The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชาทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ ๓๐๐๐๐-๑๑๐๑

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by JC Jeeyawan, 2022-08-20 12:45:38

หน่วยที่ ๕ การพูดในงานอาชีพ

วิชาทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ ๓๐๐๐๐-๑๑๐๑

การพูดเป็ นการส่ือสารท่ีมีบทบาทท้งั ในชีวิตประจาํ วนั
และในงานอาชีพทุกอาชีพจาํ เป็ นต้องส่ือสารด้วยการพูด
เพราะเป็นวธิ ีการสื่อสารท่ีง่าย สะดวก รวดเร็วท่ีสุด การศึกษา
เกี่ยวกบั วิธีการพูดในรูปแบบท่ีเก่ียวขอ้ งกบั งานอาชีพจึงเป็ น
เรื่องจาํ เป็น

๑ ความหมายและความสําคญั ของการพดู ในงานอาชีพ

การพูดในงานอาชีพ คือ การพูดท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั งานอาชีพที่ปฏิบตั ิ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธ์ิ
ตามจุดมุ่งหมายท้งั แบบเป็ นทางการและไม่เป็ นทางการ เช่น การสนทนา เจรจากิจธุระ
การสัมภาษณ์ การพูดเชิญชวนการโฆษณาสิ นค้าและบริ การ การพูดรายงานผล
การปฏิบตั ิงาน การพดู สาธิต

๒ การสนทนา

การสนทนา เป็นการพูดที่เราใชม้ ากที่สุดในชีวิตประจาํ วนั การสนทนาท่ีดีนอกจากจะ
สร้างและกระชับความสัมพันธ์กับบุคคลอ่ืนแล้วยงั มีส่วนช่วยให้งานอาชีพประสบ
ความสาํ เร็จไดเ้ ป็นอยา่ งดี

๒.๑ ลกั ษณะของการสนทนาทดี่ ี

การสนทนาที่ดีควรมีลกั ษณะดงั น้ี

๒.๑.๑ เป็ นเร่ืองทม่ี ปี ระโยชน์แก่ทุกฝ่ าย
การหมนั่ ศึกษาหาความรู้รอบตวั ยอ่ มทาํ ใหส้ ามารถเลือกเร่ืองที่มีสารประโยชน์

มาสนทนาไดอ้ ยา่ งหลากหลาย โดยไม่ทาํ ใหค้ ู่สนทนาเบื่อหน่าย

๒.๑.๒ เป็ นเร่ืองทคี่ ู่สนทนามคี วามสนใจร่วมกนั
ซ่ึงจะทาํ ใหก้ ารสนทนามีรสชาติและเป็นการสร้างความสมั พนั ธ์ท่ีดี

๒.๑.๓ ผู้ร่วมวงสนทนามโี อกาสได้พดู โดยทว่ั ถงึ
ทาํ ใหท้ ุกคนมีความสนใจร่วมกนั

๒.๑.๔ ก่อให้เกดิ ความเข้าใจอนั ดตี ่อกนั
ผสู้ นทนาควรจะยอมรับฟังความคิดเห็นของคู่สนทนา ไม่ยดึ มนั่ แต่ความคิดเห็นของตน

ความเขา้ ใจอนั ดีจึงจะเกิดข้ึน

๒.๑.๕ ถูกต้องเหมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
การสนทนาที่ดีตอ้ งเหมาะสมกบั โอกาส สถานการณ์และบุคคลที่ร่วมสนทนา เช่น

การสนทนากบั เพ่ือนร่วมงาน สนทนากบั หัวหนา้ งาน สนทนากบั ลูกคา้ ฯลฯ ในโอกาส
ต่างกนั เช่น การประชุม งานสังสรรค์ การเสนอผลงาน ฯลฯ ยอ่ มมีรูปแบบและวิธีการใช้
ภาษาที่แตกต่างกนั

๒.๒ ประโยชน์ของการสนทนาทด่ี ี

การสนทนาที่ดีนอกจากจะเป็ นการสร้างและกระชบั ความสัมพนั ธ์ที่ดีต่อกนั แลว้
ยงั มีประโยชน์ต่องานอาชีพดงั น้ี

