The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Point เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.4 หน่วยที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by alsobrun, 2022-06-21 01:56:24

Point เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.4 หน่วยที่ 1

Point เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.4 หน่วยที่ 1

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)

ชั้นประถมศึกษาปีที่

การแกป้ ญั หาแผนผังหวั ขอ้ หนว่ ยการเรียนรู้ 1

การใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ การแก้ปญั หา การออกแบบโปรแกรม
ในการแกป้ ัญหา การแก้ปญั หา

ขนั้ ตอนการแกป้ ัญหา

การปรงุ บะหมี่ก่งึ สาเร็จรูป

วธิ ีท่ี 1

1. ใสน่ ้าในหม้อ 2. วางหมอ้ บนเตาหรอื ใชห้ ม้อ 3. นาบะหมีก่ ่ึงสาเร็จรปู ใส่ 4. ต้มตอ่ อีก 2 นาที

ไฟฟ้าต้มนา้ ให้เดอื ด ลงในหม้อแลว้ ปดิ ฝา

วธิ ที ่ี 2

1. ใส่นา้ ในกระตกิ 2. เสยี บปลัก๊ ไฟกระตกิ 3. นาบะหม่ีกึ่งสาเร็จรปู 4. ตง้ั ทิง้ ไว้ 3 นาที

นา้ ร้อนไฟฟา้ นา้ ร้อนไฟฟ้า รอจนนา้ เดือด ใสช่ าม เทน้ารอ้ นลงไป ปิดฝา

การใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ัญหา

ตวั อยา่ ง การปรุงบะหมกี่ งึ่ สาเร็จรปู
การปรงุ บะหมก่ี ่งึ สาเร็จรปู เพือ่ รับประทาน การแก้ปญั หาน้สี ามารถถ่ายทอดความคดิ เปน็ ขอ้ ความได้ ดังนี้

วธิ ีที่ 1 นักเรียนมีวธิ ีการปรุงบะหมก่ี ง่ึ สาเร็จรปู วธิ ที ่ี 2
ใช้หม้อไฟฟ้า วธิ ีใดอกี บา้ ง วธิ กี ารของนักเรยี นดีอยา่ งไร ใช้กระติกน้าร้อนไฟฟ้า

ใสน่ า้ ในหมอ้ ใสน่ ้าในกระติกน้ารอ้ นไฟฟา้

ต้มนา้ ให้เดือด เสยี บปลัก๊ ไฟ รอจนน้าเดือด

นาบะหมี่ใส่ลงในหม้อ แลว้ ปิดฝา คาถามสาคัญ นาบะหม่ีใส่ชาม เทน้ารอ้ น ปดิ ฝา
ตม้ ต่ออกี 2 นาที ต้งั ทิง้ ไว้ 3 นาที

กิจกรรมท่ี 10.1 ฝกึ ลาดับความคดิ

วตั ถุประสงค์ วิธีปฏิบัติ
บอกลาดับขนั้ ตอนแนวทางการแกป้ ัญหาท่สี นใจได้
นกั เรียนเขียนลาดบั ของการทากจิ กรรม ดงั นี้
1. นักเรียนมีวธิ กี ารใดบา้ งในการชงนม อธิบาย 2-3 วธิ ี

วสั ดอุ ุปกรณ์ 1 เลม่
1 ด้าม
1. สมดุ สาหรับจดบนั ทกึ หรอื แบบฝกึ หดั
2. ปากกา

? วธิ ีการทีน่ กั เรียนเสนอวธิ ีใดดีท่สี ดุ เพราะเหตใุ ด

ตอบ วิธที ี่ 2 เพราะสว่ นผสมจะละลายเขา้ กันเร็วกว่า

กิจกรรมที่ 10.1 ฝกึ ลาดบั ความคดิ

2. หากนักเรยี นตอ้ งการหาผลบวกของตัวเลข 34 + 79 + 128 + 256 + 1,024
นกั เรยี นมีวธิ กี ารหาคาตอบกีว่ ธิ ี แต่ละวธิ คี ิดอย่างไร

วธิ ีที่ 1 วธิ ีท่ี 2

1,024 + (34 + 79) + (128 + 256) + (1,024)
256 = 113 + 384 + 1,024
= 1,521
1,280 +
128 ? วธิ ีใดที่ทาใหน้ ักเรียนหาคาตอบไดร้ วดเร็ว ถกู ต้องแมน่ ยามากที่สุด

1,408 + ตอบ วิธที ี่ 1 เพราะเป็นการแสดงขนั้ ตอนวิธีการคานวณ
79 ในแตล่ ะหลักอยา่ งชัดเจน มีโอกาสคานวณผิดพลาดได้น้อย

1,487 +
34

1,521

การแกป้ ัญหา (problem solving) การให้เหตผุ ล (reasoning)

เป็นการค้นหาคาตอบ หาวธิ แี กป้ ัญหา เปน็ การคิดและอธิบายความคดิ ออกมาเปน็ แผนงาน
หรือทางานนน้ั ใหส้ าเรจ็ โดยเร่มิ จากการกาหนด สาหรับการแกป้ ญั หาน้นั เราอาจเสนอวิธกี ารแกป้ ัญหา
คาถามเกี่ยวกบั ปัญหาน้ันวา่ เราจะแก้ปญั หาหรอื โดยการถ่ายทอดออกมาเป็นข้อความ ซง่ึ แสดงวธิ ีการ
ทางานน้ันให้สาเรจ็ ไดอ้ ย่างไร แก้ปัญหาออกมาเปน็ ลาดับขั้น ทาให้มองเห็นวิธกี ารแก้ปัญหา
ไดอ้ ย่างชัดเจน โดยแตล่ ะข้ันจะตอ้ งพิจารณาเง่อื นไขหรอื
เหตผุ ลประกอบดว้ ย

การเลือกวธิ กี ารแก้ปญั หาทกุ ปญั หานน้ั นกั เรียนควรพิจารณาเง่อื นไข
ใหค้ รบทกุ กรณี สาหรบั แนวทางการแก้ปญั หานน้ั นกั เรยี นอาจนาเครอ่ื งมือตา่ ง ๆ
ท่มี ีอยู่มาชว่ ยได้เชน่ กัน วธิ กี ารแกป้ ญั หาวิธหี นงึ่ อาจจะดสี าหรับเพ่ือน
แตอ่ าจไม่เหมาะสมกับตัวนกั เรยี นกไ็ ด้เชน่ กัน

ตวั อย่าง การวดั ความกวา้ งและความยาวของห้องเรยี น

หากต้องการวัดความยาว การประมาณด้วยสายตา
จะทาให้มขี อ้ ผดิ พลาดอย่มู าก การวัดนนั้ ต้องมีเครอื่ งมอื วัด
ท่ีเหมาะสม เพือ่ ให้ได้ค่าการวัดท่ถี กู ต้อง โดยเครอื่ งมอื
สาหรบั การวดั มหี ลายชนิด เช่น ไม้บรรทัด สายวดั ตลบั เมตร

หากเลือกใช้ไม้บรรทัดในการวัดเป็นระยะ ๆ
ตามความยาวของไม้บรรทัด แล้วนาค่าท่ีได้มารวมกัน
ค่ า ก า ร วั ด ท่ี ไ ด้ อ า จ มี ค ว า ม ผิ ด พ ล า ด ไ ด้ เ ช่ น กั น
หากเลือกใช้สายวัด จะวัดได้สะดวกมากขึ้น หรือหากใช้
ตลับเมตรจะวัดได้สะดวกรวดเร็วและแม่นยามากข้ึน
ซึ่งการเลือกใช้เคร่ืองมือใดน้ัน นักเรียนต้องพิจารณา
เง่ือนไขดว้ ย

กิจกรรมที่ 10.2 ใครจะไปถงึ โรงเรียนก่อนกัน

ตอนที่ 1 สถานการณ์สมมตุ ิ

วัตถุประสงค์ หาแนวทางการแกป้ ัญหาทส่ี นใจได้

วสั ดอุ ปุ กรณ์

1. สมุดสาหรบั จดบนั ทึก หรอื แบบฝกึ หัด 1 เลม่ เส้นทางในเมือง - เสน้ ทางตรงจากบ้านถงึ โรงเรยี น
การจราจรหนาแน่น ผู้คนมกั ใช้เดินทางเปน็ หลัก
2. ปากกา 1 ด้าม เสน้ ทางนอกเมือง - เปน็ ทางเล่ยี งจากชุมชน ระยะทาง
คอ่ นขา้ งไกล แต่การจราจรไมห่ นาแน่น
วิธปี ฏิบตั ิ
นกั เรียนสงั เกตภาพเส้นทางการไปโรงเรยี น 2 เส้นทาง
แลว้ ตอบคาถาม

ท่ี คาถาม คาตอบ

1 นกั เรียนมีวิธเี ดนิ ทางไปโรงเรยี นวธิ ใี ดบา้ ง บอกมาหลาย ๆ วธิ ี เดินไปโรงเรียน ถีบจักรยาน
ผปู้ กครองขับรถไปส่ง โดยสารรถประจาทาง
2 วธิ ีเดินทางวธิ ีใดรวดเร็วทส่ี ุด เพราะเหตุใด
3 วิธีเดนิ ทางวิธีใดประหยัดท่สี ุด เพราะเหตุใด ผปู้ กครองขับรถไปสง่ เพราะเดนิ ทางรวดเร็ว
และไมต่ อ้ งจอดรบั นกั เรยี นหลายคน

เดินไปโรงเรยี น เพราะไม่เสยี ค่าใชจ้ า่ ยในการเดนิ ทาง

4 วธิ ีเดนิ ทางวิธใี ดปลอดภัยที่สดุ เพราะเหตุใด ผปู้ กครองขบั รถไปสง่
เพราะผู้ปกครองดูแลระหว่างการเดินทาง

5 หากวนั น้นี ักเรยี นตื่นเช้า นักเรียนจะเดนิ ทางไปโรงเรยี นด้วยวิธีใด ถบี จกั รยานไปโรงเรยี น และเลือกเส้นทางนอกเมอื ง
และเลอื กเสน้ ทางใด เพราะเหตุใด เพราะเลยี่ งสถานการณร์ ถติด

6 หากวันน้ีนักเรียนตื่นสาย นกั เรยี นจะเดนิ ทางไปโรงเรยี นด้วยวิธีใด ใหผ้ ู้ปกครองขับรถไปส่ง และเลอื กเสน้ ทางนอกเมอื ง
และเลอื กเส้นทางใด เพราะเหตุใด เพราะรวดเรว็ และการจราจรไมต่ ิดขัด

ตอนที่ 2 สถานการณ์จริง วตั ถปุ ระสงค์ ประยกุ ต์ใช้แนวทางการแกป้ ญั หาในชีวิตจริงได้

วสั ดอุ ปุ กรณ์ ? นกั เรียนพบปัญหาใดบ้างในการเดินทางไปโรงเรยี น
ตอบ รถตดิ การจราจรหนาแน่น
1. สมุดสาหรับจดบันทกึ หรอื แบบฝกึ หดั 1 เลม่
? นักเรยี นมีวธิ แี ก้ปญั หานั้นอย่างไร
2. ปากกา 1 ด้าม ตอบ ใชเ้ สน้ ทางไปโรงเรียนเส้นทางอ่ืน
เพอ่ื หลีกเล่ียงรถตดิ หรอื เริ่มออกเดินทาง
วธิ ปี ฏบิ ัติ จากบ้านแต่เช้า

1. นักเรยี นสารวจเส้นทางการเดนิ ทางจากบ้านไปโรงเรียนของตนเอง แลว้ อธบิ ายระยะทาง

และสภาพของแตล่ ะเส้นทาง

ตอบ เสน้ ทางที่ 1 เปน็ เสน้ ทางตรงระหว่างบ้านกับโรงเรยี น มกี ารจราจรหนาแน่น ระยะทางประมาณ 1 กโิ ลเมตร
เสน้ ทางท่ี 2 เป็นเสน้ ทางเลย่ี งจากชมุ ชน การจราจรไมห่ นาแน่น ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

2. นักเรียนวางแผนการเดินทางจากบา้ นไปโรงเรียนให้ทันเวลา โดยคานงึ ถึงความรวดเร็ว ประหยัด ปลอดภยั
และเหมาะสมกบั สภาพของตนเอง

ตอบ เลือกวิธกี ารเดินทางโดยใหผ้ ู้ปกครองไปส่ง ใชเ้ สน้ ทางท่ี 1 เพราะระยะทางใกล้กว่าเส้นทางที่ 2

ตวั อยา่ ง เกม OX

เปน็ เกมทีใ่ หผ้ ู้เล่นเขียนตารางขนาด 3 x 3
บนกระดาษ โดยมผี ้เู ลน่ 2 คน คนหนง่ึ เขยี น O
อกี คนเขยี น X ลงในช่องของตารางท่ีไมซ่ า้ กัน
โดยสลับกนั เขียน หากฝา่ ยใดเขยี น O หรอื X
ตดิ กัน 3 ตวั ได้กอ่ น ฝา่ ยน้นั จะเป็นฝ่ายชนะ

การเล่นเกมนี้ หากต้องการชนะ นักเรยี นตอ้ งเขยี น
O หรอื X ให้เรยี งตอ่ กนั ได้กอ่ นท่คี ูแ่ ขง่ จะทาได้
ดังนัน้ นกั เรยี นต้องคาดเดาสงิ่ ทค่ี ูแ่ ขง่ ของนักเรียน
กาลังคดิ ด้วย

กิจกรรมท่ี 10.3 เล่นเกม OX

วัตถุประสงค์

ใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ญั หา การคาดการณ์ผลลัพธจ์ ากปญั หาอยา่ งง่ายได้

วสั ดุอุปกรณ์

1. สมุดสาหรับจดบนั ทกึ หรอื แบบฝกึ หัด 1 เล่ม

2. ปากกา 1 ด้าม

วิธปี ฏิบัติ

นกั เรยี นเลน่ เกม ox กับเพอื่ น โดยครั้งแรกใหเ้ พอ่ื นเริ่มเล่นกอ่ นและครงั้ ที่ 2
นักเรียนเรม่ิ เล่นก่อน

? ในการเลน่ เกม ox ฝา่ ยทีเ่ ล่นกอ่ นหรอื หลังจะได้เปรียบหรอื เสยี เปรยี บอยา่ งไร ตอบ ฝ่ายที่เริ่มเลน่ กอ่ นไดเ้ ปรยี บ เน่อื งจากไดว้ างแผนกอ่ น
? ในการเล่นเกม ox เปน็ ไปได้หรือไมท่ ่ีเขยี นเต็มทกุ ชอ่ งแลว้ ยงั ไม่มผี ชู้ นะ ตอบ เปน็ ไปได้
? เกม ox สามารถเพิม่ ช่องไดห้ รือไม่ และจะเพิ่มอยา่ งไร ตอบ เพมิ่ ได้โดยทาตาราง 4 × 4 หรอื 5 × 5

หรือเพิ่มจานวนตามทีต่ อ้ งการ

1 5

ระบุปัญหา เปน็ การทาความเขา้ ใจ ทดสอบและประเมนิ ผล
เก่ยี วกับปัญหาว่าตอ้ งการอะไร เป็นการตรวจสอบผลลพั ธ์ทไ่ี ด้ว่า
สามารถแก้ปญั หาที่ตอ้ งการได้หรอื ไม่
โจทย์ต้องการทราบอะไร
4
ขั้นตอน
การแก้ปญั หา แก้ปัญหา เป็นการเริ่มแก้ปัญหา
ตามวิธีการท่ีเลือก
2
3
รวบรวมข้อมูล เป็นการรวบรวมขอ้ มูล
นาความรทู้ มี่ ีอยู่หรอื หาความรู้เพิ่มเติม วางแผนการแก้ปัญหา เปน็ การวางแผน
ออกแบบวธิ กี ารแก้ปัญหาซงึ่ อาจมไี ด้หลายวธิ ี
มาแกป้ ญั หาน้ัน โดยเลอื กวธิ ีการท่ีเหมาะสมกบั สถานการณข์ องตนเอง

ตัวอย่าง พาเดก็ นอ้ ยข้ึนจรวด

เ ด็ ก ค น ห น่ึ ง จ ะ เ ดิ น ท า ง ผ่ า น ด่ า น ไ ป ข้ึ น จ ร ว ด ท่ี อ ยู่ อี ก ด้ า น ห น่ึ ง
แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายตามตาราง นักเรียนจะหาเส้นทางพาเด็กเดินผ่านไปได้
อยา่ งไร ให้เสียคา่ ใชจ้ ่ายน้อยทส่ี ุด และการเดินทางต้องเดินทางขึ้นหรือลง ไป
ทางซ้ายหรือขวา ไม่สามารถเดินทางแนวทแยงหรือแนวเฉียงได้

ตัวอยา่ ง พาเด็กน้อยข้ึนจรวด

การแกป้ ัญหาอาจทาได้ตามขนั้ ตอน ดังนี้ 4. แกป้ ญั หา ทดลองเดนิ ทางไปแต่ละเสน้ ทาง โดยเสน้ ทางท่ี

1. ระบปุ ญั หา โจทย์ตอ้ งการใหพ้ าเด็กเดนิ ทางเสยี คา่ ใช้จา่ ยนอ้ ย เลอื กเป็น ดงั น้ี

ท่สี ดุ และหา้ มเดนิ แนวทแยงหรอื แนวเฉยี ง

2. รวบรวมข้อมูล ส่งิ ทโี่ จทย์ใหม้ า คือ ทางเข้า ทางออกไปยงั

จรวด และค่าใช้จา่ ยในการเดนิ ทางแตล่ ะดา่ น

3. วางแผนการแกป้ ญั หา จะพาเดก็ เดนิ เขา้ ไปอยา่ งไร

ซงึ่ มีหลายวิธี หลายเสน้ ทาง แตล่ ะเส้นทางมคี า่ ใชจ้ า่ ยตา่ งกนั 5. ทดสอบและประเมินผล พบวา่ เส้นทางนเ้ี สยี คา่ ใช้จา่ ย 10

