โครงการสอนระยะยาว
รายวิชา ชวี วิทยา 1 รหัสวชิ า ว30241 กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
จำนวนเวลา 60 ช่วั โมง
นายชินวัตร เจรญิ อนิ ทร์ รหัสนกั ศกึ ษา 60031530182
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วชิ าชพี ครู หลกั สูตรครศุ าสตรบัณฑิต (สาขาวชิ าชีววทิ ยา)
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั อุตรดติ ถ์
คุณครพู ่ีเลีย้ ง
คุณครูศุภศษิ ย์ แกว้ จีน
โรงเรียนเตรยี มอดุ มศึกษานอ้ มเกล้า อุตรดิตถ์
สังกัด สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 39
คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
สว่ นท่ี 1
ข้อมูลท่วั ไปของสถานศกึ ษา
โรงเรียนเตรยี มอุดมศกึ ษานอ้ มเกล้า อตุ รดิตถ์
ตง้ั อยู่เลขท่ี 227 หมู่ 1 ถนน ศลิ าอาสน์-เข่ือนสิรกิ ิต์ิ ตำบลผาจุก
อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 53000
สงั กดั สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 39
คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
ขอ้ มูลท่ัวไป โรงเรยี นเตรยี มอุดมศึกษานอ้ มเกลา้ อุตรดิตถ์
ช่อื ภาษาไทย Triamudomsuksanomklao Uttaradit School
ชอ่ื ภาษาอังกฤษ ต.อ.น.อ.
อกั ษรย่อ T.U.N.U.
อกั ษรย่อภาษาองั กฤษ ส่งเสริมความเปน็ เลิศด้านวทิ ยาศาสตร์
อตั ตาลกั ษณ์ และสรา้ งความโดดเดน่ ดว้ ย ICT
มธั ยมศกึ ษาขนาดใหญ่ ประเภทสหวิทยา
ประเภทโรงเรียน ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1-6
ระดับชั้นทเี่ ปดิ สอน 34 หอ้ งเรียน
จำนวนหอ้ งเรียน 970 คน (ข้อมลู ณ วนั ท่ี 10 มถิ นุ ายน 2563)
จำนวนนกั เรยี น 14 มนี าคม พ.ศ. 2551
กอ่ ต้ัง มารช์ โรงเรยี นเตรยี มอุดมศกึ ษานอ้ มเกล้า
เพลง ฟ้าชมพู
สปี ระจำโรงเรยี น พระเกย้ี ว
ตราสัญลกั ษณ์ สิกเขน ชายเต ปญั ญา : ปญั ญาเกดิ เพราะการศึกษา
คตธิ รรม พระพทุ ธมิ่งมหามงคลบพติ ร
พระพทุ ธรูปประจำโรงเรยี น ความเป็นเลิศทางคุณธรรมจริยธรรม
ปรัชญาของโรงเรยี น ชงโค - เฟอ้ื งฟา้ ชมพู
ตน้ ไม้ประจำโรงเรียน 0-5547-9454
โทรศพั ท์ 0-5547-9455
โทรสาร http://www.tunu.ac.th/
เวบ็ ไซต์
ประวตั ขิ องโรงเรียนเตรยี มอุดมศกึ ษาน้อมเกลา้ อุตรดิตถ์
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าอุตรดิตถ์ ชื่อเดิม โรงเรียนอุตรดิตถ์วิทยา จัดตั้งขึ้นตาม
ประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522 ให้สร้างเป็นโรงเรียนประจำ
ตำบล บนพื้นที่สาธารณประโยชน์ของนิคมฯ ลำน้ำน่านอุตรดิตถ์ กรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งแต่เดิมใช้
เป็นที่เพื่อการเลี้ยงสัตว์ ของชาวบ้านตำบลผาจุก สภาตำบลและกรมประชาสงเคราะห์ ได้มอบที่ดิน
สร้างโรงเรยี น ครัง้ แรกจำนวน 133 ไร่ และได้จดั สรรเพ่ิมเติมจนในปัจจุบันมเี นื้อที่ ทงั้ หมด 154 ไร่ 3
