ชอ่ื เรื่อง การพัฒนาทักษะการอา่ นภาษาองั กฤษของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แบบฝึกหัดการ
อ่านคำศพั ท์
ชื่อผู้วิจัย นางสาว ปิยาพร โนนสงู
ชือ่ สถานศกึ ษา โรงเรยี นบา้ นท่งุ ไชย(พฒั นานุสรณ)์
ปกี ารศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
บทคดั ย่อ
การทำวจิ ัยเรื่อง การพฒั นาทักษะการอา่ นภาษาองั กฤษของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6
โดยใชแ้ บบฝึกหัดการอ่านคำศพั ท์ มวี ัตถุประสงค์ เพื่อพฒั นาทักษะการอา่ นคำศัพท์ภาษาองั กฤษ ของนักเรยี น
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยผวู้ ิจัยได้สรา้ งแบบฝึกหัดการอา่ นคำศัพท์ จำนวน 4 ชดุ โดยจัดเรยี งตามความยาก
งา่ ยของคำศัพท์ เพราะกล่มุ เป้าหมายเปน็ นักเรยี นชัน้ ประถมศึกษา ดงั น้นั การเรียนร้คู ำศพั ท์ให้มากทส่ี ุดจึงเป็น
สิง่ สำคัญมาก ผวู้ จิ ัยใหน้ ักเรียนกลุ่มเปา้ หมายอ่านและทำแบบทดสอบก่อนฝกึ หลังจากน้ันดำเนินการฝกึ ทักษะ
การอา่ นของนักเรยี นดว้ ยแบบฝกึ ทัง้ 4 ชุด โดยเริม่ ทลี ะชุด กอ่ นเรมิ่ เรียน ครัง้ ละประมาณ 15 นาที และ
หลงั จากน้นั ก็ เขา้ สบู่ ทเรียน แล้วมอบหมายให้นักเรียนไปฝึกการอา่ นเปน็ การบ้าน
จากการศึกษาปรากฏว่า นกั เรียนกลมุ่ เปา้ หมายได้รับการพัฒนามีทักษะการอา่ นของนกั เรยี นในระดับท่ี
น่าพอใจ นักเรยี นมีทกั ษะการอา่ นเพ่ิมขึน้ ร้อยละ 70 ดงั จะเห็นได้จากการเปรียบเทยี บผลการทดสอบก่อน
เรยี นและหลังเรยี นของนักเรยี นแตล่ ะคน
บทที่ 1
บทนำ
1. ความเป็นมาและความสำคญั ของปญั หา
ทักษะการอ่าน เป็นทักษะที่สำคัญของผู้เรียนในการเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นทักษะที่ส่งผลต่อการ
เรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพของผู้เรียน จากการสังเกตการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ใน
ระดบั ช้ันประถมศึกษาชัน้ ปีที่ 6 ปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นบา้ นท่งุ ไชย(พฒั นานุสรณ์) พบว่า นกั เรียนมีปัญหา
ในเรื่องของทักษะการอ่านสะกดคำในวิชาภาษาอังกฤษ ไม่สามารถแปลความหมายจากคำศพั ท์ท่ีอ่านได้และมี
ระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-Net) อยู่ในระดับที่ยังไม่น่าพอใจ โดยเฉพาะผล
คะแนนการทดสอบในสาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1
ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม อยู่ในระดับที่ต้องพัฒนา ดังน้ัน
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้สอนจึงมีแนวคิดที่จะนำแบบฝกึ หัดการอ่านคำศัพท์ ใช้สื่อการสอนที่น่าสนใจ
เพื่อให้ผู้เรียนอ่านคำศัพท์และจำคำศัพท์พื้นฐานได้มากยิ่งข้ึน รวมทั้งออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้น่าสนใจ
มากยิ่งขึ้น จากสภาพการเรียนการสอนในปัจจุบัน นักเรียนส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้ภาษาในการสื่อสารได้มี
ประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องฝึกฝนให้ผู้เรียนสามารถอ่านออกเสียงคำศัพท์ได้อย่างถูกต้อง ถือเป็น
องค์ประกอบสำคญั ในการจดั การเรยี นการสอนใหม้ ีประสิทธภิ าพและตอบสนองการเรยี นรู้ของผู้เรียน เพ่ือช่วย
ใหผ้ เู้ รยี นได้พัฒนาการเรยี นร้ภู าษาอังกฤษเพ่อื การส่อื สารไดอ้ ย่างเขา้ ใจ
2. วัตถปุ ระสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อหาประสิทธิภาพของการเรียนจัดการเรียนรู้การสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยการใช้
แบบฝึกหัดการอ่านคำศัพท์ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรยี นบา้ นทงุ่ ไชย(พัฒนานุสรณ์)
2. เพ่อื พัฒนาทกั ษะการอา่ นคำศัพท์ โดยการใช้แบบฝกึ หัดการอ่านคำศัพท์ ของนักเรียนระดับชั้น
ประถมศึกษาปที ี่ 6 โรงเรยี นบ้านทุ่งไชย(พฒั นานสุ รณ)์
3.เพือ่ เปรียบเทียบผลคะแนนท่ไี ด้จากการเรียนการสอนคำศัพทโ์ ดยการใช้แบบฝึกหัดการอ่านคำศัพท์
ของนักเรยี นระดับช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โรงเรยี นบ้านทุ่งไชย(พฒั นานุสรณ์)
4. เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรยี นบ้านทุ่งไชย(พัฒนานุสรณ์) ทีม่ ี
ตอ่ การเรียนการสอนคำศัพทโ์ ดยการใช้แบบฝกึ หัดการอ่านคำศัพท์
3. สมมตุ ฐิ านการวิจัย
นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6 โรงเรยี นบา้ นทงุ่ ไชย(พฒั นานุสรณ์) ทเี่ รียนรู้การอา่ นคำศัพท์ด้วยวิธีการใช้
แบบฝกึ หดั การอา่ นมีคะแนนหลงั เรยี นสูงกวา่ ก่อนเรียน
4.ขอบเขตของการวจิ ัย
1. ประชากร ประชากรท่ีใช้ในการศึกษา คือ นกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6 จำนวน 23 คน โรงเรยี น
บ้านท่งุ ไชย(พฒั นานุสรณ์) จังหวัดศรีสะเกษ ภาคเรยี นท่ี 2 ประจำปกี ารศึกษา 2564
5. ตวั แปรในการวจิ ยั
1. ตัวแปรอิสระ การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาองั กฤษของนักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกหดั
การอา่ นคำศัพท์ โรงเรียนบ้านทุง่ ไชย(พัฒนานุสรณ)์ จงั หวัดศรีสะเกษ
2.ตัวแปรตาม ผลสัมฤทธ์ใิ นการอา่ นภาษาอังกฤษของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 โดยใช้แบบฝึกหัดการ
อา่ นคำศัพท์ โรงเรยี นบ้านทุ่งไชย(พัฒนานสุ รณ์) จังหวดั ศรีสะเกษ หลงั เรียนสงู กวา่ กอ่ นเรยี น
6. เปา้ หมาย
6.1 เชงิ ปรมิ าณ
นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนบ้านทงุ่ ไชย(พฒั นานสุ รณ์)
จำนวน 23 คน ไดร้ ับการแก้ปัญหาและพฒั นาการอา่ นภาษาองั กฤษ เร่ือง การพัฒนาทักษะการอ่าน
ภาษาอังกฤษของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แบบฝึกหัดการอา่ นคำศัพท์ ดังน้ี
1) แบบทดสอบหลังเรยี น ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70 ไมต่ ่ำกวา่ ร้อยละ 70 ของผู้เรยี นท้ังหมด
