เกมเศรษฐสี กู่ ารศึกษา
กฬี าอาเซียน+9
“สาธารณรัฐประชาชนจีน”
People’s Republic of China
โรงเรยี นเทศบาล ๑ (วดั เทวสังฆาราม) ในพระสงั ฆราชูปถมั ภ์
เทศบาลเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบรุ ี
คำนำ
หนังสือเล่มเลก็ ฉบบั นีเ้ ปน็ ส่วนหน่ึงของโครงงานกลุ่มสาระการเรยี นรู้
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา เรอื่ ง เกมเศรษฐีสูก่ ารศกึ ษากฬี าอาเซยี น+๖ โดยมี
จุดประสงค์ เพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นได้เรียนรู้เก่ียวกบั กีฬา กฎ กตกิ า วธิ ีการเลน่ และ
ประโยชนข์ องการเลน่ กีฬาประจาชาติของประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน+6
ท้งั นี้ ในหนงั สือเล่มเลก็ นมี้ เี นื้อหาประกอบดว้ ยความรู้เก่ยี วกับกฬี าประจา
ชาติ “สาธารณรฐั ประชาชนจนี ”
ผูจ้ ัดทาตอ้ งขอขอบพระคุณ คุณครนู าวิน ผดุลย์ศลิ ป์ คุณครธู ชั ษณกร
ศรีวนั พิมพ์ ผใู้ ห้ความรู้ และแนวทางการศึกษา หวงั วา่ หนังสือเลม่ น้จี ะให้
ความรู้ และเป็นประโยชน์แกผ่ ้อู า่ นทกุ ๆ ทา่ น หากมขี อ้ เสนอแนะประการใด
ผจู้ ดั ทาขอรับไวด้ ้วยความขอบพระคุณย่ิง
คณะผจู้ ดั ทา
สำธำรณรฐั ประชำชนจีน
(People's Republic of China)
ธงชำติและตรำสญั ลักษณ์
ประเทศจีน มีช่อื อยา่ งเปน็ ทางการว่า สำธำรณรฐั ประชำชนจนี (จีนตวั
ย่อ: 中华人民共和国; จนี ตัวเตม็ : 中華人民共和國;
พนิ อิน: Zhōnghuá Rénmín Gònghéguó; องั กฤษ: People's Republic
of China (PRC)) เป็นรฐั เอกราชในเอเชยี ตะวันออก เป็นประเทศท่มี ี
ประชากรมากท่สี ดุ ในโลก กวา่ 1400 ลา้ นคน เปน็ รฐั พรรคการเมืองเดียว
ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสตจ์ นี มเี มืองหลวงอยู่ท่ีกรงุ ปักกงิ่ ประเทศจีน
แบง่ การปกครองออกเปน็ 22 มณฑล (ไม่รวมพืน้ ที่พพิ าทไตห้ วนั ), 5 เขต
ปกครองตนเอง, 4 เทศบาลนคร (ปกั กิง่ เทียนจนิ เซย่ี งไฮ้ และฉงชงิ่ ), และ
2 เขตบริหารพิเศษ ได้แก่ ฮ่องกงและมาเกา๊
กฬี ำประจำชำติจนี คือ เทเบิลเทนนิส (TABLE TENNIS)
เทเบิลเทนนสิ หรอื ปงิ ปอง
เป็นกฬี าโดยมผี ู้เล่นสองหรอื สี่คน
ซงึ่ ยืนเลน่ กันคนละดา้ นของโต๊ะ
ปิงปอง โดยตลี กู โตก้ ันใหข้ ้ามตา
ข่ายเน็ตกนั้ กลางโต๊ะปงิ ปองไปมา
ผเู้ ลน่ มีสทิ ธใ์ิ หล้ ูกบอลเดง้ กระดอนตกพ้ืนโต๊ะฝ่งั ตนเองได้เพียง 1
คร้ังเท่าน้นั แล้วจงึ ตีโต้ขา้ มฟากให้เด้งกระดอนไปกระทบกับพน้ื โต๊ะฝา่ ยตรง
ข้าม ถ้าลกู บอลไม่กระทบกับพื้นโตะ๊ ของฝา่ ยตรงข้ามกถ็ ือวา่ เสยี แต่ถ้าเป็นลูก