งาน 40 ตารางวา โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนครั้งแรก ได้อาศัยสถานที่ของโรงเรียนวัดวังยาง
ในปีพ.ศ.2522 โดย นายปลาย สอดจันทร์ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดวังยางได้มอบอาคาร 1 หลัง
สำหรับจัดการสอนในระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 กรมสามัญศกึ ษาได้แต่งต้ังครใู หญใ่ ห้มาดำรงตำแหน่ง
คนแรกของโรงเรียนคอื นายสมเดจ็ โภชนจันทร์
เมื่อวนั ท่ี 14 มีนาคม พ.ศ. 2551 คณะกรรมการบริหารโรงเรียน คณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน รวมทั้งคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 เห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียน
อุตรดิตถ์วิทยาเป็น “โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าอุตรดิตถ์” โรงเรียนในเครือข่ายเตรียม
อุดมศึกษาน้อมเกล้า แห่งที่ 7 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กรมสามัญศึกษา
เดิม) กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่เลขที่ 227 หมู่ 1 ตำบลผาจุก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 53000
โทร 0-5547-9454 โทรสาร 0-5547-9455
โรงเรียนเตรียมอุดมศกึ ษานอ้ มเกล้าอุตรดิตถ์ มีพันธกิจ ในการจัดตั้งองค์กรคือ จัดการเรียน
การสอนให้ได้มาตรฐานตามหลักสูตร โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการศกึ ษา เป็นสื่อ
ในการจัดการเรียนรู้ จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้หลากหลาย ตามความถนัดและความสนใจของ
ผู้เรียน พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีมาตรฐาน ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว และสนองความต้องการ
ของผรู้ ับบรกิ าร จดั บรรยากาศ และพัฒนาสง่ิ แวดล้อมให้เอ้ือประโยชนต์ ่อการเรียนรู้ ปลกู ฝงั ใหผ้ ู้เรียน
มีคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะที่พึงประสงค์ และอนุรักษ์ความเป็นไทย ส่งเสริมให้ผู้เรยี นได้มีการ
แข่งขนั ความเปน็ เลศิ ทางด้านวชิ าการและงานอาชีพ มงุ่ สมู่ าตรฐานสากล
วิสัยทศั น์ (Vision)
พัฒนาความเปน็ เลิศด้านวชิ าการและคุณธรรม นอ้ มนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ตามมาตรฐานในระดบั สากล
พนั ธกิจ (Mission)
1. จดั ระบบการบรหิ ารจัดการศกึ ษาให้มีประสิทธิภาพตาม TQA
2. จดั การศกึ ษาให้ผู้เรยี นมคี วามรู้ไดม้ าตรฐานตามหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล
3. ปลกู ฝังให้ผู้เรียนมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
4. ส่งเสรมิ ทุกภาคส่วนใหม้ ีส่วนรว่ มในการจัดการศกึ ษา
เปา้ ประสงค์
1. สถานศกึ ษามจี ดั องค์กร โครงสรา้ ง ระบบการบริหารงานและพฒั นาองค์กรอย่างเป็นระบบ
