The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 6 เกมนันทนาการเพื่อการนำเที่ยว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ptpatcharin, 2020-06-23 02:19:13

บทที่ 6 เกมนันทนาการเพื่อการนำเที่ยว

บทที่ 6 เกมนันทนาการเพื่อการนำเที่ยว

บทท่ี 6
เกมนนั ทนาการเพ่อื การนาเท่ยี ว

การนาเท่ียวเป็นหัวใจสาคัญของอาชีพมัคคุเทศก์ดังน้ันมัคคุเทศก์จะต้องทาให้การท่องเที่ยว
เป็นไปด้วยความสนุกสานเพลิดเพลินประกอบด้วยสาระความรู้และการพักผ่อนอย่างแท้จริง ทาให้
นกั ทอ่ งเทย่ี วไมร่ ูส้ ึกเหนด็ เหนือ่ ยเพราะถูกเร่งรัด และเบื่อหน่ายเพราะถูกยัดเยยี ดด้วยความรู้จนเกนิ ไป
นอกจากความรู้เก่ียวกับสถานที่ท่องเท่ียวในแต่ละจุดแลว้ และสถานท่ีที่น่าสนใจตามทางผ่านที่มัคคุเทศก์
อาจชี้ชวนให้นักท่องเท่ียวสนใจแล้ว มัคคุเทศก์ควรมีความรู้เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมหรือการเล่นเกม
นันทนาการเพ่ือคลายเหงาและช่วยให้เกิดความเป็นกันเองภายในกลุ่มของนักท่องเท่ียวด้วย ในที่น้ีจะ
กล่าวถึงความรทู้ ั่วไปเกยี่ วกบั นนั ทนาการ และรปู แบบเกมตา่ งๆ ท่ใี ชจ้ ัดกจิ กรรมนนั ทนาการ

6.1 ความร้ทู ัว่ ไปเก่ยี วกบั นันทนาการ
6.1.1 ความหมายของนันทนาการ
นันทนาการ มาจากคาว่า “นันทน” หมายความว่า ร่าเริงสนุกสนาน มาทาการสนธิกับคาว่า

“อาการ” (นันทน+อาการ) อ่านว่า “นันทนาการ” หมายถงึ อาการรา่ เริงสนกุ สนาน
จิระวัฒน์ ศิริจารุวงศ์ (2546: 2) กล่าวว่า นันทนาการ หมายถึง กิจกรรมต่างๆ ที่บุคคลได้มี

ส่วนร่วม หรือกระทาในยามว่างด้วยความสมัครใจ เพ่ือผลในด้านความสนุกสนาน เพลิดเพลิน
ความพึงพอใจและผอ่ นคลายความตงึ เครยี ดท้งั ทางด้านรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ และสังคม

เทพประสิทธิ์ กุลธวัชวิชัย (2554: 15) กล่าวว่า นันทนาการ หมายถึง กิจกรรมเวลาว่างท่ี
สร้างสรรค์เป็นประโยชน์ มีคุณค้าสาหรับบุคคลท่ีเข้าร่วมกิจกรรมด้วยความสมัครใจและส่งผลโดยตรงต่อ
ผู้เข้าร่วม ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล ซ่ึงเป็นเป้าหมายของนันทนาการ คือ การกระทาให้ชีวิตมี
คุณภาพ หมายถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ นั่นคือมีความสุขที่สมบูรณ์ประกอบด้วย 2 ส่วน
ได้แก่ สุขภาพทางกายและสขุ ภาพจติ ใจ นอกจากน้นั ยังมผี ลพลอยได้อ่นื ๆ อีกมากมาย

ดังนั้นจงึ สรปุ ไดว้ า่ นนั ทนาการ หมายถึง “กิจกรรมท่ีคนเราใชเ้ วลาว่างจากภารกิจงานประจาโดย
เข้าร่วมด้วยความสมัครใจ ทาในยามว่าง และต้องไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมและ
กฎหมายบ้านเมือง เพ่ือให้เกิดความเพลิดเพลินและผ่อนคลายจากความตึงเครียด ทั้งร่างกายและจิตใจ
หรอื ก่อให้เกิดการพฒั นาหรือความเจรญิ งอกงามทางกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา”

6.1.2 ขอบขา่ ยของกจิ กรรมนนั ทนาการ

ในการประกอบกิจกรรมนันทนาการนั้น สามารถประกอบกิจกรรมได้มากมาย ตามความ
เหมาะสมกับเพศ-วัย และความต้องการ ความพอใจของแต่ละบุคคลหรือกลุ่มคณะ ซ่ึงได้แบ่งกลุ่มของ
กจิ กรรมนนั ทนาการประเภทต่างๆ ได้ 11 ประเภท ดงั น้ี (พรี ะพงศ์ บญุ ศริ ิ, 2542)

1) ประเภทเกม กีฬาต่างๆ เช่น ฟตุ บอล วอลเลย์บอล วา่ ยนา้ ฯลฯ
2) กิจกรรมเข้าจังหวะ การเต้นรา หรือการออกกาลังกายที่มีจังหวะดนตรีประกอบหรือ
เต้นประกอบกับการรอ้ งเพลง เชน่ การเตน้ ราพนื้ เมือง การราวง การลีลาศ ฯลฯ
3) งานศิลปหัตถกรรมหรือท่ีเรียกว่า งานฝีมือ เช่น การวาดเขียน การปั้น การจักสาน
เย็บปักถกั ร้อย การถกั การทอ เปน็ ตน้
4) ประเภทละคร ภาพยนตร์ อาจจะเป็นกิจกรรมท้ังการแสดง หรือการดู เช่น ละครพดู
ละครรา รวมทัง้ การดูทวี ี
5) ดนตรี ขับร้อง เป็นกิจกรรมท้ังการเล่นดนตรี ร้องเพลง หรือฟังดนตรี ฟังเพลง ร้อง
เพลงพน้ื เมอื ง แตง่ เพลง
6) การอา่ น การเขยี น การพูด เชน่ อา่ นหนงั สอื พิมพ์ เขยี นบทความ การโต้วาที
7) งานอดเิ รก ได้แก่ กจิ กรรมทีท่ าในเวลาว่างต่างๆ เชน่ การทาสวนดอกไม้ เป็นต้น
8) กจิ กรรมนนั ทนาการนอกเมือง เปน็ กจิ กรรมที่ใช้ธรรมชาติเปน็ ส่อื หรอื เปน็ อปุ กรณ์ใน
การจัดกิจกรรม โดยใชค้ วามสวยงาม ความบริสุทธิข์ องธรรมชาติ เชน่ การอยคู่ ่ายพักแรม เทย่ี วปา่
9) กิจกรรมนันทนาการพิเศษ เป็นการจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นเป็นครั้งคราว หรือประจาปี
แห่เทยี น ลอยกระทง สงกรานต์ งานวดั
10) กิจกรรมนันทนาการสังคม เป็นกิจกรรมพบปะสังสรรค์เพ่ือนฝูง เช่น งานเลี้ยงรุ่น
ขึ้นบ้านใหม่ เปน็ ต้น
11) กิจกรรมนันทนาการอาสาสมัคร เป็นการอาสาสมัครเพื่อทากิจกรรมให้เป็น
ประโยชน์ต่อสังคม เช่น เป็นผ้นู ากจิ กรรมปลูกป่า ทาความสะอาดวดั หรือโรงเรยี น
6.1.3 ความหมายของเกม
ในแง่ของนักวิชาการทางด้านพลศึกษาไดใ้ ห้ความหมายวา่ เกม คือ กิจกรรมพลศึกษาแขนงหน่ึงที่
มีลักษณะเป็นการเล่นเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีกฎ กติกา สลับซับซ้อนมากนัก เป็นการแข่งขันที่ก่อให้เกิดความ
สนุกสนานเพลดิ เพลนิ โดยใชท้ ักษะพื้นฐานประกอบเขา้ กบั อุปกรณก์ ารเล่น (มีหรอื ไม่มีก็ได้) และทาให้เกิด
กระบวนการเรียนร้ขู องมนุษย์อันส่งผลต่อการพัฒนาทางทักษะในการเคลือ่ นไหวเบื้องตน้
จริ ะวัฒน์ ศริ จิ ารวุ งศ์ (2546: 2) ให้ความหมายเกม (Games) ว่าเป็นกิจกรรมการเล่นอย่างหนึ่งที่
ถูกกาหนดข้นึ เพ่อื ให้ผเู้ ขา้ ร่วมไดเ้ กดิ ความสนุกสนาน พงึ พอใจ และเปน็ การสร้างแรงจูงใจใหท้ ุกคนได้ออก

กาลังกายอีกด้วย นอกจากน้ีทุกคนสามารถเล่นได้โดยไม่มีการจากัดเพศหรือวัยอีกด้วยขึ้นอยู่กับแต่ละ
บคุ คลจะมีความต้องการหรอื ไม่

เทพประสิทธิ์ กุลธวัชวชิ ยั (2554: 343) กลา่ ววา่ เกมเป็นกจิ กรรมการเล่นแข่งขนั เพื่อนันทนาการ
โดยมีกฎระเบียบการเล่นง่ายๆ สั้นๆ และแฝงด้วยคุณค่าต่างๆ ได้แก่พ้ืนฐานการดารงชีวิตของมนุษย์ทั้ง
บคุ คลและสังคมส่วนรวมตลอดจนเป็นการสืบทอดประเพณีและวัฒนธรรมจากทฤษฎีต่างๆ

