The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 5 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานมัคคุเทศก์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ptpatcharin, 2020-06-23 02:07:23

บทที่ 5 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานมัคคุเทศก์

บทที่ 5 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานมัคคุเทศก์

บทท่ี 5
กฎหมายทเ่ี กี่ยวข้องกับงานมคั คเุ ทศก์

ธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นธุรกิจท่ีเกี่ยวข้องกับการเดินทางของนักท่องเท่ียวท่ัวโลกจึงมีความจาเป็นที่
จะตอ้ งทราบเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ทีเ่ กีย่ วข้องกบั การปฏบิ ัติงานของผู้ประกอบการ ผูใ้ หบ้ ริการ
ตลอดจนการควบคุมพฤติกรรมของนักท่องเท่ียวให้ถูกต้องและเหมาะสม เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการตรวจคน
เข้าเมือง กฎหมายเก่ียวกับภาษีอากรและศุลกากร กฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ ป่าสงวนแหง่ ชาติ อุทยานแห่งชาติ
และกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พระราชบัญญัติธุรกิจนาเที่ยวและมัคคุเทศก์ พระราชบัญญัติ
โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวตั ถแุ ละพิพธิ ภัณฑสถานแห่งชาติ ในท่นี ้ีจะขอกลา่ วถงึ สาระสาคญั ของกฎหมาย
ที่เก่ยี วข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักท่องเท่ียว มัคคเุ ทศก์ ผูป้ ระกอบการ และหนว่ ยงานอื่นๆ
ทเ่ี ก่ยี วข้องกับการให้บริการนักทอ่ งเท่ยี ว

5.1 กฎหมายเกีย่ วกบั การตรวจคนเขา้ เมอื ง
พระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ. 2522 ได้บัญญัติไว้ว่า คนต่างด้าว หมายถึง บุคคลธรรมดาที่ไม่มี

สัญชาติไทย คนเข้าเมือง หมายถึง คนต่างด้าวท่ีเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนพนักงานเจ้าหน้าที่ หมายถึง
เจ้าพนักงานซ่ึงรัฐมนตรี(มหาดไทย)แต่งตั้งเพ่ือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 (ละเอียด
ศิลานอ้ ย, 2558: 59-60)

มาตรา 12 ห้ามมิใหค้ นตา่ งดา้ วซ่ึงมลี กั ษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนเ้ี ข้ามาในราชอาณาจักร
1) ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอันถูกต้องและยังสมบูรณ์อยู่ หรือ

มีหนังสือเดินทางแต่ไม่ได้รับการตรวจลงตราในหนังสือเดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางจาก
สถานทูตหรือสถานกงสลุ ไทยในตา่ งประเทศหรือจากกระทรวงต่างประเทศ เว้นแต่กรณีท่ีไม่ต้องมีการตรวจลง
ตราสาหรับคนต่างดา้ วบางประเภทเป็นกรณพี เิ ศษ

2) ไม่มปี ัจจยั ในการยงั ชพี ตามควรแกก่ รณีที่เข้ามาในราชอาณาจักร
3) เข้ามาเพื่อมีอาชีพเป็นกรรมกร หรือเข้ามาเพ่ือรับจ้างทางานด้วยกาลังกายโดยไม่ได้อาศยั
วิชาความรู้หรือการฝึกทางวิชาการ หรือเข้ามาเพื่อทางานอื่นอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการทางานของ
คนต่างด้าว
4) วิกลจรติ หรอื มีโรคอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กาหนดในกฎกระทรวง(โรคเรื้อน วัณโรคระยะ
อนั ตราย โรคเทา้ ชา้ งระยะปรากฏอาการน่ารังเกียจ โรคยาเสพติดใหโ้ ทษ โรคซิฟิลิสระยะท3่ี เปน็ ต้น)
5) ยังมไิ ด้ปลูกฝีป้องกันไข้ทรพษิ หรือฉดี วคั ซีนหรือปฏบิ ัติการอย่างอื่นตามวชิ าการแพทย์เพ่ือ
ป้องกนั โรคติดตอ่ ตามท่กี ฎหมายบญั ญัติและไมย่ อมใหแ้ พทยต์ รวจคนเขา้ เมืองกระทาการเช่นวา่ น้ัน

6) เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาของศาลไทยหรือคาส่ังท่ีชอบด้วยกฎหมายหรือคา
พิพากษาของศาลต่างประเทศเว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทาโดยประมาท
หรอื ความผิดที่ยกเว้นไว้ในกฎกระทรวง

7) มีพฤติกรรมเป็นที่น่าเช่ือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรอื จะก่อเหตุร้ายใหเ้ กิดอันตราย
ต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความม่ันคงแห่งราชอาณาจักรหรือบุคคลซ่ึงเจ้าหน้าที่
รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจบั

8) มีพฤติกรรมเป็นที่น่าเชื่อว่าเข้ามาเพื่อการค้าประเวณี การค้าหญิงหรือเด็ก การค้ายาเสพ
ติดใหโ้ ทษ การลกั ลอบหนภี าษีศลุ กากรหรือเพื่อประกอบกิจการอื่นท่ีขดั ต่อความสงบเรียบร้อยหรอื ศีลธรรมอัน
ดขี องประชาชน

9) ไมม่ เี งนิ ตดิ ตวั หรือไมม่ ปี ระกนั ตามทรี่ ฐั มนตรปี ระกาศตามมาตรา 14
10) รฐั มนตรีไม่อนญุ าตใหเ้ ข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรา 16
11) ถูกรัฐบาลไทยหรือรัฐบาลต่างประเทศเนรเทศหรือถูกเพิกถอนสิทธิการอยู่อาศัยใน
ราชอาณาจักรหรือในต่างประเทศมาแล้วหรือถูกพนักงานเจ้าหน้าท่ีส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร โดย
รัฐบาลเสียคา่ ใช้จ่ายทั้งน้ีเวน้ แต่รฐั มนตรไี ดพ้ จิ ารณายกเว้นให้เป็นกรณีพเิ ศษเฉพาะราย
12) การตรวจวนิ ิจฉัยโรคทางร่างกายหรือจติ ใจ ตลอดจนการปฏิบตั กิ ารเพ่อื ป้องกันโรคติดต่อ
ใหใ้ ช้แพทย์ตรวจคนเข้าเมือง
มาตรา 34 คนต่างด้าวซงึ่ จะเข้าในราชอาณาจักรเป็นการชว่ั คราวไดจ้ ะต้องเข้ามาเพื่อการดงั ต่อไปน้ี
1) การปฏบิ ัติหนา้ ทที่ างทตู หรือกงสุล
2) การปฏบิ ตั หิ น้าทท่ี างราชการ
3) การทอ่ งเทีย่ ว
4) การเล่นกฬี า
5) ธรุ กจิ
6) การลงทนุ ทีไ่ ด้รบั ความเหน็ ชอบจากกระทรวง ทบวง กรม ท่ีเกยี่ วขอ้ ง
7) การลงทุนหรือการอ่ืนที่เกี่ยวกับการลงทุนภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการ
ลงทนุ
8) การเดินทางผ่านราชอาณาจักร
9) การเป็นผู้ควบคุมพาหนะหรือคนประจาพาหนะท่ีเข้ามายังท่าสถานี หรือท้องท่ีใน
ราชอาณาจักร
10) การศึกษาหรอื ดงู าน
11) การปฏิบตั ิหนา้ ทส่ี อื่ มวลชน

12) การเผยแผ่ศาสนาท่ีได้รบั ความเห็นชอบจากกระทรวง ทบวง กรมทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
13) การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์หรือฝึกฝนในสถาบันการค้นคว้าหรือสถาบันการศึกษาใน
ราชอาณาจักร
14) การปฏิบตั งิ านด้านการชา่ งฝมี ือหรือผู้เชย่ี วชาญ
15) การอ่นื ตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง
หนงั สอื เดินทาง(Passport)
หนังสือเดินทาง(Passport) หมายถึง เอกสารทางราชการที่แสดงการมีสัญชาติของผู้ถือและให้ความ
คุ้มครองแก่เขาเม่ือเดินทางออกไปต่างประเทศ ลักษณะหรือหน้าที่ของหนังสือเดินทางจะคล้ายคลึงกับบัตร
ประจาตัวประชาชน คือเป็นหนังสือแสดงตน แต่หนังสือเดินทางใช้แสดงตนแก่สังคมโลก ส่วนบัตรประจาตัว
ประชาชนจะใชแ้ สดงตัวตนภายในประเทศ
ลักษณะของหนังสือเดินทางน้ันจะต้องออกให้โดยรัฐบาลของประเทศท่ีผู้ถือสังกัดอยู่โดยจะต้อง
รายละเอียดปรากฏ ได้แก่ เลขท่ี ช่ือ นามสกุล สัญชาติ อาชีพ วัน เดือน ปี เกิด สถานที่เกิด ภูมิลาเนา
รูปพรรณ สันฐาน ลักษณะสว่ นบคุ คล คอื สว่ นสงู สีผม สีตา และตาหนิ ภาพถ่ายของผูถ้ อื หนังสือเดินทาง และ
วันเดือนปีท่ีหนังสือเดินทางออกใช้และหมดอายุ เป็นต้น และกรณีที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยก็
จะต้องมีการประทับตราหรอื ตรวจลงตรา(Visa) ข้อความระบุให้ผู้ถือใช้หนงั สอื เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
ไทยได้หรือให้ใช้เดินทางได้เป็นการท่ัวไปโดยไม่มีข้อความห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยนอกจากนี้ต้อง
เป็นหนังสอื เดนิ ทางทม่ี ีอายกุ ารใชไ้ ดส้ มบูรณข์ ณะทเ่ี ดินทางเขา้ มาประเทศไทย(ละเอยี ด ศิลานอ้ ย, 2558: 61)
ชนิดของหนงั สอื เดนิ ทาง
1) หนังสือเดินทางทูต (Diplomatic Passport ) เป็นหนังสือเดินทางที่รฐั บาลออกให้แก่เจ้าหน้าท่ีทตู
กงสุลของประเทศน้ันๆ อาจรวมถึงบุคคลท่ีทาหน้าที่เป็นผู้แทนของประเทศของตนที่ไปปฎิบัติหน้าที่ใดๆ
โดยเฉพาะเรอ่ื งด้วยก็ได้
2) หนงั สือเดินทางราชการ(Official Passport หรอื Service Passport )เป็นหนงั สอื เดนิ ทางทรี่ ัฐบาล
ออกให้แกข่ ้าราชการหรอื บคุ คลอื่นๆใชถ้ อื ไปราชการตา่ งประเทศ
3) หนังสือเดินทางธรรมดา(Ordinary Passport) เป็นหนังสือเดินทางที่รัฐบาลออกให้แก่คนสัญชาติ
ของตน เพอื่ เดนิ ทางออกนอกประเทศได้
4) หนังสือเดินทางขององค์การสหประชาชาติ (United Nation Passport) เป็นเอกสารที่องค์การ
สหประชาชาตอิ อกให้แก่เจ้าหน้าที่ในหนว่ ยงานซงึ่ อาจเปน็ สัญชาติใดก็ได้
5) หนังสือเดินทางหมู่ (Collective Passport) เป็นหนังสือเดินทางท่ีรัฐบาลออกให้แก่กลุ่มคณะท่ี
เดนิ ทางไปตา่ งประเทศพร้อมกนั เช่น หนงั สอื เดินทางหมูข่ องขา้ ราชการที่เดินทางไปดูงานต่างประเทศ

การตรวจลงตรา (Visa)
การตรวจลงตรา (Visa) หมายถึง การประทับตราหรือการลงชื่อในหนังสือเดินทางหรือเอกสารที่ใช้
แทนหนังสือเดินทางเพ่ือเป็นการแสดงว่าเจ้าหน้าที่ของประเทศซ่ึงถือหนังสือเดินทางประสงค์จะเดินทางเข้า
หรือผา่ นไปไดร้ บั อนญุ าตให้เขา้ เมอื งหรอื ผ่านเมืองไปได้ ประเทศไทยมกี ารตรวจลงตราจาแนกได้ 8 ชนิดดงั น้ี
(ละเอียด ศลิ าน้อย, 2558: 61)
1) ประเภททตู (Diplomatic Visa) 90 วัน
2) ประเภทราชการ (Official ViSa) 90 วนั
3) ประเภทคนอยู่ชว่ั คราว (Non Immigrant Visa) 90 วนั
4) ประเภทนักท่องเที่ยว (Tourist Visa ) สามารถขอได้ 2 แห่ง คือ ขอได้ที่สถานทูตไทยหรือสถาน
กงสุลไทยท่ีต้ังอยู่ ณ ต่างประเทศ 60 วัน และขอได้อีกที่หน่ึง ณ ช่องทางที่เดินทางเข้าประเทศไทย เรียกว่า
(Visa on Arrival) 15 วัน
5) ประเภทคนเดินทางผา่ นราชอาณาจกั ร (Transit Visa ) 60 วัน
6) ประเภทคนเข้ามามีถิ่นท่ีอย่ใู นราชอาณาจักร (Immigrant Visa ) (ปัจจุบันไม่มีการออกให้อกี แลว้ )
7) ประเภทคนเข้าเมอื งนอกกาหนดจานวนคนตา่ งดา้ ว (Non-Quota Immigrant Visa) 1 ปี
8) ประเภทอัธยาศยั ไมตรี (Courtesy Visa) 90 วัน

คนต่างด้าวซึ่งจะเข้าในราชอาณาจักรจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ ด้วยเหตุต่างๆ ดังน้ี (ละเอียด
ศลิ านอ้ ย, 2558: 62)

1) ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทางทูตหรือกงสุล (Diplomatic) อยู่ได้ตามระยะเวลาที่จาเป็นตามท่ีตกลงกัน
ระหวา่ งประเทศ กาหนดรหัส “D”

2) ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทางราชการหรือสหประชาชาติ (Official) อยู่ได้ตามระยะเวลาท่ีจาเป็นตามที่ตกลง
กนั ระหวา่ งประเทศ กาหนดรหสั “F”

