เรอื ง
ที 2
การสง่ เสรมิ ศักยภาพ
และ สมรรถภาพความเปนครู
การสง่ เสรมิ ศักยภาพ
และ สมรรถภาพความเปนครู
ศักยภาพ หมายถึง สมรรถภาพ หมายถึง
ความสามารถทียังไม่ ความรู้ ความสามารถ
พัฒนา หรอื ยังไม่ ทักษะ เจตคติ อุปนิสัย
พัฒนาเต็มที ศักยภาพ หรอื บุคลิกภาพของ-
เปนพลังภายใน พลังที บุคคล เพือทีจะนาํ ไป
ซอ่ นไว้หรอื พลังแฝง ประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติ
ทียังไม่ได้แสดงออก งานใหเ้ กิดผลสาํ เรจ็
มาใหป้ รากฏ อย่างมีประสิทธิภาพและ
หรอื ออกมาบ้างแต่ยัง ประสิทธิผล
ไม่หมด
ฉะนนั “การพฒั นาศักยภาพและสมรรถภาพของครู”
จงึ หมายถึง การสง่ เสรมิ พฒั นาครูให้แสดงความ
สามารถสงู สดุ อันเปนคณุ สมบตั ิทีแฝงอยูใ่ นตัวให้
ปรากฏออกมาเปนทีประจกั ษ์แก่นกั เรยี นและต่อ
สงั คม
ลักษณะของครูทีมี
ศักยภาพ
วรี วฒั น์ ปนนติ ามยั (2546:11-12)
ไดก้ ล่าวถึงลักษณะของคนทีมศี ักยภาพ
สงู ไวว้ า่ ผทู้ ีมศี ักยภาพสงู คือผทู้ ีเรยี นรมู้ าก
มลี ักษณะการแสดงออกถึงความคล่อง
แคล่วอยา่ งนอ้ ย 4 ด้าน คือ
1. คล่องคน รจู้ กั ผเู้ รยี น ผรู้ บั บรกิ าร และมปี ฏิสมั พนั ธก์ ับผเู้ รยี น
ผรู้ บั บรกิ าร ครผู รู้ ว่ มงาน ผบู้ รหิ าร บุคลากรของโรงเรยี น บุคลากรใน
ชุมชน ไดเ้ ปนอยา่ งดี
2. คล่องผล สามารถทําใหเ้ กิดผลงานทีมคี ณุ ภาพ และทําใหผ้ เู้ รยี นได้
เรยี นรแู้ ละพฒั นาไดเ้ ต็มศักยภาพของผเู้ รยี น
3. คล่องคิด มคี วามฉลาดในการรบั รู้ เรยี นรแู้ ละล่วงรเู้ กียวกับการจดั
กิจกรรมการเรยี นการสอน การสง่ เสรมิ ใหเ้ กิดการเรยี นรู้ เชน่ สรา้ ง
บรรยากาศการเรยี น มที ักษะการสอนหลากหลายวธิ ี
4. คล่องเปลียน ยอมรบั การเปลียนแปลงและพรอ้ มทีจะเรยี นรแู้ ละ
พฒั นาตนเองอยา่ งต่อเนอื งทังทางดา้ นวชิ าการและวชิ าชพี เพอื ปรบั
การเรยี นเปลียนวธิ สี อนใหเ้ หมาะสมกับผเู้ รยี นและบรบิ ททีเปลียนแปลง
ทังทางดา้ นองค์ความรู้ เศรษฐกิจ การเมอื ง และสงั คม
คณุ สมบตั ิ
ศักยภาพของครู
อาชพี ครู คือการสอน
เหล่านกั เรยี นใหม้ คี วามรู้ และ
อบรมสงั สอนใหเ้ ปนบุคคลทีมคี วามพรอ้ ม
ทังดา้ นกาย วาจา และใจ และเพอื ทีครจู ะเปนแบบอยา่ งใหน้ กั เรยี น
ครจู งึ จาํ เปนทีจะต้องมคี ฌุ สมบตั ิในหลายๆดว้ ยกัน เพอื เทีครจู ะ
ไดป้ นแบบอยา่ งทีดใี หก้ ับนกั เรยี น การพฒั นาศักยในดา้ นต่างๆจงึ
เปนสงิ สาํ คัญ ซงึ คณุ สมบตั ินนั สามารถแบง่ ได้ 3 ดา้ น ไดแ้ ก่
คณุ สมบตั ิดา้ นบุคลิกภาพ คณุ สมบตั ิดา้ นบุคลิกภาพ คณุ สมบตั ิ