ประพฒั น์ ลกั ษณพสิ ุทธิ์, (2536: 1) กลา่ วว่า เกม หมายถงึ การเลน่ เบด็ เตล็ดตามแต่โอกาส และ
เวลาทีจ่ ะอานวยให้หลังจากว่างจากงานประจา หรอื เปน็ กจิ กรรมสาหรับเด็กได้เล่นรว่ มกนั ในยามวา่ ง

ดังนั้น จึงอาจสรุปได้ว่า เกม หมายถึง “การเล่นอย่างหน่ึงท่ีจัดขึ้นเพ่ือให้บุคคลได้ร่วมเล่น เพ่ือ
ก่อให้เกิดความสนุกสนานในเวลาว่างจากงานประจา ตามความสนใจของแตล่ ะบุคคล”

6.1.4 หลักการนาเกม
จิระวฒั น์ ศิริจารุวงศ์ (2546: 37-38) ได้กล่าวถึงหลกั การนาเกมไวด้ ังนี้

1) ผ้นู าเกมต้องเตรยี มเกมไว้ใหเ้ พยี งพอและเหมาะสมกบั เวลา
2) ควรใชภ้ าษาง่ายๆสัน้ ๆในการอธบิ ายเพ่อื ให้เขา้ ใจได้งา่ ยและรวดเร็ว
3) ควรหาเกมที่เห็นวา่ เหมาะสมสาหรบั ผู้เลน่ ในการฝึกทกั ษะต่างๆ
4) ควรกาหนดเวลาในการเลน่ เกมแต่ละครัง้ ให้มคี วามเหมาะสม
5) ควรเลอื กเกมท่ผี ู้เลน่ มีโอกาสไดฝ้ ึกการเปน็ ผนู้ าทีด่ แี ละมีความรบั ผดิ ชอบ
6) ควรมีคาเชยชมหรือกาลังใจสาหรับผู้ท่ีเล่นดีและมีการตักเตือนผู้ที่บกพร่องพร้อมกับ
สอดแทรกเรอ่ื งการมนี ้าใจเป็นนักกีฬารแู้ พ้-รู้ชนะ
7) ผนู้ าเกมควรดแู ลผเู้ ล่นได้รว่ มกนั เลน่ เกมอย่างทั่วถึง
8) สารวจการเลน่ เกมครง้ั ทผ่ี า่ นมา และแก้ไขก่อนเสมอในเกมถดั ไป
9) ต้องวางจุดมุ่งหมายในการเล่นเกมแต่ละคร้ังและมีการประเมินผลหลังจากการเล่น
เกมทุกครง้ั
10) ผูน้ าเกมควรจะร่วมเล่นด้วยในบางเกม
11) ควรแบ่งผูเ้ ล่นออกเปน็ กลมุ่ กล่มุ ละประมาณ 10-15 คน
12) ผนู้ าเกมควรมีทา่ ทกี ระฉับกระเฉง คล่องแคลว่ ว่องไว
13) ใหก้ าลงั ใจแกผ่ แู้ พ้ และใหผ้ ู้ชนะแสดงออกถึงความมนี า้ ใจ
14) ควรแนะนากลวิธกี ารเลน่ ท่แี สดงถึงความสามารถสงู สุด
15) คอยสังเกตความเม่ือยล้าของผู้เลน่
16) ในกรณีท่ีเล่นเป็นทีม ควรแบ่งจานวนผู้เล่นให้มีจานวนเท่ากันและมีความสามารถ
ทดั เทยี มกัน

6.2 รปู แบบเกมตา่ งๆ ทีใ่ ชจ้ ดั กจิ กรรมนนั ทนาการ
เกมท่ีจะนาไปใช้ในการจัดกิจกรรมนันทนาการนั้น ต้องคานึงถึงความเหมาะสมกับสถานท่ี และ

ผู้เข้าร่วมเกมด้วย ซ่ึงรูปแบบเกมต่างๆ ท่ีใช้ในกิจกรรมนันทนาการ มีดังน้ี (จิระวัฒน์ ศิริจารุวงศ์, 2546:
40-54)

6.2.1 เกมบนรถทัวร์
รถทัวร์หรือรถโค้ช เป็นพาหนะท่ีนาพาเราไปยังจุดหมายปลายทางจะเป็นระยะทางใกล้

หรือไกลจะตอ้ งมีส่งิ อานวยความสะดวกพร้อมกจิ กรรมบนรถไว้ด้วย เช่น วีดโิ อ เครือ่ งเสยี ง และไมโครโฟน
การจัดกิจกรรมบนรถทัวร์ส่วนใหญ่จะเป็นเกมง่ายๆ ที่ไม่ต้องการพ้ืนที่ และการ

เคล่อื นไหวมาก ควรจะให้น่ังอยู่กับท่ตี ามเบาะ ควรจะเปน็ เกมที่เปิดโอกาสให้ทกุ คนมสี ว่ นร่วมมากท่ีสดุ ท้ัง
ร่วมเล่น ร่วมลุ้น ร่วมต่ืนเต้น เป็นต้น ผู้นาเกมจะต้องคานึงถึงความปลอดภัยเป็นสาคัญและการจัด
กิจกรรมบนรถทัวร์ให้ประสบความสาเร็จผู้นากิจกรรมจะต้องทราบรายละเอียดความเป็นไปของผู้ร่วม
เดินทางจะทาใหก้ ารจดั กจิ กรรมงา่ ยและประสบความสาเร็จ ดงั ตัวอยา่ งเกมต่อไปนี้

1) เกมบดั ด้ี
การเตรียม

1) ผนู้ าเตรยี มสลากรายช่อื สมาชิกในรถทกุ คน
2) สมาชิกเตรียมของขวัญหรือของที่ระลึกให้กับ “บัดด้ี” ท่ีเราจับรายช่ือได้
และให้ของสาหรบั ผทู้ ่ีจะจับไดช้ ่อื เรา
วธิ ีการเล่น
1) ผนู้ าเกมใหส้ มาชิกทกุ คนจับสลากรายชือ่ หากจบั ได้ช่ือของตัวเองใหจ้ ับใหม่
2) สมาชิกทกุ คนตอ้ งเกบ็ ชือ่ “บัดด”ี้ ไว้เป็นความลับ
3) ตลอดการร่วมกิจกรรม สมาชิกต้องเอาใจใส่บดั ด้ีโดยไม่ใหเ้ ขารู้จักตัว อาจใช้
วธิ กี ารพึง่ พา ไหว้วานผู้อืน่ ใหเ้ อาน้าหรอื ขนมไปให้ หรอื ฝากสง่ จดหมายไปให้โดยใชน้ ามแฝง
4) ผู้นาเกมดาเนนิ การเฉลยชือ่ บดั ดใ้ี นวันเดินทางกลบั

2) เกมทอ่ งเท่ยี วทั่วไทย
การเตรียม กระดาษคาถาม – คาตอบคาขวญั ท่องเทย่ี วประจาจงั หวัด
วธิ ีการเล่น

1) ผนู้ าเกมแจกกระดาษคาถาม – คาตอบคาขวญั ท่องเทย่ี วประจาจงั หวัด
2) สมาชิก 2 คนตอ่ กระดาษคาถาม – คาตอบ 1 แผน่

3) ผู้นาเกมเฉลยคาตอบ ใหค้ ู่แขง่ ขนั แลกเปล่ียนกันตรวจคาตอบ คใู่ ดได้คะแนน
มากที่สุดมขี องรางวัลมอบให้

ข้อแนะนา ขณะท่ีสมาชิกกาลังหาคมตอบอยู่ควรเปิดเพลงคลอเบาๆ เพื่อสร้าง
บรรยากาศและผู้นาจะได้พักในช่วงระยะหนึ่ง สมาชิกต้องช่วยกันคิดช่วยกันตอบจะทาให้สมาชกิ จดจาคา
ขวัญไดอ้ ย่างแมน่ ยา

ตวั อย่างคาขวัญทอ่ งเทีย่ วประจาจังหวัด
1)..................... กรุพระเครอ่ื ง เมอื งคนแกรง่ ศิลาแลงใหญ่ กล้วยไขห่ วาน

น้ามนั ลานกระบือ
2)..................... ดอยสุเทพเปน็ ศรี ประเพณีเปน็ สงา่ บุปผชาตลิ ว้ ยงามตา

งามล้าค่านครพงิ ค์
3)..................... เมอื งสแ่ี คว แหม่ ังกร พกั ผอ่ นบังบอระเพ็ด

ปลารสเดด็ ปากนา้ โพ
4)..................... ถ่านหินลอื ชา รถม้าลอื ล่ัน เคร่ืองป้ันลอื นาม

งามพระธาตลุ ือไกล ฝึกชา้ งใชล้ อื โลก
5)..................... ไขม่ กุ อนั ดามัน สวรรคเ์ มืองใต้ หาดทรายสที อง สองวรี สตรี

บารมหี ลวงพอ่ แชม่
6)..................... พระนอนองคใ์ หญ่ วรี ไทยใจกล้า ตกุ๊ ตาชาววงั โดง่ ดังจกั สาน

ถิน่ ฐานทากลอง

7)..................... เมืองทองเนอื้ เกา้ มะพร้าวสับปะรด สวยสดหาดเขาถ้า
งามลา้ น้าใจ

8)..................... เมอื งหญิงกลา้ ผ้าไหมดี หมโ่ี คราช ปราสาทหนิ ดนิ ดา่ นเกวียน
9)..................... พุทธมณฑลอสี าน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้าเลอคา่

ตักศลิ านคร
10)................... สม้ โอหวาน ข้าวสารขาว ลกู สาวงาม ข้าวหลามหวานมนั

