U-tapao International AirportTAKE-OFF TOGETHERสนามบินอู่ตะเภาโครงการพัฒนาและเมืองการบินภาคตะวันออกU-tapao International Airport& Eastern Airport City Project
คำ นำทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นป็ ปัจปัจัยที่สำ คัญและมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน รัฐบาลจึงมีนโยบายและความมุ่งมั่นในการวางรากฐานที่มั่นคงโดยมอบหมายให้สำ นักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (“สกพอ.”) เป็นป็หน่วยงานดำ เนินการพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก โดยมีโครงการพัฒนาท่าอากาศยานเป็นป็หนึ่งในโครงการที่สำ คัญภายใต้ EEC PROJECT LIST มุ่งสู่ความสำ เร็จในการเป็นป็ ประตูสู่การเป็นป็ศูนย์กลางการบิน เชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก เชื่อมโยงผู้คนผ่านโอกาสและการมีส่วนร่วม เชื่อมเศรษฐกิจผ่านการค้า การลงทุน และนวัตกรรม เพื่อสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้กับประเทศการจัดทำ “สมุดบันทึกโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก” ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ในการนำ เสนอความเป็นมาของการดำ เนินโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก นับตั้งแต่ช่วงเวลาที่ สกพอ. ได้รับอนุมัติให้เริ่มดำ เนินการโครงการฯ จนถึงปัจจุบัน (2560-2568)ซึ่งโครงการฯ กำ ลังจะก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาของการเริ่มก่อสร้างอย่างเป็นป็รูปธรรม ถือเป็นป็อีกก้าวที่สำ คัญของการเริ่มต้นนับระยะเวลาโครงการฯ ทั้งนี้ การจัดทำ สมุดบันทึกโครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งในการเป็นป็องค์ความรู้ การศึกษาวิเคราะห์ การสร้างวิสัยทัศน์ กำ หนดนโยบาย การบริหารจัดการ การนำ นโยบายลงสู่การปฏิบัติการบูรณาการ ในการดำ เนินงานและการแก้ปัญปัหาอุปสรรคเพื่อประโยชน์ร่วมกัน โดยนำ เสนอในลักษณะของการเรียงลำ ดับเหตุการณ์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และความสำ เร็จของผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้างของ สกพอ. จากรุ่นสู่รุ่น เปลี่ยนความท้าทายให้เป็นป็ โอกาสภายใต้วิกฤตการณ์และบริบทที่ผันแปรต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศสมุดบันทึกโครงการฯ นี้ยังเป็นป็เสมือนเอกสารเชิงประวัติศาสตร์ที่จะทำ ให้คนรุ่นต่อไปได้รับทราบความเป็นป็มาและข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถอ้างอิงได้ในระดับเบื้องต้น อีกทั้งเป็นป็การสร้างความภาคภูมิใจที่ได้เป็นป็ส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและอุทิศตนให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไปคณะผู้จัดทำสำ นักบริหารโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกธันวาคม 2568ยุU-tapao International AirportTAKE-OFF TOGETHER
1. ความเป็นมาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป็นป็หนึ่งในห้าโครงสร้างพื้นฐานสำ คัญของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EASTERN ECONOMIC CORRIDOR หรือ EEC) ประกอบด้วย(1) โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(2) โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก(3) โครงการศูนย์ซ่อมบำ รุงอากาศยานอู่ตะเภา(4) โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3(5) โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นป็ศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงแผนอื่นๆ ได้แก่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 4.0 ระยะ 20 ปี ของกระทรวงอุตสาหกรรม แผนงานพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของสำ นักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงคมนาคม และแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาสนามบินอู่ตะเภาตั้งอยู่ในพื้นที่ตำ บลพลา อำ เภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 16,700 ไร่ปัจปัจุบันมี 1 ทางวิ่ง (ทางวิ่งที่ 1) ความยาวประมาณ 3,500 เมตร ทางฝั่งตะวันตกของทางวิ่งที่ 1 เป็นป็พื้นที่ปฏิบัติการของกองทัพเรือ (“ทร.”) ปัจปัจุบันสนามบินอู่ตะเภามีการเปิดปิ ให้บริการเชิงพาณิชย์โดยมีอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 และอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้รวม 3.7 ล้านคนต่อปีเมื่อมื่วันวัที่ 6 กรกฎาคม 2560 คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันวัออก (“กพอ.”) (เดิมดิคือคืคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียบีงเศรษฐกิจกิพิเศษภาคตะวันวัออก) ได้มีด้มมีติเติห็นห็ชอบให้โห้ครงการพัฒนาสนามบินบิอู่ตอู่ ะเภาและเมือมืงการบินบิภาคตะวันวัออก (“โครงการพัฒนาสนามบินบิอู่ตอู่ ะเภาฯ”) เป็นป็ โครงการใน EEC PROJECT LIST และดำ เนินนิการตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียบีงเศรษฐกิจกิพิเศษภาคตะวันวัออก เรื่อรื่ง หลักลัเกณฑ์ วิธีวิกธีาร เงื่องื่นไข และกระบวนการในการร่วร่มลงทุนทุกับกัเอกชนหรือรืให้เห้อกชนเป็นป็ผู้ลผู้ งทุนทุพ.ศ. 2560 และแก้ไก้ขเพิ่มเติมติ โดยเมื่อมื่วันวัที่ 23 กุมกุภาพันธ์2561 ได้มีด้ ปมีระกาศคณะกรรมการนโยบายฯ เรื่อรื่ง กำ หนดเขตส่งส่เสริมริ: เมือมืงการบินบิภาคตะวันวัออก ออกประกาศในราชกิจกิจานุเนุบกษา กำ หนดให้พื้ห้ พื้นที่ 6,500 ไร่ บริเริวณสนามบินบิอู่ตอู่ ะเภา จังจัหวัดวัระยอง เป็นป็ “เขตส่งส่เสริมริ: เมือมืงการบินบิภาคตะวันวัออก” เพื่อรองรับรัอุตอุสาหกรรมการบินบิและโลจิสจิติกติส์ พื้นที่เที่ขตส่งส่เสริมริเมือมืงการบินบิฯ ดังดักล่าล่ว จึงจึเป็นป็ที่ตั้ที่งตั้ของโครงการพัฒนาสนามบินบิอู่ตอู่ ะเภาฯโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก
ในพื้นที่ 6,500 ไร่ ที่เป็นป็พื้นที่ “เขตส่งเสริม: เมืองการบินภาคตะวันออก” ซึ่งเป็นป็ที่ตั้งของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ นั้น แบ่งพื้นที่เป็นป็ 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1) พื้นที่ที่รับผิดชอบโดยภาคเอกชน 2) พื้นที่ที่รับผิดชอบโดยภาครัฐ และ3) พื้นที่เขตปลอดภัยสนามบินและใช้งานความมั่นคง2. วัตถุประสงค์1) เพื่อให้หน่วยงานของรัฐและเอกชนร่วมกันใช้แหล่งเงินทุน ความรู้ ความสามารถและความเชี่ยวชาญมาดำ เนินการออกแบบและก่อสร้าง การให้บริการและการบำ รุงรักษาโครงการฯ ในการยกระดับสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นป็สนามบินระดับโลกซึ่งมีมาตรฐานระดับสูง ในด้านความปลอดภัย ความมั่นคง การให้บริการผู้โดยสาร และด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย2) เพื่อให้สนามบินอู่ตะเภารองรับการพัฒนาพื้นที่ภายในพื้นที่ EEC ให้เป็นป็เมืองการบินภาคตะวันออก (EASTERNAIRPORT CITY) ของประเทศไทย และพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นป็ศูนย์กลางการบิน (AVIATION HUB) ในระดับภูมิภาค3) เพื่อพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นป็สนามบินนานาชาติ และรองรับการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมการบินของประเทศ4) เพื่อให้มีการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการพัฒนาสนามบินระดับโลกมายังหน่วยงานของบุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนไทยอย่างมีประสิทธิภาพ3. เป้าหมายโครงการโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกมีเป้าป้หมายจะเป็นป็สนามบินนานาชาติระดับโลก