ดา้ นสขุ อนามยั
คณุ สมบตั ิดา้ นความรู้
คณุ สมบตั ิดา้ นบุคลิกภาพ
คณุ สมบตั ิดา้ นสขุ อนามยั
คณุ สมบตั ิ
ศักยภาพของครู
คณุ สมบตั ิด้านความรู้
1.วชิ าภาษาและ 2.วหชิ ลาักกสารตู พรฒั นา 3.กวาชิ ราเกรายี รนจรดั ู้
เทคโนโลยสี าหรบั ครู
4.วชิ าจติ วทิ ยา 6.วชิ าในกหาร้อบงรเรหิ ยี ารนจดั การ
สาหรบั ครู
5.วชิ าการวดั และ
การประเมนิ ผลการศึกษา
9.วชิ าควคารมู เปน 8.วชิ านวตั กรรมและเทคโนโลยี 7.วชิ าการวจิ ยั ทางการ
สารสนเทศทางการศึกษา ศึกษา
คณุ สมบตั ิ
ศักยภาพของครู
คณุ สมบตั ิด้านบุคลิกภาพ
ความหมายของบุคลิกภาพ
ลักษณะทังภายนอกและภายในทีได้
แสดงออกทางพฤติกรรมต่างๆ
เชน่ ความคิด ความเชอื ทัศคติ ค่า
นยิ ม รสนยิ ม หรอื อารมณ์ เปนต้น
อันเปน ปฏิกิรยิ าโต้ตอบต่อสภาพ
แวดล้อมทีแสดงถึงตัวตนจรงิ ๆ
ของบุคคลนนั ๆ
บุคลิกภาพ มคี วามสาคัญต่อ
บุคคลทังในดา้ น สว่ นตัวและ
อาชพี การงาน กล่าวคือในดา้ น
สว่ นตัว หากบุคคลใดมบี ุคลิก-
ภาพดี ยอ่ มเปนทีชนื ชอบของ
บุคคลทีพบเหน็ และยนิ ดที ีจะมี
ปฏิสมั พนั ธด์ ว้ ย
ลักษณะของบุคลิกภาพ
1.บุคลิกภาพภายนอก (External
Personality) คือ คณุ ลักษณะทกุ
สงิ ทกุ อยา่ ง ของบุคคลอืนสามารถ
ฟงไดด้ ว้ ยหหู รอื ดว้ ยตา
2.บุคลิกภายใน(Internal
Personality)คือ สงิ ทีซอ่ น อยู่
ภายในตัวบุคคล เปนสงิ ทีมองไม่
เหน็ สมั ผสั ไดย้ าก
ytilanosreP lanretxE บุคลิกภาพภายนอกทีดีของครู
1.การแต่งกาย ควรแต่งกายเรยี บรอ้ ยและสมวยั
2.กิรยิ ามารยาท ครตู ้องมกี ิรยิ ามารยาททีสาํ รวมอยูเ่ สมอ
รจู้ กั กาลเทศะในการปฏิบตั ิตัว
3.การนงั ควรนงั หลังตรง และมคี วามสาํ รวม
ฝกฝนวา่ นงั อยา่ งไรจงึ จะมคี วามสงางาม
4.การยนื ยนื หลังตรง สน้ เท้าชดิ แขนไวข้ า้ งลําตัว
ตามสบาย
5.การการเดนิ ไมค่ วรเดนิ ลงสน้ หลังตรง ชว่ งก้าวไมย่ าว
หรอื สนั จนเกินไป
6.การพูด พูจาไพเราะ ไมพ่ ูดจาคําหยาบคาย เสยี งดงั ฟงชดั
และคนเปนครจู าํ เปนอยา่ งยงิ ทีจะต้องพฒั นาทักษะการพูดคยุ
อยูเ่ สมอ เพราะต้องหาเทคนคิ ในการพูดทีจะสามารถทําให้
นกั เรยี นเขา้ ใจมากยงิ ขนึ
7.การรบั ประทานอาหาร ไมค่ วรกินมูมมาม เคียวเสยี งดงั
ต้องรกุ จกั มารยาทบนโต๊ะอาหาร
บุคลิกภาพภายในทีดีของครู
ตัวอยา่ ง
tilanosreP lanretnI ความรูร้ อบตัว กะตืนรอื รน้ ตรงต่อเวลา
ความคิดรเิ รมิ สรา้ งสรรค์
ซอื สตั ยจ์ รงิ ใจ
ปฏิภาณไหวพรบิ ดีความจาํ ดี
เมตตากรุณากตัญ ูกตเวที
มคี วามอดทน
อารมณด์ ีมอี ารมณข์ นั
ชา่ งสงั เกตุ
มนั ใจในตนเอง
