39
เปนสรปุ ผลไมได ใหด าํ เนินการเจาะเลือดตรวจซํ้าในเวลา 2 สัปดาหตอ มา และถาเปน ไปไดควรสง ตัวอยาง
ตรวจเพิม่ เติมดว ยวธิ ีการอน่ื ๆ เชน NAT หรือ neutralization p24 assay เพ่ือติดตามในชวงระยะแฝง
ปจจุบันองคกรระหวางชาติ (WHO, CDC) ไดมีการปรับปรุงแนวทางการตรวจวินิจฉัยการติดเช้ือ
เอชไอวีทางหองปฏบิ ัติการเพื่อใหคนหาการติดเช้ือไดเร็วมากข้ึน และสามารถตรวจจับไดใ นระยะเวลาสั้นลง
โดยแนะนําใหใชชุดตรวจ HIV Ag/Ab combination immunoassay เปนชุดตรวจกรองเบ้ืองตน ในกรณีที่
ตรวจพบปฏิกิริยา จะทําการทดสอบตอดวยชุดตรวจ anti-HIV อีก 2 วิธีตามลําดับขั้นตอนดังแผนภูมิท่ี 6.2
ผลการทดสอบที่ไมสอดคลองกัน แนะนําใหตรวจติดตาม anti-HIV ในระยะเวลา 2-4 สัปดาหตอมา หรือทํา
การทดสอบเพ่ิมเติมดวย HIV-1 RNA qualitative NAT หรือ HIV p24 Ag รวมกับ neutralization HIV Ag
assay เพ่ือสนับสนุนผลการทดสอบที่เกิดปฏิกิริยา ในกรณีที่ใชชุดตรวจกรองเบื้องตนเปน HIV Ag/Ab
ผลบวกของการติดเช้ือเอชไอวี อาจแปลผลไดจากการตรวจพบ anti-HIV หรอื การตรวจพบสวนประกอบของ
เช้ือ (HIV genome หรือ HIV p24 Ag ) สาํ หรับประเทศไทย แนวทางปฏิบัตินี้ยังไมไดถกู ประกาศใหใชเ ปน
แนวทางแหงชาติ แตเปนแนวทางที่ชวยในการแกปญหาผลการตรวจท่ีขัดแยงโดยผูประกอบวิชาชีพท่ีมี
ประสบการณด า นการตรวจหาการติดเชอ้ื เอชไอวี
40
แผนภูมิท่ี 6.2 แนวทางการทดสอบดวยชุดตรวจ HIV Ag/Ab เปนชุดตรวจกรองเบ้ืองตน สําหรับผูใหญ
และเด็กท่มี อี ายุ 24 เดอื นขึ้นไป (ดดั แปลงจาก Criteria for Laboratory Testing and Diagnosis
of Human Immunodeficiency Virus Infection; Approved Guideline; M53-A Volume 31
Number 13, June 2011)
หมายเหตุ การใชแ นวทางดังแผนภูมิ 6.2 มขี อควรระวัง ดังน้ี
(1) NAT หมายถึง DNA PCR หรือ Qualitative RNA
(2) วัตถปุ ระสงคก ารใชงานของชุดตรวจ qualitative PCR ทีย่ งั ไมไดข้นึ ทะเบยี นกับสํานักงานอาหารและยา
(ประเทศไทย) เพ่ือใชสําหรับการวินิจฉัยโรค การประยุกตใชในกรณีนี้ ควรไดรับการ validate อยาง
เหมาะสม โดยหองปฏบิ ัติการทที่ ําการตรวจ
วธิ กี ารรายงานผล Anti-HIV เพอื่ การตรวจหาการติดเช้อื เอชไอวี
1. ผลการตรวจและรายงานตางๆ ตอ งรักษาไวเ ปน ความลบั
2. วธิ กี ารรายงาน
2.1 รายงานผลเปนลบ (anti-HIV negative) เม่ือผลการตรวจโดยชดุ ตรวจแรกเปนไมมีปฏิกริ ยิ า
(non-reactive)
41
2.2 รายงานผลเปนบวก (anti-HIV positive) เม่อื ผลการตรวจทั้ง 3 ชดุ ตรวจในการทดสอบโดย
หอ งปฏิบตั ิการเดยี วกันใหผ ลมปี ฏิกิรยิ า (reactive) ตรงกัน
2.3 รายงานผลเปนสรุปผลไมไ ด (inconclusive)
- เมือ่ ผลการตรวจขัดแยงกันในชดุ ตรวจ 2 หรือ 3 ท่ตี รวจเฉพาะแอนตบิ อดอี ยางเดียว (HIV Ab)
ในการทดสอบโดยหองปฏิบัติการเดียวกัน และใหติดตามผูมารับบริการมาเจาะเลือดตรวจซํ้าในเวลา 2-4
สปั ดาห ถาผลยังคงเปนเชน เดมิ เมื่อตรวจที่ 1 เดอื น ใหสรุปวา ผลเปนลบ
- แตถาผลขัดแยงกันในกรณีเริ่มจากชุดตรวจที่ทดสอบไดทั้งแอนติเจนและ/หรือแอนติบอดีใน
เวลาเดียวกนั (HIV Ag/Ab) เปน ชุดแรก และไดผลเหมือนเดมิ หลงั จากทดสอบซ้ําแลว ใหติดตามผูมารับบรกิ าร
มาเจาะเลือดตรวจซํ้าในเวลา 2 สัปดาห ถาไดผลขัดแยงเหมือนเดิม พิจารณาตอบเปนผลลบได (เกณฑของ
CRL 2011 และเกณฑ WHO 2015) อยา งไรกต็ ามจากแนวทางการตรวจรักษาและปองกันการตดิ เช้ือเอชไอวี
ประเทศไทย แนะนาํ ใหต ดิ ตามจนครบระยะเวลา 1 เดอื น
ขอแนะนําและขอควรระวงั ในการตรวจการติดเช้ือเอชไอวี
1. ในกรณีหญิงต้ังครรภคลอดฉกุ เฉินและไมมีผลตรวจเอชไอวีมากอน อาจพิจารณานําผลตรวจโดย
ชุดทดสอบแรกรายงานเบ้ืองตน ใหแ พทยท ราบเพ่ือดําเนนิ การดูแลหญงิ ต้ังครรภ และในกรณีท่ผี ลการทดสอบ
มีปฏิกิริยาใหพจิ ารณารับยาตา นไวรัสเพื่อการปองกันทารกติดเชื้อจากมารดาในขณะคลอด (รายละเอียดดัง
บทที่ 5) ในขณะเดียวกันตองสง ตัวอยา งเลือดของหญิงต้ังครรภนั้นๆ เพ่ือทดสอบการตดิ เชื้อตามแนวทางการ
วินิจฉยั การติดเชอื้ เอชไอวที างหองปฏบิ ตั ิการทางการแพทยสาํ หรับผใู หญตอไป
2. ในกรณีพบผลการตรวจท่ีตรวจดว ยเคร่อื งใหสัญญาณตํ่าๆ ใหทาํ การทดสอบซ้าํ ดว ยนาํ้ ยาทดสอบ
แรกกอนเพ่ือตัดปญหาผลผิดพลาดภายในหองปฏิบัติการ หรือคุณภาพตัวอยางตรวจท่ีไมเหมาะสม เชนมี
fibrin แนะนําใหปนตวั อยา งอกี คร้งั ดวยความเร็วสูงกอ นทาํ การทดสอบซํ้า หากยังไดผลบวกเชนเดิมใหทําการ
ทดสอบดวยน้าํ ยาตางบรษิ ทั ทีม่ ีความจาํ เพาะมากกวา หรือแนะนําใหเจาะเลอื ดซํา้
3. ในกรณที ่ตี อ งการตรวจสารพนั ธุกรรมของเชอ้ื เอชไอวีในเลือดเพอื่ การวินจิ ฉัยหรอื ยีนยนั การวินิจฉยั
สามารถตรวจเม็ดเลือดขาวเพื่อหา proviral DNA (EDTA blood) ดวยวิธี PCR และหา HIV-1 RNA จาก
พลาสมา ซึ่งการตรวจ HIV-1 RNA ในพลาสมาน้ันใชเพ่ือการวินิจฉัยการติดเช้ือ ควรเลือกใชชนิดท่ีเปนการ
ตรวจ HIV-1 RNA เชงิ คณุ ภาพ (Qualitative HIV-1 RNA ) ท่รี ายงานเปน ผลบวกหรอื ผลลบ ไมค วรใชช ุดตรวจ
ที่ใชสําหรับตรวจหาปริมาณไวรัส (Quantitative HIV-1 RNA) ท่ีรายงานผลเปนจํานวนไวรัส (copies/ml)
เน่ืองจากผูผลติ ไดระบุไวในเอกสารกํากับชดุ ตรวจวาใชในผูท่ีทราบผลวาติดเช้อื มาแลวเทาน้นั นอกจากน้ีชุด
ตรวจเหลานีม้ วี ัตถปุ ระสงคเ พอ่ื ตดิ ตามการดาํ เนินโรคและการรักษา จงึ ควรใชตามท่ีระบุไวในวัตถุประสงค
4. ปจจุบันยังไมมีชุดตรวจหา HIV-1 RNA เชิงคุณภาพในพลาสมา (Qualitative HIV-1 RNA)
สําหรับการวินิจฉัยที่ไดร ับการข้ึนทะเบียนอนุญาตใหจําหนายในประเทศไทย อยางไรก็ตามการผลิต นําเขา
และขายชดุ ตรวจที่เตรียมขึน้ เองจากหนว ยงานของภาครัฐ เพ่ือใชใ นหนวยงานตนเองในงานบริการผูปวย จะ
ไดร บั การยกเวน ตามกฎหมาย ไมต อ งขออนญุ าตจากสาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา แตต องปฏบิ ัติตาม
หลกั เกณฑ วธิ ีการ และเงื่อนไขทกี่ ฎหมายกาํ หนด
42
คาํ ตอบของผลการทดสอบทส่ี รุปไมไ ด (Inconclusive result)
แมวาจะมีลําดับขนั้ ตอนทดสอบการติดเชื้อเอชไอวเี พื่อใหผ ปู ฏิบตั งิ านมีแนวทางปฏบิ ัตทิ ชี่ ดั เจน ทําให
สามารถรายงานผลทไี่ ดอ ยางถูกตอ ง แมน ยํา และกําหนดแผนท่จี ะดําเนินการตอไป อยา งไรกต็ ามในทางปฏบิ ัติ
อาจพบการแปลผลที่สรุปผลไมได (inconclusive) อาจเน่ืองจากปจจัยหลายอยางตั้งแตธรรมชาติและ
ระยะเวลาของการติดเช้ือเอง เนื่องจากระยะแรกของการติดเช้ืออาจพบแอนติบอดีในระดับต่ําๆ ตองอาศัย
การตรวจหา HIV Ag หรือ HIV genome นอกจากนี้ อาจมีสาเหตุมาจากสารรบกวนตางๆ ท่ีพบในตัวอยาง
ตรวจ การพบปฏิกิริยาขามกลุม (cross reaction) กับแอนติเจนท่ีใชเตรียมน้ํายาทดสอบ รวมท้ังคุณภาพ
ตวั อยา งและการปนเปอนในตวั อยางทดสอบ
ปจจุบนั การใชเทคนคิ NAT เพือ่ หาสารพันธกุ รรมของเช้ือเอชไอวีเปน วิธีท่ดี ีทีส่ ดุ ในการตัดสนิ ผลทสี่ รุป
การตดิ เช้ือเอชไอวีไมไดหรอื ผลก้ํากึ่งของวธิ ีตรวจทางภูมคิ ุมกันวิทยา หรอื ใชว ิธตี ดิ ตามเจาะเลือดตรวจซํ้าเปน
ระยะๆจนครบกาํ หนด การยืนยันผลในกลมุ ท่ีผลกาํ้ กึ่งไมช ดั เจนดว ยวธิ ี Western blot ในผูต ิดเชือ้ เอชไอวอี าจ
พบเปน ผลไมชดั เจน (indeterminate) เชน เดียวกันก็ได เนื่องจากตอ งรอระยะเวลาการสรา งแอนติบอดที ่ีทํา
ปฏิกริ ยิ าจนไดค รบแถบโปรตีนท่ีกาํ หนด
ขอควรทราบในการแปลผลและการรายงานผลการทดสอบการติดเชื้อเอชไอวี (Test interpretation
and reporting)
ขอควรทราบในการแปลผลและรายงานผลการทดสอบหาการตดิ เชื้อเอชไอวี คือ
1. การแปลผลและรายงานผลการทดสอบ anti-HIV ตอ งเปนไปตามทรี่ ะบุไวในคูมือเอกสารกํากับชุด
นํ้ายาทดสอบ โดยรายงานผลเปน Negative, Nonreactive, Reactive
2. ในการทดสอบ anti-HIV หองปฏบิ ัติการควรหลกี เล่ยี งการใชคําวา Positive กบั ผลทเ่ี ปนการตรวจ
เบื้องตน เพียงอยางเดียว โดยยังไมไ ดท ําการทดสอบเสริมเพอ่ื ยนื ยนั เพ่ิมเติม
3. การรายงานผล Reactive ใชเฉพาะกับการตรวจพบปฏิกิริยาของวิธีตรวจทางภูมิคุมกันวิทยาท่ี
ตรวจเพียงชุดตรวจเดยี ว
4. การรายงานผล anti-HIV Positive ใชเ ม่อื เปนการสรุปผลการทดสอบที่ผา นขั้นตอนการตรวจตาม
Algorithm ท่ีไดผล reactive ตรงกัน 3 tests
5. การรายงานผล HIV p24 antigen Positive ตองผานการทดสอบดวย neutralization HIV
antigen แลว
6. ผลที่รายงานวา Negative หรือ Nonreactive เปนการระบวุ าดวยชุดนาํ้ ยาตรวจทใ่ี ชไ มพ บสิ่งทไ่ี ด
วิเคราะห เชน HIV-1 p24 Ag, HIV-1 และ/หรือ HIV-2 antibodies, HIV genome
แนวทางการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวที างหอ งปฏบิ ัติการในเด็กท่ีอายุตํ่ากวา 24 เดือน (แผนภูมิท่ี
6.3)
การวนิ จิ ฉยั การติดเชื้อเอชไอวีทางหองปฏบิ ัตกิ ารในทารกท่ีคลอดจากมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี anti-
HIV ชนิด IgG จากแมส ามารถผานรกและคงอยูในตัวลกู ไดนานถงึ 18-24 เดือน ดงั นั้น anti-HIV ในเดก็ ท่ีอายุ
ตํ่ากวา 24 เดือนจึงไมสามารถใชบ งช้ีภาวะการติดเชอื้ ได การวินิจฉัยการติดเชอื้ เอชไอวีสําหรบั เด็กในชว งแรก
คลอดถึง 12 เดือน แนะนําใหใชก ารตรวจหาสารพนั ธุกรรมของไวรสั (HIV RNA หรือ proviral DNA) แทน แต
สามารถตรวจหา anti-HIV ไดต ั้งแตอ ายุ 12 เดือนขึน้ ไป
43
การตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัส (HIV RNA หรือ proviral DNA) ใชตรวจในทารกอายุได
ตั้งแตชว ง 0-7 วัน จนถงึ 12 เดอื น การแปลผลในกรณตี า งๆ คอื
1. หากตรวจสารพันธุกรรมเชื้อไดผลบวกต้ังแตค รัง้ แรกในเด็กท่ีอายุนอยกวา 7 วัน ตอ งเจาะเลือด
ตรวจซ้ําทันทีคร้ังท่ี 2 ถาไดผลบวก (Positive) ตรงกัน แพทยจะพิจารณาใหการรกั ษา หากไดผลครง้ั ที่สอง
เปนลบ (Negative) ซง่ึ ไมสอดคลองกบั ครง้ั แรกใหตรวจซ้าํ เมือ่ เด็กอายุ 1 เดอื น
2. หากตรวจสารพันธุกรรมเชื้อไดเปนผลลบ (Negative) ในคร้ังแรกที่เด็กอายุนอยกวา 7 วนั ให
เจาะเลือดสงตรวจซํา้ ท่ีเด็กอายุ 1, 2 และ 4 เดอื น และในกรณีทีพ่ บผลบวกแลวตองตรวจซา้ํ ทนั ทีดวยวิธีเดิม
ในกรณีทผ่ี ลการตรวจ 2 คร้ังขัดแยงกนั (Positive และ Negative) รายงานผลเปน “สรุปผลไมไ ด” อาจแจง ให
ผเู ช่ียวชาญหรอื แพทยทราบเพ่อื พิจารณาใหการรกั ษา อยา งไรกต็ ามควรตรวจหาแอนติบอดีจาํ เพาะจนถงึ อายุ
18 และ 24 เดอื น
3. หากตรวจสารพันธุกรรมเชอ้ื ไดผลลบในเด็กอายุ 1, 2 และ 4 เดอื น เด็กนาจะ “ไมตดิ เช้ือเอชไอ
ว”ี แตค วรตรวจหาแอนตบิ อดซี ํา้ เม่อื เดก็ อายุ 24 เดอื น
การตรวจ anti-HIV ในเด็กอายุ 12 - 24 เดือน
1. กรณีที่เด็กไมเ คยมปี ระวตั ิการตรวจวินิจฉัยการตดิ เช้ือเอชไอวีมากอ น และมีอายุระหวาง 12-24
เดอื น แนะนาํ ใหตรวจหา anti-HIV ดว ยชดุ ตรวจแอนติบอดี
ก. ถา ผลการตรวจ anti-HIV ไมมปี ฏกิ ริ ยิ า (Non-reactive) ทอี่ ายุ 18 เดอื น ใหร ายงานผลเปนลบ
ข. ถาผลการตรวจ anti-HIV มีปฏิกิริยา (Reactive) แนะนําใหตรวจ anti-HIV ซ้ําเมื่ออายุ 18
เดอื นข้ึนไป เน่ืองจากเดก็ ประมาณรอยละ 5-10 ทีไ่ มติดเชื้ออาจพบ anti-HIV จากแมห ลงเหลอื อยู จึงพบเปน
ผลบวกลวงได ดังน้นั การตรวจพบผลบวกของ anti-HIV ในเด็กอายุ 12-18 เดือนและเด็กไมมีอาการผิดปกติ
ใดๆควรตรวจซา้ํ เมอ่ื อายุ 24 เดอื น
2. กรณีใชชุดตรวจที่ตรวจหาแอนตเิ จนและ/หรอื แอนติบอดตี อ เชื้อเอชไอวี (HIV Ag/Ab) ซึ่งมคี วาม
ไวกวา ชุดตรวจทีต่ รวจหาแอนติบอดีอยา งเดียวในเด็กที่ไมตดิ เชอ้ื ที่อายุ 18 เดือนอาจพบปฏิกริ ิยาหรือผลบวก
ลวงได ดังน้ัน กรณีท่ีผลการตรวจ PCR ใหผลลบแลวและเด็กไมมีอาการแสดงของการติดเช้ือเอชไอวี แตผล
การตรวจ HIV Ag/Ab เปนบวกเมือ่ 18 เดือน แนะนาํ ใหตรวจซํา้ โดยใชช ุดทดสอบที่ตรวจเฉพาะแอนตบิ อดตี อ
เอชไอวี หรือนดั ตรวจซํา้ เมอ่ื อายุ 24 เดอื น
นอกจากผลการตรวจจากหองปฏิบัติการแลว สําหรับเด็กท่ีคลอดจากมารดาติดเช้ือเอชไอวี กุมาร
แพทยจะนําผลการตรวจทางหอ งปฏิบัติการไปประกอบกับอาการของเด็ก ประวัติการไดรับยาตานไวรัสของ
มารดาระหวางต้งั ครรภ ขณะคลอด และหลงั คลอดของเดก็ ดว ย จึงจะสรุปภาวะการติดเชอ้ื เอชไอวกี อนจะสรปุ
ไดวา เด็กติดเชือ้ หรือไมรวมทงั้ พจิ ารณาการใหย าตา นไวรสั แกเด็กได
แผนภมู ิท่ี 6.3 แนวทางการทดสอบเพอื่ วนิ จิ ฉยั การตดิ เชื้อเอชไอวใี นเดก็ อายนุ อยก
กระทรวงสาธารณสุข
44
กวา 24 เดือน ซงึ่ ปรับใหใชกับทางหอ งปฏิบัตกิ ารโดยอา งอิงจากกรมควบคมุ โรค
45
หมายเหตุ
หองปฏบิ ัตกิ ารรายงานการทดสอบตามผลทไี่ ด แตใ นการแปลผลวาติดเชื้อหรือไมต อ งอาศยั ปจจัยหลาย
อยางประกอบเชนอาการทางคลินิก การไดรับยา การกินนมแม จึงบอกไดวามีการติดเช้ือเอชไอวีหรือไมมี
การตดิ เชอื้ ในทารกที่เกิดจากมารดาตดิ เชื้อเอชไอวี
(1) ในกรณไี มท ราบประวัติการติดเช้ือเอชไอวีของแม สามารถใชวธิ ีการตรวจหาแอนตบิ อดีตอเชื้อเอชไอวีเพ่ือ