ครบวงจรโดยใชส้ ถานศึกษาเป็นฐาน
2. สถานศึกษามีการจัดหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและกิจกรรม
อยา่ งหลากหลาย
3. สถานศึกษามีการสนับสนุนให้ใช้แหล่งการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และส่งเสริมการใช้
เทคโนโลยีเป็นเครอื่ งมือในการเรียนรู้
4. ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพเต็มตามศักยภาพ
5. ผเู้ รียนมผี ลสัมฤทธทิ์ างการเรียนทุกกลุม่ สาระการเรียนสงู ขึ้น
6. ผูเ้ รียนมีทักษะและความสามารถดา้ นภาษาอยา่ งน้อย 2 ภาษา
7. ผูเ้ รยี นมคี วามคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ มคี วามคิดอยา่ งวทิ ยาศาสตร์ คดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ คิด
วิเคราะห์แกป้ ญั หาและใช้ ICT เพอื่ การเรยี นรู้
8. ผู้เรียนมีทกั ษะและความสามารถในการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองและสามารถผลิตผลงานด้าน
ตา่ งๆดว้ ยตนเอง
9. ผเู้ รยี นมจี ติ สาธารณะ มีความรับผิดชอบต่อสงั คมและมีจติ สำนกึ ในส่ิงแวดลอ้ ม
10. ผเู้ รยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกับวิถชี วี ิต ศิลปวัฒนธรรม สถานภาพทางเศรษฐกจิ สังคม
ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
11. สถานศึกษามีการร่วมมือกันระหว่างชุมชนและหน่วยงานต่างๆ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ
การศึกษา
กลยทุ ธ์
กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับตามหลักสูตร และส่งเสริม
เทคโนโลยี เพื่อเป็นเครอ่ื งมอื ในการเรยี นรู้ พฒั นาคุณภาพและมาตรฐานการศกึ ษาทุกระดบั
กลยุทธท์ ่ี 2 พฒั นาครแู ละบุคลาการทางการศกึ ษาทง้ั ระบบ
กลยทุ ธ์ท่ี 3 พฒั นาคณุ ภาพผูเ้ รียนใหม้ คี วามรตู้ ามหลกั สตู ร
กลยทุ ธ์ที่ 4 ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
กลยุทธ์ที่ 5 ปลูกฝังคุณธรรม ความสำนึกในความเป็นชาติไทยเป็นชาติไทยและวิธีชีวิตตาม
หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กลยุทธ์ที่ 6 พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษาตามแนวทางการกระจายอำนาจ
เนน้ การมสี ว่ นรว่ มทกุ ภาคส่วน
สว่ นที่ 2 โครงการสอน
ชีววทิ ยา 1 คำอธิบายรายวิชา กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 รหสั วิชา ว30241 จำนวน 1.5 หน่วยกติ
เวลา 60 ช่ัวโมง
ศึกษาเกี่ยวกับลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิตการศึกษาชีววิทยาโดยอาศัยวิธีการทาง
วิทยาศาสตร์การนำความรู้เกี่ยวกับชีววิทยามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันโครงสร้างและหน้าที่ของ
สารเคมที เ่ี ปน็ องคป์ ระกอบในเซลลข์ องสงิ่ มีชีวิตปฏิกริ ิยาเคมใี นเซลลข์ องสิง่ มีชีวิตโครงสร้างและหน้าที่
