกรณคี ู่ท่ผี ลเลอื ดต่าง
ประโยชน์ของการเปิดเผยสถานการณต์ ดิ เชื้อเอชไอวไี ดส้ ำเร็จ
เน่ืองจากเอชไอวีเป็นโรคเรื้อรัง ทำใหผ้ ู้ติดเช้อื เอชไอวีทร่ี ับการรักษามีอายยุ ืนยาวขน้ึ กระบวนการปรึกษา
เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการเปิดเผยสถานะการติดเชื้อเอชไอวีกับคู่ หรือบุคคลที่ไว้ใจได้อย่างราบรื่นจึงมีความส ำคัญ
ตอ่ ผตู้ ิดเชอื้ เอชไอวี และคดู่ งั นี้
1. ช่วยให้ผู้ติดเช้ือเอชไอวีมีความเข้าใจเรื่องเอชไอวี และสามารถประเมินข้อดี-ข้อเสียของการเปิดเผย
ผลเลือดได้ เช่น ข้อดีสบายใจไม่มคี วามลบั ต่อกัน ขอ้ เสียอาจทำใหค้ วามสมั พนั ธ์ยุติ เป็นตน้
2. มีทัศนคติ ความคิด และปฏิกิริยาต่อการติดเชื้อในด้านบวก เห็นประโยชน์ของการเปิดเผยผลเลือด
และสามารถตัดสินใจ เปิดเผยผลเลือดกับคู่ หรือบุคคลที่ไว้ใจได้ ทำให้คู่ได้เข้ารับการรักษา มีกำลังใจในการกินยา
ร่วมมือกันดแู ลสุขภาพ เห็นคุณค่าของความสัมพันธ์ท่มี ตี ่อกนั และสามารถวางแผนในอนาคตร่วมกนั ได้ เป็นต้น
13
3. ลดพฤติกรรมเสี่ยง ลดการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี ลดการตีตรา ช่วยสนับสนุนให้เข้าถึงบริการการรักษา
อย่างต่อเนื่อง
เวลาท่ีเหมาะสำหรับการเปดิ เผยผลเลือดหรือปรึกษาทีมผ้ใู ห้บริการในการเปดิ เผยผลเลอื ด
เวลาที่เหมาะสมที่สุด คือ ในช่วงการให้ความรู้เรื่องเอชไอวีแก่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ตั้งแต่ระยะการให้
การปรึกษาก่อนตรวจเลือด (Pre-test counseling) โดยเตรียมความพร้อมในการให้การปรึกษาแบบคู่ เพ่ือแบ่งปัน
ผลเลือดให้กันและกันตั้งแต่ต้น และวางแผนร่วมกันในการป้องกัน และรักษาตามผลเลือดที่พบของคู่ ในกรณี
ที่ไม่สามารถเตรียมความพร้อมในการให้การปรึกษาแบบคู่ได้ สามารถเตรียมความพร้อมในการเปิดเผยผลเลือดได้
ต้ังแตช่ ว่ งการปรกึ ษาหลงั ตรวจเลือด (Post-test counseling) และในนัดตดิ ตามการรกั ษาครงั้ ต่อๆ ไป
ข้อควรระวัง ต้องประเมินความพร้อมคนไข้ในการรับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเอชไอวี และการเปิดเผย
ผลเลอื ดกับคู่ รวมทั้งการให้กำลงั ใจ รว่ มวางแผนกรณีการแจง้ ผลเลอื ด
ประเดน็ สำคัญช่วยให้เกิดความสำเรจ็ ในการเปดิ เผยผลเลือด
1. ผลลัพธ์ดา้ นสุขภาพของผู้ติดเชื้อเอชไอวเี อง โดยเฉพาะในคู่ที่มีผลเลือดต่าง หรอื ไม่ทราบสถานะการติดเชื้อ
เอชไอวีของคู่ หากไมไ่ ดป้ ้องกันขณะมเี พศสัมพันธ์ อาจสง่ ผลใหเ้ กิดการถ่ายทอดเชอื้ หรอื การรับเช้อื เพ่ิมได้
2. ผลลัพธ์ด้านสุขภาพของคู่ และแนวทางการอยู่ร่วมกัน ในกรณีผลเลือดติดเชื้อเอชไอวีเหมอื นกัน จะได้
ช่วยกระตุ้นให้คู่เข้ารับการรักษาด้วยยาต้านเอชไอวี เพื่อให้คู่มีคุณภาพชีวิตที่ดีระดับภูมิคุ้มกันสูง และไม่เจ็บป่วย