ชวยในการวินิจฉัย หากผลการตรวจใหผลไมมีปฏิกิริยา แสดงวาเด็กไมติดเช้ือ แตหากผลการตรวจมี
ปฏกิ ิรยิ าและเดก็ มีอายุตา่ํ กวา 24 เดอื น ใหท ําการตรวจหาเช้ือไวรัสโดยตรงดวยวิธี DNA PCR ตอไป
(2) วิธกี ารตรวจหาเช้อื ไวรัสโดยตรงโดยวิธี NAT (nucleic acid amplification testing) เชงิ คณุ ภาพมีดว ยกนั
หลายวิธี ผูใชควรศึกษาวิธีการแปลผลใหเ ขา ใจกอ นนําไปใชในการวินจิ ฉัย
(3) ผลการตรวจ DNA PCR ในทารกอายุ 0-7 วัน ไมนาํ “ผลลบ” มาใชน บั จาํ นวนครั้งเม่ือทาํ การตรวจเมื่อเดก็
อายุ 4 สปั ดาหข ึ้นไป
(4) เด็กทุกรายทร่ี ายงานติดเช้ือเอชไอวีจากการตรวจ DNA PCR ใหตรวจแอนติบอดีตอ เชื้อเอชไอวีซํ้าอีกคร้ัง
เมอ่ื เด็กมีอายุ 24 เดอื นข้นึ ไป
(5) หากเปนเดก็ อายุ 24 เดอื นขึ้นไป ใหใ ชแนวทางการตรวจในผูใหญ
(6) เด็กอายุ 12-24 เดือนท่ีผลการตรวจ anti-HIV เปนบวก หากสงสยั วามกี ารตดิ เชอื้ เอชไอวีใหส งตรวจ HIV
DNA PCR เพ่ือยืนยันการวินิจฉัย
46
บทที่ 7
การประกันคณุ ภาพการตรวจการตดิ เชอ้ื เอชไอวี
การประกันคุณภาพการทดสอบอาจมองไดทง้ั ในภาพแคบและกวา ง ท้ังนี้ข้นึ กบั การนําไปประยุกตใ ช
ซ่ึงกําหนดขอบเขตหรือเปาหมายของตนเองมากนอยเพียงไร จะเห็นไดวาเอกสารวิชาการบางเลมกลาวถึง
การประกันคุณภาพไวเฉพาะเรื่อง การควบคุมคุณภาพการทดสอบ (quality control) และการประเมิน
คุณภาพหองปฏิบัติการโดยหนวยงานภายนอก (external quality assessment, EQA) เทานั้น แตถา
พิจารณาขอบเขตตาม ISO 15189: 2012 จะกลาวถึงการเปรียบเทียบระหวางหองปฏิบัติการ (interlab
comparison program) ซ่ึงรวมถึงวิธีการอ่ืนนอกเหนือจาก EQA ดวย ในคูมือปฏิบัติงานเลมน้ีจะเขียนถึง
การประกันคณุ ภาพการทดสอบโดยรวมปจจัยทเ่ี กีย่ วขอ งทางเทคนิคหลกั อนื่ ๆ ไวดวย
1. การฝกอบรมเจา หนาท่ผี ปู ฏบิ ตั งิ าน
เทคนคิ ดา นการตรวจวินจิ ฉัยทางการแพทยม ีความกาวหนาอยางรวดเร็วมากกวาวชิ าการหลายสาขา
ดงั นั้นหองปฏบิ ัตกิ ารควรมนี โยบายใหเจา หนา ท่ีไดรบั ความรคู วามเขา ใจอยางสมาํ่ เสมอ กอนการทดสอบและ
ระหวางการปฏิบตั งิ าน ทบทวนใหม ีความมน่ั ใจเปนระยะ วิธีการใหค วามรูแกผ ูปฏบิ ัตงิ านนนั้ ทําไดหลายอยาง
ไดแ ก
1) การถายทอดความรูภายในหองปฏิบัติการเองโดยผูท ่ีมคี วามรูและประสบการณสงู กวา ในเทคนิคดา น
น้ันๆ
2) การไดรบั ความรูใหมๆ จากภายนอกเพ่ือมน่ั ใจวาวิธีการตา งๆ ที่ใชอยูยังเปน ท่ียอมรับโดยทั่วไปหรือ
ควรมีการปรบั เปล่ียน เชนเกี่ยวกับเทคนิคใหม หรือแนวทางปฏบิ ตั งิ านทอ่ี อกทดแทนของเดมิ เปนตน
3) การทดสอบความรูความสามารถ (competency evaluation) ตามคุณสมบัติของบุคคลท่ีกําหนด
(job qualification) และขอบขายงานท่ีรับผดิ ชอบ (job description)
การฝก อบรมนีน้ อกเหนือจากเนอื้ หาดานเทคนิคแลว ความเขา ใจเก่ียวกบั ระบบการทาํ งานและระบบ
คุณภาพโดยรวมของหนวยงานซ่งึ รวมถงึ ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานกม็ ีความสําคัญย่ิงเชนกัน
2. ขอ ควรระวงั ดา นความปลอดภยั
ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับตรวจการติดเชื้อเอชไอวีนั้น โดยท่ัวไปไมแตกตางกับการ
ตรวจวิเคราะหท ่เี ก่ียวขอ งกับสิ่งสงตรวจอ่นื ๆ จงึ ควรปฏบิ ัติงานอยาง universal precaution โดยถอื วา ตองให
ความระมัดระวังสูงสุดวามีโอกาสจะแพรกระจายเชื้อหากปฏิบัติไมถูกตอง มาตรการความปลอดภัยน้ันตอง
พิจารณาท้ังความปลอดภัยของบุคคลที่ตองไดรับการปองกันอยางเหมาะสมและความปลอดภัยตอชุมชน
สว นรวมตลอดจนสิ่งแวดลอ ม
3. การคัดเลอื กวธิ ที ดสอบ
การคัดเลือกชดุ ทดสอบ เนื่องจากวิธีทดสอบทใี่ ชใ นการตรวจวนิ จิ ฉัยทางหอ งปฏิบัติการในปจจบุ นั เปน
ชุดนํ้ายาสําเร็จรูปเกือบทั้งส้ิน ชุดตรวจมีหลายรูปแบบท่ีตางท้ังหลักการและวิธีการ หองปฏิบัติการจึงตอง
คัดเลอื กใหเหมาะสมกับลักษณะงาน รูปแบบการบริการและปริมาณงานของหองปฏิบตั กิ ารแตล ะแหง ซ่ึงการ
คัดเลือกที่เหมาะสมควรตองกําหนดความตองการไวกอนลวงหนา เพื่อใชประกอบการคัดเลือกอยางมี
47
หลกั เกณฑ ถา จาํ เปนอาจมีการปรับใหเปนไปตามสถานการณของแตละหองปฏบิ ัตกิ าร ตวั อยา งประเด็นทใ่ี ช
ประกอบการพิจารณาคดั เลือกชุดตรวจแสดงไวใ นตารางท่ี 7.1
ตารางท่ี 7.1 แนวทางการพจิ ารณาและคัดเลอื กชุดตรวจสําเร็จรูป
ส่ิงท่ตี อ งพิจารณาคัดเลอื ก เกณฑการพจิ ารณา
คุณสมบัติทางเทคนิค (Performance characteristic)
ความไวทางคลินิก กําหนดเกณฑข ัน้ ตํา่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข หรือสูง
กวาตามความเหมาะสมของงาน
ความจาํ เพาะทางคลินกิ กําหนดเกณฑข น้ั ตํ่าตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข หรือสูง
กวาตามความเหมาะสมของงาน
ความไวตอ การติดเช้อื ระยะแรก
(Seroconversion sensitivity) มีความจําเปนสําหรับการทดสอบในทางธนาคารเลือดและการ
ปลูกถา ยอวยั วะ
ความคลาดเคล่ือนในการอานผลตางบุคคล กาํ หนดเกณฑขั้นตํา่ 5%
เมื่อการทดสอบน้นั ไมไดใชเ ครอ่ื งวัด
(Inter-reader variability, if subjectively read
format)
อา นผลไมได (Invalid rate) กาํ หนดเกณฑข ้ันต่ํา 1%
คณุ สมบัติท่มี ีผลกระทบในการปฏิบตั งิ าน (Operation characteristic)
รปู แบบของการทดสอบ (test format)
ชนดิ ของส่ิงสงตรวจท่ีใชท ดสอบ ซีรมั /พลาสมา/เลอื ดเจาะจากเสน เลือดดําหรือเจาะปลายน้วิ /นํ้า
(specimen type) จากชอ งปาก
ชนดิ ของการทดสอบ (detection type) ตรวจหา anti HIV-1 และ anti HIV-2 แยกกันหรือตรวจหา
รวมกัน หรือเปนการตรวจ HIV antigen และ HIV antibody
โดยแยกกันหรือรว มกัน
ความสามารถในการตรวจจับกลุมของเชื้อ สามารถตรวจจับ HIV-1 group M, N และ/หรือO
(subtype detection)
เวลาท่ีใชในการทดสอบจนเสรจ็ สนิ้ กําหนดเกณฑข องเวลาท่ใี ชทดสอบจนออกผลการตรวจเพ่ือ
(Time to results) ซึง่ เกยี่ วของกบั พจิ ารณารว มกบั ความตอ งการในการใหบ รกิ ารผูป วยเฉพาะกลมุ
รูปแบบการบรกิ ารผปู วย เชน ผรู อรบั ผลพบแพทยหรอื รอรบั คําปรกึ ษา
ความคงตัวของผลการทดสอบ ความคงตัวของผลการทดสอบ ไมควรนอยกวา 30 นาที เพ่ือให
(endpoint stability) มเี วลาสําหรับท่ีทํางานหลายอยางและสามารถกลับมาดูผลซ้าํ ได
เม่อื สงสยั
ความยุงยากซับซอนในการใชงาน ปจจัยตา งๆที่มีผลกระทบ
(ease of use) • ความยาก-งายในการเก็บและเตรียมตัวอยาง การใชซีรัม/
พลาสมาจะเพิม่ ขัน้ ตอน
48
โครงสรา งพน้ื ฐาน เชน ไฟฟา ระบบไฟฟาสํารอง • การเตรียมตัวอยางกอนการทดสอบ เชน การเจือจางตัวอยาง
ดว ยบัฟเฟอร
อปุ กรณที่ตองใช แตไ มมใี หมากับชดุ ทดสอบ รวมถึง • จาํ นวนขั้นตอนในการทดสอบ
อปุ กรณทใี่ ชในการเจาะเลือดหรือใชห ยดตวั อยาง • ความยาก-งายในการอานแถบสเี สน หรอื จุด
ภาระงานทีร่ ะบบรองรบั ได • ความยาก-งายในการแปลผลทดสอบ
(specimen through-put) • มีการควบคุมคุณภาพภายในชุดทดสอบ (build-in control)
และรูปแบบการใชบรกิ าร ชวยมนั่ ใจความถูกตอ งของข้ันตอนการทดสอบ
ความสามารถของเจาหนาท่ซี ง่ึ รวมถึงการเจาะเลอื ด • ระยะเวลาคงตัวของผลการทดสอบหลงั เสรจ็ สนิ้ การทดสอบ
ดวย
สารควบคมุ (control material) เปนขอจํากัดดานโครงสรางพ้ืนฐานท่ีทําใหวิธีการทดสอบ
หลายชนดิ ไมส ามารถนํามาใชงานได
ระยะเวลาการเก็บรักษาชุดตรวจทยี่ ังคงคุณภาพเดมิ
ตองกําหนดความตองการใหชัดเจนโดยเฉพาะสถานท่ีท่ีไมใช
การมีเครือขายหอ งปฏบิ ตั ิการสง ตอ หองปฏิบัติการเต็มรปู แบบ
รูปแบบการใหบริการและปริมาณงานรายวันเปนขอมูลที่ใช
กําหนดเกณฑความสามารถของระบบท่ีจะรองรับภาระงาน
ตามความตอ งการ
กํา ห น ด เก ณ ฑ ให เห ม า ะ ส ม กั บ บุ ค ล าก ร ที่ มี อ ยูห รือ เพ่ิ ม ข อ
กาํ หนดใหมีการฝก อบรมบุคลากร
ตอ งกาํ หนดเกณฑหรือพิจารณาเรอ่ื งสารควบคุมดวยเพอ่ื มั่นใจ
วาสามารถดําเนินการควบคมุ การทดสอบได
ปริมาณงานนอย ชุดตรวจที่ใชตองกําหนดใหสามารถเก็บ
รั ก ษ าได โด ย ทั่ วไ ป เก ณ ฑ ข้ั น ต่ํ าข อ ง ผ ลิ ต ภั ณ ฑ เม่ื อ ส ง ถึ ง
หองปฏบิ ัติการตองเหลอื วนั หมดอายไุ มนอ ยกวา 6 เดือน
ตอ งกําหนดชื่อหองปฏิบัติการสงตอที่สะดวกเขาถึงไดและควร
ชัดเจนวาเลือกอยางไร เชน มีผูเชี่ยวชาญ มีวิธีการทดสอบที่
แตกตางหรือสูงกวา สามารถสงตอหรือเปนแหลงอางอิงได
และถา ไมต ดิ ขัดในเชิงระบบอาจมีมากกวา 1 แหง
4. การสอบทวน algorithm (validation)
การตรวจการติดเชื้อเอชไอวีนั้นตองมีลําดับการใชชุดตรวจตามกลวิธี (algorithm) เพื่อลดความ
ผดิ พลาดของผลการตรวจซึ่งมีผลกระทบตอ ชีวติ ผปู ว ยอยางรา ยแรง จงึ ยอมใหเกดิ ความผิดพลาดไมไ ด ดังน้ัน
วัตถุประสงคสําคัญของการมี algorithm คือลดความผิดพลาดใหนอยท่ีสุด โดยการเลือกวิธีทดสอบและชุด
ตรวจใหเหมาะสมกับวัตถปุ ระสงค การใชง านหรือการทดสอบ HIV algorithm มอี ยู 3 แบบตามวตั ถปุ ระสงค
ของการตรวจ คอื
1) เพ่ือความปลอดภยั ในการใหเลือด ตอ งการผลการตรวจทีม่ ีความไวสงู ยอมรบั ผลบวกปลอมได
บาง แตต องไมม ีผลลบปลอม
49
2) เพอ่ื งานเฝาระวงั ทางระบาดวิทยา คํานึงถึงความคงเสนคงวาของขอมลู เพ่อื สามารถเฝาติดตาม
ไดว า มาตรการตางๆ ท่ีใสเขาไปในระบบเพื่อลดการแพรร ะบาดมผี ลลัพธมากนอยเพยี งไร
3) เพ่ือการวินจิ ฉยั รายบคุ คล ผลการทดสอบตอ งไมมีผลบวกปลอม ถาไมแนใจผลท่ไี ด ควรแนะนํา
ใหเ จาะเลอื ดตรวจซ้ําในเวลาตอ มา หรอื ยนื ยนั ดวยวธิ ีอ่นื ๆ
เม่ือมีการคัดเลือกหรือเปล่ียนวิธีทดสอบใหม หองปฏิบัติการตองมีการทวนสอบความถูกตอง
(verification) ของชุดตรวจเพ่อื ม่ันใจวาเราสามารถทําการทดสอบหรือใชวิธที ดสอบนั้นไดมาตรฐานเดียวกัน
กับท่ีผูผลิตกําหนดไว ชุดทดสอบการตรวจของเอชไอวีท่ีจําหนายในทองตลาดน้ันเปนชุดตรวจประเภทการ
วินิจฉัยภายนอกรางกาย (for in vitro diagnostic use) ซง่ึ ไดผานการสอบทวน (validation) ประสิทธิภาพ
ของชุดทดสอบอยางนาเช่ือถือจากผูผลิต ดวยวิธีการที่ยุงยากซับซอน และยังไดผานการประเมินจาก
กรมวิทยาศาสตรการแพทย กอนท่ีจะไดรับการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อจําหนายไดใน
ประเทศไทย ตองใชชนิดและประเภทของตัวอยางที่หาไดยากตามจํานวนท่ีตองการในหองปฏิบัติการทาง
คลินิกทั่วไป การสอบทวนประสิทธิภาพตองถูกทดสอบมาเรียบรอยแลวโดยผูผลิตกอนออกจําหนายเปนชุด
ตรวจ (in vitro diagnostic use) การทวนสอบ (verification) ท่ีทําในระดับหองปฏิบัติการผูใชงาน มี
วัตถุประสงคเพ่ือยืนยันวาชุดทดสอบน้ีเหมาะสมกับงานของเรา หรือท่ีเรียกวา ‘fit for purpose of use’
ดังน้ันวิธีการจึงไมย ุงยากเกนิ ไปและเปน เหตเุ ปน ผล เหมาะสมกบั ความตอ งการและความจําเปน
การสอบทวน algorithm ที่ใชเพ่ือวินิจฉัยรายบุคคล เพ่ือยืนยันวา การเลือกชุดตรวจ 3 ชนิด มาใช
รว มกันในการตรวจวินิจฉัยรายบุคคลน้ันมีความเหมาะสม และไมมีผลบวกปลอมตามเกณฑท่ีกําหนด การ
เปลยี่ นชุดตรวจชนิดใดชนดิ หนึง่ หรือหลายชนดิ ทเี่ ลอื กใชก ็มีผลกระทบโดยตรงตอการเกิดผลบวกปลอม ดงั น้นั
จึงตองทําการสอบทวนใหม ตัวอยางที่ดีที่สุดในการทวนสอบคือตัวอยางผลบวกปลอมและตัวอยางผลบวก
ออนๆ นํามาทดสอบดวยวิธีทดสอบท้ัง 3 วิธี ตามแนวทางปฏิบัติท่ีใชอยูเพื่อพิสูจนวา 1) ไมกอใหเกิดการ
รายงานผลบวกปลอม; 2) มีผลสรุปไมไดไมเกินรอยละ 5; และ 3) ตัวอยางผลบวกออนก็ยังไดผลเปนบวก
หรือถา เปนตัวอยางผูติดเชอื้ รายใหมอาจไดผลเปน ผลก้ํากึ่งก็ไดด ังนั้นตวั อยางทีใ่ ชจงึ ตองมตี ัวอยางบวกปลอม
ตวั อยางผลลบ และตัวอยางผลบวกจริงที่เปนผลบวกออ นจาํ นวนตวั อยางทใ่ี ชในแตละกลุมยงิ่ มากยง่ิ ดี จะเห็น
วาตวั อยา งกลุม แรกและกลุมสดุ ทา ยจะเปนกลมุ ทีห่ าไดยาก
เหตุที่ตัวอยา งผลบวกปลอมสาํ คัญท่สี ุดในการสอบทวน algorithm นน้ั เนือ่ งจากจะเปนขอมลู ที่บงช้ี
วา จะไมมีการรายงานผลบวกปลอมออกไปจากหองปฏิบัติการ แตแสดงผลไดเปนลบหรือผลตัดสินไมไดซ่ึง
ตองการใหม กี ารติดตามตอเน่ืองดีกวา ตอบเปน ผลบวก สว นตวั อยา งผลบวกควรไดผลเปน บวกทัง้ หมด ในรายที่
เปนผลบวกออนสรุปไดเ ปน ผลกํา้ กง่ึ สาํ หรบั ตัวอยางผลลบอาจยอมรบั ใหเปนผลกา้ํ ก่งึ ไดไ มเ กนิ รอ ยละ 5 หรือ
ยิ่งนอ ยยง่ิ ดี
ในประเทศอ่ืนๆสว นใหญ การสอบทวน algorithm จะทําในระดับชาติโดยหอ งปฏบิ ัติการอา งอิงเปน ผู
กําหนดแนวทางใหทั้งประเทศ แตประเทศไทยนั้นหองปฏิบัติการแตละแหงสามารถเลือกชุดตรวจได
หลากหลาย ไมมีกฎเกณฑบังคับ จึงมีรูปแบบของ algorithm มากมาย ดังนั้นหองปฏิบัติการเองจึงตอง
พยายามท่จี ะสอบทวนและรวบรวมขอมลู ดวยตัวเอง และพยายามอยาเปล่ยี นวิธีทดสอบโดยไมจําเปน ซึง่ ทาํ ให
ตองไปทวนสอบกันใหม แมวาการสอบทวนในเบ้ืองตนอาจทําไดมีดีเทาท่ีควรดว ยขอจํากัดเกี่ยวกับชนิดและ
จํานวนตัวอยางท่ีเหมาะสม ดังน้ันเม่ือเร่ิมใชงาน algorithm ใหม หองปฏิบัติการจึงควรรวบรวมและ
