The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการวินิจฉัย COVID-19 ในห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Tirawat Wannatung, 2020-10-28 18:53:12

คู่มือการวินิจฉัย COVID-19 ในห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

คู่มือการวินิจฉัย COVID-19 ในห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

Keywords: SAR-CoV,COVID-19

¤Á‹Ù Í× ¡ÒõÃÇ¨Ç¹Ô Ô¨©ÑÂ

âäµÔ´àªéÍ× äÇÃÑÊâ¤âÃ¹Ò 2019
(COVID-19)

·Ò§Ë͌ §»¯ºÔ µÑ ¡Ô ÒÃ

SARS-CoV-2

Department of Medical Sciences

บทนำ

โรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019; COVID-19) เดมิ เรียกวา่ โรคตดิ
เช้อื ไวรสั โคโรนาสายพนั ธ์ใุ หม่ 2019 (novel coronavirus 2019, 2019-nCoV) พบรายงานผปู้ ว่ ยโรค
ปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตคุ ร้งั แรกเมอื่ วนั ท่ี 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) ท่เี มอื งอฮู่ ่นั มณฑลเห
อเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจนี ต่อมาวนั ท่ี 3 มกราคม พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) มรี ายงานอยา่ งเป็น
ทางการวา่ โรคปอดอักเสบท่ีระบาดที่อู่ฮัน่ มสี าเหตจุ ากไวรัสโคโรนาสายพันธใ์ุ หม่ 2019 และพบการแพร่
เชอ้ื จากคนสคู่ น โดยสถานการณ์ไดเ้ ร่ิมจากเมืองอูฮ่ ่ัน และระบาดไปอีกหลายเมอื งในเวลาต่อมา ปัจจบุ ันพบ
ผู้ป่วยติดเชอื้ ในทกุ มณฑลของจีน และพบผู้ปว่ ยยนื ยนั ในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ซ่ึงพบผู้ปว่ ยติด
เช้ือรายแรกเป็นหญงิ ชาวจีนท่เี ดินทางมาเท่ยี วเมอื งไทย

กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเป็นระดับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อ
ติดตามสถานการณ์โรคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิดและเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบ
การเฝ้าระวังค้นหาผ้ปู ว่ ยโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 โดยการทำงานแบบบรู ณาการทุกกระทรวงรวมท้งั
ประสานงานกับองคก์ ารอนามัยโลก และประเทศในอาเซียน เพ่อื การดำเนนิ การอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ ดว้ ย
มาตรฐานระดบั สงู สุดในการปอ้ งกนั ควบคุมโรคติดตอ่

กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ ไดร้ ับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข ใหพ้ ฒั นาวิธีตรวจวนิ จิ ฉัย
ให้มปี ระสทิ ธภิ าพ แม่นยำ รวดเร็ว เพอ่ื ให้ทันต่อการรกั ษาผู้ป่วยและการควบคมุ โรค แลว้ ได้ถา่ ยทอด
เทคโนโลยีการตรวจวนิ จิ ฉยั ใหก้ บั หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารเครอื ขา่ ย ซง่ึ ประกอบด้วยศนู ยว์ ิทยาศาสตร์การแพทย์
ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลท้ังภาครัฐและเอกชน สำนักงาน
ป้องกันควบคุมโรค โดยห้องปฏิบัติการเครือข่ายต้องผ่านการประเมินความสามารถ และการตรวจสอบ
คุณภาพ จากกรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทยเ์ พื่อใหเ้ ป็นมาตรฐานเดยี วกัน กอ่ นจะเปดิ บรกิ ารตรวจวนิ จิ ฉยั ได้
ขณะนีม้ หี น่วยงานห้องปฏิบัติการเครือขา่ ยท่สี ามารถตรวจ COVID-19 ครอบคลมุ ทุกเขตบริการสุขภาพ
ของประเทศไทย ซ่งึ มนั่ ใจไดว้ ่าจะสามารถรองรับสถานการณ์การระบาดของโรค และการเฝา้ ระวงั โรคได้
อยา่ งรวดเรว็ ยิง่ ขน้ึ และอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ หวงั เปน็ อยา่ งย่ิงว่า คมู่ อื เลม่ นีจ้ ะเปน็ ประโยชน์ต่อหอ้ งปฏิบัติการของ
โรงพยาบาลทุกระดับ และหนว่ ยงานอนื่ ๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง

Department of Medical Sciences

สารบัญ

หน้า

บทนำ

บทที่ 1 โรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 1

บทที่ 2 การตรวจวินจิ ฉัยโรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 4

บทที่ 3 การเกบ็ ส่ิงสง่ ตรวจเพ่อื ตรวจหาสารพันธกุ รรมของเช้ือ SARSCoV-2

แนวทางการขนส่งและทำลายขยะติดเช้อื 7

บทที่ 4 ความปลอดภยั ทางชวี ภาพ (Biosafety) 14

บทท่ี 5 หลกั เกณฑก์ ารประเมินคณุ ภาพชดุ ตรวจการตดิ เช้อื SARS-CoV-2 29

ภาคผนวก 31

Department of Medical Sciences

คุ ณ ส ม บั ติ เ ช้ื อ C O V I D - 1 9

| Department of Medical Sciences

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

บท1ท่ี

โรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019

โรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019; COVID-19) เดมิ เรยี กวา่ โรคตดิ เช้อื
ไวรสั โคโรนาสายพนั ธใุ์ หม่ 2019 (novel coronavirus 2019, 2019-nCoV) พบรายงานผูป้ ว่ ยโรคปอดอกั เสบ
ไมท่ ราบสาเหตคุ รัง้ แรกเมือ่ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) ท่ีสาธารณรัฐประชาชนจีน ตอ่ มาวันที่ 3
มกราคม พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) มรี ายงานอยา่ งเปน็ ทางการวา่ โรคปอดอกั เสบท่รี ะบาดท่อี ู่ฮั่น มสี าเหตุจาก
ไวรัสโคโรนาสายพนั ธ์ใุ หม่ 2019 และพบการแพร่เช้ือจากคนสู่คน โดยสถานการณไ์ ด้เร่ิมจากเมอื งอฮู่ ่นั และ
ระบาดไปอีกหลายเมืองในเวลาต่อมา ปัจจุบันพบผู้ป่วยติดเชื้อในทุกมณฑล และพบผู้ป่วยยืนยันในหลาย
ประเทศ ข้อมลู ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2562 ถึงวันท่ี 16 กุมภาพันธ์ 2563 ทางการจนี รายงานผูป้ ่วยท้งั สิ้น
69,264 ราย เสยี ชวี ติ 1,669 ราย ขณะนี้มีหลกั ฐานการตดิ ต่อจากคนสคู่ น พบผู้ปว่ ยยนื ยันในผู้ทไ่ี ม่มี
ประวตั ิการเดนิ ทางไปประเทศจีน แต่มีประวัติใกลช้ ดิ กบั ผู้ท่เี ดนิ ทางมาจากพ้ืนท่รี ะบาดของโรค อัตราปว่ ยตาย
ร้อยละ 2.4 สว่ นใหญ่เป็นผู้สูงอายุ

คณุ สมบัติทางไวรัสวิทยา
ไวรัสโคโรนา อยู่ในวงศ์ (Family) Coronaviridae แบ่งเป็น 4 สกุล (Genus) ได้แก่

Alphacoronavirus, Betacoronavirus, Gammacoronavirus และ Deltacoronavirus ซึง่ พบเป็นสาเหตุ
ของโรคตง้ั แต่ไขห้ วัดธรรมดาจนถงึ ก่อโรครนุ แรง สัญญาณท่พี บบ่อยของการตดิ เชอ้ื ไดแ้ ก่ มไี ข้ ไอ หายใจถ่ี และ
หายใจลำบากในกรณีที่รุนแรงมากข้ึนอาจพบอาการปอดอักเสบ โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ไตวาย
จนถึงขั้นเสยี ชวี ิต ไวรสั โคโรนา มสี ารพนั ธกุ รรมเปน็ อาร์เอ็นเอ มีโปรตนี เป็นเปลอื กหมุ้ ดา้ นนอกและมีกลุ่มคาร์
โบไฮเดรทเป็นป่มุ ๆ (spikes) ยืน่ ออกไปจากอนภุ าคไวรัส ซง่ึ จะมีลกั ษณะเป็นเหมือนมงกฎุ ลอ้ มรอบเมอื่ ดูด้วย
กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ไวรัสในกลุ่มนม้ี ีสมาชกิ หลากหลายเปน็ สาเหตุก่อโรคได้ทง้ั คนและสัตวห์ ลายชนิด
เช่น สตั ว์ปกี สตั วเ์ ลีย้ งลูกดว้ ยนม และสัตว์ป่าอื่นๆ ซ่ึงมโี อกาสแพร่ระหว่างสตั ว์และคนได้ ทั้งสายพนั ธท์ุ ่กี ่อโรค
ระบบทางเดนิ หายใจ ระบบทางเดนิ อาหาร และระบบประสาท เช้อื ไวรัสโคโรนา 6 ชนดิ ทม่ี รี ายงานก่อโรคใน
คน ไดแ้ ก่ 229E, OC43, NL63, และ HKU1 กอ่ โรคระบบทางเดินหายใจในคนซง่ึ มีอาการไม่รนุ แรง สำหรบั เชื้อ

Department of Medical Sciences 1

MERS-CoV และ SARS-CoV ซึง่ พบสาเหตกุ ารแพร่ขา้ มสายพนั ธ์ุระหว่างสัตว์และคน และมักก่ออาการโรค
รนุ แรงจนถงึ ข้ันเสียชีวติ โดย SARS-CoV เปน็ สาเหตุการระบาดเมือ่ ปี พ.ศ. 2545 – 2546 (ค.ศ. 2002-2003)
ณ มณฑลกวางดง สาธารณรัฐประชาชนจนี และ MERS-CoV เปน็ สาเหตกุ ารระบาดของโรคทางเดนิ หายใจ
รุนแรงเม่ือปี พ.ศ. 2557 (ค.ศ. 2012) ณ ประเทศซาอุดิอาระเบยี

ไวรัส SARS-CoV-2 มสี ารพันธุกรรมเป็นอาร์เอ็นเอสายเดี่ยว ความยาวประมาณ 30,000 คเู่ บส จาก
รายงานผลลำดับเบสของสารพันธกุ รรมอาร์เอน็ เอของเชอื้ 2019-nCoV ท่ไี ดจ้ ากผูป้ ่วย พบว่าไวรสั SARS-
CoV-2 เปน็ สมาชิกใหมใ่ นสกุล Betacoronavirus เช่นเดยี วกบั SARS-CoV และ MERS-CoV และจีโนมมี
ความใกลเ้ คียงกบั SARS-CoV (รอ้ ยละ 80) และ SARS-like bat CoV (รอ้ ยละ 88)

ระยะฟักตวั อาการ การแพร่ระบาดของโรค
เชือ้ ไวรสั โคโรนา สามารถแพรผ่ ่าน droplet และ direct contact ระยะฟกั ตวั ของ seasonal

human coronavirus โดยเฉล่ีย 2 วนั (12 ชว่ั โมง – 5 วนั ) ระยะฟักตัวของ SARS-CoV โดยเฉลีย่ 4 - 5 วัน
(2 – 10 วนั ) และ MERS-CoV โดยเฉลี่ย 5 วนั (2 – 14 วนั ) สำหรบั ไวรสั SARS-CoV-2 พบมีระยะฟักตวั นาน
กวา่ โดยคาดการณจ์ ากประวตั ิของผปู้ ว่ ยแต่ละรายโดยเฉลย่ี 14 วัน

อาการทางคลนิ ิก ไดแ้ ก่ ไข้ ไอ หายใจถ่ี และหายใจลำบากในกรณีท่รี ุนแรงมากขน้ึ อาจพบอาการปอด
อักเสบ โรคทางเดนิ หายใจเฉียบพลันรนุ แรง ไตวาย จนถงึ ขน้ั เสียชวี ิต