3) ผู้มาทัศนาจรหรอื ทอ่ งเท่ียว (Tourist) อยู่ไดไ้ มเ่ กนิ 90 วนั กาหนดรหัส “TR”
4) ผูเ้ ขา้ มาเลน่ กีฬา (Sport) อยู่ไดไ้ ม่เกิน 30 วัน กาหนดรหสั “S”
5) ธรุ กจิ (Business) อยู่ไดไ้ มเ่ กิน 1 ปี กาหนดรหสั “S”
6) การลงทุนท่ีได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง ทบวง กรม ที่เก่ียวข้อง (Investment Through
Ministry) อย่ไู ดไ้ มเ่ กนิ 2 ปี กาหนดรหัส “IM”
7) การลงทุนหรือการอ่ืนท่ีเก่ียวกับการลงทุนภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
(Investment Through B.O.I.) ตามกาหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนพิจารณาเห็นสมควร
กาหนดรหสั “IB”

8) การเดนิ ทางผ่านราชอาณาจกั ร (Transit) อยไู่ ดไ้ ม่เกิน 30 วนั กาหนดรหัส “TS”
9) การเป็นผู้ควบคุมพาหนะหรือคนประจาพาหนะที่เข้ามายังท่าสถานี หรือท้องท่ีในราชอาณาจักร
(Captain or Crew) อยูไ่ ด้ไมเ่ กิน 30 วัน กาหนดรหสั “C”
10) การศึกษาหรือดงู าน (Education) อยู่ได้ไมเ่ กนิ 1 ปี กาหนดรหสั “ED”
11) การปฏบิ ัตหิ นา้ ทส่ี ือ่ มวลชน (Mass Media of Communication) อยู่ได้ไม่เกนิ 1 ปี กาหนด รหัส
“M”
12) การเผยแผศ่ าสนาท่ีได้รบั ความเหน็ ชอบจากกระทรวง ทบวง กรมทเ่ี กี่ยวข้อง (Religion) อยู่ได้ไม่
เกนิ 1 ปี กาหนดรหัส “R”
13) การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์หรือฝึกฝนในสถาบันการค้นคว้าหรือสถาบันการศึกษาใน
ราชอาณาจกั ร (Research and Science) อยไู่ ด้ไมเ่ กนิ 1 ปี กาหนดรหสั “RS”
14) การปฏิบัตงิ านดา้ นการช่างฝมี อื หรอื ผเู้ ชย่ี วชาญ (Expert) อยไู่ ด้ไม่เกิน 1 ปี กาหนดรหัส “EX”
15) การอน่ื ตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง (Other) อยไู่ ด้ไม่เกิน 1 ปี กาหนดรหัส “O”
อย่างไรก็ตามคนต่างด้าวสามารถเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้โดยไม่ต้องมีการประทับตราหรือ
ตรวจลงตรา ณ สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยถา้ หากเปน็ ผ้ถู ือหนังสือเดินทางของประเทศทีร่ ัฐบาลของประเทศ
น้นั ได้ทาความตกลงกับรัฐบาลไทย ดงั น้ี (ละเอียด ศิลาน้อย, 2558: 62-64)
1) หนงั สือเดนิ ทางทวั่ ไป

1.1) เม่ือเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้รับอนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน ได้แก่ ประเทศ
สาธารณรัฐเกาหลี บราซิล เปรู ชิลี

1.2) ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางของประเทศท่ีรัฐมนตรีกาหนด
โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและเดินทางเข้ามาเพ่ือการท่องเท่ียว อนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน ซ่ึง
จะต้องมีต๋ัวโดยสารหรือเอกสารใช้เดินทางกลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้ภายในกาหนด มีจานวน 39
ประเทศ

2) ผู้ถือหนงั สือเดนิ ทางราชการหรอื ทตู
2.1) เดินทางเข้ามาจะอนญุ าตให้อยูไ่ ด้ไมเ่ กนิ 30 วนั มจี านวน 5 ประเทศ
2.2) เดนิ ทางเข้ามาจะอนุญาตใหอ้ ยไู่ ด้ไมเ่ กิน 90 วนั มีจานวน 27ประเทศ

3) ผู้เดินทางมาจากประเทศท่ีไม่มีสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยอยู่ตามที่รัฐมนตรีกาหนด โดยความ
เห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

4) ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็น
การชั่วคราวเพ่ือการประชุมหรือการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศซึ่ งรัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพหรือได้รับความ
เห็นชอบจากกระทรวง ทบวง กรม ทีเ่ กีย่ วขอ้ งเมื่อเดินทางเข้ามาจะได้รบั อนญุ าตใหอ้ ยู่ไดไ้ ม่เกิน 30 วนั

5) ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางของประเทศสมาชิกกลุ่มความร่วมมือ
ทางเศรษฐกจิ เอเชยี -แปซฟิ ิก และมีบัตรเดินทางสาหรบั นักธุรกจิ เอเปค เข้ามาในราชอาณาจกั รเปน็ การช่ัวคราว
เพอื่ ประกอบธรุ กจิ เพมือ่ เดินทางเขา้ มาจะไดร้ ับอนุญาตให้อยไู่ ด้ไมเ่ กนิ 90 วัน มี 21 ประเทศ

ขอ้ ควรปฏิบัติ และข้อหา้ มสาหรับคนต่างดา้ วท่เี ข้ามาอย่ใู นราชอาณาจกั รชว่ั คราวทสี่ าคญั ๆ
1) ห้ามประกอบอาชีพหรือทางานรับจ้าง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่
อธิบดีมอบหมาย(ฝ่าผืนจะต้องโทษปรับได้ถึง 10,000 บาทหรือจาคุกได้ถึง 1 ปี หรือท้ังจาท้ังปรับ และยังอาจ
ถกู ดาเนินคดฝี ่าฝนื พ.ร.บ.การทางานของคนตา่ งดา้ วพ.ศ. 2521 อกี ด้วย)
2) ต้องพักอาศยั ในทีพ่ ักซ่ึงได้แจ้งไว้แกเ่ จา้ พนกั งานเท่าน้ัน และแจ้งให้พนักงานเจา้ หน้าที่ทราบเมื่อเข้า
พักภายใน 24 ช่ัวโมง รวมทั้งหากได้รับอนุญาตให้อยู่เกิน 90 วัน ได้เม่ือครบกาหนด 90 วันก็ต้องแจ้งให้ทราบ
อีกด้วยมิฉะน้ันจะมโี ทษ
3) ต้องพักอาศัยในที่พักซึ่งได้แจ้งไว้แก่เจ้าพนักงาน มิฉะน้ันจะมีโทษ ท้ังน้ีหากจาเป็นต้องย้ายที่พัก
อาศัยก็จะต้องแจ้งเมื่อย้ายเข้าไปที่ใหม่แล้วภายใน 24 ชั่วโมง (แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือ
เจ้าหน้าที่ตารวจ ณ โรงพักในท้องที่ซึ่งไม่มีสานักงานตรวจคนเข้าเมือง) หากฝ่าฝืนไม่แจ้งจะมีโทษ หรือหาก
เดินทางไปต่างจังหวัด และพักอยู่เกินกว่า 24 ชั่วโมงต้องแจ้งเจ้าพนักงานเจ้าหน้าท่ีภายใน 48 ชั่วโมงนับแต่
เวลาที่เดินทางไปถงึ
4) เจ้าบ้านท่ีคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยก็ต้องแจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่คนต่าง
ด้าวเข้าพักอาศัย
5) คนต่างด้าวต้องไม่อยู่เกินกาหนดที่ได้รับอนุญาตจากตรวจคนเข้าเมือง มิฉะน้ันจะมีโทษ(ยกเว้นได้
ขอต่ออายุการอยู่ตอ่ แลว้ ) โดยแยกเป็น 2 กรณี ดังน้ี

5.1) ไปแสดงตัวต่อพนักงานเจา้ หน้าท่ี ณ ด่านตรวจคนเข้าเมอื งท่ีคนต่างด้าวกาลังจะเดินทาง
ออกนอกราชอาณาจกั ร จะถกู ปรบั การอยเู่ กินกาหนดวันละ 200 บาท แตไ่ ม่เกนิ 2,000 บาท

5.2) หากเป็นกรณีท่ีอยู่เกินแล้วพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตารวจไปพบ
และจับกุมขณะท่ียังอยู่ในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจาคุกได้ถึง 2 ปี หรือปรับได้สูงถึง 20,000 บาท หรือ
ทง้ั จาทง้ั ปรับ และเมอ่ื พน้ โทษหรอื คดีส้ินสดุ ลงแล้วต้องถกู ควบคุมตัวสง่ กลบั ออกนอกราชอาณาจกั ร

6) กรณีที่คนต่างด้าวมีความประสงค์จะขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเกินกว่าท่ีได้รับอนุญาตไว้เม่ือตอน
เดินทางเข้ามา คนต่างด้าวจะต้องย่ืนคาร้องขออยู่ต่อที่สานักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ณ ด่านตรวจคนเข้า
เมืองในพื้นที่ โดยชาระค่าธรรมเนียมคนละ 1,900 บาท ส่วนกาหนดระยะเวลาการได้รับอนุญาตจะข้ึนอยู่กับ
ประเภทการอนุญาตท่ไี ดร้ บั เม่ืองแรกเดินทางเขา้ มาและเหตผุ ลพร้อมท้งั หลักฐานเอกสารประกอบการพิจารณา
ในส่วนท่เี กีย่ วขอ้ ง

เม่อื หนังสอื เดินทางสูญหาย
1) ต้องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตารวจ ณ สถานีตารวจในพื้นที่เกิดเหตุแล้วขอคัดสาเนาประจาวันเพ่ือ
นามาดาเนินการตามขอ้ 2 ต่อไป
2) ตดิ ต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลของคนต่างดา้ วผ้นู ้ัน เพอ่ื ขอหนังสือเดินทางเล่มใหม่ หรือเอกสารใช้
แทนหนังสือเดินทาง หากไม่มีสถานทูต และสถานกงสุลของประเทศของคนต่างด้าวนั้นในประเทศไทยก็ให้
ติดต่อทก่ี ระทรวงการต่างประเทศของไทยโดยตรง จากนั้นดาเนนิ การตามขอ้ 3 ต่อไป
3) ติดต่อกับสานักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือด่านตรวจคนเข้าเมืองในพื้นท่ีซ่ึงมีศูนย์ข้อมูล เพื่อขอให้
ตรวจสอบหลักฐานการเดินทางเข้ามาและรับสาเนาตราประทับขาเข้าลงไปในเอกสารที่ทาขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้
ประกอบการเดินทางกลับออกไปหรือเพ่อื ใช้ในการยื่นคารอ้ งขออยตู่ ่อ ต่อไป
เม่ือคนต่างด้าวมีบุตรท่ีเกิดในราชอาณาจักรให้ติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลของตนในประเทศไทย
เพอ่ื ขอหนังสือเดินทางสาหรบั บุตรทเ่ี กิดใหม่ และเม่อื จะเดินทางกลับออกไปใหน้ าหลักฐานการเกิดไปแสดงต่อ
พนักงานเจ้าหน้าทปี่ ระจาช่องทางท่ีเดนิ ทางกลบั ออกไปด้วย
กรณีคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรแล้วมีธุระด่วนประสงค์จะเดินทางกลับออกไป
นอกราชอาณาจักรสักระยะหนึ่งก่อนโดยยังมีความประสงค์ต้องการจะกลับเข้ามาและอยู่ต่อไปให้ครบตาม
กาหนดระยะเวลาท่ีไดร้ บั อนุญาตแต่เดมิ นัน้ คนต่างดา้ วผู้นัน้ จะตอ้ งยนื่ คาร้องขอสงวนสิทธ์กิ ารไดร้ บั อนุญาตให้
อยใู่ นราชอาณาจกั ร(Re-Entry Permit) ตามแบบ ตม.8 โดยชาระคา่ ธรรมเนยี มคนละ 1,000 บาทตอ่ คร้งั หรอื
3,000 บาท ต่อการใช้หลายครั้งในกาหนดเวลาที่ได้รับอนุญาตน้ันเพราะการเดินทางกลับออกไปโดยไม่สงวน
สิทธด์ิ งั กลา่ วจะถือว่าการได้รับอนญุ าตท่ีไดข้ อขยายไว้ก่อนน้นั ได้ส้นิ สุดลงทนั ทีเม่ือเดินทางกลับออกไป

5.2 กฎหมายเกี่ยวกบั ภาษีอากร และศลุ กากร
กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร และกฎหมายเกี่ยวกับศุลกากร (ละเอียด ศิลาน้อย, 2558: 19-21) มี

รายละเอยี ดดงั นี้ (ละเอยี ด ศิลานอ้ ย, 2558: 19-22)
5.2.1 กฎหมายเกย่ี วกบั ภาษอี ากร
กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรท่ีสาคัญ คือการรประมวลกฎหมายที่เกี่ยวกับการรวบรวมรายได้ของ

แผ่นดินเข้ามาอยู่ในฉบับเดียวกัน ซึ่งการประกาศใช้กฎหมายเก่ียวกับการจัดเก็บภาษีอากรย่อมมีการปรับปรุง
แก้ไขเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลาเพราะเหตุการณ์บ้านเมือง สังคม เศรษฐกิจ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจึง
จาเป็นต้องมีการจัดเก็บให้ทันสมัยและสอดคล้องไปด้วยกัน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้
รักษาการใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมาย และใหอ้ ย่ใู นอานาจหนา้ ที่ควบคุฒการปฏิบัติจัดเก็บของกรมสรรพากรซึ่งเป็น
หนว่ ยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง

ภาษีอากรคือ เงินท่ีบุคคลถูกบังคับให้บริจาคแก่รัฐเพ่ือใช้จ่ายในกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ทั่วไปโดยผู้
บรจิ าคไมไ่ ดร้ บั ประโยชน์ตอบแทนเป็นการพเิ ศษเฉพาะตวั ภาษอี ากรมี 4 ประเภท คือ

1) ภาษีเงินได้ ซ่ึงแยกเป็นภาษีเงินได้เก็บจากบุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้เก็บจากบริษัท
หรือหา้ งหุ้นส่วนนติ ิบุคคล

2) ภาษีมูลค่าเพม่ิ
3) ภาษีธรุ กิจเฉพาะ
4) อากรแสตมป์
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวคือ กรณีของภาษีมูลค่าเพ่ิมให้แก่นักท่องเที่ยวซ่ึงซื้อสินค้าและ
นาออกไปนอกราชอาณาจักร
การคนื ภาษีมลู ค่าเพม่ิ ใหแ้ กน่ กั ทอ่ งเท่ียว
นักท่องเท่ียวท่ีสามารถขอยื่นรับคืนภาษีมูลค่าเพ่ิมจะต้องเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติท่ีเข้ามาเยือน
ประเทศไทยและท่องเท่ียวอยู่ไม่เกิน 180 วัน ในปีนั้น และต้องไม่ได้เป็นลูกเรือของสายการบิน รวมทั้งต้อง
เดินทางออกจากประเทศไทยโดยสายการบนิ และท่าอากาศยานนานาชาตดิ ว้ ยซึ่งขณะน้ีมี 8 แหง่ คอื สนามบิน
นานาชาติสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ อู่ตะเภา กระบ่ี และสมุย เมื่อนักท่องเท่ียวจะซ้ือ
สินค้าท่ีสามารถนาไปขอรับคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ นักท่องเท่ียวจะต้องซื้อสินค้าจากร้านที่มีป้าย VAT Refund
for Tourists และตอ้ งซื้อสินค้าแตล่ ะวันจากรา้ นค้าเดียวกันมูลค่าไมน่ ้อยกว่า 2,000 บาท (รวมภาษมี ลู ค่าเพิ่ม
แล้ว) โดยแสดงหนงั สือเดินทางประกอบการซ้ือพร้อมขอคารอ้ งขอคืนภาษีมูลค่าเพ่ิมสาหรับนักท่องเท่ียว(ภ.พ.
10, P.P.10) จานวน 2 ฉบับ พร้อมใบกากับภาษี(Tax invoices) จากร้านค้าในวันดังกล่าวไว้ด้วย และต้องนา
สินค้าน้ันออกไปนอกราชอาณาจักรภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันซื้อสินค้าโดยผ่านทางสนามบินนานาชาติด้วย
ขณะที่นักท่องเท่ียวจะเดินทางออกจากประเทศไทยน้ันก่อนจะนากระเป๋าเดินทางท่ีบรรจุสินค้าไปมอบให้สาย
การบินเพ่ือนาไปเกบ็ ไว้บนเครื่องจะต้องนาสินค้าและคาร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม(ภ.พ.10, P.P.10) ทกุ ฉบับซึ่ง
รวมกันแล้วมูลค่าของสินค้าต้องไม่ต่ากว่า 5,000 บาท พร้อมกับใบกากับภาษี(Tax invoices) ไปแสดงต่อเจ้า
พนักงานศุลกากร ณ จุดตรวจศุลกากรเพ่ือคืนภาษีมูลค่าเพ่ิมและพิธีการศุลกากรขาออกในท่าอากาศยาน
นานาชาติดังกล่าวแล้ว เพื่อประทับตราในใบคาร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพ่ิมในวันที่เดินทางออกนอกประเทศ
พร้อมติดแถบเคร่ืองหมายที่กระเป๋าเสียก่อนจึงจะมาดาเนินการย่ืนใบคาร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เคาน์เตอร์
VAT Refund for Tourists ของกรมสรรพากรต่อไปได้(กรณีสินค้ามีชิ้นเล็กและราคาแพงประเภทอัญมณีท่ี
ประกอบขน้ึ เป็นตัวเรอื นหรอื ของรูปพรรณหรอื ทองรปู พรรณ นาฬิกา แวน่ ตา หรอื ปากกา ท่มี ีราคาชนิ้ ละตัง้ แต่
10,000 บาทขึ้นไป เม่ือผ่านการตรวจของศุลกากร ณ ท่าอากาศยานแล้วให้นาสินค้าดังกล่าวติดตัว
นักท่องเที่ยวไปให้เจ้าหน้าท่ีสรรพากรตรวจอีกครั้งหน่ึงด้วยท่ีเคาน์เตอร์ VAT Refund for Tourists Office

ของกรมสรรพากร)พร้อมย่ืนคาร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม(ภ.พ.10, P.P.10) พร้อมใบกากับภาษี(Tax invoices)
ตอ่ ไป

วิธีการรับเงินคืนน้ันเมื่อนาใบคาร้อง(ภ.พ.10, P.P.10) และใบกากับภาษี(Tax invoices) ท้ังหมด
พร้อมหนังสือเดินทางไปย่ืนต่อเจ้าหน้าท่ีสรรพากร ณ เคาน์เตอร์ VAT Refund for Tourists Office ณ
สนามบนิ นานาชาติในประเทศ นักทอ่ งเทย่ี วกจ็ ะมสี ทิ ธ์ิเลือกรบั คืนภาษีมูลค่าเพม่ิ ได้ 3 วธิ ี คอื

1) หากจานวนภาษีมูลค่าเพิ่มท่ีขอคืนไม่เกิน 30,000 บาท มีสิทธิ์เลือกรับคืนเป็นเงินสดสกุล
เงินตราไทย(โดยเสียค่าธรรมเนียม 100 บาท) หรือขอรับคืนเป็นดร๊าฟท์ หรือโอนเงินเข้าบัญชีบัตรเครดิตก็ได้
(โดยเสยี คา่ ธรรมเนยี ม 100 บาทแล้วตอ้ งเสยี คา่ โอนเงินตามอตั ราทธี่ นาคารเรยี กเกบ็ และค่าไปรษณยี ์ตามอัตรา
ทก่ี ารสอ่ื สารแห่งประเทศไทยเรยี กเกบ็ ด้วย)

2) หากจานวนภาษีมูลค่าเพิ่มท่ีขอคืนมากเกินกว่า 30,000 บาท มีสิทธ์ิรับเงินคืนเป็นดรา๊ ฟท์
หรือโอนเงินเข้าบัญชีบัตรเครดิตเท่าน้ัน(โดยเสียค่าธรรมเนียม 100 บาทแล้วต้องเสียค่าโอนเงินตามอัตราที่
ธนาคารเรียกเก็บและคา่ ไปรษณยี ต์ ามอตั ราทีก่ ารส่อื สารแหง่ ประเทศไทยเรียกเกบ็ ด้วยเชน่ กัน)

3) ในกรณีนักท่องเที่ยวจาเป็นต้องรีบไปข้ึนเครื่องบินและไม่มีเวลาพอท่ีจะดาเนินการตาม
รายละเอียดดังกล่าวเมื่อผ่านการตรวจจากเจ้าหน้าท่ีศุลกากรและเจ้าหน้าท่ีท่ีกรมสรรพากรแล้วนักท่องเท่ียว
อาจจะนาใบคาร้องขอรับคืนภาษีมูลค่าเพ่ิมพร้อมใบกากับภาษีหย่อนไว้ในตู้หน้าเคาน์เตอร์ VAT Refund for
Tourists Office กไ็ ดห้ รือจะส่งให้กรมสรรพากรทางไปรษณยี ์ก็ไดโ้ ดยจา่ หนา้ ซองถงึ

VAT Refund for Tourists Office
The Revenue Department of Thailand
90 Phaholyothin 7, Phayathai, Bangkok 10400, Thailand
สรุปว่าประเภทสินค้าท่ีมีสทิ ธ์ิขอคืนภาษีมูลค่าเพ่ิมน้ันได้แก่ สินค้าที่ถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพ่ิมไว้แล้ว
จากรา้ นคา้ ทีม่ ีเครอ่ื งหมาย VAT Refund for Tourists และตอ้ งเป็นสินค้าทน่ี กั ท่องเที่ยวนาไปพรอ้ มกับตัวเอง
ในการเดินทางออกนอกประเทศไทยภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันซื้อสินค้า และจะต้องไม่เป็นอาวุธปืน วัตถุ
ระเบิด หรืออัญมณีที่ยังไม่ได้ประกอบข้ึนเป็นตัวเรือนหรือของรูปพรรณ หรือทองรูปพรรณ โดยนักท่องเที่ยว
จะต้องเดินทางไปถึงสนามบินแต่เนิ่นๆ เพื่อดาเนินการยื่นคาร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เคาน์เตอร์คืน
ภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเท่ียว(VAT Refund for Tourists Office) ให้สาเร็จเรียบร้อยหรือใส่คาร้องพร้อม
ใบกากับภาษีท่ีตู้รับคาร้อง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ 8 แห่ง หรือส่งคาร้องพร้อมใบกากับภาษีทางไปรษณีย์
ใหแ้ กก่ รมสรรพากรดงั ทไ่ี ดก้ ลา่ วมาแลว้

5.2.2 กฎหมายเก่ียวกบั ศลุ กากร
ในการเดินทางเข้าและออกราชอาณาจักรผู้เดินทางเข้าออกจะต้องปฏิบัติตามกฎและระเบียบวิธีการ
ของศุลกากรให้ถกู ตอ้ ง (ละเอยี ด ศิลาน้อย, 2558: 22-23) ดังตอ่ ไปนี้

1) ผูท้ ี่เดนิ ทางไปต่างประเทศ
1.1) ถา้ ผู้ทีเ่ ดนิ ทางออกไปตา่ งประเทศต้องการจะนาของใช้ส่วนตัวออกไปในระหว่าง

เดินทางและจะนากลับเข้ามาอีกจะต้องแจ้งการนาออกด้วยเพื่อให้สามารถนากลับเข้ามาได้อีกโดยไม่ต้องเสีย
ภาษีนาเข้า

1.2) ส่ิงของบางอย่างเป็นสิ่งต้องห้ามนาออกนอกราชอาณาจักร เช่น ยาเสพติดให้
โทษ วตั ถุระเบดิ เปน็ ตน้

1.3) ในบางกรณีมีของต้องจากัดติดตัวออกไปด้วยก็ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานท่ี
เกี่ยวข้องเสียก่อน เช่น จะนาพระพุทธรูป ศาสนวัตถุ โบราณวัตถุ ออกนอกราชอาณาจักรต้องขออนุญาตกรม
ศิลปากรหรือสัตวป์ ่าสงวน สัตว์เลี้ยง เช่น นก ลิง หมา แมว เป็นต้น ต้องขออนุญาตกรมป่าไม้หรือกรมปศสุ ัตว์
ก่อน หรือพรรณพชื เช่น ทเุ รียน ลาไย มงั คดุ เปน็ ตน้ ต้องไดร้ บั อนญุ าตจากกรมวิชาการเกษตรก่อน หรืออาวุธ
ปืน กระสุนปนื ตอ้ งไดร้ ับอนญุ าตจากสานักงานตารวจแห่งชาติก่อน เป็นตน้

2) การนาเงินไทยหรือเงินตราต่างประเทศหรือปัจจัยในการชาระเงินตราต่างประเทศออกไป
นอกราชอาณาจกั ร

2.1) เงินไทย ผู้เดินทางไปต่างประเทศสามารถนาออกไปได้คนละไม่เกิน 50,000
บาท

2.2) เงินตราต่างประเทศ หรือปัจจัยในการชาระเงินตราต่างประเทศสามารถ
นาออกไปได้ไมจ่ ากัดมลู คา่

2.3) การขออนุญาตนาเงินตราต่างประเทศหรือปัจจัยในการชาระเงินตรา
ต่างประเทศออกนอกราชอาณาจกั รจะต้องขออนุญาตธนาคารแหง่ ประเทศไทยและนาไปแสดงต่อเจ้าพนักงาน
ศลุ กากร ณ ท่าอากาศยานดว้ ย(ไมเ่ กนิ คนละ 500,000 บาท)

3) การนาเงินไทยหรือเงินตราต่างประเทศหรปื ัจจัยในการชาระเงินตราต่างประเทศเข้ามาใน
ราชอาณาจักรไทยนั้นกรณีเป็นเงินไทยจะนาเข้ามาได้ไม่เกิน 50,000 บาท แต่ถ้าเป็นเงินตราต่างประเทศหรือ
ปัจจัยในการชาระเงินตราต่างประเทศจะสามารถนาเข้ามาได้ไมจ่ ากัดและต้องนาไปแลกเปลยี่ นเป็นเงินไทย ณ
ธนาคารแห่งประเทศไทยหรอื บุคคลท่ีได้รับอนญุ าตจากธนาคารแหง่ ประเทศไทย

4) การนากระเป๋าสัมภาระให้เจ้าพนักงานศุลกากรตรวจเม่ือเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
จะต้องสาแดงสิ่งของท่ีจะต้องเสียภาษีเสมอ โดยเจ้าพนักงานจะสุ่มตรวจเป็นครั้งคราวไป หากฝ่าฝืนจะโดน
ปรับ 4 เทา่ ของราคาสิง่ ของรวมค่าภาษอี ากร

5) ของทไ่ี ดร้ บั การยกเว้นภาษีอากรขาเข้า สามารถนาเขา้ มาในราชอาณาจกั รได้คอื
5.1) บหุ ร่ไี ม่เกนิ 200 มวน หรอื ซกิ าร์และยาเสน้ น้าหนกั ไม่เกนิ 250 กรมั
5.2) สรุ าหรอื เคร่ืองดื่มท่เี ปน็ แอลกอฮอลท์ กุ ชนิดไม่เกิน 1 ลิตร
5.3) ของใชส้ ว่ นตัวพอสมควรแกฐ่ านะ
5.4) ของใช้ในบ้านเรือนเก่าใช้แล้วที่เจ้าของนาเข้ามาพร้อมกับตนเนอื่ งจากการย้าย

ภูมลิ าเนาและมีจานวนพอสมควรแกฐ่ านะ
6) ของต้องห้าม ตอ้ งจากดั ในการนาเขา้
6.1) ของต้องห้าม คือ ของที่ไม่อนุญาตให้นาเข้าโดยเด็ดขาด ได้แก่ วัตถุลามก

สิง่ พมิ พล์ ามก ยาเสพตดิ ให้โทษทกุ ชนดิ
6.2) ของต้องจากัด คือ ของท่ีต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากส่วนราชการที่

เกี่ยวขอ้ งดังนี้
1) เคร่ืองรับ-ส่งวิทยุคมนาคมและส่วนประกอบจะต้องได้รับอนุญาตจาก

กรมไปรษณยี ์
2) อาวุธปนื กระสุนปืนจะตอ้ งได้รบั อนญุ าตจากกรมตารวจ
3) พืชและส่วนต่างๆ ของพชื จะตอ้ งไดร้ ับอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร
4) สตั ว์และซากสตั วจ์ ะตอ้ งไดร้ ับอนุญาตจากกรมปศสุ ตั ว์
5) เคร่ืองสาอางสาเร็จรูปจะตอ้ งไดร้ บั อนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข
6) สตั วน์ า้ จะตอ้ งไดร้ ับอนญุ าตจากกรมประมง

6.3) สินค้า สิ่งของละเมิดลิขสิทธิ์ หรือปลอมแปลงเคร่ืองหมายการค้าตรายี่ห้อ เชน่
เส้ือผ้า กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา แว่นตา แผ่นCD แผ่นDVD และส่ิงเทียมอาวุธปืน (เว้นแต่ท่ีเป็นของใช้สว่ นตวั
คือ ห้ามนาไปแจกจ่าย ฝากจาหนา่ ยอนั เป็นการละเมดิ ลิขสทิ ธิห์ รอื เครือ่ งหมายการคา้ )

ข้อมูลท่ีกล่าวมาข้างต้นเก่ียวข้องกับการศุลกากรท่ีผู้เดินทางเข้าออกราชอาณาจักรต้องปฏิบัติตามให้
ถูกต้องตามท่ีกฎหมายกาหนดอยา่ งเครง่ ครัด

อาชีพมัคคุเทศก์ก่อนปีพ.ศ. 2535 เป็นอาชพี ท่บี คุ คลท่ีมีสัญชาติไทยสามารถทาได้จึงทาให้มีมัคคุเทศก์
จานวนมากท่ีไม่ได้ผ่านการอบรมทางวชิ าชีพโดยตรง จงึ ก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องตา่ งๆ เชน่ การนาเที่ยว การให้
ข้อมูลที่ผิดพลาด การหาผลประโยชน์จากนักท่องเที่ยว และขาดคุณธรรมจริยธรรมในการประกอบอาชีพ เพื่อ
แกไ้ ขปญั หาดังกล่าวในปีพ.ศ. 2535 รัฐบาลไดม้ กี ารตราพระราชบัญญัตธิ ุรกจิ นาเที่ยวและมัคคเุ ทศก์พ.ศ.2535
และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันท่ี19 พฤษภาคม 2535 และแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติธุรกิจนาเท่ียว และ
มัคคเุ ทศก์พ.ศ. 2551 ท่ใี ช้ในปจั จุบนั น้ี (ราชกจิ จานุเบกษา เล่มท่ี 125 ตอนท่ี 29, 22-27)

5.3 พระราชบัญญตั ิธรุ กิจนาเท่ียวและมคั คเุ ทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑
มคั คเุ ทศก์
มาตรา ๔๙ ผู้ใดประสงค์จะเป็นมัคคุเทศก์ให้ย่ืนคาขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์จากนายทะเบียน

การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การตอ่ อายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนญุ าต ใหเ้ ปน็ ไปตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการท่ีกาหนดในกฎกระทรวง ความในมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของ
ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรฐั ที่ปฏบิ ัติหน้าท่ีเป็นครั้งคราวทานองเดียวกับมัคคุเทศก์หรือนักเรียนนักศึกษา
ซ่งึ มหี นังสอื รับรองจากสถานศึกษา

มาตรา ๕๐ ผู้ขอรบั ใบอนุญาตเป็นมคั คุเทศกต์ อ้ ง
(๑) มคี ุณสมบัตดิ ังต่อไปนี้
(ก) มีอายไุ ม่ตา่ กว่าสิบแปดปีบริบรู ณใ์ นวนั ยน่ื คาขอรบั ใบอนุญาตเปน็ มัคคุเทศก์
(ข) มสี ญั ชาตไิ ทย
(ค) สาเรจ็ การศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรหี รือเทียบเท่าในสาขามัคคุเทศก์หรอื สาขาการท่องเที่ยว

ที่มวี ชิ าเกยี่ วกับมัคคุเทศก์ หรือสาเร็จการศึกษาระดับอนปุ ริญญาในสาขามัคคุเทศกห์ รือสาขาการท่องเท่ียวท่ีมี
วิชาเกี่ยวกับมัคคุเทศก์ไม่น้อยกว่าที่คณะกรรมการกาหนด หรือได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสือรับรองว่าได้ผ่านการ
ฝกึ อบรมวิชามคั คเุ ทศก์ตามหลกั สตู รทีค่ ณะกรรมการกาหนด

(๒) ไมม่ ลี ักษณะตอ้ งห้ามดังต่อไปนี้
(ก) เปน็ โรคพษิ สรุ าเรอ้ื รังหรอื ติดยาเสพติดให้โทษ หรือเป็นโรคติดต่อทีค่ ณะกรรมการกาหนด
(ข) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์หรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
นาเทยี่ ว
(ค) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนาเที่ยวตามมาตรา๔๖ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)
หรือใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ตามมาตรา๖๓ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) และยังไม่พ้นกาหนดห้าปี นับถึงวันย่ืนคา
ขอรับใบอนุญาตเปน็ มัคคเุ ทศก์
(ง) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนา เที่ยวตามมาตรา๔๖ (๕) หรือใบอนุญาตเปน็
มคั คุเทศก์ตามมาตรา๖๓ (๕)
(จ) เคยถกู เพกิ ถอนทะเบียนเป็นผู้นาเทย่ี วมาแล้วยังไม่ถงึ หา้ ปนี ับถึงวนั ยน่ื คาขอรบั ใบอนุญาต
เปน็ มคั คเุ ทศก์
มาตรา ๕๑ เพ่ือประโยชน์ในการส่งเสริมการท่องเท่ียวในท้องถ่ินหรือชุมชนเป็นการเฉพาะเมื่อ
คณะกรรมการได้ประกาศเขตพื้นท่ีในท้องถิ่นหรือชุมชนใดตามมาตรา๑๒ (๔) แลว้ รัฐมนตรีจะประกาศยกเว้น
คุณสมบัตติ ามมาตรา๕๐ (๑) (ก) หรอื (ค) สาหรบั ผ้ยู น่ื คาขอรับใบอนุญาตเป็นมคั คุเทศกซ์ ่ึงจะใหบ้ ริการเฉพาะ
ในเขตพ้ืนท่ีน้ัน รวมตลอดทั้งยกเว้นหรือลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ให้ด้วยก็ได้ ในกรณีท่ีมี

มัคคุเทศก์ตามวรรคหนึ่งทาหน้าที่มัคคุเทศก์ในเขตพ้ืนที่ตามมาตรา๑๒ (๔)ห้ามมิให้มัคคุเทศก์อ่ืนเข้าไปทา
หน้าท่มี ัคคุเทศกใ์ นเขตพน้ื ท่ีน้นั

มาตรา ๕๒ เมื่อมีผู้ย่ืนคาขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ให้เป็นหน้าที่ของนายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนาย
ทะเบียนมอบหมายตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารหลักฐาน และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
กาหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา๔๙ วรรคสอง ในกรณีทีพ่ บว่าเอกสารหรือหลักฐานใดไม่ครบถ้วนหรือ
ยงั มิได้ปฏิบตั ใิ หถ้ กู ต้อง ให้แจ้งให้ผู้ย่นื คาขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ทราบทันที

มาตรา ๕๓ เม่ือนายทะเบียนพิจารณาเห็นว่าผู้ย่ืนคา ขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ตามมาตรา๔๙
ผู้ใดมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา๕๐ หรือผู้ย่ืนคาขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ซ่ึงจะ
ให้บริการเฉพาะในเขตท้องถิ่นหรือชุมชนผู้ใดได้รับยกเว้นคุณสมบัติตามมาตรา๕๑ และได้ปฏิบัติตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการเก่ียวกับการขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ และชาระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็น
มัคคุเทศก์ตามอัตราท่ีกาหนดในกฎกระทรวงแล้ว ให้นายทะเบียนออกใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ให้ผู้ยื่นคา
ขอรบั ใบอนุญาตผู้นั้นภายในสามสบิ วนั นับแต่วันทไี่ ดร้ บั คาขอรับใบอนญุ าต

มาตรา ๕๔ เม่ือนายทะเบียนพิจารณาเห็นว่าผู้ย่ืนคาขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ตามมาตรา
๔๙ ผู้ใดขาดคุณสมบัติหรือมีลกั ษณะต้องห้ามตามมาตรา๕๐ หรือผู้ย่ืนคาขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ซ่ึงจะ
ให้บริการเฉพาะในเขตท้องถิ่นหรือชุมชนผู้ใดไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา๕๑ หรือไม่ชาระค่าธรรมเนียมภายใน
เวลาที่กาหนด ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งเหตุแห่งการไม่ออกใบอนุญาตให้ผู้ย่ืนคาขอรับใบอนุญาตผู้นั้น
ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วนั ที่ไดร้ บั คาขอรบั ใบอนญุ าต

มาตรา ๕๕ ในกรณีท่ีนายทะเบียนมีคาสั่งไม่ออกใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ตามมาตรา๕๔ ให้ผู้ยื่นคา
ขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์มีสิทธิอุทธรณ์คาสั่งดังกล่าวเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับ
แต่วันที่ได้รับแจ้งคาส่ังจากนายทะเบียนให้คณะกรรมการพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้แล้ว
เสร็จภายในสามสิบวันนบั แต่วันทไ่ี ดร้ ับหนงั สอื อทุ ธรณค์ าวินิจฉยั ของคณะกรรมการใหเ้ ปน็ ที่สุด

มาตรา ๕๖ ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ให้มีอายุห้าปีนับแต่วันท่ีออกใบอนุญาต และอาจต่ออายุได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดในกฎกระทรวงให้นาความในมาตรา๕๒ มาตรา๕๓ มาตรา๕๔ และมาตรา๕๕
มาใช้บงั คบั กับการต่ออายใุ บอนุญาตเป็นมัคคุเทศกด์ ้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๕๗ มาตรฐานในการปฏิบัติหน้าท่ี การแต่งกาย การรักษามารยาท ความประพฤติและการ
ตรวจสุขภาพของมัคคุเทศก์ ให้เป็นไปตามระเบยี บที่คณะกรรมการกาหนดมัคคุเทศก์ต้องปฏิบตั ิตามระเบียบที่
คณะกรรมการกาหนดตามวรรคหน่ึง และตอ้ งตดิ บตั รประจาตวั ตลอดเวลาทท่ี าหน้าท่ีมัคคเุ ทศก์ แบบบัตร การ
ขอมีบัตร การออกบัตร และลักษณะการติดบัตรประจาตัวมัคคุเทศก์ตามวรรคสองให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรี
ประกาศกาหนด

มาตรา ๕๘ ในการรับทางานเป็นมัคคุเทศก์ ห้ามไม่ให้มัคคุเทศก์จ่ายเงินหรือให้ประโยชน์อ่ืนใดแก่ผู้
ประกอบธุรกิจนาเท่ียวหรือบุคคลอ่ืนใด หรือยอมตนเข้ารับผิดชอบในค่าใช้จ่ายท้ังหมดหรือบางส่วนเพื่อให้
ไดม้ าซึ่งการนานักท่องเทีย่ วไปทอ่ งเทย่ี ว

มาตรา ๕๙ มัคคุเทศก์ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามรายการนาเท่ียวท่ีได้ตกลงไว้กับผู้ประกอบธุรกิจนาเท่ียว
และจะดาเนนิ การใดให้เกดิ ความเสียหายแกน่ กั ท่องเทย่ี วมิได้

มาตรา ๖๐ มคั คเุ ทศก์ต้องไม่ให้หรือยินยอมให้บุคคลอ่นื ซึ่งไม่มใี บอนญุ าตเป็นมัคคุเทศก์ทาหน้าท่ีเป็น
มัคคเุ ทศกแ์ ทนตน

มาตรา ๖๑ ใบอนญุ าตเปน็ มัคคเุ ทศก์สน้ิ สุดลง เมือ่ มคั คุเทศก์
(๑) ตาย
(๒) ไมไ่ ดร้ ับการตอ่ อายใุ บอนญุ าตเปน็ มคั คุเทศกต์ ามมาตรา๕๖ หรอื
(๓) ถกู เพิกถอนใบอนญุ าตเปน็ มัคคุเทศกต์ ามมาตรา๖๓

มาตรา ๖๒ ให้นายทะเบียนมีอานาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ได้ไม่เกินครั้งละหกเดือน
เมอ่ื ปรากฏว่ามคั คเุ ทศก์

(๑) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบท่ีคณะกรรมการกาหนดตามมาตรา๑๒ (๓) หรือ
มาตรา๕๗

(๒) ฝา่ ฝืนหรอื ไมป่ ฏบิ ตั ิตามมาตรา๕๑ หรือมาตรา๕๘
(๓) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคาส่ังของนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าท่ีซ่ึงสั่งตามมาตรา
๗๖ มัคคุเทศก์ซ่ึงถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะปฏิบัติหน้าที่มัคคุเทศก์ในระหว่างถูกส่ังพักใช้ใบอนุญาตเป็น
มคั คเุ ทศก์ไม่ได้ เวน้ แต่เป็นกรณที น่ี ายทะเบียนอนุญาตใหด้ าเนินการไดเ้ ฉพาะกรณี เพือ่ ป้องกนั ความเสียหายท่ี
จะเกดิ ขน้ึ แก่นกั ทอ่ งเทยี่ วหรอื ธรุ กิจนาเทย่ี ว
มาตรา ๖๓ ให้นายทะเบียนมอี านาจส่งั เพิกถอนใบอนญุ าตเป็นมัคคุเทศก์ได้เมื่อปรากฏวา่ มัคคเุ ทศก์
(๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา๕๐ (๑) หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา๕๐ (๒) (ก) (ค)
(ง) และ (จ)
(๒) เคยถูกส่ังพักใช้ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ตามมาตรา๖๒ มาแล้ว และภายในหนึ่งปีนับแต่
วันท่ีถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์น้ัน มีกรณีที่อาจถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์อีกไม่ว่าจะเป็น
เหตเุ ดียวกนั หรอื ไม่กต็ าม
(๓) ประพฤติหรือปฏิบัติการใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ หรือก่อให้เกิดความ
เสยี หายแก่นักท่องเที่ยวหรือธรุ กิจนาเท่ียวอยา่ งร้ายแรง และนายทะเบียนได้ตักเตือนและสั่งระงับหรือให้แก้ไข
แล้ว แตไ่ มด่ าเนนิ การ
(๔) เปน็ บุคคลวิกลจรติ หรอื จติ ฟั่นเฟอื นไมส่ มประกอบ หรือ

(๕) ต้องคาพพิ ากษาอันถงึ ท่ีสดุ วา่ กระทาความผดิ ฐานชงิ ทรัพย์ ปลน้ ทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจา้ หน้ี
หรือยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินท่ี
เปน็ การฉอ้ โกงประชาชนให้นาความในมาตรา๔๗ และมาตรา๔๘ มาใชบ้ ังคบั กบั การแจ้งคาสัง่ และการอุทธรณ์
คาสง่ั ดว้ ยโดยอนุโลม

บทกาหนดโทษ
มาตรา ๘๖ ผู้ใดทาหน้าท่ีเป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ตามมาตรา๔๙ หรือทา
หน้าที่มัคคุเทศก์ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา๖๒ วรรคสอง ต้องระวางโทษจาคุก
ไมเ่ กนิ หน่งึ ปี หรอื ปรับไมเ่ กินหนึ่งแสนบาท หรอื ท้ังจาทั้งปรบั
มาตรา ๘๗ มัคคเุ ทศก์ผ้ใู ดฝา่ ฝืนมาตรา๕๑ ตอ้ งระวางโทษปรบั ไมเ่ กินห้าพันบาท
มาตรา ๘๘ มคั คเุ ทศก์ผูใ้ ดไมป่ ฏิบัตติ ามระเบียบท่ีคณะกรรมการกาหนดหรือไม่ตดิ บัตรประจาตัวเป็น
มคั คเุ ทศก์ตามมาตรา๕๗ ต้องระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ หน่ึงหมนื่ บาท
มาตรา ๘๙ มัคคุเทศก์ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา๕๘ และมาตรา๖๐ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือ
ปรบั ไมเ่ กนิ หา้ หมืน่ บาท หรือท้ังจาทั้งปรบั
มัคคุเทศก์ท่ีทาหน้าที่นานักท่องเที่ยวไปเท่ียวชมโบราณสถาน โบราณวัตถุ และพิพิธภัณฑสถาน
แหง่ ชาติ มัคคุเทศก์ควรจะต้องมีความรเู้ กีย่ วกับกฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บงั คับตา่ งๆ เก่ยี วกบั การนานักท่องเที่ยว
ไปเที่ยวชมสถานท่ีนั้นๆ ในที่น้ีจะกล่าวเก่ียวกับสาระสาคัญของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของสถานท่ี
ดังตอ่ ไปนี้

5.4 กฎหมายโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแหง่ ชาติ
พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไข

เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ(ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2535 ดงั รายละเอียดตอ่ ไปนี้ (พมิ พรรณ สจุ ารนิ พงค,์ 2559: 124-136)

“โบราณสถาน” หมายความว่า อสังหาริมทรัพย์ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการก่อสรา้ งหรอื โดย
หลักฐานเก่ียวกับประวัตขิ องอสังหาริมทรพั ย์นั้น เป็นประโยชน์ทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี ท้ังน้ี
ใหร้ วมถึงสถานทที่ เี่ ป็นแหลง่ โบราณคดี แหลง่ ประวตั ศิ าสตร์ด้วย

“โบราณวัตถุ” หมายความว่า สังหาริมทรัพย์ที่เป็นของโบราณ ไม่ว่าจะเป็นส่ิงประดิษฐ์หรือเป็นสิ่งที่
เกิดข้ึนตามธรรมชาติ หรือเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของโบราณสถาน ซากมนุษย์หรือซากสัตว์ซ่ึงโดยอายุหรือ
ลักษณะแห่งการประดิษฐ์ หรือโดยหลักฐานเก่ียวกับประวัติของสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นประโยชน์ในทางศิลปะ
ประวตั ศิ าสตร์ และโบราณคดี

“ศิลปวัตถ”ุ หมายความวา่ สิง่ ทท่ี าดว้ ยฝมี อื อย่างประณตี และมีคณุ คา่ สูงในทางศลิ ปะ

“สิ่งเทียมโบราณวตั ถุ” หมายความว่า สิ่งท่ีทาเทียมศิลปวัตถุหรอื ส่วนของศิลปวตั ถุท่ีได้ข้ึนทะเบียนไว้
ตามพระราชบญั ญตั นิ ีห้ รอื อย่ใู นความครอบครองของกรมศลิ ปากร

“ทาเทยี ม” หมายความวา่ เลียนแบบ จาลอง หรอื ทาเอาอยา่ งด้วยวธิ กี ารใดๆใหเ้ หมอื นหรอื คลา้ ยของ
จริง ทัง้ น้ไี มว่ า่ ขนาด รปู ลกั ษณะ และวสั ดอุ ยา่ งเดิมหรือไม่

ต่อไปน้ีจะกล่าวถึงโทษของการฝ่าฝืนหรือกระทาความผิดตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน
โบราณวตั ถุ ศลิ ปวตั ถุ และพิพธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั โิ บราณสถาน
โบราณวตั ถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภณั ฑสถานแห่งชาติ (ฉบบั ที่ 2 ) พ.ศ. 2535

1) โบราณสถาน
1.1) บุกรุกโบราณสถาน ทาให้เสียหาย ทาลาย ทาให้เสื่อมเสีย หรือทาให้ไรประโยชน์ซ่ึง

โบราณสถาน (มีโทษตามมาตรา32 )
(1) โบราณสถานท่ีไม่ข้ึนทะเบียน โทษจาคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสน

บาท หรือทง้ั จาท้ังปรบั ไม่เกนิ เจด็ แสนบาท
(2) โบราณสถานทขี่ ึ้นทะเบียน โทษจาคุกไมเ่ กิน 10 ปี หรอื ปรับไม่เกนิ หนึ่งล้านบาท

หรอื ทัง้ จาทั้งปรับ
1.2) กรณไี มป่ ฏบิ ัตติ ามมาตรา9 มาตรา12 มาตรา13 วรรคสอง มีโทษตามมาตรา34 คือ
(1) เมื่อโบราณสถานข้ึนทะเบียนและโบราณสถานที่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดย

ชอบด้วยกฎหมาย ชารุด หักพังหรือเสียหาย ไม่ว่าด้วยประการใดๆแล้วไม่แจ้งเป็นหนังสือให้อธิบดีกรม
ศิลปากรทราบภายใน 30 วนั นบั ตงั้ แต่วันชารดุ หักพัง หรอื เสยี หาย

(2) เม่ือมีการโอนโบราณสถานที่ได้ข้ึนทะเบียนแล้วไม่ต้องแจ้งการโอนให้อธิบดีกรม
ศิลปากรทราบภายใน 30 วนั นบั ตั้งแต่วันโอน (ต้องแจง้ เป็นหนงั สอื ระบชุ ื่อและทีอ่ ยู่วนั เดือน ปี ของผ้รู บั โอน)

(3) ไมป่ ฏบิ ัติตามกฎของกระทรวงที่กาหนดใหผ้ ู้เข้าชมปฏบิ ัติ และเสียค่าธรรมเนียม
เข้าชมโบราณสถาน

โทษของการฝ่าฝืนตาม (1) (2) (3) จาคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหนงึ่ หมื่นบาทหรือ
ท้ังจาทัง้ ปรบั

1.3) กรณีไม่ปฏิบัติตามมาตรา10 คือซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง ต่อเติม ทาลาย
เคลอ่ื นย้ายโบราณสถาน หรอื ส่วนตา่ งๆของโบราณสถานหรือขดุ ค้นสง่ิ ใดๆภายในบรเิ วณโบราณสถานหรือหรือ
ปลูกสร้างอาคารภายในบริเวณโบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร หรือฝ่าฝืนเง่ือนไขท่ี
อธิบดีกรมศิลปากรกาหนดไว้ในหนังสืออนุญาต มีโทษตามมาตรา35 คือโทษจาคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกนิ
สามแสนบาท หรือท้งั จาท้งั ปรบั

2) โบราณวัตถศุ ิลปวตั ถุ

2.1) ผู้ท่ีเก็บโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ท่ีซ่อนหรือฝังทอดท้ิงโดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถ
อ้างว่าเป็นเจ้าของได้และเบียดบังเอาไว้เป็นของตนหรือของผู้อ่ืนโดยมิได้ส่งมอบตามมาตราท่ี24 มีโทษตาม
มาตรา 31 คือโทษจาคุกไม่เกนิ 7 ปี หรอื ท้ังจาท้งั ปรับไมเ่ กินเจด็ แสนบาท หรือทงั้ จาทง้ั ปรับ

2.2) ผู้ใดซ่อนเร้น จาหน่าย เอาไปเสีย หรือรับซื้อ รับจานา หรือรับไว้โดยประการใดๆ ซ่ึง
โบราณวัตถุหรอื ศิลปวัตถุอันได้มาโดยการกระทาความผิดตามความผดิ ตามมาตรา31 ทวิ คือ โทษจาคุกไม่เกนิ
ห้าปหี รือปรับไมเ่ กนิ 500,000 บาท หรอื ทัง้ จาทัง้ ปรบั

2.3) ทาให้โบราณสถาน ศิลปวัตถุที่ขึ้นทะเบียนแล้ว เสียหาย ทาลาย ทาให้เสื่อมค่า ทาให้
สูญหาย และไร้ประโยชน์ โทษจาคกุ ไมเ่ กนิ 10 ปหี รือปรบั ไม่เกินหนง่ึ ล้านบาทหรือทง้ั จาท้งั ปรบั (มาตรา33 )

2.4) กรณีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา14 ทวิ คือ ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแจ้งปริมาณ
รูปพรรณ และสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุต่ออธิบดีมีโทษตามมาตรา 34 คือโทษจาคุกไม่เกิน
หนึ่งเดือนหรอื ทง้ั จาท้งั ปรับ

2.5) กรณีไม่แจ้งการโอนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ท่ีได้ข้ึนทะเบียนไว้ ไม่แจ้งการชารุด หักพัง
เสียหายหรือสูญหายต่ออธิบดีกรมศิลปากรภายใน 30 วันนับต้ังแต่วันที่ชารุด หักพัง เสียหาย (ต้องแจ้งเป็น
หนังสือ) มีโทษตามมาตรา34 คอื โทษจาคุกไม่เกนิ หนึ่งเดือนหรือปรบั ไมเ่ กิน 10,000 บาทหรือทงั้ จาท้ังปรบั

2.6) กรณีไม่แจ้งการโอนโบราณวตั ถุ ศิลปวัตถุ ท่ีได้จัดขึ้นทะเบียนแล้ว มีโทษตามมาตรา 34
คอื โทษจาคุกไมเ่ กินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกนิ 10,000 บาทหรอื ท้ังจาทงั้ ปรับ

2.7) กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตให้ทาการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ หรือแสดงโบราณวัตถุ
ศิลปวัตถุให้บุคคลชมไม่แสดงใบอนุญาตไว้ในท่ีซ่ึงเห็นได้ง่ายในสถานการค้าหรือสถานการแสดงรายการ
โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุท่ีอยู่ในความครอบครองของตน มีโทษตามมาตรา34 คือโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือ
ปรบั ไม่เกิน 10,000 บาท หรอื ทัง้ จาทัง้ ปรับ

2.8) กรณผี เู้ ข้าชมพิพธิ ภัณฑสถานแห่งชาตฝิ ่าผืนกฎกระทรวงท่ีกาหนดให้ผู้เข้าชมปฏิบัติและ
การเสียค่าธรรมเนียมเข้าชมมีโทษตามมาตรา34 คือโทษจาคุกไม่เกินหน่ึงเดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท
หรือทง้ั จาทัง้ ปรบั

2.9) กรณีซ่อมแซม แก้ไข เปล่ียนแปลง โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่อธิบดีกรมศิลปากรได้ขึ้น
ทะเบียนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ปฏิบัติตามเง่ือนไขท่ีอธิบดีกรมศิลปากรกาหนดไว้ในหนังสืออนุญาตมี
โทษตามมาตรา 36 คอื โทษจาคกุ ไม่เกินห้าปหี รอื ปรับไมเ่ กิน 500,000 บาทหรอื ทง้ั จาทั้งปรบั

2.10) กรณีทาการค้าวตั ถุ ศลิ ปวตั ถุ ทีห่ ้ามทาการค้าตามประกาศท่ีออกตามมาตรา 14 วรรค
สอง มีโทษตามมาตรา37 คือโทษจาคุกไม่เกนิ 3 ปหี รอื ปรับไมเ่ กิน 300,000 บาทหรือทั้งจาทั้งปรบั

2.11) กรณีส่งหรือนาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่ไม่ได้ข้ึนทะเบียนออกนอกราชอาณาจักรโดย
ไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร มีโทษตามมาตรา 38 คือ โทษจาคุกไม่เกิน 7 ปีหรือปรับไม่เกิน
700,000 บาทหรือทง้ั จาท้งั ปรบั

2.12) กรณีส่งหรือนาโบราณวัตถุศิลปวัตถุที่ข้ึนทะเบียนออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับ
อนุญาตจากอธบิ ดีกรมศิลปากร มีโทษตามมาตรา 39 คอื โทษจาคุกไม่เกิน 10 ปหี รือปรบั ไมเ่ กินหนงึ่ ล้านบาท

2.13) กรณีแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ โดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมหรือค่าบริการ
อื่นโดยมิได้แจ้งเป็นหนังสือให้อธบิ ดีกรมศิลปากรทราบ หรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่ออกตามมาตรา 19 ทวิ มี
โทษตามมาตรา 37 คอื โทษจาคกุ ไม่เกนิ หกเดอื นหรอื ปรับไมเ่ กิน 50,000 หรอื ทง้ั จาทัง้ ปรับ

2.14) ขัดขวางหรือไม่อานวยความสะดวกตามสมควรแก่อธิบดีกรมศิลปากร หรือผู้ซ่ึงอธิบดี
มอบหมายพนักงานหรือเจ้าหน้าท่ีซงึ่ ปฏบิ ัติหน้าที่ตามพระราชบญั ญัตินีม้ โี ทษตามมาตราท่ี 37 คอื โทษจาคุกไม่
เกนิ หนึ่งเดอื นหรอื ปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทงั้ จาทงั้ ปรบั