การพฒั นาบุคลิกภาพของครู
DATE:
DAY:
TO-DO LIST:
1.การวเิ คราะหต์ นเอง (Self analysis) หมายถึง การสารวจตรวจสอบวา่ ตัวเอง
มสี งิ ใดดหี รอื สงิ ใดบกพรอ่ งหรอื มสี งิ ใด เหมาะสมกับงานทีทา บา้ ง
2.การปรบั ปรงุ ตนเอง (Self improvement) การปรบั ปรงุ ตนเองจะมขี นึ ไดต้ ้องอาศัย
การวเิ คราะหต์ นเองเบอื งตน ก่อน นนั คือจะต้องฝกฝนตนใหเ้ ปนคน “ รเู้ หต-ุ รผู้ ล “
3.การฝ กฝนตนเอง (Self training) หมายถึง การ ควบคมุ ตนเองใหป้ ฏิบตั ิ ตาม
พฤติกรรมหรอื สงิ ที ไดร้ บั การปรบั ปรงุ แก้ไข แล้วอยา่ งสมา่ เสมอ โดย การหมนั ฝ กฝน
ปฏิบตั ิ เปนประจาจนเกิดเปน นสิ ยั
4.การประเมนิ ตนเอง (Self evaluation) การประเมนิ ผล เปนการ สารวจตรวจสอบครั ง
สดุ ท้ายหลังจากไดก้ ระทา ตามขนั ตอนทีวางแผนไว้
NOTES:
4:00 PM
4:30 PM
5:00 PM
คณุ สมบตั ิ
ศักยภาพของครู
คณุ สมบตั ิด้านสขุ อนามยั
อ-1 อาหาร รบั ประทาน การดแู ลรกั ษากาย การรกั ษา
อาหารให้ถกู สขุ ลักษณะ ให้เปนปกติ
อายตนะ
สมบูรณต์ ามหลัก ทัง5
“10-อ” สมบูรณ์
อ-2 อากาศ อยูท่ ีอากาศ อ-3 อารมณ์ รกั ษาอารมณ์ 1.การใชส้ ายตา
ทีถ่ายเทสะดวก ให้ดี ไมเ่ ครยี ด ทาจติ ให้สงบ ให้เปนประโยชน์
อ-4 ออกกาลังกาย ควรออกกาลังกาย 2. การดแู ล
อยา่ งสมา่ เสมอ รกั ษาหู
อ-5 อุจจาระ ถ่ายให้เปนเวลา อ-6 อุบตั ิเหตุ ไมป่ ระมาท 3. การดแู ลจมูก
เปนกิจวตั ร มสี ติอยูเ่ สมอ
4. การดแู ล
อ-7 เอวองค์ รกั ษารูปรา่ ง อ-8 อบายมุข งดอบายมุข รกั ษาลิน
ให้พอเหมาะพอดี ทังปวง
5.การดแู ลรกั ษา
อ-9 อบอุ่น สรา้ งความอบอุ่น กายให้เปนปกติ
ทังรา่ งกายและจติ ใจ
อ-10 อดิเรก สรา้ งความเพลิด
เพลินให้แก่ชวี ติ
“สมรรถภาพหรอื สมรรถนะ
หมายถึง ความสามารถของบุคคล
ในด้านความรู้ ความคิด ทักษะ
คณุ ลักษณะ คณุ ธรรมและ
พฤติกรรมทีจาํ เปนต่อการปฏิบตั ิ
งานเพอื ใหง้ านประสบความสาํ เรจ็
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ”
เมสคมอืครจนรรบูจงึ รู”ําุคงึหถคสเคมภํปามลวาานรยาท่พรคสถีมมถํามึงคีวนารคผา่วะรณุคาส“ถมสรมนลรมู กสัะกู้รหงัับษรคมรคถณมคีอื ํานทใวหวะากุ ะขผ้มา่ รผเู้อระรเู้ ดูเ้รงยปีกับยี นนานรเบคปดสุควน้วอามคยนบมทีลวุแคสทักธิ ลคาีกมษีมะลสาคีะาทรง่รณุมีมทถเคีสคีีหภใณุนรลณุามิกพาลธกกาขักรราหอษจรรลงเมดัณรากยยี ะาเขนพรอรเอืรงูข้ ยีคอนงรูทีดี มี
สมรรถนะของครู
สมรรถนะทาง สมรรถนะทาง
วชิ าชพี
วชิ าการ
สมรรถนะทางวชิ าชพี ครสู าํ หรบั
วชิ าการของครู ครู หมายถึงความเปนผมู้ คี วามรู้