๒.๒.๑ เป็ นเรื่องทม่ี ปี ระโยชน์แก่ทุกฝ่ าย
การหมน่ั ศึกษาหาความรู้รอบตวั ยอ่ มทาํ ใหส้ ามารถเลือกเร่ืองที่มีสารประโยชน์

มาสนทนาไดอ้ ยา่ งหลากหลาย โดยไม่ทาํ ใหค้ ู่สนทนาเบื่อหน่าย

๒.๒.๒ เป็ นการฝึ กฝนสตปิ ัญญา
การสนทนาที่ดีน้นั เราตอ้ งใชค้ วามคิดอยา่ งรวดเร็วตลอดเวลา เพ่ือจบั ใจความและโตต้ อบ

จึงเป็นการฝึกปัญญาใหแ้ หลมคม มีไหวพริบปฏิภาณเพิ่มข้ึน

๒.๒.๓ ช่วยส่งเสริมให้ประสบความสําเร็จในงานอาชีพ
ซ่ึงตอ้ งอาศยั ความสามารถในการสนทนาอยา่ งมาก

๒.๒.๔ เป็ นเครื่องนําทางไปสู่การได้ประโยชน์โดยไม่คาดหมาย
การสนทนาท่ีดีอาจทาํ ใหเ้ ราไดร้ ับประโยชน์โดยมิไดค้ าดหมายมาก่อน เช่น ไดช้ ่องทางใน

การทาํ งาน ไดท้ ราบขอ้ เท็จจริงท่ีนาํ ไปใชป้ ระโยชน์แก่อาชีพ มองเห็นลู่ทางในการแกป้ ัญหา
ของตนจากการช้ีแนะของคู่สนทนา เป็นตน้

๒.๓ ข้อควรคาํ นึงในการสนทนา

การสนทนาที่ดีนอกจากจะเป็ นการสร้างและกระชบั ความสัมพนั ธ์ที่ดีต่อกนั แลว้
ยงั มีประโยชนต์ ่องานอาชีพดงั น้ี

๒.๓.๑ ยมิ้ แย้มแจ่มใส
ท่าทางเป็นมิตร เป็นกนั เอง สุภาพท้งั คาํ พดู และกิริยาท่าทาง

๒.๓.๒ ไม่พูดทบั ถม
คุยโวโออ้ วด หรือยกตนข่มท่าน ไม่พดู ขดั คอ หรือขดั จงั หวะอยา่ งเสียมารยาท

๒.๓.๓ ต้ังใจฟังคู่สนทนาและซักถามอย่างเหมาะสม
ไม่ผกู ขาดการพดู เพียงคนเดียวต้งั แต่ตน้ จนจบ

๒.๓.๔ เลือกคุยเรื่องทคี่ ู่สนทนาพอใจ
สงั เกตปฏิกิริยาของคู่สนทนาวา่ พอใจในเรื่องท่ีกาํ ลงั พดู อยู่

หรือเขา้ ใจเรื่องที่เราพดู หรือไม่ และไม่ควรซกั ถามเซา้ ซ้ีกวนใจ

๒.๓.๕ เป็ นผู้ฟังทดี่ ี ยอมรับฟังความคดิ เห็นของคู่สนทนา
เปิ ดโอกาสให้คู่สนทนาแสดงความคิดเห็นมากที่สุด ไม่หัวเราะเยาะหรือแสดงความ

ขบขนั เม่ือคู่สนทนาพดู ผดิ

๒.๓.๖ พูดคุยในเร่ืองทค่ี วรพดู
พดู ถึงคนอื่นในแง่ดี ไม่คุยเรื่องส่วนตวั ของตนเองตลอดเวลา ขณะเดียวกนั กไ็ ม่ถามเรื่อง

ส่วนตวั ของคู่สนทนาหากไม่สนิทกนั มากพอ เพราะเป็นการเสียมารยาท

๒.๓.๗ หากมคี วามคดิ เห็นขดั แย้งกบั คู่สนทนา
ควรขดั แยง้ อยา่ งสุภาพละมุนละม่อม โดยใชเ้ หตุผลเพ่อื รักษามิตรภาพ เช่น

๒.๓.๘ หากต้องการปลกี ตัวจากการสนทนา
ควรหาเหตุผลที่เหมาะสม และแสดงให้คู่สนทนารู้ว่าอยากคุยดว้ ยในโอกาสต่อไป

