The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตัวอย่างแผน อปทฉบับรวมเล่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ตัวอย่างแผน อปทฉบับรวมเล่ม

ตัวอย่างแผน อปทฉบับรวมเล่ม

สาธารณภัยที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มทวีความรุนแรง มีความถ่ีในการเกิดเพ่ิมข้ึน มีลักษณะการเกิดที่ไม่แน่นอน
ผันผวนตลอดเวลา มีความซับซ้อน ทำให้การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยรูปแบบเดิมไม่สามารถ
ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนการจัดการสาธารณภัยและการสร้าง
การจัดการสาธารณภัยรูปแบบใหม่ เพื่อตอบสนองต่อการจัดการสาธารณภัยท่ีมีความซับซ้อนเพิ่มข้ึน โดยใช้
กรอบแนวคิดการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการที่มุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วมการสร้างภูมิคุ้มกัน
จากสาธารณภัยในทุกภาคส่วน โดยมีชุมชนเป็นฐาน (Community Based Disaster Risk Management : CBDRM)
เป็นแนวทางและวางรากฐานให้ชุมชนมีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเข้มแข็ง การพัฒนาศักยภาพให้
ชุมชนหรือเมืองมีความสามารถรับมือและปรับตัวกับสาธารณภัยท่ีเปลี่ยนแปลงไป (Smart Community/City)
รวมถึงการสร้างนวัตกรรมด้านสาธารณภัย โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาหรือประดิษฐ์ส่ิงใหม่ๆ เช่น
การบริการ ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการใหม่ๆ (Service, Product, Process) ท่ีมีคุณค่า (Value Creation)
ส า ม า ร ถ พั ฒ น า ต่ อ ย อ ด เพ่ื อ น ำไป สู่ ก า ร เปล่ี ยนแป ลงก า ร จั ด ก า ร ค ว าม เส่ี ย งจ าก ส า ธ าร ณ ภั ย ท่ี ดี ขึ้ น เป็ น
มาตรฐานสากลและมคี วามยั่งยนื

8.2 เปา้ ประสงค์

8.2.1 เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยของประเทศโดยนำระบบอัจฉริยะในการสร้าง
ระบบบริหารจัดการ การวจิ ัย นวตั กรรม เทคโนโลยี และภูมิปัญญา

8.2.2 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการรู้เท่าทันภัยให้กับประชาชนทุกช่วงวัยอย่างเสมอภาค และการมีส่วนร่วม
ของผมู้ ีสว่ นไดส้ ่วนเสียจากทุกภาคส่วน (Stakeholder)

8.3 กลยทุ ธก์ ารเ ิม่ ประสิทธภิ า ระบบบรหิ ารจัดการและสรา้ งนวัตกรรมด้านสาธารณภยั

กลยทุ ธ์ที่ 1 ัฒนาระบบสารสนเท ด้านสาธารณภัย

สารสนเทศด้านสาธารณภัยสามารถนำมาใช้ในการสนับสนุนการจัดการความเส่ียงสาธารณภัย ต้ังแต่
การป้องกันและลดผลกระทบ การเตรียมความพร้อม การจัดการในภาวะฉุกเฉิน และการฟื้นฟูให้มีประสิทธิภาพ
มากขึ้น สามารถเข้าถึงและเช่ือมโยงข้อมูลจากแหลง่ ตา่ ง ๆ ไว้เป็นระบบเดยี วกันและนำมาวิเคราะห์ประเมนิ ผล
เพ่ือใชใ้ นการตัดสนิ ใจ การปฏิบัตงิ าน รวมทงั้ การเผยแพร่สู่สาธารณะ

แนวทางปฏิบัตกิ ารพฒั นาฐานขอ้ มลู สาธารณภยั ของ อปท. (ระบุชือ่ อปท.) ดังนี้
(1) แนวทางปฏิบตั ิในการใช้แ ลตฟอร์ม (Platform) สารสนเทศดา้ นการจดั การความเสย่ี งจาก
สาธารณภัยของอปท. (ระบุชื่อ อปท.) โดยการจัดทำข้อมูลสารสนเทศสาธารณภัยภายใต้แพลตฟอร์มที่กอง

แผนปฏบิ ัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุช่ือ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 101

อำนวยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางกำหนด เพื่อให้พัฒนาระบบสารสนเทศระหว่างหน่วยงานที่
เกยี่ วขอ้ ง

(2) แนวทางปฏิบัติในการจัดทำมาตรฐานชุดข้อมูลสาธารณภัยของอปท. (ระบุชื่อ อปท.)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลด้านสาธารณภัยเพ่ือให้ทุกหน่วยงานสามารถนำระบบมาตรฐานกลางฐานข้อมูล
ไปดำเนินการจัดทำ พัฒนา ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลของแต่ละหน่วยงานให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน
ซึ่งสามารถเช่ือมโยง และแลกเปลยี่ นข้อมลู ระหวา่ งหน่วยงานได้ ฐานข้อมูลที่เกี่ยวขอ้ ง ไดแ้ ก่

(1) ขอ้ มูลดา้ นพน้ื ที่เสย่ี งภยั
(2) ข้อมลู ด้านทรพั ยากร เครื่องมอื อปุ กรณ์ เครือข่าย ผ้เู ช่ียวชาญ
(3) ขอ้ มูลข้อมูลทางสังคม ขอ้ มูลทางสาธารณปู โภค ข้อมลู โครงสร้างพน้ื ฐาน ขอ้ มลู ทางเศรษฐกิจ
(4) ขอ้ มูลด้านการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ความเสยี หายและการฟื้นฟู
(3) แนวทางปฏิบัตใิ นการ ัฒนาระบบวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลจากฐานข้อมูลสาธารณภัย
สนับสนุนระบบการตัดสินใจ (Decision Support System : DSS) ในการจัดการความเส่ียง
สาธารณภัยด้านการป้องกันและลดผลกระทบ การเตรียมความพร้อม การจัดการในภาวะฉุกเฉิน การฟ้ืนฟู
ท่ีมีความถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็วบนพ้ืนฐานหลักวิชาการทั้งมิติด้านเศรษฐกิจและสังคม และนำไปใช้ในการ
จัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยในพ้ืนที่ ภายใต้แพลตฟอร์ม (Platform) สารสนเทศ ด้านการจัดการ
ความเสีย่ งจากสาธารณภัย ภายใตร้ ะบบที่กองอำนวยป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั กลางกำหนด
(4) แนวทางปฏิบัติในการจัดทำระบบนำเสนอข้อมูลการเข้าถึงข้อมูล สนับสนุนการใช้ประโยชน์
จากการใช้ระบบสารสนเทศด้านการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย เช่น ระบบสืบค้น การคัดกรอง
วิเคราะห์ การแสดงผลด้านการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย ภายใต้แพลตฟอร์ม (Platform) สารสนเทศที่
กองอำนวยป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั กลางกำหนด

กลยุทธท์ ่ี 2 ฒั นาการจดั การองค์ความรู้ด้านการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย

การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานตามหลักสากล จำเป็นต้อง
ใช้องคค์ วามรูจ้ ากการศกึ ษา วจิ ัย นวตั กรรม เทคโนโลยี มาประยกุ ต์ใชใ้ นการดำเนินการในส่วนท่เี กี่ยวข้อง นอกจากน้ี
จำเป็นต้องมีกระบวนการเผยแพร่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย โดยเพิ่ม
ขีดความสามารถให้บุคลากรด้านการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยมีทักษะในการปฏิบัติงาน รวมถึง
ประชาชน เพือ่ ให้เกดิ การแลกเปลยี่ นเรียนรู้ นำไปส่กู ารเตรยี มความพร้อมรบั มือจากสาธารณภยั ที่อาจจะเกิดข้ึน

อปท. …. (ชื่ออปท.) มีแนวทางปฏิบัติในการ ัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการความเสี่ยง
จากสาธารณภัย ดังนี้

(1) แนวทางปฏิบตั ใิ นการสง่ เสรมิ ใหม้ กี ารวจิ ัย และ ัฒนาเทคโนโลยี

แผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุชอ่ื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 102

กำหนดให้มีการส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีทั้งในภาครัฐ เอกชน ในพื้นที่ เพ่ือประยุกต์ใช้
ในงานดา้ นการจัดการความเส่ยี งจากสาธารณภัย เพอ่ื ให้เกิดการสร้างและการใช้นวัตกรรม ตลอดจนผสมผสาน
ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น และการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพ่ือการวางแผนป้องกันและลด
ผลกระทบได้อย่างเหมาะสมตามบรบิ ทของพน้ื ทแี่ ละการเปล่ียนแปลงของสถานการณภ์ ัยในอนาคต

(2) แนวทางปฏิบัติในการส่งเสริมให้บุคลากรได้รับการ ัฒนาองค์ความรู้ในด้านการจัดการ
ความเสี่ยงจากสาธารณภัย

กำหนดให้มีการสนับสนุนให้บุคลากรเข้าใจในบทบาทหน้าท่ี โดยการส่งให้มีการฝึกอบรม
พัฒนา องค์ความรู้ในด้านการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย รวมทั้งการแลกเปล่ียนบุคลากรในการ
ปฏิบตั งิ านระหวา่ งหน่วยงาน

(3) แนวทางปฏบิ ัติในการสง่ เสริมกระบวนการจัดการความรู้ด้านสาธารณภยั
กำหนดให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สาธารณะด้วยวิธีการต่างๆ อาทิ การจัดเวทีเสวนา

สัมมนา อบรม สื่อออนไลน์ ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปล่ียนประสบการณ์ สังเคราะห์บทเรียน แนวปฏิบัติท่ีดี
(best practice) การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สาธารณภัยในท้องถิ่น เพ่ือถ่ายทอดความรู้ด้านสาธารณภัยแก่ทุกภาค
สว่ นทเี่ กีย่ วขอ้ ง ทงั้ ภาครฐั ทุกระดับ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และอาสาสมคั ร

กลยทุ ธ์ที่ 3 ัฒนาการสอ่ื สารความเสีย่ งจากสาธารณภัยทมี่ ปี ระสทิ ธิภา

การส่ือสารเป็นกลไกสำคัญท่ีสนับสนุนการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยให้บรรลุเป้าหมาย
ได้อย่างรวดเร็ว ท่ัวถึง คุ้มค่า โดยเฉพาะสื่อสารให้เกิดการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานที่เก่ียวข้องในการจัดการ
ความเส่ียงจากสาธารณภัย รวมถึงเป็นเคร่ืองมือในการแจ้งข่าวสารและเผยแพร่ข้อมูลสาธารณภัยแก่ประชาชน
ให้รับทราบอย่างท่ัวถึงสามารถลดความสูญเสียด้านชีวิตและทรัพย์สิน ท้ังนี้ การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี
มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบส่ือสารจะเพิ่มประสิทธิภาพ การติดต่อส่ือสาร การกระจายข้อมูลข่าวสาร
นำไปสู่การสร้างมาตรฐานการสื่อสารการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย

อปท. …. (ช่ืออปท.) มีแนวทางปฏิบัติในการ ัฒนาการส่ือสารความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่มี
ประสิทธิภา ดงั นี้

(1) แนวทางปฏิบัติในการ ัฒนาและสร้างรูปแบบการส่ือสารความเส่ียงจากสาธารณภัย
สสู่ าธารณะ

กำหนดให้มีการพัฒนารูปแบบ ส่ือประชาสัมพันธ์ ที่มีความรวดเร็ว ครอบคลุม ทันต่อ
สถานการณ์ เช่น การสร้างส่ือออนไลน์เพื่อให้ข้อมูลความเสี่ยงจากสาธารณภยั เกมส์ แอพพลเิ คชั่นบน Smart
Phone เว็บไซต์รวมถึงเป็นช่องทางในการโต้ตอบ รับและส่งข้อมูลความเส่ียง โดยความร่วมมือภาครัฐ
และภาคเอกชน ไปยังประชาชนทุกกลุ่ม รวมท้ังกลุ่มเปราะบาง และนักท่องเท่ียว ท่ีเข้าใจได้ง่ายและสามารถ
นำข้อมูลดังกลา่ วไปใช้ในการวางแผนเตรียมความพร้อมรบั มือจากสาธารณภยั ทอี่ าจเกดิ ขึ้น และในระหว่างเกิด
สาธารณภยั

แผนปฏบิ ตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุช่อื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 103

(2) แนวทางปฏิบัติในการ ัฒนาการแจ้งเตือนภัยแบบครบวงจร (End-to-End Early
Warning System) ทสี่ ามารถแจ้งเตือนภัยท่ีหลากหลายประเภทภยั (Multi-Hazard)

กำหนดให้มีการแจ้งเตือนสถานการณ์สาธารณภัย ข่าวสารข้อมูล แนวทางการปฏิบตั ิตนเมื่อเกิด
สาธารณภัยให้ประชาชนในพ้ืนท่ีรับทราบ โดยต้องมีความแม่นยำ รวดเร็ว ครอบคลุม ทั่วถึง ทุกพื้นท่ี
และเหมาะสมกบั ประเภทสาธารณภัยทเี่ กิดขน้ึ

กลยุทธ์ท่ี 4 ส่งเสริมการลงทุนดา้ นการจัดการความเสยี่ งจากสาธารณภัยแบบมสี ว่ นร่วมจากภาครฐั
เอกชน และภาคประชาสงั คม

การลงทุนในการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย สามารถดำเนินการได้ท้ังมาตรการด้าน
โครงสร้างและด้านไม่ใช้โครงสร้าง เช่น ระบบโครงสร้างพ้ืนฐาน มาตรการทางการเงิน ฯลฯ และใช้
กระบวนการสร้างความเปน็ หุน้ ส่วนเข้ามาเป็นกลไกในการขับเคล่ือนให้เกดิ การลงทุนเพื่อการจัดการความเส่ยี ง
จากสาธารณภยั ให้บรรลุเป้าหมาย เพ่ือสร้างรากฐานให้มีความม่นั คงและยง่ั ยืน

อปท. …. (ชื่ออปท.) มีแนวทางปฏิบัติในการส่งเสริมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน
มกี ารลงทนุ ดังน้ี

(1) แนวทางปฏิบัตใิ นการส่งเสรมิ ใหภ้ าครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนมกี ารลงทุน
กำหนดให้มีการส่งเสริมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนมีการลงทุนด้านการจัดการ

ความเส่ียงจากสาธารณภัยแบบมีส่วนร่วมด้านการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย โดยการนำผลงานวิจัย
นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการลดความเสย่ี งจากสาธารณภัยมาเป็นข้อมูลพิจารณาประกอบการลงทุน ดังน้ี

(1.1) ภาครัฐ ส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในท้องถิ่น จัดสรรงบประมาณในการ
ป้องกันและลดความเสี่ยงด้วยการลงทุนในการบำรุงบูรณะโครงสร้างพื้นฐานเดิมและก่อสร้างโครงสร้าง
พื้นฐานใหม่ด้วยนวัตกรรมท่ีตอบโจทย์การลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย เช่น การก่อสร้างระบบป้องกันน้ำ
ท่วม ระบบชลประทานสำหรับภัยแล้ง

(1.2) ภาคเอกชน ส่งเสริมให้หน่วยงานภาคเอกชนในพื้นที่ลงทุนด้านโครงสร้างเพื่อป้องกัน
และลดความเสยี่ งของตนเอง เช่น สร้างคันป้องกนั น้ำรอบนิคม การลงทุนในระบบดา้ นการปอ้ งกนั อัคคภี ัย ดา้ นพลังงาน

(1.3) ภาคประชาชน ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างพ้ืนที่อยู่อาศัยและพ้ืนที่ทำกินของตนเองให้มี
ความปลอดภัย

(2) แนวทางปฏิบตั ใิ นการเสริมสรา้ งความเป็นหุน้ ส่วนระหวา่ งภาครฐั เอกชน และประชาชน
กำหนดให้มีการสนับสนุนเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน

ในการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยทั้งในท้องถิ่น เพ่ือให้เกิดความเป็นเจ้าของร่วมกันในการดำเนินการ
ผลประโยชน์ และความรับผิดชอบ เช่น ส่งเสริมให้ภาคเอกชนและชุมชนร่วมดำเนินโครงการด้านการป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภยั

(3) แนวทางปฏิบัติในการกำหนดกลไก/มาตรการทางการเงินและการคลัง เ ื่อการจัดการ
ความเส่ียงจากสาธารณภัย

แผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุช่อื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 104

กำหนดให้มีการกำหนดกลไก/มาตรการทางการเงนิ และการคลัง เพ่ือการจดั การความเส่ียงจาก
สาธารณภัย เช่น การจัดต้ังกองทุนการจัดการสาธารณภัยในระดับชุมชน มาตรการให้ อปท. ยกเว้นหรือลด
ภาษีสำหรับผู้ประกอบการและประชาชน เพ่ือจูงใจให้ตระหนักถึงสาธารณภัยท่ีอาจจะเกิดขึ้น เช่น การสร้าง
ส่ิงปลูกสร้างเพอ่ื รองรับสาธารณภยั การดำเนินธุรกจิ ของผู้ประกอบการทค่ี ำนงึ ถึงผลกระทบด้านสงิ่ แวดลอ้ ม

(4) แนวทางปฏิบัติในการสง่ เสริมธุรกิจประกันภัยเ ื่อลดความเส่ียงจากสาธารณภัย และขยาย
ขอบเขตให้ครอบคลุมธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ให้ทั่วถึงและเปน็ ธรรม

กำหนดให้มีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ และประชาชนทำประกันภัยเพ่ือกระจายความเส่ียง
และลดภาระท่ีเกดิ จากผลกระทบจากสาธารณภยั

กลยทุ ธท์ ี่ 5 เสริมสร้างการมสี ่วนร่วมของทกุ ภาคส่วน ในการจดั การความเส่ียงจากสาธารณภัย

การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน
ภาคประชาสังคม โดยสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติติงานร่วมกันอย่างสอดคล้องเป็นไปในทิศทาง
เดียวกัน รวมถึงการสร้างชุมชนที่มีภูมิคุ้มกันจากสาธารณภัยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ โดยมี
เป้าหมายเพ่ือพัฒนาไปสู่สังคมที่มีความปลอดภัย

อปท. …. (ชื่ออปท.) มีแนวทางปฏิบัติเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการจัดการ
ความเส่ียงจากสาธารณภยั ดังน้ี

(1) แนวทางปฏิบัติในการ ัฒนาความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่าย ภาคประชาชน อาสาสมัคร
และอนื่ ๆ เพ่อื สนบั สนุนการปฏบิ ัติงานเจา้ หน้าทร่ี ัฐ โดยสง่ เสรมิ การร่วมคิด ร่วมดำเนนิ การ ร่วมวางแผนในการจดั การ
ความเส่ียงจากสาธารณภัย ดังน้ี

(1.1) สร้างจิตสำนึกการทำงานร่วมกันและการแสวงหาผู้ร่วมดำเนินการ โดยการเสริมสร้าง
องค์ความรู้ด้านการจดั การสาธารณภัย โดยการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านการจัดการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแก่
ผูน้ ำชุมชนรวมถึงคนในชุมชน เพือ่ กระตุ้นให้ชุมชนตระหนกั ถงึ สภาพความเสี่ยงในพื้นท่ีและเขา้ มามีส่วนรว่ มใน
ทุกภาคส่วนทุกข้นั ตอนของการจัดการสาธารณภัย

(1.2) สร้างข้อตกลงและร่วมกันวางแผน (Partnership Agreement & Action Planning)
โดยสร้างแนวทางการบริหารจัดการสาธารณภัยระดับชุมชน โดยมงุ่ เน้นการวางกลไกขบั เคล่ือนกจิ กรรมการลด
ความเส่ียงจากในรูปแบบคณะกรรมการ โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลางในการวางแผนเตรียมพร้อมรับมือป้องกัน
จัดการบรรเทาและฟน้ื ฟูความเสยี หายจากสาธารณภัย

(1.3) กำกับ ตดิ ตาม และประเมินผล เพ่ือใช้เป็นเครื่องมือทบทวนผลการดำเนินงานการดำเนินการร่วมกัน
วา่ มีความก้าวหน้าหรือประสบผลสำเร็จตามที่กำหนดไว้ และนำผลจากการตดิ ตามและประเมินผลมาใช้พัฒนา
แนวทางการพฒั นาความร่วมมือทีม่ ีประสิทธิภาพตอ่ ไป

(1.4) สร้างความเข้มแข็งและความต่อเนื่องของเครือข่ายอย่างยั่งยืน โดยใช้งานวิจัยในการแสวงหา
ทางเลือกในการทำกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์และการแสวงหาแกนนำเครือข่าย เช่น การฝึกการป้องกัน

แผนปฏบิ ัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุชอื่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 105

และบรรเทาสาธารณภัยแบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง การสร้างระบบจูงใจการจัดหาทรัพยากรสนับสนุนอย่าง
พอเพยี งในการให้ความชว่ ยเหลอื หรอื แกไ้ ขปัญหา

(2) แนวทางปฏิบัติในการ ฒั นา ักยภา ชมุ ชนหรอื เมืองให้มีขดี ความสามารถในการรบั มอื สาธารณภยั
(2.1) การจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยโดยอา ัยชุมชนเปน็ ฐาน (Community Based

Disaster Risk Management : CBDRM) เน้นการอาศัยชุมชนเป็นศูนย์กลางในการป้องกัน แก้ไข บรรเทา
และฟืน้ ฟูความเสยี หายจากสาธารณภัย โดยให้ชมุ ชนเข้ามามีส่วนรว่ มในการวางแผน ตัดสนิ ใจ กำหนดแนวทาง
แก้ปัญหาในการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย เพือ่ ลดความเสี่ยงภัยของชุมชนและ เพ่มิ ขดี ความสามารถให้
คนในชมุ ชนมีศักยภาพในการระงับบรรเทาภัยได้ด้วยตนเองในระดับหนึ่งก่อนที่หน่วยงานภายนอกจะเข้าไปให้
ความช่วยเหลือจึงเป็นเครื่องมือในการเตรียมประชาชน/ชุมชน ให้มีความพร้อมที่จะเผชิญสาธารณภัยและ
ได้รับผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินให้น้อยท่ีสุดรวมทั้งเป็นการสร้างภาคีเครือข่ายภาคประชาชนในรูปแบบ
อาสาสมัครเพื่อช่วยเหลืองานเจ้าหน้าท่ีในขั้นตอนการเตรียมความพร้อม เช่น การศึกษาข้อมูลการวิเคราะห์
ข้อมูลภัย การแจ้งเตือนภัย การจัดตั้งคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของชุมชน/หมู่บ้าน
การฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการประเมนิ ผล

อปท. .... (ช่ืออปท.) ได้ดำเนินการฝึกอบรมประชาชนท่ีอยู่ในพื้นที่เส่ียงภัยให้มีความพร้อม
รั บ มื อ กั บ ภั ย พิ บั ติ ที่ จ ะ เกิ ด ขึ้ น ได้ ด้ ว ย ชุ ม ช น เอ งก่ อ น ที่ ห น่ ว ย ง า น ภ า ย น อ ก จ ะ เข้ า ม า ให้ ค ว า ม ช่ ว ย เห ลื อ
ตามหลักการจัดการความเส่ียงจากภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (Community Based Disaster Risk
Management: CBDRM) รว่ มกบั สำนกั งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั จงั หวัดเปน็ ประจำทกุ ปี

(2.2) การ ัฒนา ักยภา ชุมชนหรือเมืองให้มีขีดความสามารถในการรับมือและปรับตัวกับ
สถานการณ์สาธารณภัยท่ีเปลี่ยนแปลงไป (Smart Community/City) โดยเสริมสร้างศักยภาพการจัดการความ
เสี่ยงจากสาธารณภัยของชุมชนและเมือง (Community Base Disaster risk Management) ให้มีความรู้
ความเข้าใจ และทักษะ บนกรอบแนวคิด “ความพร้อม รับมือและฟื้นกลับเร็ว (Resilience)” ท้ังนี้ มีแนว
ปฏิบัติตามการสร้างเมืองปลอดภัยอย่างยั่งยืนของสำนักงานลดความเส่ียงภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ 10
ประการ ดังนี้

(2.1) จดั ต้ังองค์กรเพอื่ สร้างการรับรู้ ความตระหนัก และเตรียมความพร้อมดา้ นการลดความเสยี่ ง
จากสาธารณภัยในระดบั พน้ื ทีอ่ ย่างมสี ่วนร่วมกับภาคสว่ นตา่ งๆ

(2.2) จัดสรรงบประมาณและการสร้างแรงจูงใจทุกระดับในสังคมให้มีการลงทุน เพื่อการลด
ความเสี่ยงจากสาธารณภยั

(2.3) ปรับปรุงข้อมูลภัยและข้อมูลความเปราะบางให้เป็นปัจจุบัน รวมทั้งมีการประเมิน
ความเสี่ยงจากสาธารณภัยเพือ่ นำไปสู่การตดั สินใจและวางแผนพัฒนาเมอื งอยา่ งเหมาะสม

(2.4) ลงทุนดา้ นโครงสร้างพน้ื ฐานโดยคำนงึ ถงึ ปจั จยั ทางดา้ นการลดความเสีย่ งจากสาธารณภยั
(2.5) ประเมินและปรับปรุงสถานศึกษาและสถานพยาบาลให้มีความปลอดภัยจากสาธารณภัย
(2.6) บังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคาร การวางผังเมือง และจัดสรรพื้นทีท่ ่ีมคี วามปลอดภัยจาก
สาธารณภัยอย่างเทา่ เทียม

แผนปฏิบตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุชอ่ื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 106

(2.7) อนุรักษ์ระบบนิเวศวิทยา และจัดให้มีแนวป้องกันลดผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยใช้
โครงสร้างทางธรรมชาติ

(2.8) พฒั นาระบบการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าและเสริมสร้างศักยภาพเรอ่ื งการจัดการในภาวะฉุกเฉิน
รวมทง้ั การฝึกซอ้ มการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย

(2.9) ประเมินความต้องการหลังเกิดสาธารณภัยเพ่ือเป็นข้อมูลในการดำเนินการฟื้นสภาพ
และซ่อมสร้างที่อยู่อาศัย และสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งเป็นข้อมูลในการกำหนด
แนวทางมาตรการท่สี ามารถสนับสนนุ การจดั การในภาวะฉุกเฉนิ ในอนาคต

บทที่ 9


( .) ไ ู

การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุชื่อ อปท.) ไปสู่
การปฏิบัติ ประกอบด้วย 1) การขับเคล่ือนแผนไปสู่การปฏิบัติ 2) การติดตามประเมินผล 3) การวิจัยและพัฒนา
และ 4) การทบทวนแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุช่ือ อปท.)

9.1 การขบั เคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติ
แผนปฏิบัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ระบุช่ือ อปท.) พ.ศ.2564-2570 ได้จดั ทำ

ขนึ้ โดยใชก้ รอบแนวคดิ ให้สอดคล้องกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ พ.ศ.2564 และแผนการ
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด พ.ศ.2564-2570 การจัดทำแผนเชิงยุทธศาสตร์ แนวคิดการบริหาร
แบบมุ่งผลสัมฤทธ์ิ การมองอนาคต การทบทวนสถานการณ์ต่าง ๆ นโยบาย กฎหมาย และระเบียบท่ีเก่ียวข้อง
โดยเฉพาะพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ตลอดจนแนวโน้มสถานการณ์ทางสังคม
แผนปฏบิ ัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุช่อื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 107

รวมทั้งการประเมินผลแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ท่ีผ่านมาเป็นแนวทางในการจัดทำ
แผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยใช้กระบวนการแบบมีส่วนร่วมของภาคีทุกภาคส่วน
โดยการขบั เคลือ่ นแผนไปสู่การปฏิบตั ิ ดังน้ี

9.1.1 กลไกการขับเคล่ือนแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ระบุชื่อ
อปท.) . .2564

กลไกหลักในการขับเคล่ือนแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ระบุช่ือ อปท.)
พ.ศ. 2564-2570 ไปสู่การปฏิบัติเป็นไปตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
พ.ศ.2550 มาตรา 20 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพ้ืนที่มีหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขต
ท้องถ่ินของตน โดยมีผู้บริหารองค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ แห่งพนื้ ท่ีน้ันเป็นผ้รู ับผิดชอบในฐานะผู้อำนวยการทอ้ งถน่ิ

9.1.2 แนวทางการขับเคล่ือนแผนปฏิบัตกิ ารในการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย (ระบุชื่อ อปท.)
. . 2564-2570

แนวทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ระบุช่ือ
อปท.) พ.ศ.2564 มีกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อปท. เป็นกลไกสำคัญในการกำกับดูแล
ยุทธศาสตรไ์ ปสูก่ ารปฏิบัตใิ ห้เกิดผลตา่ ง ๆ อยา่ งเป็นรปู ธรรม โดยมแี นวทางการขับเคล่ือน ดงั น้ี

(1) เสริมสร้างและพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับสาระสำคัญของแผนปฏิบัติการในการป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัย (ระบุช่ือ อปท.) พ.ศ.2564-2570 นโยบายการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
และยุทธศาสตร์การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย เช่น การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ การสื่อสาร
และถ่ายทอดแผน โดยการจัดประชุมสร้างความเข้าใจ การอบรม และซักซ้อมการปฏิบัติจากการจำลองฉากทัศน์
เป็นต้น และการเสริมสรา้ งการมีส่วนรว่ มของทุกภาคส่วนในทุกระดับ โดยสร้างความเป็นเจ้าของแผนปฏิบัตกิ าร
ในการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย (ระบุช่ือ อปท.) พ.ศ.2564-2570 (Sense of Belonging) เช่น ผลักดัน
แผนงาน โครงการและกิจกรรม บรรจุไว้ในแผนพฒั นาทอ้ งถ่นิ เป็นตน้

(2) จัดทำแนวทางปฏิบัติของยุทธศาสตร์การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยตามแผนการ
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสู่การปฏิบัติผ่านแผนงาน โครงการ และกิจกรรมภายใต้แผนปฏิบัติการระดับ
หน่วยงานสู่ระดับพ้ืนที่ โดยการผสาน (Mainstreaming) ภารกิจหลักของหน่วยงานท่ีมีเป้าหมายและตัวชี้วัด
ท่ีสอดคล้องกบั ยุทธศาสตรก์ ารจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย

(3) ผลักดันให้มีงบประมาณเชิงบูรณาการด้านการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยของทุก
หน่วยงาน โดยการจัดประชุมหารือกับส่วนราชการท่ีเก่ียวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางวิธีการจัดสรรงบประมาณ
ให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ระบุช่ือ อปท.)
พ.ศ.2564-2570 รวมท้ังงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงาน และการจัดสรร
งบประมาณให้แก่ระดับพน้ื ที่

(4) จัดทำแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
แผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกัน รวมท้ังแผนจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือเครื่องใช้ ยานพาหนะ เคร่ืองหมาย
สัญญาณหรือส่ิงอ่ืนใดในการแจ้งให้ประชาชนได้ทราบถึงการเกิดหรือจะเกิดสาธารณภัย และสำหรับใช้ในการ

แผนปฏิบัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุชือ่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 108

ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และบรรจุไว้ในแผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เพ่ือเป็นกรอบในการ

ปฏบิ ตั ิงานในระดบั พน้ื ที่

(5) กำหนดบทบาทหน่วยงานและภาคีเครือข่ายทุกระดับในการขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติตามบทบาท

หน้าท่ีความรับผิดชอบท่ีกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 รวมทั้งนโยบาย

และกฎหมายตา่ ง ๆ โดยมีแนวทางดำเนินการของแตล่ ะภาคส่วน ดังน้ี

ตารางที่ 9-1 : แนวทางดำเนินงานในการขบั เคล่อื นแผนไปสกู่ ารปฏบิ ัติ

ลำดับท่ี การดำเนินการ หนว่ ยงานที่

รับผิดชอบ

1 ดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เก่ียวกับแผนปฏิบัติการในการ - (ระบุช่อื อปท.)
ป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย (ระบุช่ือ อปท.) พ.ศ.2564 รวมทั้งแนวทาง - ห น่ ว ย ง า น ท่ี
ปฏิบัติเก่ียวกบั การปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยท่ีอาจเกดิ ขนึ้ ในพื้นท่ีของ เก่ี ย ว ข้ อ งกั บ ก า ร
ตนเอง เพ่ือสร้างความตระหนักให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร คนใน
ชุมชน/ท้องถ่ินได้รับรู้ รับทราบ เข้าใจถึงระเบียบกฎหมายท่ีเก่ียวข้องกับ ป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัย และสร้างการมสี ว่ นรว่ มของภาคประชาชนและภาคเอกชนในพื้นท่ี สาธารณภยั

2 จัดให้มีการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย - (ระบุชอื่ อปท.)
(ระบุช่ือ อปท.) อย่างน้อยทุก ๒ เดือน อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นกลไกและ - หน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้อง
เวทีในการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานทเี่ ก่ียวข้อง ตั้งแต่ภารกิจ กับการป้องกันและ
ด้านการป้องกัน การลดผลกระทบ และการเตรียมความพร้อม การร่วม
วเิ คราะหป์ ระเมินความเสี่ยงจากสาธารณภัยในพื้นที่ บรรเทาสาธารณภยั

3 มสี ่วนรว่ มกบั อำเภอ.....................และจงั หวัด......................... อยา่ งต่อเนื่อง - (ระบุช่อื อปท.)

เพ่ือเช่ือมการทำงานอย่างประสานสอดคล้อง โดยจัดประชุมแลกเปลี่ยน - สนง.ปภ.สาขา

ข้อคิดเห็นการดำเนินการกิจกรรม เช่น ร่วมสำรวจประเมินวิเคราะห์ .................................