หมายถึง คณุ ลักษณะของครใู นดา้ น ความสามารถ ความชาํ นาญ
ความรู้ ความสามารถและทักษะทาง เจตคติ รวมถึงความมศี ักยภาพ
วชิ าการ เชน่ ความสามารถทางภาษา ในการจดั การเรยี นรอู้ ยา่ งมี
ความสามารถทางเทคโนโลยี ประสทิ ธภิ าพ สง่ ผลใหผ้ เู้ รยี นเกิด
สารสนเทศ ความสามารถทางการ การเรยี นรตู้ ามจุดมุง่ หมาย
เขยี นเอกสารและตําราทางวชิ าการ
รวมทังการทํางานวจิ ยั เปนต้น
ประเภทของ
สมรรถนะครู
การแบง่ ประเภทของสมรรถนะของหน่วยงานใด
ก็ตามจะมจี ุดคล้ายกันโดยจะพบวา่ สมรรถนะหลัก
และสมรรถนะประจาํ สายงานเปนสมรรถนะทีทกุ
หน่วยงานใหค้ วามสาํ คัญสาํ หรบั สมรรถนะพเิ ศษ
สว่ นบุคคลหลายองค์การไมเ่ น้นมากนักสว่ น
สมรรถนะด้านการบรหิ ารจดั การบางองค์การอาจจะ
แทรกอยูใ่ นสมรรถนะหลักหรอื สมรรถนะประจาํ สาย
งานก็ได้ขนึ อยูก่ ับแต่ละองค์การและหากพจิ ารณา
องค์ประกอบของสมรรถนะจะพบวา่ ประกอบด้วย
องค์ประกอบ 3 ด้าน คือ ด้านความรู้ ด้านทักษะ และ
ด้านคณุ ลักษณะ
สถาบนั พฒั นาครูและบุคลากรทางการศึกษา
กระทรวงศึกษาธกิ าร
(2550, น. 133-141) ได้แบง่
สมรรถนะของครูออกเปน 2 ด้าน
คือ สมรรถนะหลัก (core competency และ
สมรรถนะประจาํ สายงาน
(functional competency)
สมรรถนะหลัก
สมรรถนะหลัก คือ คณุ ลักษณะรว่ มของ
ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาทกุ
ตําแหนง่ เพอื หล่อหลอมค่านยิ มแลพฤติกรรม
ทีพงึ ประสงค์รว่ มกันโดยทีสมรรถนะหลักของ
ครปู ระกอบดว้ ย
1) การมุง่ ผล 2) การบรกิ ารทีดี
สมั ฤทธิ
3) การพฒั นาตน 4) การทํางาน
เปนทีม
สมรรถนะประจาํ สายงาน
สมรรถนะประจาํ สายงาน คือ สมรรถนะ
ทีกําหนดเฉพาะสาํ หรบั แต่ละตําแหน่ง
เพอื สนับสนุนใหบ้ ุคลากรทีดํารง
ตําแหน่งนันแสดงพฤติกรรมทีเหมาะสม
กับหน้าทีและสง่ เสรมิ ใหส้ ามารถปฏิบตั ิ
ภารกิจในหน้าทีได้ดียงิ ขนึ สมรรถนะ
ประจาํ สายงานของครูประกอบด้วย
1) การจดั การเรยี นรู้
2) การพฒั นาผู้เรยี น
3) การบรหิ ารจดั การชนั เรยี น
4) การวเิ คราะห์ สงั เคราะห์
และการวจิ ยั
5) การสรา้ งความรว่ มมอื กับชุมชน
พฤติกรรมของครูด้านต่างๆทีพงึ ปฏิบตั ินอกเหนือไปจาสมรรถนะ
ทัง2 ประเภทแล้ว สถาบนั พฒั นาครูและบุคลากรทางการศึกษายงั
ได้กล่าวถึงพฤติกรรมของครูด้านวนิ ัย คณุ ธรรมและจรรยาบรรณ
วชิ าชพี ซงึ ประกอบด้วย
การมวี นิ ยั
- การควบคมุ ตนเอง
1 - การปฏิบตั ิตนตามกติกาสงั คม
การประพฤติปฏิบตั ิตนเปนแบบอยา่ งทีดี
- ทางกาย
2 - ทางวาจา
- ทางใจ
3 การดํารงชวี ติ อยา่ งเหมาะสม