เช่น

๒.๔ การแนะนําคู่สนทนา

การแนะนําตัวในการสนทนาถ้าไม่รู้จักกันมาก่อน อาจมีคนกลางแนะนํา
หรือแนะนาํ ตวั เองกไ็ ดโ้ ดยมีหลกั ดงั น้ี

๒.๔.๑ การแนะนําตัวเอง
บอกชื่อ อาชีพ เพ่ือให้อีกฝ่ ายหน่ึงรู้จักเรา และเขาจะได้แนะนําตัวเองบ้าง

เช่น

๒.๔.๒ ถ้าเป็ นผู้อาวุโสและผู้อ่อนอาวุโส
ใหแ้ นะนาํ ผอู้ ่อนอาวโุ สรู้จกั กบั ผอู้ าวโุ ส เช่น

๒.๔.๓ ถ้าเป็ นสุภาพสตรีกบั สุภาพบุรุษ
แนะนําสุภาพบุรุ ษให้รู้จักสุภาพสตรี หากน่ังอยู่สุภาพสตรี ไม่ต้องลุกข้ึนยืน

แต่สุภาพบุรุษควรจะยนื ข้ึนหากมีผแู้ นะนาํ ใหร้ ู้จกั กบั สุภาพสตรี เช่น

๓ การเจรจากจิ ธุระ

ในการติดต่อธุรกิจการงานต่าง ๆ บางคร้ังอาจตอ้ งมีการพบปะเพ่ือเจรจากบั บุคคลที่อยู่
ในแวดวงอาชี พเดี ยวกันหรื อต่างอาชี พเพื่อผลประโยชน์หรื อเพื่อความสําเร็ จของการ
ปฏิบตั ิงาน การเจรจากิจธุระเป็นการพดู ที่เป็นการเป็นงานกวา่ การสนทนา การเจรจากิจธุระ
มีขอ้ ควรปฏิบตั ิดงั น้ี

๓.๑ นัดหมายเวลาและสถานทใี่ ห้แน่นอน

ถา้ มีการเปลี่ยนแปลงหรือจะยกเลิกการนดั หมายตอ้ งแจง้ ใหท้ ราบล่วงหนา้ พร้อมท้งั
ขออภยั อีกฝ่ ายหน่ึงดว้ ย

๓.๒ กาํ หนดจุดประสงค์

หรือเป้าหมายใหช้ ดั เจน พดู ตรงประเดน็ ไม่ออ้ มคอ้ มในการเจรจา

๓.๓ มที ่าทเี ป็ นมติ ร

หนา้ ตายมิ้ แยม้ แสดงอธั ยาศยั ไมตรีและความจริงใจ

๓.๔ ไม่เอาแต่ประโยชน์ตน

หากเป็ นการขอความช่วยเหลือควรอยบู่ นพ้ืนฐานของความเป็นไปไดแ้ ละไม่สร้าง
ความลาํ บากใหอ้ ีกฝ่ าย หากเป็นขอ้ ตกลงควรทาํ ใหเ้ กิดความพอใจท้งั สองฝ่าย

๓.๕ เปิ ดโอกาสให้คู่เจรจาแสดงความคดิ

แสดงเหตุผลอยา่ งเสรีไม่วา่ จะเห็นดว้ ยหรือไม่กต็ าม

๓.๖ ยอมรับฟังความคดิ เห็นของคู่สนทนาด้วยใจทเี่ ป็ นกลาง

ถา้ โตแ้ ยง้ ควรใชเ้ หตุผลเป็นท่ีต้งั อยา่ ใชแ้ ต่อารมณ์ ท่ีสาํ คญั ไม่ใชถ้ อ้ ยคาํ รุนแรง หว้ น
กระดา้ งอนั จะทาํ ให้เสียไมตรี เพราะแมว้ ่าการเจรจาคร้ังน้ีอาจไม่ประสบความสําเร็จ
แต่ยงั มีโอกาสคร้ังต่อไป

๔ การสัมภาษณ์

การสัมภาษณ์มีลกั ษณะเป็ นการสนทนาซักถามอย่างมีจุดมุ่งหมายเฉพาะประการใด
ประการหน่ึงระหวา่ งบุคคลสองฝ่ ายเพ่ือนาํ ขอ้ มูลความรู้ท่ีไดไ้ ปใชป้ ระโยชน์ในการเผยแพร่
แก่วงการศึกษาวงสังคมต่าง ๆ หรือเพ่ือผลทางธุรกิจ ผูเ้ ขา้ รับการสัมภาษณ์ตอ้ งเตรียมความ
พร้อมในดา้ นบุคลิกภาพและความรู้ใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์

๔.๑ ความหมาย

การสัมภาษณ์ คือการสนทนาระหว่างบุคคลสองฝ่ าย โดยคู่สนทนาฝ่ ายหน่ึงคือ
“ผสู้ ัมภาษณ์” ขอใหค้ ู่สนทนาอีกฝ่ ายหน่ึงคือ “ผใู้ หส้ มั ภาษณ์” ตอบคาํ ถาม หรือแสดง
ความคิดเห็นในเรื่องใดเร่ืองหน่ึงตามวตั ถุประสงคห์ รือเคา้ โครงเร่ืองที่วางไว้

๔.๒ ข้อแตกต่างระหว่างการสัมภาษณ์กบั การสนทนาทว่ั ไป

การแนะนําตัวในการสนทนาถ้าไม่รู้จักกันมาก่อน อาจมีคนกลางแนะนํา
หรือแนะนาํ ตวั เองกไ็ ดโ้ ดยมีหลกั ดงั น้ี

๔.๒.๑ การสัมภาษณ์ต้องมกี ารเตรียมตวั ล่วงหน้าในเรื่องต่าง ๆ
เช่น การนดั หมายผใู้ หส้ มั ภาษณ์ กาํ หนดวนั เวลา และสถานที่ การต้งั คาํ ถาม ฯลฯ

๔.๒.๒ มกี ารต้งั จุดมุ่งหมายและวางเค้าโครงเรื่องไว้แน่นอน
ส่วนการสนทนาอาจข้ึนอยกู่ บั สถานการณ์และความสนใจร่วมกนั

๔.๒.๓ ผลทไ่ี ด้จากการสัมภาษณ์
อาจนําไปใช้อ้างอิง ใช้เพ่ือประโยชน์ในการศึกษา หรือเปิ ดเผยต่อสาธารณชน

หากมิใช่เร่ืองที่เป็นความลบั ส่วนตวั หรืออาจก่อใหเ้ กิดผลเสียหายต่อผใู้ หส้ มั ภาษณ์

๔.๓ ประเภทของการสัมภาษณ์

การสมั ภาษณ์แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ

๔.๓.๑ การสัมภาษณ์แบบเป็ นพธิ ีการ (Formal Interview)
คือ การสัมภาษณ์ที่มีการกาํ หนดหวั ขอ้ คาํ ถาม กาํ หนดวตั ถุประสงค์ กาํ หนดสถานที่

ตลอดจนมีการนดั หมายล่วงหนา้

๔.๓.๒ การสัมภาษณ์แบบไม่เป็ นพธิ ีการ (Informal Interview)
คือ การสัมภาษณ์ที่เป็ นกนั เองหรือเป็ นการส่วนตวั ไม่ตอ้ งเตรียมตวั มาก เพียงแต่

เตรียมจุดประสงคข์ องการสมั ภาษณ์และคาํ ถามไวล้ ่วงหนา้



๔.๔ การสัมภาษณ์เพื่อสมคั รเข้าทาํ งาน

ในการคัดเลือกบุคคลเข้าทํางาน นอกจากสอบข้อเขียนจะมีการสอบสัมภาษณ์
เพื่อดูบุคลิกภาพปฏิภาณไหวพริบและอุปนิสัยของผูส้ มคั รดว้ ย ดงั น้นั ควรเตรียมตวั ในการ
สอบสมั ภาษณ์ดงั น้ี

๔.๔.๑ ก่อนสัมภาษณ์
ควรเตรียมตวั และเรียนรู้มารยาทที่พงึ ปฏิบตั ิ ไดแ้ ก่

๔.๔.๒ ขณะสัมภาษณ์
ควรปฏิบตั ิดงั น้ี ตอบคาํ ถามใหต้ รงประเดน็ ไดใ้ จความกระชบั ชดั เจน



