เอกสารประกอบการสัมมนา
เร่ือง การปลกู มะพร้าว
เสนอ ครรู ตั นพ์ ีภรณ์ ทองประพันธ์
โดย นายอลั ฟาร์น ยโู ซะ รหัสนกั ศึกษา 63305010025
สาขา วิชาเกษตรศาสตร์
วทิ ยาลัยเทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เอกสารนเ้ี ป็นส่วนหนงึ่ ของวิชา การสมั มนาทางดา้ นการเกษตรศาสตร์
ก
คำนำ
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการสัมมนาทางด้านเกษตร ข้าพเจ้าหวังว่าเอกสารประกอบการ
สัมมนา ฉบับนี้มีประโยชน์ต่อผู้สนใจที่จะปลูกและศึกษาหาความรู้ในการปลูกมะพร้าวนำไปใช้ให้เกิดผลสัมฤทธ์ิ
ตามความคาดหวงั ไว้
ถ้าหากรายงานฉบบั น้ีมีผดิ พลาดประการใด ข้าพเจา้ ต้องขออภยั ณ โอกาสนดี้ ้วย ทั้งน้ีหวังว่าเอกสารฉบับ
นี้จะเป็นประโยชนแ์ ก่ผทู้ ่สี นใจไมม่ ากก็น้อย
นายอัลฟาร์น ยโู ซะ
ผจู้ ัดทำ
ข
สารบัญ
เร่อื ง หน้า
คำนำ ก
สารบญั ข
มะพรา้ ว 1
ลกั ษณะทว่ั ไป 1-2
การเตรยี มแปลงเพาะ 3-8
ถ่ินกำเนดิ มะพรา้ ว 9-11
สรรพคุณของมะพร้าว 11-12
ประโยชน์ของมะพรา้ ว 13-15
การแปรรูปอาหาร 15-32
1
มะพร้าว
มะพรา้ ว : ชอ่ื สามัญ Coconut
มะพรา้ ว : ชือ่ วิทยาศาสตร์ Cocos nucifera L.
จดั อยูใ่ นวงศป์ าล์ม (ARECACEAE) ซง่ึ แตเ่ ดิมใชช้ อ่ื วงศว์ า่ PALMAE หรือ PALMACEAE
มะพร้าว เป็นพืชยืนต้นชนิดหนึ่ง อยู่ในตระกูลปาล์ม มะพร้าว เป็นพืชซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้
ในหลายทาง เชน่ นำ้ และเน้ือมะพร้าวออ่ นใช้รับประทาน เนือ้ ในผลแกน่ ำไปขดู และคน้ั ทำกะทิ กะลานำไป
ประดษิ ฐส์ ่ิงของตา่ ง ๆ เช่น กระบวย โคมไฟ ฯลฯ นอกจากนมี้ ะพร้าวจดั เปน็ พรรณไมม้ งคลชนิดหนึ่ง ตาม
ตำราพรหมชาตฉิ บับหลวง ได้กำหนดให้ปลกู มะพรา้ วไวท้ างทิศตะวันออกของบา้ น เพอื่ ความสิรมิ งคล การ
คัดเลือกผลพันธุ์ ผลมะพร้าวแม้จะเก็บจากต้นแม่พันธุ์ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วก็ตาม อาจมีบางผลที่มี
ลกั ษณะ ไม่เหมาะจะนำไปเพาะทำพันธุ์ เชน่ ผลแตกระหวา่ งเก็บเก่ียว มโี รคแมลงทำลาย จึงควรคัดเลือก
ผลก่อนนำไปเพาะ ซึ่งมีลักษณะการพิจารณาดังนี้ เป็นผลที่ได้รับความกระทบกระเทือนน้อย จึงควรเก็บ
โดยใชเ้ ชือกโยงลงมา หรือโยนลงนำ้ ผลโตไดข้ นาด รปู ผลคอ่ นขา้ งกลม หรือมลี ักษณะตรงตามพันธุ์ ผลแก่
จัด เปลอื กมสี ีกา้ มปู หรอื สนี ้ำตาล มลี ักษณะคลอนนำ้ ไมม่ ีโรคแมลงทำลาย
2
ลักษณะท่ัวไป
มะพร้าว เป็นพืชยืนต้น ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบแบบขนนก ผลประกอบด้วยเอพิคาร์ป
(epicarp) คือเปลือกนอก ถัดไปข้างในจะเป็นมีโซคาร์ป (mesocarp) หรือใยมะพร้าว ถัดไปข้างในเป็น
ส่วนเอนโดคาร์ป (endocarp) หรือกะลามะพร้าว ซึ่งจะมีรูสีคล้ำอยู่ 3 รู สำหรับงอก ถัดจากส่วนเอนโด
คาร์ปเข้าไปจะเป็นส่วนเอนโดสเปิร์ม หรือที่เรียกว่าเนื้อมะพร้าว ภายในมะพร้าวจะมีน้ำมะพร้าวซึ่งน้ำ
มะพร้าวเกิดจากเอนโดสเปริ ์มของมะพรา้ วซ่ึงจะมีเอนโดสเปริ ์มท้ังของแข็งและของเหลว คอื เอนโดสเปิร์ม
ของแข็งจะเป็นเนื้อมะพร้าว และเอนโดสเปิร์มทั้งของเหลวจะเป็นน้ำมะพร้าว ซึ่งเมื่อมะพร้าวแก่ เอนโด
สเปิร์มกจ็ ะดดู เอาน้ำมะพร้าวไปหมด ขณะที่มะพร้าวยังออ่ น ชั้นเอนโดสเปิร์ม (เนื้อมะพร้าว) ภายในผลมี
ลักษณะบางและอ่อนนุ่ม ภายในมีน้ำมะพร้าว ซึ่งในระยะนี้เรามักสอยเอามะพร้าวลงมารับประทานน้ำ
และเนื้อ เมื่อมะพร้าวแก่ ซึ่งสังเกตได้จากการที่เปลือกนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ชั้นเอนโดสเปิร์มก็จะ
หนาและแข็งขน้ึ จนในท่ีสุดมะพรา้ วกห็ ลน่ ลงจากตน้
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
มะพร้าว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cocos nucifera L. อยู่ในตระกูล Palmae มีระบบรากเป็นราก
ฝอยมีขนาดเทา่ ๆ กนั แผก่ ระจายออกรอบต้น
ลำต้น มีลำต้นเดียว ไม่แตกแขนง มีรอยแผลจากการหลุดร่วงของใบตลอดลำต้น สามารถคำนวณอายุ
ของต้นมะพร้าวได้จากรอยแผลนี้ คือ ในปีหนึ่งมะพร้าวจะสร้างใบประมาณ 12- 14 ใบ ดังนั้นใน 1 ปี จะ
มีรอยแผลที่ลำต้น 12 – 14 รอยแผล
ใบ เป็นใบประกอบ ออกอยู่ตามส่วนของลำต้น ประกอบด้วยก้านทาง ( rechis ) มีขนาดใหญ่และยาว
และมใี บย่อย ( leaflet ) บนกา้ นทางประมาณ 200 – 250 ใบ
ดอก ออกเป็นช่อชนิดพานิเคิล มีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมีย อยู่ในช่อเดียวกัน ดอกมีกลีบดอก 6 กลีบ สี
ครีมหรือสีเหลอื งนวล ไม่มีก้านดอกย่อยดอกตวั เมยี จะมีกลีบดอกหนาและแข็งกวา่ กลีบดอกตัวผู้
ผล มะพร้าวเปน็ ชนดิ ไฟบรัสดรุป ( fibrous drupe ) เรียกวา่ นัท ( nut ) มเี ปลอื ก 3 ชน้ั คือ
1. เปลอื กชั้นนอก ( exocarp ) เป็นเสน้ ใยท่เี หนยี วและแข็ง เม่ือแก่อาจมสี เี ขยี ว แดง เหลอื งหรอื น้ำตาล
3
2. เปลือกชั้นกลาง ( mesocarp ) มีลักษณะเปน็ เส้นใย มีความหนาพอประมาณ
3. เปลือกช้ันใน ( endocarp ) มลี ักษณะแขง็ หรอื ท่ีเรยี กกนั วา่ กะลา ( shell )
เมล็ด ( seed of kernel ) คือ เนื้อมะพร้าว ภายในเมล็ดเป็นช่อกลวงขณะผลอ่อนจะมีน้ำอยู่เต็ม ผลแก่
น้ำมะพร้าวจะแหง้ ไปบางสว่ น
พันธ์ุ มะพร้าวเป็นพืชผสมข้ามพันธ์ุ แต่ละต้นจึงไม่เป็นพันธุ์แท้ อาศัยหลักทางการผสมพันธุ์ที่เป็นไปโดย
ธรรมชาติ อาจแบง่ มะพรา้ วออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทตน้ เตยี้ และประเภทตน้ สงู
การเตรียมแปลงเพาะ
แปลงเพาะควรอยู่กลางแจ้ง ใกลแ้ หล่งนำ้ และมีการระบายนำ้ ดี ไม่เป็นแหลง่ ทเ่ี คยมีโรคและแมลง