ที่มารองรับการขยายตัวของผู้โดยสาร การขนส่งสินค้า และเที่ยวบินที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากการดำ เนินโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จึงเป็นป็ โครงการที่ช่วยให้ประเทศมีการพัฒนาได้อย่างยั่งยืนทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม นำ ไปสู่การเป็นป็จุดศูนย์กลางของภูมิภาค เป็นป็ ประตูการค้าและศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งระดับภูมิภาคมีเป้าป้หมายในการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร เพื่อส่งเสริมให้เกิดนิเวศการลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมีการกำ หนดเป้าป้หมายในการรองรับผู้โดยสารสูงสูดอยู่ที่ 60 ล้านคน/ปี4. ความรับผิดชอบคู่สัญญาแต่ละฝ่าฝ่ยในการดำ เนินการโครงการฯ- ความรับผิดชอบของหน่วยงานภาครัฐ• ทางวิ่งที่ 2 ทางขับที่เกี่ยวข้อง ลานจอดสำ หรับ MRO และระบบที่เกี่ยวข้อง (กองทัพเรือ)• อุตุนิยมวิทยาการบิน (กองทัพเรือ)• หอควบคุมการบินแห่งใหม่ (บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำ กัด)• ทางยกระดับเชื่อม MOTORWAY 7 เข้า-ออก สนามบิน (กรมทางหลวง)• จัดหาระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางโดย สกพอ. (จัดหาเอกชนเช่าพื้นที่เพื่อประกอบการ)• พื้นที่ศูนย์ซ่อมบำ รุงอากาศยาน (สกพอ.)• ศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภา (สถาบันการบินพลเรือน)
- ความรับผิดชอบของเอกชนคู่สัญญา• อาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 และอาคารเทียบเครื่อรื่งบินรอง• ศูนย์การขนส่งภาคพื้น (GTC)• ศูนย์ธุรกิจการค้า (AIRPORT CITY/COMMERCIAL GATEWAY)• เขตประกอบการค้าเสรี (CARGO VILLAGE/FREE TRADE ZONE)• ศูนย์ธุรกิจขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ (CARGO COMPLEX)• แนวรถไฟความเร็วสูง (HSR) (โดยเอกชนคู่สัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ: AERA1)5. บันทึกช่วงสำ คัญของโครงการฯ (KEY MILESTONES)5 เมษายน 2560: ที่ปที่ระชุม กพอ. เห็นชอบในการกำ หนดให้พื้นที่ 6,500 ไร่ บริเวณสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาเป็นเขตส่งเสริม: เมืองการบินภาคตะวันออก และมอบให้ ทร. และสำ นักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ร่วมกันเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อลื่นโครงการฯ6 กรกฎาคม 2560: บรรจุโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป็นหนึ่งนึ่ในโครงการภายใต้ EEC PROJECT LIST30 ตุลาคม 2561: คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โดยอนุมัติค่าใช้จ่ายโครงการสนามบินอู่ตะเภาฯ ในกรอบวงเงิน 17,768 ล้านบาท ให้กับกองทัพเรือ เพื่อดำ เนินการตามแผนงานโครงการสนามบินอู่ตะเภาฯ (ก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับที่เที่กี่ยกี่วข้อง)2 มิถุนายน 2563: คณะรัฐมนตรีเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจา และเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุน ของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก19 มิถุนายน 2563: พิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกระหว่าง สกพอ. กับ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำ กัด (UTA)8 มกราคม 2568: คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีมติเห็นชอบการเปลี่ยลี่นแปลงเพิ่มเติมพื้นที่เที่ขตส่งเสริม : เมืองการบินภาคตะวันออก พื้นที่ปที่ระมาณ 714 ไร่ เพื่อการติดตั้งอุปกรณ์เครื่อรื่งช่วยเดินอากาศ และใช้สำ หรับการปฏิบัติการบินและเดินอากาศ
ประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเรื่อง กำ หนดเขตส่งเสริม : เมืองการบินภาคตะวันออกกำ หนดให้พื้นที่ 6,500 ไร่ บริเวณสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา จังหวัดระยอง ภายใต้แนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศเป็นป็ “เขตส่งเสริม: เมืองการบินภาคตะวันออก” เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ประกาศ ณ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเรื่อง การเปลี่ยนแปลงเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ : เมืองการบินภาคตะวันออก (ฉบับที่ 1)เปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ : เมืองการบินภาคตะวันออกโดยเพิ่มเติมเนื้อที่ประมาณ 714 ไร่ 3 งาน 91.9 ตารางวา รวมเป็นเนื้อที่ประมาณ 7,214 ไร่ 3 งาน 91.9 ตารางวาบริเวณสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา จังหวัดระยองประกาศ ณ วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568
องค์ประกอบรอ NTPภาคเอกชนอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3&4ศูนย์ขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ภาครัฐ12345.15.25.367810119กิจกรรมทางวิ่งที่ 2 ทางขับที่เกี่ยวข้องอุตุนิยมวิทยาการบินหอบังคับการบินแห่งใหม่ทางยกระดับเชื่อม Motorway 7เข้า-ออก สนามบินระบบน้ำ ประปาและบำ บัดน้ำ เสียระบบไฟฟ้าฟ้และน้ำ เย็นระบบเติมน้ำ มันเชื้อเพลิงอากาศยานศูนย์ซ่อมบำ รุงอากาศยานศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภาสถานี/ทางวิ่งรถไฟความเร็วสูงอู่ตะเภาเมืองการบินผู้รับผิดชอบทร.ทร.บวท.ทล.สกพอ./EWสกพอ./B.Grimmสกพอ./GAAสกพอ.สบพ.รฟท. & Aera-1UTAUTAUTAความก้าวหน้าอยู่ระหว่างก่อสร้างอยู่ระหว่างดำ เนินการอยู่ระหว่างดำ เนินการอยู่ระหว่างก่อสร้างอยู่ระหว่างก่อสร้างอยู่ระหว่างก่อสร้างอยู่ระหว่างก่อสร้างอยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้ดำ เนินโครงการทบทวน FSรอ NTPรอ NTPธันวาคม 2568โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก
(Feasibility Study Report)ปี 2561ความเป็นป็ ไปได้โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกการจัดทำ รายงานศึกษาและวิเคราะห์
สกพอ. และกองทัพเรือ ได้ดำ เนินงานร่วมกับบริษัท KPMG และ บริษัท AECOM ซึ่งเป็นป็บริษัทที่ปรึกษาจัดทำ รายงานการศึกษาวิเคราะห์ความเป็นป็ ไปได้ของโครงการฯ(Feasibility Study Report)และบริษัทที่ปรึกษาจัดทำ แผนแม่บทของโครงการฯโดยผลการศึกษาได้เสนอให้ภาครัฐกำ หนดผลตอบแทนที่เอกชนร่วมลงทุนจ่ายให้รัฐเป็นมูลค่าปัจจุบัน 59,224 ล้านบาท(ใช้อัตราคิดลด Discount Rate 3.76%)รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมพลเอกชัยชาญ ช้างมงคล ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกนำ คณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยี่ยมชมพื้นที่ก่อสร้างโครงการฯ (Site Visit)24 กันยายน 2561
กองทัพเรือ ให้ความสำ คัญกับการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและประชาชนโดยได้จัดงานสัมมนารับฟังฟัความคิดเห็นจากภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Market Sounding)ครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2เพื่อให้ข้อมูลและรับฟังฟัข้อคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับแนวทางการศึกษาและวิเคราะห์โครงการฯ15 มิถุนายน 256131 สิงหาคม 2561
