HOTคู่มือความปลอดภัยในการทำงาน
WORK
อันตรายที่เกิดขึ้นในงาน
Bestaawyarsaefaen! d
รวบรวมลักษณะอันตรายที่เคยเกิดข้นและ
อาจจะเกิดขึ้น
ปฏิบัติงานยังไงให้ปลอดภัย
ข้อปฏิบัติต่างๆในการทำงาน
อย่างปลอดภัยเพื่อป้องกัน
อันตราย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รวบรวมกฎหมายที่ควรสนใจ
เกี่ยวกับงานความร้อนและ
ประกายไฟ
คำนำ
งานความร้อนและประกายไฟ (Hot work) หมายถึงกิจกรรมที่เกิด
ความร้อนหรือประกายไฟในระดับที่ทำให้สารติดไฟสามารถติดไฟหรือระเบิดได้
ดังนั้นงานที่เป็นลักษณะดังนี้ห้ามนำวัสดุไวไฟเข้าไปในพื้นที่ถ้ามีความจำเป็น
ที่จะต้องทำงานความร้อนและประกายไฟกรณีเป็นงานซ่อมสร้างหรือ
แปลงสภาพต้องทำการขออนุญาตทำงาน (permit to work)
การเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานส่วนใหญ่พบว่าสาเหตุมาจากผู้ปฏิบัติ
หรือตัวลูกจ้างไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของความปลอดภัยที่ดีพอหรือ
อาจจะไม่ใส่ใจต่อกฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน
ดังนั้นการให้ความรู้ความเข้าใจต่อผู้ปฏิบัติในเรื่องของการทำงานที่ถูกต้องและ
ปลอดภัยเพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
ดังนั้นทางคณะผู้จัดทำจึงได้เห็นถึงความสำคัญของ
ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสุขภาพของพนักงานทุกท่านโดยเฉพาะใน
การปฏิบัติงานความร้อนและเปลวไฟจึงได้จัดทำคู่มือแนะนำความปลอดภัยใน
การทำงานกับความร้อน (Hot work) ขึ้นเพื่อให้พนักงานที่ปฏิบัติงานกับ
ความร้อนได้ทราบถึงอันตรายในการปฏิบัติงานรู้แนวทางในการปฏิบัติงานกับ
ความร้อนอย่างปลอดภัยการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุเพื่อความปลอดภัยใน
การทำงานและสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ
วัตถุประสงค์ 1
ขอบเขตความรับผิดชอบ 1
คำจำกัดความ 2
บทนำ 3
องค์ประกอบการติดไฟ 4
- เชื้อเพลิง 5
- ออกซิเจน 6
- ประกายไฟ 7
อันตรายในงาน hot work 8
- อันตรายจาากไฟ 8
- อันตรายจากระเบิด 8
- อันตรายทางกายภาพและสุขภาพ 9
กฎหมายที่เกี่ยวข้องในงาน hot work 10
- พระราชบัญญัติ 11
- กฎกระทรวง 12
- ประกาศกรม 13
- กฎหมายต่างประเทศ 16
การปฎิบัติงานเกี่ยวกับความร้อน 18
ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน 19
เกี่ยวกับความร้อน
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล 21
ประเภทถังดับเพลิง 25
ขั้นตอนการใช้ถังดับเพลิง 27
การป้องกันและระงับอัคคีภัย 28
แผนฉุกเฉินเมื่อเกิดไฟไหม้ 30
แผนการอพยพหนีไฟ 31
วัตถุประสงค์
1.เพื
่อใช้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติงาน
2.เพื่อลดและควบคุมความเสี่ยงหรืออุบัติเหตุอันเนื่องมาจาก
การปฏิบัติงาน Hot work ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานหรือ
สถานที่ทำงานให้อยู่ในระดับน้อยที่สุดหรืออยู่ในระดับที่ยอมรับได้
3.ให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้และตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงาน
Hot work
ขอบเขตความรับผิดชอบ
คู่มือแนะนำความปลอดภัยในก
ารทำงาน Hot work ประกอบด้วย
บทนำ อันตรายจากงาน Hot work กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อปฏิบัติใน
การทำงานที่ปลอดภัย รวมถึงเนื้อหาอื่น ๆเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับงาน
Hot work เพื่อให้บุคคลที่ศึกษาคู่มือเล่มนี้มีความรู้ความเข้าใจสามารถ
ปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยและใช้คู่มือเป็นแนวทางปฎิบัติร่วมกัน
1
คำจำกัดความ
1) Hot work : กิจกรรมที่เกิดความร้อนหรือประกายไฟในระดับที่ทำให้
สารติดไฟสามารถติดไฟหรือระเบิดได้
2) รังสี UV : รังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet) หรือในชื่อภาษาไทย
ว่า รังสีเหนือม่วง เป็นช่วงหนึ่งของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มี
ความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงที่มองเห็นมีความยาวคลื่นใน
ช่วง400-10 นาโนเมตร และมีพลังงานในช่วง 3-124 eV
2
บทนำ
งานความร้อนและประกายไฟ หมายถึง
กิจกรรมที่เกิดความร้อนหรือประกายไฟ
ในระดับทำให้สารติดไฟสามารถติดไฟ
หรือระเบิดได้ตัวอย่างงานที่ทำให้เกิด
ความร้อนและประกายไฟ ได้แก่
งานเชื่อมไฟฟ้า
(Electric Arc Welding)
งานที่ใช้หัวเผาให้ความร้อนชิ้นงาน
(Burning)
งานใช้ความร้อนประสานโลหะ
(Brazing)
งานบัดกรี (Soldering)
งานเชื่อมตัดโลหะด้วยก๊าซ
(Oxy acetylene Welding
and Cutting)
งานขัดผิวโลหะ (Grinding
Ferrous Metals)
3
สาอรออกอซิกเซิจไนดซแ์ละองค์ประกอบการติดไฟเชื้อเพล
ิง
หรือการระเบิด
มี 3 องค์ประกอบทำให้ไฟไหม้หรือเกิดการระเบิดคือ
ประกายไฟและความร้อน
4
เชื้อเพลิง (FUEL)
โดยประเภทของเชื้อเพลิงสามารถแบ่งได้ดังนี้
A Class A
เชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ไม้ ผ้า กระดาษ
พลาสติก หรือสิ่งที่สามารถดับได้ด้วยน้ำ
B Class B
C
เชื้อเพลิงเหลวและก๊าซ เช่น น้ำมัน
ปิโตรเลียม ตัวทำละลาย
Class C
อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไหลอยู่ เช่น
อุปกรณ์ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์
D Class D
โลหะและสารเคมีที่เป็นโลหะ เช่น
แมกนีเซียม วัตถุระเบิด
K Class K
น้ำมันทำอาหาร น้ำมันพืช ไขมัน
สัตว์ติดไฟ
5
ออกซิเจนและสารออกซิไดซ์
(Oxygen and Oxidizer)
ออกซิเจน (Oxygen)
ออกซิเจนที่อุณหภูมิบรรยากาศจะมีสถานภาพเป็นก๊าซมีส่วนประกอบ
ในอากาศมากเป็นอันดับสองรองจากไนโตรเจนซึ่งในบรรยากาศจะมี
ออกซิเจน 20.9 เปอร์เซ็นต์และไนโตรเจน 78.08 เปอร์เซ็นต์,
ความหนาแน่นเทียบกับอากาศ (Density Relative to Air) 1.1 เท่า
ของอากาศไม่ติดไฟ แต่เป็นหนึ่งในสามขององค์ประกอบที่ทำให้
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิดได้เพราะออกซิเจนจะช่วยให้การติดไฟหรือ
การระเบิดรุนแรงขึ้นเมื่อทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นทำให้ความหนาแน่นสูงขึ้น
สารออกซิไดซ์ (Oxidizer)
สารออกซิไดซ์คือสารเคมีซึ่งปกติไม่สามารถลุกไหม้ได้เองแต่เมื่อ
สัมผัสกับสารไวไฟและสารที่ไหม้ไฟได้สามารถให้ออกซิเจนและเร่ง
การลุกไหม้ทำให้อัตราในการลุกไหม้เพิ่มขึ้นทำให้สารไหม้ไฟได้
เกิดการลุกติดไฟขึ้นทันทีทำให้เกิดการระเบิดเมื่อได้รับความร้อน
การสั่นสะเทือน หรือแรงเสียดทาน
"Fire prevention starts with you!"
6
ประกายไฟและความร้อน
(Ignition source and Heat)
การนำความร้อน การพาความร้อน
การนำความร้อนหมายถึงปรากฏการณ์ที่พลังงาน การพาความร้อนเป็นการส่งถ่ายความร้อนผ่าน
ความร้อนถ่ายเทภายในวัตถุหนึ่ง ๆ หรือระหว่าง ตัวกลางที่เป็นของเหลวหรือก๊าซโดยที่ของเหลว
วัตถุสองชิ้นที่สัมผัสกันมีทิศทางเคลื่ อนที่จาก หรือก๊าซที่ได้รับความร้อนจะเคลื่ อนที่พาความร้อน
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ ไปด้วยกล่าวคือเมื่อสสารได้รับความร้อนจะขยาย
กว่าโดยตัวกลางไม่มีการเคลื่ อนที่กล่าวอีกนัยหนึ่ง ตัวความหนาแน่นของอนุภาคลดลงและลอยตัว
การนำความร้อนเป็นลักษณะการถ่ายเทความร้อน สูงขึ้นพร้อมกับพาความร้อนไปด้วยส่วนของไหลที่
ผ่านโดยตรงจากวัตถุหนึ่งไปยังอีกวัตถุหนึ่งโดย ยังไม่ได้รับความร้อนความหนาแน่นของอนุภาค
การสัมผัสกันวัสดุใดจะนำความร้อนดีหรือไม่ดีขึ้น ซึ่งมากกว่าจะเคลื่ อนมาแทนที่เป็นแบบนี้ไปเรื่อย
อยู่กับสัมประสิทธิ์การนําความร้อน ๆ จนสารนั้นได้รับความร้อนทั่วกันเรียกว่าการ
พาความร้อน
การกระเด็นและการตก
การแผ่รังสีความร้อน
สะเก็ดของสะเก็ดไฟ
การแผ่รังสีเป็นการถ่ายเทความร้อนออกรอบตัว
การกระเด็นหมายถึงทิศทางเคลื่ อนที่ของประกาย ทุกทิศทางโดยไม่ต้องอาศัยตัวกลางวัตถุที่อยู่
ไฟหรือสะเก็ดไฟไปทิศทางโดยรอบบนล่างซ้ายขวา โดยรอบจะมีความสามารถดูดกลืนความร้อน
หน้าหลังส่วนการตกจะมีทิศทางตามแนวดิ่ง จากการแผ่รังสีได้ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับสีและผิว
เท่านั้นการเคลื่ อนที่ของประกายไฟสะเก็ดไฟจะ ของวัตถุตัวอย่างเช่นวัตถุสีดำหรือสีเข้มดูดกลืน
ความร้อนได้ดีกว่าวัตถุสีอ่อนและวัตถุผิวขรุขระ
แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับ 3 องค์ประกอบคือ ดูดกลืนความร้อนได้ดีกว่าวัตถุผิวเรียบเป็นต้น
เครื่องมือที่ใช้ เช่น การใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่
มีสะเก็ดไฟ
พื้นที่ทำงาน เช่น ทำงานบนที่สูง ทำงาบริเวณ
ที่มีสารไวไฟ
จุดทำงาน เช่น ทำงานบริเวณที่มีลดพัดทำให้
สะเก็ดไฟสามารถลอยไปไกลกว่าปกติ
7
อันตรายในงาน HOT WORK
งาน Hot work มีอันตรายเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบซึ่งสามารถ
แบ่งตามรูปแบบอันตรายได้ดังนี้
อันตรายจากไฟ (Fire Hazard)
โลหะหลอมเหลว สะเก็ดไฟ หรือ ผิวของชิ้นงานที่ร้อน สามารถทำให้
เกิดเพลิงไหม้ได้ หากไปสัมผัสเชื้อเพลิง
สะเก็ดไฟจากการเชื่อม การตัด เป็นสะเหตุหลักของการเกิดไฟไหม้และ
การระเบิด ซึ่งสะเก็ดไฟสามารถกระจายออกไปได้ถึง 10 เมตรจากสถานที่เชื่อม และ
สามารถกระจายออกไปได้มากขึ้น หากเชื่อมในที่สูงและสะเก็ดไฟ
ตกลงมาที่พื้น นอกจากนี้สะเก็ดไฟยังสามารถตกลงไปในช่อง รูที่พื้น
หรือที่ผนัง ซึ่งทำให้เกิดการติดไฟ
อันตรายจากการระเบิด (Explosion Hazard)
การเชื่อมหรือตัด ในสถานที่หรือ อุปกรณ์ หรือ
ภาชนะ ที่มีไอระเหย หรือก๊าซของสารไวไฟอยู่
ทำให้เกิดการระเบิดได้
8
อันตรายทางกายภาพและสุขภาพ (Physical and Health Hazard)
แบ่งเป็นอันตรายเป็นดังนี้
อันตรายจากไฟฟ้าช็อต (Electrical Shock Hazard)
ผู้ที่ถูกไฟช็อตอาจได้รับบาดเจ็บรุนแรงแตกต่างกันไปจนถึงขั้นเสียชีวิต
ได้ ซึ่งบาดแผลจากการถูกไฟช็อตจะทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อภายใน
ร่างกายไหม้ หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้น รวมทั้งทำลายกล้ามเนื้อ
และสมอง
อันตรายจากรังสี UV (UV Radiation Hazard)
เป็นอันตรายต่อดวงตา/ผิวหนังไหม้ อาจเกิดขึ้นได้เมื่อผู้ปฏิบัติงานสัมผัส
กับแสงวาบและส่วนโค้งที่เกิดขึ้นระหว่างการเชื่อม การตัดส่วนโค้งที่ผลิต
แสงพลังงานสูง
อันตรายจากควันเชื่อม (Welding Fume Hazard)
ควันเชื่อมจากโลหะหลายชนิดเป็นอันตรายต่อระบบหายใจ
เช่น Hexavalent chromium และ manganese ซึ่งอันตราย
ก็ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ในลวดเชื่อมและฐานของโลหะที่เชื่อม
อันตรายจากการเผาไหม้ (Burn Hazard)
การเผาไหม้ที่เกิดจากการหลอมโลหะโดยการเชื่อมทำให้เกิดการบาดเจ็บ
หรือเกิดการไหม้ที่ผิวหนัง
9
กฎหมายที่เกี่ยวข้องในงาน
hot work
ลำดับศักดิ์ของกฎหมายในระบบกฎหมายไทย
1. รัฐธรรมนูญ
2. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
3. พระราชบัญญัติ
4. พระราชกำหนด
5. พระราชกฤษฎีกา
6. กฎกระทรวง
7. ข้อบัญญัติท้องถิ่น ได้แก่ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครและ
ข้อบัญญัติเมืองพัทยา
10
ก ฎ ห ม า ย ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง ใ น ง า น
พระราชบัญญัติ
จำ น ว น 2 ฉ บั บ
1. พระราชบัญญัติโรงงาน
- พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒
- พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒
- พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕
2. พระราชบัญญัติความปลอดภัย กฎหมาย
ด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม
ในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔
11
กฎกระทรวง
กฎกระทรวง (ออกตามพรบ. โรงงาน )
- กฎกระทรวง กำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับ
ระบบทำความเย็นที่ใช้แอมโมเนียเป็นสารทำความเย็นในโรงงาน
พ.ศ. 2554
- กฎกระทรวง กำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบ
ไฟฟ้าในโรงงาน พ.ศ. 2550
- กฎกระทรวง กำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับหม้อน้ำ
หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน และภาชนะรับแรงดัน
ในโรงงาน พ.ศ. 2549
- กฎกระทรวง กำหนดให้มีคนงานซึ่งมีความรู้เฉพาะเพื่อปฏิบัติ
หน้าที่เกี่ยวกับการใช้ เก็บ ส่ง และบรรจุก๊าซประจำโรงงาน พ.ศ. 2549
- กฎกระทรวง ว่าด้วยการแจ้งข้อมูลการประกอบกิจการโรงงาน
พ.ศ. 2544
กฎกระทรวง (ออกตามพรบ. ความปลอดภัย กฎหมายด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน )
- กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริการ จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ ศ. . ๒๕๖๒
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและ
ระงับอัคคีภัย (ฉบับ ๒) พ ศ. . ๒๕๖๑
- กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง
พ ศ. . ๒๕๕๙
- กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ ศ. . ๒๕๕๘
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ ศ. . ๒๕๕๖
- กฎกระทรวงการเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น และการเป็นหน่วยงาน
ฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ พ ศ. . ๒๕๕๖
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย
พ ศ. . ๒๕๕๕
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับ เครื่องจักร ปั้ นจั่น และหม้อน้ำ
พ ศ. . ๒๕๕๒
- กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการ ด้านความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานในที่อับอากาศ พ ศ. . ๒๕๔๗
12
ประกาศกระทรวง
ประกาศกระทรวง (ออกตาม พรบ.โรงงาน)
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การให้ตั้งโรงงานที่ใช้อ้อยเป็นวัตถุดิบในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
พ.ศ. ๒๕๖๒
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การให้ตั้งโรงงานผลิตและบรรจุสุราในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
พ.ศ. ๒๕๖๐
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การให้ตั้งหรือขยายโรงงานน้ำตาลในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๘
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติในการตรวจสอบและควบคุมการรั่วซึม
ของสารอินทรีย์ระเหยจากอุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๕๕
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การรายงานข้อมูลต่างๆ ของโรงงานหลอมตะกั่วจากแบตเตอรี่ พ.ศ ๒๕๕๐
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดวัตถุดิบที่จะนำมาใช้หรือผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิต
ในโรงงานสำหรับผลิตภัณฑ์เหล็ก พ.ศ ๒๕๕๐
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในโรงงาน พ.ศ. ๒๕๕๒
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรการควบคุมความปลอดภัยในการประกอบกิจการโรงงาน
ที่เกี่ยวกับการผลิต การเก็บ การบรรจุ การใช้ และการขนส่งก๊าซ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. ๒๕๕๒
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๙
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงาน
ปูนซีเมนต์ พ.ศ. ๒๕๔๙
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณเขม่าควันที่เจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่อง
ของหม้อน้ำของโรงงาน พ.ศ.๒๕๔๙
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรการควบคุมความปลอดภัยในการประกอบกิจการโรงงาน
ที่เกี่ยวกับการผลิต การเก็บ การบรรจุ การใช้ และการขนส่งก๊าซ พ.ศ. ๒๕๔๘
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง มาตรการดำเนินการกรณีการประกอบกิจการโรงงานซึ่งอาจจะก่อให้
เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรง พ.ศ.๒๕๔๗
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของก๊าซซัลเปอร์ไดออกไซด์ที่เจือปนในอากาศ
ที่ระบายออกจากโรงงาน ซึ่งใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้ พ.ศ. ๒๕๔๗
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงานผลิต ส่ง
หรือจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๔๗
13
ประกาศกรม
ประกาศกรม (ออกตามพรบ. โรงงาน)
- ประกาศกรมโรงานอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการให้ความเห็นชอบในการตรวจสอบ
ภายในหม้อน้ำทุกระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี ต่อการตรวจสอบหนึ่งครั้ง พ.ศ. ๒๕๕๙
- ประกาศกรมโรงานอุตสาหกรรม เรื่อง การรายงานผลการตรวจวัดการรั่วซึมของสารอินทรีย์
ระเหยจากอุปกรณ์และการซ่อมแซมอุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๕๖
- ประกาศกรมโรงานอุตสาหกรรม เรื่อง หน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรม
เกี่ยวกับก๊าซสำหรับบุลากรประจำโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
- ประกาศกรมโรงานอุตสาหกรรม เรื่อง หน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรม
เกี่ยวกับก๊าซสำหรับบุลากรประจำโรงงาน พ.ศ. ๒๕๕๕
- ประกาศกรมโรงานอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานจัดฝึกอบรมและ
การสอบมาตรฐานหลักสูตรผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน
พ.ศ. ๒๕๕๔
- ประกาศกรมโรงานอุตสาหกรรม เรื่อง หลักสูตรคนงานควบคุม ส่ง และบรรจุก๊าซประจำโรงงาน
พ.ศ. ๒๕๕๓
- ประกาศกรมโรงานอุตสาหกรรม เรื่อง หนังสือรับรองการฝึกอบรมหลักสูตรคนงาน
ควบคุมส่งและบรรจุก๊าซประจำโรงงาน พ.ศ. ๒๕๕๓
- ประกาศกรมโรงานอุตสาหกรรม เรื่อง หน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรม
เกี่ยวกับก๊าซสำหรับบุลากรประจำโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒
- ประกาศกรมโรงานอุตสาหกรรม เรื่อง หน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรม
เกี่ยวกับก๊าซสำหรับบุลากรประจำโรงงาน พ.ศ. ๒๕๕๑
- ประกาศกรมโรงานอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบให้เป็น
หน่วยตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซ พ.ศ. ๒๕๕๐
- ประกาศกรมโรงานอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณา การแต่งตั้งตัวแทน
เพื่อเป็นผู้รวบรวมและขนส่งของเสียอันตราย.. พ.ศ. ๒๕๔๘
- ประกาศกรมโรงานอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดชนิดและประเภทของเตาอุตสาหกรรมที่นำน้ำมัน
ใช้แล้วที่ผ่านกระบวนการปรับคุณภาพหรือเชื้อเพลิงสังเคราะห์ไปใช้งาน พ.ศ. ๒๕๔๗
14
ประกาศกรม
ประกาศกรม (ออกตามพรบ. พรบ.ความปลอดภัย กฎหมายด้าน
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน)
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อ กําหนดแบบยื่นคําขอใบอนุญาตเป็น
หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นและเป็นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนี
ไฟ และกําหนดสถานที่ยื่นคําขอ
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานเครื่องดับเพลิง
แบบเคลื่ อนย้ายได้
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดแบบรายงานผลการฝึกซ้อมดับ
เพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ
- คำสั่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ ๑๒๙/๒๕๕๖ เรื่องมอบหมายอำนาจหน้าที่ตาม
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับ
การป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕
- แนวการจัดทํา แผนป้องกันและระงับอัคคีภัย ตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร
จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕ ข้อ ๔
- แนวทางการพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนและรายละเอียด การฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อม
อพยพหนีไฟ กรณีนายจ้างจัดให้มีการฝึกซ้อมเอง ตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน ในการ
บริหารจัดการและดําเนินการด้านความปลอดภยั อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ.๒๕๕๕ ข้อ ๓๐
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง สัญลักษณ์เตือนอันตราย เครื่องหมาย
เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และข้อความแสดงสิทธิและ
หน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้างพ.ศ. ๒๕๕๔
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครอง
ความปลอดภัยส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๕๔
15
กฎหมายต่างประเทศ
1. มาตรฐาน American National Standards Institute (ANSI)
- Safety in Welding and Cutting, Z49.1 - 1988
- Practice for Occupational and Educational Eye and Face Protection. Z87.1 -
1989
- Practice for Respiratory Protection, Z88.2
2. มาตรฐาน American Petroleum Institute (API)
- Gas and Electric Cutting and Welding. RP2009
3. มาตรฐาน American Society of Mechanical Engineers (ASME)
- ASME Boiler and Pressure Vessel Code, Section IX, "Qualification Standard
for Welding
- and Brazing Procedures, Welders, Brazers, and Welding and Brazing
Operators." 1965
4. มาตรฐาน American Welding Society (AWC)
- Fire Prevention in Arc Welding and Cutting Processes, 249.2
- Recommended Practices for Gas Tungsten Arc Welding, C.5.5 (R 1989)
- Safety in Welding and Cutting, 249.1 - 1983, Z49.1 - 1983
- The Welding Environment, 1973
- Welding Fumes, 1 - 1981. 2 - 1981, 3 - 1983
16
กฎหมายต่างประเทศ
5. มาตรฐาน National Fire Protection Association (NFPA)
- Cutting and Welding Processes. NFPA 51 B
- Oxygen - Fuel Gas Systems for Welding, Cutting, and Allied Processes,
NFPA 51
6. มาตรฐาน National Institute for Occupational Safety and Health (NIOSH)
- Safety and Health in Arc Welding and Gas Welding and Cutting.
