The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานซักรีดและห้องผ้า.แก้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by somparttana37379, 2020-02-23 10:40:17

งานซักรีดและห้องผ้า.แก้

งานซักรีดและห้องผ้า.แก้

งานซกั รดี และหอ้ งผา้

นางสาว สมปรารถนา กัมพลกูล

รายงานเล่มนเ้ี ปน็ สว่ นหน่งึ ของ การศกึ ษาตามหลกั สตู ร
ประกาศนยี บตั ร/วชิ าชพี ชนั้ สงู

สาขาวิชา การโรงแรม ประเภทวชิ า งานวชิ าจับวดั สาขาแม่บ้านโรงแรม
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่
ปีการศกึ ษา 2562

คานา
รายงานวิชาจับวัดในสาขาแม่บ้านโรงแรม เป็นรายงานที่จัดทานาความรู้ในวิชาชีพที่ตนเองไป
ปฏบิ ัติงานงมาเรียบเรียงรปู เล่มในรายงานนี้ เพื่อให้อาจารยไ์ ด้ทราบความเป็นไปของนักศึกษาฝึกงาน และนา
รายงานนีไ้ ปตอ่ ยอดใหร้ ่นุ น้องตอ่ ไป

ผูจ้ ดั ทา
นางสาวสมปรารถนา กัมพลกลู

สารบัญ
คานา
สารบญั
หนว่ ยที่ 1 หน้าทีแ่ ละความรบั ผดิ ชอบของหอ้ งซักรีดและหอ้ งผา้
หน่วยที่ 2 หน่วยที่ 2 วสั ดุอุปกรณ์ เคร่ืองมือ เคร่อื งใชแ้ ละการบารงุ รกั ษา
หนว่ ยท่ี 3 ประเภทของผา้
หนว่ ยที่ 4 สญั ลกั ษณ์และความหมายของชนดิ ผา้
หน่วยที่ 5 เคมีภัณฑ์ทีใ่ ช้ในการซกั รีด

หนว่ ยที่ 6 ขนั้ ตอนการซกั รีด

หน่วยท่ี 7 การทารายงานการปฏบิ ตั งิ าน
หน่วยที่ 8 ปัญหาและแนวทางการแก้ปญั หา

บรรณานุกรม

ประวัตผจู้ ัดทา

หนว่ ยท่ี 1 หน้าท่แี ละความรบั ผดิ ชอบของห้องซักรีดและหอ้ งผา้
หอ้ งซกั รดี มีความรบั ผดิ ชอบดังต่อไปนี้

1. กาหนดบทบาทของแผนกซกั รีด
1.1 กาหนดประเภทของผ้าลนิ นิ ท่ีจะซักรีดภายในโรงแรม
1.2 กาหนดความต้องการของการซกั รดี และ/หรอื จานวนของผา้ ที่OPL สามารถรองรับได้
1.3 กาหนดจานวนผา้ ทจ่ี ะจัดเกบ็ ไว้ในหอ้ งเก็บผ้า
1.4 กาหนดสารเคมีท่ีใชใ้ นการซักรีดภายในโรงแรม
1.5 นาเสนอแนวคดิ เรื่องเครอ่ื งจักรและอุปกรณท์ เ่ี หมาะสมสาหรบั OPL
1.6 นาเสนอแนวคดิ เรอ่ื งคุณลักษณะและตาแหน่งหนา้ ท่ขี องพนกั งานในแผนกซักรีด

2. เกบ็ และคดั แยกผ้าลนิ ินท่ีใช้แล้ว
2.1 เก็บผ้าลินินทีใ่ ช้แลว้ จากหอ้ งพกั ลูกคา้
2.2 เก็บผา้ ลินินจากหอ้ งอาหาร
2.3 ขนยา้ ยผา้ ท่ีใช้แลว้ ไปยงั แผนกซักรีด
2.4 คัดแยกผ้า
2.5 ขจัดรอยเป้ือนเฉพาะจดุ ด้วยสารเคมกี อ่ นนาไปซกั

3. ซกั และรดี ผ้า
3.1 ช่ังน้าหนักผ้าทจี่ ะซกั
3.2 กาหนดเวลาและอณุ หภมู ขิ องการซกั ผา้
3.3 เลอื กสารเคมที ่ีเหมาะสมสาหรบั การซักผ้า
3.4 ซกั ผ้าดว้ ยเครอ่ื งซกั ผ้าตามข้ันตอน
3.5 อบผ้าด้วยเครื่องอบผ้าตามขัน้ ตอน
3.6 รีดผา้ ด้วยมอื หรอื ด้วยเครอื่ งรีดผา้ แลว้ แต่กรณี
3.7 ตรวจและพับผา้
3.8 นับและบรรจุผา้ เพือ่ การจัดส่ง
3.9 สง่ คืนผา้ ทมี่ ีรอยเปือ้ นหรอื ขาดที่ไมพ่ ร้อมใช้งาน
3.10 เก็บผ้าในสถานทท่ี ่กี าหนด
3.11 ขนยา้ ยผา้ ไปยังสถานท่ที ต่ี ้องการใช้

4. จดั ทาและรักษาข้อมลู รายการซักผ้า
4.1 จดบนั ทกึ ข้อมลู รายละเอียดเกี่ยวกบั การซักผา้ สาหรบั ใช้ภายใน
4.2 จดบนั ทกึ ขอ้ มูลรายละเอยี ดเก่ียวกบั การซกั ผ้าสาหรบั ใชภ้ ายนอก

5. ดาเนนิ การบารงุ รกั ษา
5.1 ดาเนนิ การบารงุ รกั ษาตามคู่มอื การบารงุ รักษา
5.2 จัดการบารงุ รกั ษาโดยหนว่ ยงานภายนอก

ห้องผ้ามีความรับผิดชอบดังต่อไปนี้
1.ควบคุมผ้าประจาวัน
1.1 นบั จานวนผ้าสกปรกท้งั หมดท่ีสง่ ไปยงั แผนกซักรดี
1.2 นบั จานวนผา้ สะอาดทง้ั หมดทีไ่ ดร้ บั คนื มาจากแผนกซกั รดี
1.3 ตรวจสอบและคดั แยกผ้าที่ชารุดหรอื มีรอยเปอื้ น
1.4 จัดเกบ็ ผ้าแยกประเภทตามสถานท่กี ารใชข้ นาดของโต๊ะหรือขนาดของผ้า
1.5 ซอ่ มแซมผา้ ชารดุ
1.6 จ่ายผา้ และเติมผ้าใหค้ รบตามจานวนในหอ้ งเกบ็ ผา้ แต่ละชั้น
1.7 ตรวจสอบผ้าตกค้างในสถานทตี่ า่ ง ๆเช่น ปล่องส่งผ้า รถเขน็ ผ้า
1.8 ป้องกันการใช้ผ้าในทางท่ีไมส่ มควรหรือไม่ถูกวธิ ี
1.9 ประสานงานกบั แผนกซักรดี อย่างใกล้ชดิ
2.ควบคุมเคร่ืองแบบพนักงาน
2.1 นบั จานวนเครอ่ื งแบบพนกั งานท่สี ง่ ไปยังแผนกซักรีด
2.2 นับจานวนเคร่อื งแบบพนกั งานท่ีได้รับคืนมาจากแผนกซักรีด
2.3 ซอ่ มแซมเคร่ืองแบบพนักงาน
2.4 เบกิ จ่ายเคร่อื งแบบพนกั งาน
3.ควบคมุ สตอ็ กผา้
3.1 ตง้ั มาตรฐานคุณสมบตั ิของผ้าเพอ่ื การจัดซอื้
3.2 ตรวจนับจานวนผ้าท่ีมีใชแ้ ละประเมินความเพียงพอของผ้า
3.3 คานวณคา่ ใชจ้ า่ ยในการจดั ซอื้ ผ้าท่ีมาทดแทนผา้ ชารุดและผ้าสูญหาย
3.4 ตรวจเชค็ สต็อกผา้ ประจาปี

4.ดาเนินงานเอกสารของหอ้ งผ้า
4.1 จดบันทกึ ข้อมูลรายละเอียดเก่ียวกับห้องผ้าสาหรับใช้ภายใน
4.2 จดบนั ทึกขอ้ มูลรายละเอียดเกีย่ วกบั ห้องผา้ สาหรับใช้ภายนอก

5.การจดั เตรียมรถของพนกั งานทาความสะอาดห้องพัก
5.1 นาของใชแ้ ละอปุ กรณก์ ารทาความสะอาดทกุ ชิน้ ออกจากรถพรอ้ มลา้ งใหส้ ะอาด
5.2 นาผา้ สะอาดทีเ่ หลือจากการทางานออกมาวางคืนบนชัน้ วางผา้ และนาผา้ ทใ่ี ชแ้ ลว้ ใส่
ตะกร้าเตรยี มสง่ ซกั
5.3 เทขยะเกบ็ รวบรวมกระดาษหนังสือพิมพแ์ ละนติ ยสารออกจากรถ
5.4 เชด็ ฝ่นุ ตามช้นั วางของภายในรถใหส้ ะอาด
5.5 ชั้นทว่ี างผ้าในรถควรมกี ระดาษขาวสะอาดปรู องพนื้
5.6 จดั วางอุปกรณ์ของใช้แขกใหเ้ ป็นระเบยี บ
5.7 น้ายาทาความสะอาดทุกชนิดควรแบง่ ใส่กระบอกฉีดใหพ้ อใชต้ ่อการทางานของแตล่ ะวัน
5.8 จัดผ้าชนิดต่างๆใส่รถให้มีจานวนเพียงพอต่อการทางานในแต่ละวันจัตวางอุปกรณ์ทา
ความสะอาดใหเ้ ป็นระเบยี บงา่ ยต่อการหยบิ ใช้ถุงใสข่ ยะหรือถงุ ใส่ผ้าท่ีซกั แล้วถ้าสกปรกมาก
ควรเปลย่ี นใหม่หรอื ซักให้สะอาดไมน่ าอาหารหรือขนมวางไว้ในรถ
5.9 หมน่ั หยอดนา้ มันทีล่ อ้ รถเสมอ
5.10 สว่ นประกอบของรถท่ีเปน็ โลหะควรเช็ดให้ขน้ึ เงา