สนามจนั ทร์งามลน้
11)................... อนสุ าวรียป์ ราบฮ่อ หลวงพอ่ พระใส สะพานไทยลาว
12)................... เมอื งหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มอี ทุ ยาน ร. 2 แม่กลองไหลผ่าน

นมสั การหลวงพ่อบ้านแหลม
13)................... ชายแดนเบ้อื งบรู พา ปา่ งามน้าตกสวย มากด้วยรอยอารยธรรม

โบราณ ย่านการค้าไทยเขมร
14)................... ทะเลงาม ขา้ วหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี

ประเพณวี ิ่งควาย
15)................... ผลไมโ้ อชา อตุ สาหกรรมก้าวหน้า น้าปลารสเด็ด เกาะเสมด็

สวยหรู สุนทรภู่กวเี อก
16)................... เมอื งประวัติศาสตร์ พระธาตทุ องคา ชื่นฉ่าธรรมชาติ

แรธ่ าตุอดุ ม เครอื่ งถมสามกษตั รยิ ์ มากวดั มากศลิ ป์
ครบส้นิ ก้งุ ปู
17)................... พระธาตเุ ชิงชุมค่บู ้าน พระตาหนักภูพานคเู่ มือง งามลอื เลอ่ี ง
หนองหาน แลตระการปราสาทผึง้ สวยสดุ ซ้ึงสาวภไู ท
ถน่ิ ม่ันในพุทธธรรม
18)................... วงั นารายณค์ บู่ ้าน ศาลพระกาฬคูเ่ มือง ปรางค์สามยอดลอื เลอื่ ง
เมืองแห่งดินสอพอง แผ่นดนิ ทองสมเดจ็ พระนารายณ์
19)................... ประตสู ู่ภาคใต้ ไหว้เสดจ็ ในกรม ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี
ดีกลว้ ยเล็บมอื ขน้ึ ช่อื รงั นก
20)................... เมืองเกาะครึ่งรอ้ ย พลอยแดงล้าค่า ระกาแสนหวาน หลงั อานหมาดี
ยุทธนาวเี กาะชา้ ง สุดทางบรู พา
21)................... คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอง่ มังกร วดั ขนอนหนงั ใหญ่
ตนื่ ใจถ้างาม ตลาดน้าดาเนนิ เพลนิ ค้างคาวร้อยลา้ น ย่านยส่ี กปลาดี
22)................... พระมงคลมงิ่ เมือง แหลง่ รุ่งเรืองเจ็ดล่มุ นา้ งามลา้ ถ้าศักดส์ิ ิทธิ์
เทพนมิ ติ พระเหลา
23)................... เมอื งพระชนกจักรี ปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว ส้มโอบา้ นนา้ ตก
มรดก โลกห้วยขาแขง้

3) เกมทายภาพปริศนา
วธิ ีการเล่น
เตรียมภาพปริศนามาหลายๆภาพ และให้สมาชิกทาย ท่านใดต้องการตอบให้รีบยกมือ
ข้นึ และถ้าทายถูกมีรางวลั

ภาพที่ 4 แสดงเกมทายภาพปริศนา (ทม่ี า: จิระวัฒน์ ศริ จิ ารุวงศ์, 2546)
ภาพที่ 5 แสดงเกมทายภาพปริศนา (ที่มา: จิระวัฒน์ ศริ ิจารุวงศ์, 2546)

ภาพท่ี 6 แสดงเกมทายภาพปริศนา (ทม่ี า: จิระวัฒน์ ศิรจิ ารุวงศ์, 2546)
ภาพที่ 7 แสดงเกมทายภาพปริศนา (ท่มี า: จริ ะวัฒน์ ศิริจารุวงศ์, 2546)

4) เกมสามเลขสามแนว
วธิ ีการเล่น
มอบกระดาษเพ่ือค้นหาเลข 725 ตามกรอบที่ปรากฏอยู่ในภาพใหญ่ หาได้ในแนวนอน
แนวต้ัง และทแยงมุม เลขท้ังสามสามารถย้อนเป็นเลข 527 ได้ และสามารถใช้เลขร่วมกันได้ด้วย มี
ทั้งหมด 11 แหง่

0 527 4 8 9 7

9 710 8 7 2 5
0 267 2 5 8 9
2 590 1 2 4 3
7 891 2 7 2 5
2 572 5 0 4 9
5 672 8 1 9 5
9 250 7 8 2 4
5 489 2 7 1 0

ภาพท่ี 3 แสดงตารางตวั เลขเกมสามเลขสามแนว (ท่มี า: จิระวัฒน์ ศิริจารวุ งศ,์ 2546)

5) เกมพลิกลอ็ ก
วิธีการเลน่
1.นาแผ่นตารางเสียบไพ่ท่ีเตรียมไว้ติดกับทีวีอยู่หน้ารถ(ขออนุญาตพนักงานขับรถ
เสยี กอ่ น)
2.นาไพ่ A-9 มาใช้ สว่ นไพ่ 10 J Q K ใหเ้ ก็บไวก้ อ่ น
3. สลับไพ่แล้วเรยี งไว้ 3-5 ใบก็แล้วแต่จะเล่น ถ้ามีของรางวัลน้อยอยากเล่นได้นานๆ ใช้
ไพ่ 5-6 ใบ กจ็ ะเกิดการพลกิ ล็อก
4. ผู้นาเกมให้ผทู้ ่ีนง่ั ในแถวทางซ้ายหรือขวาจบั สลากเป็นผทู้ ายก่อน
5. เมือ่ เล่นแล้วจะพลิกล็อกหรือไม่พลิกล็อค รอบตอ่ ไปผูน้ าเกมกใ็ ห้อกี ฝ่ายเปน็ ผู้เล่นเกม
พลิกลอ็ กในรอบต่อไป
ข้อแนะนา

ผู้นาเกมเปิดไพ่ใบแรกขึ้นมาและใบต่อไปให้สมาชิกทายว่ามากกว่าหรือน้อยกว่าไพ่ใบ
แรกผู้นาเกมอาจจะเปิดไพ่ใบท่ี 2- 3 ดูก่อนก็ได้ เช่น ไพ่ใบแรก 7 โพดา ไพ่ใบที่2 เป็น 8 ข้าวหลามตัด ผู้
เล่นทายว่าน้อยกว่าแต่ผู้นาเห็นไพ่แล้วว่ามากกว่า ถามสมาชิกก่อนว่าจะเปล่ียนหรือไม่ ใบนี้คือ 8 ข้าว
หลามตัด สมาชิกสว่ นมากจะไม่เชื่อ คดิ ว่าผนู้ าจะหลอกตลอดเวลา

6) เกมถงุ ดาปรศิ นา
วิธีการเล่น
1.ผู้นาเกมแจกกระดาษ ดินสอให้แก่ผู้เล่นในแต่ละคู่ตามเบาะท่ีน่ังคู่ละ 1 ชุด(โดยเขียน
หมายเลขทีน่ ่งั ตามเบาะที่น่ังไว้บนหัวกระดาษ
2.ผู้นาเกมนาถุงดา(ถุงขยะสีดา) ซ่ึงภายในบรรจุส่ิงของต่างๆ ไว้มากมายโดยผู้เล่นไม่
สามารถเห็นได้ ให้ผู้เล่นแต่ละคู่ในแถวที่น่ังช่วยกันล้วงมือเข้าไปในถุง 1 คน จดรายการส่ิงของ 1 คน ใน
เวลาท่ีกาหนดให้ เชน่ 2 นาที เป็นตน้
3.ผู้นาเกมทาเช่นดงั ขอ้ 2 ใหค้ รบทุกแถวท่นี ่ัง และเกบ็ กระดาษคาตอบ
4.ผู้เล่นคใู่ ดเขียนสง่ิ ของได้ถูกตอ้ งและมากทส่ี ุดจะเปน็ ผู้ชนะ
5.นามาประกาศผลด้านหน้ารถ

7) เกมทายอายุ
คณะนกั ท่องเท่ียวท่ีมาดว้ ยกันท้งั หมดมีอายุรวมกันเท่าไหร่ บางคนก็อาจจะเรียกว่า ทวั ร์
1,200 ปี หรอื ทัวร์ 2,000 ปี หมายถึง นาเอาอายขุ องสมาชิกทุกคนมารวมกนั
อปุ กรณ์ กระดาษเปล่า ปากกาหรอื ดนิ สอ
วธิ ีการเลน่
1. แจกกระดาษและปากกาใหส้ มาชิกทุกคน
2. กระดาษด้านหนา้ ใหเ้ ขยี นชือ่ จริงหรือชือ่ เลน่ พร้อมอายจุ ริง
3. ดา้ นหลังใหเ้ ขยี นทายว่า สมาชกิ คณะนี้มีอายรุ วมกันประมาณเทา่ ไหร่
4. ใครทายได้ใกล้เคยี งจะเปน็ ผู้ไดร้ บั รางวลั
เมื่อสมาชิกเขียนอายุตัวเองและทายอายุรวมเรียบร้อยแล้วผู้นาเกมเก็บรวบรวม
แผน่ กระดาษนาอายจุ ริงของสมาชิกทกุ คนมารวมกันไดเ้ ทา่ ไหร่ คืออายรุ วมของสมาชิกทง้ั หมด