- DHEW (NIOSH) Publication 78 -138
7. กฎหมายเกี่ยวกับฝุ่นระเบิด
- ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับอุปกรณ์ ATEX 2014/34/EU
- ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน ATEX 99/92/EC
- NFPA 654
17
การปฏิบัติงานที่เกี่ยว
กับความร้อน
1
2 พนักงานที่ปฏิบัติงาน
ที่เกี่ยวกับความร้อนต้อง
ได้รับการฝึกอบรม
กำหนดพื้นที่สำหรับ
การปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับ 4 6
ความร้อนไว้โดยเฉพาะ
หยุดการดำเนินการที่ก่อให้ ในกรณีที่ไม่สามารถ
เกิดไอระเหยไวไฟหรือฝุ่น
3 5 นำสิ่งที่ติดไฟได้
ที่ติดไฟได้จนกว่าจะ ทั้งหมดออกจากพื้นที่
ได้ให้ปิดด้วยผ้าหรือ
ปฏิบัติงานเสร็จ
ห้ามมิให้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับ กระบังทนไฟ
ความร้อนโดยลำพัง นำสิ่งที่ติดไฟได้ทั้งหมด
โดยต้องมีคนเฝ้า ออกจากพื้นที่ที่ปฏิบัติงาน 7
ระวังไฟอยู่ด้วย
เกี่ยวกับความร้อน
8
จัดให้มีถังดับเพลิงและ
ถังน้ำ พร้อมใช้เตรียมไว้ใน
พื้นที่ที่ปฏิบัติงาน
จัดให้มีการเฝ้าระวังอัคคีภัย
ทั้งในระหว่างการปฏิบัติงาน
เกี่ยวกับความร้อน
และหลังปฏิบัติงาน
18
ความปลอดภัยในการปฏิบัติ
งานที่เกี่ยวกับความร้อน
1. สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตราย 2 1
ส่วนบุคคลก่อนเริ่มปฏิบัติงาน 3 4
5
2. มีการระบายอากาศที่ดีใน
การปฏิบัติงานเชื่อม
3. ห้ามทำงานเชื่อม ตัด ขัดหรือลับ
สิ่งใด ๆ ใกล้กับวัตถุไวไฟ หรือวัสดุที่
ติดไฟได้ง่าย
4. จัดให้มีอุปกรณ์ดับเพลิง เช่น
ถังน้ำ ถังดับเพลิง ไว้ในพื้นที่ใกล้เคียง
5. ใช้เฉพาะอุปกรณ์ที่ผ่านการรับรอง
และอยู่ในสภาพดีเท่านั้นและปฏิบัติ
ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
19
7 6 6. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ใน
8 การปฏิบัติงาน ก่อนใช้งานทุกครั้ง
10
7. ถ้าปฏิบัติงานใกล้กลับทางหนีไฟ
หรือบันไดหนีไฟ ห้ามวางของกีดขวาง
ทางเดินโดยเด็ดขาด
8. ให้บุคคลอื่น ๆ ยืนอยู่ในระยะห่างที่
ปลอดภัยจากพื้นที่ปฏิบัติงานเชื่อม
และงานตัด
9 9. มีการจัดอบรมการปฐมพยาบาล
เบื้องต้นให้กับผู้ปฏิบัติงาน
10. รับทราบถึงจุดที่ตั้งของฝักบัวและ
อ่างล้างตาฉุกเฉินและวิธีการใช้งาน
อุปกรณ์เหล่านั้น
20
อุปกรณ์ป้องกันอันตราย PPE!
ส่วนบุคคล
1 ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับศีรษะ
อันเนื่องมาจากวัสดุตกจากที่สูงกระทบศีรษะ
ป้องกันศีรษะ ในลักษณะที่เป็นแรงกระแทก หรือใช้ป้องกัน
อันตรายจากการที่ศีรษะเคลื่ อนที่ไปกระแทก
หรือกระทบกับวัสดุอื่ น
( )หมวกนิรภัย Safety Helmet หมวกกันกระแทก (Bump )Cap
2 ป้องกันอันตรายจากเสียงดัง
ป้องกัน ซึ่งถ้ามีเสียงดังเกิน 85 dBA ให้สวมใส่ปลั๊กอุดหู
การได้ยิน
หรือที่ครอบหูตลอดเวลาที่สัมผัสเสียงดัง
ซึ่งตามมาตรฐานความปลอดภัย
เสียงต้องไม่ดังเกิน 90 เดซิเบลเอ 46
ปลั๊กอุดหู (Ear )Plug ที่ครอบหู (Ear )Muff
21
อุปกรณ์ป้องกันอันตราย PPE!
ส่วนบุคคล
3 ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับดวงตา
จากแสงสว่างจ้า และวัสดุฝุ่น ละอองกระเด็น
ป้องกัน เข้าตา เช่น งามขัด งานเจียร หรือป้องกันสารเคมี
กระเด็นเข้าตา
หน้าและดวงตา
ที่ครอบตา ( )Goggle ( ) ( )แว่นตานิรภัย Safety Glasses
กระ บังหน้า Face Shield
4 ป้องกันอันตรายในสถานที่ปฏิบัติงานที่มีฝุ่น
ป้องกัน ไอระเหย สารเคมีก๊าซพิษ
ลมหายใจ
โดยมาตรฐานความปลอดภัย จะต้องมี
การตรวจวัดความเข้มข้นของสารเคมี/ฝุ่น
ในพื้นที่ทํางาน ทุก 6 เดือน
หน้ากากกรองก๊าซ (Gas )Mask หน้ากากกรองสารเคมี
( )Chemical Cartridge Respirator
22
อุปกรณ์ป้องกันอันตราย PPE!
ส่วนบุคคล
ป้องกันอันตรายที่อาจจะโดนลําตัว 5
เช่น สารเคมีกระเด็นโดนลําตัว ป้องกัน
สะเก็ดไฟจากการเชื่อม ป้องกัน
ลำตัว
ชุดป้องกันสารเคมี
ชุดป้องกันความร้อน
ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดการถูกทิ่มแทง 6
จากวัสดุแหลมคม การกัดกร่อนจากสารเคมี
ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า ป้องกันมือ
ถุงมือหนัง ถุงมือยาง ถุงมือป้องกันสารเคมี ถุงมือป้องกันไฟฟ้า
23
อุปกรณ์ป้องกันอันตราย PPE!