วิธีการจดั เตรียมรถเขม็ แม่บา้ นของโรงแรมแทมมาริน
การจดั เตรียมของโรงแรมแทมมารีนจะไม่ไดใ้ ชร่ ถเข็นแต่จะมีตระกร้าไว้ใส่อปุ กรณ์2ใบโดยใบ

แรกจะที่ใส่ สบู่ หมวกอาบน้า สาลีแผ่น/ก้าน กาแฟ ชาเขียว ชาแดง น้าตาล ดินสอ ซองจดหมาย

กระดาษเขยี นจดหมาย โปสการ์ดท้งั 4ลาย ถุงกระดาษใสผ่ ้าอนามัย กระดาษรองกน้ ถงั ขยะ ฯลฯ สว่ น

ในตระกรา้ ใบที่ 2 เอาใส่ ผ้าเช็ดตวั ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้าขาว/ครมี น้าเปล่า ทชิ ชู

หน่วยที่ 2 วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครือ่ งใชแ้ ละการบารงุ รกั ษา

2.1วัสดอุ ปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื เครอื่ งใช้ ในห้องซกั รีด

-สารซักฟอก
ลักษณะงาน
ใช้ทา ให้ผ้าขาวสะอาดโดยสามารถใชก้ ับการซกั มอื หรอื ซักดว้ ยเครอ่ื งซกั ผ้ามที งั้ ชนิดผง และ
นา้
การบารุงรกั ษา
นาใสอ่ ปุ กรณ์ทป่ี ดิ อยา่ งดีเพ่ือป้องกนั การตกหลน่ และจบั กนั เปน็ ก้อน

- สารฟอกขาว (สารฟอกแบบคลอรนี สารฟอกขาวไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์)
ลกั ษณะงาน
ใช้ขจัดรอยเปื้อนทา ใหผ้ า้ ขาวสะอาดมหี ลายชนดิ ดังน้ี
- สารฟอกขาวคลอรนี หรอื โซเดยี มไฮเปอรค์ ลอไรดใ์ ช้กบั ผ้าฝา้ ยผ้าลนิ นิ ไม่ควรใช้กบั ผ้าไหม
และ ผ้าขนสัตว์
- สารฟอกขาวไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซดใ์ ช้กับผ้าไดท้ กุ ชนิดทา ใหผ้ ้าขาว สวยไดน้ านและไม่
เกิดสหี ม่นภายหลัง
การบารุงรักษา
หลงั ใช้งานควรปิดเก็บไว้อย่างดี

-สารปรับผ้าน่มุ
ลักษณะงาน
มีสว่ นผสมของน้ามันชว่ ยเคลอื บผืนผ้าลดความกระด้างของผา้ และช่วยลดการดูดซึมของนา้
ควรใช้หลงั การซกั โดยผสมกบั น้าตามอัตราส่วนทรี่ ะบุไว้บนบรรจภุ ณั ฑ์แลว้ นาผ้าลงแช่ประมาณ ๑๐-
๑๕นาทีจงึ บิดผา้ ตาก
การบารงุ รกั ษา
หลงั ใช้งานควรปิดเก็บไวอ้ ย่างดี

- สารตกแต่งผ้าขาว (คราม)
ลักษณะงาน
ใชต้ กแตง่ ผา้ สขี าวให้ขาวสดใส โดยนา ครามละลายกบั นา้ แล้วนาผ้าทซ่ี ัสะอาดไปแชท่ ง้ิ ไว้๕-
๑๐ นาทหี ลงั จากนั้นจึงบดิ และนา ไปตาก

-สารตกแต่งใหผ้ า้ คงรูป
ลักษณะงาน
ใชต้ กแต่งให้ผา้ คงรูปม๒ี ชนิดดังนี้
๑. แป้งลงผา้ ใชไ้ ดก้ บั ผา้ สีผา้ ขาว และนิยมใช้กบั ผ้าฝ้าย และผ้าไหม โดยนาแปง้ มันสาปะหลงั
ตม้ กบั นา้ พอนา้ แปง้ สกุ ขน้ ใส กรองดว้ ยผ้าขาวบาง ผสมกบั น้าคนใหท้ ว่ั นาผ้าลงแช่บดิ แลว้ ตากให้แห้ง
๒.เจลลใี ช้ไดก้ ับผ้าทกุ ชนดิ โดยนา ไปตม้ ผสมกบั นา้ และกรอง จากนั้นผสมกบั นา้ คนใหท้ วั่ นา
ผา้ ลงแช่บดิ แล้วตากให้แหง้

- สารทที่ าใหผ้ ้าเรยี บหรอื นา้ ยารีดผ้าเรียบ
ลักษณะงาน
ใชฉ้ ีดพรมลงบนผ้าท่ตี อ้ งการใหเ้ รยี บก่อนรดี มสี ่วนผสมของฟลิ ์มพอลเิ มอร์(ช่วยใหผ้ ้าเรยี บอยู่
ทรงนาน) ซลิ ิโคน (ทา ให้ผ้าล่นื รีดงา่ ย)และน้าหอม(ชว่ ยใหผ้ ้ามกี ลน่ิ หอม)
การบารุงรกั ษา
เมื่อใชง้ านเสร็จควรเก็บไวเ้ ข้าทใ่ี ห้เรยี บรอ้ ยตอ่ การใช้ในครัง้ ต่อไป

- กะละมงั
ลักษณะงาน
ใช้ใส่นา้ เพอ่ื ซกั เส้อื ผ้ามกั ใช้กบั เสอื้ ผ้าช้ินเลก็ ช้นิ น้อยหรือผ้าท่ีแยกออกม่เพราะเป้อื นและขจดั
คราบยาก
การบารุงรกั ษา
เมื่อใช้งานเสรจ็ ควรเก็บไวเ้ ขา้ ทีใ่ หเ้ รยี บรอ้ ยต่อการใช้ในครัง้ ตอ่ ไป

- แปรงซักผ้า
ลักษณะงาน
ใชข้ ัดถเู สื้อผ้าบรเิ วณทมี่ คี ราบหรอื รอยเปอ้ื นท่ซี ักออก ได้ยาก เชน่ ปกเสอื้ ชายเสื้อแขนยาว
และใช้ซกั รองเทา้ ผ้าใบ
การบารุงรักษา
เมื่อใช้งานเสรจ็ ควรเก็บไวเ้ ขา้ ทใี่ ห้เรียบรอ้ ยต่อการใชใ้ นคร้งั ต่อไป

- ตะกร้าใส่ผา้
ลักษณะงาน
ใชใ้ ส่ผา้ ท่เี ตรียมจะซกั หรือเสอื้ ผา้ ท่ซี กั แล้วเตรยี มจะตาก
การบารุงรักษา
เมือ่ ใชง้ านเสร็จควรเกบ็ ไว้เขา้ ท่ใี ห้เรียบร้อยตอ่ การใช้ในคร้ังตอ่ ไป และไม่ควรเอาตระกรา้
ซอ้ นทับกันมากเกนิ ไปอาจทาให้ตระกร้าแตกได้

- เครอ่ื งซักผ้า
ลักษณะงาน
ใชซ้ กั เสอ้ื ผา้ โดยมีทงั้ ชนิดกึ่งอตั โนมัติถงั ค่แู ละแบบอตั โนมัตถิ งั เดี่ยว การใชง้ านเครอื่ งซกั ผา้
แตล่ ะรนุ่ น้ันตอ้ งศึกษาจากคูม่ อื การใชง้ านทแี่ นบมากบั ตัวเคร่ืองเพอื่ ใหใ้ ช้งานได้ถกู ตอ้ ง และเกิด
ประสทิ ธิภาพสงู สุด
การบารงุ รกั ษา
1. ช่องผงซกั ฟอกและน้ายาปรบั ผา้ นุ่ม ควรถอดออกมาลา้ งเปน็ ระยะ ๆ โดยใช้แปรงสีฟันขดั
ทาความสะอาดเครอื่ งซักผา้
2. ตวั ถังภายนอกของเครอื่ งซักผา้ ควรใช้ฟองน้า หรอื ผา้ ชบุ นา้ อุ่นหมาด ๆเชด็ ทาความ
สะอาด
3. ขอบยาง ควรเช็ดใหแ้ ห้งทกุ ครงั้ หลังการใชง้ านและไมค่ วรปิดประตูเครอ่ื งซกั ผา้ เน่ืองจาก
จะทาใหก้ ล่ินอับช้นื และเกิดเชอื้ ราไดง้ า่ ย
4. ตัวถงั ภายในควรลา้ งทาความสะอาดเดอื นละครัง้ หรอื สูงสดุ สามเดอื นครงั้ วิธกี ารล้างถงั
ซักให้ตั้งโปรแกรมการซกั ผ้าหนา ต้ังอณุ หภมู ินา้ ไว้ท่ีสูงสุด เปิดเคร่อื งซกั ผา้ และปลอ่ ยใหท้ างานจนจบ
โปรแกรมโดยไม่ตอ้ งใสเ่ สื้อผา้ และผงซกั ฟอกในกรณีทีไ่ มม่ โี ปรแกรมนา้ ร้อนใหใ้ ช้นา้ ส้มสายชู 1 ขวดเท
ลงไปในถังซกั ตงั้ โปรแกรมการซกั ผ้าหนาและโปรแกรมสกปรกปานกลางไม่ต้องใสเ่ สื้อผา้ และ
ผงซกั ฟอก เปิดเครื่องซกั ผา้ และปล่อยใหเ้ ครอ่ื งทางานไปจนจบโปรแกรม
5. บานประตูและกระจกใหใ้ ช้ผา้ ชบุ น้าหมาด ๆ เชด็ โดยรอบโดยเฉพาะด้านในเครอ่ื งซกั ผา้
6. ไส้กรองน้าทิ้งควรถอดทาความสะอาดอยา่ งสม่าเสมอ เนอื่ งจากอาจเปน็ สาเหตกุ ารอุดตัน
ของเครอื่ งซกั ผา้ ได้

