ปจ จยั ที่มอี ธิ พิ ลตอการสรา งงานศลิ ปะ
ปจั จัยท่ีมีอิทธิพล
ต่อการสร้างงานศลิ ปะ
01
ปัจจัยที่เกิดจากอทิ ธพิ ลสิ่งแวดลอ้ ม ภูมิอากาศ
เชน่ ลกั ษณะการสรา้ งบา้ นเรือน ท่ีอยู่อาศัยของมนษุ ยใ์ นแต่ละภูมิภาคท่ี
มีอากาศตา่ งกนั ทาใหก้ ารสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมมีลักษณะ
แตกตา่ งกนั ไปในแต่ละภูมภิ าค
ซึ่งเป็นอทิ ธิพลทไ่ี ด้จากสงิ่ แวดล้อมภมู อิ ากาศ เปน็ ตน้
หม่บู ้านมรดกโลกชริ าคาวาโกะ
02
ปัจจยั ที่เกดิ จากอทิ ธิพลทางศาสนา และความเชื่อ
พบว่าอิทธพิ ลทางศาสนาและความเชอื่ ของมนุษยท์ าใหเ้ กดิ งานศิลปะ
แตล่ ะสาขาไดม้ ากมาย เชน่ การสร้างโบสถ์ วิหาร อาคาร
ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ศาสนาตา่ ง ๆ ในงานสถาปตั ยกรรม เรื่องราวชาดก
และวรรณกรรมตา่ ง ๆ เปน็ ต้น
มสั ยดิ มูการ์รม่
03
ปจั จยั ทีเ่ กิดจากอทิ ธพิ ลทางการเมอื ง และการปกครอง
เป็นอิทธพิ ลทผี่ ู้สรา้ งสรรค์งานศิลปะนยิ มสะท้อนออกมา
กบั ผลงานของตน เพอ่ื ตอ้ งการใชศ้ ลิ ปะเปน็ ส่ือบอกเลา่ เรอ่ื งราว
และเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ทีต่ นเองพบเห็น ในแต่ละยุคสมัย
ตลอดจนเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ท่เี กิดขนึ้ ในสงั คม
เช่น ภาพจติ รกรรมการประหารชวี ติ พระนางมารีองั ตัวเนตแหง่ ฝร่งั เศส
การประหารชีวติ พระนางมารอองตัวเนตด้วยกิโยตนิ
04
ปจั จยั ท่ีเกิดจากอิทธพิ ลทางประเพณแี ละวัฒนธรรม
เช่น เดยี วกบั อิทธพิ ลทางศาสนาความเชื่อ การเมอื งการปกครอง อทิ ธพิ ลทางประเพณี
และวัฒนธรรม จัดเป็นอทิ ธิพลทางสงั คมอยา่ งหน่งึ ที่ผู้สร้างสรรคง์ านศิลปะ
มกั สอดแทรก หรือแสดงออกมากับผลงานการสรา้ งสรรค์ของตนเอง
เชน่ ภาพจติ รกรรมแสดงให้เหน็ ประเพณีของทอ้ งถนิ่ ของชนเผ่าตา่ ง ๆ
ภาพการแตง่ กายของชนเผา่ ตา่ ง ๆ ภาพแสดงวิถชี ีวติ ของมนุษย์ เอกลกั ษณ์การแตง่ กาย
ของประชาชนในแต่ละประเทศ เป็นตน้
การแตง่ กายสตรีไทยไว้ผมปกี มหาดไทย ชว่ ง ร.4-5
05
ปัจจัยทเี่ กดิ จากอิทธพิ ลทางความคิดสรา้ งสรรค์ของศิลปนิ
เปน็ ปจั จัยทเ่ี กิดจากความรปู้ ระสบการณ์ของศลิ ปินผู้สร้างงาน
ท่นี าเอาวัตถทุ างธรรมชาติ และวัตถทุ างศลิ ปกรรม
แล้วนาเสนอผลงานของตนเองโดยใช้สตปิ ญั ญา การคิดสร้างสรรค์
จินตนาการเข้าร่วมเพ่ือให้ผลงานน้ันมีความงาม
ความแปลกตา และความน่าทง่ึ ตามหลกั ความงามของสุนทรยี ภาพ
สระบวั มจี นิ ตนาการของผ้สู รา้ งผสมจึงงามเกนิ ธรรมชาติ
ศลิ ปนิ คอื ใคร
ศิลปินผู้สูงสง่ คอื ผทู้ หี่ ยบิ ยน่ื ความรู้สกึ ที่ตนเองไดส้ มั ผัสมาแลว้ ให้แก่บคุ คลอน่ื
โดยการอาศยั สัญลักษณ์ภายนอกเปน็ เครือ่ งมอื ทง้ั นก้ี เ็ พอ่ื ให้ผู้อ่ืนไดส้ ัมผสั ความรู้สึก
เช่นกับทีต่ นได้สัมผสั มาแล้ว ศิลปินคือผทู้ ไ่ี ม่ถือประโยชน์สว่ นบคุ คลหรอื ประโยชน์สว่ น
ทางการใช้สอยเปน็ อดุ มคติ แต่เปน็ ผทู้ ่ีมีความรักในรูปทรงและมแี รงบนั ดาลใจ
ท่ีจะกอ่ ให้เกิดการสร้างสรรค์อันเตม็ ไปด้วยความหมาย ซ่ึงการสร้างสรรคด์ ังกลา่ วน้ี
บางครง้ั กเ็ ปน็ ผลของการตัง้ ใจทุ่มเทพลังสว่ นเกินของตนท้ังสิน้ ลงไปในงานช้นิ น้ัน
โดยมไิ ด้คานึงว่ามนั จะมีประโยชน์หรอื ไม่ หรือวา่ จะเอาไปใช้ทาอะไรได้จริง ๆ หรือไม่
ศลิ ปนิ คอื ผ้ทู ่มี ีสมรรถนะพเิ ศษท่ีจะทาใหค้ วามรู้สึกของตนกลายเป็นรปู รา่ งขึน้ มา
ตามกระบวนของความรสู้ ึกนนั้ ๆ และความรูส้ กึ จะกลายเปน็ เชน่ นัน้ ไดก้ ็ต่อเมอ่ื ศิลปนิ
ยอมรบั ว่าผลงานทีต่ นสรา้ งขึน้ มานัน้ ตรงตามความรู้สกึ ท่ีตนได้สัมผสั มาแล้ว
หรอื ยอมรับว่า ตนจะต้องเกิดความรู้สึกเช่นน้นั เมอื่ ประสบกบั เหตกุ ารณเ์ ชน่ นนั้