ระบาดมาก่อน พื้นแปลงควรเป็นทรายหยาบ เพื่อสะดวกในการเพาะและย้ายกล้า ปราบวัชพืชออกให้
หมด ถ้าพื้นดินเป็นดินแข็งควรไถดินลึก 15-20 ซม. ถา้ แปลงกวา้ งมาก ควรแบง่ เป็นแปลงย่อย ขนาดกว้าง
ประมาณ 2.50 เมตร ยาวตามความตอ้ งการ เว้นทางเดินระหว่างแปลง 50 ซม. ในแต่ละแปลงยอ่ ยขุดเป็น
ร่องลึกประมาณ 10 ซม. กว้างเท่าขนาดของผลมะพรา้ ว ยาวตลอด พื้นที่ แต่ละแปลงจะเพาะมะพร้าวได้
10 แถว
วธิ กี ารเพาะ
วางผลมะพร้าวตามแนวนอนลงในร่องที่เตรียมไว้ หันด้านที่ปาดขึ้นข้างบนเรียงไปตามทิศ ทาง
เดียวกัน ให้แต่ละผลติดกันหรือห่างกันไม่เกิน 5 ซม. กลบทรายหรือดินให้ส่วนของผลมะพร้าวโผล่พ้นผิว
ดินประมาณ 1/3 ของผล
4
วิธีการชำ
เตรียมแปลงชำเช่นเดียวกับแปลงเพาะ แปลงชำควรอยู่ใกล้กับแปลงเพาะ เพื่อสะดวกในการขน
ย้ายหน่อ ถ้าดินไม่ดีให้ใส่ปุ๋ยคอกไร่ละ 24 ปี๊บ (240 กก.) หว่านให้ท่ัวแปลงแล้วไถกลบ ขุดหลุมขนาดเทา่
ผลมะพร้าว ระยะระหวา่ งหลมุ 60 ซม. อาจวางผงั การทำแบบสามเหล่ยี มด้านเท่า หรือแบบสีเ่ หลย่ี มจตรุ ัส
ก็ได้ ย้ายหน่อมะพร้าวจากแปลงเพาะลงชำในหลุมให้หน่อตั้งตรง กลบดินหนาประมาณ 2/3ของผล เพ่ือ
ไม่ให้ดินทับส่วนคอของหน่อพันธ์ุ ใช้ทางมะพร้าวหรือหญ้าแห้งคลุมแปลง (อาจใช้วัสดุอ่ืนก็ได้) เพื่อรักษา
ความชุม่ ชืน้ ถา้ ฝนไมต่ ก รดนำ้ ให้ชมุ่ อยูเ่ สมอ
หลังจากเพาะแล้วประมาณ 2-3 สัปดาห์หน่อจะเริ่มงอก ในระยะแรก ๆ จะงอกน้อย เมื่อเลย 4
สัปดาหไ์ ปแล้วหนอ่ จะงอกมากข้ึน มะพร้าวทีไ่ ม่งอกภายใน 10 สปั ดาห์ หรอื 70 วนั ควรคัดทงิ้ หรือนำไป
ทำมะพร้าวแห้ง เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ให้งอกก็จะได้หน่อที่ไม่ดี ตามปกติมะพร้าวจะ งอกประมาณร้อยละ
60 ภายใน 10 สัปดาห์ เม่ือหน่อยาวประมาณ 1-3 น้วิ ควรยา้ ยลงแปลงชำ ในการคา้ จะไม่ย้ายลงแปลงชำ
ทีละน้อย แต่จะรอย้ายพร้อมกันในคราวเดียว ในกรณีที่ทำการเพาะมะพรา้ วเปน็ จำนวนไม่มากนักอาจทำ
การเพาะโดยไม่ต้องนำลงแปลงชำ ก็ได้ แต่ในการเพาะจะต้องขยายระยะให้กว้างขึ้น โดยวางผลห่างกัน
ประมาณ 45-50 ซม. เพื่อให้หน่อเจริญได้ดี จะได้หน่อที่อ้วนและแข็งแรง เมื่อหน่อมีใบประมาณ 4-6 ใบ
กค็ ดั ไป ปลูกได้
สภาพแวดลอ้ มทเี่ หมาะสม
สภาพพื้นดิน พื้นที่ปลูกมะพร้าวในประเทศไทยไม่ควรสูงกว่าระดับน้ำทะเลเกิน 100 เมตร ปลูก
ได้ตั้งแต่ดินทรายจนถึงดินเหนียวจัด แต่ในดินร่วนจะมีการระบายน้ำดีทำให้รากเจริญเติบโตเร็ว หน้าดิน
ควรลกึ ไมน่ อ้ ยกว่า 1 เมตร และน้ำใตด้ นิ ไม่สูง เพราะอาจทำให้เหย่ี วเฉาและผลอ่อนร่วงหล่นได้ ความเป็น
กรดเป็นด่างของดินควรอยรู่ ะหว่าง 6.4 – 7.0 และมคี วามอดุ มสมบรู ณป์ านกลาง
ดนิ ทเี่ หมาะกับการปลูกมะพร้าวมี 6 ชนดิ คอื
1. ดนิ ใกลฝ้ ่ังแมน่ ้ำ
2. ดนิ ใกลป้ ากนำ้ ตดิ ทะเลเป็นที่ราบลุ่มนำ้ ท่วมในฤดูฝน
5
3. ดินตามเกาะตา่ งๆ
4. ดนิ ชายทะเลซง่ึ ส่วนมากหนา้ ดนิ เป็นดนิ ทราย
5. ดนิ เลนทข่ี ดุ ลอกจากสนั ดอน
6. ดนิ บนคันนา
สภาพอากาศ ถึงแม้มะพร้าวจะสามารถเจริญเติบโตและใหผ้ ลในสภาพลมฟ้าอากาศแทบทุกประเภท แต่
หากจะปลูกเป็นการค้าก็ควรจะเลือกปลูกในสภาพที่มะพร้าวจะให้ผลผลิตสูง ซึ่งสภาพลมฟ้าอากาศที่
เหมาะแกก่ ารปลกู มะพรา้ วเป็นดงั น้ี
ฝน มะพรา้ วเจริญเติบโตให้ผลผลิตดีเมื่อไดร้ ับน้ำฝนอยา่ งสม่ำเสมอ 1500 – 2000 มิลลเิ มตรตอ่ ปีและไม่
ควรได้รบั นำ้ นอ้ ยกว่า 50 มลิ ลิเมตรติดต่อกันนาน 3 เดือน ผู้ปลกู มะพร้าวในภาคกลาง ภาคเหนือ และ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื จงึ นิยมขุดร่องสวนเพ่ือให้มะพรา้ วมีนำ้ หล่อเลี้ยงเพยี งพอตลอดปี ทง้ั ยงั ชว่ ย
ป้องกันนำ้ ทว่ มรากหากฝนตกชุกเปน็ เวลานาน
ลม ลมพดั ออ่ นๆ จะช่วยใหม้ ะพร้าวเตบิ โตไดด้ ีเพราะเพิ่มการคายนำ้ และเร่งการดูดธาตุอาหารและน้ำจาก
ดนิ ทั้งยังชว่ ยในการผสมเกสร แต่ถา้ ลมแรงเกนิ ไปอาจทำให้ยอดบดิ หกั และตายได้ มะพร้าวท่ีปลูกใหมจ่ ะ
ชะงักการเจริญเนื่องจากรากยังไม่ยดึ ดนิ แนน่ เท่าทค่ี วร
แสง มะพร้าวต้องการแสงแดดสมำ่ เสมอประมาณ 2000 ช่ัวโมงตอ่ ปี หรอื ไม่นอ้ ยกว่า 5 ช่วั โมงต่อวนั
หากไดร้ ับแสงแดดน้อยมะพร้าวจะไม่ค่อยออกดอกติดผล หรอื ติดผลแตเ่ นือ้ บาง อุณหภมู ิ มะพรา้ วเจริญ
ไดด้ ีในอณุ หภมู ิเฉลี่ย 27 องศาเซลเซียส จะสงู หรอื ต่ำกว่าก็ไม่ควรเกนิ 7 – 8 องศา และอณุ หภูมไิ มค่ วร
เปล่ียนแปลงอย่างกระทนั หัน อุณหภมู ทิ ต่ี ่ำมากจะกระทบกระเทือนการเจรญิ และผลผลติ
การเลือกท่ีปลกู มะพรา้ ว
หลักท่วั ไปในการคดั เลือกที่ปลูกมะพรา้ วควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ดิน เป็นดนิ ร่วน หรอื ร่วนปนทราย
อุ้มน้ำได้ดี ถ้าเป็นดินเหนียวต้องมีการระบายน้ำดี สภาพดินเป็นกลาง หรือเป็นกรดเพียงเล็กน้อย pH
ระหวา่ ง 6-7 หนา้ ดนิ มีความลกึ ไมน่ ้อยกวา่ 1 เมตร ระดบั น้ำใตด้ นิ ไมค่ วรต้ืนกว่า 2 เมตร
6
-ปริมาณนำ้ ควรมีฝนตกไมน่ ้อยกวา่ 1,300 มม./ปี และตกกระจายสม่ำเสมอแทบทกุ เดือน ถ้ามฝี นตกนอ้ ย
กวา่ 50 มม./เดอื น เปน็ เวลานานติดต่อกนั เกนิ กวา่ 3 เดอื น ผลผลิตจะลดลง หรือไมใ่ หผ้ ลเลย
-อณุ หภูมิ ถา้ มอี ณุ หภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ติดตอ่ กันหลาย ๆ วนั มะพรา้ วจะให้ผลน้อย อุณหภูมิท่ี
เหมาะสมคือ ระหว่าง 27 + 7 องศาเซลเซียส ระดับความสูงของพื้นที่ ถ้าปลูกมะพร้าวในที่ที่สูงกว่า
ระดบั นำ้ ทะเลมาก ๆ มะพร้าวจะไม่ค่อย ออกผล การทำสวนเพอ่ื การคา้ ควรเป็นทส่ี ูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่