2) แบบฝกึ หดั ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70 ไม่ตำ่ กวา่ ร้อยละ 70 ของผู้เรียนท้งั หมด
3) นักเรยี นที่ไม่ผา่ นเกณฑ์ไดร้ ับการซอ่ มเสรมิ และปรับปรงุ ผลการเรยี นใหด้ ีขน้ึ ไมต่ ำ่ กวา่
รอ้ ยละ 70 ของผ้เู รยี นที่ไมผ่ ่านเกณฑ์
6.2 เชิงคุณภาพ
นกั เรียนระดับชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 โรงเรียนบ้านทุ่งไชย(พัฒนา
นุสรณ์) จำนวน 23 คน มพี ัฒนาการทางด้านอา่ นภาษาอังกฤษ มีความรู้ เขา้ ใจความหมายที่อ่านได้
โดยใช้แบบฝึกหดั การอ่านคำศัพท์
7. กรอบแนวคดิ การวิจัย
การวจิ ยั ในคร้งั นี้มงุ่ เนน้ ที่การสง่ เสรมิ ทกั ษะกระบวนการอา่ นคำศัพท์ภาษาองั กฤษสำหรับนักเรยี นชนั้
ประถมศึกษาปีท่ี 6 ผวู้ จิ ยั ไดจ้ ัดทำแบบฝกึ หัดการคำศพั ทเ์ พ่ือใหน้ กั เรียนไมเ่ บ่ือและสนุกสนานในการเรียน ทง้ั
ยังสามารถนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั การเตรียมตวั เพอื่ ศึกษาต่อ และชดุ แบบทดสอบท่ีผู้วจิ ัยได้จดั ทำขน้ึ ผ้วู จิ ยั
ได้ทำการเปรียบเทียบผลคะแนนกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น เพ่ือศึกษาการพัฒนาของนักเรียนหลงั จากทีไ่ ด้มีการ
ฝึกทักษะกระบวนการตา่ ง ๆ วา่ มีความแตกต่างหรือมกี ารเปลี่ยนแปลงโดยมพี ฒั นาการท่ีดขี ้นึ หรอื ไม่ อยา่ งไร
8. เน้ือหาทต่ี ้องการต้องพัฒนา
การทดลองวิจัยในครัง้ นี้ มีเน้ือหาที่ต้องการพฒั นาผ้เู รยี นอย่ดู ว้ ยกัน 2 เร่ือง จำนวน 2 แผนการเรยี นรู้
ซง่ึ แตล่ ะแผนใชเ้ วลาในการสอน 15 นาที ก่อนเรียนวชิ าภาษาอังกฤษในแต่ชัว่ โมง เปน็ ระยะเวลา 1 เดอื น
ได้แก่
แผนการเรยี นร้ทู ่ี 1: Alphabets and Phonics
แผนการเรยี นรทู้ ่ี 2: Practicing to Read
9. ระยะเวลาในการวิจัย
การทำวิจัยครง้ั น้ีใช้ระยะเวลารวมท้ังหมด จำนวน 1 เดอื น ต้งั แต่วนั ท่ี 1 กนั ยายน พ.ศ.2564 ถงึ วนั ท่ี 30
กันยายน พ.ศ.2564 (3 ชั่วโมง / สปั ดาห์ รวมระยะเวลาทัง้ ส้ิน 12 ชัว่ โมง)
บทท่ี 2
แนวทฤษฎี และงานวิจยั ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
การพัฒนาทกั ษะการออกเสียง และการพดู
การพฒั นาทกั ษะทางการออกเสยี ง และการพดู เป็นสง่ิ ที่มคี วามจำเปน็ ที่จะต้องฝกึ ฝน ดังท่ี เบิรน์
( Byrne 1986 : 10-11) กลา่ วว่า การสอนการพูดจำเปน็ ต้องฝึกผู้เรยี น 2 อยา่ ง คอื 1. ฝกึ ในการใช้ส่วนที่คงที่
ของภาษา ได้แก่ เสียงและรูปแบบไวยากรณ์และ คำศัพท2์ . โอกาสสำหรบั แต่ละคนได้แสดงออก ผู้สอนต้องให้
ความสนใจใน เรื่องความถูกต้อง และความคล่องแคล่วในขั้นที่แตกต่างกันของระดับการเรียน ในขั้นต้นควร
เน้นความถูกต้อง ส่วน ในขั้นสูงควรเน้นความคล่องแคล่ว การพัฒนาความสามารถในการพูดเป็นบ่อเกิดที่ดี
ของแรงจงู ใจสำหรับผู้เรียน สงิ่ ทผี่ ูส้ อน ควรคำนึง คอื 1. พยายามหาวิธแี สดงตอ่ ผูเ้ รยี นวา่ พวกเขาก าลังพฒั นา
ภาษาตลอดเวลาโดยการจัด กิจกรรม ตา่ งๆเปน็ ครั้งคราว เช่น เกมหรอื การอภิปราย เพ่ือใหพ้ วกเขาเหน็ ว่าพวก
เขาสามารถใช้ภาษาได้มากแค่ ไหน 2. ในการฝึกควบคุมนั้นผู้สอนจะต้องเลือกกิจกรรมและแก้ไขข้อผิดพลาด
ในโอกาสท่ี เหมาะสมให้ผ้เู รียนได้รบั การดลใจอยู่เสมอ 3. แสดงให้ผเู้ รยี นร้วู า่ จะไดส้ ิ่งท่ีพวกเขารู้เพียงเล็กน้อย
ได้อย่างไร บางครั้งพวกเขาไม่ สามารถ แสดงความคิดเห็นได้เพราะว่าไม่มีภาษาที่แม่นยำอยู่ในใจ จึง
จำเป็นตอ้ งใช้การถอดความ และการแสดงออกท่ี เปลย่ี นแปลง
สรปุ วา่ การพฒั นาทักษะการพูดเปน็ ส่ิงท่สี ำคัญทผี่ ้สู อนควรพัฒนาทักษะด้านนใ้ี หเ้ กิดแก่ ผู้เรียน โดย
ฝึกให้ ผู้เรียนมีทักษะด้านการออกเสียงคำศัพท์และไวยากรณ์ให้ถูกต้อง และในขั้นต้นผู้สอนควรเน้นผู้เรียนใน
เรื่อง ของความถูกต้องในการเข้าใจตัวอักษร การเทียบเสียง การประสมพยัญชนะกับสระ ส่วนในขั้นสูงขึ้นไป
นั้นผู้สอน ควรให้ผู้เรียนเน้นในเรื่องของความคล่องแคล่วในการ สนทนาและให้ผู้เรียนทราบว่าจะต้องมีการ
พฒั นาทางภาษาอยู่ตลอดเวลา
ทฤษฎีและแนวคดิ เก่ียวกบั ปัจจยั ทสี่ ง่ ผลตอ่ การเรยี นภาษาองั กฤษ
มีผู้ตั้งทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนไว้หลายท่าน ซึ่งแต่ละท่านได้วิจัย ศึกษา
และ เสนอทฤษฎีไว้แตกตา่ งกัน การศึกษาทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับปัจจัยในการเรียน ภาษาอังกฤษในฐานะ
ภาษาตา่ งประเทศหรือภาษาทีส่ องนั้นไดม้ ีผศู้ ึกษาไว้ดังนี้ 1) ทฤษฎีและแนวคิดของบลูม บลมู (Bloom 1976 :
167-176) ได้ทำการวิจัยและเสนอทฤษฎีเกี่ยวกับระบบการเรียน การสอนในโรงเรียน โดยกล่าวถึงปัจจัยหรือ
องค์ประกอบที่มีผลกระทบต่อการเรียน 3 องค์ประกอบ ดังน้ี1. พฤติกรรมด้านความรู้ความคิด (Cognitive
entry behaviors) หมายถงึ ความสามารถ ทงั้ หมดของผเู้ รยี น ประกอบด้วยความถนดั และพืน้ ฐานความรู้เดิม
ของผู้เรียน 2. คุณลักษณะทางด้านจิตพิสัย (Affective entry characteristics) หมายถึง สภาพการณ์หรือ
แรงจูงใจที่จะท า ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ใหม่ ซึ่งได้แก่ ความสนใจและเจตคติที่มีต่อเนื้อหาวิชา โรงเรียน
ระบบการเรียน ความ คดิ เห็นเกยี่ วกับตนเองและลักษณะซ่ึงเป็นคณุ ลักษณะ ตา่ งๆทางด้านจติ พิสัยซึ่งบางอย่าง
อาจเปลี่ยนแปลงได้แต่ บางอย่างยังคงอยู่ 3. คุณภาพการสอน (Quality of instruction) ได้แก่ การได้รับ
คำแนะนำการมีส่วนร่วม ในการ เรียนการสอน การเสริมสร้างของครู การแก้ไขข้อผิดพลาดและรู้ผลวา่ ตนเอง
กระท าได้ถูกต้องหรือไม่ 2) ทฤษฎีและแนวคิดของจาโคโบวิทส์จาโคโบวิทส์ (Jakobovits 1971 : 103-115)
ได้ศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยในการ เรียนการสอน ภาษาต่างประเทศหรือภาษาที่สองและสรุปได้ว่าปัจจัยที่ท าให้
การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพนั้นมี 3 ประการ คือ 1. ปัจจัยด้านการสอน ประกอบด้วย
คุณภาพการสอนของครูซ่ึงขึ้นอยู่กบั ความรู้ ความสามารถทางภาษาและการสอนของครู โอกาสทางการเรียนรู้