ในระยะยาว ในกรณีผลเลือดต่างมีแนวทางการป้องกัน โดยให้คู่ใช้ยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี ( PrEP)
เพอื่ ให้คู่สามารถคงผลลบได้
3. การพัฒนาและการวิจัยทางการแพทย์ที่ยืนยันว่า เมื่อผู้ติดเชื้อกินยาต้านเอชไอวีต่อเนื่องจนสามารถ
กดเช้ือไวรัสไดแ้ ล้ว (HIV VL < 50 copies/ml) จะไม่ถา่ ยทอดเชื้อเอชไอวใี ห้คู่ (U=U)
4. หาตัวช่วยให้เกิดการตัดสินใจ การปรึกษาทีมผู้ให้บริการ จะช่วยให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีแนวทางในการ
เปิดเผยผลเลือด และเห็นประโยชน์ในการเปิดเผยผลเลือดของตนเอง ทำให้ลดความอึดอัดและลดคว ามเครียด
จากการปกปิดได้
5. ได้เวลาสำคัญที่จะต้องบอก ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีพฤติกรรมการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีสูง เช่นผู้ที่ถุงยาง
แตก หรือรั่ว หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ต้องได้รับคำแนะนำให้พาคู่ หรือผู้ที่มีความเสี่ยงร่วมกันเข้ารับ
การปรึกษา เพื่อคัดกรองตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวี หรือขอรับยา PEP เพื่อป้องกันการติดเชื้อโดยเร็วที่สุด
(ภายใน 72 ช่วั โมง หรือ 3 วัน หลงั มเี พศสัมพนั ธ์ ย่ิงได้รับยาเรว็ ย่ิงมีโอกาสปอ้ งกนั เชอ้ื ต้านเอชไอวีได้มากขน้ึ )
มาตรการดา้ นเพศสมั พนั ธท์ ป่ี ลอดภัย (Safe Sex)
เพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย (Safe sex) หมายถึง กิจกรรมทางเพศที่ปลอดภัยจากการรับ และถ่ายทอด
เชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีวิธีการป้องกันหลายรูปแบบ เช่น การใช้ถุงยางอนามัย การมีคู่
คนเดียว รายท่ียังไม่ตดิ เช้ือเอชไอวี หากมพี ฤติกรรมเสีย่ งต่อเนื่อง ใหก้ ิน PrEP เพอื่ ปลอดภยั จากการติดเชอ้ื เอชไอวี
ความสำคัญ
โดยทั่วไปเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถติดต่อได้จากเลือด น้ำอสุจิ สารคัดหล่ัง
จากช่องคลอด หรือทางทวารหนักจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันในผู้ติดเชื้อเอชไอวีการลดโอกาส
การแพร่กระจายเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไปสู่ผู้อื่น หรือคู่นอนวิธีการที่ดีที่สุด คือ มีเพศสัมพันธ์
14
กับคู่นอนที่ไม่ติดเชื้อเพียงคนเดียว หรือการไม่มีเพศสัมพันธ์ หากไม่สามารถทำได้ ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกคร้ัง
ที่มีเพศสัมพันธ์ เพราะการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง สามารถลดความเส่ียงในการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้ง
การติดเชื้อเอชไอวีได้นอกจากนี้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีการทำ oral sex โดยไม่ได้ป้องกันอาจติดโรคติดต่อ