ประมวลผลการใช algorithm เปนระยะ เมื่อมีขอมูลมากข้ึน วาพบอัตราผลสรุปไมไดมากนอยเพียงไร และ
เปน algorithm ท่เี หมาะสมหรอื ไม เพอ่ื สนบั สนนุ ขอมูลอนั จาํ กดั ในการสอบทวนเบื้องตน
50
5. ความสาํ คัญของบรรจุภณั ฑและเอกสารกํากบั ชุดตรวจ
สว นใหญผูปฏิบัติงานอาจไมทราบความสําคัญของบรรจุภัณฑโดยเฉพาะขอมูลตางๆ ที่อยูบนบรรจุ
ภัณฑและเอกสารกํากับชดุ ตรวจวามคี วามสําคญั ตอระบบคณุ ภาพของหองปฏบิ ัตกิ ารและผูปฏิบตั ิงานอยางยิ่ง
จาํ เปนตองทําความเขา ใจถึงขอ มลู ตา งๆ เหลานนั้ ใหช ัดเจน
5.1 บรรจุภณั ฑ เปนสวนสาํ คญั อนั ดับแรกในการควบคุมคณุ ภาพผลติ ภัณฑทางกฎหมาย ซ่ึงชดุ ตรวจ
เอชไอวเี ปนชุดตรวจที่ประเทศไทยมีการควบคุมในระดับเขม งวดทสี่ ดุ คอื การขึ้นทะเบียนผลติ ภณั ฑ และมีเลข
อย. (องคก ารอาหารและยา) เฉพาะของผลติ ภณั ฑกํากบั ดังนัน้ เม่ือจดทะเบียนแลว การเปลยี่ นแปลงใดๆท้งั ที่
ตวั ผลิตภณั ฑแ ละองคประกอบยอย กลองบรรจภุ ัณฑ และเอกสารกํากบั จะตอ งแจงสาํ นักงานคณะกรรมการ
อาหารและยากอ นการเปล่ียนแปลงใดๆ โดยไมสามารถเปลยี่ นแปลงโดยพลการได สิ่งที่ผูใชตอ งสังเกตขอมูล
บนบรรจภุ ัณฑหรือกลอง ไดแก ขอมูลระดบั พัฒนาการของชดุ ตรวจซ่ึงมี 3 ระดบั คือ ‘for diagnostic use’,
‘for investigational use only’ และ ‘for research use only’ ซ่ึงเฉพาะผลิตภัณฑที่อยูในระดับ ‘for
diagnostic use’ เทานน้ั ที่สามารถนาํ ใชในงานบรกิ ารผูปวยได สวนอกี สองระดับนั้นการพัฒนายงั อยูในระดับ
การวิจยั และศกึ ษาคุณภาพและประสิทธภิ าพผลิตภณั ฑของตวั ผลิตภัณฑเอง ใหไปใชใ นงานศึกษาวจิ ัยอน่ื ๆ
ขอมูลอื่นๆ บนกลองท่ีควรสังเกต คือ ช่ือผลิตภัณฑ ผูผลิตหรือเจาของผลิตภัณฑ เลขรหัสของ
ผลิตภัณฑ (product code) สัญลักษณและรหัสของการไดร ับรองจากหนว ยงานท่ีรับรองผลิตภัณฑเชน CE
mark หรือ อย. กํากบั ดวย รวมถึงขอมูลอุณหภูมิการเก็บรักษาซ่งึ รวมถึงการขนสงดว ย กลองบรรจุควรอยใู น
สภาพสมบูรณ ไมบุบสลายหรือเปยกยุย และกลองตองอยูในสภาพปดผนึกอยางดีตามสภาพเดิมที่ออกจาก
โรงงานผลิต เพื่อมั่นใจไดวา ผลิตภณั ฑถงึ มอื ผูใชใ นสภาพสมบรู ณท สี่ ดุ องคป ระกอบตา งๆท่อี ยภู ายในกลองเมื่อ
เปดออกตอ งอยูในสภาพดีไมแตกร่ัว ปายตางๆติดสนิทแนน ไมหลุดลอกหรือลบเลือน และมีครบตามท่ีระบใุ น
เอกสารกาํ กบั ซงึ่ บางชนดิ อาจบรรจแุ ยกกลอ งกันกจ็ ะมีรายละเอียดระบุไวเชน กัน
5.2 เอกสารกํากับชุดตรวจ เปนสิ่งท่ีผูใชตองใหความสําคัญ ศึกษารายละเอียดอยางรอบคอบ
โดยเฉพาะเมื่อเปล่ียนผลิตภณั ฑใหม เอกสารกํากบั ฯท่ีดีตองมีขอ มลู ใหแกผใู ชอ ยางเพียงพอ และเชน เดียวกับ
บรรจุภัณฑ เอกสารกํากับก็จะมีเลขรหัสของเอกสารกํากับและเอกสารน้ีก็ไมสามารถแกไข ดัดแปลงโดยผู
จาํ หนายได ตองทาํ โดยผผู ลิตและเปนรุนเดียวกับที่ไดรับอนญุ าตใหจาํ หนายหรือข้ึนทะเบียนเทานน้ั การแปล
เอกสารกํากบั ฯจากภาษาอืน่ มาเปนภาษาไทย ตอ งไมผ ิดเพ้ียนไปจากเน้อื หาของตน ฉบับเดิมไมว า จะโดยเจตนา
หรือไมก็ตาม เอกสารกํากับฯท่ีดีตองใหขอมูลที่จําเปนตอผูใชอยางครบถวน ไดแก หลักการของวิธีทดสอบ
องคประกอบตางๆ ชนดิ ของสิง่ สง ตรวจ วธิ กี ารใชโ ดยละเอียดรวมถึงการอานผลและการแปลผล และขอ จํากัด
การใชงาน นอกจากนี้ยังมีขอมลู อ่นื ๆ ท่ีตอ งใหค วามสําคญั เชน วตั ถุประสงคก ารใชง าน (intend use) ขอมูล
เก่ียวกับชนิดของแอนติเจนท่ีใชในการตรวจจับ anti-HIV ซ่ึงมีผลกระทบตอการเลือกใชชุดตรวจ และ
คุณสมบัติดานประสิทธิภาพการใชงาน (performance characteristic) เปนตน เอกสารกํากับฯท่ีดีและมี
ขอ มูลเพยี งพอ เปนสง่ิ ทสี่ ะทอ นคุณภาพของผูผลติ ไดระดบั หนึง่
6. การทวนสอบชดุ ตรวจแตละรุนการผลิต (Batch verification testing)
การเตรยี มผลติ ภณั ฑใดๆ โดยเฉพาะชดุ ตรวจตองยอมรบั วา มีความแปรปรวนเกดิ ขนึ้ ไดบ า งแตใ นระดบั
ท่ีไมกระทบตอผลการทดสอบ อยา งไรกด็ ีการทวนสอบ (verify) ชดุ ตรวจแตล ะรุนการผลติ (lot) หรอื แมแตรนุ
การผลิตเดียวกันแตไดรับมาคนละคร้ังกม็ ีความจําเปนตอคุณภาพการตรวจ เพ่ือมั่นใจวาความแปรปรวนน้ัน
ไมเ กินระดบั ทีจ่ ะมผี ลกระทบตอผลการทดสอบ ซ่งึ เปน หนาที่ของผใู ชท่ีตอ งตรวจสอบดวยตนเอง วตั ถุประสงค
51
ของการทวนสอบเพอ่ื ตรวจสอบความแปรปรวนของชุดทดสอบท่ีไดรบั วามคี วามแปรปรวนไปจากเดมิ หรอื จาก
คํากลาวอาง (claim) ของผูผลิต หลักการทวนสอบชุดตรวจใชหลักการของการเปรียบเทียบความไวเชิง
วิเคราะห (analytical sensitivity) แตการตรวจสอบยืนยันวาความแปรปรวนท่ีตรวจพบมีความสําคัญทาง
คลนิ ิกหรอื ไม ตอ งใชต ัวอยา งผตู ิดเชอื้ รายใหมท มี่ ีระดับแอนตบิ อดตี าํ่ ซง่ึ ทําไดยากในระดบั หองปฏบิ ตั กิ ารผูใช
• การเตรียมความพรอมเม่ือเริ่มตนการทวนสอบชุดตรวจแตละรุนการผลิตตองม่ันใจวา 1) ระบบ
ทดสอบทาํ งานสมบูรณแบบโดยพิจารณาคา จากตัวสอบเทียบและ QC chart ก็เพียงพอ ในกรณีของการตรวจ
ที่ตองใชเ ครื่อง; 2) ใชตวั อยางควบคุมคุณภาพท่ีใชอ ยูและเปนตัวอยา ง QC ทใ่ี ชก ับน้ํายารุน ท่ีกําลังใชอ ยู และ
การทวนสอบรนุ การผลิต; และ 3) ตองทํากอ นทช่ี ดุ ตรวจท่ีกาํ ลังใชง านจะหมด
• วธิ กี ารงา ยๆ โดยทดสอบตัวอยา ง QC แลว plot คาของชุดตรวจ 2 รุน บน chart เดยี วกัน แยกให
ชัดระหวางคาของรนุ ท่กี ําลังใชงานและรุนทท่ี วนสอบ
• การวิเคราะหพิจารณาผลการทวนสอบ ในครั้งแรกๆ ยังมองไมเห็นภาพท่ีชัดเจน นอกจากดูคา
mean, SD และ %CV ของรุนใหมแ ตกตา งกับรุน เดมิ มากนอยเพียงไร หลงั จากทําการรวบรวมขอมูลตอเน่อื ง
สะสมตัง้ แต 3 รุนขึน้ ไปจึงหาคา mean และ SD ท่ีคาํ นวณไดจากขอมูลสะสมจาก 3 รนุ การผลิตท่ีติดตอกัน
สว นคา %CV คํานวณจากรนุ ตอรุน ซึ่งควรไดคาท่ีแคบกวา %CV ตามคาํ กลาวอางของผูผลิต สวนคา mean
และ SD ของรนุ ใหมค วรอยใู นระดบั เดียวกนั กับ 3 รนุ การผลติ ทีผ่ า นมา
• ตวั อยางการทวนสอบทวนชุดตรวจแตละ Batch และตดิ ตามควบคมุ
จากรูปกราฟเปนการทวนสอบ batch โดยใชตัวอยางเดียวกันทั้งหมด เสนขวางตรงกลางเปนคา
mean, เสนบนเปนคา mean + 2SD และเสนลางเปนคา mean – 2SD ซึ่งไดมาจากการคํานวณคา 3
batch สวนเสนท่ีอยูในแนวต้ังแตละเสนเปนคา mean±2SD ของแตละ batch จะเห็นวา batch G แมจะมี
SD แคบแต mean ตาํ่ จาก batch อ่ืนมาก ในขณะท่ี batch C ก็ดจู ะมี SD กวางมากซ่ึงตองพจิ ารณาจากคา
%CV วาตกหรือไม ขอจาํ กดั ของการทวนสอบแบบนค้ี ือใชต วั อยา งเดยี วกัน เมอื่ เปล่ียน lot ตัวอยา งท่ีใชในการ
ประเมนิ ก็ตอ งเปล่ยี น chart ใหม ซง่ึ อาจทาํ ใหการติดตามตอ เนื่องทาํ ไดอยางจาํ กดั
สําหรบั การทวนสอบชุดตรวจรวดเรว็ ทอี่ านผลดวยตา ซ่ึงอา นผลความแรงของปฏกิ ิรยิ าเปน 1+ ถึง 4+
พบปญหาความแปรปรวนสงู และมีผลกระทบตอผลการทดสอบได วธิ กี ารก็ไมตางกันมากกับชุดตรวจท่อี านผล
52
ดวยเครือ่ ง แตตวั อยางประเมินตองใหม ีความแรงในระดับท่ีสังเกตความแปรปรวนไดดวยตา โดยเลือกใหเห็น
ปฏิกิรยิ าท่ีความแรงระหวา ง 2+ ถึง 3+ ความแปรปรวนท่ยี อมรบั ไดไมควรลดลงไปเกนิ 1 ระดบั ความแรง เชน
จาก 3+ และ 2+ เปน 2+ และ 1+ ตามลําดับ การเปรียบเทยี บความแปรปรวนควรมขี อมูลจาก 3 batch เปน
ขอมลู อา งอิงเชนกนั แตการกําหนดเกณฑค วามแปรปรวนอาจกําหนดจากความตองการใหอ ยทู ่ี ±1 เนอ่ื งจาก
การสงั เกตดวยตาน้ันมีความไวตาํ่
การทวนสอบชุดตรวจแตละ batch ใชการดูความเปล่ียนแปลงของความไวเชิงวิเคราะห ดังน้ัน
ตัวอยางประเมินจึงมีความสําคัญอยางยิ่งที่ตอ งเตรียมใหเหมาะสม ตัวอยางประเมินที่ความแรงของปฏิกริ ิยา
แรงหรือออนเกินไปจะไมชวยใหสามารถสังเกตความเปล่ียนแปลงของชุดตรวจไดเลย เราสามารถใชตัวอยาง
QC หรือแมแต kit control ในการทวนสอบน้ีได โดยนํามาเจือจางดวย diluents ของชุดตรวจหรือตัวอยาง
ผลลบใหม คี วามแรงทเ่ี หมาะสม
อยางไรก็ดี หากการทวนสอบพบนัยสําคัญก็ยังไมเพียงพอท่ีจะทจ่ี ะระบุวาชุดตรวจรุนการผลิตน้ันมี
ปญหา ตองตรวจสอบเพ่ิมเติมดว ยตัวอยา งตรวจทางคลนิ ิก การพบความผดิ พลาดตอตัวอยา งตรวจทางคลนิ กิ ท่ี
ไมมกี ารปรับแตงใดๆเทานัน้ จงึ จะมนี ยั สําคญั ทย่ี ืนยันความแปรปรวนของชดุ ตรวจในระดบั ทีม่ ีผลกระทบตอผล
การตรวจทางหองปฏิบัติการ ขอมูลเบื้องตนท่ีไดจากการเปรียบเทียบความไวเชิงวิเคราะหจะชวย
หอ งปฏบิ ัตกิ ารในดา นการควบคุมคณุ ภาพ และติดตามตอเนอ่ื งความแปรปรวนของชุดตรวจ
7. การควบคุมคณุ ภาพการทดสอบ (Quality control)
ระบบคุณภาพหองปฏิบัติการใหความสําคัญสูงสุดกับมาตรการ 2 อยาง ไดแก การควบคุมคุณภาพ
การทดสอบและการเปรียบเทียบผลวเิ คราะหร ะหวา งหอ งปฏิบัติการผปู ฏบิ ัตงิ านควรตระหนักถึงความสําคัญ
และทําความเขาใจกับหลักการ วิธีการทดสอบถูกตองเหมาะสม ซ่ึงในท่ีน้ีจะกลาวเฉพาะสวนการควบคุม
คุณภาพในชว งการวเิ คราะห (analytic phase) เทาน้นั
การควบคุมคุณภาพการทดสอบหมายถึงวิธีการทดสอบในตัวอยางเดียวกันที่ทราบผลโดยทดสอบ
พรอมๆ กับการทดสอบตัวอยางตรวจทุกครั้งทีท่ ําการทดสอบ และใชก ารวิธีการทางสถิติวเิ คราะหขอมูลเพ่ือ
ชวย ในการตรวจสอบควบคุมระบบทดสอบใหมีคงทสี่ ม่าํ เสมอ สามารถตรวจจับความแปรปรวนท่เี กดิ ข้ึนกับ
ระบบทดสอบเปรยี บเทยี บกับขอมูลในขณะทรี่ ะบบทาํ งานปกติ
วตั ถุประสงคของการควบคุมคุณภาพคือการตรวจจับความบกพรองที่เกิดขึ้นในระบบกอนท่ีผลการ
ทดสอบจะรายงานออกไป ขน้ั ตอนการประยุกตใชการควบคุมคณุ ภาพประกอบดวยข้นั ตอนตางๆ ไดแก การ
เลือกตัวอยางควบคุม กําหนดเกณฑควบคุม การตรวจสารควบคุมอยางสม่ําเสมอ นําผลวิเคราะหมาใชงาน
ควบคมุ ระบบ และการตรวจสอบวิเคราะหป ญหาที่อาจมแี ละการแกไ ขขอบกพรอ งท่ีพบ ซง่ึ จะไดก ลา วละเอยี ด
แตล ะขั้นตอน
7.1 การเลือกตัวอยางควบคุมที่เหมาะสมทั้งจํานวนระดับสารควบคุมและความแรงของสารควบคุม
ซ่ึงหลกั การสาํ คัญคือเลอื กทง้ั จาํ นวนและความแรงทม่ี นี ยั สาํ คญั ทางคลนิ กิ สาํ หรบั จํานวนสารควบคมุ นั้นถา เปน
ชุดตรวจเชิงคุณภาพ รายงานผลบวก/ลบ เลือกเพียง 1 ระดับที่ใกลกับคาตัดสิน หรือระดับที่มีความไวที่
สามารถสงั เกตความเปล่ียนแปลงในระบบไดไวพอ สาํ หรบั ชุดตรวจเชิงปรมิ าณควรใชอ ยา งนอยสองระดับและ
สามารถประยุกตใช Westgard rule หรือแมแตการเลือกเกณฑการควบคุมดวยหลักการอื่น ซึ่งตองการ
ตวั อยางควบคุมมากกวา 1 ระดบั เพือ่ เปนสญั ญาณเตือนไดถกู ตองและแมนยําข้นึ ตัวอยางเชน HIV viral load
test อาจเลอื กใชที่ 1000 cp/ml และ 106 cp/ml เปนตน
53
สําหรับการตรวจวินิจฉัยการติดเช้ือเอชไอวี ที่ใชชุดตรวจ 3 ชนิดใน algorithm โดยท่ัวไปมักจะใช
ตัวอยางสารควบคุม (QC sample) รวมกันไมได ท้ังนี้ตองตรวจสอบดูความเหมาะสม การเลือกตัวอยาง
ควบคุมไมถกู ตอ งเทากับเปนความลมเหลวในการประยกุ ตใชการควบคมุ คุณภาพตั้งแตตน คุณสมบัติที่สําคัญ
ของตัวควบคุมคือเน้ือสารตองเหมือนหรือใกลเคียงกับส่ิงสงตรวจมากที่สุด มีความเปนเน้ือเดียวกันและมี
ปริมาณมากพอท่จี ะใชไ ดน านเปนปโ ดยคุณสมบตั ิไมเปล่ียนแปลง ลักษณะของตัวอยางควบคมุ ท่ีเปนของเหลว
จะเหมาะสมในการใชงานมากทส่ี ดุ แตอ าจมปี ญ หาเรอื่ งการเกบ็ รกั ษา ตัวอยา งควบคุมท่อี ยูในสภาพผงแหง หรอื
แชแขง็ ทตี่ องการการจดั การกอนการทดสอบ จะทําใหเกิดความแปรปรวนในการเตรยี มตัวควบคุมซ่งึ ไมไดเกิด
กบั ตัวอยา งตรวจ ปจ จบุ ันตัวอยา งควบคุมทีผ่ ลิตเพ่ือการคาสวนใหญเปนสารเหลวพรอมใชง านรวมทง้ั มีความ
คงตัวสูงดวย แตอาจมีไมครบทุกรายการทดสอบตามความตองการหรือมีราคาแพงมาก เชน ตัวอยางควบคุม
ของเอชไอวแี อนตเิ จน และ/หรอื แอนตบิ อดี ในกรณีนัน้ อาจเตรยี มใชเองในหองปฏิบตั กิ ารก็ได ซึ่งทําไดไ มยาก
แตตองระมัดระวังเร่ือง ความปลอดภัย ความเปนเน้อื เดียวกัน (homogeneity) และความคงตัว (stability)
ของตวั อยา งควบคุมท่เี ตรยี มขึ้น
เนื่องจากสารควบคุมท่ีใชกับการตรวจเอชไอวีมีราคาสูง กรมวิทยาศาสตรการแพทยกระทรวง
สาธารณสุข ไดจ ัดทาํ เตรยี มสารควบคมุ สําหรับการตรวจแอนติเอชไอวีที่เหมาะสมกับชุดตรวจหลาย ชนิดทีใ่ ช
กันแพรหลายในประเทศไทยเพื่อสง เสรมิ ใหมกี ารทาํ การควบคมุ คุณภาพการทดสอบโดยไมมีอุปสรรค เร่อื งสาร
ควบคมุ และมีราคาถูก รายละเอยี ดเพ่มิ เติมศกึ ษาจากเว็บไซดตามลิงค
http://ttp.dmsc.moph.go.th/ttp/th/main_th.php?option=product_quality_control_th
7.2 การกาํ หนดเกณฑควบคุม เปนที่ทราบโดยทั่วไปวาเกณฑควบคุมสาํ หรบั การควบคุมคุณภาพท่ีใช
แพรหลายคือ mean, mean±2SD และ mean±3SD แตอาจไมทราบท่ีมาซ่ึงมีความสําคัญอยางยิ่งตอการ
ติดตามควบคมุ และสงั เกตความผดิ ปกติของกราฟ ระดับควบคุมท่ยี อมรบั ไดอยูในชว ง mean±2SD ซ่ึงไดมา
จากการยอมรับขอ มูลท่ีความเช่ือม่ันรอ ยละ 95 ซ่ึงใชกนั ทั่วไป นั่นหมายความวาในสภาพระบบทดสอบท่ีปกติ