ของผู้เรียนซึ่งรวมทั้งเวลาที่ใช้เรียนทั้งในและ นอกห้องเรียน เกณฑ์การประเมินผลซึ่งอาจประเมินได้จาก
แบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2. ปัจจัยด้านตัวผู้เรียน ประกอบด้วยความสามารถที่จะเข้าใจการ
สอนขน้ึ อยู่กบั สตปิ ัญญา ความสามารถทาง ภาษา ความถนัด ได้แก่ องค์ประกอบความถนัดทางการเรียนทาง
ภาษา ความมานะบากบัน่ เกดิ จากแรงจงู ใจใฝ่ สมั ฤทธเิ์ จตคติที่มีต่อครผู ู้สอน ความสนใจในภาษา ที่เรียนและ
เจตคติต่อวฒั นธรรมต่างประเทศ ส่วนกลยุทธ์และ วิธีการเรยี นประกอบด้วยสมรรถภาพ ในการรับความรู้ใหม่
สมรรถภาพในการถ่ายโอนสิ่งที่เรยี นรู้ไปสู่ความรใู้ หม่ นิสัยทางการเรียน และการประเมนิ ผลความสามารถของ
ตนเอง 3. ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ภาษาต่างประเทศ ได้แก่
ความยึดม่นั ตอ่ ภาษาของตนเอง องค์ประกอบทางภาษาศาสตร์ ทางภาษา ของตนเองและภาวะของวัฒนธรรม
ทปี่ รากฏในสังคม
คุณลักษณะของครูผู้สอนภาษาอังกฤษ บลูม (Bloom, 1976 : 115-126) กล่าวถึงคุณภาพการสอน
ที่ดี สรุปได้ว่า ครูต้องให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเหมาะสม ให้แรงเสริมที่สอดคล้องกับผู้เรยี น ค้นหา
ข้อมลู ย้อนกลบั และแก้ไขข้อบกพร่อง มีการวางแผน เตรียมการสอนและเตรียมความพร้อมของครู ให้ผู้เรียนมี
ความ เข้าใจจุดมุ่งหมายและข้ันตอนในการทำงาน มกี ารลำดับเน้ือหาจากงา่ ยไปยาก ใช้อุปกรณ์การสอนอย่าง
เหมาะสม มีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรม ใช้เทคนิคการสอนที่น่าสนใจ รับฟัง ความคิดเห็นของผู้เรียน สามารถ
ควบคุมอารมณ์ได้ แม่นย าในเนื้อหาวิชาและความรู้ในเรื่องที่สอน ให้นักเรียนค้นคว้าเพิ่มเติมนอกเหนือจาก
เรื่องที่เรียน เน้นการปฏิบัติ ควบคู่กับเนื้อหาวิชาและมีความสามารถในการอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ ครูยุค
ปจั จุบนั ควรมีคณุ สมบตั ทิ ี่จัดวา่ เปน็ นักวิชาการ นักปฏิบัตแิ ละผู้จัดการรวมอยู่ ในตวั คนเดียวกันจึงจะสามารถ ท
าหน้าที่บูรณาการความรู้และกระบวนการเรียนรู้น าผู้เรียนไปสู่ เป้าหมายของการศึกษาได้ (กรมวิชาการ ,
2546 : 5-10) คุณสมบัติของครูทีพ่ ึงปรารถนาและเปน็ ท่ี คาดหวังของสังคม ได้แก่ มีความรอบรู้ในเน้ือหาวิชา
ที่สอนอย่าง ลุ่มลึก สามารถสังเคราะห์ความรู้น ามาใช้ให้เป็นประโยชน์กับการเรียนการสอนท าให้ศาสตร์ท่ี
สอนมีความเข้มแข็ง และเข้มข้น ติดตามความก้าวหน้าในเทคนิควิธีสอนตลอดเวลาและน ามาใช้พัฒนาการ
เรียนการสอนของตนใน ชั้น เรียน เป็นแบบอย่างในการคิดการท า ( Role modeling) ครูมีอิทธิพลต่อ
พฤติกรรมของผู้เรียน เป็นอย่างมาก การ กระท าของครูจะอยู่ในสายตาของผู้เรียนตลอดเวลา ผู้เรียนจะ
เลียนแบบครูโดยไม่ รู้สึกตัว ดังนั้นหากครูต้องการให้ ผู้เรียนมีพฤติกรรมอย่างไร คิดอย่างไร ครูควรน าส่ิง
เหล่านี้มา สะสมไว้ในตัวครูขณะท าการสอนด้วย ครูต้องเป็น นักจิตวิทยาการเรียนรู้ ครูต้องรู้จักผู้เรียนเป็น
อย่างดี รู้ว่าผู้เรียนมีความรู้ความสามารถอย่างไร มีความสนใจและ ความถนัดในเรื่องใด ท า อย่างไรจึงจะ
กระตุ้นให้ผู้เรียนใฝ่รู้ใฝ่เรยี น ก้าวทันความรู้และสามารถปรบั ตัวเข้ากับ สิ่งแวดล้อมที่ เปลี่ยนแปลงได้ เป็นนัก
เทคโนโลยีสารสนเทศ ครูต้องเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ใหม่ๆรู้วิธีและใช้ เครื่องมือค้นคว้าหาความรู้จากแหล่ง
ต่างๆได้รวมถึงสามารถนำ โปรแกรมการศึกษาต่างๆมาใช้ใน การเรียนการสอน ได้อย่างเหมาะสม เป็น
ผเู้ ช่ยี วชาญภาษาอังกฤษ ครูต้องเป็นผเู้ หน็ คณุ ค่าและ ความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชวี ิต สรุปวา่ พฤติกรรม
การสอนของครูผู้สอนเป็นสิ่งมีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการเรียน ของผู้เรียนเพราะพฤติกรรมการ สอนและ
พฤติกรรมการเรียนมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ดังนั้น พฤติกรรมการเรียนที่ดีหรือไม่ดีนั้นขึ้นอยู่กับ
พฤติกรรมการสอนของครูผสู้ อน ซ่ึงพฤตกิ รรม การสอนของครถู อื ว่าเป็นอกี หนง่ึ ปจั จัยท่ีมผี ลต่อผู้เรียนเช่นกนั
งานวิจัยทเี่ ก่ียวขอ้ ง
นิตยา วัยโรจนวงศ์ ( 2543) ได้ศึกษาปัจจยั ที่มีผลต่อความสามารถในการออกเสียง ภาษาอังกฤษของ
นักศึกษาระดับอดุ มศกึ ษา ศกึ ษาเฉพาะกรณี : นักศกึ ษาช้ันปีท่ี 1 สถาบันราชภัฏสวนดุสิต พบว่า ความสามารถ
ใน การออกเสียงภาษาอังกฤษของนักศึกษามีน้อยมาก กล่าวคือ สามารถสื่อสารเข้าใจได้ดีเพียงร้อยละ 4.8
ปานกลาง ร้อยละ 32.9 ไมส่ ามารถส่ือสารไดร้ ้อยละ 25.3 สือ่ สารได้เล็กน้อยร้อยละ 37 และปัจจัยท่ีมีอิทธิพล
ต่อ ความสามารถในการออกเสียง ภาษาอังกฤษสรุปได้ 3 ประเด็น คือ 1) ปัจจัยด้านภูมิหลังและคุณลักษณะ
ของแต่ละ บคุ คลอันมีผล จากการศกึ ษาและอาชีพบดิ ารวมถงึ เกรดภาษาอังกฤษหลักและเสริมของนักศึกษา 2)
ปัจจัยด้าน 4 การเรียนการสอนที่ผ่านมาและโอกาสสัมผัสภาษาที่มีต่อความสามารถในการออกเสียง
ภาษาอังกฤษ 3) ปัจจัยด้าน เจตคติ แรงจูงใจและบุคลิกภาพ พบว่า มีเพียงเจตคติและความรับผิดชอบที่มี
อิทธิพล ต่อความสามารถในการออกเสยี งภาษาอังกฤษ
บทที่ 3
ประชากร และกลมุ่ ตัวอยา่ งในการวจิ ยั
1. ประชากร และกลมุ่ ตัวอย่างในการวิจยั
ในการศึกษาการวจิ ัยครง้ั น้เี ป็นการใช้ชดุ ศึกษาทักษะการอ่านคำศัพทภ์ าษาอังกฤษ เพ่ือชว่ ยฝึกและ
เพมิ่ พนู ทักษะการออกเสยี งคำศพั ท์ภาษาองั กฤษได้อย่างถกู ตอ้ ง และได้กำหนดขอบเขตการวิจยั ไว้ดังนี้
1. ประชากร ประชากรทีใ่ ช้ในการศกึ ษา คือ นักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 โรงเรียนบ้านทงุ่ ไชย
(พฒั นานุสรณ)์ ภาคเรียนที่ 2 ประจำปกี ารศึกษา 2564 จำนวนทง้ั สิน้ 23 คน
2. เนอ้ื หา / หลักวชิ า 1. แบบฝกึ หดั Alphabets and Phonics
2. แบบฝึกหัด Practicing to Read การอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
จากคำศพั ท์พื้นฐานของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