มาตรการควบคุมการระบาด
หลังจากท่ีประเทศจนี รายงานสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคปอดอกั เสบจากเช้ือโคโรนาสายพันธ์ุใหม่

เมือ่ ปลายเดอื นธนั วาคม 2562 ประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข ไดเ้ รม่ิ วางมาตรการตรวจคัดกรองผ้เู ดนิ
ทางจากเมืองอฮู่ ัน่ มณฑลเหอเป่ย์ ซ่งึ พบการะบาดของโรคน้ีเป็นแห่งแรกในจนี โดยการคัดกรองเริม่ ดำเนนิ การ
ตัง้ แตว่ ันที่ 3 มกราคม 2563 ท่ี 5 สนามบนิ ไดแ้ ก่ สนามบนิ สวุ รรณภมู ิ ดอนเมอื ง เชียงใหม่ ภูเกต็ กระบี่ ด้วย
เครือ่ งวดั อุณหภมู ิ แตด่ ้วยสถานการณ์การระบาด ณ. ปัจจุบนั โรคนีไ้ ด้ลกุ ลามไปทั่วประเทศจนี และแพร่
กระจายไปยงั อีกหลายสบิ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย หลังจากพบผู้ตดิ เชอ้ื รายแรกเป็นหญงิ ชาวจีนเมอ่ื วันท่ี
13 ม.ค. 2563 สถานการณก์ ารระบาดในไทยก็เข้าสรู่ ะยะท่ี 2 เม่ือเดือนกมุ ภาพนั ธ์  เนอื่ งจากพบมีการตดิ เชื้อ
จากคนสู่คนภายในประเทศ มาตรการของกระทรวงสาธารณสขุ จงึ เขม้ ข้นข้ึน โดยม่งุ เป้าเพอื่ คน้ หาผทู้ ี่สมั ผสั
ใกล้ชิดกับผู้ติดเช้ือเพื่อให้เข้าสู่การแยกโรค นอกจากนี้ยังมีการขยายกลุ่มเฝ้าระวังให้ครอบคลุมคนท่ีทำงานกับ
นกั ทอ่ งเทีย่ วจีน เชน่ ไกด์นำเท่ยี ว คนขับรถสาธารณะ พนักงานขายของ เป็นตน้ และยกระดบั ศูนยป์ ฏบิ ตั ิการ

Department of Medical Sciences 2

ภาวะฉุกเฉินเป็นระดับกระทรวงสาธารณสุข เพ่ือติดตามสถานการณ์โรคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่าง
ใกล้ชิดและเสริมสร้างความเข้มแขง็ ของระบบการเฝา้ ระวงั คน้ หาผู้ปว่ ยโรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 โดยบรู ณา
การของทุกกระทรวงรวมทั้งประสานงานกับองค์การอนามัยโลกและประเทศในอาเซียนเพ่ือการดำเนินการ
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ดว้ ยมาตรฐานระดับสงู สุดในการปอ้ งกันควบคุมโรคตดิ ต่อไดแ้ ก่

1) ทำการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่าง
ประเทศใน 6 ท่าอากาศยาน ไดแ้ ก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภมู ิ ดอนเมอื ง เชียงใหม่ เชียงราย ภเู ก็ต และกระบี่

2) แจ้งให้สถานพยาบาลทำการคดั กรองผปู้ ว่ ยที่มีอาการไข้ ร่วมกบั มีอาการระบบทางเดินหายใจ เชน่
ไอ เจบ็ คอ มนี ำ้ มูก หายใจเหนอ่ื ยหอบ และมีประวัติการเดนิ ทางจากประเทศจนี แผน่ ดนิ ใหญ่ ภายใน 14 วัน

3) การเฝ้าระวังในชมุ ชน โดยใหค้ วามรูป้ ระชาชน เมื่อพบนักท่องเที่ยวทีเ่ ดนิ ทางมาจากพืน้ ท่ีระบาด
ของโรค มอี าการไข้ รว่ มกบั มีอาการระบบทางเดินหายใจ เชน่ ไอ เจบ็ คอ มนี ำ้ มูก หายใจเหนือ่ ยหอบ ให้แจง้
บุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค DDC Hotline 1422

4 ) แนะนำให้ประชาชนหลีกเลย่ี งการเดินทางไปประเทศจนี แผ่นดินใหญ่ หากเดินทางกลับจากพืน้ ที่
เสี่ยงหรอื พืน้ ท่ที ี่มีการระบาด ภายใน 14 วัน หากมีไข้ รว่ มกับอาการทางเดินหายใจ ได้แก่ ไอ เจบ็ คอ มนี ำ้ มกู
หายใจเหนอื่ ยหอบ ควรรบี พบแพทย์ทันที พรอ้ มทงั้ แจ้งประวัติการเดนิ ทางใหเ้ จา้ หนา้ ที่ทราบ

Department of Medical Sciences 3

ก า ร ต ร ว จ วิ เ ค ร า ะ ห์
COVID-19

| Department of Medical Sciences

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

บท2ที่

การตรวจวินิจฉัยโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019
(Coronavirus Disease 2019; COVID-2019)

1. การตรวจวนิ จิ ฉยั เพอ่ื แยกโรค (Non-SARS-CoV-2 testing)

โรคไวรสั โคโรนา 2019 มอี าการเริ่มตน้ คล้ายผ้ปู ว่ ยอาการคลา้ ยไข้หวดั ใหญ่ (Influenza-like illness;
ILI) และพัฒนาไปสูอ่ าการทางเดนิ หายใจรนุ แรงเฉียบพลัน (Severe acute respiratory infection; SARI)
ทำใหผ้ ู้ป่วยเสียชวี ติ ในบางรายอาจมีอาการท้องเสีย หรือไตวายร่วมดว้ ย ซึง่ อาการดงั กล่าวไมส่ ามารถแยกได้
จากโรคระบบทางเดินหายใจท่ีมีสาเหตุจากเช้ือไวรัสและแบคทีเรียตัวอ่ืนๆ ดังน้ันจึงจำเป็นต้องตรวจวินิจฉัย
แยกโรค (Non-SARS-CoV-2 testing) เพอ่ื ให้ผูป้ ว่ ยได้รบั การรกั ษาไดถ้ กู ต้องและทันเวลา

การทดสอบตอ้ งยดึ หลกั ความปลอดภยั และความจำเป็นในการรกั ษา โดยเฉพาะการตรวจแยกโรคจาก
สง่ิ สง่ ตรวจระบบทางเดินหายใจ หรอื จากระบบอ่ืนๆ ควรทำในตู้ BSC class II ซึง่ ตดิ ตั้งในห้องปฏบิ ตั กิ ารชวี
นิรภยั ระดบั 2 กรณไี ม่มีตู้ BSC class II อาจเตรยี มหรอื ทดสอบส่งิ ส่งตรวจจากระบบอน่ื ที่ไมใ่ ช่ระบบทางเดิน
หายใจ ในห้องปฏิบัติการของงานประจำ ด้วยความระมัดระวัง ไม่ปฏิบัติงานพร้อมกับการตรวจวิเคราะห์
ตวั อย่างผูป้ ว่ ยดว้ ยโรคอื่นๆ และสวมชุดปอ้ งกันตนเอง ( PPE) ให้ถูกต้องและเหมาะสม

รายการทดสอบเพื่อการตรวจแยกโรคตอ้ งทำใน BSC class II เชน่
1. การตรวจหา Influenza A และ B ด้วย Rapid test kit
2. การตรวจ Bacteria ตอ้ งทำในตู้ BSC class II

2.1 การเพาะเชอ้ื แบคทเี รีย เชน่ Streptococcus pneumoniae, Haemophilus
influenzae, Klebsiella pneumoniae

2.2 การย้อม Gram’s stain และ Acid-fast จากเสมหะ

Department of Medical Sciences 4

2. การตรวจวินจิ ฉัยโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019
เชือ้ ไวรสั SARS-CoV-2 จัดอยใู่ นกลุม่ เดยี วกบั เช้อื ไวรัสโคโรนาสายพนั ธอ์ุ ่ืนๆ ท่ีกอ่ โรคทางเดนิ หายใจใน

คน เชน่ สายพันธ์ุ 229E, OC43, NL63 และ HKU-1 เป็นตน้ หอ้ งปฏบิ ัติการจึงจำเป็นตอ้ งเลอื กวธิ ตี รวจยืนยัน
ทมี่ ีความไวและความจำเพาะสูงตอ่ เชื้อ SARS-CoV-2

ห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ท้ังสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขและศูนย์
วิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ในส่วนภูมภิ าค ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพโรคติดต่ออบุ ัตใิ หม่ สภากาชาดไทย และหอ้ ง
ปฏิบัติการเครือข่าย ไดแ้ ก่ สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลราชวถิ ี คณะแพทยศาสตร์ศริ ริ าชพยาบาล คณะ
แพทยศาสตรจ์ ฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธบิ ดี ไดใ้ ห้บรกิ ารตรวจวเิ คราะห์
ตวั อย่างผสู้ งสยั ตดิ เชื้อตามนิยามผูป้ ่วยที่เขา้ ขา่ ยเฝา้ ระวังโรคไวรสั โคโรนา 2019 ของกรมควบคุมโรค กระทรวง
สาธารณสขุ ซ่ึงยดึ แนวทางการตรวจวเิ คราะหต์ ามคำแนะนำขององคก์ ารอนามัยโลก และปรบั เปลีย่ นให้ทนั กบั
เทคนิคใหมท่ ่ีเพิม่ ความไวและความจำเพาะต่อเชอื้ SARS-CoV-2 อยา่ งต่อเนอ่ื ง

ปัจจุบนั กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ได้ใหบ้ ริการตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธีดงั ตอ่ ไปน้ี
1. การตรวจวนิ ิจฉัย SARS-CoV-2

1.1 การตรวจหาสารพันธกุ รรมของเช้ือ SARS-CoV-2 ดว้ ยวธิ ี Real-time RT-PCR ต่อ N-gene และ
ORF-1b gene หากผลการตรวจเปน็ ลบ สามารถรายงานผลได้ทนั ที (กรณีผลลบ อาจเกิดจากตัวอย่างทไ่ี ม่
เหมาะสมหรือดอ้ ยคณุ ภาพ ไดแ้ ก่ ตำแหนง่ ที่เก็บสิ่งส่งตรวจไม่สัมพนั ธ์ กับพยาธสิ ภาพของโรคหรือระยะเวลาที่
เก็บห่างจากวันเร่มิ ปว่ ยมากเกนิ ไป เจา้ หน้าที่จึงควรทบทวนคำแนะนำการเกบ็ และนำส่งสง่ิ ส่งตรวจ พรอ้ มกบั
เกบ็ ตัวอย่างใหม่ สง่ ตรวจซ้ำ) แตห่ ากผลการตรวจเปน็ บวก ดว้ ยยนี ใดยีนหนึ่งหรอื ท้ังสองยีนจะดำเนนิ การ
ตรวจยนื ยันอีกคร้ัง

1.2 การตรวจยืนยันเช้อื SARS-CoV-2 สามารถตรวจได้ 2 วธิ ี คอื
1.2.1 วิธี Real-time RT-PCR ต่อยนี เป้าหมายทแ่ี ตกตา่ งกันหรอื บริเวณเป้าหมายท่ีต่างกันแม้จะเป็น
ยนี เดียวกัน
1.2.2 การตรวจลำดับนวิ คลโิ อไทด์ (Nucleotide sequencing ) ตอ่ ORF-1b gene หรือ N gene

Department of Medical Sciences 5

ตารางการแบง่ เขตพืน้ ที่ และหอ้ งปฎบิ ตั ิการในการสง่ ตัวอยา่ งส่งิ ส่งตรวจ

Department of Medical Sciences 6

ก า ร เ ก็ บ ก า ร ข น ส่ ง แ ล ะ ก า ร
ท ำ ล า ย ตั ว อ ย่ า ง

| Department of Medical Sciences

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

บทท่ี
3

การเกบ็ สิ่งสง่ ตรวจเพอ่ื ตรวจหาสารพันธกุ รรมของเช้ือ
SARS-CoV-2

เพื่อให้การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ มีประโยชน์ต่อการรักษาผู้ป่วย รวมถึงการสอบสวนโรค
การเลือกเก็บสิ่งส่งตรวจที่เหมาะสมและสัมพันธ์กับพยาธิสภาพของโรค รวมถึงวิธีการเก็บส่ิงส่งตรวจท่ีถูกต้อง
จะช่วยใหผ้ ลการตรวจวินิจฉัย มีความถกู ต้องและแมน่ ยำยิง่ ข้ึน ผเู้ ก็บส่ิงสง่ ตรวจจึงควรปฏบิ ัติตามคำแนะนำ
ดังน้ี

1. ควรเก็บตัวอยา่ งเรว็ ที่สุด เมื่อผู้ป่วยเรมิ่ ปรากฎอาการของโรค อยา่ งช้าภายใน 3-5 วนั

2. ผปู้ ่วยท่ีมีอาการรนุ แรง ปอดบวม ปอดอกั เสบ ควรเกบ็ ตวั อยา่ งจากระบบทางเดินหายใจส่วนลา่ ง
เช่น bronchoalveolar lavage , tracheal aspirate, sputum ใหใ้ สภ่ าชนะปลอดเชอ้ื ไม่ตอ้ งใส่ UTM/
VTM ยกเวน้ กรณผี ู้ป่วยใส่ tube ใหต้ ดั สาย ET-tube จุม่ ลงในหลอด UTM/VTM และควรเก็บตวั อย่างจากทาง
เดินหายใจส่วนบนควบค่ไู ปด้วยเพื่อเพม่ิ โอกาสการพบเช้ือจากการเก็บตัวอย่างหลายระบบ

3. ผู้ป่วยทม่ี อี าการตดิ เชื้อทางเดินหายใจสว่ นบน หรอื มีอาการคล้ายไข้หวดั /ไขห้ วดั ใหญ่ เก็บจาก
ระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น nasopharyngeal aspirate, nasopharyngeal wash, nasopharyngeal
swab, throat swab ในรายที่เกบ็ โดยใช้ swab ควรเกบ็ Nasopharyngeal swab รว่ มกับ Throat swab ใส่
ใน UTM/VTM หลอดเดียวกนั เพอ่ื เพ่ิมปริมาณไวรสั (ใช้ Dacron หรือ Rayon swab ท่ีก้านทำด้วยลวดหรือ
พลาสตกิ และไม่มีสาร calcium alginate เมอ่ื ปา้ ยเสรจ็ ใหจ้ ุ่มลงในหลอด UTM/VTM แล้วหักหรอื ตดั ปลาย
ด้าม swab ทง้ิ เพอื่ ปดิ หลอดเกบ็ ตวั อยา่ งใหส้ นทิ )

4. ในรายทม่ี ีอาการอจุ จาระร่วง เก็บอจุ จาระ 10-20
มล. หรอื ประมาณ 5-10 กรมั ใสใ่ นภาชนะปลอดเชื้อ

5. เม่ือเก็บตัวอย่างแล้วต้องแช่ในกระติกน้ำแข็งทันที
หรอื เก็บในตเู้ ย็น อณุ หภูมิ 4-8◦ซ แล้วส่งห้องปฏบิ ตั ิการภายใน
24 ชม. กรณีที่ไม่สามารถสง่ ตรวจภายใน 24 ชม. ใหเ้ ก็บในตู้แช่
แข็ง – 70◦ซ

ทีม่ า: URL:http://www.return2health.net

Department of Medical Sciences 7

ตารางท่ี1 สรุปชนิดและวธิ กี ารเกบ็ ตัวอยา่ งเพื่อตรวจหาสารพันธกุ รรมของเชื้อ SARS-CoV-2 และเชือ้ ไวรสั
ชนดิ อนื่ ๆดว้ ยวิธี real-time PCR

ตำแหน่งเก็บสงิ่ สง่ ตรวจ ชนดิ สง่ิ สง่ ตรวจ คำแนะนำเพม่ิ เตมิ
(อาการ)
bronchoalveolar lavage , tracheal aspirate, ควรเก็บตัวอย่างจากทางเดิน
ทางเดินหายใจสว่ นล่าง
(ปอดบวม ปอดอักเสบ) tracheal suction, sputum ให้ใสภ่ าชนะปลอดเชอ้ื หายใจส่วนบนควบคูไ่ ปด้วย
( เพ่มิ โอกาสการพบเชือ้ )
ทางเดนิ หายใจสว่ น ยกเวน้ กรณีผูป้ ว่ ยใส่ tube ให้ตดั สาย ET-tube จมุ่ ลงใน
บน(คลา้ ยไข้หวัดใหญ)่
หลอด UTM/VTM
ทางเดินอาหาร
(ท้องร่วง) -nasopharyngeal aspirate, nasopharyngeal wash ใช้ Dacron หรอื Rayon swab

ให้ใส่ภาชนะปลอดเชอ้ื ที่ก้านทำด้วยลวดหรือพลาสติก
และไมม่ ีสาร calcium

-เกบ็ Nasopharyngeal swab ร่วมกบั Throat swab ใส่ alginate

ใน UTM/VTM หลอดเดียวกนั

เก็บอุจจาระใส่ในภาชนะปลอดเชื้อ10-20 มล. หรือ -

ประมาณ 5-10 กรัม

แนวทางการขนส่งตวั อยา่ งผูป้ วยเพ่อื ตรวจหาเช้ือไวรสั โคโรนา 19 (COVID-19) และการ
ทำลายขยะตดิ เช้ือ

การขนส่งหรือขนย้ายตัวอย่างตรวจทางคลินิกหรือเชื้อจุลชีพเป็นกระบวนการท่ีสําคัญ ต้องใช้ความ
ระมดั ระวงั ในการขนย้าย และควรจะมกี ารป้องกนั ด้วยวัสดชุ ้ันนอกทแี่ ขง็ แรง ตกไม่แตก ปดิ ไดส้ นทิ และสามา-
รถทําการฆา่ เชอ้ื ได้ดว้ ยวธิ ที ี่เหมาะสม เนื่องจากความผิดพลาดทเี่ กดิ ขนึ้ ในกระบวนการขนสง่ มีโอกาสกอ่ ใหเ้ กิด
การรั่วไหลส่สู ิง่ แวดล้อมจนเปน็ สาเหตุการระบาดของโรคได้

ขอ้ ปฏิบตั ิทวั่ ไปในการบรรจหุ ีบหอ่ เพือ่ ขนสง่ เช้อื และวตั ถุตวั อยา่ งจากผู้ปว่ ย ในการบรรจุหบี ห่อเพ่อื การ
ขนส่งเช้ือจลุ นิ ทรยี ท์ ่ีถูกตอ้ งตามมาตรฐานความปลอดภยั สากล น้ัน จะตอ้ งบรรจุเช้ือจลุ นิ ทรยี ์ในหีบหอ่ ทม่ี คี วาม
แข็งแรงทนทาน ซ่ึงต้องใชพ้ ัสดภุ ัณฑส์ ามชนั้ (the basic triple packaging system) สําหรับบรรจุวัสดตุ ดิ เช้ือ
เพ่อื การขนสง่ ข้นึ กบั ชนดิ ของสิง่ ท่ีจะส่งวา่ เปน็ BIOLOGICAL Category A (Culture) หรือ BIOLOGICAL
SUBSTANCE, CATEGORY B(clinical specimen : ตวั อย่างตรวจทเี่ ก็บจากผูต้ ิดเชื้อทั้งทยี่ ังสงสยั หรอื มีการ
ยืนยันแลว้ ) ซ่งึ ทัง้ สองแบบจะประกอบดว้ ยภาชนะบรรจุ 3 ช้ันเป็นอยา่ งน้อย โดยมภี าชนะบรรจุตัวอยา่ งชัน้
ใน(primary container) เปน็ แบบปอ้ งกนั การการร่วั ซึม(leak proof) ภาชนะบรรจชุ ัน้ ในซง่ึ บรรจตุ ัวอย่างท่ี
จะถูกส่งต้องมีนํ้าหนกั เบา และตดิ ฉลากชดั เจน แลว้ พนั หรอื ห่อภาชนะน้ดี ว้ ยวัสดดุ ดู ซับ เพือ่ ซับของเหลวใน
กรณีทภ่ี าชนะแตกหรอื รวั่ ภาชนะบรรจชุ ั้นกลาง (secondary container)ตอ้ งกันนาํ้ มไี ว้ เพอ่ื ปกปิดและ
ป้องกันภาชนะช้ันแรก อาจบรรจุภาชนะรองรับช้ันในหลายๆ อันก็ได้ ภาชนะชั้นนอกจะใช้ในการปกป้อง
ภาชนะชัน้ ท่ี 2 จากอันตรายทาง กายภาพขณะเคลือ่ นย้าย และต้องมแี บบฟอร์มขอ้ มลู ตวั อยา่ ง เอกสารระบุนา้ํ

Department of Medical Sciences 8

หนกั หรอื ปริมาตรของวสั ดตุ ิดเชอ้ื จดหมาย และข้อมูลอนื่ ๆ ทม่ี ีการระบุหรอื อธบิ ายตัวอย่าง ระบผุ ้สู ง่ และผ้รู ับ
เอกสารอน่ื ๆ ต้องจัดเตรียมตามที่ขอ้ กาํ หนดระบไุ ว้

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กําหนดแนวทางในการนําส่งตัวอย่างผู้ป่วยเพ่ือตรวจหาเช้ือไวรัสโคโรนา19
(COVID-19) มายังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อให้เกิด ความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมใน
ระหวา่ งการขนส่งจนถึงหอ้ งปฏิบตั ิการกรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ท้ังในสว่ นกลางและสว่ นภูมิภาค

ความสำคัญของการขนสง่ ตัวอย่าง

• ตวั อยา่ งมาถึงห้องปฏิบัตกิ ารในเวลาท่ีเหมาะสม

• ตัวอย่างอยู่ในสภาวะอุณหภูมทิ ีเ่ หมาะสมเช่น สภาพท่เี ย็น ไม่รวั่ ซึม

• ระหวา่ งการขนสง่ มคี วามปลอดภัยทงั้ ตอ่ ผปู้ ฏบิ ตั ิงานและสงิ่ แวดลอ้ ม

• ปฏิบตั ิตามระเบยี บวา่ ด้วยการขนส่งเชื้อโรค

คำแนะนำวธิ ปี ฏิบตั ิในการขนสง่ วตั ถตุ ัวอยา่ ง

ผูเ้ ก็บตัวอยา่ ง หมายถงึ ผู้ทีม่ ีหนา้ ที่เกบ็ วตั ถุตัวอย่างจากร่างกายผปู้ ว่ ย ควรสวมใสช่ ดุ อปุ กรณ์ป้องกัน
ส่วนบคุ คล (PPE) ให้ครบถว้ น ได้แก่ เส้อื คลุมควรเปน็ ชนดิ ปอ้ งกันของเหลวซมึ ผ่าน หมวกคลุมผม หนา้ กาก
นิรภัย N95 หรือ เครือ่ ง respirator hood with supplied filtered-air (powered air purifying
respirator; PAPR) อุปกรณ์ปอ้ งกนั อนั ตราย บริเวณใบหนา้ (face shield) สวมใส่ถงุ มอื 2 ช้ัน และ ถงุ หุ้ม
รองเทา้ หรือสวมใส่ PPE ตามทส่ี ถานพยาบาลน้ัน กำหนด เม่ือเกบ็ ตัวอย่างจากผปู้ ่วยเสร็จแล้ว ควรเปลย่ี น
PPE ใหม่ท้งั หมดก่อนออกส่พู น้ื ที่อนื่ หรือพนื้ ท่ีสาธารณะ PPE ท่ีสวมใส่ในขณะเก็บตวั อย่างจากผปู้ ่วยมโี อกาส
ปนเปื้อนเช้อื สงู มากให้ทำการฆ่าเช้อื หรอื ทำลาย PPE นน้ั หลงั การใช้งาน