เกิน 100 เมตร
ระยะปลูก
ระยะปลูกเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่มีผลต่อจำนวนผลผลิตที่จะได้รับถ้าปลูกถี่เกินไปต้น
มะพร้าวจะบังร่มกนั ไม่สามารถจะปรุงอาหารได้อย่างเตม็ ที่ ต้นสูงชะลูด ออกผลไม่ดก แต่ถ้าปลูกหา่ งกัน
มาก จะได้จำนวนตน้ นอ้ ย ผลผลิตก็นอ้ ย
หมายเหตุ มะพรา้ วตน้ เตี้ยควรปลูกไร่ละประมาณ 40-45 ตน้ สำหรบั พ้นื ทลี่ มุ่ หรอื ดนิ เปน็ ดินเหนียว การ
ระบายน้ำไม่ดี ควรยกร่องให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดไม่น้อยกว่า 50 ซม. ขุดร่องตามความยาวของพ้ืนที่
สันรอ่ งกวา้ ง 5 เมตร สำหรบั พนั ธต์ุ น้ เต้ีย 8 เมตร สำหรับพนั ธุต์ ้นสูง ครู ่องกวา้ ง 2 เมตร
การเตรยี มหลุมปลูก
ควรเตรียมหลุมในฤดูแล้ง ขุดหลุมขนาด 50 X 50 X 50 ซม. แยกดินส่วนบนไว้ต่างหาก ตาก
หลุมอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ถ้ามีปลวกให้เผาเศษไม้ใบใม้แห้งหรือขยะในหลุม อาจจะใช้ยากันปลวกโรยก้น
หลุมแทนการเผาก็ได้ ถ้าปลูกมะพร้าวในพื้นที่แห้งแล้ง หรือดินที่ปลูกเป็นทรายจัดให้ใช้กาบมะพร้าวรอง
ก้นหลุมโดยวางกาบมะพร้าวให้ด้านท่ีมีเส้นใยหงายข้ึนด้านบน วางซ้อนกัน 2-3 ชั้น เพื่อช่วยเก็บความชนื้
ในดนิ ถา้ ไมม่ กี าบมะพรา้ วจะใช้วสั ดุอื่นๆ เช่น ฟางขา้ ว ใบไม้แหง้ หญ้าแหง้ ฯลฯ แทนก็ได้ใส่ดินบนที่ผสม
ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตรา 1:7 รองก้นหลุม ส่วนดินล่างผสมด้วยปุ๋ยร็อคฟอสเฟตหลุมละครึ่งกิโลกรัม
(ประมาณ 2 กระปอ๋ งนม) และใส่ฟูราดาน 1 กระปอ๋ งนม เพอ่ื ป้องกันปลวกกินผลพันธ์ุมะพร้าว เอาดินใส่
ลงในหลมุ ให้เตม็ ทิ้งไวจ้ นถงึ ฤดปู ลูก
7
วิธกี ารปลกู
ควรปลูกในฤดูฝน ขดุ ดินบนหลุมปลกู ที่เตรยี มไว้ ใหเ้ ปน็ หลุมเลก็ ๆ ขนาดเทา่ ผลมะพร้าว เอาหน่อ
ที่คัดเลือกแล้วมาตัดรากที่หักช้ำออก ใช้ปูนขาวหรือยากันราทาตรงรอยตัดวางหน่อลงในหลุม ให้หน่อต้ัง
ตรง ตัดหน่อไปในทิศทางเดยี วกัน เอาดินกลบอย่างน้อย 2/3 ของผล เพื่อให้พอดีมิดผลมะพร้าว แต่ระวัง
อย่าให้ดินทับโคนหน่อ เพราะจะทำให้หน่อถูกรัด ต้นจะโตช้า แต่เมื่อมะพร้าวโตขึ้นก็ควรจะกลบดินให้
สูงขึ้นเพื่อป้องกันโคนลอย เอาไม้ปักเป็นหลักผูกยึดกับต้นให้แน่น เพื่อป้องกันลมโยก เหยียบดินรอบโคน
หน่อให้แนน่ ควรทำร่มให้ในระยะแรก เพอื่ ลดอตั ราการตายเนอ่ื งจากถูกแดดจัดเกินไป ในบรเิ วณทป่ี ลูกถ้า
มีสัตว์เลี้ยง ให้ทำรั้วป้องกันสัตว์มาทำลาย ปลูกมะพร้าวให้ต้นตั้งตรง มัดหลักยึดต้นกันลมโยก ทำร่มบัง
แดดให้ในระยะแรกหลงั ปลกู
การใส่ปุ๋ย
แม้ว่ามะพร้าวเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ในสภาพดินแทบทุกชนิด แต่ปริมาณผลผลิตนั้นขึ้นอยู่กบั
ปริมาณธาตุอาหารในดิน และสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดิน สภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดินที่
เหมาะแก่การปลูกมะพร้าวควรอยู่ในช่วงระหว่าง pH 6-7 การใส่ปุ๋ยให้พอเหมาะแก่ความต้องการของ
มะพร้าวนั้น ควรได้นำตัวอย่างดินไปเข้าวิเคราะห์ในห้องปฎิบัติการด้วย พบว่าในปีหนึ่งๆ มะพร้าวจะดูด
ธาตอุ าหารไปใช้ ดังนี้
-ไนโตรเจน 9.44-14.56 กก.ต่อไร่
-ฟอสฟอรัส 4.32-6.40 กก.ต่อไร่
-โปแตสเซียม 13.60-20.96 กก.ต่อไร่
ในบรรดาธาตุดังกล่าว โปแตสเซียมมะพร้าวจะดูดไปใช้มากที่สุด ประมาณ 62 % ของโปแตสเซียม ถูก
นำไปใช้ในการเพิม่ จำนวนผลผลิตของมะพรา้ ว
ชนิดของปุ๋ยท่ีใช้ได้ผลและเพม่ิ ผลผลิตของมะพรา้ วไดส้ งู สดุ คือ ป๋ยุ เกรด 13-13-21 และปยุ๋ เกรด 12-12-
17-2 แมกนีเซียมซัลเฟต และปุย๋ หนิ ปูนโดโลไมท์ ในการใช้ป๋ยุ แมกนเี ซียมซัลเฟต หรือ โดโลไมท์ นัน้ ให้
พิจารณาถงึ สภาพความเป็นกรดเป็นดา่ งของดนิ ดว้ ย กลา่ วคอื ในสภาพดินท่ีมีแนวโน้มการเปน็ กรดเป็น
ดา่ งสงู ใหใ้ ชป้ ๋ยุ แมกนีเซียมซลั เฟต และในสภาพดนิ ที่มีความเป็นกรดเป็นด่างตำ่ ให้ใชป้ ุ๋ยโดโลไมท์ ในการ
8
ใชป้ ุ๋ยโดโลไมทน์ น้ั ควรให้ก่อนหรือหลงั ใสป่ ยุ๋ เคมี ประมาณ 1 เดือน เพ่ือป้องกนั การดูดตรงึ ธาตุอาหารไว้
ในดินทำให้มะพรา้ วไม่สามารถนำไปใชป้ ระโยชน์ได้ การใส่ปุ๋ยควรใสใ่ หส้ ัมพนั ธ์กับอายุมะพร้าว
วิธกี ารใส่ปยุ๋ ฤดูทเี่ หมาะทีส่ ดุ ท่ีจะใส่ปยุ๋ ใหม้ ะพร้าว คอื ในชว่ งต้นและปลายฤดูฝน ในช่วงนม้ี ีความชน้ื เพยี ง
พอที่จะชว่ ยละลายปุย๋ และรากของมะพร้าวกำลังเจรญิ เตบิ โตเต็มท่สี ามารถดดู ปุย๋ ไปใช้ได้ดี การหวา่ นป๋ยุ
จากการศึกษาพบวา่ รากมะพรา้ วทส่ี ามารถดดู ป๋ยุ ไดด้ ีอยบู่ ริเวณตดิ กับลำต้นและอยหู่ ่างจากลำต้นภายใน
รัศมี 2 เมตร ดงั น้นั การใส่ปยุ๋ จึงควรโรยหรือหว่านปุ๋ยตั้งแต่โคนตน้ ไปจนถงึ 2 เมตร โดยรอบแต่ถ้าเป็น
มะพรา้ วที่ยงั เล็กอยคู่ วรหวา่ นปยุ๋ ใกลโ้ คนมะพร้าวเพราะรากยงั น้อย หลงั จากหว่านปุ๋ยแล้วควรพรวนดนิ
ตน้ื ๆ ลกึ ประมาณ 10-15 ซม. เพ่ือให้ปุ๋ยได้คลุกเคล้ากับดินและปอ้ งกนั การชะลา้ งน่ันเอง
การดแู ลรักษา
ประเทศทอ่ี ย่ใู นเขตร้อนเชน่ ประเทศไทย อินทรียวตั ถใุ นดนิ สว่ นมากมีนอ้ ยและมีการสลายตัวเร็ว
เพราะมีฝนตกชุกและอุณหภูมิสูงพวกแบคทีเรียในดินจะเจริญเติบโตได้ดีคอยย่อยและทำลายพวก
อินทรยี วัตถไุ ด้อยา่ งรวดเร็ว อินทรยี วตั ถจุ ะเปน็ ตัวชว่ ยให้ดินมีความอดุ มสมบูรณ์และสภาพทางฟิสิกส์ของ
ดินดีขึ้น ทำให้ดินร่วนซุย การระบายน้ำ ระบายอากาศได้ดี รากของมะพร้าวสามารถชอนไชไปหาอาหาร