3. เครื่องมือทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั
1. ทดสอบวัดความรู้ก่อนเรยี น (Pre-test)
2. ชดุ แบบฝึกหดั การอ่านออกเสียงคำศัพทภ์ าษาองั กฤษ
3. ทดสอบวดั ความร้หู ลงั เรียน (Post-test)
4. ข้ันตอนการดำเนนิ การ ในการดำเนนิ การศกึ ษาวิจยั ในครงั้ นี้มีการดำเนินการและรายละเอยี ดเป็นข้ันตอน
ดงั นี้
1. ขั้นวิเคราะห์
1.1 วิเคราะห์ผเู้ รียน การวิเคราะห์ผู้เรียนได้กำหนดไว้ดังนี้ ประชากร คือ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปี
ท่ี 6 โรงเรยี นบา้ นทุ่งไชย(พัฒนานสุ รณ์) ภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2564 จำนวนทงั้ สิน้ 23 คน
1.2 วิเคราะหเ์ นอ้ื หา ขน้ั ตอนการดำเนนิ การมีดังน้ี
เนอ้ื หาทจี่ ะใช้สร้างแบบทดสอบ และชุดเคำศัพท์ จำนวน 2 ชดุ คอื ชดุ แบบฝึกหัด Alphabets and Phonics
และชุดแบบฝึกหัด Practicing to Read การอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาองั กฤษจากคำศัพท์พ้ืนฐานของ
กระทรวงศกึ ษาธิการ
2. ขั้นดำเนินการ
การสร้างและการหาประสิทธิภาพของบทเรียน ผศู้ ึกษาได้ดำเนนิ การตามข้ันตอน ดังนี้
2.1 วิเคราะห์หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลกั สูตร
สถานศกึ ษากล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2563)
รายวิชาภาษาอังกฤษ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 ศกึ ษาตวั ชวี้ ดั และจุดประสงค์การเรียนรู้ สมรรถนะทสี่ ำคัญของ
ผ้เู รียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผู้เรียนตามหลกั สูตรกำหนด เพ่ือกำหนดขอบเขตสาระการเรียนร้แู ละ
หนว่ ยการเรียนรู้
2.2 ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับหลักการ เทคนิคและวิธีการสร้างแบบฝึกหัดจากหนังสือเรียนและ
เอกสารรวมทั้งงานทเี่ ก่ียวข้อง เพ่อื เปน็ แนวทางในการสรา้ งแบบฝกึ หัดให้ถกู ต้องตามขนั้ ตอนอย่างเปน็ ระบบ
2.3 กำหนดสาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวงั และหน่วยการเรียนรรู้ ายวชิ าภาษาอังกฤษ
2.4 ดำเนินการสรา้ งนวตั กรรมแบบฝกึ หดั เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของ
นกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แบบฝึกหดั การอ่านคำศัพท์
2.5 จัดทำและวิเคราะห์แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรียน เร่ือง การ
พัฒนาทกั ษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกหัดการอ่านคำศัพท์
แบบทดสอบชนดิ เลือกตอบ 4 ตัวเลือก
2.6 ตรวจสอบความถูกตอ้ งด้านเนือ้ หานวตั กรรมแบบฝกึ หัดท่สี ร้างข้ึน รวมท้งั ด้านการใช้ภาษาใน
การสอ่ื สาร ความสมั พันธ์และความสอดคล้องกบั สาระที่กำหนด รวมทั้งความสอดคล้องกบั ตัวชีว้ ดั ทีผ่ ู้ศกึ ษา
กำหนด
2.7 นำนวัตกรรมแบบฝึกหัดที่ปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง
2.8 ดำเนินกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ตามแผนที่วางไว้พร้อมบันทึกผลการเรียนรู้ของนักเรียน ที่
เกดิ ขน้ึ จากการกิจกรรมการเรียนรใู้ นรูปแบบขอ้ มลู สารสนเทศ หากมนี กั เรียนทไี่ มผ่ า่ นเกณฑ์การประเมิน ใหจ้ ัด
กจิ กรรมเรยี นซ่อมเสรมิ และทำการทดสอบใหม่ จนนกั เรียนมผี ลการเรยี นรผู้ า่ นเกณฑ์ท่ีกำหนด
2.9 ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนในการจัดการเรียนการสอนเพื่อนำไปปรับปรุง พัฒนา
ต่อไป
5. วิธีการดำเนินการศึกษาคน้ คว้า
การวจิ ัยในครงั้ นี้ เปน็ การนำแบบฝกึ ทกั หดั มาพฒั นาทกั ษะการอ่านคำศพั ทภ์ าษาองั กฤษ เร่ือง การ
พฒั นาทักษะการอา่ นภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 โดยใช้แบบฝึกหัดการอ่านคำศัพท์
5.1 ช้แี จงรายละเอียดของขั้นตอนตา่ งๆในการเรยี นการสอนกับนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
5.2 ทดสอบก่อนเรียน ( Pre-test) โดยใชแ้ บบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ระดบั ชั้น
ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 จำนวน 40 ข้อ 40 คะแนน ชนิด 4 ตัวเลือก
5.3 ดำเนนิ การสอนตามแผนการเรยี นรู้จำนวน 2 แผน รวมระยะเวลาในการเรยี นการสอน 12 ช่ัวโมง
5.4 ทดสอบหลังเรียน( Post-test) โดยใช้แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนฉบับเดมิ ระดบั ชนั้
ประถมศกึ ษาปีที่ 6 จำนวน 40 ข้อ 40 คะแนน ชนดิ 4 ตวั เลอื ก มาวเิ คราะห์คะแนนก่อนเรียนและหลงั เรยี น
เพ่ือหาค่านัยสำคัญทางสถิติ
6. ขนั้ วิเคราะหข์ ้อมูล
การวเิ คราะห์ขอ้ มูล ผู้ศกึ ษาค้นคว้าใช้คอมพิวเตอร์ โปรแกรมสำเรจ็ รปู โดยวิเคราะห์ขอ้ มลู ดงั ต่อไปนี้
6.1 วิเคราะหห์ าประสทิ ธภิ าพของแผนการจัดการเรียนรูก้ ลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ เร่ืองการ
พัฒนาทักษะการอ่านภาษาองั กฤษของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 โดยใช้แบบฝึกหัดการอ่านคำศัพท์
โรงเรยี นบา้ นท่งุ ไชย(พัฒนานุสรณ)์ อำเภออุทุมพรพสิ ัย จังหวดั ศรีสะเกษ ทมี่ ีประสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์ 80/80
โดยใชส้ ถิติ คา่ เฉล่ีย รอ้ ยละ และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
6.2 เปรยี บเทยี บผลสัมฤทธิ์ก่อนเรยี นและหลังเรยี นในการพัฒนาทกั ษะการอา่ นภาษาอังกฤษของ
นกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกหัดการอ่านคำศัพท์
6.3 แบบวดั เจตคติของนักเรยี นทมี่ ีต่อการเรียนรู้ภาษาองั กฤษในการพัฒนาทักษะการการอา่ น
ภาษาอังกฤษของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกหดั การอา่ นคำศัพท์ ซ่งึ เป็นแบบประมาณค่า
(Rating Scale) 5 ระดับ สถิติทใ่ี ช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลไดแ้ ก่คาเฉล่ยี (Mean) และคา่ สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
(SD) โดยกำหนดระดับเจตคติโดยการให้คะแนนดงั น้ี
ขอ้ คำถามทเี่ ป็นเชิงบวก
ไม่เห็นด้วยอยา่ งย่งิ 1 คะแนน
ไมเ่ หน็ ด้วย 2 คะแนน
ไมแ่ นใ่ จ 3 คะแนน
เห็นด้วย 4 คะแนน
เหน็ ดว้ ยอยา่ งยง่ิ 5 คะแนน
ขอ้ คำถามที่เป็นเชิงลบ
ไมเ่ ห็นดว้ ยอย่างยิง่ 5 คะแนน
ไมเ่ หน็ ดว้ ย 4 คะแนน
ไมแ่ นใ่ จ 3 คะแนน
เห็นดว้ ย 2 คะแนน
เห็นดว้ ยอย่างย่งิ 1 คะแนน
5. สถติ ิทใ่ี ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล
1 สถิตทิ ี่ใชใ้ นการหาคณุ ภาพเครอื่ งมือ
1.1 การหาความเทีย่ งตรง (Validity) ของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น
จากสูตรดชั นีความสอดคลอ้ ง โดยใชส้ ตู ร สมนกึ ภทั ทยิ ธิน.ี (2546 : 220 )
IOC = R
N
เม่อื IOC แทน ดชั นีความสอดคลอ้ งระหว่างข้อสอบกบั ผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวงั
R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผูเ้ ชย่ี วชาญทง้ั หมด
N แทน จำนวนผ้เู ชย่ี วชาญทง้ั หมด
1.2 การวเิ คราะห์ หาคา่ อำนาจจำแนก (Discrimination) โดยใช้วิธีของเบรนแนน
(Brennan) โดยใชส้ ูตรสมนกึ ภัททยิ ธิน.ี (2546 : 214 )
B = Ru − R1
f
เม่อื B แทน คา่ อำนาจจำแนก
U แทน จำนวนผู้รอบรู้หรือสอบผ่านเกณฑ์ทีต่ อบถูก
L แทน จำนวนผู้ไมร่ อบร้หู รือสอบไม่ผ่านเกณฑ์ทีต่ อบถูก
N1 แทน จำนวนผรู้ อบร้ทู ี่สอบผ่านเกณฑ์
N2 แทน จำนวนผไู้ ม่รอบรหู้ รือสอบไม่ผ่านเกณฑ์
1.3 การหาค่าความเช่ือม่นั (Reliability) ของแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นโดยใชว้ ธิ ขี องโลเวท (
Lovett ) โดยใชส้ ูตร สมนกึ ภัททิยธนิ ี. (2546 : 230 )
rn = K K 1 1 − pq
− S
2
เมอื่ rn แทน ความเช่อื มั่นของแบบทดสอบ
K แทน จำนวนขอ้ สอบ
p แทน สดั สว่ นของผูต้ อบถกู ในข้อหน่ึง (R/N เมอื่ R แทน
จำนวนผ้ตู อบถูกในข้อนั้น และ N แทนจำนวนผเู้ ขา้ สอบ)
q แทน สัดสว่ นของผู้ตอบผดิ ในข้อหนึ่งๆ = 1-p
S2 แทน ความแปรปรวนของคะแนน
2 สถิตพิ ื้นฐาน
2.1 ร้อยละ (Percentage) โดยใช้สูตร บุญชม ศรีสะอาด (2544 : 104) ดงั นี้
P= f 100
N
เม่ือ P แทน ร้อยละ
f แทน ความถ่ีท่ีต้องการแปลงเปน็ ร้อยละ
N แทน จำนวนความถที่ ้ังหมด
2.2 ค่าเฉลี่ย (Mean) โดยใชส้ ตู ร สมนกึ ภทั ทิยธนิ .ี (2546 : 230 )
X = X
N
เมือ่ X แทน คา่ เฉล่ีย
X แทน ผลรวมท้ังหมดของคะแนน
N แทน จำนวนคนทงั้ หมด
2.3 ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใชส้ ูตร สมนึก ภัททยิ ธนิ .ี
(2546 : 249 )
S.D. = (X−X )2
(N − 1)
เมอ่ื S.D. แทน ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
X แทน คะแนนของแตล่ ะคน
X แทน ค่าเฉล่ยี
N แทน จำนวนคนทั้งหมด
แทน ผลรวมของคะแนน
3. สถิตทิ ใ่ี ช้เพ่อื ทดสอบสมมุตฐิ าน
3.1 การหาประสทิ ธภิ าพของแผนการจดั การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ เรื่อง
การพฒั นาทกั ษะการสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรอื่ ง Animals โดยใช้แบบฝกึ ทักษะ สำหรับนกั เรยี นชั้น
ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ปกี ารศึกษา 2562 โรงเรียนบ้านหนองแวง อำเภอปรางคก์ ู่ จังหวัดศรสี ะเกษ ทม่ี ี
ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 โดยใช้สตู ร E1/E2
E1 = X 100
n
A
E2 = F 100
n
B
เม่ือ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ
E2 แทน ประสิทธภิ าพของผลลัพธ์
X แทน คะแนนของแบบฝึกฝกึ ทักษะ
A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกทักษะรวมกัน
n แทน จำนวนนกั เรยี นทงั้ หมด
f แทน คะแนนของแบบทดสอบหลังเรียน
B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลงั เรยี น
3.2 วิเคราะหเ์ ปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลงั เรยี นโดยใช้ t – test
( Dependent Samples ) บุญชม ศรสี ะอาด. (2545 : 112 )
t = D
n D 2 − ( D) 2
N −1
เม่ือ t แทน คา่ ทใ่ี ช้พิจารณา
D แทน ความแตกต่างของคะแนนแต่ละคู่
N แทน จำนวนนกั เรียนในกลมุ่ ตวั อยา่ ง
4 การหาคา่ ดชั นปี ระสิทธิผลของแผนการจดั การเรยี นร้กู ลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ เรื่อง
การพัฒนาทกั ษะการอ่านภาษาอังกฤษของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกหัดการอ่านคำศพั ท์
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 โรงเรยี นบ้านทุ่งไชย(พัฒนานุสรณ์) อำเภออุทุมพรพิสัย จงั หวดั ศรีสะเกษ
โดยใชส้ ูตร เผชิญ กจิ ระการ และ สมนึก ภทั ทิยธนิ ี. (2545 : 30-36)
ดัชนีประสิทธผิ ล ผลรวมของคะแนนทดสอบหลังเรยี น— ผลรวมของคะแนนทดสอบก่อนเรียน
(E.I) = (จำนวนนกั เรียน) X (คะแนนเตม็ ) — ผลรวมของคะแนนทดสอบก่อนเรียน
บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
ในการพัฒนาการวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนาทักษะการสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่อง การพัฒนา
ทกั ษะการอา่ นภาษาองั กฤษของนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกหดั การอ่านคำศัพท์ ภาคเรียนที่
2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านทุ่งไชย(พัฒนานุสรณ์) อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
ที่ใช้แบบสอบถามแบบมาตราสวนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) โดยศึกษาจากเจตคตขิ องนักเรยี นท่มี ี
ต่อแบบฝึกหัดในการช่วยพัฒนาทักษะการสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่าน
ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีลำดับขั้นในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลและการ
วิเคราะห์ข้อมูล
ลำดับขัน้ ในการนำเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมลู มีดังน้ี
1. เพ่ือหาประสิทธภิ าพของการเรยี นจัดการเรียนรู้การสอนการอา่ นคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยการใช้แบบฝึกหดั