ดฝี า่ ยตรงข้ามก็จะตโี ตก้ ลบั มาฝงั่ เรา เทเบลิ เทนนิสเปน็ เกมทีโ่ ต้รับกับอยา่ ง
รวดเร็ว ผู้เล่นท่ีมีฝมี อื สามารถตีลูกสปนิ ได้ ทาให้บอลนั้นหมุนเรว็ ซึง่ จะทาให้
ฝ่ายตรงข้ามรบั ได้ยากยิ่งขนึ้
เทเบิลเทนนสิ เปน็ กฬี าโอลมิ ปิก โดยมีผ้เู ลน่ สองหรอื สค่ี นตลี กู บอล
กระทบหนา้ ไม้หรือหลังไมใ้ ห้ข้ามไปยังอกี ฝากหนึ่งของโตะ๊ ซง่ึ มันคลา้ ยกบั
กฬี าเทนนสิ กฎกติกามีความแตกต่างกันบ้าง แตม่ องภาพรวมแลว้ เทเบิล
เทนนสิ กับเทนนิสมลี ักษณะคลา้ ยกนั ในเกมเดียว ไม่จาเปน็ ตอ้ งตลี ูกบอลให้
ข้ามไขวจ้ ากฝั่งขวามอื ของผู้ส่งไปยังฝั่งขวามือของผรู้ ับ(หรอื ซ้ายมือผู้ส่ง ไปยงั
ซา้ ยมอื ของผูร้ ับ)เหมือนกับเทนนสิ อยา่ งไรกด็ ี การเสิร์ฟไขวใ้ นลกั ษณะน้นั
จาเปน็ ต้องมีในเกมเลน่ คู่ ลกู สปนิ ลกู เร็ว ลกู หยอด ซ่งึ กลยทุ ธ์และเทคนคิ การ
เล่นก็มีความสาคัญสาหรับเกมแข่งขนั ที่มีการชิงชัยชนะความเร็วของลกู บอล
นั้นเรมิ่ จากการพุง่ ดว้ ยความเรว็ ตา่ ๆ ไปจนถงึ การพ่งุ ดว้ ยความเร็วสงู ๆ
โดยเฉพาะในลูกสปิน ซ่ึงสามารถทาความเร็วได้ท่ี 112.5 กิโลเมตรต่อช่ัวโมง
หรอื 69.9 ไมล์ตอ่ ช่ัวโมง
กีฬาเทเบลิ เทนนสิ มกั ใชเ้ นอ้ื ท่ีในการเลน่ ทางยาวประมาณ2. เมตร
ทางกว้างประมาณ 1.525 เมตร และสงู จากพนื้ ราวเอวประมาณ 0.76
เมตร แต่ทางสมาพันธ์กฬี าเทเบิลเทนนิสสากล กาหนดไวว้ า่ ตอ้ งมีเน้ือท่เี ล่น
ทางยาวไมน่ อ้ ยกว่า 14 เมตร ทางกวา้ ง 7 เมตร และสงู จากพน้ื ประมาณ 5
เมตร สาหรับเกมการแขง่ ขัน ไม้ตปี กตแิ ลว้ มแี ผ่นยางบางตดิ อย่หู นา้ ไม้ ยางมี
ปมุ่ เล็กๆอย่ดู ้านหน่ึง เป็นชนั้ บาง ๆอยูร่ ะหวา่ งตวั ไมต้ ีกับผิวหนา้ ฟองน้ารอง
หนา้ ไมอ้ ีกช้ันหนงึ่ ต้ังแตก่ ารเล่นสปนิ ไดเ้ ขา้ มามบี ทบาทเพิม่ ข้ึนอย่างมากใน
กฬี าเทเบิลเทนนสิ ของปจั จบุ นั ได้มีการปรับคณุ ภาพของตวั ยาง ฟองน้า และ
วิธีการประกอบยางเขา้ กบั ตวั ฟองน้า เพอ่ื เพมิ่ ความเรว็ และอัตราการหมุน
ของลูกจากปกติ สว่ นเทคนคิ การปรับเพิม่ คณุ ภาพอยา่ งอ่ืนได้แก่ การใช้
คารบ์ อนหรือวัสดุสังเคราะห์อนื่ เข้ามาประกอบกนั เพอื่ ทาใหเ้ พ่ิมความ
แม่นยาในการตีลกู ใหม้ ากข้ึนลกู บอลท่ีใชใ้ นกฬี าเทเบลิ เทนนสิ มีเส้นผ่าน
ศนู ยก์ ลางประมาณ 40 มม. มักทามาจากเซลลลู อยด์และมีดา้ นในกลวง ๆ
ตราสามดาวทีต่ ดิ อยบู่ นลกู บอล หมายถงึ คุณภาพทีด่ เี ย่ยี มของลกู นน้ั เองเม่ือ
เปรยี บเทียบกับลกู อน่ื ๆ ผู้ชนะ คือ คนทท่ี าแต้มได้ 11 คะแนนก่อน และมี
การเปลยี่ นเสริ ์ฟลูกในทุกๆ 2 แต้ม หากมผี ลการแข่งกนั เปน็ 10-10 ผู้เล่น
จะสลับกันเสริ ฟ์ (และผูเ้ ล่นชนะ คอื คนทที่ าคะแนนได้ 2 แต้มติดตอ่ กัน) เกม
11 คะแนน เปน็ เกมการแขง่ ขันที่ได้มีข้นึ จากสมาพนั ธ์กีฬาเทเบลิ เทนนิส
สากล(ITTF) การเปล่ียนแปลงนไี้ ดม้ ขี ้ึนในปี ค.ศ. 2001 ทุกเกมทีเ่ ลน่ กันใน
ระดับชาติหรือระดบั ทวั รน์ าเมน้ ตส์ ากลมกั เปน็ เกม 11 คะแนน ส่วนระดับชิง
แชมป์เป็นเกม 7 คะแนน และในระดับทย่ี ่อมลงมาเป็นเกม 5 คะแนน
กติกำเทเบลิ เทนนิส
1.การส่งลูกที่ถูกต้อง ลูกจะต้องอยู่ที่ฝ่ามือแล้วโยนข้ึนไปในอากาศ
สูงไม่นอ้ ยกว่า 16 เซนตเิ มต
2. การรบั ลกู ท่ีถูกต้อง เมอ่ื ลูกเทเบิลเทนนิสถกู ตขี า้ มตาขา่ ยมา
กระทบแดนของตนครง้ั เดียว ตอ้ งตกี ลับให้ขา้ มตาข่าย หรืออ้อมตาข่ายกลับไป
ลกู ทีใ่ ห้สง่ ใหม่ คือ ลูกเสิร์ฟติดตาข่าย แลว้ ข้ามไปตกแดนคูต่ อ่ สู้หรอื เหตุอ่ืนทผ่ี ู้
ตดั สินเหน็ ว่าจะต้องเสิรฟ์ ใหม่
3. การแข่งขนั มี 2 ประเภท คอื ประเภทเดี่ยว และประเภทคู่
4. การนบั คะแนน ถ้าผู้เลน่ ทาผิดกติกา จะเสียคะแนน
5. ผู้เลน่ หรือคูเ่ ล่นท่ีทาคะแนนได้ 11 คะแนนกอ่ น จะเปน็ ฝ่ายชนะ
ยกเว้นถา้ ผเู้ ล่นท้งั สองฝ่ายทาคะแนนได้ 10 คะแนนเทา่ กันจะต้องเล่นไป
โดยฝ่ายใดทาคะแนนไดม้ ากกว่าอีกฝา่ ยหน่งึ 2 คะแนน จะเป็นฝ่ายชนะ
6. การแข่งขันประเภททมี มี 2 แบบ คือ
6.1. SWAYTHLING CUP มีผเู้ ล่นครั้งละ 3 คน
6.2. CORBILLON CUP มผี ูเ้ ล่นคร้ังละ 2 – 4 คน
ประโยชน์ของกฬี ำเทเบิลเทนนิส
กีฬำเทเบลิ เทนนสิ หรอื ปงิ ปอง ท่ีเรารจู้ ักกันน้ัน ถอื เป็นกฬี าทม่ี คี วาม
ยากในการเล่น เป็นอนั ดับตน้ ๆ ของโลก เน่ืองจากธรรมชาติของกีฬาประเภท
นนี้ น้ั ถกู จากัดใหต้ ลี ูกปิงปองลงบนโตะ๊ ของคู่ต่อสู้ ซงึ่ พนื้ ท่ีบนฝ่ังตรงขา้ มมี
เพียง พ้นื ท่ี แค่ 4.5 ฟตุ X 5 ฟตุ เทา่ นนั้ และลูกปงิ ปองยังมคี วามเบามาก
เพียง 2.7 กรัม เท่านัน้ และความเร็วในการเคลอ่ื นที่จากฝ่งั หน่งึ ไปยังอกี ฝง่ั
หนง่ึ ยังใชเ้ วลาไมถ่ ึง 1 วนิ าทอี ีกต่างหาก แถมลูกปงิ ปองที่ลอยอยใู่ นอากาศ
นน้ั ยังมคี วามหมนุ รอบตวั เองได้ทุกทศิ ทางถึง 360 องศา ซึ่งลกู ปงิ ปองที่
กาลงั เคล่ือนท่มี าหาเราน้ัน เราจะตอ้ งตกี ลบั ไปอีกด้วย
เพราะไม่ตี หรือ ตีไมไ่ ด้ กห็ มายถึงการเสยี คะแนนทนั ที แต่ในความยาก
นัน้ ก็ย่อมมปี ระโยชน์สาหรับผเู้ ล่นเหมอื นกัน เพราะ เป็นกฬี าที่ตอ้ งใช้ทกุ สว่ น
ของร่างกายร่วมกันท้ังหมด ซึ่งส่วนต่างๆ ทตี่ อ้ งใช้ มดี งั นี้
1. สำยตำ สายตาจะตอ้ งจอ้ งมองลูกอย่ตู ลอดเวลา แตก่ ารจ้องลกู อย่าง
เดียวกย็ ังไม่เพียงพอ เพราะจะต้องจ้องมองและสังเกตหนา้ ไมข้ องคตู่ ่อสู้อีกดว้ ย
วา่ ตลี กู ความหมุนลักษณะใดมาหาเรา
2. สมอง ปงิ ปอง เป็นกฬี าทต่ี ้องใช้สมองในการคดิ เป็นอยา่ งมาก เพราะ
รปู แบบการเล่นจะเปลยี่ นแปลงอยูต่ ลอดเวลา รวมถงึ ต้องวางแผนการเล่นอีกด้วย
3. มอื มอื ท่ีใชจ้ ับไมป้ งิ ปอง จะต้องคล่องแคลว่ และว่องไว รวมถึงตอ้ ง
รสู้ กึ ไดเ้ ม่อื ลกู ปงิ ปองสัมผัสถกู หนา้ ไม้
4. ขอ้ มอื ในการตบี างลกั ษณะ จาเปน็ ต้องใชข้ อ้ มือเข้าชว่ ย ลูกจงึ จะมี
ความหมุนมากยง่ิ ข้ึน
5. แขน ตอ้ งมพี ลกาลงั และมคี วามอดทนในการฝกึ ซ้อมท่ตี ้องซ้อมแบบ
ซา้ และซา้ อีก
6. ลำตวั การตีลูกปิงปองในบางจงั หวะ ต้องใชล้ าตัวเข้าช่วย
7. ต้นขำ แน่นอนวา่ เมื่อกฬี าปิงปองเป็นกฬี าทมี่ คี วามเรว็ สูง ต้นขาจงึ
ต้องแข็งแรง และเตรยี มพรอ้ มในการเคล่อื นที่ตลอดเวลา
8. หัวเขำ่ ต้องย่อเขา่ เพอ่ื เตรียมพรอ้ มในการเคลอ่ื นท่ี
9. เทำ้ ตอ้ งเคล่อื นท่ีเขา้ หาลกู ปงิ ปองตลอดเวลา หากเท้าไมเ่ คลือ่ นทีเ่ ขา้
หาลกู ปงิ ปอง กจ็ ะทาให้ไม่มีฟตุ เวริ ์ด และตามตีลกู ปิงปองไมท่ ัน
จะเหน็ ได้วา่ กฬี าเทเบิลเทนนสิ จะใชท้ กุ สว่ นของร่างกายในการเล่น
เนอ่ื งจากเปน็ กฬี าทมี่ คี วามรวดเรว็ นั่นเอง และยังไม่รวมถึงจติ ใจทจ่ี ะตอ้ งมคี วาม
เขม้ แขง็ อดทน ทง้ั ในการฝึกซ้อม และ จิตใจท่ีจะตอ้ งเป็นนกั สเู้ ม่ือลงทาการ
แขง่ ขนั เพราะเป็นกีฬาประเภทบุคคลทจี่ ะต้องพ่งึ ความสามารถของตนเอง
มากกว่าท่จี ะต้องอาศยั เพื่อนร่วมทมี ดังเชน่ กับกฬี าประเภททีมอื่นๆ
กีฬำยิมนำสติก
ยมิ นำสตกิ (องั กฤษ: Gymnastics) เป็นกีฬาที่เกยี่ วกับการแสดง ความ
แขง็ แรง ความสวยงาม ความคลอ่ งแคลว่ และการทางานประสานกนั ของ
รา่ งกาย เปน็ กฬี าสากลประเภทหนึง่ ท่จี ัดเข้าแขง่ ขันในกฬี าโอลมิ ปกิ ไม่
ปรากฏหลักฐานแนช่ ัดวา่ เรมิ่ มาเมื่อใด แตม่ าปรากฏก่อนครสิ ต์ศักราช
2,600 ปี ซึ่งเปน็ ระยะเวลาทช่ี าวจีนได้มีการฝกึ ฝนท่ากายบรหิ ารและคิด
ประดิษฐท์ า่ กายบรหิ ารข้นึ ยิมนาสตกิ อยา่ งแท้จรงิ นา่ จะเรม่ิ สมยั เร่ิมตน้ ของ
ประวัตศิ าสตรแ์ หง่ ชาวกรกี และโรมนั โดยเฉพาะกรกี โบราณ คาวา่ ยิมนาสตกิ
เป็นภาษากรกี มาจากคาวา่ Gymnos แปลว่า Nude หรอื แปลวา่ Naked
Art มคี วามหมายว่า "ศิลปะแห่งการเปลอื ยเปล่า"
กตกิ ำกฬี ำยิมนำสตกิ
ยมิ นาสติก (Gymnastics) เป็นกีฬาสากลประเภทหน่งึ ท่ีจัดเขา้ แขง่ ขัน
กีฬาโอลิมปกิ เพื่อทดสอบความแขง็ แรงของนกั กฬี า รวมทัง้ จงั หวะ ความ
ยืดหยนุ่ ตัวหรอื ความออ่ นตัวและความคล่องแคล่วว่องไว กีฬายิมนาสติกที่ใช้
ในการแขง่ ขนั มี 3 แบบคอื ยมิ นาสติกสากล ยิมนาสตกิ ลลี าและแทรมโปลิน
กติกำกำรแข่งขนั ยมิ นำสตกิ
การแขง่ ขนั จะแบ่งออกเปน็ ประเภทชายและประเภทหญิงแข่งขนั กัน
โดยใช้อปุ กรณ์ต่างๆกนั เชน่ มา้ กระโดด ม้าหู บารเ์ ด่ยี ว บาร์คู่ หว่ งนงิ่
และฟลอร์ ผู้เขา้ แข่งขนั จะต้องแสดงภาคบังคับและท่าสมัครในอปุ กรณแ์ ต่ละ
ชนิดขา้ งต้น การแข่งขันแบง่ เป็นหลายประเภท เชน่ ประเภททีม ประเภทเดีย่ ว
ผสม และประเภทเดีย่ ว
อปุ กรณช์ ำย หว่ งนงิ่ บารค์ ู่ มา้ กระโดด บารเ์ ดย่ี ว ม้าหู
อุปกรณห์ ญงิ บารต์ ่างระดับ ราวทรงตัว มา้ กระโดด
กรรมกำร ประกอบด้วยกรรมการใหค้ ะแนน 4 คน กรรมการผชู้ ี้ขาด 1 คน
(ในการแขง่ ขันประเภทชายเด่ยี วรอบชงิ ชนะเลศิ จะมกี รรมการช้ขี าด 2 คน)
กำรให้คะแนน คะแนนของผู้เขา้ แข่งขันคิดจากกรรมการทั้ง 4 คน โดยจะตัด
คะแนนท่ีสงู สุดและต่าสุดออก และนาคะแนนกลางจากกรรมการอีก 2 คน มา
หาค่าเฉล่ียเป็นคะแนนของผู้เขา้ แข่งขนั คะแนนทีไ่ ดจ้ ะมตี ัง้ แต่ 0 ถงึ 10
คะแนน ซึ่งอาจจะถูกหักออกทั้งหมดครงึ่ หน่งึ หรือ 1/10 คะแนน ในการ
แขง่ ขันอปุ กรณ์บางประเภทอาจมีการใหค้ ะแนนการเริ่มเล่นเป็นคะแนนพิเศษ
( เนือ่ งจากเป็นท่าเสีย่ งอันตรายตอ้ งใชพ้ ลังกาลงั และมีความคิดสรา้ งสรรค)์ ซง่ึ
อาจทาให้ไดร้ บั คะแนนเตม็ 10 คะแนนได้
กำรแขง่ ขนั ประเภททีม แตล่ ะทีมจะมผี แู้ ข่งขัน 6 คน โดยผู้เข้าแข่งขนั ทุกคน
จะทาการแขง่ ขันทกุ อุปกรณด์ ้วยทา่ บงั คบั และทา่ สมคั ร แล้วนาคะแนนของผู้
เขา้ แขง่ ขนั ท่ีไดค้ ะแนนสงู สุดของทีม 5 คน มารวมกันเป็นคะแนนของทมี
(คะแนนสูงสุดของชายคือ 600 คะแนน และหญิงคือ 400 คะแนน)
กำรแข่งขันประเภทบคุ คลรวมอุปกรณ์ ผูเ้ ข้าแข่งขนั คัดจากผ้ไู ดค้ ะแนนรวม
ทกุ อปุ กรณส์ ูงสุดจากการแขง่ ขนั ประเภททีมจานวน 3 คน มาแขง่ ขันรอบ
สุดทา้ ยดว้ ยท่าสมคั ร คะแนนจากรอบนี้จะรวมกับครึง่ หนงึ่ ของคะแนนที่ทาได้
จากการแขง่ ขันประเภททีมเปน็ คะแนนรวมของแตล่ ะคน (คะแนนสงู สดุ ของ
ชายคือ 120 และหญงิ 80คะแนน)
กำรแข่งขนั ประเภทบุคคลแยกอุปกรณ์ ในการแขง่ ขนั แต่ละอุปกรณจ์ ะมีผู้
เขา้ แขง่ ขัน 6 คน โดยคดั จากผู้ไดค้ ะแนนสงู สดุ ในแต่ละอุปกรณจ์ ากการ
แข่งขันประเภททีมมาทาการแขง่ ขันในรอบสุดทา้ ย คะแนนทไ่ี ดจ้ ากรอบนจ้ี ะ
รวมกับครงึ่ หนงึ่ ของคะแนนทที่ าได้ในอปุ กรณน์ น้ั ๆ จากการแขง่ ขนั ประเภท
ทมี เปน็ คะแนนรวมแต่ละคน (คะแนนสงู สดุ ของทง้ั ชายและหญิงคือ 20
คะแนน)
กติกำกำรแขง่ ขันยิมนำสตกิ ลลี ำใหมป่ ระกอบดนตรี
เดมิ ใชเ้ ปน็ กจิ กรรมเพอ่ื การฝึกบริหารรา่ งกาย โดยเน้นการใชท้ กั ษะ
ยมิ นาสติกผสมกบั จังหวะของดนตรี และเพอื่ ให้สะท้อนลลี าที่สวยงามจึงเปลย่ี น
มาใชอ้ ุปกรณ์ใหม่ คือ ลกู บอล ห่วง ไม้โยน รบิ บ้ินยาว และเชือก เพอื่ เพ่มิ ความ
ตืน่ เต้นผสมกบั ความสวยงาม และไดร้ ับการพฒั นาจนกลายเป็นกฬี าทีม่ ีการ
แขง่ ขนั ในกีฬาโอลมิ ปิกครง้ั ที่ 23 ณ นครลอสแองเจลิส สหรฐั อเมริกา เมื่อปี
พ.ศ. 2527 จุดเด่นของยมิ นาสตกิ ลลี าใหม่ประกอบดนตรี คอื การเน้น
ความสัมพนั ธใ์ นการเคลอื่ นไหวร่างกายอย่างมปี ระสิทธภิ าพพรอ้ มอปุ กรณใ์ ห้
สอดคล้องกับดนตรไี ดอ้ ยา่ งงดงามและมศี ลิ ปะอ่อนช้อย
อุปกรณ์ มีทงั้ หมด 5 ชิน้ ไดแ้ ก่ ลกู บอล รบิ บนิ้ หว่ ง ไมโ้ ยน และเชือก อปุ กรณ์
ทงั้ 5 ชิน้ จะใชส้ ีใดก็ได้ ยกเวน้ สีทอง เงิน และทองแดง จะใชส้ ีตดั กนั หรอื สี
ผสมกลมกลืนกนั ก็ไดแ้ ลว้ แตพ่ อใจ
ดนตรี เป็นความสาคญั สดุ ยอดในการพฒั นาจงั หวะและการเคล่ือนไหว การ
แสดงออกจงึ ตอ้ งผสมกลมกลืนกบั การเคล่ือนไหวในลกั ษณะเดียวกบั ศลิ ปะ
บลั เลต่ ์ เคร่อื งดนตรที ่ีใชใ้ นการแขง่ ขนั ตอ้ งเป็นเคร่อื งดนตรีท่ีบรรเลงชนิ้ เดียว
เชน่ เปียโน ขลยุ่ และไวโอลิน
กำรแข่งขัน ไมจ่ ากดั เพศและอายุ นกั กีฬาตอ้ งแขง่ ขนั กนั ตามลาดบั อปุ กรณ์
คือ เชือก หว่ ง ลกู บอล ไมโ้ ยน และรบิ บนิ้ ในการแขง่ ขนั แตล่ ะครงั้ นกั กีฬาจะ
แสดงเพียง 4 อปุ กรณเ์ ทา่ นนั้ ซง่ึ ฝ่ายจดั การแขง่ ขนั จะแจง้ ใหท้ ราบลว่ งหนา้
ประเภทกำรแข่งขัน มี 2 ประเภท คือ ประเภทบคุ คล และ ประเภททีม
ประเภทบุคคล ประเภททีม
นกั กฬี ำ/นกั กีฬำสำรอง 1 คน / 1 คน 6 คน / 2 คน
เวลำทีใ่ ช้ในกำรแขง่ ขัน 1.00– 1.30 นาที 2.30–3.00 นาที
12 x 12 เมตร 12.5 x 12.5 เมตร
ขนำดของฟลอร์
เคร่ืองแต่งกำย ตอ้ งเปน็ ชุดแนบเนื้อ หากไม่มีแขน ไหล่จะตอ้ งกว้างอยา่ งน้อย
5 เซนตเิ มตร
กำรแขง่ ขันประเภทบคุ คล คะแนนเตม็ 10 คะแนน แบง่ คะแนนเปน็ 2 สว่ น
สว่ นท่ี 1 มี 7 คะแนน เป็นคะแนนการเรียงลาดับท่า ซ่ึง
ประกอบดว้ ยท่าของความยาก 5 คะแนน ความสัมพันธ์ระหวา่ งดนตรแี ละ
ท่าทาง 1 คะแนน ท่าของเทคนิคในการประกอบชดุ 0.5 คะแนน และ
ความคดิ ริเร่ิมในการแต่งท่า 0.5 คะแนน
ส่วนที่ 2 มี 3 คะแนน เปน็ คะแนนทา่ จบประกอบด้วยเทคนคิ การทา
ให้สาเรจ็ 1.5 คะแนน ผลสะทอ้ นโดยสรปุ 1.5 คะแนน
กำรแข่งขันประเภททมี คะแนนเตม็ 20 คะแนน แบง่ กรรมการออกเปน็ 2
กลมุ่ ๆละ 10 คะแนนแลว้ นาคะแนนของกรรมการทั้ง 2 กลุม่ มารวมกัน
กรรมการกลมุ่ ที่ 1 ตัดสนิ จากการแข่งท่า 5 คะแนนและทา่ ของเทคนคิ การ
แสดง 5 คะแนน กรรมการกลุ่มท่ี 2 จะตัดสินจากการผสมกลมกลืนและ
เทคนิคการทาทา่ ใหส้ าเรจ็ 10 คะแนน
ทำ่ ทีใ่ ช้ในกำรแขง่ ขันท้งั ประเภทบคุ คลและทีม กาหนดให้มที ่าแข่งขนั ท่า
ยากอยา่ งนอ้ ย 2 ท่า ท่าละ 1 คะแนน ท่าง่าย 6 ทา่ ทา่ ละ 0.5 คะแนน
การตดั สินความยากงา่ ยของทา่ ไมก่ าหนดตายตัว เนื่องจากเทคนคิ มีการ
พัฒนาอย่ตู ลอดเวลา ก่อนการแข่งขันจงึ มกี ารประชุมระหว่างกรรมการเพื่อ
ตกลงกันเร่ืองการให้คะแนน
กรรมกำรและเจำ้ หนำ้ ท่ี
กำรแขง่ ขนั ประเภทบคุ คล กรรมการหญิง 4 คน และมหี ัวหนา้ กรรมการ 1
คน รวมเป็น 5 คน
กำรแข่งขนั ประเภททีม กรรมการหญิง 8 คน และหัวหนา้ 2 คน รวมเปน็
10 คน
ประโยชนข์ องกำรเลน่ กฬี ำยิมนำสตกิ
1) มคี วำมยืดหยุ่นของกลำ้ มเนอื้ และกำรเคลอ่ื นไหวท่ดี ีย่ิงข้นึ
(flexibility)
ความยดื หยนุ่ ของกล้ามเนือ้ เป็นองคป์ ระกอบสาคัญในการเล่นกีฬา
ยมิ นาสติก ยิ่งเพ่ิมความยืดหยนุ่ ของกลา้ มเนอ้ื มากเทา่ ไร อาการบาดเจบ็ จาก
การเลน่ กีฬาก็ยิง่ น้อยลง โดยความยดื หยุน่ นนั้ สามารถฝึกไดโ้ ดยการ
เคลื่อนไหวเปน็ ประจา โดยการฝึกนอกจากจะเพิ่มความยดื หยนุ่ แลว้ ยงั เพ่มิ
ประสิทธิภาพในการควบคมุ การเคลือ่ นไหวร่างกายไดอ้ ีกดว้ ย
2) หำ่ งไกลโรค (Disease prevention)
เหมอื นกบั กีฬาท่ัวไป การเลน่ กฬี าช่วยเสริมสรา้ งสุขภาพท่ีแข็งแรง
ซ่งึ เปน็ ประโยชน์อยา่ งมากในการปอ้ งกนั โรครา้ ยตา่ งๆ เช่น โรคหอบหืด, โรค
อ้วน, โรคหวั ใจและโรคเบาหวาน นอกจากน้ี ยงั ชว่ ยเปลี่ยนแปลงการ
ดารงชวี ิตประวันด้วย เช่น การออกกาลงั กาย และ การรับประทานอาหาร
3) เสรมิ สรำ้ งกระดูกท่แี ขง็ แรง (Strong and healthy bones)
กีฬาท่เี กีย่ วข้องกบั การใชน้ า้ หนกั รวมถงึ ยิมนาสตกิ ช่วยเสริมสรา้ ง
ความแขง็ แรงของกระดกู ซ่ึงเปน็ สิ่งที่สาคัญ ในตั้งแตอ่ ายุนอ้ ยๆ เพราะ ถา้ ยง่ิ
อายมุ ากข้ึน มวลกระดกู ของคนเราย่งิ ลดลง การเสริมสร้างกระดกู ทแี่ ขง็ แรง
ตง้ั แต่เด็ก ช่วยลดความเส่ียงของการเป็นโรคกระดูกพรนุ
4) กำรทรงตวั
เมอื่ มีร่างกายทแ่ี ข็งแรงและสามารถควบคุมการเคลอื่ นไหวของ
ร่างกายได้ กจ็ ะมผี ลทาให้การทรงตวั น้ันดีข้นึ
5) เพ่มิ ควำมมั่นใจในตนเอง (Increased self-esteem)
กฬี ายมิ นาสตกิ ผเู้ ล่นตอ้ งมีความมัน่ ใจ โดยเฉพาะลีลายิมนาสตกิ
เพอ่ื แสดงออกถึงความสวยงามของท่วงทา่ ให้ผชู้ มดู
6) เพ่มิ ควำมสำมำรถในกำรเรยี นรู้ (Increased cognitive
functioning)
นอกจากกฬี ายมิ นาสติกจะชว่ ยเร่อื งพัฒนาการทางกายภาพแลว้
ยิมนาสตกิ ยังชว่ ยเพ่ิมความมสี มาธิ และ ความตัง้ ใจ อกี ทั้งยงั ช่วยฝึกความคดิ
ของเดก็ ในเรื่องการออกแบบท่าทางและการแกป้ ัญหา
7) เพม่ิ ควำมสำมำรถในกำรรบั รู้ (Increased coordination)
กฬี ายิมนาสติกจะช่วยฝึกให้ผูฝ้ ึกไม่มคี วามต่ืนตระหนก และ
สามารถรบั ร้ขู ้อผดิ พลาดได้ทันที เมอ่ื เกิดปญั หา
8) เพ่ิมควำมแขง็ แรง (Strength development)
เนอ่ื งจากกฬี ายิมนาสตกิ ใชแ้ ทบทุกส่วนของร่างกาย ซ่งึ ชว่ ย
เสริมสรา้ งความแข็งแรงของร่างกายสว่ นบน (ลาตวั , แขน, ขา), สว่ นกลาง
ของร่างกาย (หนา้ ท้องจนไปถงึ หลงั ) และ รา่ งกายสว่ นลา่ ง (ต้งั แต่ต้นขา ถึง
เทา้ ) ซึง่ การออกกาลงั กายลกั ษณะนี้ จะทาให้ร่างกายดูสมสว่ นไม่มสี ว่ นใด
สว่ นหนง่ึ ใหญ่จนเกนิ ไป
9) ควำมมรี ะเบยี บวินยั (Discipline)
ยมิ นาสติกฝึกความมีระเบยี บวินัย ผู้ฝกึ ควรทาตามคาแนะนา เม่ือ
ครูฝกึ แนะนาส่ิงจาเป็น และผู้ฝกึ ควรมวี นิ ยั ในตนเองใหอ้ ยใู่ นการฝึกตลอด
เมอ่ื ครฝู ึกกาลังให้คาแนะนาผ้อู ืน่
10) ปฏสิ ัมพนั ธ์และกำรอยู่ในสงั คม (Social skills)
ในทุกๆวยั ยมิ นาสตกิ สามารถชว่ ยให้ผ้คู นมปี ฏิสัมพันธ์ต่อกนั ได้ แต่
จะพเิ ศษในวยั เดก็ ท่ีฝึกให้เด็กเรียนรูค้ าสงั่ ตา่ งๆ เชน่ เข้าแถว ยนื ตรง และไม่
ส่งเสยี งดงั ในขณะทผี่ ู้อ่นื กาลงั คิดท่าทางและฝึกยมิ นาสติกอยู่ ซ่งึ เป็นพ้ืนฐาน
ท่ีจาเปน็ มากในการแสดงความเคารพต่อผู้อืน่ สว่ นคนทอี่ ายุมากกวา่ กฝ็ กึ การ
เป็นต้นแบบที่ดีให้กับผู้ชม
คลปิ วดิ ีโอกีฬำเทเบลิ เทนนสิ
https://www.youtube.com/watch?v=sWIIGMSAZ18
คลิปวิดโี อกีฬำยมิ นำตกิ
https://www.youtube.com/watch?v=fUoorLbB-sw
บรรณำนกุ รม
วทิ ย์ บณั ฑติ กลุ . (2554). รจู้ ักประชาคมอาเซยี น. (พิมพค์ รัง้ ท่ี 1).
กรุงเทพมหานคร : บรษิ ทั สถาพรบุ๊คส์ จากดั .
https://th.wikipedia.org › wiki › ประเทศจีน
(วนั ที่สบื ค้นข้อมลู 15 พฤษภาคม 2565)
https://th.wikipedia.org/wiki/เทเบิลเทนนิส
(วนั ทส่ี บื ค้นขอ้ มลู 15 พฤษภาคม 2565)
https://th.wikipedia.org/wiki/ยิมนาสตกิ
(วันทสี่ บื คน้ ขอ้ มูล 15 พฤษภาคม 2565)
https://www.youtube.com/watch?v=sWIIGMSAZ18
(วนั ทส่ี บื คน้ ข้อมลู 15 พฤษภาคม 2565)