นักเรียนอาจเดินเขา้ ไปในดา่ นท่ีเสยี เงินน้อยทีส่ ดุ หน่วย ซึง่ น้อยทีส่ ุด

แล้วพิจารณาวา่ เปน็ ไปตามเงอ่ื นไขหรอื ไม่

1. จากตวั อยา่ งที่ผ่านมา จงบอกจานวนครัง้ ของดา่ นทีต่ ้องผ่าน

ตอบ 6 ครัง้

2. มีเส้นทางทส่ี น้ั กว่าน้หี รอื ไม่ ถ้ามี ทาไมจึงไมเ่ ลือกเสน้ ทางนน้ั
ตอบ ไมม่ ี เพราะเส้นทางเดินอน่ื ๆ จะเสียคา่ ใช้จา่ ยมาก

คาถามสาคญั และการเดนิ ทางจะไมเ่ ปน็ ไปตามทีเ่ งอ่ื นไขกาหนดไว้

กิจกรรมท่ี 10.4 ลูกบาศก์

วัตถุประสงค์
เสนอวธิ กี ารคาดการณ์ผลลพั ธ์จากปญั หาอย่างงา่ ยได้
วัสดุอุปกรณ์

1. สมดุ สาหรบั จดบันทึก หรือแบบฝึกหดั 1 เลม่
2. ภาพลกู บาศก์ 4 ภาพ ทีม่ ีสีตา่ งกนั ไดแ้ ก่ สแี ดง สเี หลอื ง สีฟ้า และสเี ขยี ว
3. สแี ดง 1 แท่ง
4. สเี หลอื ง 1 แทง่
5. สีฟ้า 1 แท่ง
6. สีเขียว 1 แทง่
7. ปากกา 1 ดา้ ม

วิธีปฏบิ ตั ิ
นกั เรียนลองนาลูกบาศก์ 4 ลูก ทีม่ สี ีต่างกัน มาเรยี งต่อกนั จะมีวิธีเรยี งได้กีแ่ บบ โดยปฏิบตั ติ ามขั้นตอนการแกป้ ัญหา ดงั นี้
1. ระบุปัญหา - โจทย์ตอ้ งการอะไร

ตอบ เรียงลกู บาศก์ 4 ลกู ไดก้ ี่วธิ ี

2. รวบรวมขอ้ มูล - เราทราบอะไรมาบ้าง

ตอบ ลกู บาศก์ 4 ลกู แตล่ ะลกู มีสีแตกตา่ งกัน

3. วางแผนการแก้ปัญหา - เราจะแก้ปัญหานอ้ี ย่างไร

ตอบ ลาดับความคดิ เป็นข้อความ

4. แกป้ ญั หา - ทดลองวาดภาพและระบายสี แลว้ เรียงไม่ให้ซา้ กนั

5. ทดสอบและประเมนิ ผล - มีวิธอี นื่ นอกจากวิธีที่นกั เรยี นเรียงอีกหรือไม่

ตอบ พจิ ารณา และตรวจสอบคาตอบทไ่ี ด้

? ถ้าลูกบาศกส์ ีแดงและสีเหลืองตอ้ งอยูต่ ิดกนั เสมอ จะเรยี งไดก้ ่แี บบ ตอบ 12 แบบ
? ถา้ มีลกู บาศก์ 3 ลกู จะเรียงได้ก่แี บบ
ตอบ 6 แบบ

? ถา้ มลี ูกบาศก์ 5 ลูก จะเรียงได้ก่แี บบ ตอบ 120 แบบ

การออกแบบโปรแกรมการแก้ปญั หา

การออกแบบข้นั ตอนการแก้ไขปญั หานน้ั ควรออกแบบให้ครอบคลมุ ทกุ กรณตี ามเงื่อนไขท่โี จทยก์ าหนด
และเราอาจนาขนั้ ตอนนไ้ี ปใชไ้ ดห้ ลาย ๆ ครั้งตามตอ้ งการไดอ้ กี ด้วย

ตวั อย่าง การสร้างเคร่อื งคานวณสาหรับบวกเลขจานวนเตม็ 2 จานวน
วิธปี ฎบิ ตั ิ
1. ระบุปญั หา โจทยต์ อ้ งการใหส้ ร้างเครอ่ื งคานวณสาหรบั บวกเลข
2. รวบรวมขอ้ มูล เราทราบมาวา่ ข้อมลู ทีน่ ามาบวกกนั เป็นเลขจานวนเต็ม 2 จานวน

เมื่อบวกกนั แลว้ ผลลพั ธ์ทไี่ ด้จะเปน็ เลขจานวนเต็มเชน่ กนั
3. วางแผนการแกป้ ญั หา เราจะแกป้ ัญหาน้ีโดยรับค่าตวั เลขแตล่ ะคา่ เข้ามา ค่าแรกเกบ็ ไวใ้ น A

ค่าท่ี 2 เกบ็ ไว้ใน B จากน้นั นาทั้ง 2 ค่ามารวมกันแล้วเก็บไวใ้ น C

การออกแบบโปรแกรมการแก้ปญั หา

4. แกป้ ัญหา อาจเขียนลาดบั การแก้ไขปัญหาเปน็ ภาพหรอื เขยี นเปน็ ข้ันตอน ดงั นี้

เริม่ ต้น

A นาคา่ แรกเก็บใน A
B นาคา่ ท่ี 2 เก็บใน B
C AB นา A กับ B มารวมกนั แล้วเกบ็ ใน C

แสดงผล C

จบ

การออกแบบโปรแกรมการแกป้ ัญหา

5. ทดสอบและประเมนิ ผล ลองทดสอบการบวกเลขระหว่าง 2 กบั 3

2 จากขัน้ ตอนการแกไ้ ขปัญหาที่ออกแบบขึ้น ทดลองใหค้ า่ แรกเปน็ 2

3 จากนนั้ ทดลองใหค้ ่าท่ี 2 เปน็ 3

5 23

ระบบทางาน

จะเหน็ ได้วา่ ผลลพั ธ์ท่ีได้เป็น 5 จากการออกแบบข้นั ตอนการแกไ้ ขปญั หาวธิ นี ี้ จะเหน็ ไดว้ า่ ข้ันตอนทอ่ี อกแบบขน้ึ
สามารถนาไปใช้กับตัวเลขต่าง ๆ ได้ และค่าตวั เลขหรอื ขอ้ มลู input เปลยี่ นแปลงไป ผลลัพธท์ ี่ได้กจ็ ะเปลี่ยนแปลงไปด้วย

กิจกรรมท่ี 10.5 สรา้ งสรรค์ตัวละคร

วตั ถปุ ระสงค์ วสั ดอุ ุปกรณ์

ออกแบบโปรแกรมการแก้ไขปญั หาอย่างงา่ ยได้ คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง

วิธีปฏิบตั ิ

นักเรียนเขียนโปรแกรมให้ตวั ละครสือ่ สารระหว่างกัน โดยใชเ้ คร่ืองมือฝกึ เขยี นโปรแกรมผ่านเว็บไซต์ โดยปฏิบัติตามขน้ั ตอน ดงั น้ี

1. เปิดเว็บไซต์ https://code.org แล้วเลอื กภาษาทใ่ี ช้

2. เว็บไซต์น้สี ามารถใชง้ านได้หลายลักษณะ ให้คลกิ เมาสเ์ ลือกหวั ขอ้ นกั เรยี น
3. คลกิ เมาส์เลือกคอรส์ 2

4. คลิกเมาสเ์ ลอื กบทเรยี นลาดบั ท่ี 17 Play Lab: Create a Story แล้วคลกิ เมาส์เลอื กขอ้ 1

โปรแกรมจะแสดง ดังภาพ 5. เขียนโปรแกรมใหต้ ัวละครสือ่ สาร
โดยคลิกเมาส์ลากบล็อกคาส่ัง
มาวางตรงพ้ืนที่ทางาน

6. คลกิ เมาสเ์ พ่อื แก้ไขขอ้ ความ 7. เม่อื คลิกเมาสท์ ป่ี มุ่
แล้วพิมพ์คาวา่ “สวสั ดี” เพอื่ ให้โปรแกรมทางาน ตวั ละครจะแสดง
คาว่า สวัสดี

8. ลาดับตอ่ ไปเป็นโปรแกรมใหต้ วั ละคร 9. เขยี นโปรแกรมโดยคลกิ เมาส์ลากบลอ็ กคาส่ัง
2 ตวั สือ่ สารระหวา่ งกนั โดยแสดงหนา้ จอ ดังภาพ มาวาง
จะมีบลอ็ กคาส่งั เพอ่ื สั่งใหต้ ัวละครแต่ละตวั พดู
แล้วใหต้ ัวละครตัวแรกพูดวา่ “สวัสดคี รบั ”
จากนน้ั คลกิ เมาสล์ าก
บลอ็ กคาสัง่
มาวางต่อแล้วปรับตัวเลขให้เปน็ ตวั ละครตวั ที่ 2
และพดู วา่ “สวสั ดคี ะ่ ”

10. เมื่อคลิกเมาส์ทป่ี ุ่ม เพื่อใหโ้ ปรแกรม 11. ลาดับตอ่ ไปเขยี นโปรแกรมให้ตวั ละครสนุ ัข
เคลื่อนทเ่ี ขา้ หาแมว ซึ่งหน้าจอโปรแกรม
ทางาน จะพบวา่ ตวั ละครท้ัง 2 ตัวสอ่ื สาร จะแสดงผล ดงั ภาพ

ระหว่างกนั โดยตวั ละครแรกจะพดู ก่อน

12. คลิกเมาส์ลากบลอ็ กคาสัง่ มาวาง แล้วปรับระยะทาง
เคล่ือนท่ีให้เหมาะสมตามต้องการ จากนั้นทดสอบโปรแกรม

? หากเกิดข้อผิดพลาดในการเขียนโปรแกรม นกั เรียนจะมีวิธแี กป้ ญั หาอยา่ งไร
ตอบ วางแผนขน้ั ตอนการทางานใหม่

แบบพฒั นาทกั ษะในการทาขอ้ สอบปรนยั เพอ่ื ประเมนิ ผลตัวชี้วัด

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 การแก้ปัญหา

1. การแก้ปญั หาหมายถึงขอ้ ใด ตอบ 2) เพราะการแกป้ ญั หา
1) หาสาเหตุของปัญหา คือ กระบวนการมุ่งหาคาตอบ
2) หาวิธีการแกป้ ญั หาจนสาเรจ็ และแนวทางแกป้ ญั หาใหส้ าเรจ็

3) การรวบรวมขอ้ มูลเพอื่ แกป้ ญั หา

4) การประเมนิ ผลลัพธท์ ีไ่ ดจ้ ากการแก้ปัญหา

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

พิจารณาสถานการณ์ แลว้ ตอบคาถามขอ้ 2-5
“วันน้ีฝนตกมีน้าท่วมถนน แมฝ้ นหยดุ ตกนานแลว้ น้าก็ยงั ทว่ มถนน ชานนท์สงสยั ว่า
เพราะเหตุใดน้ายงั คงท่วมถนน จงึ สารวจถนนพบขยะอดุ ตนั ท่อระบายนา้ เต็มไปหมด”

2. ข้อใดเปน็ ปญั หาท่ีชานนท์กาลงั ประสบอยู่

1) ขยะอุดตนั ตอบ 3) เพราะน้าท่วมถนนเป็นปญั หา
2) การทิ้งขยะ ที่ชานนทป์ ระสบอยู่ เน่อื งจากฝนตกหนกั
ไมส่ ามารถระบายลงทอ่ ระบายน้าจึงท่วมถนน

3) นา้ ท่วมถนน

4) ฝนตกไม่หยดุ

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

พจิ ารณาสถานการณ์ แล้วตอบคาถามข้อ 2-5
“วันนี้ฝนตกมีน้าทว่ มถนน แม้ฝนหยดุ ตกนานแลว้ น้าก็ยงั ทว่ มถนน ชานนท์สงสัยว่า
เพราะเหตใุ ดนา้ ยงั คงทว่ มถนน จึงสารวจถนนพบขยะอุดตันทอ่ ระบายน้าเต็มไปหมด”

3. ขอ้ ใดเปน็ สาเหตุของปัญหา ตอบ 1) เพราะขยะเปน็ สาเหตุหลกั ของปญั หา
1) ขยะอดุ ตนั ท่อระบายนา้ ตนั เศษขยะเขา้ ไปอุดตนั
2) นา้ ท่วม ในท่อระบายนา้ ทาให้ระบายนา้ ไมไ่ ด้

3) ฝนตก

4) ถนน

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

พิจารณาสถานการณ์ แล้วตอบคาถามข้อ 2-5
“วันนี้ฝนตกมนี ้าท่วมถนน แมฝ้ นหยุดตกนานแลว้ นา้ ก็ยังทว่ มถนน ชานนทส์ งสัยว่า
เพราะเหตใุ ดน้ายงั คงทว่ มถนน จึงสารวจถนนพบขยะอุดตนั ท่อระบายน้าเตม็ ไปหมด”

4. การกระทาของชานนทอ์ ยู่ในขนั้ ตอนใดของการแกป้ ญั หา
ตอบ 2) เพราะการรวบรวมขอ้ มูล
1) ระบปุ ัญหา เปน็ การดาเนนิ การท่ีได้มาซ่งึ ขอ้ มูล