เพอื่ พฒั นาทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาองั กฤษ ของนักเรียนระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรยี นบ้านท่งุ ไชย
(พัฒนานุสรณ)์ อำเภออุทุมพรพสิ ยั จงั หวดั ศรสี ะเกษ
2.เพ่ือเปรยี บเทยี บผลคะแนนทีไ่ ด้จากการเรยี นกาสอนการอ่านคำศัพท์ภาษาองั กฤษ โดยการใช้แบบฝึกหัด
เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพทภ์ าษาอังกฤษ
3. เพอื่ ศึกษาเจตคตขิ องนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ทม่ี ีต่อการใช้แบบฝึกหัด เพ่ือพัฒนาทักษะการ
อา่ นคำศพั ท์ภาษาองั กฤษ
ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู
ตอนที่ 1 เพ่อื หาประสิทธภิ าพของการเรยี นจดั การเรยี นรู้การสอนการอา่ นคำศพั ท์ภาษาอังกฤษ โดยการใช้
แบบฝกึ หดั เพ่ือพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ของนกั เรียนระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 โรงเรยี น
บ้านทุ่งไชย(พฒั นานุสรณ์) อำเภออุทุมพรพสิ ัย จังหวดั ศรีสะเกษ
ตาราง 2: คะแนนการทดสอบกอ่ นเรยี น การประเมนิ ระหวา่ งเรียน และการทดสอบหลังเรยี น
คนที่ คะแนน คะแนนประเมินระหว่างเรียน
ทดสอบ
กอ่ นเรยี น( แผนท่ี 1: แผนที่ 2: รวม 60 คะแนน
40) 30 30 คะแนน ทดสอบหลัง
คะแนน คะแนน เรียน( 40)
1 15 23 25 48 18
2 17 21 23 44 24
คนท่ี คะแนน คะแนนประเมนิ ระหวา่ งเรียน
ทดสอบ
กอ่ นเรียน( แผนที่ 1: แผนท่ี 2: รวม 60 คะแนน
40) 30 30 คะแนน ทดสอบหลัง
คะแนน คะแนน เรยี น( 40)
3 13 20 21 41 16
4 23 14 17 31 34
5 25 14 20 34 32
6 17 15 21 36 22
7 15 23 25 48 21
8 24 14 19 33 34
9 18 20 22 42 22
10 28 23 29 52 37
11 18 17 22 39 25
12 26 23 26 49 32
13 13 25 29 54 18
14 24 18 23 41 30
15 29 15 19 34 38
16 25 15 17 32 34
17 27 14 18 32 36
18 22 23 26 49 31
19 16 25 29 54 18
20 21 15 12 27 25
21 29 22 27 49 38
22 18 18 21 39 23
23 12 18 20 38 18
รวม 448 412 486 898 590
เฉลี่ย 22.52 20.26 23.22 43.48 29.57
ร้อยละ 56.30 67.54 77.39 72.46 73.91
S.D. 5.62 3.75 4.25 7.80 7.58
จากตาราง 2 สรปุ ไดว้ า่ คะแนนรวมการประเมินก่อนเรยี น คดิ เป็นร้อยละ 56.30 คะแนนรวมการประเมิน
ระหว่างเรยี น คิดเปน็ ร้อยละ 72.45 คะแนนรวมการประเมินหลังเรียน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 73
ตาราง 3: ตารางแสดงประสิทธิภาพการจดั การเรียนรู้
จำนวน คะแนนระหวา่ งเรยี น คะแนนหลังเรยี น E1/E2
65.07/70.00
นักเรยี น คะแนนเต็ม คะแนนรวม คะแนนเตม็ คะแนนรวม
23 1,380 898 920 590
จากตาราง 3แสดงประสิทธภิ าพการจัดการเรยี นรู้ โดยมีคา่ ท่ไี ด้ คือ 65.07 70.00
ตอนท่ี 2 เพ่อื หาค่าดชั นีประสิทธิผล ของการเรยี นจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้การอ่านคำศัพท์ภาษาองั กฤษ โดยการ
ใช้แบบฝกึ หดั เพื่อพฒั นาทักษะการอา่ นคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ของนักเรยี นระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
โรงเรียนบ้านทงุ่ ไชย(พัฒนานุสรณ์) อำเภออุทุมพรพสิ ัย จงั หวดั ศรสี ะเกษ
ตาราง 4: ค่าดัชนีประสิทธผิ ล ของการเรียนจัดกิจกรรมการเรียนรู้การอา่ นคำศัพทภ์ าษาองั กฤษ โดยการใช้
แบบฝึกหดั
กลมุ่ คะแนน คะแนนเตม็ ร้อยละ E.I.
ประชากร เตม็ กอ่ นเรยี น หลงั เรยี น ก่อนเรยี น หลงั เรยี น
23 920 448 590 56.30 73.91 0.3665
จากตาราง 4 พบวา่ ค่าดัชนีประสิทธผิ ล ของการเรยี นจัดกิจกรรมการเรียนรู้การอา่ นคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดย
ใช้แบบฝึกหดั มีคา่ เท่ากับ 0.3665 แสดงวา่ การจัดการเรียนรู้ทักษะการอา่ นคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เร่ือง การ
พัฒนาทักษะการอ่านภาษาองั กฤษของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 โดยใช้แบบฝกึ หัดการอ่านคำศัพท์
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 โรงเรียนโรงเรยี นบา้ นทุ่งไชย(พัฒนานสุ รณ)์ อำเภออุทุมพรพสิ ัย จงั หวัดศรี
สะเกษ ทำใหน้ ักเรยี นมีความก้าวหนา้ ทางการเรียนเพิ่มขึน้ ร้อยละ 73
ตอนท่ี 3 การแสดงผลเปรียบเทยี บการเรียนรู้การอา่ นคำศัพทภ์ าษาอังกฤษ โดยใชแ้ บบฝึกหัด สำหรบั
นกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นโรงเรยี นบา้ นทุง่ ไชย(พฒั นา
นุสรณ์) อำเภออุทมุ พรพิสยั จังหวัดศรสี ะเกษ
ตาราง 5: แสดงผลเปรียบเทียบการเรียนรู้การอา่ นคำศพั ท์ภาษาอังกฤษ โดยใชแ้ บบฝึกหัด สำหรบั นักเรยี น
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นโรงเรยี นบา้ นทงุ่ ไชย(พฒั นานุสรณ)์
อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวดั ศรีสะเกษ
การทดสอบ N X S.D. p t
ก่อนเรยี น 23 22.52 5.62 .000** 59.33
หลงั เรียน 23 29.57 7.58
จากตาราง 5 นกั เรียนระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ โรงเรียนโรงเรยี นบ้านท่งุ ไชย(พฒั นานสุ รณ์) อำเภออทุ ุมพร
พิสัย จงั หวัดศรสี ะเกษ เรียนรู้ทกั ษะการอา่ นคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกหดั มีค่า t= 59.33 และค่า
Sig= .000 แสดงว่า คา่ คะแนนเฉลี่ยกอ่ นเรยี นและหลงั เรียนแตกตา่ งกนั อย่างมีนัยสำคัญทางสถติ ริ ะดบั .01
โดยพบวา่ คะแนนหลงั เรียนสงู กวา่ ก่อนเรยี น
ตอนที่ 4 การแสดงผลค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั เจตคตขิ องนกั เรียนระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษา
ปีท่ี 6 โรงเรียนโรงเรียนบา้ นท่งุ ไชย(พัฒนานสุ รณ์) อำเภออทุ ุมพรพิสยั จังหวดั ศรีสะเกษ ทีม่ ตี ่อการเรยี น
โดยการใช้แบบฝกึ หัด
ตารางท่ี 6: ค่าความสอดคล้องของแบบทดสอบคำศพั ท์ ( IOC ) จากการประเมนิ ของผู้เชยี่ วชาญ
ขอ้ ท่ี ความคดิ เห็น สรุป
ผ้เู ชี่ยวชาญ ผ้เู ชี่ยวชาญ ผ้เู ชย่ี วชาญ คะแนนรวม คา่ IOC
คนท่ี 1 คนที่ 2 คนท่ี 3 ใชไ้ ด้
ใช้ได้
1 1 1 1 31 ใชไ้ ด้
2 1 1 1 31 ใชไ้ ด้
