The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พุทธสาวกพุทธสาวิกา ชาวพุทธตัวอย่าง E-book

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebaibuay, 2023-08-29 12:56:58

พุทธสาวกพุทธสาวิกา ชาวพุทธตัวอย่าง E-book

พุทธสาวกพุทธสาวิกา ชาวพุทธตัวอย่าง E-book

พุ พุทธสาวก พุทธสาวิก วิ า พุท สาวก พุทธสาวิก วิ า พุทธสาวก พุทธสาวิก วิ า สาวก พุทธสาวิก วิ า เรื่อง ชชาาววพุพุพุพุ พุพุ ทท พุพุ ธธตัตัตัตั ตัตั ตัตั ววออย่ย่ย่ย่า ย่ย่ ย่ า ย่ างง จัจั จัจั ดทำทำ ทำทำ ทำทำโดย นันั นันั กเรีรี รีรี ยนชั้ชั้ ชั้ชั้ ชั้ชั้ นมัมัธ มัมั ยมศึศึศึศึ กษาปีปีที่ที่ ปีปี ที่ที่ 6/8 เสนอ คุคุ คุคุ ณครูรู รูรูฐาปนีนี นีนี วงศ์ศ์ศ์ศ์สวัวั วัวัสดิ์ดิ์ ดิ์ดิ์ รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรีรี รีรี ยนเมืมื มืมื องสุสุ สุสุ ราษฎร์ร์ ร์ร์ ธานีนี นีนี


พุท พุ ธสาวก สาวิกา 1.พระอัสสชิ 2.พระอานนท์ 3.พระองคุลีมาล 4.พระอนุรุทธเถระ 5.พระกีสาโคตมีเ มี ภรี 6.พระธรรมทินเถรี 7.พระปฏาจาราเถรี 8.หมอชีวก โกมารภัจจ์ 9. จิตตคหบดี 10. สุมลมาลาการ 11.พระนางมัล มั ลิกา 12.นางจูฬาสุภัททา ชาวพุท พุ ธตัวอย่า ย่ ง 1.พระนาคเสน พระยามิลิ มิลิ น 2.สมเด็จพระวันรัต 3.พระอาจารย์มั่ ย์ มั่ น มั่ ภูริทตฺโต 4.พระโพธิญาณเถระ 5.พระธรรมโกศาจารย์ 6.พระพรหมมัง มั คลาจารย์ 7.พระนารายณ์มหาราช 8.สมเด็จพระพุท พุ ธโฆษาจารย์ 9.สมเด็จพระจุลจอมเกล้า 10.ดอกเตอร์เอ็มเบดการ์ 11.สุขีพ ปุญญานุภาพ 12.อนาคาริกธรรมปาละ สารบัญ หน้า 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 23 24 25 26 27 นน.สส.ศิศิศิ ริ ศิ ริ ริกริกาาญญจจน์น์ น์น์ นนาาคคพิพิพิ น พิ น เเลลขขที่ที่ที่ 4 ที่ 40มม.6/8


คุณธรรม เป็นผู้มีความสำ รวม เป็นผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นครูที่ดี เป็นผู้ที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและ มีส่วนสำ คัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระอัอั อัอั สสชิชิ ชิชิ พระอัสสชิเถระคาถา เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ “ธรรมเหล่าใด เกิดแต่เหตุ พระตถาคต กล่าวเหตุแห่งธรรม เหล่านั้น และความดับของธรรมเหล่านั้น พระมหาสมณะมีวา ทะอย่างนี้” สถานที่บวช ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน (วันแรม 4 ค่ำ เดือน 8) (จัดทำ โดย) เกิดที่เมืองกบิลพัสดุ์บิดาท่านเป็นพราหมณ์ 1 ใน 8 คน ที่ทำ นายลักษณะเจ้าชายสิทธัตถะ ในวันขนานพระนาม หลังเจ้าชายประสูติได้ 5 วันการศึกษาจบไตรเพทสถาน ที่บรรลุธรรมป่าอิสิปตนมฤคทายวันบรรลุพระอรหันต์ พร้อมกับปัญจวัคคีย์ด้วยอนัตตลักขณสูตร สาเหตุที่ออกบวชบิดาสั่งเสียให้ลูกชายคืออัสสชิพราหมณ์ออกบวช หากเจ้าชายออกผนวชตามคำ ทำ นาย โดยเมื่อเจ้าชายออกบวชท่าน ได้ตามโกณฑัญญพราหมณ์และบุตรพราหมณ์ 108 จำ นวน 3 คน ออกบวชด้วย บทบาทสำ คัญในการช่วยเผยแพร่พระพุทธศาสนาในช่วงต้น พุทธกาล ด้วยความเป็นผู้มีมารยาทน่าเลื่อมใสของท่าน ทำ ให้ ท่านเป็นภิกษุรูปแรกที่ทำ ให้อุปติสสมาณพ บั้นปลายชีวิตในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาไม่ระบุว่าท่านดับ ขันธปรินิพพานเมื่อใดและที่ใด แต่ท่านคงดำ รงขันธ์อยู่พอ สมควรแก่กาลจึงปรินิพพาน นาย ธนาณัติ ดำ สอน ชั้น ม.๖/๘ เลขที่ ๑ นางสาว ประภัสสรา วงศ์สวัสดิ์ ชั้น ม.๖/๘ เลขที่ ๒๕ 3


ก่อก่นจะผนวชมทรงเป็นป็เจ้าจ้ชายแห่งห่ศากย วงศ์ โดยเป็นป็พระโอรสของพระเจ้าจ้สุกสุโกทนะ ( ผู้เผู้ป็นป็พระอนุชนุาของพระเจ้าจ้สุทสุโธทนมหาราช) พระอานนท์ท์ ท์ท์ พระสัมสัมาสัมสัพุทธเจ้าจ้ได้ตด้รัสรัรู้แรู้ล้วล้จึงจึเสด็จด็ ไปโปรด ณ นครกบิลบิพัศพัดุ์ ครั้นรั้พระผู้มีผู้ พมีระภาคเจ้าจ้ประทับทัอยู่กยู่ รุงรุกบิลบิพัศพัดุ์ พอสมควรแล้วล้เสด็จด็จาริกริต่อต่ ไปยังยัที่อื่ ที่ น อื่ ศากยกุมกุาร ทั้งทั้๖ องค์ไค์ด้ตด้ามเสด็จด็ ไปเพื่อ พื่ ขอบรรพชาอุปอุสมบท ท่าท่นพระอานนท์คท์รั้นรั้อุปอุสมบทแล้วล้ ได้ศึด้กศึษาธรรมจากพระปุณปุณมันมัตานีบุนีตบุร ไม่นม่านก็ไก็ด้สำด้สำเร็จร็ โสดาปัตปัติผติล พระอานนท์จึท์งจึกราบทูลทูขอพร’ 8’ ประการ หากพระองค์ทค์รงประทานพร 8 ประการนี้ ท่าท่นจึงจึจะรับรัตำ แหน่งน่พุทธุปัธุ ฏปัฐาก เช่นช่ 1. ถ้าถ้จักจั ไม่ปม่ระทานจีวจีรอันอั ประณีตณีแก่ข้ก่าข้พเจ้าจ้ 2. ถ้าถ้จักจั ไม่ปม่ระทานบิณบิฑบาตอันอั ประณีตณี 3. ถ้าถ้จักจั ไม่โม่ ปรดให้ข้ห้าข้พระองค์อค์ยู่ ในที่ปที่ ระทับทัของพระองค์ ครั้งรั้นั้นนั้บรรดาศากยราชทรงเลื่อ ลื่ มใส ศรัทรัธา ถวายพระ โอรสของตนให้อห้อกบวชเว้นว้แต่ พระอานนท์ ที่มิ ที่ ไมิด้ ออกบวช เป็น ป็ หนึ่ง นึ่ ในสหชาติขติองเจ้าจ้ชายสิทสิธัตธัถะ ถ้าถ้ท่าท่นไม่ทูม่ลทูขอพรข้อข้ 1-4 ก็จัก็กจัมีคมีนพูดได้ว่ด้าว่ท่าท่นรับรั ตำ แหน่งน่พุทธุปัธุ ฏปัฐาก เพื่อ พื่ หวังวัลาภสักสัการะอย่าย่งนั้นนั้ เพื่อ พื่ ป้อป้งกันกั ปรวาทะอย่าย่งนั้นนั้ท่าท่นจึงจึได้ทูด้ลทูขอพร 4 ข้อข้ นี้ ครั้นรั้ท่าท่นได้ทูด้ลทูชี้แ ชี้ จงแสดงโทษในข้อข้ที่ไที่ ม่คม่วร ได้ และอานิสนิงส์ใส์นข้อข้ที่ค ที่ วรได้อด้ย่าย่งนี้แ นี้ ล้วล้ พระผู้มีผู้ พมีระภาคจึงจึทรงประทานพรตามที่พ ที่ ระ อานนท์กท์ราบทูลทูขอทุกทุประการ ตั้งตั้แต่วัต่นวัที่ไที่ ด้ตำด้ตำแหน่งน่อุปัอุ ฏปัฐาก กิจกิที่ท่ ที่ าท่นทำ เป็นป็ ประจำ แก่พก่ระพุทธเจ้าจ้คือคืถวายน้ำ สรง 2 ครั้งรั้, ถวายไม้ ชำ ระพระทนต์ ๓ ครั้งรั้นวดพระหัตหัถ์แถ์ละพระบาท นวด พระปฤษฏางค์ ปัดปักวาดพระคันคัธกุฏีกุฏีและบริเริวณพระ คันคัธกุฏีกุฏีไปไหนก็ไก็ม่ไม่กลพระศาสดา ในเวลากลางคืนคืท่าท่นก็ถืก็อถืด้าด้นประทีปทีดวงใหญ่ เดินดิตรวจไปรอบบริเริวณพระคันคัธกุฏีกุที่ฏี ปที่ ระทับทั ๙ ครั้งรั้ด้วด้ยคิดคิว่าว่ถ้าถ้เราง่วง่งนอน นอนหลับลั ก็จก็ะไม่อม่าจขานรับรัเมื่อ มื่ พระศาสดาเรียรีกหาได้ ด้ว ด้ ยเหตุนี้ ตุ ในี้ นบรรดาพระภิกภิษุผู้ ษุ เผู้คยอุปั อุ ฏ ปั ฐาก พระพุทธเจ้า จ้ มาแล้ว ล้ จึง จึ ไม่มี ม่ ใมี ครทำ ได้เ ด้สมอเหมือ มื นท่า ท่ น ด้ว ด้ ยเหตุนี้ ตุ ในี้ นบรรดาพระภิกภิษุผู้ ษุ เผู้คยอุปั อุ ฏ ปั ฐาก พระพุทธเจ้า จ้ มาแล้ว ล้ จึง จึ ไม่มี ม่ ใมี ครทำ ได้เ ด้สมอเหมือ มื นท่า ท่ น นายปุญภัทร์ พุทธประเสริฐ เลขที่2 และ นางสาวเมลดา สมเก่า เลขที่26 ม.6/8 4