- เครือ่ งอบผา้

ลกั ษณะงาน
ใช้ในการอบผา้ ทท่ี าใหผ้ า้ แห้งเร็วยิง่ ขึ้น เหมาะสาหรับผ้าทรี่ บี เอาด่วน

การบารุงรกั ษา
1. ไม่ใสผ่ ้าเยอะเกนิ ไป จะทาให้การอบผา้ ไมท่ วั่ ถงึ
2. ทาความสะอาดตัวกรองทุกครง้ั หลงั ใช้งาน เพื่อใหเ้ คร่ืองทางานได้อย่างมปี ระสิทธิภาพไดด้ ี

ยิ่งขึ้น
3. สาหรบั เคร่อื งอบผ้าที่เปน็ ระบบควบแนน่ ไมไ่ ดต้ อ่ ทอ่ นา้ ท้ิง ควรเทนา้ ในทงิ้ ทกุ ครัง้ หลงั ใช้

งาน
- เตารีด

ลักษณะงาน
ใช้รดี ผ้าใหเ้ รียบ มที ง้ั ชนิดเตารดี แหง้ เตารีดไอน้า และเตารดี แบบทบั ซ่ึงการใชง้ านเตารดี แต่

ละชนิดต้องศกึ ษาวิธใี ช้จากคู่มือท่แี นบมากบั เตารีดใหเ้ ขา้ ใจและปฏบิ ัติตาม โดยมีข้อควรคานึงทส่ี าคญั
คือ ปรับระดับอุณหภูมิของเตารดี ใหเ้ หมาะสมกบั ชนิดของผา้ ท่ีจะรีด
การบารงุ รักษา

1. ถอดปลัก๊ ทกุ ครง้ั หลงั จากใช้งานเสรจ็
2. รอจนเตารีดเยน็ แลว้ จึงพันสายเขา้ กบั ฐานเตารีด
3. ถา้ เป็นเตารดี ไอนา้ อย่าลมื เทน้าออกจากแทง็ กจ์ นหมด
4. วางเตารีดบนฐานของเตารีดเสมอ ทงั้ นกี้ ารทาความสะอาดนนั้ เมอ่ื หน้าเตาอุ่น ให้เชด็ ด้วย
ฟองน้า หรอื ผา้ นมุ่
- ขวดใสน่ า้ ยารีดผ้าเรียบ
ลกั ษณะงาน
ใชใ้ สน่ า้ ยารีดผา้ เรยี บ แลว้ ปรบั หวั ฉดี พน่ จากนนั้ กด คันโยกพน่ นา้ ยารีดผา้ เรยี บลงบนผ้าทีจ่ ะ
รดี พอชมุ่ ช้นื แต่ไมแ่ ฉะ
การบารุงรักษา
เมื่อใชเ้ สรจ็ ควรเกบ็ รกั ษาให้เขา้ ท่ี
- ที่รองรดี
ลักษณะงาน
ใช้รองรีดเสอื้ ผา้ ทกุ ชนิด มีลกั ษณะเหมอื นโต๊ะพับได้ มหี ลายขนาด ปรบั ไดห้ ลายระดบั ท้งั แบบ
นงั่ พ้นื แบบนั่งเกา้ อี้ และแบบยนื สว่ นบนทาด้วยฟองนา้ เนอื้ แนน่ หมุ้ ดว้ ยผ้า ส่วนล่างเป็นเหลก็ พน่ สี

การบารงุ รักษา
เม่อื ใชเ้ สรจ็ ควรเกบ็ ใหเ้ ขาทีแ่ ละในแต่ละครง้ั ไม่ควรใชไ้ ฟแรงจนเกนิ ไปเพราะอาจทาใหท้ ี่รอง

รดี ใหมไ่ ด้
- ไมแ้ ขวนเสื้อ

ลกั ษณะงาน
ใชแ้ ขวนเสื้อตากใหแ้ หง้ หรือแขวนเสอื้ ที่รีดเสร็จแล้ว ไมใ่ ห้เสยี รปู ทรง และไมย่ ับ มีทงั้ ชนิดที่

ทาจากพลาสตกิ ทาจากลวดห้มุ พลาสตกิ และทาจากไม้
การบารงุ รกั ษา

1. หลังจากการใช้งานจัดเรยี งไม้แขวนเสอ้ื ให้เรียบร้อยเพ่ือปอ้ งกันการเกยี่ วกันจนบิดงอ้ และ
ดงึ ใชง้ านยาก

2.ไมค่ วรนาไปกระแทกแรงเพราะไมแ้ ขวนบางชนิดไมท่ นทานอาจทาใหแ้ ตกหกั ได้
2.1วสั ดอุ ปุ กรณ์ เคร่อื งมอื เครอื่ งใช้ ในห้องซกั รดี ของโรงแรมแทมมารนิ

เนื่องจากโรงแรมแทมมารินไม่มรี ะบบห้องซักรดี ภายในตัวและตอ้ งส่งซักไปภายนอกแต่มอี ุปกรณท์ ีม่ ี

ในห้องซกั รกี คือ

1.เตารดี ที่รองรดี และน้ายารดี ผา้ เรียบ โรงแรมจะจัดเตรียมไว้สาหรับแขกท่ตี ้องการใชง้ าน โดย

โรงแรมจะเกบ็ ไว้ด้วยกนั และในบางครงั้ แขกตอ้ งรดี การผ้าดว่ นกจ็ ะทาการรีดภายในโรงแรม

2.ไมแ้ ขวนเส้อื ใช้สาหรบั แขวนเสอ้ื ผา้ พนกั งานและผา้ ลูกค้า

หนว่ ยที่ 3 ประเภทของผ้า
วธิ ีเลือกใช้ผ้าสาหรับโรงแรม

1. ผา้ COTTON 100% (ผ้าฝ้าย)
-เป็น เส้นใยธรรมชาติ 100% ผ้าท่ีทาจากเส้นด้ายทท่ี าจากฝ้าย 100% ราคาจะสูงกวา่ ผ้าที่มี
สว่ นผสมระหวา่ งฝ้ายกับเสน้ ใยเทยี ม
-คุณสมบัติเด่น ของผ้าชนิดน้ีคือ ระบายอากาศได้ดี ไม่ร้อน ซับเหงื่อได้ดีเย่ียม เน้ือผ้าจะมี
ลักษณะดา้ น ไมเ่ ปน็ ตัวนาความรอ้ น (ไม่อมความรอ้ น) เมื่อไหม้ไฟ และควันไฟไม่เป็นพษิ
-ข้อเสียคือ ยบั ง่าย เมือ่ ซักบอ่ ยๆกจ็ ะยว้ ย ความทนทานต่อการซกั จะสูผ้ า้ ทม่ี ีสว่ นผสมระหวา่ ง
ฝา้ ยกับเสน้ ใยเทยี มไมไ่ ด้ เชน่ ผ้า TC หรือ ผ้า CVC จานวนรอบต่อการซักจะน้อยกวา่ และ
ราคาแพงกวา่

2. ผ้า CVC (ผ้าฝ้ายผสมใยสงั เคราะห์)
-เป็นผา้ ผสมระหว่างเส้นใยธรรมชาติหรอื ผา้ ฝา้ ยและเส้นใยสังเคราะห์ มาผสมกนั ตามสดั ส่วน
ท่เี หมาะสมเพ่ือใหไ้ ด้คณุ สมบตั ิท่ีดจี ากเส้นใยทงั้ สอง
-คณุ สมบัติเด่น ของผ้าชนิดน้ีคือ มคี วามยืดหย่นุ ดีอยูใ่ นระดับสูง การสวมใสอ่ ยทู่ รง สบายตัว
การระบายอากาศดี เนื้อผ้าแนน่ และนุ่ม ใส่สบาย ดูดซบั เหงอ่ื ไม่ค่อยมปี ัญหาเรอื่ งผ้าหดตัว
ไมข่ ึ้นขนเป็นเมด็ ก้อน แตจ่ ะฟดู ้วยลกั ษณะของเสน้ ดา้ ย
-ขอ้ เสียคือ การระบายอากาศเปน็ ไปไดไ้ มด่ ีเท่าผ้าฝา้ ย Cotton ความทนทานตอ่ การซักจะสู้
ผ้า TC ไมไ่ ด้ จานวนรอบตอ่ การซกั จะนอ้ ยกวา่ ผ้า TC และราคาแพงกวา่
-อตั ราส่วน ของผ้าชนดิ น้ีจะอย่ทู ปี่ ระมาณ POLY 50% และ COTTON 50% (CVC 50/50)
สาหรับเนือ้ ผา้ ผสม CVC จะอยู่ท่ี Cotton 45-55% ต่อ Polyester 45-55% โดยคณุ สมบัติ
จะแตกตา่ งกนั เลก็ นอ้ ย เช่น ผ้า CVC ทีม่ ีสว่ นผสม (Cotton 80%+ Polyester 20%)
ลกั ษณะ ของเนอื้ ผา้ จะมีความยดื หยุ่นสูงมาก การระบายอากาศสงู เนอื้ ผา้ แน่น