3 1 0 1 2 0.68 ใช้ได้
4 1 1 1 31 ใชไ้ ด้
5 1 1 1 31 ใชไ้ ด้
6 1 1 1 31 ใชไ้ ด้
7 1 1 1 31 ใช้ได้
8 1 1 1 31 ใช้ได้
9 1 1 1 31 ใช้ได้
10 1 1 1 3 1 ใชไ้ ด้
11 1 1 1 3 1 ใช้ได้
12 1 1 1 3 1 ใช้ได้
13 1 0 1 2 0.68 ใช้ได้
14 1 1 1 3 1 ใช้ได้
15 1 1 1 3 1
16 1 1 1 3 1
ข้อที่ ความคิดเหน็ สรุป
ผเู้ ชีย่ วชาญ ผเู้ ชีย่ วชาญ ผเู้ ชย่ี วชาญ คะแนนรวม ค่า IOC
คนท่ี 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ใชไ้ ด้
ใช้ได้
17 1 1 1 3 1 ใช้ได้
18 1 1 1 3 1 ใช้ได้
19 1 1 1 3 1 ใช้ได้
20 1 0 1 2 0.68 ใชไ้ ด้
21 1 1 1 3 1 ใชไ้ ด้
22 1 1 1 3 1 ใชไ้ ด้
23 1 1 1 3 1 ใชไ้ ด้
24 1 1 1 3 1 ใช้ได้
25 1 0 1 2 0.68 ใชไ้ ด้
26 1 1 1 3 1 ใชไ้ ด้
27 1 1 1 3 1 ใช้ได้
28 1 1 1 3 1 ใช้ได้
29 0 1 1 2 0.68 ใชไ้ ด้
30 1 1 1 3 1 ใชไ้ ด้
31 1 1 1 3 1 ใช้ได้
32 1 1 1 3 1 ใช้ได้
33 0 1 1 2 0.68 ใช้ได้
34 1 1 1 3 1 ใช้ได้
35 1 1 1 3 1 ใชไ้ ด้
36 1 1 1 3 1 ใชไ้ ด้
37 1 1 1 3 1 ใช้ได้
38 1 1 1 3 1 ใช้ได้
39 1 1 1 3 1
40 1 1 1 3 1
ตารางที่ 7: ค่าดชั นปี ระสิทธิผลของการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะการอ่าน
ภาษาอังกฤษของนกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝกึ หดั การอา่ นคำศพั ท์โรงเรยี นโรงเรียนบา้ น
ทงุ่ ไชย(พัฒนานสุ รณ)์ อำเภออุทุมพรพิสยั จังหวัดศรสี ะเกษ
Students No. Pre-test ( 40 คะแนน) Post-test (40 คะแนน)
1 15 18
2 17 24
3 13 16
4 23 34
5 25 32
6 17 22
7 15 21
8 24 34
9 18 22
10 28 37
11 18 25
12 26 32
13 13 18
14 24 30
15 29 38
16 25 34
17 27 36
18 22 31
19 16 18
20 21 25
21 29 38
22 18 23
23 12 18
รวม 448 590
คะแนนเตม็ รวม 920
ผลรวมก่อนเรยี น 448 คดิ เป็น 56.30
ผลรวมหลงั เรียน 590 คิดเปน็ 73.91
จำนวนนักเรยี น 23
Students No. Pre-test ( 40 คะแนน) Post-test (40 คะแนน)
คะแนนเตม็ 40
ตารางที่ 8: การวเิ คราะห์ค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ของ
นักเรียนระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
ข้อท่ี คา่ อำนาจจำแนก( B) คุณภาพ
1 0.36 ปานกลาง
2 0.45 คอ่ นขา้ งสูง
3 0.28 ปานกลาง
4 0.48 คอ่ นขา้ งสงู
5 0.47 คอ่ นข้างสงู
6 0.49 คอ่ นข้างสงู
7 0.35 ปานกลาง
8 0.54 คอ่ นข้างสงู
9 0.47 ค่อนขา้ งสงู
10 0.43 คอ่ นขา้ งสูง
11 0.29 ปานกลาง
12 0.56 คอ่ นขา้ งสูง
13 0.32 ปานกลาง
14 0.26 ปานกลาง
15 0.29 ปานกลาง
16 0.35 ปานกลาง
17 0.43 ค่อนข้างสงู
18 0.42 คอ่ นข้างสงู
19 0.57 คอ่ นขา้ งสงู
20 0.23 ปานกลาง
21 0.25 ปานกลาง
22 0.28 ปานกลาง
23 0.31 ปานกลาง
24 0.22 ปานกลาง
ขอ้ ท่ี ค่าอำนาจจำแนก( B) คุณภาพ
25 0.34 ปานกลาง
26 0.34 ปานกลาง
27 0.46 คอ่ นข้างสูง
28 0.24 ปานกลาง
29 0.35 ปานกลาง
30 0.53 ค่อนขา้ งสูง
31 0.48 คอ่ นขา้ งสูง
32 0.49 ค่อนข้างสูง
33 0.24 ปานกลาง
34 0.57 คอ่ นขา้ งสูง
35 0.43 ค่อนขา้ งสูง
36 0.47 ค่อนข้างสงู
37 0.25 ปานกลาง
38 0.46 ค่อนขา้ งสงู
39 0.23 ปานกลาง
40 0.38 ปานกลาง
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
การเกบ็ รวบรวมข้อมูลวเิ คราะห์ข้อมลู เกบ็ ขอ้ มลู วิเคราะหข์ ้อมลู จากการ ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน –
หลงั เรยี น จัดทำตารางเปรียบเทยี บผลตา่ ง ระหว่างก่อนฝึก และ หลังฝกึ หาผลตา่ งจากการปฏบิ ัติดังนี้
ตารางแสดงผลการเปรยี บเทยี บคะแนนกอ่ นเรียน – หลงั เรียน นักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6
เลขที่ ชอื่ -นามสกลุ Pre-test 40คำ Post-test40คำ ผลต่าง หมายเหตุ
1 เดก็ ชายคุณานนท์ ถาวร 15 18 3
2 เด็กชายธนกร ใจกลา้ 17 24 7
3 เด็กชายธนพร บตุ รน้ำคำ 13 16 3
4 เดก็ ชายประกาย ไชยวงค์ 23 34 11
5 เด็กชายเปรมศักดิ์ บญุ สงิ ห์ 25 32 7
6 เดก็ ชายภรู ิทัต ศรีบญุ เรอื ง 17 22 5
7 เด็กชายวรวตั ร สสี ด 15 21 6
8 เด็กชายสิงหนาถ กลุ ไวทย์โกวทิ 24 34 10
9 เด็กชายอรรถวฒุ ิ ไชยพันธ์ 18 22 4
10 เดก็ ชายอทิ ธชิ าญ คำเคร่อื ง 28 37 9
11 เด็กชายธณตั ิ ปัดถาแกว้ 18 25 7
12 เดก็ ชายกติ ติคุณ วงศ์คำทพิ ย์ 26 32 6
13 เดก็ ชายยทุ ธนากรณ์ สามเรือง 13 18 5
14 เด็กหญงิ ธมนวรรณ แก้วประสิทธิ์ 24 30 6
15 เด็กหญิงพิตราภรณ์ ฝากทอง 29 38 9
16 เดก็ หญงิ รงุ่ ฤดี ไชยบำรงุ 25 34 10
17 เด็กหญิงวาสนา คงศรี 27 36 9
18 เดก็ หญงิ เสาวลักษณ์ ชอ้ ยจังหรดี 22 31 9
19 เดก็ หญิงอรอมุ า แหวนหลอ่ 16 18 2
20 เด็กหญิงวจิ ิตร แสงอรุณ 21 25 4
21 เดก็ หญิงรกั กล้า สงั ขท์ อง 29 38 9
22 เดก็ หญงิ ศภุ าวรรณ สมใจ 18 23 5
23 เด็กหญงิ น้ำทิพย์ ไกรวลิ าศ 12 18 6
จากตารางจะเหน็ วา่ นักเรียนมีผลสัมฤทธ์หิ ลงั ทดสอบ(Post-test) ในการอ่านออกเสยี งคำศัพท์ท่ี
ถกู ต้องสงู กวา่ กอ่ นการทดสอบ(Pre-test) รอ้ ยละ 100
บทท่ี 5
สรปุ อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อหาประสิทธิภาพของการเรียนจัดการเรียนรู้การสอนคำศัพท์
ภาษาอังกฤษ โดยการใช้แบบฝึกหัดการอ่านคำศัพท์ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์ของนักเรียนระดับช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านทุ่งไชย(พัฒนานุสรณ์) 2. เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์ โดยการใช้
แบบฝกึ หดั การอา่ นคำศัพท์ ของนกั เรยี นระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนบา้ นท่งุ ไชย(พัฒนานสุ รณ์)
3. เพื่อเปรียบเทียบผลคะแนนที่ได้จากการเรียนการสอนคำศัพท์โดยการใช้แบบฝึกหัดการอ่านคำศัพท์ ของ
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านทุ่งไชย(พัฒนานุสรณ์) 4. เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียน
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านทุ่งไชย(พัฒนานุสรณ์) ที่มีต่อการเรียนการสอนคำศัพท์โดยการใช้
แบบฝกึ หัดการอา่ นคำศพั ท์