๕ การพูดเชิญชวน

การพูดเชิญชวนมกั จะบอกจุดประสงค์อย่างชดั เจนและช้ีให้เห็นประโยชน์รวมท้งั วิธี
ปฏิบตั ิดว้ ย เช่น การพูดเชิญชวนให้ร่วมมือกนั พฒั นาองคก์ รหรือหน่วยงาน การชกั ชวนให้
ร่วมทาํ บุญ การชกั ชวนใหร้ ่วมบริจาคอวยั วะ การขอบริจาคทรัพยส์ ินเพือ่ สาธารณกศุ ลต่าง ๆ

๕.๑ จุดมุ่งหมายของการพดู เชิญชวน

๕.๑.๑ เพื่อให้ผู้ฟังเกดิ ความเช่ือถือ
เช่น การโนม้ นา้ วใจใหผ้ ฟู้ ังเกิดความเล่ือมใสศรัทธาในศาสนา การพดู โฆษณาสินคา้ เป็นตน้

๕.๑.๒ เพ่ือเร้าใจหรือสร้างความประทบั ใจแก่ผู้ฟัง
เช่น การพูดปลุกใจใหเ้ กิดความรักชาติ การพูดใหเ้ กิดความประทบั ใจในวีรกรรมของผสู้ ร้าง
คุณประโยชนใ์ หแ้ ก่ประเทศชาติ ฯลฯ

๕.๑.๓ เพื่อให้ผู้ฟังกระทาํ การอย่างใดอย่างหน่ึงตามทผ่ี ู้พูดต้องการ
เช่น การโฆษณาชักชวนให้คนไปเลือกต้งั การพูดโน้มน้าวใจให้ช่วยกัน
พฒั นาหมู่บา้ น ฯลฯ

๕.๒ หลกั การพูดเชิญชวน เช่น

๕.๒.๑ ใช้ภาษาง่าย ๆ ไม่ต้องแปล

๕.๒.๒ ถ้าเป็ นคาํ เชิญชวนส้ัน ๆ ควรมสี ัมผสั คล้องจองกนั เพื่อให้จดจาํ ได้ง่าย เช่น

๕.๒.๓ ผู้พดู จะต้องใช้ถ้อยคาํ สํานวน ตลอดจนนํา้ เสียงทเี่ ร้าใจ เร้าอารมณ์ผู้ฟัง
๕.๒.๔ ขอความร่วมมือโดยอ้างเหตุผลหรือชี้ให้เห็นประเดน็ สําคญั ของเร่ืองน้ัน เช่น

๕.๓ กลวธิ ีในการพูดเชิญชวน

๕.๓.๑ การแสดงให้เห็นถึงความน่าเช่ือถือของผู้พดู
ผพู้ ูดท่ีมีความรู้จริงยอ่ มสามารถช้ีแจงขอ้ มูลไดล้ ะเอียดและถูกตอ้ ง ความมีคุณธรรมอาจ

ใชว้ ธิ ีเล่าประสบการณ์ต่าง ๆ สอดแทรกไปในเน้ือหาของสาร

๕.๓.๒ การแสดงให้ประจักษ์ตามกระบวนการของเหตุผล
การโนม้ นา้ วใจท่ีมีเหตุผลหนกั แน่น เป็นขอ้ เทจ็ จริง น่าเช่ือถือยอ่ มจะทาํ ใหผ้ ฟู้ ังคลอ้ ยตามไดง้ ่าย

๕.๓.๓ การแสดงถึงความรู้สึกหรืออารมณ์ร่วม
บุคคลที่มีอารมณ์ร่วมกนั ย่อมคลอ้ ยตามกนั ไดง้ ่ายกว่าบุคคลที่มีความรู้สึกอคติต่อกัน

ผพู้ ดู ท่ีมีอารมณ์ร่วมกบั ผฟู้ ังจะทาํ ใหผ้ ฟู้ ังคลอ้ ยตามไดง้ ่าย

๕.๓.๔ การแสดงให้เห็นถึงทางเลือกท้งั ด้านดแี ละเสีย
เป็นการใหโ้ อกาสผฟู้ ังไดใ้ ชว้ ิจารณญาณของตนเอง โดยพยายามช้ีใหเ้ ห็นดา้ นดีของทาง

