กระท่อม
(Kratom)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
กระท่อมเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ปานกลาง มีแก่น
เป็นไม้เนื้อแข็ง สูง10 -15 เมตร
อยู่ในตระกูล Mitragyna speciosa ใบคล้ายใบ
กระดังงา มีชนิดก้านใบแดงและใบเขียว
ดอกกลมโตขนาดเท่าผลพุทรา ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียว
เรียงตัวเป็นคู่ตรงข้าม แผ่นใบขนาดกว้างประมาณ
5-10 ซม. ยาวประมาณ 8-14 ซม. ดอกมีสีขาวอม
เหลืองออกเป็นช่อตุ้มกลมขนาด 3-5 ซม.
แหล่งที่พบ
ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น ปทุมธานี
แต่จะพบมากในป่าธรรมชาติบริเวณภาคใต้ เช่น สุราษฎร์ธานี
นครศรีธรรมราช ตรัง สตูลพัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส
และตอนบนของประเทศมาเลเซีย
วิธีเสพ
เคี้ยวใบสดหรือบดใบแห้งให้เป็นผง ละลายน้ำดื่ม
บางรายเติมเกลือด้วยเล็กน้อยเพื่อป้องกันท้องผูก
ส่วนมากจะเคี้ยวเพียง 2-3 ใบ และดื่มน้ำอุ่น หรือ
กาแฟร้อนตาม ใช้วันละ 3-10 ครั้งต่อวันตามอาการ
เหนื่อย เมื่อใช้ไประยะหนึ่ง ปริมาณการใช้จะเพิ่มขึ้น
(ประมาณร้อยละ 37 ใช้วันละ 21-30 ใบ)
ผลจากการเสพ
พบว่าหลังเคี้ยวใบกระท่อมไปประมาณ 5-10 นาที จะมีอาการเป็นสุข กระปรี้กระเปร่า
ไม่รู้สึกหิว (ไม่อยากอาหาร) กดความรู้สึกเมื่อยล้าขณะทำงาน ทำให้สามารถทำงานได้นาน และทนแดด
มากขึ้น แต่จะเกิดอาการกลัวหนาวสั่นเวลาอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน ผู้เสพจะมีผิวหนังแดงเพราะเลือดไป
เลี้ยงผิวหนังมากขึ้น อาการข้างเคียง ได้แก่ ปากแห้ง ปัสสาวะบ่อย เบื่ออาหาร ท้องผูก อุจจาระแข็งเป็น
ก้อนเล็กๆ นอนไม่หลับ ถ้าเสพใบกระท่อมในปริมาณมากๆ จะทําให้มึนงง และคลื่นไส้อาเจียน (เมากระท่อม)
แต่ในบางรายเสพเพียง 3 ใบ ก็ทำให้เมาได้ ในรายที่เสพใบกระท่อมมากๆ หรือเป็นระยะเวลานาน มักจะทำให้
เกิดการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีขึ้นที่บริเวณผิวหนัง ทำให้ผู้ที่รับประทานมีผิวคล้ำและเข้มขึ้น และยังพบอีก
ว่าเสพกระท่อมโดยไม่ได้รูดเอาก้านใบออกจากตัวใบก่อน อาจจะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า “ถุงท่อม”
ในลำไส้ได้ เนื่องจากก้านใบและใบของกระท่อมไม่สามารถย่อยได้ จึงตกตะกอนติดค้างอยู่ภายในลำไส้
ทำให้ขับถ่ายออกมาไม่ได้ เกิดพังผืดขึ้นมาหุ้มรัดอยู่โดยรอบก้อนกากกระท่อมนั้น
ทำให้เกิดเป็นก้อนถุงขึ้นมาในลำไส้ บางรายจะมีอาการโรคจิตหวาดระแวง เห็นภาพหลอน
คิดว่าคนจะมาทำร้ายตน และพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง
สารเสพติดที่พบในใบกระท่อม
คือ ไมทราไจนีน (Mitragynine) เป็นสารจำพวก
อัลคาลอยด์ ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง (CNS
depressant) เช่นเดียวกับยาเสพติดกลุ่มเดียวกัน
เช่น psilocybin LSD และ ยาบ้า
การควบคุมตามกฎหมาย
ปี พ.ศ. 2486 ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ประกาศควบคุมการใช้พืชกระท่อม โดยตราพระราชบัญญัติ
พืชกระท่อม พ.ศ. 2486 ระบุห้ามปลูกและครอบครองรวมทั้งห้ามจำหน่ายและเสพใบกระท่อม
ปี พ.ศ. 2522 กระท่อมเป็นพืชเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522
ปี พ.ศ. 2564 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 เป็นการกำหนดยกเลิกพืชกระท่อมจากการ
เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป ซึ่งจะมีผลให้พืช
กระท่อมไม่ถูกควบคุมเป็นยาเสพติดให้โทษ โดยกระทรวงยุติธรรมได้มีการยกร่างพระราชบัญญัติพืช
กระท่อม พ.ศ. … เพื่อควบคุมพืชกระท่อมเป็นการเฉพาะ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา
ทั้งนี้ การนำพืชกระท่อมมาแปรรูปหรือนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ต่างๆ
เช่น ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหาร เครื่องสำอาง ผู้ผลิตจะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ด้วย
บรรณานุกรม
กระท่อม ยาระงับปวดหรือยาเสพติดเรียบเรียงโดย ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ
ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
http://herbal.pharmacy.psu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=114&Itemid=43
วิกิพีเดีย : กระท่อม http://th.wikipedia.org
รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาผลกระทบต่างๆในการควบคุมพืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 กอง
ควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ปี 2546
http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/health02/11/katom.html
กลุ่มงานเภสัชกรรม สถาบันธัญญารักษ์ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/102951
จัดทำโดย
นางสาวศศิวรรณ สุระ
รหัสนักศึกษา 116310217019-3
คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบอัตโนมัติ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี