The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ปวันรัตน์ พุดแตง, 2023-11-10 11:46:24

การปรับปรุงประสิทธิภาพตำแหน่งการจัดวางของวัตถุดิบภายในคลังสินค้า กรณีศึกษา บริษัท อควา โกล แลบบอราทอรีส์ จำกัด

ปวันรัตน์ พุดแตง 1163105094580

การปรับปรุงประสิทธิภาพตำแหน่งของการจัดวางวัตถุดิบภายในคลังสินค้า กรณีศึกษา บริษัท อควา โกล แลบบอราทอรีส์ จำกัด ปวันรัตน์ พุดแตง รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนนึงของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ ปีการศึกษา 2566 ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


การปรับปรุงประสิทธิภาพตำแหน่งของการจัดวางวัตถุดิบภายในคลังสินค้า กรณีศึกษา บริษัท อควา โกล แลบบอราทอรีส์จำกัด ปวันรัตน์ พุดแตง รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนนึงของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ ปีการศึกษา 2566 ลิขสิทธิ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


ชื่อเรื่อง การปรับปรุงประสิทธิภาพตำแหน่งการจัดวางของวัตถุดิบภายในคลังสินค้า กรณีศึกษา บริษัท อควา โกล แลบบอราทอรีส์ จำกัด ชื่อนักศึกษา นางสาว ปวันรัตน์ พุดแตง รหัสนักศึกษา 116310509458-0 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.นพปฎล สุวรรณทรัพย์ รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต โดยผ่านการพิจารณาจาก คณะกรรมการสอบวิจัย ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ อาจารย์ที่ปรึกษา....................................................................... ( ดร. นพปฎล สุวรรณทรัพย์ ) รายงานวิจัยนี้ได้พิจารณาเห็นชอบโดย กรรมการ.................................................................... ( ดร. วิญญู ปรอยกระโทก ) กรรมการ..................................................................... ( ดร. กัญญ์กญิษฐ์ กมลกิตติวงศ์ )


ก ชื่อเรื่อง การปรับปรุงประสิทธิภาพตำแหน่งการจัดวางของวัตถุดิบภายในคลังสินค้า กรณีศึกษา บริษัท อควา โกล แลบบอราทอรีส์ จำกัด ชื่อนักศึกษา นางสาว ปวันรัตน์ พุดแตง รหัสนักศึกษา 116310509458-0 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.นพปฎล สุวรรณทรัพย์ บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการปรับปรุงประสิทธิภาพตำแหน่งการจัดวางของวัตถุดิบ ภายในคลังสินค้า เพื่อศึกษาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บวัตถุดิบและเพื่อศึกษาระยะเวลาในการ ค้นหาและการหยิบวัตถุดิบของพนักงาน ของบริษัทกรณีศึกษาซึ่งเป็นโรงงานผลิตสินค้าเครื่องสำอางและ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเด็ก ยาสีฟัน เทียนหอม และเครื่องหอม เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัยได้นำเอาการวิเคราะห์ แผนผังสาเหตุและผล เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา การวางผังวัตถุดิบ และการวิเคราะห์จัดแบ่งวัสดุตามความถี่ในการใช้งาน ( FSN Analysis ) ซึ่งเป็นเครื่องมือในการจัดแบ่ง ประเภทตามความถี่การใช้งาน โดยนำเอาข้อมูลการเบิกวัตถุดิบในปี พ.ศ. 2565 มาทำการวิจัย ผลการวิจัยพบว่า พนักงานใช้เวลาในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบนาน เมื่อผู้วิจัยได้นำการวิเคราะห์ จัดแบ่งวัสดุตามความถี่ในการใช้งาน ( FSN Analysis ) พร้อมทั้งมีการจัดผังรูปแบบใหม่โดยแยกตามกลุ่ม วัตถุดิบ ทำให้เวลาในการค้นหาและการหยิบวัตถุดิบลดลงหลังจากปรับปรุง เฉลี่ย 5.66 นาทีและใช้การ ควบคุมด้วยการมองเห็นด้วยการควบคุมด้วยการมองเห็น ( Visual Control ) เพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็น งานวิจัยครั้งนี้ก่อให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างสูงสุดต่อองค์กร คำสำคัญ : คลังสินค้า / การลดระยะเวลา / วัตถุดิบ


ข Title Improving the efficiency of the placement of raw materials within the warehouse : a case study of Aqua Goal Laboratories Co., Ltd. Student Name Miss Pawanrat Pudtaeng Degree Bachelor of Business Administration ( Logistics Management ) Program Logistics and Supply Chain Management Advisor Dr.Noppadol Suwannasap Academic Year 2566 Adstract The purpose of this research is to study the improvement of the efficiency of the placement of raw materials. Inside the warehouse To study methods to increase the efficiency of raw material storage and to study the duration of Search and pick up raw materials for employees of the case study company which is a factory producing cosmetic products and cleaning products Children's skin care products, toothpaste, scented candles and perfumes The research tools used were analysis. Cause and effect diagram To analyze and find the cause of the problem. Raw material planning and analysis of materials according to frequency of use (FSN Analysis), which is a tool for dividing Category according to frequency of use By taking data on raw material withdrawals in 2022 to conduct research, the results found that Employees take a long time to search and pick up ingredients. When the researcher brought the analysis Dividing materials according to frequency of use (FSN Analysis) along with establishing a new format by group of raw materials, resulting in reduced time for searching and picking up raw materials after improving to an average of 5.66 minutes and using Visual control with visual control (Visual Control) to make it easy to see. This research creates the most efficient and effective work for the organization.


ค กิตติกรรมประกาศ รายงานวิจัยนี้สําเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีโดยได้รับความกรุณาและความช่วยเหลือเป็นอย่างดีจาก บุคคลหลายฝ่ายด้วยกัน ผู้เขียนจึงขอกราบขอบพระคุณทุกท่านไว้ณ โอกาสนี้เริ่มจาก คุณศักดิ์สิทธิ์อ่อน รัศมีหัวหน้าแผนกคลังสินค้าและพนักงานในแผนกคลังสินค้าทุกท่าน ที่คอยให้ความ ช่วยเหลือด้านข้อมูล ให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ทางด้านการทํางานภายในแผนกคลังสินค้า ทําให้โครงงานสหกิจครั้ง นี้สําเร็จลุล่วงไปได้และขอขอบพระคุณ บริษัท อควา โกล แลบบอราทอรีส์จำกัด ที่ให้การสนับสนุน คําแนะนําและช่วยเหลือในด้านการดําเนินการเก็บข้อมูลให้สําเร็จลุล่วง เป็นอย่างดีขอขอบพระคุณท่าน อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.นพปฎล สุวรรณทรัพย์ซึ่งกรุณาเสียสละเวลาให้คําปรึกษาและคําแนะนํา รวมถึงการ แก้ไขข้อบกพร่องเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในการดําเนินการศึกษาจนปัญหาพิเศษฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ ขอขอบพระคุณคณาจารย์หลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาวิขาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนทุกท่าน ที่ได้เสียสละเวลาในการเป็นคณะกรรมการในการสอบและตรวจสอบความถูกต้องพร้อมทั้งให้คําแนะนํา ต่าง ๆ เพื่อให้รายงานวิจัยนี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ตลอดจนขอขอบพระคุณที่กรุณาให้ความร่วมมือให้ การสัมภาษณ์สําเร็จลุล่วงไป ด้วยดีพร้อมทั้งการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อันเป็นประโยชน์ยิ่ง ต่อการจัดทํารายงานวิจัยในครั้งนี้ สุดท้ายนี้ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานค้นคว้าอิสระฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สําหรับผู้ที่สนใจ สามารถนําข้อมูลไปเป็นแนวทางสู่การศึกษาครั้งต่อไปหรือใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสําหรับอ้างอิงในการ ทํา วิจัยครั้งต่อไปได้ในอนาคต หากการค้นคว้าอิสระฉบับนี้ขาดตกบกพร่อง หรือไม่สมบูรณ์ประการใด ขอ กราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วย นางสาวปวันรัตน์ พุดแตง พฤศจิกายน 2566


ง สารบัญ บทคัดย่อ ก Adstract ข กิตติกรรมประกาศ ค สารบัญ ง บทที่ 1 1 บทนำ 1 1.1 ที่มาและความสำคัญของปัญหา 1 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 2 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2 1.4 ขอบเขตของงานวิจัย 2 1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ 3 บทที่2 4 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4 2.1 ระบบการจัดเก็บสินค้า ( Storage System ) 4 2.2FSN Analysis การวิเคราะห์จัดแบ่งวัสดุตามความถี่ในการใช้ 7 2.3 การจัดการคลังสินค้า ( Warehousing Management ) 7 2.4 เครื่องมือควบคุมคุณภาพ 7 ชนิด (7Quality Control Tools) 8 2.5 การควบคุมด้วยการมองเห็น ( Visual Control) 16 2.6 บริษัทกรณีศึกษา 16 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 17 บทที่3 19


จ วิธีการดำเนินการศึกษา 19 3.1 วิธีการดำเนินงานวิจัย 19 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 20 3.3 เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล 20 3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล 21 บทที่4 22 ผลการดำเนินการวิจัย 22 4.1 ขั้นตอนและกระบวนการดำเนินงาน 23 4.2 ปัญหาที่พบในขั้นตอนการดำเนินงาน 24 4.3 การวิเคราะห์ปัญหา 26 4.4 การจำแนกกลุ่มสินค้าด้วยวิธีFSN Analysis 29 4.5 การวิเคราะห์และแปลผลการวิจัย 37 บทที่5 39 สรุปและข้อเสนอแนะ 39 5.1 สรุปผลการวิจัย 39 5.2 อภิปรายผลการวิจัย 40 5.3 ข้อเสนอแนะ 41 5.4 ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องในอนาคต 41 บรรณานุกรม 42 บรรณานุกรม (ต่อ) 43 ภาคผนวก 44


1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญของปัญหา ปัจจุบันกิจกรรมด้านโลจิสติกส์มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดการ เจริญเติบโตด้วยการจัดกิจกรรมหรืองานให้เกิดความสะดวกมากขึ้น และหนึ่งในกิจกรรมของโลจิสติกส์ที่ สำคัญก็คือคลังสินค้า คลังสินค้าถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การประกอบธุรกิจบรรลุผลตาม วัตถุประสงค์ของบริษัท การประกอบกิจการหรือธุรกิจบางธุรกิจจำเป็นต้องมีคลังสินค้าเพื่อใช้ในการ จัดเก็บวัตถุดิบหรือสินค้า คลังสินค้าภายในบริษัทเป็นคลังส่วนตัว เป็นคลังสินค้าที่ผู้ผลิตหรือ ผู้ประกอบการจัดสร้างขึ้นภายในอาณาเขตของตนเองเพื่อใช้สำหรับจัดเก็บวัตถุดิบหรือสินค้าสำเร็จรูป เพื่อควบคุมคุณภาพและลดต้นทุน ในส่วนของคลังสินค้าของบริษัทจะใช้จัดเก็บวัตถุดิบที่เอาไว้ใช้สำหรับ การผลิตสินค้า วัตถุดิบเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการผลิตสินค้าสำเร็จรูป เป็นตัวหลักในการผลิต วัตถุดิบแต่ละชนิดภายในคลังสินค้า จะจัดเก็บในอุณหภูมิที่ต่างกัน วัตถุดิบบางชนิดต้องจัดเก็บแบบ ควบคุมอุณหภูมิ บริษัทกรณีศึกษา บริษัท อควา โกล แลบบอราทอรีส์จำกัด เป็นบริษัทที่รับผลิตสินค้า เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเด็ก ยาสีฟัน เทียนหอม และเครื่องหอม จึง ต้องจำเป็นที่จะต้องมีคลังสินค้าเพื่อใช้ในการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป เนื่องด้วยในสภาพปัจจุบันของบริษัทกรณีศึกษา บริษัท อควา โกล แลบบอราทอรีส์จำกัด มี ปัญหาในเรื่องของการจัดวางวัตถุดิบภายในคลังสินค้า สภาพปัจจุบันคลังสินค้าของบริษัทมีตำแหน่งการ จัดวางวัตถุดิบภายในคลังสินค้าไม่มีประสิทธิภาพ การจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าภายในคลังสินค้าไม่มีการ กำหนดระบุตำแหน่งในการจัดเก็บวัตถุดิบที่ชัดเจน ทำให้การทำงานภายในคลังสินค้าเกิดความล่าช้า โดย ที่ทางพนักงานใช้เวลาในค้นหาและการเบิกหยิบวัตถุดิบและการนำไปจัดเก็บภายในคลังสินค้าใช้เวลาใน การทำงานนาน การหยิบและจัดเก็บวัตถุดิบเป็นกิจกรรมที่สำคัญอย่างมากหากมีการจัดตำแหน่งการจัด วางวัตถุดิบภายในคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นการลดเวลาในการทำงานได้ด้วยเหตุผลนี้ผู้วิจัย จึงมีความสนใจในการศึกษาถึงปัญหาในการปรับปรุงประสิทธิภาพของตำแหน่งการจัดวางวัตถุดิบภายใน คลังสินค้า