ที่ช้ีแนะมากกวา่ ดา้ นเสีย

๕.๓.๕ การสร้างความเป็ นกนั เองแก่ผู้รับฟัง
การเปลี่ยนบรรยากาศให้ผ่อนคลายด้วยอารมณ์ขันให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน

อาจทาํ ใหผ้ รู้ ับสารเปลี่ยนความรู้สึกจากการต่อตา้ นมาเป็นความรู้สึกกลาง ๆ พร้อมที่จะคลอ้ ยตามได้

๕.๓.๖ การเร้าให้เกดิ อารมณ์อย่างแรงกล้า
ถา้ คนเกิดอารมณ์แรงกลา้ จะขาดเหตุผล ขาดความพินิจพิจารณาอยา่ งถ่ีถว้ น อาจคลอ้ ยตาม

ผูโ้ น้มน้าวใจไดโ้ ดยง่าย เช่น หลงั จากฟังการเชิญชวนให้ร่วมบริจาคแลว้ ผูฟ้ ังก็ตดั สินใจว่า
“จะบริจาค”





๖ การโฆษณาสินค้าและบริการ

การพูดเชิญชวนมกั จะบอกจุดประสงค์อย่างชดั เจนและช้ีให้เห็นประโยชน์รวมท้งั วิธี
ปฏิบตั ิดว้ ย เช่น การพูดเชิญชวนให้ร่วมมือกนั พฒั นาองคก์ รหรือหน่วยงาน การชกั ชวนให้
ร่วมทาํ บุญ การชกั ชวนใหร้ ่วมบริจาคอวยั วะ การขอบริจาคทรัพยส์ ินเพอ่ื สาธารณกศุ ลต่าง ๆ

๕.๑ จุดมุ่งหมายของการพดู เชิญชวน

๕.๑.๑ เพื่อให้ผู้ฟังเกดิ ความเชื่อถือ
เช่น การโนม้ นา้ วใจใหผ้ ฟู้ ังเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในศาสนา การพดู โฆษณาสินคา้ เป็นตน้

๔.๔ การสัมภาษณ์เพื่อสมคั รเข้าทาํ งาน

ในการคัดเลือกบุคคลเข้าทํางาน นอกจากสอบข้อเขียนจะมีการสอบสัมภาษณ์
เพื่อดูบุคลิกภาพปฏิภาณไหวพริบและอุปนิสัยของผูส้ มคั รดว้ ย ดงั น้นั ควรเตรียมตวั ในการ
สอบสมั ภาษณ์ดงั น้ี

๔.๔.๑ ก่อนสัมภาษณ์
ควรเตรียมตวั และเรียนรู้มารยาทที่พงึ ปฏิบตั ิ ไดแ้ ก่



๗ การพูดรายงานผลการปฏบิ ัตงิ าน

การปฏิบตั ิงานในหน่วยงานท้งั ภาครัฐบาลและเอกชน จาํ เป็ นตอ้ งมีการประเมินผลงาน
หรือติดตามความเคล่ือนไหวคืบหน้าของงานน้นั ในฐานะผูป้ ฏิบตั ิงานนอกจากทาํ งานให้
บรรลุเป้าหมายแลว้ ยงั ตอ้ งรู้หลกั การและวธิ ีการพดู เพอื่ รายงานผลการปฏิบตั ิงานดว้ ย

๗.๑ การสัมภาษณ์เพ่ือสมคั รเข้าทาํ งาน

การรายงานผลการปฏิบตั ิงาน เป็นการพดู เพอื่ นาํ เสนอขอ้ มูลต่าง ๆ เกี่ยวกบั งานท่ีตนได้
ปฏิบตั ิหรือรับผิดชอบอยใู่ หผ้ เู้ ก่ียวขอ้ งไดท้ ราบขอ้ เทจ็ จริง เพื่อประโยชน์ในการปฏิบตั ิงาน
หรือประกอบการตดั สินใจอย่างใดอย่างหน่ึง ผูร้ ายงานควรจดั ทาํ รายงานเป็ นลายลกั ษณ์
อกั ษร หรือใชส้ ่ือประกอบการพดู ดว้ ยจึงจะทาํ ใหก้ ารรายงานน้นั น่าเชื่อถือยง่ิ ข้ึน