8) เกมสภุ าษิต
วิธีการเล่น
1. แบ่งสมาชิกเปน็ ทีมซา้ ย-ขวา
2. ผู้นาเกมจะยกตวั อย่างสุภาษิตที่มีคาว่า “ไก”่ ในสานวนและให้ผูเ้ ล่นบอกเป็นสุภาษิต
คาพังเพย สานวนไทยเท่าน้ัน เช่น ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ เชือดไก่ให้
ลิงดู เหยียบขไ้ี ก่ไม่ฝอ่ เปน็ ตน้
3. ตอบทีมละ 1 สานวนไปเรื่อยๆ ทีมใดตอบช้าผู้นาเกมนับ 1- 10 เป็นการกระตุ้นให้
ช่วยกันคิดช่วยกันตอบ
4. ทีมใดตอบได้โดยไมซ่ ้าเป็นทีมสุดท้ายจะได้รบั รางวลั
หมายเหตุ เปลีย่ นสุภาษติ ที่มคี าอืน่ ไดอ้ กี เช่น ช้าง หมู น้า เป็นต้น

9) เกมทายเพลง
วิธีการเลน่
1. ผู้นาเกมเปิด INTRO เพลงแล้วให้สมาชิกทายวา่ เพลงอะไร
2. ถ้าสมาชิกทายถูกให้ออกมาร้องเพลงและมอบรางวลั ให้
3. ถา้ สมาชิกรอ้ งไม่เปน็ ก็ไมเ่ ปน็ ไรใหเ้ ต้นแทนและผนู้ าเกมหรอื ท่านสมาชิกชว่ ยกันร้อง
4. เปดิ ไปประมาณ 5-10 เพลงก็คงพอสาหรับเกมทายเพลง

10) เกมนกต่อ
วิธีการเลน่
1. แต่ละแถวของท่นี ่งั บนรถตอ้ งมีจานวนคนในแต่ละแถวเทา่ กัน
2. ผู้นาเกมใหผ้ ้ทู ่ีอยูห่ น้าแถวของแตล่ ะแถวของรถรบั กระดาษ 1 ใบต่อแถว
3. ในกระดาษจะมีข้อความ เช่น ครัว รถ ตู้เย็น เป็นต้น ถ้าสมมติจับได้ครัว ผู้ท่ีเป็นลูก
ทีมจะต้องนึกชื่ออะไรก็ได้ท่ีมีอยู่ในครัว เช่น ตะหลิว หม้อ กระทะ โดยไม่ซ้ากัน แต่ละทีมจะได้หัวข้อไม่
เหมือนกนั (เรยี งไปจนกว่าจะหมดเวลา)
4. ทีมใดได้รายชอ่ื จานวนมากที่สุดเป็นฝา่ ยชนะ

11) เกมเขียนหลงั สอื่ ความหมาย
วธิ ีการเลน่
1. แบง่ ผู้เลน่ กิจกรรมเป็นแถวตอนลึกทัง้ 4 แถวตามท่นี ่งั

2. ผู้นาเกมแจกรูปท่ีเขียนเสร็จแล้วให้คนน่ังหลังสุดของแถวดูอาจเป็นรูปหมู หมา แมว
กระต่าย นก คน ส่ิงของ เป็นตน้

3. แจกกระดาษเปล่ากับปากกาใหค้ นหนา้ สดุ
4. คนนั่งหลังสุดดูรูปเสร็จแล้วก็ใช้น้ิวช้ีเขียนบนหลังคนท่ีนั่งข้างหน้าของตนเองเป็นรูป
เหมือนในกระดาษท่ีผู้นาเกมแจกให้ เขียนต่อกันไปเรื่อยๆ จนถึงคนหน้าสุดก็เขียนใส่กระดาษ แถวไหน
เขยี นออกมาเหมอื นที่สดุ เป็นฝา่ ยชนะ

12) เกมต่อประโยค
วิธีการเล่น
1. แบง่ กลุ่ม(แถว)ตามเบาะทีน่ ง่ั บนรถ
2. ให้คนที่ 1 ของแถวพูดมาหนง่ึ คา
3. ให้คนท่ี 2 ของแถวพูดคาพดู ของคนท่ี 1 พร้อมทงั้ พูดคาพดู ตวั เองต่อให้เปน็ ประโยค
4. ใหค้ นท่ี 3 ของแถวพูดคาพูดของคนที่ 1,2 แล้วเพ่มิ คาพูดตัวเองเข้าไปให้เป็นประโยค
ทเ่ี ชื่อมตอ่ เน่ืองกันดว้ ย
5. ทาเชน่ นีไ้ ปเรอื่ ยๆ จนถงึ คนสดุ ทา้ ยของแถว ห้ามพูดผิด
6. แถวใดจาประโยคทีต่ อ่ ไปได้ถูกท่สี ุดเป็นฝา่ ยชนะ

13) เกมส่ือสะกิด
วิธีการเลน่
1. ผู้นาเกมเตรียมบัตรคา 5 แผ่น ที่เตรียมไว้ 5 แผ่นเผ่ือเอาไว้ท่ีจริงแล้วใช้ 4 แผ่น
สาหรับ 4 แถว
2. ในบัตรคาให้เขียนข้อความเก่ียวกับกิริยาอาการของสัตว์หรือชื่อสัตว์ เช่น ยีราฟ
นกป้อนเหย่อื ควายเล็มหญ้า นกกระจอกเทศ
3. ใหส้ มาชกิ เข้าแถวตอน 4 แถว
4. เริ่มเล่นที่ละแถว โดยผู้ที่อยู่หลังสุดของแถวจะเป็นผู้ได้รับบัตรคาจากผู้นาเกม เมื่อดู
บัตรคาเสร็จเรียบรอ้ ยใหน้ ึกวา่ จะทาท่าทางแสดงออกอย่างไรตามคาส่ังในบัตรคา ห้ามพูด ให้ใช้ท่าทางสื่อ
ความหมายเพียงอย่างเดียว
5. คนดูบัตรคาสะกิดให้ผู้ที่อยู่ข้างหน้าหันมาหาแล้วแสดงท่าทางสื่อความหมายให้ดูเม่ือ
คนถัดไปเหน็ แลว้ ก็สะกดิ คนข้างหนา้ ให้หนั มาดทู ่าทางท่ีตนแสดงออกมาตามความเข้าใจทีต่ ัวเองไดเ้ ห็นมา
นั้น ทาต่อกนั ไปเรื่อยๆ เช่นนี้จนถึงคนท่ีอยู่หน้าสุดของแถว

6. ผู้ท่ีอยู่หน้าสุดเมื่อหันมาเห็นท่าทางของคนข้างหลังแถวต้องเป็นผู้ทายว่าท่าทางที่
ถา่ ยทอดจากสมาชกิ ในแถวจนมาถงึ ตนนน้ั หมายถงึ อะไร

คาแนะนา
ความสนกุ สนานอยทู่ ก่ี ารส่อื ทา่ ทางท่ีเพีย้ นออกไปจากเดิม ผนู้ าเกมควรเตรยี มสลากไว้ให้
จับว่าแถวใดจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเม่ือจบเกมแล้วผู้นาเกมควรกล่าวสรุปและขอขอบคุณสมาชิกที่กล้า
แสดงออกให้เกดิ ความสนุกสนาน

14) เกม NUMBER ROOM
วธิ ีการเลน่
1.ผู้นาเกมใหผ้ เู้ ล่นน่ังคกู่ นั ตามเบาะทน่ี ่งั เป็นผู้เลอื กตัวเลข
2. กาหนดตวั เลขพิฆาต 1 ตัว (1-100)
3. ใหผ้ เู้ ลน่ แตล่ ะคู่เลือกตวั เลขคร้ังละ 1 ตวั โดยเรียงตามแถวทีน่ ง่ั
4. บอกผู้เล่นด้วยน้าเสียงที่ชวนตื่นเต้นว่า มากไป น้อยไป ถ้าใช่ให้พูดว่า NUMBER
ROOM
5. ถ้าไมใ่ ชใ่ หเ้ ล่นตอ่ ไปโดยเขยี นจานวนที่เหลอื อยู่ 25-33
6. ตวั เลขยง่ิ เหลือนอ้ ยจะทาให้เกมนา่ ต่ืนเตน้ ขึ้น

6.2.2 เกมในห้องประชมุ การจัดกจิ กรรมนันทนาการในห้องประชุม จะเป็นกจิ กรรมทีใ่ ห้ทุกคน
ในกลุ่มมีส่วนร่วมในการทากิจกรรมนันทนาการ โดยให้ผู้เข้าร่วมมีปฏิสัมพันธ์ท่ีดีต่อกัน เกิดความคุ้นเคย
และกล้าแสดงออก รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศแห่งความสนุกสนาน ที่เอ้ือต่อการเปิดใจสู่การ
เรียนรู้อย่างไม่มีขีดจากัด สร้างความเป็นมิตร ความเป็นกันเอง ซ่ึงส่งผลให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมในการ
กิจกรรมตา่ งๆ

1) เกม “ปรบมอื ชดุ ใหญ”่
วตั ถุประสงค์

1) เพอ่ื ใหผ้ เู้ ข้ารว่ มได้เตรยี มความพรอ้ มก่อนเริ่มกิจกรรมตา่ งๆ
2) เพ่ือกระตุน้ ผู้เข้ารว่ มใหม้ ีการต่นื ตัว และเกดิ ความสนใจ
3) เพ่ือสร้างบรรยากาศความสนุกสนาน และเป็นกนั เองให้เกดิ ขึน้
วิธีการเล่น
1) ผนู้ ากิจกรรมอธิบายวา่ การปรบมอื ชุดใหญ่นั้นมีอยู่ 4 รอบ ดงั นี้
(ควรมพี ่ีเลย้ี งสาธติ ใหด้ ูเป็นตัวอย่าง)