2 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1. ปรับปรุงตำแหน่งการจัดวางวัตถุดิบในภายคลังสินค้าของบริษัทกรณีศึกษา บริษัท อควา โกล แลบบอรอทอรีส์จำกัด 2. เพื่อให้การจัดเก็บวัตถุดิบภายในคลังสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นระบบมากขึ้น 3. เพื่อลดเวลาในกระบวนการทำงานของพนักงาน ลดเวลาการหยิบวัตถุดิบและลดเวลาในการ จัดเก็บวัตถุภายในคลัง 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. สามารถปรับปรุงแก้ไขตำแหน่งการจัดวางวัตถุดิบ 2 .การจัดเก็บวัตถุดิบภายในคลังสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น 3. สามารถลดเวลาในกระบวนการทำงานลงได้ลดเวลาการหยิบวัตถุดิบได้และสามารถลดเวลา ในการจัดเก็บวัตถุดิบได้ 1.4 ขอบเขตของงานวิจัย ขอบเขตด้านเนื้อหา เพื่อศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการจัดเก็บและการหยิบวัตถุดิบภายในคลังสินค้า เพื่อศึกษาปัญหาที่ เกิดขึ้นภายในคลังที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บและประสิทธิภาพของพนักงานภายในคลัง การ ปฏิบัติงานในการหยิบและการจัดเก็บวัตถุดิบภายในคลังสินค้า ขอบเขตด้านเวลา ระยะเวลาในการทำวิจัยเริ่มต้นวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 – 27 ตุลาคม 2566 ขอบเขตด้านสถานที่ บริษัท อควา โกล แลบบอราทอรีส์จำกัด 99 หมู่ที่ 2 ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี 12170


3 1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ 1. คลังสินค้า (Warehouse) หมายถึง สถานที่สำหรับ จัดเก็บ พักสินค้าหรือกระจายสินค้า คลังสินค้ามีชื่อเรียกได้ต่างๆกัน อาทิเช่น ศูนย์กระจายสินค้า โกดัง คลังส่วนตัว คลังสินค้า 2. การจัดเก็บ (Storage) หมายถึง การจัดระเบียบและจัดวางสินค้าไว้ในคลังสินค้าเพื่อให้พร้อม สำหรับการผลิตในกระบวนการผลิต หรือขายให้กับลูกค้าได้สะดวกและรวดเร็ว 3. การเบิกสินค้า (Requisition) หมายถึง กระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าที่ถูกเก็บรักษาไว้ใน คลังสินค้าไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ้งต้องอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์และวัสดุในการขนย้าย ตลอดจนคำนึงถึง ความเหมาะสมและความเป็นระเบียบ บางครั้งอาจจะเรียกว่า การขนถ่าย 4. วัตถุดิบ (Raw Material) หมายถึง ของที่ใช้ในการผลิต หรือ ผสมหรือประกอบเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งบ้างครั้งอาจไม่คงสภาพเดิมเมื่อผ่านกระบวนการแล้ว ทั้งนี้ให้หมายรวมถึงของที่ใช้บรรจุภัณฑ์ด้วย


4 บทที่2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษามีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตำแหน่งการจัดวางของวัตถุดิบ ภายในคลังสินค้า เพื่อลดเวลาในการทำงานของพนักงานลดเวลาในการหยิบวัตถุดิบและการจัดเก็บ วัตถุดิบภายในคลังสินค้าของ บริษัท อควา โกล แลบบอรอทอรีส์จำกัด โดยทำการวิเคราะห์ในด้านต่างๆ เนื้อหาในบทนี้จะประกอบด้วยทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 2.1 ระบบการจัดเก็บสินค้า ( Warehouse Management System ) 2.2 FSN Analysis การวิเคราะห์จัดแบ่งวัสดุตามความถี่ในการใช้ 2.3 การจัดการคลังสินค้า ( Warehousing Management ) 2.4 เครื่องมือควบคุมคุณภาพ 7 ชนิด ( 7Quality Control Tools ) 2.5 การควบคุมด้วยการมองเห็น ( Visual Control ) 2.6 บริษัทกรณีศึกษา 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 ระบบการจัดเก็บสินค้า ( Storage System ) การจัดเก็บสินค้า คือ กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการจัดเรียง และจัดวางสินค้า ซึ่งถือว่าเป็น องค์ประกอบสำคัญของธุรกิจในยุคนี้เพราะการจัดวางสินค้าอย่างเป็นระบบและระเบียบในสถานที่ที่ กำหนด เช่น คลังสินค้า หรือศูนย์กระจายสินค้า จะทำให้เกิดความเหมาะสมในการใช้พื้นที่จัดเก็บ ยิ่งถ้ามี แนวทางในการจัดเก็บสินค้าที่ดีมีประสิทธิภาพ ยิ่งจะช่วยให้การจัดเก็บสินค้ามีความคล่องตัว ปัจจุบันการจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้า กลายเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการ ทำงาน และการดำเนินงานในคลังสินค้า ซึ่งจะมีข้อดีและประโยชน์ดังนี้ ทำให้จัดการสินค้าในคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถเข้าถึงได้ง่าย พร้อมกันนั้นยังทำให้ สามารถรักษาระดับสต็อกที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดสถานการณ์สินค้าขาดสต็อก หรือสินค้าล้น สต็อกได้


5 ทำให้พนักงานสามารถค้นหาและเรียกค้นรายการสินค้าเพื่อหยิบและบรรจุได้อย่างสะดวกสบาย และยังช่วยให้คลังสินค้าสามารถดำเนินการตามคำสั่งซื้อของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยลดเวลาในการประมวลคำสั่งซื้อ ปรับปรุงความถูกต้องของคำสั่งซื้อ และทำให้สามารถจัดส่ง สินค้ากับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้คลังสินค้าได้ใช้พื้นที่ว่างอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด และยังช่วยเพิ่มความจุในคลังสินค้า ช่วย ลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บได้อย่างดี ทำให้คลังสินค้ามีความยืดหยุ่น มีความสามารถในการปรับขนาดธุรกิจให้เป็นไปตามความผันผวน หรือตามความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป ระบบการจัดเก็บสินค้ามีดังนี้ 1. ระบบจัดเก็บสินค้าแบบกำหนดตำแหน่งตายตัว ( Fixed Location System ) คือ ระบบที่ใช้สำหรับจัดเก็บสินค้าในตำแหน่งที่แน่นอนและคงที่ ทั้งตอนจัดเก็บ และตอนนำออกจาก ตำแหน่งนั้นๆ โดยในระบบนี้สินค้าจะถูกจัดเก็บในตำแหน่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น ในโกดังหรือ คลังสินค้าและจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งในการจัดเก็บแต่อย่างใด 2. ระบบจัดเก็บสินค้าแบบไม่กำหนดตำแหน่งตายตัว ( Random Location System ) คือ ระบบที่ใช้ในการจัดเก็บสินค้าในแบบที่ไม่ได้กำหนดตำแหน่งตายตัว ทำให้สามารถจัดเก็บสินค้าไว้ใน ตำแหน่งใดก็ได้ในคลังสินค้า นับว่าเป็นระบบการจัดเก็บสินค้าที่มีความยืดหยุ่นสูง มีประโยชน์ต่อ คลังสินค้า ช่วยให้คลังสินค้าสามารถใช้งานพื้นที่จัดเก็บได้อย่างเกิดประโยชน์และยังง่ายต่อการขยายการ จัดเก็บ


6 3. ระบบจัดเก็บสินค้าแบบไร้รูปแบบ ( Informal System ) คือ ระบบการจัดเก็บสินค้าที่ไม่มีขั้นตอน หรือกระบวนการที่กำหนดไว้อย่างเจาะจงส่วนใหญ่แล้ว ระบบนี้จะเกิดขึ้นตามความจำเป็นในสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป เช่น พนักงานทำการจัดเก็บสินค้าใน ตำแหน่งที่เหมาะสมด้วยตัวเอง โดยไม่มีรูปแบบกำหนดไว้ล่วงหน้า ทำให้สามารถจัดเก็บสินค้าได้ในหลาย พื้นที่ แม้จะมีข้อดีคือมีความยืดหยุ่นสูง แต่ระบบนี้ก็ไม่มีประสิทธิภาพเหมือนกับระบบอื่นๆ 4. ระบบจัดเก็บสินค้าแบบเรียงตามรหัสสินค้า ( Part Number System ) คือ ระบบจัดเก็บสินค้าโดยใช้รหัส หรือตัวเลขที่กำหนดในการจัดเก็บและระบุตัวตนของสินค้าในระบบการ จัดเก็บสินค้า ระบบนี้จะช่วยให้คลังสินค้าสามารถระบุและติดตามสินค้าได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังทำ ให้การจัดเก็บสินค้ามีความเป็นระเบียบ และให้ทำให้พนักงานสามารถค้นหาสินค้าที่ต้องส่งให้ลูกค้าได้ อย่างรวดเร็ว 5. ระบบจัดเก็บสินค้าแบบเรียงตามประเภทสินค้า ( Commodity System ) คือ ระบบที่ใช้ในการจัดเก็บ และจัดระเบียบสินค้าตามประเภท หรือลักษณะของสินค้าที่ คล้ายคลึงกัน เพื่อการจัดการสินค้าให้อยู่ในหมวดเดียวกันเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา และง่ายต่อการจัดส่ง สินค้า โดยในระบบ Commodity System นี้สินค้าจะถูกจัดเก็บแยกตามประเภท เช่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง และตามลักษณะเฉพาะของสินค้าเช่น อาหารสด อาหารแห้ง ของใช้ใน ครัวเรือนและอื่นๆ 6. ระบบจัดเก็บสินค้าแบบผสมผสาน ( Combination System ) คือ ระบบจัดเก็บสินค้าที่มีความผสมผสานในหลายระบบ เริ่มตั้งแต่ 2 ระบบขึ้นไป เช่นระบบการจัดเก็บ สินค้าแบบกำหนดตำแหน่งตายตัว กับระบบจัดเก็บสินค้าแบบไม่ได้กำหนดตำแหน่งตายตัว เพื่อให้การ จัดเก็บสินค้ามีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ที่สุด โดยระบบแบบผสมผสานนี้จะใช้เทคนิค หรือเครื่องมือ ที่หลากหลายในการจัดเก็บ เช่น ฐานข้อมูล ( database ) รวมถึงการใช้ระบบไฟล์( file system ) เข้ามา ช่วยในการจัดเก็บสินค้า แหล่งที่มา : http://www.similantechnology.com/news&article/Storage-Strategy.html


7 2.2 FSN Analysis การวิเคราะห์จัดแบ่งวัสดุตามความถี่ในการใช้ การวิเคราะห์จัดแบ่งวัสดุตามความถี่ในการใช้คือ การคัดแยกวัสดุตามความถี่ในการใช้งาน โดย จัดแบ่งตามความถี่ในการใช้งาน มีเกณฑ์การพิจารณา คือ วัสดุที่มีการหมุนเวียนเร็ว (Fast Moving, F) คือ วัสดุที่มีความต้องการใช้งานถี่ มีการเรียกใช้งาน บ่อย อาจกำหนดเวลาหมุนเวียนสูงสุดเป็น Y รอบ/เดือน หากมีระยะเวลารอบหมุนเวียนมีมากกว่า Y ก็ จะจัดอยู่ในวัสดุกลุ่มที่มีการใช้งานถี่ มีการหมุนเวียนที่มาก วัสดุที่มีการหมุนเวียนช้า (Slow Moving, S) คือ วัสดุที่มีความต้องการใช้งานต่อรอบในช่วงเวลา ไม่มากนัก มีค่าที่อยู่ในระหว่างระยะเวลารอบหมุนเวียนขั้นต่ำ X รอบ/เดือน แต่ยังไม่เกินระยะเวลารอบ หมุนเวียนสูงสุดที่กำหนด Y รอบ/เดือน วัสดุที่ไม่มีการหมุนเวียน (Non Moving, N) คือ วัสดุที่มีความต้องการใช้งานน้อยมากบางครั้ง อาจแทบไม่ได้มีการนำมาใช้เลย ทำให้วัสดุในกลุ่มนี้แทบจะไม่มีการหมุนเวียนเลย ใช้ช่วงเวลาที่เก็บนานทำ ให้มีอัตราการหมุนเวียนรอบต่อเดือนน้อย กำหนดเวลาหมุนเวียนต่ำกว่า X รอบ/เดือน แหล่งที่มา : https://www.iok2u.com/article/logistics-supply-chain/wim-fsn-analysis 2.3 การจัดการคลังสินค้า ( Warehousing Management ) การจัดการคลังสินค้า เป็นการจัดการในการรับ การจัดเก็บ หมายถึง การจัดส่งสินค้าให้ผู้รับเพื่อ กิจกรรมการขาย เป้าหมายหลักในการบริหาร ดำเนินธุรกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคลังสินค้าก็เพื่อให้เกิด การดำเนินการเป็นระบบให้คุ้มกับการลงทุน การควบคุมคุณภาพของการเก็บ การหยิบสินค้า การป้องกัน ลดการสูญเสียจากการดำเนินงานเพื่อให้ต้นทุนการดำเนินงานต่ำที่สุด และการใช้ประโยชน์เต็มที่จากพื้นที่ วัตถุประสงค์ของการจัดการคลังสินค้า 1. ลดระยะทางในการปฏิบัติการในการเคลื่อนย้ายให้มากที่สุด 2. การใช้พื้นที่ในการจัดเก็บให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3. วางแผนได้อย่างต่อเนื่องควบคุม และรักษาระดับการใช้ทรัพยากรต่างๆ ภายใต้ต้นทุนที่เกิด ประสิทธิภาพคุ้มค่าในการลงทุนตามขนาดธุรกิจ