ส่วนบุคคล
ป้องกันอันตรายจากของตกใส่เท้า 7
อันตรายจากการกัดกร่อนของสารเคมี
ป้องกันการลื่ นล้มจากพื้ นลื่ น ป้องกันเท้า
เช่น สารเคมีน้ำมัน หรือที่มีน้ำขัง
รองเท้านิรภัย (Safety )Shoe รองเท้ากันสารเคมี
ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากการทํางาน 8
บนที่สูง เมื่อทํางานที่สูงกว่า 4 เมตร ป้องกัน
จะต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน ตกจากที่สูง
การตกจากที่สูงทุกครั้ง
เชือกนิรภัย ( )Hardness เข็มขัดนิรภัย (Safety )Belt
*อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลทุกชนิดต้องดูแลบำรุงรักษาอยู่เสมอเพื่อให้พร้อมใช้งาน
24
ประเภทของถังดับเพลิง
ชนิดผงเคมีแห้ง (Dry )Chemical
สามารถดับไฟได้เกือบทุกประเภท A B C
ยกเว้น CLASS K ราคาถูก หาซื้อง่าย
ข้อเสีย : เมื่อฉีดออกมาจะฟุ้งกระจาย
และเมื่อเราทำการฉีดแล้ว จะฉีดจนหมดหรือ
ไม่หมดถัง แรงดันจะตก ไม่สามารถใช้งานได้อีก
ชนิดน้ำยาเหลวระเหย
สามารถดับไฟได้เกือบทุกประเภท A B C
ยกเว้น CLASS K ราคาถูกกว่าฮาโรตรอน
หาซื้อง่ายเมื่อฉีดใช้งานจะไม่ทิ้งคราบสกปรก
ไม่ทำลายอุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย และไม่ทำให้
สกปรกในบริเวณ ที่ใช้งาน ถังสีเขียว เหมาะกับ
พื้นที่ที่เน้นความสะอาด เช่นอาคาร สำนักงาน
โรงพยาบาล ห้องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
*สำหรับใช้ดับไฟภายใน*
ชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
สารเคมีภายในบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ก๊าซที่ฉีดออกมาจะเป็นไอเย็นจัด คล้ายน้ำแข็งแห้ง
ลดความร้อนของไฟได้ ไม่ทิ้งคราบสกปรก
สามารถดับไฟได้ประเภท B C
เหมาะสำหรับการใช้งานในห้องเครื่องจักร
Line การผลิต อุตสาหกรรมอาหาร
ถังสีแดง ปลายกระบอกฉีดจะใหญ่เป็นพิเศษ
25
ประเภทของถังดับเพลิง
ชนิดโฟม
สารเคมีภายในบรรจุโฟม เมื่อฉีดออกมา
จะเป็นฟองโฟมคลุมผิวเชื้อเพลิงที่ลุกไหม้
จึงสามารถดับไฟได้ประเภท A B
แต่ไม่สามารถนำไปดับไฟประเภท C ได้
เพราะเป็นสื่อนำไฟฟ้า เหมาะสำหรับ
ภาคอุตสาหกรรม ดับเชื้อเพลิงประเภท
ทินเนอร์ และสารระเหยติดไฟ ถังแสตนเลส
ชนิดสูตรเคมีน้ำ
สารทดแทนสารฮาล่อน 1211 ได้ เป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อม ( - )Non CFC ดับไฟClass A B C และ K
ได้ผ่านการทดสอบและรับรองประสิทธิภาพ
ในการดับเพลิง Fire Rating 10A20B
สำหรับขนาด 10 ปอนด์ และ 10A40B
สำหรับขนาด 15 ปอนด์
โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง
ประเทศไทย ( )TISTR
ไม่บดบังทัศนวิสัยขณะฉีดใช้งาน
เนื่องจากไม่เป็นฝุ่นละออง ปลอดภัยสำหรับฉีด
ใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
26
ขั้นตอนการใช้ถังดับเพลิง
1
ดึงสลักนิรภัย
ปลด สายฉีด 2
3
กดที่คันบีบของถังดับเพลิง
4
ส่ายปลายสายไปให้ทั่วบริเวณไฟที่ลุกอยู่
*ข้อควรจำเมื่อใช้ถังดับเพลิง* ไม่ควรยืนห่างจากเพลิงเกินกว่า 8 ฟุต
เนื่องจากก๊าซจะฟุ้งกระจายการใช้งานที่อับต้องระวังการขาดอากาศ
และหมดสติ ห้ามจับบริเวณปากกรวย เนื่องจากอาจเป็นอันตรายกับ
ผิวหนังจากสารที่อยู่ในถังดับเพลิง
27
การป้องกันและระงับอัคคีภัย
การป้องกันอัคคีภัยเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
สถานที่ทํางาน สถานที่เก็บวัสดุ หรืออุปกรณ์
ต้องสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย
ห้ามสูบบุหรี่ หรือทำให้เกิดประกายไฟ
ในบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอัคคีภัยได้
ห้ามทิ้งก้นบุหรี่ หรือวัตถุที่มีความร้อน
ลงในตะกร้า ถังขยะ หรือสิ่งรองรับอื่นๆ