วธิ กี ารบรรจุ

1. ก่อนเก็บตวั อย่างจากผปู้ ่วย ควรเตรียมวสั ดอุ ปุ กรณ์ทีจ่ ะใช้ใน การเก็บตวั อยา่ งให้พรอ้ ม รวมทั้ง
หลอดสำหรับใสว่ ตั ถุตวั อยา่ ง เขียนรายละเอยี ดผูป้ ่วย เช่น ชื่อผปู้ ่วย ชนดิ ของ ตวั อยา่ ง วันเดือนปีบนฉลากขา้ ง
หลอดให้ครบถ้วนปดิ ทบั สลากดว้ ยวัสดกุ ันน้ำ

2. บรรจุตวั อย่างในหลอดทป่ี ้องกันการรัว่ ไหล (Leak proof) เมอ่ื เกบ็ ตวั อยา่ งเสร็จเรียบรอ้ ย ปดิ ฝา
หลอดหรือภาชนะเก็บตัวอยา่ งสง่ ตรวจให้สนิทพนั ดว้ ย เทป แลว้ ถอดถุงมอื ชัน้ นอกสดุ เปล่ยี นสวมใสถ่ งุ มอื ค่ใู หม่
ต้องทำการลดการปนเปื้อน (Decontamination) ภายนอกหลอดวตั ถตุ วั อยา่ ง โดยเชด็ ดว้ ยนำ้ ยาฆา่ เช้อื 0.1%

Department of Medical Sciences 9

(1000ppm) โซเดียมไฮโปคลอไรต์ ควรตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมลู บนฉลากข้างหลอดวัตถุตัวอย่างอีก
ครัง้ พันรอบหลอดวัตถุตัวอยา่ งด้วยวัสดดุ ูดซบั ของเหลว โดยวสั ดดุ ดู ซบั ของเหลวท่ใี ช้ต้องเพียงพอท่จี ะสามารถ
ดูดซบั ของเหลวจากภาชนะชน้ั ในทง้ั หมดได้ในกรณที ภ่ี าชนะช้ันในแตกหรือรวั่ ใส่ถุงซปิ ชั้นท่ี 1 แลว้ ทําความ
สะอาดภายนอกด้วย 70% แอลกอฮอล์ สวมถงุ มือคใู่ หม่ สวมถุงซปิ ชนั้ ท่ี 2 และ ช้นั ท่ี 3 ทาํ ความสะอาดถุงซิป
อกี ครง้ั ด้วย 70% แอลกอฮอล์

3. นําหลอดวัตถตุ ัวอยา่ งในถงุ พลาสตกิ ซิป 3 ชน้ั ใส่ในกระป๋องพลาสติกท่แี ขง็ แรง ปอ้ งกันการรั่วไหล
ได้ดี (ภาชนะชั้นท่2ี ) มีฝาปิดสนิทไมร่ ั่วซึม มีขนาดใหญ่พอทจี่ ะ ใช้ใสห่ ลอดวัตถุตัวอย่าง สามารถทนแรง
กระแทกได้หากตกพ้นื ตง้ั หลอดวตั ถุตัวอยา่ งในสภาพ ตงั้ ตรง เพือ่ ปอ้ งกันการหกของตวั อย่าง ฉีดพ่นน้ำยาฆ่า
เชื้อภายนอกกลอ่ งหรือภาชนะท่ีขนส่งตัวอย่าง

4.นํากระป๋องใสล่ งในกลอ่ งกระดาษหรอื กลอ่ งโฟม (ชัน้ ท่ี 3) ท่ีมีคณุ สมบัติแข็งแรงทนต่อการกระแทก
ถอด ชุด PPE ทงิ้ ในถงั ขยะตดิ เชือ้ และนำไปทำลายหรือฆ่าเชือ้

กรณขี นสง่ หลอดวัตถุตวั อย่างสงสัยไวรสั โคโรนา 19 เป็นการสง่ ตรวจยนื ยันการติดเชอ้ื ไวรสั น้ี ควร
ขนสง่ ด้วยห่วงโซ่ความเยน็ (4-8 °C) ตลอดการขนส่ง โดยใส่ Ice pack หรอื น้ำแข็งแห้งลงในชอ่ งวา่ งระหวา่ ง
ชนั้ ท่ี 2 และ 3 ให้เพียงพอ และมน่ั ใจวา่ จะรักษาความเยน็ จนถึงปลายทางภายใน 24 ชั่วโมง เน่อื งจากสาร
พนั ธุกรรมของไวรัสโคโรนา 19 อาจถูกทำลายไดจ้ ากอณุ หภูมิทส่ี ูงข้นึ ปดิ ฝากล่องโฟม และใช้เทปพนั ปดิ รอยต่อ
ของฝาให้แน่น เอกสารแสดงรายละเอยี ดท่เี ก่ยี วข้องใหต้ ดิ ไว้ดา้ นนอกของภาชนะชัน้ นอก หา้ มใสไ่ วด้ า้ นใน เพ่อื
ลดการปนเปือ้ นเช้อื ของเอกสาร

กรณีที่ใช้น้ำแข็งแห้งเป็นสารทําความเย็น บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกต้องปิดสนิท โดยต้องสามารถระบาย
ความดันท่ีเกิดจากการระเหิดของน้ำแข็งแห้ง ภาชนะชั้นกลางต้องมีความทนทานต่อความเย็นจัดของ
น้ำแข็งแห้งได้ และที่บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกนั้น ด้านนอกต้องแสดงสัญลักษณ์สารอันตรายตามแบบสากลพร้อม
ขอ้ ความเตอื นเป็นภาษาไทยหรือภาษาองั กฤษตามความเหมาะสม

5.ภาชนะช้ันนอก ดา้ นนอกให้แสดงรายละเอียดได้แก่ ช่ือ ทอี่ ยู่ หมายเลข โทรศพั ทต์ ิดต่อของผคู้ วบคุมการ
ขนส่ง ช่ือผู้ส่ง มีชื่อและหมายเลขโทรศพัท์ผู้ติดต่อกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินและผู้รับ ติดสัญลักษณ์สารชีวภาพ
อันตราย สญั ลกั ษณล์ กู ศรแสดงทิศทางการวางบรรจุภัณฑ์

สญั ลักษณ์ชวี ภาพอนั ตราย 10

Department of Medical Sciences

6. ติดตอ่ บริษทั ที่ใหบ้ รกิ ารเพ่ือมารับตัวอย่าง

การขนส่งกล่องวัตถตุ ัวอย่าง การขนสง่ กลอ่ งวตั ถุตวั อยา่ งโดยรถยนต์ ควรวางกล่องวัตถุตวั อยา่ งใน
พ้นื ทร่ี าบมอี ุปกรณ์ช่วยยึดกล่องให้ อยู่ติดกับตัวรถอยา่ งมนั่ คง และไม่ถกู แสงแดดโดยตรง ควรมชี ดุ เกบ็ กวาด
สารชวี ภาพหกหลน่ (biological spill kit) ประจำรถไปดว้ ย เพือ่ ใชห้ ากเกิดเหตุฉุกเฉินจากนนั้ ประสานมายงั
ห้องปฏบิ ัตกิ าร แจ้ง วนั เวลาท่ีส่งตัวอย่างท่ี ศนู ยป์ ระสานงานการตรวจวเิ คราะห์ และเฝา้ ระวังโรคทางหอ้ ง
ปฏบิ ัตกิ าร (ศปส.) สถาบันวจิ ยั วทิ ยาศาสตร์ สาธารณสขุ กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ จ.นนทบรุ ี หรือ ทีศ่ ูนย์
วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ 14 แห่ง การขนสง่ กลอ่ งวตั ถุตัวอย่างทางอากาศ ให้ปฏบิ ัตติ ามระเบียบของสายการ
บนิ

ชดุ เก็บกวาดสารชวี ภาพหกหลน่ (Biological spill kit ) ประกอบด้วย

1. วธิ กี ารจดั การ ( instruction protocol )
2. อปุ กรณ์ - ชุดอุปกรณป์ อ้ งกนั สว่ นบุคคล (personal protective equipment, PPE) ไดแ้ ก่ เส้อื
คลุม หน้ากาก นิรภยั N95 หรอื หนา้ กากอนามัย (ถา้ ขนส่งเชอ้ื โรคอนั ตรายร้ายแรงหรือตดิ ตอ่ ทางเดนิ หายใจให้
ใชห้ นา้ กาก N95) หมวกคลุมผม แว่นตา หรือ อปุ กรณป์ ้องกนั อันตรายบรเิ วณใบหน้า (face shield) ถุงมือ ถงุ
หมุ้ รองเทา้

3. ชุดอปุ กรณ์เกบ็ กวาด ไดแ้ ก่ กระดาษซับ แปรง ทโี่ กยเศษวัสดุ ปากคีบ

4. ภาชนะท้ิงเศษวสั ดมุ ีคม (leak-proof sharps container)

5. ถุงแดงใส่ขยะตดิ เช้อื

6. น้ำยาฆ่าเช้อื (disinfectant solution) 0.1 %(1000ppm) โซเดียมไฮโปคลอไรท์

Department of Medical Sciences 11

การทำลายขยะติดเช้ือ

ภายหลังปฏิบัติงานเสร็จ พื้นทท่ี ่ใี ชใ้ นการปฏิบัติงานและเคร่ืองมือท่ีอาจมีการปนเปือ้ นกบั ตวั อย่างหรือ
กล่องขนสง่ ตวั อย่าง ตอ้ งทำการลดการปนเปื้อน(Decontaminate) ตามระเบยี บปฏิบตั ิของห้องปฏบิ ตั กิ าร เชน่
การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ การนงึ่ ฆ่าเช้ือ (autoclave)ดว้ ยไอนำ้ หากเลอื กวธิ ลี ดการปนเปอ้ื นด้วยสารเคมคี วรใช้นำ้ ยา
ฆา่ เชือ้ (Disinfectant)ทมี่ ีประสทิ ธภิ าพต่อเอนเวลลอป อารเ์ อนเอไวรสั เช่น โซเดียมไฮโปคลอไรท์ (0.1%
1000ppm) และใช้ใหถ้ งึ เวลาทก่ี ำหนด (contact time) ตามชนิดของนำ้ ยาฆา่ เชอื้ เพ่ือประสิทธิภาพสูงสุด

เอกสารอา้ งอิง

• https://www.who.int/docs/default-source/coronaviruse/20200114-interim-laboratory-
guidance-version.pdf

• Guidance on regulations for the transport of infectious substances 2019– 2020

• The WHO Laboratory Biosafety Manual, 3rd edition and 4th Edition

Department of Medical Sciences 12

Department of Medical Sciences 13

ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย แ ล ะ
ค ว า ม มั่ น ค ง ท า ง ชี ว ภ า พ

| Department of Medical Sciences

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

บทท่ี
4

ความปลอดภยั ทางชีวภาพ (Biosafety)

การเก็บและการขนส่งตัวอย่างจากผู้ป่วยและตัวอย่างอื่นๆเพ่ือการสอบสวนโรค ให้ถือว่าเป็นวัตถุติด
เชือ้ ซงึ่ การขนสง่ ตวั อย่างจะตอ้ งปฏิบัตติ ามระเบยี บปฏิบตั สิ ากลตามทร่ี ะบุไวใ้ นบทท่ี 4 และต้องคำนึงถึงความ
ปลอดภยั ใหค้ รบท้ัง 3 กระบวนการ คือ การเก็บตัวอยา่ ง การขนสง่ ตวั อย่าง และการรับตวั อยา่ ง ท้งั น้เี พ่อื
ปอ้ งกนั การตดิ เช้อื ของผู้ปบิ ตั งิ าน การแพร่ระบาดของเช้ือโรคสู่หน่วยงานสนบั สนนุ ชมุ ชน และ สง่ิ แวดลอ้ ม