พระองคุลีมาล เมื่อ มื่ ท่าท่นคลอดจากครรภ์มภ์ารดา ได้บัด้งบัเกิดกิเหตุอัตุศอัจรรย์ บรรดา เครื่อ รื่ งศาสตราอาวุธวุยุทยุธภัณภัฑ์ อันอัมีอมียู่ใยู่ นเรือรืนนั้นนั้ก็ดีก็ ดีเครื่อ รื่ งพระ แสงศาสตรวุธวุของพระเจ้าจ้ปัสปัเสนทิโทิกศลก็ดีก็ ดีก็บัก็งบัเกิดกิรุ่งรุ่ เรือรืง เป็นป็ เปลวไฟรุ่งรุ่ โรจน์โน์ชตนาการ จึงจึได้นด้ามว่าว่อหิงหิสกะวช ครั้นรั้เมื่อ มื่ เจ้าจ้อหิงหิสกกุมกุาร เจริญริวัยวัแล้วล้มารดาบิดบิาจึงจึส่งส่ ไปศึกศึษาเล่าล่เรียรีนกับกั อาจารย์ทิย์ศทิาปาโมกข์ด้วด้ยความที่ฉ ที่ ลาด จึงจึเป็นป็ที่โที่ ปรดปรานของอาจารย์ เพื่อ พื่ นอิจอิฉาจึงจึใส่ร้ส่าร้ยอหิงหิสกะอาจารย์หย์ลงเชื่อ ชื่ จึงจึบอกอุบอุายให้อห้หิงหิสกะไปฆ่าฆ่ คนเพื่อ พื่ เอานิ้วนิ้มาทำ พวงมาลัยลั ให้คห้รบ1000นิ้วนิ้ ต่อต่มาอหิงหิสกะได้นด้ามใหม่ว่ม่าว่องคุลีคุมลีาล หมายถึงถึผู้ใผู้ส่พส่วงมาลัยลันิ้วนิ้ เมื่อ มื่ ได้9ด้ 99นิ้วนิ้องคุลีคุมลีาลจึงจึคิดคิจะฆ่าฆ่แม่ แต่เต่ห็นห็พระพุทธเจ้าจ้เสียสีก่อก่น จึงจึวิ่งวิ่ ไล่ตล่ามพระพุทธเจ้าจ้แต่ก็ต่ ไก็ม่ทัม่นทั จึงจึบอกพระพุทธเจ้าจ้ว่าว่มุนีมุท่นีาท่นหยุดยุเดินดิก่อก่น พระพุทธเจ้าจ้จึงจึตอบ เรา หยุดยุแล้วล้แต่ท่ต่าท่นต่าต่งหากที่ยั ที่ งยั ไม่หม่ยุดยุเราหยุดยุทำ บาปแล้วล้แต่ท่ต่าท่นยังยัทำ อยู่ ด้วด้ยความฉลาดขององคุลีคุมลีาล จึงจึสำ นึกนึได้ จัดจัทำ โดย นายจักจัรกฤษณ์ รักรักลัดลัเลขที่4ที่ ชั้นชั้ม.6/8 นางสาวศศิกศิาญจน์ แซ่อื้ซ่อ อื้ เลขที่2ที่ 8 ชั้นชั้ม.6/8 ทูลทูขอพระพุทธเจ้าจ้บวช พระพุทธเจ้าจ้จึงจึบวชให้ ในตอนแรกองคุลีคุมลีาลยังยั ไม่ ถูกถูชาวบ้าบ้นยอมรับรัจึงจึถูกถูทำ ลายต่าต่งๆเช่นช่ ปาหินหิใส่ แต่ท่ต่าท่นใช้ขัช้นขัติคืติอคืความ อดทนทำ ให้ชห้าวบ้าบ้นยอมรับรัและท่าท่นได้บด้รรลุอลุรหันหัต์ใต์นเวลาต่อต่มา 5


พพรระะออนุนุนุนุนุ รุ นุ รุ นุ รุ นุ รุรุ ท รุ ท รุ ท รุ ทธธเเถถรระะ จัดทำ โดย นาย สุคีรินทร์ แสงอรุณรังษี เลขที่ 3 นางสาว จิรัชญา ปาลคะเชนทร์ เลขที่ 27 6 พระอนุรุทธะ เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าอมิโตทนะ ซึ่ง ซึ่ เป็นพระอนุชาของพระเจ้าสุทโธทนะ ผู้ครองกรุง กบิลพัสดุ์ ประสูติร่วมพระมารดาเดียวกัน ๓ พระองค์ คือ พระเชฏฐา (พี่ชาย) พระนามว่า มหานามะ พระกนิฏฐภคินี (น้องสาว) พระนามว่า โรหิณี รวมเป็น ๓ กับอนุรุทธกุมาร แม้ถูกพระมารดาตรัสห้าม ไม่ยอมให้บวช ท่านก็ยังอ้อนวอนขอให้อนุญาตให้บวชเป็นหลายครั้ง เมื่อมารดาเห็น ดังนั้นจึงคิดอุบายที่จะไม่ให้อนุรุทธะบวช ดำ ริถึง พระเจ้าภัททิยะผู้เป็นพระสหายของอนุรุทธะ ท่านคงจะไม่ออกบวชเป็นแน่ จึงพูดว่า พ่ออนุรุทธะ ถ้าพระเจ้าภัททิยะบวชด้วยจงบวชเถิด อนุรุทธะได้ฟัง อย่างนั้นแล้วก็ไปเฝ้าพระเจ้าภัททิยะ ทูลตามวาทะของ ผู้ที่คุ้นเคยกันว่า เพื่อนเอ๋ย บรรพชาของเรา เนื่องด้วยบรรพชาของท่านในตอนแรก พระเจ้าภัททิยะ ทรงปฏิเสธไม่ยอมบวช ในที่สุดเมื่อทนการอ้อนวอนไม่ได้ ก็ตกลงใจยินยอมบวชด้วย อนุรุทธะจึงชักชัชวนศากยกุมาร อื่นได้อีก ๓ คน คือ อานันทะ,ภคุ,กิมพิละ โกลิยกุมาร อีกองค์หนึ่ง คือ เทวทัต รวมทั้งอุบาลีผู้เป็นนายภูษามาลา เป็น ๗ องค์ พร้อมใจกันเข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดาที่ อนุปิยนิคม ทูลขออุปสมบทในพระธรรมวินัย เมื่ออนุรุทธะได้อุปสมบทแล้ว เรียนกรรมฐานใน สำ นักของพระธรรมเสนาบดีสารีบุตร แล้วเข้าไป อยู่ในป่าปาจีนวังสมฤคทายวัน เมื่อพระอนุรุทธะตรึกอยู่อย่างนี้ พระบรมศาสดา เสด็จมาถึงทรงทราบเหตุนั้นจึงทรงอนุโมทนาว่า ชอบละ ๆ อนุรุทธะ เธอตรึกตรองธรรมที่พระมหา บุรุษตรึกตรอง ถ้าอย่างนั้น เธอจงตรึกตรอง ธรรมที่พระมหาบุรุษตรึกข้อที่ ๘ ว่า "ธรรมนี้ เป็น ธรรมของผู้ยินดีในธรรมที่ไม่ให้เนิ่นช้าช้ ไม่ใช่ขช่องผู้ ยินดีในธรรมเนิ่นช้าช้" ครั้นตรัสสอนอนุรุทธะอย่างนี้แล้วก็เสด็จกลับสู่ที่ ประทับ ส่วนพระอนุรุทธะบำ เพ็ญความเพียรต่อไป ก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ตั้งแต่นั้นมาท่านก็เล็งแลดูสัตว์โลกด้วยทิพยจักษุ อยู่เสมอ เล่ากันว่ายกเว้นแต่เวลาฉันเท่านั้น เวลาที่ เหลือท่านย่อมพิจารณาแลดูหมู่สัตว์ทั้งปวงด้วย ทิพยจักษุ ด้วยเหตุนี้เอง พระผู้มีพระภาคจึงตรัสยกย่อง สรรเสริญท่านว่า เป็นผู้เลิศกว่า ภิกษุทั้งหลายฝ่าย ข้างผู้มีทิพยจักษุญาณ ครั้นท่านดำ รงชนมายุสังขารอยู่โดย สมควรแก่กาลแล้วก็ดับขันธปรินิพพาน


เมื่อเป็นพระโสดาบันแล้วพระพุทธองค์ทรงมอบหมายให้ ภิกษุและภิกษุณีทำ การอุปสมบท เมื่อทำ การอุปสมบทแล้ว ท่านก็บำ เพ็ญจิตภาวนา โดยพิจารณาจากเปลวเทียนใน อุโบสถจนได้บรรลุอรหัตผล ท่านได้รับการยกย่องจากองค์ พระศาสดาว่าว่เป็นเอตทัคคะทางด้าน ทรงจีวรเศร้าหมอง ยิ่งกว่าว่ภิกษุณีรูปใดในพระพุทธศาสนา คุณธรรมที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่าง • ท่านเป็นผู้มีความฉลาด มีเหตุผล รู้จักใช้ปัญญา พิจารณาสิ่งต่าง ๆ รอบกาย • ท่านเป็นผู้เคร่งครัดในการใช้สอย เครื่อรื่งบริขริารและข้อปฏิบัติ นางสาวศศิวิมวิล แท่นเพชร เลขที่29 ม.6/8 พระกีสกี าโคตมีเ มี ถรี นางกีสาโคตมีเสียใจมาก จึงเที่ยวอุ้มร่างบุตรชายเที่ยวไป เดินถามหายารักษาจากชาวบ้าน อุบาสกคนหนึ่งเห็นกิริยริา ของนาง จึงไปบอกกับนางว่าว่พระพุทธเจ้ารู้จักยาสำ หรับ รักษาบุตรชายของเธอ ขณะนี้พระองค์ประทับอยู่ที่พระเชต วันวัมหาวิหวิาร นางกีสาโคตมีจึงรีบรีอุ้มร่างบุตรชายตรงไปที่ พระเชตวันวัมหาวิหวิาร พระพุทธองค์ทรงแนะอุบายคลายความทุกข์โดยการให้นาง ไปเสาะหาเมล็ดพันธุ์ผักกาดจากบ้านที่ไม่เคยมีคนตาย ปรากฏว่าว่นางต้องผิดหวังวัเพราะทุกบ้านนั้นก็ล้วนแต่มีคน ตายทั้งสิ้น ในที่สุดนางจึงได้ข้อสรุปว่าว่ความตายเป็นเรื่อรื่ง ธรรมดาของคนหรือรืสิ่งมีชีวิตวิ ไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่ตาย การตายของบุตรตนจึงเป็นเรื่อรื่งธรรมดาเรื่อรื่งหนึ่งของชีวิตวิ ครั้นคิดได้แล้วนางจึงสำ เร็จเป็นพระโสดาบันบุคคลทั้งที่ยัง ไม่ได้บวช จัดทำ โดย นายธนพงษ์ ยี่สุ่น เลขที่ 5 ม.6/8 เกิดที่เมืองสาวัตวัถี ในสกุลคนเข็ญใจ เป็นบุตรของ เศรษฐีในเมืองสาวัตวัถี ครั้นย่างเข้าวัยวัสาวได้แต่งงานกับบุตรชายของเศรษฐี ในเมืองสาวัตวัถีและมีบุตรด้วยกันคนหนึ่ง แต่ไม่นาน บุตรของนางก็เสียชีวิตวิลง 7


พพรระะธธรรรรมมทิทิทิทินนทิทิ ทิทิ เ เถถรีรีรีรีรีรีรีรี เกิดกิ ในตระกูลกูเศรษฐี ในเมือมืงราชคฤห์ เมื่อ มื่ เจริญริวัยวัแล้วล้ ได้เด้ป็นป็ภริยริาของวิสวิาข เศรษฐี ผู้ซึ่ง ซึ่ เป็นป็พระสหายของพระเจ้าจ้พิมพิพิ สาร แห่งพระนครราชคฤห์ ในครั้งรั้ที่พ ที่ ระพุทธเจ้าจ้เสด็จด็มายังยักรุงรุราชคฤห์พร้อร้มกับกั หมู่ภิมู่ กภิษุขีณขีาสพชฏิลฏิเก่าก่ ได้ทด้รงแสดงธรรมถวาย พระเจ้าจ้พิมพิพิสพิารพร้อร้มกับกับริษัริ ษัทจำ นวนแสนสองหมื่น มื่ คน ซึ่ง ซึ่ วิสาขเศรษฐีก็ฐีเก็ป็นป็หนึ่งในบริษัริ ษัทนั้นนั้เมื่อ มื่ ได้ฟัด้งฟัธรรมครั้งรั้แรก วิสาขเศรษฐีสำฐี สำเร็จร็โสดาปัตปัติผติล และได้สำด้ สำเร็จร็ สกทาคามิผมิล และอนาคามิผมิลในการฟังฟัธรรมวันถัดถัๆมา เมื่อ มื่ วิสวิาขเศรษฐีไฐีด้เด้ป็นป็พระอนาคามีแมีล้วล้พอกลับลั มาสู่เสู่ รือรืน ท่าท่ทีขทีองวิสวิาขเศรษฐีต่ฐีอต่นางธรรมทินทินา ก็เก็ปลี่ย ลี่ นแปลงไป ไม่ยิ้ม่มยิ้แย้มย้ วิสาขเศรษฐีจึฐีงจึเล่าล่ว่าตนได้ฟัด้งฟั ธรรมเทศนาของพระศาสดา แล้วล้ได้บด้รรลุโลุลกุตกุตรธรรม จึงจึ ไม่ สามารถกระทำ การแบบโลกๆ อย่าย่งนี้ได้ และจะยกทรัพรัย์ที่ย์มี ที่ ทั้มีงทั้หมด ให้นางจัดจัการอย่าย่งไรก็ไก็ด้ ให้นาง นางธรรมทินทินาจึงจึถามว่าว่ผู้หญิงญิสามารถบรรลุโลุลกุตกุตรธรรม ได้หด้รือรื ไม่ ซึ่ง ซึ่ วิสวิาขเศรษฐีตฐีอบว่าว่ผู้ที่เ ที่ป็นป็นักปฏิบัฏิติบั ติย่อย่มเป็นป็ ทายาทของธรรมนั้นนั้ผู้ที่มี ที่ อุมีปอุนิสัยสัก็ย่ก็อย่มได้รัด้บรัธรรมนั้นนั้ เมื่อ มื่ ได้ยิด้นยิดังดันั้นนั้นางธรรมทินทินาจึงจึขอบวช เมื่อ มื่ นางธรรมทินทินา ได้บด้รรพชาอุปอุสมบท สมดังดัความปรารถนาแล้วล้อยู่ใยู่ นสำ นักของ อุปัอุชปัฌาย์ (ภิกภิษุณีสงฆ์)ฆ์เพียพีง ๒-๓ วันวัก็ลก็า ไปจำ พรรษาอยู่ใยู่ นอาวาสใกล้หล้มู่บ้มู่ าบ้นแห่งหนึ่ง ธรรมทินทินาภิกภิษุณีได้พด้าภิกภิษุณีสงฆ์กฆ์ลับลัมายังยั กรุงรุราชคฤห์ เพื่อ พื่ ให้พวกญาติไติด้ทำด้ทำบุญบุและ ภิกภิษุณีสงฆ์ก็ฆ์ ไก็ม่ต้ม่อต้งลำ บากด้วด้ยปัจปัจัยจั เมื่อ มื่ วิสวิาขะเศรษฐีทฐีราบข่าข่วว่าว่ธรรมทินทินาภิกภิษุณีกลับลัมา จึงจึ ไปหานางที่สำ ที่ สำนักนางภิกภิษุณี ธรรมทินทินาภิกภิษุณี ได้แด้สดงธรรมแก่วิก่สวิาขอุบอุาสก วิสวิาขเศรษฐีไฐีด้เด้ข้าข้ไปเฝ้าฝ้พระผู้มีพมีระภาค กราบทูลทู เรื่อ รื่ งที่ต ที่ นสนทนาธรรมกถากับกัธรรมทินทินาภิกภิษุณี พระผู้มีพมีระภาคจึงจึตรัสรัว่าว่ธรรมทินทินาภิกภิษุณีเป็นป็ บัณบัฑิต มีปัมีญปัญามาก แม้เม้ป็นป็พระองค์ก็ค์พึก็งพึ พยากรณ์เนื้อความนั้นนั้เหมือมืนที่ธ ที่ รรมทินทินาภิกภิษุณี พยากรณ์แล้วล้ 8 จัดจัทำ โดย นายสารินริอุ่นอุ่ คำ เลขที่6ที่ นางสาวสสิตสิา ทองบุญบุเลขที่3ที่ 0 จัดจัทำ โดย นายสารินริอุ่นอุ่ คำ เลขที่6ที่ นางสาวสสิตสิา ทองบุญบุเลขที่3ที่ 0


พพรระะปปฏฏาาจจาารราาเเถถรีรีรีรี ปฏาจาราเกิดในตระกูลเศรษฐี เมืองสาวัต วั ถี นางปฏาจาราตั้งท้องบุตรคนที่สองขอร้องให้สามีพา นางกลับไปคลอดบุตรที่บ้านแต่ถูกปฏิเสธจากสามี ได้หมั้นกับชายหนุ่มในชนชั้นเดียวกัน แต่นางปฏาจาราแอบรักกับชายคนรับใช้ใน บ้านเมื่อจวนถึงกำ หนดแต่งงานก็ได้พากันหนี แล้วไปสร้างบ้านเรือรืนในชนบทที่ทุรกันดาร จึงหนีออกจากบ้านแต่สามีตามไปทันนางปฏาจารา เจ็บท้องจะคลอดลูกขนาดนั้นฝนตกลงมาอย่างหนัก สานางบอกให้สามีไปตัดกิ่งไม้มาทำ ซุงกำ บังฝนแต่ สามีนางงูพิษร้ายกัดถึงแก่ความตาย นางพาลูกเดินไปยังเมืองสาวัตวัถีแต่เมื่อเดินทาง ถึงน้ำ ไหลเชี่ยวนางอุ้มลูกคนเล็กข้ามไปก่อน แล้วจึงรีบรีกลับไปรับลูกคนโต เหยี่ยวขนาดใหญ่บินโฉบลงเพื่อจิกลูกคนเล็กนาง ยกมือมือขึ้นเพื่อไล่พร้อมตบมือเสียงดัง สวนลูกคนโตเห็นแม่ยกมือทั้งสองข้างก็คิด ว่าว่แม่เรียรีกให้ไปหาก็ลงไปในน้ำ ซึ่งไหลเชี่ยว และจมหายไปพร้อมกับกระแสน้ำ นางปฏาจาราเสียใจร้องไห้ที่ สูญเสียทั้งสามีและลูกทั้งสองนาง เดินทางไปหาบิดามารดายังเมืองสาวัตวัถีเมื่อมาถึงก็ได้ยิน ข่าวว่าว่บิดามารดาถูกเรือรืนพังทลายทับถึงเเก่ความตาย ทำ ให้นางเสียสติ จนหลงเข้าไปใน พระเชตวันวัวิหวิารขนาดนั้นเป็นเวลา ที่พระพุทธเจ้ากำ ลังแสดง ธรรมเทศนาแก่ประชาชน เมื่อนางได้ฟังก็บรรลุเป็นโสดาบันและทูลขอบวช เป็นภิกษุณีจนบรรลุมรรคผลสำ เร็จเป็นพระอรหันต์ และได้รับการแต่งตั้งจากพระพุทธเจ้า ให้เป็นเอตทัคคะในทางทรงจำ พระวินัวินัย 9 จัดทำ โดย นายสรวิศวิคงชู เลขที่7 นางสาวอรัญญา รักทรง เลขที่31


หมอชีชีชีชีวก โกมารภัภั ภัภั จจ์จ์ จ์จ์ เกิดกิที่เที่มือมืงราชคฤห์แห์คว้นว้มคธ เป็น ป็ บุตรของนางคณิกณิา และ บุตรบุญธรรมของเจ้าจ้ชายอภัยภัราช กุมาร ราชนัดนัดาของ พระเจ้าจ้พิมพิพิสพิาร แห่ง ห่ แคว้นว้มคธ เมื่อมื่ ใกล้จะครบกำ หนดวันวัเพ็ญพ็เดือดืน ๖ ได้ทด้รงพระประชวรหมอชีวชีกโกมารภัจภัจ์จึจ์งจึ ปรุงยาขึ้นขึ้เพื่อพื่ถวาย โดยกำ หนดว่าว่ยานี้เนี้พียพีง เม็ดม็เดียดีวก็จก็ะสามารถรักรัษาโรคทั้งทั้หลายที่เที่กิดกิแก่ พระพุทพุธองค์ได้ แต่พระพุทพุธเจ้าจ้ไม่ทม่รงรับรัยานั้นนั้ และทรงดับดัขันขัธปรินิริพนิพานตามกำ หนด หมอชีวชีก โกมารภัจภัจ์ เกิดกิความเสียใจเป็นป็อย่าย่งมาก ได้หด้ลบไปจำ ศีลภาวนาอยู่ใยู่ นถ้ำ และได้รด้จนาตำ รา วิชวิาแพทย์ไย์ว้มว้ากมาย ต่อได้ได้ปเรียรีนวิชวิาแพทย์ที่ย์สำที่ สำนักนัอาจารย์ ทิศทิาปาโมกข์ณข์เมือมืงตักศิลา โดยได้ คำ นึงนึว่าว่วิชวิาแพทย์เย์ป็นป็วิชวิาที่สที่ามารถ ช่วช่ยเหลือชีวิชีตวิเพื่อพื่นมนุษย์ไย์ด้ ท่าท่นศึกษา อยู่เยู่พียพีง ๗ ปี ก็สำก็ สำเร็จร็การศึกษา สำ เร็จร็การศึกษาแล้วกลับกรุงราชคฤห์ พระเจ้าจ้พิมพิพิสพิารได้ทด้รงแต่งตั้งให้หห้มอชี วกโกมารภัจภัจ์เจ์ป็นป็แพทย์หย์ลวงและเป็นป็ หมอประจำ ตัวของพระพุทพุธเจ้าจ้ ต่อมาพระพุทพุธเจ้าจ้ได้ทด้รงกำ หนดวันวัที่ จะเสด็จ ด็ ดับดัขันขัธปรินิริพนิพานไว้ล่ว้ ล่ วงหน้าน้ ๓ เดือดืน แล้วเดินดิทางไปเสด็จ ด็ ดับดัขันขัธ ปรินิริพนิพานที่กที่รุงกุสินารา จัดจัทำ โดย นายอภินัภินนัท์ เขียขีวนาวะ เลขที่8ที่ นางสาวรัชรัณีกณีร เทพรักรัษ์ เลขที่3ที่2 10