4 ความรกั และศรทั ธาในวชิ าชพี
5 ความรบั ผิดชอบในวชิ าชพี
องค์ประกอบของสมรรถนะ
ทางวชิ าชพี ครู
สมจติ รสวธนไพบูลย์ และคณะ (2545, น. 8-10) ได้เสนอ
องค์ประกอบของสมรรถนะทางวชิ าชพี ครูดังนี
ด้านความรู้
ด้านคณุ ลักษณะ
ด้านการปฏิบตั ิ
การสอน
องค์ประกอบด้านความรู้
ได้แก่ ความเขา้ ใจในกล่มุ สาขาวชิ าชพี ครูด้าน
การศึกษาหลักสตู รหลักการสอน ทักษะและ
กระบวนการแสวงหาความรู้ การจดั การเรยี นรู้
จติ วทิ ยาพฒั นาการ จติ วทิ ยาการศึกษาแหล่ง
การเรยี นรู้ สอื การเรยี นการสอน การวดั ผลและ
ประเมนิ ผล การผลิต-ใช-้ เก็บรกั ษาอุปกรณ์การ
สอน การปกครองชนั เรยี น การวจิ ยั และพฒั นา
และความรูพ้ นื ฐานในกล่มุ สาขาวชิ าเฉพาะ
องค์ประกอบด้าน
การปฏิบตั ิการ
1) การ 2) เทคนิคการ
วางแผนการ จดั การเรยี นรู้
จดั การเรยี นรู้
3) รูปแบบการ 4) กิจกรรม
สอน และทักษะการ
5) แหล่งการ 6) การวดั ผล
เรยี นรูแ้ ละสอื และประเมนิ ผล
การเรยี นการ
7) การพฒั นา
กระบวนการ
จดั การเรยี นรู้
องค์ประกอบด้าน 1) มเี จตคติทีดตี ่อวชิ าชพี ครู เชน่
คณุ ลักษณะ ตระหนกั รวู้ า่ วชิ าชพี ครเู ปนวชิ าชพี ที
สาํ คัญ เปนวชิ าชพี ชนั สงู เหน็ วา่ วชิ าชพี
องค์ประกอบด้านคณุ ลักษณะ ครมู คี ่าและมคี วามสาํ คัญต่อประเทศ
ทีพงึ ประสงค์ทางวชิ าชพี ครู ได้แก่ ชาติมศี รทั ธาและภาคภมู ใิ จในวชิ าชพี
ครู มคี วามสขุ ทีไดป้ ระกอบอาชพี ครู
สง่ เสรมิ สนบั สนนุ วชิ าชพี ครู
3) มเี จตคติทีดตี ่อศิลป 2) มเี จตคติทีดตี ่อการปฏิบตั ิงาน
วฒั นธรรมไทย เชน่ มคี วามรกั วชิ าชพี ครู เชน่ ตระหนกั ในความ
และภาคภมู ใิ จในชาติไทย สาํ คัญของการศึกษา ตังใจสอนและ
ตระหนกั ในคณุ ค่าของศิลป มคี วามมุง่ มนั พฒั นาการเรยี นการ
วฒั นธรรมไทยมคี วามภาค สอนอยา่ งมรี ะบบพยายามปรบั ปรงุ
ภมู ใิ จในศิลปวฒั นธรรมไทย การจดั การเรยี นรเู้ พอื ใหไ้ ดผ้ ลตาม
สง่ เสรสิ นบั สนนุ เพอื อนรุ กั ษ์ จุดมุง่ หมายของหลักสตู รสนใจใฝ
ศิลปวฒั นธรรมไทย หาความรเู้ พมิ เติม มคี วามสขุ และ
พอใจทีไดป้ ฏิบตั ิงานวชิ าชพี ครู
ปฏิบตั ิตนเปนแบบอยา่ งทีดี
4) มคี วามเปนผนู้ าํ เชน่ กล้าตัดสนิ ใจ 5) มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม เชน่
รเิ รมิ สรา้ งสรรค์ มปี ฏิภาณไหวพรบิ แก้ ใจกวา้ ง มเี หตผุ ล รกั ความยุติธรรม
ปญหาเฉพาะหนา้ ไดด้ ี สขุ ุมรอบคอบสอื รกั ความสามคั คี ซอื สตั ย์ ขยนั รกั
ความหมายชดั เจน ชนี าํ ใหผ้ อู้ ืนคล้อย ความก้าวหนา้ มขี นั ติธรรม ยกยอ่ งผู้
