เรื่อง พระอภยั มณี
ตอน พระอภยั มณหี นีนางผเี สื้อสมุทร
นิทานคากลอน เรื่อง พระอภยั มณี ตอน พระอภยั มณีหนี
นางผเี ส้ือสมุทร เป็นส่วนหน่ึงของวรรณกรรมชิ้นเอกของ
“สุนทรภู”่
นิทานคากลอนเรื่องพระอภยั มณีเป็นวรรณกรรมท่ีไดร้ ับการ
ยกยอ่ งวา่ เป็นผลงานท่ีดีเด่น เร่ืองหน่ึงของสุนทรภู่ ดว้ ยเหตุท่ี
วรรณคดีเร่ืองน้ีมีความแตกต่างจากวรรณคดีเร่ืองอ่ืนๆ แม้
เน้ือหาตอนตน้ ของเรื่องจะยงั คงรูปแบบตามขนบการแต่ง
วรรณกรรมจกั รๆ วงศๆ์ ทวั่ ไป
แต่นิทานคากลอนเรื่องพระอภยั มณีเป็นเร่ืองท่ีแสดงใหเ้ ห็น
แนวคิดแปลกใหม่เก่ียวกบั ตวั ละคร ฉาก สถานท่ี และให้
ความรู้ในเรื่องคติธรรมสอนใจในการดาเนินชีวิตไดเ้ ป็นอยา่ งดี
พระสุนทรโวหาร (ภู่) ช่ือเดมิ ภู่
เกดิ วนั จันทร์ ที่ ๒๖ มถิ ุนายน พ.ศ ๒๓๒๙
สุนทรภูเ่ ป็นกวสี มยั ตน้ รัตนโกสินทร์ และเป็นกวที ่ีไดร้ ับการยกยอ่ งจากยเู นสโกวา่
“เป็นกวเี อกของโลก ในฐานะที่มีผลงานดีเด่นทางดา้ นวรรณกรรม”
สุนทรภู่ไดเ้ ขา้ รับราชการเป็นกวีราชสานกั ในรัชสมยั “พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้
นภาลยั ” เม่ือสิ้นราชการกไ็ ดอ้ อกบวชเป็นเวลาร่วม ๒๐ ปี
ตอ่ มา ก่อนจะเขา้ รับราชการอีกคร้ังในปลายรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้
เจา้ อยหู่ วั โดยเป็นอาลกั ษณ์ในสมเดจ็ เจา้ ฟ้าจุฑามณีกรมขนุ อิศเรศรังสรรค์
ในรัชกาลท่ี ๔ กไ็ ดเ้ ล่ือนตาแหน่ง เป็น “สุนทรโวหาร”
เจา้ กรมอาลกั ษณ์ฝ่ ายพระราชวงั บวช ซ่ึงเป็นตาแหน่งราชการสุดทา้ ยก่อนสิ้นชีวติ
ลกั ษณะคาประพนั ธ์
เรื่องพระอภยั มณีเป็นกลอนนิทานที่ประพนั ธข์ ้ึนดว้ ยบทร้อยกลอนสุภาพท่ี
เป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั ของสุนทรภู่ คือแต่ละวรรคจะมีสมั ผสั ใน ท้งั
สมั ผสั สระและสมั ผสั อกั ษร ทาใหค้ ากลอนมีความไพเราะ
เร่ือง ย่อ
ทา้ วสุทศั นก์ ษตั ริยแ์ ห่งเมืองรัตนา โปรดใหโ้ อรสท้งั สองพระองค์ พระองคโ์ ต คือ พระอภยั มณี และพระองคเ์ ลก็ คือ ศรีสุวรรณ ไปเรียนวชิ าเพอื่ กลบั มาปกครอง
บา้ นเมือง แต่พระอภยั มณีกลบั เลือกเรียนวชิ าเป่ าปี่ ส่วนศรีสุวรรณเลือกเรียนวชิ ากระบี่กระบอง เมื่อกลบั มาถึงบา้ น พระบิดาทรงกริ้วเห็นวา่ วชิ าที่เรียนไม่สามรถใช้
ประโยชนใ์ นการปกครองบา้ นเมืองได้ พระโอรสท้งั สองจึงถูกขบั ไล่ออกจากเมือง ทรงถอดเคร่ืองทรงออกแลว้ แต่งพระองคเ์ ยยี่ งสามญั ชน เสดจ็ ไปพบพราหมณ์สามคนคือ
วเิ ชียร โมราและสานน พราหมณ์ท้งั สามไม่เชื่อในอิทธิพลของเพลงป่ี จึงทูลขอใหพ้ ระอภยั มณีเป่ าป่ี ใหฟ้ ัง เมื่อพราหมณ์ท้งั สามและศรีสุวรรณไดฟ้ ังกเ็ คลิ้มหลบั ไปเสียงป่ี