กองทัพเรือ ร่วมด้วย สกพอ. ดำ เนินการตามPPP EEC Track โดยได้จัดให้มีการประชุมรับฟังฟัความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำ ความเห็นและข้อเสนอแนะมาจัดทำ รายงานศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการฯ(Feasibility Study Report)สกพอ. และกองทัพเรือ ได้จัดให้มีการประชุมหารือข้อสรุปประเด็นระยะห่างระหว่างทางวิ่งที่ 1 และทางวิ่งที่ 2ระหว่าง สกพอ. กองทัพเรือบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำ กัด(บวท.) และสำ นักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)
การประชุมคณะทำ งานโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกประชุม กบอ.การประชุมคณะทำ งานพิจารณารายละเอียดทางเทคนิค และ การประชุมคณะทำ งานพิจารณาจัดทำร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกสกพอ. ได้แต่งตั้งคณะทำ งานโครงการฯโดยมี ผู้แทน สกพอ. เป็นป็ ประธาน และผู้แทนกองทัพเรือเป็นป็เลขานุการพร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นป็คณะทำ งานรวม 11 หน่วยงาน
การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ครั้งที่ 4/2561โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นป็ ประธานได้มีมติเห็นชอบหลักการโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกโดยอนุมัติค่าใช้จ่ายโครงการสนามบินอู่ตะเภาฯ ในกรอบวงเงิน 17,768 ล้านบาท ให้กับกองทัพเรือเพื่อดำ เนินการตามแผนงานโครงการสนามบินอู่ตะเภาฯ(ก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับที่เกี่ยวข้อง)4 ตุลาคม 2561
ตามประกาศ EEC TRACKปี 2561 - 2563การคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน
การประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกช่วงปี 2561 - 2563ประธานกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชามีคำ สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการใน EEC Project Listโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โดยมี ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานและผู้แทนกองทัพเรือ เป็นเลขานุการ พร้อมด้วยผู้แทนกระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคมสำ นักงานอัยการสูงสุด สำ นักงบประมาณ สำ นักงานบริหารหนี้สาธารณะ และ สกพอ. ร่วมเป็นกรรมการ
การประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกช่วงปี 2561 - 2566รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล เป็นประธานโดยมี ผู้แทน สกพอ. กองทัพเรือ และกระทรวงกลาโหมเป็นเลขานุการร่วมพร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวม 16 หน่วยงาน เป็นคณะอนุกรรมการ
กองทัพเรือ และ สกพอ. ร่วมกันดำ เนินการตามประกาศ EEC Trackจัดประชุมชี้แจงเอกสารคัดเลือกเอกชนโครงการฯครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2(Pre-tender Meeting)เพื่อให้ข้อมูลและชี้แจงรายละเอียดของเอกสารการคัดเลือกเอกชนของโครงการฯโดยมีเอกชนที่ให้ความสนใจร่วมลงทุน เข้าร่วมกว่า 42 รายณ นันทอุทยานสโมสร ฐานทัพเรือกรุงเทพ30 พฤศจิกายน 25618 กุมภาพันธ์ 2562
การเตรียมความพร้อมของกองทัพเรือเพื่อดำ เนินงานวันยื่นข้อเสนอของเอกชนที่สนใจร่วมลงทุนในโครงการ เป็นป็ ไปด้วยความเรียบร้อยและโปร่งใสณ กองบัญชาการกองทัพเรือและการจัดเก็บเอกสารข้อเสนอณ ห้อง Navy Club21 มีนาคม 2562
การเปิดให้เอกชนที่สนใจร่วมลงทุนยื่นข้อเสนอและการรับและจัดเก็บเอกสารข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอเอกชนร่วมลงทุนณ อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยานมีผู้ยื่นข้อเสนอ 3 รายรายที่ 1: กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส (BBS Joint Venture)รายที่ 2: กลุ่ม Grand Consortiumรายที่ 3: กลุ่มกิจการค้าร่วม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำ กัด และพันธมิตร21 มีนาคม 2562 เวลา 09.00 - 15.00 น.
ขั้นตอนการดำ เนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนการเปิดปิซองข้อเสนอ และประเมินข้อเสนอของเอกชน มีนาคม 2562 - มกราคม 2563โดยมีเอกชนที่ยื่นข้อเสนอ และผู้แทนจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเข้าร่วมสังเกตการณ์ในทุกขั้นตอน
กลุ่มธนโฮลดิ้งฯ มีการฟ้อฟ้งร้องต่อศาลปกครองกลาง และอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดกรณีที่กลุ่มธนโฮลดิ้งฯ ได้ยื่นเอกสารข้อเสนอกล่องที่ 6 (ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ) และกล่องที่ 9(ข้อเสนอด้านราคา) หลังเวลาที่กำ หนด 9 นาทีhttps://www.thansettakij.com/economy/418513เกาะติดคดีอู่ตะเภา CP ไปต่อหรือตกม้าตาย09 ม.ค. 2563ศาลปกครองสูงสุดมีคำ พิพากษากลับคำ พิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ในส่วนที่ปฏิเสธไม่รับข้อเสนอกล่องที่ 6 และกล่องที่ 9 ของกลุ่มธนโฮลดิ้งฯคณะกรรมการคัดเลือกฯ ในการประชุมครั้งที่ 1/2563 วันที่ 14 มกราคม 2563 มีมติรับทราบและปฏิบัติตามคำ พิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และพิจารณาดำ เนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนในขั้นตอนต่อไปตามหลักเกณฑ์ที่กำ หนดไว้ในเอกสารการคัดเลือกเอกชน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.)ครั้งที่ 2/2563โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกพอ. เป็นป็ ประธาน เห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนของโครงการฯ โดยเอกชนที่ได้รับคัดเลือก ได้แก่ กลุ่มกิจการร่วมค้า บีบีเอส ซึ่งเสนอจำ นวนเงินประกันผลตอบแทนค่าเช่าและส่วนแบ่งรายได้ขั้นต่ำ ให้แก่รัฐดีที่สุด คิดเป็นมูลค่าปัจจุบัน(Present Value) ณ ปี 2561 โดยใช้อัตราคิดลดร้อยละ 3.76เท่ากับ 305,555 ล้านบาทและได้มีการแถลงข่าวอย่างเป็นป็ทางการโดยผู้แทนกองทัพเรือและผู้แทน สกพอ.ณ ทำ เนียบรัฐบาล21 พฤษภาคม 2563
พิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นป็ ประธาน ในพิธีลงนามสัญญาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ระหว่าง สกพอ. และ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำ กัด (UTA)ซึ่งเป็นป็นิติบุคคลตั้งขึ้นเฉพาะกิจโดยกลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส ผู้ยื่นข้อเสนอเงินประกันขั้นต่ำ เป็นป็ผลตอบแทนให้แก่รัฐดีที่สุดเพื่อร่วมกันลงทุนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก ณ ตึกสันติไมตรี ทำ เนียบรัฐบาลโดยผู้ร่วมลงนามสัญญาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ฯ ประกอบด้วยพลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกนายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท การบินกรุงเทพ จำ กัด (มหาชน)นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำ กัด (มหาชน)และนายภาคภูมิ ศรีชำ นิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำ กัด (มหาชน)โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี รวมถึงผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นป็สักขีพยาน19 มิถุนายน 2563
พิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก19 มิถุนายน 2563
และการดำ เนินการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ของโครงการฯปี2563 - ปัจจุบันการดำ เนินการตามเงื่องื่นไขบังคับก่อน ในสัญญาร่วมลงทุนการบูรณาการการทำ งานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เที่กี่ยกี่วข้องเพื่อขับเคลื่อลื่นโครงการฯการเตรียมการก่อสร้างภายในพื้นที่โที่ครงการฯการบริหารสัญญาเอกชนร่วมลงทุน
การประชุมคณะกรรมการบริหารสัญญาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก2564 - ปัจปัจุบันประกาศ EEC Track กำ หนดให้ กพอ. มีหน้าที่และอำ นาจแต่งตั้ง คณะกรรมการกำ กับดูแล และคณะกรรมการบริหารสัญญา โดยการประชุม กพอ. ครั้งที่ 3/2563 วันที่ 22 มิถุนายน 2563มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งกรรมการทั้ง 2 คณะ เพื่อให้การกำ กับดูแลและติดตามผลโครงการฯเป็นป็ ไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ กพอ. จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำ กับดูแล และคณะกรรมการบริหารสัญญา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นป็ต้นไป