3. ผา้ TC (ผ้าฝา้ ยผสมใยสงั เคราะห์)
-เป็น ผ้าทีท่ อจากเสน้ ดา้ ยที่มสี ว่ นผสมระหวา่ งผ้าฝา้ ย (Cotton) กับ เสน้ ใยสงั เคราะห์ (Poly)
ในสัดสว่ นท่เี หมาะสมเพอื่ ใหไ้ ด้คุณสมบตั ิทด่ี ีจากเสน้ ใยทั้งสอง
-คุณสมบัติเด่น ของผ้าชนิดน้ีคือ เป็นผ้าราคาถูก ราคาถูกกว่าผ้า Cotton และผ้า CVC มี
ความทนทานกว่า ซกั ง่ายกว่า รีดงา่ ยกว่า ยับยากกวา่ ผา้ Cotton และผ้า CVC
-ขอ้ เสียคือ การระบายอากาศไมด่ ีเท่าทค่ี วร เนื้อผ้าไม่ค่อยเนียนสวย อมความรอ้ นกว่า และ
เม่อื เกิดไฟไหม้ ควนั จะมพี ิษมากกวา่ ผา้ Cotton และ CVC
-อัตราส่วน ของผ้าชนิดนี้จะอยู่ท่ีประมาณ POLY 65% และ COTTON 35% (TC 65/35)
สาหรับเน้ือผ้าผสม TC จะอยู่ท่ี Cotton 30-40% ต่อ Polyester 60-70% ส่วนโครงสร้าง
เนอ้ื ผา้ จะใชต้ ้งั แต่ 180เส้น, 210เสน้ , 250เสน้ , 260เส้น, 300เส้น แลว้ แตจ่ ะเลอื กใช้ จานวน
เสน้ มากกจ็ ะมีความหนากว่า นุ่มกวา่ ทนทานกวา่ เล็กน้อย ถ้าราคาห้องพักไมส่ ูง ใช้ผ้าชนดิ น้ี
จะทาให้ประหยดั เรอื่ ง ซกั ง่าย รีดง่าย คงทน

4.Satin
-ผ้า Satin เป็นผา้ ท่ีมีส่วนผสมของเส้นใยโพลีเอสเตอร์ 100% ทาให้ลักษณะของผ้าจะล่ืนๆ
ขน้ึ เงามัน
-ข้อดีของผา้ Satin คอื ไมย่ บั เพราะเปน็ ผา้ ใยสังเคราะห์ และมสี สี วยขน้ึ เงาสะทอ้ นแสงไฟ
-ขอ้ เสียของผ้า Satin เนอื่ งจากเป็นผา้ ใยสังเคราะห์จงึ ไมท่ นทาน
-สาหรับเคร่อื งนอนที่เหมาะกบั ผา้ Satin ได้แก่ สเกริ ต์ เตยี ง ผา้ คลมุ โต๊ะ สเกิร์ตเก้าอี้ เปน็ ต้น
เนือ่ งจากมสี หี ลากหลายและสวยงามสะทอ้ นแสงไฟ

5.Cotton Satin ร้วิ
-ผ้า Cotton Satin ริ้ว เป็นผา้ ทีม่ ีส่วนผสมของCotton 100% และ มีร้ิว Satin หนา 1 น้ิว
สลับกนั ไปตลอดผืน

-ข้อดีของผ้า Cotton Satin ร้ิว คอื เปน็ ผ้าท่ีมคี วามนุ่มมาก ยิ่งซักย่งิ นุ่ม และคงทนมาก และ
ลวดลายสวยงาม
-ข้อเสียของผ้า Cotton Satin ริ้ว คือยับง่าย ต้องใช้เวลาในการรีด และมีราคาสูงกว่าผ้า
Cotton เรยี บ
-สาหรับเคร่ืองนอนท่ีเหมาะกับผ้า Cotton Satin ร้ิวไดแ้ ก่ ผา้ ปทู ่ีนอนโรงแรม ผ้าปูทนี่ อนรี
สอรท์ ปลอกหมอน ปลอกผา้ นวม ผา้ Cotton Satin ร้ิว
เครื่องใชป้ ระเภท ผ้าในโรงแรม
1 ผ้าปูที่นอนและที่นอน เพื่อความสะดวกในการควบคุมดูแลของแม่บ้าน การเลือกซ้ือเครื่องใช้
ประเภทผ้าเหลา่ นี้ควรกาหนดสแี ละขนาดให้ต่างกันเพื่อหยิบใช้ได้ง่ายขึ้น เชน่ ขนาดผา้ ปูท่ีนอนสาหรับเตียง
เดี่ยว เตยี งขนาดกลางและเตียงขนาดใหญ่
2 หมอนและปลอกหมอน ตัวหมอนนั้นควรใช้ผา้ ทท่ี นทาน ควรมีปลอกรองช้ันหน่ึงก่อน วัสดุควรกัน
น้าได้ไม่ขึ้นราง่าย ถ้าติดซิปจะสะดวกข้ึน ลักษณะของหมอนที่ดีต้องไม่มีน้าหนักมากเพราะถ้าน้าหนักมาก
หมายถึงวสั ดขุ ้างในไมด่ ี หมอนต้องยดื หยุ่นได้คอื เมือ่ กดมือลงไปพอถอนมือขนึ้ จะคงรูปทนั ที ส่วนปลอกหมอน
น้ันควรเผื่อเย็บตะเข็บให้กว้างกว่าขนาดของหมอนประมาณ 2-3 น้ิว ยาวกว่าขนาดของหมอน 2-4 นวิ้ และ
ก่อนใชค้ วรทดสอบว่าตะเขบ็ ไม่ปริปลอกผ้าหม่ เป็นผ้าสาหรับป้องกันไม่ให้ผ้าหม่ สกปรก ไมต่ อ้ งซกั ผา้ หม่ บ่อยๆ
ทาใหล้ กู ค้ารู้สกึ ไดห้ ม่ ผา้ สะอาดอย่เู สมอ ควรเลอื กใช้ผ้าทที่ นทานใช้งานไดน้ าน
3ผ้าห่ม ปัจจุบันนยิ มใช้ท่ีน้าหนักเบา ซักทาความสะอาดง่าย อบแห้งแล้วผ้านุ่ม มักเป็นแบบที่ผลิต
ออกมาเลยไมใ่ ชก้ ารทอ ไมเ่ ป็นลกู ไมย่ น่ ง่าย ผ้าห่มบางชนิดจะพน่ น้ายาทาให้ติดไฟช้า ถ้าเป็นผ้าหม่ ขนสัตว์จะ
มีน้าหนักเบา อ่นุ แต่มีขอ้ เสยี คือซักยาก ย่นง่ายและเก็บรักษายาก บางโรงแรมที่หรูๆหน่อยก็จะมีผ้าห่มอกี ผืน
วางไว้ให้ทป่ี ลายเตียงเผอ่ื ลูกค้าต้องการใช้เพ่ิม

4ผ้าคลุมเตียง ปัจจุบันนิยมใช้แบบใยสังเคราะห์ไม่ยบั ย่นหรือเปื้อนง่าย เตียงทมี่ ีผ้าคลุมทาให้ลูกค้า
ร้สู ึกวา่ ทกุ อย่างสะอาดจริงๆ ดมู คี ่าแตกตา่ งกนั ไปตามลกั ษณะของเนื้อผ้าท่นี ามาทาเปน็ ผา้ คลมุ เตยี ง

5ผ้ากันเป้ือนสาหรับท่ีนอน นิยมใช้ผ้าท่ีไม่ดูดน้า คราบเปื้อนไม่ฝังตัว ซักง่าย แห้งเร็ว ไม่ติดไฟง่าย
จะต้องมที ่ยี ดึ มมุ ใหข้ งึ ตึงอยกู่ บั ท่ี

6ผ้าในหอ้ งอาบน้า ไดแ้ ก่ ผ้าเช็ดตัว ผ้าเชด็ หนา้ ผา้ เช็ดมอื รวมทั้งผ้ากันลื่นในอ่างอาบน้าด้วย ความ
หนาของผ้าเช็ดตวั อาจวดั ราคาค่าหอ้ งพักแต่ละห้องได้