วันหนึ่ง พระมหานามะ หนึ่งใน ปัญจวัคคีย์ ได้จาริกมายังนครมัจฉิกาสณฑ์ จิตตคหบดี ได้พบพระมหานามะจึงเกิดความเลื่อมใส จึงได้นิมนต์มายังเรือนของตนพร้อมกับถวายภัตตาหาร คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง 1. มั่นคงในพระรัตนตรัยให้การทะนุบำ รุงกิจการพระศาสนาด้วยดีตลอดชีวิต 2. ชอบสนทนาธรรมกับผู้รู้และเก่งในการพูดอธิบายขยายความให้ชัดเจน 3. มีจิตใจโอบอ้อมอารีตั้งโรงทานทำ บุญเลี้ยงคนอยากจน จึงเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป เป็นชาวเมืองมัจฉิกาสัณฑะแคว้นมคธวันที่ท่านเกิด มีดอกไม้หลากสีตกลงทั้งเมือง ซึ่งเป็นนิมิตหมายแห่ง ความวิจิตรสวยงามท่านจึงได้นามว่า จิตตกุมาร จิตตคหบดี คราวหนึ่ง จิตตคหบดีได้ฟังพระธรรมเทศนาจาก พระสารีบุตร จนสำ เร็จเป็น อนาคามี บุคคล ต่อมาพระพุทธเจ้าได้ทรงยกย่อง จิตตคหบดีให้เป็นเลิศกว่าอุบาสกทั้งหลายในทางเป็นธรรมกถิกะหรือ นักบรรยายธรรม ท่านได้นิมนต์พระมหานามะไปยังสวนอัมพาฏกวัน หรือสวนมะกอก เพื่อถวายเป็นพระอาราม พระมหานามะได้แสดงธรรม “อายตนะ 6” หลังจบธรรมเทศนา จิตตคหบดีได้บรรลุโสดาบัน ท่านได้ชักชวนชาวเมือง 3,000คน ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยจัด เตรียมทานไปมากมาย พระพุทธเจ้าจึงทรงมอบหมายให้ พระอานนท์ พุทธอุปัฏฐากจัดหาสถานที่เก็บสิ่งของเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นโรงครัวแห่งแรกในพระพุทธศาสนา จัดทำ โดย นาย ภูริรัตน์ พลจร เลขที่ 9 ม.6/8 นางสาวศิรประภา ทองด้วง เลขที่ 33 ม.6/8 11


เมื่อ มื่ ถวายแล้วล้มีคมีวามปลาบปลื้ม ลื้ ปิติปิเติป็นป็ยิ่งยิ่นักนั ถือถืกระเช้าช้เดินดิกลับลับ้าบ้นด้วด้ยสีหสีน้าน้เอิบอิอิ่มอิ่ เมื่อ มื่ ถึงถึบ้าบ้นก็เก็ล่าล่เรื่อ รื่ งที่ต ที่ นไนำ ดอกไม้บูม้ชบูาพระพุทธเจ้าจ้ ให้ภห้รรยาฟังฟั ถูกถูภรรยาซึ่ง ซึ่ เป็นป็หญิงญิ ไม่มีม่ ศมีรัทรัธาในพระพุทธ ศาสนาด่าด่ว่าว่เขาว่าว่จักจันำ ความพินพิาศมาให้ตห้ระกูลกู พระพุทธเจ้าจ้เมื่อ มื่ จะประกาศเกียกีรติคุติณคุ ของนายมาลาการให้ปห้รากฎแก่มก่หาชน และมีรัมีบรัสั่งสั่ ให้นห้ายสุมสุนมาลาการเข้าข้เฝ้าฝ้ พระเจ้าจ้พิมพิพิสพิารตรัสรัยกย่อย่งสรรเสริญริเขาว่าว่ เป็นป็มหาบุรุบุษรุแล้วล้พระราชทานสิ่งสิ่ของ 8 ชนิดนิ ได้แด้ก่ ช้าช้ง ม้าม้ทาส ทาสี เครื่อ รื่ งประดับดันารี อย่าย่งละแปด และทรัพรัย์อีย์กอี 8 พันพักหาปณะ และบ้าบ้นส่วส่ยอีกอี 8 ตำ บล รีบรีนำ ความกราบทูลทูพระราชา ฝ่าฝ่ย พระเจ้าจ้พิมพิพิสพิาร พระองค์ทค์รงเต็มต็เปี่ย ปี่ มด้วด้ย ศรัทรัธาในพระพุทธศาสนา เมื่อ มื่ สดับดัดังดันั้นนั้ ทรงทราบว่าว่หญิงญินี้เ นี้ป็นป็ผู้ไผู้ม่มีม่ศมีรัทรัธา จึงจึทำ ทรงกริ้วริ้แล้วล้เสด็จด็ ไปเฝ้าฝ้พระพุทธเจ้าจ้ ถวายบังบัคมแล้วล้ตามเสด็จด็ ไป สุม สุ ลมาลาการ ตกเย็นย็วันวันั้นนั้พระภิกภิษุทั้ษุงทั้หลาย กล่าล่วถึงถึการ บูชบูาพระพุทธเจ้าจ้ของนายสุมสุนมาลาการแล้วล้ ได้ รับรัของพระทาน 8 อย่าย่งจากพระเจ้าจ้พิมพิพิสพิาร เช้าวันหนึ่ง พระพุทธเจ้าเสด็จออกบิณฑบาต พร้อมภิกษุสงฆ์ ทรงเปล่งพระรัศมีด้วย พุทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ เขาเห็นอัตภาพแล้วเกิด ความเลื่อมใส จึงนำ ดอกไม้ที่จะถวายพระราชาทั้ง 8 ทะนานบูชาพระพุทธเจ้า เป็นป็ชาวเมือมืงราชคฤห์ มีหมีน้าน้ที่นำ ที่ นำ ดอกมะลิวัลินวัละ 8 ทะนาน ไปถวายพระเจ้าจ้พิมพิพิสพิารแต่เต่ช้าช้ตรู่ทุรู่ กทุวันวั ได้ทด้รัพรัย์วัย์นวัละ 8 กหาปณะ จัดจัทำ โดย นางสาวฐิติฐิยติา ฉลาด เลขที่ 10 ม.6/8 นางสาวอิงอิมณี พรหมสุทสุธิ์ เลขที่ 34 ม.6/8 12


พระนางมัล มั ลิกลิา พระพุท พุ ธเจ้าตรัสรัถามความจากนางแล้วจึง ตรัสรักับนางว่าให้ก ห้ ลับไปอยู่กัยู่ กับเสนาบดีดัง เดิมเถิด ต่อมาไม่นม่าน พระนางมัลมัลิกาก็ ตั้งครรภ์และคลอดบุต บุ รแฝดเป็น ป็ ชายทั้งคู่ และมีบุ มี ต บุ รชายฝาแฝดต่อมาอีก ๑๖ คู่ เสนาบดีพันพัธุละและพระนางมัลมัลิกา อยู่ร่ยู่ ว ร่ มกันมาหลายปีแต่ก็ยัง ยัไม่มี ม่ บุ มี ต บุ ร (ตามธรรมเนียมโบราณถือว่าสตรีที่รีที่ไม่มีม่บุมีตบุร กับสามีถืมีถือเป็น ป็ ความอัปมงคล) เสนาบดีพันพัธุละจึงส่งพระนางมัลมัลิกากลับ เมือ มื งกุสินารา พระนางยอมทำ ตาม เมื่อ มื่ เจริญริวัย เจ้าหญิงญิมัลมัลิกาสมรสกับเสนาบดี พันธุละจากนั้นพากันไปอยู่ที่ยู่ ที่ เมือ มื งสาวัตถี เพื่อพึ่งบารมีข มี องพระเจ้าปเสนทิโกศล คุณธรรมแบบอย่าง ๑) พระนางมัลมัลิกาเป็น ป็ ผู้มีผู้ ขั มี นขัติ ธรรม ๒) พระนางมัลมัลิกาเป็น ป็ ผู้รู้ผู้รู้ จั รู้ จักใช้ ปัญปัญา ๓) พระนางมัลมัลิกาเป็น ป็ ผู้มีผู้ น้ำ มีน้ำ ใจ รู้จั รู้ จัก ให้อ ห้ ภัย ไม่อม่าฆาตพยาบาทผู้อื่ผู้ อื่ น พระนางมัลมัลิกา เกิดที่เมือ มื งกุสินารา เป็น ป็ พระธิด ธิ าของมัลมัลกษัตษัริย์ ริย์ พระองค์หนึ่งในเมือ มื งกุสินารา นางสาวปาริช ริ าติ สำ เภาเงิน เลขที่1ที่ 1 ม.6/8 นางสาวนลิลิ ลิลิ นญา รัรัก รัรั ษ์ษ์ ษ์ษ์ จิจิ จิจิ นดา เลขที่ที่3ที่ที่ 5 ม.6/8 พระสารีบุ รี ต บุ รเห็น ห็ ดังนั้นจึงกล่าวในทำ นอง เตือนสติพระนางมัลมัลิกาว่า สิ่งของแตกสลาย เป็น ป็ เรื่อ รื่ งธรรมดา มันมัแตกสลายไปแล้วก็ช่าง เถอะ อย่าได้คิดเสียใจเลย พระนางมัลมัลิกาได้ฟังฟัดังนั้นจึงกล่าวตอบ ความว่า ของแตกเสียหายเพีย พี งเท่านี้นาง ย่อย่มทำ ใจได้ เพราะถึงขนาดที่นางทราบ เรื่อ รื่ งการตายของสามีแ มี ละบุต บุ ร นางยังยั ทำ ใจได้เลย เมื่อ มื่ สารีบุ รี ต บุ รและคณะสงฆ์ ฉันภัตตาหารเสร็จ ร็ แล้ว ได้กล่าวคำ อนุโมทนา แก่พระนางมัลมัลิกา 13