ประมาณรอยละ 95 ของขอมูลจะตกอยูภายในชวงระดับควบคุม ในขณะที่อีกรอยละ 5 ของขอมูลจะ
ตกออกไปนอกระดับ mean±2SD แมวา ระบบจะไมมีความบกพรองใดๆ ก็ตาม เกณฑควบคุมอ่ืนๆ ท่ีจะชวย
ใหสามารถเขาใจรูปแบบของขอมูลชวยใหควบคุมและวิเคราะหปญหาไดงายข้ึน เชน Westgard rule ซ่ึง
ประยุกตใชเมื่อใชตัวอยางควบคุมต้ังแต 2 ระดับข้ึนไป เกณฑการควบคุมตองมีทั้งระดับเฝาระวัง (warning
limit) และระดับที่ตองมีการดําเนินการตรวจสอบและแกไข (action limit) เพ่ือใหระบบควบคุมมี
ประสิทธิภาพและไมออนไหวจนเกินไป ท้ังน้ีเกณฑการควบคุมและวิธีปฏิบัติเมื่อพบความผิดปกติตองถูก
กาํ หนดแนวทางไวล วงหนา
ประเด็นปญหาทีถ่ ูกหยิบยกเปนคําถามเสมอมาคือการใชคา อางอิงทีม่ ากับตัวอยางควบคุมเปนระดับ
ควบคมุ ถกู ตองหรือไม คําแนะนาํ คือใหใ ชค า อา งอิงทไ่ี ดใ นระยะแรกเมอ่ื เร่ิมต้งั ตนและใชต อเน่อื งจนรวบรวมคา
ไดเพียงพอท่จี ะคํานวณ mean และ SD ของตนเองแลวจึงคํานวณหาระดับควบคุมและคาสัมประสิทธความ
แปรปรวน (CV) ใหมและวาดเสนควบคมุ บน chart เดมิ แยกสรี ะหวา งระดับควบคมุ ของคาอา งอิงและระดบั ที่
หาไดเอง ท่ีตองทําอยางนี้ก็เพ่ือใหการควบคุมมีประสิทธิภาพสงู และสามารถเปรียบเทียบกับคาอางอิงไปได
พรอ มกัน โดยทั่วไประดับท่ีคํานวณโดยหองปฏิบัติการเองจะตองแคบกวาคาอางอิงจากตัวอยางควบคุม ซ่ึง
มักจะไดจ ากหลายหอ งปฏบิ ตั ิการ ชุดตรวจเอชไอวแี อนตเิ จนและ/หรอื แอนติบอดีที่เปนระบบปด ปจ จบุ ันไดรับ
การพฒั นามาเปนอยา งดี จะพบวา คา SD และ CV จะคอ นขางแคบ จงึ จําเปนทีต่ อ งใชระดับควบคมุ ท้งั จากสอง
แหลง เพอื่ การควบคุมท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ
54
ประเด็นสําคัญประการหนึ่งเก่ียวกับการกาํ หนดเกณฑการควบคุมคุณภาพน้ี เก่ียวกับอัตราการเกิด
false rejection ถึง 5% ดังกลาวแลว หากวิธที ดสอบน้ันๆมีความถูกตอ งและแมนยําสูงโดยเฉพาะที่เปน เชิง
คุณภาพ การใชงานอยา งตอเนือ่ งทําใหท ราบคา random error (SD) ของวธิ ีทดสอบ และถาสามารถทราบคา
bias (systemic error) ของวธิ ีทดสอบ และมีคา Total allowable error (TEa) จากเอกสารกํากับชุดตรวจ
หรือจากการเขา รว มโครงการประเมินคณุ ภาพระหวางหองปฏิบัติการ สามารพเลือกใช Sigma Matrix tool
ชวยเลือกกฎการควบคุมท่ีเหมาะสมกับการทดสอบทใ่ี ชง านอยู เพ่อื ลดปญ หา false rejection ไดม าก ซึ่งทั้ง
ลดปญ หาการออกผลไมไ ดและลดความสญู เสยี ทรพั ยากรและเวลา
สําหรบั วิธที ดสอบทอ่ี านผลดว ยตา เกณฑค วบคุมควรยอมรับเพียง ±0.5+ หรือเกอื บสังเกตไมไ ดดว ย
ตา การท่ีผลของตัวอยา งควบคุมไดผลความแรงตางจากเดิม ±1+ หรือสังเกตความตางดวยตา ควรใหความ
ใสใจสบื คน ความผิดปกติเนื่องจากความเปลย่ี นแปลงทสี่ ังเกตไดด วยตาถอื วามคี วามเปล่ียนแปลงทม่ี นี ยั สาํ คญั ที่
ควรใหค วามสนใจ
7.3 การทดสอบตวั อยางควบคุมตองทําอยางสมํ่าเสมอ การทดสอบท่ีใชเคร่ืองตองทดสอบตัวอยาง
ควบคุมทกุ คร้งั ท่ีทําการทดสอบ ถา ทาํ การทดสอบเปนรอบ (batch) ใหท ดสอบตัวอยางควบคมุ ไปพรอ มกันทุก
รอบ ถาการทดสอบเปน การสุมอยา งตอ เน่ือง (random) ซึง่ มกี ารใชงานตลอดเวลาท้งั กลางวนั กลางคนื ควรใส
ตัวอยางควบคุมครั้งแรกของวันและแนะนําใหใสซํ้าทุก 8 ชั่วโมง สวนความถ่ีของการใชตัวอยางควบคุมกับ
ชดุ ตรวจอยางงายหรือชุดตรวจไดผลรวดเร็วนั้น อาจไมจําเปนตองทําทุกคร้ังเนื่องจากระบบทดสอบมีความ
ซบั ซอนนอย ความแปรปรวนหลักอยูทผ่ี ูปฏบิ ตั งิ านและรุน การผลติ ของชดุ ตรวจ การควบคุมแนะนาํ ใหทาํ อยาง
นอ ยสัปดาหละครงั้ และเพมิ่ ความถีเ่ มอ่ื มกี ารเปล่ยี นผทู ดสอบหรอื เปล่ยี นกลองนํ้ายาใหม
7.4 การใชประโยชนของผลการควบคุมคุณภาพ ผลการทดสอบตัวอยางควบคุมตองถูกบันทึกบน
chart หรอื ลงขอ มูลในซอฟแวรเ พอ่ื งา ยตอการประเมนิ ผลขอมูลรายวนั และขอ มูลยอนหลังวันกอนๆ เมอื่ มัน่ ใจ
วาไมม ีความผิดปกติจึงรายงานผลตัวอยา งตรวจ การทวนสอบใชกฎเกณฑท กี่ ําหนดไวในการพิจารณา หากพบ
ขอสงสัยใหด ําเนนิ การตามเอกสารปฏิบัตงิ านและแนวปฏิบัตทิ ีก่ าํ หนดไว
การติดตามผลการควบคุมคณุ ภาพตอเน่ือง การพิจารณาผลการควบคุมคุณภาพตอ งดูท้ังรายวันและ
ดูรวมกับขอมูลยอนหลังไปซ่ึงจะเห็นรูปแบบขอมูลไดกวางข้ึน กลุมขอมูลจํานวนมากจะทําใหสามารถเห็น
แนวโนม ของปญ หาท่กี าํ ลงั จะเกิดขึน้ หรอื เกิดขน้ึ อยางคอยเปนคอยไป หรือเปน ความเปลย่ี นแปลงที่เกิดข้ึนโดย
ฉบั พลนั ซง่ึ การพจิ ารณาผลการควบคมุ คณุ ภาพมหี ลกั การงา ยๆ ท่ีตอ งพจิ ารณาคือเปน false rejection โดย
คา QC คาใดคาหนึ่งตกออกไปนอก 2SD โดยท่ีระบบปกติไมมีปญหาหรือเปนความผิดปกติเชิงระบบ
(systemic error) หรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นเปนคร้ังคราว (random error) ซึ่งลักษณะความผิดปกติ
เชิงระบบ 2 แบบท่ีพบไดเสมอคือ ลักษณะกลุมขอ มลู ท่ีมคี า mean หรือ SD สูงขึ้นหรือต่ําลงกวา เดิม หรอื พบ
คา CV เปลี่ยนแปลง ซ่ึงจะมีผลการกระทบตอความถูกตอง (accuracy) และความคงเสนคงวา
(reproducibility) ของผลการทดสอบตามลําดับ จะเปนแนวทางในการสืบคนปญหาและแกไขปองกัน ซึ่ง
ทักษะความชํานาญในการพิจารณาขอมูลขึ้นอยูกับกฎเกณฑหรือแนวทางที่กําหนดไว รวมถึงความใสใจกับ
ขอมูลที่เห็นอยา งสมํา่ เสมอจะชวยสะสมประสบการณในงานควบคุมคณุ ภาพหลกั การสาํ คัญของการพจิ ารณา
ขอมูล QC คือเขา ใจหลักเกณฑทางสถิตใิ หดี สงั เกตรูปแบบกราฟทผ่ี ิดปกตแิ ละจาํ แนกรูปแบบกราฟท่ีผิดปกติ
วาเปนความบกพรองในระบบที่มีผลกระทบตอ การผลการทดสอบของผปู วยหรอื ไม
7.5 การสืบคนสาเหตุ แกปญหาและการปอ งกนั การเกดิ ซา้ํ จากลกั ษณะขอ มลู ท่ีพบความผดิ ปกติของ
QC chart น้นั
55
• กอ นอืน่ ตองพจิ ารณาวา มีผลกระทบตอผลการตรวจของผปู ว ยหรอื ไม โดยดูจากสัดสวนของผลบวก
และผลลบมีความผิดปกติหรือไม คาผลลบสูงหรือตํ่ากวาปกติไปตามคา QC ดวยหรือไม ถาสงสัยวาอาจมี
ผลกระทบใหพิจารณาตรวจวิเคราะหสิ่งสงตรวจผูปวยซ้ําบางสวนหรือท้ังหมดแลวแตความรุนแรงของ
ผลกระทบ
• การสืบคน ปญหาจะพิจารณาตามลักษณะวาเปนเชิงระบบหรือไม และตัดสาเหตุทิ้งไปที่ละเรื่อง
ตามสาเหตุท่ีเก่ยี วขอ ง เริม่ จากเรอื่ งท่สี บื คน งา ยโดยใชข อ มลู จากบันทกึ และเจาะลึกเมื่อเขาใกลสาเหตแุ ทจรงิ
• บนั ทึกการสบื คน ปญหาอยางละเอียดทุกขั้นตอนไมว า จะพบสาเหตุรากเหงาหรอื ไม ไดแ ก รปู แบบ
กราฟ QC ท่ีพบรายละเอียดการสืบคนปญหา ปญหาที่พบ การแกไ ขและปอ งกันการเกดิ ซํ้า บนั ทึกท่ีดจี ะเปน
เครือ่ งมอื ทีม่ ปี ระโยชนส ําหรับการควบคุมตอ ๆ ไป
การควบคุมคุณภาพน้ันเน่ืองจากมีวัตถปุ ระสงคท ่ีตรวจจบั ความบกพรองในระบบที่อาจมีและใชส ถิติ
ความเชอ่ื ม่ันท่ี 95% รวมถึงการประยุกตใชกฎควบคุมตางๆเพ่ือใหระบบควบคุมมีความไวสงู จึงอาจพบวามี
ความออนไหวและไมใชปญหาจริงๆ ไดบอย อยางไรก็ดีผูทดสอบตองใหความสนใจพิจารณาขอมูลของ QC
อยางสมาํ่ เสมอ
8. การเปรียบเทยี บระหวา งหอ งปฏิบัติการ (Inter-laboratory comparison)
การเปรยี บเทียบระหวางหองปฏบิ ัติการเปน มาตรการประกันคณุ ภาพท่ีสาํ คัญมากอีกอยางหนึ่ง ไดแ ก
การประเมินขีดความสามารถของหองปฏิบัติการ (proficiency test, PT หรือท่ีรูจักในอีกชื่อวา external
quality assessment, EQA) ในประเทศไทยการควบคุมคุณภาพของการทดสอบเอชไอวีไดดําเนินการใน
ระดบั ชาตแิ ลว แตการทดสอบอีกหลายรายการยังไมม กี ารบรกิ ารจงึ ตองใชวธิ ีเปรียบเทยี บกบั หอ งปฏิบตั กิ ารอน่ื
เชน การรวมกลุม เพอ่ื ทําการแลกเปลย่ี นตัวอยาง แตอยา งไรก็ตามการทดสอบบางอยางมีเพียงแหง เดยี วจึงไม
สามารถเปรยี บเทียบกับใครได วิธีหนึง่ ที่จะตรวจสอบความชาํ นาญของผูทดสอบโดยใชตัวอยา งท่ีไมทราบผล
เขาในระบบทดสอบรว มดวย
จะเห็นไดวาการควบคุมคุณภาพเปนการควบคุมระบบของตนเองใหอยูในเกณฑมาตรฐานของวิธี
ทดสอบน้ัน ในขณะท่ีการเปรียบเทียบระหวางหองปฏิบัติการเปนการวัดวา ตนเองมีมาตรฐานเทียบเคียงกับ
ผอู น่ื ได ความแตกตางระหวางการควบคมุ คุณภาพและการเปรียบเทียบระหวางหองปฏิบัตกิ ารอยูที่ตัวอยางท่ี
ใช ตัวอยางควบคุมคณุ ภาพเปน ตัวอยางทราบคา ในขณะทต่ี ัวอยา งในการเปรยี บเทียบระหวางหอ งปฏบิ ัตกิ าร
เปน ตวั อยางไมทราบผล (unknown sample)
ประเทศไทยเปนหน่ึงในไมกี่ประเทศท่ีมีโครงการเปรียบเทียบระหวางหองปฏิบัติสําหรับรายการ
ทดสอบท่เี กยี่ วของกับการติดเชื้อเอชไอวีเกอื บทุกการทดสอบ ไดแก การตรวจทาง immunoassay: HIV Ab,
HIV Ag/Ab การตรวจดวยเทคนิคระดับโมเลกุล: HIV PCR, HIV viral load และHIV drug resistance
สําหรับการวินิจฉยั การติดเชื้อในทารกท่ีเกิดจากมารดาติดเชื้อเอชไอวี ที่ดําเนินการภายในประเทศ สามารถ
เปด โอกาสใหทกุ หองปฏบิ ัตกิ ารท่เี ก่ยี วขอ งสามารถเขา รว มโครงการได
หองปฏิบัติการในฐานะสมาชิกผูเขารว มโครงการมีหนาที่ตองปฏิบัติใหถูกตองเพื่อใหเกิดประโยชน
สงู สุด โดยคัดเลือกโครงการทมี่ ีคุณภาพ ดําเนินทดสอบตวั อยางอยางถกู ตอ งและตอบผลอยางรวดเร็ว และท่ี
สําคญั อยา งยงิ่ คอื นําผลวิเคราะหมาใชประโยชนใ นการปรบั ปรุงและพฒั นาคุณภาพหองปฏบิ ัติการ
เน่ืองจากการเปรียบเทียบผลระหวางหอ งปฏิบตั ิการคือส่ิงท่ีมกั ใชเปนเครือ่ งแสดงความสามารถของ
หอ งปฏบิ ัตกิ าร ดงั นนั้ จึงตอ งม่ันใจวาโครงการทีเ่ ขารวมเปนสมาชกิ ตองมีคุณภาพในการดําเนินโครงการสงู ดว ย
56
ซงึ่ สง่ิ ทสี่ มาชิกสามารถใชเปน เครอื่ งบงชี้คุณภาพของโครงการได ไดแ ก การสงตัวอยา งและการรายงานผลตรง
เวลา คณุ ภาพของตัวอยางเชน การบรรจแุ ละการขนสงไดม าตรฐาน ผลวเิ คราะหและรายงานผลการประเมนิ ผล
สมาชกิ ถกู ตองเหมาะสม ไมผ ดิ พลาดและรายงานมปี ระโยชนตอ สมาชิกทงั้ ภาพรวมและเฉพาะแหง รวมทั้งตอ ง
มกี ารส่ือสารกบั สมาชิกอยางมีประสทิ ธิภาพและตอ เน่ือง เชนใหขอมลู ท่ีชัดเจนเก่ียวกบั รอบระยะเวลาการสง
ตวั อยา ง EQA การรายงานผล รวมทง้ั การใหข อ มูลกลบั ท่ีเปน ประโยชนก บั สมาชกิ และการปกปดขอ มูลทีร่ ะบุ
ตัวตนของสมาชิก
การรับตัวอยางจากโครงการ หองปฏบิ ัติการควรมีปฏิทินบริหารงาน (management calendar) ท่ี
ระบุระยะเวลารอบการไดร ับตวั อยาง EQA เพ่ือจะไดต ิดตามหากไมไดรับตามกําหนด เมอ่ื ไดรับตัวอยางแลว
ตอ งทดสอบทนั ที หากมีความจําเปนไมสามารถทดสอบไดทันทีตองเก็บใหถ ูกตองตามคําแนะนําของผูดาํ เนิน
โครงการ และตองทําการทดสอบโดยผูปฏิบัติงานและตามกระบวนงานปกติในงานประจําเพ่ือใหผลการ
ประเมินสะทอนสภาพจริงของระบบ เมื่อทดสอบและทบทวนการบันทึกผลดีแลวใหตอบกลับผลไปยัง
โครงการโดยเรว็ ท่สี ดุ พรอ มเก็บสาํ เนารายงานไวเพอื่ การตรวจสอบภายหลัง
เม่ือไดรับรายงานตอบกลบั จากโครงการ หัวหนางานและผูทดสอบควรพิจารณาผลการประเมินโดย
ละเอียด ผูรว มงานควรมีสวนรว มและรับรู การพจิ ารณาผลไมค วรตรวจสอบผลประเมินของตนเองเพียงอยา ง
เดียว แตก ารพิจารณาขอ มูลท้ังหมดโดยรวมจะไดประโยชนและเรียนรูม ากยิ่งข้ึน เม่ือพบความผดิ ปกตติ องทํา
การสืบคน ปญหาเพื่อแกไขความบกพรอ งและปองกันการเกดิ ซา้ํ การสบื คน ปญหาจะทําไดละเอียดทุกขั้นตอน
และปจจยั ท่ีเกี่ยวของโดยใชเ อกสารท่ีเปนแนวทางการสืบคน พรอ มแบบบันทกึ การสบื คนทเี่ ตรยี มไวลว งหนา
อยางเหมาะสม หองปฏิบตั ิการควรมีบนั ทึกการสรุปผล PT/EQA แตละคร้ังเพ่ือประโยชนแกผูเก่ียวของและ
สะดวกตอการประชุมทบทวนการบริหารคุณภาพ
57
บทท่ี 8
ถาม-ตอบทพ่ี บเกยี่ วกบั การตดิ เชอ้ื เอชไอวี
1. สง่ิ สงตรวจทใี่ ชทดสอบเกีย่ วของกบั การติดเช้อื HIV มีอะไรบาง
การทดสอบ HIV นิยมใชส ิง่ สง ตรวจท่ีเปน เลอื ด ไดแก 1) สว นทเี่ ปน ซีรมั จากเลือดท่ไี มมีสารกันแข็งตัว
(clotted blood) หรือพลาสมาซึ่งนิยมใช EDTA เปนสารกันแข็งตัว (ไมแนะนําใหใช heparinized blood
เพราะอาจมีผลยับย้ังการทํางานของเอนไซมในปฏิกิริยา PCR); และ 2) สวนท่ีเปนเซลลเม็ดเลือดขาวชนิด
นวิ เคลียสเดี่ยว (peripheral blood mononuclear cell, PBMC) ซ่ึงเปนลิมโฟไซดและโมโนไซด โดยใชเลือด
จาก EDTA
สิ่งสง ตรวจมีความสัมพนั ธกบั การทดสอบดังนี้
1.1 ทดสอบ anti-HIV หรอื HIV p24 Ag ใชซ ีรัมหรือพลาสมาก็ได
1.2 ทดสอบ HIV RNA หรอื viral load ใชพ ลาสมาที่เกบ็ เลือดจาก EDTA
1.3 ทดสอบ HIV proviral DNA ในเซลลติดเช้ือ ใชสวนเม็ดเลือดขาวชนิดนิวเคลียสเด่ียว อยางไรก็
ตามในปจ จบุ ันอาจไมจําเปน ตองแยกเม็ดเลือดขาวออกจากเลือด เพราะสามารถทดสอบไดโดยตรงโดยทําให
เซลลแตกออกมาในสิ่งสง ตรวจดวยสารเคมกี อน จึงใหความสะดวกในการทดสอบ
1.4 ทดสอบเชอื้ ดอ้ื ยา ใชพ ลาสมา ควรใชเ ลอื ดที่เจาะครง้ั เดียวกันกับทส่ี ง viral load แตต อ งแยกเปน
คนละหลอด
สวนหยดเลือดแหงบนกระดาษกรอง (dried blood spot) นยิ มใชกบั ทารกและเด็กเลก็ เพอ่ื ทดสอบ