ตามและรว่ มปฏิบตั ิงานอยา่ งเต็มใจเปน ทําความดี เสยี สละ เอือเฟอเผอื แผ่
ผนู้ าํ และผตู้ ามทีดมี มี นษุ ยส์ มั พนั ธด์ ี มี รกั ษาชอื เสยี งของหมูค่ ณะ มวี นิ ยั ใน
นาํ ใจเปนนกั กีฬา ยมิ แยม้ แจม่ ใส มี ตนเอง รบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ที สขุ ุม
อารมณข์ นั มองโลกในแง่ดคี วบคมุ รอบคอบและมคี วามมนั ใจในตนเอง
อารมณไ์ ดร้ จู้ กั ปฏิบตั ิเพอื เสรมิ สรา้ ง มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม เปนต้น
สขุ ภาพทางกายและทางจติ มคี วามมุง่
มนั พฒั นาวชิ าชพี ครู
การพฒั นาศักยภาพและ
สมรรถภาพของครูให้เปนครูทีดี
และประสบความสาํ เรจ็ ในวชิ าชพี ครู
การพฒั นาศักยภาพและสมรรถภาพของครใู หเ้ ปนครทู ีดี
และประสบความสาํ เรจ็ ในวชิ าชพี ครอู าจดาํ เนนิ การไดอ้ ยา่ ง
นอ้ ย 3 ทางคือ
1. การพฒั นาศักยภาพและสมรรถภาพตนเองของครู เชน่ การฝกอบรมการปฏิบตั ิ
งาน การประชุมทางวชิ าการ การจดั กิจกรรมแลกเปลียนเรยี นรรู้ ว่ มกัน การชว่ ยเหลือ
เพอื นครใู นการทํางาน การเสนอรายงานพฒั นาผเู้ รยี นและกิจกรรมอืนๆซงึ เปนการฝกฝน
ทีครเู ลือกปฏิบตั ิดว้ ยตนเองตามศักยภาพ จุดเดน่ จุดดอ้ ยและโอกาสของตน
2. การพฒั นาศักยภาพและสมรรถภาพของครูโดยสถานศึกษา เปนการพฒั นา
ศักยภาพของบุคคลอยา่ งเปนกระบวนการและเปนระบบ มกี ิจกรรมต่างๆ เชน่ การสง่
เสรมิ ใหไ้ ปศึกษาอบรม ดงู านสาขาวชิ าทีปฏิบตั ิงานอยู่ สนบั สนนุ ใหไ้ ปศึกษาต่อในระดบั ที
สงู ขนึ ใหท้ นุ การวจิ ยั ใหไ้ ปเปนวทิ ยากรในหนว่ ยงานอืน การแลกเปลียนบุคลากร สง่
เสรมิ การเขยี นตํารา สนบั สนนุ ใหเ้ ปนสมาชกิ ขององค์กรวชิ าชพี ทังในและต่างประเทศ
และอนญุ าตใหไ้ ปปฏิบตั ิงานดา้ นวชิ าการโดยไมถ่ ือวา่ เปนการลา เหล่านี เปนต้น
3. การพฒั นาศักยภาพและสมรรถภาพของครูโดยหนว่ ยงานกลาง อาจเปนหนว่ ย
งานต้นสงั กัดการบรหิ ารบุคคล เชน่ สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั พนื ฐานหรอื
หนว่ ยงานอืน ของกระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงมหาดไทย เปนต้น ทีมกี ารพฒั นาทกุ
ดา้ นอยา่ งต่อเนอื ง และการพฒั นาโดยองค์กรวชิ าชพี คือ ครุ สุ ภา เพอื ใหเ้ ปนไปตามเกณฑ์
มาตรฐานแหง่ วชิ าชพี ครแู ละการถือครองใบอนญุ าตการประกอบวชิ าชพี ครอู ีกดว้ ย
นอกจากนนั อาจมกี ารพฒั นาโดยองค์กร ชมรม สมาคมหรอื กล่มุ วชิ าชพี ทีผปู้ ระกอบ
วชิ าชพี รวมตัวกันเพอื ดาํ เนนิ การเรอื งใดเรอื งหนงึ หรอื หลายอยา่ งเพอื ผลประโยชนแ์ หง่