ผ้าขนหนูแบง่ ได้เป็น 2 ประเภท
6.1ผา้ ขนหนแู บบขนคู่
ลักษณะการทอหนง่ึ ฝีเข็มท่ีทอ จะใช้เสน้ ด้าย 2เส้น จึงทาใหผ้ า้ ขนหนูมีความหนาแนน่ ทนตอ่
การซักแม้ต้องซักบ่อยทกุ ๆวัน จงึ นิยมใช้ในธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และโรงพยาบาล แต่เวลาสัมผัสจะ
รสู้ ึกหยาบกระดา้ งไม่นุ่มฟเู หมือนผา้ ขนหนูแบบขนเดี่ยว
ขนาดของผ้าขนหนู น้าหนกั และลักษณะการใชง้ าน
-ผ้าขนหนู Cotton 100% 12×12 นวิ้ นา้ หนกั 1.5 ปอนด์ ผา้ ขนหนูแบบเชด็ หน้า
-ผ้าขนหนู Cotton 100% 15×30 นิว้ นา้ หนกั 3.5 ปอนด์ ผ้าขนหนูแบบเชด็ ผม
-ผา้ ขนหนู Cotton 100% 17×28 นิ้ว น้าหนกั 8 ปอนด์ ผ้าขนหนแู บบเชด็ เทา้
-ผา้ ขนหนู Cotton 100% 27×54 นว้ิ น้าหนัก 12 ปอนด์ ผ้าขนหนแู บบเชด็ ตวั
-ผ้าขนหนู Cotton 100% 30×60 นิ้ว นา้ หนกั 26 ปอนด์ ผ้าขนหนูแบบเช็ดตวั
-ผ้าขนหนู Cotton 100% 40×80 น้ิว น้าหนกั 32 ปอนด์ ผา้ ขนหนแู บบผา้ หม่
6.2ผ้าขนหนแู บบขนเดีย่ ว
ลกั ษณะการทอหนึ่งฝีเข็มท่ีทอ จะใช้เส้นด้ายเสน้ เดียว ทาให้มคี วามหนาแน่นของผ้าขนหนู
นอ้ ยกวา่ แบบผา้ ขนหนูขนคู่ แตเ่ วลาสัมผัสจะรู้สึกนุม่ ฟูและราคาถูกกว่าแบบผ้าขนหนูขนคู่ จึงนิยมใช้
ในครวั เรอื น หรือนยิ มใช้แจกเป็นผา้ ขนหนูพรเี มย่ี ม

ขนาดของผ้าขนหนู น้าหนกั และลักษณะการใชง้ าน
-ผ้าขนหนู Cotton 100% 15×30 น้ิว 1 ปอนด์ เหมาะสาหรับทาความสะอาด เช่น เช็ด จาน เช็ด
โต๊ะ เชด็ พ้ืน
-ผา้ ขนหนู Cotton 100% 15×30 น้วิ 1.4 ปอนด์ นิยมใชเ้ ช็ดผมในร้านทาผม – ใชท้ าความสะอาด
ทัว่ ไป
-ผ้าขนหนู Cotton 100% 15×30 น้ิว 1.7 ปอนด์ นิยมใช้เช็ดผมในร้านทาผมท่ัวไป – ใช้เป็น
ผ้าขนหนพู รีเม่ยี ม
-ผ้าขนหนู Cotton 100% 15×30 นิ้ว 1.9 ปอนด์ ใช้เปน็ ผ้าขนหนูพรีเมย่ี ม – เช็ดผมในรา้ นทาผม
-ผ้าขนหนู Cotton 100% 15×30 นวิ้ 2.6 ปอนด์ นยิ มใช้เป็นผ้าขนหนพู รีเม่ยี ม – ซบั เหงอ่ื ระหวา่ ง
ออกกาลังกาย
-ผา้ ขนหนู Cotton 100% 15×30 น้ิว 2.8ปอนด์ นิยมใชเ้ ป็นผ้าขนหนูพรีเม่ยี ม – ซับเหงื่อระหว่าง
ออกกาลงั กาย
7.ผ้าม่านอ่างอาบน้า ควรเป็นผ้าชนิดที่ทนความชื้นได้ดี เป็นวัสดุท่ีไม่อมน้า ไม่ติดเชื้อง่าย ไม่ควรมี
ตะเขบ็ เพราะน้าอาจจะขงั อยตู่ ามรอยตะเขม็ เวลาอาบนา้ ต้องใหช้ ายผ้าอย่ใู นอ่างเสมอเพ่อื ป้องกนั ไม่ใหน้ ้าไหล
นองเปื้อนพ้ืนบริเวณนอกอา่ งอาบนา้

หน่วยท่ี 4 สัญลกั ษณแ์ ละความหมายของชนิดผ้า
4.1สญั ลกั ษณต์ ่างๆ ท่ีพบเจอในการปฏิบัติงานในโรงแรม

1.ป้าย No Smoking ห้ามสูบบุหร่ี โรงแรมมีกฏห้ามสูบบุหรภ่ี ายในห้องพักและโรงแรมจะมีจุดท่ีสา
มารให้สบู บุหรี่ได้

2.ปา้ ย No Dogs ห้ามนาสุนัขเขา้ มาในพนื้ ท่ี
3.ป้าย Reserved สงวน
4.ป้าย Mind your head ระวังหัวของคณุ โรงแรมแทมมารินจะติดไว้ตรงคานหลังคาเพราะหลังคา
โรงแรมเป็นหลงั คาทรงตา่ แขกท่ีตวั สูงมกั จะชนบอ่ ยคร้งั จึงตอ้ งมีป้ายติดระวัง
4.2สัญลักษณ์ต่างๆ ทีพ่ บเจอในเสอ้ื ผา้

4.3ชนดิ ของผา้ ทีโ่ รงแรมแทมมารนิ ใช้
โรงแรมแทมมารนิ จะใช้ชนิดผา้ ดังน้ี
1.ผา้ ลินนิ จะเปน็ พวก ผา้ ปู ปลอกหมอน ดูเว่ ผา้ ขนหนู ผา้ เช็ดตวั ผ้าเชด็ เท้า ผา้ เช็ดหนา้
2.ผา้ ทอมือ ผา้ ปักลายชาวเขา จะเปน็ หมอนโชว์หมอนองิ
3..ใยสังเคราะห์ จะเป็นผ้าห่มดูเว่
4.ผา้ ดิบ จะเปน็ ผา้ ม่าน ปลอกเบาะเก้าอ้ี

หน่วยที่ 5 เคมีภัณฑท์ ี่ใชใ้ นการซักรดี
1. สารซักฟอกเสอื้ ผ้าเครือ่ งแตง่ กาย

สารซักฟอกท่ีทาหนา้ ท่ีช่วยกาจดั คราบสกปรกในการซกั สา้ ง มักเรียกรวมๆว่า Detergent ในส่วนท่ี
เปน็ สิ่งสกปรกเปรอะเปอื นเสึ้อผ้า คราบสกปรก จะถูกกาจัดออกดว้ ยการซักล้าง ซ่ึงต้องอาศยั น้า สารซักฟอก
แรงขย้ี หรือการขัดถู แต่สว่ นมากคราบสกปรก ซึ่งโดยปกติมักจะเกิดจากคราบอาหาร อาหารกล่องท่ีเลอะ
เปรอะเปื้อน ส่วนใหญ่จะมสี ารประกอบจาพวกไขมนั ปนอยู่ จึงตอ้ งอาศัยสารซกั ฟอกเข้าชว่ ย

สารเคมที ี่ใช้ในการซกั ลา้ ง ทาหน้าท่ี 2 ส่วนคือ ส่วนท่ีดงึ ดูดนา้ ได้ (Hydrophilic Group) และส่วนทไี่ ม่
ดดู น้า แตช่ อบดงึ ดูดไขมัน (Hydrophobic หรอื Oleophilic Group)

เมื่อผิวหน้าของผ้าหรือภาชนะท่มี ีสิ่งสกปรกเปรอะเป้อื นไขมันตดิ อยู่จะมีแรง ตืงผิวสูง น้าไม่สามารถซื
มผ่านเข้าไป ทาให้เปียกได้และไมส่ ง่ มารถกาจดั คราบสกปรกแอกได้โดยงา่ ย สารซกั ฟอกจะช่วยลดแรงตึงผวิ ทงั้
ส่วนทเี่ ปน็ นา้ และไขม้น โดยแทรกผา่ นสิ่งสกปรกเข้าไปเพื่อการซักลา้ ง ขบวนการซักล้างน้จี ะเปน็ ไปโดยรวดเรว็
ข้ึนถ้ามีการขย้ี เขย่า หรือรัดถูร่วมด้วย ขบวนการนี้เกิดขึ้นเพราะโมเลกุลของสารซักฟอก เช่น สบู่ หรือ
ผงซักฟอก ใช้ส่วน Hydrophobic ดงื ดูดคราบสกปรกท่เี ปน็ ไขมัน ขณะเดยี วกันกใ็ ช้ส่วนที่เป็น Hydrophilic
จบั กับโมเลกุลน้าที่อยู่รอบ ๆ สิ่งสกปรก เพ่ือดึงดูดส่งิ สกปรกใหห้ ลุดออกจากเสึอ้ ผา้ แล้วแขวนลอยอยู่ในน้า
โดยไม่ยอ้ นกลับไปตกคา้ งทผ่ี า้ อีก
2.สบู่ (Soap)

เป็น สารอินทรีย์ชนิดหนึ่งจัดเป็นเกล็ดของกรดไขมัน ทาจากไขสัตว์ หรือน้ามันพชื และด่าง มีวธิ ีทา
โดยนาไขสัตว์หรือนามนั พืชมาทาใหเ้ ป็นของเหลวโดยใช้ไอน้าร้อนอบแล้ว นาไปเค่ียว โดยเติมดา่ งลงไป ต่าง
ที่ใชคอโซดาไฟ (NaOH) หรอื ดา่ งคลี (KOH) ผลสุดท้ายของปฏกิ ิรยิ าจะไดส้ บ่หู รือกลเี ซอรีน

การใช้ สบู่จะไมม่ ปี ระสิทธภิ าพเต็มท่ี เมอ่ื ใชก้ ับน้ากระด้าง เพราะเกลอื แคลเซียมและแมกนเี ซียมในนา้
กระด้าง จะรวมตวั กนั กบั สบู่ เปน็ เกลือสบู่ตวั ใหม่ ท่ีไม่ละลายน้าเไคลสบู่ ซึ่งจพไม่สามารถทาหน้าทีจ่ ับเกาะสิ่ง
สกปรก การซก้ ล้างด้วยสบู่ในน้ากระด้างจะทาให้ส้นิ เปลอื งสบู่มากกว่าการซกั ในนา้ ออ่ น เส้อึ ผ้าจะมีสีเทา ไม่

ขาวสะอาด เน่อื งจากคราบไคลสบู่สีขาวจะไปจับสิ่งสกปรกบนเสึ้อ เวลาซักน้าจะไม่หลุดออกไปหมดและไม่
ละลายน้าด้วย ทาให้เสึอ้ ผา้ ไม่สะอาด
3.ผงซกั ฟอก (Detergent)

Detergent หรอื สารขจดั สิง่ สกปรก มาจากภาษาละตนิ ท่ีมีความหมายวา่ "เชด็ ออกไป" ฉะนั้น สารใด
กต็ ามท่มี ลี ักษณะของโมเลกุลทีป่ ลายขา้ งหนึง่ ละลายในนา้ และปลายขา้ ง หึนงุ ละลายในน้ามนั หรอื สารประกอบ
ไฮโดรเจน เรียกว่าเป็น Detergent ท้ังสิ้น หรืออาจเรียกผงซักฟอกว่าเป็น Surfacetant ก็ได้ เนื่องจาก
ผงซกั ฟอกมีดีกว่าสบู่ตรงทส่ี ามารถใช้ซักลา้ งได้ในท้ังน้าอ่อนและ นา้ กระด้าง ผซักฟอกที่ใช้กันทวั่ ไปจึงมีสาร
Surfactant และสารชนิดอนื่ ๆ ท่ีทาหนา้ ทต่ี า่ งๆร่วมกนั ในการทาความสะอาดและซักลา้ ง

ผงซักฟอกเป็นสารสังเคราะห์ท่ีผลิตขน้ึ สาหรับการซักลา้ งทาความสะอาดเส้ือผ้า และวัตถตุ ่างๆ ใน
บา้ น ผงซักฟอกมีคุณสมบตั ลิ ดแรงตึงผิวของนา้ ทาให้ผา้ หรือวัสดุตา่ งๆเปียกน้าไดง้ า่ ยและเร็วย่ิงขน้ึ และช่วยใน
การกาจัดสิ่งสกปรกจาพวกไขมนั ฝุ่นละอองใหห้ ลุดลอยไปละลายอย่ใู นน้า
4.นา้ ยาซักแหง้ (Dry Cleaning Solution)

เป็น สารละลายผสมท่ีประกอบดว้ ยตัวทาละลาย ไดแ้ ก่ คาร์บอนเตตะคลอไรด์ (CCI4) ซงึ่ มีชอ่ื เรียกวา่
Carbona , แนฟตา้ (Naphtha) ได้จากการกลัน่ นา้ มนั ปิโตรเลยี มและอะซีโตน สาหรับน้ายาซกั แหง้ ทม่ี ีขายใน
ทอ้ งตลาดปจั จุบันมกั มสี ่วนประกอบคล้ายคลึงกับ แชมพูสระผม คือมีสารประกอบโซเดียมลอรัลซัลเฟตเป็น
องคป์ ระกอบสาคัญ

ส่วนการซักแห้งน้ันหมายถึงการใช้สารเคมีหรือน้ามันเป็นตัวทาละลายสิ่งสกปรกในการทาความ
สะอาดเสอื้ ผ้าแล้วทาความสะอาดด้วยนา้ หรอื ก็ไมใ่ ชน้ ้าเลย การซกั แห้งทถี่ ูกตอ้ งน้ันจะไม่เปน็ อนั ตรายตอ่ เสอ้ื ผา้
จะต้องเลือกใช้ตัวทาละลายท่ีเหมาะสมกับชนิดของเนื้อผ้านั้นๆไอระเหยจากคาร์บอนเตตะคลอไรด์เป็น
อันตรายต่อระบบหายใจ ดงั น้ันการใช้นา้ ยาซกั แห้งควรทาทรี่ ้านซกั แห้ง ไมค่ วรทาด้วยตนเอง ผ้าท่ีจาเป็นหรือ
ควรซักด้วยวิธีซักแห้งน้ันได้แก่ผ้าขนสัตว์และผ้าไหมซ่ึงต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษในการดูแลรักษา
เพราะเส้นใยทงั้ สองชนดิ น้ันมคี วามบอบบาง เสอ่ื มคณุ ภาพได้งา่ ย

5. สารลบรอยเปอื้ นเฉพาะจดุ บนเสอึ้ ผ้า
5.1 สารลบรอยเปอื้ นทไ่ี ม่มไี ขมัน
รอยเป้อื นบางชนิดไม่อาจซกั ได้ดว้ ยการซักแหง้ หรือซักดว้ ยผงซกั ฟอก แต่ต้องอาศยั ตัวทาละลายต่างๆ

การท่ีจะใช้สารใดย่อมข้ึนอยู่กับชนิดของรอยเป้ือนน้ันๆ ว่าเป้ือนอะไร และควรใช้ตัวทาละลายชนิดใดท่ีจะ
เหมาะสม ซ่งึ ตอ้ งใช้ความระมัดระวัง เพราะตวั ทาละลายอาจเปน็ พษิ และบางชนดิ ตดิ ไปงา่ ย

ตวั ทาละลายเพ่ือลบรอยเปอื้ นที่ไม่มไี ขมนั นอกจากนา้ ผงซกั ฟอกกบั สบแู่ ล้ว ยังมสี ารทส่ี ามารถลบรอย
เป้อื นไดด้ เี ชน่

-อาซโี ตน (Acetone) ใชท้ าความสะอาดและขจัดรอยเปอ้ื นจาพวกยาทาเลบ็ และหมกึ จาก
ปากกาหมกึ แหง้ ไมค่ วรลบรอยเปอ้ื นกับเส้นใย อาซเี ตค ไตรอาซเี ตค ใชส้ าลชี บุ อาซโี ตน และเชด็ บน
รอยเปื้อนจนสะอาดแล้วซักดว้ ยผงซักฟอกและน้าสะอาดในขั้นสุดท้าย

-แอลกอฮอล์ (Alcohol)ใช้ ขจัดรอยเปอ้ื นไดห้ ลายชนิดไม่เปน็ อนั ตรายต่อสีของผ้า เชน่ รอย
เปอ้ื นจากยาขดั รองเทา้ หมึกจากกระดาษคารบ์ อน เวลาใช้ถ้าใช้กับผ้าพวกอาซเี ตด ตอ้ งผสมนา้
ประมาณสองเท่า

-เอมิลอาซเี ตด (Amyl acetate) ชนดิ บรสิ ุทธ์ิ ชนดิ บรสิ ทุ ธิ์ ใชส้ าหรบั ลบรอยเปอื้ นบนผ้าอา
ซเี ตด และ ผ้าท่ีใชก้ ับอาซโี ตนไมไ่ ด้ สาหรบั เอมลิ อาซเิ ตดไมบ่ รสิ ุทธ์อิ าจเปน็ อันตรายต่อผ้าเช่นเดียวกบั
อาซีโตน

-นา้ มนั สน ใช้ลบรอยเปอ้ื นจากสีทาบ้านชนดิ ตา่ ง ๆ โดยวางรอยเป้อื นลงบนกระดาษ ซบั ใช้
สาลชี ุบ น้ามนั สนพอประมาณ เชด็ บนรอยเปอ้ื นหลาย ๆ ครง้ั จนหมดและนาไปซักกับ ผงซกั ฟอก
และน้าสะอาดอีกครงั้ หนงึ่ ผ้ากจ็ ะสะอาด สารลบรอยเป้อื นทง้ั อาซโี ตน แอลกอฮอล์ อามลิ อาซเี ตด
และนา้ มนั สน เปน็ สารท่ี ตดิ ไฟงา่ ย และเป็นพษิ ผู้ใช้ต้องใหค้ วามระมัดระวงั และเกบ็ ให้พ้นมอื เด็กเลก็

5.2 สารลบรอยเปื้อนท่มี ไี ขมัน
สารลบรอยเป้อื นที่เป็นไขมนั ที่นยิ มใช้กันมาก ไดแ้ ก่ นา้ มันกา๊ ด และแนฟตา้ (Naphtha) เป็นสารทตี่ ดิ

ไฟง่ายต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ ส่วนสารลบรอยเปื้อนที่เป็นไขมันอีกพวก หน่ึงจะไม่ติดไฟ ได้แก่
คาร์บอนเทตะคลอไรด์ (Carbon Tetrachloride), Trichloroethylene, Perchloroethylene

1.สารฟอกขาว(BIeach)
เป็นสารลบรอยเป้ือนท่ใี ช้มากทสี่ ดุ และตอ้ งใหค้ วาม ระมัดระวงั ในการใช้มาก เพราะถา้ ใชใ้ น

ปริมาณทม่ี ากหรอื เขม้ ข้นจะทาใหผ้ ้าเสือ่ มคณุ ภาพและเปอ้ื นขาดได้ง่ายไมค่ วรใช้กับผา้ ไหม ผา้ ขนสตั ว์
รวมทงั้ ผ้าทมี่ กี ารตกแตง่ เพอื่ เพมิ่ คณุ สมบัติพเิ ศษ และไมค่ วรใช้สารฟอกขาวกับภาชนะทเ่ี ป็นโลหะ
เพราะโลหะจะเร่งปฏิกิรยิ า การฟอกขาว ทาให้เปน็ อนั ตรายตอ่ ผา้ มากึขึ้น สารฟอกขาวทค่ี วรใชต้ าม
บา้ น ได้แก่ คลอรีน (chlorlne bleach) เปอร์ออกซเิ จน (peroxygen bleach) ถา้ ใช้สารฟอกขาว
ท้งั สองชนิดนแ้ี ล้ว ยงั ไมไ่ ดผ้ ล อาจใช้สารขจดั สี (colour remove) แต่สารน้ีจะทาใหส้ หี ลายชนดิ ซดี
จางลงควรทดลองดกู ่อนถ้าผ้าเปลีย่ นสีไปแต่ไมซ่ ีดใหน้ าไปซกั และตากลมทนั ทสี จี ะกลับเหมอื นเดมิ แต่
ถ้าสีซีดสจี ะไมส่ ามารถกลบั เป็นสเี ดมิ ได้
2.กรดน้าสม้ (AceticAcid)

ใชล้ บรอยเปอ้ื นจากส่งิ สกปรกท่เี ปน็ ด่าง เพราะจะทา ให้ดา่ งเป็นกลาง ควรใชข้ นาดความ
เขม้ ขน้ ประมาณ 10% เพราะจะปลอดภัยกับผา้ ทกุ ชนิด แต่อาจทาใหผ้ ้าสเี ปล่ียนไปบ้าง แกไ้ ขไดโ้ ดย
ลา้ งดว้ ยน้าแลว้ เช็ดดว้ ยแอมโมเนีย จนสีกลบั เหมอื นเดมิ ตา่ งจะเป็นอนั ตรายต่อผ้าไหมและผ้าขนสัตว์
เมอ่ื ส่ิงสกปรกทีเ่ ปน็ ดา่ งเปรอะเปื้อน ผ้าตอ้ งรบี ลา้ งดว้ ยนา้ เปลา่ ทันที แล้วเชด็ ด้วยกรดนา้ สม้ 5-10%
แล้วซักดว้ ยนา้ สะอาดต่อไป นึสั ม้ สายชูสามารถใช้แทนกรดนา้ สม้ ได้ เพราะมีปรมิ าณของกรดน้าสม้
ประมาณ 5%

3.แอมโมเนีย
ใช้ลบรอยเปอ้ื นเสอ้ึ ผา้ ทีถ่ ูกกรดใชไ้ ดก้ ับผ้าทกุ ชนดิ ยกเวน้ ผา้ ไหม และผา้ ขนสัตว์ ควรใชค้ วาม

เขม้ ข้นของแอมโมเนยี ประมาณ 10% ถา้ ผ้าเปลยี่ นสีใหเ้ ช็ดดว้ ย กรดนา้ สม้ หรือน้าส้มสายชู 5% แลว้
ลา้ งออกดว้ ยนา้ สะอาดสีจะกลบั เหมอื นเดิม
4.ไอโอดนี

ใชส้ ารละลาย Tincture of iodine ลบรอยเปอื้ นของซลิ เวอร์ไนเตรท (Silver Nitrate)
5.กรดอ๊อกซาลคิ (OxclicAcid)

ใช้ได้กบั ผ้าทกุ ชนิดท่ีเปื้อนสนิมเหล็กและโลหะ ต่าง ๆ ขนาดที่ควรใชก้ รดออกซาลิค 1 ชอ้ น
โต๊ะ + นา้ อุ่น 1 ถ้วยตวง ผ้าจะเปลี่ยนสีเล็กน้อย วิธีแก้โดยใช้แอมโมเนียทาให้ทั่วบริเวณสีท่ีเปลี่ยน
ลา้ งออกใหห้ มด มฉิ ะนัน้ ผ้าจะเส่ือมคณุ ภาพ กรดออกซาลิคเปน็ เกลด็ สีขาวเป็นพิษ
6.ไฮโดรเจนเปอรอ์ ๊อกไซด์(H2o2)

จดั เปน็ สารฟอกขาวชนิดหน่ึง (Peroxygen Bleach) ใช้ลบรอยเปอ้ื น ยางกลว้ ย ยางมะมว่ ง
ยางมังคุด และยางมะปราง รอยเปือ้ นจากยางผลไมเ้ หล่าน้ี ถา้ สามารถลบรอยเปอื ้นได้เรว็ ทส่ี ดุ จะทา
ให้สามารถลบออกไดง้ า่ ย
3.สารทใี่ ช้ทาความสะอาดและฆ่าเช้ือโรค
3.1ฟีนอลหรอื กรดคารบ์ อลคิ (Phenol)

ใช้สาหรบั ฆา่ เชอื้ โรค โดยละลายสาร ฟีนอล 1 ออนซ์ กบั น้า 3 ควอตซใช้ฆา่ เชอ้ื แบคทเี รียให้
ตายไดภ้ ายใน5นาทีและใช้เปน็ ส่วนผสมของสบู่ยาท่ีใชฆ้ า่ เชอ้ื โรคทเ่ี รียกว่าสบูค่ ารบ์ อลคิ
3.2เครซอล(cresol)

เปน็ สารฆา่ เช้อื ทอ่ี อกฤทธแื้ รงกวา่ ฟนี อล ราคาถกู กว่า ไม่ตอ้ งระมัดระวงั ในการใชเ้ ท่าฟีนอล
น้ายาทาความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคตามบา้ นเรือนเชน่ ไลโซล(Lysol)จะมสี ว่ นผสมของเคร
ซอลหรือสารประกอบทคี่ ล้ายคลงึ กันเป็นสว่ นผสมอยดู่ ้วย

3.3เฮกซะคลอโรฟลิ ด์(Hexachlorophyll)
เป็นสารสังเคราะห์ท่ีผลติ ข้นึ เพอ่ื ฆ่าเช้ือแบคทีเรียและเช้ือรา ออกฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรยี แรงกวา่

ฟนี อลประมาณสบิ เทา่ และไมท่ าใหเ้ ช้ึอบกั เตรี ดึ้อยา ใช้ไนการฆา่ เช้อึ บริเวณผวิ หนัง จงึ นาไปผสมใน
สบู่ ยาระงับกลิน่ ตวั และเคร่ืองสาอางค์ ผลติ ภัณฑท์ ่มี เี ฮกซะคลอโรฟลิ ลท์ รี่ ู้จกั กันทว่ั ไป คือ สบ่ไู ดอลั
ไฟโซเฮกซ์ และไฟโซเดอร์ม เป็นตน้ ความเขม้ ข้นของสารนจี้ ะมีต้ังแต่ 0.5- 5% แตท่ ่ีนิยมใชก้ ันคอื
3% ไมค่ วรใช้ไนปรมิ าณ ทเ่ี ข้มขน้ มาก จะเปน็ อนั ตรายตอ่ ผวิ หนงั ทาใหผิวหนงั อกั เสบ ไวต่อแสง
ผิวหนงั ทีเ่ ปน็ แผลจะ ดดู ซมึ ไดง้ า่ ย และถ้ามีปรมิ าณเฮกซะคลอโรฟลิ ล์ตกค้างอยู่สงู ในเลอื ดจะเกดิ
อาการทางสมองได้สาหรบั เดก็ ทารกไมค่ วรใชส้ บทู่ ี่มสี ่วนประกอบของสารสงั เคราะหน์ อ้ี าบนา้ ใหเ้ ดก็
ทารก
3.4ผงฟอกจาง(BIeachingpowder)

เปน็ ผงสีขาวหรอื ขาวแกมเท่ามีกลิน่ คลา้ ย คลอรีนใช้ในการฟอกสเี ยื่อกระดาษ ผ้าลนิ ิน ผ้า
ฝา้ ย ฟาง น้ามนั สบู่ ใชไ้ นการพมิ พผ์ ้าดอก ตรงลวดลายท่ีตอ้ งการวิธที าโดยนาส่ิงทจ่ี ะฟอกจางจมุ่ ลง
ในสารละลายของผงฟอกจางแล้วจุ่มลงในกรดกามะถนั เจือจางลา้ งนา้ ให้สะอาดแชผ่ ้าลงในสาร
โซเดยี มไฮโอซลั เฟตเพ่อื ทาลายคลอรีนทีเ่ หลือตกคา้ งอยูอ่ อกใหห้ มด
3.5คลอรอกซ์(Chlorox)

คือส่วนประกอบของคลอรนี ทล่ี ะลายนา้ มีความ เข้มข้นมาก ใช้สาหรับการฆา่ เช้อื โรคในนา้
ล้างผักผลไมส้ ามารถฆ่าไข่พยาธบิ ดิ มตี ัวทเี่ รยี กวา่ บิดอะมบิ าได้ ซงึ่ น้าด่างทับทมิ ไมส่ ามารถฆา่ ได้ และ
คลอรอกซย์ ังใช้แช่เสอ้ึ ผ้าฝา้ ยหรอื ผา้ ลินนิ ให้ขาวสะอาดแตค่ วรใช้ในปริมาณเจอื จางจะปลอดภยั ท่ีสดุ
3.6ดา่ งทบั ทมิ (KMno4)

ใชส้ าหรบั การฆา่ เชอ้ื โรคทว่ั ไป คือด่างทบั ทมิ ละลาย นา้ จะได้สชี มพบู านเย็น ใชล้ า้ งผกั และ
ผลไม้ ถ้าใชด้ ่างทบั ทิมในอตั ราส่วน 1 : 10,000 ใชเ้ ป็น นา้ ยาบว้ นปาก ต้องระวังอย่าดมกลิ่นเข้าไปจะ

เปน็ อันตราย ถา้ ใชด้ า่ งทับทิมในอัตรา 1 : 1,000 โดยใชน้ า้ อุ่น จะใช้ฆ่าเช้ือราตามนิ้วมอื น้วิ เทา้ ให้
ใชค้ รั้งละประมาณ 15-20 นาที วันละ สองครงั้ เชา้ เยน็ จะไดผ้ ลดี

หน่วยท่ี 6 ข้นั ตอนการซกั รดี
ขน้ั ตอนการซักรีดผา้ ของโรงแรมขนาดเลก็

โรงแรมท่ีไม่มีระบบซกั ผ้าภายในโรงแรม
สาหรับแขกที่มาสง่ ผา้ ซกั

1.เม่อื แขกมาส่งผา้ ซกั ต้องนามาตรวจสอบจานวนเส้ือผา้ และจดเอาไวเ้ พอ่ื ป้องกนั การตกหล่น
บิลทีม่ ากบั ผ้าว่ามเี ลขหอ้ งชัดเจนและดูความตอ้ งการเพม่ิ เติมจากแขกเพอ่ื กาชับกับร้านได้ถกู ตอ้ ง และ
สง่ ซกั

2.เมื่อสง่ ซักแล้วได้ผ้ากลับมาต้องกลับมาตรวจสอบผ้าแขกว่ามีการตกหล่นหรือไมเ่ พอ่ื ตามผ้า
แขกจากรา้ นได้ ถา้ ผา้ มคี วามเรยี บรอ้ ยจัดเก็บเพ่อื ส่งคนื แขก
สาหรับผ้าภายในโรงแรม

1.ขดั แยกผา้ ปู ปลอกหมอน ผ้าดูเว่ ผา้ เชด็ ตวั ผ้าพนกั งาน และผา้ ต่างภายในโรงแรม จดยอด
จานวนไว้เพื่อป้องกันการตกหลน่ ของผ้าซักเมอื่ ส่งซกั เสร็จควรตรวจสอบความเรียบร้อยของผ้า
โรงแรมท่มี ีระบบซักผ้าภายในโรงแรม
สาหรับแขกที่มาส่งผา้ ซกั

1.แยกผา้ ขาว-ผ้าสี ออกจากกัน เพอ่ื นาผ้าขาวมาซักกอ่ น แลว้ จึงซักผา้ สที ีหลงั และแยกผ้าที่มี
เนื้อผ้าประเภทเดียวกันซักพร้อมกัน ผ้าเน้ือหนามากๆ เช่น ผ้ายีนส์ ควรแยกซักต่างหาก ถ้ามีรอย
เปอ้ื นให้ใชน้ า้ ยาขจัดคราบไคลป้ายส่วนที่เปอ้ื นกอ่ น

2.เมอ่ื ซักเสรจ็ ก็จะนาผ้าลูกคา้ ไปอบเมอื่ แหง้ แล้วกน็ ามารดี พับ แขวน หรอื ไม่รีดเลย และทา
การจดั สง่ ให้ลูกค้า
สาหรับผา้ ภายในโรงแรม

1.ขัดแยกผ้าปู ปลอกหมอน ผ้าดูเว่ ผ้าเช็ดตัวผ้าพนักงานและผ้าต่างภายในโรงแรม
ตรวจสอบผ้าเมือ่ เจอผ้าทีใ่ ช้งานไม่ไดเ้ พอื่ จะไดต้ ชี ารุด

2.ซักแยกผา้ แตล่ ะ่ ประเภทและผา้ แต่ละประเภทใช้นา้ ยาไมเ่ หมนื กนั
3.ทาการอบ รีด และจดั เกบ็ ใหเ้ รียบร้อย

หนว่ ยท่ี 7 การทารายงานการปฏบิ ัตงิ าน
เอกสาร แบบฟร์อมทใี่ ชใ้ นการซักรดี ของโรงแรมแทมมารนี

1.บิลซกั ผ้าภายในห้องพกั ไวส้ าหรับลกู ค้าจดหมายเลขห้องและจานวนผา้ ทีส่ ่งซกั เพื่อติดแนบไว้กับผ้า
ท่ีส่งซัก

2.สมุดนับผ้าซัก เมื่อได้รับผา้ มาจากลูกค้าทางแม่บ้านจะทาการตรวจเช็คเส้อื ผ้าอีกครั้งและจดสง่ ใน
สมุดนบั ผ้าซักเพ่ือปอ้ งกันการตกหล่น

3.สมดุ บนั ทึกหน้าฟรอ้ น เป็นการบนั ทึกสง่ ผา้ สาหรับฝ่ายพนักงานตอ้ นรับ
4.สมดุ บลิ บนั ทกึ ส่งผ้าซกั เป็นบนั ทึกสาหรับร้านซักรดี

หนว่ ยที่ 8 ปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหา
ปญั หาและแนวทางการแกไ้ ขปญั หาท่นี กั ศึกษาพบ หรอื ได้รบั ทราบทีเ่ กิดขึน้ ในโรงแรมแทมมาริน

1.ผ้าส่งลาดช้ากว่ากาหนด บางคร้ังทางร้านมารับผ้าช้ากว่ากาหนดและในวันอาทิตย์ทางหน้า
โรงแรมจะมีถนนคนเดนิ ทาใหก้ ารสง่ ลาดชา้

แนวทางแก้ปญั หา ในวันอาทิตย์อาให้ทางร้านมารับผ้าเช้าหรือใหส้ ง่ ผา้ เรว็ ขึ้น

2.ส่งผ้าซักแล้วไม่ได้กลับมาตามที่กาหนดไว้ก่อนหนา้ เม่อื แขกส่งผา้ ซักแขกกาหนดว่าตอ้ งการ รีด
หรือไม่รีด พับหรือแขวน ในบางคร้ังจะได้กลับมาไมต่ รงตามที่ต้องการ

แนวทางแก้ปญั หา เมือ่ มีพนกั งานมารับผ้าทางแม่บ้านกาชับโดยตรง หรือ ใช้ปากกาเนน้ คาในบิล
สง่ ผ้าซัก

3.ผ้าหายหรือตกหลน่ เม่ือทางโรงแรมไดผ้ ้ากลับมากอ่ นสง่ ให้แขกจะตรวจเสอื้ ผา้ กอ่ นส่งบางครัง้ อาจ
ได้มาไมค่ รบ

แนวทางแกป้ ัญหา ทางโรงแรมจะโทรทวงจากทางร้าน และแยกจัดเสอื้ ผ้าให้เปน็ สัดสว่ นขน้ึ

บรรณานุกรม
A-lisa.(2561).เครอ่ื งใช้ประเภท“ผา้ ”ท่ีโรงแรม-รีสอร์ทต้องมีพร้อมวิธีเลอื กซ้อื .สบื ค้นวันที่ 17

กมุ ภาพันธ์ 2563 จาก https://www.a-lisa.net/topic/4027
Bedtimethai.(2559).วิธเี ลือกใชผ้ า้ สาหรบั โรงแรม.สบื คน้ วนั ท่ี 17 กุมภาพนั ธ์ 2563 จาก

https://www.bedtimethai.com/how-to-choose-hotel-linen/
it.elehotelproducts.(2561).ของใชใ้ นโรงแรมทจ่ี าเป็นสาหรบั โรงแรมเปดิ ใหม่ ของใชใ้ นห้องพกั .

สืบค้นวนั ที่ 17 กมุ ภาพันธ์ 2563 จาก http://blog.elehotelproducts.co.th/hotel-
products
kikwan.(2556).ชนดิ ของผ้า.สบื ค้นวนั ที่ 17 กมุ ภาพนั ธ์ 2563 จาก
http://www.marigoldtrading.com

ประวัติผูจ้ ัดทา

ชอื่ -สกลุ สมปรารถนา กมั พลกลู
ชอ่ื เรือ่ ง งานจัดเตรยี มหอ้ งพกั
สาขาวิชา การโรงแรม
ประเภทวชิ า วชิ าจับวดั การแมบ่ ้านโรงแรม
ประวตั ิ
เกิด 5 มีนาคม 2544
ท่ีอยู่ 71/4 หมู่ 5 ตาบล สเุ ทพ อาเภอเมอื ง เชยี งใหม่

ประวตั กิ ารศึกษา
ปี พ.ศ 2550 ประถมศกึ ษา โรงเรยี นพทุ ธโิ ศภน
ปี พ.ศ 2556 มธั ยมศึกษา โรงเรียนวฒั โนทัยพายัพ
ปี พ.ศ 2562 กาลงั ศึกษาระดับชนั้ ปวส. วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาเชยี งใหม่


Click to View FlipBook Version