ไพเราะจบั ใจมาก เสียงป่ี ลอยตามลมไปไกลทาใหน้ างผเี ส้ือสมุทรซ่ึงหากินอยกู่ ลางทะเลไดย้ นิ จึงติดตามเสียงมาแลว้ พบเจา้ ชายหนุ่มรูปงามนงั่ เป่ าป่ี นางผเี ส้ือกห็ ลงรักพระ
อภยั มณีทนั ที จึงจู่โจมเขา้ จบั ตวั พระอภยั มณีแลว้ พาไปอยใู่ นถ้าท่ีเกาะกลางทะเลอนั เป็นที่อยขู่ องนาง พระอภยั มณีตกใจจนสลบหลบั ไป ตื่นมากพ็ บวา่ ตนอยใู่ นถ้า พระอนุชา
และสหายท้งั สามกห็ ายไป นางผเี ส้ือสมุทรไดแ้ ปลงกายเป็นหญิงสาวรูปงามพูดจาเก้ียวพระอภยั มณี แต่พระอภยั มณีรู้ตวั ทนั ทีวา่ นางเป็นยกั ษแ์ ปลงกายมาเพราะดวงตาไม่มีวี
แววและทรงรู้วา่ ถา้ ขดั ขืนอาจสิ้นพระชนมไ์ ด้ จึงจาใจตอ้ งอยกู่ บั นาง จนกระท้งั นางผเี ส้ือสมุทรกบั พระพอภยั มณีมีบุตรดว้ ยกนั ชื่อ สินสมุทร มีหนา้ ตาคลา้ ยคน แต่มีเข้ียว
เหมือนยกั ษ์ ตาแดงและมีกาลงั มาก พระอภยั มณีทรงดูแลและอบรมสง่ั สอนเพลงอาวธุ ต่างๆและสอนวชิ าเป่ าปี่ ให้
วนั หน่ึงนางผเี ส้ือสมุทรออกไปหากินและนาหินกอ้ นใหญ่ปิ ดปากถ้าไว้ สินสมุทรเห็นพระบิดาหลบั จึงผลกั ออกแลว้ ไปวา่ ยน้าเล่น จบั เงือกไดจ้ ึงนามาใหพ้ ระบิดา
ทอดพระเนตร เงือกน้าออ้ นวอนขอชีวติ และขอรับใช้ ถา้ ตอ้ งการสิ่งใดในน้าจะนามาถวาย พระอภยั มณีจึงขอใหพ้ าหนีจากนางผเี ส้ือสมุทร พอ่ แม่เงือกและลูกสาวนดั หมาย
กนั จะพาพระอภยั มณีหนีไปที่เกาะแกว้ พิสดาร โดยใหพ้ ระอภยั มณีวางแผนลวงนางผเี ส้ือสมุทร คืนน้นั นางผเี ส้ือสมทุ รฝันวา่ เทวดาที่รักษาเกาะมาทาลายถ้าของนาง เอา
พะเนินมาทุบตีนางแลว้ ควกั ดวงตาของนางไป คร้ันตื่นมากเ็ ล่าความฝันใหพ้ ระอภยั มณีฟัง พระอภยั มณีจึงเห็นวา่ เป็นโอกาสที่จะหนีเลยบอกใหน้ างผเี ส้ือสมุทรไปถือศลี อด
อาหารอยคู่ นเดียวที่ตีนเขาเป็นเวลาสามวนั จึงจะพน้ เคราะห์ นางผเี ส้ือสมุทรกเ็ ช่ือและปฏิบตั ิตาม
จากน้นั ครอบครัวเงือกกพ็ าพระอภยั มณีละสินสมุทรหนีไปที่เกาะแกว้ พสิ ดาร เมื่อนางผเี ส้ือสมุทรกลบั มาไม่เห็นสามีละบุตรจึงแน่ใจวา่ ท้งั สองไดห้ นีนางไปแลว้
นางผเี ส้ือสมุทรจึงติดตามไปดว้ ยความแคน้ จนกระท้งั เงือกสาวพาพระอภยั มณีและสินสมุทรมาถึงเกาะแกว้ พิสดาร พระฤๅษรี ู้ไดด้ ว้ ยฌานวา่ จะมีผหู้ นีนางผเี ส้ือสมทุ รมาพ่ึงพา
ท่านจึงคอยรับและร่ายมนตป์ ้องกนั ไม่ใหน้ างผเี ส้ือสมุทรเขา้ ใกลเ้ กาะ นางจึงออ้ นวอนใหพ้ ระอภยั มณีกลบั มาอยกู่ บั นาง แต่พระอภยั มณีไม่ยอมกลบั พระฤๅษีเตือนใหน้ าง
กลบั ไปอยทู่ ี่ถ้าตามเดิม แต่นางผเี ส้ือสมุทรไม่ยอม ดว้ ยความโกรธจึงกา้ วร้าวกล่าวร้ายพระฤๅษี พระฤๅษีจึงเสกทรายขวา้ งไปทาใหน้ างเจบ็ ปวดจาตอ้ งหลบไป แต่ยงั คง
วนเวยี นอยไู่ ม่ห่างเกาะ