รอบแรก : 12/123/12/12/1
รอบท่สี อง : 12/123/12/12/ปรบมอื แบบไขว้กัน
รอบทส่ี าม : 12/123/12/12/เฮ้ ! ดงั ๆ พรอ้ มชกู าป้นั ข้างขวาข้นึ
รอบสดุ ทา้ ย : 12/123/12/12/ส่งรอยย้ิมให้ทุกคนโดยกวาดมือทั้งสอง
ออกจากริมฝีปาก
2) ให้ผู้เข้าร่วมทาตามพี่เล้ียงทีละรอบ จากนั้นจึงทาต่อเน่ืองกันท้ัง 4 รอบ โดย
ผู้นากิจกรรมจะพูดประโยคที่ว่า“ปรบมือชุดใหญ่ 3 4” อาจจะให้ปรบมือพร้อมกันทั้งห้องประชุม หรือที
ละกล่มุ แลว้ แต่กรณี

2) เกมลมเพลมพดั
วัตถปุ ระสงค์

1) เพ่อื สรา้ งความคุน้ เคยสนกุ สนาน
2) เพ่ือเปน็ การกระจายกลุ่ม
วธิ ีการเลน่
1) ใหผ้ ้เู ลน่ น่ังเปน็ วงกลมหรือรปู คร่งึ วงกลม
2) ผู้นาเกมอยู่กลางวงกลม และจะเป็นการพูดถาม และตอบระหว่างผู้นาเกม
กับผู้เล่น ดังน้ี ผู้นาเกมพูด ลมเพลมพัด โบกสะบัดพัดมาไวๆ ลมเพลมพัดอะไร ลมเพลมพัดอะไร ฉันจะ
บอกให้…(จะพดั อะไรก็ได้ เชน่ พัดคนใสเ่ สือ้ สมี ว่ ง)
3) ทนั ทีทผ่ี ้นู าเกมบอกวา่ พดั คนใส่เส้ือสีม่วง ผเู้ ลน่ ทุกคนท่ีใส่เสื้อสีม่วงจะต้องวิ่ง
สับเปล่ียนที่นั่งกนั ทนั ที ในขณะเดยี วกนั ผนู้ าเกมจะตอ้ งรบี แยง่ ท่ีนง่ั ผเู้ ล่นที่ใส่เส้ือสมี ่วง
4) ผูเ้ ล่นคนใดที่ไม่มที ีน่ ่ังจะต้องออกมาเป็นผู้นาเกมแทน และดาเนนิ การเหมือน
ผู้นาเกมคนแรก

3) เกมสห่ี ้องหวั ใจ
วัตถุประสงค์

1) เพ่ือสร้างความสมั พันธท์ ่ดี ี
2) เพื่อให้เกดิ ความสามคั คใี นหมูค่ ณะ
วสั ดุ/อปุ กรณ์
1) กระดาษสชี มพูตดั เป็นรปู หัวใจ (เท่ากบั จานวนผเู้ ขา้ รว่ ม)
2) ปากกา หรือสเี มจิก

วธิ ีการเล่น
1) แจกรูปหัวใจให้กับผู้เข้าร่วมคนละ 1 ดวง พร้อมปากกา หรือสีเมจิกให้

ผเู้ ข้ารว่ มแบ่งหัวใจออกเป็น 4 ช่อง และเขียนหมายเลขกากบั ไว้ ซ่ึงแล้วแตก่ ารออกแบบของแตล่ ะคน
2) ผนู้ ากจิ กรรมกลา่ วว่า หัวใจของคนเรามี 4 ห้อง แล้วในวันน้ีเราจะมอบหัวใจ

ให้กับเพ่ือนใหม่ของเราซ่ึงเราจะต้องเข้าไปพูดคุยเพื่อสร้างความสัมพันธ์แล้วเขียนชื่อพร้อมกับช่ือหมู่บ้าน
โรงเรียน หรือหนว่ ยงานของเพื่อน ซึง่ เพื่อนก็ต้องเขียนช่ือเราดว้ ย ลงในหวั ใจชอ่ งเดียวกัน ซงึ่ จะต้องหาให้
ครบท้งั 4 ช่อง ตามเวลาทก่ี าหนดโดยยกเว้นคนท่ีมาจากทเ่ี ดยี วกัน

3) ผู้นากิจกรรมสุ่มถาม 1 คนแล้วให้คนน้ันบอกช่ือเพ่ือนพร้อมกับช่ือหมู่บ้าน
โรงเรียน หรือหน่วยงาน ซึ่งต้องทายด้วยว่าเป็นใครแล้วก็ให้คนที่ถูกเอ่ยชื่อน้ัน บอกช่ือเพื่อนอีก 1
คน ถามในลักษณะเช่นนไ้ี ปเรื่อยๆ จนกว่าผู้นากิจกรรมเห็นสมควรจึงยุติการถาม

4) เกมจับคู่หาเพื่อน
วตั ถปุ ระสงค์

1) เพอ่ื สร้างความคุ้นเคยและเปิดโอกาสใหเ้ พื่อนไดแ้ นะนาเพื่อน
วิธีการเลน่

1) ทาฉลากเท่าจานวนผเู้ ล่น
2) ในฉลากให้เขียนช่ือตัวละครในวรรณคดีหรือส่ิงของที่ใช้คู่กัน เช่น พระราม-
นางสีดา,ช้อน-สอ้ ม ฯลฯ
3) ให้ผเู้ ลน่ แต่ละคนจับฉลากตามทีเ่ ตรียมไว้
4) เมื่อผู้เล่นจับฉลากได้แล้วให้แต่ละคนเปดิ อ่าน เม่ือรู้ว่าตนเองเป็นอะไรก็ต้อง
ไปหาคู่ของตนให้ได้
5) เม่ือหาคู่ของตนเองได้แล้วควรถามช่ือ สกุล สถานศึกษา ภูมิลาเนาหรืออ่ืนๆ
ของคู่ของตนเองไวเ้ พอ่ื จะได้ไปแนะนาให้ผู้เล่นทุกคนไดร้ ูจ้ กั
6) ผนู้ าเกมจะเรยี กผู้เล่นแตล่ ะคูม่ าผลดั กนั แนะนา

5) เกมเก้าอีข้ องฉัน
วัตถุประสงค์

1) เพอ่ื ฝึกความคล่องแคลว่ ว่องไว
2) เพื่อสร้างความสนุกสนาน

วิธีการเล่น
1) ผู้นาเกมจะแบ่งผู้เลน่ ออกเป็นกลมุ่ ๆประมาณ 4-6 กลมุ่ ๆละเท่าๆกนั
2) ให้ผเู้ ลน่ แตล่ ะกลมุ่ นัง่ เรียงกันเปน็ ครึ่งวงกลม
3) ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนบั ใครนบั เลขอะไรให้จาไว้
4) ผูน้ าเกมนาเกา้ อ้ีชนดิ ไม่มพี นักพิงวางไว้ตรงกลางวง 1 ตวั
5) เม่ือผู้นาเกมเรียกหมายเลขใด ผู้เล่นของแต่ละกลุ่มท่ีนับหมายเลขนน้ั จะตอ้ ง

ว่ิงออกมาแยง่ ท่ีนั่งบนเก้าอี้ทันที
6) ผู้นาเกมอาจกาหนดการแข่งขันเป็น 10 รอบ หรือ 15 รอบ กลุ่มไหนแย่ง

ทีน่ ง่ั ไดม้ ากกวา่ กลุ่มนัน้ ชนะ
ข้อควรระวัง
1) ระวังผเู้ ล่นว่ิงชนกนั

6) เกมรวมเงนิ
วตั ถุประสงค์

1) เพือ่ เสรมิ สร้างความสนิทสนมระหว่างเพอื่ น
2) เพอื่ สง่ เสรมิ การคิด
3) เสรมิ สร้างความเสยี สละ
วธิ ีการเลน่
1) ให้ผ้เู ลน่ ยนื เป็นวงกลม
2) สมมตใิ ห้ผเู้ ลน่ ผู้ชาย แตล่ ะคนมคี า่ 50 สตางค์ ผ้เู ล่นผหู้ ญิงแต่ละคนมคี า่ 1
บาท
3) ผู้นาเกมเป่านกหวีดแล้วส่ังให้รวมเงิน เช่น สองบาทห้าสิบ ห้าบาทห้าสิบ
เก้าบาทห้าสิบ ซึ่งควรจะมีเศษสตางค์ห้าสิบด้วยเพ่ือให้กลุ่มผู้หญิงทุกกลุ่มแย่งผู้ชาย (สตางค์) จึงจะครบ
ตามคาส่งั
หมายเหตุ เกมน้ีอาจใช้เพลงประกอบเกม คือ เพลงรวมเงินจะสนุกสนานขึ้น รวมเงิน
รวมเงินให้ดี รวมเงินคราวน้ี อย่าให้ผิดพลาด ผู้หญิงนั้นเป็นเหรียญบาท รวมแล้วอย่าเกินอย่าขาด ผู้ชาย
เก่งกาจเปน็ ห้าสบิ ตังค์”

7) โมง่ แซะ
เนื้อรอ้ ง โม่งแซะๆ แซะโมง่ ตะล่มุ ต่มุ โม่ง

วัตถปุ ระสงค์
1) เป็นการนาเพลงส้ันๆมาประกอบท่าทาง ซึ่งจะทาให้ผู้เล่นจาเพลงได้เร็ว

และงา่ ยขึ้น
2) สรา้ งความเพลดิ เพลนิ
3) เปน็ การออกกาลงั กาย
4) สร้างความคนุ้ เคยในกลมุ่ เพือ่ น