ของส่วนประกอบของเซลล์การแพร่การออสโมซิสการแพร่แบบฟาซิลิเทตแอกทีฟทรานสปอร์ตการ
ลำเลียงสารโมเลกุลใหญ่ การแบง่ เซลล์ และการหายใจระดับเซลล์
โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์กระบวนการสืบเสาะหาความรู้การสืบค้ นข้อมูลการ
สังเกตการวิเคราะห์การทดลอง การอภิปรายการอธิบายและสรุปเพื่อให้เกิดความรู้ความคิดความ
เข้าใจมคี วามสามารถในการตดั สินใจส่ือสารส่ิงทีเ่ รียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวันมี
จิตวทิ ยาศาสตร์ มคี ุณธรรมและจริยธรรม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบาย และสรปุ สมบตั ทิ ี่สำคญั ของส่ิงมีชวี ติ และความสัมพนั ธ์ของการจัดระบบในส่ิงมีชีวิตท่ี
ทำใหส้ ่งิ มีชวี ิตดำรงชีวติ อยไู่ ด้
2. อภิปรายและบอกความสำคัญของการระบุปัญหา ความสำคญั ระหว่างปญั หา สมมตฐิ าน และ
วธิ ีการตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมทง้ั ออกแบบการทดลองเพ่ือทดสอบสมมติฐาน
3. สบื ค้นขอ้ มลู อภปิ รายเก่ยี วกับสมบัตขิ องนำ้ และบอกความสำคัญของน้ำที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ
ยกตวั อยา่ งธาตุชนิดต่างๆ ที่มคี วามสำคญั ต่อร่างกายสงิ่ มีชีวิต
4. สืบค้นข้อมูล อภิปรายโครงสร้างของคาร์โบไฮเดรต ระบุกลุ่มของคาร์โบไฮเดรต รวมท้ัง
ความสำคญั ของคาร์โบไฮเดรตที่มตี ่อสงิ่ มีชีวติ
5. สบื คน้ ข้อมลู อธบิ ายโครงสรา้ งของโปรตีน และความสำคญั ของโปรตนี ท่มี ตี อ่ ส่งิ มีชีวติ
6. สืบค้นขอ้ มลู อธบิ ายโครงสรา้ งของลิพิด และความสำคัญของลิพดิ ท่ีมีตอ่ ส่ิงมชี ีวิต
7. อธบิ าย โครงสร้างของกรดนิวคลีอิก และระบชุ นดิ ของกรดนิวคลอี กิ และความสำคัญของกรด
นวิ คลีอิกท่ีมตี อ่ ส่งิ มีชีวิต
8. สืบค้นขอ้ มลู และอธบิ ายปฏิกิริยาเคมที เ่ี กิดขน้ึ ในส่ิงมชี วี ติ
9. อธิบายการทำงานของเอนไซม์ในการเรง่ ปฏิกิรยิ าเคมีในส่ิงมีชวี ิตและระบุปัจจัยท่ีมีผลต่อการ
ทำงานของเอนไซม์
10. บอกวิธกี ารและเตรยี มตวั อยา่ งส่งิ มีชีวิตเพือ่ ศึกษาภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสง วดั ขนาด
โดยประมาณและวาดภาพท่ีปรากฏภายใตก้ ล้อง บอกวธิ กี ารใช้ และการดูแลรักษากลอ้ งจลุ ทรรศนใ์ ช้
แสงทีถ่ กู ต้อง
11. อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าทข่ี องส่วนทหี่ ่อหุ้มเซลลข์ องเซลล์พชื และเซลล์สัตว์
12. สืบคน้ ข้อมูล อภิปราย และระบุชนิดและหนา้ ทขี่ องออร์แกเนลล์
13. อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของนิวเคลยี ส
14. อภปิ รายและเปรยี บเทยี บการแพร่ ออสโมซิส การแพรแ่ บบฟาซลิ ิเทต
และแอกทีฟทรานสปอร์ต
15. สืบค้นขอ้ มลู อธิบาย และเขียนแผนภาพการลำเลยี งสารโมเลกุลใหญอ่ อกจากเซลล์โดย