พนื้ ท่ีเสี่ยง ปัจจยั เส่ียงทที่ ำให้เกิดภัย เป็นต้น - สนง.ปภ.จว.

.................................

- ศูนย์ ปภ. เขต

.................................

4 จัดทำแผนเผชิญเหตุสาธารณภัยของ (ระบุช่ือ อปท.) การร่วมฝึกการ - (ระบุชื่อ อปท.)

ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทา - สนง.ปภ.สาขา

สาธารณภัยระดับต่างๆ เพ่ือทดสอบและฝึกความชำนาญร่วมกับหน่วยงาน .................................

ต่างๆ ทเ่ี กย่ี วข้อง - สนง.ปภ.จว.

.................................

- ศูนย์ ปภ. เขต

.................................

- ห น่ ว ย ง า น ที่

แผนปฏิบตั กิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุชื่อ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 109

ลำดับท่ี การดำเนินการ หนว่ ยงานท่ี

รับผดิ ชอบ

เก่ี ย ว ข้ อ งกั บ ก า ร

ป้องกันและบรรเทา

สาธารณภัย

5 จัดทำแผนงานโครงการเพ่ือขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนิน - (ระบุชอ่ื อปท.)

ภารกิจ เช่น งบพัฒนาจังหวัด งบพัฒนากลุ่มจังหวัด งบพัฒนาท้องถ่ิน - สำนกั งานจงั หวัด

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนความ .................................

ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม องค์กร - ห น่ ว ย ง า น ท่ี

สาธารณกศุ ล โดยใหเ้ ชื่อมโยงกับยุทธศาสตรก์ ารเตรียมพร้อมแหง่ ชาติ เก่ี ย ว ข้ อ งกั บ ก า ร

ป้องกันและบรรเทา

สาธารณภัย

6 กำหนดแผนงาน/โครงการที่ได้มกี ารประเมินความเส่ียงในพื้นท่ีที่มุง่ เนน้ การ - (ระบชุ ่อื อปท.)

ลดความเส่ียงจากสาธารณภัย แก้ไขปัญหาท่ีเกิดข้ึนในภาพรวมอย่างมีส่วน - สำนักงานจังหวัด

รว่ มแบบบูรณาการ ซ่งึ รฐั บาลไดใ้ หค้ วามสำคัญกบั การเตรียมพรอ้ มแห่งชาติ .................................

ประกอบกับให้มีความเชื่อมโยงและส่งผลต่อทิศทางการพัฒนาจังหวัด - ห น่ ว ย ง า น ที่

และกลุ่มจังหวัด โดยการเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามภารกิจ เก่ี ย ว ข้ อ งกั บ ก า ร

ของอำเภอ/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้แผนพัฒนาท้องถ่ิน เพ่ือ ป้องกันและบรรเทา

ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยบรรจุใน สาธารณภยั

แผนปฏิบัติราชการประจำปีจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ที่เป็นกรอบแผนงาน/

โครงการในแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวดั ต่อไป

7 ให้ความรู้แก่ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งด้านวิชาการและการปฏิบัติ - (ระบชุ อ่ื อปท.)

สร้างองค์ความรู้เพ่ือเป็นข้อมูลในการกำหนดนโยบายทั้งระดับจังหวัด - สพป.......................

ระดบั อำเภอ และระดับพ้ืนท่ี - สพม.......................

8 สนับสนุน กำกับ ติดตาม ให้คำแนะนำในการจัดทำแผนการป้องกันและ - (ระบชุ ่ือ อปท.)

บรรเทาสาธารณภัยชุมชน/หมู่บ้าน เพื่อเป็นกรอบปฏิบัติงานในระดับพ้ืนที่

ใหม้ คี วามเชอ่ื มโยงกับแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

(ระบุชื่อ อปท.)

9 การติดตามและประเมินผล โดยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่างๆ - (ระบุช่ือ อปท.)

ท้ังส่วนกลางและระดับพ้ืนท่ี การกำหนดให้จัดทำรายงานผลการดำเนินงาน - ส น ง .ป ภ .ส า ข า

ให้ผู้อำนวยการจังหวัดเพื่อรายงานผลต่อไปยังผู้อำนวยการกลางและ ..............................

ผู้บังคับบัญชาระดับเหนือข้ึนไปทราบเป็นประจำทุกปี รวมท้ังการติดตาม - ส น ง . ป ภ . จ .

แผนปฏิบตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุช่อื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 110

ลำดับที่ การดำเนินการ หน่วยงานที่

รับผดิ ชอบ

และประเมินผลการนำแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเท า .................................

สาธารณภัย (ระบุช่ือ อปท.) ไปสู่การปฏิบัติ ในช่วงกลางแผนและ - ศู น ย์ ป ภ . เข ต

ปลายแผน พร้อมทัง้ พิจารณาแนวทางปรบั ปรงุ แผนฯ .............................

- สำนักงานจังหวัด

..........................

โดยมีกระบวนการขบั เคลือ่ นแผนปฏบิ ัติการในการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย (ระบุชื่อ อปท.) พ.ศ. 2564-
2570 ไปสู่การปฏบิ ัติ ดงั แผนภาพที่ 9-1

แผนปฏบิ ตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุช่ือ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 111

แนวทางขบั เคลอื่ น นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ การป

เสริมสรา้ ง ฒั นา (1) การสร้างการมีสว่ นร่วมจากทุกภาคส่วนในการนำองคค์ วามรูก้ ารลดความเ
ความเขา้ ใจเกย่ี วกับแนวคิด ไปส่กู ารปฏิบัติ
และกำหนดใหป้ ระเด็นการลด (2) การสื่อสารความเสี่ยงจากสาธารณภัยและเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ ทีค่ รอบ
ความเสย่ี งจากสาธารณภยั
เปน็ สาระสำคญั ของแผน (1) การจัดทำแผนปฏิบตั กิ ารในการปอ้ งกันละบรรเทาสาธารณภยั ของอ
อ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับการลดความเสยี่ งจากสาธารณภยั
เชื่อมโยงเปา้ หมาย กลยุทธ์ (2) การประเมินความเสี่ยงจากสาธารณภัย เพื่อการวางแผนและเลือกใช
และมาตรการในการลดความเส่ยี ง (3) การลงทนุ ดา้ นการจัดการความเสย่ี งจากสาธารณภยั แบบสร้างควา
จากสาธารณภัยจากแผนในทุกระดับ (4) การฝึกอบรม การฝกึ ซ้อม และการทดสอบแนวทางปฏิบตั กิ ารปอ้ งกนั
ให้เกดิ การบูรณาการการดำเนนิ งาน (5) การพัฒนาชมุ ชนหรอื เมืองใหม้ ขี ีดความสามารถ รู้เท่าทนั ภยั โดยปร
และการมีสว่ นร่วมจากทกุ ภาคส่วน ในการจดั การความเสย่ี งจากสาธารณภยั (Smart Community/ Cit

การจัดสรรทรั ยากรเ ื่อใช้ (1) การกำหนดให้หน่วยงานหลกั และภาคีเครือขา่ ยความรว่ มมอื จัดสร
ประโยชนร์ ว่ มกันของหนว่ ยงาน งบประมาณ บคุ ลากร องคค์ วามรู้ ขอ้ มูล เปน็ ตน้ ) และการลงทนุ เพอ่ื กา
ภาครัฐร่วมกบั องค์กร ภาคเี ครอื ข่าย (2) การจดั ใหม้ ีระบบและกลไกการใช้ทรัพยากรรว่ มกันอย่างมีประสทิ ธิภาพ
(3) การเชอื่ มโยงระบบการจดั สรรทรพั ยากรเชิงพ้ืนที่ ทง้ั ในระดบั ภูมิภาค และ
และภาคสว่ นตา่ งๆ (4) การเพมิ่ ความสามารถในการเข้าถงึ ข้อมลู ความเสยี่ งสาธารณภยั ระบบการแ

การตดิ ตาม 1. ใหก้ ลไกติดตาม 2. ใหก้ ลไกประเมนิ ผลลัพธ์
และประเมนิ ผล ความก้าวหน้า การดำเนนิ งานการลด
และผลการดำเนนิ งาน
การ ึกษา วจิ ยั และ ฒั นา ในรายไตรมาส ความเสยี่ งจากสาธารณภยั
และสังเคราะหบ์ ทเรยี น

เพอื่ การปรับปรุง

(1) การจดั การความรู้ และถอดบทเรยี นเพ่ือการพัฒนาและขยายผ
(2) การวจิ ยั และพฒั นาองคค์ วามรกู้ ารกำหนดมาตรฐานตา่ งๆ
(3) การสร้างสรรค์นวัตกรรมการจัดการความเสยี่ งจากสาธารณภยั
เพ่อื ให้สอดคล้องกบั สถานการณ์และสามารถลดความเส่ยี งสาธารณ

หมายเหตุ : สฟี ้า : ผลผลิต (1) และ (2) แผนภาพที่ 9-1 กระบวนการขบั เคลอื่ นแผนการปอ้
สแี ดง : ผลผลิต (1) (2) (3) (4) (5) (7) และ (8)
สมี ว่ ง : ผลผลติ (5) (6) และ (9)
สีเขยี ว : ผลผลิต (5) และ (7)
แผนสปีเหฏลอืิบงัต: กิผลาผรลใติ น(8ก) ารป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบชุ ่ือ อปท.) พ.ศ. 2564-257

ปฏิบตั ิ ผลผลติ ผลลัพธ์

เส่ียงจากสาธารณภัยสกู่ ารขับเคล่ือนแผน (1) แผนของหนว่ ยงานมีการบรรจุ (1) มแี ผนงาน โครงการ กจิ กรรม
แนวคิดการลดความเส่ียงจากสาธารณภัย และแผนปฏิบตั ริ าชการ ที่มกี ารกำหนด
บคลุมทกุ ภาคส่วน รวมท้ังกลุ่มเปราะบาง วัตถปุ ระสงค์ และตวั ชีว้ ัดการลด
(2) ทกุ ภาคส่วนสามารถถ่ายทอด ความเสี่ยงจากสาธารณภัย
องคกื รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ และแผน องคค์ วามร้กู ารลดความเส่ยี งจาก
สาธารณภัยสู่แนวปฏิบัตใิ นลกั ษณะ (2) แนวปฏบิ ัตเิ ฉพาะความเสยี่ ง
ชม้ าตรการลดความเส่ยี งจากสาธารณภยั ต่างๆ ได้ จากสาธารณภัย และภัยท่มี คี วามคาบ
ามเปน็ หนุ้ ส่วน เกย่ี วตอ่ เนือ่ ง รวมทั้งมาตรการทีม่ ี
นและบรรเทาสาธารณภยั ในทกุ รูปแบบ (3) ไดห้ ุน้ ส่วนความร่วมมือเพือ่ เป้าหมายการลดความเส่ียงจากสาธารณภัย
รบั ใชแ้ ละพฒั นาระบบอัจฉรยิ ะ การลงทนุ ด้านการจัดการความเส่ยี ง
ty) จากสาธารณภยั (3) เกิดการลงทนุ มาตรการในการลด
ความเส่ยี งจากสาธารณภัยของทุกภาค
รรทรพั ยากร (อาทิ เครื่องมืออปุ กรณ์ (4) แผนมคี วามเชื่อมโยงในเปา้ หมาย สว่ นร่วมกัน
ารลดความเสย่ี งจากสาธารณภยั และวัตถุประสงค์การลดความเส่ียง
พ จากสาธารณภยั (4) หนว่ ยงานสามารถนำไป
ละนานาชาติ ดำเนนิ การตามแผนและการจัดสรร
แจ้งข่าวและการเตอื นภยั ของสาธารณะ (5) หนว่ ยงาน เครอื ขา่ ย และชมุ ชมมี ทรัพยากรอยา่ งเป็นระบบร่วมกนั ทุก
กิจกรรมการเตรยี มพร้อมเพ่ือการ ภาคส่วน
3.1 มีความเชอื่ มโยงการติดตาม ลดเความเส่ียงจากสาธารณภัย และ
และประเมินผล โดยมีขอ้ เสนอแนะ ทบทวนบทเรียนจากการฝึกซอ้ ม (5) เครือข่ายชมุ ชนปลอดภัยที่มี
การดำเนนิ การหรอื ยทุ ธศาสตร์ เพื่อให้มี การทำกิจกรรมการลดความเสีย่ งจาก
การปรบั แผน โดยไม่ตอ้ งรอให้แผนสิ้นสดุ (6) แผนการป้องกันและบรรเทา สาธารณภยั
3.2 การใหช้ อ่ งทางการปรับปรุงระหว่าง สาธารณภัยทกุ ระดับมีการดำเนินงาน
การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ เชงิ บูรณาการ (6) เพ่มิ ประสิทธภิ าพในการจัดการ
ภาวะฉกุ เฉนิ และการสนธิกำลังอยา่ ง
ผล (7) มีระบบการตดิ ตามและประเมินผล เป็นระบบด้วยมาตรฐาน

ยเพอื่ ใช้ในการปรบั ปรุงพฒั นา (8) นวัตกรรม เทคโนโลยีท่ีเหมาะสม (7) แผนไดร้ บั การปรับปรุง ดว้ ย
ณภัยได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ รวมถึงองคค์ วามรู้ เพื่อเปน็ แนวทาง บทเรยี นจากการประเมนิ ผล พร้อม
การปรับปรุงแผนและการดำเนินงานใน ทบทวนโดยสอดคล้องกบั กฎหมาย
ทุกมิติ โดยสามารถพัฒนาเป็นแนวทาง และสถานการณส์ าธารณภัยทเ่ี ป็น
ปฏิบัตหิ รอื สร้างนวัตกรรมลดความ ปจั จุบัน
เสี่ยงจากสาธารณภัยในชุมชน/ เมืองได้
(8) ชมุ ชน/ เมืองสรา้ งแนวปฏบิ ตั ิการลด
(9) รูปแบบข้อมูลความเสี่ยงและระบบ ความเส่ยี งจากสาธารณภัยตามองค์
เตอื นภัยทคี่ รอบคลมุ ความร้/ู นวัตกรรมของตนเอง

องกนั และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ 2564 - 2570 ไปสูก่ ารปฏิบัติ (9) ประชาชนเขา้ ถงึ ขอ้ มูลความเส่ียง
และสามารถเตรียมพรอ้ มเพอ่ื ความ
ปลอดภยั

70

9.2 การตดิ ตามและประเมนิ ผล

การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ระบุชื่อ อปท.) พ.ศ. 2564 ไปสู่การปฏิบัติให้
บรรลุเป้าหมายตามทก่ี ำหนด จำเป็นต้องมกี ลไกการกำกับ ติดตามและประเมินผลเชิงยุทธศาสตร์ที่มีกระบวนการและการ
จดั การให้เกิดการทบทวนทั้งด้านการจัดการ (Management Review) และการทบทวนผลงาน (Performance Review)
ทีเ่ หมาะสมและทนั ตอ่ สถานการณ์

(1) แนวทางการติดตามและประเมนิ ผล
แนวทางการติดตามและประเมินผล ประกอบด้วย หลักการประเมินผลสมั ฤทธ์ิ โดยวิเคราะห์ การบรรลุ

ถึงเป้าหมายการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย หลักการคิดเชิงเหตุผล เชื่อมโยงความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผลผลิต
ไปสู่ผลลัพธ์และผลกระทบด้วยข้อมูล รวมถึงเหตุผลเชงิ ประจักษท์ ่ีเช่ือถือได้ และหลกั ความร่วมมอื ระหวา่ งหน่วยงาน และ
ภาคส่วนต่างๆ ในสังคม พร้อมทั้ง กำหนดให้มีการจัดทำรายงานผลเสนอต่อคณะกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการในการ
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ระบุชื่อ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 ทั้งรายปี กลางแผน และปลายแผน โดยให้
คณะกรรมการจดั ทำแผนฯ เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักดำเนินงาน ตามแนวทางการผลักดันประเด็นสำคัญไปสู่ปฏิบัติ โดย
มีแนวทางปฏบิ ัตใิ นการติดตาม และประเมินผล ดังน้ี

(1.1) คณะทำงานติดตามและประเมนิ ผลแผนปฏิบัตกิ ารในการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย (ระบุช่ือ อปท.)
พ.ศ. 2564-2570 ดำเนินงาน ดงั นี้