8 ประโยชน์ของการจัดการคลังสินค้า (The Benefit of a warehouse) 1. เป็นที่รวบรวมสินค้า (Consolidation warehouse) ในกรณีที่ลูกค้าต้องการซื้อสินค้าจำนวนมาก จากโรงงานหลานแห่ง คลังสินค้าจะช่วยรวบรวมสินค้าจากหลายแหล่งเพื่อจัดเป็นขนส่งขนาด ใหญ่หรือทำ ให้เต็มเที่ยว ซึ่งช่วยประหยัดค่าขนส่ง 2. ใช้ในการแบ่งแยกสินค้าให้มีขนาดเล็กลง (Break Bulk warehouse) ในกรณีที่การขนส่งจาก ผู้ผลิตมีหีบห่อหรือพาเลตขนาดใหญ่ คลังสินค้าจะเป็นแหล่งที่ช่วยในการแบ่งแยกสินค้าให้มีขนาด เล็กลงเพื่อส่งมอบ ให้กับลูกค้ารายย่อยต่อไป แหล่งที่มา : http://www.double-isolutions.co.th/software/warehouse-management-2/ 2.4 เครื่องมือควบคุมคุณภาพ 7 ชนิด (7Quality Control Tools) เครื่องมือควบคุมคุณภาพ เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาทางด้านคุณภาพของกระบวน ซึ่ง ช่วยศึกษาสภาพทั่วไปของปัญหา คัดเลือกหรือจัดลำดับความสำคัญของปัญหา การสำรวจสภาพปัจจุบัน ของปัญหา การค้นหาและวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง เพื่อให้สามารถแก้ไขได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนช่วยในการจัดทำมาตรฐาน ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการควบคุม คุณภาพที่สำคัญมี7 ชนิด โดยแต่ละเครื่องมือแต่ละชนิดมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. ใบตรวจสอบ ( Check Sheet ) ใบตรวจสอบ เป็นแบบฟอร์มที่อยู่รูปตารางหรือรูปภาพ ใช้สำหรับกรอกรายละเอียดของข้อมูลเพื่อ ช่วยในการวิเคราะห์สาเหตุและติดตามผลการดำเนินงาน ซึ่งลักษณะของใบตรวจสอบต้องคำนึงถึงคือการ กำหนดรายละเอียดที่ชัดเจน เช่น รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ผู้สอบ วันที่และเวลาที่ตรวจ เป็นต้น มีการ จัดรูปแบบของแบบฟอร์มให้สะดวกต่อการบันทึกข้อมูล ง่ายต่อการจำแนกข้อมูล และวิเคราะห์ผลและที่ สำคัญควรกำหนดและใช้ใบตรวจสอบให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบด้วย 2. กราฟ ( Graph ) กราฟ เป็นแผนภาพที่อธิบายความแตกต่างของข้อมูลจากการเก็บบันทึก กราฟใช้สำหรับนำเสนอ ข้อมูลที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจโดยอาศัยการพิจารณาด้วยตาเปล่าได้สามารถให้รายละเอียดของการ


9 เปรียบเทียบได้ดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยวิธีอื่น กราฟที่สำคัญได้แก่ กราฟเส้น กราฟแท่ง และกราฟ วงกลม โดยรายละเอียดของกราฟแต่ละชนิดมีดังนี้ กราฟเส้น เป็นเส้นกราฟที่ใช้แสดงการเปลี่ยนแปลงค่าของข้อมูลเมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไป ลักษณะ ของกราฟเส้นจะมีแกนตั้งเป็นค่าข้อมูล และแกนนอนเป็นช่วงเวลา กราฟเส้นใช้สำหรับการนำเสนอข้อมูล ใน กรณีที่ต้องการทราบแนวโน้มของข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา หรือใช้สำหรับการดูการ เปลี่ยนแปลงของ ข้อมูลเมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไป เช่น ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลระหว่างปีพ.ศ. 2555- 2559 เป็นต้น กราฟแท่ง เป็นกราฟรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีความกว้างเท่ากัน โดยจะใช้ขนาดความยาวหรือความสูง ของ แท่งกราฟเปรียบเทียบจำนวนข้อมูล การนำเสนอข้อมูลคล้ายกับกราฟเส้น โดยที่กราฟแท่งสามารถ นำเสนอได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน กราฟแท่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ กราฟแท่งเชิงเดี่ยว กราฟ แท่งเชิงซ้อน และกราฟแท่งเชิงประกอบ โดยกราฟแท่งเชิงเดี่ยวใช้แสดงการเปรียบเทียบข้อมูลชุด เดียว และ แสดงลักษณะของข้อมูลที่สนใจเพียงลักษณะเดียว เช่น ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันของบริษัท แห่งหนึ่งในแต่ละ วันในหนึ่งสัปดาห์เป็นต้น ส่วนกราฟแท่งเชิงซ้อนใช้แสดงการเปรียบเทียบของข้อมูล 2 ชุดขึ้นไป เช่น จำนวน อุบัติเหตุทางอากาศกับจำนวนอุบัติเหตุทางเรือระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือน พฤษภาคมในปีพ.ศ. 2558 กราฟวงกลม มีลักษณะเป็นวงกลมที่มีการแบ่งส่วนของข้อมูลจากจุดศูนย์กลางของวงกลมออกเป็น กลุ่ม ๆ ใช้สำหรับเปรียบเทียบสัดส่วนของข้อมูลชนิดเดียวกันในรูปแบบร้อยละ ซึ่งการนำเสนอข้อมูลคล้าย กับ กราฟเส้นและกราฟแท่ง เช่น สัดส่วนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 3 ประเภทในประเทศไทยในปีพ.ศ. 2559 ยอดขายของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่มี3 สาขาในปีพ.ศ. 2558 เป็นต้น 3. ฮิสโตแกรม ( Histogram ) ฮิสโตแกรม เป็นแผนภูมิใช้ในการเปรียบเทียบลักษณะการกระจายของข้อมูลกับข้อกำหนดเฉพาะ เพื่อตรวจสอบความผิดปกติหรือติดตามการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการผลิต ฮิสโตแกรมมีลักษณะเป็น กราฟ แท่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความกว้างเท่ากัน และในแต่ละแท่งจะเรียงชิดติดกัน โดยแกนตั้งเป็น ความถี่ และแกนนอนเป็นค่าของข้อมูลที่ต้องการแสดง เมื่อพิจารณาระหว่างฮิสโตแกรมกับข้อกำหนด


10 เฉพาะ หากพบว่า ฮิสโตแกรมมีการกระจายของข้อมูลอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะ แสดงว่ากระบวนการ ผลิตดำเนินไป ด้วยดีไม่ต้องมีการแก้ไขกระบวนการผลิต ภาพที่2.1 ฮิสโตแกรม (Histogram) 4. แผนภูมิพาเรโต ( Pareto Diagram ) แผนภูมิพาเรโต เป็นแผนภูมิใช้แสดงสาเหตุของปัญหาที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เกิดข้อบกพร่อง โดยแสดง สาเหตุหลักและสาเหตุรองตามลำดับ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจว่าควรปรับปรุงสาเหตุใดก่อน และ ใช้ตรวจสอบผลที่เกิดขึ้นหลังจากการแก้ไขปรับปรุง แผนภูมิพาเรโตมีลักษณะคล้ายกับฮิสโตแกรม คือ เป็น กราฟแท่งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความกว้างเท่ากัน และในแต่ละแท่งจะเรียงชิดติดกัน แต่แผนภูมิพาเรโต จะประกอบด้วยแกนตั้ง 2 แกนและแกนนอน 1 แกน คือ แกนตั้งด้านซ้ายเป็นจำนวนของการเกิดสาเหตุ ข้อบกพร่อง แกนตั้งด้านขวาเป็นร้อยละสะสมของการเกิดสาเหตุข้อบกพร่อง ส่วนแกนนอนเป็นสาเหตุ ของการ เกิดข้อบกพร่องโดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย และมีเส้นแสดงร้อยละสะสม ภาพที่2.2 แผนภูมิพาเรโต (Pareto Diagram)


11 5. แผนภาพการกระจาย ( Scatter Diagram ) แผนภาพการกระจาย เป็นแผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล 2 ชุด ที่เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ โดยแกนตั้งเป็นค่าของข้อมูลชุดที่ 1 และแกนนอนเป็นค่าของข้อมูลชุดที่ 2 โดยลักษณะความสัมพันธ์และ ทิศทางของความสัมพันธ์จะพิจารณาได้จากแนวของจุดที่พล็อตลงในแผนภาพ ถ้าจุดมีลักษณะเป็น แนวโน้มขึ้น ตลอดหรือลงตลอดด้วยอัตราคงที่ แสดงว่าข้อมูลทั้ง 2 ชุด น่าจะมีความสัมพันธ์กันเป็น เส้นตรง ถ้ามีลักษณะ ชันขึ้นแสดงว่า มีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันและค่าความชันจะเป็นบวก แต่ ถ้ามีลักษณะชันลงแสดงว่า มีความสัมพันธ์ไปในทิศทางตรงกันข้ามและค่าความชันจะเป็นลบ ถ้าจุดมี ลักษณะกระจัดกระจายไม่เป็นรูปแบบ แสดงว่าข้อมูลทั้ง 2 ชุดไม่มีความสัมพันธ์กัน ภาพที่2.3 แผนภาพการกระจาย (Scatter Diagram) 6. แผนภูมิควบคุม ( Control Chart ) แผนภูมิควบคุม เป็นแผนภูมิที่ใช้สำหรับควบคุมกระบวนการผลิต ติดตามการเปลี่ยนแปลงของ กระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็ว และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้กลับเข้าสู่สภาพปกติโดยลักษณะของ แผนภูมิจะเป็นกราฟ โดยมีแกนตั้งเป็นคุณลักษณะของข้อมูลที่ควบคุม และแกนนอนเป็นเวลาหรือ ตัวอย่างของ ข้อมูลที่เก็บมาตามลำดับเวลา แผนภูมิควบคุมจะประกอบด้วยเส้นควบคุม 3 เส้น ได้แก่ เส้น ควบคุมบน (Upper Control Limit: UCL) เส้นควบคุมดล่าง (Lower Control Limit: LCL) และเส้น กลาง (Central Line: CL) โดย CL จะอยู่ที่ค่าเฉลี่ย และมีระยะห่างของ CL ถึง UCL และ LCL เท่ากับ 3 เท่าของส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน แผนภูมิควบคุมสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ แผนภูมิควบคุมเชิง ปริมาณและแผนภูมิควบคุม เชิงคุณลักษณะ