ทางเพศสัมพันธ์จากการทำ oral sex หากเป็นฝ่ายทำ oral sex และคู่มีการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ทีอ่ วัยวะเพศในทำนองเดียวกัน หากเป็นฝา่ ยรับ oral sex โดยผูท้ ำมกี ารติดเชื้อโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพันธ์ทางปาก
หรอื ลำคออยู่ก็อาจติดเช้ือได้เช่นกัน การทำ oral sex ทางทวารหนัก นอกเหนือจากโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพันธ์แล้ว
ยังอาจทำให้ตดิ เช้ือไวรัสตับอกั เสบเอ ตับอักเสบบี พยาธิ หรือแบคทีเรียในลำไส้ได้
ประโยชนข์ องเพศสมั พนั ธท์ ปี่ ลอดภัย
ความรู้เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย มีประโยชน์สำหรับผู้ติดเชื้อ และคู่ ทำให้มีทางเลือกในการ
ป้องกนั การติดเช้อื เอชไอวี ดังน้ี
1. มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย โดยสวมใส่ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องทุกครั้งช่วยป้องกันทั้งเชื้อเอชไอวีและ
โรคติดต่อทางเพศสมั พันธ์
2. รับประทานยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ หรือ PrEP อย่างถูกต้องตามคำแนะนำ จะช่วยป้องกัน
การตดิ เช้อื เอชไอวี แตต่ ้องใช้ถุงยางอนามยั ควบคู่เพอื่ ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธอ์ ื่น ๆ
3. ทราบ และเข้าใจความสำคัญของระดับความเสี่ยงในการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีไปยังคู่ หรือผู้ที่มี
ความเสีย่ งร่วมกัน ผ่านชอ่ งทางการมีเพศสัมพนั ธ์ที่ปลอดภัย
4. ลดพฤติกรรมเสี่ยง มีคู่นอนคนเดียว เข้าถึงบริการรักษา กินยาต้านเอชไอวีต่อเนื่อง ตรงเวลาจนHIV VL ≤ 50
copies/ml หรือตรวจไมพ่ บ (undetectable) จะไม่ส่งผ่านเช้อื เอชไอวีให้คู่ Undetectable = Untransmittable (U=U)
5. ชวนคมู่ ารับการตรวจเลอื ดหาการติดเชือ้ เอชไอวี เพอ่ื รับการรักษาท่ีเหมาะสม เช่น หากคมู่ ผี ลเลือดต่าง
พิจารณาการรับ PrEP เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากเพศสัมพันธ์กับคู่ที่มีเชื้อเอชไอวี หรือหากผลเลือด
เป็นบวกใหเ้ ขา้ สรู่ ะบบการรกั ษาด้วยยาตา้ นเอชไอวีพรอ้ มกัน
ขอ้ ควรปฏบิ ัต/ิ ส่ิงจำเป็นท่ีควรรู้ ก่อนรบั การตรวจเลอื ด
1. ประเมินความเสี่ยงของตนเอง จัดอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวีสูง ได้แก่
มีเพศสัมพันธ์โดยไมไ่ ดป้ อ้ งกนั ถุงยางแตก หรือร่วั พนกั งานบรกิ ารทางเพศ และมปี ระวัติโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พันธ์
2. ปรึกษาทมี ผูใ้ หบ้ รกิ ารสุขภาพ เพอื่ รับบรกิ ารปรึกษา ตรวจคัดกรอง และตรวจเลือด
3. การใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้องทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
รวมทงั้ การติดเชือ้ เอชไอวีได้