กลมุ่ ตัวอย่างท่ใี ชใ้ นการวจิ ัยในครง้ั น้ี คือ
1. ประชากรทใี่ ชใ้ นการศึกษาคน้ ควา้ คร้งั นีเ้ ป็นนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ปกี ารศึกษา
2564 โรงเรียนบา้ นทงุ่ ไชย(พฒั นานสุ รณ์) อำเภออุทมุ พรพสิ ัย จังหวดั ศรสี ะเกษ สำนักงานเขตพนื้ ท่ี
การศกึ ษาประถมศกึ ษาศรีสะเกษ เขต 2 จำนวนนักเรยี น 23 คน
เครือ่ งมอื ทีใ่ ช้ในการวิจยั ประกอบด้วย แบบฝึกหัดวิชาภาษาอังกฤษขั้นพนื้ ฐาน
ระดับช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6 จำนวน 2 ชดุ และแบบทดสอบผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น จำนวน 40 ข้อ
สรปุ ผลการวิจยั
ผลการวิจัยพบว่า
1. แบบฝึกหดั วชิ าภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีประสทิ ธิภาพ เท่ากับ
68.42/70.00 ตำ่ กวา่ ประสทิ ธิภาพตามเกณฑม์ าตรฐาน 80/80
2. นักเรียนท่เี รยี นโดยใช้แบบฝึกหัดวิชาภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 และเป็ นการ
ยอมรบั สมมตุ ิฐานท่ีต้ังไว้
3. ค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกหัดวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่า 0.3665
ซ่ึงแสดงใหท้ ราบว่ามีคะแนนพฒั นาการในระดบั สูง
อภปิ รายผลการวิจัย
การวิจัยเรื่องการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6
โดยใช้แบบฝึกหัดการอ่านคำศัพท์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
โรงเรียนบ้านทุ่งไชย(พฒั นานสุ รณ์) อำเภออุทุมพรพิสัย จงั หวดั ศรีสะเกษ ผลการวจิ ยั เป็นไปตามวัตถุประสงค์
ท่ีกำหนดไว้ มปี ระเด็นท่ีสำคญั ทีจ่ ะนำมาอภิปรายผลการวจิ ยั ดงั ต่อไปน้ี
1. แบบฝึกหัดวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แบบฝึกหัดการอ่านคำศัพท์ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 68.42/70.00 หมายถึง
นกั เรยี นได้คะแนนเฉลีย่ จากการทำแบบฝึกหัดทา้ ยแบบฝึกทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 2 ชุด คิดเปน็ ร้อยละ 68.42
เมอื่ ทดสอบหลงั เรียนด้วยแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน นักเรยี นได้คะแนน
เฉลี่ยร้อยละ 70 แสดงว่า แบบฝึกหัดวิชาภาษาอังกฤษ ท่ีมีผู้วิจัยสร้างขึ้น เป็นแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษที่มี
ประสิทธิภาพ นอ้ ยกว่าเกณฑ์ 80/80
2. นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกหัดวิชาภาษาอังกฤษเรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่าน
ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แบบฝึกหัดการอ่านคำศัพท์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนหลังเรยี นสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนยั สำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 แสดงว่านักเรยี นที่เรยี นดว้ ยแบบฝึกหัด
วิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
สอดคล้องกับ สอดคล้องกับผลการวิจัยของ Jordan, RR (1997) ที่พบว่า หลังจากนักเรียนได้รับการฝึกโดย
ใช้แบบฝึกหัดแล้วนักเรยี นมีคะแนนการทดสอบมากกว่าก่อนการทำแบบฝึกหัดและแบบฝึกเป็นเครื่องมือที่ช่วย
นักเรียนในการเรียนรู้และช่วยสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลด้วย และยังสอดคล้องกับผลการวิจัยของ ประ
โกสันตัง (2545 ) ได้สร้างแบบฝึกหัดการฟังและทักษะการพูดวิชาภาษาอังกฤษ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกหดั การอา่ นคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
มีผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะการฟังและทักษะการพูดสูงขึ้นจากก่อนเรียน ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่
ระดับ . 01
3. ค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ .3665 แสดงว่า นักเรียนมีคะแนนพัฒนาการอยู่ในระดับสูงหลงั จาก
การเรียนโดยใช้แบบฝึกหัดวชิ าภาษาอังกฤษ ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 คือมีคะแนนพัฒนาการเพ่ิมข้ึนร้อยละ
36.65 สอดคล้องกับงานวิจัยของ บุญเรือน จันทร์โต (2546) ที่ศึกษาการพัฒนาแบบฝึกทักษะการฟังและทักษะ
การพดู วิชาภาษาองั กฤษ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 พบว่า นักเรียนทเ่ี รียนโดยแบบฝกึ ทกั ษะการฟังและทักษะการพูด
วชิ าภาษาอังกฤษ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2 มปี ระสิทธผิ ลในทกั ษะการฟงั และทักษะการพดู สงู ข้ึนรอ้ ยละ 76.00
ข้อเสนอแนะ
จากผลการวจิ ัย มขี ้อเสนอแนะดังนี้
1. ข้อเสนอแนะสำหรบั ผสู้ อนและหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
1.1 ผู้สอนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน ควรนำแบบฝึกหัดวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง การ
พัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แบบฝึกหัดการอ่านคำศัพท์
ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ในเนื้อหาสาระอื่น เพื่อพัฒนาการเรียนการ
สอนรายวิชาภาษาอังกฤษใหม้ ีประสิทธภิ าพเพ่ิมมากข้ึน
1.2 ผู้บริหารสถานศึกษาควรจัดให้ผู้สอนได้รับการในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับ
วิธกี ารสร้างแบบฝึกหดั และการจดั ทำนวตั กรรมการเรยี นการสอนประเภทอน่ื อ่นื ๆ
2. ขอ้ เสนอแนะสำหรบั การวิจัยครง้ั ตอ่ ไป
2.1 ควรมกี ารพฒั นาแบบฝึกหดั กับเน้อื หาอื่น ๆ ในระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
2.2 ควรมีการพัฒนาแบบฝึกทัดให้มีประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึน เช่น จัดทำสื่อแบบแอนนิเมชัน่ ที่มีทั้งภาพ
เสียง รวมถึงการเคลื่อนไหวต่างๆ เพื่อประกอบการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐานในแต่ระดับช้ัน
ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 และระดับชั้นทสี่ งู ขนึ้