จานวนผ้เู ล่น
จานวน 8 คน

ระยะเวลา
10-20 นาที

ท่าทางประกอบเพลง
โมง่ เอามือแตะทหี่ วั
แซะ เอามอื แตะท่หี วั ไหล่
ตะลุม่ ตุ่ม เอามอื แตะเอว (3 ครงั้ ) ตามจังหวะ ตะ-ลุ่ม-ตมุ่

วิธีการเล่น
1) แบง่ ผูเ้ ลน่ ออกเปน็ ค่ปู ระมาณ 4 คู่
2) ให้ผู้เล่นคนหน่ึงยืนเป็นหุ่นแลว้ ใหอ้ ีกคนหน่ึงแสดงท่าทางประกอบเพลงทต่ี ัว

หุ่น คือ เอามือแตะท่ีหัว หวั ไหล่ และเอว ส่วนผเู้ ลน่ คนอน่ื ๆใหช้ ว่ ยกนั รอ้ งเพลง
3) จะต้องร้องเพลงให้เร็วขึ้นในทุกๆรอบหรืออาจจะดัดแปลงเน้ือร้องได้ตาม

ความเหมาะสม และ ผู้ใดทแ่ี ตะผิดทีห่ รือทาซา้ จะถกู ปรับแพ้

8) เกมหาข่าว
วตั ถุประสงค์

1) เพื่อให้ผเู้ ล่นมีความสัมพนั ธ์และร้จู กั กัน
2) เพอ่ื ความสนุกสนาน
จานวนผเู้ ล่น
ไม่จากดั จานวน

วิธีการเลน่
1) ให้ตัดข่าว ข้อความ หรือโฆษณาท่ีมีอยู่ในหนังสือพิมพ์ออกเป็น 2 ส่วน แล้ว

นาสว่ นทตี่ ดั แลว้ มาปนกนั และผู้นาเกมแลกชิ้นสว่ นทต่ี ดั ใหก้ บั ผู้เล่นทุกคน
2) เมื่อผู้นาเกมให้สัญญาณการเร่ิมเล่นผู้เล่นทุกคนต้องพยายามหาคู่ของตนเอง

โดยขา่ ว ขอ้ ความ หรือโฆษณาจะต้องเป็นแผ่นเดียวกนั และถูกต้อง
4) ผเู้ ลน่ ทหี่ าคขู่ องตนได้แลว้ ตอ้ งผลัดกันแนะนาตัว

9) เกมจับค่ดู ลู กู โปง่
วตั ถุประสงค์

1) เพ่อื ให้เกดิ ความสามัคคีในหมูค่ ณะ
2) เพ่อื สร้างความสมั พันธท์ ่ดี ี
3) เพื่อความสนกุ สนานเพลิดเพลนิ
วิธีการเลน่
1) ผเู้ ลน่ เตรียมลูกโป่งทีเ่ ป่าลมแล้วจานวน 6 ใบ(ควรสารองไว้มากกว่าน้ี เพราะ
เผ่อื แตก)
2) แบง่ ผู้เล่นออกเปน็ กลุ่มจานวน 6 กลุม่ กลุ่มละ 8-12 คน
3) ใหแ้ ตล่ ะกล่มุ จบั คกู่ ันและเข้าแถวตอนลกึ
4) เริ่มเล่นให้แต่ละคู่เอาหน้าผากแตะลูกโป่งโดยไม่ให้ลูกโป่งตกลงพ้ืน
ขณะเดยี วกันจะต้องเดินหรอื วิ่งไปที่จุดกลบั ตัวพร้อมกัน แล้วนาลูกโป่งมาให้เพ่ือนในแถวคู่ตอ่ ไป
5) แถวไหนทาเสร็จก่อนเป็นผู้ชนะ

10) เกมเสือ-ปืน-คน
วตั ถุประสงค์

1) เพื่อเสรมิ สร้างความสามคั คใี นกลมุ่
2) เพ่ือสง่ เสรมิ การเปน็ ผูน้ าและผู้ตามทีด่ ี
2) เพอื่ ฝึกการสอื่ ความหมายทดี่ ี
วิธีการเล่น
1) แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 กลุ่มๆ ละเท่าๆ กัน และให้ผู้เล่นคัดเลือกผู้นากลุ่ม
1 คนอยู่หวั แถว การแขง่ ขนั แตล่ ะครัง้ แตล่ ะกลุ่มมีสิทธเิ์ ลือกเป็นเสอื ปืน คน ท้ังนโี้ ดยไมใ่ ห้กล่มุ คู่แข่งขันรู้
2) กติกา เสือ ชนะ คน เพราะเสือกินคน คน ชนะ ปืน เพราะคนทาปืน

ปืน ชนะ เสือ เพราปนื ยิงเสือ
3) ถ้าเลอื กเสอื ทุกคนจะตอ้ งทาท่าเสือกระโชก และรอ้ ง “โฮก” โดยหันหนา้ ไป

ยังกลุ่มคู่แข่ง ถ้าเลือกปืน ทุกคนทาท่ายิงปืนแล้วเปล่ียเสียงว่า “โป้ง” ถ้าเลือกคน ทุกคนให้ทาท่ายืน
กอดอก ทัง้ หมดจะตอ้ งหนั หน้าไปทางกล่มุ ผูแ้ ขง่ ขัน

4) ก่อนเร่ิมเล่นผู้นาเกมจะให้ผู้เล่นเกมท้ัง 2 กลุ่มตัดสินใจเลือกว่าจะเป็นอะไร
แลว้ ใหก้ ระซบิ ต่อๆ กันไปโดยไม่ขา้ มผู้เล่นคนหนงึ่ คนใดภายในกลุ่ม ข้อสาคัญอยา่ ใหก้ ลุม่ คแู่ ข่งขันรู้

5) เมื่อ 2 กลุ่มเตรียมการแล้วผู้นาเกมให้สัญญาณเป่านกหวีดทั้ง 2 กลุ่มจะ
แสดงท่าทางตามทผ่ี นู้ ากลุ่มของตนเลือกเอาไว้

6) กลุ่มใดชนะหรือแพ้อยทู่ เี่ ง่อื นไขข้อ 3 และความพรอ้ มเพรียง
7) เกมน้ีควรแขง่ ขันเปน็ รอบและแตล่ ะรอบให้คะแนนรอบละ 1 คะแนน เพราะ
กลุม่ ไหนแพช้ นะจะได้ตดั สนิ จากคะแนนของการแข่งขนั แต่ละรอบ

11) เกมห่วงสัมพนั ธ์
วตั ถุประสงค์

1) เพ่ือใหผ้ ูเ้ ล่นมีความสมั พนั ธ์และชว่ ยเหลอื กัน
2) เพ่ือความสนกุ สนาน
จานวนผ้เู ล่น
แบง่ ผเู้ ลน่ ออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 10 คน
วิธีการเล่น
1) ถา้ มผี ้เู ล่นมากให้แบ่งกลุ่มๆ ละ 10 คน ให้เขา้ แถวตอนลกึ
2) ผเู้ ล่นแตล่ ะคนมีไมจ้ ้ิมฟันอยทู่ ีป่ าก
3) คนแรกของแถวจะมหี นังยางอยทู่ ี่ไมจ้ ้ิมฟัน
4) ผู้นาเกมใหส้ ัญญาณการเล่น ผู้เล่นคนแรกของแตล่ ะแถวต้องพยายามอย่าให้
หนังยางท่ีไมจ้ ้มิ ฟันหลน่ โดยหันหนา้ ไปทางผ้เู ล่นถดั ไป ผู้เลน่ คนถดั ไปพยายามรบั หนังยางโดยใช้ไม้จ้ิมฟันท่ี
อย่ทู ี่ปากจากคนแรกใหไ้ ด้
5) เม่ือคนแรกส่งหนังยางไปแล้วก็เอาหนังยางเส้นใหม่ส่งต่อไปจนครบกาหนด
ถา้ แถวไหนส่งไปจนถงึ คนสุดท้ายของแถว และจานวนหนังยางที่กาหนดให้หมดแล้วถอื ว่าเป็นแถวท่ชี นะ

12) เกม "บอลวเิ ศษ"
วัตถปุ ระสงค์

1) เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ ข้าร่วมไดเ้ ตรยี มความพร้อมกอ่ นเร่ิมกิจกรรมตา่ งๆ
2) เพอ่ื กระตุ้นผู้เข้าร่วมให้มีการตน่ื ตวั และเกดิ ความสนใจ
3) เพอ่ื สรา้ งบรรยากาศความสนกุ สนาน และเป็นกันเองใหเ้ กดิ ขนึ้
วิธีการเลน่
1) ให้รวมกันเป็นวงกลมใหญ่ 1 วง โดยผู้นากิจกรรมยืนอยู่ตรงกลาง พร้อมกับ
ถือบอลไว้ 1 ลูก
2) ผู้นากิจกรรมตั้งคาถาม โดยเร่ิมจากคาถามง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถตอบได้
เช่น ช่ืออะไร มาจากชุมชนอะไร ชอบสัตว์เลี้ยงชนิดใด ชอบทานอาหารชนิดใด อยากไปเที่ยวท่ีไหน เป็น
ตน้
3) ผู้นากิจกรรมถามผู้เข้าร่วม พร้อมกับโยนลูกบอลให้คนใดคนหน่ึง เมื่อรับลูก
บอลแล้วให้ตอบคาถาม ตอบเสร็จจึงโยนลกู บอลคืนให้กับผนู้ ากิจกรรม จากนั้นผู้นากิจกรรมโยนให้คนอ่ืน
ตอ่ ไปเรื่อยๆ โดยใชค้ าถามเดมิ ประมาณ 5-6 คน หรอื ตามความเหมาะสมเล่นในลักษณะเช่นเดียวกัน แต่
เปล่ียนคาถามไปเรื่อยๆ ซึ่งผู้นากิจกรรมควรโยนลูกบอลให้กับผู้เข้าร่วมอย่างท่ัวถึง จนกว่าผู้นากิจกรรม
เหน็ สมควร จึงยตุ กิ ารเลน่