วชิ าชพี ครขู องพวกตนทังทีเปนทางการและไมเ่ ปนทางการ
วธิ กี ารเสรมิ สรา้ งศักยภาพ
และสมรรถภาพครู
การจดั ทําแผนพฒั นาครู ขนึ อยูก่ ับสมรรถนะของครคู วรไดร้ บั การปรบั ปรงุ หรอื
ทําใหด้ ยี งิ ขนึ ในดา้ นความรู้ ทักษะ เจตคติรวมทังคณุ ธรรมจรยิ ธรรมของครู
แผนทีจดั ทําขนึ จะชว่ ยปรบั ปรงุ สมรรถนะครู ครทู ีไดร้ บั การพฒั นาสมรรถนะ
ต่าง ๆ แล้ว ยอ่ มสง่ ผลใหค้ รไู ดม้ ศี ักยภาพเพมิ ขนึ เมอื ครทู ําหนา้ ทีครทู ีมี
คณุ ภาพยอ่ มสง่ ผลสผู่ เู้ รยี น ใหผ้ เู้ รยี นไดพ้ ฒั นาการเรยี นรแู้ ละพฒั นาไดเ้ ต็ม
ตามศักยภาพของผเู้ รยี น ซงึ เปนเปาหมายของการจดั การศึกษา
การทีครจู ะมศี ักยภาพและสมรรถภาพสงู ขนึ มวี ธิ กี ารดาํ เนนิ การได้
หลายวธิ ดี งั ต่อไปนี
1. การสรา้ งจติ สาํ นกึ และความเชอื มนั ในวชิ าชพี ครู
2. การประเมนิ สมรรถนะครู
3. การจดั อบรมเชงิ ระบบ
4. การจดั การความรู้
5. การสรา้ งโรงเรยี นเปนโรงเรยี นแห่งการเรยี นรู้
6. การสรา้ งเครอื ขา่ ยเพอื พฒั นาครู
7. การสง่ เสรมิ ให้ครูผลิตงานวชิ าการและงานวจิ ยั
8. การสง่ เสรมิ ขวญั กําลงั ใจ ความกา้ วหนา้ มนั คงทางอาชพี
และการยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตคิ รู
9. การนเิ ทศติดตามผลการทํางานของครู
การประเมนิ ศักยภาพและ
สมรรถภาพครู
กกเพเใจคซกาหาฤตรวรงึณส้ ปตาตคสอมรฑิกมััดตดจะ์หรพสิเคาํแมรรนิ นัเลลมอปนิื ธ้อะตกมนสบก์งีคาามขุคับกรต่าอรลปกับรรงหิกฏาคฐถการลิบาวคภาจนักาตัรณาุดั มทษปพิสกตีกภรณาํหาห้ะอําารรเหะพงรมอศืขนบกัขนิสอึกดเอาศมงษปรงบรักเนาแคพรุคยลขมวถอื คภอ้ะดีานดเลามมปงั ะพาํ ทูลราขตเแหนคูีแ้นอ่อลมนิสวาํงไไะาปาดกคปสมยนงารเมสขรปอเูี รปาพออรมรนงยฒัีกถาอกบทรนนงรเถาะทาคะงขบบทีย์กอวุคบักางนครกษคลับะรู
1. ทําอใยหา่ ้เงกติด่อกเานรอืพงฒั นาครู 4. ได้รบั อนญุ าตให้มี
หรอื ได้ต่อใบอนญุ าต
ประกอบวชิ าชพี
พฒัส2อน.นทาใกํานใาวหรชิ ้คจาดัรทูไกีรดาบั้รรผบั เรกดิ ยี าชนรอกบาร 3. ทําให้ครูมสี ทิ ธใิ น 5. เปนเครอื งมอื ทีใชใ้ น
การเลือนวทิ ยฐานะ การบรหิ ารครูทีมุง่ ผล
สมั ฤทธิ
วธิ กี ารประเมนิ ศักยภาพและ
สมรรถภาพครู
ในการประเมนิ ศักยภาพและสมรรถภาพหรอื สมรรถนะของครู ครแู ละผู้
ประเมนิ จะต้องทําความเขา้ ใจเครอื งมอื และวธิ กี ารประเมนิ ใหช้ ดั เจนทกุ เรอื ง
สาํ นกั งานพฒั นาครคู ณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาไดก้ ําหนดเครอื ง