จัดจัทำ โดย นางสาวสิริสิลริดา ศิริศิรัริกรัษ์ เลขที่1ที่ 2 ม.6/8 นางสาวเบญญาภา นวลสันสัต์ เลขที่3ที่ 6 ม.6/8 จัดจัทำ โดย นางสาวสิริสิลริดา ศิริศิรัริกรัษ์ เลขที่1ที่ 2 ม.6/8 นางสาวเบญญาภา นวลสันสัต์ เลขที่3ที่ 6 ม.6/8 14


เกิดกิ: บริเริวณกัศ กั มีร์ มีร์ เป็น ป็ บุต บุ รของพราหมณ์ ยอมหันหัมานับนัถือถืศาสนาพุท พุ ธ พระนาคเสน พระยามิลิ มิ น ลิ เข้า ข้ มาบวชกับกัพระโรหาน เถระทั้ง ทั้ ที่ตั ที่ วตัเองเป็น ป็ กษัตษัริย์ริเ ย์ปอร์เ ร์ ซียซี เป็น ป็ ภิกภิษุตั้ ษุ ง ตั้ เเต่อ ต่ ายุ2 ยุ 0 ไปศึกศึษาพระอภิธภิรรมจึงจึได้พด้บ พระพุท พุ ธเจ้าจ้พระพุท พุ ธเจ้า จ้ให้ธ ห้ รรม จนบรรลุโ ลุ สดาบันบัจบบรรลุเ ลุ ป็น ป็ พระไตรปิฏปิก นางสาวกีรกีติ หนูเ นู พชร เลขที่1 ที่ 3 6/8 คุณ คุ ธรรม 1.ผู้ใผู้ฝ่ห ฝ่ าความรู้อรู้ ย่า ย่ งยิ่ง ยิ่ เเละเป็น ป็ ผู้มีผู้ ปัมีญปัญา 2.มีคมีวามฉลาดในการเเสดงธรรม 3.รู้จัรู้ กจัเเละยอมรับรัผิดผิเเละเเก้ไก้ ขตนเอง 15


มีกมีารตั้ง ตั้ "มูล มู นิธินิวิธิริวิยริะ ณศีลศีวันวัต์"ต์ ขึ้น ขึ้ เพื่อ พื่ เผยแผ่หผ่ลักลัธรรมคำ สอน ของพระอริยริสงฆ์ก ฆ์ รรมฐาน พระอาจารย์ย์มั่ย์มั่ย์น มั่ น มั่ ภูภูริ ภู ริ ภู ท ริ ท ริ ตฺตฺโ ตฺ โ ตฺ ต เมื่อ มื่ ท่าท่นอายุไยุด้ 23 ปี ได้เด้ข้าข้พิธีพิอุธีปอุสมบท เป็นป็พระ ภิกภิษุ ณ วัดวัเลียลีบ อ.เมือมืงอุบอุลราชธานี จ.อุบอุลราชธานี ในวันวัที่ 12 มิถุมินถุายน พ.ศ. 2436 โดยมี พระอริยริกระวี (อ่ออ่น ธมฺมมฺรกฺขิกฺโขิต) พระ อุปัอุชปัฌาย์ พระครูสีรูทสีาชยเสโน พระกรรมวาจาจารย์ พระครูปรูระจักจัษ์อุษ์บอุลคุณคุ(สุ่ยสุ่ ญาณสโย) เป็นป็พระอนุสนุาวนาจารย์ นางสาว สุธสุาธินีธิ นีเกิดกิกันกัเลขที่ 15 หลวงปู่มั่ปู่ น มั่ ภูริ ภู ทัริตฺทัตตฺมหาเถระ ละสังสัขาร เมื่อ มื่ วันวัที่ 11 พฤศจิกจิายน พ.ศ. 2492 อายุ 79 ปี 56 พรรษา ณ วัดวั ป่าป่สุท สุ ธาวาส อ.เมือมืงสกลนคร จ.สกลนคร ซึ่ง ซึ่ ต่อต่มาอัฐิอัขฐิองท่าท่นได้แด้ ปรสภาพ กลายเป็น ป็ พระธาตุใ ตุ นหลายที่ไที่ ด้มีด้กมีารแจก ตามจังจัหวัดวัต่าต่ง ๆ ที่ไที่ ด้ส่ด้งส่ตัวตัแทนมารับรั นางสาว สุธ สุ าธินีธิ นีเกิดกิกันกัเลขที่1 ที่ 5 17 มีชื่มีอ ชื่ เดิมดิว่า ว่ มั่น มั่ เเก่น ก่ เเก้ว ก้ เกิดกิเมื่อ มื่ วันวัพฤหัสหับดีที่ดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2413 ณ.บ้าบ้นคำ บงต.สงสายอ.โขงเจียจีมจ.อุบ อุ ลราชธานี บิดบิาชื่อ ชื่ นาย คำ ด้วด้ง เเก่นก่เเก้วก้ มารดาชื่อ ชื่ นาง จันจัทร์ เเก่นก่เเก้วก้เมื่อ มื่ ท่าท่นอายุไ ยุ ด้ 15 ปี ได้เด้ข้าข้บรรพชา เป็น ป็ สามเณร ณ วัดวับ้าบ้นคำ บง เมื่อ มื่ บวชได้ 2 ปี บิดบิาขอร้อร้งให้ลห้าสิกสิขา เพื่อ พื่ ช่วช่ยการงานทางบ้าบ้น จิตจิท่าท่นยังยัหวน คิดคิถึงถึร่มร่ผ้าผ้กาสาวพัสพัตร์อร์ยู่เยู่นือนืงนิจนิ เพราะติดติใจในคำ สั่ง สั่ ของยาย เมื่อ มื่ บวชได้ 2 ปี บิดบิาขอร้อร้งให้ลห้าสิกสิขา เพื่อ พื่ ช่วช่ยการงานทางบ้าบ้น จิตจิท่าท่นยังยัหวน คิดคิถึงถึร่มร่ผ้าผ้กาสาวพัสพัตร์อร์ยู่เยู่นือนืงนิจนิ เพราะติดติใจในคำ สั่ง สั่ ของยาย ได้รัด้บรัขนาดนามเป็น ป็ ภาษามคธว่าว่ ภูริ ภู ทริตฺโตฺต แปลว่าว่ผู้ใผู้ห้ปัห้ญปัญา


สมเด็จ ด็ พระวัน วั รัต รั เฮง เขมจารี มีนามเดิมว่า เฮง หรือ กิมเฮง นามฉายาว่า เขมจารี บิดาเป็นจีนนอก ชื่อตั้วเก๊าแซ่ฉั่ว เป็นพ่อค้า มารดาชื่อ ทับทิม เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ท่านได้อุปสมบท เป็นพระภิกษุเล่าเรียนพระปริยัติธรรมจน สามารถสอบเปรียบธรรม 9 ประโยค เป็นผู้มีความแตกฉานในพระปริยัติธรรม คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง 1.เป็นผู้ที่มีความเพียรพยายาม 2.เป็นนักปกครองที่ดี 3.เป็นผู้มีความกตัญญู นางสาวแพรทองอินทร์ทอง เลขที่14 นางสาวษิญาภา เพชรวิชิตเลขที่38 16 เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๔๒๔ ณ บ้านท่าแร่ต.สะแกกรังอ.เมือง จ.อุทัยธานี ท่านบรรพชาเป็นสามเณรและสอบ ปริยัติธรรมสนามหลวงได้เปรียญ 5 ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร เมื่ออายุครบ 24 ปีบริบูรณ์ ได้ชื่อว่าเป็น ผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย บริหารการศึกษาด้านพระพุทธ ศาสนาให้มีประสิทธิภาพ


วันวัที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๕ หลวงพ่อได้ลด้ะ สังสัขารไปด้วด้ยอาการสงบ ภายในกุฏิกุพฏิยาบาล พระโพธิญาณเถระ ชา สุภทฺโท น.ส.ชุติ ชุ กติาญจน์ ภักภัดีพ ดี รหม เลขที่1ที่ 6 ม.6/8 น.ส.ษิญาภา เพชรวิชิวิตชิเลขที่3ที่ 8 ม.6/8 น.ส.ชุติ ชุ กติาญจน์ ภักภัดีพ ดี รหม เลขที่1ที่ 6 ม.6/8 น.ส.ษิญาภา เพชรวิชิวิตชิเลขที่3ที่ 8 ม.6/8 เกิดกิเมื่อ มื่ วันวัที่ ๑๗ มิถุมินถุายน พ.ศ.๒๔๖๑ ณ บ้าบ้นก่อก่อ.วารินริชำ ราบ จ.อุบอุลราชธานี เข้าข้ศึกศึษา ที่ ร.ร. บ้าบ้นก่อก่ต. ธาตุ อ. วารินริชำ ราบ จ. อุบอุลราชธานี เรียรีนจบชั้นชั้ ป. ๑ ขณะมีอมีายุ ๑๓ ปี บิดบิาได้นำด้นำไปฝาก กับกั เจ้าจ้อาวาส บรรพชาเป็นป็ สามเณรเมื่อ มื่ เดือดืนมีนมีาคม พ.ศ.๒๔๗๔ เมื่อ มื่ เป็นป็ สามเณรก็ไก็ด้ท่ด้อท่งทำ วัตวัรสวดมนต์ เรียรีนหนังนั สือสืพื้น พื้ เมือมืงและได้ศึด้กศึษานักนัธรรมชั้นชั้ตรี อยู่ปยู่ ฏิบัฏิติบัคติรูบรูาอาจารย์เย์ป็นป็เวลา ๓ พรรษา จึงจึลา สิกสิขา อุปอุสมบทที่พั ที่ ทพัธสีมสีาวัดวัก่อก่ ใน ต.ธาตุ อ.วารินริชำ ราบ จ.อุบอุลราชธานี เมื่อ มื่ อุปอุสมบทแล้วล้พรรษาที่ ๑-๒ จำ เมื่อ มื่ วันวัที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๒ พรรษา อยู่ที่ยู่ วั ที่ ดวัก่อก่นอก ได้ศึด้กศึษาปริยัริติยัธติรรม และสอบนักนัธรรมชั้นชั้ตรีไรีด้ ปี พ.ศ.๒๔๘๔ ท่า ท่ นก็ไก็ ด้ตั ด้ ดตั สินสิ ใจ ปี ออกแสวงหาความรู้ใรู้นต่า ต่ งถิ่นถิ่ ปีพ.ศ.๒๔๘๖ ท่าท่นได้เด้ดินดิทางกลับลัมาจำ พรรษา ยังยั สำ นักนัเรียรีนวัดวับ้าบ้นหนองหลักลัดูแดูลบิดบิา จนกระทั่งทั่วาระสุดสุท้าท้ย วันวัที่ ๘ มีนมีาคม พ.ศ.๒๔๙๗ หลวงพ่อและ คณะธุดธุงค์ก็ค์เก็ดินดิทางมาถึงถึชายป่าป่ดงดิบดิอันอัหนา ต่อต่มาเห็นห็ว่าว่ควรตั้งตั้เป็นป็ สำ นักนั สงฆ์ จึงจึได้เด้ริ่มริ่ทึบทึชาวบ้าบ้นเรียรีกว่าว่ดงหนองป่าป่พง การปลูกลูสร้าร้งเสนาสนะขึ้น ขึ้ หลวงพ่อ ตั้งตั้ชื่อ ชื่ วัดวัว่าว่ “วัดวัหนองป่าป่พง” ปี พ.ศ.๒๕๒๐ หลวงพ่อได้อด้อก เดินดิทางไปเผยแผ่พุผ่พุทธธรรมที่ ประเทศอังอักฤษ ตามคำ นิมนินต์ขต์อง นายยอร์ชร์ชาร์ปร์ พ.ศ.๒๕๒๒ มูลมูนิธินิกิธิจกิการสงฆ์แฆ์ห่งห่อังอักฤษ จึงจึได้นิด้มนินต์หต์ลวงพ่อเดินดิทางไปเผยแผ่พผ่ระธรรม ใน ประเทศอังอักฤษอีกอีครั้งรั้หนึ่ง นึ่ จากการเดินดิทาง ของหลวงพ่อ ทำ ให้ปัห้จปัจุบัจุนบันี้มี นี้ สำมีสำนักนั สาขา ของวัดวัหนองป่าป่พงในต่าต่งประเทศกว่าว่๑๐ แห่งห่ 18