ได้อย่างกว้างขวาง การเพิ่มอนิ ทรียวตั ถใุ ห้แก่ดินสามารถกระทำได้หลายแบบ เชน่ การใสป่ ุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก
หรอื ปยุ๋ พืชสด เช่น ปอเทือง แล้วทำการไถกลบ หรอื ใช้วิธีการเลยี้ งสตั ว์ในสวนมะพร้าวกไ็ ด้
การกำจดั วัชพชื
ใช้แรงคน โดยการถากดว้ ยจอบ หรอื ดายด้วยมดี
ใช้เครือ่ งทุ่นแรง เชน่ รถไถหญ้า รถไถนาขนาดเล็ก
ปลูกพืชคลุม ใช้พืชตระกูลถั่ว เช่น คาโลโปโกเนียม เพอร์ราเรีย หรือ เซ็นโตรมา โดยการปลูกให้ห่างโคน
ต้นเกนิ รศั มี 1 วา
ใช้สารเคมี เช่น ไกลโฟเซ็ทหรือดาลาพอน) กำจัดวัชพืชข้ามปี เช่น หญ้าคา ใช้พาราควอท (ชื่อการค้าว่า
กรมั มอ้ กโซน กล๊าสโซน เพลนโซน นอ้ กโซน ฯลฯ)กำจดั วัชพืชล้มลุกตา่ งๆ เชน่ ตนี นก ตนี กา สาบแรง้ สาบ
กา (อตั ราและวธิ ีใชต้ ามฉลากยา เวลาใช้ต้องระวังอย่าให้ละอองสารเคมีถูกต้นหรอื ใบมะพรา้ ว)
9
ถ่ินกำเนดิ มะพร้าว
ถ่ินกำเนิดที่แน่นอนของมะพร้าวนั้นยังไม่มขี ้อมูลสรปุ ว่าเป็นท่ีใด แต่เชื่อกันว่ามะพร้าวน่าจะเป็น
พืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในแถบประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และ
ต่อมาได้มีชาวสเปนนำไปปลูกในหมู่เกาะเวสท์อินดีส และทะเลแครีเบียนตอนใต้ นอกจากนี้ชาวยุโรปยัง
นำไปปลูกในประเทศบราซลิ และชาวโพสิเนเซียนนำไปปลกู ยังเกาะต่างๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก จนมีการ
กระจายพนั ธ์ุไปทั่วโลก เช่น ในปัจจบุ ันน้ี
สำหรับในประเทศไทยสามารถพบมะพร้าวได้ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมีทั้งพันธุ์ต้นสูงและ
พันธุ์ต้นเตี้ย โดยเฉพาะในภาคใต้จะพบมากกว่าภาคอื่นๆ เช่น ใน จังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี
นครศรีธรรมราช เปน็ ต้น
คณุ ค่าทางโภชนาการของน้ำมะพรา้ วออ่ น (100 กรมั )
• พลังงาน 19 กโิ ลแคลอรี
• คาร์โบไฮเดรต 3.71 กรมั
• น้ำตาล 2.61 กรัม
• เสน้ ใย 1.1 กรัม
• ไขมนั 0.2 กรัม
• โปรตนี 0.72 กรมั
• วติ ามนิ บี 1 0.03 มิลลกิ รัม
10
• วติ ามนิ บี 2 0.057 มิลลกิ รัม
• วติ ามนิ บี 3 0.08 มลิ ลกิ รัม
• วติ ามนิ บี 6 0.032 มลิ ลิกรัม
• วิตามินซี 2.4 มิลลกิ รมั
• ธาตุแคลเซียม 24 มิลลิกรมั
• ธาตุเหลก็ 0.29 มลิ ลกิ รมั
• ธาตแุ มกนเี ซยี ม 25 มลิ ลิกรัม
• ธาตฟุ อสฟอรสั 20 มิลลิกรัม
• ธาตโุ พแทสเซยี ม 250 มิลลิกรมั
• ธาตสุ งั กะสี 0.1 มิลลิกรมั
คุณค่าทางโภชนาการของเน้อื มะพร้าว (100กรมั )
• พลงั งาน 354 กิโลแคลอรี
• คารโ์ บไฮเดรต 24.23 กรัม
• น้ำตาล 6.23 กรมั
• เส้นใย 9 กรมั
• ไขมัน 33.49 กรัม
• โปรตีน 3.33 กรัม
• วติ ามินบี 1 0.66 มลิ ลิกรมั
• วติ ามนิ บี 2 0.02 มิลลกิ รมั
• วติ ามนิ บี 3 0.54 มลิ ลกิ รมั
• วติ ามินบี 5 1.014 มลิ ลกิ รัม
• วิตามนิ บี 6 0.05 มลิ ลกิ รมั
• วิตามนิ ซี 3.3 มิลลกิ รมั
11
• ธาตแุ คลเซียม 14 มิลลกิ รมั
• ธาตุเหลก็ 2.43 มิลลกิ รัม
• ธาตแุ มกนีเซียม 32 มลิ ลกิ รมั
• ธาตฟุ อสฟอรัส 113 มิลลิกรัม
• ธาตุโพแทสเซียม 356 มลิ ลิกรัม
• ธาตสุ งั กะสี 1.1 มิลลกิ รมั
สรรพคณุ ของมะพร้าว
1. น้ำมะพรา้ วชว่ ยทำใหผ้ ิวพรรณสดใส เปล่งปล่งั ขาวนวลขน้ึ อย่างเปน็ ธรรมชาติ เพราะมีฮอร์โมน
เอสโตรเจนอยู่ (น้ำมะพรา้ ว)
2. นำ้ มะพร้าวมสี ่วนสำคัญอย่างมากต่อการสร้างคอลลาเจนและอลิ าสตนิ ซ่ึงทำให้ผวิ มคี วามยืดหยุน่
กระชับ ช่วยชะลอการเกิดริว้ รอยแห่งวยั ไดเ้ ป็นอยา่ งดี (นำ้ มะพรา้ ว)
3. ประโยชนข์ องนำ้ มะพรา้ ว มสี ว่ นชว่ ยกระตุน้ การเจรญิ เตบิ โตและการแบ่งเซลลไ์ ด้เป็นอย่างดี (น้ำ
มะพร้าว)
4. ในเนือ้ และน้ำมันมะพรา้ วอ่อนมีวิตามินและแรธ่ าตทุ ีจ่ ำเป็นสำหรับร่างกายอย่างครบถว้ นไมว่ า่ จะ
เปน็ วติ ามนิ ซี วิตามินบี กรดอะมโิ น ธาตุแคลเซยี ม ธาตแุ มกนีเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุ
โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก และยังมไี ขมนั ทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ รา่ งกายอีกดว้ ย ซง่ึ รา่ งกายสามารถดูด
ซึมไดภ้ ายใน 5 นาที (นำ้ มะพร้าว)
5. นำ้ มะพรา้ วมีประโยชนใ์ ช้เปน็ เคร่ืองด่ืมจากธรรมชาติที่ทำใหร้ า่ งกายรู้สึกสดช่นื และไม่มอี ันตราย
ใด ๆ ต่อรา่ งกาย (ยกเวน้ ผ้ทู ี่เปน็ โรคเบาหวานและโรคไต)
6. นำ้ มะพรา้ วเป็นผลไม้ท่ีมีฤทธิ์เยน็ จงึ ช่วยดบั รอ้ นในรา่ งกายได้เปน็ อยา่ งดี (น้ำมะพรา้ ว)
7. นำ้ มะพร้าวอ่อนมคี ุณสมบตั ิเป็นธาตุเย็น ช่วยล้างพิษ ขบั พิษของเสียออกจากรา่ งกาย หรือช่วยดที ็
อกซน์ ั่นเอง (นำ้ มะพร้าว)
8. ช่วยบำรุงรา่ งกาย (เนื้อมะพร้าว)
12
9. ชว่ ยปรบั สมดุลของร่างกายในช่วงท่ีร่างกายมีความเป็นกรดสูง เพราะน้ำมะพร้าวมีความเปน็ ด่าง
ทำให้กลไกการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายเปน็ ปกตแิ ส่งผลใหม้ ีสขุ ภาพดีและแขง็ แรง
(นำ้ มะพร้าว)
10. ช่วยบำรงุ โลหิต (ดอก)
11. ใช้เปน็ เครอ่ื งดื่มธรรมชาตทิ ีใ่ ห้เกลือแร่ไดเ้ ป็นอยา่ งดี จึงเหมาะสำหรบั นักกฬี า เน่ืองจากอุดมไป
ด้วยธาตโุ พแทสเซยี ม (นำ้ มะพรา้ ว)
12. ช่วยแกก้ ระหายน้ำ (น้ำมะพร้าว, เนอื้ มะพรา้ ว, ดอก)
13. นำ้ มะพร้าวลดบวม ช่วยแกอ้ าการบวมนำ้ (นำ้ มะพร้าว)
14. นำ้ มะพรา้ วมีคุณสมบัติปลอดเช้ือโรค จงึ นำไปใช้ฉีดเข้าเส้นเลือดได้ สำหรบั ผูป้ ว่ ยท่ีมีอาการขาด
น้ำหรือปรมิ าณเลือดลดแบบผิดปกติ (น้ำมะพร้าว)
15. ชว่ ยป้องกนั หรือชะลอการเกดิ โรคอลั ไซเมอร์ ภาวะความจำเส่ือมในสตรีวยั ทอง เน่อื งจากมี