ความปลอดภัยในการเกบ็ ตัวอย่าง

การเก็บตัวอย่างจากผู้ป่วยจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยท้ังของผู้ป่วย เจ้าหน้าท่ีผู้ทำหน้าที่เก็บ
ตวั อย่าง และ สิง่ แวดลอ้ ม

ความปลอดภัยของผปู้ ่วย เจ้าหน้าท่ีผ้เู ก็บตวั อยา่ งควรดำเนนิ การดงั น้ี

1. เก็บตวั อย่างจากผู้ปว่ ยโดยใชเ้ ทคนคิ ปลอดเชื้อ (aseptic technique) เพอ่ื ลดความเสยี่ งของผู้ปว่ ย
ต่อการติดเช้อื หรอื ได้รบั บาดเจ็บ

2. สถานท่ีเกบ็ ตวั อยา่ งจะต้องสะอาด มิดชิด และให้ความสะดวกสบายต่อผู้ปว่ ยตามสมควร

3. วสั ดุอปุ กรณ์ทีใ่ ชเ้ ก็บตัวอยา่ งควรสะอาด ปลอดเช้อื โรคและสารปนเปอ้ื น และควรเป็นประเภทใช้
ครั้งเดียวท้งิ

4. หากจำเปน็ ต้องฆ่าเช้ือบนผวิ หนงั ผู้ปว่ ย ใชแ้ อลกอออล์ 70% หรือ ทิงเจอร์ ไอโอดีน 1-2% ทา
ผิวหนงั บริเวณตำแหน่งทจี่ ะเก็บตัวอยา่ ง ปล่อยท้ิงไวป้ ระมาณ 2 นาที จึงทำการเก็บตวั อย่าง เพื่อลดการปน
เป้อื นของเชอื้ จุลนิ ทรยี ์บริเวณผิวหนัง

5. เจ้าหน้าท่เี ก็บตัวอย่างควรสวมใสอ่ ปุ กรณ์ปอ้ งกนั สว่ นบุคคล (personal protective equipment,
PPE) ขณะปฏบิ ตั ิงาน และทงิ้ ในถุงสำหรับขยะติดเชือ้ เมอ่ื เลกิ ใช้งาน

6. ลา้ งมอื กอ่ นและหลงั การเก็บตวั อย่างเพอ่ื ลดการปนเป้ือนและลดการแพรก่ ระจายของโรคตดิ เชือ้ ใน
โรงพยาบาล

Department of Medical Sciences 14

ความปลอดภัยของเจ้าหน้าท่ีผ้เู กบ็ ตวั อยา่ ง

ควรมีการอบรมและให้ความรู้เพ่ือให้เจ้าหน้าที่ตระหนักอยู่เสมอว่าวัตถุตัวอย่างจากผู้ป่วยหรือวัตถุตัว
อย่างอืน่ ๆ เพอื่ การสอบสวนโรคระบาดเป็นวัตถตุ ิดเชือ้ อันตราย เจ้าหน้าที่เก็บตัวอยา่ งมคี วามเส่ียงสงู ทจี่ ะไดร้ บั
เชอ้ื โรคหรือติดเช้ือจากการสมั ผัสวัตถุตวั อยา่ ง ดงั น้นั กอ่ นเก็บตัวอย่างเจา้ หนา้ ท่คี วรดำเนินการดังน้ี

1. ได้รับการอบรมวิธีปฏิบัติในการเก็บตัวอย่างและทราบวิธีป้องกันตนเองจากการติดเชื้อขณะปฏิบัติ
งาน

2. สวมใสอ่ ปุ กรณป์ ้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับระดบั ความรนุ แรงของเช้อื กอ่ โรค

3. เตรียมวสั ดอุ ปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการเก็บตัวอยา่ งและภาชนะในการขนสง่ ตวั อย่างท่ีเหมาะสมไว้พร้อมใช้

4. เตรยี มน้ำยาฆา่ เช้ือท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพไว้พร้อมใช้

5. เตรยี มวสั ดุอปุ กรณใ์ นการล้างมอื ไวพ้ ร้อม ไดแ้ ก่ อา่ งลา้ งมือ นำ้ สะอาด สบู่ หากออกเก็บตวั อย่าง
นอกสถานทีค่ วรเตรียมแอลกอฮอลเ์ จลลา้ งมือ

6. เตรียมภาชนะสำหรับทิ้งวสั ดุตดิ เชอื้ วัสดแุ หลมคม และขยะตดิ เช้อื

อปุ กรณ์ป้องกนั ส่วนบคุ คล (personal protective equipment, PPE)

หมายถึง เครอ่ื งแต่งกายพิเศษและวสั ดอุ ุปกรณท์ ใี่ ช้สวมใสป่ กปดิ รา่ งกาย เพื่อป้องกันการสมั ผัสกบั เช้อื
โรค ชว่ ยปอ้ งกันและลดโอกาสติดเช้อื อุปกรณ์ป้องกนั ส่วนบุคคล แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภทตามอายกุ ารใช้งาน
คือ

1. ประเภทใช้ครัง้ เดยี วแลว้ ท้งิ เชน่ ถุงมอื ยาง หน้ากากอนามยั หมวกคลุมผม

2. ประเภททสี่ ามารถหมนุ เวยี นนำกลับมาใช้ไดอ้ กี เชน่ เสอื้ คลุม แวน่ ตานิรภัย

Department of Medical Sciences 15

ตารางที่ 1 ชนิดของอุปกรณ์ป้องกันสว่ นบุคคล (personal protective equipment, PPE) และ การใชง้ าน

ชนิดของ PPE การใชง้ าน ข้อควรระวัง
อปุ กรณ์ป้องกันทางเดนิ หายใจ
หน้ากากอนามัย (surgical mask) สวมใส่เพอ่ื ป้องกันการสดู ดมเช้ือ - เลือกชนดิ ของหนา้ กากให้
หรือ เชอ้ื กระเด็นเขา้ ปาก เหมาะสมกบั ชนดิ ตัวอยา่ ง
หน้ากากนิรภัย N95 หน้ากากมหี ลายชนดิ เช่น ความรนุ แรงของเชือ้ โรค และ
อปุ กรณ์ป้องกันดวงตา และ ใบหน้า 1. หนา้ กากอนามัย (surgical สารอันตราย
mask) ป้องกนั เชือ้ กระเด็นเข้า - หนา้ กากนริ ภยั N95 ควรมี
แวน่ ตา ปาก การทดสอบ Fit test ก่อนการ
2. หนา้ กาก N95 ปอ้ งกนั การ ใชง้ าน
ติดเชอ้ื ไวรัสระบบทางเดิน
หายใจ

สวมใสเ่ พ่อื ปอ้ งกนั อันตรายทจี่ ะ เลือกชนิด ปกปอ้ งเฉพาะดวงตา

เกดิ กับ ดวงตา ใบหน้า จากการ หรือ ปกปิดทัง้ ใบหน้า ขน้ึ กับ

กระเดน็ ของวัตถุตวั อยา่ ง เชือ้ ชนดิ ตัวอยา่ ง ความรนุ แรงของ

โรค และสารอันตราย เชอ้ื โรคและสารอันตราย

Face shield สวมใสเ่ พ่ือปอ้ งกนั การกระเดน็ หมวกคลุมผมท่ใี ชแ้ ล้วให้
หมวกคลมุ ผม ของวตั ถุตวั อยา่ ง เช้อื โรคและ ทิง้ ในถงั ขยะตดิ เชือ้
สารอนั ตราย หากผมยาวควร
รวบหรอื มดั ผมก่อนสวมหมวก
คลุมผม

Department of Medical Sciences 16

อุปกรณป์ อ้ งกันรา่ งกาย สวมใสเ่ พื่อปอ้ งกันการปนเปอ้ื น ไมส่ วมใส่เสอื้ คลมุ รับประทาน
เสื้อคลุมปฏิบัติการ (gown)
หรอื หกกระเด็นของวัตถุ อาหารหรือ น้ำ
อุปกรณ์ปอ้ งกนั มือ
ตวั อยา่ ง เช้อื โรค และสาร

อนั ตราย

1. สวมใส่ทุกครงั้ ทที่ ำงานกับ

ตัวอยา่ งผปู้ ว่ ย เช้ือโรค หรือ

สารอันตราย

2. ควรเปน็ เสอื้ คลุมแขนยาว

ตดิ กระดุมหลงั ปลายแขนตดิ

ยางยืด ทำจากวัสดุกนั นำ้

สวมใสเ่ พอ่ื ป้องกันอันตรายจาก 1. ควรสวมถุงมอื ทบั ปลายแขน
การสัมผัสโดยตรงกบั วตั ถุ เส้อื คลุม
ตัวอยา่ ง เชื้อกอ่ โรค และ สาร 2. ถอดถุงมือเมอื่ เสรจ็ ภารกิจ
อันตราย หรอื ป้องกันเชอ้ื โรค ดว้ ยความระมดั ระวงั
หรอื สารอันตรายแทรกเขา้ ทาง
บาดแผล

ถงุ มือยาง สวมใส่เพ่ือป้องกนั อันตรายจาก เลอื กชนิดทีห่ ุม้ ปดิ บริเวณเทา้
อุปกรณ์ป้องกันอนั ตรายเท้า การหกหล่นหรอื สัมผสั เช้ือโรค
หรอื สารอันตราย

รองเท้าปฏบิ ัติการ

ถงุ หมุ้ รองเท้า

สำหรับการเก็บตัวอย่างท่สี งสัยว่าเปน็ อาวธุ ชวี ภาพ ใหส้ วมใส่อปุ กรณป์ ้องกนั สว่ นบคุ คลและ จดั เตรียม
วัสดุอุปกรณ์ตามที่ระบุไว้ใน หนังสือแนวทางการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขจากโรคติดต่ออุบัติใหม่
อาวุธชีวภาพและทำเนียบเครือข่าย สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ISBN
978-974-297-869-3 พ.ศ. 2552

Department of Medical Sciences 17

ตารางที่ 2 การสวมใสแ่ ละถอดอุปกรณป์ ้องกนั สว่ นบุคคล (personal protective equipment, PPE)

ชนิดของ PPE การสวมใส่ การถอด

อุปกรณ์ปอ้ งกันทาง หนา้ กากอนามัย (surgical mask) หน้ากากอนามัย (Surgical
เดนิ หายใจ -วางหนา้ กากบนใบหนา้ โดยใหด้ ้านสเี ข้มอยดู่ ้าน mask)
นอก ด้านแถบอลมู เิ นียมอย่ดู า้ นบนตรงบริเวณ - ปลดสายรัดดา้ นหลังศรีษะ

สนั จมกู หรอื ดึงสายรดั ทเ่ี กยี่ วใบหู
หนา้ กากอนามัย -นำสายรัดเกี่ยวท่ีใบหทู ้งั 2 ข้างหรอื ผกู ไว้บริเวณ ออก
(surgical mask) ด้านหลงั ศรษี ะให้กระชับ ปรบั ตำแหนง่ - ไมส่ ัมผัสกบั บริเวณหน้ากาก

หนา้ กากให้เหมาะสมโดยให้หนา้ กากปดิ คลุมบิ ด้านสีเข้ม

เวณจมกู ปากและคาง - ทิง้ หน้ากากลงในถงั ขยะตดิ
-ใชป้ ลายน้ิวกดแถบอลมู ิเนยี มให้แนบกบั สนั จมูก เชื้อ

Department of Medical Sciences 18

หน้ากากนริ ภยั N-95 หนา้ กากนริ ภัย N95

- วางหนา้ กากบนฝา่ มอื ข้างทถ่ี นัด โดยวางหงายให้

สายรัดอยู่ด้านใต้มือ

หน้ากากนริ ภัย N95

- ใช้มอื ขา้ งหนง่ึ ดงึ สายรัดเส้น
ลา่ งขา้ มศรษี ะแล้วดึงสายรัด
ค้าง โดยดึงสายรัดลงดา้ นล่าง

-ทดสอบความยืดหย่นุ ของสายรดั โดยการดึงเบาๆ

-วางหนา้ กากบนใบหน้าให้คลุมบรเิ วณจมกู ปาก -ใช้มอื อกี ข้างหนงึ่ ดึงสายรดั

และคาง เส้นบนข้ามศรีษะ แล้วดงึ
สายรดั คา้ งไว้ โดยดงึ สาย
รดั ขึ้นด้านบน

-ดึงสายรดั เส้นบนข้ามศรีษะวางบนดา้ นหลังศรีษะ

เหนอื ใบหู แล้วดึงสายรัดเส้นลา่ งวางบนด้านหลงั
ศรษี ะบรเิ วณทา้ ยทอย

- รวบถอื สายรัดไว้ในมือเดยี ว
โดยห้ามมิใหส้ มั ผัสกับบรเิ วณ
ผิวด้านนอกของหนา้ กาก
แลว้ ทิง้ ลงในถังขยะติดเช้อื

Department of Medical Sciences 19

-ใชป้ ลายนิว้ กดแถบอลูมเิ นยี มใหแ้ นบกับสนั จมกู

-ตรวจสอบความแนบสนิทในการใส่หนา้ กาก (fit

check หรือ seal check) ซงึ่ ตอ้ งปฏบิ ตั ิทุก
ครง้ั หลังการใส่หนา้ กาก โดยใช้มือทง้ั สองขา้ ง
ปดิ ประกบหนา้ กากและตรวจสอบได้ดังน้ี

negative pressure check หายใจเข้า
แล้วสงั เกต หากการใส่แนบสนทิ หน้ากากจะยุบ
ตวั ลงเลก็ น้อย

positive pressure check หายใจออกช้าๆ
แล้วสงั เกต หากการใสแ่ นบสนิท จะตอ้ งไม่ร้สู ึกว่า
มีอากาศรว่ั ซมึ ออกมาบริเวณรอบหนา้ กากเม่อื
หายใจออก หากพบว่าหนา้ กากไมแ่ นบสนิท ต้อง
ทำการปรับตำแหนง่ หนา้ กากหรือปรบั สายรดั

อปุ กรณ์ปอ้ งกัน แว่นตา แวน่ ตา

ดวงตา และ ใบหน้า -จับบริเวณขาแว่นทัง้ สองข้าง แล้วนำแว่นยกขึน้ -จับขาแว่นทง้ั สองขา้ ง
-ถอดแวน่ โดยเลื่อนออกจาก
มาในระดับสายตา
ตวั ไปด้านหนา้ ระวงั ไม่
-เล่ือนแว่นเขา้ หาตัวในระดับสายตา
แวน่ ตา -นำขาแว่นวางลงบนใบหูทัง้ สองข้าง ปรบั สมั ผัสกับผิวดา้ นนอกของ

ตำแหนง่ ใหเ้ รียบร้อย แว่นตา

-เช็ดทำความสะอาดดว้ ย

นำ้ ยาฆา่ เช้อื ที่เหมาะสม

Department of Medical Sciences 20

Face shield Face shield Face shield
หมวกคลมุ ผม -จบั บรเิ วณดา้ นข้างของ face shield ยกให้เหนือ -จับบรเิ วณดา้ นขา้ งของ
ระดบั ศรษี ะเลก็ นอ้ ย face shield ถอดโดยการ
-สวม face shield โดยวางครอบลงบนศรีษะ ยก face shield ใหเ้ หนอื
-ปรบั ระดับสายรัดด้านบนศรษี ะ และสายด้าน ระดับศรษี ะ
หลังศรีษะใหก้ ระชบั -เลอื่ น face shield ออกไป

ทางดา้ นหนา้ ระวังไม่

สมั ผัสกบั ผวิ ดา้ นนอกของ

face shield
-เช็ดทำความสะอาดด้วย
น้ำยาฆ่าเช้อื โรคท่ีเหมาะ

สม

-รวบผมให้เรียบร้อย หากผมยาวใหใ้ หม้ ัดผม -ใช้มือขา้ งถนดั ดึงหมวกคลุม
-คลี่หมวกคลุมผมออก
-สวมหมวกใหค้ ลมุ ผมทัง้ หมด ผมจากบริเวณด้านบน
ศรีษะ โดยดงึ ในลกั ษณะ
ดงึ ขน้ึ ให้พน้ ศรีษะ

-ทง้ิ หมวกคลุมผมลงในถงั

ขยะตดิ เช้ือ

อุปกรณ์ป้องกนั -สอดแขนเขา้ ไปในแขนเสอ้ื คลุม ดึงชายแขนเสอ้ื -ปลดสายรัดท่ผี กู ไว้ หรอื
ร่างกาย ให้คลมุ ถึงบรเิ วณขอ้ มือ ปลดกระดุม ดา้ นหลงั

-ผูกสายหรอื ติดกระดมุ ด้านหลงั บรเิ วณต้นคอ บรเิ วณเอว และตน้ คอ
และเอวใหเ้ รยี บรอ้ ย โดยใหช้ ายผ้าด้านหลังพัน -พลิกจบั ผิวด้านในของเสื้อ
ทับให้ปดิ บรเิ วณดา้ นหลงั ทั้งหมด คลุมบริเวณด้านหลงั

ต้นคอ แลว้ ดึงออกมาทาง

แขนเสื้อท้ังสองขา้ ง โดยให้

ผวิ ดา้ นในชดุ กลับออกมา

- อยู่ดา้ นนอก
เสื้อคลุมปฏบิ ตั กิ าร
-ใสช่ ดุ คลมุ ลงในถงั ทีเ่ ตรียม
(gown)
ไว้ เพื่อรอการนำไปผ่าน

ข้นั ตอนการลดการปน

เปื้อนและซกั ล้างทำความ

สะอาด

-หากเป็นเส้ือคลมุ ชนิดใชค้ รัง้
เดยี วทิ้ง ให้ใส่ในถังขยะติด

เชือ้ และนำไปทำลายตาม

วิธีกำจัดขยะขยะตดิ เช้ือ

Department of Medical Sciences 21

อุปกรณ์ป้องกนั มอื -ทดสอบการรวั่ ซมึ ของถงุ มอื โดยการเปา่ ลมเข้า -ใชม้ อื ขา้ งหน่ึงดงึ ผวิ ถงุ มือ
ถงุ มอื ยาง
ถุงมือ แลว้ กำปดิ ถุงมือ สังเกตวุ ่ามกี ารรวั่ ของ ด้านนอกของอกี ขา้ งหน่งึ
อากาศจากภายในถุงมอื หรอื ไม่ หากไมร่ ่ัว
สามารถใชไ้ ด้ -ดันนว้ิ ชใี้ หผ้ วิ ดา้ นในของ

-ใช้มือขา้ งหนง่ึ จับทขี่ อบถงุ มือ ถุงมือออกมาด้านนอก
-สอดมอื อีกข้างเขา้ ในถุงมอื และกางนว้ิ แทรก แล้วเก่ยี วดงึ ถอดถุงมอื
ออก ใหผ้ ิวดา้ นในออก
เข้าไปในแตล่ ะนิ้วของถงุ มอื ดา้ นนอก

-ดงึ ถงุ มือใหค้ ลมุ ถึงบริเวณข้อมอื

-

-วางถุงมือด้านทถ่ี อดแล้วไว้

บนมือข้างที่ยังไมไ่ ด้ถอด
ถงุ มือ

-สอดนิ้วชีข้ ้างทีถ่ อดถุงมือ

แลว้ ลงในขอบถงุ มือของ
มอื อีกข้าง

- ใชน้ ้วิ ท่สี อดเขา้ ไปใน

ถุงมอื ดึงใหถ้ ุงมือข้างที่
เหลือหลุดออก

Department of Medical Sciences 22

- ถุงมือขา้ งท่ีหลดุ ออกจะมี

ลักษณะเปน็ ถงุ หุ้มถงุ มอื
ขา้ งทถ่ี อดในตอนแรกไว้

- ทิง้ ถุงมอื ลงในถังขยะตดิ

เชอื้

อุปกรณป์ อ้ งกัน ถุงหมุ้ รองเทา้ ถุงหุ้มรองเท้า
อนั ตรายเทา้
-คล่ถี ุงห้มุ รองเทา้ ออก -หากไมใ่ สถ่ งุ มอื ใหใ้ ชน้ วิ้
รองเทา้ ปฏิบัติการ -สวมเท้าทใี่ ส่รองเท้าอยูเ่ ขา้ ในถุงหุ้มรองเทา้ ทีละ
สอดเข้าไปด้านในถุงหมุ้
ข้าง
รองเทา้ แล้วเก่ยี วดงึ ถอด
-ดงึ ถงุ หมุ้ รองเทา้ ให้คลุมรองเทา้
ออก

-หากใสถ่ งุ มอื ให้จบั ทผี่ วิ

ดา้ นนอกของถงุ หุ้ม

รองเท้า แล้วดงึ ถอดออก

ถุงห้มุ รองเท้า

การจัดการอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่ใช้แล้ว ซึ่งจัดเป็นวัสดุติดเชื้อ

1. PPE ประเภทใช้คร้ังเดียว เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือ หมวกคลุมผม ถุงหุ้มรองเท้า ให้ท้ิงในถัง
ขยะติดเช้ือ ทำการน่ึงฆ่าเชื้อ ก่อนส่งไปเผาหรือส่งให้หน่วยงานจัดการขยะดำเนินการต่อ

2. PPE ประเภทที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก เช่น เส้ือคลุม แว่นตา หลังจากใช้งานให้แช่ในน้ำยา
ฆ่าเชื้อ หรือ ทำการน่ึงฆ่าเช้ือ ก่อนนำมาล้างทำความสะอาด
การล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอจะช่วยลดการติดเช้ือ ควรจะล้างมือเมื่อใด

•หลังจากสัมผัสกับวัตถุตัวอย่าง เชื้อโรค หรือ สารอันตราย 23

Department of Medical Sciences

•หลังจากเสร็จธุระในห้องสุขา

•หลังการไอ หรือ จาม หรือ สัมผัสน้ำมูก น้ำลาย
•ก่อนกรรับประทานน้ำและอาหาร

ทีม่ า: URL: http://handwash12345.blogspot.com/2012/10/7.html
รปู ที่ 25 วิธลี ้างมือ 7 ข้ันตอน

อุปกรณ์ที่ใช้ในการล้างมือ
ประกอบด้วย น้ำยาฆ่าเชื้อ (เม่ือสัมผัสกับเช้ือโรคปริมาณมากๆ ให้ล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเช้ือก่อน)

อ่างล้างมือ สบู่ น้ำสะอาด กระดาษหรือผ้าเช็ดมือ สิ่งสำคัญคือ ต้องล้างมือ ฟอกสบู่ ให้ครบ 7 ขั้นตอน

ทุกข้ันตอนทำ 5 ครั้ง สลับกัน 2 ข้าง ดังนี้
1. ฝ่ามือถูกัน

2. ฝ่ามือถูหลังมือและซอกน้ิวมือ
3. ฝ่ามือถูฝ่ามือและซอกน้ิวมือ

4. หลังนิ้วมือถูฝ่ามือ
5. ถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบด้วยฝ่ามือ

Department of Medical Sciences 24

6. ปลายน้ิวถูฝ่ามือ
7. ถูรอบข้อมือ
นอกจากน้ีจะต้องหมั่นทำความสะอาดอ่างล้างมืออย่างสม่ำเสมอ

ความปลอดภัยต่อส่ิงแวดล้อม
เม่ือทำการเก็บตัวอย่างผู้ป่วยเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพ่ือความปลอดภัยต่อส่ิงแวดล้อมและป้องกัน

การแพร่กระจายของเช้ือโรคจากวัตถุตัวอย่างสู่สิ่งแวดล้อมและชุมชน ควรดำเนินดังนี้
1. ปิดฝาขวดหรือภาชนะเก็บตัวอย่างให้สนิท ทำความสะอาดด้านนอกภาชนะด้วยน้ำยาฆ่าเช้ือ

ก่อนบรรจุลงในภาชนะสำหรับการขนส่งตัวอย่างตามระบุในบทท่ี 3
2. ใช้น้ำยาซักผ้าขาว (คลอร็อกซ์) เจือจาง 10% เช็ดฆ่าเช้ือบริเวณพื้นที่เก็บตัวอย่าง และบรรจุ

ตัวอย่าง เพื่อกำจัดเช้ือโรคท่ีอาจปนเปื้อนหรือหกฟุ้งกระจาย
3. วัสดุอุปกรณ์หรือเครื่องมือติดเช้ือที่จะนำมาใช้ใหม่ให้แช่ในน้ำยาซักผ้าขาว (คลอร็อกซ์) เจือ

จาง 1% นาน 10 นาที ก่อนท่ีนำมาล้างทำความสะอาด
4. ขยะเคร่ืองแก้วหรือของมีคมให้ทิ้งในภาชนะท่ีแข็งแรงป้องกันการแทงทะลุ และ จัดการส่งไป

ทำลายตามวิธีกำจัดขยะติดเชื้อมีคม
5. ขยะติดเชื้อให้บรรจุในถุงแดงป้องกันการรั่วซึม มัดปากถุงให้เรียบร้อย จัดส่งไปนึ่งด้วยความ

ร้อนหรือเผาทำลายตามวิธีกำจัดขยะติดเช้ือ

ความปลอดภัยในการขนส่งตัวอย่าง
การขนส่งหรือเคลื่อนย้ายวัตถุตัวอย่างภายในหน่วยงาน
❖ ให้ใส่ขวดหรือภาชนะเก็บวัตถุตัวอย่างในลักษณะตั้งตรงในภาชนะหูห้ิว ที่มีฝาปิดล็อกแน่น
สนิท พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณด้านนอกภาชนะ หากตัวอย่างเป็นของเหลวให้วางในตะแกรง
(rack)
❖ การขนส่งหรือเคลื่อนย้ายวัตถุตัวอย่างจำนวนมาก ให้ใช้รถเข็น
❖ ทำความสะอาดภาชนะที่ใช้ขนส่งหรือเคลื่อนย้ายวัตถุตัวอย่างท้ังด้านในและด้านนอก
ภาชนะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อตามด้วยการล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ เช็ดให้แห้งด้วยผ้าหรือ
กระดาษท่ีสะอาด
❖ ทำความสะอาดรถเข็นที่ใช้ขนส่งวัตถุตัวอย่างด้วยน้ำยาฆ่าเช้ือตามด้วยการเช็ดหรือล้าง
ด้วยน้ำสะอาด

การขนส่งหรือเคล่ือนย้ายวัตถุตัวอย่างออกนอกหน่วยงานภายในประเทศ 25
ให้ปฏิบัติตามกฏกระทรวงสาธารณสุขท่ีออกตาม พระราชบัญญัติเช้ือโรคและพิษจากสัตว์

Department of Medical Sciences

❖ ให้บรรจุตัวอย่างในภาชนะ 3 ชั้น ช้ันแรก และ ชั้นที่ 2 ทำจากวัสดุท่ีป้องกันการรั่วซึม
ของวัตถุตัวอย่างท่ีเป็นของเหลวชั้นนอกสุด เป็นวัสดุท่ีคงสภาพ แข็งแรงทนทานต่อแรง
กระแทก ไม่แตกหักง่าย
❖ มีวัสดุให้ความเย็น เพ่ือรักษาอุณหภูมิของตัวอย่าง (ถ้าจำเป็น)
❖ ปิดหีบห่อให้สนิท มิดชิด ไม่ร่ัวไหลง่าย
❖ ควรมีสายรัดหรืออุปกรณ์มัดกล่องตัวอย่างให้อยู่กับที่ ไม่เคล่ือนท่ีหรือหกกระจายระหว่าง
การขนส่ง
❖ ควรเตรียมชุดอุปกรณ์เก็บกวาดสารหกหล่น( biological spill kit) ไว้ประจำยานพาหนะ
ที่ขนส่งและฝึกหัดการใช้ชุดอุปกรณ์ดังกล่าว

วัสดุให้ความเย็น

การขนส่งหรือเคล่ือนย้ายวัตถุตัวอย่างที่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิของตัวอย่างให้อยู่ในสภาพแช่
เย็น เพ่ือถนอมรักษาตัวอย่าง วัสดุท่ีให้ความเย็น ได้แก่

❖ น้ำแข็ง หาได้ง่าย ใช้ในการขนส่งวัตถุตัวอย่างในระยะทางใกล้ๆ ข้อเสียคือ น้ำแข็งละลายได้
ง่าย เม่ือละลายเป็นน้ำ อาจร่ัวซึมออกนอกภาชนะได้
❖ แท่งน้ำแข็ง (ice pack) ใช้ในการขนส่งวัตถุตัวอย่างในระยะทางไม่ไกลนัก ต้องประเมิน
คุณภาพว่าจะสามารถจะคงสภาพความเย็นได้นานพอที่ตัวอย่างจะถึงปลายทางหรือไม่
❖ น้ำแข็งแห้ง (dry ice) ให้อุณหภูมิเย็นจัดถึง -79 องศาเซลเซียส เมื่อวางที่อุณหภูมิห้อง (25-30
องศาเซลเซียส) จะระเหิดเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (ไม่เป็นของเหลว) ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า
“น้ำแข็งแห้ง” ให้ความเย็นมากกว่าน้ำแข็งธรรมดาถึง 2-3 เท่า ให้ความเย็นได้นานกว่าน้ำแข็ง
ธรรมดาถึง 5 เท่า

ผลกระทบต่อสุขภาพต่อการใช้น้ำแข็งแห้งในการขนส่งวัตถุตัวอย่าง

❖ ผิวหนังไหม้จากการสัมผัสโดยตรง
❖ การระเบิด ซึ่งอาจเกิดจากการบรรจุในภาชนะปิดสนิท
❖ ขาดอากาศหายใจเสียชีวิตได้หากอยู่ในที่มีการระบายอากาศไม่ดีพอ เพราะก๊าซ
คาร์บอนไดออกไซด์จะระเหิดออกมาแทนท่ีก๊าซออกซิเจน

ข้อควรปฏิบัติเม่ือต้องขนส่งตัวอย่างที่มีการใช้น้ำแข็งแห้ง

❖ ภาชนะท่ีใส่ควรมีการระบายอากาศได้ เพ่ือป้องกันการระเบิด เช่น กล่องโฟม

Department of Medical Sciences 26

❖ ควรเปิดกระจก เพ่ือช่วยในการระบายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ท่ีเกิดจากน้ำแข็งแห้งระเหิด
❖ กรณีเกิดการหกหล่นของน้ำแข็งแห้ง !อย่าใช้มือสัมผัสโดยตรง

การจัดการวัตถุตัวอย่างแตกหักระหว่างการขนส่ง
ก่อนนำยานพาหนะเพ่ือขนส่งวัตถุตัวอย่างติดเชื้อ ต้องแน่ใจว่ามี ชุดอุปกรณ์เก็บกวาดสารหก

หล่น (biological spill kit) ติดไปกับรถ และพร้อมใช้งาน

ชุดอุปกรณ์เก็บกวาดสารหกหล่น

คือ ชุดอุปกรณ์สำหรับใช้เก็บกวาดทำความสะอาดพื้นท่ี สถานท่ี ห้องปฏิบัติการ โต๊ะแล็บหรือ
เคร่ืองมือ เมื่อหลอดเช้ือโรคหรือวัตถุตัวอย่างเกิดการร่ัวซึมแตกหัก หกหล่นหรือกระเด็น เพื่อฆ่าเช้ือบริเวณ
ที่เกิดเหตุสารหกหล่น ลดการปนเป้ือนเชื้อและป้องกันการแพร่ กระจายของเชื้อโรค ประกอบด้วย

1. ชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เช่น ชุดเส้ือคลุมปฏิบัติการ หน้ากาก หมวกคลุมผม ถุงมือ
แว่นตา ถุงหุ้มรองเท้า

2. ชุดน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ประกอบด้วย ขวดน้ำยาซักผ้าขาว (คลอร็อกซ์) 100 มิลลิลิตร และ ขวดน้ำ
สะอาด 900 มิลลิลิตร เมื่อเทผสมน้ำยาซักผ้าขาว (คลอร็อกซ์) ลงในขวดน้ำสะอาดจะได้ความเข้มข้น
สุดท้ายคือ คลอร็อกซ์ 10% ปริมาตร 1 ลิตร

3. น้ำสะอาด 1 ลิตร
4. กระดาษซับ
5. อุปกรณ์จัดเก็บวัสดุปนเป้ือนเช้ือ เช่น ปากคีบ ชุดโกยผง ถุงขยะสีแดง และ สีดำใหญ่
6. แผ่นกระดาษเคลือบแข็ง แสดงวิธีการจัดการกับเชื้อ/วัสดุปนเปื้อนเช้ือ เมื่อเกิดการหกกระเด็น

วิธีจัดการตัวอย่างแตกหัก

1. ห้ามสัมผัสกับกล่องตัวอย่างท่ีร่ัวซึม หรือ แตกหัก ด้วยมือเปล่า
2. ปิดกั้นพ้ืนท่ีหรือกันบุคคลที่ไม่เก่ียวข้องออกห่างจากบริเวณท่ีกล่องเช้ือหรือวัตถุตัวอย่างร่ัวซึม หรือ

แตกหัก
3. สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลตามลำดับ ดังน้ี ชุดเส้ือคลุมปฏิบัติการ หน้ากากอนามัย หมวก

คลุมผม แว่นตา ถุงหุ้มรองเท้า ถุงมือ 2 ช้ัน
4. ผสมน้ำยาฆ่าเช้ือ
5. ยกกล่องตัวอย่างท่ีแตกใส่ลงในถุงขยะสีแดง หากกล่องตัวอย่างไม่ใหญ่เกินกว่าถุงขยะสีแดง หาก

กล่องตัวอย่างมีขนาดใหญ่ให้ใส่กล่องตัวอย่างในถุงขยะดำใหญ่ได้แต่ต้องเขียนป้ายแสดงไว้ท่ีข้างถุง
ให้ชัดเจน
6. วางกระดาษซับบริเวณที่มีร่องรอยสารหกหล่น จากน้ันเทน้ำยาฆ่าเช้ือลงให้ท่ัวบริเวณ โดยให้เท
น้ำยาจากบริเวณด้านนอกสุด เข้ามาด้านใน ปล่อยท้ิงไว้ 30 นาที

Department of Medical Sciences 27

7. เมื่อครบกำหนดเวลา หากมีเศษแก้วแตก สวมถุงมือใช้ปากคีบๆเศษแก้ว ใส่ในภาชนะท้ิงของมีคมท่ี
เตรียมไว้ในชุดอุปกรณ์

8. ใช้ปากคีบ คีบกระดาษซับ จากขอบด้านนอก เข้าหาด้านใน ท้ิงกระดาษซับใน ถุงขยะสีแดง
9. ใช้กระดาษซับชุบน้ำยาฆ่าเช้ือ เช็ดทำความสะอาดรอบๆ บริเวณอีกคร้ัง เช็ดจากขอบด้านนอก