กระบวนการเอกโซไซโทซสิ และการลำเลียงสารโมเลกลุ ใหญ่เขา้ สเู่ ซลลโ์ ดยกระบวนการเอนโดไซโทซสิ
16. สังเกตการแบ่งนิวเคลยี สแบบไมโทซิสและแบง่ ไมโอซิสจากตัวอยา่ งภายใตก้ ล้องจลุ ทรรศน์
พรอ้ มท้ังอธบิ ายและเปรยี บเทียบการแบ่งนวิ เคลยี สแบบไมโทซสิ และไมโอซสิ
17. อธิบาย เปรยี บเทยี บ และสรุปขนั้ ตอนการหายใจระดบั เซลลใ์ นภาวะที่มีออกซเิ จนเพยี งพอ
และภาวะที่มีออกซเิ จนไม่เพียงพอ
รวมท้ังหมด 17 ผลการเรยี นรู้
ตารางโครงสร้างหลกั สูตร รายวิชา ชีววิทยา 1 รหสั วชิ า ว30241
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ตามหลักสตู รโรงเรยี นเตรยี มอดุ มศึกษานอ้ มเกลา้ อุตรดิตถ์
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ เวลา 60 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น
หนว่ ย ช่ือหน่วย ผลการ สาระสำคัญ สาระการเรยี นรู้ จำนวน นำ้ หนัก
การ เรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
เรียนรู้
1 การศึกษา 1-2 สิง่ มชี วี ิตมีการ 1. ส่งิ มชี ีวติ คอื 15 15
ชีววทิ ยา สืบพันธุ์ มีความตอ้ งการ อะไร
สารอาหารและพลังงาน 2. ชีววทิ ยาคอื
มกี ารเจริญเตบิ โต มีอายขุ ยั อะไร
และมีขนาดจำกัด สามารถ 3. ชวี วิทยากับ
ตอบสนองตอ่ ส่ิงเรา้ มีการ การดำรงชีวิต
รกั ษาดุลยภาพของร่างกาย 4. ชวี จรยิ ธรรม
มีลกั ษณะจำเพาะและมกี าร 5. กระบวนการ
จัดระบบตัง้ แต่ระดบั เซลล์ไป ทางวิทยาศาสตร์
จนถึงกล่มุ สิ่งมชี วี ติ 6. การศึกษาสะ
การศึกษาชวี วทิ ยา เตม็ ศึกษา
คือ เปน็ การศึกษาวิจัย
ทางดา้ นชีววทิ ยา เปน็
การศึกษาเก่ยี วกบั สิง่ มชี ีวติ ทง้ั
ทางตรงและทางอ้อม มกี าร
คน้ ควา้ วิจัย ทดลองอยู่
ตลอดเวลา การสังเกตเป็น
ทักษะสำคญั ที่นำไปสู่การตั้ง
ปัญหาและรวบรวมข้อมลู ทำ
ใหเ้ กดิ การค้นพบความรูท้ าง
ชีววิทยา นกั ชีววทิ ยาใช้
วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์ใน
การศกึ ษาซง่ึ ประกอบดว้ ย
การกำหนดปัญหา การ
ตงั้ สมมติฐาน การเก็บ
รวบรวมขอ้ มลู และการ
วิเคราะห์และลงขอ้ สรุป
หน่วย ช่อื หน่วย ผลการ สาระสำคัญ สาระการเรยี นรู้ จำนวน นำ้ หนัก
การ เรยี นรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน
เรียนรู้
2 เคมีทีเ่ ปน็ 3-9 ในร่างกายของคน 1. สารอนินทรยี ์ 14 15
พน้ื ฐาน ประกอบด้วยสารเคมี 2 (นำ้ และแรธ่ าตุ)
ของ ประเภท ไดแ้ ก่ 2. สารอินทรยี ์
สงิ่ มชี ีวติ สารอนินทรีย์ และสารอินทรีย์ (คารโ์ บไฮเดรต)
สารอนินทรียท์ สี่ ำคัญ คอื น้ำ 3. สารอินทรีย์
และแรธ่ าตุบางชนดิ (โปรตีน)
ในรา่ งกายมนี ำ้ เปน็ องศ์ 4. สารอินทรยี ์
ประกอบที่พบมากท่ีสดุ น้ำ (ลพิ ิด)
เปน็ ตวั ทำละลายที่ดี ชว่ ย 5. สารอินทรีย์
ลำเลียงสารตา่ งๆไปท่วั (กรดนิวคลีอิก
ร่างกายสารอินทรยี ม์ ีธาตุ และวติ ามิน)
คาร์บอนและธาตุไฮโดรเจน 6. ปฏิกริ ยิ าเคมี