ปรมิ าณของฮอรโ์ มนเอสโตรเจนสงู (น้ำมะพร้าวอ่อน)
16. ชว่ ยป้องกนั การเกดิ โรคหวั ใจและชว่ ยรักษาผูป้ ว่ ยโรคหัวใจ (นำ้ มะพร้าวอ่อน)
17. ชว่ ยรกั ษาโรคเบาหวาน ด้วยการใชม้ ะพร้าวแกข่ ูดเอาเน้ือมาควั่ ให้เหลือง โรยเกลอื เล็กนอ้ ย ใส่
ภาชนะปิดใหแ้ นน่ แล้วนำมารบั ประทานครั้งละ 1 ช้อนแกง เชา้ กลางวนั เยน็ ประมาณ 10 วนั
จะช่วยทำใหร้ ะดับนำ้ ตาลลดลงเร่ือย ๆ ชว่ ยบรรเทาอาการปวดหวั ปวดศรี ษะได้ (น้ำมะพรา้ ว
ออ่ น)
18. นำมาใช้รักษาโรคคอตีบได้ (เปลอื กหุ้มรากของมะพรา้ ว )
19. ช่วยแกอ้ าการตาอักเสบ ด้วยการใช้นำ้ มะพร้าวอ่อน 1 ถ้วย นำมาผสมกบั นำ้ ตาลทรายแดงไว้ดม่ื
เช้าและเยน็ อาการอักเสบก็จะค่อย ๆ หายไปเอง (นำ้ มะพร้าวออ่ น)
20. ชว่ ยแก้อาการระคายเคืองตา ดว้ ยการใชเ้ นื้อมะพร้าวอ่อนสด ๆ แปะทีด่ วงตา อาการจะค่อย ๆ
ทเุ ลาลง (เน้อื มะพรา้ ว)
13
ประโยชน์ของมะพร้าว
1. ชว่ ยกำจัดริ้วรอยของครกหินทซ่ี ื้อมาใหม่ ด้วยการใชเ้ น้ือมะพรา้ วท่ีใชค้ ัน้ กะทติ ดั เปน็ ชน้ิ เลก็ ๆ 4-
5 ชน้ิ ใสล่ งไปในครกแล้วตำเนอ้ื มะพรา้ วจนละเอียด ใหน้ ำ้ มนั จากเน้ือมะพร้าวออกมาสัมผัสกบั
ผวิ ครกไปเรื่อย ๆ ประมาณสิบนาที แล้วทงิ้ ไวอ้ ย่างนัน้ ประมาณ 1 คืนเพอ่ื ใหน้ ้ำมะพร้าวซมึ เข้า
ตามริ้วรอยของเนื้อครก ก้นครกก็จะลนื่ เปน็ มนั ดูสดใสใชง้ านไดอ้ ย่างคลอ่ งมือ (หนงั สอื พิมพ์
กรุงเทพธรุ กจิ )
2. มารดาทเ่ี พ่ิงคลอดบตุ รแต่ไม่มีน้ำนมเพียงพอ กส็ ามารถใหบ้ ุตรกนิ น้ำมะพร้าวแทนน้ำนมแมไ่ ด้
ช่ัวคราวได้ เพราะน้ำมะพร้าวมีกรดลอริกที่มีอยู่มากในน้ำนมแมน่ ่ันเอง แถมยังมีความบริสุทธ์ิไม่มี
สารเคมีเจือปน จงึ ไม่เปน็ อันตรายตอ่ เดก็ ทารก (น้ำมะพร้าว)
3. ผู้ที่เป็นสิวหรอื มปี ระจำเดือนติดต่อกนั ไมห่ ยดุ ให้ดื่มน้ำมะพรา้ ว จะช่วยทำใหร้ า่ งกายขับของเสยี
ออกมาไดม้ ากย่งิ ขนึ้ (น้ำมะพรา้ ว)
4. มะพร้าว ประโยชนใ์ ช้ทำเปน็ นำ้ ส้มสายชูได้ (น้ำมะพร้าว)
5. ยอดอ่อนมะพร้าว หรอื "หวั ใจมะพร้าว" (Coconut’s heart) ซง่ึ มีราคาแพงมาก เพราะการเก็บ
ยอดอ่อนจะทำใหต้ ้นมะพรา้ วตายทั้งตน้ (ต้องโค่นกนั เลยทีเดียว) โดยนำไปใช้ทำอาหารได้หลาย
อย่าง เชน่ ผดั แกงสม้ แกงค่วั รวมไปถงึ ยำยอดอ่อนมะพร้าว หรอื "สลัดเจา้ สวั " (Millionaire's
salad)
6. นำ้ มะพรา้ วนำไปแปรรปู เป็นวุ้นมะพร้าวได้ ด้วยการเจือกรดอ่อนเล็กนอ้ ยลงในน้ำมะพรา้ ว (นำ้
มะพร้าว)
7. มะพร้าวอ่อน นอกจากรับประทานสดแลว้ ยังนำมาทำเป็นว้นุ มะพร้าว มะพร้าวเผา
สว่ นประกอบในอาหารคาวหวาน เป็นต้น
8. มะพรา้ วแก่ นำมาแปรรปู เป็นผลิตภณั ฑต์ ่าง ๆ ได้มากมาย ไมว่ ่าจะเปน็ ค้นั กะทสิ ด กะทิกลอ่ ง
มะพร้าวอบนำ้ ผ้งึ น้ำมันมะพร้าว รวมไปถึงน้ำมันไบโอดีเซลด้วย เป็นตน้
14
9. เน้ือในของมะพร้าวแก่ ใช้ทำเป็นกะทิ ดว้ ยการขดู เนื้อเป็นเศษ ๆ แล้วบีบคนั้ เอาน้ำกะทิออก (เน้ือ
มะพรา้ ว)
10. กากทีเ่ หลือจากการค้ันน้ำกะทิ สามารถนำไปใช้ทำเป็นอาหารสัตวไ์ ดอ้ ีกดว้ ย (กากมะพร้าว)
11. กาบมะพร้าวหรอื เปลือกมะพรา้ ว คุณสมบัตแิ ข็งแรง คงทน ยดื หยุ่น มีสปริง นำมาใช้ทำเชือก
พรม กระสอบ แปรง อวน ไม้กวาด และเสน้ ใบสั้นใช้อัดไสข้ องทนี่ อน เบาะรถยนต์ เป็นต้น
12. ใยมะพรา้ วนำไปใชย้ ดั ฟูกเพื่อทำเป็นเส่ือได้ หรือจะนำไปใชใ้ นการเกษตรก็ไดเ้ ชน่ กัน (ใยมะพรา้ ว)
13. จ่ันมะพร้าวหรอื ช่อดอกมะพร้าว อุดมไปดว้ ยฟรุกโตส ซงึ่ เป็นแหลง่ อาหารของผึ้งและแมลงนานา
ชนดิ จึงได้มกี ารนำน้ำหวานส่วนนม้ี าทำเปน็ น้ำตาลเพ่ือใชป้ รุงอาหารคาวหวาน หรอื ทำเป็น
นำ้ ตาลสดไวเ้ ปน็ เครื่องดื่มเพ่มิ พลงั ก็ได้
14. จาวมะพรา้ วนำมาใช้ทำเปน็ อาหารได้
15. จาวมะพรา้ วช่วยกระตนุ้ การเจรญิ เตบิ ของพชื ท่ปี ลูกได้ เพราะมีฮอร์โมนออกซิน ซึง่ เมอ่ื นำไปคนั้ ก็
จะได้น้ำไว้สำหรับรดตน้ พชื ท่ีปลูก
16. ใบมะพรา้ วนยิ มนำมาใช้สานเป็นภาชนะใส่ของ ห่อขนม สานหมวกกนั แดดหรือเครื่องเลน่ เด็ก
กระจาด กระเช้า ตะกร้า ทำของท่ีระลึกรปู สตั วต์ ่าง ๆ เป็นต้น
17. ก้านใบมะพร้าวหรือทางมะพร้าว นำมาใชท้ ำเป็นไมก้ วาดทางมะพร้าว เสวียนหม้อหรอื กน้ หมอ้
เครอื่ งประดับข้างฝา พัด ภาชนะปักดอกไม้ กระเป๋า กระจาด เป็นตน้
18. รกมะพรา้ วหรือเย่ือหุ้มคอมะพร้าว ลักษณะเปน็ แผน่ ใยหยาบ ๆ บาง ๆ มีความยดื หยุ่น (แต่ขาด
งา่ ย) นยิ มนำมาทำเป็นกระเป๋า หมวก รองเทา้ แตะ ดอกไม้ประดษิ ฐ์ กล่องใส่ของ สงิ่ ประดษิ ฐ์ใช้
ตกแต่งงานศลิ ปะต่าง ๆ เป็นต้น
19. กะลามะพร้าวนยิ มนำไปใชท้ ำส่งิ ประดิษฐ์ตา่ ง ๆ ไมว่ ่าจะเป็น กระบวย กระดุม ซออู้ โคมไฟ
เครอ่ื งประดับ เครื่องดนตรี ที่วางแกว้ นำ้ ท่เี ข่ียบุหร่ี รวมไปถงึ ทำเป็นถ่านหุงตม้ ถา่ นกัมมันต์ น้ำ
ควัน และถา่ นสำหรบั ป้องกนั มอดแมลงก็ไดเ้ ชน่ กัน และอีกสารพดั (ที่อาจารยส์ ่งั ใหท้ ำส่งเพอ่ื แลก
กับคะแนน)
15
20. รากมะพร้าวมีเส้นยาว เหนียวเป็นพิเศษ ใช้สานเปน็ ตะกรา้ ถาด ภาชนะต่าง ๆ และสิ่งประดษิ ฐ์
ท่ัว ๆไป
ลำต้น เมื่อถูกโคน่ ท้งิ แลว้ สามารถนำมาใชท้ ำเฟอร์นิเจอร์ โตะ๊ เกา้ อี้ ทำรั้ว ฝาผนงั กระถางตน้ ไม้
ตกแตง่ สวน เปน็ ตน้
13เมนขู นมใส่เน้ือมะพร้าวอ่อน
1. เคก้ มะพร้าวออ่ นครีมสด
สว่ นผสม ไสค้ รีมมะพรา้ วอ่อน
1. เน้อื มะพร้าวอ่อน 1 ลกู
2. น้ำตาลทราย 25 กรัม
3. กะทิกล่อง 125 มลิ ลลิ ติ ร
4. น้ำมะพร้าว 75 มิลลลิ ติ ร
5. เกลอื 1/4 ช้อนชา
6. แป้งถ่ัวเขียว 30 กรัม
7. เนยสด 15 กรัม
สว่ นผสม แป้งเค้กมะพรา้ วอ่อน