การประชุมคณะกรรมการกำ กับดูแลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก2564 - ปัจปัจุบัน
การประชุมคณะอนุกรรมการร่วมประสานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินและโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก2563 - ปัจจุบันการบูรณาการทำ งานเพื่อเตรียมการให้บริการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินณ สถานีรถไฟความเร็วสูงอู่ตะเภาโดย การรถไฟแห่งประเทศไทย และเอกชนร่วมลงทุน บริษัท เอเชีย เอราวัน จำ กัด (Aera-1)พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2563 กำ หนดให้ กพอ. มีหน้าที่และอำ นาจแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจหรือคณะอนุกรรมการเพื่อดำ เนินการการตามที่มอบหมาย และเพื่อให้การดำ เนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินและโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป็นป็ ไปตามสัญญาและแผนการดำ เนินงาน มีความสอดคล้อง เชื่อมโยง ส่งเสริมกันอันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะและประชาชนผู้ใช้บริการของทั้งสองโครงการฯกพอ. จึงได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการร่วมประสานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินและโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก
แนวรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และอุโมงค์ลอดใต้ทางวิ่งณ ธันวาคม 2568
การบูรณาการทำ งานเพื่อเตรียมการให้บริการการเดินอากาศ ณ สนามบินอู่ตะเภาโดย บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำ กัดคณะรัฐมนตรีมีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 อนุมัติโครงการจัดเตรียมความพร้อมในการให้บริการการเดินอากาศ ณ สนามบินอู่ตะเภา วงเงินลงทุน 1,256 ล้านบาท โดยให้บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำ กัดใช้แหล่งเงินกู้ โดยหอบังคับการบินแห่งใหม่จะมีความสูง 59 เมตรคาดว่าสามารถเปิดให้บริการได้ปี 25722563 - ปัจจุบันแบบหอบังคับการบินแห่งใหม่ สนามบินอู่ตะเภาณ ธันวาคม 2568
การบูรณาการทำ งานเพื่อเตรียมการให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 เชื่อมทางเข้า – ออกสนามบินโดย กรมทางหลวงคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กรมทางหลวง ดำ เนินงานโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 เชื่อมทางเข้า – ออกสนามบิน โดยมีกรอบวงเงินรวม 3,517 ล้านบาท สำ หรับการก่อสร้างทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมทางแยกต่างระดับ จุดเริ่มต้นที่ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 บริเวณด่านจัดเก็บค่าผ่านทางอู่ตะเภา และไปเชื่อมต่อโครงข่ายถนนภายในสนามบินอู่ตะเภาสู่อาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ ระยะทางทั้งสิ้น 1.920 กิโลเมตร2563 - ปัจจุบันแนวทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ส่วนต่อขยายเชื่อมเข้าสนามบินอู่ตะเภาณ ธันวาคม 2568
การบูรณาการทำ งานเพื่อเตรียมการให้บริการอุตุนิยมวิทยาการบินโดย กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือกองทัพเรือมีหน้าที่ในการจัดหาและก่อสร้าง/ติดตั้งอุปกรณ์และฝึกอบรมบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถเป็นไปตามมาตรฐานของ ICAO และสำ นักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อให้ได้ใบรับรองบริการการเดินอากาศ2562 - ปัจจุบัน
UTA ได้ทำ การก่อสร้างรั้วเขตการบินใหม่ ความยาว 4.9 กม. เพื่อกำ หนดขอบเขตการบินใหม่แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564แนวและแบบรั้วเขตการบินใหม่
สกพอ. กองทัพเรือ และ UTA ร่วมสำ รวจอากาศยาน สิ่งปลูกสร้าง สาธารณูปโภค ภายในพื้นที่โครงการฯเพื่อดำ เนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อน ตามสัญญาร่วมลงทุนของโครงการฯตุลาคม 2564
การรื้อย้ายทรัพย์สินภายในพื้นที่โครงการฯ ก่อนส่งมอบพื้นที่เพื่อดำ เนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อน ตามสัญญาร่วมลงทุนของโครงการฯช่วงปี 2564 - 2567
Before Afterการรื้อย้ายศูนย์ซ่อมอากาศยานเดิมของการบินไทย TG MROการบินไทยดำ เนินการรื้อย้ายศูนย์ซ่อมฯ แล้วเสร็จและส่งมอบพื้นที่เช่าคืนให้กับ สกพอ. เมื่อ 28 ตุลาคม 2564สกพอ. ได้มีหนังสือเพื่อแจ้งการรับมอบที่ดินราชพัสดุที่การบินไทยเช่า ในวันที่ 1 ธันวาคม 2564
งานปรับถมดินสำ หรับก่อสร้างศูนย์ซ่อมอากาศยาน MROแล้วเสร็จ ธันวาคม 2564
งานปรับพื้นที่สำ หรับก่อสร้างทางขับระยะที่ 1 และลานจอดศูนย์ซ่อมบำ รุงอากาศยาน แล้วเสร็จกันยายน 2565
งานปรับพื้นที่สำ หรับก่อสร้างทางขับระยะที่ 1 และลานจอดศูนย์ซ่อมบำ รุงอากาศยาน แล้วเสร็จกันยายน 2565
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการใช้ประโยชน์ “สนามบินอู่ตะเภา” กองทัพเรือ และ“สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา” ตามโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกร่วมกันระหว่างกองทัพเรือ กับ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำ กัด (UTA)21 กันยายน 2565โดยกองทัพเรือและ สกพอ. ดำ เนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อนในการจัดให้มีการทำ บันทึกข้อตกลง Joint Use Agreement (JUA)
การประชุมคณะทำ งานสำรวจและพิจารณาค่าชดเชยเยียวยาโครงการก่อสร้างทางวิ่งและทางขับที่ 2 สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา อำ เภอบ้านฉาง จังหวัดระยองช่วงปี 2567 - 2568โดย สกพอ. ได้แต่งตั้งคณะทำ งานเพื่อพิจารณาดำ เนินการด้านการชดเชยเยียวประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านเสียงจากการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับที่เกี่ยวเนื่อง ตามที่กำ หนดไว้ในรายงาน EHIA
การประชุม AIIB First ImplementationSupervision Mission - U-tapaoการประชุมเริ่มภารกิจแรกเพื่อบูรณาการการดำ เนินงานบริหารเงินกู้โครงการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับที่เกี่ยวข้องสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาณ ห้องประชุม ฐานทัพเรือกรุงเทพ พระราชวังเดิมพร้อมทั้งนำ คณะลงพื้นที่เยี่ยมชมความคืบหน้างานก่อสร้างโครงการฯ20 - 22 สิงหาคม 2568
สกพอ. ได้ปฏิบัติตามมาตรการในรายงาน EHIA อย่างเคร่งครัด โดยได้แต่งตั้งและจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการติดตามตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโครงการก่อสร้างทางวิ่งและทางขับที่ 2 สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา อำ เภอบ้านฉาง จังหวัดระยองโดยมี นายวิทยา นพวรรณ ผู้อำ นวยการสำ นักบริหารโครงการสนามบินอู่ตะเภาฯ เป็นประธาน16 ตุลาคม 2568
นายธาริศร์ อิสสระยั่งยืน รองเลขาธิการฯ เป็นป็ ประธานการประชุมคณะกรรมการกำ กับการติดตามตรวจสอบและการปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมโครงการก่อสร้างทางวิ่งและทางขับที่ 2 สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา อำ เภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง20 ตุลาคม 2568
จากประชาชนและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องปี2562 - ปัจจุบันการสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วม
คณะกองทัพเรือ นำ โดยพลเรือเอกโสภณ วัฒนมงคลและพลเรือตรีเกริกไชย วจนานนท์ร่วมด้วย คณะ สกพอ. นำ โดยนายโชคชัย ปัญปัญายงค์ ผู้แทน สกพอ.จัดการบรรยายสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกต่อบุคลากรและกำ ลังพลของกองทัพเรือณ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำ แม่น้ำ โขง (นรข.) จังหวัดนครพนม1 - 2 กันยายน 2562
พลเรือเอกช่อฉัตร กระเทศ รองผู้บัญชาการทหารเรือ และนายอินทรีย์ เกิดมณี ปลัดจังหวัดระยองร่วมเป็นป็ ประธานเปิดปิงานสัมมนา “สนามบินอู่ตะเภา มุ่งสู่ความเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 ของกรุงเทพฯ”โดยมีการบรรยายพิเศษจาก สกพอ. และ UTAณ โรงแรมภูริมาศ บีช โฮเต็ล แอนด์ สปา จังหวัดระยอง21 กันยายน 2563