เปน็ องศ์ประกอบหลกั ภายในเซลล์
สารอินทรีย์ท่ีพบมากใน
ส่ิงมีชวี ิตมี 4 กลุม่ ไดแ้ ก่
คารโ์ บไฮเดรต โปรตีน ลิพิด
และกรดนิวคลีอิก สารเหลา่ นี้
เปน็ โครงสร้างของเซลล์ช่วย
ให้ร่างกายเจริญเติบโต เปน็
สารทีใ่ ห้พลังงาน
กรดนวิ คลอี กิ ทำหน้าทเ่ี ก็บ
และถา่ ยทอดขอ้ มลู ทาง
พันธุกรรม นอกจากนย้ี ังมี
วติ ามนิ ซ่งึ ไม่ให้พลังงาน แต่
ร่างกายจำเปน็ ต้องไดร้ บั จึงจะ
ดำรงชีวิตไดอ้ ยา่ งปกติ
ปฏิกิริยาเคมใี นเซลล์ของ
สง่ิ มชี วี ติ มี 2 ประเภท คอื
ปฏิกริ ิยาคายพลงั งาน และ
ปฏกิ ิรยิ าดูดพลังงาน ปฏกิ ริ ยิ า
เหลา่ นี้จำเปน็ ตอ้ งอาศัย
เอนไซม์ช่วยเร่งการ
เกดิ ปฏิกริ ยิ า ความเป็นกรด-
เบส อุณหภูมิ ความเขม้ ข้น
ของสารต้ังต้น และความ
เข้มข้นของเอนไซม์ มีผลต่อ
ปฏิกิริยาต่างๆ ในเซลล์
สอบกลางภาค 1 20
หน่วย ชื่อหน่วย ผลการ สาระสำคัญ สาระการเรยี นรู้ จำนวน น้ำหนกั
การ เรยี นรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน
เรียนรู้
3 เซลล์และ 10-17 กล้องจลุ ทรรศนเ์ ปน็ เคร่ืองมือ 1. กลอ้ ง 30 30
การ สำคญั ในการศึกษาชวี วทิ ยา จุลทรรศน์
ทำงาน เพราะใช้ขยายสิง่ ท่เี ล็ก ๆ ให้ 2. เซลลแ์ ละ
ของเซลล์ สามารถสังเกตอยา่ งชัดเจน โครงสรา้ งและ
จำแนกเปน็ 2 แบบคือ กลอ้ ง หนา้ ทีข่ องเซลล์
จุลทรรศนแ์ บบใช้แสง 3. การลำเลยี ง
ประกอบด้วยเลนส์ใกล้วตั ถุ สารเข้าและออก
เลนสใ์ กล้ตา แหล่งกำเนิดแสง จากเซลล์
ไดอะแฟรมปรบั ความเขม้ แสง 4. การหายใจ
ปุ่มปรบั ภาพหยาบและป่มุ ระดบั เซลล์
ปรับภาพละเอียด กล้อง 5. การแบ่งเซลล์
จุลทรรศน์อเิ ล็กตรอนมี 2
แบบคอื กล้องจุลทรรศน์ 1 20
อเิ ล็กตรอนแบบส่องผา่ น กับ 60 100
กล้องจลุ ทรรศน์อิเลก็ ตรอน
แบบส่องกราด
เซลลเ์ ป็นหนว่ ยพน้ื ฐาน
ท่ีเลก็ ท่ีสดุ ของส่ิงมชี วี ิต
โครงสรา้ งของเซลล์
ประกอบดว้ ย สว่ นท่ีห่อหุ้ม
เซลล์ ไซโทพลาซมึ และ
นิวเคลียส เซลลม์ ีรูปร่างท่ี
แตกตา่ งกนั สว่ นมากมีขนาด
เลก็ มากมองไมเ่ หน็ ดว้ ยตา
เปลา่ จึงตอ้ งอาศยั กลอ้ ง
จลุ ทรรศน์ช่วยในการศึกษา
เซลล์ประกอบข้ึนเป็นเนื้อเย่ือ
เนือ้ เยอ่ื ประกอบขนึ้ เปน็
อวยั วะ อวยั วะต่างๆประกอบ
เป็นระบบ และระบบตา่ งๆ
ทำงานประสานกนั เพื่อรักษา
ดุลยภาพของรา่ งกายให้
ดำรงชีวิตอยไู่ ด้ เซลลท์ ี่เกดิ
จากการแบ่งเซลล์บางเซลลจ์ ะ
มีการเปล่ยี นแปลงสภาพไป
ทำหน้าทีเ่ ฉพาะอย่าง เซลล์ท่ี
เจรญิ เตบิ โตเตม็ ทีม่ ี การชรา
ภาพทำให้ร่างกายเส่อื มสภาพ
และตายในทส่ี ดุ
สอบปลายภาค
รวม
โครงสร้างการสอนระยะยาว
รหสั วชิ า ว30241 ชวี วทิ ยา 1 (เพิม่ เติม) กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลา 60 ช่ัวโมง
สัปดาห์ท่ี ชอ่ื แผนการจัดการเรียนรู้ เวลา(ช่ัวโมง)
15
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรอื่ ง การศึกษาชีววิทยา 2
1
1 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 ลกั ษณะสำคัญของสิง่ มชี ีวิต 2
2
1 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 ลักษณะท่สี ำคญั ของสิ่งมีชีวิต (ตอ่ ) 1
14
2 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 ชวี วิทยากับการดำรงชวี ติ 2
6
2-3 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 การศกึ ษาชีววิทยา
6
3 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5 การศกึ ษาชวี วิทยา (ต่อ) 1
30
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 เร่ือง เคมีทเ่ี ปน็ พ้นื ฐานของสิ่งมีชีวิต 6
4
3-4 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 6 สารอนนิ ทรีย์ (นำ้ และแร่ธาต)ุ 6
6
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 7 สารอินทรยี ์ (คาร์โบไฮเดรต) 8
1
4-8 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8 สารอินทรยี ์ (โปรตนี ) 60
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 9 สารอินทรยี ์ (ลิพิด)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 สารอนิ ทรยี ์ (กรดนิวคลีอิกและวติ ามนิ )
8-10 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 11 ปฏิกริ ยิ าเคมีภายในเซลล์
10 สอบกลางภาค
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 เรอ่ื ง เซลลแ์ ละการทำงานของเซลล์
11-12 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 12 กลอ้ งจลุ ทรรศน์
12-13 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 13 โครงสรา้ งและหน้าที่ของเซลล์
14-15 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14 การลำเลยี งสารเข้าและออกจากเซลล์
16-17 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 15 การหายใจระดับเซลล์
18-19 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 16 การแบ่งเซลล์
20 สอบปลายภาค
รวม
การวดั และประเมนิ ผล
คะแนนรวมทง้ั ส้ิน 100 คะแนน คดิ เป็น 100 %
คะแนนเกบ็ ระหวา่ งเรียน : สอบกลางภาค: สอบปลายภาค = 60 : 20 : 20
สามารถสรปุ ได้ดังตาราง
หน่วยการ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ เวลาเรยี น คะแนนเกบ็
(ชว่ั โมง) (%)
เรียนรทู้ ี่ 15
15 15
1 ธรรมชาติของสิง่ มชี ีวติ และการศกึ ษา ชีววิทยา 14 20
1 30
2 เคมีเป็นพน้ื ฐานของส่งิ มชี ีวิต 30 20
1 100
สอบกลางภาค 60
3 เซลลแ์ ละการทำงานของเซลล์
สอบปลายภาค
รวมชั่วโมง / คะแนนเกบ็ ระหว่างเรียน
หมายเหตุ - นักเรียนตอ้ งเข้าเรยี นไม่น้อยกวา่ 80 เปอรเ์ ซน็ ต์ของเวลาเรยี น
- ขาดเรยี นไดไ้ ม่เกิน 3 ครง้ั หากนกั เรียนจำเปน็ ต้องขาดเรยี นจะต้องสง่
ใบลาทกุ ครั้ง และมลี ายเซน็ ผปู้ กครองรับทราบดว้ ย
- เขา้ ห้องเรยี นชา้ กวา่ ตารางเรยี น 10 นาที ถือวา่ นักเรียนมาเข้าเรยี นสาย