2) รวบรวมขอ้ มลู ทจี่ าเป็นหรือต้องการ เพื่อเป็นประโยชน์

3) วางแผนการแกป้ ญั หา ในการนาข้อมูลมาใชใ้ นการวางแผนแก้ปญั หา

4) ลงมอื แกป้ ัญหา

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

พิจารณาสถานการณ์ แล้วตอบคาถามข้อ 2-5
“วันน้ีฝนตกมีนา้ ท่วมถนน แม้ฝนหยุดตกนานแลว้ น้าก็ยังทว่ มถนน ชานนทส์ งสัยว่า
เพราะเหตใุ ดน้ายงั คงท่วมถนน จงึ สารวจถนนพบขยะอุดตนั ทอ่ ระบายน้าเตม็ ไปหมด”

5. ถา้ นักเรียนเป็นชานนท์ จะแก้ไขปัญหาน้อี ยา่ งไร ตอบ 1) เพราะถา้ ทกุ คน
1) รณรงคใ์ ห้เห็นความสาคัญของการทงิ้ ขยะใหถ้ กู ที่ ทิ้งขยะถูกที่ ขยะกจ็ ะไม่
2) เพ่มิ ท่อระบายนา้ ให้มากขน้ึ มาอุดตันท่อระบายน้า

3) ทาถนนใหส้ งู ขึ้นกวา่ เดิม

4) เกบ็ ขยะทถี่ นนทกุ วัน

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

6. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ ขน้ั ตอนการแกป้ ญั หาไดถ้ ูกตอ้ ง ตอบ 3) เพราะขั้นตอน
1) แนวทางการแก้ปญั หาโดยวิธลี ดั การแก้ปญั หาจะเป็นแนวทาง
2) แนวทางการลาดบั ความสาคัญของปญั หา วา่ เราควรแกป้ ญั หาอยา่ งไร
ให้ปัญหาน้นั สาเรจ็

3) แนวทางการแกป้ ัญหาใหล้ ลุ ่วงและมีประสทิ ธิภาพ

4) แนวทางการแกป้ ัญหาทีเ่ ปลี่ยนแปลงไดต้ ลอดเวลา

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

7. ขอ้ ใดเปน็ การเรยี งลาดบั ขั้นตอนการแกป้ ัญหาได้ถูกต้อง

1. วางแผนการแก้ปญั หา 1) 3 1 2 4
2. แกป้ ญั หา 2) 3 2 1 4 ตอบ 1) เพราะเป็นข้ันตอน
3. ระบุปญั หา
4. ทดสอบและประเมนิ ผล ที่ทาให้การแก้ปญั หาน้นั

3) 3 1 4 2 มีประสิทธภิ าพยิ่งขน้ึ

4) 3 4 2 1

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

8. ปองกลุ ประดิษฐโ์ มบายล์รังผ้งึ ทรงกลม แต่ไมส่ ามารถหากระดาษแก้วได้

ปองกลุ จึงนากระดาษชนิดอ่ืนมาประดิษฐ์แทน การปฏบิ ตั ิของปองกลุ เป็นการแก้ปญั หา

ขัน้ ตอนใด ตอบ 4) เพราะปองกุลลงมอื
1) ระบุปญั หา ประดษิ ฐ์โมบายล์รังผ้ึงทรงกลม
2) รวบรวมข้อมูล เปน็ ขนั้ ตอนลงมือแก้ปัญหา

3) วางแผนการแก้ปญั หา

4) ลงมือแกป้ ญั หา

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

9. เม่อื เกิดปญั หาใดปัญหาหน่งึ ขอ้ ใดเปน็ ปจั จยั ทที่ าให้การวางแผนในการแกป้ ญั หา

ของแตล่ ะบุคคลแตกตา่ งกนั ตอบ 3) เพราะการวางแผน
1) สาเหตุของปัญหา ในการแก้ปญั หาปัจจัยทท่ี าให้
2) การรว่ มอยใู่ นเหตุการณ์ การแก้ปญั หาแตกต่างกนั คือ
ประสบการณ์และความรู้
ของแต่ละบคุ คล

3) ประสบการณแ์ ละความรู้

4) การคาดการณผ์ ลลพั ธ์

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

10. ขอ้ ใดไมใ่ ช่เหตผุ ลทีม่ นษุ ย์นาเทคโนโลยมี าชว่ ยในการแกป้ ัญหา

1) แกป้ ญั หาอยา่ งถกู ต้องแมน่ ยา ตอบ 4) เพราะการลดคา่ ใชจ้ า่ ย
2) แก้ปญั หาได้สะดวกรวดเรว็ ในการแก้ปญั หา ไมใ่ ชเ่ หตุผลท่ีมนุษย์
จะนาเทคโนโลยมี าชว่ ยในการแก้ปญั หา

3) เพ่ิมประสทิ ธิภาพในการแกป้ ัญหา

4) ลดคา่ ใช้จ่ายในการแก้ปัญหา


Click to View FlipBook Version