1.แปง้ เคก้ 60 กรัม
2.ผงฟู 1/4+1/8 ช้อนชา
16
3.เกลอื ปน่ 1/4+1/8 ช้อนชา
4.กะทิ 22 กรัม
5.ไข่แดง 2 ฟอง
6.นำ้ มันพืช 22 กรัม
7.นำ้ มะพรา้ ว 16 กรัม
8.ไข่ขาว 2 ฟอง
9.ครีมออฟทารท์ าร์ปลายช้อน
10.นำ้ ตาลทรายปน่ 35 กรัม
สว่ นผสม ครีมสดมะพร้าวออ่ น (สำหรบั ปาดหนา้ เคก้ )
1. วิปปิง้ ครีม 1 ถว้ ยตวง
2. น้ำตาลไอซ่งิ 1 ช้อนชา
3. น้ำมะพรา้ ว 1 ชอ้ นชา
วิธที ำไสค้ รมี มะพร้าวอ่อน
1. นำเนอื้ มะพรา้ วอ่อน น้ำตาลทราย กะทิ น้ำมะพรา้ ว เกลอื และแปง้ ถัว่ เขียวมาผสมกัน นำขึน้
ตง้ั ไฟอยา่ ให้แรงมากแลว้ คนเร่ือย ๆ จนข้นได้ท่ี ปดิ ไฟแลว้ ใส่เนยสดลงไปคนให้ละลาย
2. ขดู มะพร้าวอ่อนใหเ้ ป็นเส้น ๆ จากน้นั กน็ ำมาห่นั เป็นช้ินตามชอบ พักทง้ิ ไว้
วธิ ที ำเค้กมะพร้าวออ่ น
1. รอ่ นแป้งเคก้ กับผงฟูอยา่ งนอ้ ย 2 รอบ เตรยี มไว้
2. ผสมกะทิ ไขแ่ ดง น้ำมันพืช และนำ้ มะพร้าวเขา้ ด้วยกัน เทสว่ นผสมแปง้ ลงไปคนเรว็ ๆ ให้เข้า
กนั
17
3. ตีไขข่ าวใหพ้ อข้นึ ฟอง ใสค่ รมี ออฟทาร์ทาร์และค่อย ๆ ทยอยใสน่ ำ้ ตาลทรายทลี ะน้อยจนไข่
ขาวตงั้ ยอดปานกลางเกือบแข็ง
4. เทใสล่ งในสว่ นผสมแปง้ ที่เตรยี มไว้ แลว้ นำเข้าอบในพิมพป์ ระมาณ 20 นาที
2.ขนมบ้าบ่ินมะพร้าวออ่ น
ส่วนผสม ขนมบา้ บิ่น
1. แป้งขา้ วเหนยี วขาว 1 ถว้ ย (หรือแปง้ ข้าวเหนยี วดำผสมแป้งขา้ วเหนยี วขาวเลก็ นอ้ ย)
2. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย (ปรับความหวานตามชอบ)
3. กะทิสด 1/2 ถว้ ย
4. เกลือปน่ เลก็ น้อย
5. เนอื้ มะพร้าวออ่ น (ขดู เปน็ ชนิ้ หยาบ ๆ) 2 ถว้ ย
6. นำ้ มนั พืช (สำหรบั ทากระทะ)
วธิ ีทำขนมบ้าบิ่น
1. ผสมแปง้ ข้าวเหนยี ว น้ำตาลทราย กะทิ และเกลอื ป่นให้เขา้ กนั จนนำ้ ตาลทรายละลาย
2. ใส่เนือ้ มะพร้าวขูดลงไปคนผสมให้เข้ากนั
3. นำกระทะขนึ้ ต้ังไฟกลาง ทานำ้ มนั พืชทกี่ ระทะบาง ๆ ใช้ช้อนตักส่วนผสมขนมลงจ่ี พอสุกให้
กลับอีกด้านจนขนมสุกเหลืองสวย จดั ใส่กระทงไปตอง พรอ้ มเสิรฟ์ ชฟิ ฟ่อนใบเตยหรือชิฟฟ่อนสม้ ก็
18
ทำบ่อยแล้ว คราวนลี้ องเปล่ียนมาทำเค้กชฟิ ฟอ่ นมะพรา้ วอ่อนบา้ งดีกวา่ เนื้อชฟิ ฟอ่ นนุ่ม ๆ ทำจากไข่
ขาวผสมกับไข่แดง และใส่น้ำมะพร้าว สุดทา้ ยแตง่ หน้าดว้ ยมะพร้าวอ่อน
2. เคก้ ชิฟฟ่อนหน้ามะพรา้ วอ่อน
สว่ นผสม ไข่แดง
1. ไข่แดง (เบอร์ 2) 5 ฟอง
2. นำ้ ตาลทราย 60 กรัม
3. นำ้ มนั มะพร้าว 55 กรัม
4. น้ำมะพร้าว 40 กรัม
5. กะทิ 40 กรมั
6. เกลือปน่ 1/4 ชอ้ นชา
7. กลิ่นมะพรา้ วน้ำหอม หรอื กล่ินวานลิ ลา 1 ช้อนชา
8. แปง้ เคก้ 115 กรัม
9. ผงฟู 1+1/2 ชอ้ นชา
ส่วนผสม ไขข่ าว
1. ไขข่ าว (เบอร์ 2) 5 ฟอง
2. ครีมออฟทารท์ าร์ 1/2 ชอ้ นชา
3. แปง้ ข้าวโพด 1 ชอ้ นชา
19
4. น้ำตาลทราย 75 กรัม
5. เน้อื มะพรา้ วออ่ น (สำหรบั โรยหนา้ )
วธิ ที ำชิฟฟ่อนหน้ามะพร้าวอ่อน
1. ทำส่วนผสมไข่แดง โดยตีไขแ่ ดงกับนำ้ ตาลทรายจนนำ้ ตาลละลาย ใสน่ ้ำมันมะพร้าว นำ้
มะพร้าว กะทิ เกลอื ปน่ และกลิน่ มะพร้าวน้ำหอมลงไป ตีจนเข้ากนั ดี
2. ใสแ่ ปง้ ที่รอ่ นพร้อมผงฟู (ร่อนสัก 2 รอบ เพื่อความนมุ่ ฟู) ตะลอ่ มจนเขา้ กนั แต่อย่านานมาก
เดยี๋ วเคก้ จะเหนียว
3. ทำสว่ นผสมไขข่ าว โดยตีไขข่ าวจนเปน็ ฟองหยาบแล้วใสค่ รมี ออฟทารท์ าร์ตีพอเข้ากนั ใสแ่ ป้ง
ขา้ วโพด แลว้ ตีพอเข้ากัน และค่อย ๆ ทยอยใสน่ ำ้ ตาลทรายลงไป แบ่งใสส่ ัก 3 ครง้ั ตีจนตั้งยอด
4. ตักไข่ขาวมาบางสว่ นใส่ชามส่วนผสมไขแ่ ดงทผี่ สมไว้ ตะล่อมเบาจนเขา้ กัน พอเขา้ กันแลว้ ก็ใส่
สว่ นท่ีเหลอื ลงไปตะล่อมจนเนียนเขา้ กนั
5. เทใสพ่ มิ พ์ทเ่ี ตรียมไว้ ใช้ไพ่หรือไม้พายปาดให้เสมอกัน แล้วเคาะพิมพเ์ พ่ือไล่ฟองอากาศสัก 1-
2 คร้งั ถา้ ยงั มีฟองอยูก่ เ็ อาไม้จิม้ ฟนั เจาะฟองออก หลงั จากนน้ั โรยมะพรา้ วอ่อนตามชอบ
6. นำเขา้ อบอณุ หภมู ิ 180 องศาเซลเซยี ส ใช้ไฟบน-ล่าง เป็นเวลา 25-30 นาที อบเสรจ็ แลว้ จะ
ทานอนุ่ ๆ หรือจะพกั ใหเ้ ยน็ ก่อนนำมารับประทาน แล้วแต่ความชอบเลย
20
4.ว้นุ มะพรา้ วอ่อน
ส่วนผสม ว้นุ มะพรา้ วอ่อน
1. ลกู มะพร้าวอ่อน 2 ลูก
2. นำ้ มะพรา้ ว 1.5 ลิตร
3. เนอ้ื มะพรา้ วอ่อน (ขูดเตรียมไว้แล้ว)
4. ผงวุ้น 13 กรมั
5. น้ำตาลทราย (ความหวานตามชอบ)
วธิ ที ำวุ้นมะพร้าวอ่อน
1. ผสมน้ำมะพร้าว น้ำตาลทราย และผงวนุ้ คนใหเ้ ข้ากัน พอผงว้นุ กบั นำ้ ตาลละลายกต็ ้ังเตาเปิด
ไฟ คนไปเร่ือย ๆ จนวนุ้ เร่มิ เดือดก็ใส่มะพรา้ วอ่อน เค่ยี วดว้ ยไฟอ่อนประมาณ 10 นาที (หมั่นชอ้ น
ฟองอากาศทิ้งดว้ ย)
2. ตกั วุน้ ใสใ่ นลกู มะพรา้ ว ค่อย ๆ ตกั ระวงั ร้อน ตกั วุ้นใส่ใหเ้ ตม็ ทงั้ 2 ลูก แล้วนำไปแช่ตเู้ ยน็ 2-3
ชวั่ โมง
21
5. ขา้ วเหนยี วเปียกขา้ วโพดมะพรา้ วอ่อน
ส่วนผสม ขา้ วเหนียวเปียกขา้ วโพดมะพร้าวอ่อน
1. ขา้ วเหนียวเขี้ยวงูเกา่ 2 ถ้วย
2. เกลอื ปน่ 1 ชอ้ นชา
3. นำ้ มะพรา้ ว 3 ถ้วย
4. นำ้ ตาลทราย 300 กรมั
5. ใบเตย 5 ใบ (มัดเป็นปม)
6. ข้าวโพดตม้ (ฝานเปน็ เมด็ )
7. เน้ือมะพร้าวอ่อนขดู
ส่วนผสม กะทสิ ำหรับราดขนม
1. หวั กะทิ 1 ถว้ ย
2. เกลือปน่ 1 ช้อนชา
วิธีทำขา้ วเหนียวเปยี กขา้ วโพด
1. ลา้ งข้าวเหนียวให้สะอาด แชน่ ำ้ ทิ้งไว้ประมาณ 1 ช่วั โมง พอครบเวลาสะเด็ดน้ำ เตรยี มไว้
2. ใส่น้ำมะพร้าว นำ้ ตาลทราย ใบเตยมัด และเกลือปน่ ลงในหม้อ เปิดไฟแรงต้มจนเดือด ใสข่ ้าว
เหนียวทีล่ ้างไว้ลงไป คนให้ข้าวเหนียวกระจายตวั ทว่ั จากนั้นลดเป็นไฟกลางอ่อน เคีย่ วต่ออีก 2-3