13) เกมแจ๊กพอต
วตั ถุประสงค์

1) เพื่อฝึกการเป็นผ้นู าและผตู้ าม
2) เพื่อใหผ้ ูเ้ ล่นร้จู ักการแก้สถานการณ์
2) เพ่อื ความสนกุ สนาน
จานวนผูเ้ ล่น
ไมจ่ ากดั จานวน
วิธีการเลน่
1) ให้ผ้เู ลน่ ทัง้ หมดน่ังเปน็ รูปวงกลมเรยี งชดิ ติดกัน
2) ผนู้ าเกมจะสง่ แก้วทม่ี ีสลากอยใู่ ห้กบั ผู้เลน่ ที่นัง่ อยู่ในวงกลม
3) เมือ่ ผ้นู าเกมไดร้ บั แกว้ แล้วให้สง่ ตอ่ ไปทางขวามือของผู้เล่นเรื่อยๆ ไป ในขณะ
ท่ีมีการส่งแก้วนั้นอาจเปิดเพลงหรือร้องเพลงก็ได้ ถ้าเพลงหยุดแล้วแก้วอยู่ท่ีใครผู้นั้นจะต้องหยิบสลากท่ี
อย่ใู นแก้วขน้ึ มาอา่ น ถ้าขอ้ ความในสลากมวี า่ “ให้รา 3 รอบ” ผเู้ ลน่ ผูน้ ั้นจะตอ้ งรา 3 รอบ

4) การเลน่ คงดาเนินตอ่ ไปเร่ือยๆ จนกวา่ สลากในแกว้ หมด

14) เกม “คณุ รักใคร ?”
วัตถปุ ระสงค์

1) เพอื่ ให้ผู้เขา้ ร่วมได้มโี อกาสรจู้ ักช่ือและเกิดความคุ้นเคยกันมากขนึ้
2) เพ่ือใหผ้ เู้ ข้ารว่ มได้สร้างความสมั พนั ธอ์ ันดีตอ่ กนั
3) เพือ่ ใหผ้ เู้ ข้ารว่ มได้ฝกึ ทกั ษะการฟัง ความไว และปฏิภาณไหวพริบ
วิธกี ารเล่น
1) ใหผ้ ู้เขา้ ร่วมนง่ั เปน็ วงกลมใหญ่ 1 วง
2) ให้แต่ละคนบอกชื่อของตัวเองดังๆ เพ่ือให้เพ่ือนคนอ่ืนๆ ได้รู้จักช่ือ ซึ่งแต่ละ
คนต้องจดจาชือ่ ของเพ่อื นๆ ให้ไดม้ ากๆ หากมปี า้ ยช่อื ใหป้ ิดปา้ ยชอ่ื ไว้ดว้ ย
3) ผนู้ ากิจกรรมถามผูเ้ ข้ารว่ มคนหน่งึ วา่ คณุ รักใคร? โดยตอ้ งเอย่ ช่อื ดว้ ย และคน
ท่ถี ูกถามต้องตอบวา่ ฉนั รัก …. (ชื่อของเพอื่ นเป็นใครก็ได้ท่ีไม่ใช่คนข้างๆ)
4) จากน้ันคนท่ีนั่งทางซ้ายมือและขวามือของคนท่ีถูกถาม และคนท่ีถูกบอกว่า
รัก ต้องวิ่งสลับที่นงั่ กบั เพอ่ื นในขณะเดียวกนั ผนู้ ากิจกรรม กจ็ ะต้องเขา้ ไปแยง่ ท่ีนัง่ ด้วย
5) เม่ือผู้นากิจกรรมสามารถเข้าไปแย่งท่ีนั่งได้แล้ว จะทาให้มีผู้เข้าร่วมเหลือ
หน่งึ คนอยู่ตรงกลางวง แล้วจึงถามตอ่ วา่ ….. รกั ใคร ? เชน่ เดิม ก็จะเกดิ การแยง่ ทนี่ ัง่ ข้ึนอกี คร้งั
6) เลน่ ในลกั ษณะเชน่ น้ีไปเร่ือยๆ จนกวา่ ผ้นู ากจิ กรรมเห็นสมควร จึงยุตกิ ารเลน่

15) เกมขยรี้ ัก
วัตถปุ ระสงค์

1) เพื่อสร้างความสนกุ สนา
2) เพอื่ สร้างความค้นุ เคย
จานวนผเู้ ลน่
ไม่จากัดจานวน
วิธีการเลน่
1) ผู้นาเกมจะตอ้ งเตรียมลูกโปง่ อดั ลมเทา่ กับจานวนผเู้ ล่น
2) นาลูกโป่งให้ผู้เล่นผูกติดที่เท้าของผู้เล่นเท้าใดเท้าหน่ึง และเพื่อป้องกัน
อนั ตรายควรให้ลกู โปง่ ห้อยอยดู่ า้ นหลัง

3) เมื่อผู้นาเกมให้สัญญาณเริ่มเล่น ผู้เล่นทุกคนจะต้องว่ิงไล่เหยียบลูกโป่งของ
ผอู้ ่นื ให้แตกขณะเดียวกนั กจ็ ะตอ้ งรักษาลกู โปง่ ของตนเองเอาไว้

4) ผู้ทส่ี ามารถรกั ษาลูกโป่งของตนเองไว้ได้เป็นคนสดุ ท้ายเป็นผูช้ นะ
16) เกม "รถไฟฟ้า มาหานะเธอ"
วัตถปุ ระสงค์

1) เพ่อื ให้ผเู้ ข้ารว่ มได้มีโอกาสรจู้ กั ช่ือและเกิดความคุ้นเคยกนั มากข้นึ
2) เพื่อให้ผู้เขา้ รว่ มได้สรา้ งความสัมพันธอ์ ันดตี ่อกนั
3) เพ่อื ให้ผ้เู ขา้ รว่ มไดฝ้ ึกทักษะการฟัง ความไว และปฏิภาณไหวพรบิ
วสั ดุ/อปุ กรณ์
1) นกหวีด
วิธีการเลน่
1) ผู้นากิจกรรมอธิบายว่ารถไฟ 1 ขบวน ประกอบด้วยหลายโบก้ี ให้ผู้เข้าร่วม
หนงึ่ คนแทนดว้ ย 1 โบก้ี
2) เมื่อผู้นากิจกรรมบอกให้ต่อกันเป็น 4 โบกี้ ผู้เข้าร่วมก็ต้องต่อแถวกัน 4 คน
โดยผู้นากิจกรรมต้องกาหนดเพ่ิมเติม ว่าหัวขบวนต้องเป็นคนลักษณะใด โดยเปรียบเทียบกับคนในขบวน
ของตนเอง เชน่ คนทีส่ งู ทีส่ ดุ ผมยาวที่สดุ ต้องเปน็ ผู้หญงิ หรอื น่ารักท่สี ุด เป็นตน้ ซึง่ ต้องกาหนดเวลาด้วย
อาจจะรอบละ 30 วินาที เม่ือหมดเวลาก็เป่าสัญญาณนกหวีด และขบวนใดที่ช้า หรือทาไม่ถูกกติกา ก็
อาจจะมีการคดั ออกเพื่อหาผูช้ นะตอ่ ไป
3) เล่นในลักษณะเช่นน้ีไปเร่ือยๆ โดยเปล่ียนคาส่ัง เป็น 5 โบกี้ หรือ 6 โบก้ี
รวมท้ังต้องบอกถึงลักษณะพิเศษของคนท่ีจะเป็นหัวขบวนด้วยจนกว่าผู้นากิจกรรมเห็นสมควรจึงยุติการ
เลน่

17) เกม “ทาอะไรดจี ะ๊ ?”
วตั ถปุ ระสงค์

1) เพื่อให้ผ้เู ข้ารว่ มไดม้ ีโอกาสรูจ้ กั ช่อื และเกิดความคุน้ เคยกันมากขน้ึ
2) เพอ่ื ให้ผเู้ ขา้ ร่วมไดส้ รา้ งความสัมพันธอ์ ันดตี อ่ กัน
3) เพอ่ื ให้ผูเ้ ขา้ รว่ มได้ฝึกทักษะการฟัง ความไว และปฏภิ าณไหวพรบิ
วิธีการเลน่
1) ผู้นากิจกรรมพูดว่า “ทาอะไรดีจ๊ะ?” ให้ผู้เข้าร่วมท่ีเป็นผู้ชายถามกลับว่า
“ทาอะไรดคี รบั ?” สว่ นผหู้ ญงิ ถามกลบั ว่า “ทาอะไรดคี ะ่ ?” พรอ้ มกับปรบมอื เปน็ จงั หวะ

2) จากนั้นผู้นากิจกรรมบอกให้ทาอะไร ผู้เข้าร่วมต้องทาตามด้วยความรวดเร็ว
เชน่ ให้เอามือไปแตะฝาผนงั ห้อง เอามือไปจบั ส่งิ ของภายในห้องท่ีเป็นสเี ขียว หรือจับกลุ่ม 5 คน เป็นตน้

3) หากคนไหนทาช้า จะถูกเชิญออกมาด้านหน้าเพ่ือสัมภาษณ์ หรือเต้น
ประกอบเพลงสนุกๆ หลังจากหยุดเล่นเกมแล้ว