มอื สาํ หรบั การประเมนิ สมรรถนะของครู โดยไดจ้ ดั ทํา
1) แบบประเมนิ สมรรถนะของครโู ดยใหค้ รไู ดฝ้ กประเมนิ ดว้ ยตนเอง และ
2) แบบประเมนิ สมรรถนะของครู ซงึ ประเมนิ โดยผบู้ งั คับบญั ชาหรอื จาก
ครอู ยา่ งนอ้ ย 2 คน ต่อการประเมนิ ครู 1 คนแบบประเมนิ สมรรถนะรวมของ
ครจู ะประกอบดว้ ยสมรรถนะยอ่ ย ๆ ซงึ ในสมรรถนะยอ่ ย ๆ แต่ละสมรรถนะ
ประกอบดว้ ย พฤติกรรมหรอื รายการประเมนิ สมรรถนะยอ่ ย ๆ ตังแต่ 2
รายการขนึ ไป การประเมนิ แต่ละรายการจะประเมนิ โดยใชก้ ารประเมนิ
คณุ ภาพตามความเปนจรงิ จากหลักฐานทีมจี รงิ ในกรณที ีใชแ้ บบประเมนิ
ของสาํ นกั งานพฒั นาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา แบบ
ประเมนิ สมรรถนะหลักและสมรรถนะประจาํ สายงานของครู รวมทัง
พฤติกรรมดา้ นวนิ ยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวชิ าชพี ผถู้ กู
ประเมนิ และผปู้ ระเมนิ จะทําการประเมนิ สมรรถนะตามแบบประเมนิ และนาํ มา
สรปุ ผล
ประโยชนข์ องการ
ประเมนิ ศักยภาพ
และสมรรถภาพครู
ประโยชนต์ ่อตัวครู
1. ครูสามารถตรวจสอบความ
สามารถทีแท้จรงิ ของตนเองวา่
มสี มรรถนะในการปฏิบตั ิงานใน
แต่ละเรอื งอยูใ่ นระดับใด
3. ครูสามารถจดั ทํา แผน 2. ครูจะมขี อ้ มูลสาํ หรบั การ
พฒั นาตนเอง (Individual พฒั นาตนเองใหเ้ ปนไปใน
Plan หรอื ID – Plan) และ ทิศทางทีสถานศึกษาหรอื
แผนพฒั นาความก้าวหน้า หน่วยงานทางการศึกษา
ในวชิ าชพี (Career Path) ต้องการ
บนพนื ฐานของขอ้ มูลทีเชอื
ถือได้ 4. ครูจะมคี วามกระตือรอื รน้
ทีจะพฒั นาตนเองใหม้ ี
พฤติกรรมทีพงึ ประสงค์เพอื
ใหไ้ ด้ผลงานทีมปี ระสทิ ธภิ าพ
การสง่ เสรมิ ศักยภาพ การพฒั นาศักยภาพและสมรรถนะ
และสมรรถภาพความเปนครู ของครูให้เปนครูทีดีประสบความ
สาํ เรจ็ ในวชิ าชพี ครู
ลักษณะของครูทีมคี ณุ ภาพ
วธี กี ารสรา้ งศักยภาพและสมร
คณุ สมบตั ิศักยภาพของครู รถนภาพครู
คณุ สมบตั ิดา้ นความรู้
คณุ สมบตั ิดา้ นบุคลิกภาพ การประเมนิ ศักยภาพ
และสมรรถภาพครู
-บุคลิกภาพภายนอกทีดขี องครู
-บุคลิกภาพภายในทีดขี องครู วธิ กี ารประเมนิ ศักยภาพและ
สมรรถภาพครู
-การพฒั นาบุคลิกภาพของครู ประโยชนข์ องการประเมนิ
คณุ สมบตั ิดา้ นสขุ อนามยั ศักยภาพและสมรรถภาพครู
สมรรถนะของครู ผสู้ อน
ประเภทสมรรถนะครู
ผศ.ดร.ภมู ภิ ควธั จ์ ภมู พงศ์คชศร
-สมรรถนะหลัก
-สมถนะประจาํ สายงาน
องค์ปรกอบของสมรรถนะทาง
วชิ าชพี ครู
-องค์ประกอบดา้ นความรู้
-องค์ประกอบดา้ นการปฏิบตั ิการ
-องค์ประกอบดา้ นคณุ ลักษณะ