เข้าหาด้านใน ท้ิงกระดาษซับใน ถุงขยะสีแดง
10. ใช้กระดาษซับชุบน้ำสะอาดเช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง ท้ิงกระดาษซับใน ถุงขยะสีแดง
11. ถอดชุดอุปกรณ์ป้องกันทิ้งลงในถุงขยะสีแดง มัดปากถุงให้แน่น
12. ล้างมือด้วยเจลล้างมือ
13. บันทึกเหตุการณ์ลงในแบบฟอร์ม
14. นำถุงขยะติดเชื้อส่งทำลายตามวิธีปฏิบัติของแต่ละหน่วยงาน

ความปลอดภัยในการรับตัวอย่าง
หน่วยงานท่ีรับตัวอย่างควรมีการดำเนินการเพ่ือความปลอดภัยในการรับตัวอย่างดังนี้
1. ตรวจสอบสภาพของ กล่องหรือภาชนะนำส่งตัวอย่างว่ามีร่องรอยชำรุดแตกหักหรือไม่ หาก

กล่องมีร่องรอยชำรุดเสียหาย ควรรีบดำเนินการจัดการตามวิธีการจัดการวัตถุตัวอย่างแตกหักระหว่าง
การขนส่ง

2. ตรวจสอบเอกสารนำส่งตัวอย่าง และรายละเอียดของชนิดตัวอย่าง การคัดแยกตัวอย่างควร
ทำในห้องคัดแยกตัวอย่าง หากเป็นตัวอย่างที่อาจปนเปื้อนด้วยเช้ือโรครุนแรงระดับ 3 ควรจะเปิดกล่อง
ตัวอย่างในห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3

3. การแบ่งตัวอย่างควรทำในตู้ชีวนิรภัย (biological safety cabinet) และดำเนินการตาม
มาตรฐานการปฏิบัติงานด้านจุลชีวิทยา (good microbiological techniques) ตามคู่มือ
Laboratory Biosafety Manual 3rd edition ขององค์การอนามัยโลก

4. การปฏิเสธตัวอย่างทำตามระเบียบหรือวิธีปฏิบัติของหน่วยงาน

เอกสารอ้างอิง

1. Guidelines for the collection of clinical specimens duringfield investigation
of outbreaks. WHO/CDS/CSR/EDC/2000.4. World Health Organization, Geneva.

2. Guidance on regulations for the Transport of Infectious Substances
2013-2014, WHO/HSE/GCR/2012.12. World Health Organization, Geneva.

3. Laboratory Biosafety Manual. 2004. 3rd Edition. World Health Organization,
Geneva.

Department of Medical Sciences 28

คุ ณ ส ม บั ติ ชุ ด ต ร ว จ แ ล ะ
ก า ร คั ด เ ลื อ ก ชุ ด ต ร ว จ

| Department of Medical Sciences

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

บทท่ี
5

หลกั เกณฑก์ ารประเมินคุณภาพชุดตรวจการตดิ เช้อื Covid-19

คณุ ลกั ษณะสำคัญของชุดตรวจวินจิ ฉยั เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 19 (COVID-19) ด้วยวธิ ี
realtime RT-PCR

จากการแพร่ระบาดใหญข่ องโรคไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) ท่ีเริ่มต้นในประเทศจนี และขยายวง
กวา้ งไปยังหลายประเทศทัว่ โลก สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขไดย้ กระดับ
ศนู ย์ปฏบิ ตั กิ ารภาวะฉกุ เฉนิ เปน็ ระดับ 3 เพอ่ื ติดตามสถานการณ์โรคทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศอยา่ งใกลช้ ดิ
และเสรมิ สรา้ งความเขม้ แข็งของระบบการเฝา้ ระวงั ค้นหาผู้ป่วยโรคไวรัสโคโรนา 19 มาตรการทที่ ำในระยะน้ี
คือการค้นหาผู้ท่ีสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อเพ่ือให้เข้าสู่การแยกโรค อย่างไรก็ดียังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก
ทม่ี ีความวติ กกังวลแม้ ไม่มอี าการทางระบบหายใจ หรอื มีประวตั ไิ มค่ รบเกณฑผ์ ู้ปว่ ยเขา้ ขา่ ยเฝ้าระวงั ฯของกรม
ควบคุมโรค มาขอใช้บริการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 19 ทำให้สถานพยาบาลหลายแห่งประสงค์จะเปิดให้
บริการตรวจวินจิ ฉยั เชอื้ ไวรัสโคโรนา 19โดยใช้ชดุ นำ้ ยาสำเรจ็ รปู แบบ realtime RT-PCR ทข่ี ณะนเ้ี รม่ิ นำเขา้ มา
จำหน่ายบ้างแล้ว และจะมีความหลากหลายมากขึ้น การเลือกชุดน้ำยาที่มีมาตรฐานจึงมีส่วนสำคัญต่อการ
วนิ ิจฉัยโรค กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์และสำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา(อย) เหน็ ความจำเป็นท่คี วร
กำหนดคุณลกั ษณะสำคัญของชุดตรวจวนิ ิจฉยั เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 19ด้วยวิธี realtime RT-PCR เพ่ือช่วยใหส้ ถาน
พยาบาลนำไปใช้เป็นขอ้ มลู ในการตัดสนิ ใจเลอื กซื้อชดุ น้ำยาท่ไี ด้มาตรฐาน มผี ลใหก้ ารตรวจวิเคราะหม์ ีความถกู
ต้อง น่าเช่อื ถอื โดยคุณลกั ษณะสำคญั ของชดุ ตรวจวนิ จิ ฉยั เชือ้ ไวรสั โคโรนา 19(COVID-19) มีรายละเอยี ดดังน้ี

1. รายละเอยี ดขอ้ บ่งชก้ี ารใช้ เชน่

- เคร่อื ง realtime PCR : ชดุ นำ้ ยาใช้ได้กับเครื่อง realtime PCR หลากหลายยหี่ ้อ ไม่เปน็ ระบบปิด
- ชนิดของตวั อยา่ ง : ชดุ น้ำยาเหมาะสำหรับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ได้ทงั้ ตวั อยา่ งทางเดินหายใจ
ส่วนบน เช่น nasopharyngeal aspirate, nasopharyngeal wash ,nasopharyngeal swab , throat
swab ,nasal swab ทางเดินหายใจส่วนล่าง เชน่ bronchoalveolar lavage , tracheal aspirate, sputum
เปน็ ตน้
- มีเกณฑก์ ารอา่ นผล การแปลผล ท่ชี ดั เจนสอดรับกบั วตั ถุประสงคข์ องการใหบ้ รกิ าร
2. ความสามารถหรือความใชไ้ ดข้ องวธิ ี
- ความไวของวธิ ี: Limit of detection(LOD) หรือ Analysis sensitivity ไมค่ วรมากกว่า 1,000
copies/ml หรือ ไม่มากกวา่ 25 copies/reaction
-ความจำเพาะของวิธี: primers/probes ทจี่ ำเพาะกบั เชอื้ COVID-19 ต้องทดสอบแล้ววา่ ไม่มปี ฎิ
กริ ยิ าข้ามพวก กับ SAR-CoV ,MERS-CoV และ human corona สายพนั ธอ์ุ นื่ ๆ เช่น NL-63,OC-43, 229-E,
HKU-1
3. ควรได้รบั การประเมินความใช้ไดข้ องชุดน้ำยาจากหอ้ งปฏิบัตกิ ารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

Department of Medical Sciences 29

หลกั เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพชดุ ตรวจการตดิ เชือ้ Covid-19 ทีต่ รวจหาแอนตีบอดี
(Serology)

ความไวเชิงวินิจฉัย (Diagnostic sensitivity) : ความสามารถที่ชุดตรวจจะแสดงผลเป็นบวกเมื่อทดสอบกบั
ตวั อย่างท่ชี ุดตรวจอ้างองิ ใหผ้ ลเปน็ บวก

ชดุ ตวั อย่างสำหรับประเมนิ (Sensitivity panel):

• ตัวอย่าง serum/plasma ผ้ตู ิดเชื้อ Covid-19 (clinical positive sample)

• ตวั อย่าง serum/plasma ผ้ตู ดิ เชอื้ Covid-19 เจือจาง (Covid-19 clinical positive dilution sample)

• ตวั อยา่ ง serum/plasma ผูไ้ ม่ตดิ เชอ้ื Covid-19 ทีท่ ำการ spiked serum sample จากผูต้ ดิ เช้ือไวรสั
Covid-19 จำนวนตัวอย่างสำหรับประเมนิ 30 ตัวอยา่ ง

เกณฑ์การประเมนิ : ชุดตรวจใหผ้ ลสอดคลอ้ งตรงกบั ชุดตรวจอ้างองิ (ไมน่ ้อยกว่า 99.% / นำเกณฑ์ประเมนิ
จากบรษิ ัทมาประกอบการพิจารณา )

ความจำเพาะเชงิ วินจิ ฉยั (Diagnostic specificity) : ความสามารถทีช่ ุดตรวจจะแสดงผลเปน็ ลบเม่อื
ทดสอบกบั ตัวอยา่ งชดุ ตรวจอ้างอิงใหผ้ ลเป็นลบ

ชุดตวั อย่างสำหรับประเมิน (Specificity panel):

• ตวั อย่าง serum/plasma ผ้ไู ม่ตดิ เช้อื Covid-19 (Blood donor)

• ตัวอยา่ ง serum/plasma ผไู้ ม่ติดเชือ้ Covid-19 (Blood donor) ทีท่ ำการ spiked serum sample จาก
ผู้ติดเชือ้ ไวรัสอ่ืนๆ

• ตวั อยา่ ง serum/plasma ผตู้ ดิ เช้ือไวรัสสายพันธุอ์ ืน่ ๆ (clinical sample) จำนวนตวั อยา่ งสำหรับประเมิน
30 ตัวอย่าง

เกณฑก์ ารประเมนิ ชดุ ตรวจให้ผลสอดคลอ้ งตรงกบั ชดุ ตรวจอา้ งอิง (ไม่น้อยกวา่ 99.% / นำเกณฑ์ประเมินจาก
บริษทั มาประกอบการพจิ ารณา)

Department of Medical Sciences 30

ภาคผนวก
1. การแบง่ เขตพน้ื ที่ และห้องปฎิบัตกิ ารในการสง่ ตัวอย่างสงิ่ สง่ ตรวจ

Department of Medical Sciences 31

2. แนวทางการนำส่งตวั อย่างส่ิงสง่ ตรวจเพ่อื ตรวจหาไวรสั โคโรนา2019 (SARS-CoV-2)

Department of Medical Sciences 32

3. ขน้ั ตอนปฏิบตั สิ ำหรบั หอ้ งปฏิบัตกิ ารทม่ี คี วามประสงคใ์ หบ้ ริการตรวจวิเคราะหไ์ วรัสโคโรนา2019 (SARS-
CoV-2)

เลอื กชดุ น้ำยาตรวจวเิ คราะห์ realtime RT-PCR
ตามคำแนะนำของกรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์

สมคั รเข้าร่วมโครงการทดสอบความชำนาญ
ตดิ ต่อฝา่ ยไวรัสระบบทางเดินหายใจ

ภายใน 7 วนั ผลการทดสอบผา่ นเกณฑ์ ได้รับใบรบั รองผลการทดสอบฯ
(เมื่อสถานพยาบาลตอบผล PT ภายใน 3 วนั )

เปิดให้บริการพรอ้ มรับการตรวจเฝ้าระวงั
จากกรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์

โดยส่งตวั อย่าง ผลบวก 5 รายแรก และผลลบ 5 รายแรก เพ่ือตรวจ
ยืนยนั ซ้ำ

เมื่อกรมวิทยาศาสตร์การแพทยต์ รวจสอบซ้ำ
และพบข้อบกพร่อง สถานพยาบาลระงับการใหบ้ รกิ ารช่ัวคราว จะ

เปิดให้บรกิ ารอีกครงั้ เม่อื ขอ้ บกพรอ่ งได้รับการแก้ไข

Department of Medical Sciences 33


Click to View FlipBook Version