ขอ้ ปฏิบัติหลงั ผลตรวจเลือดพบเชื้อเอชไอวี
1. การเข้ารับบริการ ได้แก่ การปรึกษาเพื่อให้เข้าใจสถานะการติดเชื้อเอชไอวี แนวทางการป้องกัน
การถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การรักษาด้วยยาต้านเอชไอวี การป้องกัน และรักษาโรคติดเชื้ อ
ฉวยโอกาสอ่ืน ๆ กินยาต้านเอชไอวอี ย่างสม่ำเสมอ เพอื่ การลดการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี ไปยงั คูห่ รอื ผูท้ ี่มีความเสี่ยง
ร่วมกนั
2. เขา้ สกู่ ารรกั ษาด้วยยาต้านเอชไอวี ทันทีในวันเดยี วกับที่ได้รบั การวินิจฉัย เริ่มยาเร็ว ถา้ สุขภาพแข็งแรง
จะไม่ป่วยด้วยโรคติดเชอ้ื ฉวยโอกาส และไมเ่ ป็นโรคเอดส์
15
3. การป้องกันหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น งดมีเพศสัมพันธ์ หรือมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการถ่ายทอด
เชื้อเอชไอวี เชน่ การใช้ถงุ ยางอนามัยทุกคร้ังทมี่ ีเพศสมั พันธ์ ใหค้ ู่กนิ PrEP หรอื การมเี พศสัมพันธโ์ ดยไมส่ อดใส่ เป็นตน้
4. การสื่อสารกับคู่เรื่องผลเลือด การบอกผลเลือดกับคู่ หรือผู้ที่มีความเสี่ยงร่วมกัน เพื่อให้คู่ได้รับ
การตรวจเลอื ด รกั ษา หรือในค่ทู ม่ี คี วามเสย่ี งในการติดเช้อื สามารถพจิ ารณากิน PrEP โดยเรว็
ข้อปฏิบตั ิ (สำหรบั ค่)ู กรณีผลการตรวจเลือดไม่พบการตดิ เชอื้ เอชไอวี
หากเคยมีพฤติกรรมเสี่ยง และผลการตรวจเลือดครั้งนี้ยงั ไม่พบเชื้อ หรือไม่แน่ใจว่าตนอาจอยู่ในระยะแฝง ให้
กลับมาตรวจเลือดซ้ำอีกใน 30 วัน เพื่อยืนยันผลการตรวจ โดยในระหว่างนี้จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยสม่ำเสมอ
ทุกครั้งกับทุกคน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเพิ่ม หรือปรึกษาทีมผู้ให้บริการสุขภาพเพื่อขอรับยาป้องกัน
หลังการสัมผสั เชอื้ เอชไอวี (PEP) หากมีความเสยี่ งไม่เกิน 72 ชั่วโมง
มาตรการการปอ้ งกนั การตดิ เชอ้ื กอ่ นการสมั ผสั เชอ้ื เอชไอวี (Pre-Exposure Prophylaxis: PrEP)
PrEP ย่อมาจาก Pre-Exposure Prophylaxis คือ การให้ยาต้านเอชไอวีแก่ผู้ที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวี เพื่อ
ปอ้ งกันการติดเชอ้ื ก่อนการสมั ผสั เชื้อ
ความสำคัญของการให้ยาต้านเอชไอวีเพื่อป้องกันการติดเชื้อก่อนการสัมผัสเชื้อ หรือ PrEP เป็นหนึ่งใน
มาตรการที่สำคัญเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงการใช้ PrEP
ควรใช้รว่ มไปกับการสง่ เสรมิ การปรบั เปลีย่ นลดพฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่ การใชถ้ งุ ยางอนามัยทกุ คร้ังเมื่อมีเพศสัมพันธ์
เพื่อการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น นอกจากนี้แล้วผู้กิน PrEP ควรตรวจหาเชื้อเอชไอวีอย่างสม่ำเสมอ
อยา่ งน้อยทกุ 2-3 เดือนระหว่างการใช้ PrEP
PrEP ที่ใช้ในประเทศไทย ประกอบด้วยยาต้านเอชไอวี 2 ชนิดใน 1 เม็ด (TDF/FTC) โดยต้องรับประทาน
วันละ 1 เม็ด รูปแบบการกิน PrEP มี 2 แบบ ได้แก่ การกิน PrEP แบบทุกวัน (Daily PrEP) และการกิน PrEP
เฉพาะก่อน และหลังการมีเพศสัมพันธ์ (On-demand PrEP) ทั้งสองแบบใช้ TDF/FT สำหรับประเทศไทย
ยงั แนะนำ Daily PrEP เป็นหลกั ในทุกกลมุ่ ประชากร แตพ่ ิจารณา On-demand PrEP ไดเ้ ฉพาะในกลุ่ม MSM ที่มี
ความเส่ยี งไมบ่ ่อยนัก และเป็นความเสยี่ งท่วี างแผนได้
ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่มีผลการตรวจเอชไอวีเป็นลบ และมีข้อใดข้อหนึ่งในช่วงเดือน ที่ผ่านมามีข้อบ่งใช้
PrEP ดงั น้ี
1. มเี พศสมั พันธ์โดยไมใ่ ช้ถงุ ยางอนามยั กบั ผูต้ ดิ เช้อื เอชไอวที ย่ี ังกดปริมาณไวรัสเอชไอวใี นเลือดไม่สำเร็จ
2. มีเพศสัมพันธโ์ ดยไมใ่ ช้ถงุ ยางอนามัยกบั ผทู้ ่ีไมท่ ราบผลการติดเชื้อเอชไอวี
3. มีโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พันธ์ เช่น หนองใน ซิฟลิ ิส
4. ใช้สารเสพติดก่อนหรือระหว่างมีเพศสมั พนั ธ์
5. ใช้เขม็ ฉีดยาร่วมกบั ผอู้ ื่น
6. เคยไดร้ บั ยาป้องกนั หลังสมั ผสั เชือ้ เอชไอวี (nPEP)
7. มีความประสงค์จะรับ PrEP
16
ตารางที่ 2 ข้อแนะนำในการให้ PrEP และการติดตาม
ขอ้ แนะนำ แนวทางปฏบิ ตั ิขณะกิน PrEP
กอ่ นเริ่ม PrEP 1. ให้ยา TDF/FTC กินวนั ละ 1 เมด็ นาน1 สปั ดาห์ก่อน
1. ตรวจ Anti-HIV และประเมินอาการของการติดเชื้อ มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีและกินยาต่อเนื่อง
เอชไอวรี ะยะเฉียบพลัน จนครบ 30 วนั หลังมคี วามเสยี่ งครัง้ สุดท้ายในการติดเชื้อ
2. ตรวจการทำงานของไต (Creatinine) ไม่ควรเริ่มยา เอชไอวี
PrEP ในผทู้ ่ีมีการทำงานของไตบกพร่อง 2. ตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี (Anti-HIV) เดือนที่ 0, 1,
3. ซักประวัติการได้รับวัคซีนป้องกันตับอักเสบไวรัสบี และทกุ 3 เดือน
และตรวจคัดกรองหาเชื้อตับอักเสบบี (HBsAg) และ 3. ตรวจระดบั Creatinine ทกุ 6 เดอื นยกเว้นในรายที่มี
ภมู ิต้านทานตอ่ เช้อื ตบั อักเสบบี (Anti-HBs) ควรแนะนำให้ ความเสี่ยงค่าไตผิดปกติ (โรคเบาหวาน โรคความดัน
ฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบบี หากพบว่ายังไม่มีภูมิต้านทาน โลหิตสูง) อาจตรวจทุก 3 เดอื น
หรือรักษาการติดเชือ้ ตบั อักเสบบี หากพบวา่ มกี ารตดิ เชอื้ อยู่ 4. ตรวจการต้งั ครรภ์ (สำหรับผู้หญิง)กอ่ นเริ่มยาทุกครั้ง
4. ตรวจการต้งั ครรภ์ (สำหรับผหู้ ญงิ )
5. ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และให้การรักษา
ตามความเหมาะสม
หมายเหตุ กรณผี ้ทู ่ตี ดิ เชื้อไวรัสตบั อักเสบบี หญิงตั้งครรภ์ หญิงใหน้ มบุตร หากตอ้ งการกินยา PrEP ควรปรึกษาแพทย์
มาตรการการป้องกันการติดเชอ้ื หลงั การสมั ผัสเช้ือเอชไอวี (Pre-Exposure Prophylaxis: PEP)
ความหมาย PEP (เป็ป) ย่อมาจาก คือ Post-Exposure Prophylaxis คือ การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี
หลังการสัมผัสเชอ้ื แบง่ เปน็ 2 ชนดิ คอื
1. การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหลังจากสัมผัสจากการทำงาน หรือ HIV occupational PEP (HIV
oPEP) เช่น บุคลากรทางการแพทย์สัมผัสเลือด และสารคัดหลั่งผ่านทางผิวหนัง (ถูกเข็มตำ) ผ่านทางเยื่อบุ
(กระเดน็ เขา้ ตา) เป็นตน้
2. การปอ้ งกนั การติดเช้ือเอชไอวีหลงั จากสัมผสั ทไ่ี ม่ใชจ่ ากการทำงาน หรือ HIV non-occupationalPEP
(HIV nPEP) เชน่ การสัมผสั จากการมเี พศสัมพันธ์ การใชเ้ ข็มฉดี ยาร่วมกัน การถูกลว่ งละเมิดทางเพศ เป็นต้น
แนวทางปฏบิ ัตใิ นการให้ยาต้านเอชไอวีในการปอ้ งกันการตดิ เชื้อหลงั การสมั ผัสเชอื้ เอชไอวี
1. ประเมินความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเอชไอวี หากพบมีข้อบ่งชี้ในการให้ PEP ให้เริ่มยาโดยเร็วที่สุด
(ภายใน 1-2 ชั่วโมง) และอย่างช้าไม่เกิน 72 ชว่ั โมง (3 วัน)
2. หากระบุแหล่งสัมผัสได้
2.1 ให้ตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี และซิฟิลิส (VDRL หรือ RPR) และคัดกรองโรคติดต่อ
ทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ (กรณีเป็นการสัมผัสจากการมีเพศสัมพันธ์) ใช้ผลการติดเชื้อเอชไอวีของแหล่งสัมผัส
มาพิจารณาตดั สินใจว่าจะให้ผู้สัมผสั เชื้อเอชไอวรี บั PEP หรือไม่ โดยอาจพิจารณาเริม่ PEP ไปกอ่ นหากไม่แน่ใจ
2.2 ไม่ต้องตรวจหาการตดิ เช้ือเอชไอวีในแหล่งสัมผัส (source) หากทราบว่าแหลง่ โรคเป็นผู้ที่ติดเชื้อ
เอชไอวี
17
3. ตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี และ HIV PCR หรือ HIV VL เมื่อมีอาการหรืออาการแสดงที่สงสัยการติดเชื้อ
เอชไอวรี ะยะเฉยี บพลนั เช่น ไข้ ตอ่ มน้ำเหลืองโต ผืน่ เปน็ ตน้
4. หากแพทย์พิจารณาให้ PEP เพือ่ ปอ้ งกนั หลังสัมผสั เอชไอวี แนะนำใหก้ นิ ยาต่อเนอ่ื งนาน 28 วัน หากมี
อาการข้างเคียงจากการกิน PEP เช่น ท้องเสีย ปวดหัว คลื่นไส้ และอาเจียน ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรหยุดเอง
อย่างไรก็ตาม PEP ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ ร้อยละ 100 จำเป็นต้องแนะนำการมีเพศสัมพันธ์
อย่างปลอดภัย โดยการใชถ้ ุงยางอนามยั ทกุ ครัง้ ระหวา่ งการกนิ PEP
5. กรณีผู้รับบริการมีความเสี่ยงในการรับเชื้อเอชไอวีสูง หรือมารับบริการ PEP อยู่เสมอ แพทย์ควร
ให้คำแนะนำการใหย้ าป้องกนั การตดิ เช้ือเอชไอวีกอ่ นการสมั ผัสเชื้อ หรือ PrEP (11)
18
หลกั การควบคุมโรคติดตอ่ ตามกฎหมายและกฎอนามยั ระหว่างประเทศ
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง พ.ศ. 2562 เม่ือ
27 มกราคม 263 ภายใต้ พระราชบัญญัติโรคติดตอ่ พ.ศ. 2558
กรณีโรคเอดส์เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ผู้รับผิดชอบในสถานพยาบาลหรือผู้ทำการชันสูตร/
ผู้รับผิดชอบในสถานที่ที่ได้ทำการกระสูบต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในสังกัดสำนักงานสาธารณสุข
จงั หวดั หรอื เจา้ พนกั งานควบคุมโรคติดต่อสังกัดสำนักอนามัยกรุงเทพมหานครภายในเจ็ดวันนับแต่พบผู้ท่ีเป็น หรือ
มีเหตอุ ันควรสงสยั ว่าเป็น
19
เอกสารอ้างองิ
1. Thailand B. World AIDS Day: An average of 16 Thai people are infected with HIV
per day. 2021 [Available from: https://www.bbc.com/thai/59478416.
2. STI BoATa. National Strategy for Ending AIDS Problems 2017-2030 2022 [Available
from: http://aidssti.ddc.moph.go.th/contents/view/1759.
3. กองโรคเอดส์และโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพนั ธ์. แนวทางการดำเนนิ งานปอ้ งกันโรคเอดส์ 2022
[Available from: https://ddc.moph.go.th/das/.
4. กรมควบคุมโรค ก. ยตุ คิ วามเหล่ือมล้ำ ยตุ ิเอดส์ 2022 [Available from:
http://aidsboe.moph.go.th/app/.
5. วณั โรคและโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพนั ธ์ สก. แนวทางการป้องกัน การดแู ล และการรกั ษา 2022
[Available from: https://webportal.bangkok.go.th/aids.
6. สมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏบิ ตั ทิ ี่เกยี่ วข้องกบั การดูแลคนไขเ้ อชไอวี 2022
[Available from: https://www.thaiaidssociety.org/thailand-hiv-aids-guideline/
7. กองโรคเอดสแ์ ละโรคติดตอ่ ทางเพศสัมพันธ์. รายงานประจำปโี รคเอดส์และโรคตดิ ต่อทาง
เพศสัมพนั ธ์ 2022 [Available from: https://ddc.moph.go.th/das/journal_detail.php?publish=11502.
8. กรมควบคุมโรค ก. AIDS Surveillance System 2022 [Available from:
http://aidsboe.moph.go.th/aids_system/index.php?link=idu#.
9. Division of Epidemiology DoDC. Guidelines for the HIV sentinel surveillance (HSS)
2022 [Available from: http://aidsboe.moph.go.th/app/homeup/uploads/2020-04-
09785517852.rar
10. กรมควบคุมโรค แนวทางการเฝา้ ระวังเดก็ ที่คลอดจากแม่ติดเชอ้ื เอ็ชไอวี 2022 [Available from:
http://aidsboe.moph.go.th/app/bookup/uploads/2020-03-06342782358.pdf.
11. กรมควบคุมโรค กแ. ชดุ ความรสู้ ำหรบั ผูใ้ หบ้ รกิ ารในการให้ความรู้ดา้ นการดูแลรกั ษาเอชไอวี
และสง่ เสรมิ วนิ ยั การกินยาอย่างตอ่ เน่ือง สำหรับผู้ตดิ เช้ือเอชไอวี 2022 [Available from:
https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1198720211129074410.pdf.