1) ติดตามและประเมนิ ผลประเด็นการขับเคลื่อนทสี่ ำคญั
2) ตดิ ตามและประเมินผลระดบั ยุทธศาสตร์
3) ตดิ ตามและประเมินผลภาพรวม
โดยให้จัดทำรายงานการตดิ ตามและประเมินผลภาพรวมท่ีบรรลุผลตามเป้าหมายการจดั การความเส่ียงจาก สาธารณภัย
การประเมนิ ผลกระทบจากการขับเคล่อื น และสรุปภาพรวมการติดตามและประเมินผล พร้อมทง้ั จัดทำเป็นรายงานเสนอต่อ
คณะกรรมการจดั ทำแผนปฏิบตั ิการในการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย (ระบชุ ่ือ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 พิจารณาเพอื่ นำไปสู่
การปรับปรงุ หรือทบทวนแนวทางการดำเนนิ งานตอ่ ไป
(1.2) กรอบระยะเวลาการตดิ ตามและประเมนิ ผล
1) การติดตามและประเมินผลรายปี
2) การตดิ ตามและประเมนิ ผลในระยะกลางแผนฯ
3) การตดิ ตามและประเมินผลในระยะปลายแผนฯ
โดยให้จัดทำรายงานผลการขับเคล่ือนแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ระบุช่ือ อปท.) พ.ศ.2564-
2570 ไปสู่การปฏิบัติเพ่ือตอบสนองต่อเป้าหมายการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพ ยกระดับไปสู่
มาตรฐานตามหลักสากล ตลอดจนนำปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะไปปรับปรุงแผนปฏิบัติการในการป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภยั (ระบุชื่อ อปท.) พ.ศ.2564-2570 ตอ่ ไป
(1.3) กลไกการติดตามและประเมินผล ให้คณะทำงานติดตามและประเมินผลแผนปฏิบัติการในการ
ปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย (ระบุชื่อ อปท.) พ.ศ.2564-2570 เป็นกลไกในการประสานการปฏิบัติ ติดตาม และประเมิน
ผลสัมฤทธิ์ของแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ระบุช่ือ อปท.) พ.ศ.2564-2570 ภายใต้การกำกับดูแลของ
คณะกรรมการจัดทำแผนปฏบิ ัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั (ระบชุ ่ือ อปท.) พ.ศ.2564-2570

แผนปฏิบตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบชุ อ่ื อปท.) พ.ศ. 2564-2570

(2) ขน้ั ตอนการตดิ ตามและประเมนิ ผล ประกอบด้วย

กำหนดกรอบการติดตามและประเมินผล โดยสร้างความเขา้ ใจในสาระสำคัญของแผนปฏิบัติการในการป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัย (ระบุช่ือ อปท.) แนวทางการผลักดันประเด็นสำคัญไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งแผนงาน/
โครงการในการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย แล้วกำหนดประเด็นและตัวชี้วัด การประเมินแหล่งข้อมูล
เพอื่ ประกอบการวิเคราะห์ประเมินผลใหส้ ะทอ้ นกระบวนการดำเนินงาน ผลผลติ และผลลพั ธ์

รวบรวมข้อมูลภายใต้กรอบการติดตามและประเมินผล ได้แก่ (๑) ข้อมูลปฐมภูมิท่ีได้จากการสำรวจภาคสนาม
การระดมความคิดเห็น และอ่ืนๆ รวมท้ังควรกำหนดเป้าหมายและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ชัดเจนและ (๒) ข้อมูล
ทุตยิ ภมู ิท่ีได้จากเอกสารรายงานผลการดำเนินงานของหน่วยงาน

ประเมินผลและวเิ คราะหข์ ้อมลู ตามหลักการทก่ี องอำนวยการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั (ระบุชอ่ื อปท.)
กำหนดข้นึ มา

จัดทำรายงานสรุปผลภาพรวม และข้อเสนอแนะ

นำเสนอรายงานสรปุ ผลใหผ้ บู้ ริหารระดับหนว่ ยงานพิจารณาให้ความเห็นชอบ

นำผลการประเมินเสนอให้ผู้อำนวยการท้องถนิ่

พิจารณาผลกั ดันแผนงาน/โครงการการลดความเสย่ี งจากสาธารณภยั สู่แผนพัฒนาทอ้ งถนิ่

(3) ห คี ค ดำ ด ม ม

ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ระบุช่ือ อปท.) เป็นหน่วยรบั ผิดชอบหลักในการ
ดำเนินงานตามแนวทางการผลักดันประเด็นสำคัญไปสู่การปฏิบัติ โดยให้จัดทำรายงานการติดตามและประเมินผล

แผนปฏบิ ตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุชือ่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 18

ภาพรวมที่บรรลุผลตามเป้าหมายการจัดการสาธารณภัย ประเมินผลกระทบ การขับเคล่ือน และสรุปภาพรวมการติดตาม
และประเมินผลให้ผู้อำนวยการอำเภอเพื่อรายงานผลต่อไปยังผู้อำนวยการจังหวัด ผู้อำนวยการกลางและผู้บังคับบัญชา
ระดับเหนือขน้ึ ไปทราบ เพือ่ นำไปสู่การปรบั ปรุงแนวทางการดำเนินงานต่อไป

การจัดทำรายงานผลการขับเคล่ือนแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย (ระบุช่ือ

อปท.) ไปสู่การปฏิบัติ เพ่ือตอบสนองต่อเป้าหมายการจัดการสาธารณภัยของ (ระบุชื่อ อปท.) ให้มีประสิทธิภาพ ยกระดับ

ไปสู่มาตรฐานตามหลักสากล ตลอดจนนำปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะไปปรับปรุงแผนปฏิบัติการในการป้องกันและ

บรรเทาสาธารณภัย (ระบชุ ื่อ อปท.) ต่อไป

9.3 การวิจัยและ ฒั นา

เป็นกระบวนการของการศึกษา การเรียนรู้ และการค้นหาแนวคิด แนวทาง และวิธีปฏิบัติหรือ

สงิ่ ประดิษฐ์ เพ่ือนำไปใช้ในการพฒั นาเทคนิค วิธีการ รูปแบบการดำเนินงาน หรือระบบการจัดการความเส่ยี งจากสาธารณภัย

ท่ีเป็นประโยชน์ท้ังแก่ประชาชนและหน่วยงานที่เก่ียวข้องทุกภาคส่วน รวมท้ังการนำสิ่งท่ีได้ มีการคิดค้นหรือค้นพบมา

พฒั นา ออกแบบ เปลี่ยนแปลง ผลการดำเนินงาน กระบวนการดำเนินงาน และการบริการใหม้ ลี ักษณะรูปแบบใหม่

หรือการปรับปรุงให้ดีขึ้นกวา่ เดิม และสามารถดำเนนิ การรว่ มกับ การติดตามและประเมินผล โดยการเกบ็ รวบรวมข้อมูล

ภายใต้กรอบการติดตามและประเมินผลในลักษณะของการทบทวนจากบทเรียนและการเรียนรู้ท้ังก่อนการดำเนินการ

ระหว่างดำเนนิ การ และเม่อื เสร็จส้นิ การดำเนินการ โดยมแี นวทางการดำเนินการวิจัยและพฒั นา ดงั น้ี

(1) (ระบชุ ื่อ อปท.) เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานดา้ นการศกึ ษา ค้นควา้ และการวิจัย

และพัฒนาที่เก่ียวข้องกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และหน่วยงานที่

เกีย่ วข้อง เพื่อนำองคค์ วามรู้และเทคโนโลยีมาพัฒนาและประยกุ ต์ใช้เพื่อการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุช่ือ

อปท.) ให้เหมาะสม

(2) ศึกษาบทเรียนของเหตุการณ์สาธารณภัยสำคัญที่ผ่านมาของ (ระบุช่ือ อปท.) เพ่ือให้ทราบ

ขอ้ มลู ขอ้ เทจ็ จริงสำหรับไปประยกุ ต์ใช้ในการจดั การความเส่ียงสาธารณภยั ให้มปี ระสิทธิภาพย่งิ ขนึ้

(3) จัดทำสรุปบทเรียน (Lesson Learned) ของการเกิดสาธารณภัยคร้ังสำคัญท่ีผ่านมาของ (ระบุ

ช่อื อปท.) เพอ่ื เปน็ ประโยชน์ในการบริหารจดั การในอนาคต

9.4 การทบทวนแผนปฏิบตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุชื่อ อปท.)

พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มาตรา 44 กำหนดว่า ในกรณีท่ี

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาธารณภัยหรือการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ได้กำหนดไว้ในแผนต่างๆ ตามพระราชบัญญัตินี้

เปลี่ยนแปลงไป หรือแผนดังกล่าวได้ใช้ครบห้าปีแล้ว ให้เป็นหน้าท่ีของผู้รับผิดชอบในการจัดทำแผนดำเนินการปรับปรุง

หรอื ทบทวนแผนทอี่ ยู่ในความรับผิดชอบ

ดังนั้น หาก (ระบุชื่อ อปท.) ได้ดำเนินการตามกระบวนการท่ีกำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการในการ

ป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย (ระบุชื่อ อปท.) พ.ศ.2564-2570 และได้มีการติดตามประเมินผลสัมฤทธ์ิของแผน หรือมี

สถานการณ์สาธารณภัยท่ีไม่ได้กำหนดไว้ในแผน หรือมีการวิจัยและพัฒนา พบข้อบกพร่อง หรือมีนวัตกรรม

การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยท่ีทันสมัยและเหมาะสม ให้ (ระบุช่ือ อปท.) พิจารณาทบทวนปรับปรุงแผนปฏิบัติการ

ในการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย (ระบชุ ่ือ อปท.) พ.ศ.2564-2570 ไดต้ ามความเหมาะสมทุกปี

แผนปฏบิ ตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบชุ ่ือ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 19

ภาคผนวก ก : คำย่อ

คำย่อ หนว่ ยงาน

กห. : กระทรวงกลาโหม
สป. : สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
ทท. : กองทัพไทย
บก.ทท. : กองบัญชาการกองทัพไทย
นขต.บก.ทท. : หน่วยขึน้ ตรงกองบญั ชาการกองทัพไทย
นทพ. : หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา
สนภ. : สำนกั งานพัฒนาภาค
นพค. : หน่วยพัฒนาการเคลอื่ นท่ี
ทบ. : กองทัพบก
นขต.ทบ. : หนว่ ยขึน้ ตรงกองทพั บก
ทภ. : กองทัพภาค
มทบ. : มณฑลทหารบก
ทร. : กองทพั เรือ
ทรภ. : ทพั เรือภาค
ฐท.กท. : ฐานทัพเรอื กรงุ เทพ
ฐท.สส. : ฐานทัพเรอื สตั หบี
ฐท.พง. : ฐานทัพเรอื พงั งา
กปช.จต. : กองบญั ชาการป้องกนั ชายแดนจนั ทบรุ แี ละตราด
นรข. : หน่วยเรอื รกั ษาความสงบเรียบรอ้ ยตามลำแมน่ ้ำโขง
ฉก.นย.ภต. : หน่วยเฉพาะกจิ นาวิกโยธนิ ภาคใต้
ทอ. : กองทพั อากาศ
นขต.ทอ. : หน่วยขึน้ ตรงกองทพั อากาศ
รร.การบนิ : โรงเรียนการบินกองทัพอากาศ
บน. : กองบิน
ศบภ.กห. : ศูนย์บรรเทาสาธารณภยั กระทรวงกลาโหม
ศบภ.ทบ. : ศนู ยบ์ รรเทาสาธารณภยั กองทัพบก
ศบภ.ทร. : ศูนยบ์ รรเทาสาธารณภัยกองทพั เรือ
ศบภ.ทอ. : ศนู ยบ์ รรเทาสาธารณภยั กองทัพอากาศ
ศบภ.บก.ทท : ศูนยบ์ รรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทย
ศบภ.สป. : ศูนยบ์ รรเทาสาธารณภยั สำนักงานปลดั กระทรวงกลาโหม

แผนปฏบิ ัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุชื่อ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 20

คำยอ่ หนว่ ยงาน

นร. : สำนกั นายกรัฐมนตรี

สมช. : สำนักงานสภาความมัน่ คงแหง่ ชาติ

ตร. : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

มท. : กระทรวงมหาดไทย

รมว.มท. : รฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ปมท. : ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ผวจ. : ผู้ว่าราชการจงั หวัด

อปภ. : อธิบดกี รมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย

นอภ. : นายอำเภอ

องคก์ รปฏบิ ัติ

กอ.รมน. : กองอำนวยการรักษาความม่นั คงภายในราชอาณาจกั ร

กอปภ.ก. : กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั กลาง

กอปภ.กทม. : กองอำนวยการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยกรงุ เทพมหานคร

กอปภ.จ. : กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด

กอปภ.ทน./ทม./ทต. : กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนคร/เทศบาลเมือง/เทศบาลตำบล

กอปภ.เมอื งพทั ยา : กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมืองพทั ยา

กอปภ.สนข. : กองอำนวยการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยสำนักงานเขต

กอปภ.อ. : กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั อำเภอ

กอปภ.อบต. : กองอำนวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยองค์การบริหารส่วนตำบล

บกปภ.ช. : กองบญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ

สปฉ. : การสนับสนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉิน

ศบก.อ. : ศูนยบ์ ัญชาการณเ์ หตกุ ารณ์อำเภอ

ศบก.สนข. : ศนู ย์บญั ชาการณเ์ หตุการณ์สำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร

ศบก.จ. : ศูนย์บญั ชาการณเ์ หตุการณจ์ งั หวัด

ศบก.จ. (สว่ นหน้า) : ศูนยบ์ ัญชาการณเ์ หตุการณ์สว่ นหน้าจังหวัด

ศบก.กทม. : ศูนยบ์ ัญชาการณ์เหตุการณก์ รุงเทพมหานคร

ศบก.กทม. (สว่ นหน้า) : ศูนยบ์ ญั ชาการณ์เหตกุ ารณ์ส่วนหน้ากรงุ เทพมหานคร

ศปก.อปท. : ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารฉุกเฉนิ ทอ้ งถนิ่

คณะกรรมการ

ก.ช.ภ.จ. : คณะกรรมการให้ความชว่ ยเหลือผู้ประสบภัยพบิ ัติจงั หวดั

กนช. : คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

กปภ.ช. : คณะกรรมการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ

กปอ. : คณะกรรมการป้องกนั อบุ ตั ิภัยแห่งชาติ

แผนปฏิบัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุชอื่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 21

คำย่อ หนว่ ยงาน

กภช. : คณะกรรมการบรหิ ารระบบการเตือนภยั พบิ ัติแหง่ ชาติ

นปท. : คณะกรรมการนโยบายการรกั ษาผลประโยชนข์ องชาตทิ างทะเล

ผ้บู ญั ชาการและผอู้ ำนวยการ

ผบ.ปภ.ช. : ผบู้ ญั ชาการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ

(รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย)

ผอ.กลาง : ผอู้ ำนวยการกลาง

(อธิบดีกรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย)

ผอ.กอปภ.ก. : ผู้อำนวยการกองอำนวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั กลาง

ผอ.จว. : ผ้อู ำนวยการจงั หวัด

ผอ.กทม. : ผูอ้ ำนวยการกรงุ เทพมหานคร

ผอ.อำเภอ : ผู้อำนวยการอำเภอ

ผอ.ทอ้ งถนิ่ : ผู้อำนวยการทอ้ งถน่ิ

ผอ.เขต : ผอู้ ำนวยการเขต

แผนปฏิบัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุชอ่ื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 22

ภาคผนวก ข : ตัวอย่างลักษณะภัย

สาธารณภัย หมายถึง อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดในมนุษย์ โรคระบาดสัตว์ โรคระบาด
สัตวน์ ้ำ การระบาดของศัตรูพืช ตลอดจนภัยอ่ืนๆ อันมีผลกระทบต่อสาธารณชน ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ มีผู้ทำให้เกิดข้ึน
อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายของประชาชน หรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของ
ประชาชนหรอื ของรัฐ และใหห้ มายความรวมถึงภัยทางอากาศและการก่อวินาศกรรมด้วย

1. ภยั จากอคั คภี ัย
อัคคีภยั หมายถงึ ภยันตรายอันเกิดจากไฟทขี่ าดการควบคมุ ดูแล ทำให้เกดิ การติดต่อลกุ ลามไปตามบรเิ วณทีม่ ี

เชื้อเพลิงเกิดการลุกไหม้ต่อเนื่อง สภาวะของไฟจะรุนแรงมากข้ึน ถ้าการลุกไหม้ที่มีเช้ือเพลิงหนุนเน่ือง หรือมีไอของ
เช้อื เพลิงถูกขับออกมามากความรอ้ นแรงก็จะมากยงิ่ ข้นึ

2. ภยั จากวาตภัย
2.1 ภัยจาก ายุหมุนเขตร้อน หมายถึง ภัยท่ีก่อให้เกิดความเสียหายของอาคารบ้านเรือน ต้นไม้และ

สงิ่ ก่อสร้างต่าง ๆ เป็นบริเวณกว้างจากความแรงของลมที่พัดเวยี นเข้าหาศูนย์กลางของพายุหมุนภัยดงั กล่าวเกิดขึน้ ตามแนว
เส้นทางเดินของพายุ โดยปกติจะมีความกว้าง 50-100 กิโลเมตร ข้ึนอยู่กับขนาดและความแรงของพายุแต่ละลูก โดย
ความเสยี หายจะมมี ากทสี่ ุดบรเิ วณใกล้แนวศูนย์กลางทพ่ี ายุเคลอ่ื นผ่าน

2.2 ภัยจากคล่ืน ายุซัดฝ่ัง หมายถึง ภัยธรรมชาติซ่ึงเกิดจากพายุหมุนเขตร้อนเคล่ือนเข้าหาฝั่ง ความสูงของ
คล่ืนข้ึนกับความแรงของพายุ ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเม่ือพายุหมุนเขตร้อนท่ีมีความแรงลมมากกว่า 100 กิโลเมตรต่อ
ชัว่ โมง ระดับน้ำที่สูงขึ้นจากความกดอากาศที่ลดต่ำลงบริเวณใกล้ศูนย์กลางของพายุพรอ้ มกับคลื่นลมแรงจัดท่ีพัดเข้าหาฝั่ง
ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่ราบชายฝ่ังทะเลใกล้ศูนย์กลางของพายุ โดยเฉพาะพ้ืนท่ีชายฝั่งที่เป็นด้านรับลม ระดับความ
รนุ แรงของความเสียหายจะขึน้ อยู่กบั ความแรงลมของพายุ สภาพภูมปิ ระเทศ และขนาดของชุมชน

2.3 ภัยจาก ายุโซนร้อน หมายถึง พายุที่เกิดในช่วงที่มีลักษณะอากาศร้อนอบอ้าวติดต่อกันหลายวัน และ
เม่ือมอี ากาศเย็นจากความกดอากาศสูงในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจนี พัดมาปะทะกบั อากาศร้อนจะทำให้อากาศรอ้ น
ชื้นท่ีเบากว่าลอยตัวข้ึนเหนืออากาศเย็นอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นเมฆและพายุฟ้าคะนองท่ีมียอดเมฆสูงมาก (เมฆคิวมูโลนิม
บัส) เกิดพายุฟ้าคะนอง ลมกรรโชกแรง ฟ้าผ่า และมักมีลูกเห็บตกตามมาด้วย พายุฤดูร้อนมักเกิดขึ้นและสิ้นสุดลงใน
ชว่ งเวลาส้ันๆ ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง และครอบคลุมบริเวณพนื้ ที่ไม่เกิน 20-30 ตารางกิโลเมตร แต่จะมีลมกรรโชกแรงท่ีเริ่มสร้าง
ความเสียหาย เมื่อมีความรนุ แรงลมตงั้ แต่ 50 กโิ ลเมตร ตอ่ ชวั่ โมงขึน้ ไป

2.4 ภัยจาก ายุฤดูร้อน หมายถึง ความเสียหายของอาคารบ้านเรือน ต้นไม้ และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึน
เป็นบริเวณแคบๆจากลมกระโชกแรงท่ีเกิดจากพายุฝนฟ้าคะนอง หรือลูกเห็บ มักเกิดในระยะเวลาส้ัน ๆ ซ่ึงบ่อยครั้งมี
ความเรว็ ลมเกินกวา่ 100 กิโลเมตรต่อชวั่ โมง

แผนปฏิบตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุชอ่ื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 23

2.5 ภัยจากลูกเห็บ หมายถึง ภัยที่เกิดจากก้อนน้ำลักษณะเหมือนน้ำแข็งรูปร่างไม่แน่นอน เกิดจาก
ละอองหยาดฝนซึ่งเย็นแบบย่ิงยวดในเมฆฝน (ยังอยู่ในสภาพของเหลวที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง) ปะทะกับวัตถุแข็ง เช่น
ผงฝุ่น หรือก้อนลูกเห็บที่เกาะตัวอยู่ก่อนแล้ว จนเกิดการแข็งตัวเกาะรอบวัตถุนั้น ๆ และกลายเป็นก้อนลูกเห็บ ซ่ึงมัก
เกดิ ขึ้นพร้อมกับพายฤุ ดูร้อน

3. ภัยจากอุทกภัย
3.1 ภัยจากอุทกภัย หมายถึง เหตุการณ์ท่ีมีน้ำท่วมพ้ืนดินสูงกว่าระดับปกติ ซ่ึงมีสาเหตุจาก มีปริมาณ

น้ำฝนมากจนทำให้มปี ริมาณน้ำส่วนเกินมาเติมปริมาณนำ้ ผวิ ดินท่ีมีอยตู่ ามสภาพปกตจิ นเกนิ ขีดความสามารถการ
ระบายน้ำของแม่น้ำ ลำคลอง และยังมีสาเหตุมาจากการกระทำของมนุษย์ โดยการปิดกั้นการไหลของน้ำตามธรรมชาติ
ทง้ั เจตนาและไม่เจตนา จนเป็นอันตรายต่อชวี ติ ทรพั ยส์ ินของประชาชน และส่ิงแวดล้อม สามารถจำแนกตามลกั ษณะ
การเกดิ ได้ ดงั นี้

(1) น้ำท่วมขัง/น้ำล้นตล่ิง หมายถึง สภาวะน้ำท่วมหรือสภาวะน้ำล้นตลิ่งท่ีเกิดขึ้นเน่ืองจากระบบระบาย
น้ำไม่มีประสิทธิภาพ มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป อันเป็นผลจากการเกิดฝนตกหนัก ณ บริเวณนั้น ๆ ติดต่อกันเป็นเวลาหลาย
วัน มักเกิดขึ้นในบรเิ วณที่ราบลุ่มริมแม่น้ำและบรเิ วณชุมชนเมืองใหญ่ๆ น้ำทว่ มขัง ส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณท้ายน้ำและแผ่
เปน็ บริเวณกวา้ งเนือ่ งจากไม่สามารถระบายนำ้ ได้ทัน

(2) น้ำท่วมฉับพลัน หมายถึง สภาวะน้ำท่วมที่เกิดข้ึนอย่างฉับพลันในพ้ืนท่ีเนื่องจากฝนตกหนักในบริเวณ
พนื้ ทซ่ี ึ่งมีความชันมาก และมีคณุ สมบัติในการกกั เก็บน้ำหรือต้านน้ำน้อยหรืออาจเกิดจากสาเหตอุ ่ืน ๆ เชน่ เข่ือนหรืออ่างเก็บ
น้ำพังทลาย น้ำท่วมฉับพลัน มักเกิดขึ้นหลังจากฝนตกหนัก และมักเกิดข้ึนในบริเวณ ที่ราบระหว่างหุบเขา ซึ่งอาจจะ
ไม่มีฝนตกหนกั ในบริเวณนั้นมาก่อนเลย แต่มีฝนตกหนักมากบริเวณต้นน้ำที่อยูห่ ่างออกไป การเกิดนำ้ ท่วมฉับพลันมีความ
รนุ แรงและเคลือ่ นท่ีดว้ ยความเรว็ มาก โอกาสท่จี ะป้องกัน และหลบหนจี ึงมนี ้อย

3.2 ภยั จากดินถล่มหรอื โคลนถลม่ หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากปรากฏการณ์ท่ีมวลดนิ หรอื หินไถลเลอ่ื นลงจากพ้นื ท่ี
สูงสู่พื้นที่ต่ำกว่าภายใต้อิทธิพลแรงโน้มถ่วงของโลก และการมีน้ำเป็นตัวกลางทำให้มวลวัสดุเกิดความไม่มีเสถียรภาพ
อัตราการไถลเลื่อนดังกล่าวข้างต้นอาจช้าหรือเร็วขึ้นกับประเภทของวัสดุ ความลาดชัน สภาพสิ่งแวดล้อม และปริมาณ
น้ำฝน ในบางกรณีแผ่นดินถล่มอาจเกิดจากแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิด การเคลื่อนตัวของวัสดุดังกล่าวอาจพัดพา
ตน้ ไม้ บ้านเรือน รถยนต์ สง่ิ ปลกู สร้างอ่ืนๆ ชำรุด หรือพังทลาย และยงั อาจทำใหช้ ่องเปิดของสะพานและแมน่ ้ำลำคลอง
อุดตันจนเป็นสาเหตุให้เกิดอุทกภัยข้ึนได้ในเส้นทาง การเคล่ือนตัวปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นอันตรายต่อชีวิต
ทรัพย์สินของประชาชนและสง่ิ แวดล้อม

4. ภัยแล้ง หมายถึง ภัยที่เกิดจากความแห้งแล้งของลมฟ้าอากาศ อันเกิดจากการที่มีปริมาณฝนน้อย หรือฝนไม่
ตกเป็นระยะเวลานานและครอบคลุมพ้ืนท่เี ป็นบริเวณกว้าง ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำดื่ม นำ้ ใช้ พืชพนั ธุ์ไม้ตา่ ง ๆ ขาด
น้ำไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ เกิดความเสยี หายและส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางรนุ แรงต่อประชาชนโดยภัยแล้ง
เกิดจากสาเหตุ ดงั น้ี

(1) ฝนแล้ง หมายถึง สภาวะที่มีฝนน้อยหรือไม่มีฝนเลยในช่วงเวลาหน่ึงซึ่งตามปกติจะต้องมีฝน (ภาวะที่
ปริมาณฝนตกน้อยกว่าปกติหรือไม่ตกตอ้ งตามฤดกู าล) โดยขน้ึ อยู่กบั สถานที่และฤดูกาล ณ ทน่ี ั้น ๆ

(2) ฝนทิ้งช่วง หมายถึง ช่วงท่ีมีปริมาณฝนตกไม่ถึงวันละ 1 มิลลิเมตรติดต่อกันเกิน 15 วัน ในช่วงฤดูฝน
เดอื นทม่ี ีโอกาสเกดิ ฝนทง้ิ ชว่ งสงู คอื เดอื นมถิ นุ ายนและกรกฎาคม

แผนปฏบิ ัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุชอ่ื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 24

5. ภัยหนาว หมายถึง ภัยที่เกิดจากสภาพอากาศที่มีความหนาวจัด อุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส และลดลง
ตอ่ เน่ืองซึ่งประชาชนไดร้ บั ผลกระทบอยา่ งรุนแรงและกวา้ งขวาง

6. ภัยจากโรคระบาดในมนุษย์ หมายถึง ภัยจากโรคซ่ึงปรากฏขึ้นในประชากรกลุ่มหนึ่งในระยะเวลาหน่ึง ในอัตราที่
สูงข้ึนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเทียบกับประวัติการเกิดโรคในอดีตโรคน้ันอาจเป็นโรคติดต่อทางสัมผัสหรือไม่ก็ได้ แต่
สง่ ผลตอ่ ชวี ิตความเปน็ อยขู่ องประชาชนท้ังในพ้ืนทเี่ กิดโรคระบาดและพ้ืนท่ีใกลเ้ คียง

7. ภัยจากโรคระบาดสัตว์ หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากโรคซ่ึงปรากฏข้ึนในประชากรสัตว์เล้ียงหรือสัตว์ป่า โดยเป็น
โรคติดต่อทั้งในสัตว์ชนิดเดียวกัน ต่างชนิดกัน รวมถึงการติดต่อมาสู่คน ในระยะเวลาหนึ่ง ในอัตรา ท่ีสูงข้ึนมากกว่าท่ี
คาดการณไ์ ว้ โดยเทยี บกบั ประวตั ิการเกิดโรคในอดตี สร้างความเสยี หายตอ่ เศรษฐกจิ และสขุ ภาพของประชาชน

8. ภัยจากโรคระบาดสัตว์น้ำ หมายถงึ ภัยที่เกิดจากโรคซึ่งปรากฏขน้ึ ในประชากรสัตว์น้ำ โดยเป็นโรคติดต่อท้ังใน
สัตว์น้ำชนิดเดียวกัน ต่างชนิดกัน รวมถึงการติดต่อมาสู่คน ในระยะเวลาหน่ึง ในอัตราที่สูงขึ้นมากกว่าท่ีคาดการณ์ไว้ โดย
เทียบกับประวตั ิการเกิดโรคในอดีต สร้างความเสยี หายต่อเศรษฐกิจและสขุ ภาพ ของประชาชน

9. ภัยจากการระบาดของ ัตรู ืช หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากสิ่งซ่ึงเป็นอันตรายแก่พืช เช่น เชื้อโรค พืช แมลง สัตว์
หรือพชื ท่ีอาจก่อให้เกดิ ความเสียหายแก่พชื ส่งผลให้ส่วนหน่ึงสว่ นใดของพืช เชน่ ตน้ ตา ตอ แขนง หน่อ กิ่ง ใบ ราก เหง้า
หัว ดอก ผล เมล็ด เช้ือ และสปอร์ของเห็ด ไม่ว่าทยี่ ังทำพันธุ์ได้หรือตายแล้ว และให้หมายความรวมถงึ ตัวห้ำ ตัวเบียน ตัว
ไหม ไข่ไหม รังไหม ผึ้ง รงั ผึ้ง และจลุ นิ ทรยี ์ จนสง่ ผลกระทบในวงกวา้ งต่อเศรษฐกจิ สงั คม และประชาชน

10. ภัยจากไฟป่าและหมอกควัน หมายถึง ภัยที่เกิดจากไฟป่าไม่ว่าจะจากสาเหตุใดก็ตาม เกิดข้ึนในป่า
ธรรมชาติหรือสวนป่าก็ตาม แล้วลุกลามไปได้โดยอิสระปราศจากการควบคุม ตลอดจนส่งผลให้เกิดฝุ่น ควัน และอนุภาค
แขวนลอยในอากาศ รวมตัวกนั ในสภาวะทีอ่ ากาศปดิ ทำให้เกดิ อนั ตรายต่อทรัพยส์ ินและสุขภาพของประชาชน

11. ภัยจากมล ิษทางอากา ประเภท PM2.5 หมายถึง เหตุการณ์ที่มลพิษทางอากาศประเภทฝุ่นละออง
ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ที่มีแหล่งกำเนิดจากเหตุการณ์ทางธรรมชาติหรือ จากกิจกรรมของมนุษย์
เกิดการสะสมในบรรยากาศ อันเนื่องมาจากสภาพอากาศ ทำให้ PM2.5 ปกคลุมพ้ืนท่ีอยู่อาศัยของประชาชน จนมีความ
เสยี่ งทีจ่ ะเกดิ ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจำนวนมาก

12. ภัยจากแผน่ ดนิ ไหวและอาคารถลม่
12.1 ภยั จากแผ่นดินไหว หมายถงึ ภัยธรรมชาติซึ่งเกดิ จากการปลดปล่อยพลังงานใต้พิภพ ทำใหเ้ กิดการ

ส่ันสะเทือนของพื้นดิน การส่ันสะเทือนนี้อาจมีระดับความรุนแรงขั้นต่ำท่ีไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ แต่บางคร้ังก็อาจมี
ระดบั ความรนุ แรงในขัน้ ท่ีเป็นอันตรายจนกอ่ ให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้

แผนปฏบิ ตั กิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบชุ อื่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 25

12.2 ภัยจากอาคารถล่ม หมายถึง ภัยที่เกิดจากอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ได้แก่ ตึก บ้าน โรงเรือน ร้าน แพ
คลังสินค้า สำนักงาน ที่ได้รับความเสียหายจากการโยกไหวตัวรุนแรงของแผ่นดิน ซึ่งเป็นผลมาจากแผ่นดินไหวและ
ก่อใหเ้ กิดความเสยี หายหรอื พังทลายลงมาได้

13. ภัยจากสึนามิ หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากคล่ืนยักษ์ คำว่า สึนามิ เป็นภาษาญ่ีปุ่น แปลว่า คลื่นท่าเรือ สามารถ
แบง่ ไดเ้ ป็น 2 ประเภท ประเภทแรก คือ คลื่นสึนามเิ ฉพาะแห่ง (Local Tsunami) มักจะเกิดใกล้ ๆ ชายฝัง่ และเคลอ่ื นเข้า
ถล่มชายฝ่ังอย่างทันทีทันใด และประเภทท่ีสอง คือ คล่ืนสึนามิที่เดินทางข้ามทวีป (Distance Tsunami) มักจะเกิดจาก
แผ่นดินไหวทีค่ ่อนข้างรุนแรงและสามารถเคล่ือนตัวข้ามทวีปไปยังชายฝั่งทีอ่ ยู่ห่างไกลหลายหมืน่ กิโลเมตร โดยสาเหตุของ
การเกิดคลื่นสนึ ามิ มหี ลายสาเหตุ เช่น แผ่นดนิ ไหว ภเู ขาไฟระเบิด ดนิ ถล่ม และอุกกาบาตตกลงสูม่ หาสมุทร โดยภยั จากสึ
นามิกอ่ ใหเ้ กิดความเสียหายท้ังต่อชีวติ ประชาชนและส่ิงปลูกสร้างตลอดแนวพน้ื ทร่ี าบชายฝัง่

14. ภัยจากการคมนาคม หมายถึง ภัยจากอุบัติเหตุจากการจราจรทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
ภัยจากระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ภัยจากกระบวนการขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตราย และภัยจาก การร่ัวไหล
ของน้ำมันและวตั ถอุ นั ตรายในแหล่งน้ำ รวมถึงการเททงิ้ นำ้ มันหรือของเสียในแม่นำ้ หรอื ทะเล

15. ภยั ทางอากา หมายถึง ภยั อันเกิดจากการโจมตีทางอากาศ โดยอากาศยาน อาวุธนำวถิ ี ขีปนาวธุ
หรือสิ่งใด ๆ ท่ีสามารถเคล่ือนที่หรือทรงตัวบนอากาศ และการโจมตีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของ
ประชาชน

16. ภัยจากการก่อวินา กรรม
16.1 ภัยจากการก่อวินา กรรม หมายถงึ ภัยทเี่ กดิ จากการกระทำใด ๆ อันเป็นการมุ่งทำลายทรพั ย์สนิ ของ

ประชาชนหรือของรัฐหรือส่ิงอันเป็นสาธารณูปโภค หรือการรบกวน ขัดขวาง หน่วงเหน่ียว ระบบการปฏิบัติงานใด ๆ
ตลอดจนการประทุษรา้ ยต่อบุคคลอันเป็นการกอ่ ใหเ้ กิดความปั่นปว่ นทางการเมือง การเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ โดย
มุ่งหมายทจ่ี ะกอ่ ใหเ้ กิดความเสียหายตอ่ ความมน่ั คงของรฐั

16.2 ภัยจากการก่อการร้าย หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากการกระทำใด ๆ ที่สร้างความปั่นป่วน ให้
ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเพ่ือขู่เข็ญหรือบีบบังคับรัฐบาล หรือองค์การระหว่างประเทศให้กระทำหรือละเว้น
กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด อนั ก่อใหเ้ กิดความเสยี หายตอ่ ชีวติ และทรพั ย์สินทส่ี ำคัญ

16.3 ภัยจากการก่อการร้ายสากล หมายถึง ภัยที่เกิดจากการปฏิบตั ิการของบคุ คล หรือกลมุ่ บุคคลที่มุ่งหวัง
ผลตามเงื่อนไขข้อเรียกร้องทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซ่ึงส่วนใหญ่จะปฏิบัติการล่วงล้ำเขตแดน หรือเก่ียวพันกับ
ชาติอื่น การกระทำน้ันอาจเป็นไปโดยเอกเทศ ปราศจากการสนับสนุนจากรัฐใด ๆ หรือมีรัฐใดรัฐหน่ึงสนับสนุนรเู้ ห็นก็ได้
เมื่อเกิดขึ้นยอ่ มมผี ลกระทบโดยตรงต่อผลประโยชน์ของชาติ พันธกรณีระหว่างประเทศ นโยบายของชาตทิ ั้งด้านการเมือง
และการป้องกันประเทศ การเศรษฐกจิ และสังคมจติ วิทยา ชอ่ื เสยี งและเกียรติภมู ิของชาติ

ภาคผนวก ค : นิยาม ั ท์

กลยุทธ์ (Strategy) หมายถึง แผนทั่วๆ ไป หรือคำแนะนำที่เลือกมาใช้เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ ของการ

ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

กลุ่มเปราะบาง (Vulnerable Group) หมายถึง กลุ่มบุคคลที่มีความสามารถจำกัดในการเผชิญเหตุการณ์สา

ธารณภัย ซ่ึงตอ้ งการความดแู ลเปน็ พิเศษ เช่น เด็ก สตรมี ีครรภ์ ผู้สูงอายุ บุคคลทพุ ลภาพ ผปู้ ่วย ผูพ้ ลดั ถิ่น ผลู้ ้ภี ยั คนต่าง

ดา้ ว เปน็ ตน้

แผนปฏิบัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบชุ ่อื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 26

การกำกับ ควบคุม ้ืนที่ (Area Command) หมายถึง การกำกับดูแลการจัดการเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้น ในช่วง

เวลาเดียวกนั หลายเหตุการณ์ และมีองค์กรระบบการบัญชาการเหตุการณ์หลายองค์กรแยกกันทำหนา้ ที่จัดการเหตุฉกุ เฉิน

ท่เี กิดขึ้นแต่ละเหตุการณ์ หรือทำหน้าท่ีกำกับดูแลการจัดการเหตุฉุกเฉินขนาดใหญ่หรอื เหตุฉุกเฉินท่ีกำลังลุกลามขยายตัว

ซ่งึ มที มี งานจดั การเหตุฉุกเฉนิ หลายทมี งานเขา้ มามีส่วนเกย่ี วข้อง

การเข้ าใจและตระหนั กถึงความเส่ี ยง (Risk - Informed) หมายถึง กระบวนการสร้างความเข้าใจ

ความเส่ียง โดยมีข้อมูลความเส่ียงครบถ้วนและรอบด้าน และนำไปสู่แนวทางปฏิบัติเพื่อลดความเส่ียง เช่น การ

ลงทนุ เพอ่ื การลดความเสี่ยง (Risk – Informed Investment) หมายถงึ การสร้างความเข้าใจความเสีย่ งด้านการลงทุน ซึ่ง

นำไปสู่การปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงโดยเน้นไปท่ีความคุ้มค่าของการลงทุน เพราะหาก ไม่มกี ารลงทุนมูลค่าความสญู เสีย

และความเสยี หายจะมากกวา่ มูลคา่ ของการลงทนุ

การจัดการในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Management) หมายถึง การจัดระบบและบริหารจัดการทรัพยากร

และความรบั ผดิ ชอบเพื่อเผชิญเหตกุ ารณ์ฉุกเฉนิ ทกุ รูปแบบ

การซ่อมสร้าง (Reconstruction) หมายถึง การฟื้นฟูโครงสร้างและส่ิงก่อสร้างที่ได้รับความเสียหายจาก

เหตกุ ารณส์ าธารณภัยใหก้ ลับมาส่สู ภาพทีส่ ามารถใช้งานได้ดังเดมิ

การเตรียมความ ร้อม (Preparedness) หมายถึง ความพยายามในการเตรียมการรับมือกับสาธารณภัย มุ่งเน้น

กจิ กรรมตา่ ง ๆ ท่ที ำให้ผ้คู นมีความสามารถในการคาดการณ์ เผชิญเหตุ และจดั การกบั ผลกระทบจาก สาธารณภัยอย่าง

เป็นระบบ หากมีการเตรียมความพร้อมได้ดีจะทำให้สามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง

และหลังการเกิดสาธารณภยั และเพ่ิมโอกาสในการรกั ษาชีวติ ให้ปลอดภยั จากเหตุการณส์ าธารณภยั ได้มากขึ้น

การเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) หมายถึง การให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์และทันเหตุการณ์ผ่าน

ทางหน่วยงาน/องคก์ รตา่ ง ๆ เพื่อให้บุคคลท่กี ำลังเผชญิ ความเสีย่ งต่อการเกิดสาธารณภัยสามารถกระทำการอย่างใดอย่าง

หน่ึงเพือ่ หลีกเลีย่ งหรือลดความเส่ยี งและพร้อมที่จะรบั มือกบั สถานการณ์ได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

การบริหารจัดการความเส่ียงจากภัย ิบัติ/สาธารณภัย (Disaster Risk Management: DRM) หมายถึง

กระบวนการอย่างเป็นระบบของการใช้คำส่ัง ทางการบริหารองค์กรและทักษะ ความสามารถ เชิงปฏิบัติการเพื่อ

ดำเนินยทุ ธศาสตร์ นโยบาย มาตรการ หรือกจิ กรรมต่าง ๆ เพ่อื หลีกเลยี่ ง ลด หรือถ่ายโอน ความเปน็ ไปไดใ้ นการเกิดภัย

พบิ ัติ รวมทั้งการเพม่ิ ศักยภาพในการจัดการปญั หา เพอ่ื เตรยี มพร้อมรับผลกระทบทางลบของภัย

การบริหารจัดการความเส่ียงแบบธรรมาภิบาล (Risk Governance) หมายถึง ระบบควบคุม และจัดการ

ความเสีย่ ง รวมถึงการตรวจสอบและประเมนิ ผลจากหนว่ ยงานภายในและหน่วยงานภายนอกองคก์ รท่ีมีประสิทธภิ าพ โดย

นำผลของการประเมินดงั กลา่ วเสนอใหผ้ ูม้ ีอำนาจตัดสนิ ใจต่อไป

การบริหารจัดการภัย ิบัติ/สาธารณภัย (Disaster Management: DM) หมายถึง การใช้กลไก กระบวนการ

และองค์ประกอบในการดำเนินงาน เพ่อื จดุ มงุ่ หมาย ในประสทิ ธิผลและประสิทธภิ าพของปฏิบัตกิ ารด้านภยั พิบัติ เช่น การ

ป้องกัน การลด ผลกระทบ การเตรียมพรอ้ ม การเผชิญเหตุ การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ตลอดจนการบูรณะซ่อมแซมและ

พฒั นา

การบรรเทาทุกข์ (Relief) หมายถึง การให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นในทันทีที่เกิดสาธารณภัยเพื่อรักษาชีวิตและ

ตอบสนองความตอ้ งการข้ันพ้นื ฐานใหผ้ ้ปู ระสบภยั สามารถดำรงชีพอยู่ได้

แผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุชื่อ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 27

การบัญชาการ (Command) หมายถึง การทำหน้าท่ีอำนวยการ ส่ังการหรือการควบคุมโดยอาศัยอำนาจท่ี

กำหนดไว้อย่างชดั เจนในกฎหมาย กฎระเบียบหรืออำนาจหน้าทท่ี ่ีไดร้ บั มอบ

การบญั ชาการรว่ ม (Unified Command) หมายถึง การประยุกตใ์ ช้ระบบบัญชาการเหตุการณ์เมือ่ มีหน่วยงานที่

มีอำนาจหน้าทีต่ ามกฎหมายในการจดั การเหตุฉกุ เฉนิ ที่เกิดข้นึ มากกว่าหน่ึงหน่วยงาน หรือเม่อื เหตุฉกุ เฉินทเี่ กิดขน้ึ ขยายตัว

ข้ามขอบเขตอำนาจหน้าท่ีทางการเมือง หน่วยงานต่างๆ จะทำงานร่วมกันผ่านตัวแทนของแต่ละหน่วยงานท่ีได้รับการ

แต่งตั้งเป็นสมาชิกในหน่วยบัญชาการร่วม มีหน้าที่หลักในการกำหนดวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ร่วม และจัดทำแผนเผชิญ

เหตทุ ี่จะใชร้ ว่ มกันเพยี งแผนเดียว

การบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command) หมายถึง หน่วยบัญชาการที่ทำหน้าที่รับผิดชอบ การ

จดั การเหตุการณ์ฉุกเฉินท่ีเกิดข้ึนในภาพรวม และประกอบด้วยผู้บัญชาการเหตกุ ารณ์ และเจ้าหนา้ ท่ีสนับสนุนท่ีได้รับการ

มอบหมาย

การประเมินความเสียหายและความต้องการความช่วยเหลือ (Damage and Needs Assessment : DANA)

หมายถึง การประเมินผลกระทบจากสาธารณภัยเพื่อวิเคราะห์ความสามารถของผู้ประสบภัยในการเผชิญสถานการณ์

ฉุกเฉินด้วยตนเอง รวมท้ังความต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากหน่วยงานภายนอก เช่น ความช่วยเหลือด้าน

อาหาร น้ำด่ืม การรักษาพยาบาล สขุ อนามยั และการกำจดั สง่ิ ปฏกิ ูล ด้านสุขภาวะ ท่ีพักพงิ อปุ กรณย์ งั ชพี

การประเมินความเสียหายและความสูญเสีย (Damage and Loss Assessment : DALA) หมายถึง การ

วิเคราะหผ์ ลกระทบจากสาธารณภัย เปน็ การประมาณการเชิงปรมิ าณว่าเกดิ ผลกระทบอะไรขนึ้ จากเหตกุ ารณ์สาธารณภัย

โดยอาศัยการเก็บข้อมูลทุติยภูมิจากพ้ืนที่ประสบภัย ข้อมูลจากการประเมินจะนำไปใช้ในการประมาณการซ่อมสร้าง

สิ่งก่อสรา้ งทเ่ี สยี หายไป และเพ่ือใชใ้ นการวางแผนเพือ่ การฟนื้ ฟจู ากความสูญเสยี

การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) หมายถึง กระบวนการกำหนดลักษณะ ขนาด หรือ

ขอบเขตของความเส่ียงโดยการวิเคราะห์ภัยที่เกิดขึ้น รวมท้ังประเมินสภาวะการเปิดรับต่อความเส่ียง ความ

เปราะบาง ในการรับมือของชุมชนที่อาจเป็นอันตรายและคาดการณ์ผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน การดำรงชีวิตและ

ส่ิงแวดล้อม เป็นการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นในการเกิดผลกระทบจากภัยในพ้ืนที่หน่ึงๆ มีประโยชน์ในการวางแผน

เพ่ือการจัดการความเสย่ี งทีอ่ าจเกิดขึน้ ในอนาคต

การประสานงาน ณ จุดเดียว (National Single Window : NSW) หมายถึง การเช่ือมโยงข้อมูล ทาง

อิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร ระหว่างหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในกระบวนการ นำเข้า ส่งออกสินค้า เพื่ออำนวย

ความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ ในการตรวจสอบใบอนุญาต และใบรับรองต่างๆ ทางอิเล็กทรอนิกส์

ก่อนการตรวจปล่อยสินค้า ระบบน้ีจะทำหน้าท่ีประสานกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แบบครบวงจร ผู้ประกอบการ

สามารถรับส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์กับองค์กรที่เก่ียวข้องได้อัตโนมัติ ตลอด 24 ช่ัวโมง โดยไม่ต้องเดินทางไป

ติดตอ่ กบั หนว่ ยงานตา่ งๆ ด้วยตัวเอง

การปรับตัว (Adaptation) หมายถึง การปรับตัวในระบบธรรมชาติหรอื ระบบมนุษย์เพ่ือตอบสนองต่อส่ิงเร้าทาง

ภูมิอากาศหรือผลกระทบท่ีเกิดขึ้นจากสาธารณภัย ซ่ึงจะช่วยลดความเสียหายท่ีอาจเกิดขึ้น หรือช่วยสร้างโอกาสจาก

สภาวะวกิ ฤตได้

แผนปฏบิ ัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุช่อื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 28

การป้องกัน (Prevention) หมายถงึ มาตรการหรือแนวทางตา่ งๆ เพ่ือช่วยขจัดผลกระทบเชงิ ลบ จากเหตุการณ์

สาธารณภัยที่อาจเกิดกับบุคคลหรือทรัพย์สินให้หมดไปอย่างส้ินเชิง ครอบคลุมถึงมาตรการ เชิงโครงสร้างและ

มาตรการทไี่ ม่ใช่เชิงโครงสรา้ ง

การป้องกันภัยฝ่าย ลเรอื น (Civil Defense) หมายถงึ การป้องกันพลเรือนให้ปลอดภัยจากการโจมตีทางทหาร

แ ต่ ปั จ จุ บั น ค ร อ บ ค ลุ ม ถึ ง ก า ร ช่ ว ย ใ ห้ พ ล เรื อ น ป ล อ ด ภั ย จ า ก ก า ร คุ ก ค า ม ท า ง ส า ธ า ร ณ ภั ย

ด้วย หน้าท่ีของกองกำลังป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (civil defense force) จากเดิมท่ีมีแต่การฝึกการทหาร จึงหมาย

รวมถึงการดูแลให้ประชาชนปลอดภัยจากสาธารณภัยและการปฏิบัติการช่วยเหลือเม่ือเกิดเหตุสาธารณภัย เช่น การช่วยเหลือ

เคล่ือนย้ายในช่วงอพยพ การช่วยกระจายถุงยังชีพ การอำนวยความสะดวกในการขนส่งอุปกรณ์และเคร่ืองมือเครื่องใช้

การช่วยซอ่ มแซม ก่อสร้างบา้ นเรอื นทเี่ สียหายจากภยั ธรรมชาติ

การเผชิญเหตุ (Response) หมายถึง มาตรการหรือการปฏิบัติการต่าง ๆ ท่ีควรเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและ

ทันท่วงทีเพ่ือรักษาชีวิตและให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ข้ันพ้ืนฐานแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์

ส า ธ า ร ณ ภั ย เช่ น ก า ร กู้ ชี พ กู้ ภั ย ก า ร ป ฐ ม พ ย า บ า ล ก า ร แ จ ก ถุ ง ยั ง ชี พ แ ล ะ สิ่ งข อ ง บ ร ร เท า ทุ ก ข์

การบัญชาการในเหตกุ ารณ์ฉกุ เฉิน การประสานงานเพ่ือลำเลียงผู้ป่วย การบริหารจดั การศูนย์อพยพ

การฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (Exercise) หมายถึง การจำลองสถานการณ์เพ่ือฝึกฝนทักษะหรือ

ซักซ้อมกระบวนการการดำเนินงานที่ได้วางแผนไว้ เป็นแบบฝึกหัดเพื่อให้ผู้ท่ีมีบทบาทหน้าท่ีและความรับผิดช อบในการ

รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้ฝึกซ้อมขั้นตอนปฏิบัติท่ีจำเป็น ทำให้มีทักษะสามารถใช้เคร่ืองมือ อุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่าง

ถูกต้อง ซ่งึ ชว่ ยใหพ้ รอ้ มปฏิบตั ิงานได้จรงิ หากเกดิ สาธารณภยั ข้ึน

การฟื้นฟู (Recovery) หมายถึง การปรับสภาพระบบสาธารณูปโภค การดำรงชีพ และสภาวะวิถีความเป็นอยู่

ของชมุ ชนท่ีประสบภัยให้กลับสู่สภาวะปกติ หรอื พฒั นาใหด้ ยี ่ิงขึ้นกวา่ เกา่ ตามความเหมาะสม โดยการนำเอาปัจจยั ตา่ งๆ

ในการลดความเส่ียงจากสาธารณภัยเข้ามาช่วยในการฟื้นฟูด้วย (Build back better) หมายรวมถึง การซ่อมสร้าง

(Reconstruction) และการฟืน้ สภาพ (Rehabilitation)

การฟ้ืนสภา , การเยียวยา (Rehabilitation) หมายถงึ การจัดการความเสียหายหรือผลที่เกดิ จากสาธารณภัย

เพือ่ พลกิ ฟ้ืนสภาวะการดำรงชีพของชุมชนท่ไี ดร้ ับผลกระทบจากการเกิดสาธารณภยั ใหก้ ลับคนื สสู่ ภาพท่ีเป็นอย่กู อ่ นหนา้ น้ี

รวมทั้งการดูแลสภาพจิตใจและจิตสังคม (Psychosocial Support) ของผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนการกระตุ้นและ

ช่วยเหลอื ใหเ้ กิดการปรบั ตวั ให้เขา้ กบั การเปล่ยี นแปลงตามความจำเปน็

การรู้รับ ปรับตัว และฟื้นคืนกลบั (resilience) หมายถึง ความสามารถของระบบ ชุมชน หรือสังคมที่มีความเสี่ยง

ต่อสาธารณภัย ในการเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพความเส่ียงภัยของตน รวมท้ังรู้จักวางมาตรการ และปฏิบัติตัว

เพ่ือช่วยลดหรือถ่ายโอนความเส่ียงดังกล่าวเพื่อลดโอกาสในการได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย และหากประสบกั บสา

ธารณภัยก็สามารถฟ้ืนตัวจากผลของภัยได้ด้วยแนวทางและในระยะเวลาท่ีเหมาะสมหมายรวมถึงความสามารถของชุมชน

ในการดูแลรักษาโครงสรา้ งและกลไกพ้นื ฐานท่จี ำเปน็ ใหป้ ลอดภยั จากสาธารณภัยด้วย

การลดความเส่ียงจากภัย ิบัติ (Disaster Risk Reduction : DRR) หมายถึง แนวคิดและวิธีปฏิบัติ ในการลด

โอกาสทีจ่ ะไดร้ บั ผลกระทบทางลบจากสาธารณภยั ผา่ นความพยายามอย่างเปน็ ระบบท่จี ะวิเคราะห์และบรหิ ารจัดการปัจจัย

ท่ีเป็นสาเหตุและผลกระทบของสาธารณภัย เพ่ือดำเนินนโยบาย มาตรการ หรือ กิจกรรมต่าง ๆ ในการลดความล่อแหลม ลด

แผนปฏบิ ตั กิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบชุ ื่อ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 29

ปัจจัยท่ที ำให้เกิดความเปราะบาง และเพิม่ ศักยภาพในการจัดการปญั หา มีเป้าหมายในการลดความเส่ียงทีม่ อี ยู่ในชุมชนและ

สังคมในปัจจบุ ัน และปอ้ งกนั ความเสย่ี งทีอ่ าจเกดิ ขึน้ ในอนาคต

การลดผลกระทบ (Mitigation) หมายถึง ปฏิบัติการลดผลกระทบทางลบโดยตรงของภัยที่เป็นอันตรายต่อสังคม

และส่ิงแวดลอ้ ม เนอ่ื งจากผลกระทบทางลบของภยั โดยมากไมส่ ามารถขจัดให้หมดไป อยา่ งสิน้ เชิง แต่ขนาดและความ

รุนแรงของความเสียหายสามารถลดทอนลงได้จากการดำเนนิ นโยบาย และกิจกรรมต่าง ๆ

การวิเคราะห์ความเส่ียง, การประเมินความเส่ียง (Risk Assessment) หมายถึง กระบวนการกำหนดลักษณะ

ขนาด หรือขอบเขตของความเส่ียงโดยการวิเคราะห์ภัยที่เกิดข้ึนและประเมินสภาวะการเปิดรับต่อความเสี่ยง (exposure)

ความเปราะบาง (vulnerability) และศักยภาพ (capacity) ในการรับมือของชุมชนท่ีอาจเป็นอนั ตรายต่อชีวิตและทรพั ย์สิน

การดำรงชีวิตและส่ิงแวดล้อม เป็นการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นในการเกิดผลกระทบจากภัยในพ้ืนที่หนึ่ง ๆ มีประโยชน์ใน

การวางแผนเพอ่ื จัดการความเส่ยี งอยา่ งมีระบบ

การสนับสนุนการจัดการเหตุการณ์ (Incident Management Assistance Team : IMAT) หมายถึง การ

จดั รูปแบบการบัญชาการเหตุการณ์ ซ่ึงประกอบด้วยทีมงานบญั ชาการและทีมงานปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ท่ี

เหมาะสมอื่นๆ ภายในโครงสร้างระบบบัญชาการณ์ ท่ีสามารถจะจัดส่งไปปฏิบัติงานหรือลงมือปฏิบัติงานได้ตามความ

จำเป็น มกี ารกำหนดคุณสมบัตแิ ละการรบั รองอยา่ งเปน็ ทางการ

การส่ือสารความเสี่ยง (Risk Communication) หมายถึง การติดต่อส่ือสาร เช่ือมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารและ

ความคิดเห็น ระห ว่างผู้ป ระเมิน ค วามเสี่ยง (risk assessor) ผู้จัดการความเส่ียง (risk manager) ผู้บ ริโภ ค

ภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศกึ ษาและกลมุ่ หรือองค์กรอ่ืนทเ่ี กย่ี วขอ้ งและสนใจ (stake holder) เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่

ถูกต้องและแม่นยำ อาจกล่าวได้ว่าการส่ือสารความเสี่ยงน้ันมีอยู่ในทุกกระบวนการของการวิเคราะห์ความเสยี่ ง

การอ ย (Evacuation) หมายถึง การเคลื่อนย้าย การกระจาย และการนำพลเรือนออกจากพ้ืนท่ีอันตราย

หรือพื้นท่ีท่ีอาจเป็นอันตรายอย่างเป็นระบบตามข้ันตอนและมีการกำกับดูแล รวมถึงการรับรอง และการดูแลบุคคล

เหลา่ น้ใี นสถานทีป่ ลอดภัยดว้ ย

ข้นั ตอนมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure : SOP) หมายถึง วิธีการที่ได้กำหนดหรือ

จดั ทำขึ้นเพอ่ื ใหผ้ ูม้ ีหนา้ ทเี่ กย่ี วขอ้ งปฏิบตั ิตามอย่างเปน็ กจิ วตั รในการทำงานอย่างใดอย่างหน่งึ

ข่าวสาร (Intelligence) หมายถึง ข่าวสารที่เก่ียวกับเหตุฉุกเฉินท่ีเกิดขึ้นเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการ

บัญชาการเหตกุ ารณ์ เปน็ ภารกิจของสว่ นแผนงานซ่งึ มงุ่ เน้นไปทข่ี ่าวสารในเหตุฉกุ เฉนิ

ขีดความสามารถ , ักยภา (Capacity) หมายถึง ความสามารถท่ีจะกระทำการอย่างใดอย่างหน่ึง หรือ

ความสามารถท่อี าจจะพฒั นาต่อไปใหเ้ ปน็ ประโยชน์มากขึ้น

คลังสำรองทรั ยากร (Stockpiling) หมายถึง วัสดุหรือเสบียงท่ีสะสมไว้เพ่ือใช้ในเวลาฉุกเฉินหรือยามเกิดภัย

พิบัติ เชน่ อปุ กรณป์ ฐมพยาบาล อาหาร นำ้ ดมื่ ไฟฉาย ถุงนอน เครอ่ื งนงุ่ หม่ เคร่ืองประกอบอาหาร

ความปกติใหม่ , ฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) หมายถึง รูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ที่แตกต่าง

จากอดีตอันเน่ืองจากมีบางสิ่งมากระทบ จนแบบแผนและแนวทางปฏิบัติท่ีคนในสังคมคุ้นเคยอย่างเป็นปกติและเคย

คาดหมายลว่ งหนา้ ได้ต้องเปลีย่ นแปลงไปสูว่ ถิ ใี หมภ่ ายใตห้ ลกั มาตรฐานใหม่ที่ไม่คุ้นเคย

แผนปฏิบตั กิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุช่อื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 30

ค ว า ม เป ร า ะ บ า ง (Vulnerability) ห ม าย ถึ ง ปั จ จั ย ห รือ ส ภ าว ะ ใด ๆ ท่ี ท ำให้ ชุ ม ช น ห รือ สั งค ม
ขาดความสามารถในการปกป้องตนเอง ทำให้ไม่สามารถรับมือกับสาธารณภัย หรือไม่สามารถฟ้ืนฟูได้อย่างรวดเร็วจาก
ความเสยี หายอันเกดิ จากสาธารณภัย ปัจจัยเหลา่ น้ีมีอยู่ในชุมชนหรอื สงั คมมานานก่อนเกดิ สาธารณภัยและอาจเป็น
ปัจจยั ท่ที ำใหผ้ ลกระทบของภัยมคี วามรุนแรงมากข้ึน

ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) หมายถึง การร่วม
ลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในกิจการของรัฐ โดยมักเป็นการให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพื้นฐาน หรือ
โครงการให้บริการสาธารณะในระยะยาวท่ีมุ่งเน้นการให้บริการท่ีมีประสิทธิภาพคุ้มค่ากับต้นทุนมากกว่าภาครัฐจะ
ดำเนินการเอง เป็นทางเลือกในการพัฒนาประเทศอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ซึ่งให้เอกชนมีสว่ นร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การ
กอ่ สร้าง การดำเนินการบำรุงรักษา การจัดหาเงินทุน การใหบ้ ริการ ซึง่ เอกชนเป็นผู้บริหารจดั การความเสีย่ งของโครงการ
ตามระยะเวลาและรายละเอยี ดของสัญญาท่ีกำหนดไว้

ความล่อแหลม (Exposure) หมายถึง การท่ีผู้คน อาคารบ้านเรือน ทรัพยส์ ิน ระบบตา่ งๆ หรือองค์ประกอบใดๆ
มที ีต่ ั้งอยใู่ นพ้นื ที่เสีย่ งภัยและอาจได้รบั ความเสยี หาย

ความเสี่ยงจากภัย ิบัติ (Disaster Risk) คือ โอกาสหรือความเป็นไปได้ในการได้รับผลกระทบทางลบจากการเกิดสา
ธารณภัย โดยผลกระทบสามารถเกิดข้ึนกับชีวติ สุขภาพ การประกอบอาชีพ ทรัพย์สิน และบริการต่างๆ ในระดับบุคคลชุมชน
สังคม หรอื ประเทศ

ความสญู เสีย (Loss) หมายถึง ความเปลี่ยนแปลงของการหมุนเวียนสนิ ค้าและบริการ รวมถึงสภาพทางเศรษฐกิจ
ซ่ึ งเป็ น ผ ล จ า ก ส า ธ า ร ณ ภั ย ค ว า ม เป ล่ี ย น แ ป ล งน้ี เกิ ด ขึ้ น ต้ั งแ ต่ ช่ ว ง ร ะ ย ะ เว ล า ท่ี เกิ ด ส า ธ า ร ณ ภั ย
จวบจนกระท่ังมีการซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ของทรัพย์สินที่เสียหาย และมีการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์
ในบางกรณีอาจใช้เวลาหลายปี

ความเสียหาย (Damage) หมายถึง ทรัพย์สินทางกายภาพ เช่น อาคารและส่วนประกอบ โครงสร้างพื้นฐาน
สินค้าที่เก็บไว้ในคลัง และทรัพยากรธรรมชาติ ที่ถูกทำลายทั้งหมดหรือบางส่วน โดยความเสียหายอาจเกิดขึ้นระหว่าง
หรือภายหลงั จากประสบเหตุการณ์ภัยในทนั ที ความเสียหายถกู วัดในเชิงกายภาพและคิดคำนวณดว้ ยมูลคา่ ทดแทนเปน็ ตัว
เงิน

ผลกระทบ (Impact) หมายถึง ผลท่ีเกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นกับประชาชน สังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อมจากการ
เกิดเหตกุ ารณใ์ ดๆ

ผู้บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Commander) หมายถึง บุคคลท่ีมีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินกิจกรรม
ท้ังหมดท่ีเก่ียวข้องกับเหตุฉุกเฉินท่ีเกิดข้ึน และรับผิดชอบการพัฒนากลยุทธ์ และยุทธวิธี และการสั่งใช้ และการจัดส่ง
ทรัพยากร ผู้บัญชาการเหตุการณ์มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยรวมต่อการปฏิบัติการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน และ
รับผิดชอบการจดั การการปฏิบตั กิ ารตอบโตเ้ หตฉุ กุ เฉนิ ในสถานที่เกิดเหตทุ ้ังหมด

ผู้อำนวยการ (Director) หมายถึง ผู้อำนวยการกลาง ผู้อำนวยการจังหวัด ผู้อำนวยการอำเภอ ผู้อำนวยการ
ท้องถิน่ และผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร

แผนท่ีเสี่ยงภัย (Hazard Map) หมายถึง แผนที่แสดงพื้นท่ีซ่ึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดภัย เช่น อุทกภัย สึนามิ
ภูเขาไฟ ระเบดิ เป็นผลของการประเมินความเป็นไปได้ ความถขี่ องการเกดิ ภัย ตลอดจนความรนุ แรงของภัยน้นั ๆ

แผนปฏิบัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุชอื่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 31

แผนเผชิญเหตุ (Incident Action Plan) หมายถึง แผนซ่ึงจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือสั่งด้วยวาจาซ่ึง

ประกอบด้วยวัตถุประสงค์ท่ัวไปท่ีสะท้อนหรือแสดงถึงกลยุทธ์ในภาพรวมสำหรับการจัดการเหตุฉุกเฉิน อาจรวมถึงการ

กำหนดทรัพยากรท่ีจะใช้ในการปฏิบัติงาน ภารกิจที่มอบหมาย และข้อมูลข่าวสารสำหรับจัดการเหตุฉุกเฉินระหว่างช่วง

ระยะเวลาการปฏบิ ัติการชว่ งหน่ึงหรอื หลายช่วง

ภัย (Hazard) หมายถึง เหตุการณ์ท่ีเกิดจากธรรมชาติหรือการกระทำของมนุษย์ท่ีอาจนำมาซึ่ง ความสูญเสีย

ตอ่ ชีวติ ทรัพยส์ นิ ตลอดจนทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกจิ สังคม และสงิ่ แวดลอ้ ม

ภยั ิบัติ (Disaster) หมายถึง การหยุดชะงักอย่างรนุ แรงของการปฏิบัติหน้าท่ี ของชุมชนหรือสังคมอันเป็นผลมา

จากการเกิดภัยทางธรรมชาติหรือเกิดจากมนุษย์ ซ่ึงส่งผลต่อชีวิต ทรัพย์สิน สังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อมอย่าง

กว้างขวางเกนิ กวา่ ความสามารถของชุมชนหรือสงั คมท่ีได้รับผลกระทบดังกล่าวจะรับมือไดโ้ ดยใชท้ รัพยากรทม่ี ีอยู่

ภาคประชาสังคม (Civil Society) หมายถึง บุคคล หน่วยงาน หรือองค์กรอิสระซึ่งไม่แสวงหาผลกำไร ที่มี

บทบาทในการดำเนินกิจกรรมเพ่อื สาธารณะ มเี ปา้ หมายเพ่อื ก่อใหเ้ กิดความเปลย่ี นแปลงทด่ี ดี ้านสังคม และส่งิ แวดลอ้ ม

ยุทธวิธี (Tactics) หมายถึง การใช้งานและการกำกับดูแลทรัพยากรท่ีปฏิบัติการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเพื่อให้บรรลุ

วัตถปุ ระสงค์ทกี่ ำหนดขึน้ ด้วยกลยทุ ธ์

ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) หมายถึง ระบบที่มีศักยภาพในการประมวลผลข้อมูลและ

แจ้งเตือนตามช่วงระยะเวลา เพ่ือให้บุคคล ชุมชน และหน่วยงานท่ีเสี่ยงต่อภัยมีเวลาเพียงพอ ในการเตรียมการและ

รับมอื ได้อยา่ งเหมาะสม เพอ่ื ลดโอกาสการเกิดอันตรายและความสญู เสีย

ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System : ICS) หมายถึง แนวทางในการบริหารจัดการ

เหตุการณ์ท่ีเก่ยี วข้องกบั ภัยทกุ ประเภทอย่างมมี าตรฐานในพ้ืนที่เกิดเหตุ ตั้งแต่เหตฉุ ุกเฉินขนาดเล็กไปจนถงึ เหตุฉุกเฉินท่ีมี

ความซับซ้อน โดยผู้ปฏิบัติงานในบทบาทหน้าท่ีต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เก่ียวข้องสามารถดำเนินการร่วมกันได้ภายใต้การ

บัญชาการแบบรวมศูนย์ (unified command) โดยปกติมีการจัดโครงสร้างระบบเพื่อการปฏิบัติงานใน 5 สายงานหลัก

คือ สว่ นบัญชาการ (command) ส่วนปฏิบัติการ (operation) สว่ นแผนงาน (planning) ส่วนสนับสนุนกำลงั บำรุงหรอื โล

จสิ ติกส์(logistics) และส่วนการเงิน/การบริหารจัดการ (finance/administration) ซ่ึงมีความยืดหยุ่นในการปรับลดหรือ

ขยายส่วนงานท่ีอาจจำเปน็ หรือไม่จำเป็นต้องใชง้ าน ขนึ้ อย่กู ับลักษณะของเหตกุ ารณน์ ั้น ๆ

ส่วนสนับสนุน (Logistics Section) หมายถึง ส่วนท่ีตอบสนองการส่งกำลังบำรุงท่ีจำเป็น และ

ตอบสนองการร้องขอรับการสนับสนุนในด้านเทคโนโลยีและการส่ือสาร สวัสดิการและความม่ันคงของมนุษย์ พลังงาน

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และงบประมาณและการบริจาค เพ่ือให้การจัดการในภาวะฉุกเฉินดำเนินไปอย่างมี

ประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจในแต่ละด้านร่วมกันจัดทำ ขอบเขต แผนงาน ภารกิจ

และโครงสรา้ งภายในของสว่ นฯ

นู ยบ์ ัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command Post) หมายถึง สถานทีท่ ่ีจดั ตัง้ ขึน้ ในพื้นทเ่ี พอ่ื ใช้ในการดำเนิน

ภารกิจหลัก ศูนย์บัญชาการอาจจะตั้งอยู่รวมกันกับฐานท่ีต้ังหรือสถานที่อ่ืนๆ ท่ีจัดตั้งข้ึน เพื่อวัตถุประสงค์ในการ

จดั การเหตุฉกุ เฉนิ

ูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (Emergency Operations Center) หมายถึง สถานท่ีท่ีใช้ประสานงาน ด้าน

ข้อมูลข่าวสารและทรัพยากรเพ่ือสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมการจัดการเหตุฉุกเฉิน (การปฏิบัติการในสถานที่เกิดเหตุ)

แผนปฏิบัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุชอ่ื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 32

ศนู ย์ปฏิบัตกิ ารฉุกเฉินอาจเป็นสถานทช่ี ่ัวคราวหรอื อาจเป็นสถานทศี่ ูนยก์ ลางหรือสถานท่ีมนั่ คงถาวรกว่าหรืออาจจดั ต้ังใน

องค์กรในระดบั สูงกว่า หรอื อาจจัดตามภารกจิ หลักแตล่ ะดา้ น หรือจดั ตามขอบเขตอำนาจหนา้ ทแ่ี ละพืน้ ที่รบั ผดิ ชอบ

ูนย์ประสานข้อมูลร่วม (Join Information Center : JIC) หมายถึง สถานที่ที่จัดตั้งข้ึนเพ่ือทำหน้าที่ประสาน

ข้อมูลข่าวสารสาธารณะที่เก่ียวข้องกับการดำเนินกิจกรรมการจัดการเหตุฉุกเฉิน ศนู ย์ประสานข้อมูลร่วมเป็นจดุ กลางของ

การติดต่อสำหรับส่อื ขา่ วทุกประเภท

ูนย์ กั งิ ชั่วคราว (Temporary shelter) หมายถึง สถานท่เี พื่อให้ผปู้ ระสบภัยใชอ้ ยู่อาศัยเม่ือไม่สามารถเขา้ ถึง

ท่ีอยู่อาศัยตามปกติได้ อาจเป็นสถานที่ที่สร้างจากวัสดุช่ัวคราว เช่น เต็นท์ บ้านจากวัสดุสังเคราะห์ ที่พักอาศัยช่ัวคราว

ชนิดอ่ืนหรือในสถานการณ์ใดสถานการณ์หน่ึง อาจเป็นส่วนหน่ึงของนโยบาย หรือเป็นเอกสารท่ีจัดทำต่างหาก โดยมี

รายละเอียดดา้ นบุคลากร สถานที่ ระยะเวลา และแนวทางในการปฏบิ ตั ิอย่างชัดเจน

หน่วยงานสนับสนุน (Supporting Agency) หมายถึง หน่วยงานท่ีให้การสนับสนุน และ/หรือให้ความช่วยเหลือด้าน

ทรพั ยากรแก่หน่วยงานอน่ื ๆ

องค์กรปฏิบัติการจัดการในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Operation Centre : EOC) หมายถึง สถานท่ีท่ีมี

เคร่อื งมืออุปกรณ์พร้อม เป็นศูนย์กลางเพ่ืออำนวยการและประสานการปฏิบัติหน้าที่ในห้วงเวลา ของการเผชิญเหตุการณ์

ภัยพิบัติ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์ส่ังการ ให้แนวนโยบายปฏิบัติการ และอำนวยความสะดวกด้านการประสานงาน

สำหรับผ้บู ริหารและเจ้าหน้าที่ เพอ่ื ใหก้ ารเผชิญเหตกุ ารณฉ์ ุกเฉนิ มปี ระสทิ ธิภาพ

เอกภา ในการบัญชาการ (Unity of Command) หมายถึง หลักการของระบบการบัญชาการเหตุการณ์ที่

กำหนดให้แต่ละบุคคลท่ีทำหน้าที่ตอบโต้เหตุฉุกเฉินจะได้รับการมอบหมายให้อยู่ภายใต้ ผู้ควบคุมดูแลเพียง

หน่ึงคนเทา่ น้ัน

แผนปฏบิ ัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุช่ือ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 33

ภาคผนวก ง

ื้นทเ่ี สย่ี งภยั ต่างๆ

แผนปฏบิ ตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบชุ อ่ื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 34

ภาคผนวก จ

สถานทส่ี ำคญั ท่ตี ้องดแู ลเปน็ เิ ษ

ลำดบั ที่ สถานท่ี ทต่ี ง้ั หมายเหตุ

แผนปฏิบตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุชอ่ื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 35

รวม

ภาคผนวก ฉ-1 : บญั ชีรายชื่อบุคลากรหนว่ ยงานราชการ รฐั วสิ าหกิจ ภาคเอกชน

วิทยุส่อื สาร หมายเลขโทร ั ท/์ โทรสาร หมายเลข
โทร ั ทม์ ือถอื
ส่วนราชการ ความถี่ หมายเลข โทรสาร
นามเรยี กขาน โทร ั ท์

แผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุชื่อ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 36

รวม

ภาคผนวก ฉ-2 : บัญชรี ายชื่อองค์การสาธารณกุ ล หนว่ ยงานเครือข่ายการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั

ลำดับท่ี รายชือ่ องคก์ ารสา สถานทตี่ ั้ง โทร ั ท์มือถือ จำนวนสมาชกิ ที่
ธารณกุ ล ความเชย่ี วชาญ หมายเลขโทร ั ท์ ปฏิบตั งิ านได้

หนว่ ยงานเครือขา่ ย

แผนปฏิบตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบชุ ่อื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 37

รวม ภาคผนวก ฉ-3 : บญั ชีรายช่ือผู้เช่ียวชาญด้านสาธารณภัย
ลำดบั ที่
ชอ่ื - สกลุ สังกดั หนว่ ยงาน หมายเลขโทร ั ท์ ผู้เช่ยี วชาญดา้ น

แผนปฏิบตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุชอื่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 38

ภาคผนวก ฉ-4 : บญั ชีฐานข้อมลู อาสาสมคั ร (OTOS)

ลำดบั ที่ ช่ือ – นามสกลุ ตำแหน่ง ทีอ่ ยู่ เบอร์โทร ั ท์ตดิ ตอ่

1 นาย/นาง/นางสาว
...............................

2 นาย/นาง/นางสาว
...............................

แผนปฏบิ ตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุชอื่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 39

ภาคผนวก ฉ-5 : บญั ชฐี านข้อมูล อป ร.

ลำดับ ช่ือ – นามสกุล ตำแหนง่ ท่อี ยู่ เบอร์โทร ั ท์
ที่ ติดตอ่

1 นาย/นาง/นางสาว...............................

2 นาย/นาง/นางสาว...............................

แผนปฏิบตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบชุ ่ือ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 40

ภาคผนวก ช : ขอ้ มูลสถานีเตอื นภัย หอเตือนภัย ป้ายเตือนภัย สัญญาณเตอื นภัย และหอกระจายข่าว

ลำดับที่ ชนิดอุปกรณเ์ ตือนภัย ท่ตี ัง้ หนว่ ยงาน ผปู้ ระสานงาน/ เบอรโ์ ทร ั ท์ หมายเหตุ
รบั ผิดชอบ ผรู้ บั ผดิ ชอบ

แผนปฏบิ ตั กิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุชื่อ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 41

รวม

ภาคผนวก ซ
บัญชเี คร่อื งจกั รกล ยาน าหนะ เครื่องมืออุปกรณ์ ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ลำดบั ที่ ประเภทเครื่องมือ จำนวน หนว่ ยงาน ช่อื ผ้คู วบคมุ / หมายเลข
อุปกรณ์ ยาน าหนะ ฯ ประสานงาน โทร ั ท์

แผนปฏิบัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบชุ ่อื อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 42

ภาคผนวก ฌ : ข้อมูลบญั ชี ักยภา นื้ ฐานทางดา้ นสาธารณสขุ
ขอ้ มูลบุคลากรทางการแ ทย์ในจังหวดั ....

ลำดับที่ โรง ยาบาล แ ทย์ ทันตแ ทย์ เภสชั กร ยาบาลวชิ าชี ยาบาลเทคนิค นักวชิ าการ รวม
สาธารณสขุ

รวม

ขอ้ มูล ื้นฐานโรง ยาบาล/สถานบรกิ ารสขุ ภา ในจังหวัด... จำนวน
ลำดับ โรง ยาบาล ประเภท จำนวนเตยี ง (ตามกรอบ) จำนวนเตียง (จรงิ )

แผนปฏิบตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบชุ ื่อ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 43

ท่ี
ร .สต. ในสงั กัด

รวม

ขอ้ มูลอุปกรณ์และเครือ่ งมือทางการแ ทย์ของ
โรง ยาบาลในจงั หวดั ....

เครื่อง MRI เครื่อง CT-SCAN เครือ่ งช่วยหายใจ เครือ่ ง อืน่ ๆ
ลำดบั ที่ โรง ยาบาล รถ ยาบาล(คัน) (เครือ่ ง) (เครอ่ื ง)
อัลตราซาวด์
(เครอื่ ง) (เครอื่ ง)

ALS BLS

รวม

Local Quarantine ของจงั หวัด...

ลำดับ สถานท่ี รองรับจำนวนคนได้ รายชอ่ื หมายเลข หมายเหตุ
ที่ จำนวน โทร ั ท์ติดตาม

แผนปฏบิ ตั ิการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบชุ อื่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 44

(คน) ผู้ประสานงาน
รวม

คญ
บญั ชยี าน าหนะเ อื่ เตรียมการอ ย ประชาชน

ท่ี รายการ จำนวน จำนวนคนที่ เจ้าของ
บรรทกุ ได้

๑ .............................................

.............................................
๒ .............................................

.............................................
๓ ............................................

............................................

๔ ............................................

............................................
๕ ............................................

แผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบชุ ื่อ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 45

............................................
๖ ............................................

............................................
๗ ............................................

............................................
๘ ............................................

............................................
๙ ............................................

............................................
๑๐ ............................................

............................................

ภาคผนวก ฎ : บญั ชีกลุ่มเปราะบาง

ประเภทกลุ่มเปราะบาง

ลำดับที่ อำเภอ เด็ก คนชรา คน กิ าร สตรีมคี รรภ์ ผปู้ ว่ ยตดิ เตียง หมายเหตุ
(คน)
(คน) (คน) (คน) (คน)

แผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุชอื่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 46

รวม

ภาคผนวก ฏ
บุคคลทีจ่ ะต้องอ ย ก่อนเปน็ ลำดับแรก

เดก็ ชื่อ - สกุล บา้ นเลขที่ หมายเหตุ

ลำดับที่ ด.ช./ด.ญ
๑ ..................................................

๒ ด.ช./ด.ญ
..................................................

ด.ช./ด.ญ
..................................................

คนชรา ช่ือ - สกุล บ้านเลขท่ี หมายเหตุ
ลำดับที่

แผนปฏิบตั กิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบชุ ่ือ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 47

๑ นาย/นาง/นางสาว
๒ ....................................

คน ิการ นาย/นาง/นางสาว
....................................

นาย/นาง/นางสาว
....................................

ลำดบั ท่ี ชอ่ื - สกลุ บา้ นเลขที่ ลกั ษณะความ
ิการ

๑ ชื่อ - นามสกุล................................
๒ ชอื่ - นามสกลุ ................................
๓ ชื่อ - นามสกุล................................

สตรีมคี รรภ์ ชอ่ื - สกุล บ้านเลขที่ หมายเหตุ
ลำดบั ที่

๑ ชอ่ื - นามสกลุ ....................

๓ ชื่อ - นามสกลุ ....................
หมายเหตุ
ช่อื - นามสกลุ ....................
ข้อมูลบัญชรี ายชื่อบคุ คลที่จะต้องอ ย ก่อนเปน็ ลำดับแรก
จะตอ้ งมีการปรับปรุงใหเ้ ป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ

แผนปฏบิ ัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุชื่อ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 48

ภาคผนวก ฐ : บญั ชี นู ย์ กั งิ ช่ัวคราวหลัก/สำรอง
บญั ชี ูนย์ ัก งิ ช่ัวคราวหลัก

รองรบั ส่งิ สาธารณปู โภคท่ีมอี ยู่

ลำดับที่ ชื่อสถานที่ สถานทต่ี งั้ ผอุ้ ย ได้ ช่อื ผู้ประสานงาน โทร ั ท์ติดตอ่ ไฟฟา้ ประปา ห้องสขุ า อน่ื ๆ
จำนวน (คน) (หอ้ ง)

รวม หนา้ 49

แผนปฏิบัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุช่อื อปท.) พ.ศ. 2564-2570

บญั ชี ูนย์ กั ิงช่ัวคราวสำรอง

รองรับ สง่ิ สาธารณปู โภคทม่ี อี ยู่

ลำดับท่ี ชอื่ สถานท่ี สถานที่ตง้ั ผอุ้ ย ได้ ชอื่ ผปู้ ระสานงาน โทร ั ท์ตดิ ต่อ ไฟฟ้า ประปา ห้องสขุ า อน่ื ๆ
จำนวน (คน)

(ห้อง)

รวม ภาคผนวก ฑ-1 : แผนผังการตดิ ต่อส่ือสารและข่ายวิทยสุ ่ือสาร

ลำดบั ท่ี เครือข่ายวทิ ยสุ ่ือสารของหน่วยงานต่างๆ ในจงั หวัด ....

หนว่ ยงาน นามเรียกขาน ความถี่ หมายเหตุ

แผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบุชือ่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 50

ตัวอย่างแผนผังการติดต่อสือ่ สาร

ภาคผนวก ฑ-2 : หมายเลขโทร ั ท์ฉุกเฉนิ

หน่วยงาน หมายเลขโทร ั ท์

แผนปฏบิ ัตกิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ (ระบชุ ือ่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 51

ภาคผนวก ฒ : แบบคำส่งั ต่างๆ

- คำสัง่ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อปท.
- คำสง่ั แตง่ ต้งั คณะกรรมการจดั ทำแผนปฏบิ ตั ิการในการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ของ อปท.

แผนปฏบิ ัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบุชอื่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 52

ภาคผนวก ณ : แผนงานโครงการในการลดความเสย่ี งจากสาธารณภัย

ประเดน็ ยทุ ธ าสตรท์ ี่ 1 : การมุ่งเน้นการลดความเส่ยี งจากสาธารณภยั

โครงการ/ กลุ่มเป้าหมาย ผลผลิต ตัวชี้วดั ระยะเวลา น้ื ที่ งบประมาณ หน่วยงาน
กจิ กรรม โครงการ ดำเนินการ ดำเนนิ การ รบั ผิดชอบ

แผนปฏบิ ตั กิ ารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ของ (ระบชุ ือ่ อปท.) พ.ศ. 2564-2570 หนา้ 53


Click to View FlipBook Version