จัด จั ตั้ง ตั้ สำ นัก นั สงฆ์แ ฆ์ ละเปลี่ย ลี่ น ชื่อ ชื่ เป็นสวนโมกข์พ ข์ ลาราม ได้รั ด้ บ รั ฉายาว่าว่ อินทปัญโญ ได้รั ด้ บ รั ฉายาว่าว่ อินทปัญโญ เกิด กิ ที่อำ ที่ อำเภอไชยา จัง จั หวัด วั สุร สุ าษฎร์ธ ร์ านี พระธรรมโกศาจารย์ย์ ย์ย์ ปณิดา ไทยปาน เลขที่ 17 ม.6/8 อรวรรณ รอดแก้ว เลขที่ 396/8 พุพุท พุพุ ธทาสภิภิ ภิภิ กขุขุ ขุขุ สอบได้นั ด้ ก นั ธรรมชั้น ชั้ เอก เป็นครูส รู อน นัก นั ธรรมอยู่ที่ยู่ วั ที่ ด วั พระบรมธาตุไ ตุ ชยา เข้า ข้ กรุง รุ เทพฯเพื่อ พื่ นำ เรียรีน พัก พั อยู่ที่ ยู่ วัด วั ปทุมคงคา สอบเปรีย รี ญธรรม 3 ประโยค กลับ ลัไปอยู่ที่ยู่ วั ที่ ด วัใหม่ พุม พุ เรีย รี ง เพื่อ พื่ ปฏิบัฏิติ บั ธติรรม ผลงานเด่นด่ของท่าท่นพุทพุธทาส คือคืงานหนังนัสือสืเช่นช่ ตามรอยพระอรหันหัต์ คู่มืคู่ อมืมนุษนุย์ และเป็นภิกภิษุไทย รูปรูแรกที่บุ ที่ กบุเบิกบิการใช้ โสตทัศทันูปนูกรณ์ส ณ์ มัยมัใหม่ สำ หรับรัการเผยแพร่ธร่รรมะ ท่าท่นพุทพุธทาสภิกภิขุก็ขุพ ก็ บว่าสังสัคมพระพุทพุธศาสนา แบบที่เ ที่ ป็นอยู่ใยู่ นขณะนั้นนั้แปดเปื้อนเบือบืนบิดบิไปมาก และไม่อม่าจทำ ให้เห้ข้าข้ถึงถึหัวหัใจของศาสนาพุทพุธได้เด้ลย ท่าท่นจึงจึตัดตัสินสิ ใจหันหัหลังลักลับลัมาปฏิบัฏิติบัธติรรมที่อ ที่ .ไชยา ซึ่งซึ่เป็นภูมิภูลำมิลำเนาเดิมดิของท่าท่นอีกอีครั้งรั้ พร้อมปวารณาตนเองเป็น พุทพุธทาส เนื่อ นื่ งจากต้อต้งการถวายตัวตั รับใช้พช้ระพุทพุธศาสนาให้ถึห้งถึที่สุ ที่ ดสุ ท่าท่นพุท พุ ธทาสภิกภิขุไ ขุ ด้รัด้บรัพระราชทาน สมณศักศัดิ์จดิ์ากพระบาทสมเด็จ ด็ พระเจ้าจ้อยู่หัยู่ วหั ตามลำ ดับดั นามเดิมดิเงื่อ งื่ ม พานิชนิ หรือ รืในนาม พุท พุ ธทาสภิกภิขุ 19 จัดทำ โดย


พ.ศ.๒๔๙๙ พระพรหมมัมัง มัมั คลาจารย์ย์ ย์ย์ ปัญ ปั ญานันทภิกภิขุ เกิดกิวันวัพฤหัสหับดีที่ดี ที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ตรงกับกัวันวัขึ้น ขึ้ ๑๔ ค่ำ ต.คูหคูาสวรรค์ อำ เภอเมือมืง จ.พัทพัลุงลุ เดิมดิชื่อ ชื่ ปั่นปั่นามสกุลกุเสน่ห์น่เห์จริญริ เป็นป็บุตบุร นายวันวัเสน่ห์น่เห์จริญริ นางคล้าล้ย เสนห์เห์จริญริ อายุย่ยุาย่งเข้าข้๘ ขวบ เข้าข้ศึกศึษาชั้นชั้ ประถม ๑ ที่โที่ รงเรียรีนประจำ อำ เภอเมือมืง จ.พัทพัลุงลุ เรียรีนจบชั้นชั้ ป. ๓ เป็นป็ระดับดัชั้นชั้สูงสูสุดสุในสมัยมันั้นนั้ ต่อต่มาย้าย้ยไปศึกศึษาต่อต่ชั้นชั้มัธมัยมที่ โรงเรียรีน ประจำ จังจัหวัดวัพัทพัลุงลุขณะเรียรีนชั้นชั้ม. ๔ ต่อต่ ได้ ครึ่ง รึ่ ปีบิปีดบิาป่วป่ยจึงจึต้อต้งลาออกมาช่วช่ยเหลือลื ครอบครัวรั อายุ ๑๘ ปี พรรพชาเป็นป็ สามเณร ที่วั ที่ ดวัอุปอุนันนัทาราม ต.เขานิเนิวศน์ อ.เมือมืง จ.ระนอง ได้เด้รียรีนนักนัธรรมไพร้ อมกันกั โดยสอบนักนัธรรมตรีไรีด้ที่ด้ ที่ ๑ ของมณฑลภูเภูก็ตก็ อายุ ๒๐ ปี อุปอุสมบทเป็นป็พระภิกภิษุ ที่วั ที่ ดวันางลาด ต.เขาเจียจีก อ.เมือมืง จ.พัทพัลุงลุ เทศนาครั้งรั้แรก ที่วั ที่ ดวั ปากนคร อ.เมือมืง จ.นครศรีธรีรรมราช ร่วร่มคณะพระภิกภิษุใษุจสิงสิห์ ธุดธุงค์เค์ท้าท้เปล่าล่ ไปเผย แพร่ธร่รรมะที่พ ที่ ม่าม่กับกัพระโลกนาถ ภิกภิษุชษุาวอิตอิาลี ไปจำ พรรษาที่ส ที่ วนโมกขพลาราม ต.พุมเรียรีง อ. จ.สุรสุาษฎร์ธร์านี ได้ศึด้กศึษาและปฏิบัฏิติบัธติรรม กับกัท่าท่นพุทธทาสภิกภิขุ และท่าท่น บ.ช.เขมาภิรัภิตรั ศึกศึษาภาษาบาลีที่ลีวั ที่ ดวัสามพระยา กรุงรุเทพฯ จนสอบได้เด้ปรียรีญธรรม ๔ ประโยค ไปจังจัหวัดวัเชียชีงใหม่ เริ่มริ่เผยแพร่พร่ระพุทธ ศาสนาด้วด้ยการปาฐกถาธรรม สร้าร้งโรงมุงมุ ใบตองตึงตึเรียรีกว่าว่ศาลาธรรมทาน มีชื่มีอ ชื่ เสียสีง ขึ้น ขึ้ ที่ จังจัหวัดวัเชียชีงใหม่ ในนาม ภิกภิขุปัญปัญา นันนัทะ เดินดิทางไปเผยแพร่ธร่รรมะยังยัทวีปวียุโยุรป และ ร่วร่มประชุมชุกับกัขบวนการสีลสีธรรมโลก (M.R.A.) ที่เ ที่ มือมืงโคซ์ ประเทศสวิสวิเซอร์แร์ลนด์ ได้รัด้บรัพระราชทานตั้งตั้สมณศักศัดิ์ เป็นป็ที่ พระปัญปัญานันนัทมุนีมุนี เป็นป็เจ้าจ้สำ นักนัศาสนศึกศึษาวัดวัชลประทานรังรัสฤษฏ์ ได้รัด้บรัพระราชทานเลื่อ ลื่ นสมณศักศัดิ์ เป็นป็พระราชนันนัทมุนีมุนี ได้รัด้บรัแต่งต่ตั้งตั้ ให้เห้ป็นป็พระอุปัอุชปัฌาย์ ประเภทสามัญมั เริ่มริ่บวชพระนวกะประจำ เดือดืนใน วัดวัชลประทานรังรัสฤษฎ์ ได้รัด้บรัพระราชทานเลื่อ ลื่ นสมณศักศัดิ์ เป็นป็ที่ พระเทพวิสุวิทสุธิเธิมธี รักษาการเจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม อินสเดล รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา - ได้รัด้บรัพระราชทานเลื่อ ลื่ นสมณศักศัดิ์เป็นป็ พระธรรมโกศาจารย์ - จำ พรรษาวัดวัชลประทานรังรัสฤษฏ์ อ.ปากเกร็ดร็ ได้รัด้บรั โปรดเกล้าล้ฯ พระราชทาน จังจัหวัดวันนทบุรีบุรี สถาปณาสมณศักศัดิ์ เป็นป็ รองสมเด็จด็พระราชาคณะชั้นชั้หิรัหิญรับัฏบั ที่ พระพรหมมังมัคลาจารย์ จำ พรรษาวัดวัชลประทานรังรัสฤษฏ์ อำ เภอปากเกร็ดร็จังจัหวัดวันนทบุรีบุรี พ.ศ.๒๔๖๒ พ.ศ. ๒๔๗๒ พ.ศ. ๒๔๗๔ พ.ศ. ๒๔๗๕ พ.ศ. ๒๔๗๖ พ.ศ. ๒๔๘๐ พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๔๘๖ พ.ศ. ๒๔๙๒ เสียสีชีวิชีตวิเมื่อ มื่ ๑๐ ตุลตุาคมพ.ศ. ๒๕๕๐ โรงพยาบาลศิริศิรริาช ปิยปิมหาราช การุณรุย์,ย์กรุงรุเทพมหานคร พ.ศ. ๒๔๙๗ พ.ศ. ๒๕๐๓ พ.ศ. ๒๕๑๔ พ.ศ. ๒๕๑๘ พ.ศ. ๒๕๒๔ พ.ศ. ๒๕๒๔ พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ศ. ๒๕๓๖ พ.ศ. ๒๕๓๗ พ.ศ. ๒๕๔๗ นางสาวปุณณิศณิา ทองนา เลขที่ 18 6/8 นางสาวษิญาภา เพชรวิชิวิตชิเลขที่3ที่ 8 6/8 นางสาวปุณณิศณิา ทองนา เลขที่ 18 6/8 นางสาวษิญาภา เพชรวิชิวิตชิเลขที่3ที่ 8 6/8 20