ที่อาจก่อให้เกิดอัคคีภัย
เชื้อเพลิง สารไวไฟ หรือสารเคมี
ต้องจัดเก็บและขนย้ายให้ถูกวิธี
และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
28
หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัย
ห้ามมีสิ่งของวางกีดขวางเด็ดขาด
เส้นทางหนีไฟ ทางเดินต่างๆ
จะต้องรักษาความสะอาด และ
ไม่วางสิ่งของกีดขวางทาง
เศษผ้า เศษวัสดุที่เปื้ อนน้ำมัน เศษวัสดุอื่นๆ
ที่ติดไฟได้จะต้องแยกประเภทให้ชัดเจน
ต้องฝึกซ้อมการดับเพลิงเบื้องต้น
และซ้อมอพยพหนีไฟ ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ผู้รับเหมาต้องอยู่ในการควบคุม
ดูแลของผู้ควบคุมงาน
29
แผนฉุกเฉิน
เมื่อเกิดเหตุ
เพลิงไหม้และ
อพยพหนีไฟ
1.ให้พนักงานที่พบเหตุเพลิงไหม้ตะโกนเสียงดังว่า
" "ไฟไหม้ และชี้ไปที่จุดเกิดเหตุพร้อมกับประเมิน
สถานการณ์ พร้อมปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
ถ้าดับได้ ถ้าดับไม่ได้
- ให้ดําเนินการระงับเหตุ - ให้แจ้งเพื่อนร่วมงานและ
ในทันทีด้วยถังดับเพลิงที่อยู่ใกล้ หัวหน้างาน แจ้งให้ผู้อํานวยการ
ดับเพลิง ตัดสินใจใช้แผนระงับ
-ตามชนิดของเชื้อเพลิง
รายงานหัวหน้างาน -อัคคีภัยและอพยพหนีไฟ
รายงานผู้จัดการฝ่ายต้นสังกัด เมื่อผู้อํานวยการดับเพลิง
รับทราบและแจ้งให้ประชาสัมพันธ์
. . /และแจ้ง จป วิชาชีพ จป วิชาชีพ ประกาศ พร้อมกดสัญญาณแจ้ง
/หัวหน้างาน ฝ่ายช่าง เข้าสํารวจ เหตุเพลิงไหม้ เพื่อให้ทุกคน
ความเสียหาย และผลกระทบ -ออกนอกอาคาร
ปฏิบัติตามแผนฉุกเฉิน
- .ต่อผลิตภัณฑ์และสิ่งแวดล้อม ของบริษัทฯที่กำหนดไว้
จป วิชาชีพ รายงาน
ผู้อํานวยการดับเพลิง 30
แผนการ
อพยพหนีไฟ
2. เมื่อสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ดังขึ้น และมีคําสั่งให้
อพยพหนีไฟได้ให้พนักงานปฏิบัติตามลําดับขั้นต่างๆ ดังนี้
หยุดทํางานทันทีหรือหากอยู่ในห้องน้ำ
ให้รีบออกจากห้องน้ำโดยเร็ว
เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสําคัญเตรียมอพยพ
ถอดปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักรทั้งหมด
ผู้นําอพยพ ถือธงและรายชื่อ พาพนักงานอพยพออกจากพื้นที่
โดยใช้ทางออกฉุกเฉิน หรือตามเส้นทางหนีไฟที่กําหนด
โดยวิธีเดินเร็ว ห้ามวิ่งโดยเด็ดขาด
เมื่อออกจากอาคารได้แล้วให้พนักงานทุกคนไปรวมกัน
ณ จุดรวมพลโดยแยกออกเป็นส่วนงานไม่ปะปน
เพื่อตรวจสอบ ไม่ให้มีพนักงานติดค้างอยู่ในอาคาร
ผู้นําอพยพตรวจเช็คจำนวนพนักงานและรายงาน
ต่อผู้อํานวยการควบคุมภาวะฉุกเฉิน
ถ้ายอดครบ ถ้ายอดไม่ครบ
ผู้อํานวยการดับเพลิง ผู้อํานวยการดับเพลิง
แจ้งพนักงานอยู่ในจุดรวพล สั่งทีมค้นหาเข้าทำการ
ค้นหาและช่วยเหลือ
จนกว่าเหตุการณ์สงบ
31
แผนการ
อพยพหนีไฟ
ทีมฉุกเฉินต่างๆ ออกมายังจุดรวมพลและรายงานตัว
ต่อผู้อํานวยการควบคุมภาวะฉุกเฉิน เพื่อรอรับคําสั่ง
หากมีผู้บาดเจ็บหรือสูญหาย ผู้อํานวยการดับเพลิงสั่งการ
ให้ทีมค้นหาช่วยเหลือและทีมปฐมพยาบาลทำการช่วยเหลือ
ทีมปฐมพยาบาลเข้าทำการปฐมพยาบาลหากไม่ดีขึ้น
ให้เคลื่ อนย้ายผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
ห้ามพูดหรือรายงานข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน
ให้กับบุคคลภายนอกหรือนักข่าวก่อนได้รับอนุญาต
ซึ่งอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อบริษัทฯ
-ห้ามบุคคลภายนอก หรือ นักข่าว เข้า ออก ขณะเกิดเหตุ
ผู้อํานวยการดับเพลิงสั่งการจนกว่าเหตุการณ์จะสงบ
หากมีความรุนแรง และกระจายไปยังชุมชน หรือ
บริษัทใกล้เคียง ทีมแจ้งข่าวสาร ต้องทำการแจ้งหัวหน้าชุมชน
และบริษัทข้างเคียงรับทราบและอพยพออกจากเส้นทาง
ของกลุ่มควันไหลผ่าน
32