anti-HIV และ HIV genome นอกจากนอี้ าจใชนา้ํ คัดหล่ังจากสวนตางๆ ของรางกาย ไดแ ก นํ้าจากชองปาก
(oral fluid) และปสสาวะ (urine) สามารถใชทดสอบ anti-HIV ได ซึ่งเหมาะสําหรับการศึกษาทางระบาด
วิทยาหรอื การวินจิ ฉยั ในกรณพี ิเศษ ทั้งน้สี ิ่งสงตรวจท่ีไมใ ชเ ลือดและหยดเลอื ดแหงตองใชกบั ชุดตรวจทีไ่ ดผาน
การประเมินหรอื รับรองใหใ ชก บั ตวั อยา งดงั กลา ว
2. การนําสงตัวอยางเลือดไปยังหองปฏิบัติการเพื่อทดสอบหรือยืนยันการติดเชื้อเอชไอวี ควรปฏิบัติ
อยา งไร
ในปจจุบันแนวทางวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีมีนโยบายใหรายงานผลการทดสอบภายในวันเดียว
(Same Day Result) และเปนบริการประชาชนใหร วดเร็วขน้ึ เพื่อลดการสญู เสยี ผตู ิดเชอื้ ไปจากระบบติดตาม
ดวย ดังน้ันหองปฏิบตั ิการจึงควรบริหารจัดการทดสอบการตรวจคัดกรองใหมีการทดสอบเสรจ็ ไดในสถานท่ี
เดียว และใหไ ดผลในวันเดียว ขอแนะนาํ การนําสงเลือดเพื่อทดสอบทเี่ กี่ยวกับ HIV ในกรณจี ําเปนตองสง ตรวจ
ตอทอ่ี น่ื ใชตัวอยางตรวจดังตอ ไปน้ี
2.1 ตรวจดวยเทคนิคทาง immunology (anti-HIV, HIV Ag/Ab, HIV Ag) ใหใช clotted blood
นาํ สง ภายใน 24 ชั่วโมงท่ีอุณหภูมิหอ ง ถาแยกเปนซีรมั สามารถเกบ็ ไวทตี่ ูเย็น (2-8°C) ไดนาน 7 วัน หรือแช
แขง็ เพอ่ื เก็บเปน เวลานาน
2.2 ตรวจเทคนิคทาง molecular (HIV proviral DNA, viral load, HIV RNA) ควรใช sterile
EDTA blood นําสงภายใน 6 ช่ัวโมงท่ีอุณหภูมิหอง หรือปนแยกพลาสมาเก็บรักษาท่ีชองแชแข็ง (ในกรณี
dried blood spot สามารถนําสง ภายใน 1 สัปดาหท่อี ณุ หภมู ิหอ ง)
58
2.3 ตรวจ CD4+ T lymphocyte นําสง ภายใน 6 ชว่ั โมงท่อี ณุ หภมู ิหอ ง หามแชแ ขง็
3. การตรวจหาการตดิ เช้อื HIV ใน specimen จากศพ (autopsy) ทาํ ไดหรือไม
สงิ่ สงตรวจจากศพจะมสี ารบางอยางหล่ังออกมาในกระแสเลอื ดท่ีอาจมีผลรบกวนการทดสอบ ดังน้ัน
ในกรณที ีต่ อ งการวินจิ ฉัยการติดเช้อื จากตัวอยางที่ไดมาจากศพ ซ่ึงมักมวี ัตถปุ ระสงคเพอื่ บริจาคอวัยวะแกผ อู ่ืน
ตอ งเลือกใชชุดตรวจที่ระบุใหใชตัวอยางจากศพได มิฉะนั้นผลการทดสอบท่ีไดอาจไมถูกตอ งและไมมีความ
นา เชือ่ ถอื อยางไรกต็ ามปจจบุ ันไดม ีชดุ ตรวจ anti-HIV บางชนิดและชุดตรวจ NAT บางผลิตภัณฑ มขี อบงใช
วา สามารถใชก ับสงิ่ สงตรวจทมี่ าจากศพหรืออวัยวะของผตู ายได
4. แนวทางการปฏบิ ตั ิสาํ หรบั ทดสอบ HIV เพอื่ วินจิ ฉยั ทางหอ งปฏบิ ัตกิ ารในปจ จุบันเปนอยางไร
ในประเทศไทยแนวทางปฏิบัติเพื่อวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีในระดับชาติ ไดยึดแนวทางองคการ
อนามัยโลกฉบับใหมในป พ.ศ. 2555 โดยใชข ั้นตอนการทดสอบแบบ 3 วธิ ี (3 tests algorithm) โดยตั้งตน
ดวยชุดตรวจคัดกรองเปน HIV Ab หรอื HIV Ag/Ab ก็ไดด งั นี้
4.1 ถาไมพบปฏิกิริยา (non reactive) สามารถรายงานผลเปนลบ (negative) ไดทันทีโดยไมตอง
ตรวจยืนยนั ใดๆ
4.2 กรณีท่ีพบปฏิกิริยา (reactive) ดวยชุดตรวจแรกใหทดสอบตอดวยวิธีที่ 2 และ 3 ที่มีความ
หลากหลายของแอนตเิ จนซ่งึ อาจมีหลักการเหมือนกันหรอื ตา งหลกั การก็ได ตัวอยางทีพ่ บปฏกิ ิริยาสอดคลอง
ตรงกันทั้ง 3 วิธีสามารถรายงานเปนผลบวก (positive) ได โดยท่ีหองปฏิบัติการสามารถออกผลไดเลย ใน
กรณีเปนผตู ิดเชื้อรายใหมห รือตรวจเปนครัง้ แรก (newly diagnosed) สามารถแนะนําใหเจาะเลือดตรวจซ้ํา
เพ่ือยืนยันตวั บุคคล ในกรณที ่ไี ดเลอื ดสงซา้ํ ทางหองปฏิบัติการจะตรวจใหมซํา้ ดว ยชุดทดสอบเดมิ อยางนอ ยหนึ่ง
วิธี
4.3 กรณีที่ผลการทดสอบไมสอดคลองกันหลังจากทดสอบซํ้าแลว แนะนําใหตอบเปนสรุปผลไมได
(inconclusive) อาจตรวจหาเทคนิคระดับโมเลกุลชวยเพื่อสนบั สนุนยืนยัน หรือแนะนําใหเจาะเลือดติดตาม
ตรวจซํ้าหลัง 2-4 สัปดาหก็เพียงพอ ในกรณีผลบวกท่ีแทจริงทุกชุดตรวจกรองใหปฏิกิริยาในเลือดหลังการ
ติดตาม (ดูรายละเอียดเพิม่ เตมิ ในบทท่ี 6)
5. การทดสอบดว ยชดุ ตรวจคัดกรอง 3 วธิ ีสามารถยืนยนั การติดเช้ือไดจรงิ หรือไม
ผลการทดสอบท่ีมีปฏิกิริยาตรงกนั ท้งั 3 วธิ ีสามารถรายงานผลบวก (positive) ไดเ ลย เพราะมโี อกาส
นอยมากท่ีวิธีทดสอบซ่ึงมีแอนติเจนตางกันจะใหผลบวกปลอมตรงกันทั้งหมด ในกรณีที่ไดปฏิกิริยาหรือ
สญั ญาณไมแ รง (weak reactive) ควรมกี ารตรวจสอบระบบคุณภาพทางหอ งปฏิบัติการกอน
ในกรณีผูไมติดเช้ือเอชไอวีอาจพบผลบวกปลอม (false positive) โดยผลการทดสอบใหปฏิกิริยา
สอดคลองกันทั้ง 3 วิธี เนื่องจากอาจเปนหลมุ พราง (pitfall) บางอยางท่ีเคยมีรายงานมาแลว ไดแก ผูทเี่ คย
เปนอาสาสมัครวัคซีนทดลองเอดส ซึ่งแอนติเจนในวัคซนี เหมือนกับแอนติเจนหลกั ในชุดตรวจ การที่รางกาย
สราง anti-HIV ตอบสนองตอวัคซนี จึงอาจตรวจพบมีปฏิกิริยาตอชุดตรวจไดดว ย (ในยคุ ท่ีมกี ารทํา western
blot ยืนยัน ตัวอยางทดสอบในอาสาสมัครเหลาน้ีจะพบเพียงโปรตีนแถบเดียวซึ่งตรงกับแอนติเจนในวัคซีน
ในขณะผตู ิดเช้อื จรงิ จะพบโปรตีนหลายแถบ)
59
แอนติบอดที เี่ กิดจากวัคซีนน้มี ักอยไู ดไมนาน อยา งไรก็ตามบางรายแอนติบอดีที่หายไปก็กลับมาตรวจ
พบไดอกี จงึ อาจเปน ปญหาของการวินิจฉัยได วิธที ดสอบทีช่ วยตอบคาํ ถามไดด ีคือในผูต ิดเชอ้ื ทีแ่ ทจรงิ ตรวจพบ
HIV genome จึงใชใ นการแยกออกจากผูท่ีไมต ดิ เชือ้ หรอื ในอาสาสมัครวัคซนี
6. การวินิจฉัยทางหองปฏิบัติการสามารถใชวิธีตรวจกรอง 2 วิธีในการสนับสนุนยืนยันการติดเชื้อได
หรือไม
อัตราความถูกตองของผลการทดสอบของ anti-HIV ขนึ้ อยกู ับความชุกของการติดเช้ือ HIV ในกลุม
ประชากรที่ทดสอบ ผูติดเชื้อที่มีอาการของโรคเอดสแลว หรือผูที่อยูในกลุมเสี่ยงสูงกวารอยละ 5 จะพบ
ผลบวกปลอมนอยหรอื มีความจําเพาะสูง แตอตั ราความชุกการติดเช้ือเอชไอวตี ํ่าในประชากรไทยทั่วไปพบ
นอ ยกวา รอ ยละ 2 และผูว เิ คราะหในหองปฏบิ ัตกิ ารเองก็ไมสามารถทราบประวัติกลมุ เสี่ยงหรอื สถานภาพของ
ผูร บั บริการได จึงใหยึดแนวทางปฏบิ ัติการทดสอบ HIV ตามแนวทางระดับชาตทิ ่ีกําหนดสําหรบั ประเทศไทย
ตอ งใชช ดุ ตรวจ 3 วธิ ี
การใชวิธีตรวจกรองสองวิธีเพื่อวินิจฉัยนั้นใชเฉพาะในงานทางระบาดวิทยา (surveillance
diagnosis) ไมใชเพื่อการวินิจฉัยรายบุคคล (individual diagnosis) ถานํามาใชเปนแนวทางเพื่อวินิจฉัย
รายบุคคลดวยการใชวิธีทดสอบเพียง 2 วิธีน้ัน ผูวิเคราะหจะตองเปนผูรับผิดชอบเองในกรณีท่ีมีปญหาการ
ฟอ งรองหากเกิดความผิดพลาดเนอื่ งจากไมปฏบิ ัตติ ามแนวทางการตรวจการติดเชอ้ื ระดับชาติสาํ หรบั ประเทศ
ไทย
7. ความหมายของ reactive ตา งจาก positive อยางไร
Reactive แปลวามีปฏิกิริยา แตอาจเปนไดท้ังผลบวกจริงหรอื ผลบวกปลอม จึงเปนการอานผลการ
ทดสอบซ่ึงยังไมมีการแปลผล การทดสอบการติดเชื้อเอชไอวีทางหองปฏิบัติการดวยเทคนิคดวยชุดตรวจ
เบ้ืองตนชุดเดียว ถาจําเปนตองแจงผลขั้นตนใหรายงานไดเพียงคําวา reactive เมื่อไดทดสอบเสริมดวยชุด
ตรวจเพ่ิมอีก 2 วิธีที่มีความหลากหลายดวยแอนติเจนท่ีมีหลักการเหมือนกันหรือตางกัน ในกรณีไดผล
reactive สอดคลองกันทั้ง 3 วิธี จึงม่ันใจวาเปนผลบวกจริง รายงานเปนผลบวก (positive) ถาไดผลไม
สอดคลอ งกันหลงั จากตรวจสอบระบบคณุ ภาพแลว รายงานไดเปน ผลไมชดั เจน (inconclusive)
8. ผลการทดสอบ anti-HIV ดวยเครอ่ื งอัตโนมัติไดคา S/CO เปนคาต่ําๆหลายวิธี (สงู กวาเกณฑตัดสิน
2-3 เทา ) ซ่ึงในคูม ือแนะนําก็แปลผลวา reactive
การทดสอบ anti-HIV คา ที่อา นจากเครอ่ื งได S/CO ตาํ่ ๆ หรือเหน็ แถบจางในชดุ ตรวจทอี่ า นผลดวยตา
ควรทดสอบซ้าํ ดว ยวธิ เี ดมิ ตามทรี่ ะบุไวในเอกสารกํากับชดุ ตรวจ เพ่ือตดั ปญ หาเรือ่ ง laboratory error ออกไป
กอ น ถายังไดผลเหมือนเดิมใหท ดสอบเสรมิ ดวยวิธที ่ี 2 และ 3 ตอ ไปตามขน้ั ตอน เมอ่ื ทาํ การทดสอบจนครบ
ตามขั้นตอนแลว สามารถแปลผลไดต ามหลักการและตามแนวทางท่ีไดกาํ หนดไว อยางไรก็ดีหากพบวาท้ัง 3
วธิ ีไดผลทดสอบเปนปฏิกิริยาตํ่า (weakly) แนะนําใหเขยี นระบุเปนหมายเหตุในใบรายงานผล เพื่อใหแพทย
หรือผใู หคาํ ปรกึ ษาพิจารณาผลการทดสอบรวมกับอาการทางคลินิกและประวตั ขิ องผูปวย หรือหอ งปฏิบตั กิ าร
ควรขอตดิ ตามเจาะเลือดสงตรวจใหม
60
9. แพทยสงตรวจ anti-HIV ไดผ ลจากเคร่อื งมืออัตโนมัติเปน คา ต่ําๆ จึงสงตรวจซ้ําในเวลา 1 เดอื น แตก็
ยงั คงไดผ ลเปนคาตาํ่ ๆเชน เดิม ควรตดิ ตามนานเทา ใด จึงสรปุ ผลที่แทจ ริง
แนะนาํ ขอติดตามเจาะเลือดสง anti-HIV ซา้ํ หลงั จากทดสอบครง้ั แรกอีกคร้ัง อาจขอเจาะซํ้าทันทเี พื่อ
ตรวจสอบความผิดพลาดในหองปฏิบัติการ แตระยะเวลาท่ีติดตามโดยปกติเปนเวลา 2-4 สัปดาหตอมา (อาจ
เก็บตัวอยางแรกไวท ดสอบเปรยี บเทียบกัน) ถาเปนผูติดเช้ือจรงิ การทดสอบในตัวอยางที่ติดตามไดคาสูงข้ึน
อยางชดั เจน แสดงวาเปนผลบวกจรงิ แตถา ไมพบความแตกตางหรือไดค าลดลง แสดงวา เปนผลบวกปลอม ใน
กรณีที่ตองการทราบผลการติดเชื้อตั้งแตการตรวจพบคร้ังแรก อาจตรวจหา HIV genome ดวยเทคนิคใน
ระดับโมเลกลุ เพอ่ื ยนื ยนั การติดเชอื้ ไดโดยท่ไี มตอ งตดิ ตามเจาะเลอื ดซํา้ แตต อ งระมดั ระวงั ในการแปลผล
10. การทดสอบดวยชุดตรวจกรอง HIV ท่ีไดผลไมสอดคลองกนั ควรยนื ยันตอดวย western blot หรือ
มแี นวทางปฏิบัตอิ ยา งไร โดยเฉพาะพบในรายหญงิ ต้งั ครรภ
ในกรณีการตรวจคัดกรองท่ีไมสอดคลองกันดวย WB ไมไดชวยสนับสนุนการแปลผล เนื่องจากวิธี
western blot (WB) เปนเทคนิคที่ใหความจําเพาะสูงแตความไวตํ่า จึงอาจตรวจพบเปนผลไมชัดเจน
(indeterminate) ควรมีการเจาะเลือดตรวจซ้าํ ในเวลาตอมา หรือสนบั สนุนการติดเชื้อดวย NAT มากกวาใช
วธิ ี WB การทดสอบดวยชดุ ตรวจกรองทีใ่ หผลไมสอดคลองกัน อาจเกิดไดในหลายกรณี ตวั อยางเชน
10.1 เทคนิคผิดพลาดจากหองปฏิบัติการ ควรมีการตรวจสอบระบบคุณภาพและทดสอบซํ้ากอน
ตามคําแนะนาํ ในเอกสารกาํ กบั
10.2 ผลบวกปลอมจากสารรบกวนปฏิกิริยาตางๆในเลือด (biological false positive) หลังจาก
การทดสอบซาํ้ ยังคงไดผ ลเหมอื นเดิม
10.3 ผูท ี่เพ่ิงติดเชื้อในระยะแรก ปริมาณ anti-HIV ยังอยูในระดับต่ํา ถาใชชดุ ตรวจกรองแรกเปน
HIV Ag/Ab จะพบเปน reactive แตตรวจไมพบในชุดตรวจเสริม anti-HIV ตองมีการติดตามหรือทดสอบ
เพ่ิมเติมเพอื่ สนับสนุน
ในกรณีหญิงตั้งครรภท่ีไดผลการทดสอบสรุปไมได (inconclusive) และไมสามารถติดตามไดตาม
ระยะเวลากําหนด หรือไมสามารถใชเ ทคนิคอ่ืนๆสนับสนุนการติดเชื้อไดทันเวลาคลอด ในกรณีน้ีแพทยอาจ
ตัดสินใจใหใชยาตานไวรัสตามแนวทางปฏิบัติการเพื่อปองกันทารกติดเชื้อไปกอน ทางหองปฏิบัติการควร
ตรวจสอบเพ่มิ เติมในการคน หาการติดเชื้อท่ีแทจริงในมารดาตอไป
11. ในกรณีท่ผี มู ารับบริการแจงใหทราบวาเคยตรวจ anti-HIV พบผลบวกจากทหี่ นวยงานอ่ืนมาแลว จะ
ตรวจ น้าํ ยาชนิดเดยี วไดห รอื ไม
หองปฏิบัติการแตละแหงควรทดสอบการติดเชอื้ เอชไอวีใหกับผรู บั บรกิ าร โดยตั้งตนใหมตามข้นั ตอนท่ี
กาํ หนดไวข องหองปฏิบัติการของตนเอง โดยไมจาํ เปนวาจะเปนวิธเี ดียวกันกบั หนวยงานอ่ืนท่ีทดสอบมาแลว
ใหถือวาระบบของหองปฏิบตั กิ ารเปน ของแตละหองปฏบิ ัติการเทา น้ัน จากขอมูลจากหองปฏบิ ัตกิ ารอางอิงท่ี
รบั ตัวอยางสง ยืนยันผลทไ่ี มสอดคลอ งกัน พบวา มากกวา 90% เปนผลบวกปลอมจากผปู ฏบิ ตั งิ านเองมากกวา
12. หองปฏิบัติการสามารถใชช ดุ ตรวจกรองดว ย rapid test ท้ัง 3 ชนิดในการทดสอบตามข้ันตอนการ
ติดเชอ้ื เอชไอวี (HIV algorithm) ไดหรอื ไม
61
การวินิจฉัยการติดเชื้อรายบคุ คล (individual diagnosis) ดว ยการทดสอบ anti-HIV ดว ยชดุ ตรวจ 3
ชนิดตาม WHO strategy III แทนการตรวจยืนยันผล reactive ดวย Western blot ไมไดจ ํากัดในเรอื่ งชนิด
หรอื หลกั การของชุดตรวจ ดังน้นั สามารถใชว ิธี rapid assay เพือ่ ทดสอบไดท ้ัง 3 ชดุ ตรวจ โดยมีหลกั เกณฑ
วาควรเลอื กใชช ุดตรวจ rapid assay แรกเปน ชุดท่มี ีความไวสูงกวาสองชุดตรวจเสริม เพื่อคน หาผตู ิดเชอื้ ใหได
กอน ในขณะท่ีชุดตรวจ rapid assay เสริมอีก 2 วิธีควรเลือกใชชุดตรวจท่ีมีความจําเพาะสูงกวา และควร
เลอื กใชชดุ ตรวจท่ีใชแอนติเจนตางกัน หรือมีองคประกอบของโปรตีนท่ีใชตรวจจับตา งกัน หรือผผู ลิตตางกัน
เพอ่ื หลีกเลีย่ งการใหผลบวกปลอมรว มกันระหวา งชดุ ตรวจ (ดรู ายละเอียดในภาคผนวก ข)
13. ถาหองปฏิบัติการแหงหนึ่งมีการตรวจดวยวิธี HIV Ag/Ab combination test จําเปนหรือไมท่ี
จะตอ งมกี ารตรวจ HIV p24 Ag
การวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ถาใชชุดตรวจแรกท่ีเปน HIV Ag/Ab ใหผล reactive และชุดตรวจ
เสริมอีก 2 วธิ ีที่เปน anti HIV ไดผลไมสอดคลองกนั อาจเปนผลบวกปลอม หรืออาจเปนผตู ดิ เช้อื ในระยะแรก
ซง่ึ ยงั ไมสรางแอนติบอดีจําเพาะ แตม ีเช้ือ (HIV p24 Ag หรือ HIV genome) ในตวั อยางทดสอบก็ได ถาตรวจ
พบ HIV p24 Ag ตองมีการยืนยันตอดวย blocking assay จึงจะบงชี้วาพบ HIV Ag จริง แตชุดตรวจ HIV