พระนารายณ์ มหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่ง - ทรงพระราชสมภพ ณ กรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2175. -สวรรคต ณ เมืองลพบุรีเมื่อ พ.ศ. 2231 เป็นพระมหากษัตริย์รัย์ รัชกาลที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยาโดยรัชสมัยของสมเด็จ พระนารายณ์มหาราชนั้นเจริญรุ่งเรืองที่สุด ในด้านการค้า ทรงได้รับพระสมัญญานาม ว่าเป็น “มหาราช” 21 เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าปราสาท ทองกับพระราชเทวีไม่ปรากฏพระนาม คำ ให้การชาวกรุงเก่าระบุว่าพระชนนีของ พระองค์ชื่อพระสุริยา ลำ ดับเหตุการณ์การรัฐประหารพระนารายณ์ 23 กันยายน พ.ศ. 2228 คณะราชทูตไทยที่ไปฝรั่งเศสกลับถึง กรุงศรีอยุธยา คณะราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่14 เดินทางเข้า มาด้วย 18 ตุลาคม พ.ศ. 2228 คณะราชทูตฝรั่งเศสเข้าเฝ้า สมเด็จพระนารายณ์เพื่อโน้มน้าวให้นับถือศาสนาคริสต์ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2228 สมเด็จพระนารายณ์ทรงมอบให้ ฟอลคอน เป็นผู้แทนพระองค์มีอำ นาจเต็มแห่ง พระเจ้าอยู่หัว 11 ธันวาคม พ.ศ. 2228 เกิดจันทรุปราคา สมเด็จพระ นารายณ์ทรงทอดพระเนตรด้วยกล้องดูดาวกับคณะ บาทหลวง 11 สิงหาคม พ.ศ. 2230 สมเด็จพระนารายณ์ทรงประกาศ สงครามกับบริษัทการค้าของอังกฤษ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2231 ฟอลคอน ส่งหลวงพ่อ เลอ รัว และ เลอบรังก์ ไปบางกอกให้ยกกองทหาร มาลพบุรี 5 มิถุนายน พ.ศ. 2231 ฟอลคอนถูก นำ ไปสำ เร็จโทษ เวลา 4 ทุ่ม 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 หลวงพ่อ เดอ แบซ ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์ใช้ความ พยายามครั้งสุดท้ายที่จะให้พระองค์ทรงรับ ศีลรับบาป 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เสด็จสวรรคต 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 นายพลเดส์ฟาร์จ ลงนามใน สัญญาสงบศึก คุมกองทหารฝรั่งเศสออกไปนอกพระราช อาณาจักร จัดทำ โดย นางสาวมาลิณ ศรีสุรีสุ วรรณ เลขที่19 ม.6/8 นางสาวษิญาภา เพชรวิชิวิชิต เลขที่38 ม.6/8


พระราชกรณียกิจด้านศาสนา •การชำ ระและการพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นอักษรไทย เพื่อเป็นการสืบสานขัตติยประเพณี เป็นการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาและทำ ให้ผู้สนใจศึกษาสะดวกแก่การค้นคว้า •การสร้างวัดขึ้นใหม่หลายวัด คือ วัตราชบพิธ วัดเทพศิรินทราวาส วัดเบญจมบพิตร วัดอัษฎางค์นิมิต วัดจุฑาทิศราชธรรมสภา วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ และทรง ปฏิสังขรณ์วัดมหาธาตุ •การส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลางการศึกษา เพราะทรง ห่วงใยเรื่องคุณธรรม •สนับสนุนการศึกษาของพระสงฆ์ โดยจัดตั้งโรงเรียนสอน พระปริยัติธรรมขึ้นตามวัดต่าง ๆ •ทรงตราพระราชบัญญัติเพื่อเป็นแนวในการบริหารคณะ สงฆ์ ร.ศ. ๑๒๓ นับเป็นกฎหมายของพระสงฆ์ไทยฉบับแรก วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ตั้งอยู่ที่ถนนหน้าพระธาตุ กทม. เดิมเรียกวัดมหาธาตุ พ.ศ.2439 พระองค์เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ กับสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ประสูติเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๓๙๖ เถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๑๓ สวรรคตเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ ขณะมีพระชนมายุได้ ๕๗ พระจุลจอมเกล้า สมเด็จ จัดทำ โดย คุณธรรมที่ควรถือเป็นเเบบอย่าง 1.ทรงเป็นผู้มีความคิดกว้างไกล 2.ทรงเป็นนักพัฒนาที่แท้จริง 3.ทรงมีปฏิญาณในการแก้ไขปัญหา 4.ทรงเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี 24 พ.ศ.2431 โปรดให้มีการชำ ระและจัดพิมพ์พระไตรปิฎก ฉบับภาษาบาลี อักษรสยาม เทียบเสียงเป็นอักษรโรมัน ชุดแรกของโลก พ.ศ.2445 โปรดให้มีการตราพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองสงฆ์ ร.ศ.121 ขึ้น เพื่อให้การปกครองภายในสังฆมณฑลเป็นไปตาม ระเบียบอันดี กำ หนดให้พระสังฆราช เป็นประมุขของสงฆ์ มีมหาเถรสมาคมเป็นคณะผู้บริหาร จัดรูปการปกครอง คณะสงฆ์ใน 4 ภูมิภาค ให้สอดคล้องกับการปกครองบ้านเมือง โปรดให้จัดตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูงของสงฆ์ขึ้น 2 แห่ง ได้แก่ พ.ศ.2432 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.2436 มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย พ.ศ.2427 โปรดให้ตั้งโรงเรียนหลวงสำ หรับราษฎร เป็นแห่งแรกที่วัดมหรรณพาราม กทม. เพื่อให้ราษฎรทั่วไป ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนโดยมีพระสงฆ์เป็นครูสอน วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ตั้งอยู่ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2419 เพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศล ถวายสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระบรมราชชนนี พ.ศ.2439 โปรดให้สร้างสุสานหลวงไว้ในวัด วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตั้งอยู่ในเขตพระนคร กทม. ทรงสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ.2412 ด้วยพระราชประสงค์ให้เป็นวัดประจำ รัชกาล วัดนิเวศธรรมประวัติให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่ง เมื่อ พ.ศ.2421 วัดจุฑาทิศธรรมสภาราม อยู่บนเกาะสีชัง จ.ชลบุรี โปรดให้สร้างขึ้น ในปี พ.ศ.2435 วัดอัษฎางค์นิมิตร ตั้งอยู่บนเกาะสีชัง จ.ชลบุรี โปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ.2435 นางสาวจุฑามาศ กุลเมฆา เลขที่21


ดอกเตอร์ เอ็ม อ็ เบดการ์ ครูครูนนึงนึได้เด้ห็นห็ว่าว่เขาเป็นป็คนฉลาดจึงจึให้เห้ขาใช้ นามสกุลกุของครูว่รูาว่ ''เอ็มอ็เบดการ์'ร์'(เก่าก่สักสั ปาล) เป็นป็นามสกุลกุ ฐานะตระกูลกูพราหมณ์ รวมทั้ง ทั้ได้ทำด้ทำงานฟื้น ฟื้ ฟูพระพุทธศาสนาในอินอิเดียดี โดยเฉพาะในหมู่ชมู่ นชั้น ชั้ ล่าล่ง จึงจึได้มีด้ศูมีทศูรและจัณจัฑาล เปลี่ย ลี่ นมานับนัถือถืพระพุทธศาสนาเป็นป็จำ นวนมาก เขาได้รัด้บรัพระราชทานอุปอุถัมถัภ์จภ์ากเจ้าจ้ชาย แห่งเมืองโครักรัขปูร์แร์ละเป็นผู้มีผู้มีบทบาทสำ คัญ ต่อต่ความเคลื่อ ลื่ นไหวทางสังสัคมหลายๆ อย่าย่งในอินอิเดียดี ในวรรณะศูทศูรที่ย ที่ ากจน ประเทศอินอิเดียดี เเต่บิต่ดบิาก็ส่ก็งส่เขาเรียรีน จบประถมศึกศึษาปีที่ปี ที่ 6 เขาสมัคมัรและได้เด้ป็น ป็ เป็น ป็ อาจารย์สย์อนใน มหาวิทวิยาลัยลัซิดซินาหัมหั ในมุมมุไบ มีคมีวามสนใจพระพุทธศาสนาเป็นป็อย่าย่งมาก เขาจึงจึมีบมีทบาทสำ คัญคั ในการเป็นป็ผู้นำผู้นำชาวพุทธ ในวรรณะศูทศูรกว่า ว่ 5แสนคนมา ปฏิญฏิาณตนเป็น ป็ พุทธมามกะ จัดจัทำ โดย 6/8 นางสาวฉัตฉัรชยา อินอิทอง เลขที่2ที่ 2 นางสาวษิญษิาภา เพชรวิชิวิตชิเลขที่3ที่ 8 ท่านถูกยก ถู ย่องใ ย่ ห้เป็น "บิดาแห่งรัฐธรรม รั นูญอินเดีย"ดี เมื่อ มื่ วันวัที่ 14 ตุลตุาคม ค.ศ.1956 หลังลัจากการประกาศเป็นป็พุทธมามกะ ได้เด้พียพีง 3 เดือดืน ก็ไก็ด้เด้สียสีชีวิชีตวิลง เมื่อ มื่ วันวัที่ 6 ธันธัวาคม พ.ศ. 2499 เกิดกิเมื่อ มื่ 18 เมษายน 1891 ค.ศ.1918 ค.ศ.1927 ดร.อัมอัเบดการ์นำร์นำพิธีพิสัธีตสัยาเคราะห์ดื่ห์ม ดื่ น้ำ ในสระโชว์ดว์าร์ ที่เ ที่ มือมืงมหัทหั (Mahad)ซึ่ง ซึ่ เดิมดิห้าห้มคนวรรณะต่ำ ใช้น้ำช้น้ำในสระนี้ นับนัเป็นป็จุดจุเริ่มริ่ต้นต้ของการเข้าข้สู่ “ศตวรรษแห่งห่ความเสมอภาค” 25