12 แผนภูมิควบคุมเชิงปริมาณ (Variable Control Chart) เป็นแผนภูมิที่ใช้ควบคุมคุณลักษณะของ ข้อมูลเชิงปริมาณที่สำคัญ ได้แก่ แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย (X Chart) และแผนภูมิควบคุมพิสัย (R-Chart) โดย X -Chart ใช้ควบคุมค่าเฉลี่ยของกระบวนการผลิต ส่วน R-Chart ใช้ควบคุมการกระจายของ กระบวนการ ผลิต งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับแผนภูมิควบคุมเชิงปริมาณในบทความนี้คือ เรื่องการควบคุม คุณภาพเชิงสถิติสำหรับกระบวนการผลิตพรมทอมือของของโรงงานผลิตพรม (พรเทพ ขอขจายเกียรติ และศิวดล กัญญาคำ, 2548) งานวิจัยเรื่องนี้นำแผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย และแผนภูมิควบคุมพิสัยของ จำนวนฝีเข็มต่อความยาว 5 เซนติเมตร โดยตรวจวัดจำนวนฝีเข็มต่อความยาว 5 เซนติเมตร ในแต่ละ ชั่วโมงที่ทำการทอพรมแต่ละผืน จำนวน 5 ค่า มาใช้เป็นเครื่องมือควบคุมความหนาแน่นของพรม แผนภูมิควบคุมเชิงคุณลักษณะ (Attribute Control Chart) เป็นแผนภูมิที่ใช้ควบคุมคุณลักษณะ ของข้อมูลเชิงคุณลักษณะที่สำคัญ ได้แก่ แผนภูมิควบคุมสัดส่วนของเสีย (p-Chart) แผนภูมิควบคุม จำนวนของ เสีย (np-Chart) แผนภูมิควบคุมจำนวนรอยตำหนิ(c-Chart) แผนภูมิควบคุมจำนวนรอย ตำหนิต่อหน่วย (u-Chart) ซึ่ง p-Chart และ np-Chart เป็นแผนภูมิที่ใช้ตรวจสอบจํานวนของเสียของ กระบวนการผลิต แต่ p-Chart ใช้สำหรับขนาดของกลุ่มตัวอย่างไม่คงที่ และ np-Chart ใช้กับขนาดของ กลุ่มตัวอย่างคงที่ ส่วน c-Chart และ u-Chart เป็นแผนภูมิที่ใช้ควบคุมจำนวนรอยตำหนิของผลิตภัณฑ์ หนึ่งหน่วย แต่ c-Chart ใช้กับขนาดของตัวอย่างในหนึ่งหน่วยคงที่ และ u-Chart ใช้กับขนาดของตัวอย่าง ในหนึ่งหน่วยไม่คงที่ งานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับแผนภูมิควบคุมเชิงคุณลักษณะในบทความนี้คือ เรื่องการลด สัดส่วนของเสียในกระบวนการผลิต ฝากระป๋องโดยใช้การควบคุมกระบวนการด้วยหลักการทางสถิติ(กีรติ ศักดิ์กีรติอัศมเดช, 2555) งานวิจัยเรื่อง นี้นำแผนภูมิควบคุมสัดส่วนของเสีย โดยตรวจสอบคุณลักษณะ ของฝากระป๋องที่มีข้อบกพร่อง ได้แก่ รอยขีด ข่วน คราบแลคเกอร์จุดดำ และรอยบุบ มาใช้เป็นเครื่องมือ ควบคุมวิธีการปั้นฝากระป๋อง ในการวิเคราะห์แผนภูมิควบคุมว่าเกิดปัญหาในกระบวนการผลิตหรือไม่ จะ พิจารณาจุดที่ปรากฏบน แผนภูมิควบคุม โดยลักษณะจุดในแผนภูมิควบคุมมีลักษณะหลัก ๆ ได้แก่ มีจุด อยู่นอกเส้นควบคุม การเกิดเกาะกลุ่ม (Run) และเกิดแนวโน้ม (Trend) โดยจุดอยู่นอกเส้นควบคุม คือ มี จุดอย่างน้อย 1 จุดอยู่ นอก UCLหรือ LCL (ดังภาพที่ 6 (ก)) ส่วนการเกิดเกาะกลุ่ม คือ มีจุดอย่างน้อย 7 จุดเรียงติดกันอยู่ด้านบน CL หรือด้านล่าง CL (ดังภาพที่ 6 (ข)) และการเกิดแนวโน้ม คือ มีจุดอย่างน้อย 7 จุดเรียงตัวกันแนวเอียงขึ้น หรือแนวเอียงลงต่อเนื่องกันตลอดภายใต้UCL และ LCL (ดังภาพที่ 6 (ค))


13 ตัวอย่างลักษณะการปรากฏจุดบน แผนภูมิควบคุม 3 ลักษณะดังกล่าวเป็นลักษณะสำคัญที่บ่งบอกว่า กระบวนการผลิตเกิดปัญหา ต้องค้นหา สาเหตุและปรับปรุงกระบวนการผลิต ภาพที่2.4 แผนภูมิควบคุม (Control Chart) 7. แผนผังสาเหตุและผล ( Cause and Effect Diagram ) แผนผังสาเหตุและผลเป็นแผนผังที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา (Problem) กับสาเหตุ ทั้งหมดที่เป็นไปได้ที่อาจก่อให้เกิดปัญหานั้น (Possible Cause) เราอาจคุ้นเคยกับแผงผังสาเหตุและผล ในชื่อของ “ผังก้างปลา (Fish Bone Diagram) เนื่องจากหน้าตาแผนภูมิมีลักษณะคล้ายปลาที่เหลือแต่ ก้าง เมื่อไรจึงจะใช้แผนผังสาเหตุและผล 1. เมื่อต้องการค้นหาสาเหตุแห่งปัญหา 2. เมื่อต้องการทําการศึกษาทําความเข้าใจหรือทําความรู้จักกับกระบวนการอื่นเพราะว่าโดย ส่วนใหญ่ พนักงานจะรู้ปัญหาเฉพาะในพื้นที่ของตนเท่านั้นแต่เมื่อมีการทําผังก้างปลาแล้วจะทําให้เรา สามารถรู้ กระบวนการของแผนกอื่นได้ง่ายขึ้น 3. เมื่อต้องการให้เป็นแนวทางในการระดมสมอง ซึ่งจะช่วยให้ทุก ๆ คนให้ความสนใจในปัญหา ของกลุ่ม ซึ่งแสดงไว้ที่หัวปลา วิธิีการสร้างแผนผังสาเหตุและผลหรือผังก้างปลา สิ่งสําคัญในการสร้างแผนผังคือต้องทําเป็นทีม เป็นกลุ่ม โดยใช้ขั้นตอน 6 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. กําหนดประโยคปัญหาที่หัวปลา


14 2. กําหนดกลุ่มปัจจัยที่จะทําให้เกิดปัญหานั้น ๆ 3. ระดมสมองเพื่อหาสาเหตุในแต่ละปัจจัย 4. หาสาเหตุหลักของปัญหา 5. จัดลําดับความสําคัญของสาเหตุ 6. ใช้แนวทางการปรับปรุงที่จําเป็น ประโยชน์ของการใช้แผนผังสาเหตุและผลหรือผังก้างปลา 1. ใช้เป็นเครื่องมือในการระดมความคิดจากสมองของทุกคนที่เป็นสมาชิกกลุ่มคุณภาพอย่าง เป็น หมวดหมู่ซึ่งได้ผลมากที่สุด 2. แสดงให้เห็นสาเหตุต่าง ๆ ของปัญหาของผลที่เกิดขึ้นที่มีมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปมสําคัญ ที่จะนําไป ปรับปรุงแก้ไข 3. แผนผังนี้สามารถนําไปใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ได้มากมาย ทั้งในหน้าที่การงานสังคม แม้กระทั่งชีวิตประจำวัน ภาพที่2.5 แผนผังสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram)


15 ผังก้างปลาประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ • ปัจจัย (Factors) ที่ส่งผลกระทบต่อปัญหา (หัวปลา) • สาเหตุหลัก • สาเหตุย่อย การกำหนดปัจจัยบนก้างปลา สามารถกำหนดกลุ่มปัจจัยอย่างไรก็ได้แต่ต้องมั่นใจว่ากลุ่มที่เรากำหนดไว้เป็นปัจจัยนั้นสามารถที่จะช่วย ให้เราแยกแยะและกำหนดสาเหตุต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบและเป็นเหตุเป็นผล โดยใช้หลักการ 4M 1E ซึ่ง 4M 1E นี้มาจาก M – Man คนงาน หรือพนักงาน หรือบุคลากร M – Machine เครื่องจักรหรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวก M – Material วัตถุดิบหรืออะไหล่อุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในกระบวนการ M – Method กระบวนการทำงาน E – Environment อากาศ สถานที่ความสว่าง และบรรยากาศการ ภาพที่2.6 หลักการ 4M 1E แหล่งที่มา : http://econs.co.th/index.php/2016/07/29/7-qc-tools/


16 2.5 การควบคุมด้วยการมองเห็น ( Visual Control) การควบคุมด้วยการมองเห็น (Visual Control) เป็นระบบควบคุมการทำงานที่ทำให้พนักงานทุก คนสามารถเข้าใจขั้นตอนการทำงาน เป้าหมาย ผลลัพธ์การทำงานได้ง่ายและชัดเจน รวมถึงเห็นความ ผิดปกติต่าง ๆ และแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้บอร์ด ป้าย สัญลักษณ์สีและอื่น ๆ เพื่อสื่อสารให้พนักงาน ทราบถึงข้อมูลข่าวสาร แหล่งที่มา : http://www.thailandindustry.com/onlinemag/view2.php?id=221&section=4&issues=13 2.6 บริษัทกรณีศึกษา บริษัทกรณีศึกษา บริษัท อควา โกล แลบบอราทอรีส์จำกัด เป็นโรงงานรับผลิตประสบการณ์ การผลิตมากกว่า 18 ปีรับผลิตสินค้าเครื่องสำอาง อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ บำรุงผิวเด็ก ยาสีฟัน เทียนหอม และเครื่องหอมที่คิดค้น วิจัย และพัฒนาสูตรด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มี ความเชี่ยวชาญในการใช้วัตถุดิบหลักจากธรรมชาติและออร์แกนิค แผนก : คลังสินค้า ( Warehouse ) หน้าที่ : รับเข้าสินค้า คัดกรองวัตถุดิบที่หมดอายุ เบิกจ่ายจัดเก็บและจัดเรียงสินค้า การรับเข้าสินค้า ตรวจสอบความถูกต้อง ตรวจสอบชื่อข้อมูลของสินค้าและจำนวนว่าถูกต้องตามใบส่ง หรือไม่ หลังจากตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว นำใบส่งแจ้งไปที่ฝ่ายวางแผนและจัดซื้อ เพื่อออกใบรับเข้า ออก รับเข้าเรียบร้อยให้ทำการตรวจเช็คสินค้าตามใบรับเข้า ตรวจสอบชื่อ Code , R/C , Lot. เพื่อระบุลงใน ป้ายบ่งชี้บอกรายละเอียดของสินค้า คัดกรองสินค้าที่หมดอายุใน Stock / ตัด Stock เบิกจ่ายสินค้า จัดเก็บ และจัดเรียง ที่ตั้ง : 99 หมู่ที่ 2 ตำบล บึงกาสาม อำเภอ หนองเสือ จังหวัดปทุมธานี12170 ภาพที่ 2.7 บริษัท อควา โกล แลบบอราทอรีส์ จำกัด


17 2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ศึกษาเรื่องการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร คลังสินค้า กรณีศึกษาบริษัท ABC จํากัด เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการจัดเก็บสินค้าในปัจจุบัน โดย เลือกวิธีที่ดีที่สุดเพื่อทำให้สามารถ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งงานวิจัยนี้ได้นำเสนอแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพ คลังสินค้า จากผลการวิเคราะห์ดังกล่าว พบว่าบริษัทควรเลือกการติดตั้งอุปกรณ์ในการ Stock สินค้า เนื่องจากสามารถลดพื้นที่รองคลังสินค้าได้อย่างเหมาะสมและใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด โดยมีระยะเวลาคืน ทุนที่สั้นกว่าวิธีอื่น และส่งผลให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากขึ้น วิภา ชื่นเพ็ชร (2560) ทำการศึกษาการวางผังคลังสินค้าสำเร็จรูปบริษัทกรณีศึกษา AAA วัตถุประสงค์ในการวิจัยครั้งนี้คือการปรับปรุงประสิทธิการจัดการสินค้าของ บริษัท โดยการประยุกต์นำใช้ เทคนิค ABC analysis มาใช้จัดเรียงและออกแบบวางผังคลังสินค้า เพื่อลดระยะเวลาในการหยิบสินค้า เนื่องจากพบปัญหาการใช้เวลาในการเดินทางหยิบสินค้ามาก ของพนักงาน ก่อนทําการปรับปรุงพนักงาน 5 คนใช้เวลาในการเดินทางหยิบสินค้าเกลี่ย 9.45 นาทีหลังดำเนินการปรับปรุงคลังสินค้าด้วยเทคนิค ABC พบว่าพนักงานใช้เวลาในการหยิบสินค้า น้อยลง โดยใช้ค่าเฉลี่ยของพนักงานชุดเดิมจำนวน 5 คน ใช้ เวลาในการเดินทางหยิบสินค้าเฉลี่ย 6.41 นาทีหรือลดลง 3.04 นาทีการปรับปรุงผังจัดเรียงคลังสินค้า แบบใหม่ จะมีการจัดเรียงจาก สินค้าที่มียอดขายสูงสุด (หน่วย : ลัง)ไว้ใกล้ประตูทางออกและสินค้าที่มี ยอดขายปานกลางและ ยอดขายสินค้าต่ำาจะถูกจัดเรียงตามลำดับ เพื่อเป็นการลดระยะเวลาและ ระยะทางในการเดินหยิบ สินค้าของพนักงานได้อย่างเหมาะสม ชยุตม์บรรเทิงจิตร (2561) ศึกษาระบบคลังสินค้าของโรงงานผลิตบล็อกแก้ว ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่ ต้องการพัฒนารูปแบบการจัดวางผังคลังสินค้า เพื่อลดเวลาในการจัดเก็บสินค้าจนถึง กระบวนการขนย้าย สินค้าออกจากคลัง ก่อนทำการปรับปรุงโรงงานใช้เวลา 0.7692 นาทีต่อพาเลท ในการขนย้ายบล็อกแก้ว ซึ่งมากกว่าค่าดัชนีชี้วัดที่โรงงานตั้งไว้0.6 นาทีต่อพาเลท ดังนั้นโรงงาน -ดังกล่าวจึงใช้วิธีABC analysis จัดกลุ่มบล็อกแก้วตามปริมาณความต้องการของตลาด แล้วนําข้อมูล ไปวิเคราะห์หารูปแบบการแจกแจง ของข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Minitab และนำข้อมูลที่ได้มาใช้ใน การจําลองสถานการณ์ด้วยโปรแกรม Flexsim ทําการจําลองสถานการณ์ของผังคลังสินค้าแบบเก่า เปรียบเทียบกับการเก็บข้อมูลในสถานที่จริง ผลการดำเนินงานวิจัยในการออกแบบผังคลังสินค้า แบบใหม่โดยใช้เวลาในการจําลองสถานการณ์1 เดือน


18 พบว่าสามารถลดเวลาการขนย้ายบล็อกแก้ว ลง 0.2045 นาทีเหลือ 0.5455 นาทีต่อพาเลท คิดเป็นร้อย ละ 27.27 ซึ่งเวลาดังกล่าวสอดคล้องกับค่า ดัชนีชี้วัดที่โรงงานตั้งไว้ ณัฐนนท์รุ่งเจริญ (2561) ศึกษาการออกแบบผังการจัดเก็บวัสดุและอุปกรณ์สิ้นเปลือง ด้วย เทคนิค ABC analysis ผู้วิจัยพบว่าคลังสินค้าของบริษัทมีปัญหาด้านการจัดการสินค้าคงคลัง เนื่องจากไม่ สามารถตรวจสอบจำนวนสินค้าที่แท้จริงได้และการเบิก-จ่ายสินค้าใช้เวลานาน จึงใช้แผนผังก้างปลา วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาการจัดการพื้นที่จัดเก็บสินค้า และผู้วิจัยจึงใช้เทคนิค ABC analysis เป็น เครื่องมือในการจัดแบ่งกลุ่มสินค้า โดยเลือกวิธีจัดเรียงตามการเคลื่อนไหวของ สินค้า และมูลค่าของสินค้า ทําการออกแบบผังคลังสินค้าใหม่เพื่อเปรียบเทียบระหว่างการจัดเก็บ สินค้าแบบเดิมกับการจัดเก็บสินค้า แบบใหม่ ผลงานวิจัยพบว่าหลังจากดำเนินการปรับปรุง คลังสินค้าสามารถลดเวลาในการเบิก-จ่ายสินค้า ลง 10 นาทีหรือคิดเป็นร้อยละ 52.38 การออกแบบ Ariyanti (2018) ทําการศึกษาคลังสินค้าสำเร็จรูปโรงงานซีเมนต์บอร์ดของประเทศ อินโดนีเซีย การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการทำงานล่วงเวลา ปรับปรุงการจัดวางคลังสินค้า สําเร็จรูปใหม่ โดยใช้ วิธีการแบบผสมผสานรวมวิธีการจัดเก็บสินค้าตามระดับของสินค้า (Class- Based Storage) การจัดเก็บ สินค้าแบบระบุตำแหน่ง (Dedicated storage policy) การปรับปรุง การจัดวางคลังสินค้า และใช้ อัลกอริทึม Tibrewala, Philippe และ Browne ซึ่งเป็นอัลกอริทึมสำหรับ จัดตารางการทํางานของ พนักงานคลังสินค้า ผลการดำเนินการปรับปรุงการจัดวางคลังสินค้า สำเร็จรูปแบบใหม่สามารถเพิ่ม ประสิทธิภาพในการจัดการพื้นที่คลังสินค้าของบริษัท เนื่องจาก สามารถลดเวลาในการปฏิบัติงานของ พนักงานจาก 3,30 นาทีเหลือ 1.86 นาทีและช่วยลดชั่วโมง การทํางานล่วงเวลาของพนักงานได้มากไป กว่านั้นการจัดตารางการทํางานของพนักงานคลังสินค้า ใหม่สามารถลดพนักงานได้จำนวน 2 ราย การ ปรับปรุงที่นำเสนอจะถูกนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการจัดการคลังสินค้าของบริษัทในอนาคต


19 บทที่3 วิธีการดำเนินการศึกษา การวิจัยในครั้งนี้เป็นการศึกษาการปรับปรุงประสิทธิภาพตำแหน่งของการจัดวางวัตถุดิบภายใน คลังสินค้า บริษัทกรณีศึกษา บริษัท อควา โกล แลบบอรอทอรีส์จำกัด ผู้ศึกษาวิจัยได้อธิบายถึงวิธีการ ดำเนินการศึกษาในขั้นตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้วิธีการดำเนินการศึกษา 3.1 วิธีการดำเนินงานวิจัย 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.3 เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 วิธีการดำเนินงานวิจัย 1. ศึกษาขั้นตอนและกระบวนการดำเนินงานภายในคลังของบริษัทกรณีศึกษา 2. ศึกษาวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในคลังสินค้า รวมถึงพนักงานและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหา 3. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทบทวนงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคลังสินค้า ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง กับการจัดวางสินค้าและการเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้า หาวิธีที่เหมาะสมกับการทำวิจัย 4. เก็บรวบรวมข้อมูลการเบิกจ่ายวัตถุดิบและเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการจับเวลาของพนักงานที่หยิบ วัตถุดิบก่อนปรับปรุงและหลังปรับปรุง 5. นำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์สรุปผลที่ได้จากงานวิจัยและข้อเสนอแนะต่างๆ


20 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรในการศึกษา คือ ผู้จัดการคลังสินค้าและพนักงานในภายคลังสินค้าของบริษัท อควา โกล แลบบอราทอรีส์จำกัด จำนวน 6 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ ผู้จัดการคลังสินค้า 1 คน หัวหน้า 1 คนและพนักงาน 4 คน 3.3 เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล การศึกษาการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดพื้นที่ตำแหน่งการจัดวางวัตถุดิบภายใน คลังสินค้าที่เหมาะสม เพื่อศึกษาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพตำแหน่งของการจัดวางวัตถุดิบและศึกษา ระยะเวลาในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบของพนักงาน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้นำเอามาทำการวิเคราะห์ในครั้งนี้ประกอบด้วย 1. การสังเกตและจับเวลา โดยจะใช้วิธีการสังเกตในการเก็บรวบรวมข้อมูลร่วมกับการจับเวลา ในการ ปฏิบัติงานของพนักงานในคลังสินค้า เพื่อศึกษาระยะเวลาในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบของพนักงาน 2. ทฤษฎีการจัดกลุ่มสินค้าแบบ FSN Analysis ได้แก่ เลือกวิธีจัดเรียงตามความถี่ของการใช้งานของ วัตถุดิบแต่ละรายการ 3. ผังแสดงเหตุผล ( Cause and effect diagram ) เป็นการวิเคราะห์สาเหตุจาก ปัจจัยต่างๆที่ก่อให้เกิด ปัญหาและความสำคัญเชิงเหตุผลกับปัจจัยดังกล่าว เพื่อนำปัจจัยนั้นมาใช้ในการวางแผนปรับปรุงและ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 4. การควบคุมด้วยการมองเห็น ( Visual Control ) จัดกลุ่มประเภทสินค้าแล้วใช้การควบคุมด้วยการ มองเห็น เพื่อให้พนักงานสามารถมองเห็นได้ง่ายและสะดวกต่อการค้นหา การรวบรวมข้อมูล วิธีที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลจะมีการใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ - ข้อมูลปฐมภูมิ(Primary Data) ผู้วิจัยได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสังเกตการณ์และจับเวลา ณ จุดที่ปฏิบัติงานจริงภายในคลังจัดเก็บวัตถุดิบ และทั้งนี้ผู้วิจัยได้ทำการลงพื้นที่ในคลังสินค้าเพื่อนำมา ประกอบเป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการทำวิจัย การที่ผู้วิจัยออกไปอยู่ในสถานที่จริงจะช่วยให้ผู้วิจัยสามารถ เข้าใจปัญหาจากการปฏิบัติงานภายในคลังสินค้าได้มากยิ่งขึ้น


21 - ข้อมูลทุติยภูมิ(Secondary Data) ได้ทำการทบทวนงานวิจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องและมีการนำข้อมูลภายใน คลังสินค้า ข้อมูลของการจัดเก็บวัตถุดิบภายในคลังสินค้าของบริษัทที่เป็นกรณีศึกษา มาทำการจัด แบ่งกลุ่มวัตถุดิบตามทฤษฎีFSN Analysis 3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล ในการศึกษาครั้งนี้ได้นำทฤษฎีและแนวคิดต่าง ๆ มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ทฤษฎีเกี่ยวกับ FSN Analysis จัดกลุ่มประเภทวัตถุดิบโดยวัดตามความถี่ในการหมุนเวียน ใช้เครื่องมือควบคุมคุณภาพ 7 ชนิด (7Quality Control Tools) นำมาใช้ในการวิเคราะห์1 เครื่องมือ ได้แก่ แผนผังแสดงเหตุผล (Cause and effect diagram) เพื่อวิเคราะห์สาเหตุและปัญหา และใช้การควบคุมด้วยการมองเห็น (Visual Control) จัดกลุ่มประเภทวัตถุดิบแล้วใช้การควบคุมด้วยการมองเห็นการแบ่งโซน เพื่อให้ พนักงานสามารถมองเห็นได้ง่ายสะดวกต่อการค้นหา


22 บทที่ 4 ผลการดำเนินการวิจัย จากการศึกษาการวิจัยเรื่อง การปรับปรุงประสิทธิภาพตำแหน่งของการจัดวางวัตถุดิบภายใน คลังสินค้า กรณศึกษา บริษัท อควา โกล แลบบอราทอรีส์ จำกัด ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัด ตำแหน่งการจัดวางวัตถุดิบภายในคลังสินค้าที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดเก็บวัตถุดิบ ภายในคลังสินค้าและศึกษาระยะเวลาในการค้นหาและการหยิบวัตถุดิบของพนักงาน ของบริษัท กรณีศึกษานั้น ผู้วิจัยได้ทำการเปรียบเทียบ ระหว่างการจัดเก็บสินค้าแบบเดิมและการจัดเก็บสินค้าแบบ ใหม่ซึ่งผู้วิจัยได้นำเทคนิคการแบ่งกลุ่มสินค้าแบบ FSN Analysis ซึ่งเป็นเครื่องมือในการจัดแบ่งประเภท ของสินค้า โดยผู้วิจัยได้นำเอาปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการทำงานมาทำการวิจัย จุดเริ่มต้นงานวิจัยเกิดจากการ ที่ผู้วิจัยทำงานในส่วนของแผนกคลังสินค้า ต้องทำงานร่วมกับฝ่ายต่างๆ เช่น ฝ่ายการผลิต แผนกชั่งสาร แผนกการวิจัยและพัฒนา แผนกวางแผนและจัดซื้อ โดยเฉพาะฝ่ายผลิตและแผนกการวิจัยและพัฒนา จะ มีการเบิกวัตถุดิบอยู่ตลอดในการทำงาน เพื่อนำไปผลิตสินค้าสำเร็จรูป แต่เนื่องจากทางคลังสินค้ายังไม่มี รูปแบบการจัดตำแหน่งของวัตถุดิบที่ชัดเจน ทำให้การจัดเก็บวัตถุดิบปะปนกันไม่เป็นระเบียบ ส่งผลให้ พนักงานใช้เวลานานในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบ ซึ่งผู้จริงได้ตระหนักถึงปัญหาในส่วนนี้เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานภายในคลังสินค้าไม่มีประสิทธิภาพและกระทบต่อการปฏิบัติงาน ของฝ่ายอื่นๆ ผู้วิจัยจึงได้ทำการศึกษาวิจัยเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


23 4.1 ขั้นตอนและกระบวนการดำเนินงาน ขั้นตอนที่1 รับรายการวัตถุดิบที่ส่ง ผู้ส่งนำสินค้าติดต่อส่งมอบวัตถุดิบที่คลังสินค้า พนักงานคลังสินค้ากำหนดที่จัดวางวัตถุดิบ พนักงาน ตรวจสอบเอกสารรายการวัตถุดิบว่าถูกต้องตรงตามใบส่งสินค้าตามจำนวน น้ำหนัก ถูกต้องหรือไม่ ขั้นตอนที่2 ฝ่ายจัดและวางแผน ออกใบรับวัตถุดิบ คลังสินค้าจะส่งใบส่งสินค้าที่ตรวจรับแล้วให้ฝ่ายจัดซื้อและวางแผน ฝ่ายจัดซื้อ ตรวจสอบใบส่งสินค้าว่าตรงกับใบสั่งซื้อหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องจะต้องดำเนินการติดต่อกับผู้แทนการจัด จำหน่ายให้ถูกต้องก่อน ออกใบรับรายการดังกล่าว ฝ่ายจัดซื้อออกใบรับวัตถุดิบ ขั้นตอนที่3 รับแจ้งรายการวัตถุดิบจากฝ่ายวางแผนและจัดซื้อ พนักงานคลังสินค้าตรวจสอบชื่อวัตถุดิบบนภาชนะหีบห่อว่าตรงกับใบรับเข้าวัตถุดิบที่ออกโดยฝ่าย วางแผนและจัดซื้อเพื่อยืนยันในรายละเอียดดังนี้ ตรวจดูเลขที่การผลิตบนฉลากวัตถุดิบ ถ้าประกอบด้วย หลายรุ่นการผลิตให้วางแยกกันและลงเลขที่การ รับแยกกันตามลำดับ ตรวจสอบใบรับรองการวิเคราะห์ว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ตรงกันให้แจ้งฝ่ายวางแผนและจัดซื้อ ขั้นตอนที่4 บันทึกการรับวัตถุดิบ บันทึกลงใน Stock Raw material ลงระบุจำนวน น้ำหนัก วันหมดอายุ และชื่อผู้จำหน่าย ขั้นตอนที่5 จัดเก็บวัตถุดิบ การจัดเก็บวัตถุดิบ หลังจากทำการลง Stock Raw material เรียบร้อยให้นำวัตถุดิบไปจัดเก็บภายใน คลังสินค้า โดยพนักงานทำการจัดเก็บวัตถุดิบโดยวางวัตถุดิบบริเวณตำแหน่งที่ว่าง วางปะปนกันตามพื้นที่ ว่าง ขั้นตอนที่6 แผนกวิจัยและพัฒนา


24 ออกสูตรที่ใช้ในการผลิต ส่งใบแจ้งไปที่ แผนกวางแผนและจัดซื้อ ขั้นตอนที่7 แผนกวางแผนและจัดซื้อ จะออกใบรายการเบิกวัตถุดิบที่จะใช้ในการผลิต ส่งมาที่แผนกคลังสินค้า ขั้นตอนที่8 แผนกคลังสินค้า ทำการเช็ค Stock และทำการตัด Stock ตามรายการที่แจ้งเบิก ตามใบรายการเบิก พนักงานทำการค้นหา และหยิบวัตถุดิบตามรายการที่แจ้งในใบเบิกเพื่อส่งวัตถุดิบไปที่แผนกชั่งสาร แต่พนักงานใช้เวลานานใน การค้นหาเนื่องจากหาวัตถุดิบไม่เจอ ขั้นตอนที่9 วัตถุดิบถูกนำส่งเข้ากระบวนการผลิต ขั้นตอนที่10 นำวัตถุดิบมาจัดเก็บภายในคลัง พนักงานจะนำวัตถุดิบที่เหลือจากการเบิกใช้ นำมาเก็บภายในคลังสินค้า 4.2 ปัญหาที่พบในขั้นตอนการดำเนินงาน ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาขั้นตอนและกระบวนการดำเนินงานภายในคลังสินค้าของบริษัทกรณีศึกษา พบว่า ปัญหาที่พนักงานใช้เวลาในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบนาน เกิดขึ้นจากการจัดเก็บที่ไม่มี ประสิทธิภาพ ปัญหานี้เกิดขึ้นในกระบวนการดำเนินงานขั้นตอนที่ 5 และขั้นตอนที่ 8 - ปัญหาการจัดเก็บที่ไม่มีประสิทธิภาพ - ปัญหาพนักงานใช้เวลาในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบนาน จากปัญหาที่พบ ผู้วิจัยได้สังเกตการณ์และสุ่มจับเวลาการค้นหาและหยิบวัตถุดิบ โดยเริ่มตั้งแต่ พนักงานค้นหาวัตถุดิบแรกจนครบ ตามเอกสารในใบรายการเบิก โดยทำการสุ่มในเดือน กรกฎาคม และ สิงหาคม ของปี พ.ศ.2566


25 ตารางที่ 4.1 การทดลองเวลาในการหยิบวัตถุดิบต่อหนึ่งใบรายการเบิก Code Total Qty Total Time(Minute) RA055 5 15 RC068 16 13 RB047 10 10 RS001 1 60 CR001 1 2 RE016 8 9 RR027 2 16 RS013 6 34 RD043 1 11 RN001 1 5 RP044 1 23 RW006 23 89 Total 75 287 Average Time 23.91 ตารางที่ 4.1 การทดลองเวลา หมายเหตุ : Code คือ ชื่อที่ใช้เรียกแทนชื่อวัตถุดิบ ที่ใช้ภายในองค์กร ผลที่ได้จากการจับเวลาในการหยิบวัตถุดิบ ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสูงในการหยิบ วัตถุดิบต่อหนึ่งใบรายการเบิก ทั้งนี้ในแต่ละวันมีการผลิตสินค้าสำเร็จรูปเป็นจำนวนมาก หากสามารถลด ระยะเวลาในการหยิบวัตถุดิบลงได้จะทำให้พนักงานมีเวลาในการบริหารจัดการงานของแผนกคลังสินค้า เพิ่มมากขึ้น


26 4.3 การวิเคราะห์ปัญหา จากปัญหาที่พบในปัจจุบันตามขั้นตอนการดำเนินงานในแผนกคลังสินค้า ผู้วิจัยได้นำเสนอเทคนิค การวิเคราะห์ปัญหาแผนผังก้างปลา ในการหาสาเหตุและแสดงถึง ความสัมพันธ์ของปัญหาที่เกิดขึ้นรวมถึง สาเหตุทั้งหมดที่อาจจะก่อให้เกิดปัญหาในการจัดเก็บวัตถุดิบ ผู้วิจัยได้เชิญบุคลากรที่เกี่ยวข้องโดยตรงมาประชุมร่วมโดยมีผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อทำการ วิเคราะห์ปัญหาดังนี้ 1. ผู้จัดการโรงงาน ผู้จัดการโรงงานจะทำหน้าที่ควบคุมกระบวนต่าง ๆ ทั้งหมดในโรงงานที่ เกี่ยวข้องกับ การผลิตโดยเริ่มตั้งแต่การรับสินค้าเข้าการจัดเก็บสินค้าการควบคุมการผลิต ตั้งแต่กระบวนการผลิตสินค้า 2. ผู้จัดการคลังสินค้าและพนักงานฝ่ายคลังสินค้าซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานในคลังสินค้าโดยตรงโดยมีส่วน เกี่ยวข้องกับทุก ๆ กิจกรรมในคลังสินค้าไม่ว่าจะเป็นการรับวัตถุดิบ การจัดเก็บวัตถุดิบ การเบิกจ่าย วัตถุดิบ การจัดเก็บวัตถุดิบ 3. พนักงานฝ่ายวางแผนและจัดซื้อ พนักงานฝ่ายวางแผนและจัดซื้อจะเป็นหน่วยงานที่ติดต่อประสานงาน กับ Suppliers ตั้งแต่กระบวนสั่งซื้อ การประสานงานกับ ฝ่ายผลิต และ ประสานงานกับฝ่ายคลังสินค้า โดยตรงเกี่ยวกับการสั่งซื้อวัตถุดิบ


27 ทั้งนี้เมื่อมีการระดมสมองร่วมกันสามารถสรุปปัญหาต่างๆ ได้ดังนี้ ไม่มีการกำหนดตำแหน่งการจัดวางวัตถุดิบที่ชัดเจน พนักงานใช้เวลาในการหยิบวัตถุดิบนาน พนักงานหาวัตถุดิบไม่เจอ ใช้เวลาในการค้นหาการหยิบและจัดเก็บนาน พนักงานขาดประสิทธิภาพในการทำงาน สภาพอากาศร้อน พื้นที่ไม่เพียงพอ อุปกรณ์เคลื่อนย้ายมีน้อย ภาพที่ 4.1 การวิเคราะห์สาเหตุปัญหาด้วยผังก้างปลา ปัญหาต่าง ๆ ที่ได้สรุปเป็นแผนผังก้างปลานั้นทุกฝ่ายที่ทำงานร่วมกันได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ของปัญหาไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่มาจากกระบวนการทำงาน เช่น ไม่มีการกำหนดตำแหน่งการจัดวาง วัตถุดิบที่ชัดเจน ใช้เวลาในการค้นหาการหยิบและการจัดเก็บนาน หรือจะเป็นปัญหาที่เกิดจากพนักงาน เช่น พนักงานใช้เวลาในการหยิบวัตถุดิบนาน พนักงานหาวัตถุดิบไม่เจอ พนักงานขาดประสิทธิภาพในการ ทำงานหรือแม้กระทั้งการจัดวางวัตถุดิบที่ไม่เป็นระเบียบ ส่งผล ทำให้พื้นที่จัดเก็บภายในคลังสินค้าไม่ เพียงพอ หรือในบางครั้งผลกระทบจากปัญหาในข้ออื่น ๆ ก็ทำ ให้เกิดปัญหาอุปกรณ์เคลื่อนไม่เพียงพอได้ และสภาพอากาศ สถานที่ บรรยากาศการทำงาน (Environment) สภาพอากาศที่ร้อน ทำให้พนักงานเกิด ความอ่อนล้าและเกิดความล่าช้า จากการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาในการปรับปรุงประสิทธิภาพตำแหน่งการจัดวางวัตถุดิบ บริษัท กรณีศึกษา โดยใช้ผังแสดงเหตุผล (Cause and effect diagram) สามารถสรุปถึงปัจจัยและ ปัญหาต่าง ๆ ดังนี้ การจัดเก็บและการหยิบวัตถุดิบ ที่ไม่มีประสิทธิภาพ Process Man Environment Method Machine


28 ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหา ปัญหาที่พบในปัจจุบัน กระบวนการ (Process) ไม่มีการกำหนดตำแหน่งในการจัดเก็บวัตถุดิบที่ชัดเจน เมื่อฝ่าย วางแผนและจัดซื้อทำการสั่งซื้อวัตถุดิบ เมื่อ Suppliers มาส่งทำ ให้พนักงานทำการจัดเก็บวัตถุดิบ โดยวางวัตถุดิบบริเวณตำแหน่ง ที่ว่าง หรือการเบิกจ่ายวัตถุดิบเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการผลิต พนักงานคลังสินค้าใช้เวลาในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบนาน คน (Man) พนักงานใช้เวลานานในการหยิบวัตถุดิบนานเนื่องจากพนักงานต้อง หาวัตถุดิบตามที่ระบุไว้ใน ใบรายการเบิก ทั้งนี้การจัดเก็บวัตถุดิบ ในปัจจุบันเป็นแบบสุ่ม กล่าวคือเมื่อมีพื้นที่ว่างตรงไหนก็วาง วัตถุดิบตรงนั้น และเมื่อจะค้นหาและก็ต้องหยิบวัตถุดิบที่ต้องการ ใช้ในการผลิต ทำให้เกิดความล่าช้าค้นหาไม่เจอ พนักงานขาด ประสิทธิภาพในการทำงาน วิธีการ (Method) การจัดวางตำแหน่งวัตถุดิบไม่เป็นระบบระเบียบ ส่งผลทําให้พื้นที่ จัดเก็บภายในคลังสินค้าไม่เพียงพอ เครื่องจักร (Machine) เมื่อมีการหยิบวัตถุดิบที่นานเกินไป ทําให้รถเข็นหรือ Hand Lift ที่ ต้องใช้กับฝ่ายการผลิตและบรรจุสินค้าไม่ทันต่อการใช้งานทำให้ เกิดปัญหารถเข็นหรือ Hand Lift ไม่เพียงพอ อากาศ และบรรยากาศการ ทำงาน (Environment) สภาพอากาศที่ร้อน ทำให้พนักงานเกิดความอ่อนล้าและเกิดความ ล่าช้าในการทำงาน ตารางที่ 4.2 การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา


29 4.4 การจำแนกกลุ่มสินค้าด้วยวิธี FSN Analysis จากการวิเคราะห์ปัญหา พบว่า การจัดเก็บและจัดวางตำแหน่งของวัตถุดิบไม่เป็นระบบ ทำให้เกิด ปัญหาการค้นหาและการหยิบวัตถุดิบใช้เวลานาน ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้นำหลักการแบ่งกลุ่มสินค้าแบบ FSN Analysis และเลือกวิธีจัดเรียงจากกลุ่มวัตถุดิบที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว กลุ่มวัตถุดิบที่มีการเคลื่อนไหวปาน กลางและ กลุ่มวัตถุดิบที่มีการเคลื่อนไหวช้า จะทำการแบ่งกลุ่มวัตถุดิบออกเป็น 3 ประเภทได้แก่ F S และ N ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยได้กำหนดเกณฑ์ดังนี้ เกณฑ์การแบ่ง FSN Analysis FSN Analysis เกณฑ์การแบ่ง คำอธิบาย F 80% สินค้าที่มีความถี่การรอคอยสินค้า ที่มีการรอคอย ไม่นานมีการหมุนเวียนของสินค้าบ่อย S 15% สินค้าที่มีความถี่การรอคอยสินค้า ที่มีการรอคอย ระดับปานกลางลองลงมาจาก F และมีการ หมุนเวียนลองลงมาตามลำดับ N 5% สินค้าที่มีความถี่การรอคอยสินค้า ที่มีการรอคอย นานหรือสินค้าที่ไม่มีการหมุนเวียน ตารางที่4.3 ตารางแสดงจำนวนรายการของสินค้าแต่ละประเภท


30 ตารางการแบ่งกลุ่มวัตถุดิบ การเก็บข้อมูลความถี่การใช้วัตถุดิบและการแบ่งประเภทของกลุ่มวัตถุดิบตามความถี่ โดยใช้ หลักเกณฑ์การแบ่งวัตถุดิบด้วย FSN Analysis รหัส วัตถุดิบ รอบการ หมุนเวียน %ความถี่การ หมุนเวียน %ความถี่ สะสม รหัส วัตถุดิบ %ความถี่การ หมุนเวียน %ความถี่ สะสม แบ่ง FSN RW006 10 0.44 0.44 RA008 5.73 5.73 F RN001 12 0.52 0.96 RH002 5.29 11.02 F OR029 6 0.26 1.22 RY023 4.36 15.38 F CB001 7 0.30 1.52 RO002 4.32 19.70 F CC002 1 0.04 1.56 RM055 4.10 23.80 F CN003 2 0.08 1.64 RB012 3.92 27.72 F RR028 5 0.22 1.86 OR008 3.48 31.20 F RD008 12 0.52 2.38 RE001 3.44 34.64 F RA017 4 0.17 2.55 RS040 3.30 37.94 F RL005 8 0.35 2.90 RL014 3.00 40.94 F RF005 16 0.70 3.60 RC049 2.64 43.58 F RT010 20 0.88 4.48 RA048 2.47 46.05 F RR023 1 0.04 4.52 RG039 1.98 48.03 F RG015 7 0.30 4.82 RA018 1.94 49.97 F RB007 20 0.88 5.70 RR029 1.67 51.64 F RS001 35 1.54 7.24 RU002 1.58 53.22 F RG039 45 1.98 9.22 RS001 1.54 54.76 F RC049 60 2.64 11.86 RD045 1.50 56.26 F RS040 75 3.30 15.16 RT009 1.50 57.76 F RO001 21 0.92 16.08 RV017 1.32 59.08 F OR008 79 3.48 19.56 RR022 1.27 60.35 F OR074 22 0.97 20.53 RE019 1.27 61.62 F RM004 16 0.70 21.23 RV016 1.23 62.85 F RG026 1 0.04 21.27 RE012 1.19 64.04 F RG027 1 0.04 21.31 RP043 1.14 65.18 F


31 รหัส วัตถุดิบ รอบการ หมุนเวียน %ความถี่การ หมุนเวียน %ความถี่ สะสม รหัส วัตถุดิบ %ความถี่การ หมุนเวียน %ความถี่ สะสม แบ่ง FSN RA008 130 5.73 27.04 RN012 1.14 66.32 F RA018 44 1.94 28.98 RF013 1.10 67.42 F RA048 56 2.47 31.45 RG001 1.10 68.52 F RA056 9 0.39 31.84 RW014 1.10 69.62 F RN013 7 0.30 32.14 RP032 1.05 70.67 F RP043 19 0.83 32.97 RE003 1.01 71.68 F RF013 25 1.10 34.07 RT002 1.01 72.69 F RD045 34 1.50 35.57 RX006 1.01 73.70 F RE003 23 1.01 36.58 OR074 0.97 74.67 F RC026 14 0.61 37.19 RO001 0.92 75.59 F RS003 19 0.83 38.02 RP056 0.92 76.51 F RT002 23 1.01 39.03 RT010 0.88 77.39 F CY001 5 0.22 39.25 RB007 0.88 78.27 F RL023 4 0.17 39.42 RP043 0.83 79.10 F RT009 34 1.50 40.92 RS003 0.83 79.93 F RK009 4 0.17 41.09 RL015 0.83 80.76 F RU002 36 1.58 42.67 RP001 0.75 81.51 S RS104 5 0.22 42.89 RW026 0.75 82.26 S RP001 17 0.75 43.64 RS081 0.75 83.01 S RP032 24 1.05 44.69 RF005 0.70 83.71 S RP043 26 1.14 45.83 RM004 0.70 84.41 S RP056 21 0.92 46.75 RN003 0.66 85.07 S RR022 29 1.27 48.02 RZ029 0.66 85.73 S RR029 38 1.67 49.69 RC026 0.61 86.34 S RS082 3 0.13 49.82 RO014 0.57 86.91 S RH002 120 5.29 55.11 RN045 0.57 87.48 S


32 รหัส วัตถุดิบ รอบการ หมุนเวียน %ความถี่การ หมุนเวียน %ความถี่ สะสม รหัสวัตถุดิบ %ความถี่การ หมุนเวียน %ความถี่ สะสม แบ่ง FSN RS088 1 0.04 55.15 RQ001 0.57 88.05 S RS045 10 0.44 55.59 RN001 0.52 88.57 S RS026 2 0.08 55.67 RD008 0.52 89.09 S RS103 1 0.04 55.71 RJ021 0.52 89.61 S RT012 2 0.08 55.79 RF016 0.48 90.09 S RT065 4 0.17 55.96 RM069 0.48 90.57 S RE012 27 1.19 57.15 RW006 0.44 91.01 S RG001 25 1.10 58.25 RS045 0.44 91.45 S RW014 25 1.10 59.35 RA056 0.39 91.84 S RE019 29 1.27 60.62 RL005 0.35 92.19 S RE020 2 0.08 60.70 OR022 0.35 92.54 S OR014 1 0.04 60.74 RL001 0.35 92.89 S OR022 8 0.35 61.09 RH023 0.35 93.24 S RO002 98 4.32 65.41 RQ024 0.35 93.59 S RO014 13 0.57 65.98 RO029 0.35 93.94 S RF016 11 0.48 66.46 RF015 0.35 94.29 S RN003 15 0.66 67.12 RC039 0.35 94.64 S RP046 3 0.13 67.25 CB001 0.30 94.94 S RA023 5 0.22 67.47 RG015 0.30 95.24 S RA058 4 0.17 67.64 RN013 0.30 95.54 S RC068 2 0.08 67.72 OR029 0.26 95.80 S RJ001 1 0.04 67.76 RN087 0.26 96.06 S RL001 8 0.35 68.11 RA062 0.26 96.32 N RH023 8 0.35 68.46 RR028 0.22 96.54 N RJ021 12 0.52 68.98 CY001 0.22 96.76 N RQ024 8 0.35 69.33 RS104 0.22 96.98 N


33 รหัส วัตถุดิบ รอบการ หมุนเวียน %ความถี่การ หมุนเวียน %ความถี่ สะสม รหัส วัตถุดิบ %ความถี่การ หมุนเวียน %ความถี่ สะสม แบ่ง FSN RN045 13 0.57 69.90 RA023 0.22 97.20 N RQ001 13 0.57 70.47 RA007 0.22 97.42 N RW026 17 0.75 71.22 RA017 0.17 97.59 N RO029 8 0.35 71.57 RL023 0.17 97.76 N RF104 3 0.13 71.70 RK009 0.17 97.93 N RF015 8 0.35 72.05 RT065 0.17 98.10 N RX004 2 0.08 72.13 RA058 0.17 98.27 N RX006 23 1.01 73.14 RS082 0.13 98.40 N RV016 28 1.23 74.37 RP046 0.13 98.53 N RV017 30 1.32 75.69 RF104 0.13 98.66 N RB012 89 3.92 79.61 CN003 0.08 98.74 N RM055 93 4.10 83.71 RS026 0.08 98.82 N RM069 11 0.48 84.19 RT012 0.08 98.90 N RS081 17 0.75 84.94 RE020 0.08 98.98 N RZ001 1 0.04 84.98 RC068 0.08 99.06 N RN087 6 0.26 85.24 RX004 0.08 99.14 N RN012 26 1.14 86.38 CC002 0.04 99.18 N RL014 68 3.00 89.38 RR023 0.04 99.22 N RL015 19 0.83 90.21 RG026 0.04 99.26 N RA062 6 0.26 90.47 RG027 0.04 99.30 N RC039 8 0.35 90.82 RS088 0.04 99.34 N RA007 5 0.22 91.04 RS103 0.04 99.35 N RE001 78 3.44 94.48 OR014 0.04 99.42 N RY023 99 4.36 98.84 RJ001 0.04 99.46 N RZ029 15 0.66 99.50 RZ001 0.04 99.50 N รวม 2266


34 จากการเก็บข้อมูลรอบการหมุนเวียนของวัตถุดิบทั้งหมด 102 รายการ จากการวิเคราะห์ข้อมูล การแบ่งประเภทวัตถุดิบด้วยหลักการ FSN Analysis ได้ดังตารางต่อไปนี้ กลุ่ม FSN Analysis จำนวนวัตถุดิบ %การหมุนเวียน วัตถุดิบ %พื้นที่การ จัดเก็บวัตถุดิบ A F 16 80.76% 15.68 B S 32 15.30% 31.37 C N 54 3.90% 52.94 รวม 102 100.00 ตารางที่ 4.4 การแบ่งกลุ่มด้วยหลักการ FSN Analysis จากตาราง แสดงการวิเคราะห์หลักการ FSN Analysis โดยการวิเคราะห์ข้อมูลรอบการหมุ่นเวียนของ วัตถุดิบโดยผู้ศึกษาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้ ระดับ F คือกลุ่ม A มีจำนวน 16 รายการ ระดับ S คือกลุ่ม B มีจำนวน 32 รายการ ระดับ N คือกลุ่ม C มีจำนวน 54 รายการ ผู้ศึกษาแบ่งประเภทวัตถุดิบตามความถี่การใช้งาน โดยวัตถุดิบที่มีการใช้งานอยู่ตลอดจะจัดอยู่ใน F Fast Moving จัดวางอยู่ใกล้กับจุดเบิกวัตถุดิบ และวัตถุดิบที่มีการใช้งานอยู่ไม่บ่อยหรืออยู่ในระดับปาน กลางจะจัดอยู่ใน S Slow Moving และถูกจัดวางในลำดับถัดมาและวัตถุดิบที่ไม่มีการถูกเบิกใช้หรือใช้ นอยที่สุดจะจัดอยู่ใน N Non Moving จะถูกจัดวางต่อจาก S


35 ผู้วิจัยได้แสดงการจัด Location ตามการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ ภาพที่4.1 ผังการจัด Location


36 การควบคุมด้วยการมองเห็น ( Visual Control ) ผู้วิจัยใช้ป้ายบ่งชี้ติดตรงหน้าวัตถุดิบแต่ละประเภท เพื่อให้พนักงานสะดวกต่อการมองเห็น เพื่อ ง่ายต่อการค้นหาและหยิบวัตถุดิบ ภาพที่4.2 ป้ายบ่งชี้สินค้า


37 จากการวิเคราะห์ข้อมูลการแบ่งประเภทวัตถุดิบได้ทำการจับเวลาก่อนและหลังการปรับปรุง โดย มีการเริ่มการจับเวลาตั้งแต่พนักงานรับใบรายการเบิกและทำการค้นหาและหยิบวัตถุดิบ ดังตารางต่อไปนี้ ระยะเวลาในการหยิบวัตถุดิบต่อหนึ่งใบรายการเบิกหลังปรับปรุง Code เวลาที่ใช้ก่อนปรับปรุง (นาที) เวลาที่ใช้หลังปรับปรุง (นาที) RA055 15 7 RC068 13 5 RB047 10 5 RS001 60 10 CR001 2 1 RE016 9 2 RR027 16 11 RS013 34 8 RD043 11 2 RN001 5 2 RP044 23 7 RW006 89 8 รวมค่าเฉลี่ย 23.91 5.66 ตารางที่ 4.5 ระยะเวลาในการหยิบวัตถุดิบต่อหนึ่งใบรายการเบิกหลังปรับปรุง 4.5 การวิเคราะห์และแปลผลการวิจัย จากการที่ผู้วิจัยได้ศึกษาวิเคราะห์ปัญหา การวิจัยเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพตำแหน่งการจัด วางของวัตถุดิบ ผลการศึกพบว่า ปัญหาที่พนักงานใช้เวลานานในการค้นหาและหยิบสินค้านั้น เกิดจากรูปแบบการ จัดเก็บวัตถุดิบของทางบริษัทกรณีศึกษาคือ บริษัทกรณีศึกษาไม่ได้มีระบบในการเก็บวัตถุดิบ ไม่มีการ กำหนดตำแหน่งในการจัดเก็บวัตถุดิบที่ชัดเจน เมื่อแผนกวางแผนและจัดซื้อทำการสั่งซื้อวัตถุดิบ เมื่อ Suppliers มาส่งทำ ให้พนักงานทำการจัดเก็บวัตถุดิบ โดยวางวัตถุดิบบริเวณตำแหน่ง ที่ว่าง หรือการ


38 เบิกจ่ายวัตถุดิบเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการผลิต พนักงานคลังสินค้าใช้เวลาในการค้นหาและหยิบ วัตถุดิบนาน จากการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดตำแหน่งการจัดวางของวัตถุดิบตามความถี่การใช้งานและทำการ ควบคุมการมองเห็นทำให้การมองเห็นวัตถุดิบง่ายขึ้น ในการหยิบสินค้าแบบก่อนปรับปรุงนั้น เวลาพี่ พนักงานใช้ในการหยิบวัตถุดิบแต่ละหนึ่งใบรายการเบิกเฉลี่ย 23.91 นาทีและเมื่อนำการจัดวางแบบ ใหม่พร้อมกับการจัดกลุ่ม สินค้าแบบ FSN Analysis เข้าไปปรับปรุงทำให้ค่าเฉลี่ยในการหยิบวัตถุดิบ แต่ละหนึ่งใบรายการเบิกเท่ากับ 5.66 นาที


39 บทที่ 5 สรุปและข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพตำแหน่งการจัดวางของวัตถุดิบ กรณีศึกษาบริษัท อควา โกล แลบบอรอทอรีส์จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดพื้นที่ตำแหน่งการจัดวางของวัตถุดิบ ภายในคลังสินค้าที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดเก็บวัตถุดิบภายในคลังสินค้าและ ศึกษาระยะเวลาในการค้นหาและการหยิบวัตถุดิบของพนักงาน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้นำเอาการ วิเคราะห์แผนผังสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) การแบ่งกลุ่มสินค้าแบบ FSN Analysis ซึ่งเป็นเครื่องมือในการจัดแบ่งประเภทวัตถุดิบและการควบคุมด้วยการมองเห็น ( Visual Control ) โดยผู้วิจัยได้นำเอาข้อมูลปริมาณการใช้วัตถุดิบของเดือนมกราคม - ธันวาคม พ.ศ. 2565 ข้อมูลย้อนหลัง 1 ปีมาทำการวิจัยและทำการทดลองเวลา ระยะเวลาในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบมา เปรียบเทียบระหว่างก่อนปรับปรุงกับการจัดเก็บวัตถุดิบแบบใหม่หลังการปรับปรุง 5.1 สรุปผลการวิจัย จากปัญหาที่พบพนักงานใช้เวลาในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบนานนั้น สาเหตุเกิดจากการที่บริษัท ไม่ได้มีระบบในการเก็บวัตถุดิบ ไม่มีการกำหนดตำแหน่งในการจัดเก็บวัตถุดิบที่ชัดเจน เมื่อแผนกวางแผน และจัดซื้อทำการสั่งซื้อวัตถุดิบ เมื่อ Suppliers มาส่งทำ ให้พนักงานทำการจัดเก็บวัตถุดิบ โดยวางวัตถุดิบ บริเวณตำแหน่ง ที่ว่าง หรือการเบิกจ่ายวัตถุดิบเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการผลิต พนักงานคลังสินค้าใช้เวลา ในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบนาน ได้นำการจัดกลุ่มสินค้าแบบ FSN Analysis เข้ามาปรับปรุง สามารถจัด วางวัตถุดิบแบ่งกลุ่มรายการได้ 102 รายการ ได้แก่วัตถุดิบกลุ่ม F 16 รายการ วัตถุดิบกลุ่ม S 32 รายการ วัตถุดิบกลุ่ม N 54 รายการ


40 ผลการวิจัย จากการจัดตำแหน่งของการวางวัตถุดิบแบบใหม่ ในการค้นหาและการหยิบวัตถุดิบ แบบก่อนปรับปรุงนั้น เวลาพี่พนักงานใช้ในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบแต่ละหนึ่งใบรายการเบิกเฉลี่ย 23.91 นาทีและเมื่อผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดตำแหน่งการวางวัตถุดิบตามความถี่การใช้งาน และทำการควบคุมด้วยการมองเห็นทำให้การมองเห็นวัตถุดิบนั้นง่ายขึ้น ผลการวิเคราะห์พบว่าหลังจาก การปรับปรุงตามหลักการ FSN Analysis ส่งผลให้การค้นหาและหยิบวัตถุดิบนั้นไวขึ้นเพราะว่ามีการจัด วางเป็นระบบและมองเห็นง่ายเมื่อเทียบกับการจัดวางรูปแบบเดิม หลังจากการปรับปรุงการใช้เวลาในการ ค้นหาวัตถุดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 5.66 นาที การจัดการระบบการจัดเก็บนั้นทำให้การวางตำแหน่งวัตถุดิบนั้น ตายตัวทำให้พนักงานหาวัตถุดิบได้เร็วขึ้นเมื่อมีป้ายบ่งชี้และวัตถุดิบถูกจัดวางตามความถี่การเคลื่อนไหว ด้วยหลักการ FSN Analysis เพื่อให้พนักงานไม่เสียเวลาในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบที่มีการเบิกบ่อย 5.2 อภิปรายผลการวิจัย จากการวิเคราะห์งานวิจัยการปรับปรุงประสิทธิภาพตำแหน่งของการจัดวางวัตถุดิบ โดยการ ประยุกต์ใช้วิธีการวิเคราะห์จัดแบ่งวัสดุตามความถี่ในการใช้งาน กรณีศึกษา บริษัท อควา โกล แลบบอรอ ทอรีส์ จำกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดวางวัตถุดิบโดยนำแผนผังแสดงเหตุผล ( Cause and effect diagram ) มาค้นหาต้นเหตุของปัญหา พบว่าสาเหตุเกิดจากการจัดเก็บที่ไม่มีประสิทธิภาพ ขาดการ วางแผนในคลังสินค้า 1) การใช้เวลานานในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบ แก้ไขโดยการ Layout ในการวาง วัตถุดิบให้ชัดเจน จัดลำดับการจัดเก็บใหม่ 2) ไม่มีป้ายบ่งชี้ตำแหน่งของวัตถุดิบที่ชัดเจน แก้ไขโดยทำป้าย บ่งชี้ให้ตรงกับวัตถุดิบ จากการศึกษาสภาพปัญหาที่พบในบริษัท พบว่ายังมีการแบ่งประเภทวัตถุดิบคงคลังที่ต้องควบคุม ทางผู้วิจัยจึงได้ประยุกต์ใช้การวิเคราะห์เอฟเอสเอ็น (FSN Analysis) เพื่อหารายการวัตถุดิบที่มีอัตรา หมุนเวียนสูงไปถึงต่ำเพื่อลดระยะเวลาการค้นหาและการหยิบวัตถุดิบตามวัตถุประสงค์โดยการประยุกต์ใช้ การวิเคราะห์เอฟเอสเอ็น (FSN Analysis) เพื่อแบ่งประเภทจัดลำดับ ความสำคัญ จะทำให้ทราบว่า วัตถุดิบรายการใดเป็นวัตถุดิบที่มีหรือไม่มีอัตราความถี่หรือไม่มีอัตราการหมุนเวียน โดยเรียงลำดับรายการ วัตถุดิบที่มีอัตราการหมุนเวียนสูงไปหาต่ำ โดยวัตถุดิบประเภทกลุ่ม F มีจำนวน ทั้งหมด 12 รายการ หรือ คิดเป็นร้อยละ 80.76% วัตถุดิบประเภทกลุ่ม N มีจำนวนทั้งหมด 32 รายการ หรือคิดเป็นร้อยละ 15.30% วัตถุดิบประเภทกลุ่ม N มีจำนวนทั้งหมด 54 รายการ มีหรือคิดเป็นร้อยละ 3.90% และนำ แผนผังการจัดวางวัตถุดิบมาวิเคราะห์ก่อนปรับปรุงพบว่า มีการวางวัตถุดิบปะปนกัน ทำให้เกิดความล่าช้า


41 ในการค้นหาและหยิบวัตถุดิบจึงได้ทำการจัดแผนผังใหม่การวางวัตถุดิบตามแผนผัง (FSN Analysis) พบว่า เวลาในการหยิบวัตถุดิบก่อนปรับปรุงของพนักงานคลังสินค้า เฉลี่ย 23.91 นาทีและเวลาหยิบ วัตถุดิบหลังปรับปรุงของพนักงาน คลังสินค้า เฉลี่ย 5.66 นาทีและใช้การควบคุมด้วยการมองเห็นด้วย ใบ ตรวจสอบ ( Check Sheet ) เพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็น 5.3 ข้อเสนอแนะ 1. เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดวางสินค้าทำให้ผู้ปฏิบัติงานควรมีการฝึกอบรมและ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพื่อสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2. คลังสินค้าของบริษัทกรณีศึกษาควรมีมาตรฐานที่ชัดเจนเพื่อเป็นการสร้างระเบียบในการ ทํางานเพื่อความเข้าใจตรงกันในการปฏิบัติงาน 3. บริษัทกรณีศึกษาควรนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการบริหารจัดการคลังสินค้า เช่น ระบบ บาร์โค้ด เพื่อความแม่นยำ สะดวกและรวดเร็วในการปฏิบัติงานเพิ่มมากยิ่งขึ้น 4. เนื่องจากยอดการจำหน่ายสินค้าของบริษัทมีปริมาณเพิ่มขึ้นในทุก ๆ เดือน ดังนั้นทางบริษัท ควรคำนึงถึงพื้นที่ในการจัดเก็บวัตถุดิบที่ต้องเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนี้พื้นที่คลังเก็บสิวัตถุดิบ มีPackaging เก็บรวมอยู่ด้วยจึงทำให้พื้นที่เหลือสำหรับการเก็บ วัตถุดิบน้อยลง ดังนั้นหากนำเทคนิคการ วาง Layout และการแบ่งกลุ่มสินค้าไปประยุกต์ใช้กับการ จัดเก็บวัตถุดิบ และ Packaging จะสามารถทำ ให้มีพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน 5.4 ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องในอนาคต การวิเคราะห์จัดแบ่งวัสดุตามถี่ในการใช้งาน ควรมีการปรับปรุง ปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ โดยการ รวบรวมข้อมูลของแต่ละเดือนจากการเบิกวัตถุดิบ


42 บรรณานุกรม ศึกษาเรื่องการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร คลังสินค้า กรณีศึกษาบริษัท ABC จํากัด วิภา ชื่นเพ็ชร (2560) ทำการศึกษาการวางผังคลังสินค้าสำเร็จรูปบริษัทกรณีศึกษา AAA ชยุตม์บรรเทิงจิตร (2561) ศึกษาระบบคลังสินค้าของโรงงานผลิตบล็อกแก้ว ณัฐนนท์รุ่งเจริญ (2561) ศึกษาการออกแบบผังการจัดเก็บวัสดุและอุปกรณ์สิ้นเปลือง ด้วยเทคนิค ABC analysis กระบวนการจัดการคลังสินค้า. (2558). สืบค้นจาก (http://sungkomonline.com/file/Webboard_ans.php ) จุฑาเทียนไทย, 2548, แผนผังก้างปลา (Ishikawa Diagram ), มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรุงเทพฯ ณัฐ พล กำจรจิรพันธ์และรวนกานต์ศรีนนท์. (2554). การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บสินค้าและ วัตถุดิบ กรณีศึกษาบริษัท AA Steel (ประเทศไทย) จำกัด, งานนิพนธ์บริหารธุรกิจ มหาบัณฑิต, สาขาวิชาการ จัดการโลจิสติกส์, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, ณัติที่ ว่องกิจเจริญ (2554). การปรับปรุงประสิทธิภาพการ จัดเก็บวัตถุดิบในคลังสินค้ากรณีศึกษา บริษัท ไอเอสเอส ฟาซิลิตี้เซอร์วิส จํากัด (2554). สืบค้นจาก http://logisticscorner.com/index.php?option=com_content&view=article&id=2 678:—— ——-2554&catid=59:warehouse-management&Itemid=76 ปรียานุช อินทนนท์. (2556). การปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคลังสินค้า, วิทยานิพนธ์วิทยา ศาตรมหาบัณฑิต, การจัดการการขนส่งและโลจิสติกส์, คณะโลจิสติกส์, มหาวิทยาลัยบูรพา วลัยลักษณ์อัตธีรวงศ์. (2553). การบริหารสินค้าคงคลัง, หลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารระดับกลาง โครงการพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชน, สำนักงาน คณะกรรมการการ อุดมศึกษา (สกอ.) วิยดา สังโชติ, 2558, การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังสินค้าสำเร็จรูป กรณีศึกษา โรงงานผลิต กระดาษเคลือบซิลิโคน, หลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชา การจัดการโลจิสติกส์และโซ่ อุปทาน คณะโลจิสติกส์, มหาวิทยาลัยบูรพา


Click to View FlipBook Version