p24 Ag น้ียงั ไมไดมีใชกนั อยา งกวา งขวาง จึงแนะนาํ ใหเ จาะเลือดตรวจซํ้าในเวลา 2-4 สปั ดาหเพื่อแยกการติด
เช้ือหรือผลบวกปลอมกไ็ ด
นอกจากน้ีอาจตรวจหา HIV genome ซ่ึงทําไดในหองปฏิบัติการอางอิง แตชุดตรวจที่เปนชนิด
qualitative NAT ยงั ไมไดม ีจําหนายในประเทศไทย สวนใหญเ ตรยี มนาํ้ ยาขนึ้ มาใชเ อง จงึ มขี อ จาํ กัดทงั้ ความไว
ความจําเพาะ และความสะดวกในการใช ในขณะที่การใชชุดตรวจที่เปน quantitative NAT (viral load)
ตอ งพิจารณาการแปลผลอยางระมัดระวัง เน่ืองจากคาที่ต่ํากวา 2,000-5,000 copies/ml อาจเปนผลบวก
ปลอมของการทดสอบกไ็ ด
14. ในกรณีใดทไ่ี ดผลบวกของการติดเชอ้ื เอชไอวีแลว แนะนาํ ใหมีการเจาะเลือดตรวจซาํ้ อีกคร้งั
หลงั จากพบผลบวกการติดเชือ้ เอชไอวี แนะนําใหมกี ารเจาะเลอื ดซํ้าในกรณีดังตอ ไปนี้
14.1 เมื่อตรวจพบผลบวก (positive) ของการติดเช้ือเอชไอวีทางหองปฏิบัติการดวย 3 วิธีแลว ให
รายงานผลบวกได ในกรณีเปนผตู ิดเชื้อรายใหมหรือการตดิ เชื้อคร้ังแรก ควรเจาะเลือดตรวจซ้ํา
เพอ่ื ยืนยันรายบคุ คลใหชดั เจน
14.2 กอนที่จะเริ่มการรกั ษาดว ยยาตานไวรัสในกรณีเปนผูตดิ เช้ือรายใหม ซง่ึ เปนแนวทางการใชยา
ตานไวรสั เพ่ือรกั ษาและปองกันการตดิ เชอ้ื เอชไอวีขององคก ารอนามยั โลกในป พ.ศ. 2556
14.3 กอนสรุปการวินิจฉยั ติดเช้ือเอชไอวีทางหองปฏิบัติการในทารกแรกคลอดที่เกิดจากมารดาติด
เช้อื ในกรณีทารกติดเชื้อเพราะตรวจพบ HIV genome ใหเจาะเลือดตรวจยนื ยนั ซํ้าอีกครั้งเมื่ออายทุ ารกที่
4 เดือน หรือในกรณีทารกทไ่ี มพบการตดิ เชื้อเน่ืองจากตรวจไมพ บ anti-HIV ก็แนะนําใหเจาะเลือดตรวจซ้าํ อีก
คร้ังเมอื่ อายุทารกมากกวา 6 เดือน
15. เกณฑใ นการเลือกชดุ ตรวจ HIV เพอ่ื นํามาใชใ นหองปฏบิ ัตกิ าร ของตนอยางไร
หลักการเลอื กชุดตรวจเพ่ือใชง านแบงเปน สองขอ หลักคอื เลอื กดวยประสิทธภิ าพทางเทคนิคและดว ย
เหตุผลดา นการจดั การ ผูใ ชตองกําหนดความตองการใชง านของตนและเลอื กใหเหมาะสมดว ยคณุ สมบตั ิตางๆ
62
ดังตัวอยางซ่ึงขอ มูลเหลานี้บางหวั ขอ ควรมรี ะบุอยใู นเอกสารกาํ กบั ชดุ ตรวจและพิสูจนย นื ยันดว ยการทวนสอบ
โดยหองปฏบิ ัติการ (method verification) (ดูรายละเอยี ดในบทท่ี 7, ตารางท่ี 7.1)
ขอพิจารณาทางดานวิชาการไดแก วัตถุประสงคการใชงานเพื่อวินิจฉัยรายบุคคลหรือเพื่อความ
ปลอดภัยในการใหเลือด ชุดตรวจท่ีมีความไวสงู เพื่อตรวจจับผูติดเช้ือระยะแรก ชนิดของตัวอยา งหรอื สาร
กันเลอื ดแข็ง และความไวเชงิ วิเคราะห (Analytical sensitivity)
ขอพิจารณาดานการบริหารจัดการ ไดแก turnaround time ความสามารถรองรับปริมาณงาน
(throughput) วิธที ดสอบงาย ไมซ ับซอ น ราคา การเกบ็ รักษา อายุการใชงาน การบริการหลังการขาย และ
การบํารงุ รักษางา ย ผใู ชท าํ ไดเ อง
16. ชุดตรวจ HIV Ag/Ab ซง่ึ ทดสอบไดท ้งั แอนติบอดีและแอนติเจนพรอ มกัน สามารถใชแทนการทดสอบ
HIV Ag ไดห รอื ไม
วตั ถปุ ระสงคของชุดตรวจ HIV Ag/Ab เปนการเพิ่มความไวตรวจการติดเชือ้ ใน ระยะแรกกอนตรวจ
พบแอนติบอดี ผลิตข้ึนมาดวยวัตถุประสงคใชทดสอบเพ่ือความปลอดภัยของเลือดบริจาค ในประเทศไทย
กําหนดคุณสมบัติของชดุ ตรวจ HIV Ag/Ab เพ่อื ทดสอบในทางธนาคารเลือดตองมีประสทิ ธิภาพเทา เทียมกับ
ชุดตรวจ HIV Ag (ผานเกณฑท ่ี 2 IU/ml) ในขณะทช่ี ุดตรวจ HIV Ag/Ab ท่ีใชเพ่ือการวินจิ ฉยั รายบุคคลอาจ
มปี ระสทิ ธิภาพการตรวจจับ HIV p24 Ag ไมเ ขมงวดเทา และไมไ ดร ับอนุญาตใหใ ชใ นงานบริการโลหติ
สัญณาณท่ีไดชุดตรวจ HIV Ag/Ab สวนใหญใหคาการทดสอบสัญณาณเดียวของการตรวจพบ
แอนติเจนหรือแอนติบอดี ในปจจุบันมีชุดตรวจบางผลิตภัณฑสามารถแยกสัญญาณที่ไดจากปฏิกิริยาของ
แอนติเจนและแอนติบอดีเทานั้น ทําใหอาจเห็นปฏิกิริยาของ HIV p24 Ag ได แตอยางไรก็ตามไมควรแปล
ผลบวกของแอนติเจนโดยตรง แตค วรทดสอบการติดเชื้อตอดว ยอีก 2 วิธตี ามแนวทางปฏิบตั ิระดบั ชาติ
17. ขอควรระวังของการใช HIV Ag/Ab มอี ะไรบาง
ชุดตรวจ HIV Ag/Ab มคี วามไวตรวจหาผตู ดิ เช้ือไดเรว็ ข้ึน ขณะเดียวกนั ความจําเพาะในผทู ่ีไมติดเช้ือ
ก็อาจพบไดนอยกวาชุดตรวจ HIV Ab เพียงอยางเดียว ขอควรระวังในการนําชุดตรวจ HIV Ag/Ab มาใช
ดังตอ ไปนี้
17.1 กรณที ดสอบในทารกแรกคลอดท่ีเกิดจากมารดาตดิ เชื้อเอชไอวี ในทารกท่ีไมตดิ เช้ืออาจตรวจ
พบปญหาผลบวกปลอมดว ยชดุ ตรวจ HIV Ag/Ab โดยเกดิ ปฏิกิรยิ าในทารกอายนุ อยกวา 24 เดือน
17.2 ระยะแรกเร่ิมของการติดเช้ือ จะเรม่ิ พบ HIV p24 Ag ระยะสน้ั ๆในกระแสเลือด แลวอาจลดลง
กอ นตรวจพบ anti-HIV ดังน้ันการทดสอบดวยชุดตรวจ HIV Ag/Ab อาจพบผลบวกในชวงแรกแลวหายไป
ตอนท่ีแอนติเจนลดลง ตอมาตรวจพบปฏิกิรยิ าไดใหมเม่ือมีการสราง anti-HIV ตามมา ซ่ึงถือวาเปน ชองวาง
(second window period) ของการตรวจไมพบทั้ง HIV p24 Ag และ anti-HIV
18. หอ งปฏบิ ตั กิ ารสามารถใชชดุ ตรวจ viral load ในการวินิจฉยั การติดเช้อื เอชไอวีไดหรือไม
ชุดตรวจ HIV viral load (quantitative) ผลติ ขึน้ มาเพ่ือใชในการหาปรมิ าณไวรัสในนํา้ เหลืองในผูติด
เช้อื แลว เพือ่ ติดตามผลการรกั ษาดวยยาตา นไวรัส แตไมใชเ พอื่ วนิ ิจฉยั โรค
63
อยางไรก็ตาม CDC สหรัฐอเมริกามีแนวปฏิบัติใหใชชุดตรวจ HIV qualitative หรือ HIV
quantitative ท่ีไดผา นเกณฑ FDA เพื่อชวยวนิ ิจฉัยผลการทดสอบดวยชุดตรวจกรองที่ไมสอดคลองกัน ใน
กรณีท่ีปริมาณไวรัสท่ีตํ่ากวา 2,000-5,000 copies/ml อาจเปนผลบวกปลอม จึงควรแปลผลอยาง
ระ มั ด ร ะ วัง (อ างอิ งดั ด แ ป ล ง CLSI. Criteria for laboratory testing and diagnosis of human
immunodeficiency virus infection; approved guideline. CLSI document M53-A. Wayne, PA:
Clinical and Laboratory Standards Institute: 2011)
19. หอ งปฏบิ ตั กิ ารงานบรกิ ารยังไมไดใช HIV Ag/Ab combination test จะทําใหมีโอกาสหลดุ การพบ
ผตู ิดเชือ้ มากนอ ยแคไ หน และจาํ เปนตองมี HIV Ag/Ab combination test ไวใ ชหรือไม
เนื่องจากผูติดเช้ือในระยะเร่ิมแรกจะสามารถตรวจพบการติดเช้ือดวย HIV p24 Ag ไดเร็วกวา
แอนติบอดีประมาณ 5-10 วัน ดังน้ันมาตรฐานการบริการโลหิตแหงชาติจงึ กําหนดใหใชชดุ ตรวจ HIV Ag/Ab
ในการตรวจคัดกรองเลือดบริจาค สวนการตรวจวินิจฉัยรายบุคคลน้ันหองปฏิบัติการสามารถใชชุดตรวจคัด
กรอง anti-HIV (3rd generation) หรอื HIV Ag/Ab (4th generation) ก็ได แตต องเปนไปตามแนวทางปฏิบัติ
ระดับชาติและปฏิบัตงิ านดว ยความรูความเขา ใจในเรอื่ งของการนาํ มาใช ข้ันตอนการทดสอบ การแปลผล และ
การปฏิบตั เิ มอื่ พบผลขดั แยง ในกรณีการวินจิ ฉยั การติดเช้ือในรายบคุ คล ผลบวกปลอมสําคัญกวาผลลบปลอม
ดงั นั้นการทดสอบที่ไดเปนผลบวกจาํ เปนตองยนื ยันใหไดแ นช ัดวามกี ารติดเชือ้ จริง ในขณะทีก่ ารทดสอบเพื่อ
ความปลอดภัยของเลอื ดบรจิ าค ผลลบปลอมสําคญั กวา ผลบวกปลอม เพราะอาจทําใหผูรับมีการตดิ เช้ือจาก
เลือดที่ปนเปอ นแตตรวจไมพ บ
20. การใชชุดตรวจ Nucleic Acid testing (NAT) สาํ หรับตรวจเพ่ิมเตมิ ทมี่ ผี ลการทดสอบแอนตเิ อชไอ
วีที่ไมสอดคลองกันจะใชชุดตรวจหาสารพันธุกรรม (qualitative assay) ที่ยังไมไดรับการขึ้น
ทะเบียนจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาไดหรอื ไม
โดยท่ัวไปชุดตรวจการติดเช้ือเอชไอวที ี่จะนํามาจําหนายในประเทศไทย ตองจดทะเบียนตอสํานักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา ชุดตรวจท่ีเปนการวินิจฉัย (qualitative) การติดเช้ือท่ีไดข้ึนทะเบียนเพ่ือ
ตรวจหา HIV RNA มีใชเฉพาะในธนาคารเลือด หนวยงานภาครัฐบางแหงใหบริการ proviral DNA หรือ
qualitative RNA assay ดวยชุดตรวจที่ผลิตขึ้นเอง อยา งไรก็ตามตามพ.ร.บ. เครอ่ื งมือแพทยไ ดยกเวนการ
ผลติ และใชงานโดยหนวยงานภาครัฐ ซง่ึ สามารถดาํ เนินการไดต ามขอยกเวนใหหนวยงานภาครัฐ
21. มัน่ ใจไดอยางไรวา การทดสอบ HIV ของหอ งปฏบิ ัตกิ ารตนเองถกู ตอง
ความถูกตอ งเชอ่ื ถือไดของผลการทดสอบข้นึ กับ 3 ปจ จยั หลัก คอื บุคลากร วธิ ที ดสอบและเครือ่ งมือ
ผปู ฏิบัติงานควรจัดทําระบบคุณภาพภายในหองปฏิบัติการซ่ึงไดครอบคลุมถึงทั้งสามปจจัยน้ีดวย คอื มีการ
บันทึกหลักฐานขดี ความรคู วามสามารถของบุคลากร วิธีทดสอบทมี่ มี าตรฐานการใชงานอยางถกู ตอ ง ควรมีการ
ควบคมุ คุณภาพทุกคร้ังเพือ่ ตดิ ตามผล ความนา เชื่อถอื ของการวเิ คราะหในครงั้ น้ัน และมกี ารตรวจสอบความ
ถูกตองเปนระยะๆ และทําการทดสอบตามแนวทางปฏิบัติของประเทศที่ไดกําหนดไว มีระบบการควบคุม
คุณภาพภายนอกจากองคกรอ่ืน มีเครื่องมอื เครอื่ งใชท เี่ หมาะสมและมกี ารบาํ รงุ รักษาอยา งครบถวน มีแนวทาง
ควบคุมกระบวนงานในทุกขั้นตอนตั้งแตการรับตัวอยางตลอดไปจนถึงการรายงานผลและสงผลถึงผูรับ ถา
64
ระบบควบคุมคุณภาพนั้นมีประสทิ ธิภาพเมอื่ มีความผิดพลาดใดๆเกิดขึ้น จะตองถูกตรวจจับไดกอนที่จะหลุด
ออกไปนอกหองปฏิบัติการ ผูปฏิบัติงานควรแสดงและสื่อสารใหแพทยและผูเก่ียวของทราบจะไดม่ันใจใน
ประสิทธิภาพคุณภาพของหอ งปฏบิ ัติการ สิ่งเหลาน้ีชวยใหผ ปู ฏิบัตงิ านมคี วามมนั่ ใจผลในทุกชนิดการทดสอบ
ของหอ งปฏบิ ตั กิ ารทางการแพทย
22. ผลบวกปลอมของการตรวจ anti-HIV เกดิ จากอะไรไดบ า ง
ปญหาผลบวกปลอมสวนใหญมาจากความผิดพลาดในข้ันตอนการทดสอบ หรือมีการปนเปอนจาก
อุปกรณเครอื่ งมือท่ใี ช (ปจจุบัน cross contamination โดยเครื่องมืออัตโนมัติ ไมใชป ญหาใหญ เพราะสวน
ใหญไ ดร ับการปองกันแลว ) ดงั นนั้ หองปฏบิ ตั ิการทม่ี ีการควบคุมคณุ ภาพที่ดีชวยลดปญหาไดเ ปนอยา งมาก
ปจจัยที่อาจทําใหเกิดผลบวกปลอมมีรายงานมากมาย ตัวอยางที่อาจพบบอย เชน โรค
Autoimmune ต า ง ๆ เ ช น SLE (systemic lupus erythematosus), connective tissue disease,
dermatomyositis; ผูท่ีไดรับวัคซีน หรือมีสารรบกวนบางอยางที่เกิดข้ึนจากแหลงภายในและภายนอก ผูที่
เปนอาสาสมคั รวคั ซีนทดลองเอดส หญิงตงั้ ครรภม าหลายครัง้ หรือเคยไดร ับเลอื ดมาหลายครั้ง (ดูรายละเอียด
เพ่ิมเติม ในบทที่ 4)
23. ผลลบปลอมของการตรวจ anti-HIV เกิดจากอะไรไดบ า ง
ผลลบปลอมสวนใหญมาจากความผิดพลาดในข้ันตอนการทดสอบ หรืออาจมาจากศักยภาพของ
บุคลากรและเคร่ืองมือ ดังนั้นการควบคุมคุณภาพท่ีดีชวยลดปญหาผลลบปลอมไดอยางมาก นอกจากน้ี
ตัวอยางผลลบปลอมท่ีอาจพบได เชน Window period ซ่ึงเปนระยะแรกๆที่ยังไมสรางแอนติบอดี (pre-
seroconversion) หลังติดเช้ือโดยปกติคาเฉลี่ยของระยะเวลาที่ตรวจพบ anti-HIV ประมาณ 2-3 สัปดาห
และระยะเวลาท่ีตรวจพบเชื้อ (HIV genome ประมาณ 5-10 วนั และ HIV p24 Ag ประมาณ 10-15วัน) อาจ
พบไดในชวงทา ยของการติดเช้ือ (seroreversion) ในผทู ่ีมีความผดิ ปกติตอการตอบสนองของแอนติบอดี เชน
Atypical host response ผู ป ว ย เป น โร ค ที่ ไม ส ร า ง โป ร ตี น ช นิ ด gamma globulin (Agamma-
globulinemia) (ดูรายละเอียดเพม่ิ เติม ในบทที่ 4)
24. การควบคมุ คุณภาพ ชดุ ตรวจ HIV ชนดิ rapid assay จะทาํ การควบคมุ คุณภาพไดอยา งไร
ชุดตรวจชนิด rapid assay เปนวิธที ดสอบทใี่ หผลรวดเร็ว อานผลดวยตา ดังนั้นความผิดพลาดสวน
ใหญท่ีเกดิ ขึน้ มักเกี่ยวของกับบุคลากร ปญหาท่ีพบบอยไดแก ขาดความชํานาญในการอานผล ไมปฏิบัตติ าม
คาํ แนะนาํ ของ ผผู ลิตฯ เปนตน การควบคุมคณุ ภาพควรมีแนวทางปฏบิ ตั ิดังนี้
24.1 ความสามารถของผูทดสอบ (personnel competency) ซึ่งตองมั่นใจวาผูทดสอบมี ความรู
ความชาํ นาญตอ วิธีทดสอบนน้ั ๆ โดยจดั ใหมกี ารทดสอบความสามารถ
24.2 มกี ารทดสอบความชํานาญอยางสมา่ํ เสมอ ซ่ึงหัวหนาหองปฏบิ ัติการสามารถทําเพิ่มเติมเองได
นอกเหนอื จากการเขา รว มโครงการ EQA ควรศึกษาวธิ กี ารและดําเนินการตรวจสอบชุดตรวจเมอ่ื เปลยี่ นรนุ การ
ผลิต และเมอ่ื ไดร บั ชุดตรวจ batch ใหมจากผขู าย
24.3 ปฏิบัติตามเอกสารกํากับของวิธีทดสอบนั้นๆ และใชสารควบคุมคุณภาพอยางสม่ําเสมอ โดย
ปกติควรมีตวั ควบคมุ ผลบวกและผลลบเพอ่ื ตรวจสอบความนาเช่อื ถอื ของน้ํายาชดุ ตองมกี ารกาํ หนดใหทดสอบ
เปน ระยะตามความเหมาะสม จึงจะเปนระบบคุณภาพที่ถูกตอง ตวั ควบคมุ บางอยางในการทดสอบอาจไมใ ชตัว
65
ควบคุมคุณภาพที่แทจริง เชน build-in control ในชุดตรวจดวยหลักการ Immunochromatrography ซึ่งเปน
เพียงตรวจสอบคุณภาพน้ํายาและการไหลของน้ํายาในขณะทดสอบ และ unsensitized cell ในชุดตรวจ
ดวยหลักการ agglutination ซ่งึ เปนการตรวจสอบความไมจาํ เพาะของตวั อยา ง
25. การรายงานผล anti-HIV และขอรับผลตรวจ ควรปฏิบัติอยา งไรจึงจะเปน การรักษาความลบั
ในปจจุบันแพทยสภาไดออกแนวทางปฏิบัติในเร่ืองการตรวจรักษาดูแลผูติดเช้ือเอชไอวี โดยผูท่ี