สมเด็จด็พระพุทพุธโฆษาจารย์ ส ย์ มเด็จด็พระพุทพุธโฆษาจารย์ 23 สมเด็จด็พระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺยุโตฺต) นามเดิมดิ ประยุทยุธ์ อารยางกูรกู เกิดกิเมื่อ มื่ วันวัที่ ๑๒ มกราคม ๒๔๘๑ ที่ อ.ศรีปรีระจันจัต์ จ.สุพสุรรณบุรีบุรี เป็นป็บุตบุรของนายสำ ราญ และนางชุนชุกี อารยา งกูรกู พ.ศ. ๒๔๙๔, ๑๐ พ.ค. บรรพชา ที่วั ที่ ดวับ้าบ้นกร่าร่ง อ.ศรีปรีระจันจัต์ โดยมี พระครูเรูมธีธธีรรมสาร เป็นป็อุปัอุชปัฌาย์ พ.ศ. ๒๔๙๕ ไปอยู่วัยู่ ดวั ปราสาททอง อ.เมือมืง จ.สุพสุรรณบุรีบุรีเรียรีนพระ ปริยัริติยัธติรรมต่อต่และเข้าข้ฝึกฝึวิปัวิสปัสนาจบแล้วล้พระ อาจารย์ชย์วนไปอยู่ปยู่ ระจำ ในสำ นักนัวิปัวิสปัสนา แต่อต่าพาธ จึงจึ ไปไม่ไม่ด้ พ.ศ. ๒๔๙๔-๒๔๙๖ สอบได้ น.ธ. ตรี โท เอก พ.ศ. ๒๔๙๖ มาอยู่วัยู่ ดวัพระพิเพิรนทร์ กรุงรุเทพมหานคร พ.ศ. ๒๔๙๗-๒๕๐๔ สอบได้ ป.ธ. ๓ – ๙ ขณะยังยัเป็นป็ สามเณร พ.ศ. ๒๕๐๔, ๒๔ ก.ค. อุปอุสมบท ในพระบรมราชานุเนุคราะห์ เป็นป็นาค หลวง ณ วัดวัพระศรีรัรีตรันศาสดาราม พ.ศ. ๒๕๐๕ สอบได้ปด้ริญริญาพุทธศาสตรบัณบัฑิตฑิ (เกียกีรตินิติยนิมอันอัดับดั ๑) จากมหาจุฬจุาลงกรณราชวิทวิยาลัยลั พ.ศ. ๒๕๐๖ สอบได้วิด้ชวิาชุดชุครู พ.ม. พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นป็พระราชาคณะชั้นชั้สามัญมัที่ พระศรีวิรีสุวิทสุธิ โมลี พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นป็พระราชาคณะเจ้าจ้คณะรอง ที่ พระพรหมคุณคุาภรณ์ สุนสุทรธรรมสาธก ตรีปิรีฎปิกปริยัริติยั โติกศล วิมวิลศีลศีาจาร ศาสนภารธุรธุาทร มหาคณิสณิสร บวรสังสัฆาราม คามวาสี พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นป็ Research Fellow in World Religions, Faculty of Divinity, Harvard University พ.ศ. ๒๕๓๘ ประกาศวุฒิวุคุฒิณคุเป็นป็ตรีปิรีฏปิกาจารย์ Navanalanda Mahavihara ประเทศอินอิเดียดี พ.ศ. ๒๕๒๕ ประกาศเกียกีรติคุติณคุในฐานะ ผู้ทำผู้ ทำคุณคุประโยชน์แน์ก่พก่ระพุทธศาสนา ในการฉลอง ๒๐๐ ปี กรุงรุรัตรันโกสินสิทร์ พ.ศ. ๒๕๔๑ รางวัลวั TTF Award สาขาสังสัคมศาสตร์แร์ละมานุษนุยวิทวิยา สำ หรับรัผลงานทางวิชวิาการดีเดีด่นด่หนังนัสือสืการพัฒพันาที่ ยั่งยั่ยืนยืจาก มหาวิทวิยาลัยลัธรรมศาสตร์ และมูลมูนิธินิ โธิตโยต้าต้ ประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๕ โล่ผู้ล่ทำผู้ ทำคุณคุประโยชน์ต่น์อต่พระพุทธศาสนา ในวโรกาสที่ สมเด็จด็พระญาณสังสัวร สมเด็จด็พระสังสัฆราช เจริญริ พระชนมายุ ๙๙ พรรษา จริญริา ผาแก้วก้เลขที่2ที่ 0 ณิชณิกานต์ คุตคุกาล เลขที่ 38 ปปรระะยุยุ ยุทยุทธ์ธ์ ธ์ธ์ปปยุยุ ยุตฺยุตฺตฺ โ ตฺ โตต


สุชี สุ พ ชี ปุญปุ ญานุภ นุ าพ สุชีสุพชีเกิดกิเมื่อวันวั ที่13 เมษายน พ.ศ. 2460 จ.นครปฐม ท่านมีพี่น้พี่ องทั้งหมด 12 คนที่เกิดกิร่วร่มพ่อแม่เม่ดียดีวกันกั แต่ทั้ ต่งหมดเสียสีชีวิชีตวิตั้ง ตั้ แต่วัต่ยวัเยาว์ เหลือลืท่าท่นเพียพีงคนเดียดีว พ่อแม่จึงจึตั้ง ตั้ ชื่อ ชื่ ให้ท่านว่าว่ "บุญรอด" และมีนามสกุลกุในเวลานั้นว่าว่ "สงวนเชื้อ ชื้ " เมื่อ มื่ อายุรยุาว 13 ปี หลังลัจากที่เ ที่ รียรีนจบชั้น ชั้ ประถมปีที่ปี ที่ 5 ท่าท่นได้บด้รรพชา เป็นป็ สามเณรเพื่อ พื่ ศึกศึษาต่อต่ ในทางพุทธศาสนา ณ วัดวัสัมสั ปทวน อ.นครชัยชัศรี จ.นครปฐม จนสอบไล่นัล่กนัธรรมและภาษาบาลี เปรียรีญธรรม 7 ประโยค ได้ตั้ด้ง ตั้ แต่ยัต่งยัเป็นป็ สามเณร ผลงานเรื่อ รื่ งเช่นช่ของท่าน คือเรื่อ รื่ ง “ใต้ร่ต้มร่กาสาวพัสพัตร์”ร์บอกเล่าล่เรื่อ รื่ งราว ขององคุลิมลิาลกับกัพระพุทธเจ้าจ้ตีพิตีมพิพ์ครั้ง รั้ แรกในหนังนัสือสืธรรมจักจัษุ เมื่อ พ.ศ. 2494 ปรากฏว่าว่ ได้รัด้บรัการตอบรับรัอย่าย่งดีเดียี่ย ยี่ ม และได้รัด้บรัการขอร้อร้งให้ประพันพั ธ์อีกอีหลาย ๆ เรื่อ รื่ ง หลังลัจากอาจารย์สุย์ชีสุพชีลาสิกสิขา ท่านยังยั ได้ดำด้ดำรงตำ แหน่งสำ คัญใน หน่วยงานราชการและรัฐรัวิสวิาหกิจกิรวมถึงถึเป็นป็อาจารย์สย์อนและที่ ปรึกรึษาในสภาการศึกศึษามหามกุฎกุราชวิทวิยาลัยลัและในมหาวิทวิยาลัยลั ต่าต่ง ๆ อย่าย่งต่อต่เนื่อง จนกระทั่งถึงถึแก่กก่รรมในวันวัที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 เวลา 15.51 น. สิริสิรริวมอายุ 83 ปี 21 วันวัด้วด้ยผลงานที่ได้ กล่าล่วมา ผนวกกับกัอุปอุนิสัยสัส่วส่นตัวตั ที่อ่ออ่นน้อน้ม มีเมีมตตากรุณรุา และตั้ง ตั้ มั่นอยู่ใยู่ นพระธรรมคำ สอน ทำ ให้อาจารย์สุย์ชีสุพชีเป็นป็ที่รั ที่ กรัและเคารพยิ่งยิ่ ของศิษศิย์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศมาจนถึงถึ ปัจปัจุบัจุนบั ต่อต่มาท่าท่นได้อุด้ ปอุสมบทเป็นป็พระภิกภิษุ ณ วัดวักันกัมาตุยตุาราม เมื่อ มื่ พ.ศ. 2480 และได้รัด้บรัฉายาว่าว่ "สุชีสุโชีวภิกภิขุ" หลังลัจากอุปอุสมบทได้ 2 พรรษา ก็สก็อบไล่ เปรียรีญธรรม 9 ประโยคได้ 26 นางสาวญาวีย์วีภย์รณ์ จีนจีกีตกีเลขที่2ที่ 3 นางสาวณิชณิกานต์ คุตคุกาล เลขที่3ที่ 7


เกิด วันที่ 17 กันยายน พ.ศ 2407 ธรรมปาละ อนาคาริก มรณภาพ วัน วั ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2476 เป็นผู้ก่อตั้งสมาคมมหาโพธิ์ เรียกร้อง เอาพุทธสถานในอินเดียกลับคืนมา เป็นของชาวพุทธ บิดาชื่อ: เดวิด เหววิตรเน เช่นนั้นจึงทำ การอธิษฐานต่อ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ว่าจะถวาย ชีวิตเป็นพุทธบูชา เพื่อฟื้นฟู พุทธศาสนาในอินเดีย นางสาว นารีรัตน์ จิตรเฝือ เลขที่24 6/8 นางสาวศิริกาญจน์ นาคพิน เลขที่ 40 6/8 นางสาว นารีรัตน์ จิตรเฝือ เลขที่24 6/8 นางสาวศิริกาญจน์ นาคพิน เลขที่ 40 6/8 เป็นบุคคลที่สำ คัญที่สุดในการฟื้นฟู พระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย เมื่อได้อ่านหนังสือเรื่องประทีป แห่งเอเชียของ ท่านเซอร์เอดวินด์ อาโนลด์ ก็เกิดความซาบซึ้ง มีความคิดอยากอุทิศชีวิต ถวายต่อ พระพุทธองค์ในการฟื้นฟู พระพุทธศาสนาที่อินเดีย จึงออกเดินทางสู่อินเดียเมื่อได้เห็น เจดีย์พุทธคยาที่ชำ รุดทรุดโทรมถูก ทอดทิ้งและอยู่ในความครอบครอง ของพวกมหันต์ จึงเกิดความสังเวชใจ ที่ได้พบเห็น 27


Click to View FlipBook Version