นาที โดยหมัน่ คนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ข้าวเหนยี วติดก้นหม้อ รอจนขา้ วเหนยี วเรม่ิ แตกและเป็นเม็ดใส
22
(ระวังอยา่ ใหเ้ ม็ดข้าวเหนยี วสุกมากเกนิ ไป) ใส่เมด็ ข้าวโพดต้มสุกและเน้ือมะพรา้ วอ่อนขูดลงไป คนพอ
เขา้ กัน ปดิ ไฟ
3. ใสห่ วั กะทิและเกลือป่นลงในหมอ้ เปิดไฟกลาง ต้มจนกะทิเดือดเล็กนอ้ ย (อย่าให้แตกมัน) ปิด
ไฟ เตรียมไว้
4. ตกั สว่ นผสมใส่ถ้วย ราดกะทิ จัดเสิรฟ์
6. ขนมเขง่ มะพร้าวอ่อน
สว่ นผสม ขนมเข่งมะพรา้ วออ่ น
1. แปง้ ขา้ วเหนยี ว 2 ถว้ ย
2. น้ำมะพร้าว (หรอื น้ำเปลา่ ) 1+1/3 ถ้วย
3. มะพร้าวออ่ น 1 ลกู
4. มะพรา้ วอ่อนแบบแห้ง หรือมะพรา้ วเผาขูด 2 ถว้ ย
5. นำ้ ตาลทราย 2 ถ้วย
6. เกลอื 1 หยบิ มือ
7. สผี สมอาหารสีแดง
8. กระทงใบตองแหง้
9. น้ำมนั พืช (สำหรับทากระทง)
23
วิธีทำขนมเข่งมะพร้าวอ่อน
1. นำกระทงใบตองแห้งไปลา้ งนำ้ เปล่าให้สะอาด จากนั้นทานำ้ มนั พืชด้านใน เตรียมไว้
2. เปิดมะพรา้ วออก [คลิกดูวธิ เี ปิดมะพรา้ ว] เทน้ำมะพร้าวออกจากลกู มะพรา้ ว ถ้าเป็นมะพร้าว
ออ่ นแบบแห้งควรชิมนำ้ ก่อนว่ามรี สชาติเปร้ียวไหม เพราะน้ำจะมีรสเปรย้ี ว ถ้าไมม่ นี ำ้ ก็ไม่เป็นอะไร
เทน้ำมะพร้าวใสห่ ม้อ เตรียมไว้
3. ใช้ท่ีขูดมะพร้าวหรอื ช้อนขดู เนื้อมะพร้าวใส่ภาชนะ เตรยี มไว้
4. เตรยี มหม้อ ใสม่ ะพร้าวขดู เตมิ น้ำตาลทรายและเกลือป่นเพื่อใหร้ สชาตกิ ลมกล่อมมากข้ึน เติม
นำ้ มะพร้าวเล็กน้อย นวดพอน้ำตาลละลาย
5. ผสมแปง้ ขา้ วเหนียวกับน้ำมะพรา้ วทเี่ หลือ ใส่มะพร้าวขูดท่ีเตรียมไว้ นวดผสมใหเ้ ข้ากนั ถา้ แป้ง
แหง้ เกนิ ไปใสน่ ำ้ เปล่าเพ่ิมได้ นวดจนแปง้ มลี กั ษณะใสกว่านมข้นหวานเลก็ น้อย ตักสว่ นผสมแปง้ ใส่
กระทง ตั้งชุดน่งึ ใชไ้ ฟกลางสูง พอนำ้ เดือดวางขนมเรียงลงในชดุ น่ึง นานประมาณ 40 นาที เชก็ ความ
สกุ ด้วยไมเ้ สียบลกู ช้นิ จมิ้ ลงไป ถา้ แป้งไม่ติดขึน้ มาแสดงว่าแป้งสกุ สุดท้ายแต้มสแี ดงตรงกลางขนม พัก
ไวจ้ นเย็น
7. สาคบู วั ลอย ใส่ลิ้นจก่ี บั มะพรา้ วอ่อน
ส่วนผสม สาคูบวั ลอย
1. สาคเู ม็ดเลก็ 200 กรัม
2. สผี สมอาหารตามชอบ
24
3. มะพรา้ วออ่ น
4. ลิ้นจี่แกะเม็ด
ส่วนผสม นำ้ กะทิ
1. กะทิ 500 กรัม
2. นำ้ ตาลโตนด 300 กรัม
3. น้ำตาลทราย 80 กรัม
4. เกลอื นดิ หน่อย
5. ใบเตย
วธิ ีทำสาคบู ัวลอย
1. นำเมด็ สาคูแช่สีผสมอาหารทีต่ ้องการ ประมาณ 20 นาที พอครบเวลาเทใส่กระชอนกรองเอา
แต่สาคู ปั้นเป็นก้อนกลมจนหมด
2. ตม้ บวั ลอยสาคูในน้ำเดอื ด เม่ือสกุ บัวลอยสาคูจะลอยข้ึนมา กต็ ักขึ้นมาผา่ นนำ้ เยน็
3. ตม้ น้ำกะทใิ สล่ ิ้นจี่ มะพร้าวอ่อน และสาคบู ัวลอย
8. วุ้นกะทมิ ะพรา้ วออ่ นดอกไม้
สว่ นผสม วุน้ กะทมิ ะพรา้ วอ่อน
1. ผงวนุ้ 2 ช้อนโตะ๊
25
2. น้ำตาลทราย 240 กรัม
3. เกลอื ป่น 1 มลิ ลิลิตร
4. กะทิ 400 มลิ ลลิ ิตร
5. นำ้ มะพรา้ ว 400 มลิ ลลิ ติ ร
6. เน้ือมะพรา้ วอ่อน 2 ลูก
7. สผี สมอาหารตามชอบ
วิธที ำวุน้ กะทมิ ะพร้าวออ่ น
1. ใสผ่ งวุ้นลงในนำ้ มะพร้าว คนผสมให้เข้ากนั พักไวป้ ระมาณ 10-15 นาที
2. นำสว่ นผสมในข้อ 1 ใสล่ งในหม้อ นำข้นึ ตั้งไฟกลางคอ่ นข้างอ่อน คนให้ผงวนุ้ ละลายแลว้ จงึ ใส่
กะทิคนผสมใหเ้ ข้ากัน
3. ใส่นำ้ ตาลทรายและเกลือปน่ คนให้นำ้ ตาลละลาย ใส่เนอ้ื มะพร้าวอ่อน เคย่ี วต่อประมาณ 10
นาที ดว้ ยไฟออ่ น
4. ตกั แบง่ ผสมสตี ามชอบ และหยอดลงในพมิ พท์ ีเ่ ตรยี มไว้ พักไวใ้ หเ้ ย็น และวนุ้ เซตตัว
5. พอวนุ้ เซตตัวเรียบรอ้ ย นำออกจากพมิ พ์ นำไปแช่ตูเ้ ย็น
9. มะพร้าวแก้วใบเตย
26
สว่ นผสม มะพรา้ วแก้ว (ทำครงั้ ละนอ้ ย ๆ)
1. มะพร้าวทนึ ทกึ (ขูดเปน็ เส้น) 200 กรมั
2. นำ้ ตาลทราย 1 ถว้ ย
3. น้ำใบเตย 1/2 ถ้วย
4. เกลอื 1/4 ช้อนชา (หรือไมใ่ ส่ก็ได้)
วิธที ำมะพรา้ วแก้ว
1. ขดู มะพร้าวทนึ ทึกเปน็ เสน้ ๆ (ได้มะพร้าวท่ีขูดเรยี บร้อยแล้ว พยายามขูดไม่ต้องถงึ กะลา เอาแต่
เน้อื สขี าว ๆ)
2. เตรียมน้ำใบเตยเขม้ ข้น (ได้มาจากใบเตยปนั่ กับนำ้ เปล่า) ใสม่ ะพร้าวขดู น้ำตาลทราย นำ้
ใบเตย และเกลอื ลงในกระทะ เปดิ ไฟกลาง ๆ หมัน่ คนไปเรื่อย ๆ จนนำ้ งวดแล้วปดิ ไฟ
3. จากน้ันใช้ช้อนกบั สอ้ มตักมะพรา้ วแก้วมาพอดีคำ วางลงในภาชนะแลว้ นำไปตากแดดใหแ้ หง้
หรืออบท่ีอณุ หภมู ิ 50 องศาเซลเซยี ส จนแห้ง
11.พุดด้งิ มะพร้าวออ่ น
สว่ นผสม พุดดง้ิ
1. นำ้ ตาลทราย 90 กรัม
2. ผงวุ้น 2 ชอ้ นชา
3. น้ำเปลา่ 350 กรมั
27
4. น้ำมะพร้าว 350 กรัม
5. กะทิ 120 กรัม
6. เนอ้ื มะพรา้ วออ่ น 200 กรมั
ส่วนผสม น้ำราดพุดดง้ิ
1. นมสดรสจดื 1/2 ถว้ ย
2. นมขน้ จดื 1/2 ถ้วย
3. นมขน้ หวาน (ปรมิ าณตามชอบ)
วิธีทำพุดด้ิงมะพร้าวออ่ นแ
1. เทน้ำตาลทรายและผงวุ้นใส่ลงในอา่ งผสม คนใหเ้ ขา้ กนั พักไว้
2. ใส่น้ำเปลา่ และน้ำมะพร้าวลงในหม้อ นำขึ้นต้ังไฟแล้วเทส่วนผสมผงวุ้นกบั นำ้ ตาลทรายลงไป
คนใหเ้ ข้ากนั จนเดอื ด จากนัน้ ปดิ ไฟแล้วคนต่อไปเร่ือย ๆ เพื่อใหผ้ งว้นุ ละลาย
3. เทกะทลิ งไปในหมอ้ คนใหเ้ ขา้ กนั ใสเ่ น้ือมะพร้าวอ่อนลงไปคนเบา ๆ ตักใส่ภาชนะ นำไปแชเ่ ยน็
เพ่อื ใหว้ ้นุ เซตตัวเรว็ ข้นึ
4. ผสมนมสด นมข้นจดื และนมขน้ หวานเข้าด้วยกนั คนให้ส่วนผสมเข้ากนั เปน็ เนื้อเดยี ว ตักราด
ลงไปบนสว่ นผสมพดุ ดิ้งทเี่ ซตตวั แลว้ พร้อมเสริ ์ฟ หรือนำเข้าแช่เยน็ อกี ครง้ั ก่อนเสริ ์ฟ
28
11. กลว้ ยปิง้ ราดซอสมะพรา้ วออ่ น
สว่ นผสม กลว้ ยปิง้ ราดซอสมะพรา้ วอ่อน
1. นำ้ ตาลปบ๊ี 4 ออนซ์ (ประมาณ 113 กรัม)
2. นำ้ ตาลทรายขาว 2 ออนซ์ (ประมาณ 57 กรัม)
3. น้ำตาลทรายแดง 2 ออนซ์ (ประมาณ 57 กรัม)
4. เกลือ 1/2 ช้อนชา
5. หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
6. เน้ือมะพร้าวสด 1/2 ถว้ ยตวง
7. ใบเตย 2 ใบ
8. กลว้ ยน้ำวา้ สุกตามชอบ 15-18 ลูก
วธิ ที ำซอสมะพรา้ วออ่ น (นำ้ จิ้มกลว้ ยปง้ิ )
1. ใส่น้ำตาลปี๊บ นำ้ ตาลทรายขาว และนำ้ ตาลทรายแดงลงไป ตามด้วยเกลอื ใส่หวั กะทิลงไป 1/2
ถ้วยตวง นำไปตงั้ บนเตาใชไ้ ฟอ่อนเค่ยี วประมาณ 20 นาที
2. ใส่หวั กะทิท่เี หลือลงไปคนให้เข้ากัน ตามด้วยใบเตย เค่ยี วตอ่ ดว้ ยไฟอ่อนประมาณ 10 นาที
หรอื จนน้ำกะทเิ หนยี วขน้
3. ใสเ่ นือ้ มะพร้าวอ่อนลงไปคนให้เขา้ กนั รอใหเ้ ดือดอีกรอบ ปิดไฟ พักท้งิ ไว้
29
วธิ ที ำกล้วยปงิ้
1. ปอกเปลอื กกล้วยหนั่ แวน่ หนาประมาณ 1 นว้ิ หรอื ยา่ งทั้งลูกก็ได้ เสยี บกลว้ ยใสไ่ ม้
2. ปิ้งกลว้ ยบนเตาถา่ นใชไ้ ฟอ่อนประมาณ 15 นาที กลับไปกลับมา หรือจนกลว้ ยมีสนี ้ำตาลออ่ น
ทงั้ สองด้าน หรือจะใช้เตาอบทอี่ ุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส (ประมาณ 350 องศาฟาเรนไฮต์)
ประมาณ 30 นาที (ต้องคอยเชก็ เพราะเตาอบแต่ละเครื่องความรอ้ นไม่เทา่ กนั )
3. นำกลว้ ยเสียบไม้มาทบั ดว้ ยวัสดุพื้นราบแบน
4. ใชแ้ ปรงจ่มุ ซอสมะพรา้ วออ่ นทาบนกลว้ ยให้ทวั่
5. นำกล้วยเสียบไมไ้ ปยา่ งดว้ ยไฟออ่ นอีกรอบประมาณ 5 นาที หรือดา้ นละประมาณ 5 นาที
6. จัดกลว้ ยใสจ่ าน ราดซอสมะพร้าวอ่อนลงไป พร้อมเสิร์ฟ
12. ขา้ วโพดคลกุ เนยมะพรา้ วอ่อน
สว่ นผสม ข้าวโพดคลุกเนย
1. ขา้ วโพดสกุ
2. มะพรา้ วอ่อน
3. นมสดรสจืด
4. เนยเคม็
5. นำ้ ตาลทรายแดง
30
วิธที ำขา้ วโพดอบเนย มะพรา้ วออ่ น
1. ตง้ั กระทะให้รอ้ นเทเนยลงไป รอให้เนยละลายแล้วใส่ข้าวโพดลงไป ตามดว้ ยน้ำตาลทรายและ
นมสด คนให้ส่วนผสมทุกอย่างเขา้ กันดี
2. ปิดฝาหมอ้ อบใหห้ อม 2 นาที
3. เปิดฝาหมอ้ ออก กล่ินหอมกรนุ่ ตักขา้ วโพดอบเนยใสถ่ ้วย โรยหนา้ ด้วยมะพรา้ วอ่อน
13. พายมะพรา้ วออ่ น
ส่วนผสม แปง้ พาย
1. แป้งสาลอี เนกประสงค์ 400 กรัม
2. น้ำตาลไอซ่ิง 20 กรัม
3. เกลือ 1 ชอ้ นชา
4. เนยสดจดื 60 กรมั
5. เนยขาว 70 กรมั
6. ไข่แดง (เบอร์ 2) 2 ฟอง
7. นำ้ ส้มสายชู 1+1/2 ชอ้ นชา
8. น้ำเยน็ จดั 1/4 ถ้วย
สว่ นผสม ไสม้ ะพร้าวอ่อน
1. น้ำมะพร้าว (สว่ นที่ 1) 1/2 ถ้วย
31
2. นำ้ มะพร้าว (สว่ นท่ี 2) 1+1/2 ถ้วย
3. แป้งขา้ วโพด 1/4 ถว้ ย
4. เนอื้ มะพรา้ วอ่อน 350 กรัม
5. นมข้นจืด 1/4 ถ้วย (หรือจะเปลีย่ นเป็นนมสด หรือกะทิก็ได้)
6. นมขน้ หวาน 1/3 ถว้ ย
7. นำ้ ตาลทรายขาว 1/4 ถ้วย (ลดหรือเพ่ิมได้)
8. เกลือ 1/4 ชอ้ นชา
วธิ ที ำแปง้ พาย
1. ร่อนแปง้ รวมกับน้ำตาลไอซ่งิ ใสเ่ กลือลงไปคลกุ เคล้าใหเ้ ขา้ กนั ใส่เนยสดกับเนยขาวลงในแปง้
ใชม้ ือผสม ๆ คลกุ เคล้าจนแป้งมีลักษณะเปน็ เมด็ ทรายเล็ก ๆ หรือใชท้ ่ีสับแปง้ พายก็ได้
2. ผสมไข่แดง นำ้ ส้มสายชูกล่ัน และนำ้ เย็นจัดใหเ้ ข้ากัน คอ่ ย ๆ เทส่วนผสมไข่แดงลงในสว่ นผสม
แปง้ ใชส้ อ้ มทตี่ ีไข่ตะล่อม ๆ ใหแ้ ป้งจับกันเป็นกอ้ น แคต่ ะล่อม ๆ กดเบา ๆ ไม่ต้องนวดเพราะแปง้ จะ
เหนยี วเกินไป ถา้ แป้งแห้งไปก็เติมน้ำเยน็ จดั ลงไปผสมทลี ะ 1 ชอ้ นโตะ๊ อย่าผสมลงทลี ะเยอะ แป้งจะ
แฉะ พอแป้งจบั เป็นก้อนก็คลุมดว้ ยพลาสติกถนอมอาหารหรือหาฝามาปดิ พกั ในตู้เยน็ ประมาณ 1
ช่ัวโมง
วิธที ำไสม้ ะพรา้ วออ่ น
1. นำน้ำมะพร้าว (ส่วนที่ 1) ผสมกับแป้งข้าวโพด พักไว้
2. ใชห้ ม้อหนา ๆ ตั้งไฟกลางคอ่ นไปทางอ่อน ใส่น้ำมะพรา้ ว (ส่วนท่ี 2) พอน้ำมะพร้าวเดอื ดนดิ
หน่อยไม่ตอ้ งมาก กใ็ ส่เน้อื มะพร้าวลงไป เติมนมขน้ จืด นมข้นหวาน นำ้ ตาลทรายและเกลอื กวนสัก
พกั พอสว่ นผสมเขา้ กนั ชมิ รสตามชอบ
3. นำนำ้ มะพร้าวท่ีผสมแปง้ ข้าวโพดมาเทลงไป แล้วกวนจนขน้ ข้นึ แต่อยา่ ให้ขน้ มากนะคะ ยกลง
จากเตา อยา่ ขน้ เกิน อย่าเหลวเกิน ถ้าเหลวพายจะเละได้ พักไว้จนเยน็ สนิทก่อนนำไปใช้
32
วิธีทำพายมะพรา้ วอ่อน
1. นำแป้งพายออกจากตู้เย็นแลว้ นวด ประมาณ 1-2 นาที พอตะล่อม ๆ ให้แป้งเข้ากัน แล้วแบ่ง
แปง้ เปน็ 2 สว่ น คอื 70:30 แปง้ ก้อนใหญใ่ ชท้ ำฐาน แป้งกอ้ นเล็กใช้คลมุ คลงึ หรือรดี แปง้ ใหเ้ ปน็ แผ่น
บางหรือหนาตามชอบ นำแป้งส่วนฐานไปกรุใสพ่ ิมพ์ขนาด 3 ปอนด์ ที่ทาเนยขาวบาง ๆ ไว้ ใส่ไส้ลงไป
เกลี่ยให้เสมอกนั นำแป้งอีกแผน่ มาคลุม กดขอบใหต้ ดิ กนั แป้งสว่ นเกนิ ทไ่ี มส่ วยกต็ ดั ออก ตกแตง่ ให้
สวยงาม ใชส้ ้อมกดขอบพาย หรือใครจะทำเหมือนขอบพฟั กไ็ ด้
2. ทาหนา้ ดว้ ยไขแ่ ดงล้วน สีจะสวยมาก ทาบาง ๆ ไม่ต้องหนา ใชม้ ีดกรีดหน้าขนมตามรอยทจี่ ะ
ตดั เพอ่ื ให้ขนมมีชอ่ งระบายอากาศตอนอบ (ไมต่ ้องกรีดจนขาดนะ แค่พอมีช่องระบายพอ)
3. นำไปอบทอี่ ุณหภมู ิ 225 องศาเซลเซยี ส ใช้ไฟบนกับไฟลา่ ง ไมเ่ ปิดพดั ลม ประมาณ 30 นาที
แล้วลดอุณหภมู ิลงเหลอื 180 องศาเซลเซียส ใชไ้ ฟลา่ งอย่างเดียวอีก 30 นาที รวมใช้เวลาอบ 1
ชว่ั โมง เสร็จแล้ว ถอดพิมพ์ออกแล้วพกั ไว้ให้เย็นค่อยตัด แชเ่ ย็นย่งิ ดี พรอ้ มเสิร์ฟ
บรรณานุกรม
นริ นาม.2564.ลักษณะทั่วไป.สืบคน้ จาก:
https://th.wikipedia.org/wiki/มะพรา้ ว (26 สิงหาคม 2564)
นิรนาม.2560.ถน่ิ กำเนิดมะพรา้ ว.สบื คน้ จาก:
https://www.disthai.com/17165941/มะพร้าว (27 สิงหาคม 2564)
นริ นาม.2560.สรรพคุณและประโยชนข์ องมะพร้าว.สบื ค้นจาก:
https://medthai.com/มะพร้าว/ (27 สิงหาคม 2564)
นิรนาม.2563.13เมนขู นมใส่เนื้อมะพรา้ วอ่อนสบื ค้นจาก:
https://cooking.kapook.com/view200062.htm (27 สิงหาคม 2564)