2.15) กรณีไม่ปฏิบัติตามกรมศิลปากร เร่ืองกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการ
ผลิต ค้า หรือมีไว้ในสถานที่ทาการค้าสิ่งเทียมโบราณวัตถุหรือสิ่งเทียมศิลปวัตถุท่ีควบคุมการทาเทียม พ.ศ.
2541 หรือไม่แจ้งรายการส่ิงเทียมที่จะผลิตต่ออธิบดีกรมศิลปากร หรือไม่แสดงให้ปรากฏท่ีสิ่งที่ตนผลิตว่าเป็น
สิ่งท่ีทาเทียมข้ึนตามพระราชบัญญัติกาหนดต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 หรือ
ทัง้ จาท้ังปรับ

สว่ นกรณผี เู้ ขา้ ชมโบราณสถานที่ไดข้ ้ึนทะเบยี นแล้วตอ้ งปฏิบัติตอ่ ไปดงั น้กี ฎกระทรวงฉบบั ที่1 (พ.ศ.
2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พ.ศ. 2504 อาศัยอานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 13 วรรคหน่ึงแห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน
โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2535 รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ดงั ต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิกกฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน
โบราณวตั ถุ ศลิ ปวัตถุ พิพธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติ พ.ศ. 2504

ขอ้ 2 ผู้เขา้ ชมโบราณสถานท่ีได้ข้ึนทะเบยี นแล้วตอ้ งปฏบิ ตั ิตอ่ ไปดงั นี้
(1) ไม่เคลอื่ นย้ายส่ิงต่างๆภายในโบราณสถาน
(2) ไม่ขีด เขียน หรือทาให้ปรากฏด้วยประการใดๆซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใดๆ ลงบน

โบราณสถาน
(3) ไม่นาอาวุธ วัตถุระเบิด วัตถุเช้ือเพลิง หรือสารเคมีอาจจะก่อให้เกิดอันตรายเข้าไปใน

โบราณสถาน
(4) ไม่ปีนป่ายโบราณสถานหรือกระทาการใดๆอันเป็นเหตุให้เกิดความชารุดเสียหายหรือ

กอ่ ใหเ้ กิดความสกปรกและไมเ่ ปน็ ระเบียบเรยี บร้อยแกโ่ บราณสถาน
(5) ไม่เทหรือถ่ายท้ิงขยะมูลฝอยหรอื ส่ิงปฏิกูลลง ณ ที่ใดๆภายในโบราณสถาน นอกจากที่ซึ่ง

จดั ไว้
(6) ไม่กระทาการใดๆภายในเขตโบราณสถานอันเป็นท่ีน่ารังเกียจ หรือเป็นท่ีเสื่อมเสีย

ศลี ธรรมอันดี หรอื ลบหลูด่ ูหมิน่ ศาสนา และวฒั นธรรม หรอื กอ่ ความราคาญแก่ผูเ้ ขา้ ชมอ่นื
กฎ และข้อห้ามสาหรับผู้เข้าชมท่ัวไปเก่ียวกับกฎกระทรวงฉบับที่2 (พ.ศ. 2539) ออกตามความใน

พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 อาศัยอานาจ

ความในมาตรา6 และมาตรา27 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถาน
แห่งชาติ พ.ศ. 2504 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวง
ไวด้ งั ตอ่ ไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับท่ี 5 (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน
โบราณวตั ถุ ศลิ ปวตั ถุ และพิพิธภณั ฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504

ข้อ 2 ผเู้ ข้าชมพิพิธภัณฑสถานแหง่ ชาติต้องปฏบิ ัตดิ ังตอ่ ไปน้ี
(1) ไม่นากระเป๋า ถุง ย่ามหรือส่ิงใดๆท่ีอาจบรรจุ ปกคลุม ปิดบัง หรือซ่อนเร้นส่ิงของใน

พพิ ิธภณั ฑสถานแห่งชาตไิ ด้ เขา้ ไปในอาคารจดั แสดงโบราณวตั ถแุ ละศิลปวัตถุ
(2) ไม่นาอาวุธ วัตถุระเบิด วัตถุเช้ือเพลิง หรือสารเคมีอันจะก่อให้เกิดอันตรายเข้าไปใน

พพิ ิธภัณฑสถานแห่งชาติ
(3) ไมจ่ บั ตอ้ งหรือหยิบฉวยหรือกระทาการใดๆอันอาจเปน็ เหตุใหเ้ กิดความชารดุ หรือเสียหาย

แกโ่ บราณวตั ถุ ศิลปวัตถุและส่งิ ของที่จัดต้ังแสดงไวใ้ นพพิ ธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติ
(4) ไม่ขีด เขียน หรือทาให้ปรากฏด้วยประการใดๆ ซ่ึงข้อความภาพหรือรูปลอยใดๆ ลงบน

โบราณวตั ถุ ศลิ ปวตั ถุและอาคารสถานท่ใี นพิพิธภณั ฑสถานแหง่ ชาติ
(5) ไม่สูบบุหรี่ภายในอาคารจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ เว้นแต่สถานท่ีที่จัดไว้ให้

สบู บหุ รี่
(6) ไม่กระทาการใดๆภายในเขตพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอันเป็นท่ีน่ารังเกียจ หรือเป็นอันที่

เสือ่ มเสยี ต่อศีลธรรมอนั ดีหรอื ลบหลูด่ หู มนิ่ ศาสนาและวฒั นธรรม หรอื กอ่ ความราคาญแกผ่ ู้เข้าชมอ่ืนๆ
(7) ไม่ถ่ายรูปหรือบันทึกภาพ หรือเขียนรูปโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ หรือสิ่งของที่จัดตั้งแสดงไว้

ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตเิ ว้นแต่จะได้รบั อนญุ าตจากหัวหน้าพิพธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาตินนั้
(8) ไม่กระทาการใดๆอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความชารุด เสียหาย หรือก่อให้เกิดความสกปรก

และไม่เปน็ ระเบียบเรยี บร้อยแกพ่ ิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
การเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในการนาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ออกนอกราชอาณาจักร

กฎกระทรวงฉบับท่ี 6 (พ.ศ. 2539) ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุศิลปวัตถุ และ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (พ.ศ.2504) อาศัยอานาจตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน
โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารออกกฎกระทรวงไวด้ ังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิกกฎกระทรวงฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติโบราณสถาน
โบราณวตั ถุ ศลิ ปวัตถุ และพพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ พ.ศ. 2504

ข้อ 2 ให้ผู้รับใบอนุญาตนาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 22
เสยี ค่าธรรมเนยี มใบอนุญาต ดงั น้ี

(1) โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุซึ่งกรมศิลปากรเห็นว่ามีอายุต้ังแต่สมัยอยุธยาขึ้นไปช้ินละ
2,000 บาท

(2) โบราณวตั ถุหรือศลิ ปวตั ถซุ ง่ึ กรมศิลปากรเหน็ ว่ามีอายุตา่ กว่าสมัยอยธุ ยา
(ก) สมัยธนบุรีหรือสมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2310 ถึงปี พ.ศ. 2453

ขนาด ยาวหรือสูงเกิน 100 เซนติเมตร ชิ้นละ 1,000 บาท ขนาด ยาวหรือสูงเกิน 50 เซนติเมตรแต่ไม่เกิน100
เซนตเิ มตร ชนิ้ ละ 750 บาท ขนาด ยาวหรอื สงู ไมเ่ กนิ 50 เซนตเิ มตร ชิน้ ละ 500 บาท

(ข) สมัยรัตนโกสินทร์ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2454 ถึงปี พ.ศ. 2489 ขนาด ยาวสูงเกิน
100 เซนติเมตร ช้ินละ 500 บาท ขนาด ยาวหรือสูงเกิน 50 เซนติเมตรแต่ไม่เกิน 100 เซนติเมตร ชิ้นละ 300
บาท ขนาด ยาวท่ีสงู ไม่เกนิ 50 เซนติเมตร ช้นิ ละ 150 บาท

(ค) ในสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2490 ถึงปีปัจจุบัน ขนาด ยาวหรือสูง
เกิน 100 เซนติเมตร ช้ินละ 200 บาท ขนาดยาวหรือสูงเกิน 50 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 100 เซนติเมตร ชิ้นละ
100 บาท ขนาดยาวหรือสงู ไม่เกิน 50 เซนติเมตร ชิ้นละ 100 บาท

(3) ช้ินส่วนหรือเศษของโบราณวัตถุหรือศิลปวตั ถุขนาด ยาวหรือสูงเกิน 5 เซนติเมตร ช้ินละ
30 บาทขนาดยาวหรือสูงไม่เกนิ 5 เซนตเิ มตร ชิน้ ละ 10 บาท
ข้อ 3 ให้รับใบอนุญาตส่งหรือนาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 22 ท่ีเป็น
พระพุทธรปู หรือรปู เคารพในศาสนา เสียคา่ ธรรมเนยี มใบอนุญาต ดงั น้ี

(1) โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่เป็นพระพุทธรูปหรือรูปเคารพในศาสนาซ่ึงกรม
ศิลปากรเหน็ ว่ามีอายุตั้งแต่สมัยอยุธยาข้ึนไปทลี ะ 2,000 บาท

(2) โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่เป็นพระพุทธรูปหรือรูปเคารพในศาสนาซ่ึงกรม
ศิลปากรถงึ ว่ามอี ายตุ า่ กว่าสมัยอยุธยา

(ก) สมัยธนบุรีหรือสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2310 ถึงปี พ.ศ.
2453 ขนาด ยาวหรือสูงเกิน 100 เซนติเมตร ชิ้นละ 1,000 บาท ขนาดยาวหรือสูงเกิน 50 เซนติเมตรแต่ไม่
เกิน 100 เซนติเมตรช้ินละ 800 บาท ขนาด ยาวหรอื สูงเกิน 50 เซนตเิ มตร ชิ้นละ 500 บาท

(ข) สมยั รัตนโกสินทรช์ ว่ งระหว่างปี พ.ศ. 2454 ถึงปีพ.ศ. 2489 ขนาด ยาว
หรือสูงเกิน 100 เซนติเมตร ช้ินละ 800 บาทขนาดยาวหรือสูงเกิน 50 เซนติเมตรแต่ไม่เกิน 100 เซนติเมตร
ชิน้ ละ 500 บาท ขนาด ยาวหรอื สงู เกนิ 50 เซนตเิ มตร ชน้ิ ละ 300 บาท

(ค) ในสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงอายุระหว่างปี พ.ศ. 2490 ถึงปีปัจจุบัน ขนาด
ยาวหรือสูงเกิน 100 เซนติเมตร ชิ้นละ 300 บาท ขนาดยาวหรือสูงเกิน 50 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 100
เซนตเิ มตร ช้ินละ 200 บาท ขนาด ยาวหรอื สงู เกนิ 50 เซนตเิ มตร ชิ้นละ 100 บาท

ข้อ 4 ให้ผู้รับใบอนุญาตทาการค้าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุตามมาตรา 19 เสียค่าธรรมเนียม
ใบอนญุ าตดังน้ี

(1) ใบอนุญาตทาการค้าโบราณวัตถฉุ บับละ 10,000 บาท
(2) ใบอนุญาตทาการคา้ ศลิ ปวตั ถุฉบับละ 2,000 บาท

ข้อ 5 ให้ผู้รับใบอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตทาการค้าโบราณวัตถุหรือใบอนุญาตทาการค้าศิลปวัตถุ
ผู้รับใบแทนใบอนุญาตทาการค้าโบราณวตั ถุหรอื ใบแทนใบอนุญาตทาการค้าศิลปวัตถุหรือผ้รู ับแทนใบอนุญาต
ส่งหรอื นาโบราณวตั ถหุ รอื ศลิ ปวัตถอุ อกนอกราชอาณาจักรเสียคา่ ธรรมเนียมใบอนุญาต ดงั นี้

(1) การต่ออายใุ บอนญุ าตครั้งละเท่ากับคา่ ธรรมเนียมสาหรบั ใบอนุญาตแตล่ ะฉบบั
(2) ใบแทนใบอนญุ าตฉบบั ละ 100 บาท
ข้อ 6 โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่โอนโดยวิธีแลกเปล่ียนเพื่อประโยชน์แห่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติท่ี
ให้เป็นรางวัลหรือเป็นค่าแรงงานแก่ผู้ขุดค้นตามมาตรา 18 ซ่ึงส่งหรือนาออกนอกราชอาณาจักรโดยผู้รับ
แลกเปลี่ยนหรือผู้ขุดค้น ให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตส่งหรือนาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอก
ราชอาณาจักร
ขน้ั ตอน และวธิ ีการขอรับใบอนญุ าตสง่ หรือนาโบราณวัตถุ หรอื ศิลปวตั ถุ ออกนอกราชอาณาจักร
1) ประเภทของการสง่ หรือนาโบราณวัตถุหรอื ศิลปวตั ถุออกนอกราชอาณาจักร
ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504
แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญัตโิ บราณสถาน โบราณวตั ถุ ศลิ ปวัตถุ และพิพธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ (ฉบบั ที่ 2 )
พ.ศ. 2535 ได้แยกลกั ษณะของการส่งหรอื นาโบราณหรือศลิ ปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเปน็ 2 ลักษณะคือ
การสง่ หรอื นาโบราณวัตถหุ รือศิลปวัตถุออกเป็นการถาวร และการสง่ หรอื นาโบราณวตั ถุหรือศิลปวัตถอุ อกนอก
ราชอาณาจักรเป็นการช่วั คราว
2) ขั้นตอนการดาเนนิ การขอรบั ใบอนญุ าตส่งหรือนาโบราณวัตถุออกนอกราชอาณาจักร
1) สถานทย่ี ืน่ คาขอรบั ใบอนญุ าต

1.1) การสง่ หรอื นาโบราณวตั ถุ หรอื ศิลปวตั ถุ ออกนอกราชอาณาจักรเปน็ การถาวร
1.1.1 ในกรุงเทพมหานคร ให้ย่ืนคาขอรับใบอนุญาต ณ สานัก

พิพธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติกรมศลิ ปากร ซ่ึงอยทู่ ่ี 81/1 ถนนศรีอยธุ ยา แขวงเทเวศร์ เขตดสุ ติ กรงุ เทพฯ
1.1.2 ในจงั หวดั ทอ่ี ธิบดีกรมศลิ ปากรมอบอานาจให้ผวู้ า่ ราชการจังหวัดเป็น

ผู้การแทนในเร่ืองการอนุญาตให้ส่งหรือนาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรให้ย่ืนคาขอรับ
ใบอนุญาต ณ สถานท่ดี ังต่อไปน้ี พิพธิ ภัณฑสถานแห่งชาติเชยี งใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พพิ ธิ ภณั ฑสถานแห่งชาติ
เชียงแสน จังหวัดเชยี งราย หอสมุดแห่งชาติชลบรุ ี จงั หวดั ชลบรุ ี พิพธิ ภณั ฑสถานแห่งชาตสิ งขลาจังหวดั สงขลา
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง จังหวัดภูเก็ต พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และ
พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาตบิ ้านเชียง จงั หวัดอุดรธานี

1.1.3 จงั หวัดอืน่ นอกเหนอื จากในขอ้ 1.1 และ 1.2 ใหย้ ่ืนรับใบอนุญาต
ณ สานกั พิพธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติกรมศิลปากร

1.2) การสง่ หรอื นาโบราณวัตถหุ รือศิลปวตั ถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชว่ั คราว
สาหรับการส่งหรือนาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการช่ัวคราวไม่ว่าจะอยู่ในท้องที่ใด
ให้ย่นื ขอรับใบอนญุ าตได้ที่สานักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรมศิลปากรเท่าน้นั

2) การตรวจพิสจู น์โบราณสถานโบราณวตั ถุ

การตรวจพสิ ูจน์ คือ การตรวจสอบวา่ โบราณวตั ถุหรือศลิ ปวตั ถนุ ้ันๆ เปน็ โบราณวัตถุศิลปวตั ถุ
ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี หรือศิลปะ หรือไม่ซ่ึงในการตรวจพิสูจน์โบราณวัตถุที่จะส่งหรือ
ศิลปวัตถุที่จะส่งหรือนาออกราชอาณาจักรน้ันจะมีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ซ่ึงอธิบดีกรมศิลปากรแต่งต้ังจาก
ผูท้ รงคุณวฒุ ทิ างดา้ นโบราณ หรอื ศิลปวัตถุ เรยี กว่า “คณะกรรมการตรวจพิสูจนโ์ บราณวัตถุหรือศิลปวัตถุท่ีขอ
อนุญาตซ่ึงนาออกนอกราชอาณาจักร” คณะกรรมการดังกล่าวจะทาการตรวจพิสูจน์เพ่ือกาหนด อายุ สมัย
ขนาดรูปลักษณะ และราคาประเมินของโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุพร้อมทั้งตรวจสอบดูว่าโบราณวัตถุหรือ
ศลิ ปวัตถดุ งั กลา่ วเป็นโบราณวัตถุหรือศลิ ปวัตถทุ ี่กรมศลิ ปากรไดป้ ระกาศขึน้ ทะเบยี นหรือห้ามทาการค้าหรือไม่
แล้วบันทึกผลการตรวจพิสูจนเ์ สนอต่ออธิบดีกรมศิลปากรซึ่งเป็นผูท้ ่ีอานาจพิจารณาอนุญาตการสง่ หรือนาเข้า
โบราณวัตถหุ รอื ศิลปวัตถอุ อกนอกราชอาณาจักรเพื่อพิจารณาตอ่ ไป

ในการย่ืนคาขอรับใบอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นการส่งหรือนาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอก
ราชอาณาจักรเป็นการถาวรหรือชั่วคราวผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องนาโบราณวัตถุหรอื ศิลปวตั ถุท่ีประสงค์จะส่ง
หรอื นาออกนอกราชอาณาจักรมาแสดง ณ โบราณสถานที่ทย่ี ่ืนคาขอรับใบอนุญาตเพ่ือทาการตรวจพสิ ูจน์

หากผูร้ บั ใบอนุญาตไม่สามารถนาโบราณวตั ถหุ รือศิลปวัตถุทป่ี ระสงค์จะสง่ หรือนาโบราณวัตถุ
หรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรมาแสดง ณ สถานท่ีที่ย่ืนขอคาขอรับใบอนุญาตเพื่อทาการตรวจพิสูจน์ผู้
ขอรับใบอนญุ าตสามารถทาคาขอเป็นหนังสือพร้อมทั้งแสดงเหตุผลเสนอต่ออธิบดีกรมศิลปากรเพื่อขอให้มีการ
พสิ จู น์ ณ สถานท่ที ี่เกบ็ รักษาโบราณวตั ถุศิลปวัตถุได้ ซงึ่ การขอให้มกี ารตรวจพิสจู น์ ณ สถานท่ีเก็บโบราณวัตถุ
หรือศิลปวตั ถผุ ูร้ ับใบอนญุ าตจะตอ้ งเป็นผ้อู อกค่าใช้จา่ ยในการนท้ี ง้ั หมด

3) การส่งหรือนาเข้าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุท่ีเป็นพระพุทธรูปหรือรูปเคารพในศาสนาออก
นอกราชอาณาจักร

ในกรณีของการส่งหรือนาโบราณวตั ถุหรือศิลปวัตถุที่เปน็ พระพุทธรูปหรือรูปเคารพในศาสนา
ออกนอกราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นการส่งหรือนาวัตถุโบราณออกนอกราชอาณาจักรเป็นการถาวรหรือ
ชั่วคราวกฎหมายกาหนดให้ผู้รับใบอนุญาตจะต้องระบุวัตถุประสงค์ในการส่งหรือนาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ
ดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักรไว้ในคาขอดว้ ย

4) การวางหลักประกันการชาระค่าปรับในกรณีท่ีผู้รับใบอนุญาตไม่นาโบราณวัตถุหรือ
ศลิ ปวตั ถทุ ไี่ ด้รับอนญุ าตกลบั เข้ามาในราชอาณาจักร

การวางหลักทรัพย์เพ่ือเป็นประกันการส่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ออกนอกราชอาณาจักร
เป็นขั้นตอนการดาเนินการเฉพาะสาหรับการส่งหรือนาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ออกนอกราชอาณาจักรเป็น
การช่ัวคราวเท่าน้ัน โดยผู้รับใบอนุญาตส่งหรือนาโบราณวัตถุออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวจะต้อง
ดาเนนิ การอย่างใดอย่างหนงึ่ ดังต่อไปน้ี เพือ่ เป็นหลักประกนั การชาระคา่ ปรับในกรณีผู้รบั ใบอนุญาตไม่สามารถ
สง่ หรอื นาโบราณวตั ถุหรือศลิ ปวตั ถทุ ี่ไดร้ ับอนุญาตกลบั เข้ามาภายในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาท่กี าหนด

1) วางเงินประกนั เป็นเงินสดหรอื
2) วางหลักทรัพยเ์ ป็นพันธบตั รรัฐบาลไทยหรอื พันธบตั รทร่ี ัฐบาลคา้ ประกัน หรอื
3) วางหลักประกันเปน็ หนงั สือค้าประกนั ธนาคาร

การดาเนินการในข้อ 1-3 จะต้องวางเงินประกัน หลักทรัพย์ หลักประกันเป็นจานวนเงิน
เท่ากับราคาประเมนิ ของโบราณวตั ถุหรือศิลปวัตถุนน้ั ไว้กับอธบิ ดีกรมศิลปากร ซึ่งหากปรากฏวา่ ผูร้ บั ใบอนญุ าต
ไม่นาโบราณวัตถุที่ได้รับอนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายในระยะเวลาที่กาหนดอธิบดีกรมศิลปากรมี
อานาจปรบั ผูร้ บั ใบอนุญาตเปน็ จานวนเงินเท่ากับราคาประเมินของโบราณวตั ถุหรือศิลปวัตถุน้นั

หมายเหตุ ปัจจุบันตามพระราชกฤษฎีกา โอนกิจการบริหารและอานาจหน้าท่ีของส่วน
ราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 ดังน้ัน ปัจจุบันอานาจหน้าที่
ตา่ งๆของรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ จงึ โอนมาเปน็ ของรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงวัฒนธรรม

นอกจากกฎหมายเกี่ยวกับการตรวจคนเข้าเมือง กฎหมายภาษี และอากร พระราชบัญญัติธุรกิจ
นาเทย่ี วและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 กฎหมายโบราณสถาน โบราณวตั ถุ ศิลปวตั ถุ และพิพธิ ภณั ฑสถานแห่งชาติ
ท่ีกล่าวมาข้างต้นแล้ว มัคคุเทศก์จะต้องมีความรู้เก่ียวกับพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติด้วยเพราะจะได้ให้
ความรู้ท่ถี กู ตอ้ งแก่นักทอ่ งเทย่ี วก่อนการเดนิ ทางเข้าไปเท่ียวชมในอทุ ยานแหง่ ชาติน้นั ๆ

5.5 พระราชบัญญัตอิ ุทยานแหง่ ชาติ พ.ศ. 2504
เมื่อรัฐบาลเห็นสมควรกาหนดบริเวณที่ดินแห่งใดท่ีมีสภาพธรรมชาติท่ีน่าสนใจให้คงอยู่ในสภาพ

ธรรมชาติเดิมเพ่ือสงวนไว้ให้เป็นประโยชน์แก่การศึกษาและรื่นรมย์ของประชาชน ก็ให้มีอานาจกระทาได้โดย
ประกาศพระราชกฤษฎีกาและให้มีแผนที่แสดงแนวเขตแห่งบริเวณที่กาหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาตินั้น ต้อง
เป็นที่ดินที่มิได้อยู่ในกรรมสิทธิ์หรือครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลใดซึ่งมิใช่ทางการเมืองและการ
ขยายหรือการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติไม่ว่าท้ังหมาดหรือบางสว่ นใหก้ ระทาโดยพระราชกฤษฎีกาและในกรณี
ท่ีมิใช่เป็นการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติทั้งหมด ให้มีแผนที่แสดงเขตที่เปล่ียนแปลงไปแนบท้ายพระราช
กฤษฎกี าด้วย ทง้ั น้ีให้พนักงานเจา้ หน้าทจ่ี ัดให้มหี ลักเขตและปา้ ยหรือเคร่ืองหมายอ่นื แสดงเขตอุทยานแห่งชาติ
ไวต้ ามสมควร เพื่อให้ประชาชนเห็นได้ว่าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติและห้ามมิให้บคุ คลใดกระทาใหห้ ลักเขต ป้าย
หรือเคร่ืองหมายอ่ืน ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีตามพระราชบัญญัติน้ีเคลื่อนที่ ลบเลือน เสียหายหรือไร้
ประโยชน์หากฝ่าฝืนก็จะมโี ทษตามกฎหมาย ภายอุทยานแห่งชาติหา้ มมิใหบ้ ุคคลใดก็ตามกระทาการดังต่อไปนี้
(ละเอียด ศลิ านอ้ ย, 2558: 33-34)

1) ยึดถือหรือครอบครองที่ดนิ รวมถงึ กอ่ สรา้ ง แผว้ ถาง หรอื เผาปา่
2) เก็บหา นาออกไป ทาด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือทาให้เส่ือมสภาพซี่งไม้ ยางไม้
นา้ มนั ยาง น้ามนั สน แร่ หรอื ทรพั ยากรธรรมชาตอิ นื่ ๆ
3) นาสัตวอ์ อกไปหรือทาดว้ ยประการใดๆ ใหเ้ ป็นอนั ตรายแก่สัตว์
4) ทาดว้ ยประการใดๆ ให้เป็นอนั ตรายหรอื ทาใหเ้ สอ่ื มสภาพแกด่ ิน หิน กรวด หรือทราย
5) เปลย่ี นแปลงทางนา้ หรือทาให้น้าในลานา้ ลาห้วย หนอง บงึ ท่วมท้นหรือเหือดแห้ง
6) ปิดหรือทาใหก้ ดี ขวางแก่ทางน้าหรอื ทางบก

7) เกบ็ หา นาออกไป ทาดว้ ยประการใดๆ ใหเ้ ป็นอันตรายหรือทาให้เสื่อมสภาพซ่ึงกลว้ ยไม้ นา้ ผ้งึ คร่งั
ถา่ นไม้ เปลือกไม้ หรือมูลค้างคาว

8) เก็บ หรือทาด้วยประการใดๆ ให้เปน็ อนั ตรายแก่ดอกไม้ ใบไม้ หรือผลไม้
9) นายานพาหนะเข้าออกหรือขับข่ียานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพ่ือการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาต
จากพนกั งานเจ้าหนา้ ที่
10) นาอากาศยานขึน้ ลงในทท่ี ีม่ ไิ ด้จัดไว้เพ่ือการน้ัน เวน้ แตจ่ ะได้รับอนญุ าตจากพนกั งานเจ้าหน้าท่ี
11) นาสัตว์เลี้ยงหรือสัตวพ์ าหนะเข้าไปเว้นแต่จะได้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกาหนดโดยอนุมัติของ
รัฐมนตรี
12) เขา้ ไปดาเนินกจิ การใดๆ เพอื่ หาผลประโยชน์เว้นแต่จะไดร้ บั อนุญาตจากพนกั งานเจา้ หน้าที่
13) ปดิ ประกาศ โฆษณา หรือขดี เขียนในทีต่ ่างๆ
14) นาเครื่องมอื สาหรับล่าสัตว์หรอื จบั สัตว์ หรอื อาวุธใดๆ เข้าไป เว้นแต่จะไดร้ ับอนุญาตจากพนักงาน
เจ้าหน้าท่แี ละปฏิบัติตามเงอ่ื นไข ซง่ึ พนักงานเจา้ หนา้ ทผ่ี อู้ นญุ าตนั้นกาหนดไว้
15) ยิงปืนทาให้เกิดระเบดิ ซึ่งวตั ถุระเบิดหรอื จดุ ดอกไม้เพลิง
16) สง่ เสยี งอ้ือฉาวหรือกระทาการอ่ืนอันเป็นการรบกวนหรอื เป็นท่เี ดือดร้อนราคาญแก่คนและสตั ว์
17) ท้ิงขยะมลู ฝอยหรือส่ิงต่างๆ ในท่ีทีม่ ไิ ดจ้ ดั ไวเ้ พื่อการนัน้
18) ท้ิงส่ิงทเ่ี ป็นเชอ้ื เพลงิ ซง่ึ อาจทาให้เกิดเพลงิ
ทงั้ นใ้ี นพระราชบญั ญตั ิอุทยานแห่งชาติพ.ศ. 2504 น้ีใหแ้ ก้ไขคาวา่ “รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงเกษตร”
เป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” คาว่า “ปลัดกระทรวงเกษตร” เป็น
“ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม” คาว่า “อธิบดีกรมป่าไม้ เป็น “อธิบดีกรมอุทยาน
แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช” เพ่ือให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอน
อานาจหน้าท่ขี องสว่ นราชการใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบัญญตั ปิ รบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545
6.5.1 กฎระเบยี บในการท่องเท่ยี วในพนื้ ทีธ่ รรมชาติ
กฎระเบียบต่างๆ ในการไปท่องเท่ียวในพื้นท่ีธรรมชาตินั้น ตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์
ปา่ และพนั ธุพ์ ืช (ละเอยี ด ศลิ าน้อย, 2558: 36-37) มดี งั นี้

1) ในการเข้าไปท่องเที่ยวในพื้นท่ีอุทยานแห่งชาติหรือวนอุทยานท่ีมิได้อนุญาตให้เข้าไป
ท่องเท่ียวได้น้ัน หากจะเข้าไปท่องเที่ยวก็จะต้องขออนุญาตเป็นกรณีๆ ไป และต้องปฏิบัติตามข้อกาหนด และ
ข้อห้ามอย่างเคร่งครัดด้วย เช่น ห้ามมิให้นาภาชนะและบรรจุภัณฑ์ที่ทาด้วยโฟมพลาสติก แก้ว อะลูมิเนียม
ทุกประเภทเข้าไปในอุทยานแห่งชาติเพื่อควบคุมและลดปริมาณขยะ หรือห้ามมิให้นาเข้าไปหรือจาหน่าย
เครอื่ งด่มื แอลกอฮอล์ทกุ ประเภทในอุทยานแห่งชาติ เปน็ ต้น

2) ผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ข้ึนไป และมีสัญชาติไทยให้ได้รับการยกเว้น
ค่าธรรมเนียมการขา้ ไปในอุทยานแห่งชาติทกุ แห่ง

3) มีการกาหนดจานวนนักท่องเท่ียวท่ีจะเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งเพ่ือ
ป้องกันปัญหาขีดจากัดในการรองรับนักท่องเท่ียวโดยที่ผู้ใดมีความประสงค์จ องท่ีพักของอุทยานแห่งชาติ
สามารถจองผ่านเว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ www.dnp.go.th หรือโทรศัพท์
หมายเลข0-2562-0760-2 และในบางฤดูกาลจะมีการปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในแหล่งท่องเท่ียวบางแห่ง
ในอุทยานแห่งชาติและวนอทุ ยานอกี ดว้ ย จึงจาต้องศึกษารายละเอียดเหลา่ น้ใี หด้ กี อ่ นการเดินทาง

4) สาหรับผู้ประสงค์จะเข้าไปทากิจกรรมดูนก หรือถ่ายภาพนกในพ้ืนที่อุทยานแห่งชาติ
จะต้องแจ้งให้ผู้ดูแลอุทยานและรับผิดชอบอุทยานแห่งนั้นทราบด้วย ท้ังนี้เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบจาก
กิจกรรมทสี่ ่งผลถงึ นกดงั กล่าว

5) ในการถ่ายภาพยนตร์หรือการบันทึกภาพ ภาพน่ิง ภาพถ่าย วีดีทัศน์หรือภาพที่เกิดจาก
การบันทึกด้วยเคร่ืองมือในลักษณะอ่ืนใด ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เร่ือง ภาพยนตร์สารคดี มิวสิควีดีโอ
ภาพยนตร์โฆษณา และรายการโทรทัศน์ ต้องขออนุญาตผู้อานวยการสานักบริหารพ้ืนที่อนุรักษ์ท้องที่หรือ
ผู้อานวยการสานักอุทยานแห่งชาติเสียก่อน แต่ไม่รวมถึงภาพยนต์ท่ีเป็นการถ่ายทาของนักท่องเท่ียวเพ่ือใช้ดู
เป็นการสว่ นตวั หรือภายในครอบครัว

6) การขออนุญาตถ่ายทาภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยหรือภาพนิ่งของต่างประเทศ
ทเี่ ขา้ มาถ่ายทาในประเทศไทยโดยมีวัตถปุ ระสงคท์ ่ีจะนาภาพยนตร์หรือภาพน่ิงดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักร
ท้ังน้ีไม่ว่าการถ่ายทาภาพยนตร์หรือภาพน่ิงดังกล่าวจะดาเนินการโดยผู้ถ่ายทาชาวต่างประเทศ หรือชาวไทย
จะต้องขอนุญาตต่อคณะกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยหรือคณะอนุกรรมการพิจารณาคาขอ
อนุญาตถ่ายทาภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย เรียกโดยย่อว่า “อพภ.”ซึ่งคณะกรรมการแต่งต้ังข้ึนเพอื่
ปฏิบัติตามระเบียบนี้เสียก่อน ท้ังนี้รวมถึงวีดีทัศน์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เร่ือง ภาพยนตร์สารคดี
ภาพยนตร์โฆษณา หรือวีดีทัศน์ แต่ไม่รวมถึงภาพยนตร์ที่เป็นการถ่ายทาของนักท่องเที่ยวเพื่อใช้ดูเป็นการ
ส่วนตัวหรือภายในครอบครวั และ “ภาพนิ่ง” ท่ีต้องขออนุญาตก่อนน้ันต้องหมายถึง ภาพถ่ายที่ถ่ายทาขึ้นเพ่ือ
การเผยแพร่ต่อสาธารณะ

7) การยกเว้นและลดหย่อนค่าบริการและค่าตอบแทนต่างๆ ให้โรงเรียนหรือ
สถาบันการศกึ ษาทีเ่ ขา้ ทศั นศึกษาหรือจดั กจิ กรรมค่ายทีส่ ่งเสรมิ การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในช่วงวนั จันทร์
ถึงวันพุธ เน่ืองจากในช่วงวันหยุดสุดสัปดาหห์ รือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เป็นช่วงเวลาท่ีมีปริมาณผู้เข้าใช้ประโยชน์
อุทยานแห่งชาติมากและในบางพ้ืนท่ีมากจนเกินขีดความสามารถในการรองรับพ้ืนท่ีและเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ
ในการอานวยความสะดวก การดูแลความปลอดภัยและการจัดวิทยากรในกิจกรรมค่ายเพ่ือเป็นการกระจาย

การใช้ประโยชน์พื้นท่ีอุทยานแห่งชาติและเจ้าหน้าที่สามารถอานวยความสะดวก การรักษาความปลอดภัย
และร่วมเปน็ วิทยากรในการบรรยายไดอ้ ยา่ งเพยี งพอ

6.5.2 การเตรยี มตวั เดนิ ทางทอ่ งเทยี่ วอทุ ยานแห่งชาติ
การเดินทางท่องเท่ียวในอุทยานแห่งชาติควรมีการเตรียมตัวดังขั้นตอนต่อไปนี้ (อนุสาร อ.ส.ท การ
ทอ่ งเท่ียวแห่งประเทศไทย, 2546 อา้ งใน พิมพรรณ สจุ ารินพงค,์ 2559: 138-140)

1) หาข้อมูลอุทยานแห่งชาติท่ีต้องการเดินทางในปัจจุบันมีแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานฯอยู่
มากมายท้ังหนังสือ คู่มือต่างๆ หรืออาจเข้าไปขอข้อมูลโดยตรงได้ที่ส่วนนันทนาการ งานบริการบ้านพัก กรม
อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธ์ุพืช กระทรวงทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมซึ่งต้ังอยู่ที่เดิมในบริเวณกรมป่าไม้
บางเขน กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02 5797223 ,02 5795734 ,02 5612921 ,02 5612918 หรือหากท่านใช้
อินเตอร์เน็ตสามารถจะเข้าไปดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ http://portal.dnp.go.th/p/nationalpark หรือ
http://park.dnp.go.th/visitor/

2) วางแผนการเดินทาง จัดโปรแกรมการเดินทาง กาหนดระยะเวลาเดินทางให้เหมาะสมว่า
จะใช้เวลาเดินกี่วันและพักก่ีวันที่ใดบ้าง พักในท่ีพักหรือแคมป์ค้างคืนในป่า เพื่อการเดินทางจะได้ไม่เร่งรัด
เกนิ ไป และจะได้จดั เตรยี มการเดินทาง ท่ีพกั และจดั สมั ภาระไดถ้ ูกตอ้ ง

3) ติดต่อจองที่พักและการเดินทางให้เรียบร้อย โดยการจองที่พักอุทยาน ฯ สามารถติดต่อ
จองล่วงหน้าได้ท่ีส่วนนันทนาการ งานบริการบ้านพัก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกระทรวง
ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม ซึ่งตั้งอยู่ที่เดิมในบริเวณกรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02 5797223 ,02
5795734 ,02 5612921 ,02 5612918 หรอื จองโดยตรงท่ีทที่ าการอทุ ยาน ฯ น้ันๆการจองทพ่ี กั ของอุทยาน ฯ
มีระเบียบมากพอสมควรโดยจะต้องจองล่วงหน้า ส่วนการนาเต็นท์ไปเองน้ันไม่ยุ่งยากมากมาย นักท่องเท่ียว
เพียงเสียคา่ บารงุ ตามระเบยี บของแตล่ ะอุทยานฯ และตั้งเตน็ ท์เฉพาะบริเวณที่ทางอุทยานฯ กาหนดเท่านน้ั

4) เม่ือเดินทางไปถึงอุทยานฯ ควรเข้าศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมท่ีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซ่ึง
จดั บริการข้อมลู ของอทุ ยานฯน้ันๆ และสอบถามเพิม่ เติมไดจ้ ากเจา้ หน้าท่ี

5) หากจะเดนิ ปา่ ศกึ ษาธรรมชาตคิ วรตดิ ต่อประสานงานเจา้ หนา้ ที่เพ่ือการเตรยี มลว่ งหน้า
6)เตรียมอุปกรณ์ที่จาเป็นและเหมาะสมกับพ้ืนที่ไปให้พร้อม เช่น เครื่องกันหนาว อาหาร
อุปกรณ์แคมป์ ไฟฉาย ยาท่ีจาเป็น กล้องดูนก คู่มือศึกษาธรรมชาติ ฯลฯ เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นการ
ท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติอย่างเข้าถึงและได้รับประโยชน์จากการศึกษาธรรมชาติมากที่สุด และข้อควรระวัง
และการปฏิบัติตนในอุทยานแห่งชาติ

1) ปฏิบตั ติ นตามกฎระเบยี บของทางอทุ ยานฯ ที่กาหนดไว้อย่างเคร่งครดั
2) ดแู ลรกั ษาสภาพธรรมชาติให้คงความงดงามตามธรรมชาตมิ ากท่ีสุด
3) ควรเคารพสิทธิ์ผู้อ่นื ในการเขา้ ไปใช้พื้นท่ีธรรมชาตริ ว่ มกนั
4) ไมส่ ง่ เสยี งดัง อนั จะเปน็ การรบกวนผู้อ่ืนหรอื รบกวนความเป็นอยูข่ องสตั วป์ า่

5) การเดินป่าศึกษาธรรมชาติควรเดินตามเส้นทางที่กาหนดไว้ ไม่ควรเดินออกนอก
เสน้ ทางเดนิ ถาวร ซึง่ อาจจะไปเหยียบย่าพชื พรรณหรือสัตว์เลก็ ๆ

6) ห้ามเกบ็ หรือนาออก หรอื กระทาการใดๆท่ีจะเปน็ อันตรายต่อสภาพของก้อนหิน
พชื พรรณ และสัตว์ปา่ ในเขตอุทยาน ฯ

7) ห้ามนาสัตว์เล้ียงเข้าไปในอุทยานฯเพราะอาจจะเป็นการนาโรคเข้าไปแพร่ใน
ธรรมชาติหรือในทางตรงกันข้าม ก็อาจจะรบั โรคติดตอ่ จากสัตว์ปา่ ภายในออกมา

8) ไม่ควรก่อไฟในอุทยานฯ เพราะการก่อไฟจาเป็นต้องใช้ฟืนในธรรมชาติและก่อ
เกิดมลพิษปัจจุบันมีเตาแก๊สสารพัดประโยชน์ขนาดพกพา สามารถใช้การไดด้ ีและไม่ทาลายธรรมชาติหรือหาก
จาตอ้ งกอ่ กองไฟจรงิ ๆควรก่อในท่ีทท่ี างอทุ ยานฯกาหนด และดบั ให้เรยี บร้อย

9) ไม่ควรนาสิ่งที่จะก่อให้เกิดขยะเข้าไปในอุทยานฯ เช่น ถุงพลาสติก กล่องโฟม
ขวด กระป๋อง หากนาเขา้ ไปกรณุ าเก็บคืนออกมาใหม้ ากทส่ี ดุ

10) เมอื่ พบเหน็ การกระทาผดิ กฎระเบยี บอุทยานฯหรือการกระทาอนั เปน็ ผลกระทบ
ตอ่ ธรรมชาติกรุณาแจง้ เจา้ หน้าทีอ่ ุทยานฯเพือ่ ดาเนินการต่อไป

11) ร่วมกันชกั ชวนใหเ้ พ่ือนฝงู หรอื เพอื่ นรว่ มทาง ช่วยกันดแู ลรกั ษาธรรมชาติ

สรุป
มัคคุเทศก์ทาหน้าท่ีติดต่อประสานงานระหว่างนักท่องเท่ียว คนในท้องถิ่น สถานประกอบการ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐบาล และเอกชน เพ่ือสามารถให้บริการ และอานวยความสะดวกให้กับ
นักท่องเท่ียว ดังน้ันมัคคุเทศก์ต้องมีความรู้เก่ียวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่เก่ียวข้องในการปฏิบัติงาน
แต่ละครั้งของตนโดยเฉพาะอย่างย่ิงกฎหมายเก่ียวกับการตรวจคนเข้าเมือง กฎหมายภาษีและอากร
พระราชบัญญัติธุรกิจนาเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 กฎหมายท่ีเก่ียวข้องกับสถานท่ีท่องเที่ยวต่างๆ ที่
มัคคุเทศก์ให้บริการนาเที่ยว เพ่ือท่ีจะได้รู้ข้อมูลท่ีถูกต้องแล้วนามาแจ้งนักท่องเท่ียวให้ปฏิบัติตัวตาม
กฎระเบยี บของสถานที่ทอ่ งเท่ียวน้ันๆกอ่ นเขา้ ไปเที่ยวชม


Click to View FlipBook Version