๘ การพูดสาธิต

การพูดสาธิต เป็ นการพูดวิธีหน่ึงท่ีใชก้ นั อย่างแพร่หลาย เช่น ใชใ้ นการแนะนาํ สินคา้
แนะนาํ การใชว้ สั ดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใชต้ ่าง ๆ ซ่ึงผูพ้ ดู จาํ เป็นตอ้ งมีความรู้ และมีการ
ฝึกฝนใหเ้ กิดความชาํ นาญจึงจะประสบความสาํ เร็จในงานอาชีพ

๘.๑ ความหมายของการพูดแบบสาธิต

การพูดแบบสาธิต หมายถึง การพูดอธิบายเพ่ือให้ความรู้ หรือบอกเล่าขอ้ เท็จจริง
โดยใชอ้ ุปกรณ์ประกอบ ผูส้ าธิตจะพูดพร้อมกบั การปฏิบตั ิ ทดลอง หรือแสดงให้ชมดว้ ย
โดยจะแสดงวิธีการใชเ้ คร่ืองมือหรืออุปกรณ์อยา่ งชา้ ๆ เพื่อให้เห็นข้นั ตอนจนกระทงั่ ผูฟ้ ัง
เขา้ ใจ จากน้นั จึงเปิ ดโอกาสให้ผูฟ้ ังทดลองปฏิบตั ิ ภาษาที่ใชใ้ นการพูดสาธิตมกั เป็ นแบบ
บรรยายโวหาร การพูดลกั ษณะน้ีจะประสบความสําเร็จได้ ผูพ้ ูดต้องมีการเตรียมการ
ล่วงหน้าท้งั เรื่องที่พูดและอุปกรณ์ที่จะนาํ มาสาธิต โดยมีการฝึ กซ้อมการพูดและการใช้
เครื่องมือเป็นอยา่ งดี

๘.๒ จุดมุ่งหมายของการพดู สาธิต

๘.๒.๑ เป็ นการดงึ ดูดความสนใจของผู้ฟัง
การพดู พร้อมท้งั ปฏิบตั ิไปดว้ ยเป็นวธิ ีการนาํ เสนอ ทาํ ใหผ้ ฟู้ ังสนใจมากกวา่ การพดู อธิบาย
เพียงอยา่ งเดียว

๘.๒.๒ ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจข้นั ตอนการปฏิบตั ใิ นเรื่องน้ันได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว
การที่ผฟู้ ังเห็นข้นั ตอนอยา่ งชดั เจน ตลอดจนอาจไดท้ ดลองปฏิบตั ิดว้ ยตนเอง ยอ่ มทาํ ใหเ้ กิด
ความเขา้ ใจมากข้ึน

๘.๒.๓ ช่วยประหยดั เวลา
เม่ือจะตอ้ งอธิบายสิ่งใดที่มีการลาํ ดบั ข้นั ตอน หรืออธิบายเร่ืองท่ีละเอียด ซบั ซอ้ น
การสาธิตทาํ ใหท้ ุ่นเวลาในการอธิบาย

๘.๓ การเตรียมตวั

การพูดแบบสาธิตตอ้ งพูดโดยใชบ้ รรยายโวหาร และมุ่งท่ีจะให้ความรู้ แนวปฏิบตั ิแก่
ผฟู้ ัง จึงตอ้ งมีการเตรียมตวั ล่วงหนา้ เป็นอยา่ งดี โดยแบ่งเป็น ๓ ข้นั ตอนดว้ ยกนั คือ

๘.๓.๑ การเตรียมตวั ของผู้สาธิต มีขอ้ พึงปฏิบตั ิดงั น้ี
ควรเตรียมตวั และเรียนรู้มารยาทที่พงึ ปฏิบตั ิ ไดแ้ ก่
๑. ศึกษาคน้ ควา้ รายละเอียดของเรื่องท่ีจะสาธิต
๒. ศึกษาวธิ ีใชอ้ ุปกรณ์
๓. แต่งกายและปฏิบตั ิตนใหเ้ หมาะสมกบั เร่ืองท่ีจะสาธิต
๔. ใชภ้ าษาง่าย กระชบั รัดกมุ ชดั เจน ถูกตอ้ ง
๕” มีความมน่ั ใจในตนเอง

๘.๓.๒ การเตรียมเรื่องทจ่ี ะสาธิต มีขอ้ แนะนาํ ดงั น้ี
๑. กาํ หนดจุดมุ่งหมายและขอบเขตของเรื่องใหช้ ดั เจน เพื่อจะไดว้ างโครงเรื่อง
ในการพดู ไดต้ รงประเดน็
๒. เรียงลาํ ดบั เน้ือหาและข้นั ตอนใหต้ ่อเน่ืองกนั อยา่ งเหมาะสม จดั ทาํ โครงเร่ือง
ในการพดู สาธิตตามลาํ ดบั
๓. รวบรวมเน้ือหาขอ้ มูลที่เก่ียวขอ้ งกับเรื่องท่ีจะสาธิต ผูส้ าธิตตอ้ งมีความรู้
ความเขา้ ใจในเร่ืองที่พดู เป็นอยา่ งดี ตอบคาํ ถามไดช้ ดั เจน

๘.๓.๓ การเตรียมอุปกรณ์ทจ่ี ะสาธิต

ส่ิงสําคัญสําหรับการสาธิต คือเคร่ืองมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ประกอบ เพ่ือให้
มองเห็นและเขา้ ใจไดอ้ ย่างแจ่มแจง้ การเตรียมอุปกรณ์ที่จะสาธิตมีขอ้ แนะนาํ
ดงั น้ี
๑. เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับเร่ืองและจาํ นวนผูฟ้ ัง จดั เตรียมอุปกรณ์ให้

เพียงพอที่ผฟู้ ังจะเห็นไดอ้ ยา่ งทวั่ ถึง
๒. จดั วางอุปกรณ์ในตาํ แหน่งที่จะนาํ มาใชอ้ ยา่ งสะดวก ซกั ซอ้ มข้นั ตอนการใช้

อุปกรณ์ประกอบการพดู ใหค้ ล่องแคล่ว
๓. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่จะนํามาใช้ให้อยู่ในสภาพท่ีดี ก่อนพูดทุกคร้ังต้อง

ทดลองใชง้ านใหม้ นั่ ใจ
๔ ทดลองใชอ้ ุปกรณ์ท่ีจะสาธิตใหเ้ กิดความชาํ นาญ โดยเฉพาะหากเป็นอุปกรณ์

ที่มีความซบั ซอ้ น

๘.๔ เทคนิคการพูดสาธิตให้ประสบความสําเร็จ

การพดู สาธิตจะประสบความสาํ เร็จไดน้ ้นั ผพู้ ดู ตอ้ งคาํ นึงถึงองคป์ ระกอบดงั น้ี
๘.๔.๑ เนื้อหา

ผพู้ ูดตอ้ งมีความรู้ในเร่ืองที่จะสาธิตเป็นอยา่ งดี กล่าวคือ รู้ดี รู้จริงในเร่ืองท่ีพดู ตอบคาํ ถามและแกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ ได้

๘.๔.๒ วตั ถุประสงค์

การพดู ทุกคร้ังกาํ หนดวตั ถุประสงคใ์ นการพูดใหช้ ดั เจน เช่น เพ่ือใหเ้ กิดความเขา้ ใจ เชิญชวนใหป้ ฏิบตั ิ หรือขายสินคา้

๘.๔.๓ การเรียงลาํ ดบั

ผพู้ ูดตอ้ งวางลาํ ดบั ข้นั ตอนการอธิบาย และพูดไปตามลาํ ดบั ข้นั ที่ไดว้ างไว้

๘.๔.๔ บุคลกิ ภาพ

ผพู้ ดู ตอ้ งมีบุคลิกภาพที่ดี ยมิ้ แยม้ แจ่มใส แสดงความเป็นมิตร ควบคุมอารมณ์ไดเ้ ป็นอยา่ งดี

๘.๔.๕ การใช้ภาษา

เลือกใช้ถอ้ ยคาํ ให้เหมาะสมกบั ผูฟ้ ัง หลีกเล่ียงศพั ท์ยากและศพั ท์วิชาการ ใช้ภาษาที่สื่อสารไดช้ ดั เจน
กระชบั ไดใ้ จความ ไม่พูดจาเยนิ่ เยอ้ หรือหว้ นกระดา้ ง


Click to View FlipBook Version