ตองการตรวจการติดเชื้อตองไดรับการปรึกษาท้ังกอน (pre-counseling) และหลังการทดสอบ (post-
counseling) และเซ็นใบยนิ ยอมขอตรวจ เพื่อใหท ราบถึงวัตถุประสงค ปญ หา และแนวทางปฏิบัติหลังตรวจ
พบ
การรายงานผล HIV testing จากหองปฏิบัติการถือวาเปนการปกปดระดบั สูงทั้งผลบวกหรือผลลบ
ควรหาแนวทางเพ่ือปอ งกันปญหาเกยี่ วกับการละเมิดสิทธิผูปว ยซง่ึ อาจถกู ฟองรอ งในภายหลัง หอ งปฏิบัตกิ าร
ตองจัดระบบการตอบผลหรือมีรหสั เขา ไปดผู ลการทดสอบ ควรวางระบบการมี password ในการเขา ถึงขอ มูล
ในการเปดอาน ไมควรตอบผลทางโทรศัพทเพ่ือหลีกเล่ียงการรับฟงขอมูลคลาดเคลื่อนและเปนการรักษา
ความลบั ตองไมรายงานผลแกผูอื่นหรอื แมแ ตผปู วยโดยตรง
26. การตรวจแบบรอรบั ผลในวันเดยี ว Same Day Result กบั การสง ตอหอ งปฏิบัติการภายนอกทํา แบบ
ไหนดี
ในปจจุบนั นมี้ ีนโยบายเอดสแ หงชาติตอ งการใหผ ูติดเชอ้ื รูสถานะเรว็ ข้นึ เพ่ือเขาสูการรกั ษาไดมากข้ึน
และเปนบริการประชาชนใหรวดเร็วขึ้น การนัดมาฟงผลทําใหผูรับบริการบางสวนไมกลับมาฟงผลและขาด
โอกาสในการรกั ษาดวยยาตานไวรัสทนั เวลา ดังนัน้ โรงพยาบาลชุมชนจึงควรจดั แนวทางปฏิบัติหรือจัดระบบ
การทดสอบใหไดผล (turnaround time) ภายในวันเดียว ไมควรสงตอที่โรงพยาบาลศูนย หรือโรงพยาบาล
ท่ัวไปในเขตบริการสุขภาพเดยี วกนั เพือ่ ตรวจดว ยวธิ ี ELISA ตอ ไป
66
บทท่ี 9
ขอกฎหมาย ประกาศ ระเบยี บ หรอื ขอ บงั คบั ทเี่ กีย่ วขอ งกบั เรอ่ื งเอดส
1. กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป 2550
• มาตรา 30 บคุ คลยอ มเสมอกันในกฎหมายและไดรบั ความคุมครองตามกฎหมายเทา เทียมกนั ชาย
และหญิงมีสิทธิเทาเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคลเพราะเหตุแหงความ
แตกตา งในเร่อื งถ่นิ กําเนดิ เชอ้ื ชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะ
ของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกจิ หรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็น
ทางการเมืองอันไมขัดตอบทบญั ญตั ิแหง รฐั ธรรมนญู จะกระทํามไิ ด
• มาตรา 32 บุคคลยอ มมีสิทธิและเสรีภาพในชวี ิตและรางกาย การจับ คุมขัง ตรวจคนตัวบุคคล
หรอื การกระทําใดอันกระทบตอสทิ ธินี้จะกระทํามิได เวนแตอาศัยอํานาจตามบญั ญตั แิ หง กฎหมาย
• มาตรา 35 สิทธิของบุคคลในครอบครวั เกียรติยศ ชอ่ื เสียง หรือความเปนอยูสวนตัวยอมไดรับ
ความคมุ ครอง การกลา วหรอื ไขขา วแพรหลายซึง่ ขอ ความหรอื ภาพไมวาดว ยวธิ ใี ดไปยังสาธารณชน
อันเปนการละเมิดหรือกระทบถึงสิทธิของบุคคลในครอบครัวเกียรติยศหรือชื่อเสียงและความ
เปนอยสู วนตัวจะกระทาํ มไิ ด เวนแตกรณที เ่ี ปนประโยชนตอสาธารณชน
2. พระราชบญั ญัติ ใหใ ชประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499
ลกั ษณะ 11 ความผดิ เกีย่ วกับเสรีภาพและชอ่ื เสียง
• มาตรา 322 ผใู ดเปดผนกึ จดหมายหรือเอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใดๆ ซ่ึงผนกึ ของผอู ่ืนไป
เพื่อลว งรขู อความกด็ ี เพื่อนาํ ขอความออกเปดเผยกด็ ี ถาการกระทํานนั้ เกิดความเสยี แกผูหนึง่ ผูใด
ตองระวางโทษจําคุกไมเกนิ หกเดือนหรือปรับไมเ กินหนึ่งพนั บาทหรือทง้ั จาํ ทง้ั ปรับ
• มาตรา 323 ผูใดลว งรูหรือไดมาซง่ึ ความลับของผอู ่นื โดยเหตทุ ีเ่ ปนเจา พนกั งานผมู หี นา ท่ีโดยเหตุ
ท่ีประกอบอาชีพเปนแพทย เภสัชกร คนจําหนายยา นางผดุงครรภ นักบวช หมอความ
ทนายความ หรอื ผูสบื บญั ชี หรอื โดยเหตทุ เ่ี ปนผชู ว ยในการประกอบอาชีพน้นั แลวเปด เผยความลับ
นั้นในประการที่นาจะเกิดความเสียหายแกผูหนึ่งผูใด ตองระวางโทษจําคุก ไมเกินหกเดือนหรือ
ปรับไมเกินหนงึ่ พันบาท หรือทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั
• มาตรา 326 ผใู ดใสค วามผูอน่ื ตอบุคคลท่ีสามโดยประการที่นาจะทําใหผูอ ่ืนนั้น ตอ งเสยี ช่อื เสียง
ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผูน้ันกระทําความผิดหม่ินประมาทตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่ง
เดือน หรือปรบั ไมเกินสองพนั บาท หรือท้งั จําทง้ั ปรบั
• มาตรา 327 ผูใดใสความผูตายตอบุคคลท่ีสามหรือการใสความน้ันนาเปนเหตุใหบิดามารดา คู
สมรส หรือบุตรของผูตายเสียช่ือเสียง ถูกดูหมิ่น หรอื ถูกเกลียดชัง ผูนั้นกระทําความผิดฐานหมิ่น
ประมาทตองระวางโทษดงั บญั ญัติไวในมาตรา 326 นนั้
3. พระราชบัญญัติ ใหใชบทบัญญัติบรรพ 1 แหง ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยท่ีไดตรวจชําระใหม
พ.ศ. 2535
67
• มาตรา 420 ผูใดจงใจหรือประมาทเลนิ เลอ ทําตอบุคคลอ่ืนโดยผิดกฎหมายใหเขาเสียหายถึงแก
ชวี ิตก็ดี แกร า งกายกด็ ี แกอนามัยกด็ ี เสรภี าพกด็ ี ทรัพยส ินหรือสทิ ธิอยา งใดอยา งหนึ่งก็ดี ทานวาผู
นน้ั ทําละเมดิ จําตองใชค าสนิ ไหมทดแทนเพ่อื การน้นั
4. ขอบังคับสภาเทคนิคการแพทยว า ดว ยจรรยาบรรณแหงวชิ าชีพเทคนิคการแพทย พทุ ธศักราช 2553
• หมวด 3 ขอ 15 ผูประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทยตองประกอบวิชาชีพโดยคํานึงถึงความ
ปลอดภยั และความสิ้นเปลอื งท่ีเกินความจําเปน ของผรู ับบรกิ าร
• หมวด 3 ขอ 16 ผปู ระกอบวิชาชพี เทคนิคการแพทยต องอธบิ ายใหผ รู บั บรกิ ารเขาใจถึงสาระสาํ คญั
ของการตรวจและการใหบ ริการทางวชิ าชพี เทคนคิ การแพทย
• หมวด 3 ขอ 17 ผูประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทยตองไมออกใบรับรองอันเปนความเท็จโดย
เจตนาหรอื ใหค วามเห็นไมส ุจรติ ในเรอื่ งใดๆ อันเกยี่ วกับวชิ าชีพแหงตน
• หมวด 3 ขอ 18 ผูป ระกอบวชิ าชีพเทคนิคการแพทยต อ งไมเปดเผยความลบั ของผรู ับบรกิ ารซึ่งตน
ทราบมาเนอ่ื งจากการประกอบวิชาชพี เวน แตด วยความยินยอมของผรู บั บริการหรอื เมอื่ ตอ งปฏิบตั ิ
ตามกฎหมายหรือตามหนาที่
5. ขอ บงั คับแพทยสภา วาดว ยการรักษาจรยิ ธรรมแหงวชิ าชพี เวชกรรม พทุ ธศกั ราช 2549
• หมวด 4 ขอ 19 ผูประกอบวิชาชพี เวชกรรมตอ งปฏบิ ัตติ อผูปว ยโดยสุภาพ
• หมวด 4 ขอ 20 ผปู ระกอบวชิ าชีพเวชกรรมตอ งปฏิบัติตอผปู ว ยโดยปราศจากการบงั คบั ขเู ข็ญ
• หมวด 4 ขอ 27 ผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมตองไมเปดเผยความลับของผูปวย หรือผูปวยท่ี
เสียชวี ิตแลว ซง่ึ ตนทราบมาเนื่องจากการประกอบวิชาชีพ เวน แตไดรับความยินยอมโดยชอบดวย
กฎหมาย หรอื เม่ือตองปฏบิ ัติตามกฎหมายหรอื ตามหนา ที่
• หมวด 4 ขอ 28 ผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมตองไมปฏิเสธการชวยเหลือผูที่อยูในระยะอันตราย
จากการเจ็บปวยเมอ่ื ไดร ับคาํ ขอรอง และตนอยูในฐานะท่ีจะชว ยได เวนแตผูปวยไมอยูในสภาวะ
ฉกุ เฉินอันจาํ เปน เรง ดว นและเปน อนั ตรายตอชวี ิตโดยตองใหคําแนะนําที่เหมาะสม
6. นโยบายแหงชาตวิ าดวยการตรวจเอดส
• คณะกรรมการแหง ชาติวาดวยการปองกันและแกไ ขปญหาเอดสแหงชาติไดกาํ หนดนโยบายเรื่อง
การตรวจหาการตดิ เชอ้ื เอชไอวี ไวด งั น้ี
1) การตรวจตอ งทาํ ดว ยความสมัครใจของผตู รวจ
2) กอนและหลังการตรวจตองใหขอมูลและคําปรึกษาเพื่อเตรียมพรอมทางอารมณและ
จติ ใจ
3) ผลการตรวจจะตองเปนความลับระหวา งผูถกู ตรวจและแพทยเทานัน้
4) การเผยแพรผ ลการตรวจแกผูใดจะตอ งเปนความยนิ ยอมของผถู ูกตรวจ
ฉะนน้ั หากการตรวจเลือดผูสมัครงาน การตรวจเลือดพนกั งาน การตรวจเลือดเพื่อ
ซือ้ ประกันชีวิตหรอื สขุ ภาพ การตรวจเลือดเพื่อฝากครรภ การตรวจเลือดเพอื่ เขาศึกษา
68
และการตรวจเลอื ดเพือ่ เขา รับบรกิ ารทางการแพทย ไมเปนไปตามหลกั การ 4 ประการน้ี
ถอื วา เปน การกระทําที่ขัดตอนโยบายเอดสแหงชาติ
7. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่อื งชุดตรวจทเี่ กย่ี วของกับการตดิ เชือ้ เอชไอวี
• ชดุ ตรวจหาการติดเช้ือเอชไอวที ่ีนาํ เขามาหรอื ผลิตเพอ่ื จําหนว ยในประเทศไทย ดวยวัตถุประสงค
ตา งๆ เชน ชดุ ตรวจเพื่อการวนิ จิ ฉัยรายบคุ คล หรือชุดตรวจเพ่อื ความปลอดภัยในการใหเลือดและ
การปลูกถายอวัยวะ เปนตน ตองปฏิบัติตามประกาศน้ีกอน และในคําแนะนําของกระทรวง
สาธารณสุขเรื่องการตรวจหาการตดิ เช้ือเอชไอวีเรอื่ งการเลือกชุดตรวจแนะนําวาตอ งใชช ุดตรวจท่ี
ผา นการรับรองจากประกาศนก้ี อ นจงึ จะนําใชใ นหองปฏบิ ตั ิการได
• ผูที่จะนําเขา ผลิต และจาํ หนา ยชุดตรวจเอชไอวใี นประเทศไทย จะตองมกี ารจดทะเบียนเพ่ือเปน
ผูรับอนุญาต จากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยากระทรวงสาธารณสุข ดังน้ันเม่ือส่ังซื้อ
นาํ้ ยาจะตองตรวจสอบเอกสารหลักฐานท่ีเก่ียวของดวย เชน ใบอนุญาตนําเขาหรอื ขายชุดตรวจ
เอชไอวี
• การขายชุดตรวจเอชไอวีตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยากระทรวงสาธารณสุข
จะขายใหไดเฉพาะกับสถานพยาบาลท่ีจัดไวเพื่อการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย การ
ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และการประกอบวิชาชพี ทันตกรรม นอกเหนือจากทร่ี ะบุไวใ หขอความ
เห็นชอบจากสํานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
8. พระราชบัญญัตคิ วามรบั ผดิ ตอ ความเสียหายท่เี กิดข้นึ จากสนิ คา ทีไ่ มป ลอดภยั พ.ศ. 2551
• มาตรา 11 (1) คาเสียหายสําหรับความเสียหายตอจิตใจอนั เปนผลเน่ืองมาจากความเสียหายตอ
รางกายสขุ ภาพ หรืออนามัยของผเู สียหาย และหากผูเสยี หายถึงแกความตาย สามีภริยา บพุ การี
หรือผสู ืบสนั ดานของบุคคลนน้ั ชอบที่จะไดรบั คา เสยี หายสาํ หรับความเสยี หายตอจิตใจเสยี หายตอ
จิตใจอนั เปนผลเน่อื งมาจากความเสียหายตอรางกาย สขุ ภาพ หรอื อนามยั ของผเู สยี หาย
9. พระราชบัญญตั คิ ุมครองผบู รโิ ภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแกไขเพมิ่ เติมโดย (ฉบบั ท่ี 21) พ.ศ. 2541
บัญญัตสิ ทิ ธิของผูบรโิ ภคไวค ือ
• สิทธิท่ีจะไดรับขาวสารทั้งคําพรรณนาคุณภาพที่ถูกตองและเพียงพอเกี่ยวกับสินคาหรือบริการ
ไดแก สิทธิที่จะไดรับการโฆษณาหรือการแสดงฉลากตามความเปนจริงและปราศจากพิษภัยแก
ผบู รโิ ภค รวมตลอดถึงสทิ ธิทจ่ี ะไดรบั ทราบขอ มลู เก่ยี วกับสินคา หรอื บรกิ ารอยา งถูกตอ งและเพยี ง
พอท่ีจะไมห ลงผดิ ในการซ้ือสนิ คาหรือบริการโดยไมเปน ธรรม
• สทิ ธทิ ่ีจะมอี ิสระในการเลือกหาสินคาหรอื บริการไดแ ก สิทธิท่ีจะเลือกซอื้ สินคา หรือรับบริการโดย
ความสมคั รใจของผูบริโภค และปราศจากการชกั จงู ใจอนั ไมเ ปนธรรม
• สิทธทิ ี่จะไดรบั ความปลอดภัยจากการใชส นิ คาหรอื บรกิ ารไดแก สิทธิท่จี ะไดร ับสินคา หรอื บรกิ ารที่
ปลอดภัย มีสภาพและคุณภาพไดมาตรฐานเหมาะสมแกการใช ไมกอใหเกิดอันตรายตอชีวิต
รา งกายหรอื ทรพั ยส นิ ในกรณใี ชตามคําแนะนาํ หรือระมัดระวังตามสภาพของสินคา หรือบรกิ ารน้ัน
แลว
69
บรรณานกุ รม
1. กฎหมายรฐั ธรรมนูญ ป พ.ศ. 2550
2. กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ . แนวทางการตรวจรกั ษาและปองกนั การตดิ เชอ้ื เอชไอวี
ประเทศไทย ป พ.ศ. 2557 โรงพมิ พช มุ นมุ สหกรณการเกษตรแหง ประเทศไทยจาํ กัด
3. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ . แนวทางการตรวจรกั ษาและปองกนั การติดเชื้อเอชไอวี
ประเทศไทย ป พ.ศ. 2559 (ฉบับราง)
4. ขอบังคบั แพทยสภาวา ดวยการรกั ษาจรยิ ธรรมแหง วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549
5. ขอ บังคับสภาเทคนคิ การแพทยว า ดว ยจรรยาบรรณแหง วชิ าชพี เทคนิคการแพทย พทุ ธศักราช
2553
6. ทพิ ยวรรณ ชนื่ จิตร, สุดา ลุยศริ ิโรจนกลุ , จันทพงษ วะสี เชื้อเอชไอว:ี ไวรสั วิทยาและการตรวจทาง
หองปฏิบตั ิการ ใน: สมชาย แสงกจิ พร บรรณาธกิ าร แนวทางการตรวจเชือ้ เอชไอวีทางหอ งปฏบิ ตั ิการ
กระทรวงสาธารณสุข บพิธการพมิ พจ ํากัด พ.ศ. 2550 หนา 9-37
7. นโยบายแหงชาติวา ดวยการตรวจเอดส
8. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่อื งชุดตรวจทีเ่ ก่ียวของกบั การตดิ เชื้อเอชไอวี
9. พระราชบญั ญัตคิ ุม ครองผูบริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแกไขเพิ่มเตมิ โดย (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2541
10.พระราชบัญญตั ิความรบั ผดิ ตอความเสยี หายทเ่ี กิดขนึ้ จากสนิ คา ทไี่ มป ลอดภยั พ.ศ. 2551
11. พระราชบญั ญัติ ใหใชประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499
12.พระราชบัญญตั ิ ใหใชบ ทบญั ญตั ิบรรพ 1 แหงประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ยท่ีไดต รวจชาํ ระ
ใหม พ.ศ. 2535
13. ยุทธศาสตรปองกันและแกไ ขปญ หาเอดสแหง ชาติ พ.ศ. 2557- 2559
14. AIDS and Lentiviruses. In: Brooks GF, Butel JS, Morse SA, editors. Jawetz, Melnick &
Adelberg’s Medical Microbiology. 2nded. New York: Lange Medical Books/McGraw-Hill; 2010.