4) เล่นในลกั ษณะเช่นนไี้ ปเรื่อยๆ จนกว่าผู้นากิจกรรมเห็นสมควร จึงยุติการเล่น

18) เกม “ช่องวา่ งในหัวใจ”
วตั ถุประสงค์

1) เพอ่ื ใหผ้ เู้ ข้ารว่ มไดม้ ีโอกาสรจู้ ักชื่อและเกดิ ความคนุ้ เคยกันมากข้นึ
2) เพื่อใหผ้ เู้ ข้าร่วมได้สร้างความสมั พันธอ์ นั ดตี ่อกนั
3) เพ่อื ใหผ้ เู้ ขา้ ร่วมได้ฝกึ ทักษะการฟงั ความไว และปฏภิ าณไหวพรบิ
วสั ดุ/อุปกรณ์
1) เครอื่ งดนตรี เช่น กีตาร์ กลองบองโก้ แทมบลู นิ ฯลฯ
2) เคร่อื งเลน่ ซดี ี
3) นกหวีด
วธิ ีเล่น
1) ใหผ้ เู้ ข้าร่วมนง่ั เปน็ วงกลมใหญ่ 1 วง โดยเว้นช่องว่างไว้ 1 ชอ่ ง
2) ผูน้ ากจิ กรรมชี้แจงว่า ให้ผู้เข้าร่วมสังเกตดูว่าถ้าข้างๆ เรามีชอ่ งวา่ งเกิดข้ึนให้
จบั มือกบั เพ่ือนอีกคนไปหาเพ่ือน 1 คน มานง่ั เพือ่ เติมช่องวา่ งให้เต็ม เม่อื เกดิ ช่องว่างตรงไหนก็ให้หาเพ่ือน
มาเติมข้างตัวเองให้เต็มอย่างรวดเร็ว ซ่ึงในขณะเล่นควรจะชวนผู้เข้าร่วมร้องเพลงด้วยกัน หรือเปิดซีดี ก็
ได้
3) เมื่อผู้นากิจกรรมเป่านกหวีด ผู้เข้าร่วมคู่ไหนที่ยังหาเพื่อนอีกคนมาเติมลงใน
ชอ่ งว่างไมไ่ ด้ หรือช้า ยงั วงิ่ กลับไมถ่ งึ ที่ ผนู้ ากจิ กรรมก็ใหอ้ อกไปอยูน่ อกวง
4) เล่นในลักษณะเช่นน้ไี ปเรอ่ื ยๆ จนกว่าผ้นู ากิจกรรมเหน็ สมควร จึงยตุ กิ ารเลน่
5) จากนั้นผู้นากิจกรรมจึงเชิญให้ผู้ท่ีอยู่นอกวงกลมใหญ่ออกมาสัมภาษณ์ และ
เต้นประกอบเพลงสนกุ ๆ

19) เกม “ไขม่ งั กรท่รี ัก”
วตั ถุประสงค์

1) เพอื่ ใหผ้ ู้เขา้ รว่ มไดเ้ รียนรคู้ วามสามคั คี และการทางานเปน็ ทีม

2) เพ่ือให้ผู้เข้าร่วมได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการทา
กิจกรรม

3) เพื่อให้ผู้เขา้ ร่วมไดฝ้ ึกทักษะการคดิ การฟงั การวางแผน และการจบั ประเด็น
4) เพือ่ ให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกทักษะการแก้ไขปัญหา และการรับฟังความคิดเห็นของ
ผอู้ ่นื
วัสดุ/อปุ กรณ์
1) ลกู โปง่ (เทา่ จานวนกลุม่ ท่เี ล่น)
2) กระบอกสูบลกู โป่ง
3) ยางรดั
4) นกหวีด
5) เก้าอี้ (เทา่ จานวนกลุ่มที่เลน่ )
วธิ ีการเลน่
1) ให้ผู้เข้าร่วมแบ่งเป็น 2-4 กลุ่มๆ ละเท่าๆ กัน ต้ังแถวตอนเรียงลึกแล้วน่ังลง
จากน้ันเอาเก้าอว้ี างไวท้ า้ ยแถว กลมุ่ ละ 1 ตวั
2) พ่ีเลี้ยงถือลูกโป่งยืนอยู่หน้าแถว โดยท่ีผู้เข้าท่ีอยู่หัวแถวชูมือเพ่ือเตรียมรับ
ลกู โปง่ จากพ่ีเล้ียง
3) เม่ือผู้นากิจกรรมเป่านกหวีด คนหัวแถวรับลูกโป่งจากพี่เล้ียง แล้วส่งข้าม
ศีรษะต่อให้กับคนที่อยู่ข้างหลังโดยห้ามหันไปมอง เม่ือลูกโป่งส่งไปถึงคนสุดท้าย ให้คนสุดท้ายขึ้นไป ยืน
บนเก้าอ้ี แล้วส่งลูกโป่งกลับมายังด้านหน้า เม่ือส่งมาถึงคนแรก ก็ให้คนแรกยืนขึ้นพร้อมกับส่งเสียง เฮ้!
ดังๆ ถือว่าเป็นฝา่ ยชนะ
4) ถ้ากลุ่มไหนหันหลังไปมองเพ่ือนขณะที่ส่งลูกโป่ง ถือว่ากลุ่มนั้นทาผิดกติกา
ปรบั แพ้ในรอบน้ี แต่ถ้าลูกโป่งหลดุ ออกจากแถวก็ใหค้ นที่ทาหลุดน้ันเก็บคืนมา แล้วจึงส่งตอ่ ได้
5) เล่นในลักษณะเช่นน้ี 3 รอบ ถ้ากลุ่มใดชนะ 2 ใน 3 ถือว่าเป็นฝ่ายชนะ แล้ว
อาจจะไปแข่งชิงชนะเลศิ กับกล่มุ อืน่ ๆ ต่อไป

20) เกม “พายเุ ฮอรเิ คน”
วัตถปุ ระสงค์

1) เพอื่ ให้ผูเ้ ขา้ ร่วมไดเ้ รียนรูค้ วามสามคั คี และการทางานเป็นทมี
2) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการทา

กิจกรรม

3) เพือ่ ใหผ้ ู้เข้ารว่ มได้ฝึกทักษะการคิด การฟัง การวางแผน และการจบั ประเด็น
4) เพ่อื ให้ผเู้ ข้าร่วมไดฝ้ ึกทักษะการแก้ไขปัญหา และการรับฟังความคิดเห็นของ
ผอู้ ่นื
วัสด/ุ อปุ กรณ์
1) นกหวีด
วธิ ีการเล่น
1) ให้ผู้เข้าร่วมแบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ ละเท่าๆ กัน (ไม่ควรเกิน 15 คน ข้ึนอยู่กับ
สถานทดี่ ว้ ย) จดั แถวเรยี งหน้ากระดานจับมอื กันไว้ โดยมีระยะห่างพอประมาณ
2) ให้ผู้เข้าแข่งขันนับหมายเลข จากคนแรกถึงคนสุดท้าย แล้วจาหมายเลขของ
ตนเองไว้
3) ถา้ ผู้นากิจกรรม พูดหมายเลขขึ้นมา 2 หมายเลข เช่น หมายเลข 5 กับ 6 ให้
คนท่ีนบั หมายเลข 5 กบั 6 ชูมอื ขา้ งทีจ่ บั กนั ไวแ้ ลว้ ยกขึ้นสงู ๆ
4) จากน้ันคนที่อยู่หัวแถวและท้ายแถว ต้องว่ิงมาลอดแขนแล้วกลับไปอยู่ท่ีเดมิ
อย่างรวดเร็ว โดยห้ามปลอ่ ยมอื ส่วนคนทน่ี ับหมายเลข 5 กับ 6 กห็ มุนตัวกลบั ด้วย
5) เม่ือทุกคนกลับสู่ท่ีเดิมแล้ว ก็ให้น่ังลงพร้อมกับส่งเสียง เฮ้! ดังๆ ถือว่าเป็น
ฝา่ ยชนะ แต่ถ้ามือท่จี บั กนั ไว้หลุด ใหถ้ ือวา่ อกี กล่มุ เป็นผู้ชนะ แต่ถ้ามือหลดุ ทงั้ 2 กลมุ่ กใ็ หเ้ ล่นใหม่
6) เล่นในลักษณะเช่นนี้ 3 รอบ ถ้ากลุ่มใดชนะ 2 ใน 3 ถือว่าเป็นฝ่ายชนะ แล้ว
อาจจะไปแข่งชิงชนะเลศิ กับกลมุ่ อืน่ ๆ ต่อไป

สรุป
การปฏิบัติงานมัคคุเทศก์ในด้านการนาเท่ียวมัคคุเทศก์ต้องสามารถจัดเวลาให้เหมาะสมกับ

รายการนาเท่ียวแต่ละรายการ วิเคราะห์นักท่องเที่ยว บริการและอานวยความสะดวก แก้ไขปัญหาต่างๆ
อีกส่ิงหน่ึงท่ีสาคัญคือมัคคุเทศก์ต้องเร้าความสนใจให้นักท่องเที่ยวมีความสุขในการเดินทางท่องเท่ียว
เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ดังนั้นมัคคุเทศก์ต้องมีความรู้เก่ียวกับการจัดกิจกรรมนันทนาการ หรือ
เกมนันทนาการเพ่ือให้นักท่องเที่ยวคลายเหงา และช่วยให้เกิดความเป็นกันเองภายในกลุ่มของ
นักท่องเทย่ี วด้วย


Click to View FlipBook Version