และถ้ามาเรยี นสายเกิน 2 ครั้ง ถอื วา่ ขาดเรยี น
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซ่ือสตั ย์ สุจรติ
3. มีวินัย
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
6. มงุ่ มั่นในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจติ สาธารณะ
เกณฑ์การการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ เปน็ 4 ระดบั คือ ดเี ย่ยี ม (3) ดี (2)
พอใช้ (1) และปรบั ปรงุ (0) ดังนี้
ระดับผลการประเมนิ ศกั ยภาพของผู้เรยี น
ดเี ยย่ี ม ผู้เรยี นมคี ุณลักษณะในการปฏิบัตจิ นเปน็ นิสยั มวี ินัยในตนเอง และ
(3) นำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพ่ือประโยชน์สุขของตนเองและสังคม
ดี ผู้เรยี นมีคุณลักษณะในการปฏบิ ัติตามกฎเกณฑเ์ พอื่ ใหเ้ ปน็ ทยี่ อมรบั ของ
(2) สังคม
พอใช้ ผเู้ รียนรับรแู้ ละปฏบิ ัตติ ามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
(1)
ปรบั ปรุง ผเู้ รยี นไม่ปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑ์และเง่ือนไขที่กำหนด
(0)
** เกณฑ์การผา่ น ตั้งแตร่ ะดับดขี ึ้นไป
การอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียน
1. สามารถคดั สรรสือ่ ทต่ี อ้ งการอ่านเม่อื หาขอ้ มูลสารสนเทศได้ตามวัตถปุ ระสงค์ สามารถสร้าง
ความเข้าใจ
2. สามารถจับประเดน็ สำคัญ และประเด็นสนบั สนนุ โต้แยง้
3. สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์ ความสมเหตสุ มผล ความน่าเช่อื ถอื ลำดับความ และความเป็นไป
ได้ของเรือ่ ง
4. สามารถสรปุ คุณค่า แนวคิด แง่คิด ทีไ่ ด้จากการอา่ น
5. สรุป อภิปราย ขยายความ แดงความคิดเหน็ โตแ้ ยง้ สนับสนนุ โนม้ นา้ ว
โดยการเขียนส่อื สาร
เกณฑ์การประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนเป็น 4 ระดับคือ ดีเยีย่ ม (3) ดี (2)
พอใช้ (1) และปรับปรงุ (0) ดังน้ี
ระดับผลการประเมิน ศักยภาพของผเู้ รียน
ดเี ย่ียม ผู้เรยี นแสดงความสามารถในการอา่ น การคดิ
(3) วเิ คราะห์ และการเขยี นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ครบถว้ นตามเกณฑท์ ี่กำหนด (รอ้ ยละ 80 ขน้ึ ไป )
ดี ผเู้ รียนแสดงความสามารถในการอา่ น การคิด
(2) วิเคราะห์ และการเขยี นได้อย่างชดั เจน แมจ้ ะมี
ขอ้ ผิดพลาดบา้ งเล็กน้อย (ร้อยละ 60-79 )
พอใช้ ผู้เรียนแสดงความสามารถในการอ่าน การคิด
(1) วิเคราะห์ และการเขยี นไดผ้ ่านเกณฑ์ขน้ั ตำ่ ที่
กำหนด (รอ้ ยละ 50-59 )
ปรับปรุง ผู้เรียนอา่ น คิดวเิ คราะห์ หรือเขียนได้ตำ่ กว่าเกณฑ์
(0) ข้นั ท่ีกำหนด (ต่ำกว่าร้อยละ 50 )
** เกณฑ์การผ่าน ตั้งแต่ระดับดีขน้ึ ไป
เกณฑก์ ารตัดสนิ ผลการเรยี น ผลการเรียน
0
ชว่ งคะแนน 1
0 – 49 1.5
50 – 54 2
55 – 59 2.5
61 – 64 3
65 – 69 3.5
70 – 74 4
75 – 79
80 – 100