15. CLSI. Criteria for laboratory testing and diagnostics of human immunodeficiency
virus infection; approved guideline. CLSI document M53-A. Wayne, PA: Clinical and
laboratory standards institute: 2011.
16. WHO. Consolidated guidelines on HIV testing services 2015. ISBN 9789241508926
70
ภาคผนวก ก
การปองกันการติดเชอื้ เอชไอวใี นบุคลากรทางการแพทยห ลงั การสมั ผสั จากการทาํ งาน
(HIV occupational Post-Exposure Prophylaxis: HIV oPEP)
(จากแนวทางการตรวจรกั ษาและปอ งกนั การตดิ เช้ือเอชไอวี ประเทศไทย ป พ.ศ. 2557)
นยิ าม
- บคุ ลากรทางการแพทย หมายถึง บุคลากรใดๆ ท่ีทํางานในหนวยงานตางๆภายในโรงพยาบาล ซง่ึ มี
โอกาสทจี่ ะสมั ผัสกบั สงิ่ ปนเปอนท่ีกอใหเกดิ การตดิ เช้ือ ซ่ึงมีความหมายรวมถึงเลือดและ body substances
ตา งๆ ตวั อยางเชน นา้ํ อสุจิ สารคดั หล่ังในชองคลอด เน้ือเยื่อ นา้ํ ไขสันหลงั นํา้ ในขอ นํา้ ในชอ งปอด เปน ตน
- การสัมผัสจากการทาํ งาน (occupational exposures) หมายถึง การสัมผสั ทก่ี อใหเกิดความเสี่ยง
ตอการติดเชื้อเอชไอวี ไดแ ก
- การไดรบั บาดเจ็บผา นผวิ หนงั (percutaneous injury) ไดแ ก ถูกเขม็ ตาํ ถกู มีดบาด เปน ตน
- การสัมผสั เยอ่ื บุ (contact of mucous membrane) ไดแก เลอื ดกระเซ็นเขาตา ปาก เปนตน
- การสัมผสั ผวิ หนังทไ่ี มปกติ (contact of non-intact skin) ไดแก การสมั ผัสกับผวิ หนังที่มีบาดแผล
หรอื ผิวหนังท่มี ีผื่นแพผวิ หนงั อกั เสบ (dermatitis) เปน ตน
ความเส่ียงตอ การติดเช้ือเอชไอวี
พบวาความเสี่ยงโดยเฉล่ียตอการติดเชื้อเอชไอวีในบุคลากรทางการแพทยจากการถูกเข็มตําหรือมีด
บาดเทากับรอยละ 0.3 ตอ คร้งั (ระดับความเชื่อม่นั รอ ยละ 95 เทากับ 0.2-0.5) การสมั ผัสเย่อื บุเทา กับรอยละ
0.09 ตอครั้ง (ระดบั ความเชื่อมัน่ รอยละ 95 เทากับ 0.006-0.5) และการสัมผัสผิวหนังที่ไมปกตนิ อยกวารอย
ละ 0.09 ตอครัง้ โดยทั่วไปการสมั ผัสกบั ผวิ หนงั ปกตไิ มถือวาเปน ความเสี่ยงตอ การติดเชือ้ เอชไอวีและไมมคี วาม
จาํ เปน ที่จะตอ งไดร ับยาปองกันการตดิ เชอ้ื เอชไอวี
แนวทางปฏิบัติ
- HIV oPEP มีแนวทางปฏิบตั ิเมื่อบุคลากรทางการแพทยสมั ผสั เลือดหรือ body fluids ขณะทํางาน
ดงั แสดงตามแผนภูมทิ ่ี ก.1 และการประเมินพน้ื ฐานกอนให HIV oPEP ดังตารางที่ ก.1 กรณีมขี อบงชใี้ นการให
HIV oPEP จะตองใหโดยเรว็ ที่สดุ หลังสัมผสั (ภายใน 1-2 ชั่วโมง) และอยา งชาไมเกิน 72 ชั่วโมง หลังสัมผัส01
โดยตอ งกนิ จนครบ 4 สปั ดาหแ ละควรอยูภายใตการติดตามดแู ลของแพทย
1ในกรณที ่ีสมั ผัสเกิน 72 ชว่ั โมงและแพทยผ ดู แู ลเบ้ืองตน เหน็ วามีความจาํ เปน ในการใหย าหรือผสู ัมผัสประสงคจ ะรบั ยาตาน
ไวรัสหลงั ไดรบั คําแนะนําแลว หรือ unknown source ใหป รกึ ษาแพทยผ เู ชีย่ วชาญดานโรคติดเชื้อและพิจารณาการให HIV
oPEPเปนรายๆไป
71
- การเลือกสูตรยาตานไวรัสสําหรับ HIV oPEP ใหพิจารณาโดยใชขอมูลของ source เทาที่จะหาได
หาก source เปน known HIV +ve case ใหพ จิ ารณาสตู รยาตานไวรัสท่ี source ไดร ับอยู ผล VL ลา สุดและ
ผล resistance testing (หากมี)
- ใน source ทไี่ มม ผี ล VL หรือมี detectable VL หาก source ไดรับ NNRTI based regimen อยู
พิจารณาให TDF + 3TC หรอื FTC + boosted PI หาก source ไดร ับ PI-based regimen อยูและมปี ระวัติ
NNRTI resistance พจิ ารณาให TDF + 3TC หรือ FTC + RAL
- การประเมินติดตามบุคลากรทางการแพทยที่สัมผัสหลังให HIV oPEP ท้ังนี้ควรใหคําแนะนําถึง
ความสําคัญของการปฏบิ ัติตามหลัก standard precaution เพ่ือปอ งกันการสัมผัสและการตดิ เชอ้ื หลงั สัมผัส
ระหวางการปฏบิ ตั งิ าน บคุ ลากรทีส่ มั ผสั ควรไดรับการตดิ ตามประเมินหลงั สัมผัสภายใน72 ชว่ั โมง ติดตามเจาะ
เลือดบุคลากรเพอ่ื ตรวจ anti-HIV ซ้ําหลังสัมผัส 1 เดอื นและ 3 เดอื น (แตถ าบุคลากรท่สี มั ผัสมกี ารตดิ เชือ้ HIV
จากแหลงสมั ผัสดว ยควรเจาะเลือดตรวจ anti-HIV ซ้ําหลังสัมผัส 12 เดือนอีกหนง่ึ คร้ัง) ในชวงเวลาน้ีบุคลากร
ท่ีสัมผัสควรงดบริจาคเลือด อวัยวะ และอสุจิ ใหสวมถุงยางอนามัยเม่ือมีเพศสัมพันธทุกคร้ัง ใหคําแนะนํา
เกี่ยวกบั อาการและ/หรอื อาการแสดงของการติดเช้ือเอชไอวีระยะเฉียบพลนั และใหมาพบแพทยท ันทีในกรณที ี่
สงสัย การตรวจทางหองปฏิบัติการเพื่อประเมินผลขางเคียงของ HIV oPEP เชน CBC, Cr และ SGPT ควร
ตรวจเปนพืน้ ฐานและติดตามในกรณีท่มี อี าการและ/หรอื อาการแสดงสงสยั ผลขางเคียงจากยาตา นไวรัส
72
ตารางท่ี 1 การประเมินพื้นฐานกอนให HIV oPEP และการประเมินตดิ ตามหลงั ให HIV oPEP
แผนภูมทิ ่ี ก.1 แนวปฏิบัติเมอ่ื บคุ ลากรทางการแพทยสมั ผสั เลอื ดหรือ body fluids ขณะทาํ งาน
73
ตารางท่ี ก.1 การตรวจประเมินทางหองปฏบิ ตั กิ ารในบุคลากรทางการแพทยที่สัมผสั เลอื ดหรือ body
fluids ขณะทํางาน
1 ไมตองตรวจ anti-HIV ใน source หากเปน known HIV + ve case การใชผล anti-HIV ของ sourceมาตดั สนิ ใจวาจะใหผ ู
สมั ผสั เช้ือรบั HIV oPEP หรือไม ใหพ ิจารณาเปน รายๆ ไปโดยอาจพิจารณาเร่มิ HIV oPEP ไปกอนหากไมแ นใจ และควรตรวจ
anti-HIV ในบคุ ลากรทางการแพทยท ่ี 12 เดือนในกรณี source มี HIV infection
2 ตรวจ anti-HIV และ HIV PCR or VL เมื่อมีอาการหรืออาการแสดงทส่ี งสยั AHI เชน ไข ตอ มน้ําเหลืองโต ผื่น
3 ตรวจเมอ่ื มอี าการหรืออาการแสดงที่สงสยั ผลขา งเคียงของยาตา นไวรสั เชน คล่นื ไส อาเจยี น ผน่ื
4 ตรวจเมื่อมีอาการหรืออาการแสดงที่สงสยั acute hepatitis B infection
5 พจิ ารณาตรวจท่ี 3 เดอื นและ 6 เดือน ในกรณที ่ี source มี HBV และ/หรือ HCV infection
6 ในกรณที ่เี คยตรวจมากอนและทราบวาผลเปนบวกอาจจะพิจารณาไมส งตรวจซ้าํ
74
ภาคผนวก ข
1. รายชื่อผูรับอนุญาตผลิต–นําเขาชุดตรวจท่ีเก่ียวของกับการติดเช้ือเอชไอวีเพ่ือจําหนายใน
ประเทศไทย และองคป ระกอบของโปรตนี ในชุดตรวจ
สามารถติดตามขอมูลฉบับเต็มและขอมูลลาสุดไดทางเว็บไซตของกรมวิทยาศาสตรการแพทย
(http://ttp.dmsc.moph.go.th) เขาไปท่ี ดาวนโหลด (มุมบนขวา) เพอื่ เขา ไปยงั kit evaluation (รายงานน้ี
สรปุ ถึงวันท่ี 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เทานนั้ ซ่ึงขอมลู จะมีการปรบั ตลอดเวลา หลงั จากมีการประเมนิ ชุดตรวจ
ใหมๆ) โดยจะมีรายละเอียดตารางรายช่ือผูรับอนุญาตผลิต-นําเขาชุดตรวจท่ีเกี่ยวของกับการติดเช้ือเอชไอวี
เพื่อจําหนายในประเทศไทย ประกอบดวยผลิตภัณฑชุดตรวจทาง immunoassay (antibody assay,
antigen/antibody assay และ antigen assay สําหรับการวินิจฉัยรายบุคคลและความปลอดภัย) และชุด
ตรวจทาง molecular technique (สําหรับความปลอดภัยทางธนาคารเลือด เพื่อพิจารณาและติดตามการ
รักษา และตรวจสายพันธุเช้อื ดอ้ื ตอ ยารกั ษา) โดยสรปุ ใหดังตอ ไปน้ี
75
รายชื่อชดุ ตรวจทจ่ี าํ หนา ยในประเทศไทยและองคป ระกอบของโปรตีนทีใ่ ช (สรปุ ถงึ วันที่ 8 กรกฎาคม
พ.ศ. 2558)
ชื่อผลิตภณั ฑ Principle หลกั การ ช่ือผูผลิต / ประเทศ องคประกอบของ
โปรตนี ทใ่ี ชใ นชดุ ตรวจ
Alere Determine HIV- Simple / Rapid Assay
1/2 Immunochromatography Alere Medical Co., LTD. HIV-1 : r-gp41, p-gp41
Bioline HIV 1/2 HIV-2 : r-gp36, p-gp36
/JAPAN HIV-1 : r-gp41, r-p24
Diagnostic Kit for HIV Immunochromatography Pacific Biotech Co., HIV-2 : r-gp36
(1+2) Antibody HIV-1 : r-gp160, r-gp41
(Colloidal Gold) LTD. HIV-2 : r-gp36
DoubleCheckGold™ /THAILAND HIV-1 : r-gp120, r-
Ultra HIV 1&2 Immunochromatography SHANGHAI KEHUA BIO- gp41, r-p24
FIRST RESPONSE HIV ENGINEERING CO., LTD. HIV-2 : r-gp36
CARD TEST 1-2.O /CHINA HIV-1 : r-gp41, r-p24
Genie™ Fast HIV 1/2 Immunochromatography ORGENICS LTD. HIV-2 : r-gp36
ImmunoComb® II HIV /ISRAEL HIV-1 : r-gp120, r-gp41
1&2 BiSpot HIV-2 : r-gp36
ONE STEP ANTI-HIV Immunochromatography Premier Medical HIV-1 : p-gp120, p-gp41
(1&2) TRI-LINE TEST Corporation LTD. HIV-2 : p-gp36
Rapid Test for Antibody /INDIA HIV-1 : r-gp120, r-gp41,
to Human Immunochromatography BIO-RAD CO., LTD. r-p24
Immunodeficiency Virus /FRANCE HIV-2 : r-gp36
(HIV) (Colloidal Gold Indirect ELISA ORGENICS LTD. HIV-1 : r-gp120, r-gp41
Device) /ISRAEL HIV-2 : r-gp36
RETROSCREEN HIV 3.0 Immunochromatography InTec Products, INC.
/CHINA
SERODIA-HIV
SERODIA HIV-1/2 Immunochromatography Beijing Wantai Biological
SD BIOLINE HIV- Pharmacy Enterprise
1/2 3.0 Co., Ltd. /CHINA
Immunochromatography QUALPRO DIAGNOSTICS HIV-1 : r-gp120, r-gp41,
Gelatin Particle /INDIA r-p24
Agglutination FUJIREBIO INC. HIV-2 : r-gp36
Immunochromatography /JAPAN HIV-1 : viral lysate
HIV-1 : viral lysate
Standard Diagnostics, HIV-2 : viral lysate
Inc. /SOUTH KOREA HIV-1 : r-gp41, r-p24
HIV-2 : r-gp36
76
ชื่อผลติ ภณั ฑ Principle หลกั การ ชื่อผูผลติ / ประเทศ องคประกอบของ
โปรตีนที่ใชในชุดตรวจ
Antigen Assay
Elecsys HIV Ag Electrochemiluminescence ROCHE DIAGNOSTICS Monoclonal anti HIV
Immunoassay GMBH p24 (mouse)
/GERMANY
Antibody Assay (Machine Based Assay)
AxSYM HIV 1/2 gO Microparticle Enzyme Abbott Ireland HIV-1 : r-gp41, p-gp41,
Immunoassay (MEIA) Diagnostic Division r-p24
/IRELAND HIV-2 : r-gp36, p-gp36
VITROS Chemiluminescence EIA ORTHO-CLINICAL HIV-1 : r-gp160, r-gp41,
Immunodiagnostic (CMIA) DIAGNOSTICS r-p24
Products Anti-HIV 1+2 /UNITED KINGDOM HIV-2 : r-gp36
Antigen and Antibody Combination Assay (Machine Based Assay)
ARCHITECT HIV Ag/Ab Chemiluminescence EIA ABBOTT GMBH & HIV-1 : r-gp41, p-gp41
COMBO (CMIA) CO.KG /GERMANY HIV-2 : r-gp36, p-gp36
Monoclonal anti HIV
p24 (mouse)
AxSYM HIV Microparticle Enzyme Abbott Ireland HIV-1 : r-gp41, p-gp41,
Ag/Ab Combo Immunoassay (MEIA) Diagnostic Division r-p24
/IRELAND HIV-2 : r-gp36, p-gp36
Monoclonal anti HIV
p24 (mouse)
Elecsys HIV Combi PT Electrochemiluminescence ROCHE DIAGNOSTICS HIV-1 : r-gp41, p-gp41
Immunoassay GMBH HIV-2 : r-gp36, p-gp36
/GERMANY Monoclonal anti HIV
p24 (mouse)
LIAISON XL Chemiluminescence EIA DIASORIN S.p.A. HIV-1 : r-gp41
murex HIV (CMIA) /ITALY HIV-2 : r-gp36
Ab/Ag Monoclonal anti HIV
p24 (mouse)
VIDAS HIV DUO Ultra Enzyme-linked BioMerieux sa. HIV-1 : p-gp160
Fluorescent Assay / FRANCE HIV-2 : p-gp36
Monoclonal anti HIV
p24 (mouse)
คํายอ
r = recombinant protein
p = synthetic peptides
77
ชอ่ื ผลิตภณั ฑ Principle หลกั การ ชอ่ื ผผู ลิต ประเทศ
Nucleic Acid Amplification Test for Safety in transfusion and transplantation
cobas TaqScreen MPX Multiplex Real Time PCR Roche Diagnostics SWITERLAND
Test (Schweiz) AG Ltd
cobas TaqScreen MPX Multiplex Real Time PCR Roche Diagnostics SWITERLAND
Test version 2.0 (Schweiz) AG Ltd.
Procleix UltrioAssay Transcription Mediated GEN-PROBE UNITED STATES of
Amplification (TMA) INCORPORATED AMERICA
Procleix UltrioAssay Transcription Mediated GEN-PROBE UNITED STATES of
Amplification (TMA) INCORPORATED AMERICA
Procleix Ultrio Elite Transcription Mediated Hologic, Incorporated UNITED STATES of
Assay Amplification (TMA) AMERICA
Nucleic Acid Amplification Test for monitoring disease progression and treatment (Viral load)
Abbott RealTime HIV-1 Real Time PCR Abbott Molecular Inc. UNITED STATES of
Amplification Reagent AMERICA
Kit
COBAS AmpliPrep / Real Time PCR Roche Molecular UNITED STATES of
COBAS TaqMan HIV-1 Systems, Inc. AMERICA
Test, version 2.0
COBAS TaqMan HIV-1 Real Time PCR
Test, version 2.0
NucliSENS EasyQ HIV-1 NASBA-Based (Real Time Biomerieux BV NETHERLANDS
v 2.0 detection)
Nucleic Acid Amplification Test for Other Intended Use
TRUGENE HIV-1 Reverse Transcription PCR Siemens Medical UNITED STATES of
GENOTYPING KIT and Sequencing Solutions Diagnostic AMERICA
ViroSeq HIV-1 Reverse Transcription PCR Celera Corporation UNITED STATES of
Genotyping System V 2.0 and Sequencing AMERICA
ขอขอบคุณขอ มูลจาก
ฝายปฏิบตั กิ ารดานเช้อื ถายทอดทางการใหเ ลือด
สถาบันวิจัยวทิ ยาศาสตรส าธารณสุข กรมวทิ ยาศาสตรการแพทย กระทรวงสาธารณสขุ
78
2. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ เร่อื ง ชดุ ตรวจเก่ยี วกับการติดเชอ้ื เอชไอวี พ.ศ. 2552 เพื่อกําหนด
คณุ ภาพมาตรฐานและขอกาํ หนดชดุ ตรวจทเี่ กย่ี วกบั การตดิ เชอ้ื เอชไอวี
ตดิ ตามไดที่เว็บไซต http://www.thaimed.co.th/files/law8_th.pdf โดยมีรายละเอยี ดของเกณฑ
มาตรฐานและการทดสอบ/วเิ คราะหชุดตรวจกอนท่ีจะนําชดุ ตรวจเอชไอวมี าจาํ หนายในประเทศไทย ซ่งึ ไดต้ัง
ขอกําหนดการประเมนิ ตางๆ (เชน ความไว ความจาํ เพาะ) ตามวัตถุประสงคการใชงาน เชน ชดุ ตรวจ anti-HIV
และ HIVAg/Ab ในกรณใี ชงานเพื่อวินิจฉัยรายบุคคล ตองมีความไวเชิงวินจิ ฉยั รอยละ > 99.5 ความจําเพาะ
เชงิ วินิจฉัยรอยละ > 99 ในขณะที่ในกรณีที่ใชง านเพ่อื ความปลอดภัยในการใหเลอื ดและปลกู ถายอวยั วะ ตอง
มคี วามไวเชิงวินิจฉัยรอยละ 100 ความจําเพาะเชงิ วนิ ิจฉัยรอยละ > 99.5
ขอขอบคุณขอมลู จาก
สํานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสขุ